AMANAH

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Posts by Real-VI » Wed Oct 27, 2010 11:51 pm

บริษัท ขาดทุน เยอะน่ะครับ

ระวังด้วย

ทุกอย่างอาจจะไม่เรียบร้อย อย่างที่ตั้งใจกันไว้น่ะครับ



DUKE
Verified User
Posts: 50
Joined: Sun Dec 27, 2009 9:37 am

Posts by DUKE » Fri Oct 29, 2010 2:07 pm

วันนี้เหมือนจะวิ่งนะเนี่ย

happy with life, enjoy all seasons


User avatar
Financeseed
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1304
Joined: Sun Oct 17, 2010 11:05 pm

Re: NVL

Posts by Financeseed » Thu Dec 23, 2010 12:33 pm

NVL เปลี่ยนชื่อเป็นอะมานะฮ์ ลิสซิ่งหรือ IAM
http://www.ryt9.com/s/iq10/1014496

มองวิกฤต หาโอกาส
http://link-seed.blogspot.com/


pak
Verified User
Posts: 5659
Joined: Wed Jul 08, 2009 5:17 pm

Re: IAM

Posts by pak » Thu Dec 23, 2010 1:52 pm

หลักทรัพย์ IAM
แหล่งข่าว SET
หัวข้อข่าว การเปลี่ยนแปลงชื่อย่อหลักทรัพย์ของ "IAM"
วันที่/เวลา 22 ธ.ค. 2553 17:05:00

การเปลี่ยนชื่อหลักทรัพย์

เรื่อง : การเปลี่ยนแปลงชื่อย่อหลักทรัพย์ของ "IAM"
ชื่อบริษัท : บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (IAM)
ชื่อย่อหลักทรัพย์เดิม : IAM
ชื่อย่อหลักทรัพย์ใหม่ : AMANAH
วันที่มีผล : 27 ธ.ค. 2553

"แม้การลงทุนจะมีความเสี่ยง แต่มันก็มีความฝันปะปนด้วยอยู่เสมอ..."


User avatar
PRO_BABY
Verified User
Posts: 1584
Joined: Sat Oct 11, 2003 4:26 pm

Re: IAM

Posts by PRO_BABY » Thu Dec 30, 2010 3:09 pm

วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม 2010 เวลา 09:03 น.
ไอแบงก์เปิดตัว "อะมานะฮะ" ไตรมาสแรกปี 54 นี้ หลังเข้าเทก "นวลิสซิ่ง " 49% รุกเช่าซื้อเต็มสูบหลังซื้อพอร์ตเช่าซื้อจากบมจ.สแกนโกลบอลมูลค่า 47.35 ล้านบาทและเล็งรับโอนลูกหนี้เช่าซื้อจากแบงก์แม่อีกกว่า4,000 ล้านบาท พร้อมทบทวนทิ้งใบอนุญาต "บจก.นวจามิตร " หลังตั้งมาแต่ยังไม่ดำเนินธุรกิจ เอ็มดี " สติ ศังขวณิช "เผยเป้าหลักต่อยอดฐานธุรกิจรายย่อยให้แบงก์แม่ดันสัดส่วนเพิ่มเป็น 60% ใน 3 ปี
หลังธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ไอแบงก์)เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน บริษัทนวลิสซิ่ง จำกัด(มหาชน) ( บมจ.) จำนวน 200 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 1.20 บาท จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสัดส่วน 49% มูลค่าหุ้นที่เรียกชำระแล้ว 950 ล้านบาท พร้อมจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ. อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง (Amanah Leasing Public Company Limited)และเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์ใหม่เป็น "AMANAH"นั้น
นายสติ ศังขวณิช กรรมการผู้จัดการ บมจ. อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่าบริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจปี 2554 ขั้นตอนจากนี้จะนำเสนอแผนต่อคณะกรรมการของธนาคารไอแบงก์ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ อย่างไรก็ดีขณะนี้บริษัทมีความคืบหน้าระดับหนึ่งโดยอยู่ในกระบวนการปรับโครงสร้างองค์กร เช่น การเปลี่ยนระบบการทำธุรกิจและพัฒนาโปรดักต์ตามหลักอิสลามิกลิสซิ่ง (ซารีอะฮ์)จากเดิมที่เป็นระบบอัตราดอกเบี้ย ซึ่งพร้อมเปิดให้บริการลูกค้าทั้งรถยนต์ใหม่ รถยนต์เก่า และการรีไฟแนนซ์
ด้านนโยบายสาขาของบมจ. อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง นั้นแนวทางดำเนินงานจะเดินควบคู่กับไอแบงก์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับปรุงช่องทางการจำหน่ายที่มีอยู่ 155 แห่ง แบ่งเป็นสาขา 7แห่ง และตัวแทนขายอีก 148 แห่ง(Outlet)ภายใต้ชื่อ "อะมานะฮ์ เอ็กซ์เพรส" ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาทำเลเพื่อจะเปิดสาขาเพิ่มในปี 2554 นี้โดยเฉพาะ 5จังหวัดภาคใต้
"กระบวนการขณะนี้เป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างและรีแบรนด์ ส่วนแผนธุรกิจต้องรอบอร์ดอนุมัติก่อน คาดว่าเราพร้อมจะเปิดตัวประมาณไตรมาสแรกปี 2554 นี้"
ต่อข้อถามถึงความคืบหน้าของบริษัทในเครือของ อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง ก็คือบริษัท เบลสซิ่ง แอสเสท เซอร์วิสเซส จำกัด (บจก.) ซึ่งบริการให้เช่ารถยนต์ ซื้อขายรถยนต์ และขายรถยึด (รถมือ 2 )ให้บริษัทนั้น นายสติ กล่าวว่าปัจจุบันยังดำเนินการอยู่ ส่วนบจก.นวจามิตร ยังไม่มีการทำธุรกรรมใดโดยกำลังทบทวนและศึกษาความเป็นไปได้ที่จะปิดกิจการหรือไม่
ทั้งนี้การตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทนวลีสซิ่งฯนั้น นับเป็นกลยุทธ์ของไอแบงก์ที่คาดหวังจะปูทางขยายสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจไปสู่ธนาคารอิสลามเพื่อรายย่อยอย่างเต็มรูปแบบโดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยเป็น 60% ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 35% ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่จะปรับลดลงเหลือ 40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 65%
แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทอะมานะฮ์ฯเน้นดำเนินงานธุรกิจลีสซิ่ง โดยอนาคตข้างหน้าอาจจะรับโอนพอร์ตเช่าซื้อที่อยู่ในไอแบงก์มาบริหารจัดการด้วยมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท ส่วนผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2553 บริษัทขาดทุน 11.73 ล้านบาทเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนกำไรสุทธิ 2.45 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,354.24 ล้านบาท หนี้สินรวม 64.69 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 1,287.55 ล้านบาท รายได้รวม 168 ล้านบาท ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ลบ 1.26%(ROA-1.26%) ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นลบ 1.12%( ROE-1.12%)-ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2554 บริษัทได้เปลี่ยนแปลงชื่อย่อหลักทรัพย์จาก "IAM"เป็น "AMANAH"
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22ธ.ค. ที่ผ่านมาบริษัทแจ้ง (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย )ให้ทราบการตกลงเข้าซื้อบัญชีลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาเช่า ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระและค้างชำระไม่เกิน 90 วัน จำนวน 253 สัญญา เป็นจำนวนเงิน 47.35 ล้านบาท แยกเป็นลูกหนี้สัญญาเช่าซื้อ จำนวน 210 สัญญา ซึ่งมียอดลูกหนี้ ณ วันที่ 31ตุลาคม 2553 วงเงิน 37.34 ล้านบาท และลูกหนี้สัญญาเช่า จำนวน 43 สัญญา ซึ่งมียอดลูกหนี้ ณ วันที่31 ตุลาคม 2553 เป็นจำนวนเงิน 10.01 ล้านบาท ของบมจ. สแกนโกลบอล โดยบริษัทจะต้องชำระค่าตอบแทนสำหรับการซื้อสินทรัพย์ทั้งหมดข้างต้น คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 31.03 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทจะมีการลงนามในสัญญาซื้อขายบัญชีลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาเช่า ภายในไม่เกินสิ้นเดือนธันวาคม 2553

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,595 26-29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

--ผลของอนาคตเกิดจาก<====ปัจจุบัน ผลของปัจจุบันเกิดจาก<===อดีต
--ทุกอย่างเชื่อมโยง มีเหตุ====> มีผ


User avatar
CHOOKY
Verified User
Posts: 540
Joined: Wed Jun 09, 2010 10:20 pm

Re: AMANAH

Posts by CHOOKY » Sat Jan 01, 2011 8:56 pm

จากข่าวข้างต้น :-o ทำให้นึกถึงตอน กลุ่มเซ็นทรัล เข้าไปโอบอุ้ม ROBINS ให้กลับมาผงาด เหมือนเช่นทุกวันนี้ หรือไม่ก็นึกถึงตอน นิวยอร์คไลฟ์ เป็นพันธมิตรกับ SCB :ohno:

"ค้นหาคุณค่าให้พบ แล้วซื้อหุ้นกิจการที่ดีนั้น ซึ่งมีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี และยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง"


User avatar
CHOOKY
Verified User
Posts: 540
Joined: Wed Jun 09, 2010 10:20 pm

Re: AMANAH

Posts by CHOOKY » Thu Jan 06, 2011 8:43 pm

IBANK ออกเงินฝากประจำ 12 เดือน "HAPPY 2011"
IBANK ออกเงินฝากประจำ HAPPY 2011 เงินฝากประจำ 12 เดือน ที่ให้ผลตอบแทน 2.55% ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-30เม.ย. เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า

นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBANK) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการต้อนรับปีกระต่าย 2554 ธนาคารได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เงินรับฝากประจำ HAPPY 2011 ซึ่งเป็นเงินฝากประจำ 12 เดือน กำหนดอัตราผลตอบแทน ในสัดส่วน 40 ต่อ 60 (ลูกค้า:ธนาคาร) ซึ่งมี Indicative Rate ประมาณ 2.55% ต่อปี รับผลตอบแทนทุกเดือน โดยกำหนดเปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 49 ล้านบาท เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-30 เม.ย.2554

"เงินรับฝากประจำ HAPPY 2011 เป็นเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนทุกเดือน โดยธนาคารจะนำไปลงทุนในพอร์ตสินเชื่อมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของธนาคาร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากแรกในปีนี้ ที่ IBANK ตั้งใจมอบเป็นของขวัญให้กับลูกค้าเงินฝากของธนาคาร เพราะเป็นเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าของธนาคาร" นายธีรศักดิ์กล่าว

น.ส.ดุษณี กล่าวด้วยว่า เนื่องจากกฎหมายคุ้มครองเงินฝากจะมีผลเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะทำให้การคุ้มครองเงินในบัญชีของผู้ฝากเงินลดลงเหลือไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อรายต่อ 1 บัญชีธนาคาร ดังนั้น สถาบันการเงินจะต้องแข่งขันออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาฝากเงินมากขึ้น ซึ่งการแข่งขันปีนี้คงจะต้องมีความรุนแรง

ล่าสุดทางธนาคารออกผลิตภัณฑ์การออมทรัพย์สำหรับผู้เยาว์ต้อนรับวันเด็กด้วยอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 0.75% จะสูงกว่าดอกเบี้ยในระบบที่ให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 0.50% ฝากตั้งแต่ 10,000 บาทเป็นต้นไป และให้สิทธิประโยชน์การประกันอุบัติเหตุแก่ผู้ปกครองวงเงินสูงถึง 1 ล้านบาท โดยผู้เยาว์เปิดบัญชีตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 15 ปี คาดจะมีผู้มาเปิดบัญชี 30,000 บัญชี หรือวงเงินประมาณ 200 ล้านบาท เริ่มฝากได้ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.นี้เป็นต้นไป

วันที่ 6 มกราคม 2554 15:10
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

"ค้นหาคุณค่าให้พบ แล้วซื้อหุ้นกิจการที่ดีนั้น ซึ่งมีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี และยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง"


preedee1
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 122
Joined: Wed Jul 14, 2010 7:56 am

Re: AMANAH

Posts by preedee1 » Sun Feb 27, 2011 8:58 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)

ตรวจสอบ
(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2553 2552
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1,803 1,062
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.0022 0.0014
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ประจำปี
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2553 2552
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 3,821 17,101
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.0047 0.0229
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไข



User avatar
CHOOKY
Verified User
Posts: 540
Joined: Wed Jun 09, 2010 10:20 pm

Re: AMANAH

Posts by CHOOKY » Fri Apr 08, 2011 8:42 pm

อัพเดทข่าว กันลืม :o

"อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง" ในเครือไอแบงก์เร่งศึกษาแผนBanking Agent เล็งดึงสถาบันการเงินชุมชนเป็นศูนย์บริการ " อะมานะฮ์ เอ็กเพรส"ใน 3รูปแบบหวังเป็นแขน-ขารองรับการขยายฐานสินเชื่อรวม 3 ปีวงเงินหมื่นล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้าสินเชื่อใหม่ 2,500 ล้านบาทพร้อมเปิดสาขาใหม่ใน 5 จังหวัดภาคใต้

นายสติ ศังขวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด(มหาชน) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ถึงเป้าหมายการดำเนินงานในช่วง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2554-2556 ว่า ประมาณการความสามารถในการปล่อยสินเชื่อรวมไว้ที่จำนวน 10,000 ล้านบาท โดยในปีนี้จะปล่อยสินเชื่อได้เต็มที่เป็นปีแรก เบื้องต้นตั้งเป้าเพิ่มยอดสินเชื่อใหม่เป็น 2,500 ล้านบาท อัตราการเติบโต 15-20% ต่อปี จากปีก่อนเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ประมาณ 245 ล้านบาท และมียอดสินเชื่อคงค้างทั้งสิ้น 1,300 ล้านบาท

โดยแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อนั้น ขณะนี้บริษัทกำลังพัฒนาระบบการรับชำระเงิน ควบคู่กับการปรับปรุงสาขาเพื่อรองรับการทำธุรกรรมให้บริการทางการเงินสำหรับกลุ่มลูกค้าของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยหรือธอท.(ไอแบงก์)ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 49% รวมถึงกำลังศึกษาในหลักการที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน (Banking Agent)ว่าธปท.จะอนุญาตให้รับฝากเงินได้หรือไม่ หากสามารถทำได้ก็พร้อมดำเนินการทันที ทั้งนี้เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของธนาคารพาณิชย์

นายสติ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างพูดคุยศูนย์บริการ(Out Let) เพื่อพัฒนาและยกระดับเป็นตัวแทนของไอแบงก์ ภายใต้ชื่อ "อะมานะฮ์ เอ็กเพรส" โดยเริ่มจาก 3 สาขาก่อนคือ กรุงเทพฯ อยุธยา และชลบุรี จากปัจจุบันมี Out Let อยู่กว่า 360 แห่งทั่วประเทศ โดยอนาคตจะขยายศูนย์บริการหรือสาขาไปในภาคอีสาน ซึ่งมีฐานคนไทยมุสลิมที่ใหญ่มาก

นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายจะเชิญชวนร้านค้าในชุมชนที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วที่ต้องการประกอบธุรกิจในลักษณะสถาบันการเงิน โดยจะเปิดทางเลือกให้เข้ามาลงทุนเป็นตัวแทน "อะมานะฮ์ เอ็กเพรส" ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.แบบคลาสสิก เป็นตัวแทนขายและแนะนำผลิตภัณฑ์สินเชื่อมีโครงสร้างรายได้เป็นค่าคอมมิสชัน ด้วยเงินลงทุน 50,000 บาท 2.แบบโกลด์ เป็นตัวแทนขายและแนะนำผลิตภัณฑ์สินเชื่อและสินค้าธนาคาร รวมถึงสามารถทำธุรกรรมATM และเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ(CDM) หากธนาคารอนุมัติ มีโครงสร้างรายได้แบ่งปันกำไร ตลอดอายุสัญญาของลูกค้า ด้วยเงินลงทุน 300,000 บาท และ 3. แบบไทเทเนียม สามารถเป็นตัวแทนขายทั้งคลาสสิกและโกลด์ แต่จะเพิ่มการรับชำระเงิน เทียบเท่ากับสาขาของบริษัท เงินลงทุน 570,000 บาท
ด้านนโยบายสาขานั้น บริษัทยังมีแผนจะเปิดสาขาของบริษัทเพิ่มใน 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากปัจจุบัน 18 สาขา ในพื้นที่ภาคอีสาน 4 แห่ง ส่วนที่เหลือเป็นสาขาภาคเหนือ และ ชลบุรี อยุธยา รวมถึงภูเก็ต
กรรมการผู้จัดการบริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่งฯ เปิดเผยอีกว่า ณ สิ้นปี 2553 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 1.8 ล้านบาท เติบโต 87% จากปี 2552 เพียง 1 ล้านบาท หลังจากไอแบงก์เข้ามาถือหุ้นเพิ่มทุนในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา มีการปรับปรุงแก้ไขสถานะทางการเงิน เพิ่มรายได้เร่งปล่อยสินเชื่อ โดยการตกลงเข้าซื้อบัญชีลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาเช่า ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระและค้างชำระไม่เกิน 90 วัน จำนวน 253 สัญญา เป็นจำนวนเงิน 47.35 ล้านบาท ล้างขาดทุนในไตรมาส 3 ปี 2553 มูลค่า 11.8 ล้านบาท จากที่ผ่านมาปล่อยสินเชื่อไม่ได้ ต้นทุนสูงและกันสำรองเพิ่ม ปัจจุบันบริษัทมีกำไรสะสม 58 ล้านบาท ทุนจดทะเบียนรวม 950 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นส่วนที่ไอแบงก์เพิ่มทุนให้ 200 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,624 7- 9 เมษายน พ.ศ. 2554

"ค้นหาคุณค่าให้พบ แล้วซื้อหุ้นกิจการที่ดีนั้น ซึ่งมีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี และยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง"


User avatar
Zhou_Enlai
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 109
Joined: Fri Jul 30, 2010 2:03 am

Re: AMANAH

Posts by Zhou_Enlai » Tue Apr 19, 2011 1:20 pm

อ่านจากข้อมูลข้างต้นเเล้ว น่าเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมทีเดียวครับ :)

"ใช้ชีวิตจนแก่เฒ่า ศึกษาจนแก่เฒ่า ดัดแปลงจนแก่เฒ่า" (活到老、学到老、改造到老)


User avatar
CHOOKY
Verified User
Posts: 540
Joined: Wed Jun 09, 2010 10:20 pm

Re: AMANAH

Posts by CHOOKY » Thu Apr 21, 2011 10:22 pm

อัพเดทข่าว กันลืม ...

"อะมานะฮ์ลิสซิ่ง" วาดเป้าขึ้นท็อปไฟว์ภายใน 5 ปีในธุรกิจเช่าซื้อ โดยมีไอแบงก์ บริษัทแม่หนุนเตรียมอัดฉีดอีก 4,000 ล้านบาท เล็งควบรวมหรือซื้อกิจการธุรกิจเช่าซื้อ ที่มีขนาดสินเชื่อคงค้าง 5,000-6,000 ล้านบาท เพื่อร่นระยะเวลาสู่เป้าหมายให้เร็วขึ้น "สติ ศังขวณิช" เปิดแผน 3 ปี พิชิตหมื่นล้านเจาะตลาด "ไทยมุสลิม" เปิดบริการใหม่ ATM หนุน//หาช่องทางใหม่ปล่อยสินเชื่อธุรกิจท่องเที่ยว -อาหารฮาลาล

นายสติ ศังขวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด(มหาชน) เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแผนธุรกิจใหม่หลังจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ไอแบงก์)เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน บริษัทนวลิสซิ่ง จำกัด(มหาชน)จำนวน 200 ล้านหุ้น ราคา 1.20บาทต่อหุ้น และกลายเป็นผู้ถือหุ้นหลักในสัดส่วน 49% พร้อมจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด(มหาชน)(Amanah Leasing Public Company Limited)และเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์ใหม่เป็น "AMANAH" ว่า ทางไอแบงก์ได้วางเป้าหมายในระยะ 5 ปี (2554-2558) ตั้งเป้าติดอันดับ 1 ใน 5 ของธุรกิจเช่าซื้อ และในเวลานั้นบริษัทพร้อมโลดแล่นตลาดใหญ่ที่มีการแข่งขันสูงแน่นอน

ขณะเดียวกันมองการควบรวมหรือซื้อกิจการธุรกิจเช่าซื้อ เพื่อลดเวลาไปสู่เป้าหมายให้เร็วขึ้น ซึ่งทางไอแบงก์พร้อมสนับสนุน เตรียมเม็ดเงินลงทุนไว้แล้ว 4,000 ล้านบาท สำหรับควบรวมหรือซื้อกิจการ ที่มีขนาดสินเชื่อคงค้าง 5,000-6,000 ล้านบาท
"เรากำลังพิจารณาอยู่ แต่ยังไม่มีใครเสนอมา คงต้องหลังจากที่ ตอนนี้ผู้เล่นในตลาดอยู่ระหว่างการตัดสินใจ กำลังทบทวนแผนธุรกิจใหม่ เช่น เปลี่ยนผู้ถือหุ้น"

แต่อย่างไรก็ดี ในปี 2554 ถือว่าบริษัทเริ่มปล่อยสินเชื่อใหม่เป็นครั้งแรกเต็มที่ จึงได้วางแผนธุรกิจระยะ 3 ปี (2554-2556) จะต้องมีสินทรัพย์เติบโต 10,000 ล้านบาท ภายใต้ทุนจดทะเบียนในปัจจุบัน 950 ล้านบาท รองรับการขยายตัว 3 ปีได้ โดยตั้งเป้ามียอดปล่อยสินเชื่อใหม่เติบโตปีละ 15-20% และมีฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 10,000 ราย จากปัจจุบัน 6,000 ราย
สำหรับการดำเนินธุรกิจปีนี้ ตั้งเป้ายอดปล่อยสินเชื่อใหม่ 2,500 ล้านบาท และคาดว่าจะมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 2% หรือลดลงจากปีก่อนที่ 5.17% ภายใต้จุดแข็งที่สามารถระดมทุนจากไอแบงก์ได้โดยตรง พร้อมกับ วางกลยุทธ์ทางการตลาด ที่พยายามสู้กับเงินเฟ้อ โดยจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ขยับขึ้น 2.5% โดยพยายามเลือกตลาดแบบผสมผสาน

ทางด้านพอร์ตปล่อยสินเชื่อใหญ่สุด นายสติ กล่าวว่า บริษัทมุ่งทำตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ กลุ่มไทยมุสลิมรายย่อย ที่มาขอใช้บริการ เป็นลูกค้าไอแบงก์และใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากกลุ่มดีลเลอร์ที่ใช้วงเงินสินเชื่อกับไอแบงก์ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4-5% รวมถึงโครงการรถสาธารณะ ที่เป็นรถตู้โดยสาร ที่เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิง NGV และรถแท็กซี่เขียวเหลือง ให้ผลตอบแทน 8-10 %

ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถเก่า หันเลือกกลุ่มรถเกรด A คุณภาพดี หรือจากเต็นท์รถที่ออกการันตี เช่น โปรแกรมโตโยต้าชัวร์ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพรถ ทำแข่งขันกับตลาดในแง่การเพิ่มความเร็วในการบริการลูกค้าได้เต็มที่ เช่น ระยะเวลาอนุมัติสินเชื่อภายใน 1 วันหากเข้าเกณฑ์ปกติ พร้อมจุดเด่นด้วยกระบวนการทำสัญญา ที่เป็นข้อตกลงทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้การดูแลลูกค้ามีความถูกต้องและยุติธรรม ถือว่าแตกต่างจากคู่แข่ง ที่เป็นสัญญาปาก ให้ลูกค้าเห็นเกณฑ์คร่าวๆ แต่ให้เซ็นสัญญาไว้ก่อน แล้วถึงส่งสัญญาย้อนหลังพร้อมกัน ยังมีบริการผลิตภัณฑ์สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ที่จะเริ่มในไตรมาส 2 ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อกรรมสิทธิ์รถยนต์ (Auto to Money) และสินเชื่อโอนย้ายบัญชีเช่าซื้อ (Refinancing) มุ่งให้บริการลูกค้ารายย่อย ที่มีเงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไป และกลุ่มผู้ถือหุ้นของบริษัท เช่น การบินไทย และธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีคนงาน 1,000-2,000 คน เพื่อเป็นสวัสดิการโครงการ

บริการดังกล่าวจะช่วยลดภาระและระยะเวลาเสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้า มีจุดแข็งด้วยเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นกว่า โดยลูกค้าจะต้องมีภาระรวมไม่เกิน 50% ของรายได้ และยังนำรายได้คู่สมรสหรือผู้ปกครองมาคำนวณเพิ่มเติมได้ อีกทั้งยังมีระยะเวลาผ่อนชำระ ขั้นต่ำ 1-6 ปี หรือยังยืดหยุ่นตามสถานการณ์ เช่น สำหรับลูกค้าองค์กรที่มีอายุงานนาน จะขยายระยะเวลาให้ 7-8 ปี
"เริ่มทดลองตลาดในไตรมาสแรกปีนี้แล้วเป็นวงเงินสินเชื่อ 50 ล้านบาท เฉลี่ยวงเงินสินเชื่อต่อราย 200,000 บาท ผลตอบแทนนั้นขึ้นอยู่กับอายุรถและวงเงินสินเชื่อ"

ส่วนทางด้านสินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ มีกลุ่มเป้าหมายหลัก เน้นปล่อยสินเชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตอาหารฮาลาลในไทย มีจำนวน 2,000 บริษัท รวมทั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สนับสนุนสินเชื่อ กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ที่มีรถตู้ 5-10 คัน มีใบอนุญาตและจดทะเบียนวิ่งรถในสนามบิน เช่น จากกรุงเทพฯ ไปนครสวรรค์ และพัทยา หรืออุบลราชธานี เป็นศูนย์การท่องเที่ยวลาวใต้ ขณะนี้เริ่มปล่อยสินเชื่อแล้ว 2-3 รายที่เป็นลูกค้าไอแบงก์

ขณะที่สินเชื่อเพื่อการซื้อสินค้าคงคลัง ได้แก่ โครงการภาครัฐ ปล่อยสินเชื่อรถสาธารณะและรถใน 5 จังหวัดภาคใต้ และโครงการประชาภิวัฒน์ปี 2554 ที่เป็นสินเชื่อรถจักรยานยนต์และแท็กซี่ มีวงเงินสินเชื่อรายใหม่มากกว่า 50 ล้านบาท และกลุ่มดีลเลอร์รถยนต์ ที่สต๊อกรถไม่มาก ยอดจำหน่ายต่อเดือน 50 คัน ได้แก่ มิตซูบิชิ นิสสัน มาสด้า และฟอร์ด ให้วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 50 ล้านบาท ปัจจุบันมีลูกค้า 10 ราย คิดเป็นวงเงินปล่อยสินเชื่อ 350 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,628 21-23 เมษายน พ.ศ. 25

"ค้นหาคุณค่าให้พบ แล้วซื้อหุ้นกิจการที่ดีนั้น ซึ่งมีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี และยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง"


kkevin
Verified User
Posts: 48
Joined: Mon Sep 06, 2010 11:43 pm

Re: AMANAH

Posts by kkevin » Sat Apr 23, 2011 9:11 pm

ผบห แถลงเป้าหมายชัดเจนดีครับ ตัวนี้ถือยาว จะคอยดูผลงาน
1. 1ปี ยอดสินเชื่อ 2500 ล้าน
2. ยอดสินเชื่อเพิ่ม ปีละ15-20%
3. 3ปี ยอดสินเชื่อ10,000 ล้าน
4. 5ปี ขึ้น Top 5 ของวงการ
เป้าหมายติดตามง่ายดีครับ และibankเป็นธนาคารของรัฐเป็น ผถหใหญ่ฐานะจึงมั่นคง
ติดตามดูความเปลี่ยนแปลงในงบ Q1,Q2/54 กันดูนะครับ



beckmee
Verified User
Posts: 17
Joined: Fri Apr 22, 2011 2:58 pm

Re: AMANAH

Posts by beckmee » Sun May 08, 2011 8:35 am

เข้ามาศึกษา AMANAH ประมาณปลายปีที่แล้วก็สามารถแก้ขาดทุน สะสม 9 เดือนจาก ขาดทุน 11.8m เป็นกำไร 1.8m ได้ ผมคิดถูกไหมครับ ว่าราคาหุ้นตอนนี้ ได้สะท้อนความคาดหวังกำไรจากการที่ Q4 2553 ได้ทำกำไรไปส่วนนึงนการล้างขาดทุน ดังนั้น Q1 2554 ควรมีกำไรไม่ต่ำว่า 11.8+1.8m หรือเปล่าครับ

มือใหม่หัดลงทุนครับ ขอความรู้ด้วยครับ ขอบคุณครับ



User avatar
CHOOKY
Verified User
Posts: 540
Joined: Wed Jun 09, 2010 10:20 pm

Re: AMANAH

Posts by CHOOKY » Sun May 08, 2011 10:33 am

CHOOKY wrote:จากข่าวข้างต้น :-o ทำให้นึกถึงตอน กลุ่มเซ็นทรัล เข้าไปโอบอุ้ม ROBINS ให้กลับมาผงาด เหมือนเช่นทุกวันนี้ หรือไม่ก็นึกถึงตอน นิวยอร์คไลฟ์ เป็นพันธมิตรกับ SCB :ohno:
การมี Strategic Partner ที่ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดพลังมหาศาล อย่างไม่น่าเชื่อ ROBINS+CENTRAL SCNYL+SCB

ขอจารึก เป็นความฝันละกัน :ep:

"ค้นหาคุณค่าให้พบ แล้วซื้อหุ้นกิจการที่ดีนั้น ซึ่งมีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี และยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง"


i_sarut
Verified User
Posts: 1808
Joined: Sun Apr 13, 2008 5:00 pm
www.sarut-homesite.net-->

Re: AMANAH

Posts by i_sarut » Sun May 08, 2011 10:52 am

beckmee wrote:เข้ามาศึกษา AMANAH ประมาณปลายปีที่แล้วก็สามารถแก้ขาดทุน สะสม 9 เดือนจาก ขาดทุน 11.8m เป็นกำไร 1.8m ได้ ผมคิดถูกไหมครับ ว่าราคาหุ้นตอนนี้ ได้สะท้อนความคาดหวังกำไรจากการที่ Q4 2553 ได้ทำกำไรไปส่วนนึงนการล้างขาดทุน ดังนั้น Q1 2554 ควรมีกำไรไม่ต่ำว่า 11.8+1.8m หรือเปล่าครับ

มือใหม่หัดลงทุนครับ ขอความรู้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมมองว่าช่วงนี้ยังยากที่จะคาดกำไรว่าจะได้ราวๆเท่าไหร่ เพราะ amanah เพิ่งมาเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างจริงจังในปีนี้

น่าจะรอประเมินตัวเลขสินเชื่อใหม่ของแต่ละไตรมาสในปีนี้ดูก่อนครับ จะค่อยๆเห็นภาพว่าอนาคตจะเป็นยังไงต่อ

ส่วน q4/53 ที่พลิกกลับมากำำไร จากข้อมูลที่มีคือมาจากการซื้อพอร์ตสินเชื่อของ สแกนดิเนเวีย โกบอล เข้ามา แต่เป็นบริษัทที่เลิกกิจการไป ทำให้กำไรของพอร์ตสินเชื่อ สแกนดิเนเวีย โกบอล อาจจะยังไม่แน่นอนครับ ว่าจะสม่ำเสมอรึเปล่้า ควรจะไปลุ้นที่ยอดสินเชื่อใหม่มากกว่าครับ
ปีที่แล้วเราปล่อยสินเชื่อน้อย โดยปีที่แล้วมีการชะลอสินเชื่อใหม่ เนื่องจากบริษัทไม่มั่นใจในสภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ซึ่งก่อนที่แบงก์จะเข้ามาบริษัทมีเรื่องกันสำรองเพิ่มตอนต้นปี ทำให้สินเชื่อที่บริษัทปล่อยไปปีที่แล้ว 242 ล้านบาท ซึ่งนิดเดียว คราวนี้ 242 ล้าน แต่จากต้นปีมันขาดทุนเพราะต้องกันสำรองเพิ่มประมาณ 22 ล้าน พอปิดสิ้นปีพลิกฟื้นกลับมามีกำไรได้ 1.8 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าปี 52 ประมาณ 16-17% อันนี้เป็นผลจากการปรับกลยุทธ์หลังจากแบงก์เข้ามา เราแก้ไขสถานการณ์โดยการเพิ่มรายได้จากการไปลงทุนซื้อพอร์ตสินเชื่อของ สแกนดิเนเวีย โกบอล ลิสซิ่งที่เลิกกิจการ เราซื้อพอร์ตเข้ามาประมาณ 42 ล้านบาท แล้วก็เร่งปล่อยสินเชื่อ และเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บหนี้ เป็นการเจรจามากขึ้น พอเจรจาก็ได้บ้าง เขาค้าง 4 จ่ายมา 2 มันก็ยังได้ หรือจ่าย 1 เขาก็ยังได้ใช้รถอยู่ เราก็ยังได้เงินเข้ามา แทนที่เราจะไปเอารถเขามา มาประมูลก็ไม่ได้ราคา บางครั้งขาดทุนด้วยซ้ำไป พอทำเรื่องใหญ่ๆ คือ เพิ่มรายได้ พยายามคุมเอ็นพีแอล แล็วก็คงที่ค่าใช้จ่ายไว้ ก็ทำให้สามารถแก้ไขสถานการณ์จากไตรมาส 1-3 ขาดทุนมาเป็นกำไรที่ไตรมาส 4 ส่วนเอ็นพีแอลก็คุมจากปี 52 ที่ 6.7% ปี 53 ก็ปิดไปที่ประมาณ 5.5 % คิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 46 ล้านบาท
ส่วนราคาหุ้น ถ้ามอง pe ก็น่าจะมีความหวังอยู่บ้าง แต่ยังต่ำ bv อยู่ อาจเป็นเพราะที่ผ่านมา nvl ไม่ใช่บริษัทที่ประสบความสำเร็จ ทำให้อดีตเทรดต่ำบุ๊คตลอด

ประเด็นคือในระยะยาวบริษัทนี้จะเติบโตได้มากน้อยแค่ไหน :8)

"Risk comes from not knowing what you're doing" - Warren Buffet

สุดยอดของความซับซ้อนคือความเรียบง่าย

http://www.sarut-homesite.net/


burengnong
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 929
Joined: Sat Oct 28, 2006 1:05 pm

Re: AMANAH

Posts by burengnong » Sun May 08, 2011 1:17 pm

พอดีว่าลองแกะงบของ Amanah ดูแล้ว ไม่รู้ว่าผมคิดถูกหรือเปล่าว่ากำไรของ Amanah
ในปีนี้กะคร่าวๆอาจจะทำกำไรได้ประมาณ 0.27 - 0.40 บาทต่อหุ้น โดยสมมุติฐานที่ว่า
ในปี 2554 มีการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้ตามเป้า 2500 ล้านบาท
บริษัทมีสินทรัพย์ทั้งหมด 1,325 ล้านบาท
หนี้สินทั้งหมด 23 ล้านบาท
สินทรัพย์หมุนเวียนทั้งหมด 709 ล้านบาท
หนี้สินหมุนเวียนทั้งหมด 18 ล้านบาท
Income
- เงินสดสุทธิ 265 ล้านบาท
- รายได้จากสินเชื่อเช่าซื้อหลังหักต้นทุนดอกเบี้ยและหนี้สูญแล้ว 337 ล้านบาท
- รายได้จากสัญญาเช่าทางการเงินหลังหักต้นทุนดอกเบี้ยและหนี้สูญแล้ว 10 ล้านบาท
- รายได้โอนสิทธิเรียกร้อง 17 ล้านบาท
- รายได้จากทรัพย์สินรอการขาย 36 ล้านบาทสมมุติว่าขายได้ประมาณ 10 ล้านบาท
* จะมีรายได้เป็นเงินสดเข้ามาทั้งหมดในปีนี้ 337 + 10 + 17+ 10= 374 ล้านบาท *

Outcome
- ค่าใช้จ่ายในการขาย+ ค่าใช้จ่ายในการขาย + ค่าตอบแทนผู้บริหารประมาณ+
หนี้สูญ+ หนี้สินหมุนเวียน กะประมาณพอๆกับปี 2553 คิดว่าซัก = 200 ล้านบาท

> สมมุตว่าปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้า 2,500 ล้านบาท
- โดยมีเงินสดที่ไม่มีต้นทุนดอกเบี้ยเท่ากับ 265 + 374= 639 ล้านบาท
- โดยที่ต้องกู้เงินมาปล่อยสินเชื่ออีก 2500 - 639 = 1861 ล้านบาท
> เงินสด 639 ล้านบาทปล่อบกู้โดยไม่มีต้นทุนทางการเงินโดยปล่อยสินเชื่อใน
อัตราดอกเบี้ยประมาณ 8.5% จะได้กำไรในเงินก้อนนี้ 639 * 0.085=54 ล้าน
> เงินกู้ 1,861 ล้านคิดค่าดอกเบี่ยจ่าย 4.5% เหลือส่วนต่างดอกเบี้ย 4% จะได้กำไรจาก
สินเชื่อก้อนนี้ประมาณ 1,861* 0.04= 74 ล้านบาท

# เพราะฉะนั้นจะมีกำไรทั้งหมดในปี 2554 = 374 + 54 + 74= 502 ล้านบาท
# หักค่าใช้จ่ายในการขาย+ ค่าใช้จ่ายในการขาย + ค่าตอบแทนผู้บริหารประมาณ+
หนี้สูญ+ หนี้สินหมุนเวียน กะประมาณพอๆกับปี 2553 คิดว่าซัก = 200 ล้านบาท
# เหลือกำไรสุทธิ 502 - 200 = 302 ล้านบาท
# กำไรต่อหุ้น 302/ 950 = 0.31 บาทต่อหุ้นครับ

ปล. ผมคิดกำไรคร่าวๆแบบนี้ไม่รู้ว่าถูกหรือผิดยังไงรบกวนผู้รู้ช่วย comment ด้วยครับ



vitid
Verified User
Posts: 91
Joined: Sun Aug 01, 2010 3:57 pm

Re: AMANAH

Posts by vitid » Sun May 08, 2011 1:41 pm

ดูงบผ่านๆอย่างเดียวเห็น ev/ebitda ติดลบมันหมายความว่าไงหว่าเหอๆ เห็นในห้องสินธรบอกใช้เป็นสูตรหุ้นเงา กำไรพันเท่า ค่านี้ยิ่งต่ำยิ่งดีแต่ถ้าออกมาติดลบนี่มันดีป่าวหว่า :? :?



User avatar
tfex
Verified User
Posts: 92
Joined: Wed Apr 13, 2011 6:43 pm

Re: AMANAH

Posts by tfex » Sun May 08, 2011 2:30 pm

ตัวนี้คนพูดกันเพราะมันมาอยู่ใหน้าสรุปยอด NVDR เมื่อต้นสัปดาห์
ปกติไม่มี แต่มาโผล่เป็นยอด NVDR ขายนะ :B



User avatar
CHOOKY
Verified User
Posts: 540
Joined: Wed Jun 09, 2010 10:20 pm

Re: AMANAH

Posts by CHOOKY » Sun May 08, 2011 4:31 pm

ปีนี้ ถ้ามีกำไรสัก 25-40 ล้าน ผมก็ HAPPY สุดๆ แล้วครับ

อย่าลืมว่าการเปิดสาขาใหม่อีก 5-10 สาขา ต้องมีค่าใช้จ่ายมากพอสมควร

"ค้นหาคุณค่าให้พบ แล้วซื้อหุ้นกิจการที่ดีนั้น ซึ่งมีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี และยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง"


kamol
Verified User
Posts: 94
Joined: Wed Feb 04, 2004 9:48 pm

Re: AMANAH

Posts by kamol » Sun May 08, 2011 5:49 pm

ได้ติดตามข้อมูลมา ทางบริษัทพึ่งมีสาขาที่ภาคใต้อยู่ที่เดียว คือที่ภูเก็ต ผมว่าหุ้นตัวนี้ยัง growth ได้อีกเยอะ ถ้าสามารถยึดหัวหาดภาคใต้ได้ เนื่องจากเป็นแหล่งชุมชนอิสลามเป็นส่วนใหญ่ ถ้าดูเป้าหมายที่ผู้บริหารให้ไว้ว่ามีเป้าหมายจะปล่อยให้ได้ 10000 ล้านบาท บริษัทจะโตได้ 30-50% ต่อปีเลยทีเดียว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการตั้งสาขา ถ้าเทียบกับรายรับที่จะได้ ผมว่าไม่เป็นปัญหาครับ ลองศึกษาสาขาของธนาคารพาณิชย์แต่ละที่ก็ได้ครับ ตอนนี้สาขาผุดขึ้นยังกับดอกเห็ดแต่ผลกำไรก็จะโตเป็นเงาตามตัวไปด้วยครับ



burengnong
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 929
Joined: Sat Oct 28, 2006 1:05 pm

Re: AMANAH

Posts by burengnong » Sun May 08, 2011 7:32 pm

Code: Select all

ได้ติดตามข้อมูลมา ทางบริษัทพึ่งมีสาขาที่ภาคใต้อยู่ที่เดียว คือที่ภูเก็ต ผมว่าหุ้นตัวนี้ยัง growth ได้อีกเยอะ ถ้าสามารถยึดหัวหาดภาคใต้ได้ เนื่องจากเป็นแหล่งชุมชนอิสลามเป็นส่วนใหญ่ ถ้าดูเป้าหมายที่ผู้บริหารให้ไว้ว่ามีเป้าหมายจะปล่อยให้ได้ 10000 ล้านบาท บริษัทจะโตได้ 30-50% ต่อปีเลยทีเดียว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการตั้งสาขา ถ้าเทียบกับรายรับที่จะได้ ผมว่าไม่เป็นปัญหาครับ ลองศึกษาสาขาของธนาคารพาณิชย์แต่ละที่ก็ได้ครับ ตอนนี้สาขาผุดขึ้นยังกับดอกเห็ดแต่ผลกำไรก็จะโตเป็นเงาตามตัวไปด้วยครับ
เห็นด้วยครับว่าค่าใช้จ่ายไม่น่าจะมาก แต่น่าห่วงที่ว่า 3 จังหวัดชายแดนใต้จะมีปัญหาเรื่อง
NPL มากกว่าที่อื่นรึเปล่าซิครับ



User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Re: AMANAH

Posts by naris » Sun May 08, 2011 9:02 pm

1 กำไรของธุรกิจประเภทนี้อยู่ที่การควบคุมหนี้สูญครับและยังต้องมีการตั้งสำรองตามมาตรฐานบัญชี
2 อีกส่วนหนึ่ง การปล่อยหนี้2500ล้านทั้งปี หมายความว่าต้องเอาค่าเฉลี่ยหัวท้ายหารสอง ทำให้ยอดรายได้ที่นำมาคิดเฉลี่ยคือ1500-1700ล้าน
3 ค่าใช้จ่ายในการชยายสาขาคงจะมีระดับหนึ่ง ที่จะมากกว่าค่าเดิม

ถ้าเป็นพี่จะใช้npmค่าเฉลี่ยจากอุตสาหกรรมและnpmที่มันควรจะเป็น ซึ่งพี่คิดว่าน่าจะอยู่ที่4-7เปอร์เซนต์ครับ กำไรก็จะราวๆ60-120ล้านครับ

ปล ไม่มีหุ้นนะครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร


i_sarut
Verified User
Posts: 1808
Joined: Sun Apr 13, 2008 5:00 pm
www.sarut-homesite.net-->

Re: AMANAH

Posts by i_sarut » Sun May 08, 2011 9:53 pm

ค่าใช้จ่ายควรจะมากขึ้น (เพราะมีเปิดสาขาเก่าที่ปิดไป + เปิดสาขาใหม่ รับพนักงานเพิ่ม ทำการตลาดใหม่) แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ขนาดพอร์ตสินเชื่อที่ 2,500 ล้านบาท กำไรยังไม่น่าสูงมากขนาดนั้นได้ครับ

รบกวนถามพี่ naris นิดนึงครับ ว่าทำไมถึงมองว่า npm ควรจะเป็น 4-7% และค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมนี้มันประมาณเท่าไหร่หรอครับ

พอดีผมดู npm ของ thani ask ecl tk gl ml pl kcar ก็เกิน 10% กันหมดเลยครับ :?:

"Risk comes from not knowing what you're doing" - Warren Buffet

สุดยอดของความซับซ้อนคือความเรียบง่าย

http://www.sarut-homesite.net/


User avatar
CHOOKY
Verified User
Posts: 540
Joined: Wed Jun 09, 2010 10:20 pm

Re: AMANAH

Posts by CHOOKY » Sun May 08, 2011 10:01 pm

i_sarut wrote:ค่าใช้จ่ายควรจะมากขึ้น (เพราะมีเปิดสาขาเก่าที่ปิดไป + เปิดสาขาใหม่ รับพนักงานเพิ่ม ทำการตลาดใหม่) แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ขนาดพอร์ตสินเชื่อที่ 2,500 ล้านบาท กำไรยังไม่น่าสูงมากขนาดนั้นได้ครับ

รบกวนถามพี่ naris นิดนึงครับ ว่าทำไมถึงมองว่า npm ควรจะเป็น 4-7% และค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมนี้มันประมาณเท่าไหร่หรอครับ

พอดีผมดู npm ของ thani ask ecl tk gl ml pl kcar ก็เกิน 10% กันหมดเลยครับ :?:
พี่นริศ หมายถึง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย หรือเปล่าครับ
ส่วนผม ประเมินง่ายๆ ROA ประมาณ 2 - 3% ครับ สำหรับ ลีสซิ่งรถยนต์

"ค้นหาคุณค่าให้พบ แล้วซื้อหุ้นกิจการที่ดีนั้น ซึ่งมีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี และยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง"


burengnong
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 929
Joined: Sat Oct 28, 2006 1:05 pm

Re: AMANAH

Posts by burengnong » Sun May 08, 2011 10:36 pm

Code: Select all

1 กำไรของธุรกิจประเภทนี้อยู่ที่การควบคุมหนี้สูญครับและยังต้องมีการตั้งสำรองตามมาตรฐานบัญชี
2 อีกส่วนหนึ่ง การปล่อยหนี้2500ล้านทั้งปี หมายความว่าต้องเอาค่าเฉลี่ยหัวท้ายหารสอง ทำให้ยอดรายได้ที่นำมาคิดเฉลี่ยคือ1500-1700ล้าน
3 ค่าใช้จ่ายในการชยายสาขาคงจะมีระดับหนึ่ง ที่จะมากกว่าค่าเดิม

ถ้าเป็นพี่จะใช้npmค่าเฉลี่ยจากอุตสาหกรรมและnpmที่มันควรจะเป็น ซึ่งพี่คิดว่าน่าจะอยู่ที่4-7เปอร์เซนต์ครับ กำไรก็จะราวๆ60-120ล้านครับ
กำไรราว 60 - 120 ล้านบาทนี้คิดจากสินเชื่อ 1,500 - 1,700 บาทหรือเปล่าครับ แต่ไม่ได้คิดรวมรายได้จากสินเชื่อเช่าซื้อที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปีจำนวน 337 ล้านบาทหรือเปล่า ซึ่งรายได้จำนวน 337 ล้านบาทนี้อย่าลืมว่ามันเป็นรายได้ที่ไม่มีต้นทุนทางการเงินและได้หักสำรองหนี้สูญไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นมันจึงน่าจะเป็นกำไร netๆเลยภายหลังจากการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งถ้าคิดคร่าวๆว่าหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 200 ล้านบาท( 337 - 200 ) จะเหลือกำไรเหลือ 137 ล้านบาท แล้วเอาไปรวมกับกำไร 60 - 120 ล้านบาทก็น่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 197 - 257 ล้านบาท



User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Re: AMANAH

Posts by naris » Mon May 09, 2011 12:27 am

CHOOKY wrote:
i_sarut wrote:ค่าใช้จ่ายควรจะมากขึ้น (เพราะมีเปิดสาขาเก่าที่ปิดไป + เปิดสาขาใหม่ รับพนักงานเพิ่ม ทำการตลาดใหม่) แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ขนาดพอร์ตสินเชื่อที่ 2,500 ล้านบาท กำไรยังไม่น่าสูงมากขนาดนั้นได้ครับ

รบกวนถามพี่ naris นิดนึงครับ ว่าทำไมถึงมองว่า npm ควรจะเป็น 4-7% และค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมนี้มันประมาณเท่าไหร่หรอครับ

พอดีผมดู npm ของ thani ask ecl tk gl ml pl kcar ก็เกิน 10% กันหมดเลยครับ :?:
พี่นริศ หมายถึง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย หรือเปล่าครับ
ส่วนผม ประเมินง่ายๆ ROA ประมาณ 2 - 3% ครับ สำหรับ ลีสซิ่งรถยนต์
ขอโทษด้วยครับ สื่อผิด เป็นส่วนต่างดอกเบี้ย อย่างที่คุณchookyเข้าใจถูกแล้วครับ :oops:
พี่เห็นข่าวการมาเทคโอเวอร์ของธนาคารอิสลามก็สนใจในการเปลี่ยนแปลง แต่ก็ขอรอดูการเปลี่ยนแปลงอีกสัก1-2ไตรมาสว่าจะไปในทิศทางใด ส่วนในเรื่องรายได้เก่าที่คุณบุเรงนองกล่าวไว้นั้น พี่ยังไม่ได้นำมาคิดครับ ไม่ทราบข้อมูลเป็นกำไรที่เกิดจากอะไรครับ และเกิดในปีนี้ทั้งหมดหรือทะยอยอีก2-3ปีครับ และหมด
แล้วหมดเลยหรือเปล่าครับ.

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร


User avatar
PRO_BABY
Verified User
Posts: 1584
Joined: Sat Oct 11, 2003 4:26 pm

Re: AMANAH

Posts by PRO_BABY » Mon May 09, 2011 12:56 am

337 ล้านไม่น่าจะใช่ รายได้ครับ เป็นหนี้ที่คบกำหนดชำระ ครับ. ส่วนรายได้หลักๆ จะมาจากกำไร หรือ ดอกเบี้ยจากการเช่าซื้อครับ โดยส่วนตัวผมมองว่า รายได้ดอกเบี้ย หรือกำไรจะโตต่อเนื่องสองหลัก อย่างน้อย สามปีครับเดี๋ยวเหตุผลจะมาแชร์กันครับ :D

--ผลของอนาคตเกิดจาก<====ปัจจุบัน ผลของปัจจุบันเกิดจาก<===อดีต
--ทุกอย่างเชื่อมโยง มีเหตุ====> มีผ


multipleceilings
Verified User
Posts: 2141
Joined: Sat Feb 26, 2011 1:42 pm

Re: AMANAH

Posts by multipleceilings » Mon May 09, 2011 1:17 am

:D

M aterial catalyst
A ttitude & Perception
D isclipine


beckmee
Verified User
Posts: 17
Joined: Fri Apr 22, 2011 2:58 pm

Re: AMANAH

Posts by beckmee » Mon May 09, 2011 9:37 am

แต่ละท่านวิเคราะห์ได้ยอกเยี่ยมจริงๆครับ มีข้อมูลสมมติฐานและแนวคิดที่น่าชื่นชมมากครับ ขอบคุณมากครับ



User avatar
PRO_BABY
Verified User
Posts: 1584
Joined: Sat Oct 11, 2003 4:26 pm

Re: AMANAH

Posts by PRO_BABY » Mon May 09, 2011 12:20 pm

เอาบทสัมภาษร์ผู้บริหาร จากดอกเบี้ยธุรกิจ มาให้อ่านกันครับ แล้วค่อยมาถกกันถึงความเป็นไปได้ครับ :D
สติ ศังขวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัทอะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จากนวลิสซิ่งสู่ “อะมานะฮ์ เวย์” เช่าซื้อรถยนต์บนหลักคุณธรรม

สติ ศังขวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัทอะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จากนวลิสซิ่งสู่ “อะมานะฮ์ เวย์” เช่าซื้อรถยนต์บนหลักคุณธรรม
หลังจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย  หรือ  ibank  เข้าซื้อหุ้นจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน  49%  ในบริษัท  นวลิสซิ่ง  จำกัด  (มหาชน)  (NVL)  มีการจับตามองว่าบริษัทเช่าซื้อรถยนต์ที่ถือว่ามีชื่อเสียงพอสมควรในอดีต  แต่กลับถดถอยลงจนกลายเป็นเพียงบริษัทขนาดเล็กและกำลังดิ้นรนหาทางรอดบนธุรกิจเช่าซื้อที่การแข่งขันสุดดุเดือดจะเดินทางต่อไปอย่างไร ภายใต้ชื่อใหม่  บริษัท  อะมานะฮ์  ลิสซิ่ง  (AMANAH)  จำกัด  (มหาชน)  เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจบนหลักศาสนาอิสลาม  ซึ่งมี  ibank  หนุนในเรื่องของทุน  มาถึงปัจจุบันด้วยผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่  และมีผู้กุมบังเหียนในการบริหารคนใหม่แต่เก่าประสบการณ์อย่าง  สติ  ศังขวณิช  อดีตผู้บริหาระดับสูงของธนาคารเอไอจี  เพื่อรายย่อย  ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของ  ibank  เข้ามาเป็นกรรมการผู้จัดการ  ทิศทางธุรกิจของ  อะมานะฮ์  ลิสซิ่ง  จะก้าวต่อไปอย่างไร  สติ  ศังขวณิช  ให้สัมภาษณ์พิเศษ  “ดอกเบี้ยธุรกิจ”  ไว้แล้ว

ภายหลัง ibank เข้ามาถือหุ้น บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงที่มาที่ไป  คือ  แบงก์  (หมายถึง  ibank)  ต้องการปรับบิสสิเนส  โมเดล  ปรับกระบวนการในการทำธุรกิจ  เนื่องจากว่าในความเป็นสถาบันการเงินภายใต้หลักชารีอะห์  หรือว่าเป็นอิสลามมิกแบงกิ้ง  ควรจะมีตลาดเงินตลาดทุนให้ครบ  มีธุรกิจให้ครบเหมือนกับแบงก์พาณิชย์หรือสถาบันการเงินทั่วไป  พอคิดอย่างนี้แบงก์ก็เริ่มดูว่า  เช่าซื้อ  ลิสซิ่ง  ก็ควรจะเป็นบริษัทที่ทำเช่าซื้อลิสซิ่งขึ้นมาแล้วก็โตเต็มที่ได้เลย  นี่ก็เป็นที่มาที่ไปว่าทำไมเข้ามาซื้อ

พอเข้ามาแล้ว  ก็ต้องปรับขบวนการจากลิสซิ่งทั่วไปให้เป็นอิสลามมิกลิสซิ่ง  หลักใหญ่ใจความ  ตัวเช่าซื้อถูกหลักอยู่แล้ว  หลักของสัญญาเช่าทางการเงิน  หรือไฟแนนเชียล  ลิส  ถูกหลักอยู่แล้ว  หลักของสัญญาเช่ารถถูกหลักอยู่แล้ว  หลักไม่มีปัญหา  แต่ที่เรามาทำก็คือ  ตัวสัญญา  เพราะอิสลามมิกไฟแนนซ์ให้ความสำคัญเรื่องความโปร่งใสในสัญญา  ในกระบวนการมีข้อห้าม  ห้ามเขียนสัญญาที่เอาเปรียบผู้บริโภค  หรือมีการซ่อน  อย่างเช่น  เบี้ยปรับอะไรอย่างนี้  ไปเขียนซ่อนเอาไว้ไม่ได้  เพราะฉะนั้นกระบวนการที่เราปรับคือเรื่องตัวสัญญาให้ถูกต้องตามหลัก

นอกจากนี้มีการตั้งบอร์ดคณะที่ปรึกษาด้านชารีอะห์  ซึ่งมีความจำเป็น  เพราะทุกสถาบันการเงินหรือทุกองค์กรที่เป็นชารีอะห์ต้องมีคณะกรรมการชารีอะห์โดยเฉพาะ  เพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักศาสนา  เพื่อให้คำแนะนำ  คำปรึกษาว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องตามหลักศาสนาหรือไม่  แล้วตัวสัญญาที่เราทำก็ผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว

ตัวที่ปรับอีกตัวหนึ่ง  คือ  เทคโนโลยี  ซึ่งระบบเทคโนโลยี  เนื้อหาสาระอยู่ที่หลักการลงบัญชี  การบันทึกบัญชีจะต้องเป็นภาษาของอิสลามมิกไฟแนนซ์  ซึ่งภาษาส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไร  คือ  เราไม่ได้ทำธุรกรรมเกี่ยวกับดอกเบี้ยเท่านั้นเอง  ก็ให้แน่ใจว่าธุรกรรมอะไรที่เกี่ยวกับดอกเบี้ยก็ตัดออกหมด  ยกตัวอย่างเช่น  การกู้ยืมเงินมาผ่อนไฟแนนซ์  จากที่เคยกู้จากแบงก์พาณิชย์เราก็หยุด  ก็มากู้ที่แบงก์อิสลามที่เดียว  ซึ่งเป็นการกู้ยืมเงินที่ถูกต้องตามหลักศาสนา  ตัวเงินฝากหรือสภาพคล่องของเราที่เอาไปวิ่งในแบงก์พาณิชย์แล้วมีดอกเบี้ย  เราก็โอนย้ายมาที่แบงก์อิสลามทั้งหมด
ต่อมาก็เป็นเรื่องของคน  ตอนนี้เราอยู่ระหว่างการพัฒนาแล้วก็ให้ความรู้กับพนักงาน  คู่ค้า  คู่ค้าของบริษัท  ตอนนี้อยู่ระหว่างที่จะทำเรื่องนี้อยู่

แบงก์กำหนดว่าต้องเริ่มธุรกิจอย่างเต็มที่เมื่อใด
เรามีแผนกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  (แกรนด์โอเพ่นนิ่ง)  ภายในไตรมาส  2  ตอนนี้อาจจะเลื่อนเป็นไตรมาส  3  เพราะยังมีเรื่องการลงทุนค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะเรื่องการขยายสาขา  เราอยากให้วันเปิดตัวมีความพร้อมเรื่องสาขาก่อน

ส่วนของ  Stategy  คือ  เรื่องของ  “ดิ  อะมานะฮ์  เวย์”  ถือเป็นแผนของปีนี้  ทั้งเรื่องของการเปลี่ยนชื่อเป็นอะมานะฮ์  ลิสซิ่ง  เปลี่ยนกระบวนการ  ปรับปรุง  พัฒนาคน  ทั้งหมดนี้อยู่ในอะมานะฮ์เวย์  ซึ่งรวมถึงแผนขยายธุรกิจการเงินอย่างครบวงจรของแบงก์ด้วย

สิ่งที่เราทำในเชิงกลยุทธ์ก็มีตั้งแต่กระบวนการเริ่มวิสัยทัศน์ใหม่  กำหนดพันธกิจใหม่  สิ่งที่ทำเพิ่มเติม  คือ  การทำยังไงให้ประสบความสำเร็จทางพันธกิจ  จนถึงวิสัยทัศน์  ตัวนี้เราใช้ค่านิยมองค์กรเป็นสิ่งที่จะทำ  เราก็กำหนดค่านิยมองค์กรขึ้นมา

ขณะที่ความแตกต่างเรื่องของชารีอะห์  เป็นเรื่องของการไม่เอาเปรียบผู้บริโภค  หรือการไม่เอาเปรียบคู่ค้า  เพราะเราไม่ใช่องค์กรที่เป็นระบบทุนนิยม  100%  ที่จะต้องทำกำไรสูงสุด  นโยบายของอิสลามมิกไฟแนนซ์มีว่า  ทำผลตอบแทนที่เหมาะสม  อย่างเช่น  ทำเช่าซื้อรถ  แบงก์ใหญ่ๆ  เขาทำผลตอบแทนได้เท่าไหร่  เราก็ทำได้เท่าเขานั่นแหละ  แต่ว่าไม่ได้ไปขูดรีดหรือเอาเปรียบผู้บริโภคมากนัก  ในเวลาเดียวกันเราต้องยึดถือหลักธุรกิจคู่คุณธรรม  ไม่ได้ให้น้ำหนักเชิงธุรกิจ  100%  ยังมีหลักคุณธรรม  เช่น  1.การไม่เอาเปรียบผู้บริโภค  เอาเรื่องตั้งแต่จัดทำสัญญา  โดยทั่วไปลิสซิ่งจะให้ลูกค้าเซ็นสัญญาเปล่า  เพราะว่าต้องการความเร็ว  พอเซ็นเสร็จปุ๊บก็จะมาพิมพ์สัญญาแล้วส่งสัญญาให้ลูกค้าทีหลัง  ลูกค้าเห็นสัญญาหลังจากที่เซ็นไปแล้ว  ซึ่งอย่างนี้เราทำไม่ได้  หลักชารีอะห์สัญญาต้องชัดเจน  แล้วเขาก็บังคับด้วยว่าสัญญาต้องระบุเงื่อนไขตั้งแต่วงเงินสินเชื่อ  อัตรากำไร  ค่าเช่าซื้อรายเดือน  ต้องให้เหตุผล  ทำให้เราจะยากกว่าที่อื่น  คือ  ต้องพิมพ์สัญญาก่อน  แล้วถึงให้ลูกค้าเซ็น  เป็นความแตกต่างที่ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น  แต่ว่าถ้ามองแล้วอย่างนี้ถึงจะเป็นธรรมต่อผู้บริโภค  เพราะว่าเซ็นสัญญาบนเงื่อนไขที่ชัดเจนเป็นที่ตกลงกันแล้ว

2.หลักการติดตามหนี้  แบงก์อื่นจะเห็นข่าวบ่อยๆ  ว่ามีการติดตามหนี้รุนแรง  เพราะว่าเป็นการตามหนี้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้  แต่ของเรายึดถือว่าลูกค้าเป็นคู่ค้า  หรือเป็นหุ้นส่วน  ไม่ใช่เป็นลูกหนี้  การที่ลูกค้ามาทำเช่าซื้อกับเรา  เพราะเขาเห็นว่าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญ  เขาไว้ใจก็มาทำเช่าซื้อ  ระหว่างที่เขาผ่อนเขาคือคู่ค้าเรา  เพราะฉะนั้นการตามหนี้ของเราเป็นการสอบถามสารทุกข์สุกดิบมากกว่าเป็นการตามหนี้  คือ  เราให้ความสำคัญเรื่องเหตุที่ไม่จ่าย  เช่น  เหตุมาจากว่า  รายได้ลด  ตกงาน  อะไรพวกนี้  ถ้าลูกค้ายังมีความต้องการใช้รถอยู่เพื่อต้องการเดินทาง  เพื่อรายได้เสริม  เราก็จะให้โอกาสเขา  2  ครั้งๆ  ละ  6  เดือน
เพราะฉะนั้นตัวผลิตภัณฑ์ที่มีนัยสำคัญและแตกต่างมี  2  เรื่อง

วิธีปฏิบัติที่ว่าไม่ทำให้บริษัทมีความล่าช้าในการแข่งขัน
เราก็ต้องมาปรับกระบวนการภายใน  หมายความว่า  ขั้นตอนที่เพิ่ม  คือ  ขั้นตอนเซ็นสัญญา  อย่างนี้เราก็มาจัดเจ้าหน้าที่  เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้า  คือ  ขั้นตอนจะเป็นว่า  เราเจอลูกค้าครั้งที่  1  เก็บเอกสารก่อน  แล้วไปทำเรื่องอนุมัติ  พออนุมัติเสร็จก็พิมพ์สัญญา  ตอนที่จะให้บริการลูกค้าจะต้องให้เจ้าหน้าที่วิ่งไป  ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม  เพราะว่าก่อนจะเซ็นต้องอ่านให้ลูกค้ารับก่อน  ว่าลูกค้ารับเงื่อนไขนี้นะ  ไม่อ่านก็ไม่ได้  ต้องอ่านให้ลูกค้าทราบก่อน  ให้เขาอ่านเองก็ไม่ได้  คือ  การใช้หลักที่ว่าโปร่งใส  ชัดเจน  พอให้ลูกค้าอ่านสัญญาเราก็ต้องทวนอีกครั้งว่าเขาใช้สินเชื่อเท่านี้นะ  ต้องผ่อนเดือนละเท่านี้นะ  วิธีการชำระเงินชำระผ่านธนาคารนี้ได้  พวกนี้เป็นหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่ต้องแจ้งเขา  ซึ่งเราก็ต้องปรับตัวเอง  เพราะในกรณีลูกค้าจะรีบรับรถ  ลูกค้าต้องการเร็วเราก็ต้องทำให้ทัน  ทำให้กลายเป็นว่า  ในการพัฒนาเรื่องพวกนี้ให้แข่งขันได้  เราดูในเรื่องเทคโนโลยีมากกว่า  เราไม่ได้แข่งว่าจะต้องใช้คนเยอะๆ  เราจะหาทางเอาเทคโนโยลีมาใช้

การติดตามหนี้ที่ค่อนข้างผ่อนปรนจะไม่ทำให้บริษัทมีปัญหา NPL พุ่ง
ประเด็นเป็นอย่างนี้  ไม่ใช่ว่าลูกค้าจะขอใช้โอกาสทุกราย  การที่ไปคุยกันก็เช่นว่า  ลูกค้าไหวมั้ยที่จะแบกรถคันนี้ต่อไป  สมมติว่าไม่ไหวลูกค้าส่วนหนึ่งจะคืนเราเอง  เพราะตัวเขารู้ว่าไม่ไหว  สิ่งที่สถาบันการเงินอื่นไม่ได้ทำ  คือ  ไม่ได้ไปรับฟังเหตุผลของลูกค้า  กระบวนการหลังการไม่ชำระแล้วนี่  นอกจากเขาจะยึดรถได้  เอารถไปขายแล้วขาดทุนยังสามารถฟ้องชำระหนี้ส่วนขาดได้อีก  แตกต่างจากเราจะบอกลูกค้าทั้งหมดว่า  ถ้าถือไว้จะต้องทำอย่างไร  ถ้าไม่ถือคืนเรากระบวนการสิ้นสุดเมื่อไหร่  ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือก  จากประสบการณ์ของผมถ้าคุยกันดีๆ  ลูกค้าจะบอกเองว่าจะเอาไม่เอา  หลังๆ  ถ้าไปถามแบงก์ดู  จะมีลูกค้าขับรถมาคืนเอง  คือ  พฤติกรรมผู้บริโภคสมัยนี้เปลี่ยนไป  แต่ก็ยังมีลูกค้าที่ไม่ดีส่วนหนึ่ง

เราทำได้ทุกอย่างเหมือนเช่าซื้ออื่นๆ  ทั้งหมด  แต่เราใช้วิธีที่ว่าลูกค้าเป็นหุ้นส่วนเรา  เราไปก็ไปถามเขา  เราให้ความสำคัญที่เหตุก่อน  ไม่ใช่ไปถึงปุ๊บจะยึดรถตะพัดตะพือ  คือ  ดูที่เหตุก่อนว่าที่มาที่ไปของการค้านี้คืออะไร  อย่างเรื่องที่บอกว่ายกหนี้  เหตุมาจากว่าคู่สัญญาเสียชีวิต  สมมติเป็นสินเชื่อบ้าน  แล้วภรรยาเป็นแม่บ้านไม่มีความสามารถในการหาเงินได้  มีบุตร  บุตรก็ยังไม่สามารถหารายได้  ฉะนั้นครอบครัวนี้ไม่มีรายได้แล้ว  พอพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถมีรายได้มาจ่ายแน่นอน  อย่างนี้จึงยกให้  แต่ว่าหลักมันต้องพิจารณาก่อนไม่ใช่ว่าอยู่ๆ  ไปยกให้เขา  คือ  เป็นการทำธุรกิจที่ระมัดระวังมากขึ้นมากกว่า  แต่ว่าคงไม่ใช่เหตุที่จะทำให้เรามีเอ็นพีแอลมากขึ้น  ยังไงในมุมผมมองว่าเราดีกว่า  เพราะว่าการที่ลูกค้าไม่ชำระ  การที่เราไปหาเขาไปคุยกับเขา  ถึงเหตุถึงอะไรพวกนี้ผมว่าเจรจาจบง่ายกว่า  ถ้าสมมติว่าเขาไม่ไหวเราก็จะแนะนำให้เขาคืนทรัพย์  ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักเดียวกันกับลูกค้าทุกศาสนา  คือ  เราเป็นทางเลือกให้เขาเลือกใช้  แต่เราก็บอกว่าวิถีของอะมานะฮ์  คือ  เราทำธุรกิจอย่างนี้นะ  ถ้าลูกค้าที่ชอบในหลักของเรา  เขาก็จะมาใช้เรา  ซึ่งจะสังเกตได้ว่าจะไม่มีสถาบันการเงินไหนที่จะกล้าออกมาพูดอย่างนี้ว่า  เราใช้หลักคุณธรรมในการทำธุรกิจ  แต่ของเราในความที่เป็นหลักศาสนาเราต้องพูด  ซึ่งคำว่าอะมานะฮ์  ตรงกับภาษาอังกฤษ  Trustworthy  ที่แปลว่าความน่าเชื่อถือ  เชื่อถือเรื่องอะไร  เราก็ใส่ในวิสัยทัศน์ว่า  เรามีความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจภายใต้หลักชารีอะห์  เราบอกไว้ชัดเจน

การขยายสินเชื่อต่อไปต้องใช้ทุนจากแบงก์
ตอนนี้ที่แบงก์อนุมัติรออยู่  1,400  ล้านบาท  เนื่องจากว่าปีที่แล้วเราปล่อยสินเชื่อน้อย  โดยปีที่แล้วมีการชะลอสินเชื่อใหม่  เนื่องจากบริษัทไม่มั่นใจในสภาพเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะเรื่องการเมือง  ซึ่งก่อนที่แบงก์จะเข้ามาบริษัทมีเรื่องกันสำรองเพิ่มตอนต้นปี  ทำให้สินเชื่อที่บริษัทปล่อยไปปีที่แล้ว  242  ล้านบาท  ซึ่งนิดเดียว  คราวนี้  242  ล้าน  แต่จากต้นปีมันขาดทุนเพราะต้องกันสำรองเพิ่มประมาณ  22  ล้าน  พอปิดสิ้นปีพลิกฟื้นกลับมามีกำไรได้  1.8  ล้านบาท  ซึ่งมากกว่าปี  52  ประมาณ  16-17%  อันนี้เป็นผลจากการปรับกลยุทธ์หลังจากแบงก์เข้ามา  เราแก้ไขสถานการณ์โดยการเพิ่มรายได้จากการไปลงทุนซื้อพอร์ตสินเชื่อของ  สแกนดิเนเวีย  โกบอล  ลิสซิ่งที่เลิกกิจการ  เราซื้อพอร์ตเข้ามาประมาณ  42  ล้านบาท  แล้วก็เร่งปล่อยสินเชื่อ  และเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บหนี้  เป็นการเจรจามากขึ้น  พอเจรจาก็ได้บ้าง  เขาค้าง  4  จ่ายมา  2  มันก็ยังได้  หรือจ่าย  1  เขาก็ยังได้ใช้รถอยู่  เราก็ยังได้เงินเข้ามา  แทนที่เราจะไปเอารถเขามา  มาประมูลก็ไม่ได้ราคา  บางครั้งขาดทุนด้วยซ้ำไป  พอทำเรื่องใหญ่ๆ  คือ  เพิ่มรายได้  พยายามคุมเอ็นพีแอล  แล็วก็คงที่ค่าใช้จ่ายไว้  ก็ทำให้สามารถแก้ไขสถานการณ์จากไตรมาส  1-3  ขาดทุนมาเป็นกำไรที่ไตรมาส  4  ส่วนเอ็นพีแอลก็คุมจากปี  52  ที่  6.7%  ปี  53  ก็ปิดไปที่ประมาณ  5.5  %  คิดเป็นเม็ดเงินประมาณ  46  ล้านบาท

ส่วนเรื่องสำคัญของปีนี้  พอแบงก์เข้ามาไตรมาส  4  เราก็ทำแผน  5  ปี  ปีนี้ตั้งเป้าสินเชื่อไว้  2,500  ล้านบาท  แยกเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่  ซึ่งแบ่งเป็น  2  โปรแกรม  เป็นรถยนต์ใหม่เพื่อการบริโภคทั่วไป  และรถใหม่ที่เป็นรถสาธารณะ  ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายของแบงก์  เนื่องจากแบงก์เป็นแบงก์รัฐมีนโยบายช่วยให้ประชาชนมีอาชีพ  เพราะฉะนั้นเราก็มองว่า  รถตู้  รถแท็กซี่  รถอะไรต่างๆ  จนกระทั่งถึง  3  ล้อเครื่อง  ถ้ามาให้เราสนับสนุนเราก็จะดูให้  เพราะว่าเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชน  รถใหม่อีกอันก็จะเป็นสวัสดิการพนักงาน  จากนั้นก็เป็นเรื่องสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใช้แล้ว  เราก็มีสินเชื่อสัญญาเช่าทางการเงิน  หรือไฟแนนเชียล  ลิส  มีสัญญาเช่าธุรกิจเช่ารถยนต์  ที่เป็นโอเปอเรติ้ง  ลีส  แล้วก็มีสินเชื่ออินเวนทอรี่  ไฟแนนซ์  หรือสินเชื่อเพื่อสินค้าคงคลัง  สำหรับพ่อค้าขอสินเชื่อเพื่อไปซื้อรถมาสต็อกกิ้งในการขาย  แล้วก็มีในเรื่องของสินเชื่อเอสเอ็มอี  ที่เป็นลูกค้าธุรกิจ  แต่ว่าเราเอาแค่เอสเอ็มอี  ไม่ไปเอาองค์กรใหญ่ๆ  โดยพวกเอสเอ็มอีที่อยากจะซื้อรถ  จะซื้อทีละ  5  คัน  10  คัน  เราก็สนับสนุน  ถือว่าเราเปิดสินเชื่อครบทุกกลุ่มลูกค้า

ขณะที่ส่วนที่สำคัญอีกเรื่อง  บริษัทจะเป็นแบงกิ้งเอเจนให้กับแบงก์อิสลาม  คือ  เราจะรับเอาท์ซอร์สงานที่แบงก์ให้เราทำ  เช่น  งานขายสินเชื่ออื่นๆ  ของแบงก์  งานให้บริการรับชำระเงิน  ดังนั้นตัวแบงกิ้งเอเจนจะเป็นธุรกิจใหม่ที่จะทำร่วมกับแบงก์  โดยเราจะมีรายได้จากค่าธรรมเนียม  หรือร่วมแบ่งผลประโยชน์กันเป็น  Profit  Sharing  คือมี  2  รูปแบบ  อาจจะอยู่ในรูปแบบค่าบริหาร  หรือรูปแบบการร่วมลงทุนแบ่งปันผลกำไร  ซึ่งเป็นหลักตามศาสนาอิสลาม  เช่น  บริษัทขายรีไฟแนนซ์บัตรให้แบงก์  ปกติแบงก์จะเสียคอมมิชชั่นให้เอาท์ซอร์สเซล  ถ้าเป็นบริษัทเราขายให้อาจจะแบ่งกำไรกันตลอดอายุสัญญา  คือ  เราไม่ต้องไปฟันดิ้ง  ก็แค่ขายอย่างเดียว  ส่วนผลิตภัณฑ์กับตัวสินเชื่อแบงก์เป็นคนฟันดิ้ง

มีผลิตภัณฑ์แล้ว ช่องทางการตลาดจะทำอย่างไร
เช่าซื้อจะเหมือนเดิม  คือ  ผ่านทางเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์  หรือ  Customer  Relationship  Officer  (ซีอาร์โอ)  เป็นผู้แทนของบริษัทไปตามร้านขายรถต่างๆ  ไปให้บริการเซ็นสัญญา  เก็บเอกสาร  หรือว่าไปขายผลิตภัณฑ์  ส่วนสำนักงาน  คงมีสำนักงานใหญ่  แล้วมีสำนักงาน  7  สาขา  ภาคอีสานมี  4  ที่โคราช  ขอนแก่น  อุดรฯ  อุบลฯ  ใต้ก็มีภูเก็ต  ภาคกลางก็มีชลบุรีกับพระนครศรีอยุธยา  ปัจจุบันมี  7  แห่ง  แผนปีนี้จะเปิดอีก  10  แห่ง  ก็จะไป  5  จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบายแบงก์  และ  5  จังหวัดภาคเหนือ  แล้วก็มีอีกช่องทางหนึ่งที่เป็นช่องทางผู้แทนขาย  ซึ่งใช้ชื่อ  อะมานะฮ์  เอ็กซ์เพรส  เดิมคือ  นวเอ็กซ์เพรส  เรามาเปลี่ยนปรับปรุงโครงการนี้ใหม่  ทำเพิ่มเติมขึ้นมา  โดยมีเป้าหมายว่า  ผู้แทนอะมานะฮ์เอ็กซ์เพรส  เป็นตัวแทนที่ขายผลิตภัณฑ์และบริการให้กับเราและแบงก์  โดยภายในปีนี้จะกลับไปที่จุดเดิมซึ่งมี  300  กว่าแห่ง  ก็ตั้งเป้าไว้  360  แห่ง  ซึ่งจะให้โอกาสเจ้าเดิมก่อน

ขณะเดียวกัน  การกลับมาของอะมานะฮ์เอ็กซ์เพรส  จะกลับมาเต็มรูปแบบ  โดยกำหนดไว้  3  รูปแบบ  แบบที่  1  เรียกว่าคลาสสิก  คือ  ช่วยอะมานะฮ์ลิสซิ่งขายโปรดักท์  ออโต้โลน  หรือสินเชื่อรถยนต์  เหมือนเดิม  แบบที่  2  เรียกว่า  โกลด์  ช่วยขายผลิตภัณฑ์ให้บริษัทและช่วยขายให้แบงก์ด้วย  ทำให้เขามีรายได้เพิ่ม  และตั้งตู้เอทีเอ็มได้  ถ้าอยู่ในทำเลที่ดี  แบบที่  3  ไททาเนียม  ทำธุรกรรมได้เท่ากับสาขาอะมานะฮ์ลิสซิ่ง  รับชำระเงินได้ด้วย  ถือเป็นสาขาของเราเลย  ตัวกลยุทธ์ช่องทางจัดจำหน่ายก็จะประมาณนี้  โดยสรุปก็คือ  มีซีอาร์โอของเรา  มีสาขาของเรา  มีอะมานะฮ์เอ็กซ์เพรส  แล้วก็มีสาขาแบงก์

แบ่งผลตอบแทนกับอะมานะฮ์เอ็กซ์เพรสอย่างไร
ถ้าเป็นคลาสสิกก็เป็นคอมมิชชั่นธรรมดาอย่างที่เคยเป็นเหมือนเดิม  ถ้าเป็นโกลด์กับไททาเนียม  เนื่องจากแผนจะต้องมีการปรับปรุงสำนักงานสาขาให้เป็นแบบเดียวกับเรา  อันนี้จะให้เป็น  Profit  Sharing  ซึ่งเขาก็จะได้ประโยชน์คือว่ารายได้ของเขาจะได้ทุกเดือนต่อเนื่องจนครบอายุสัญญา  สมมติขอสินเชื่อ  5  ปี  ก็จะมีรายได้  5  ปีแบ่งกัน  เก็บได้ก็ได้  เก็บไม่ได้ก็ไม่ได้

(เนื่องจากนายสติได้ให้สัมภาษณ์อย่างละเอียดยิบ  ทั้งธุรกิจของอะมานะฮ์ลิสซิ่งเอง  และธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในตลาด  ซึ่งยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกมาก  แต่เนื้อที่ไม่พอนำเสนอทั้งหมดในคราวเดียว  จึงขออภัยท่านผู้อ่าน 
http://www.dbbnews.com/index.php/2010-1 ... 1-09-59-17

เดี๋ยวมาต่อครับ

--ผลของอนาคตเกิดจาก<====ปัจจุบัน ผลของปัจจุบันเกิดจาก<===อดีต
--ทุกอย่างเชื่อมโยง มีเหตุ====> มีผ


Post Reply