PF

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

PF

Posts by johnlennon » Sat Apr 12, 2008 1:42 pm

PF แจงตั้งบริษัทย่อย เซ็นเตอร์พ้อยท์ ชอปปิ้ง มอลล์ รุกธุรกิจรีเทล ขยายช่องทางสร้างรายได้ รองรับแนวโน้มการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต พร้อมเล็งขยายการพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มมูลค่าการลงทุนใหม่ๆ หลังมอบหน้าที่บริษัทพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญธุรกิจรีเทลและอาคารสูง ศึกษารูปแบบการพัฒนาโครงการและทำเลลงทุนเพิ่ม คาดไตรมาสร3เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทย่อยเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท รองรับการลงทุนในอนาคต

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Sat Apr 12, 2008 1:44 pm

PF-SIRIกำไรดีสุดหุ้นอสังหาฯ:ค่ายแลนด์ฯตัวเลขทรงตัว ปีนี้เริ่มเห็นโอกาสฟื้น
กำไรกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปี'50 เพิ่มเล็กน้อยหลังหลายบริษัทกำไรยังทรุดทั้ง PRIN-LH-QH ยังดีได้ PF กู้หน้าผลงานดีโดนเด่นเติบโตกว่า 3,000% เพิ่มขึ้นถึง 400 ล้ายบาทขณะที่โบรกมองภาพรวมปี"51โอกาสฟื้นตัวดีขึ้น แต่ต้องระวังปัจจัยเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมันราคาเหล็กสวนทางมาร์จิ้น

ช่วงปี  2550 ที่ผ่านมา ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังยังเผชิญปัญหาภาวะเศรษฐกิจชะลอบวกการเมืองไม่นิ่งกดดัน ถึงแม้รัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการเมกะโปรเจ็กต์ แต่ปัจจัยทางด้านต้นทุนที่แพงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสเพิ่มขึ้น กดดันให้การตัดสินใจซื้อผู้บริโภครวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน

จากการสำรวจผลประกอบการกลุ่มอสังหาริมทรัพย์  ปี  2550  พบว่า หลายบริษัทกำไรลดลงแต่บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน) หรือ PF มีกำไรเติบโตโดดเด่นสุด  โดยมีกำไรโตกว่า  3,000% ที่ 411 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไร 11.9 ล้านบาท และมีกำไรต่อหุ้น 0.52 บาท มากกว่าปีก่อน 0.01 บาท

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Sat Apr 12, 2008 1:46 pm

PF เสนอผู้ถือหุ้นออกหุ้นกู้ 2 พันล้าน ปีนี้เปิดใหม่ 6 แห่ง

    PF ลุ้นผู้ถือหุ้นออกหุ้นกู้จำนวน 2,000 ล้านบาท เชื่อขายไตรมาส 3/51 ลั่นเงินที่ได้มาขยาย

โครงการในอนาคต ส่วนกองทุนพร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ใหม่ยังไม่ได้พิจารณามูลค่า แต่เบื้องต้นสูงกว่า 1,000

ล้านบาท ปีนี้เตรียมเปิดโครงการใหม่ 6 แห่ง มูลค่า 10,000 ล้านบาท วางงบซื้อที่ดิน 1,000 ล้านบาท

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 9:37 am

Property Perfect คาดกำไรปี 51 เติบโต 45 %

PF เป็นผู้ประกอบการสร้างบ้านและคอนโด ที่มีกลยุทธ์เลือกทำเลตามแนวรถไฟฟ้าโดย มี 5 โครงการที่ยึดแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งเป็นจุดขายของบริษัท กำไรสุทธิของPFเริ่มฟื้นตัวในปี 2550 เนื่องจากรายได้จากโครงการคอนโด Metro Park สาทร ซึ่งในปี 2551 นี้ก็ยังรับรู้รายได้จากโครงการนี้ประมาณ 2 พันล้านบาท ใน Q1/51 นี้ ทางPFยังสามารถบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้า Property fund ในส่วนของภาครัฐที่ออกมาตรการลดภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีโอนและจำนอง ประกอบกับบริษัทมี tax loss forward ซึ่งช่วยลดภาระภาษีจ่าย



ทั้ง 2 ปัจจัยนี้ช่วยผลักดันกำไรสุทธิในปี 2551 เราคาดการณ์ รายได้ปี 2551 ที่ 6,684 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% (yoy) กำไรสุทธิ 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% (yoy), P/B ที่ 0.66 , Dividend Yield 7.5% เราประเมินมูลค่า โดยอิง PER ที่ 9 เท่า PF มีมูลค่า 6.78 บาท คำแนะนำ ซื้อลงทุน โดยมี Up Side Gain จากราคาปัจจุบันอีก 35 %

Investment Theme :

๐ โครงการตามแนวรถไฟฟ้า

PF มีกลยุทธ์เลือกเปิดโครงการบ้านโดยยึดตามแนวรถไฟฟ้า โดยเฉพาะสายสีม่วงที่คาดว่าจะเริ่มมีการก่อสร้างก่อนสายอื่น PF มี 5 โครงการที่ยึดแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง คือ

โครงการ เฟอร์เฟค มาสเตอร์พีช รัตนาธิเบศร์-ราชพฤกษ์, เฟอร์เฟค เพลส รัตนาธิเบศร์-ราชพฤกษ์, เดอะวิลล่า รัตนาธิเบศร์-ราชพฤกษ์, เพอร์เฟค เพลส พระราม 5 - ราชพฤกษ์ และ เพอร์เฟค พาร์ค พระราม 5 - บางใหญ่ ในส่วนของแนว Airport Link ก็มี โครงการเพอร์เฟค พาร์ค รามคำแหง-สุวรรณภูมิ, เพอร์เฟค เพลส ราคำแหง - สุวรรณภูมิ และ เพอร์เฟค เพลส สุขุมวิท 77 - สุวรรณภูมิ ซึ่งความชัดเจนของภาครัฐในการเริ่มดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง เป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการตามแนวรถไฟฟ้า

๐ โครงการคอนโดมิเนียม Metro Park สาทร ช่วยเสริมรายได้

PF เริ่มมีการฟื้นตัวของรายได้และกำไรสุทธิในปี 2550 โดยมีรายได้ 6,266 ล้านบาท กำไรสุทธิ 412 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่มีรายได้ 4,477 ล้านบาท และ กำไรสุทธิ 12 ล้านบาท สาเหตุเนื่องมาจากการรับรู้รายได้ในส่วนของโครงคอนโดมิเนียม Metro Park สาทร จำนวน 1,470 ล้านบาท

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างและโอนในส่วนของ Phase 2 ซึ่งมีมูลค่า 3 พันล้านบาท และในส่วนของ Phase 3 มูลค่า 5 พันล้านบาทจะเริ่มก่อสร้างปลายปี 2551 นี้ รายได้ในส่วนของคอนโด จะช่วยกระจายฐานรายได้ของ PF ให้มีความหลากหลาย และเป็นการการกระจายความเสี่ยง โดยคาดว่าในปี 2551 นี้ PF จะมีรายได้ในส่วนของคอนโดมิเนียมประมาณ 2 พันล้านบาท

๐ Q1 บันทึกกำไรจาก Property Fund

ใน Q1/51 นี้ PF จะมีการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์ 2 โครงการ คือ เฟอร์เฟค เพลส รามคำแหง และ เฟอร์เฟค มาสเตอร์พีช

เอกมัย-รามอินทรา มูลค่า 510 ล้านบาท เข้า Property Fund โดยในทำเลแถวเอกมัย-รามอินทรา มีความต้องการเช่าจากโรงเรียนนานาชาติ PF จะมีการประกันรายได้ค่าเช่าขั้นต่ำปีละ 55 ล้านบาทเป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งการขายสินทรัพย์เข้า Property Fund เป็นการช่วยลดสต็อกบ้าน ในส่วน Net profit margin ของการขายสินทรัพย์น่าจะอยู่ราว 20 %

๐ มาตรการลดภาษีของภาครัฐ และ Tax loss forward เป็นปัจจัยบวก

มาตรการลดภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีโอนและจำนองของภาครัฐมีผลบังคับใช้ 29 มีนาคม 2551 มาตรการนี้เป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เพราะสามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงประมาณ 4.2 % ในส่วนของ PF คาดการณ์ว่าค่าใช้จ่าย SG&A/Sales จะลดลงจากเดิม 20.50 % เป็น 17.5 % ประกอบกับ PF มี tax loss forward ซึ่งในส่วนนี้สามารถนำไปลดภาษีนิติบุคคลที่ จะต้องจ่าย โดยทาง PF จะจ่ายภาษีนิติบุคคลเฉพาะกำไรที่มาจากบริษัทลูก estate perfect ดังนั้นทั้ง 2 ปัจจัยนี้มีผลผลักดันให้กำไรสุทธิของ PF ในปี 2551 นี้ปรับตัวดีขึ้น

๐ กำไรสุทธิ ปี 51 ปรับตัวขึ้น 45 %

เราประเมินรายได้ปี 51 ที่ 6,684 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.7% (yoy), Gross Margin ที่ 29% ลดลงจากปีก่อนที่ 29.88% , EBITDA Margin ที่ 12.77 % เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 10.14%, Profit Margin ที่ 8.97% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 6.58% ในส่วนกำไรสุทธิปี 2551 คาดการณ์ไว้ที่ 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45 % (yoy) คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.75 บาท

๐ ประเมินราคา PF ที่ 6.78 บาท

เนื่องจากกำไรของ PF ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้เป็นผลมาจากกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้า Property Fund ค่าใช้จ่าย SG&A ที่ลดลง และประโยชน์จาก tax loss forward ซึ่งเป็นรายการเพียงครั้งคราว เราจึงประเมินมูลค่า PF โดยใช้ PER ที่ 9 เท่า PF มีมูลค่า 6.78 บาท

คำแนะนำ "ซื้อลงทุน" เนื่องจากกำไรสุทธิปีนี้เติบโตถึง 45% ปัจจุบันราคาซื้อขายกันที่ PER เพียง 6.9 เท่า P/BV ที่ 0.66 มี Dividend yield ที่ 7.5% เมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันที่ประมาณ 5 บาท ยังมี Up side gain อีก 35%

หมายเหตุ -วิเคราะห์ ณ วันที่ 10 เม.ย. 2551

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 12:54 pm

ชื่อบริษัท  บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)  
ที่อยู่ อาคารวรสมบัติ ชั้น 17, 100/1 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.  
ค่าสถิติสำคัญ (ณ วันที่ 22 เม.ย. 2551)
 P/E (เท่า)   10.24 อัตราเงินปันผลตอบแทน (%)   4.49
 P/BV(เท่า)   0.69 มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ล้านบาท)    4,214.11
กลุ่มอุตสาหกรรม   อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
หมวดธุรกิจ
  พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
วันที่เข้าซื้อขายวันแรก   01 มิ.ย. 2536
 
รายละเอียดเกี่ยวกับทุน
ราคาพาร์   6.00 บาท
หุ้นสามัญ  
 ทุนจดทะเบียน   6,213,565,176.00 บาท
 ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว   4,726,110,120.00 บาท
นโยบายเงินปันผล

ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังจากหักสำรองตามกฎหมายทั้งนี้การจ่ายเงินปันผลให้นำปัจจัยต่างๆ ต่อไปนี้มาพิจารณาประกอบ




รายชื่อกรรมการล่าสุด

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
ดร.ธวัชชัย นาคะตะ ประธานกรรมการ
นายชายนิด โง้วศิริมณี กรรมการผู้จัดการ
ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ กรรมการ
นายไพรัตน์ เสนาจักร์ กรรมการ
นายวิทยา เนติวิวัฒน์ กรรมการ
นายเดวิด ไบรซ์ ฟาน ออฟเพน กรรมการ
นายวีระยุค พันธุเพชร กรรมการอิสระ
นายสมศักดิ์ โตรักษา กรรมการอิสระ
ดร.ธรรมนูญ อานันโทไทย กรรมการอิสระ
นายวีระยุค พันธุเพชร ประธานกรรมการตรวจสอบ
นายสมศักดิ์ โตรักษา กรรมการตรวจสอบ
ดร.ธรรมนูญ อานันโทไทย กรรมการตรวจสอบ


งวดงบการเงิน
ณ วันที่ งบปี 47
31/12/2547 งบปี 48
31/12/2548 งบปี 49
31/12/2549 งบปี 50
31/12/2550    


บัญชีทางการเงินที่สำคัญ  

สินทรัพย์รวม 12,328.72 13,861.16 13,176.13 12,911.03    

หนี้สินรวม 7,194.76 7,923.73 7,500.54 6,823.84    

ส่วนของผู้ถือหุ้น 5,133.96 5,937.43 5,675.59 6,087.20    

มูลค่าหุ้นที่เรียกชำระแล้ว 4,682.16 4,695.21 4,695.33 4,724.95    

รายได้รวม 4,536.35 5,788.59 4,533.81 6,333.24    

กำไรสุทธิ 1,015.52 1,092.64 11.99 411.61    

กำไรต่อหุ้น(บาท) 1.33 1.40 0.02 0.52    

อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ  

ROA(%) 10.67 10.42 2.43 4.99    

ROE(%) 21.95 19.74 0.21 7.00    

อัตรากำไรสุทธิ(%) 22.39 18.88 0.26 6.50

ค่าสถิติสำคัญ
ณ วันที่ 30/12/2547 30/12/2548 29/12/2549 28/12/2550 22/04/2551



P/E (เท่า) 3.15 5.84 5.47 10.13 10.24

P/BV (เท่า) 0.84 0.82 0.51 0.53 0.69

มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น(บาท) 6.25 6.80 7.14 7.49 7.73

อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน(%) N.A. 7.14 9.56 N.A. 4.49

ราคาล่าสุด(บาท) 5.25 5.60 3.66 3.98 5.35

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 4,096.89 4,382.20 2,864.15 3,134.21 4,214.1

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 12:56 pm

ภาพรวมข้อมูลผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 10/04/2551 ประเภทการปิดสมุดทะเบียน : XM

จำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด 3,395    

 % การถือหุ้นแบบไร้ใบหุ้น 68.98    


ลำดับ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ จำนวนหุ้น (หุ้น) % หุ้น



1.  บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด  91,229,500 11.58

2.  บริษัท แจแปนเอเชีย กรุ๊ป จำกัด 84,776,944 10.76

3.  น.ส.สุมนมาศ ลิปิสุนทร 53,228,244 6.76

4.  บริษัท เอ็มเจแอล อินเตอร์เทรด จำกัด 45,910,827 5.83

5.  นายชัยยันต์ เอื้อวัฒนา 40,900,000 5.19

6.  บริษัท สำนักกฎหมายนทีอินเตอร์แนทชั่นแนล จำกัด 37,018,928 4.70

7.  นายประยุทธ เอื้อวัฒนา 34,411,400 4.37

8.  น.ส.วิภา สุทธิยุทธ์ 25,640,000 3.26

9.  บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต จำกัด 19,373,900 2.46

10.  น.ส.สุมาลี หวังประกอบสุข 14,567,255 1.85

11.  DEUTSCHE BANK AG, LONDON PRIME BROKERAGE 13,716,200 1.74

12.  INVESTORS BANK & TRUST COMPANY 12,734,415 1.62

13.  JAPAN ASIA GROUP LIMITED 12,467,224 1.58

14.  นายปราโมทย์ เริ่มยินดี 11,385,000 1.45

15.  นายวิทยา เนติวิวัฒน์ 10,580,000 1.34

16.  BEAR,STEARNS INTERNATIONAL LIMITED-CUSTOMER REG.ACCOUNT 9,592,271 1.22

17.  นายอนุชา สิหนาทกถากุล 9,408,000 1.19

18.  บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด 9,200,000 1.17

19.  CITIGROUP GLOBAL MARKETS INC.-1 CLIENT SEGREGATED ACCOUNT 8,948,500 1.14

20.  นายวินัย พงศธร 7,940,000 1.01

21.  ร่วมเจริญ โดยนางสาววิภา สุทธิยุทธ์ 7,855,310 1.00

22.  น.ส.เจนจิรา ทนโกจารย์ 7,678,065 0.97

23.  นายประยุทธ เอื้อวัฒนา 7,534,300 0.96

24.  ธนาคาร ยูโอบี จำกัด (มหาชน) 6,930,000 0.88

25.  SKANDINAVISKA ENSKILDA BANKEN AB PUBLIC (PUBL) 6,665,500 0.85

26.  นายชายนิด โง้วศิริมณี 6,650,000 0.84

27.  DEUTSCHE BANK AG, LONDON 5,000,000 0.63

28.  นายถาวร ศิริพงษ์สุศิลป์ 5,000,000 0.63

29.  นายสุรพันธ์ ตติยมณีกุล 4,917,700 0.62

30.  นายจุลเมตต์ หาญชัยกุล 4,300,000 0.55

31.  N.C.B.TRUST LIMITED-PROPERTY PERFECT (CTCL) 4,222,229 0.54

32.  น.ส.สุนี แซ่โง้ว 4,000,000 0.51

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 12:58 pm

หลักทรัพย์ PF  
แหล่งข่าว PF  
 หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3)  
 วันที่/เวลา 29 ก.พ. 2551 09:15:00  

                  สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3)
                         บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)

                                              ตรวจสอบ
                                            (หน่วย : พันบาท)
                                           สิ้นสุดวันที่  31 ธันวาคม
งบการเงินรวม
                                              งวด 1 ปี
              ปี                            2550            2549

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    411,607     11,993
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          0.523     0.015


 งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                              งวด 1 ปี
              ปี                            2550            2549

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    368,781     (9,952)
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          0.468     (0.013)

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 1:01 pm

วันขึ้นเครื่องหมาย เครื่องหมาย รายละเีอียด



07 พ.ค. 2551 XD วันปิดสมุดทะเบียน 12 พ.ค. 2551
วันจ่ายปันผล -  
เงินปันผล (บาท/หุ้น) 0.24
รอบผลประกอบการ 01 ม.ค. 2550 - 31 ธ.ค. 2550
หมายเหตุ

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 1:22 pm

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF)  ธีระชน  มโนมัยพิบูลย์  ผู้จัดทำ  หุ้นสามัญ  03/04/2551  03/04/2551  1,400,000  4.79  ซื้อ    
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF)  ธีระชน  มโนมัยพิบูลย์  ผู้จัดทำ  หุ้นสามัญ  10/04/2551  10/04/2551  200,000  5.22  ซื้อ    
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF)  วนิดา  ไวยาวัจมัย  ผู้จัดทำ  หุ้นสามัญ  23/09/2548  21/09/2548  10,000  5.51  ขาย  แก้ไขข้อมูล  
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF)  วนิดา  ไวยาวัจมัย  ผู้จัดทำ  หุ้นสามัญ  25/10/2548  21/10/2548  140,000  5.33  ขาย    
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF)  วนิดา  ไวยาวัจมัย  ผู้จัดทำ  หุ้นสามัญ  29/05/2549  25/05/2549  50,000  3.56  ขาย

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 1:29 pm

ข้อมูลสรุป (Executive Summary)
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในช่วงปลายปี 2550 จนเกือบถึงระดับ 100 ดอลลาร์ ต่อ บาร์เรล รวมถึงวิกฤตสินเชื่อที่อยู่อาศัยประเภทด้อยคุณภาพ (Sub Prime) ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอเมริกา และทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจการเงินและธนาคาร  การเคลื่อนย้ายเงินลงทุนอย่างเสรีส่งผลกระทบในเชิงลบต่อทุกประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย ส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2550 มีการขยายตัวไม่ถึงร้อยละ 5 ประกอบกับการรอคอยการเลือกตั้งที่จะจัดให้มีขึ้นในช่วงปลายปี เราจึงไม่เห็นการขยายงานหรือการลงทุนใหม่ๆ ทั้งจากภาครัฐและเอกชนตลอดปีที่ผ่านมา

บริษัทได้มีการปรับนโยบายในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยการชะลอการเปิดโครงการใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะมีการเปิดโครงการแนวราบใหม่จำนวน 5 โครงการ เป็นเปิดโครงการใหม่ เพียง 2 โครงการ เท่านั้น ได้แก่ โครงการ เพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ รัตนาธิเบศร์ และ โครงการ มณีรินทร์ พาร์ค รังสิต เฟส 2  สำหรับโครงการเก่า ได้มีการเร่งงานก่อสร้าง เพื่อให้สามารถส่งมอบ และรับรู้รายได้ให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในโครงการที่มีการขายแล้ว  ได้แก่โครงการอาคารชุด  เมโทร พาร์ค สาทร และ โครงการทาวเฮ้าส์ วิลล่า รัตนาธิเบศร์  จากการเร่งการก่อสร้าง ส่งผลให้ ปี 2550 บริษัทมีรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้น จาก 4,477 ล้านบาท ในปี 2549 เป็น 6,266 ล้านบาท  หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 40  และ กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น จาก 12 ล้านบาท ในปี 2549 เป็น 412 ล้านบาทในปี 2550 ทำให้สามารถเสนอการจ่ายเงินปันผลได้ในอัตราหุ้นละ 0.24 บาท

ปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับรางวัลโครงการที่มีการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น (EIA Monitoring Awards) ติดต่อกัน เป็นปีที่ 3 นับว่า เป็นการตอกย้ำนโยบายที่บริษัทจะเดินหน้าเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย โดยในปี 2550 บริษัทได้ ทำแคมเปญ เรื่อง ทะเลสาบ 7 แห่งในโครงการของบริษัท (7 Lakes Story)  ซึ่งเป็นการเน้นให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายถึงจุดเด่นของโครงการของบริษัท ที่เหนือกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้บริษัทจะเน้นเรื่องการสร้างแบรนด์ของบริษัท เพื่อทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รับรู้ถึงว่า บ้านทุกหลังในโครงการ ของบริษัทจะเป็นบ้านที่ มีคุณภาพ ภายในสิ่งแวดล้อมที่ดี  นอกจากนี้ ยังมีการเปิด คลับเฮ้าส์ ริมทะเลสาบใหม่ ใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ เพอร์เฟคเพลส สุขุมวิท 77 และโครงการ เพอร์เฟค เพลส พระราม 5 ราชพฤกษ์ ทำให้ บริษัทมี  คลับเฮ้าส์ ขนาดใหญ่ ริมทะเลสาบ ทั้งหมด รวม 6 แห่ง ในอนาคตบริษัทยังมีนโยบายที่จะเพิ่มจำนวน ทะเลสาบในโครงการและ คลับเฮ้าส์ ริมทะเลสาบ ให้มากขึ้นอีก

สำหรับฐานะการเงินรวมของบริษัทนั้น ในสิ้นปี 2550 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงเหลือ 1.12 เท่า โดยมีการชำระคืนหุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน จำนวน 800 ล้านบาท และต้นปีบริษัทได้จ่ายชำระหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันชุดสุดท้าย จำนวน 450 ล้านบาท เมื่อต้นปี 2551 ที่ผ่านมาเป็นผลให้บริษัทไม่มีหนี้จากหุ้นกู้มีหลักประกันคงค้าง สำหรับหนี้สินที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่เป็นหนี้เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน เพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการ นอกจากนี้ บริษัทได้จัดตั้ง และ เสนอขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ได้สำเร็จ ในเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2551 นับว่าเป็นก้าวแรกในการนำเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ มาใช้ในการหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมให้บริษัท

สำหรับปี 2551  ธุรกิจบ้านเดี่ยวน่าจะปรับตัวดีขึ้นจาก การที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ ได้ประกาศปรับราคาขายบ้านขึ้น ประมาณ ร้อยละ 5 เนื่องจากต้นทุนการก่อสร้างมีการปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการหลายราย ได้หันไปให้ความสำคัญในการพัฒนาโครงการอาคารชุดมากขึ้น ทำให้บ้านเดี่ยวในแนวราบมีอุปทานที่ลดลงซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อบริษัท ที่ยังเน้นการขายโครงการแนวราบอยู่อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้จากการพัฒนาแบบบ้านใหม่  รวมถึงฟังก์ชั่นใหม่ๆได้แก่ Green Room ที่จะได้มีการนำออกจำหน่ายในช่วงต้นปี 2551 อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง บริษัทมีนโยบายที่จะเพิ่มการพัฒนาโครงการ อาคารชุดพักอาศัย ในแนวรถไฟฟ้าขึ้น อีก 1 โครงการในปี 2551  

การดำเนินธุรกิจภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ คงทำให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เริ่มมีความหวังในทางที่ดีขึ้น การออกนโยบายกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ โดยการลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ จากเดิมที่กำหนดไว้ที่อัตราร้อยละ 3 เป็นอัตราร้อยละ 0.1  เฉพาะการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ กระทำภายใน 1 ปี นับจากวันที่ กฎหมายมีผลใช้บังคับ และ ลดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนอง อสังหาริมทรัพย์และห้องชุด โดยให้เรียกเก็บค่าจดทะเบียนการโอนและค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ ร้อยละ 0.01   ซึ่งนโยบายการลดภาษีดังกล่าวน่าจะส่งผลดีทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท สนับสนุนให้มีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มีมากขึ้นและทำให้การประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวเร็วขึ้น

คณะกรรมการบริษัท มีความพอใจในผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ทั้งรายได้ และ กำไรที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น และตระหนักว่าผลของความสำเร็จดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าปราศจากความร่วมมือ อันดีจาก พนักงาน ผู้ถือหุ้น ธนาคาร รวมถึงคู่ค้าทางธุรกิจ คณะกรรมการ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คงจะได้รับความไว้วางใจ และ ความร่วมมือด้วยดีจากทุกท่าน ต่อไป  จึงขอขอบคุณ มา ณ ที่นี้

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 1:32 pm

ปัจจัยความเสี่ยง
ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการลงทุนของผู้ลงทุนหรือได้รับผลกระทบต่อผู้ออกหลักทรัพย์ มีดังนี้
1.1 ความเสี่ยงจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากการสร้างบ้านพร้อมอยู่
บริษัทยังคงนโยบายสร้างบ้านพร้อมอยู่ เพื่อสร้างความมั่นใจในการซื้อบ้านและตอบสนองความต้องการของลูกค้าว่าจะได้รับการส่งมอบบ้านได้ตามสัญญา แต่จะดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างบ้านก่อนขาย (บ้านระหว่างก่อสร้าง)  ที่มีแบบก่อสร้างและต้นทุนที่แน่นอน  โดยบริษัทมีการกำหนดปริมาณก่อสร้างบ้านพร้อมอยู่ เพื่อรองรับการขายในจำนวนที่เหมาะสมโดยพิจารณาถึงปริมาณการขายถั่วเฉลี่ย  (Moving Average) และปริมาณการสั่งสร้าง เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคมากกว่าปริมาณการสร้างบ้านพร้อมอยู่ของบริษัท/หรือไม่ตรงตามความต้องการของลูกค้า ณ เวลานั้น  บริษัทจึงจำเป็นต้องเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้รับความพอใจสูงสุด  ในขณะเดียวกันบริษัทได้เริ่ม การขายบ้านระหว่างก่อสร้างในโครงการที่มีศักยภาพ  ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี  อันเนื่องจากความเชื่อถือชื่อเสียงบริษัทที่เชื่อมั่นว่าจะได้รับการส่งมอบบ้านตามสัญญา บริษัทลดความเสี่ยงในการหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนจาก การเปิดขายล่วงหน้า (Presale)โครงการใหม่  พร้อมขายบ้านพร้อมอยู่    ทำให้ได้รับพิจารณาอนุมัติเงินสนับสนุนโครงการจากสถาบันการเงินที่มั่นใจในศักยภาพของโครงการที่มียอดขายจากผู้บริโภคล่วงหน้า  ช่วยลดความเสี่ยงจากการสร้างแล้วขายไม่ได้  ขณะเดียวกันบริษัทได้นำเทคนิคการก่อสร้างบ้านสำเร็จรูประบบ ผนังรับน้ำหนัก (Load Bearing Wall) และ ระบบ เสา-คาน (Rigid Frame or Skeleton)  ซึ่งทำให้ลดระยะเวลาในการก่อสร้างบ้าน และสามารถควบคุมคุณภาพของวัสดุได้ดีกว่าเพราะไม่ต้องพึ่งฝีมือแรงงานมาก  จะช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างบ้านจากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 6 - 8 เดือน ลงเหลือ ประมาณ 4 - 5 เดือน  ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารสต็อกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพในจำนวนที่เหมาะสม

บริษัทยังมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจ แต่สถาบันการเงินก็จะลดความเสี่ยงจากการขายล่วงหน้า (Presale) ทำให้สามารถรับชำระหนี้ได้เร็วขึ้นและทำให้ต้นทุนบริษัทลดลง ไม่ก่อให้เกิดปัญหาในการชำระหนี้คืนให้แก่เจ้าหนี้ของบริษัท เนื่องจากบริษัทใช้เงินทุนหมุนเวียนดังกล่าวจากการโอนขายบ้านและที่ดินในโครงการต่าง ๆ ซึ่งมีระยะเวลาพัฒนาโครงการและระยะเวลาการขายที่แตกต่างกัน ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารเงินทุนหมุนเวียนได้ โดยบริษัท ยังได้ป้องกันความเสี่ยงโดยการใช้วงเงินกู้ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำรองเพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง
1.2   ความเสี่ยงจากการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นของต้นทุนในการก่อสร้าง และการขาดแคลนผู้รับเหมา
 สภาวะการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง โครงการ Mega Project  ภาครัฐบาล   การปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของระดับราคาน้ำมันในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างและแรงงานในการก่อสร้างปรับตัวเพิ่มสูง  ก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง    ราคาวัสดุก่อสร้างเดือนพฤศจิกายน 2550 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคมร้อยละ 1.5 (ตุลาคม เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9) เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาในหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์ร้อยละ 4.1 และหมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ร้อยละ 0.7 เป็นผลมาจากต้นทุนการผลิต คือราคาวัตถุดิบสูงขึ้น   ราคาวัสดุก่อสร้างเฉลี่ยเดือนมกราคม - พฤศจิกายน 2550 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2549 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 ที่สำคัญ คือ หมวดสุขภัณฑ์ร้อยละ 10.3 หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กร้อยละ 9.6  หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปาร้อยละ 4.4  เป็นผลให้ใน ปี 2551 นี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ประกาศปรับราคาขายบ้านจากสาเหตุต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ตามที่ได้รับผลกระทบ  บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงของความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างและแรงงาน โดยการปรับกลยุทธ์ในการสร้างบ้านเป็นการสร้างบ้านพร้อมอยู่และบ้านสร้างก่อนขายทดแทนบ้านสั่งสร้าง จึงเป็นผลทำให้บริษัททราบแผนการก่อสร้างล่วงหน้า สามารถต่อรองราคาและควบคุมต้นทุนวัสดุก่อสร้างได้ระดับหนึ่ง รวมทั้งทำให้บริษัททราบต้นทุนรวมที่เกิดขึ้นก่อนการขาย  ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการบริหารความเสี่ยง  อย่างไรก็ตามบริษัทยังพิจารณาการปรับราคาตามสภาวะความเป็นจริงให้ผู้รับเหมาที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ตั้งไว้เป็นเกณฑ์   นอกจากนี้บริษัทได้มีนโยบายเกี่ยวกับการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างที่สำคัญ เช่น เสาเข็ม หรือหลังคา เป็นต้น โดยบริษัทจะเป็นผู้จัดหาวัสดุก่อสร้างเพื่อใช้สำหรับโครงการทั้งหมดของบริษัทและบริษัทย่อยเอง ทำให้บริษัทมีอำนาจในการต่อรองราคาและกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบ
 
สำหรับความเสี่ยงในการขาดแคลนผู้รับเหมางานที่อาจเกิดขึ้นนั้น บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารงานก่อสร้าง โดยบริษัทได้ว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งขนาดกลางและขนาดเล็กมีจำนวนรวมมากกว่า 100 ราย โดยมีการกำหนดคุณสมบัติผู้รับเหมาและราคาก่อนที่จะมีการตกลงทำสัญญาและกำหนดระยะเวลาการส่งมอบงานที่ชัดเจน รวมทั้งมีการบริหารปริมาณงานก่อสร้างให้แก่ผู้รับเหมาอย่างเหมาะสม และสม่ำเสมอ นอกจากนี้บริษัทยังได้สร้าง Supply Chain เพื่อช่วยสนับสนุนด้านวัตถุดิบให้แก่ผู้รับเหมา การให้ความรู้ผู้รับเหมารวมทั้งการพิจารณาการจัดชั้นคุณภาพของผู้รับเหมา ให้แก่ผู้รับเหมาที่มีคุณภาพตามผลงาน การปรับราคาค่าก่อสร้างตามสภาวะตลาดและวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น โดยการพิจารณาอย่างเป็นธรรม โดยมีมาตรฐานการตรวจสอบให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด  การสร้างบรรยากาศของความร่วมมือระหว่างผู้รับเหมากับบริษัท  
1.3  ความเสี่ยงจากการค้ำประกันหนี้สินแก่บริษัทร่วม และบริษัทย่อย
บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) (บริษัทร่วม)
บริษัทได้เข้าค้ำประกันหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินของบริษัทร่วมแห่งหนึ่ง คือ บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) โดยมียอดคงเหลือ ณ วันที่ 31 ธันวาคม  2550 จำนวน 30 ล้านบาท    (รายละเอียดปรากฏตามส่วน  รายการระหว่างกัน) ซึ่งปัจจุบันบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน)  ยังมิได้มีการผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าว บริษัทจึงยังไม่มีความรับผิดชอบต่อเจ้าหนี้กลุ่มนี้ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อีกกลุ่มหนึ่งตามที่ได้ระบุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการ อย่างไรก็ตามหากหนี้ที่บริษัทได้เข้าไปค้ำประกันไว้ดังกล่าวเกิดการผิดนัดชำระ ซึ่งตามแผนฟื้นฟูกิจการได้จัดกลุ่มเจ้าหนี้ดังกล่าวเป็นเจ้าหนี้กลุ่มที่ 11 บริษัทมีภาระจะต้องชำระหนี้ดังกล่าว โดยชำระเป็นเงินสดจำนวนร้อยละ 8 ของจำนวนหนี้เงินต้นที่ผิดนัด ส่วนที่เหลือจำนวนร้อยละ 92 จะถูกแปลงสภาพหนี้เป็นทุน และจะต้องจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิแบบให้เปล่าตามที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการด้วย
อย่างไรก็ตาม บริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) ได้ทำการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าวกับสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้รายดังกล่าว ซึ่งเงื่อนไขในการจ่ายชำระหนี้คืนนั้นเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน)   เพื่อให้สามารถชำระคืนหนี้ได้
ปัจจุบันบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรซึ่งมีโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปี 2550   จำนวน 8 โครงการ มีมูลค่าโครงการคงเหลือรวม   10,095  ล้านบาท (รายละเอียดปรากฏในลักษณะผลิตภัณฑ์และบริการ) และมีโครงการใหม่จำนวน 2 โครงการ ในปี 2551 มูลค่ารวม  2,418 ล้านบาท  ในช่วงที่ผ่านมาบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) ยังมิได้มีการผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าวแต่อย่างใด ทำให้ความเสี่ยงของบริษัทในการค้ำประกันหนี้สินของบริษัทร่วมนี้คงอยู่ในระดับต่ำ
บริษัทเอสเตท เพอร์เฟ็คท์ จำกัด (บริษัท ย่อย) (เอสเตทฯ)
บริษัทเข้าค้ำประกันวงเงินกู้รวม  1,441 ล้านบาท (รายละเอียด รายการระหว่างกัน) ในระหว่างปี 2549   มีมติกรรมการบริษัทให้เข้าค้ำประกันวงเงินกู้โครงการบริษัทย่อย  2  โครงการ  (บริษัท ถือหุ้นร้อยละ 100 )  
บริษัทเข้าทำสัญญาค้ำประกันวงเงินกู้โครงการร่มเกล้า จำนวน  434  ล้านบาท  และวงเงินกู้โครงการเพอร์เฟคเพลส  สุขุมวิท 77  จำนวน 967 ล้านบาทกับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง  (รายละเอียด รายการระหว่างกัน) และค้ำประกันเงินกู้เพื่อเงินทุนหมุนเวียน วงเงิน  40 ล้านบาท  โดยการเข้าค้ำประกันนี้เป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงินที่จำเป็น  เนื่องจากเป็นการนำไปพัฒนาโครงการและขยายงานตามแผนงานของเอสเตทฯ  บริษัทจำเป็นต้องค้ำประกันเนื่องจากถือหุ้นอยู่ 100%   ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการพัฒนา  โดยปี 2551โครงการเพอร์เฟคเพลส  สุขุมวิท 77  มีมูลค่าโครงการคงเหลือรวม  1,690  ล้านบาทและโครงการร่มเกล้า เฟส 1  มีมูลค่าโครงการรวม  730   ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดการขายในไตรมาส 2 ปี 2551  บริษัทเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์  ราคา และศักยภาพของทำเล  ที่อยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ  จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
1.4  ความเสี่ยงจากภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้นของตลาดที่อยู่อาศัย
ตามที่รัฐบาลแสดงความชัดเจนในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอุตสาหกรรม พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยการออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการลดภาษีธุรกิจเฉพาะ ลดหย่อนค่าธรรมเนียมโอนที่โอนภายในปี 2551 นี้  เป็นผลให้สภาวะการแข่งขันในปี 2551  รุนแรงขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในปีนี้   ตั้งแต่ปลายปี 2549 ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องสภาพเศรษฐกิจ ภาวะราคาน้ำมัน    เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคตั้งแต่ระดับราคา 1.5- 20 ล้านบาทขึ้นไป โดยแบ่งลักษณะผลิตภัณฑ์ตามแบรนด์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ตามความต้องการของผู้บริโภค  โดยทุกทำเลของโครงการจะอยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชนที่เกิดขึ้นแล้ว/และจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ทำให้สามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคในทุก กลุ่มลูกค้า(Segmentation) และ ทุกทำเล โดยบริษัทยังคงเน้นสภาพแวดล้อมภายในโครงการที่บริษัทได้ลงทุนเพื่อให้เกิดบรรยากาศอันร่มรื่นภายในโครงการโดยมีรางวัลจากการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น (EIA Monitoring Awards) ติดต่อกัน เป็นปี ที่ 3
การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของบริษัทตั้งแต่ปี 2549 ทำให้บริษัทมีความมั่นใจในศักยภาพและความพร้อม เพื่อรองรับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล นอกจากนี้ผลประกอบการของ บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จาการขายบ้านพร้อมที่ดินและหน่วยในอาคารชุด  รวม 4,477 ล้านบาทและ  6,266  ล้านบาทในปี 2549 และ 2550 ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตรวมร้อยละ 39.95   และมี Backlog ยกมาปี 2551 จำนวน   3,255.7   ล้านบาท   บริษัทจึงมีความเชื่อมั่นความสามารถในการแข่งขันด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
1.5  ความเสี่ยงจากการที่ทางการออกกฏหมายเอสโครว์ แอคเคานท์ (Escrow Account)    
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างพ.ร.บ. การจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา  หรือ Escrow Account      พรบ. ดังกล่าวคาดว่าจะมีการประกาศและมีผลบังคับใช้ภายในปี 2551   ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในด้านเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากไม่สามารถนำเงินดาวน์ผ่อนชำระของลูกค้ามาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนได้จนกว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่กำกับดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา บริษัทจึงจะได้รับเงินที่ลูกค้าผ่อนมาทั้งหมดรวมงวดเดียวเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงด้านเงินทุนหมุนเวียนในกรณีบริษัทเลือกดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าว
จากการที่บริษัทดำเนินนโยบายขายบ้านพร้อมอยู่ ตั้งแต่ปี 2549   เป็นผลให้บริษัทใช้สัดส่วนเงินทุนหมุนเวียนที่ได้รับจาก เงินดาวน์ของลูกค้าเป็นสัดส่วนต่ำเมื่อเทียบกับเงินทุนหมุนเวียนที่บริษัทได้จากแหล่งอื่นๆ    ทั้งเงินกู้ระยะสั้น และระยะยาวในรูปของเงินกู้โครงการ รวมทั้งการใช้เครื่องมือทางการเงินในการบริหารต้นทุนทางการเงิน และการควบคุมปริมาณการก่อสร้างให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดของบริษัท กับปริมาณการขายและปริมาณสต็อก    อย่างไรก็ตามบริษัทได้ตระหนักถึงความจำเป็นเพื่อรักษา สภาพคล่องในการดำเนินงาน
ในปี  2551 บริษัทได้เตรียมการขอมติอนุมัติออกหุ้นกู้มีหลักประกันต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญ ประจำปี ในวงเงินไม่เกิน 2,000  ล้านบาท  เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทและลดความเสี่ยงจากการขาดเงินทุนหมุนเวียน (ปัจจุบันบริษัทไม่มีภาระจ่ายชำระคืนหุ้นกู้แล้ว  )
1.6 ความเสี่ยงจากแผนปฏิบัติการเชิงนโยบายด้านการจัดการพื้นที่สีเขียวชุมชนเมืองอย่างยั่งยืน ของสำนักงานนโยบายและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ตามที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้มีมติกำหนดใหม่ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อการพัฒนาโครงการอาคารสูงที่พักอาศัย และโครงการบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 100 ไร่ หรือ 500  หน่วย  
                การพัฒนาโครงการของบริษัท  ตั้งแต่การจัดวางผังโครงการ รูปแบบโครงการ  จะดำเนินการภายใต้ข้อกำหนด พ.ร.บ.จัดสรร  นโยบายปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด  โดย การพัฒนาโครงการของบริษัทจะดำเนินการขออนุญาตจัดสรรและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานจนกว่าจะได้รับอนุมัติ ก่อนดำเนินการพัฒนาทุกครั้ง    
                ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทได้ให้ความสำคัญเชิงนโยบายในการจัดการสิ่งแวดล้อม ที่ดี เพื่อให้บรรยากาศการอยู่อาศัยที่ร่มรื่น  มีทะเลสาบ เพื่อการพักผ่อน การดูแลสวนส่วนกลางมีการปรับปรุงให้ความสวยงามเพื่อให้ลูกบ้านสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน  รวมทั้งการวางผังที่มีพื้นที่ส่วนกลางมากกว่าข้อกำหนด พรบ. จัดสรร เป็นผลให้ บริษัทได้รับรางวัลจากการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น (EIA Monitoring Awards) ติดต่อกัน เป็นปี ที่ 3   จากการปฏิบัติเชิงนโยบายดังกล่าวและการให้ความร่วมมือในทางปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทำให้ความเสี่ยงที่เกิดจากมติข้อกำหนดใหม่ที่รัดกุมมากขึ้นยังไม่มีผลกระทบกับโครงการปัจจุบัน แต่อาจมีผลกระทบต่อโครงการในอนาคตบ้างในเรื่องของการล่าช้าและมูลค่าของโครงการ

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 1:33 pm

6. โครงการในอนาคต

บริษัทและบริษัทย่อยมีโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จะเปิดเพิ่มนอกเหนือจากโครงการที่ปรากฏในรายละเอียดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันของบริษัท โดยบริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ 6 โครงการ  มีมูลค่าโครงการรวม 13,130  ล้านบาท   ดังนี้

ชื่อโครงการ ที่ตั้งโครงการ ลักษณะโครงการ มูลค่าโครงการ ระยะเวลาพัฒนาโครงการ
พื้นที่(ไร่) จำนวน
(ยูนิต) มูลค่า
(ล้านบาท)
1 เพอร์เฟค เพลส ราชพฤกษ์ บางรักน้อย SDH 111.3 443 2,300 Q4/2551-2553
2 เพอร์เฟค เพลส รามคำแหง
(The Lake Zone) รามคำแหง SDH 38 114 830 Q4/2551-2552
3 เพอร์เฟค พาร์ค ร่มเกล้า เฟส 1 ** ร่มเกล้า SDH 42 194 730 Q2/2551-2552
4 เพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ พัฒนาการ พัฒนาการ SDH 147.9 342 3,200 Q4/2551-2556
5 เดอะ วิลล่า พัฒนาการ พัฒนาการ TH 51.55 599 2,070 Q3/2551-2554
6 เมโทร พาร์ค รัชดา *** รัชดา CD 11.5 1,200 4,000 Q2/2551-2553
รวมทั้งสิ้น 2,892 13,130

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 1:35 pm

. ข้อพิพาททางกฎหมาย

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550  บริษัทและบริษัทย่อย ไม่มีข้อพิพาททางกฎหมายที่ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งอาจมีผลกระทบด้านลบต่อสินทรัพย์ของบริษัทและบริษัทย่อยที่มีจำนวนสูงกว่าร้อยละ 5 ของส่วนของผู้ถือหุ้น และไม่มีข้อพิพาทที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือบริษัทย่อยอย่างมีนัยสำคัญ หรือข้อพิพาทที่มิได้เกิดจากการประกอบธุรกิจโดยปกติของบริษัท

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 1:38 pm

ข) ตารางสรุปงบการเงิน
สรุปงบดุลของบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)
(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะบริษัท
2550 2550 2549
(ปรับปรุงใหม่) 2548
สินทรัพย์ :
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 424,056 397,596 271,120 482,968
ลูกหนี้การค้า-สุทธิ 33,452 32,531 31,923 27,813
ลูกหนี้บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน - - - 1,278
ต้นทุนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์-สุทธิ 7,991,847 6,425,478 6,531,990 6,442,293
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 52,806 49,745 84,849 58,816
เงินฝากที่ติดภาระค้ำประกัน 226,123 226,123 841 341
เงินทดรองจ่ายแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน - 81,500 - -
เงินให้กู้ยืมแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกันและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ - 247,074 166,442 399,614
ลูกหนี้ค่าที่ดิน 35,358 35,358 - -
เงินทดรองจ่ายบริษัทอื่น - - - 183,501
เงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสีย-บริษัทย่อย - 541,057 539,459 790,828
เงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้เสีย-บริษัทร่วม 401,446 359,999 329,695 353,066
เงินลงทุนระยะยาวอื่น-สุทธิ 4,986 4,986 4,802 4,827
ที่ดินรอการพัฒนา-สุทธิ 2,979,837 2,979,837 3,042,352 3,389,872
เงินจ่ายล่วงหน้าค่าซื้อที่ดิน 151,463 22,000 629,119 800,441
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์-สุทธิ 401,000 346,395 339,629 292,671
สิทธิการเช่า-สุทธิ 60,631 60,631 62,524 125,135
สิทธิการเช่ารอการขาย-สุทธิ 60,718 60,718 60,717 -
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น 87,311 79,480 60,911 60,387
รวมสินทรัพย์ 12,911,034 11,950,508 12,126,678 13,413,851
หนี้สิน :
เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 321,641 306,641 280,405 225,008
เงินกู้ยืมจากบริษัทอื่น 10,000 - - -
เจ้าหนี้การค้าและตั๋วเงินจ่าย 420,036 374,911 244,996 211,165
เจ้าหนี้บริษัทที่เกี่ยวข้องกัน - 80,977 1,738 1,117
เงินทดรองจากกรรมการ 80,000 - - -
เงินมัดจำและเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า 218,593 216,462 266,000 97,564
ส่วนของหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 450,000 450,000 350,000 1,200,000
ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 462,996 458,126 940,892 52,390
เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟู 648,410 648,410 648,410 648,410
หนี้สินหมุนเวียนอื่น 205,274 185,827 148,847 214,089
หุ้นกู้-สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี - - 450,000 350,000
หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิแปลงสภาพ-องค์ประกอบที่เป็นหนี้สิน 805,881 805,881 802,736 799,712
   เงินกู้ยืมระยะยาว-สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี
3,044,557
2,548,833
2,527,597
3,596,335
หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 156,448 156,449 115,849 77,188
รวมหนี้สิน 6,823,836 6,232,517 6,777,470 7,476,418
ส่วนของผู้ถือหุ้น :
ทุนจดทะเบียน (หุ้นละ6บาท) 6,213,565 6,213,565 6,213,565 6,213,565
ทุนที่ออกจำหน่ายและชำระเต็มมูลค่าแล้ว 4,724,947 4,724,947 4,695,334 4,695,210
ส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น (42,713) (42,713) (13,150) (13,026)
เงินรับล่วงหน้าค่าหุ้น 2 2 49 -
หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิแปลงสภาพ องค์ประกอบที่เป็นทุน 23,535 23,535 23,535 23,535
กำไรสะสม
      จัดสรรแล้ว -   สำรองตามกฎหมาย 119,100 119,100 100,600 100,000
      ยังไม่ได้จัดสรร 1,262,327 893,120 542,840 1,131,714
รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 6,087,198 5,717,991 5,349,208 5,937,434
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 12,911,034 11,950,508 12,126,678 13,413,851

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Wed Apr 23, 2008 1:40 pm

รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูกิจการ
นับตั้งแต่วันที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท และแต่งตั้งผู้บริหารแผนเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2544     บริษัทได้ดำเนินการจ่ายชำระภาระหนี้และดอกเบี้ยตามแผนฟื้นฟูกิจการมาโดยตลอด   ณ  31 ธันวาคม 2550 บริษัทยังคงมีภาระหนี้คงเหลืออยู่ 648.41 ล้านบาท โดยตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟู  ได้กำหนดให้กำหนดจ่ายชำระหนี้ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา  5 ปี นับแต่วันที่แผนได้รับความเห็นชอบ ซึ่งตามกำหนดการบริษัทต้องดำเนินการจ่ายชำระให้แล้วเสร็จตามหนี้คงเหลือ ณ ปัจจุบัน  648.41 ล้านบาท (ตามรายละเอียดข้างล่าง) ในเดือนตุลาคม  2551 นี้  
อย่างไรก็ตามในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือมีผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ จนเป็นเหตุให้การดำเนินการตามแผนดังกล่าวไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ภายในระยะเวลา  ผู้บริหารแผนสามารถดำเนินการขอแก้ไขแผนโดยขอขยายกำหนดเวลาดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 90/63

   ตารางแสดงมูลหนี้ก่อนและหลังยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ ณ  31 ธันวาคม  2550                                                                                                                                                      
                                                                                                                                   (หน่วย : ล้าน)
ประเภท หนี้ที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์รับคำขอ
ณ 27 เมษายน 2544 หนี้ภายหลังการปรับโครงสร้างหนี้
ณ 31  ธันวาคม  2550
เจ้าหนี้มีประกัน 5,465 132.34
เจ้าหนี้ไม่มีประกัน 12,818 515.93
เจ้าหนี้การค้า 108 -
เจ้าหนี้ผู้ซื้อบ้านและที่ดิน 148 0.14
รวม 18,539 648.41

การใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ
                        บริษัทโดยผู้บริหารแผน ได้จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุ 10 ปี นับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นให้แก่เจ้าหนี้ไม่มีประกัน เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 53,000,000 หน่วยและได้สำรองเผื่อการจัดสรรให้แก่เจ้าหนี้กลุ่ม 11 (ถ้ามี) จำนวน 210,000 หน่วยโดยได้ดำเนินการนำใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นดังกล่าวเข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2545  และได้มีการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ จนถึงวันครบกำหนดใช้สิทธิครั้งที่ 11 ในเดือนธันวาคม 2550 รวม  11 ครั้งเป็นจำนวน 42,017,595 หุ้นคิดเป็นมูลค่า 386,203,439 บาท   ปัจจุบัน ยังมีผู้ไม่มาใช้สิทธิ จำนวน  8,909,176  หน่วย  (รายละเอียดหมายเหตุงบการเงิน 24) โดยข้อกำหนดในแผนให้สามารถใช้สิทธิได้ภายในระยะเวลา 10 ปี

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

limburanan
Verified User
Posts: 130
Joined: Thu Jun 14, 2007 6:21 pm

Posts by limburanan » Thu Apr 24, 2008 8:32 pm

ตอกเข็มรถไฟฟ้า'สีม่วง' ฉุดราคาที่ดินพุ่ง!!  
หลังซื้อดินเก้อเกาะแนวรถไฟฟ้าสาย สีม่วงช่วง บางซื่อ-บางใหญ่ มานาน 4-5 ปี หรือ 3 ช่วงรัฐบาล ( ทักษิณ -สุรยุทธ์- สมัคร ) ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2551 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ( รฟม.) ได้เปิดขายซองให้กับผู้รับเหมา และอีก 3 เดือนน่าจะประมูล และตอกเสาเข็มได้
สำหรับแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ตอกย้ำกันอีกครั้งว่ามีทั้งหมด 16 สถานี จุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่บริเวณกิโลเมตรที่ 8 +723.205 -กิโลเมตรที่ 9+130 บริเวณหมู่บ้านจันทิมาธานี แนวเส้นทางชิดเขตทางฝั่งตะวันออกของถนนกาญจนาภิเษก ระยะทาง 400 เมตร วิ่งไปชน บริเวณแยกถนนบางใหญ่-รัตนาธิเบศร์เลี้ยวโค้งเข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ 600 เมตรข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระนั่งเกล้าด้านทิศใต้ของสะพาน
ตรงไปบริเวณทางแยกถนนรัตนาธิเบศร์-ติวานนท์ เลี้ยวขวาโค้งเข้าถนนติวานนท์ 700 เมตร วิ่งตรงไป บริเวณทางแยกถนนติวานนท์ -กรุงเทพฯ-นนทบุรี เลี้ยวโค้งขวาเข้าถนนติวานนท์ 650 เมตร มุ่งหน้าไป บรรจบแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินบนถนนประชาราษฎร์สาย 2 เบี่ยงแนวเส้นทางขึ้นไปทางด้านเหนือบริเวณหน้าห้างเทสโก้โลตัส หลบเลี่ยงสะพานยกระดับเตาปูน เข้าเชื่อมต่ออุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีบางซื่อ(1.1กิโลเมตร)
ที่น่าจับตาก็คือ ที่ดินตลอดแนว ได้ขยับปรับขึ้นมาแล้วหลายตลบ ตั้งแต่เริ่มมีกระแสข่าวจะสร้างโครงการนี้ใหม่ๆ
โดย เฉพาะรอบสถานี 500 เมตร หากมีการตอกเข็มในเร็วๆนี้ราคาซื้อ-ขายจะขยับขึ้น อีก 10-30 % ยกตัวอย่างบริเวณสถานีเตาปูนที่ผ่านมาราคา ไม่เกิน 40,000-50,000 บาทต่อตารางวา ขยับมาเป็น 70,000-80,000 บาทต่อตารางวา (ใกล้ตลาดเตาปูน) และปัจจุบันซื้อ-ขาย อยู่ที่ ไม่เกิน 150,000 บาทต่อตารางวา และในอนาคตจะขยับขึ้นอีก ถนนรัตนาธิเบศร์ ราคา100,000 กว่าบาทต่อตารางวา (ติดถนน) เข้าซอย 70,000 บาทต่อตารางวา เช่นเดียวกับสถานีบางใหญ่ เดิมราคาไม่แพงมาก ปัจจุบันบริเวณที่เป็นแหล่งชุมชนอาคารพาณิชย์ราคา 70,000 บาทต่อตารางวา เมื่อมีการตอกเข็มก่อสร้างราคาจะขยับเป็น 100,000 กว่าบาทต่อตารางวา ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี บริเวณที่ตั้งคอนโดมิเนียมเดอะฟิฟ อเวนิว ราคา ปัจจุบัน 40,000-50,000 บาทต่อตารางวา หากมีการตอกเข็มก่อสร้างรถไฟฟ้า ราคาจะขยับเป็น 70,000-80,000 บาทต่อตารางวา
โดย"แคล้ว ทองสม" ผู้อำนวยการสำนักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ ได้ให้มุมมองว่า ราคาซื้อขายจะขยับขึ้นอีก โดยเฉพาะรอบสถานีรัศมี 500 เมตร ส่วนพื้นที่ห่างไกลออกไป จะมีผลน้อย โดยบริเวณบางใหญ่เหนือคลองบางไผ่ขึ้นไปห่างจากสถานีบางใหญ่ประมาณ ครึ่ง-1 กิโลเมตรราคาซื้อขายอยู่ที่ 16,000 บาทต่อตารางวา และขยับเป็น 20,000 บาทต่อตารางวา ติดถนนย่านชุมชนที่เป็นตึกแถวอาคารพาณิชย์ บริเวณบางใหญ่ -รัตนาธิเบศร์ ราคา 70,000 บาทต่อตารางวา แต่ราคาประเมินที่ดินที่ประกาศใช้ปี 2551-2554 บริเวณบางใหญ่ยังอยู่ที่ 9,000 บาทต่อตารางวา และ ยังใช้ราคาประเมินที่ดินเดิม นั่นหมายถึงราคาค่อนข้างต่ำ และหากรถไฟฟ้าสายสีม่วงลงมือก่อสร้าง จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและปรับราคาประเมินใหม่ตลอดแนวสายทางเฉลี่ย เพิ่มขึ้น 30 %
ทำเลที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้น สถานี หรือ จุดขึ้น-ลงผู้โดยสาร และพื้นที่ในรัศมีโดยรอบทั้ง16 สถานี และในอีก 3ปีเศษนับจากนี้ รถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้เส้นทางได้ หลังจากที่ชาวบ้านรอมานาน ที่สำคัญราคาที่ดินจะขยับขึ้นเป็นระลอกตามความคืบหน้าโครงการ แน่นอน !!!
:8)


chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

news29/04/08

Posts by chartchai madman » Tue Apr 29, 2008 11:27 am

เอเซีย พลัส- แนะนำ "ซื้อ" PF

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF)  -  ซื้อ
ราคาปัจจุบัน          5.30   บาท
Fair Value 51      6.41   บาท
มูลค่าตลาด          4,147   ล้านบาท
Property Fund จะทำให้กำไร 1Q5 ไม่ชะลอตัวเหมือน ผู้ประกอบการอื่น

         * คาด 1Q51 มีกำไร 189 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ
         * แนวโน้มประสิทธิภาพการทำกำไรดีขึ้นตั้งแต่ 2Q51 เป็นต้นไป
         * คงคำแนะนำ ซื้อ กำหนด Fair Value ที่ P/E 6 เท่า หรือ 6.41 บาท


FACT : คาด 1Q51 มีกำไร 189 ล้านบาท เพิ่มทั้ง YoY และ QoQ
         1Q51 PF มี Presale อยู่ที่ 2,429 ล้านบาท แยกเป็นส่วนของโครงการคอนโดฯ 270 ล้านบาท, ทาวเฮ้าส์ 171 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว (รวม Property Fund) 1,988  ล้านบาท นับเป็นตัวเลขที่อยู่ในกรอบความคาดหมายของฝ่ายวิจัย โดยหากไม่นับรวม Presale ที่ขายให้กับ Property Fund 510 ล้านบาท Presale งวด 1Q51 จะคิดเป็นสัดส่วน 27% ของเป้าหมายทั้งปี ด้านการบันทึกรายได้จากการขาย ฝ่ายวิจัยประเมินว่าจะอยู่ที่ 2,010 ล้านบาท โดยมาจากการขายบ้านเดี่ยว-ทาวเฮ้าส์ 1,000 ล้านบาท (สิ้นปี 2550 มี Backlog ส่วนบ้านเดี่ยว-ทาวเฮ้าส์ ประมาณ 1 พันล้านบาท), มาจากการขายบ้านให้ Property Fund 510 ล้านบาท และมาจากการส่งมอบโครงการทาวเฮ้าส์ 500 ล้านบาท ด้าน Gross Margin ในส่วนของที่ขายให้ Property Fund จะอยู่ที่ประมาณ 27-28% แต่ในส่วนของคอนโดฯ อยู่ที่สูงกว่า 30% ซึ่งเมื่อคำนวนค่าเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 28.5% ส่วน SG&A/Sale อยู่ที่ 17% เนื่องจากรายการขายให้ Property Fund มีค่าใช้จ่ายในการขายต่ำกว่าปกติ โดยภาพรวมคาดว่า PF จะมีกำไรจากการดำเนินงานงวด  1Q51 ที่ 189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4%QoQ และกว่า 46 เท่าตัว YoY นับเป็นผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอการโอนฯ เพื่อรอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และค่าธรรมเนียมเหมือนผู้ประกอบการรายอื่น

IMPACT : แนวโน้มประสิทธิภาพการทำกำไรดีขึ้น 2Q51 เป็นต้นไป
         ในงวด 2Q51 ต่อเนื่องจนถึง 1Q52 จะเป็นช่วงที่ PF ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของรัฐบาลอย่างเต็มที่ ซึ่งน่าจะทำให้ประสิทธิภาพการทำกำไร (Norm Profit Margin) ในช่วงเวลาดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 3.5% ซึ่งโดยภาพรวมฝ่ายวิจัยประเมินว่า Norm Profit Margin ในงวดปี 2551 ของ PF จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10.9% เทียบกับ  6.4% ในงวดปี 2550 ที่ผ่านมา โดยนอกจากผลประโยชน์จากมาตรการรัฐแล้ว ฝ่ายวิจัยเชือว่าจะเห็น Gross Margin ที่ปรับตัวดีขึ้นอีกด้วย คาดว่างวดปี 2551 PF น่าจะมีกำไรจากการดำเนินงาน 842 ล้านบาท หรือ  1.07 บาท/หุ้น ทั้งนี้ยังไม่รวมกำไรจากการขายที่ดินเปล่า ที่น่าจะเข้ามาในช่วง 2H51

ACTION : แนะนำ ซื้อ Fair Value ที่  P/E 6 เท่า หรือ 6.41 บาท
         ฝ่ายวิจัย คงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับหุ้น PF โดยกำหนด Fair Value ที่ P/E 6 เท่า (ปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ P/E ต่ำเพียง 4.9 เท่า และยังต่ำกว่า Book Value ซึ่งอยู่ที่ 8.57 บาท) ให้มูลค่าหุ้นที่เหมาะสมที่  6.41 บาท มี Upside กว่า 21%

        โดย บมจ. หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประจำวันที่ 29 เม.ย. 2551
http://www.thunhoon.com/home/


User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Thu May 29, 2008 5:59 pm

วันนี้กลุ่มอสังห์หา เจองานหนัก โดนกระหน่ำเทอ่วมเลย นำโดย lh ps qh ap lpn ลงมา 5%ถึงเกือบ10% แต่pf ราคาไม่ลงเท่าไหร่ ลงน้อยมาก แถมช่วงตอนcallราคากลับสวนขึ้นหลายช่อง ความเห็นผมคิดว่าราคาแถวนี้ค่อนข้างเสถียร วันนี้เป็นวันทดสอบแรงขายของหุ้นแต่ละตัวได้เป็นอย่างดี  ผมรอรับที่ 4.4x  เพราะเห็นมันหลุด 4.62 แต่ไม่มาซักที สุดท้ายปิด 4.66 สุดยอดจริงๆ..... :man:  :bow:  :bow:

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Thu May 29, 2008 9:43 pm

ผู้จัดการรายวัน28 พฤษภาคม 2551

PFออกหุ้นกู้พันล. เร่งก่อสร้างดันโอน ทันมาตรการภาษี


 

 
     


   
www resources


โฮมเพจ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค


   
search resources


พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค, บมจ.
ธีระชนม์ มโนมัยพิบูลย์
Real Estate




 



เพอร์เฟคฯ เล็งขออนุมัติบอร์ดออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 1,000 ล้านบาท ขายต่างชาติ หวังนำเงินเร่งงานก่อสร้างโครงการ ให้เสร็จทันมาตรการภาษี สิ้นมี.ค.ปี52 ระบุลดค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 4% เตรียมขึ้นราคาขายคอนโดฯ15% บ้านเดี่ยว 2% ทาวน์เฮาส์ 5% แจงต้นุทุนโดยรวมปรับขึ้น 20-30% โดยเฉพาะเหล็กพุ่งกว่า 20%

นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ติ้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF กล่าวว่าในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ บริษัทเตรียมขออนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อขอออกหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือวอแรนท์ จำนวน30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อเสนอขายแบบเจาะจงให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจจากนักลงทุน 3 ประเทศ คือ สิงคโปร์ สหรัฐฯ และ ฮ่องกง โดยคาดว่าจะสามารถเสนอขายได้ภายในไตรมาสที่ 3 นี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ PF ได้มีการขออนุมัติบอร์ดอนุมัติออกหุ้นกู้แบบปกติจำนวน 2,000 ล้านบบาท ซึ่งจะสามารถนำออกขายในตลาดได้ในไตรมาส 3 เช่นกัน

ทั้งนี้ การออกหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวน 30 ล้านเหรียญสหรัฐฯนั้น เพื่อนำเงินไปใช้เร่งรัดการก่อสร้างโครงการต่างๆที่อย่าระหว่างการดำเนินการเพื่อให้สามารถโอนให้กับลูกค้าได้ทันกับมาตรการทางภาษีของรัฐบาลที่จะหมดอายุในสินเดือน มี.ค.52 ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารการขาย (SG&A)ได้ถึง 4%

การออกหุ้นกู้แปลงสภาพเพื่อนำเงินมาใช้เร่งงานก่อสร้างโครงการนั้น จะทำให้บริษัทมีลอบหมุนเวียนสต็อกสินค้าในแต่ละไลน์คล่องตัวขึ้น และจะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มแบล็คล็อคยอดขายเพื่อรอรับรู้รายได้ในไตรมาส1/ 52 และทันมาตรการทางภาษีของภาครัฐฯ และจะทำให้บริษัทมียอดรับรู้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ทั้งปี

อย่างไรก็ตามแนวโน้มการปรับตัวของราคาวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันที่ต่อเนื่องส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่ปรับตัวสูงขึ้นไปด้วย โดยนับจากปีที่ผ่านมาต้นทุนการก่อสร้างบ้านเดี่ยวมีการปรับตัวสูงขึ้นกว่า 15% ในขณะที่ต้นทุนการก่อสร้างบ้านเดี่ยวปรับตัวสูงขึ้น 15-20% ส่วนต้นทุนการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมีการปรับตัวขึ้น 30-35%

สำหรับสาเหตุที่ต้นทุนโครงการคอนโดมิเนียมปรับตัวสูงกว่า 30-35% นั้นเนื่องจาก ราคาขายที่ดินซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการพัฒนาโครงการปรับตัวสูงขึ้น 2-3 เท่าตัว ในขณะที่ราคาเหล็กซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างหลักของโครงการคอนโดมิเนียมปรับตัวสูงขึ้นมาแล้วกว่า 20% จากเดิมที่ก่อนหน้านั้นราคาขายเหล็กต่อกิโลกรัมอยู่ที่ 25บาทเพิ่มเป็น 40 บาทต่อกิโลกรัม และคาดว่าจะปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 45 บาทต่อกิโลกรัม

นายธีระชน กล่าวว่า จากการปรับตัวของต้นทุนการพัฒนาโครงการดังกล่าว ทำให้บริษัท มีแผนจะปรับราคาขายโครงการอาคารชุดขึ้น 15% ในไตรมาสที่ 3 และปรับราคาขายบ้านเดี่ยวขึ้นอีก 2% ในไตรมาส 3 ของปี นอกจากนี้ยังมีแผนจะปรับราคาขายทาวน์เฮาส์เพิ่มขึ้น 5% ไตรมาส 3 เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามการปรับราคาขายสินค้าดังกล่าวจะมีการปรับราคาขายอีกครั้งในช่วงไตรมาสแรกของปี 52 เพื่อรองรับต้นทุนใหม่ สำหรับราคาขายโครงการคอนโดมิเนียมโครงการใหม่นั้นบริษัทจะปรับขึ้นตามต้นใหม่ทันที

การปรับตัวของต้นทุนการก่อสร้างใหม่ที่ยังมีแนวโน้มต่อเนื่องอยู่นั้น ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคปรับตัวตามไปด้วย ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา PF มีการปรับตัวในการพัฒนาสินค้าใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และในปี51 นี้บริษัทมีนโยบายการปรับสัดส่วนการพัฒนาโครงการใหม่โดยหันมาเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการทาวน์เฮาส์เพิ่มเป็น 10% จากเดิมมีสัดส่วน8% เพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการอาคารชุดเป็น 30%จากเดิมมีสัดส่วนการพัฒนา 20% และลดสัดส่วนการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวลงมาเหลือ 55% จากเดิมมีสัดส่วนการพัฒนา 70% ในขณะที่ปรับสัดส่วนพัฒนาโครงการบ้านแฝดเพิ่มเป็น 5% จากเดิมมีสัดส่วนการพัฒนา 2%

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่จากเดือน มิ.ย.51-ไตรมาสแรกปี52 รวม 7โครงการเพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวไปตามต้นทุนการเดินทางและต้นทุนการก่อสร้าง รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยโครงการอาคารชุดแบรนด์ เมทโทร พาร์ค 3 โครงการ มูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการเมทโทรพาร์ค สาทร เฟส3, เมทโทรพาร์ค สุขุมวิท และโครงการเมทโทรพาร์ค รัชดาภิเษก ส่วนที่เหลืออีก 4 โครงการเป็นโครงการแนวราบ มูลค้ารวม 8,534 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการบ้านเดี่ยว เพอร์เฟค พาร์ค สุวรรณภูมิ, โครงการทาวน์เฮาส์ วิลล่า พระราม9 พัฒนาการ โครงการเพอร์เฟค เพลส ราชพฤกษ์ และโครงการ เพอร์เฟค มาสเตอร์พีช พระราม9-พัฒนาการ    
















   
 





current issue
past issue

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

User avatar
johnlennon
Verified User
Posts: 202
Joined: Sun Mar 30, 2008 4:03 pm

Posts by johnlennon » Thu May 29, 2008 9:46 pm

วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
           

เพอร์เฟคขายหุ้นกู้ให้ต่างชาติ ราคาต่ำกว่าบุ๊คดึงความสนใจ

เพอร์เฟคระดมทุนครั้งใหญ่ เร่งสร้างสต็อกสินค้ารับมาตรการลดภาษี ทั้งขายหุ้นกู้ 2 พันล้านบาท และหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 1 พันล้านบาท คาดเสนอขายได้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ เตรียมจัดสรรให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ สหรัฐ-ฮ่องกง-เกาหลี กำหนดราคาขายต่ำกว่าบุ๊คแวลู หวังดึงความสนใจ ส่วนปีนี้ตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้ 8 พันล้านบาท
ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ กรรมการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะระดมทุน 3 พันล้านบาท โดยการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1 พันล้านบาท คาดว่าจะเสนอขายได้ภายในไตรมาส 3/2551 ซึ่งเป็นการเสนอขายให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) ในกลุ่มของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีนักลงทุนที่แสดงความสนใจ ได้แก่ นักลงทุนสหรัฐ ฮ่องกง และเกาหลี โดยอยู่ระหว่างการพิจารณา และรอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติในวันที่ 20 มิ.ย.นี้

"การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพคาดว่าจะต่ำกว่าราคาตามมูลค่าทางบัญชี (บุ๊คแวลู) ที่ระดับ 7.80 บาท เพราะปัจจุบันราคาหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 4-5 บาท ดังนั้นหากจะให้นักลงทุนให้ความสนใจลงทุน ก็ควรมีพรีเมียมให้ และเชื่อว่าราคาหุ้นของบริษัทน่าจะปรับตัวขึ้นสะท้อนกับพื้นฐานที่ควรจะเป็น หลังผลประกอบการออกมาอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น" กรรมการกล่าว

ส่วนการเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 2 พันล้านบาทนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งคงใช้เวลาไม่นาน เพราะประเมินว่าแนวโน้มดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น โดยปลายปีนี้จะปรับตัวขึ้น 0.50% และจนถึงปีหน้าดอกเบี้ยน่าจะยืนไปถึง 1%

บริษัทจะใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการก่อสร้างบ้าน และคอนโดมิเนียม เพื่อเป็นสต็อกสินค้าไว้รองรับมาตรการภาษีที่จะครบกำหนดใน 10 เดือนข้างหน้า ปัจจุบันบริษัทมีสต็อกสินค้าอยู่ที่ 500 กว่าล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.2 พันล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้

เขากล่าวว่า แผนธุรกิจปีนี้จะมียอดรับรู้รายได้ 8 พันล้านบาท และเตรียมปรับเป้ายอดขายเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 9 พันล้านบาท เพราะ 5 เดือนที่ผ่านมา มียอดขาย 3.3 พันล้านบาท เพราะผู้บริโภคให้ความสนใจซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น

ดร.ธีระชนกล่าวว่า บริษัทมีแผนจะปรับราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้น เดือนมิ.ย.นี้จะปรับราคาขายบ้านอีก 2% เพราะบริษัทต้องปรับค่าชดเชยวัสดุที่เพิ่มขึ้นของผู้รับเหมา โดยเฉพาะราคาเหล็กที่ปรับตัวขึ้นรุนแรง ทำให้เป็นภาระกับผู้รับเหมา รวมทั้งราคาขายคอนโดมิเนียมอีก 15% เพราะต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20-30% และคาดว่าทั้งอุตสาหกรรม ก็ต้องทยอยปรับราคาขึ้นเช่นกัน

"ปีนี้ต้นทุนวัตถุดิบและการก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบความสามารถทำกำไรขั้นต้น โดยค่าเฉลี่ยของทั้งอุตสาหกรรมน่าจะอยู่ที่ 31%"

ส่วนความคืบหน้าของการร่วมทุนของโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ขณะนี้บริษัทได้พันธมิตรร่วมทุนเป็นพันธมิตรเดิมสัญชาติสิงคโปร์ โดยคาดว่าจะลงทุนในอัตราส่วน 50% ของมูลค่าเงินลงทุนรวม 1 หมื่นล้านบาท

การเคลื่อนไหวราคาหุ้นของบริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ในรอบ 5 เดือน ราคาหุ้นสูงสุดที่ 5.80 บาท ณ 11 เม.ย.2551 ต่ำสุด 3.42 บาท ณ 30 ม.ค. 2551 และราคาเฉลี่ย 4.61 บาท

ซื้อหุ้นดีเปรียบเหมือนดาวเดือน

chayakoon
Verified User
Posts: 54
Joined: Sat Aug 11, 2007 8:03 pm

Posts by chayakoon » Fri May 30, 2008 11:24 am

จากประสบการณ์ที่เคยซื้อสินค้า (บ้านราคา 6.5 ล้าน)ของ PF  มาเมื่อสองปีที่แล้ว ทำให้ผมคิดว่าสำหรับตัวนี้ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว.. เมื่อพิจารณาจากคุณภาพสินค้า และการบริหารคนตั้งแต่ผู้จัดการโครงการจนถึงผู้รับเหมาย่อย ซึ่งเป็นปัญหาหลักในการควบคุมคุณภาพสินค้าและเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแบรนด์ความน่าเชื่อถือของบริษัท

ไม่ได้ถือหุ้นตัวนี้ครับ แต่ถ้ามีผู้สนใจแนะนำให้ลองไปเดินดูสินค้าและถ้าเป็นไปได้ให้ลองคุยกับลูกค้าของเขาด้วย ไม่แน่ว่าสองปีผ่านไปอาจเปลี่ยนแปลงไปแล้วก็ได้  :lol:


krumlov
Verified User
Posts: 21
Joined: Wed Jun 18, 2008 4:51 pm

น่าจะดีขึ้นอีก

Posts by krumlov » Thu Jun 26, 2008 10:16 pm

เท่าที่ทราบ โครงการเมโทรปาร์ค สาทร โอนให้ลูกค้าได้มากขึ้นและ stable ขึ้น น่าจะทำให้ Q2 ออกมาดีขึ้นกว่า Q1 อีกครับ ถ้าให้คาดการณ์ น่าจะกำไรถึง 250mb ใน Q2 เห็นว่าจะไปโรดโชว์ต่างประเทศกับ TISCO ด้วยครับ ถ้านักลงทุนต่างประเทศเข้ามา jam บ้างก็เป็นส่วนเพิ่ม demand ให้หุ้นดีครับ ไม่ได้อยู่ในจอเรดาร์ของฝรั่งมานานแล้ว


lovehusb
Verified User
Posts: 2
Joined: Sat Mar 22, 2008 2:08 pm

Posts by lovehusb » Thu Aug 07, 2008 6:39 pm

PFโชว์ยอดขายQ2โต1.9พันล.

PF ยิ้มร่ารับยอดขายไตรมาส 2/51 พุ่งพรวด 1.9 พันล้านเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขายจำนวน 1.4 พันล้านบาท ด้านผู้บริหาร ชายนิด โง้วศิริมณี ไม่หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง เร่งแผนเปิดโครงการครึ่งรวดเดียว 5 โครงการมูลค่ากว่า 3,660 ล้านบาท ขณะที่ผลโรดโชว์สิงคโปร์ผ่านฉลุยนักล้นทุนแห่เข้าฟังล้น โบรกมองราคาหุ้นยังทรงตัวมองกรอบลงทุน 3.86- 4.10 บาท
   
นายชายนิด  โง้วศิริมณี  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) PF เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 2/51 ว่ายอดขายของบริษัทมีแนวโน้มเติบโตได้ถึงระดับ 1,800-1,900 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทมียอดขายจำนวน 1,480 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากโครงการแนวราบที่สร้างยอดขายได้กว่า 80% อีกทั้งมาตราการทางด้านภาษียังเป็นตัวสนับสนุนให้ผลประกอบการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
   
สำหรับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่วนใหญ่โครงการคอนโดมิเนียมจะได้รับผลกระทบมากกว่าบ้านเดี่ยวและทาวเฮ้าส์ ที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นมาประมาณ 10% ซึ่งต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นระดับนี้บริษัทสามารถบริหารจัดการได้
   
ภาพโดยรวมกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 2/51 ส่วนใหญ่กำไรออกมาดีหมดเนื่องจากได้รับส่วนลดทางด้านภาษีเข้ามาช่วย สำหรับบริษัทเฉพาะไตรมาส 2/51 มียอดขายกว่า 1,800-1,900 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับเพิ่มขึ้นในส่วนของคอนโดมิเนียมต้นทุนจะเพิ่มสูงกว่า 10% ขณะที่บ้านเดี่ยวและทาวเฮ้าส์ต้นทุนเพิ่มเพียง 10% เท่านั้นซึ่งบริษัทยังสามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างไม่มีปัญหานายชายนิดกล่าว
   
ดร.ธีระชน  มโนมัยพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) PF กล่าวว่า สำหรับการการเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ที่ประเทศสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 3-4 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้นประสบผลสำเร็จอย่างสูงนักลงทุนส่วนใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับบริษัท โดยเฉพาะทิศทางการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้น ( Gross Margin) ปีนี้ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 30-31% จากที่ไตรมาส 1/2551 บริษัทมีมาร์จิ้นอยู่ที่ 27% เนื่องจากบริษัทได้ขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์
   
ขณะที่แผนเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังนั้นบริษัทมีแผนเปิดใหม่จำนวน 5 โครงการ โดยเน้นแนวราบทั้งบ้านเดี่ยวและทาวเฮ้าส์มูลค่ากว่า 3,660 ล้านบาท ส่วนแผนการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญในวงเงินไม่เกิน 30 ล้านเหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่ากับเงินบาทไทยจำนวน 1,000 ล้านบาท ขณะนี้ได้เจรจาขายให้กับนักลงทุนสถาบันจากประเทศสิงคโปร เกาหลีใต้และประเทศสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะขายได้ทันภายในปีนี้
     
การเจรจาขายหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวน 30 ล้านเหรียญสหรัฐคาดว่าจะเสนอขายได้ทันในปีนี้ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการทำจัดอันดับทริสเรทติ้ง และล่าสุดเรามีการเจรจาขายให้กับสถาบันจากประเทศสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ส่วนเงินที่ได้ส่วนหนึ่งจะนำไปชำระหนี้เงินกู้เป็นส่วนใหญ่และซื้อที่ดินไว้สำรองเปิดโครงการใหม่บางส่วนดร.ธีระชนกล่าว  

ด้านนักวิเคราะห์ทางเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น PF ยังคงทรงตัวอาจด้วยภาวะตลาดหุ้นยังไม่เป็นใจต่อการลงทุน ขณะที่สัญญาณเทคนิคมองแนวรับที่ 3.86 บาท แนวต้าน 4.10 บาท

ความคลื่อนไหวราคาหุ้น PF ( 7 ก.ค.51 ) ปิดซื้อขายที่ 3.96 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 220,000 บาท


User avatar
Sumotin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1112
Joined: Thu May 18, 2006 1:00 pm

Posts by Sumotin » Mon Aug 11, 2008 1:42 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3)
                    บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                                     (หน่วย : พันบาท)
                                            สิ้นสุดวันที่  30 มิถุนายน
งบการเงินรวม
                                      ไตรมาสที่ 2         งวด 6 เดือน
             ปี                    2551        2550        2551        2550

  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              294,757    19,813    452,458    25,746
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    0.37    0.03    0.57    0.03


 งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                      ไตรมาสที่ 2         งวด 6 เดือน
             ปี                    2551        2550        2551        2550

  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              278,859    18,314    428,715    8,446
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    0.36    0.02    0.54    0.01

  ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
       ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

 "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
  การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
  ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                                     ( นายชายนิด  โง้วศิริมณี )
                              ตำแหน่ง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
                                    ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ



มาแล้วครับ  :cool:

Timing is everything, no matter what you do.

CAGR of 40% in the past 11 years of investment

lovehusb
Verified User
Posts: 2
Joined: Sat Mar 22, 2008 2:08 pm

"เพอร์เฟค" เล็งเปิดอีก 7 โครงการ 1.9 หมื่นล.

Posts by lovehusb » Sat Aug 16, 2008 11:21 am

เพอร์เฟค มั่นใจอสังหาฯโตต่อเนื่อง ออกสินค้าทุกเซกเม้นท์ ผุดครึ่งหลังปีนี้ 7โครงการมูลค่าขายกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท เล็งออกหุ้นกู้ในสิ้นปีนี้ 800-1,000 ล้านบาทเสริมสภาพคล่องธุรกิจ เร่งก่อสร้างจัดสรรแนวราบให้ทันมาตรการ "ภาษี" รัฐบาล มั่นใจสิ้นปีรายได้ตามเป้า 9 พันล้านบาท

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพเพอร์ติ้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เปิดเผยถึงภาวะการณ์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 4 - เดือนที่เหลือของปีนี้และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2552 คาดว่า ตลาดยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยสินค้าที่น่าจะได้รับความต้องการของตลาดคือสินค้าที่เป็นบ้านเดี่ยวระดับ3-5 ล้านบาทและทาวน์เฮ้าส์ ส่วนบ้านเดี่ยวราคาขายเริ่มต้น 8-10 ล้านบาทตลาดยังมีดีมานด์ แต่ต้องขึ้นอยู่กับทำเล

อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นของผู้เล่นรายใญ่ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงมากเกิน 60 % สะทอ้นได้จากผลประกอบการของแต่ละราย และด้วยข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงยังมีปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อธุรกิจ ผู้ประกอบการที่ปรับตัวทันและมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานจะสามารถยื่นอยู่ได้

ในส่วนเของเพอร์เฟคนั้น ก็ได้ออกสินค้าใหม่มาสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ รวมถึงบ้านแฝด ที่ออกมาเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการซื้อบ้านเดี่ยว แต่มีกำลัง (เงิน) ไม่พอ  โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 51 มีแผนจะเปิด 7 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 1.9 หมื่นล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ 4 โครงการมูลค่ารวม 7,975 ล้านบาท ทั้ง 4 โครงการนั้นเนื่องจากเป็นแนวราบทำให้บริษัทสามาถที่จะเร่งทำการตลาดขายและเร่งก่อสร้างเพื่อให้ทันกับมาตรการที่ภาครัฐด้านภาษี ที่หมดเขตในมีนาคม 2552 ได้

ส่วนโครงการใหม่ที่เหลือ 3 โครงการนั้นเป็นคอนโดมิเนียม รวมมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท  อยู่ย่านสาทร,รัชดาภิเษก และสุขุมวท 103 ซึ่ได้เริ่มทำการตลดาและขายแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ การเปิดโครงการคอนโดมิเนียมทั้ง 3 โครงการนี้ก็เพื่อที่จะทำยอดขายไว้รองรับกับรายได้ในอนาคต

ผู้บริหารของเพอร์เฟค ยังกล่าวว่า การลงทุนโครงการใหม่นั้นนอกจากจะใช้เงินจากธนาคารแล้ว บริษัทยังได้รับอนมัติบอร์ดออกหุ้นกู้รวมแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งรวมกับครั้งหลังสุดที่อนุมัติจำนวน 2,000 ล้านบบาท ซึ่งจะสามารถนำออกขายในตลาดได้ในไตรมาส 4 /2551 แต่เป้นการทอยอยออกเป็นล็อตๆละ 800-1,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การออกหุ้นกู้เพื่อนำเงินไปใช้เร่งรัดการก่อสร้างโครงการต่างๆที่อย่าระหว่างการดำเนินการเพื่อให้สามารถโอนให้กับลูกค้าได้ทันกับมาตรการทางภาษีของรัฐบาลที่จะหมดอายุในสินเดือน มี.ค.52 ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารการขาย (SG&A)ได้ถึง 4%

อย่างไรก็ตามแนวโน้มการปรับตัวของราคาวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันที่ต่อเนื่องส่งผลให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการใหม่ปรับตัวสูงขึ้นไปด้วย

โดยนับจากปีที่ผ่านมาต้นทุนการก่อสร้างบ้านเดี่ยวมีการปรับตัวสูงขึ้นกว่า 15% ในขณะที่ต้นทุนการก่อสร้างบ้านเดี่ยวปรับตัวสูงขึ้น 15-20% ส่วนต้นทุนการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมีการปรับตัวขึ้น 30-35%

สำหรับผลประกอบการด้านยอดขายนั้น คาดว่าสิ้นปีน่าจะได้ตามเป้า คือ 9,000 ล้านบาท

ขณะที่ครึ่งแรกของปีนี้ได้กว่า 4 พันล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 2/2551ได้1,838.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 416.5 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 29.3 %เมื่อเทียบกับจำนวน 1,422.3 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2550 ส่วนกำไรกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจำนวน 192.7 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2551 เท่ากับ 33.2% และ29.4 %ในไตรมาสที่ 2 ปี 2550 สาเหตุที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น

ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงจำนวน 68.1 ล้านบาทหรือลดลง19.4 %จากงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากภาษี ธุรกิจเฉพาะและค่าธรรมเนียมการโอนที่ลดลง โดยรัฐบาลได้ออกมาตรการภาษีด้วยการลดภาษีธุรกิจเฉพาะจากร้อยละ 3.0 เหลือร้อยละ 0.1 และค่าธรรมเนียมการโอนจากร้อยละ 2.0 เหลือร้อยละ 0.01 ด้านดอกเบี้ยจ่ายลดลงจำนวน 14.6 ล้านบาท หรือลดลง 25.2 %จากงวด เดียวกันของปีก่อน


v@ndm3i
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 105
Joined: Sun Jan 20, 2008 10:57 pm

Posts by v@ndm3i » Tue Jan 20, 2009 10:47 pm

ไม่ค่อยมีใครสน PF เลยแฮะ  :8)
ณ ราคานี้ผมว่าปันผลน่าสนใจมากทีเดียว
ปีนี้ผลกระกอบการ 9 เดือนแรกทำได้ 0.9 บาท/หุ้น
บริษัทมีนโยบายปันผล 50% ของกำไรเฉพาะกิจการ
ผมคาดเดาเอาเล่นๆว่าสัก .35 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสิบกว่า %เลยทีเดียว
แต่ผลกระกอบการปีหน้าคงจะลดลงพอตัว
เพราะปีนี้ได้รับประโยชน์ในเรื่องของภาษีด้วย
ใครมีข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นตัวนี้เพิ่มเติมรบกวนช่วยแชร์ด้วยก็ดีครับ
ขอบคุณครับ :D  :D  :D


waz
Verified User
Posts: 751
Joined: Sun Aug 21, 2005 9:32 pm

Posts by waz » Tue Jan 20, 2009 11:11 pm

rejection rate สูงมากเลยครับ
ขอบายดีกว่า
ยังมีอีกหลายตัวครับที่ดีกว่า


fantasia
Verified User
Posts: 674
Joined: Mon Dec 13, 2004 5:33 pm

Posts by fantasia » Fri Jan 23, 2009 12:56 pm

[quote="v@ndm3i"]ไม่ค่อยมีใครสน PF เลยแฮะ


vva
Verified User
Posts: 45
Joined: Fri Jan 18, 2008 3:05 pm

Posts by vva » Thu Feb 19, 2009 2:53 pm

ผมอยากรู้ว่า PF จะประกาศผลประกอบการ Q4/2551,
ผลประกอบการปี 2551,  และประกาศปันผลเมื่อไหร่ครับ

เราจะทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร ...
มีใครถือหุ้นนี้อยู่   แล้วมีข้อมูลแจ้งจากบริษัท
ไหมครับ ว่าเค้าจะประกาศผลประกอบการและประกาศปันผลเมื่อไหร่  :D


User avatar
Golden Stock
Verified User
Posts: 615
Joined: Wed May 21, 2003 6:09 pm

Posts by Golden Stock » Wed Feb 25, 2009 5:31 pm

คงใกล้ประกาศแล้วครับ

ใจเย็นๆ

สามไตรมาสกำไรเกือบ 1 บาท

มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น 8.41 บาท

แต่ราคาหุ้นอยู่แค่ 2.4X เท่านั้น

มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า  :?:


Post Reply