BLA

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
cyberman
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 280
Joined: Fri Jan 20, 2006 11:38 am

Re: BLA

Posts by cyberman » Wed Feb 22, 2012 8:02 pm

mamlabong wrote:
mamlabong wrote:
harikung wrote:ขอถามคำถามโง่ๆหน่อยนะครับ การกันสำรองนี่สูงสุดเท่ามี่จะเป็นไปได้นี่ประมาณกี่%ครับ หรือว่า65%นี่สูงที่สุดแล้ว
เท่าที่เคยเห็นคือ 80% ครับ
แต่พอรวมกับ product อื่นๆแล้วก็ไม่น่าจะเกิน 65% ครับ
มันจะลบอะไรนักหนาครับ
แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่อยู่กับบริษัทประกันชีวิตมาหลายบริษัท
แล้วยังจะติดลบอีก คุณต้องการอะไรกันหรอครับ ???
คุณเข้าใจที่ผมพูดหรือเปล่าครับถึงมากดลบนี่
คำตอบนี้มีประโยชน์มากเลยครับคุณ mamlabong กำลังจะ post ถามพอดีเลยครับ ว่ากรมธรรม์ที่ตั้งสำรองสูงสุดนี่ประมาณกี่ %
แสดงว่าอย่างแย่สุดถ้าขายกรมธรรม์ที่ต้องตั้งสำรองสูงๆ แสดงว่า worst case ตัวเลขการตั้งสำรองจะเข้าใกล้ 80% ใช่เปล่าครับ ขึ้นอยู่กับ Product mix ว่าขายกรมธรรม์ที่ต้องตั้งสำรองสูงหรือเปล่า

1. กรมธรรม์ประเภทสะสมทรัพย์หรือเปล่าครับที่ต้องตั้งสำรองสูงถึง 80%
2. 100% ลบด้วย % การตั้งสำรอง นี่เทียบได้กับอัตรากำไรขั้นต้นหรือเปล่าครับ
3. ถ้าค่าเฉลี่ยประมาณ 65% แสดงว่าต้องมีกรมธรรม์บางแบบที่ตั้งสำรองต่ำกว่า 50% หรือครับ กรมธรรม์แบบไหนทำไมกำไรดีจัง


Elessar
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 177
Joined: Tue Oct 23, 2007 11:11 pm

Re: BLA

Posts by Elessar » Wed Feb 22, 2012 8:03 pm

ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2554 และ 2553 ของบริษัทฯคำนวณขึ้นในอัตราร้อยละ 25 หลังจากบวกกลับด้วยสำรองและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ไม่อนุญาตให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษี

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนครับว่า financial accounting กับ tax accounting ต่างกัน
รายจ่ายบางรายการใน financial accounting ไม่อณุญาตให้เป็นรายจ่ายในทางภาษีได้จึงต้องบวกกลับ
เมื่อadjust ทุกอย่างได้ taxable income แล้วก็เสียภาษีตามนั้น
ถ้าบริษัททั่วไปก็30% แต่สำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดจะได้รับลดหย่อนเหลือ25% (ตามนี้http://www.rd.go.th/publish/38893.0.html)

ซึ่งตรงที่เขียนว่า tax ใน Income statement จะเป็นภาษีที่เสียไปจริงโดยคิดตาม tax accounting ในขณะที่ expense ใน income statement คิดตามหลัก financial accounting จึงทำให้มัน < หรือ >25% ได้


cyberman
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 280
Joined: Fri Jan 20, 2006 11:38 am

Re: BLA

Posts by cyberman » Wed Feb 22, 2012 8:05 pm

กดบวกให้แล้วครับ คุณ mamlabong


mamlabong
Verified User
Posts: 237
Joined: Mon Aug 09, 2010 11:00 pm

Re: BLA

Posts by mamlabong » Wed Feb 22, 2012 8:06 pm

เดี๋ยวเรื่องของเงินสำรอง ผมจะคุยกับบางคนให้ทำสไลด์ให้นะครับ
จะได้เข้าใจตรงกันว่าตกลงเงินสำรองมันคืออะไร และมันสามารถตั้งได้แค่ไหน
เงินสำรองบางประเภทไม่ใช่ว่าจะต้องตั้งขึ้นทุกปีครับ
บางประเภทมีแบบลดลงทุกปีก็มีครับปีแรกเยอะแล้วก็ลดลงๆๆ

และก็ปัจจัยต่างๆที่บางคนคิดว่ามันต้อง input ไปในการตั้งเงินสำรอง
แต่มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ครับ เพราะเงินสำรองมันมีที่มาที่ไปที่ต้องเรียนกันเกือบสองถึงสามปีกว่าจะเข้าใจ
จริงๆอยากแชร์ครับ แต่ไม่มีเวลาจะทำสไลด์และก็ present ไม่เก่งด้วย
แต่ผมเชื่อว่าต้องมีคนอาสาทำให้แน่ๆครับ ไว้เสร็จแล้วเดี๋ยวเค้าคนนั้นคงมาแชร์ให้นะครับ

เพจผมครับ
http://www.facebook.com/guessingstock
ถ้าใครสนใจ ข่าวสารต่างๆก็เชิญได้ครับผม

nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3327
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Re: BLA

Posts by nut776 » Wed Feb 22, 2012 8:15 pm

cyberman wrote:
mamlabong wrote:
mamlabong wrote:
harikung wrote:ขอถามคำถามโง่ๆหน่อยนะครับ การกันสำรองนี่สูงสุดเท่ามี่จะเป็นไปได้นี่ประมาณกี่%ครับ หรือว่า65%นี่สูงที่สุดแล้ว
เท่าที่เคยเห็นคือ 80% ครับ
แต่พอรวมกับ product อื่นๆแล้วก็ไม่น่าจะเกิน 65% ครับ
มันจะลบอะไรนักหนาครับ
แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่อยู่กับบริษัทประกันชีวิตมาหลายบริษัท
แล้วยังจะติดลบอีก คุณต้องการอะไรกันหรอครับ ???
คุณเข้าใจที่ผมพูดหรือเปล่าครับถึงมากดลบนี่
คำตอบนี้มีประโยชน์มากเลยครับคุณ mamlabong กำลังจะ post ถามพอดีเลยครับ ว่ากรมธรรม์ที่ตั้งสำรองสูงสุดนี่ประมาณกี่ %
แสดงว่าอย่างแย่สุดถ้าขายกรมธรรม์ที่ต้องตั้งสำรองสูงๆ แสดงว่า worst case ตัวเลขการตั้งสำรองจะเข้าใกล้ 80% ใช่เปล่าครับ ขึ้นอยู่กับ Product mix ว่าขายกรมธรรม์ที่ต้องตั้งสำรองสูงหรือเปล่า

1. กรมธรรม์ประเภทสะสมทรัพย์หรือเปล่าครับที่ต้องตั้งสำรองสูงถึง 80% น่าจะใช่คับ2. 100% ลบด้วย % การตั้งสำรอง นี่เทียบได้กับอัตรากำไรขั้นต้นหรือเปล่าครับ น่าจะใช่นะ3. ถ้าค่าเฉลี่ยประมาณ 65% แสดงว่าต้องมีกรมธรรม์บางแบบที่ตั้งสำรองต่ำกว่า 50% หรือครับ กรมธรรม์แบบไหนทำไมกำไรดีจัง แบบ whole life พวกขายผ่านตัวแทนแหละ

show me money.

mamlabong
Verified User
Posts: 237
Joined: Mon Aug 09, 2010 11:00 pm

Re: BLA

Posts by mamlabong » Wed Feb 22, 2012 8:21 pm

cyberman wrote:
mamlabong wrote:
mamlabong wrote:
harikung wrote:ขอถามคำถามโง่ๆหน่อยนะครับ การกันสำรองนี่สูงสุดเท่ามี่จะเป็นไปได้นี่ประมาณกี่%ครับ หรือว่า65%นี่สูงที่สุดแล้ว
เท่าที่เคยเห็นคือ 80% ครับ
แต่พอรวมกับ product อื่นๆแล้วก็ไม่น่าจะเกิน 65% ครับ
มันจะลบอะไรนักหนาครับ
แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่อยู่กับบริษัทประกันชีวิตมาหลายบริษัท
แล้วยังจะติดลบอีก คุณต้องการอะไรกันหรอครับ ???
คุณเข้าใจที่ผมพูดหรือเปล่าครับถึงมากดลบนี่
คำตอบนี้มีประโยชน์มากเลยครับคุณ mamlabong กำลังจะ post ถามพอดีเลยครับ ว่ากรมธรรม์ที่ตั้งสำรองสูงสุดนี่ประมาณกี่ %
แสดงว่าอย่างแย่สุดถ้าขายกรมธรรม์ที่ต้องตั้งสำรองสูงๆ แสดงว่า worst case ตัวเลขการตั้งสำรองจะเข้าใกล้ 80% ใช่เปล่าครับ ขึ้นอยู่กับ Product mix ว่าขายกรมธรรม์ที่ต้องตั้งสำรองสูงหรือเปล่า

1. กรมธรรม์ประเภทสะสมทรัพย์หรือเปล่าครับที่ต้องตั้งสำรองสูงถึง 80%
2. 100% ลบด้วย % การตั้งสำรอง นี่เทียบได้กับอัตรากำไรขั้นต้นหรือเปล่าครับ
3. ถ้าค่าเฉลี่ยประมาณ 65% แสดงว่าต้องมีกรมธรรม์บางแบบที่ตั้งสำรองต่ำกว่า 50% หรือครับ กรมธรรม์แบบไหนทำไมกำไรดีจัง
1. ใช่ครับ กรมธรรม์ประเภทสะสมทรัพย์ที่มีโอกาสตั้งสำรองสูงครับ จริงๆแล้วจะบอกว่า 90% ยังได้เลยครับ
แต่ไม่ค่อยมีหรอกครับ ส่วนมากจะตั้งกันประมาณที่ 80% ก็ถือว่าเยอะแล้ว

2. ไม่ใช่เสมอไปครับ ในการคิดกำไรขั้นต้นจะอยู่ตั้งแต่ตอนออก Product แล้ว
วิธีคิดจะซับซ้อนกว่านั้นครับ เยอะมากๆด้วยครับ ซึ่งผมรู้แค่ basic เพราะเคยเข้าไปดูตอนเขาทำ product ครับ

3. ถูกต้องครับ กรมธรรม์ที่ตั้งสำรองต่ำๆก็พวกที่เน้น protection และขายจำนวนเยอะๆอะครับ
พวกนั้นจะใช้กฏ law of large number ครับ คือจำนวนคนยิ่งเยอะความเสี่ยงยิ่งลดลง ทำให้สำรองมีโอกาสตั้งต่ำลง
แต่ถามว่าจำเป็นไหม มันก็ไม่จำเป็นเสมอไปนะครับ

ดังนั้นสิ่งที่บริษัทควรจะเน้นเพิ่มขึ้นอย่างที่ผมบอกครับคือ protection product
เพราะจะทำให้บริษัทมีกำไรเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะส่วนมากจะนอนกินแบบพวกประกันภัย
แถมพวก big claim ยังมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากๆหรือแทบจะไม่มีเลยครับ
เรื่องเงินสำรอง คุยกันคร่าวมันคุยได้ครับ แต่ถ้าจะให้ฟันธงลงไปเลย ผมต้องขอรายละเอียดเยอะกว่านี้ครับ
เพราะดูแค่ในงบการเงินต่อให้เป็นนักคณิตศาสตร์ที่เป็น fellow ยังไม่กล้าจะฟันธงเลยครับ
อันนี้ผมแค่วิเคราะห์ตามที่มีข้อมูลและติดตาม BLA มาสองปีละ
คุณแม่ผมก็ซื้อตั้งแต่ IPO อะครับตัวนี้ และถือยาวมาตลอดเลย ไม่เคยขายเลย

เพจผมครับ
http://www.facebook.com/guessingstock
ถ้าใครสนใจ ข่าวสารต่างๆก็เชิญได้ครับผม

harikung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2234
Joined: Thu Nov 11, 2010 4:52 pm

Re: BLA

Posts by harikung » Wed Feb 22, 2012 8:29 pm

กดบวกให้แล้วครับ จริงๆน่าจะมีโชว์นะว่าใครกดลบ บางทีก็ไร้เหตุผลสิ้นดี

นักเลงคีย์บอร์ด4.0

User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Re: BLA

Posts by vichit » Wed Feb 22, 2012 8:34 pm

ใจเย็นๆ ครับ บ่อเยี่ยะโจ่ย :D :D

Image

SNC Former Club คลับสำหรับคนรัก SNC

http://www.facebook.com/#!/groups/392250234142165/

harikung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2234
Joined: Thu Nov 11, 2010 4:52 pm

Re: BLA

Posts by harikung » Wed Feb 22, 2012 8:35 pm

ถ้าอย่างนั้นผมสามารถassumeไปได้เลยมั้ยครับว่าสำรอง65%นี่น่าจะถือว่าเป็น worst caseแล้ว ยากที่จะมากกว่านี้(จากproduct mixของblaปัจจุบัน) คือเข้าใจว่าตัวเลขเป๊ะๆคงยากเลยจะลองประมาณจาก worst caseไปเลยน่าจะปลอดภัยที่สุด

นักเลงคีย์บอร์ด4.0

Accidental Hero
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1601
Joined: Sat Dec 18, 2004 11:51 pm

Re: BLA

Posts by Accidental Hero » Wed Feb 22, 2012 8:39 pm

คุณ mamlabong รบกวนดูแบบจำลองกรมธรรม์ 1 กรมธรรม์ครับ
Gain first 330 http://www.bangkokbank.com/Bangkok%20Ba ... st330.aspx

ผมตั้งสมมติฐานว่าในการออกแบบกรมธรรม์ ถ้าเป็นไปได้ นักคณิตศาสตร์จะกระจายกำไรให้สม่ำเสมอทุกปี หรือเรียกว่า กรมธรรม์จะ released กำไรที่แน่นอนตลอดอายุกรมธรรม์
ผมสมมติ ROI 4% ค่าคอมจ่ายครั้งเดียว 7% และไม่มีความเสี่ยงเรื่องการตาย
เมื่อทำให้กำไรคงที่ต่อเนื่องพบว่าต้องตั้งสำรองดังภาพ
gf330.png
gf330.png (8.43 KiB) Viewed 1564 times
อยากขอความเห็นคุณ mamlabong ว่า แบบจำลองนี้ใกล้เคียงความจริงมากน้อยแค่ไหนครับ

"Be sure you put your feet in the right place, then stand firm"
Abraham Lincoln

Green
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2428
Joined: Thu Mar 31, 2005 7:06 pm

Re: BLA

Posts by Green » Wed Feb 22, 2012 8:55 pm

งบออกปุ๊บ กระทู้ขึ้นเพียบเลย

ผมว่า เรา คุยเรื่องการตั้งสำรอง เรื่องหักภาษีกันเยอะจังเลยครับ
เข้าใจว่าตรงนี้ไม่น่าเป็นหัวใจหลักใช่มั้ย ครับ หรือมันก็สำคัญ ไงไง อ่ะ งง
ถ้ามันเป็นหัวใจหลัก มันอาจจะยากเกินไปสำหรับผมก็ได้
เพราะดูมึนๆ ไม่รู้ว่าเค้าจะตั้งสำรองอะไร ไตรมาสไหนจะเท่าไหร่ อย่างไตรมาสล่าสุด ตั้งแบบ พรวดๆ ดึงค่าเฉลี่ยทั้งปี 65% เลย

สงสัยดูแค่คร่าวๆ ว่า เบี้ยโตกี่เปอร์เซนต์ รายได้จากการลงทุนได้ผลมาเป็นเท่าไหร่
สามารถควบคุมค่าใช้จ่าย ที่เป็นค่าใช้จ่ายจริงๆ (ไม่ใช้ค่าใช้จ่ายทางบัญชี) ได้ดีแค่ไหน
ถ้าเบี้ยโตได้ตลอด เงินลงทุนโตทุกปี ค่าใช้จ่ายควบคุม (ที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทางบัญชี ) ได้ดี เป็นเปอร์เซนต์ต่อรายได้ลดลงตลอด ดูแค่นี้มันไม่พอหรือฮะ

หรือว่า พอ เอ๊ะ ยังไง งง งง


greenstic
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 179
Joined: Sun Jun 10, 2007 3:03 pm

Re: BLA

Posts by greenstic » Wed Feb 22, 2012 9:00 pm

ท่านgreen mentได้ใจกระผมไปเลยฮ่ะ


zephyr
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 886
Joined: Sun Apr 10, 2005 6:56 pm

Re: BLA

Posts by zephyr » Wed Feb 22, 2012 9:09 pm

ตามที่ผมเข้าใจ การคิดง่ายๆแบบคุณ Green นั้นเหมาะมากกับการถือยาวๆครับ ซึ่งผมก็คิดแค่นั้นแหละ

แต่ที่ต้องพิจารณาการตั้งสำรอง เพราะมันส่งผลถึงกำไรในงบการเงินเท่านั้นเองครับ
ไม่น่าเกี่ยวกับความมั่งคั่งของบริษัท
แต่สำคัญเพราะมันเกี่ยวกับความรู้สึกของนักลงทุนแน่นอน :?


nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3327
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Re: BLA

Posts by nut776 » Wed Feb 22, 2012 9:10 pm

เหลือแต่ ev ให้ลุ้นแล้วสินะ
เบี้ยรับโต persistance rate 90% up roi ไม่ต่ำกว่า 5
หวังว่า คงไม่อนาถ ขนาดต่ำกว่า 25
(ไม่รู้จะมามุก ขอปรับ discount rate อีกป่าว)

ก็ขอให้อยู่ใน กรอบ 27-30 ด้วยเถิด
สาธุ

show me money.

Accidental Hero
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1601
Joined: Sat Dec 18, 2004 11:51 pm

Re: BLA

Posts by Accidental Hero » Wed Feb 22, 2012 9:15 pm

อะไรที่ไม่รู้ คือความเสี่ยงครับ
ถ้าลองกลับไปสังเกตุดูจะพบความไม่สัมพันธ์กันของเบี้ยรับ รายได้จากการลงทุน และ กำไรสุทธิ เพราะมันมีค่าใช้จ่ายที่ยังต้องเดาอยู่
ถ้าจะลงทุนระยะยาวจริงๆ โดยมองกำไรสุทธิตลอดอายุกรมธรรม์ เราอาจจะจะมองข้ามเงินสำรองได้ แต่นั่นหมายความว่า เราต้องรู้ margin ที่แท้จริงของแต่ละกรมธรรม์ จึงจะประมาณกำไรในอนาคตได้

-------------------------------------
ในงบ Q4/54 เทียบกับ Q3/54 พบว่าเงินส่วนใหญ่ที่รับมาใน Q4 เอาไปลงในตราสารหนี้ภาคเอกชนหลายช่วงอายุ คิดผลตอบแทนของเงินใหม่ได้ 4.8%
invest 2554.png
invest 2554.png (8.62 KiB) Viewed 1381 times

"Be sure you put your feet in the right place, then stand firm"
Abraham Lincoln

luz666
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 844
Joined: Mon Nov 08, 2010 7:47 pm

Re: BLA

Posts by luz666 » Wed Feb 22, 2012 9:17 pm

PE กลายเป็นประมาณ 16 อย่างนี้ถือว่าแพงไหมครับ ถ้าปีหน้าโตซัก 25% ราคานี้จะกลายเป็น PE 13 ไม่ทราบว่าตอนปี 52,53 ที่ PE 19,21 นี่เป็นเพราะอะไรครับ ทำไมตลาดถึงให้ PE สูงอย่างนี้

all i need is Zero

User avatar
Chicken and Egg
Verified User
Posts: 230
Joined: Sun Jan 31, 2010 8:38 pm

Re: BLA

Posts by Chicken and Egg » Wed Feb 22, 2012 9:20 pm

Accidental Hero wrote:คุณ mamlabong รบกวนดูแบบจำลองกรมธรรม์ 1 กรมธรรม์ครับ
Gain first 330 http://www.bangkokbank.com/Bangkok%20Ba ... st330.aspx

ผมตั้งสมมติฐานว่าในการออกแบบกรมธรรม์ ถ้าเป็นไปได้ นักคณิตศาสตร์จะกระจายกำไรให้สม่ำเสมอทุกปี หรือเรียกว่า กรมธรรม์จะ released กำไรที่แน่นอนตลอดอายุกรมธรรม์
ผมสมมติ ROI 4% ค่าคอมจ่ายครั้งเดียว 7% และไม่มีความเสี่ยงเรื่องการตาย
เมื่อทำให้กำไรคงที่ต่อเนื่องพบว่าต้องตั้งสำรองดังภาพ
gf330.png
อยากขอความเห็นคุณ mamlabong ว่า แบบจำลองนี้ใกล้เคียงความจริงมากน้อยแค่ไหนครับ
สุดยอดมากครับ
ผมเห็นด้วยกับโมเดลนี้ (ถ้าbla คิดจะsmooth out กำไร)ความจริงอาจจะต้องสำรองสูงกว่านี้ไว้เผ่ื่อ claim ด้วย
จะเห็นว่าการตั้งสำรองเป็น100% ได้ครับ ย่ิงพวกจ่ายส้ันๆแต่รับปันผลไปหลายๆปี

เรียนถามพ่ี mamlabong ว่าทำไมเราจึงคิดว่าสำรองจะไม่เกิน65%ครับ ถ้าgain first โตกว่าประกันแบบไม่ออมทรัพย์. มันก็มีโอกาสเกิน65% นะครับ


nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3327
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Re: BLA

Posts by nut776 » Wed Feb 22, 2012 9:25 pm

ถ้าตั้งสำรอง เกิน 65% ส่วนที่เกินมา นำมาคิด ภาษีไม่ได้

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะตั้งเกินไม่ได้
ยกเว้นว่า บ. จะมีเหตุผล ที่ฟังแล้วน่าเชื่อว่าทำไมต้องกันสำรองเยอะ
กว่า ค่าเฉลี่ย อุตสาหกรรม

show me money.

User avatar
Chicken and Egg
Verified User
Posts: 230
Joined: Sun Jan 31, 2010 8:38 pm

Re: BLA

Posts by Chicken and Egg » Wed Feb 22, 2012 9:26 pm

Accidental Hero wrote:อะไรที่ไม่รู้ คือความเสี่ยงครับ
ถ้าลองกลับไปสังเกตุดูจะพบความไม่สัมพันธ์กันของเบี้ยรับ รายได้จากการลงทุน และ กำไรสุทธิ เพราะมันมีค่าใช้จ่ายที่ยังต้องเดาอยู่
ถ้าจะลงทุนระยะยาวจริงๆ โดยมองกำไรสุทธิตลอดอายุกรมธรรม์ เราอาจจะจะมองข้ามเงินสำรองได้ แต่นั่นหมายความว่า เราต้องรู้ margin ที่แท้จริงของแต่ละกรมธรรม์ จึงจะประมาณกำไรในอนาคตได้

-------------------------------------
ในงบ Q4/54 เทียบกับ Q3/54 พบว่าเงินส่วนใหญ่ที่รับมาใน Q4 เอาไปลงในตราสารหนี้ภาคเอกชนหลายช่วงอายุ คิดผลตอบแทนของเงินใหม่ได้ 4.8%
invest 2554.png
ใช่ครับ sure sure ก็ev กำไรแท้จริง

Ev น่าจะดีขึ้นมากเพราะ forecasted tax อาจลดลง ต้องรอดูครับ


User avatar
Chicken and Egg
Verified User
Posts: 230
Joined: Sun Jan 31, 2010 8:38 pm

Re: BLA

Posts by Chicken and Egg » Wed Feb 22, 2012 9:28 pm

nut776 wrote:ถ้าตั้งสำรอง เกิน 65% ส่วนที่เกินมา นำมาคิด ภาษีไม่ได้

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะตั้งเกินไม่ได้
ยกเว้นว่า บ. จะมีเหตุผล ที่ฟังแล้วน่าเชื่อว่าทำไมต้องกันสำรองเยอะ
กว่า ค่าเฉลี่ย อุตสาหกรรม
ครับ เหตุผลก็คือออมทรัพย์เยอะกว่าเจ้าอื่นครับ


User avatar
i_love_vi
Verified User
Posts: 823
Joined: Fri Oct 08, 2010 8:21 am

Re: BLA

Posts by i_love_vi » Wed Feb 22, 2012 9:30 pm

พี่หมอหาย

Image

panwasit
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 429
Joined: Sun Aug 22, 2010 10:52 pm

Re: BLA

Posts by panwasit » Wed Feb 22, 2012 9:37 pm

มีเรื่องจะรบกวนนิดหน่อยครับ รู้สึกผมจะคิดผิดบางอย่าง ทำไมกำไรมันพุ่งได้ขนาดนี้

* มั่นใจว่าคิดผิด ไม่ได้ต้องการปั่นหุ้นเรื่องบอกคนอื่นว่าจะกำไรงามนะครับ

อย่างแรกนะครับ
Image

คือผมเอา Renewal Premium มาคิดจาก Total ปีก่อน -10% (เอาปี 2551-2554 มาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักนะครับ)
ส่วน New Business Premium ผมคิดจาก Renewal ปีนั้น คูณกับ 43.59% (เอาปี 2551-2554 มาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักนะครับ)

ปีออกมาล่วงหน้า ได้เยอะมากกกกกก

ต่อมาผมคิดต่อ (ทั้งที่ผิดนี่ล่ะ จะได้เอามาถามพี่ๆน่ะ)
Image

ก็เอาเบี้ยที่ได้ มาใส่ (หักเบี้ยที่แต่ละปี ออกมาไม่เท่ากันแล้วนะครับ ประมาณ 98.4 %
ส่วนรายได้จากการลงทุน ผมดูย้อนหลัง ให้น้ำหนัก 14.6% ของเบี้ย

เงินสำรอง ผมใส่ 65% ของเบี้ย
รายจ่าย ผมกะไม่ถูก เลยเอาง่ายๆ เพิ่มปีละ 7% ทั้งหมด (ซึ่งเชื่อว่า ผมผิดตรงนี้)

กำไรจากเงินลงทุน ผมให้ เพิ่มขึ้นแค่ปีละ 5%
เงินสมทบสำนักงาน ผมให้ .18% ของเบี้ยรับ (ไม่รู้ถูกไม)

ภาษีที่ 30%

แล้วกำไรที่ออกมา ผมพงะเลยครับ

รบกวนดูด้วยครับ กำลังพยายามทำความเข้าใจธุรกิจประกันอยู่ครับ รบกวนด้วยนะครับ

* งบการเงินนี้ คิดผิด ห้ามนำไปออกผู้อื่นนะครับ*

ปล ความเห็นส่วนตัว

nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3327
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Re: BLA

Posts by nut776 » Wed Feb 22, 2012 9:40 pm

Chicken and Egg wrote:
nut776 wrote:ถ้าตั้งสำรอง เกิน 65% ส่วนที่เกินมา นำมาคิด ภาษีไม่ได้

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะตั้งเกินไม่ได้
ยกเว้นว่า บ. จะมีเหตุผล ที่ฟังแล้วน่าเชื่อว่าทำไมต้องกันสำรองเยอะ
กว่า ค่าเฉลี่ย อุตสาหกรรม
ครับ เหตุผลก็คือออมทรัพย์เยอะกว่าเจ้าอื่นครับ

bancass ก็น่าจะเหมาะกับ แบบสะสมทรัพย์ อยู่แล้ว ป่าคับ
พวก mrtu หรือ pa ก็รู้สึก contribute ไม่เยอะในเจ้าอื่น มั้งคับ

show me money.

Accidental Hero
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1601
Joined: Sat Dec 18, 2004 11:51 pm

Re: BLA

Posts by Accidental Hero » Wed Feb 22, 2012 9:52 pm

panwasit wrote:มีเรื่องจะรบกวนนิดหน่อยครับ รู้สึกผมจะคิดผิดบางอย่าง ทำไมกำไรมันพุ่งได้ขนาดนี้

* มั่นใจว่าคิดผิด ไม่ได้ต้องการปั่นหุ้นเรื่องบอกคนอื่นว่าจะกำไรงามนะครับ
ถ้าขายได้ขนาดนั้น กำไรก็อาจจะโตได้แบบนั้นครับ
แต่ความจริงแล้ว เบี้ยใหม่ โตไม่มาก อย่างปี54 รู้สึกว่าจะลดจากปี 53 ด้วย เพราะไม่มียอด GF248 ส่วนเบี้ยปีต่อไป อัตราต่อต้องลดลงครับ ปี55 Q4 ไม่มียอด GF 248 อัตราต่อไม่เกิน 70% และในปีต่อๆไป GF330 จ่ายเบี้ย 4 ปี อัตราต่อจะเหลือ 75%
แต่เนื่องจากฐานยอดขายตัวแทนต่ำมาก ถ้าบริษัทพัฒนาตรงนี้ได้ จะเพิ่มยอดขายได้อีกเยอะ
ส่วนช่องทาง Banc ค่อนข้างดี ถ้าปรับกรมธรรม์ให้จ่ายเบี้ยยาวขึ้น จะดีมาก

"Be sure you put your feet in the right place, then stand firm"
Abraham Lincoln

panwasit
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 429
Joined: Sun Aug 22, 2010 10:52 pm

Re: BLA

Posts by panwasit » Wed Feb 22, 2012 10:01 pm

Accidental Hero wrote:
panwasit wrote:มีเรื่องจะรบกวนนิดหน่อยครับ รู้สึกผมจะคิดผิดบางอย่าง ทำไมกำไรมันพุ่งได้ขนาดนี้

* มั่นใจว่าคิดผิด ไม่ได้ต้องการปั่นหุ้นเรื่องบอกคนอื่นว่าจะกำไรงามนะครับ
ถ้าขายได้ขนาดนั้น กำไรก็อาจจะโตได้แบบนั้นครับ
แต่ความจริงแล้ว เบี้ยใหม่ โตไม่มาก อย่างปี54 รู้สึกว่าจะลดจากปี 53 ด้วย เพราะไม่มียอด GF248 ส่วนเบี้ยปีต่อไป อัตราต่อต้องลดลงครับ ปี55 Q4 ไม่มียอด GF 248 อัตราต่อไม่เกิน 70% และในปีต่อๆไป GF330 จ่ายเบี้ย 4 ปี อัตราต่อจะเหลือ 75%
แต่เนื่องจากฐานยอดขายตัวแทนต่ำมาก ถ้าบริษัทพัฒนาตรงนี้ได้ จะเพิ่มยอดขายได้อีกเยอะ
ส่วนช่องทาง Banc ค่อนข้างดี ถ้าปรับกรมธรรม์ให้จ่ายเบี้ยยาวขึ้น จะดีมาก
ผมควรจะลดเรื่องยอดการเพิ่มของ premium ใช่ไมครับ อืม เดียวต้องลองดูหน่อย

ปล. ใครกดลบหว่า ไม่เป็นไร อย่าพึ่ง-3 นะครับ กำลังหาคำตอบอยู่

ปล ความเห็นส่วนตัว

nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3327
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Re: BLA

Posts by nut776 » Wed Feb 22, 2012 10:13 pm

ใครอารมณ์เสียไล่ลบ หลายคห เลย

ใจร่มๆ คับ
ยังเหลือ ev ให้ได้ลุ้น เหอๆๆ

show me money.

chaitorn
Verified User
Posts: 2545
Joined: Tue Jan 27, 2009 6:01 pm

Re: BLA

Posts by chaitorn » Wed Feb 22, 2012 10:26 pm

ไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคในการตั้งสำรอง

เวปแรกเป็นแบบฟอร์มคำนวนการตั้งสำรองประกันชีวิตของคปภฺครับ
http://www.oic.or.th/downloads/rbc/ptr2 ... นชีวิต.doc
เวปที่2 เป็นแบบจำลองsnap shot การตั้งสำรองประกันชีวิตซึ่งมีสมมุติฐานหลายแบบที่เป็นแบบจำลองการตั้งสำรองประกันชีวิตครับ
ซึ่งแต่ละแบบปีะกันชีวิตจะแสดงถึงการตั้งสำรองที่แตกต่างกันดังนั้นmodel นี้จะสะท้อนความสำคัญของproduct mixedที่แตกต่างจะมีผลต่อรูปแบบการตั้งสำรองที่แตกต่างกันครับ
พอเป็นidea ครับ
http://demonstrations.wolfram.com/NetAn ... Insurance/

ผมไม่ได้ถือหุ้นตัวนี้นะครับ เป็นข้อมูลกลางๆเพื่อให้คนสนใจไปศึกษาต่อเพิ่มเติมครับ

Circle of competence
I don't think it's as difficult to figure out competence as it may appear.
If you're 5-foot-2, you don't have much future in the NBA.
What I need to get ahead is to be better than idiots.
Charlie Munger

Tarzann
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2011
Joined: Sat May 03, 2008 12:31 pm

Re: BLA

Posts by Tarzann » Wed Feb 22, 2012 10:27 pm

รอลุ้น EV ที่จะออก 31 Mar 2012 :D


User avatar
nasesus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1273
Joined: Tue Apr 24, 2007 3:23 pm

Re: BLA

Posts by nasesus » Wed Feb 22, 2012 10:31 pm

mamlabong wrote:
cyberman wrote:
mamlabong wrote:
mamlabong wrote:
harikung wrote:ขอถามคำถามโง่ๆหน่อยนะครับ การกันสำรองนี่สูงสุดเท่ามี่จะเป็นไปได้นี่ประมาณกี่%ครับ หรือว่า65%นี่สูงที่สุดแล้ว
เท่าที่เคยเห็นคือ 80% ครับ
แต่พอรวมกับ product อื่นๆแล้วก็ไม่น่าจะเกิน 65% ครับ
มันจะลบอะไรนักหนาครับ
แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่อยู่กับบริษัทประกันชีวิตมาหลายบริษัท
แล้วยังจะติดลบอีก คุณต้องการอะไรกันหรอครับ ???
คุณเข้าใจที่ผมพูดหรือเปล่าครับถึงมากดลบนี่
คำตอบนี้มีประโยชน์มากเลยครับคุณ mamlabong กำลังจะ post ถามพอดีเลยครับ ว่ากรมธรรม์ที่ตั้งสำรองสูงสุดนี่ประมาณกี่ %
แสดงว่าอย่างแย่สุดถ้าขายกรมธรรม์ที่ต้องตั้งสำรองสูงๆ แสดงว่า worst case ตัวเลขการตั้งสำรองจะเข้าใกล้ 80% ใช่เปล่าครับ ขึ้นอยู่กับ Product mix ว่าขายกรมธรรม์ที่ต้องตั้งสำรองสูงหรือเปล่า

1. กรมธรรม์ประเภทสะสมทรัพย์หรือเปล่าครับที่ต้องตั้งสำรองสูงถึง 80%
2. 100% ลบด้วย % การตั้งสำรอง นี่เทียบได้กับอัตรากำไรขั้นต้นหรือเปล่าครับ
3. ถ้าค่าเฉลี่ยประมาณ 65% แสดงว่าต้องมีกรมธรรม์บางแบบที่ตั้งสำรองต่ำกว่า 50% หรือครับ กรมธรรม์แบบไหนทำไมกำไรดีจัง
1. ใช่ครับ กรมธรรม์ประเภทสะสมทรัพย์ที่มีโอกาสตั้งสำรองสูงครับ จริงๆแล้วจะบอกว่า 90% ยังได้เลยครับ
แต่ไม่ค่อยมีหรอกครับ ส่วนมากจะตั้งกันประมาณที่ 80% ก็ถือว่าเยอะแล้ว

2. ไม่ใช่เสมอไปครับ ในการคิดกำไรขั้นต้นจะอยู่ตั้งแต่ตอนออก Product แล้ว
วิธีคิดจะซับซ้อนกว่านั้นครับ เยอะมากๆด้วยครับ ซึ่งผมรู้แค่ basic เพราะเคยเข้าไปดูตอนเขาทำ product ครับ

3. ถูกต้องครับ กรมธรรม์ที่ตั้งสำรองต่ำๆก็พวกที่เน้น protection และขายจำนวนเยอะๆอะครับ
พวกนั้นจะใช้กฏ law of large number ครับ คือจำนวนคนยิ่งเยอะความเสี่ยงยิ่งลดลง ทำให้สำรองมีโอกาสตั้งต่ำลง
แต่ถามว่าจำเป็นไหม มันก็ไม่จำเป็นเสมอไปนะครับ

ดังนั้นสิ่งที่บริษัทควรจะเน้นเพิ่มขึ้นอย่างที่ผมบอกครับคือ protection product
เพราะจะทำให้บริษัทมีกำไรเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะส่วนมากจะนอนกินแบบพวกประกันภัย
แถมพวก big claim ยังมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากๆหรือแทบจะไม่มีเลยครับ
เรื่องเงินสำรอง คุยกันคร่าวมันคุยได้ครับ แต่ถ้าจะให้ฟันธงลงไปเลย ผมต้องขอรายละเอียดเยอะกว่านี้ครับ
เพราะดูแค่ในงบการเงินต่อให้เป็นนักคณิตศาสตร์ที่เป็น fellow ยังไม่กล้าจะฟันธงเลยครับ
อันนี้ผมแค่วิเคราะห์ตามที่มีข้อมูลและติดตาม BLA มาสองปีละ
คุณแม่ผมก็ซื้อตั้งแต่ IPO อะครับตัวนี้ และถือยาวมาตลอดเลย ไม่เคยขายเลย
ขออนุญาตถามคุณmamlabong เพื่อเพิ่มความเข้าใจให้กับตัวเองหน่อยครับ ประกันประเภทออมทรัพย์ เช่นจ่าย 2 ปี จ่าย 3 ปี จะสำรองหนักในปีไหนครับ ตามความเข้าใจผมน่าจะเป็นปีแรกและค่อยๆลดลงหรือป่าวครับ อย่างประกันจ่ายสองปี น่าจะสำรองหนักในปีแรก น้อยลงมาในปีที่สอง ปีที่สามไม่มีเงินเข้าจะต้องสำรองระดับไหนครับ

ทางที่ไม่มีไฟ ใช่ว่าไม่มีทาง เพียงแค่การก้าวไปข้างหน้าต้องใช้มากกว่าการหวังพึ่งแค่ดวงตา

duterian
Verified User
Posts: 41
Joined: Tue Apr 13, 2010 4:58 pm

Re: BLA

Posts by duterian » Wed Feb 22, 2012 10:38 pm

มือใหม่สำหรับธุรกิจประกันชีวิตครับ ขอถามคำถามโง่ๆ ว่า

เงินสำรองประกันชีวิตที่เพิ่มขึ้น มีผมต่อพื้นฐานของบริษัทยังไงบ้างหรอครับ
ผมเข้าใจถูกไหมว่า เงินส่วนนี้บริษัท "ห้าม" นำไปลงทุนเนื่องจากมันเป็นพันธะผูกพันที่บริษัทมีต่อผู้เอาประกัน


Post Reply