PF

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
chukieat30
Verified User
Posts: 3531
Joined: Tue Jul 13, 2010 11:50 am

Re: PF

Posts by chukieat30 » Tue Jul 31, 2012 2:30 pm

13000-14000 น่าจะเป็นแบ็คล๊อคทั้งหมด

แต่จะโอนภายในปีนี้ จะถึง 7000 ล้านไหมครับ

ผมว่า คงไม่สามารถสร้างเสร็จพร้อมโอนทั้ง 14000 ล้านครับ

ถ้าคุณตีลูกตามไทเกอร์ คุณก้ไม่มีทางจะเหนือกว่า ไทเกอร์ จงนำวงสวิงของไทเกอร์มาปรับใช้ให้เหมาะกับคุณ

หวิ่งชุนหวอซาน หวิ่งชุนยิปมันจีทคุดโด้ พื้นฐานก้มาจากหวิ่งชุน แม้ชื่อจะต่าง
แต่หวิ่งชุนก้คือ หวิ่งชุน
ทำวันนี้ให้ดี ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่า และทำวันข้างหน้าให้ดีที่สุด

User avatar
Croyoty
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3608
Joined: Mon Dec 24, 2007 3:55 pm

Re: PF

Posts by Croyoty » Tue Jul 31, 2012 3:07 pm

chukieat30 wrote:13000-14000 น่าจะเป็นแบ็คล๊อคทั้งหมด

แต่จะโอนภายในปีนี้ จะถึง 7000 ล้านไหมครับ

ผมว่า คงไม่สามารถสร้างเสร็จพร้อมโอนทั้ง 14000 ล้านครับ

แต่จากข่าวที่ลงสื่อต่างๆที่จากการให้ข้อมูลจากผู้บริหารโดยตรงนะครับ

ก็ว่า รายได้ 12000 ล้านบาทในปีนี้ และอัตาของ กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ ที่มากกว่าปีที่แล้วครับ

ไม่ได้เขียนไว้ว่าเป็น แบ็คล็อคนะครับ

สุขแบบเรียบง่าย สุขจากความสงบ
สู่วิถีธรรมชาติ ... วิถีแห่ง เซน

Image

chiraponge
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 801
Joined: Sun May 09, 2010 9:26 am

Re: PF

Posts by chiraponge » Tue Jul 31, 2012 7:03 pm

chukieat30 wrote:13000-14000 น่าจะเป็นแบ็คล๊อคทั้งหมด
แต่จะโอนภายในปีนี้ จะถึง 7000 ล้านไหมครับ
ผมว่า คงไม่สามารถสร้างเสร็จพร้อมโอนทั้ง 14000 ล้านครับ
เป็น backlog ครับ
โครงการคอนโดส่วนใหญ่ เพิ่งเริ่มทำเสาเข็มเจาะเอง คาดว่าจะสร้างเสร็จพร้อมโอนอีกราว 2 ปี
ดังนั้น หากต้องการ break 10000 ล้าน จะต้องโอนให้ทันอีกราว 6000 ล้าน

ซึ่งหากมาจาก คอนโดน่าจะเป็นไปได้ยาก


User avatar
chukieat30
Verified User
Posts: 3531
Joined: Tue Jul 13, 2010 11:50 am

Re: PF

Posts by chukieat30 » Tue Jul 31, 2012 7:05 pm

chiraponge wrote:
chukieat30 wrote:13000-14000 น่าจะเป็นแบ็คล๊อคทั้งหมด
แต่จะโอนภายในปีนี้ จะถึง 7000 ล้านไหมครับ
ผมว่า คงไม่สามารถสร้างเสร็จพร้อมโอนทั้ง 14000 ล้านครับ
เป็น backlog ครับ
โครงการคอนโดส่วนใหญ่ เพิ่งเริ่มทำเสาเข็มเจาะเอง คาดว่าจะสร้างเสร็จพร้อมโอนอีกราว 2 ปี
ดังนั้น หากต้องการ break 10000 ล้าน จะต้องโอนให้ทันอีกราว 6000 ล้าน

ซึ่งหากมาจาก คอนโดน่าจะเป็นไปได้ยาก
คิดเหมือนกันครับ

คอนโดเค้าคงไม่ไปจ้างสถาปนิกจากจีนมาสร้างมั้งครับ

ที่มีข่าวว่าสร้างตึกเสร็จภายใน 3 เดือน

:mrgreen: :mrgreen:

ปีนี้คงรับรู้ไม่ได้ทั้งจำนวน คงทยอยๆรับรู้

อีกอย่าง ทำเลก้ไม่ได้เด่นกว่าคู่แข่ง มากนัก

ถ้าคุณตีลูกตามไทเกอร์ คุณก้ไม่มีทางจะเหนือกว่า ไทเกอร์ จงนำวงสวิงของไทเกอร์มาปรับใช้ให้เหมาะกับคุณ

หวิ่งชุนหวอซาน หวิ่งชุนยิปมันจีทคุดโด้ พื้นฐานก้มาจากหวิ่งชุน แม้ชื่อจะต่าง
แต่หวิ่งชุนก้คือ หวิ่งชุน
ทำวันนี้ให้ดี ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่า และทำวันข้างหน้าให้ดีที่สุด

chiraponge
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 801
Joined: Sun May 09, 2010 9:26 am

Re: PF

Posts by chiraponge » Tue Jul 31, 2012 7:13 pm

รายได้ Q1/55 1800 ล้าน
รายได้ Q2/55 2200-2400 ล้าน
รายได้จากการขายเข้ากองอสังหา 1000 ล้าน
รายได้ไม่รวม Q3-Q4 = 5000 ล้าน

backlog สิ้น Q2 ราว 6000 ล้าน

หากมาจากคอนโด ไม่น่าจะโอนทันปีนี้ครับ เหลือระยะเวลาก่อสร้างปีนี้แค่ 6 เดือน ทำได้อย่างมาก ฐานราก บวกชั้นใต้ดิน แต่คอนโดเท่าที่ตามข่าวส่วนใหญ่ เพิ่งเปิดจอง เดือน 7 น่าจะเป็น presale ใน Q3 และ Q4

ลุ้นให้มาจาก town house และ บ้านเดี่ยวครับ
แล้วไปลุ้นปีหน้าแทน หรือ ปี 57 ที่ จะกลับมา hot เหมือน siri


User avatar
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 10532
Joined: Tue Sep 18, 2007 7:17 pm

Re: PF

Posts by Paul VI » Tue Jul 31, 2012 10:38 pm

ผมอ่านไปชักงงนิดๆครับว่า แล้วโครงการหอพัก the loft ที่เชียงใหม่ กับ ศาลายา สรุปจัดตั้งกองทุน q ไหนกันแน่ครับ :?:


User avatar
Croyoty
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3608
Joined: Mon Dec 24, 2007 3:55 pm

Re: PF

Posts by Croyoty » Wed Aug 01, 2012 8:40 am

สมมตินะครับว่า
ถ้าข่าวที่ออกทางสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ผู้บริหารให้ข้อมูลไว้ แล้วไม่เป็นจริงหรือคลาดเคลื่อนไปมากอย่างมีนัยสำคัญ

สามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้างหรือไม่ครับ กับข้อมูลเท็จ ที่ publication ออกมาทางสื่อสาธารณะ
เช่นหนังสือพิมพ์ตลาดจริงๆ

สุขแบบเรียบง่าย สุขจากความสงบ
สู่วิถีธรรมชาติ ... วิถีแห่ง เซน

Image

User avatar
chukieat30
Verified User
Posts: 3531
Joined: Tue Jul 13, 2010 11:50 am

Re: PF

Posts by chukieat30 » Wed Aug 01, 2012 9:22 am

Croyoty wrote:สมมตินะครับว่า
ถ้าข่าวที่ออกทางสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ผู้บริหารให้ข้อมูลไว้ แล้วไม่เป็นจริงหรือคลาดเคลื่อนไปมากอย่างมีนัยสำคัญ
สามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้างหรือไม่ครับ กับข้อมูลเท็จ ที่ publication ออกมาทางสื่อสาธารณะ
เช่นหนังสือพิมพ์ตลาดจริงๆ
..


คงทำอะไรไม่ได้ครับ ที่เมืองไทย แต่ถ้าที่เมกา พวกนี้ คุกสถานเดียวครับ

บ้านเรา การปกป้องขาใหญ่ คือ งานของเรา

ถ้าคุณตีลูกตามไทเกอร์ คุณก้ไม่มีทางจะเหนือกว่า ไทเกอร์ จงนำวงสวิงของไทเกอร์มาปรับใช้ให้เหมาะกับคุณ

หวิ่งชุนหวอซาน หวิ่งชุนยิปมันจีทคุดโด้ พื้นฐานก้มาจากหวิ่งชุน แม้ชื่อจะต่าง
แต่หวิ่งชุนก้คือ หวิ่งชุน
ทำวันนี้ให้ดี ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่า และทำวันข้างหน้าให้ดีที่สุด

User avatar
Golden Stock
Verified User
Posts: 615
Joined: Wed May 21, 2003 6:09 pm

Re: PF

Posts by Golden Stock » Wed Aug 01, 2012 9:28 am

Croyoty wrote:สมมตินะครับว่า
ถ้าข่าวที่ออกทางสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ผู้บริหารให้ข้อมูลไว้ แล้วไม่เป็นจริงหรือคลาดเคลื่อนไปมากอย่างมีนัยสำคัญ

สามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้างหรือไม่ครับ กับข้อมูลเท็จ ที่ publication ออกมาทางสื่อสาธารณะ
เช่นหนังสือพิมพ์ตลาดจริงๆ
คงไม่มีใครไปทำอะไรได้ครับ มันเป็นประมาณการณ์ หรือเป้าหมายของบริษัทเขา ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคต ยังไม่เกิดขึ้นจริง ส่วนบริษัทจะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่นั้น มันก็อีกเรื่องหนึ่ง ผมมองว่าเป็นคนละอย่างกับข่าวปั่นหุ้นครับ

จากที่เคยติดตาม PF เมื่อประมาณปี 2546 - 2547 ผู้บริหารบริษัทนี้ (คนเดียวกับปัจจุบัน) ให้ข่าวเกินจริง หรือตั้งเป้าหมายเวอร์ แล้วทำไม่ได้จริงมาโดยตลอด

ตอนปี 2546 - 2547 ตอนนั้นจัดเป็นคู่แข่งกับ LH รายได้ PF ถ้าจำไม่ผิดระดับเกือบหมื่นล้านบาทกลางๆ วันเวลาผ่านไป รายได้ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ จนเหลือแค่ระดับ 8 พันกว่าล้านบาท ราคาหุ้น (ก่อนแตกพาร์) เคยอยู่แถว 16 - 17 บาท (ราคาปัจจุบัน 1.10 บาท ถ้าคิดเป็นราคาก่อนแตกพาร์คือ 6.60 บาท)

สมัยนั้นเคยอ่านเจอว่าผู้บริหารให้ข่าวว่าจะมีรายได้เท่าโน้นเท่านี้ และจะขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในกลุ่มพัฒนาอสังหาฯ บ้าง เบอร์ 2 บ้าง แต่วันนี้กลับโดนบริษัทเล็กๆ แซงขึ้นไปหลายบริษัท เช่น SPALI ที่เคยมีรายได้ปีละแค่ 3 พันกว่าล้านบาท

สำหรับรายได้ปีนี้ ให้ข่าว (เป้าหมาย) 12,000 ล้านบาท

Backlog สิ้นปี 2554 มีอยู่แค่ 3,700 ล้านบาท เป็นรายได้ของปีนี้ประมาณ 2,600 ล้านบาท และมีการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท

ส่วน Backlog ของปีนี้ ทำได้ 7,500 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการเปิดใหม่ ซึ่งยังไงก็สร้างไม่เสร็จทันโอน เพื่อรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ได้ครับ

ผมมองว่าทำรายได้ให้เท่ากับปี 2554 ยังหือจับเลยครับ

ใครจะซื้อหุ้นเพราะมีเหล่าบิ๊กเนมเข้ามาถือ โดยมองข้ามปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ด้วยอาจจะคิด (เอาเอง) ว่า บริษัทนี้ได้รับการการันตีแล้วว่าดีเยี่ยม เพียงเพราะมีชื่อเหล่าบิ๊กเนมถือหุ้นตัวนี้ คล้ายกับอาหารที่มามีสัญลักษณ์ "เชลล์ชวนชิม" "เปิดพิสดาร" หรือ "แม่ช้อยนางรำ" ผมว่าคนๆ นั้นกำลังเข้าใจผิดอย่างแรงครับ อาหารจะรู้รสว่าอร่อยจริงหรือเปล่า มันต้องชิมด้วยตัวเอง หุ้นก็เหมือนกัน บริษัทยอดเยี่ยมจริงหรือเปล่า มันต้องวิเคราะห์ด้วยตนเองด้วย

สุดท้าย ผมว่าระยะเวลาระดับ 8 - 9 ปีที่ผ่านมา มากเกินพอจะพิสูจน์ฝีมือผู้บริหาร PF ได้แล้วนะครับ กล่าวคือ คงไม่มีอะไรให้ต้องพิสูจน์อีกต่อไป :D


ลูกเต่า
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 498
Joined: Thu Jan 11, 2007 8:54 am

Re: PF

Posts by ลูกเต่า » Wed Aug 01, 2012 9:36 am

จากข่าวครับ
http://pf.listedcompany.com/newsroom/08 ... aoHoon.pdf
แผนแนวราบรายได้ 9,000 ล้าน กองอสังหา (uniloft 2,200 MB) ที่เหลือคอนโด

จากนั้น ผบห ก็ให้ข่าวมาเรื่อยๆ +- ไม่มากเท่าไรลองไล่อ่านดูจากต้นปีครับ

http://pf-th.listedcompany.com/newsroom ... gs_th.html

แผนเปิดโครงการใหม่ก็ค่อนข้างตรงตามที่ให้ข่าวต้นปี

รายได้ส่วนใหญ่คงเข้ามาช่วง Q4 ครับ
แต่ก็ยังว่าแหละครับจะไว้ ผบห ได้แค่ไหนก็ต้องเผื่อ MOS ไว้ครับ :oops:

ปัจจุบันขณะ

User avatar
Croyoty
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3608
Joined: Mon Dec 24, 2007 3:55 pm

Re: PF

Posts by Croyoty » Wed Aug 01, 2012 9:48 am

Golden Stock wrote:
Croyoty wrote: สุดท้าย ผมว่าระยะเวลาระดับ 8 - 9 ปีที่ผ่านมา มากเกินพอจะพิสูจน์ฝีมือผู้บริหาร PF ได้แล้วนะครับ กล่าวคือ คงไม่มีอะไรให้ต้องพิสูจน์อีกต่อไป :D

มุมมองเชิงลบ ประวัติศาสตร์ มักซ้ำรอยได้เสมอ

มุมมองเชิงบวก อาจเป็นบทเรียนที่ต้องจำและระมัดระวังปรับปรุงแก้ไขพัฒนาเพิ่อไม่ให้เกิดขึ้นเลวร้ายอีกก็ได้

สุขแบบเรียบง่าย สุขจากความสงบ
สู่วิถีธรรมชาติ ... วิถีแห่ง เซน

Image

User avatar
chukieat30
Verified User
Posts: 3531
Joined: Tue Jul 13, 2010 11:50 am

Re: PF

Posts by chukieat30 » Wed Aug 01, 2012 9:54 am

ใครจะซื้อหุ้นเพราะมีเหล่าบิ๊กเนมเข้ามาถือ โดยมองข้ามปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ด้วยอาจจะคิด (เอาเอง) ว่า บริษัทนี้ได้รับการการันตีแล้วว่าดีเยี่ยม เพียงเพราะมีชื่อเหล่าบิ๊กเนมถือหุ้นตัวนี้ คล้ายกับอาหารที่มามีสัญลักษณ์ "เชลล์ชวนชิม" "เปิดพิสดาร" หรือ "แม่ช้อยนางรำ" ผมว่าคนๆ นั้นกำลังเข้าใจผิดอย่างแรงครับ อาหารจะรู้รสว่าอร่อยจริงหรือเปล่า มันต้องชิมด้วยตัวเอง หุ้นก็เหมือนกัน บริษัทยอดเยี่ยมจริงหรือเปล่า มันต้องวิเคราะห์ด้วยตนเองด้วย

+1ครับ เฮีย

ใครจะตามบิ๊กเนมโดยไม่ดู หน้าไพ่ตัวเอง ก้คงเหมือนคนลอกการบ้านโดยไม่มอง

ว่า ไพ่ในมือเค้า ถือไพ่อะไร

เกมนี้ เค้าถือไพ่ 4A

ถ้าคุณตีลูกตามไทเกอร์ คุณก้ไม่มีทางจะเหนือกว่า ไทเกอร์ จงนำวงสวิงของไทเกอร์มาปรับใช้ให้เหมาะกับคุณ

หวิ่งชุนหวอซาน หวิ่งชุนยิปมันจีทคุดโด้ พื้นฐานก้มาจากหวิ่งชุน แม้ชื่อจะต่าง
แต่หวิ่งชุนก้คือ หวิ่งชุน
ทำวันนี้ให้ดี ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่า และทำวันข้างหน้าให้ดีที่สุด

User avatar
Golden Stock
Verified User
Posts: 615
Joined: Wed May 21, 2003 6:09 pm

Re: PF

Posts by Golden Stock » Wed Aug 01, 2012 10:22 am

Croyoty wrote:ทำไมตัวนี้ มี NPM ไม่สูง เทียบกับ developer อื่นๆอะครับ
เช่น SPALI LPN AP LH PS
คำตอบอยู่ในข้อ 2 และ 3.1 ครับ

เป็นบทความของคุณ Invisible Hand เขียนไว้เมื่อปี 2006 ครับ


ธุรกิจอสังหาฯ ที่เป็น developer หรือสร้างบ้านขาย เป็นหุ้นที่ไม่ค่อยน่าจะถือลงทุนระยะยาวเท่าไหร่ เพราะว่าเป็นธุรกิจที่ยอดขายแต่ละปีต้องเริ่มจาก 0 เมื่อต้นปี ดังนั้นหากบริษัทอสังหาฯ ใดๆ ขายโครงการเดิมหมดและไม่เปิดโครงการใหม่ ก็จะไม่มีรายได้ในปีต่อไป ดังนั้นจึงเป็นธุรกิจที่เจ้าของกิจการค่อนข้างเหนื่อยในการที่สร้างโครงการ ใหม่ๆ มาทดแทนโครงการเดิมตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตาม หุ้นอสังหาฯ ก็เป็นหุ้นที่เป็นวัฎจักรธุรกิจค่อนข้างสูง ในแง่การลงทุนหากเราซื้อถูกบริษัท ถูกเวลา ก็ให้ผลตอบแทนในการลงทุนค่อนข้างสูง แต่จะต้องเป็นการลงทุนแบบ hit and run คือ กำไรระดับหนึ่งแล้วต้องขาย ระยะเวลาการลงทุนอาจจะเป็น 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ขึ้นอยู่กับว่าเราซื้อช่วงไหนของ cycle ถ้าซื้อเร็วไปอาจจะต้องรอนานหน่อย แต่ถ้าซื้อช่วงกำลังขึ้นพอดีอาจจะไม่ต้องรอนาน

ที่ผม post ในกระทู้ก่อนว่าหุ้นอสังหาฯ น่าสนใจ ตอนแรกผมคาดว่าหุ้นอสังหาฯ หลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจจะปรับลดลงซัก 15-20% แต่ปรากฎว่าปรับลดลงเพียง 5-10% จึงผิดคาดไปหน่อยครับ ทำให้หลายตัวที่ผมมองๆ ไว้ราคาไม่ลดลงเท่าที่ควรครับ

เนื่องจากธุรกิจอสังหาฯ เป็นธุรกิจที่อิงปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้สูง เช่น การเมือง ราคาน้ำมัน ฯลฯ ดังนั้นในแง่การลงทุนจึงมีความเสี่ยงสูง ผมเองคิดว่าก็ไม่ควรให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ขึ้นกับปัจจัยภายนอกสูงมาก เกินไปในพอร์ตครับ สำหรับหุ้นที่ผมคิดว่าน่าสนใจคงจะไม่ได้เป็นตัวใดตัวหนึ่ง แต่ผมคิดว่ามีหุ้นอสังหาฯ ประเภทสร้างที่อยู่อาศัย ประมาณ 3-4 ตัว ที่มีศักยภาพสูงและน่าสนใจครับ ผมคงขออนุญาตไม่บอกเป็นรายตัวเนื่องจากหุ้นอสังหาฯ มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้สูง ดังนั้นผู้ที่ซื้อจะต้องศึกษาค่อนข้างละเอียดและรับความเสี่ยงได้ ดังนั้นด้วยความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูงขนาดนี้จึงไม่เหมาะที่ผมจะแนะนำเป็นราย ตัวครับ
ผมคงให้หลักการกรองหุ้นอสังหาฯ ไว้ดังนี้ครับ ถ้านำไปใช้ก็น่าจะได้หุ้นที่น่าสนใจเช่นเดียวกันครับ

1 หุ้นตัวนั้นๆ ผู้บริหารควรจะถือหุ้นมากพอสมควร เช่น เกิน 50%

เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการบริหาร สร้างการเติบโต ควบคุมต้นทุนต่างๆ กำกับดูแลไม่ให้เกิดการรั่วไหลในองค์กรเนื่องจากธุรกิจนี้มีการการจัดซื้อ จำนวนมาก เช่น ที่ดิน วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง การจ้างผู้รับเหมา ดังนั้นในความคิดผม ถ้าผมจะซื้อหุ้นอสังหาฯ ผมอยากให้ผู้บริหารถือหุ้นมากๆ ครับ หุ้นอสังหาฯ บางบริษัทที่เคยใช้มืออาชีพมาบริหารแล้วไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรครับ ซึ่งมีความแตกต่างจากธุรกิจอื่นๆ ครับ

2 หุ้นตัวนั้นๆ ควรจะมี net profit margin ( กำไรสุทธิ / รายได้ ) สูงกว่า 10%

เนื่องจากธุรกิจอสังหาฯ เป็นธุรกิจที่มีการหมุนเวียนของสินทรัพย์ค่อนข้างช้า กล่าวคือ ตั้งแต่ซื้อที่ดิน ถมที่ สร้างบ้าน จนถึงการโอนให้ลูกค้าจะใช้เวลาประมาณ 8 เดือนถึง 2.5 ปี ( ในกรณีของบ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์ จะใช้เวลาน้อยหน่อย แต่คอนโดฯ ถ้าเป็นจำนวนชั้นน้อยๆ หรือ low rise จะใช้เวลาประมาณ 1 ปี แต่ถ้าคอนโดฯ สูงๆ จะใช้เวลา 2-2.5 ปี ) ดังนั้นการขายแต่ละครั้งจะต้องมีกำไรที่มากพอที่จะคุ้มค่ากับผลตอบแทนในการ ลงทุน ยกตัวอย่างเช่น การสร้างบ้าน 1 หลัง ใช้เวลา 1 ปี หากมี net margin 10% ก็เท่ากับว่าบริษัทนั้นๆ ได้ผลตอบแทนจากการลงทุน 10% ต่อปี หรือเปรียบเทียบง่ายๆ คือเทียบเท่ากับบริษัทนั้นๆ นำเงินไปฝากธนาคารหรือเล่นหุ้นแล้วได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี นั่นเอง

อีกตัวอย่าง หาก บริษัท A ทำโครงการคอนโดฯ ใช้เวลาสร้าง 2 ปี และมี net margin 12% ก็เท่ากับว่าผลตอบแทนของโครงการนี้คือปีละ 6% ครับ

ดังนั้น เราควรพิจารณาหุ้นอสังหาฯ ที่มี net profit margin สูงกว่า 10% เพราะถ้าบริษัทไหนทำได้ต่ำกว่านั้นมากๆ ก็จะทำให้ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นหรือผลตอบแทนการลงทุน ที่วัดในรูปแบบ ROCE ROE ต่ำมาก และหากบริษัทไหนทำได้ต่ำมากๆ เช่น 5% ก็ไม่น่าสนใจเพราะว่าการหมุนสินค้าคงเหลือ ( ในที่นี้คืองานระหว่างการก่อสร้าง ) ต้องใช้เวลา 1 ปี ถ้าได้ margin ระดับ 5% ก็จะเท่ากับ margin ของธุรกิจค้าปลีกแต่ค้าปลีกมีการหมุนสินค้าคงคลังปีละ 4-6 รอบครับ ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกจะมี ROA ROCE สูงกว่า

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า หาก 2 บริษัทที่มีการใช้หนี้สินต่อทุนเท่ากัน และมี net margin เท่ากัน บริษัทที่สร้างทาวเฮาส์หรือบ้านเดี่ยวซึ่งจะใช้เวลาสร้างเร็วกว่า จะน่าสนใจกว่าบริษัทที่ทำคอนโดฯ ที่ใช้เวลาสร้างนานกว่า เพราะว่าระยะเวลาการหมุนเวียนสินทรัพย์ของบริษัทสร้างบ้านจะต่ำกว่าครับ

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า นอกจาก net margin แล้ว อีกตัวที่สำคัญมากสำหรับธุรกิจอสังหาฯ คือ ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มซื้อที่ดินถึงการส่งมอบสินค้าและรับเงินจากลูกค้า กล่าวคือ ถ้าระยะเวลายิ่งน้อยที่สุดก็ยิ่งดีครับ จึงทำให้ต้องพิจารณาข้อ 3 ต่อไปครับ

3 ความเร็วในการหมุนของสินทรัพย์ หรือ Revenue / Total asset

ต่อเนื่องจากที่อธิบายในข้อ 2 ครับ บริษัทไหนที่มี รายได้ / สินทรัพย์รวมต่ำ แสดงว่าบริษัทนั้นมีระยะเวลาตั้งแต่ซื้อที่ดินถึงการโอนนาน มีสินทรัพย์มากแต่ยอดขายน้อย เรียกภาษาชาวบ้านว่า เงินจม ครับ ซึ่งอาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุดังนี้ครับ

3.1 บริษัทนั้นๆ อาจจะมีอัตราการขายในบางโครงการช้ามาก เช่น โครงการพัฒนาบ้าน 200 หลัง อาจจะขายได้ปีละ 20 หลัง ซึ่งก็ทำให้มีสินค้าคงเหลือซึ่งได้แก่ค่าพัฒนาสาธารณูปโภคต่างๆ และงานระหว่างก่อสร้างสูง ในขณะที่รายได้เข้ามาน้อยแต่สินค้าคงเหลือมีมาก บริษัทพวกนี้ต้องระวังด้วยครับเพราะดอกเบี้ยธนาคารที่กู้มาพัฒนาโครงการหาก โครงการนั้นยังขายไม่ได้จะถูกบันทึกเป็นต้นทุนโครงการ ซึ่งไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในงวดนั้นๆ ดังนั้นโครงการที่ขายไม่ได้นานๆ จะมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ จากอัตราดอกเบี้ยที่บันทึกต้นทุน เมื่อขายได้เมื่อไหร่โครงการนั้นๆ จะมี margin ที่ต่ำมากครับ

3.2 บริษัทนั้นๆ อาจจะมีปัญหาในการก่อสร้าง คือมีความล้าช้า ทำให้ระยะเวลาตั้งแต่ลูกค้าจองซื้อถึงส่งมอบงานกินเวลานาน นอกจากนี้ บริษัทอาจจะมีปัญหาในคุณภาพของงานที่ส่งมอบ เช่น คุณภาพบ้านไม่ดีทำให้ลูกค้าไม่ยอมรับโอนบ้านทำให้ต้องมีการแก้ไขจนกว่า ลูกค้าจะพอใจ บริษัทที่สร้างบ้านเสร็จก่อนขายอย่าง LH QH มักจะไม่ค่อยมีปัญหาดังกล่าวเพราะลูกค้าตัดสินใจซื้อจากบ้านที่เสร็จแล้วและ พอใจคุณภาพจึงซื้อจึงไม่ค่อยมีการแก้งาน แต่บริษัทที่เป็นแบบสั่งสร้างมักจะมีปัญหาดังกล่าวพอสมควร โดยเฉพาะบริษัทที่ทำบ้านระดับบนราคาแพงซึ่งนอกจากลูกค้าจะแก้เรื่องคุณภาพ งานแล้วยังมักจะชอบเปลี่ยน spec วัสดุต่างๆ ทำให้งานก่อสร้างช้าลงได้

3.3 บริษัทเหล่านั้นอาจจะมีรสนิยมชอบสะสมที่ดิน บางบริษัทชอบสะสมที่ดิน หรือ landbank สำหรับการพัฒนาในอีกหลายๆ ปีข้างหน้า ก็จะทำให้มีสินทรัพย์ในบัญชีสูง การสะสมที่ดินมากเกินไปก็เป็นการเพิ่มสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ให้ กับบริษัท บริษัทอสังหาฯ สมัยก่อนนิยมซื้อที่ดินเก็บไว้มากๆ และมักจะใช้เงินกู้มาซื้อด้วยเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจจึงเข้า rehab กันเป็นแถว แต่เหตุผลที่ทำอย่างนั้นเพราะสมัยก่อนเกณฑ์การเข้าตลาดหุ้นของหุ้นอสังหาฯ คือจะต้องมี landbank รองรับการพัฒนาเป็นระยะเวลา 3 หรือ 5 ปี ( ผมจำแน่นอนไม่ได้ ) ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปแล้ว นอกจากนี้ ราคาที่ดินสมัยก่อนเพิ่มขึ้นเร็วทำให้หลายบริษัทเห็นว่าการซื้อที่ดินช่วงขา ขึ้นทำให้บริษัทได้กำไรจากราคาที่ดินที่ขึ้นและได้เปรียบบริษัทที่ซื้อ ที่ดินทีหลัง ดังนั้นในยุคปัจจุบัน หลายๆ บริษัทจึงไม่นิยมสะสม landbank มากเกินไป แต่จะใช้การซื้อล่วงหน้าเพียง 6 เดือน 1 ปีเท่านั้น เนื่องจากราคาที่ดินในปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นฟองสบู่เหมือนสมัยก่อนแล้ว ดังนั้น ในกรณีนี้เราอาจจะเห็นบางบริษัทที่มีสินทรัพย์เยอะๆ เนื่องจากภายใน book จะมีที่ดินประเภทสะสมไว้ตั้งแต่ก่อนวิกฤติแต่อาจจะยังไม่นำมาพัฒนาโครงการ ด้วยเหตุผลต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น MK PF เป็นต้น

ดังนั้นเราควรเลือกหุ้นที่มี revenue / total asset สูงครับ แต่ ratio ดังกล่าวสูงอย่างเดียวไม่พอครับต้องมี net margin สูงกว่า 10% ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นเราก็ได้หุ้นที่มีแต่ยอดขายแต่ไม่มีกำไรก็เท่ากับว่าบริษัท นั้นทำงานเหนื่อยฟรี เป็นบริษัททำงานเพื่อการกุศลไปครับ

4 ควรจะพิจารณาแนวโน้มของ market share ของบริษัทนั้นๆ ด้วยครับ
บริษัทที่มี market share ต่ำ แต่แนวโน้มมี market share เพิ่มขึ้น จะน่าสนใจกว่าบริษัทที่มี market share สูงแต่แนวโน้มคงที่หรือลดลงครับ เพราะบริษัทที่มี market share คงที่จะต้องโตตามภาวะตลาดเท่านั้น แต่บริษัทที่มี market share เพิ่มขึ้นจะสามารถโตได้มากกว่าตลาดในกรณีตลาดดี และโตได้ระดับหนึ่งช่วงตลาดไม่ดี ดังนั้นคงจะต้องติดตามกิจกรรมทางการตลาดของแต่ละบริษัทด้วยครับว่าช่วงนี้ แต่ละ brand เป็นขาขึ้นหรือขาลง

5 ควรจะหาโอกาสเยี่ยมชมโครงการเพื่อพิจารณาคุณภาพของสินค้าด้วยครับ

หลายบริษัทอาจจะมีโฆษณาที่ดี ทำเลที่ตั้งโครงการดี แต่คุณภาพบ้านอาจจะไม่ดี เช่น วัสดุไม่ดี งานก่อสร้างแย่ หรือการออกแบบไม่ practical เช่น ดูสวยแต่อยู่จริงไม่ไหว โครงการเหล่านี้อาจจะขายดีในช่วงสั้นๆ แต่ในระยะยาวๆ บริษัทเหล่านี้จะมีความนิยมของ brand ที่ลดลงครับ ดังนั้นหากเราจะลงทุนในบริษัทไหนเราควรหาโอกาสไปเยี่ยมโครงการโดยทำทีที่จะ ซื้อบ้านในโครงการนั้นๆ ซึ่งเราจะมีโอกาสที่จะได้ชมคุณภาพของบ้าน และคุณภาพพนักงานขายด้วยครับ บางบริษัทบ้านน่าอยู่ สร้างดี แต่พนักงานหน้าไม่รับแขกทำเหมือนบริษัทเค้ากำลังแจกบ้านฟรีอยู่ก็มีครับ หากเป็นบริษัทที่น่าสนใจในการลงทุนบริษัทนั้นๆ ควรจะมีบ้านที่เราเห็นแล้วก็รู้สึกอยากซื้อ อยากอยู่เอง และรู้สึกว่าอยู่ได้จริงๆ เพราะหากเราดูแล้วรู้สึกว่าบ้านคุณภาพไม่ดีเราเองยังไม่อยากซื้อก็ต้องกลับ มาคิดอีกทีครับว่าบริษัทนั้นๆ น่าสนใจจริงหรือไม่ แต่ก็คงต้องใช้วิจารณญาณด้วยครับ เช่น บางคนไปดูโครงการที่ขาย 8 แสนบาทแล้วติโน่นตินี่ รู้สึกว่าคุณภาพไม่ดี ทำไมไม่มีอ่างอาบน้ำ ชั้นบนทำไมไม่เป็นไม้ปาร์เก้ ( ยกตัวอย่างให้เวอร์ๆ หน่อยครับ ) บางทีอาจจะต้องเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างราคากับสิ่งที่ได้รับด้วยครับ ดังนั้นการไปดูหลายๆ โครงการทั้งโครงการที่เราสนใจและคู่แข่งในราคาและทำเลใกล้ๆ กัน ก็ช่วยได้มากครับ

ไม่ต้องกลัวครับว่าเค้าจะคิดว่าเราไม่ได้ไปซื้อบ้านจริงๆ เพราะบางทีคนที่คิดซื้อบ้านจริงๆ กับคนดูเพื่อสำรวจตลาด คำถามไม่เหมือนกันพนักงานขายก็พอดูออกครับ แต่พนักงานขายของบริษัทที่ดีจะถูก train มาให้ต้อนรับและดูแลลูกค้าเท่าเทียมกันหมดไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่มาซื้อจริงๆ กับลูกค้าที่มีสำรวจตลาด เพราะพนักงานขายอาจจะตัดสินใจด้วยสายตาไม่ได้ถูกทุกครั้งก็ได้ หลายครั้งลูกค้าที่พนักงานขายรู้สึกว่ามาดูจริงๆ อาจจะมาสำรวจก็ได้ แต่ลูกค้าที่พนักงานขายรู้สึกว่ามาสำรวจอาจจะเป็นลูกค้าจริงๆ ก็ได้ หรือลูกค้าที่พนักงานขายรู้สึกว่าไม่น่ามีเงินมาซื้อบ้านโครงการนี้ ( เช่น แต่งตัวธรรมดา ) อาจจะมีเป็นเศรษฐีประเภทผ้าขี้ริ้วห่อทองก็ได้ ดังนั้นบริษัทที่ดีควรจะสอนให้พนักงานขายไม่ตั้งศาลเตี้ยตัดสินลูกค้าด้วย ตัวเองครับ

6 ดู p/e ด้วย

ผมคิดว่าหากเป็นหุ้นอสังหาฯ ที่มี market share เพิ่มไม่มากแล้ว ก็ไม่ควรมี p/e สูงเกิน 12 เท่า ( บวกลบ ) เพราะว่าอสังหาฯ เป็นธุรกิจที่ยอดขายแต่ละปีเริ่มจาก 0 ตอนต้นปี กำไรปีนี้ไม่ได้มีผลอะไรกับกำไรปีหน้าหรือปีต่อๆ ไป ดังนั้นหากช่วงที่ p/e สูงมากๆ เช่น 15 เท่า 20 เท่า แล้วเราไปซื้อหุ้นช่วงนั้นก็เท่ากับว่าเราสมมุติว่าหุ้นตัวนั้นต้องทำกำไร แบบเดิมให้ได้อีก 15 ปีเราจะคืนทุน ซึ่งเป็นไปได้ยากเครับเพราะธุรกิจอสังหาฯ มีช่วงที่ดีและแย่สลับกัน การทำกำไรแบบเดิมทุกปีคงทำได้ยาก ช่วงที่เราควรซื้อหุ้นอสังหาฯ ที่ p/e สูงๆ ได้จะต้องเป็นช่วงที่เริ่มฟื้นตัวจากความตกต่ำสุดๆ แล้วจริงๆ เช่น หุ้น LH ตอนปี 2545 ราคาตอนนั้น 2-3 บาท มี p/e สูง แต่ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด และมี market share เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการเป็นเจ้าแรกที่สร้างบ้านก่อนขาย ทำให้เมื่อมองย้อนกลับจะเห็นว่าราคาตรงนั้นน่าซื้อแม้ p/e จะสูงก็ตามครับ

ลองกรองหุ้นอสังหาฯ ตามตะแกรงดังกล่าวดูนะครับ คิดว่าน่าจะพอมีหุ้นที่น่าสนใจในราคาปัจจุบันอยู่บ้างเหมือนกันครับ


User avatar
Golden Stock
Verified User
Posts: 615
Joined: Wed May 21, 2003 6:09 pm

Re: PF

Posts by Golden Stock » Wed Aug 01, 2012 10:26 am

ส่วนอันนี้เป็นข้อสังเกตของคุณ Invisible Hand เมื่อปี 2003

PF ถือหุ้นอยู่ในบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) อยู่ 40%
Attachments
PF.gif
PF.gif (12.22 KiB) Viewed 8257 times


spooner
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 120
Joined: Tue Apr 08, 2008 9:27 am

Re: PF

Posts by spooner » Wed Aug 01, 2012 9:53 pm

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2555 10:29:30 น.

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค(PF) เห็นว่าบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสมในการเปลี่ยนเน้นขายแต่บ้านเดี่ยว มาเปิดขายคอนโดมากขึ้นตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา และปีนี้จะเริ่มเห็นผล ทำให้กำไรสุทธิปีนี้เติบโตก้าวกระโดดถึง 103% y-o-y และปี 56 โตต่อเนื่องได้อีก 16% y-o-y โดยกำหนดราคาพื้นฐานที่ 1.39 บาท สำหรับอัตราผลตอบแทนปันผลปีนี้ คาดว่าอยู่ในระดับสูงเป็น 7%
จากการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ยังคงเห็นภาพการฟื้นตัวสดใสในปีนี้ ยอดขาย (presales) 2Q55 น่าประทับใจเป็น 4.8 พันล้านบาท เติบโต 76% y-o-y และ 59% q-o-q ผลพวงจากการเปิดขายโครงการใหม่ และจัดงานขายที่พารากอน รวมทั้งมีการออกสินค้าใหม่คือ MOFF คอนโด (มี 2 ชั้นในห้องเดียว) จึงคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q55 เติบโตแข็งแกร่งเป็น 181 ล้านบาท เพิ่ม 14% y-o-y และ 131% q-o-q เพราะรายได้จากการโอนอยู่ในระดับสูงที่ 2.4 พันล้านบาท ซึ่งบันทึกกำไรขายที่ดินเปล่าอีก 100 ล้านบาท และไตรมาสนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายป้องกันน้ำท่วม 30 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมออกหุ้นกู้ 10 ล้านบาท
แต่กำไรจะไปหนักเอาใน 2H55 นั่นคือ สัดส่วนกำไร 1H55:2H55 เป็น 26%:74% เพราะจะมีการโอน I Condo เป็นจำนวนมากใน 4Q55 ด้านยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้น 2Q55 อยู่ในระดับสูงเป็น 6.6 พันล้านบาท โดยสามารถรับรู้ในปีนี้ และรองรับประมาณการรายได้ปีนี้ในสัดส่วนที่ 40% แล้ว และมีส่วนที่เหลือประมาณ 3.8 พันล้านบาท สามารถจะไปรับรู้รายได้ในปี 56-57 ได้อีก

Sale Q1 ปีนี้ = 1,883 MB
Q2 ปีนี้น่าจะประมาณ 2,400 MB
Q4 มีขาย UniLoft เข้ากองทุนอยู่ 1,000 MB

ยอดขายปีนี้ Lock ทั้งปีไว้แล้วประมาณ 5,283 MB
สิ้น 2H 55 มี Backlog อยู่ 6,600 MB น่าจะโอนปีนี้ได้อยู่ที่ 2,640 MB

ผบห.ตั้งเป้าทั้งปีที่ 12,000 MB เหลืออีกประมาณ 4,000MB ใน 2H55
ผมว่าก็ท้าทายดีนะครับ Inventory ที่เหลืออยู่ก็น่าจะพอมีลุ้น

PF มี Land Bank อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนอยู่ เยอะกว่าเจ้าอื่นตั้งเยอะจริงๆด้วยครับ เงินจม แต่ก็ถือเป็นข้อดีว่าถ้าผบห.คิดได้ก็อาจจะเอาที่ดินเก่ามาพัฒนาโดยไม่ต้องซื้อใหม่ พอหมดก็ค่อยปรับกลยุติการ Stock ที่ดินกัน

แต่เอาข้อมูลปี 2003 -2006 มามันไม่เก่าไปหรอครับ เราดูแต่อดีต อาจมองอนาคตไม่ชัดก็ได้นะครับ

ผมเข้ามาสนใจ PF เพราะมี Big Name ถืออยู่จริงครับและพยายามจะศึกษาไพ่ในมือตัวเองอยู่ ถ้าข้อมูลผมผิดตรงไหนโปรดชี้แนะด้วยครับ


chiraponge
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 801
Joined: Sun May 09, 2010 9:26 am

Re: PF

Posts by chiraponge » Wed Aug 01, 2012 11:08 pm

ลงทุนตัวนี้ ผมว่าต้องไปรอสิ้นปีหน้า
คอนโดใช้เวลาสร้าง 1.5-2 ปี สิ้นปีหน้าโอนได้ ยังถือว่าเก่งเลย
ปีหน้าไม่มีกองอสังหา ต้องมาจาก ยอดขายล้วนๆ

ถ้าราคาขึ้น คงเพราะ backlog/share มากกว่าครับ


jetanich
Verified User
Posts: 44
Joined: Thu Oct 15, 2009 10:03 pm

Re: PF

Posts by jetanich » Thu Aug 02, 2012 2:44 am

chiraponge wrote:ลงทุนตัวนี้ ผมว่าต้องไปรอสิ้นปีหน้า
คอนโดใช้เวลาสร้าง 1.5-2 ปี สิ้นปีหน้าโอนได้ ยังถือว่าเก่งเลย
ปีหน้าไม่มีกองอสังหา ต้องมาจาก ยอดขายล้วนๆ

ถ้าราคาขึ้น คงเพราะ backlog/share มากกว่าครับ
ปีหน้ามีแผนการขายหอพักเข้ากองทุนอสังหานะครับ
ปี 55 Uniloft เชียงใหม่ 1000 ล้าน (น่าจะขาย q4)
ปี 56-57 มีโครงการศาลายาที่อาจจะเลื่อนไป 1000 ล้าน (ต้องตามข่าวอีกที) และโครงการใกล้เอแบคและหอการค้าไทยมูลค่ารวม 4 พันล้านบาท


jetanich
Verified User
Posts: 44
Joined: Thu Oct 15, 2009 10:03 pm

Re: PF

Posts by jetanich » Thu Aug 02, 2012 2:46 am

Paul VI wrote:ผมอ่านไปชักงงนิดๆครับว่า แล้วโครงการหอพัก the loft ที่เชียงใหม่ กับ ศาลายา สรุปจัดตั้งกองทุน q ไหนกันแน่ครับ :?:
เคยคุยกับ IR ครับ เค้าบอกว่า Uniloft เชียงใหม่น่าจะ q4 ส่วนศาลายาน่าจะปีหน้ายังไม่รู้ว่า q ไหน


chiraponge
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 801
Joined: Sun May 09, 2010 9:26 am

Re: PF

Posts by chiraponge » Thu Aug 02, 2012 9:16 am

ตอนแรกเข้าใจว่า ปี 55 Uniloft เชียงใหม่ 1000 ล้าน + โครงการศาลายา 1000 ล้าน
แสดงว่ารายได้ ไม่น่าจะถึง 10000 ล้าน ค่อนข้างแน่ปีนี้
นอกจาก backlog 6000 กว่าล้านรับรู้ทัน เป็นแนวราบทั้งหมด
ซึ่งแนวโน้มน่าจะเป็น 7500-8000 ล้าน เช่นเดิม
แต่ Margin ดีขึ้นจาก การขายกองอสังหา


User avatar
Chicken and Egg
Verified User
Posts: 230
Joined: Sun Jan 31, 2010 8:38 pm

Re: PF

Posts by Chicken and Egg » Thu Aug 02, 2012 7:09 pm

chiraponge wrote:ตอนแรกเข้าใจว่า ปี 55 Uniloft เชียงใหม่ 1000 ล้าน + โครงการศาลายา 1000 ล้าน
แสดงว่ารายได้ ไม่น่าจะถึง 10000 ล้าน ค่อนข้างแน่ปีนี้
นอกจาก backlog 6000 กว่าล้านรับรู้ทัน เป็นแนวราบทั้งหมด
ซึ่งแนวโน้มน่าจะเป็น 7500-8000 ล้าน เช่นเดิม
แต่ Margin ดีขึ้นจาก การขายกองอสังหา
ลอง search ในพันทิพดูครับผม PFเลื่อนค่อนข้างบ่อย ไม่ค่อยได้ตามกำหนดการโอน Postpone Frequently (PF)


User avatar
Energy_eak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 925
Joined: Tue Sep 01, 2009 4:05 pm

Re: PF

Posts by Energy_eak » Thu Aug 02, 2012 8:25 pm

chiraponge wrote:ตอนแรกเข้าใจว่า ปี 55 Uniloft เชียงใหม่ 1000 ล้าน + โครงการศาลายา 1000 ล้าน
แสดงว่ารายได้ ไม่น่าจะถึง 10000 ล้าน ค่อนข้างแน่ปีนี้
นอกจาก backlog 6000 กว่าล้านรับรู้ทัน เป็นแนวราบทั้งหมด
ซึ่งแนวโน้มน่าจะเป็น 7500-8000 ล้าน เช่นเดิม
แต่ Margin ดีขึ้นจาก การขายกองอสังหา
=Uniloft=
เชียงใหม่ราวๆ550ล้าน ศาลายา(น่าจะเป็นเฟส1..แต่อันนี้ไม่มีข้อมูล) แต่ขอเดาว่า 500ล้าน...แต่เอาแบบFull ทั้งสองแห่ง ราวๆ 2,200ล้าน
....ทั้งนี้..ตามแผน เห็นยังมีที่บางนาอีก(คาดว่าจะเป็นอัสสัมชัญ)...และยังมีที่ม.กรุงเทพด้วยมังครับ(อันนี้ตามข่าว)..และจากข่าวเก่าๆจะพบว่าสองแห่งนี้อีก1,000ล้าน
....อื่นๆ..ขอเดาล่วงหน้าว่าจะมีของ หอการค้าด้วย ..อิอิ เดาไว้ก่อนเลย ^^

ผิดถูกขออภัยนะครับ


User avatar
Croyoty
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3608
Joined: Mon Dec 24, 2007 3:55 pm

Re: PF

Posts by Croyoty » Sat Aug 04, 2012 10:31 pm

PF จูบปากต่างชาติผุดห้างดังบุ๊กขายที่ 100 ล.ดัน Q2 พุ่ง 131%

PF ส่งซิกได้พันธมิตรร่วมทุน พัฒนาโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ย่านรัชดา มูลค่าหลายพันล้านบาท ดันงบ
โตหลายเท่าตัว ส่วน Q2/2555 สุดบรรเจิด หลังบุ๊กรายได้ที่ดินมือบวมเชื่อฟันกำไรขั้นต่ำ 181 ล้านบาท
หรือโต 131% รีบสอยเข้าพอร์ตเป้า x.xx บาท ส่วนเทคนิคเห็นต้าน x.xx บาท

หนังสือพิมพ์ทันหุ้น 3 สค. 2555


User avatar
chukieat30
Verified User
Posts: 3531
Joined: Tue Jul 13, 2010 11:50 am

Re: PF

Posts by chukieat30 » Wed Aug 08, 2012 11:16 am

Croyoty wrote:PF จูบปากต่างชาติผุดห้างดังบุ๊กขายที่ 100 ล.ดัน Q2 พุ่ง 131%[/b]

PF ส่งซิกได้พันธมิตรร่วมทุน พัฒนาโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ย่านรัชดา มูลค่าหลายพันล้านบาท ดันงบ
โตหลายเท่าตัว ส่วน Q2/2555 สุดบรรเจิด หลังบุ๊กรายได้ที่ดินมือบวมเชื่อฟันกำไรขั้นต่ำ 181 ล้านบาท
หรือโต 131% รีบสอยเข้าพอร์ตเป้า x.xx บาท ส่วนเทคนิคเห็นต้าน x.xx บาท

หนังสือพิมพ์ทันหุ้น 3 สค. 2555



ตอนไหนกันครับ ห้างไหนจะมาลง

สงสัย อนานิคม จากดาวอังคาร 555+

ถ้าคุณตีลูกตามไทเกอร์ คุณก้ไม่มีทางจะเหนือกว่า ไทเกอร์ จงนำวงสวิงของไทเกอร์มาปรับใช้ให้เหมาะกับคุณ

หวิ่งชุนหวอซาน หวิ่งชุนยิปมันจีทคุดโด้ พื้นฐานก้มาจากหวิ่งชุน แม้ชื่อจะต่าง
แต่หวิ่งชุนก้คือ หวิ่งชุน
ทำวันนี้ให้ดี ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่า และทำวันข้างหน้าให้ดีที่สุด

User avatar
kubo
Verified User
Posts: 249
Joined: Mon Jul 20, 2009 3:24 pm

Re: PF

Posts by kubo » Wed Aug 08, 2012 12:00 pm

Golden Stock wrote:ส่วนอันนี้เป็นข้อสังเกตของคุณ Invisible Hand เมื่อปี 2003

PF ถือหุ้นอยู่ในบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) อยู่ 40%
ตอนนี้ เหลืออยู่ 20% แล้วครับ
Image
บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) (บริษัทร่วม)
บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) (กรุงเทพบ้านฯ ) ตั้งอยู่เลขที่ 100/1 อาคารวรสมบัติ ชั้น 21 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ก่อตั้งเมื่อปี 2527 ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเน้นการพัฒนาโครงการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ปี 2547 บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 500 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท และเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้น ที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 100 บาท ให้เป็นมูลค่าหุ้นละ 10 บาท เพื่อรองรับการขยายตัวในการลงทุนและพัฒนาโครงการของบริษัท และในเดือนกรกฎาคม 2547 ได้เข้าร่วมลงทุนกับกลุ่มทุน “เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ” จากสิงคโปร์ ในนาม “บริษัท เฟรเซอร์ (ไทยแลนด์) พีทีอี แอลทีดี” เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนพระราม 3 (เดอะ พาโน) โดยการจัดตั้ง บริษัท ริเวอร์ไซด์ โฮมส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว

วันที่ 14 กรกฎาคม 2548 กรุงเทพบ้านฯ ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และในเดือน พฤศจิกายน 2548 บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนจาก 1,000 ล้านบาท เป็น 1,700 ล้านบาท โดยกลุ่มกลุ่มทุน “เฟรเซอร์ แอนด์นีฟ” จากสิงคโปร์ ในนาม “บริษัท เฟรเซอร์ (ไทยแลนด์) พีทีอี แอลทีดี” ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญใหม่จำนวน 50 ล้านหุ้น เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหม่ ในสัดส่วนร้อยละ 33 และทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ลดลงเหลือร้อยละ 20

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2549 ได้มีมติลดทุนจดทะเบียนของกรุงเทพบ้านฯ จากเดิมมูลค่า 1,700 ล้านบาท เป็น 1,500 ล้านบาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 1,500 ล้านบาท เป็น 2,100 ล้านบาท โดยการออกจำหน่าย หุ้นสามัญใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาหุ้นละ 10 บาท

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของกรุงเทพบ้านฯ ครั้งที่ 1/2550 ได้มีมติอนุมัติการลดทุนจดทะเบียน จาก 2,100 ล้านบาท เหลือ 1,780 ล้านบาท และยังได้มีมติอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 450 ล้านบาท (หุ้นสามัญ 45 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) ทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 2,230 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพ

ต่อมาที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2551 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพของบริษัทเป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐอเมริกา โดยมีมูลค่าเทียบเท่าเงินบาทไม่เกิน 623.25 ล้านบาท ให้แก่นักลงทุน ต่างประเทศ และเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2551 บริษัทได้ออกหุ้นกู้แปลงสภาพให้แก่ Asia Investment International Limited ภายใต้การบริหารจัดการของ Lombard Investment Inc.

ในปี 2553 บริษัทได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีผู้ค้ำประกัน และมีผู้แทน ผู้ถือหุ้นกู้ เป็นจำนวน รวมทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท โดยเป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ เท่ากับ AA+ (tha) โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน 2554 กรุงเทพบ้านฯ ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้สามารถไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพก่อนวันครบกำหนด และกรุงเทพบ้านฯ ได้ไถ่ถอนหุ้นกู้ทั้งหมดในเดือนธันวาคม 2554

ปัจจุบัน กรุงเทพบ้านฯ มีทุนจดทะเบียน 2,230 ล้านบาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1,780 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นสามัญ 178 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 20.22 และมีรายชื่อผู้ถือหุ้นของกรุงเทพบ้านฯ ดังนี้

รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น สัดส่วน(%)
1. บริษัท เฟรเซอร์ (ประเทศไทย) พีทีอี แอลทีดี 72,000,000 40.45
2. บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เฟอร์เฟค จำกัด (มหาชน) 35,999,964 20.22
3. ดร.พิจิตต รัตตกุล 25,000,000 14.04
4. นายวิชัย ทองแตง 15,000,000 8.43
5. นางนวลลออ คุนผลิน 15,000,000 8.43
6. นางนัดดา นิ่มเกียรติขจร 14,500,000 8.15
7. ผู้ถือหุ้นรายย่อย 500,036 0.28
รวม 178,000,000 100.00
ปัจจุบัน คณะกรรมการของกรุงเทพฯ มีจำนวน 12 คน โดยมีรายชื่อกรรมการและตำแหน่งของกรรมการ ดังนี้

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
1. ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานกรรมการ
2. นายธงชัย คุณากรปรมัตถ์ กรรมการ และ ประธานคณะกรรมการบริหาร
3. นางอุไรวรรณ ภัทรกานต์ กรรมการ และ กรรมการบริหาร
4. นายชาน คิน ฟาย กรรมการ และ กรรมการบริหาร
5. นายชายนิด โง้วศิริมณี (1) กรรมการ
6. นางสาววิลาวัณย์ เหลืองนาคทองดี กรรมการ
7. นายเชียง ฟุค เซ็ง กรรมการ
8. นายเชีย คอง ชุง กรรมการ
9. นายลิม อี้ เซ็ง กรรมการ
10. นายประสงค์ วรารัตนกุล กรรมการ, กรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
11. นายเกรียงไกร จิวานันต์ กรรมการ, กรรมการอิสระ และ กรรมการตรวจสอบ
12. นางอัญชลี ชวนิชย์ กรรมการ, กรรมการอิสระ และ กรรมการตรวจสอบ

“It is only with the heart that one can see rightly; what is essential is invisible to the eye.”
~ Antoine de Saint-Exupery, "The Little Prince"

User avatar
chukieat30
Verified User
Posts: 3531
Joined: Tue Jul 13, 2010 11:50 am

Re: PF

Posts by chukieat30 » Wed Aug 08, 2012 12:21 pm

kubo wrote:
Golden Stock wrote:ส่วนอันนี้เป็นข้อสังเกตของคุณ Invisible Hand เมื่อปี 2003

PF ถือหุ้นอยู่ในบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) อยู่ 40%
ตอนนี้ เหลืออยู่ 20% แล้วครับ
Image
บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) (บริษัทร่วม)
บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) (กรุงเทพบ้านฯ ) ตั้งอยู่เลขที่ 100/1 อาคารวรสมบัติ ชั้น 21 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ก่อตั้งเมื่อปี 2527 ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเน้นการพัฒนาโครงการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ปี 2547 บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 500 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท และเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้น ที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 100 บาท ให้เป็นมูลค่าหุ้นละ 10 บาท เพื่อรองรับการขยายตัวในการลงทุนและพัฒนาโครงการของบริษัท และในเดือนกรกฎาคม 2547 ได้เข้าร่วมลงทุนกับกลุ่มทุน “เฟรเซอร์ แอนด์ นีฟ” จากสิงคโปร์ ในนาม “บริษัท เฟรเซอร์ (ไทยแลนด์) พีทีอี แอลทีดี” เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนพระราม 3 (เดอะ พาโน) โดยการจัดตั้ง บริษัท ริเวอร์ไซด์ โฮมส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว

วันที่ 14 กรกฎาคม 2548 กรุงเทพบ้านฯ ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และในเดือน พฤศจิกายน 2548 บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนจาก 1,000 ล้านบาท เป็น 1,700 ล้านบาท โดยกลุ่มกลุ่มทุน “เฟรเซอร์ แอนด์นีฟ” จากสิงคโปร์ ในนาม “บริษัท เฟรเซอร์ (ไทยแลนด์) พีทีอี แอลทีดี” ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญใหม่จำนวน 50 ล้านหุ้น เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหม่ ในสัดส่วนร้อยละ 33 และทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ลดลงเหลือร้อยละ 20

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2549 ได้มีมติลดทุนจดทะเบียนของกรุงเทพบ้านฯ จากเดิมมูลค่า 1,700 ล้านบาท เป็น 1,500 ล้านบาท และเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 1,500 ล้านบาท เป็น 2,100 ล้านบาท โดยการออกจำหน่าย หุ้นสามัญใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาหุ้นละ 10 บาท

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของกรุงเทพบ้านฯ ครั้งที่ 1/2550 ได้มีมติอนุมัติการลดทุนจดทะเบียน จาก 2,100 ล้านบาท เหลือ 1,780 ล้านบาท และยังได้มีมติอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 450 ล้านบาท (หุ้นสามัญ 45 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท) ทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 2,230 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพ

ต่อมาที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2551 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพของบริษัทเป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐอเมริกา โดยมีมูลค่าเทียบเท่าเงินบาทไม่เกิน 623.25 ล้านบาท ให้แก่นักลงทุน ต่างประเทศ และเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2551 บริษัทได้ออกหุ้นกู้แปลงสภาพให้แก่ Asia Investment International Limited ภายใต้การบริหารจัดการของ Lombard Investment Inc.

ในปี 2553 บริษัทได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีผู้ค้ำประกัน และมีผู้แทน ผู้ถือหุ้นกู้ เป็นจำนวน รวมทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท โดยเป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ เท่ากับ AA+ (tha) โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน 2554 กรุงเทพบ้านฯ ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้สามารถไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพก่อนวันครบกำหนด และกรุงเทพบ้านฯ ได้ไถ่ถอนหุ้นกู้ทั้งหมดในเดือนธันวาคม 2554

ปัจจุบัน กรุงเทพบ้านฯ มีทุนจดทะเบียน 2,230 ล้านบาท และมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1,780 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นสามัญ 178 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 20.22 และมีรายชื่อผู้ถือหุ้นของกรุงเทพบ้านฯ ดังนี้

รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้น สัดส่วน(%)
1. บริษัท เฟรเซอร์ (ประเทศไทย) พีทีอี แอลทีดี 72,000,000 40.45
2. บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เฟอร์เฟค จำกัด (มหาชน) 35,999,964 20.22
3. ดร.พิจิตต รัตตกุล 25,000,000 14.04
4. นายวิชัย ทองแตง 15,000,000 8.43
5. นางนวลลออ คุนผลิน 15,000,000 8.43
6. นางนัดดา นิ่มเกียรติขจร 14,500,000 8.15
7. ผู้ถือหุ้นรายย่อย 500,036 0.28
รวม 178,000,000 100.00
ปัจจุบัน คณะกรรมการของกรุงเทพฯ มีจำนวน 12 คน โดยมีรายชื่อกรรมการและตำแหน่งของกรรมการ ดังนี้

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
1. ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานกรรมการ
2. นายธงชัย คุณากรปรมัตถ์ กรรมการ และ ประธานคณะกรรมการบริหาร
3. นางอุไรวรรณ ภัทรกานต์ กรรมการ และ กรรมการบริหาร
4. นายชาน คิน ฟาย กรรมการ และ กรรมการบริหาร
5. นายชายนิด โง้วศิริมณี (1) กรรมการ
6. นางสาววิลาวัณย์ เหลืองนาคทองดี กรรมการ
7. นายเชียง ฟุค เซ็ง กรรมการ
8. นายเชีย คอง ชุง กรรมการ
9. นายลิม อี้ เซ็ง กรรมการ
10. นายประสงค์ วรารัตนกุล กรรมการ, กรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
11. นายเกรียงไกร จิวานันต์ กรรมการ, กรรมการอิสระ และ กรรมการตรวจสอบ
12. นางอัญชลี ชวนิชย์ กรรมการ, กรรมการอิสระ และ กรรมการตรวจสอบ
ก้หวังว่าคงไม่้ำซ้ำรอยอดีตนะครับ

ทางที่ดี ไม่เกี่ยวกันดีสุด โครงการจะได้ไม่ซ้ำซ้อนกัน

ตัดปัญหาเรื่อง CG

ถ้าคุณตีลูกตามไทเกอร์ คุณก้ไม่มีทางจะเหนือกว่า ไทเกอร์ จงนำวงสวิงของไทเกอร์มาปรับใช้ให้เหมาะกับคุณ

หวิ่งชุนหวอซาน หวิ่งชุนยิปมันจีทคุดโด้ พื้นฐานก้มาจากหวิ่งชุน แม้ชื่อจะต่าง
แต่หวิ่งชุนก้คือ หวิ่งชุน
ทำวันนี้ให้ดี ทำพรุ่งนี้ให้ดีกว่า และทำวันข้างหน้าให้ดีที่สุด

User avatar
Croyoty
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3608
Joined: Mon Dec 24, 2007 3:55 pm

Re: PF

Posts by Croyoty » Wed Aug 08, 2012 4:16 pm

ตัวนี้มีที่ดินนับพันไร่ แค่มูลค่าที่ดินที่บริษัทถือครองอยู่ ตามราคาประเมินใหม่
ก็น่าจะเกินราคาหุ้นมากแล้วนะครับ ถือว่าเล่นแบบ asset play ได้ป่าว

สุขแบบเรียบง่าย สุขจากความสงบ
สู่วิถีธรรมชาติ ... วิถีแห่ง เซน

Image

jet
Verified User
Posts: 484
Joined: Tue Jan 18, 2011 10:13 pm

Re: PF

Posts by jet » Thu Aug 09, 2012 9:26 am

Croyoty wrote:ตัวนี้มีที่ดินนับพันไร่ แค่มูลค่าที่ดินที่บริษัทถือครองอยู่ ตามราคาประเมินใหม่
ก็น่าจะเกินราคาหุ้นมากแล้วนะครับ ถือว่าเล่นแบบ asset play ได้ป่าว

book value ประมาณ 1.50 บาทต่อหุ้น ไม่รู้ว่าเป็นราคาประเมินใหม่รึป่าว ? แต่คิดว่าไม่น่าใช่เพราะเห็น bv แสดงไว้
ใน set ที่ 1.50 นานแล้ว ก่อนมีการปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ แต่ไม่แน่ใจ ขอให้ผู้รู้ช่วยมาขยายความด้วยครับ


User avatar
Croyoty
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3608
Joined: Mon Dec 24, 2007 3:55 pm

Re: PF

Posts by Croyoty » Thu Aug 09, 2012 2:01 pm

สมมติฐาน ราคาประเมินใหม่ปรับขึ้น 20 % - 25 % ทั่วประเทศ

BV ใหม่ ก็ต้องเพิ่มขึ้น

P/BV ก็ต้องต่ำลง

สุขแบบเรียบง่าย สุขจากความสงบ
สู่วิถีธรรมชาติ ... วิถีแห่ง เซน

Image

User avatar
Croyoty
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3608
Joined: Mon Dec 24, 2007 3:55 pm

Re: PF

Posts by Croyoty » Fri Aug 10, 2012 3:04 pm

งบออกวันไหนครับ

สุขแบบเรียบง่าย สุขจากความสงบ
สู่วิถีธรรมชาติ ... วิถีแห่ง เซน

Image

khunano
Verified User
Posts: 2
Joined: Sat Jan 08, 2011 11:05 pm

Re: PF

Posts by khunano » Sat Aug 11, 2012 9:00 am

คาดว่าจะออกวันอังคารที่ 14 สิงหาคม นี้ครับ :)


Post Reply