CPALL

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Kao
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1256
Joined: Wed Dec 24, 2003 4:48 am

CPALL

Posts by Kao » Sun Mar 07, 2004 2:59 am

เซเว่น อีเลฟเว่น ชื่อนี้มา จากเวลา ซึ่งเมื่อก่อนให้บริการตั้งแต่ 07.00 - 23.00 น. 7 วันตลอดสัปดาห์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา

ผมมองว่าธุรกิจหลักของบริษัทคือ การขายความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องลดราคาสินค้าไปแข่งกับพวกค้าปลีกข้ามชาติ

บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) เริ่มก่อตั้งในปี 2531 โดยเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัทดำเนินงานร้านคอนวีเนียนสโตร์ 7Eleven และให้สิทธิแก่ผู้ค้าปลีกรายอื่นในการประกอบธุรกิจดังกล่าวในอาณาเขตประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ 283 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500  

ปัจจุบันเซเว่น อีเลฟเว่น ได้ขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่องไปทุกภูมิภาคในประเทศด้วยทิศทางการบริการที่มีมาตรฐานเดียวกัน
การขยายสาขามี 3 ลักษณะคือ
1.บริษัทลงทุนเอง ปัจจุบัน มี 1,610 สาขา
2.การร่วมทุน (Franchise) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทกับผู้สนใจ ปัจจุบันมี 684 สาขา
3.การได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต (Sub-Area License)โดย ผู้ได้รับช่วงสิทธิจะขยายสาขาในพื้นที่ที่ได้รับสิทธิ ตามจำนวนและระยะเวลาที่กำหนด ปัจจุบัน มี 124 สาขา
รวม 2,418 สาขา ณ วันที่ 31 มกราคม 2547

Last edited by Kao on Tue Oct 30, 2007 10:28 am, edited 1 time in total.

Kao
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1256
Joined: Wed Dec 24, 2003 4:48 am

Posts by Kao » Sun Mar 07, 2004 3:08 am

FINANCIAL HIGHLIGHTS: Annually Consolidated Data
--------------------------------------------------------------------------------

2001 2002 2003
Income Statement (Million Baht)
Net sales 31,310 43,423 57,783
Total revenue 33,263 45,918 61,030
Cost of sales 25,571 35,359 47,100
Total cost & expenses 31,925 44,508 59,039
EBITDA 2,363 2,485 3,076
EBIT 1,339 1,410 1,991
Net profit 925 964 1,339

......................................................................................................................................................................
Balance Sheet (Million Baht)
Total assets 14,228 17,305 21,712
Total liabilites 8,404 10,900 12,953
Total equity 5,824 6,404 8,759
......................................................................................................................................................................
Key Financial Ratios
Operation
Gross margin 18.7% 18.9% 18.7%
EBITDA margin 7.1% 5.4% 5.0%
Profitability
ROA 7.1% 6.1% 6.9%
ROE 18.8% 15.8% 17.7%
Net profit growth 79.4% 4.2% 38.9%
Financial
Dividend payout ratio 32.4% 41.5% 41.5%
Inventory day 28.8 28.3 29.6
Per share (Baht)
Earning per share 2.31 2.41 3.27
Book value per share 14.6 16.0 21.4
......................................................................................................................................................................

Last edited by Kao on Sun Mar 07, 2004 3:28 am, edited 1 time in total.

Kao
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1256
Joined: Wed Dec 24, 2003 4:48 am

Posts by Kao » Sun Mar 07, 2004 3:26 am

Operational Highlights : Annually

--------------------------------------------------------------------------------

2001 2002 2003
Number of stores
Corporate stores 1,278 1,503 1,608
Franchise stores 355 437 662
Sub area stores 89 102 127
Total stores 1,722 2,042 2,397
New stores opened 201 320 355

No. of store (PTT/Non-PTT)้
Non PTT 1,722 1,902 2,195
PTT 0 140 202

No. of store (By geography)
Bangkok stores 818 913 1,022
Provincial (incl. Sub-urban) stores 904 1,129 1,375

Product sales mix (%)
Non-Foods 31.6 39.9 46.6
Foods 68.4 60.1 53.4

Gross margin mix (%)
Non-Foods 21.1 17.8 15.8
Foods 25.9 26.1 26.3

Avg Customer/store/day 980 983 977

Avg Sales per ticket (Baht) 40 46 52

Avg All Store Sales/store/day
(Baht) 39,253 45,175 50,395
......................................................................................................................................................................


KokJ
Verified User
Posts: 10
Joined: Thu Jul 15, 2004 4:00 pm

CP7-11มีปัญหาคลังครับผม

Posts by KokJ » Tue Jul 20, 2004 3:48 pm

ตอนปีที่แล้วตอนที่เพื่อนผมไปฝึกงานที่คลังกระจายสินค้า เพื่อนผมบอกว่าในคลังนั้นจะมีการหายของ inventory ทุกวัน ถึงแม้บริษัทมีนโยบายในการป้องกันแต่ก็ยังไม่พอเพียงเพราะยังมีการสูญเสียอยู่ทุกวัน ซึ่งคนในองค์กรเองก็รับรู้แต่พยายามหามาตรการต่างๆเข้ามาแก้ไข แต่เนื่องจากขาดงบประมาณจากบริษัทแม่สนับสนุนทำให้ไม่สามารถทำได้ ขอยกกรณีตัวอย่างตอนที่บริษัทซีพีทำโลตัส ขาดทุนเนื่องจากมี inventory หายมากและไม่มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยของคงคลังที่ดี แต่เมื่อขายกิจการให้บริษัท TESCO เข้ามาดูแล ทางบริษัท TESCO ได้ลงทุนกับการรักษาความปลอดภัยของคงคลังมากขึ้นทำให้ในระยะยาวแล้วจะได้รับกำไรมากขึ้น ในประเด็นที่ผมยกขึ้นมานั้นเป็นเพียงข้อควรระวังเท่านั้น ในการพิจารณาถือหุ้นของบริษัทนี้ในระยะยาวเท่านั้น ถ้าหากบริษัทมีการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมและดีขึ้นจะส่งผลให้บริษัทที่น่าลงทุนมากบริษัทหนึ่งครับ
ขอบคุณที่รับฟัง ถ้าหากท่านใดได้รับข้อมูลที่ล่าสุดกว่านี้จะเป็นความกรุณาอย่างสูงถ้าหากท่านตอบกลับเพื่อชี้แจง ขอบคุณครับ


Kao
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1256
Joined: Wed Dec 24, 2003 4:48 am

Re: CP7-11มีปัญหาคลังครับผม

Posts by Kao » Tue Jul 20, 2004 4:51 pm

ขอบคุณมากครับที่ให้ข้อมูล
ไว้ถ้าผมมีโอกาสได้ไปประชุมผู้ถือหุ้นคราวหน้า จะถามให้นะครับ
KokJ wrote:ตอนปีที่แล้วตอนที่เพื่อนผมไปฝึกงานที่คลังกระจายสินค้า เพื่อนผมบอกว่าในคลังนั้นจะมีการหายของ inventory ทุกวัน ถึงแม้บริษัทมีนโยบายในการป้องกันแต่ก็ยังไม่พอเพียงเพราะยังมีการสูญเสียอยู่ทุกวัน ซึ่งคนในองค์กรเองก็รับรู้แต่พยายามหามาตรการต่างๆเข้ามาแก้ไข แต่เนื่องจากขาดงบประมาณจากบริษัทแม่สนับสนุนทำให้ไม่สามารถทำได้ ขอยกกรณีตัวอย่างตอนที่บริษัทซีพีทำโลตัส ขาดทุนเนื่องจากมี inventory หายมากและไม่มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยของคงคลังที่ดี แต่เมื่อขายกิจการให้บริษัท TESCO เข้ามาดูแล ทางบริษัท TESCO ได้ลงทุนกับการรักษาความปลอดภัยของคงคลังมากขึ้นทำให้ในระยะยาวแล้วจะได้รับกำไรมากขึ้น ในประเด็นที่ผมยกขึ้นมานั้นเป็นเพียงข้อควรระวังเท่านั้น ในการพิจารณาถือหุ้นของบริษัทนี้ในระยะยาวเท่านั้น ถ้าหากบริษัทมีการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมและดีขึ้นจะส่งผลให้บริษัทที่น่าลงทุนมากบริษัทหนึ่งครับ
ขอบคุณที่รับฟัง ถ้าหากท่านใดได้รับข้อมูลที่ล่าสุดกว่านี้จะเป็นความกรุณาอย่างสูงถ้าหากท่านตอบกลับเพื่อชี้แจง ขอบคุณครับ


ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6404
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Thu Jul 22, 2004 11:26 am

เคยทราบว่าบริษัทมีกิจการห้างโลตัสที่ประเทศจีนด้วยนี่ครับ
ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ
เพราะคู่แข่งค่อนข้างแยะ เช่นคาร์ฟู วอลล์มาร์ท และล่าสุด เทสโก เข้าไปลงทุนด้วยครับ

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
tenkafubu
Verified User
Posts: 224
Joined: Wed Apr 23, 2003 5:12 pm

การยึดสมรภูมิ

Posts by tenkafubu » Wed Sep 01, 2004 12:56 am

ผมว่า 7-11 เป็นธุรกิจที่ดี และจะอยู่ไปอีกนานครับ..
...จากการใช้ชีวิตประจำวัน คนอย่างเราๆ เดี๋ยวนี้จะหาร้านขายของเล็กๆน้อยๆก็หายากครับ แถมสะดวก24ชั่วโมงอีก
...เด็กๆ เดี่ยวนี้ ก็ร้องบอกแม่ "แม่ๆ จะเข้า 7, จะกินสเลอปี้" การจดจำใน brand มีมาตั้งแต่เด็กแล้ว
...ผมเคยมีความคิดว่า ร้าน 7-11 นี้ทำลายโชว์ห่วย แต่บัดนี้ความคิดนี้เปลี่ยนไป เนื่องจากระบบการจัดการของ 7-11 เอง ดีกว่า
...การควบคุมพื้นที่ป้องกันการโจมตีก็ชัดเจน คู่แข่งเข้ามายากน่าดู
...การพิจารณาถึงสินค้าที่เหมาะกับพื้นที่นั้น ส่งผลให้ การขายของดีขึ้น ไม่ค้างเก่าเก็บ
...การต่อรองต่อ Supply ก็ดีกว่า มีอำนาจเหนือ
...ส่วนลูกค้า เรื่องต่อราคาหมดสิทธิ์
...การตั้งราคาที่สูงกว่าร้านค้าทั่วไปบางรายการ ก็เป็นผลดี หากไม่สังเกตจะไม่รู้ว่าแพงกว่า
8) เพียงแต่ว่าราคานั้นสูงจังแงะ หรือว่ามันจะไม่ต่ำไปกว่านี้แล้ว

3M Only...
Market Cap.

User avatar
sombuak
Verified User
Posts: 31
Joined: Sun Mar 20, 2005 10:27 am

Posts by sombuak » Mon Mar 21, 2005 3:45 pm

ตามที่ดูจากงบปี 47 มีเรื่องน่าสนใจว่าตอนนี้ผลกำไรจากธุรกิจอื่นๆ (เคาน์เตอร์เซอร์วิส + โรงงานเบเกอรี + รีเทลลิงค์) มีกำไรแซงหน้าธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อไปแล้วครับ ทั้งๆที่มีรายได้ต่ำกว่า

ส่วนรายได้ + กำไรจากโลตัสในจีนก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ผู้บริหารให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปี 48 นี้จะเปิดร้าน 7-Eleven เพิ่มขึ้น 400-450 สาขา (จาก 3,800 กว่าๆสาขา) แล้วยอด same store growth ปีที่แล้วทำได้ 6.6% ส่วนปีนี้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 3-5% แต่มีแย้มๆว่า เท่าที่รันมาในไตรมาส 1 ตัวเลข same store growth ดีกว่าปีที่แล้วอีก

สำหรับโลตัสที่จีน (CP7-11 ถือหุ้นอยู่ 30%) ปีนี้จะขยายสาขาเพิ่มอีก 5 แห่ง

ส่วนปัญหาเรื่องสภาพคล่องจะมีการจ่ายหุ้นปันผลในอัตรา 1:1 แล้วหลังจากนั้นจะแตกพาร์ จาก 5 บาทเป็น 1 บาทด้วยครับ

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

Ongsa
Verified User
Posts: 135
Joined: Wed Aug 20, 2003 9:45 pm

Posts by Ongsa » Wed Mar 23, 2005 11:35 am

ขอเสริมสักนิดในเรื่องกลยุทธ์นะครับ
หากใครศึกษาหมากล้อม จะพบว่า CP7-11
ดำเนินกลยุทธ์เดียวกัน
คือค่อยๆขยาย เพิ่มสาขา แทรกซึม และยึดทำเลสำคัญ
จนปัจจุบันเราจะไม่รู้สึกว่าร้านค้าประเภทนี้เป็นสิ่งแปลก
และกลับมองหาร้านค้านี้เสียอีก
เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ แย้งได้ไม่ว่ากันครับ


:D

โชคดีมีเงินใช้ทุกท่านครับ


Prach
Verified User
Posts: 13
Joined: Tue Mar 15, 2005 5:43 pm

.

Posts by Prach » Thu Mar 24, 2005 1:18 am

คุณก่อศักดิ์ มีระดับฝีมือหมากล้อม 5 ดั้งสมัครเล่น
ซึ่งเป็น 5 ดั้งที่ได้รับจากปรมาจารย์หมากล้อมยุคใหม่ อู๋ ชิง หยวน ซะด้วย
เรื่องกลยุทธการวางสาขาก็อย่างที่คุณ tenkafubu ว่า
"การควบคุมพื้นที่ป้องกันการโจมตีก็ชัดเจน คู่แข่งเข้ามายากน่าดู"
เรื่องวางกลยุทธคุมพื้นที่นี่แหละ หัวใจของหมากล้อมเลย

...ถ้าจะให้เกรดบริษัท 1 ดาวถึง 5 ดาว
ผมขอให้เซเว่น 5 ดาวครึ่งเลยแล้วกัน

ผมเองไม่ได้ถือ CP7-11 เพราะตอนนี้ยังราคาสูง
แต่ถ้ามีโอกาสก็คงรีบคว้าล่ะครับ


User avatar
tummeng
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3666
Joined: Wed Jan 21, 2004 9:27 am

Posts by tummeng » Wed Jun 01, 2005 10:50 pm

ข่าวครับ

*********************

เซเว่นฯใช้กลยุทธ์เป็ดลอยน้ำสู้เศรษฐกิจ
ปรับตามภาวะตลาด ชี้ครึ่งปีหลังเหนื่อย ลูกค้าซื้อเท่าที่จำเป็น

โพสต์ทูเดย์ บิ๊กเซเว่น อีเลฟเว่น เผยทิศค้าปลีกครึ่งปีหลังผู้บริโภคออมกำลังซื้อลดสินค้าฟุ่มเฟือย ลั่นขอขึ้นราคาเป็นรายสุดท้ายแม้รัฐประกาศลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล

นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ซี.พี.เซเว่น อีเลฟเว่น ผู้ให้บริการร้านค้าสะดวกซื้อ หรือคอนวีเนียนสโตร์ เซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกครึ่งปีหลังคาดว่าผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือยจะมีปัญหามากกว่า กล่าวคือ เมื่อภาพรวมเศรษฐกิจดีผู้บริโภคมีเงินเดือนเต็ม 100% ก็จะจับจ่ายซื้อสินค้าเต็มจำนวน 100% แต่หากภาพรวมเศรษฐกิจไม่ดี ผู้บริโภคจะลดกำลังซื้อและเลือกเก็บเงินสดไว้กับตัวมากกว่า

ส่วนการที่ภาครัฐประกาศลอยตัวราคาน้ำมัน ดีเซลนั้นไม่ส่งผลกระทบมากนักกับการดำเนินการของเซเว่นฯ เพราะบริษัทวางกลยุทธ์ของร้านค้าให้ยืดหยุ่นคล้ายกับ เป็ดลอยน้ำ ที่ปรับสมดุลตามผิวน้ำที่ขึ้นลง ลักษณะเดียวกับสภาพเศรษฐกิจ ขณะที่ซัพพลายเออร์เองก็มีการปรับตัวมาล่วงหน้าแล้วเช่นกัน โดยในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีเจ้าของสินค้าหลายรายอาทิ กลุ่มนม เบเกอรี่ ฯลฯ ขอปรับราคาขึ้น ซึ่งเซเว่นฯ ก็ให้เจ้าของสินค้าไปเจรจากับทางกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นผู้พิจารณาเป็นรายๆ ไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเซเว่นฯ ณ ขณะนี้จะยังไม่ปรับราคาสินค้าขึ้นแต่อย่างใด และหากมีก็จะขอเป็นรายสุดท้าย

นายปิยะวัฒน์ เสริมว่า บริษัทมีแผนขยายสาขาร้านสะดวกซื้อเซเว่นฯ เพิ่มจนครบ 3,300 สาขาภายในปีนี้ ใช้งบลงทุนกว่า 750 ล้านบาท โดยขณะนี้ เซเว่นฯ ฉลองครบรอบสาขาจำนวน 3,000 สาขาและมีแฟรนไชส์สาขาประมาณ 32% โดยแนวโน้มการขยายสาขาจะให้ครอบคลุมไปถึงแหล่งชุมชนขนาดเล็กๆ มากขึ้น และคาดว่าภายใน 5 ปีนับจากนี้จะมีสาขาเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศราว 5,000 สาขา แบ่งออกเป็นสาขาแฟรนไชส์ 50% หรือ ประมาณ 2,500 สาขา คิดเป็นการขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 450 สาขา

ทั้งนี้ หลังวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา เซเว่นฯ มีอัตราขยายตัวสาขาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 300-400 สาขาต่อปี ขณะที่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนั้นบริษัทมีการขยายสาขาใหม่ประมาณ 200-300 สาขาต่อปี และก่อนหน้าวิกฤตมีอัตราการขยายสาขาเฉลี่ย 100-200 สาขาต่อปีเท่านั้น ซึ่งเป็นแนวโน้มปัจจุบันที่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการจับจ่ายซื้อสินค้าที่สะดวกและอยู่ใกล้แหล่งพักอาศัยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเศรษฐกิจไม่ดีแต่ในส่วนของสินค้าพื้นฐานที่จำเป็นยังสามารถขายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งตรงกับกลยุทธ์การดำเนินการของเซเว่นฯ ในปีนี้ ที่ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจให้นำสินค้าที่ดีที่สุดมาจำหน่ายที่ร้านค้าเซเว่นฯ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เซเว่นฯ กลัวมากที่สุดขณะนี้คือ กลัวตัวเองไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่กลุ่มลูกค้าเดิมเมื่อ 16 ปีก่อนมีอายุเพิ่มมากขึ้นและมีความต้องการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน ดังนั้น เซเว่นฯ จะต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมลูกค้าตลอดเวลา โดยปัจจุบันมียอดลูกค้าเฉลี่ยกว่า 3 ล้านรายต่อวัน จาก 3,000 สาขา มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 4-5%

Price is what you pay. Value is what you get...

pa_chit
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 224
Joined: Wed Jan 28, 2004 11:28 am

Posts by pa_chit » Sat Jun 04, 2005 1:32 am

ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการปันผลเป็นหุ้นเลยครับ สรุปแล้วมัน dilute หรือไม่ครับ

เท่าที่เช็คข่าวดู หลังจากที่ปันผลเป็นหุ้น ก็เพิ่มทุนจดทะเบียนรับหุ้นที่ปันผลไป

หลังจากนั้นจึงแตกพาร์จาก 5 บาท เป็น 1 บาท เท่าที่ผมดูเหมือนกับว่าหุ้นมันเพิ่มมาอีกเท่าตัวเลย

ถ้าผมเข้าใจผิด ช่วยอธิบายที :?:


SecondBoy
Verified User
Posts: 64
Joined: Sat Mar 05, 2005 10:50 pm

Posts by SecondBoy » Tue Jun 21, 2005 12:22 am

CP7-11 เชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2548
วันที่ 30 มิ.ย. 2548 14.00 ห้อง 1111A ชั้น 11 อาคาร C.P. Tower
วาระ
1. รับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2548
2. พิจารณาอนุมัตืการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัท ข้อ 8 เกี่ยวกับการซื้อหุ้นบริษัทคืน
3. เรื่องอื่นๆ

ที่เรียกประชุมครั้งนี้ประเด็นสำคัญคือ จะเพิ่มเติมในข้อบังคับเรื่องการซื้อหุ้นคืนว่าถ้าซื้อคืนไม่เกิน 10% ของทุนชำระ ให้กรรมการมีอำนาจอนุมัติได้เลย

:roll: สงสัยจังว่าบริษัทส่งสัญญาณอะไรหรือป่าวเนียะ
เพราะดูเหมือนไม่ค่อยเป็นเรื่องเร่งด่วนเท่าไร
แต่บริษัทถึงขนาดเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเลย
ยิ่งช่วงนี้กำลังฮิตซื้อหุ้นคืนกันอยู่

หมายเหตุ ไม่ได้มาเชียร์นะคร๊าบ :wink: มาเล่าสู่กันฟังเฉยๆ


Kao
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1256
Joined: Wed Dec 24, 2003 4:48 am

Posts by Kao » Wed Jun 22, 2005 12:02 am

pa_chit wrote:ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการปันผลเป็นหุ้นเลยครับ สรุปแล้วมัน dilute หรือไม่ครับ

เท่าที่เช็คข่าวดู หลังจากที่ปันผลเป็นหุ้น ก็เพิ่มทุนจดทะเบียนรับหุ้นที่ปันผลไป

หลังจากนั้นจึงแตกพาร์จาก 5 บาท เป็น 1 บาท เท่าที่ผมดูเหมือนกับว่าหุ้นมันเพิ่มมาอีกเท่าตัวเลย

ถ้าผมเข้าใจผิด ช่วยอธิบายที :?:
การปันผลเป็นหุ้นก็คือการเพิ่มทุนโดยที่ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ต้องจ่ายเงินเข้าบริษัท เนื่องจากบริษัทนำเงินปันผลนั้นมาเพิ่มทุนนั่นเอง

หลังจากเพิ่มทุน สัดส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงเดิม

เรื่องDilution Effect ถ้ามองในแง่EPSนั้นลดลงแน่นอน(จำนวนหุ้นมากขึ้น)
แต่กำไรสุทธิต่อผู้ถือหุ้น1คนยังคงเดิม


slam2711
Verified User
Posts: 44
Joined: Tue Jun 07, 2005 2:17 pm

Posts by slam2711 » Mon Nov 28, 2005 10:22 am

http://kelive.kimeng.co.th/kelive/userv ... ontId=3040

ไปเจอมาเลยเอามาฝากผู้สนใจ

ทุกๆ ความคิดเห็น คือแสงเทียนที่ช่วยส่องสว่างแก่ความมืดมิด
car audio
video&pic
mobile

Dech
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3881
Joined: Mon Dec 29, 2003 6:40 pm

Posts by Dech » Tue Feb 28, 2006 10:09 pm

หลักทรัพย์ CP7-11  
 หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3)  
 วันที่/เวลา 27 ก.พ. 2549 14:10:00  
 
 
 
                  สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3)
                         บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน)

                                              ตรวจสอบ
                                            (หน่วย : พันบาท)
                                           สิ้นสุดวันที่  31 ธันวาคม
                                              งวด 1 ปี
              ปี                            2548            2547

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                  1,507,732       1,695,918
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)            0.34            0.39

 ประเภทของความเห็นของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน :
     ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

      "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้
       จัดส่งงบการเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้น
       ฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                                       ( นายเกรียงชัย  บุญโพธิ์อภิชาติ )
                          ตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านการเงินและลงทุนสัมพันธ์
                                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ



หลักทรัพย์ CP7-11  
 หัวข้อข่าว การจ่ายเงินปันผลและแจ้งวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 1/2549  
 วันที่/เวลา 27 ก.พ. 2549 14:04:00  
 
 
 
      ที่ AFF005/2006
   
    วันที่       27 กุมภาพันธ์ 2549
   
    เรื่อง       แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2549
          การจ่ายเงินปันผลประจำปี 2548 และประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549
          บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน)
   
    เรียน      กรรมการและผู้จัดการ
          ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
   
          บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") ขอเรียนให้ทราบว่า ที่ประชุม
    คณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2549 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 9:00-12:00 น. ณ
    ห้องประชุมบอร์ดรูม ชั้น 34 อาคารทรูทาวเวอร์ เลขที่ 18 ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง
    กรุงเทพมหานคร ได้มีมติที่สำคัญดังนี้
   
    1.      มีมติพิจารณางบการเงินสำหรับปี 2548 และให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ
    ต่อไป
   
    2.      มีมติให้จ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2548 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท และจ่าย
    เงินปันผลพิเศษให้แก่ผู้ถือหุ้นเพิ่มเติมอีกหุ้นละ 0.10 บาท  รวมเป็นจ่ายเงินปันผลทั้งสิ้นในอัตราหุ้น
    ละ 0.30 บาท สำหรับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 4,423,538,610 หุ้น  และผู้ถือหุ้นใหม่จากการใช้สิทธิ
    ซื้อหุ้นครั้งที่ 3/2549 ตามใบสำคัญแสดงสิทธิในวันที่ 15 มีนาคม 2549 สูงสุดไม่เกิน 11,765,730
    หุ้น  รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้นไม่เกิน 1,330,591,302 บาท  คิดเป็นอัตราร้อยละ 88 ของกำไร
    สุทธิหลังหักภาษีเงินได้  โดยจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นตามทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 7 เมษายน 2549
    ซึ่งเป็นวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น  และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2549
    การจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติต่อไป
   
    3.      มีมติอนุมัติตั้งบริษัทเพื่อประกอบกิจการสถานฝึกอบรม โดยมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท
    และให้บริษัท
     ซี. พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงทุนทั้งหมดในบริษัทใหม่นี้
   
    4.      มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัท ศึกษาภิวัฒน์ จำกัด ซึ่งบริษัทถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ
    99.99 จาก 300 ล้านบาท เป็น 810 ล้านบาท  เพื่อการลงทุนซื้อที่ดิน อาคาร ปรับปรุงอาคาร
    ระบบสาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม เครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนการสอน และใช้เป็นเงิน
    ทุนหมุนเวียน สำหรับสถาบันอุดมศึกษาเอกชน  ที่กำลังจัดตั้งขึ้นโดยให้อยู่ภายใต้บริษัท ศึกษาภิวัฒน์
    จำกัด  และอนุมัติให้บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ลงทุนเพิ่มในบริษัท
    ศึกษาภิวัฒน์ จำกัด จำนวนดังกล่าวทั้งหมด
    5.      มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัท ในหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 3 เพื่อรองรับ
    ประเภทการค้าและธุรกิจที่เพิ่มขึ้น  โดยการแก้ไขดังกล่าวจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณา
    อนุมัติต่อไป
   
    6.      มีมติให้แต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระในครั้งนี้ได้แก่  นาย
    ธนินท์ เจียรวนนท์ , นายก่อศักดิ์    ไชยรัศมีศักดิ์ , นายอำรุง สรรพสิทธิ์วงศ์ และ  นายสุภกิต
    เจียรวนนท์   โดยให้กลับเข้ามาเป็นกรรมการของบริษัทอีกวาระหนึ่ง  การพิจารณาแต่งตั้ง
    กรรมการจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเลือกตั้งกรรมการทีละตำแหน่งต่อไป
   
    7.      มีมติอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการบริษัท ดังนี้
                                        บาท/คน/เดือน      จำนวน(คน)
    ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ      100,000            1
    กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ             80,000            2
    ประธานกรรมการบริษัท                  100,000            1
    รองประธานกรรมการบริษัท                  80,000            1
    กรรมการบริษัท                  40,000            8
          รวม                  760,000            13
    และจะได้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อรับทราบต่อไป
   
    8.      มีมติให้แต่งตั้งผู้สอบบัญชีใหม่คือ นายเจริญ ผู้สัมฤทธิ์เลิศ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทะเบียน
    เลขที่ 4068 นางสาวสมบูรณ์ ศุภศิริภิญโญ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทะเบียนเลขที่ 3731 นางสาวกัลยา
    รัตน์ ชัยวรพงศา ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทะเบียนเลขที่ 3460 และนายไวโรจน์ จินดามณีพิทักษ์ ผู้สอบ
    บัญชีรับอนุญาต ทะเบียนเลขที่ 3565 เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทประจำปี 2549  โดยให้ผู้สอบบัญชีคน
    ใดคนหนึ่งมีอำนาจในการตรวจสอบบัญชี  และแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทได้  และให้ได้
    รับค่าตอบแทนเท่ากับปี 2548 จำนวน 3.8 ล้านบาทต่อปี  การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและค่าตอบแทนดัง
    กล่าว  จะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
   
    9.      รับทราบการลาออกของนางสาว ยุน เชียงจากการเป็นกรรมการบริษัท และ มีมติแต่งตั้ง
    Mr. John S. Lim เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทแทน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2549
   
    10.      มีมติให้กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 ในวันที่ 28 เมษายน 2549 เวลา
    15:00น. ณ ห้องประชุม 1111A ชั้น 11 อาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์  เลขที่ 313 ถนนสีลม แขวง
    สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร   โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น  เพื่อสิทธิในการ
    เข้าประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2549 และสิทธิได้รับเงินปันผล  ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ของวันที่
    7 เมษายน 2549  เป็นต้นไปจนกว่าการประชุมจะแล้วเสร็จ  และมีระเบียบวาระการประชุมดังต่อ
    ไปนี้
    1)      รับรองรายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2548
    2)      พิจารณารายงานของคณะกรรมการที่เสนอต่อที่ประชุม แสดงถึงผลการดำเนินงานของ
    บริษัทในรอบปีที่ผ่านมา
    3)      พิจารณาอนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน สำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2548
    4)      พิจารณาอนุมัติการจัดสรรกำไรและอนุมัติการจ่ายเงินปันผล
    5)      พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ
    6)      พิจารณารับทราบค่าตอบแทนกรรมการบริษัท
    7)      พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน
    8)      พิจารณาอนุมัติการแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของบริษัท ในหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 3
    9)      พิจารณาเรื่องอื่นๆ
   
   
   
    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
    ขอแสดงความนับถือ
   
   
    (นายเกรียงชัย  บุญโพธิ์อภิชาติ)
    ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ- การเงินและลงทุนสัมพันธ์
    ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์

phobenius
Verified User
Posts: 1976
Joined: Sun Nov 16, 2003 11:40 am

Posts by phobenius » Tue May 16, 2006 6:24 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่1(F45-3)
                       บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                                     (หน่วย : พันบาท)
                                           สิ้นสุดวันที่  31 มีนาคม
                                               ไตรมาสที่ 1
              ปี                            2549             2548

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    489,038         469,757
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)             0.11            0.11

 ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
     ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

 "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
  การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
  ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                                        ( นายทวีศักดิ์ แก้วรัตนปัทมา )
                              ตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการด้านบัญชีและการเงิน
                                    ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Thu Sep 07, 2006 11:50 pm

วันนี้พอมีข่าวไม่ดี หุ้นตกหนัก ได้โอกาสของขาใหญ่เข้าช้อนซื้อ Big Lot 15 ล้านหุ้นสบาย ๆ ได้ราคาที่ 6.20 บาทไม่ต้องไปแย่งซื้อตอนตลาดดี ๆ ไม่รู้สถาบันหรือกองทุนอะไรเข้าซื้อมากขนาดนี้กว่า 93 ล้านบาทในวันเดียวครับ

Sep, 07    Powered By  
Thai BIGLot Trade Roundup- Today's Trades  
Stock Price Quantity Value SET Price Time
CP7-11    6.20    15,000,000    93,000,000.00    6.20    10:00:12


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Thu Sep 07, 2006 11:55 pm

ยังไม่มีใคร Update ผลงานล่าสุด เลยไปค้นมาแปะให้ครับ

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3)
                    บริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน)

                                                  สอบทาน
                                            สิ้นสุดวันที่  30 มิถุนายน      (หน่วย : พันบาท)
                                      ไตรมาสที่ 2         งวด 6 เดือน
             ปี                    2549         2548        2549        2548

  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              387,973     386,594     877,011     856,351
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)       0.09        0.09        0.20        0.19

  ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
       ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

 "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
  การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
  ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                              ลงลายมือชื่อ ______________________
                                        ( นายทวีศักดิ์ แก้วรัตนปัทมา )
                              ตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการด้านบัญชีและการเงิน
                                    ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 11:25 am

ไปดูข้อมูลการเปิดสาขา ของกลุ่ม Tesco Lotus ซึ่ง Cp7-11 มีเอี่ยวอยู่ด้วย มีข้อมูลน่าสนใจมากครับ

Stores Worldwide
The following table shows the number of stores, total store size in square feet and sales for Tesco's international operations. The store numbers and floor area figures are as at 25 February 2006 but the turnover figures are for the year ended 31 December 2005, except for the Republic of Ireland data, which is at 25 February 2006, like the UK figures. This information is taken from the 2006 final broker pack.
Country Entered Stores Area (sq ft)
Turnover (£ million)
China
2004 39 3,505,000 Note 1
Czech Republic
1996 35 2,575,000 473
France
1992 1 16,000 Note 2
Hungary
1994 87 3,282,000 1,088
Republic of Ireland
1997 91 2,140,000 1,546
Japan
2003 111 385,000 300
Malaysia
2002 13 929,000 151
Poland
1995 105 4,778,000 917
Slovakia
1996 42 2,289,000 393
South Korea
1999 62 4,129,000 2,132
Taiwan
Note 3 6 484,000 134
Thailand
1998 219 6,768,000 1,087
Turkey
2003 8 623,000 182
Note 1: The business in China is a joint venture and its turnover is not reported in Tesco's 2006 brokers' pack.
Note 2: Tesco owned a French chain called Catteau between 1992 and 1997. Its existing single store in France is a wine warehouse in Calais, which opened in 1995 and is targeted at British day trippers. Wine is much cheaper in France than in the UK because the duty is far lower. Turnover is not reported separately.
Note 3: In Sept 2005 Tesco announced an asset-swap deal with Carrefour. The six Taiwanese stores will be swapped for 11 hypermarkets in the Czech Republic and four stores in Slovakia.
Note 4:Tesco Stores (Malaysia) Sdn Bhd was incepted on 29 Nov 2001, as a strategic alliance with local conglomerate, Sime Darby Berhad of which the latter holds 30% of total shares.
Financial performance
Tesco is listed on the London Stock Exchange under the symbol TSCO. It also has a secondary listing on the Irish Stock Exchange with the name TESCO PLC.
All figures below are for the Tesco's financial years, which run for 52 or 53 week periods to late February. Up to the 26 February 2006 period end the numbers include non-UK and Ireland results for the calendar year ended on 31 December in the accounting year. For the 25 February 2006 period end the non-UK and Ireland accounting date was brought into line with the UK and Ireland. The figures in the table below include 52 weeks/12 months of turnover for both sides of the business as this provides the best comparative. Including 60 weeks of non-UK and Ireland sales the figures to 25 February 2006 were: revenue £39,454 million; profit before tax £2,235 million; profit for year £1,576 million; basic earnings per share 20.07 pence. In the first quarter of its 2006-07 financial year Tesco's sales were 10.4% up on a year earlier. [6]
52/3 weeks ended Turnover (£m) Profit before tax (£m) Profit for year (£m) Basic earnings per share (p)

25 February 2006
38,300 2,210 1,858 19.70
26 February 2005
33,974 1,962 1,366 17.44
28 February 2004
30,814 1,600 1,100 15.05
22 February 2003
26,337 1,361 946 13.54
23 February 2002
23,653 1,201 830 12.05
24 February 2001
20,988 1,054 767 11.29
26 February 2000
18,796 933 674 10.07
27 February 1999
17,158 842 606 9.14
28 February 1998
16,452 760 532 8.12
As of its 2006 year end Tesco was the fourth largest retailer in the world. The three largest are Wal-Mart, Carrefour and Home Depot. METRO was only just behind and might move ahead again if the euro strengthens against the pound, but METRO's sales include many billions of wholesale turnover, and its retail turnover is much less than Tesco's.


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 11:33 am

ข้อมูลแรกนั้น เป็นยอดการเปิดสาขาของ Tesco Lotus ลองเปรียบเทียบ การเปิดสาขา ของเมืองไทย กับเมืองจีนดูนะครับ

พลเมืองเมืองจีนมากกว่าไทยกว่า 19 เท่า พื้นที่การขายน้อยกว่าเมืองไทย เกือบ 2 เท่า
แต่เปิดสาขาเพียง 39 แห่ง แถมผลการดำเนินงานขาดทุน ตรงนี้เกิดอะไรขึ้น

แต่เมืองไทยเปิดสาขาเกือบ 200 กว่าสาขา พื้นที่การขายก็มากกว่า โดย กลุ่ม Tesco มาลงทุนเองด้วย


และที่สำคัญไปดูผลการดำเนินงานของ Tesco ซิครับ กำไรเพิ่มต่อเนื่อง


แต่ที่น่าสังเกตก็คือ ธูรกิจในเมืองจีนนั้นเริ่มช้ากว่าเมืองไทย ดังนั้น ช่วงนี้จึงเป็นช่วงของการขยายสาขาเพื่อเพิ่มการเติบโตไปก่อน

แต่ประเด็นก็คือ การลงทุนของ Cp7-11 จะถึงจุด Breake even Point เมื่อไหร่

แต่ดูการเปิดสาขาเมื่อเทียบกับภูมิภาคแล้ว ยังน่าจะโตต่อไปได้อีกมากครับ

แต่ปัญหาหลักในขณะนี้ อยู่ที่Cp7-11 จะบริหารให้สาขาเดิมที่มีอยู่ทำกำไรได้เร็วขึ้นได้แค่ไหน

เพราะแค่พื้นที่และกำลังซื้อก็ใหญ่โตกว่าเมืองไทยมากตามข้อมูลที่นำมาเปรียบเทียบให้เห็นครับ เทียบทั้งประเทศไทย กับประเทศที่ Tesco ไปเปิด พร้อมกับพื้นที่การขายครับ ข้อมูลตรงนี้มีใครจะวิเคราะห์เพิ่มเติมอย่างไรครับ เชิญเพื่อน ๆ พี่ ๆ ช่วย Comment ด้วยครับ


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 11:56 am

เอาของคู่แข่งขันในตลาดจีนและเอเชียมา Post เพิ่มเติมครับ ปรากฏว่า คู่แข่งขันไปไกลมากเหมือนกัน คือ Carrefour ไปแล้วเกือบ 307 แห่ง แล้วครับ แต่ไม่ได้บอกพื้นที่การขายไว้

Asia
Carrefour was the first international retailer to establish a presence in Asia in 1989, with a presence in 6 countries. Carrefour also operates in the United Arab Emirates in a joint venture with Majid al Futtaim [2].
Country First store Number of stores Hypermarkets Supermarkets Hard Discounters
People's Republic of China
1995 307 73 - 234
Taiwan (Republic of China)
1989 45 45 - -
Indonesia
1998 21 21 - -
Malaysia
1994 8 8 - -
Singapore
1997 2 2 - -
Thailand
1996 49 23 - -


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 12:05 pm

ยังหาข้อมูลของคู่แข่งอื่น ๆ อยู่ ยังไม่เจอนะครับ ด้วยเฉพาะ วอลมาร์ก

แต่ไปเจอข้อมูลการวางแผนการขยายสาขาของ TESCO Lotus ในเอเชียแทนครับ ซึ่งตามแผนก็เตรียมขยายเพิ่มอีกประมาณ 12 สาขา

โดยดูผลการดำเนินงาน ทั้งการเปิดสาขาและกำไรของตลาดเอเชียของ TESCO ก็มีการเติบโตที่สูงพอควรทุกปีครับ

Asia
Following the first moves overseas into Central Europe, Tesco launched its Asian business through the acquisition of the Lotus chain in Thailand in 1998. Today over eight million customers every week shop in 450 stores across Asia: in China, Japan, Malaysia, South Korea, Taiwan and Thailand.

The multi-format approach is key to Tesco's success in Asia, with hypermarkets in most markets and other formats such as Express and compact hypermarkets where appropriate. One of the newest formats is the Value format in Thailand. Value stores have very low construction and maintenance costs and can be found in small communities, which would not normally benefit from a hypermarket because of their size.

Asia at a glance


 

Year of
entry Number of
stores Sales area
(million sq ft) Planned store
openings
2005/06  
China 2004 39 3.5 12

--------------------------------------------------------------------------------

Japan 2003 111 0.3 10

--------------------------------------------------------------------------------

Malaysia 2001 13 0.9 4

--------------------------------------------------------------------------------

South Korea 1999 62 4.1 47

--------------------------------------------------------------------------------

Taiwan 2000 6 0.5 -

--------------------------------------------------------------------------------

Thailand 1998 219 6.8 207

--------------------------------------------------------------------------------

 450 16.1 280

--------------------------------------------------------------------------------

(correct to end of 04/05 financial year (International: 31 Dec 2004))
China we have now established a strong local team which has begun to accelerate our expansion programme in China beyond the Yangtse delta and manage the transfer of Tesco know-how and systems into the business. Hymall now has 39 hypermarkets and 12 more planned in the current year.


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 4:57 pm

สำหรับ Turnover ของ Tesco Lotus ในตลาดเอเชีย น่าสนใจมากคือ

Turnover ex (vat) (ปอนด์ Billion)
ปี turnover
01     0.9
02     1.4
03     2.0
04     2.7
05     3.0

ตัวเลขย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเทียบกันระหว่างปี 04 กับ 05 เติบโต 11.11%

แต่กำไร (ปอนด์ million)
01     4
02     29
03     71
04     122
05     152

ตัวเลขย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน ล่าสุดเทียบกันระหว่างปี 04 กับ 05 เติบโต 24.59%

ตรงนี้จึงไม่แปลกใจว่า ทำไม Tesco Lotus ถึงพยายามรุกตลาดเอเชีย ก็ดูกำไรซิครับ Turnover เพิ่มขึ้น 11.11% แต่กำไรกลับเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าคือ 24.59% ได้ทั้ง Turnover และ Margin ทีดีขึ้น แบบนี้ไม่ขยายในตลาดเอเชียได้อย่างไรครับ


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 5:24 pm

ไปเจอข้อมูลของ Wal-mart แล้วครับ เข้าไปเปิดสาขาในประเทศจีนก่อน Tesco คือเข้าไปเมื่อ August 96 เกือบ 10 ปี แต่พึ่งเปิดสาขาไปเพียง 45 แห่ง เทียบกับ Tesco Lotus ซึ่งมีอยู่ 39 แห่ง โดยของ Tesco เข้าไปช้ากว่า ทำให้ต้องเร่งในการเปิดสาขา แข่งกับคู่แข่งต่างชาติรายใหญ่ระดับโลก ทั้ง Wal-mart และ คาร์ฟู ครับ ในเมืองไทย Wal-Mart กลับยังไม่มาครับ

Wal-Mart International 1,608 total units
Mexico (697)
Puerto Rico (54)
Canada (262)
Argentina (11)
Brazil (149)
China (45)
South Korea (16)
Germany (91)
United Kingdom (283)

Entered Mexico in November 1991.
Entered Puerto Rico in August 1992.
Entered Canada in November 1994.*
Entered Argentina in November 1995.
Entered Brazil in November 1995.
Entered China in August 1996.
Entered Germany in January 1998.*
Entered South Korea in July 1998.*
Entered United Kingdom in July 1999.*
Entered Japan in March 2002.**
*Entered these countries through acquisitions.
**Wal-Mart owns a 37.8% interest in Seiyu, Ltd., a leading retailer with over 400 stores throughout Japan.


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 5:43 pm

แล้วทำไมบริษัทค้าปลีกระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น วอลมาร์ก คาร์ฟู หรือ Lotus ที่ CP ปลุกปั้มเพื่อให้มีการขยายการเติบโตอย่างหนัก มีอะไรที่ทำไม CP ถึงยอมลงทุนเกือบ 39 แห่งในขณะนี้ และกำลังจะขยายเพิ่มขึ้น ทั้งที่การดำเนินการยังขาดทุนในบางสาขาอยู่ ดูตรงนี้ครับ

ประชากรของประเทศจีน มีทั้งหมด 1315.844 ล้านคน มากกว่าประเทศไทยประมาณ 19.62 เท่า ดังนั้นน่าจะมีกำลังซื้อมหาศาลในอนาคต

ดูกำลังซื้อตรงไหน

ดูตรงนี้ครับ ปี 2000 ประชากรของจีนมีอยู่ 1242.612 ล้านคน พอถึงปี 2005 ที่ผ่านมา มีประชากรเพิ่มขึ้น เกือบ 74 ล้านคน มากกว่าพลเมืองประเทศไทยทั้งประเทศที่มีประมาณเพียง 67 ล้านคน จะเป็นได้อัตราการเพิ่มของประชากรของจีน ก็จะเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ที่ทำให้ต่างชาติต้องรีบเข้าไปลงทุนยึดพื้นที่กันก่อน ตามข้อมูลที่ปรากฏ ดังนั้น การลงทุนอาจต้องใช้เวลาในการดำเนินงาน แม้แต่ Wal-mart ก็ต้องใช้เวลากว่า 10 ปี ที่มีการขยายการลงทุนมาประเทศจีน จนมีกำไร เข้าใจว่าเกือบทุกสาขาเลยครับ

สำหรับขนาดกำลังซื้อเป็นอย่างไร ดูจาก GDP มีขนาดใหญ่เท่ากับ 8.859 $ Trilion โดยมี GDP Per Capita อยู่ที่ 7,204 $

สำหรับพื้นที่ของประเทศจีนต้องถือว่าเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ของโลก มีพื้นที่ประมาณ 3.7 million Squrare หรือขนาดมากกว่า 9.1 Million KM ครับ ซึ่งมีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 - 4 ของโลกทีเดียวเลยครับ

ผมคิดว่า ข้อมูลตรงนี้หละครับ ที่ทำให้ CP7-11 จึงยอมเจ็บตัวในการลงทุนที่ประเทศจีน แม้ว่าในขณะนี้ การเติบโตของประเทศไทยจะอยู่ในอัตราที่ดี สูงมาก ยอดขายทั้งสาขาเดิมก็เพิ่มสูงขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมก็เพิ่มสูงขึ้น แถมการเติบโตของสาขาที่ครอบคลุมพื้นที่ ปีละกว่า 500 สาขา โดยครึ่งปีก็เพิ่มไปแล้วกว่า 250 สาขา และยังมีแผนงานจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งธุรกิจในเมืองไทยถือว่าเป็น Model ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากแล้ว โดยถ้าบริษัทไม่เอาเงินไปลงทุนในประเทศจีน ผลการดำเนินงานจะดีกว่านี้มาก แต่ที่ผ่านมา เอาเงินไปลงทุนประเทศจีนปีละหลายพันล้านบาท แต่แม้จะลงทุนในประเทศจีนแล้วขาดทุน แต่ก็ยังมีระดับการทำกำไรที่ไม่ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา

ผมคิดว่า CP7-11 มองโอกาสตรงนี้ครับ

เพราะ การลงทุนต้องมองยาว ๆ

การเติบโตในเมืองไทย อย่างมากก็โตเพียง 1 ต่อ 19 เท่าของประเทศจีน

แต่ถ้าประเทศจีนเกิดติดลมบนเหมือนเมืองไทยในอนาคตที่ Modern Trade ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

ประชากรมีรายได้ GDP Per Capita สูงขึ้น

นโยบายประเทศจีนกระตุ้นให้พลเมืองใช้จ่ายมากขึ้นเพื่อประคองสถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศไม่ให้ตกต่ำลงอันเนื่องจากเศรษฐกิจที่อเมริกาอาจมีปัญหามากขึ้น ขาดดุลการค้ามากขึ้น ในขณะที่ประเทศจีนมีการได้เปรียบดุลการค้าที่สูงมาก มีเงินทุนสำรองที่สูงมาก มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้นมาก แถมสินค้าจีนยังเป็นสินค้าที่ส่งออกไปทั่วโลกที่แข่งขันด้านราคาได้ดีอีกด้วย ดังนั้นศักยภาพของประเทศจีนในอนาคต จึงเป็นประเทศที่น่าจับตามองอย่างยิ่งครับ ตรงนี้ผมคิดว่า กลุ่ม CP มองออกตั้งแต่ต้น จึงพยายามสร้างการเติบโตในต่างประเทศที่มี Potential สูงสุดตรงนี้ เพื่อหวังต่อยอดเป็น Growth Stock เช่นเดียวกับ Model ธุรกิจของ Wal-mart หรือ คาร์ฟู ซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติที่ประสบความสำเร็จในการขยายกิจการค้าปลีกในประเทศ และกำลังเข้าสู่การค้าปลีกระหว่างประเทศ ตามที่ผมนำข้อมูลมาให้ดูครับ


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 5:51 pm

รายละเอียดของข้อมูลการเปิดสาขาในเอเชีย พร้อม Turnover กำไรในตลาดเอเชียว่าสดใสขนาดไหน ดูที่ Websiteนี้ครับ

http://www.tescocorporate.com/asiadetailed.htm


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 5:56 pm

ถ้าอยากดูเปรียบเทียบกับ Supermarket ทั่วโลก ว่ามีการเปิดที่ใดมาก
ดูจาก web site ข้างล่างนี้ครับ มีรวมถึงประเทศไทยและประเทศจีนที่ผมไปเจอข้อมูลมาด้วย และสามารถลงรายละเอียดหาข้อมูลไปยัง Supermarket ของบริษัทต่างๆ ได้อีกด้วยครับ จะเห็นได้ว่า ธุรกิจเครือข่ายค้าปลีกนั้นยิ่งใหญ่จริง ๆ ครับ ของประเทศไทยยังเป็นแค่ตลาดเล็ก ๆ ตลาดเดียวเท่านั้นเมื่อเทียบกับตลาดโลกครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_supermarkets


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 8:32 pm

เอาตัวเลข Financial Hihlight มาฝากครับ                   2Q05                 2Q06 (ล้านบาท)
รายได้      23,565                24,980    เพิ่มขึ้น 6%
กำไรสุทธิ        387                        388         เพิ่มขึ้น 0.3%

รายได้ในอดีต ตั้งแต่ปี 03 -1H06
60731 78366 98948 51104
กำไรสุทธิในอดีต ตั้งแต่ปี 03 1H06
1339 1696 1508 877

ตอนนี้ยอดขายกำลังลุ้นปลายปีนี้ที่ 100,000 ล้านบาทเป็นปีแรกครับ โดยครึ่งปีก็ทำยอดสูงสุดในประวัติศาสตร์การก่อตั้งแล้ว กว่า 51104 ล้านบาทแล้วครับ
Major shareholders ครับ มี CP Group ถือ 45%  AIA ถือ 9% และกองทุน GIC 6%

ปัจจุบันมีหุ้นอยู่จำนวน 4434.5712 ล้านหุ้น PAR 1 บาท Market Cap 27050 ล้านบาท
Dividend yield 4.92% ณ ปันผลที่ 0.30 บาทต่อหุ้น ปีที่แล้ว Pay out Ratio ประมาณ 88% ครับ


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon Sep 18, 2006 8:36 pm

สำหรับสัดส่วนยอดขายระหว่างในประเทศและต่างประเทศเป็นดังนี้

ยอดขายในประเทศ 32763 ล้านบาทคิดเป็น 87.4% และยอดขายต่างประเทศ ผ่านบริษัทย่อย PRC ตามสัดส่วน 4702 หรือ เท่ากับ 12.6%

โดยโครงสร้างยอดขายเทียบกับครึ่ง ปี 05 สัดส่วน 88.7% ต่อ 11.3% กล่าวคือสัดส่วนจากต่างประเทศคือประเทศจีนเริ่มสูงขึ้น

แต่หากเทียบ Growth Rate เทียบกับครึ่งปี 05 จะเห็นได้ชัดเจนว่า
ประเทศไทย เติบโต เพิ่มขึ้น 735 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเพียง 2.29%
แต่สัดส่วนต่างประเทศคือประเทศจีนเพิ่มขึ้น 638 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 15.69%


ตรงนี้หละครับเป็นสิ่งที่ชี้ชัดว่า การเติบโตจากต่างประเทศโดยการเพิ่มจำนวนสาขาที่มากขึ้น จะทำให้บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง และมีโอกาสการเติบโตที่สูง เมื่อเทียบกับการเติบโตเฉพาะภายในประเทศ ซึ่งนับวันฐานของธุรกิจจะใหญ่ขึ้น และเติบโตได้ยากลำบากมากขึ้นครับ

ตัวเลขที่ทำให้ Cp7-11 มียอดการเติบโตของกำไรสุทธิไม่สูงเพราะปัจจุบัน ยังมีผลการดำเนินงานขาดทุนที่ประเทศจีน เนื่องจากอยู่ในช่วงการลงทุนเมื่อเทียบกับคู่แข่งขันเช่น wal-mart ตามที่ผมได้กล่าวถึงไว้

บริษัทได้ทำตัวเลขการวิเคราะห์ผลงานแยกกำไรจากการดำเนินงานของ ในประเทศและต่างประเทศออกมา ซึ่งผมคิดว่าตัวเลขนี้น่าสนใจมากครับคือ

โดยในครึ่งปีแรก ถึงแม้ประเทศไทยจะมีกำไรที่สูงขึ้น จากครึ่งปี 05 อยู่ที่ 1312 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 1685 ล้านบาท หรือสูงเพิ่มขึ้น 373 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้นสูงถึง  28.42% ซึ่งชี้ให้เห็นกลยุทธ์ของบริษัทคือ ได้เน้นเพิ่ม Margin ในประเทศไทยแทนการขยายตัวของยอดขายที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่าครับ


Post Reply