SIS

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: SIS

Posts by Real-VI » Fri Sep 07, 2012 8:03 pm

Feudalz wrote:
เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บมจ.(SIS) ไมตรี เนตรมหากุล ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 07/09/2555 27/08/2555 20,000 8.00 ขาย
เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บมจ.(SIS) ไมตรี เนตรมหากุล ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 07/09/2555 28/08/2555 14,200 7.90 ขาย
เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บมจ.(SIS) ไมตรี เนตรมหากุล ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 07/09/2555 04/09/2555 13,800 7.95 ขาย
เอสไอเอสดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บมจ.(SIS) ไมตรี เนตรมหากุล ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 07/09/2555 04/09/2555 9,300 7.90 ขาย
ยื่นรายงานช้ามาก
จากที่เคยเขียนวิเคราะห์การขายหุ้นของผู้บริหารช่วงมีการขาย ESOP ตอนเดือน มิถุนายน

คุณ ธนา ธนะแพสย์ ก็หุ้นหมดมือไปแล้วตั้งแต่ช่วงนั้น

คุณ พนิต ศรีเกริกกริช จาก Annual report 2011 มีหุ้น 106,200 หุ้น ยังไม่รวม หุ้นปันผล กับ ESOP เพิ่มเข้ามาอีก จาก 59-2 ก็ได้ขายหุ้นไปประมาณ 113,820 หุ้น จากต้นปี ก็แสดงว่าหุ้นใกล้หมดมือแล้วเช่นกัน

คุณ ไมตรี เนตรมหากุล จาก Annual Report 2011 มีหุ้น 22,500 หุ้น ยังไม่รวมหุ้นปันผล กับ ESOP เข้ามา จาก 59-2 ปีนี้ขายไปแล้ว 80,300 หุ้น ก็แสดงว่า หุ้นหมดมือไปเรียบร้อยแล้ว


User avatar
atomic09
Verified User
Posts: 105
Joined: Mon Jul 12, 2010 2:26 pm

Re: SIS

Posts by atomic09 » Sat Sep 08, 2012 6:38 am

SIS จะไปรอดได้ผมยังมองเช่นเดิม ต้องแสดงออกถึงจุดเปลี่ยน Focus ธุรกิจให้ชัดเจน ความไว้ใจ เชื่อใจผู้บริหาร ไม่ได้ช่วยอะไรในสภาวะเช่นนี้ สิ่งที่จะช่วยได้คือ วิสัยทัศน์ การแสดงออกถึงแนวทางธุรกิจที่ชัดเจนมากกว่านี้เท่านั้น นักลงทุนส่วนใหญ่เขามองข้ามปัจจุบันไปหมดแล้ว
**ความเห็นส่วนตัว ต้องเพิ่มวิสัยทัศน์และความเชื่อมั่น (ไม่มีหุ้นนะ ขายไปตั้งแต่หลุดสิบบาทแล้วแต่ก็ขาดทุนครับ)**


Dech
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3916
Joined: Mon Dec 29, 2003 6:40 pm

Re: SIS

Posts by Dech » Sat Sep 08, 2012 4:31 pm

Real-VI wrote: ฝากคุณ Dech ช่วย update งานภาครัฐ ให้หน่อยน่ะครับ จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
ไม่แน่ใจว่าจะให้ update ยังไง คร่าวๆเท่าที่พอรู้นะครับ งานภาครัฐที่เกี่ยวกับ IT แบ่งเท่าที่ผมรู้จัก ก็มี 2 แบบ

แบบแรก ก็เป็น การซื้อของอย่างเดียว เป็นได้ทั้ง pc/server/network/sw/app
อีกแบบก็เป็นงานที่เรียกว่างาน SI (System Integrate) คือในโครงการอีกงานแบบข้างบนปนๆกัน แล้วก็มีงาน service อื่นๆร่วมด้วย งานกลุ่มนี้จะกำไรกว่าขายของอย่างเดียวครับ เพราะมีเรื่อง service มาผสมด้วย เช่นทำ data จ้างคน หรือทำงานอื่นๆอะไรให้ก็ว่ากันไป

หรือจะว่าไปมันก็นับรวมเป็นแบบเดียวก็ได้ครับ :mrgreen:

เพราะบริษัทที่เข้าไปประมูลงานภาครัฐส่วนใหญ่ก็ทำทั้งสองอันนี้แหละครับ แล้วบริษัท พวกนี้ก็เรียกตัวเองว่า IT Solution, IT Service, IT Provider อะไรก็ว่าไปครับ
อย่างพวกในตลาดก็เช่น AIT,MFEC,MSC
หรือพวกที่ทำของอย่างอื่นขายด้วย ทำงาน SI พวกนี้ด้วยก็อย่าง FORTH,JTS,SAMART,MLINK,ILINK,Loxley
อะไรพวกนี้ก็นับไปด้วยละกัน พวกนี้มีเยอะ

ส่วนกลุ่มนอกตลาดก็มีเยอะครับ ใหญ่ๆหน่อยก็เช่น กลุ่ม YIP,CDG-GABLE,จันวาณิชย์ จริงๆยังมีอีกเยอะ กลางๆเล็กๆอีกเพียบ

ซึ่งบริษัทที่ว่าพวกนี้จริงๆก็วางระบบ IT ระบบการทำงาน SI ให้กับทั้งรัฐและเอกชนนั่นแหละ

กลับมาที่ภาครัฐหรือจริงๆเอกชนก็ใกล้เคียงกัน กว่าจะได้งานแต่ละโครงการม
ก็ต้องไปยื่นประมูลมา จากหน่วยงานแต่ละแห่งครับ ลำดับงานคร่าวๆ สั้นๆครับ

1. ก่อนเริ่มโครงการ แรก ก็คือทำร่างข้อกำหนดออกมาก่อนที่เรียกว่า TOR (Term of reference) ซึ่งมีทั้งจากที่หน่วยงานริเริ่มเอง คือรู้ว่าต้องการของแบบไหนและร่างมาเองเลย กับมีบริษัทฯหรือ sale หรือทีม presale ของบริษัทฯพวกที่ทำงานที่เข้าไปทำงานให้ คือช่วยสนับสนุนให้ข้อมูล ร่างเอกสารตั้งต้นให้เลยก็มีแล้วก็ไปปรับแต่งต่อเอาเอง ซึ่งพวกนี้ก็จะมีทั้งรายชื่อของที่จะซื้อและราคา คืองบประมาณของงานด้วย สุดท้ายก็ประกาศออกมาให้ไปประมูลกันหรือจ้างด้วยวิธีพิเศษก็ว่าไป

2. ก็คือไปประมูล Bidding e-auction อะไรก็ว่าไปครับ โดยทำ proposal เสนองานที่เราจะทำให้ เทียบงานกับใน TOR ว่าเราจะทำอะไรแค่ไหน สุดท้าย ถ้าผ่านทั้ง spec และ price ก็ได้โครงการมาตามเวลาและเงื่อนไขทั้งในสัญญาและที่เสนอให้

3. ก็ทำโครงการยังไงก็ได้ ให้ได้ตามเงื่อนไขที่รับมา ปกติจะแบ่งเป็น งวด หรือเฟส ทำไม่ได้ก็ ถูกปรับ ติด backlist อะไรก็ว่ากันไปครับ ทำได้ก็รับเงินตามงวด งวดละกี่ % ก็ตามกำหนดไว้ครับ

สำหรับผู้สงสัยว่า แล้วเกี่ยวอะไรกับ sis/sysnex หรือ distritor อื่นๆทั้งหลาย
พวกบริษัทที่ได้งานมานี้ ก็ต้องไปซื้อของ ทำของ มาส่งไงครับ
ซึ่งจริงๆทั้งหมดผมว่ามันโตตลอดนะ ไม่อย่างนั้นบริษัทฯ ที่ว่ามาข้างบน ยอดขายจะเพิ่มทุกปีได้ยังไงละครับ
ส่วนเรื่องกำไร เป็นอีกอย่างนะครับ ไม่เกี่ยวกัน :mrgreen: ก็ประมาณนี้ครับ

สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์

Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: SIS

Posts by Real-VI » Sun Sep 09, 2012 3:00 am

ขอบคุณคุณ Dech มากครับ


User avatar
MYBIZ
Verified User
Posts: 888
Joined: Fri Aug 07, 2009 10:24 pm

Re: SIS

Posts by MYBIZ » Mon Sep 10, 2012 5:23 pm

ต่อไป ทุกอย่างจะเป็น Smart Device
โดย : ดร.อธิป อัศวานันท์

ปัจจุบัน Smart Device ไม่ใช่มีเพียง Smartphone หรือ Tablet เพราะว่าเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างๆ ได้เริ่มเข้าสู่การหลอมรวมของเทคโนโลยี ซึ่งแม้แต่ โทรทัศน์ ก็ยังมี Smart TV ที่เป็นการหลอมรวมเทคโนโลยีโทรทัศน์จากสมัยเก่า เข้าสู่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียแห่งยุคปัจจุบัน

แม้มีความพยายามอยู่หลายครั้งในช่วงสหัสวรรษที่ผ่านมา แต่ระบบปฏิบัติการของ Smart Device ที่ประสบความสำเร็จที่สุด กลับเป็น Android ซึ่งแรกเริ่มถูกพัฒนาสำหรับ Smartphone แต่ได้ถูกวิวัฒนาการเพื่อรองรับ​ Tablets โทรทัศน์ ฯลฯ

ล่าสุด Nikon ผู้ผลิตกล้องถ่ายรูปรายใหญ่ของโลก ได้เปิดตัว Coolpix S800c กล้องถ่ายรูปที่ใช้ระบบของ Android เพื่อทำการตลาดภายใต้สโลแกนที่ว่า Social Imaging Device หรือเป็นการหลอมรวมเทคโนโลยีของกล้องถ่ายรูปเข้ากับอินเทอร์เน็ตและโซเชียล มีเดีย ซึ่ง Coolpix S800c จะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอื่นๆ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือ Smartphone อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม Nikon ก็มิใช่รายเดียว ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อของสิ่งที่เรียกว่า Socially Connected Device ในสัปดาห์เดียวกัน Samsung ได้เปิดตัว Samsung Galaxy Camera ซึ่งใช้ระบบ Android โดยที่ Samsung อาจมีข้อได้เปรียบจากประสบการณ์ในฐานะผู้ผลิต Smartphone และ Tablet ภายใต้แบรนด์ Samsung Galaxy และ Smart TV ภายใต้แบรนด์ Smartsung Smart TV

แต่ถึงกระนั้น การแพร่กระจายของ Android ซึ่งประจวบกับนิยามของ Smart Device ที่อาจขยายความต่อไป และมิได้หยุดอยู่ที่ โทรทัศน์ และกล้องถ่ายรูป อาจมิใช่เรื่องใหม่ หรือเรื่องที่ต้องแปลกใจ ตามทฤษฎีของ Ubiquitous Computing ที่ถูกบัญญัติไว้ในปี 1988 โดย Xerox PARC Lab ซึ่งคำว่า Ubiquitous หมายความว่า มีอยู่ทุกหนแห่ง ปัจจุบันกำลังเข้าสู่ยุคหลัง PC ซึ่งหนึ่งบุคคลจะมีมากกว่าหนึ่งเครื่อง และแต่ละเครื่องก็คือ Smart Device ในปัจจุบัน ที่จะมาแทนที่ PC โดยมีขนาดเล็กลงและมีความสามารถในการเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ นอกจากวิทยาการที่ก้าวหน้าในด้าน ระบบปฏิบัติการ สมรรถภาพของเครื่อง ยังมีการขยายโครงข่ายของ WiFi และกระทั่ง 3G ที่ทำให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียจากทุกๆ ที่ ซึ่งส่งผลสู่ความสำเร็จในยุคหลัง PC

สำหรับผู้ที่ติดตามชีวประวัติของ Steve Jobs จะทราบได้ว่า Xerox PARC Lab เป็นต้นคิดของเทคโนโลยีที่เคยเปลี่ยนโลกอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแม้แต่ Apple ยังเคยศึกษา Mouse และ User Interface มาจาก Xerox PARC Lab และต้นแบบของ Smartphone และ Tablet ล้วนถือกำเนิดมาจาก Lab นี้ทั้งสิ้น

การแข่งขันในยุคต่อไป คือ การหลอมรวมเทคโนโลยี เพื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย

แม้แต่ในการฟ้องศาลระหว่าง Apple และ Samsung ยังมีการพูดถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่อาจสามารถเป็น Smart Device ได้ เช่น รถยนต์ ซึ่ง Apple เคยมีแนวคิดจะพัฒนาระบบรถยนต์ของตัวเอง อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องยากหากจะคาดคะเน ว่าอุปกรณ์ใดจะถูกวิวัฒนาการเป็น Smart Device ที่ประสบความสำเร็จ ในระยะสั้น แต่ที่แน่ๆ ในอนาคต ระยะกลางถึงไกล คงมีอีกมากมายหลายอุปกรณ์ ที่จะกลายเป็น Smart Device ตามทฤษฎีของ Ubiquitous Computing

หากเปรียบการต่อสู้ในสมรภูมิของ Smart Device เช่น ระหว่าง Apple และ Samsung ในปัจจุบัน ในอนาคตจะต้องขยายเป็นการแข่งขันในตลาดของเครื่องใช้และอุปกรณ์ ที่มีการขยายตัวตามนิยามของ Smart Device ตลอดไป จนกระทั่งเกิดการ Consolidate หรือควบรวมข้ามอุตสาหกรรม เมื่อ Smart Device กับเครื่องใช้และอุปกรณ์ทั่วไป กลายเป็นตลาดเดียวกันที่แยกจากกันไม่ได้อีกต่อไป

ความสำเร็จของ Android ใน Smartphone และ Tablet อาจเป็นการวางแผนที่ชาญฉลาด เมื่อ Google เห็นช่องว่างระหว่างความสำเร็จของ iPhone กับ Smartphone ในระบบเก่าอื่นๆ แต่การก้าวเข้าสู่ Smart Device ในตลาดที่กว้างขึ้น เช่น โทรทัศน์ กล้องถ่ายรูป หรือกระทั่ง รถยนต์ อาจเป็นเหตุบังเอิญ ที่มิได้คาดหวังไว้แต่แรก เพียงแต่ในภาพใหญ่แล้ว อาจเป็นการวิวัฒนาการอย่างเป็นธรรมชาติของเทคโนโลยี ตามทฤษฎีของ Ubiquitous Computing ซึ่งถูกบัญญัติไว้ตั้งแต่ 1988

Nikon Coolpix S800c หรือกระทั่ง Samsung Galaxy Camera อาจเป็นความตื่นตาตื่นใจในยุคปัจจุบัน แต่ในไม่ช้าจะมีเครื่องใช้และอุปกรณ์ประเภทใหม่ๆ ที่ใช้ Android และวิวัฒนาการเป็น Smart Device อย่างแน่นอน

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... evice.html

จุดหมายปลายทาง อาจไม่ใช่ที่สุดของความงดงาม

User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: SIS

Posts by dekwat » Tue Sep 18, 2012 7:22 pm

เอชทีซี จับมือไบร์ทสตาร์ ลุยขยายตลาดเตรียมรับ3G

เอชทีซี ผูกพันธมิตรใหม่ไบร์ทสตาร์ ดิสทริบิวเตอร์น้องใหม่ รับการเติบโตของสมาร์ทโฟนที่คาดว่าจะเติบโตกว่าเท่าตัวเมื่อ 3G 2.1 GHz พร้อมให้บริการ เชื่อไตรมาส 4 ต้องจับตาการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟน หลังวินโดวส์โฟน 8 ทยอยเข้ามาทำตลาด

นายณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ด้วยกระแสของตลาดสมาร์ทโฟนที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เอชทีซี ซึ่งถือเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 2 ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และเป็นอันดับ 4 ในตลาดสมาร์ทโฟน รองจากซัมซุง แอปเปิล และแบล็กเบอร์รี่ น่าจะสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดที่ราว 9 - 10% ในสิ้นปีนี้ไว้ได้

"เชื่อว่าจบไตรมาส 4 จำนวนสมาร์ทโฟนในตลาดรวมน่าจะอยู่ที่ 4 ล้านเครื่อง คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 30% ซึ่งทางเอชทีซีเชื่อว่าบริษัทจะเติบโตใน 2 ดิจิตเช่นเดียวกัน เพราะในช่วงไตรมาสสุดท้ายจะมีทั้งสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และวินโดวส์โฟน 8 เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติม"

ในช่วงปลายปีนี้เอชทีซี จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาในตลาดอีกราว 3 รุ่น โดยแบ่งเป็นแอนดรอยด์ 2 รุ่น และวินโดวส์โฟน 8 ประมาณ 1 รุ่น ซึ่งคาดว่าตลาดในช่วงเวลานั้นจะมีการแข่งขันกันสูงจากหลากหลายแบรนด์ที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่พร้อมๆ กัน

ล่าสุดเอชทีซีได้ร่วมมือกับไบร์ทสตาร์ ดิสทริบิวเตอร์รายใหม่ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ 4 ถัดจาก ออสเตรเลีย มาเลเซีย และฮ่องกง ซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดโทรศัพท์มือถือมากว่า 15 ปี และถือว่าจะมาช่วยเอชทีซี ในการทำตลาดฝั่งร้านค้าโทรศัพท์มือถือ จากเดิมที่พาร์ทเนอร์ของเอชทีซีจะเน้นช่องทางจำหน่ายผ่านร้านค้าไอทีเป็นหลัก

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไบร์ทสตาร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมมือเป็นพันธมิตรในช่วงเวลานี้ถือว่ามาในช่วงถูกที่ถูกเวลา จากการที่ประเทศไทยกำลังจะมี 3G 2.1 GHz ใช้งาน เนื่องจากตลาดยังมีผู้ใช้ส่วนหนึ่งที่ใช้ฟีเจอร์โฟน และรอจะเปลี่ยนเครื่องกว่า 70% จากฐานลูกค้าโทรศัพท์ในประเทศไทยกว่า 75 ล้านราย ทำให้ในปีหน้าอาจจะได้เห็นการเติบโตของสมาร์ทโฟนเป็นเท่าตัว

"การทำตลาดสมาร์ทโฟนต้องเน้นการให้ข้อมูลลูกค้าเป็นหลัก ไม่ได้แข่งขันทางด้านราคาลดแลกแจกแถม โดยจะเน้นไปตามพฤติกรรมการใช้งานมากกว่า ซึ่งผู้ขายต้องกระจายประสบการณ์ผู้ใช้จากแบรนด์ไปยังหน้าร้านเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้ทุกประเภท"

ไบร์ทสตาร์ มองว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ถือเป็นการปูพื้นเตรียมความพร้อมให้เอชทีซีเข้าไปในตลาดมากกว่า ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีจะมีดีลเลอร์ในระบบราว 400 - 500 ราย อย่างไรก็ตามทางไบร์ทสตาร์จะเริ่มเป็นดิสทริบิวเตอร์ในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของเอชทีซีเริ่มตั้งแต่ One S และ Desire V เพื่อไม่ให้ไปแย่งดิสทริบิวเตอร์รายเดิม


Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: SIS

Posts by Real-VI » Tue Sep 18, 2012 7:48 pm

dekwat wrote:เอชทีซี จับมือไบร์ทสตาร์ ลุยขยายตลาดเตรียมรับ3G

เอชทีซี ผูกพันธมิตรใหม่ไบร์ทสตาร์ ดิสทริบิวเตอร์น้องใหม่ รับการเติบโตของสมาร์ทโฟนที่คาดว่าจะเติบโตกว่าเท่าตัวเมื่อ 3G 2.1 GHz พร้อมให้บริการ เชื่อไตรมาส 4 ต้องจับตาการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟน หลังวินโดวส์โฟน 8 ทยอยเข้ามาทำตลาด

นายณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ด้วยกระแสของตลาดสมาร์ทโฟนที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เอชทีซี ซึ่งถือเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 2 ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และเป็นอันดับ 4 ในตลาดสมาร์ทโฟน รองจากซัมซุง แอปเปิล และแบล็กเบอร์รี่ น่าจะสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดที่ราว 9 - 10% ในสิ้นปีนี้ไว้ได้

"เชื่อว่าจบไตรมาส 4 จำนวนสมาร์ทโฟนในตลาดรวมน่าจะอยู่ที่ 4 ล้านเครื่อง คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 30% ซึ่งทางเอชทีซีเชื่อว่าบริษัทจะเติบโตใน 2 ดิจิตเช่นเดียวกัน เพราะในช่วงไตรมาสสุดท้ายจะมีทั้งสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และวินโดวส์โฟน 8 เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติม"

ในช่วงปลายปีนี้เอชทีซี จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาในตลาดอีกราว 3 รุ่น โดยแบ่งเป็นแอนดรอยด์ 2 รุ่น และวินโดวส์โฟน 8 ประมาณ 1 รุ่น ซึ่งคาดว่าตลาดในช่วงเวลานั้นจะมีการแข่งขันกันสูงจากหลากหลายแบรนด์ที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่พร้อมๆ กัน

ล่าสุดเอชทีซีได้ร่วมมือกับไบร์ทสตาร์ ดิสทริบิวเตอร์รายใหม่ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ 4 ถัดจาก ออสเตรเลีย มาเลเซีย และฮ่องกง ซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดโทรศัพท์มือถือมากว่า 15 ปี และถือว่าจะมาช่วยเอชทีซี ในการทำตลาดฝั่งร้านค้าโทรศัพท์มือถือ จากเดิมที่พาร์ทเนอร์ของเอชทีซีจะเน้นช่องทางจำหน่ายผ่านร้านค้าไอทีเป็นหลัก

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไบร์ทสตาร์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า การร่วมมือเป็นพันธมิตรในช่วงเวลานี้ถือว่ามาในช่วงถูกที่ถูกเวลา จากการที่ประเทศไทยกำลังจะมี 3G 2.1 GHz ใช้งาน เนื่องจากตลาดยังมีผู้ใช้ส่วนหนึ่งที่ใช้ฟีเจอร์โฟน และรอจะเปลี่ยนเครื่องกว่า 70% จากฐานลูกค้าโทรศัพท์ในประเทศไทยกว่า 75 ล้านราย ทำให้ในปีหน้าอาจจะได้เห็นการเติบโตของสมาร์ทโฟนเป็นเท่าตัว

"การทำตลาดสมาร์ทโฟนต้องเน้นการให้ข้อมูลลูกค้าเป็นหลัก ไม่ได้แข่งขันทางด้านราคาลดแลกแจกแถม โดยจะเน้นไปตามพฤติกรรมการใช้งานมากกว่า ซึ่งผู้ขายต้องกระจายประสบการณ์ผู้ใช้จากแบรนด์ไปยังหน้าร้านเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้ทุกประเภท"

ไบร์ทสตาร์ มองว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ถือเป็นการปูพื้นเตรียมความพร้อมให้เอชทีซีเข้าไปในตลาดมากกว่า ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีจะมีดีลเลอร์ในระบบราว 400 - 500 ราย อย่างไรก็ตามทางไบร์ทสตาร์จะเริ่มเป็นดิสทริบิวเตอร์ในผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของเอชทีซีเริ่มตั้งแต่ One S และ Desire V เพื่อไม่ให้ไปแย่งดิสทริบิวเตอร์รายเดิม
แบ่งค่าใช้จ่ายในการทำตลาดออกจากทั้ง SIS และ Synex
เกิด spillover effect. ทั้งด้านต้นทุน การตลาด และยอดขาย
ยอดขายก็แชร์กัน

ยุทธการล้อมเมือง ต่างคนต่างช่วยกันกระตุ้นในช่องทางขายของตนเอง

Net effect = positive?


User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2628
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: SIS

Posts by vim » Tue Sep 18, 2012 8:10 pm

Real-VI wrote: แบ่งค่าใช้จ่ายในการทำตลาดออกจากทั้ง SIS และ Synex
เกิด spillover effect. ทั้งด้านต้นทุน การตลาด และยอดขาย
ยอดขายก็แชร์กัน

ยุทธการล้อมเมือง ต่างคนต่างช่วยกันกระตุ้นในช่องทางขายของตนเอง

Net effect = positive?
ถ้าตลาดไอทีโดยรวมไม่ได้ใหญ่ขึ้น กรณีนี้น่าจะแง่ลบมากกว่านะครับ มีผู้เล่นเพิ่มอีกเจ้านึง สินค้าในอนาคตของ HTC อาจไปผ่านเจ้าใหม่หมดเลยก็ได้

Vi IMrovised

sanpat91
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1695
Joined: Tue Jul 13, 2010 10:10 pm

Re: SIS

Posts by sanpat91 » Wed Sep 19, 2012 6:26 pm

เอชทีซีเตรียมลุย ‘Windows Phone 8’ แถลงข่าว 19 ก.ย.นี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กันยายน 2555 14:30 น.

เป็นเดือนแห่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างแท้จริง สำหรับเดือนกันยายน ล่าสุดเป็นคิวทองของเอชทีซี ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติไต้หวัน ที่กำลังเตรียมงานสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันที่ 19 กันยายนนี้ เชื่อพระเอกในงานเป็นสมาร์ทโฟนวินโดวส์ โฟน 8

คล้อยหลังจากที่โนเกีย, โมโตโรล่า และแอปเปิล ทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่กันไปแล้วถ้วนหน้า คราวนี้เป็นคิวของเอชทีซี ผู้ผลิตมือถือรายใหญ่จากไต้หวัน ที่ส่งจดหมายเชิญสื่อมาร่วมงานแถลงข่าวการเปิดตัวแล้ว โดยการแถลงข่าวของเอชทีซีนี้เชื่อว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนวินโดวส์ โฟน 8 โดยงานจะจัดขึ้นที่มหานครนิวยอร์กในวันที่ 19 กันยายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม จวบจนถึงเวลานี้เอชทีซียังอุบไต๋ไม่เปิดเผยว่าสมาร์ทโฟนที่จะเป็นพระเอกของงานนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนที่เคยมีข่าวหลุดออกมาในโลกออนไลน์อย่าง HTC 8X (ใช้ชื่อโค้ดเนมว่า HTC Accord) หรือไม่

แต่ถ้าหากเอชทีซีเลือกเปิดตัว HTC 8X จริง สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเป็นรุ่นแฟลกชิปในส่วนของวินโดวส์โฟน โดยสเปกเครื่องจะใช้ชิปประมวลผลควอลคอมม์ ดูอัลคอร์ 1.2GHz ขนาดหน้าจอ 4.3 นิ้ว กล้อง 8 ล้านพิกเซล เลนส์ f/2.0 มีออโตโฟกัส พร้อมกล้องหน้า หน่วยความจำเครื่อง 16GB หน่วยความจำสำรอง 1GB มี NFC และรองรับ LTE ส่วนระบบเสียงคาดว่าจะยังมี Beats Audio เหมือนกับแอนดรอยด์

สำหรับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเอชทีซียังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อเอชทีซีตกเป็นข่าวอย่างหนาหูในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาว่ามีแผนการที่จะปัดฝุ่นกลับมาทำตลาดอุปกรณ์ไอทีจำพวกแท็บเล็ตอีกครั้ง หลังจากที่เคยล้มเหลวมาก่อนกับ HTC Flyer ซึ่งเป็นแท็บเล็ตตัวแรกและตัวเดียวของเอชทีซีในเวลานี้

โดยจากข่าวลือระบุว่า แท็บเล็ตรุ่นนี้จะใช้ชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า HTC Flyer 2 คงขนาดหน้าจอที่ 7 นิ้ว มีความละเอียดหน้าจอ 1280x768 พิกเซล ใช้ชิปประมวลผลควอลคอมม์ S4 กล้องหน้า 3 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 1 ล้านพิกเซล

....คงต้องมารอลุ้นกันว่าภายในงานนี้ เอชทีซีจะปล่อยของทั้งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตในคราวเดียวเลยหรือไม่?

Company Related Link :
HTC


Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: SIS

Posts by Real-VI » Thu Sep 20, 2012 10:18 pm

ได้เวลาเอชทีซี (HTC) ลุยตลาดสมาร์ทโฟนวินโดวส์ โฟน หลังประเดิมเปิดตัวรุ่นใหม่พร้อมกันทีเดียว 2 รุ่น กับ HTC 8X และ HTC 8S ทั้ง 2 รุ่น พร้อมวางจำหน่ายพฤศจิกายนนี้

Peter Chou ซีอีโอเอชทีซี กล่าวว่า ทั้งเอชทีซี และไมโครซอฟท์ ต่างเป็นพาร์ทเนอร์ที่ร่วมการทำงานด้วยกันมาเป็นเวลานานกว่า 15 ปี แต่ไม่มีครั้งใดเลยที่รู้สึกน่าตื่นเต้นไปกว่านี้แล้วกับการร่วมมือกันในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง วินโดวส์ โฟน 8 ซึ่งในวันนี้เอชทีซี มีสมาร์ทโฟนแนะนำให้รู้จักถึง 2 รุ่นได้แก่ Windows Phone 8X และ Windows Phone 8S

ด้าน Steve Ballmer ซีอีโอไมโครซอฟท์ ซึ่งร่วมงานแถลงข่าวนี้ด้วย กล่าวถึงสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้ ว่า สมาร์ทโฟนของเอชทีซี แต่ละรุ่นนี้ ผ่านกระบวนการในการพัฒนามาอย่างดี อย่าง Windows Phone 8X เป็นสมาร์ทโฟนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง มีรูปแบบการดีไซน์ที่สวยงาม ความสามารถด้านกล้องที่น่าตื่นตาตื่นใจ และยังมีจุดเด่นด้านของเสียงเพลง

ในส่วนของสเปกเครื่องพร้อมของ Windows Phone 8X และ 8S จะมีดังต่อไปนี้ เริ่มจากรุ่น 8X จะเป็นสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปของเอชทีซี ในภาคธุรกิจวินโดวส์ โฟน หน้าจอของเครื่องขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 1280x720 พิกเซล ชิปประมวลผลดูอัลคอร์ 1.5GHz หน่วยความจำสำรอง 1GB หน่วยความจำหลัก 16GB ใช้ NFC ได้ ระบบเสียง Beats Audio รองรับการเชื่อมต่อ LTE กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล เลนส์ f/2.0 ชิปประมวลผลภาพแบบ ImageSense ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับ HTC One X จากฝั่งแอนดรอยด์ แบตเตอรี 1800 mAh และจะมีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ได้แก่ สีฟ้า สีดำ สีแดง และสีเหลือง

ส่วน Windows Phone 8S จะเป็นรุ่นเล็ก มาพร้อมขนาดหน้าจอ 4 นิ้ว ความละเอียด WVGA ชิปประมวลผลดูอัลคอร์ 1GHz หน่วยความสำรอง 512MB หน่วยความจำเครื่อง 4GB มาพร้อมระบบเสียง Beats Audio เช่นกัน กล้องจะดรอปความละเอียดลงเหลือ 5 ล้านพิกเซล เลนส์ F/2.8 แบตเตอรี 1700 mAh และมีสีให้เลือก 4 สี เช่นกันได้แก่ สีน้ำเงิน สีแดง สีดำ-ขาว และเหลือง-เทา

สำหรับ Windows Phone 8X และ Windows Phone 8S จะพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการพฤศจิกายนนี้


Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: SIS

Posts by Real-VI » Fri Sep 21, 2012 6:14 pm

อีก 4 เดือนก็จะจบปีสะแล้ว
ผู้ถือหุ้นที่เหลือคงทราบดีกันทุกคนว่าปีนี้คงไม่มีปันผลหรือน้อยมากๆ

แต่มอง forward. ปีหน้า แล้ว EPS. เท่าไรดีน่ะ แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน

งบQ3. จะแย่น้อยหรือแย่มากก็ไม่สำคัญเท่ากับการแก้ปัญหาเสร็จสมบูรณ์ ไม่มีชะงักติดหลังอีกต่อไป

ส่วนเรื่องอนาคตจะพลาดหรือไม่พลาดคงขึ้นอยู่กับ ตลาดจะให้ PE เพื่อสะท้อนความเสี่ยงในธุรกิจแบบนี้เท่าไร ในระยะยาว


Eps. ปีหน้าในสถานการณ์ปกติจะกลับมาเท่ากับหรือแซงหน้า Synex ได้หรือไม่ต้องคอยติดตาม

แต่ที่แน่ๆ valuation ของ Synex ที่ 3200 million baht market cap ก็ให้ภาพที่ชัดเจนว่าเมื่อ SIS. กลับมาปกติในปีหน้าหลังจากยอมขาดทุนQ3 ปีนี้เพื่อเคลียร์ปัญหาให้จบปีนี้แล้วจะเป็นเช่นไร


ลงทุนมองให้ยาว หาก focus short term หรือรายไตรมาสราย 6 เดือนอาจตกหลุมพลางได้


randomwalk
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 728
Joined: Mon Feb 28, 2011 11:48 pm

Re: SIS

Posts by randomwalk » Fri Sep 21, 2012 7:27 pm

ผมกลัวจะพลาดอีก ถ้าวินโดวส์ 8 ไม่นิยม และ SIS มีสต๊อกเยอะอีก
Real-VI wrote:อีก 4 เดือนก็จะจบปีสะแล้ว
ผู้ถือหุ้นที่เหลือคงทราบดีกันทุกคนว่าปีนี้คงไม่มีปันผลหรือน้อยมากๆ

แต่มอง forward. ปีหน้า แล้ว EPS. เท่าไรดีน่ะ แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน

งบQ3. จะแย่น้อยหรือแย่มากก็ไม่สำคัญเท่ากับการแก้ปัญหาเสร็จสมบูรณ์ ไม่มีชะงักติดหลังอีกต่อไป

ส่วนเรื่องอนาคตจะพลาดหรือไม่พลาดคงขึ้นอยู่กับ ตลาดจะให้ PE เพื่อสะท้อนความเสี่ยงในธุรกิจแบบนี้เท่าไร ในระยะยาว


Eps. ปีหน้าในสถานการณ์ปกติจะกลับมาเท่ากับหรือแซงหน้า Synex ได้หรือไม่ต้องคอยติดตาม

แต่ที่แน่ๆ valuation ของ Synex ที่ 3200 million baht market cap ก็ให้ภาพที่ชัดเจนว่าเมื่อ SIS. กลับมาปกติในปีหน้าหลังจากยอมขาดทุนQ3 ปีนี้เพื่อเคลียร์ปัญหาให้จบปีนี้แล้วจะเป็นเช่นไร


ลงทุนมองให้ยาว หาก focus short term หรือรายไตรมาสราย 6 เดือนอาจตกหลุมพลางได้


arnon26
Verified User
Posts: 28
Joined: Tue Mar 25, 2008 10:28 am

Re: SIS

Posts by arnon26 » Fri Sep 21, 2012 8:01 pm

randomwalk wrote:ผมกลัวจะพลาดอีก ถ้าวินโดวส์ 8 ไม่นิยม และ SIS มีสต๊อกเยอะอีก
Real-VI wrote:อีก 4 เดือนก็จะจบปีสะแล้ว
ผู้ถือหุ้นที่เหลือคงทราบดีกันทุกคนว่าปีนี้คงไม่มีปันผลหรือน้อยมากๆ

แต่มอง forward. ปีหน้า แล้ว EPS. เท่าไรดีน่ะ แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน

งบQ3. จะแย่น้อยหรือแย่มากก็ไม่สำคัญเท่ากับการแก้ปัญหาเสร็จสมบูรณ์ ไม่มีชะงักติดหลังอีกต่อไป

ส่วนเรื่องอนาคตจะพลาดหรือไม่พลาดคงขึ้นอยู่กับ ตลาดจะให้ PE เพื่อสะท้อนความเสี่ยงในธุรกิจแบบนี้เท่าไร ในระยะยาว


Eps. ปีหน้าในสถานการณ์ปกติจะกลับมาเท่ากับหรือแซงหน้า Synex ได้หรือไม่ต้องคอยติดตาม

แต่ที่แน่ๆ valuation ของ Synex ที่ 3200 million baht market cap ก็ให้ภาพที่ชัดเจนว่าเมื่อ SIS. กลับมาปกติในปีหน้าหลังจากยอมขาดทุนQ3 ปีนี้เพื่อเคลียร์ปัญหาให้จบปีนี้แล้วจะเป็นเช่นไร


ลงทุนมองให้ยาว หาก focus short term หรือรายไตรมาสราย 6 เดือนอาจตกหลุมพลางได้
เช่นกันครับ ผมกลัวเรื่องความนิยมของ Windows 8...

The 8th Wonder
Success is not the key to happiness, Happiness is the key to success....

Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: SIS

Posts by Real-VI » Fri Sep 21, 2012 8:55 pm

arnon26 wrote:
randomwalk wrote:ผมกลัวจะพลาดอีก ถ้าวินโดวส์ 8 ไม่นิยม และ SIS มีสต๊อกเยอะอีก
Real-VI wrote:อีก 4 เดือนก็จะจบปีสะแล้ว
ผู้ถือหุ้นที่เหลือคงทราบดีกันทุกคนว่าปีนี้คงไม่มีปันผลหรือน้อยมากๆ

แต่มอง forward. ปีหน้า แล้ว EPS. เท่าไรดีน่ะ แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน

งบQ3. จะแย่น้อยหรือแย่มากก็ไม่สำคัญเท่ากับการแก้ปัญหาเสร็จสมบูรณ์ ไม่มีชะงักติดหลังอีกต่อไป

ส่วนเรื่องอนาคตจะพลาดหรือไม่พลาดคงขึ้นอยู่กับ ตลาดจะให้ PE เพื่อสะท้อนความเสี่ยงในธุรกิจแบบนี้เท่าไร ในระยะยาว


Eps. ปีหน้าในสถานการณ์ปกติจะกลับมาเท่ากับหรือแซงหน้า Synex ได้หรือไม่ต้องคอยติดตาม

แต่ที่แน่ๆ valuation ของ Synex ที่ 3200 million baht market cap ก็ให้ภาพที่ชัดเจนว่าเมื่อ SIS. กลับมาปกติในปีหน้าหลังจากยอมขาดทุนQ3 ปีนี้เพื่อเคลียร์ปัญหาให้จบปีนี้แล้วจะเป็นเช่นไร


ลงทุนมองให้ยาว หาก focus short term หรือรายไตรมาสราย 6 เดือนอาจตกหลุมพลางได้
เช่นกันครับ ผมกลัวเรื่องความนิยมของ Windows 8...
นี่ไงครับผมถึงกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับตลาดว่าจะให้ PE เท่าไรในระยะยาวหลังจากทราบความเสี่ยงนี้

ประเด็นเรื่องสต็อที่มีปัญหาผมถือว่าเป็น technical issues ไม่ได้เกิดจากความสามารถผิดพลาดโดยตรงต่อพนักงาน SiS

หากมองดูย้อนหลังมาเป็นเวลา 10 ปี SiS บริหารสต็อได้ดีกว่า SYNEX มาตลอด การที่ SiS บริหาร BB ผิดพลาดคือ technical issue จำเพาะเรื่องนี้ เกี่ยวกับสัญญาจำเพาะกับ Rim เท่านั้น ไม่ใช่ว่า SiS จะไปลอ็คขาตัวเองอักในอนาคตความระมัดระวังต้องมีมากขึ้น

ต่างกรรมต่างวาระ อนาคตเกิดจากการเรียนรู้ความผิดพลาดจากปัจจุบัน
และปัจจุบันที่สวยหรูก็ไม่ได้การันตีความสำเร็จในอนาคต


ในมุมกลับกัน การที่SYNEX ไม่มีปัญหาตอนนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปัญหาในอนาคตเช่นกัน


ดังนั้นผมถึงย้ำว่าเมื่อทุกอย่างปกติ สุดท้ายตลาดให้ PE เท่าไรนั่นอีกเรื่อง แต่หากมอง valuation ของ SYNEX ณ ปัจจุบันก็จะได้ประมากณการณ์ PE. คร่าวๆได้


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18069
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: SIS

Posts by miracle » Fri Sep 21, 2012 10:02 pm

สินค้า IT ตอนนี้เข้าสู่ยุค post pc
Server รุ่นเก่าทยอยขึ้น visual system
ทำให้ชะลอการซื้อเครื่อง server ลง
ส่วน client จาก pc สู่ notebookไป smart phone กับ tablet pc
ในด้าน เครือข่าย จาก sdh สู่ dwdm และ 3G
ต่อด้วย ความเร็วตามบ้านตอนนี้ 10 Mbps แล้ว
ตามบ้านก็ใช้งาน WiFi จากเดิมที่เดินสายแลน

ภาพใหญ่มันคือประการชะนี้

:)

Interne
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 197
Joined: Sun Sep 27, 2009 6:45 pm

Re: SIS

Posts by Interne » Sat Sep 22, 2012 12:32 am

ภาพใหญ่ของผมแตกต่างจากพี่มิเล็กน้อยนะครับ

1. ประชากรไทยวัย 40 ปีขึ้นไปในปัจจุบัน ใช้และเห็นความสำคัญของคอมพิวเตอร์น้อยมาก (ลองไปเที่ยวตามต่างจังหวัดดูครับ) ในขณะที่กลุ่มคนวัยต่ำกว่า 30 เป็นกลุ่มที่ใช้เป็นและเห็นความสำคัญของคอมพิวเตอร์แทบทุกคน ไม่ต้องพูดถึงเด็กวัยเรียนในปัจจุบัน ... อีก 10 ปีข้างหน้า กลุ่มคนอายุ 30 จะกลายเป็นคนอายุ 40 ในขณะที่เด็กอายุ 15 ขวบจะเข้าสู่วัยทำงานในอายุ 25 ปี พอจะมีตังค์ซื้อของด้วยตัวเอง ... สัดส่วนการใช้งานคอมพิวเตอร์เมืองไทยจะเป็นอย่างไร

2. ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ต้องซื้อคอมพิวเตอร์สัก 20 เครื่องให้ลูกน้องใช้งาน คุณจะซื้ออะไร? ก) PC ข) Notebook ค) iMac ง) iPad จ) Smartphone ฉ) Macbook Air ช) ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้สมุดกับปากกาจดเอา

3. ถ้าคอมพิวเตอร์ตามที่ทำงาน (รวมถึงสถานศึกษา) ยังไม่ใช่ Apple และคุณต้องซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรก (อาจซื้อหลังจาก Smartphone) คุณจะซื้ออะไร? ก) iPad ข) iMac ค) Macbook Air ง) Notebook จ) PC

4. แนวโน้มราคา PC Notebook Smartphone Tablet ที่ไม่ใช่ Apple กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ... ถ้าหาก (สมมุตินะครับ) HTC One ราคาเท่ากับ iPhone 3GS (ที่ตกรุ่นไปสักพัก) ในขณะที่ iPhone 5 ราคาประมาณ 2 เท่า คุณจะเลือกอะไร?

5. พัฒนาการของ iPhone ในยุคหลัง สตีฟ จ๊อบ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ? ก) สุดยอดดดด ข) ยอดเยี่ยม ค) พอใช้ได้ ง) อย่ายาวไปกว่านี้อีกเลย ขอร้อง

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องคาดเดากันเอาเองนะครับ


pullmeunder
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 333
Joined: Fri Jan 29, 2010 10:25 pm

Re: SIS

Posts by pullmeunder » Sat Sep 22, 2012 7:52 am

ถ้าภาพใหญ่ไอโฟนยังขายดี เราก็เอาเคสไอโฟน,ไอแพด รวมทั้งฟิล์มกันรอยมาขายซะ :o


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18069
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: SIS

Posts by miracle » Sun Sep 23, 2012 12:20 am

ถ้ามองจากยอดการเติบโตของ PC เป็นเช่นไร
ตอนนี้ พนักงานบริษัทก็เริ่มไม่ใช้งาน PC ที่ตั้งโต๊ะกันเท่าไรแล้ว
หันมาใช้งาน Notebook มาขึ้น

ฝ่าย IT ของบริษัทก็เริ่มมีปัญหาเรื่อง พนักงานของบริษัท นำเอา smartphone และ tablet PC มาต่อเชื่อมเข้ากับระบบของบริษัทกันมากขึ้น จากเมื่อก่อนนี้ไม่มีการทำแบบนี้ได้ (อันนี้มีข่าวออกมาจาก US และมาจากค่ายใหญ่ในเรื่องการดูแลองค์กรคือ IBM ด้วย ว่าเดี๋ยวนี้พฤติกรรมการใช้งานเปลี่ยนแปลงไป)

ตอนนี้คือช่วงที่ตกต่ำของ PC แต่อย่างไงก็ตามก็ต้องดูต่อไปว่าเป็นเช่นไร
ยิ่งนานวันอุปกรณ์ PC ก็ลดลง และมีรุ่นใหม่ที่มีความเร็วมากกว่าเดิม สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย

สิ่งที่น่าจับตาดูคือ Big Data ที่เป็นกระแสมาคู่กับ Cloud Computering
ฺBig Data ทำให้ปริมาณการขาย Harddisk เพิ่มขึ้นมากมาย
Cloud Computering ทำให้ ยอดของเครื่องแม่ข่าย(Server) และ โครงสร้างพื้นฐาน เพิ่มขึ้นกว่าเดิม

อีกกระแสที่มาแล้วและยิ่งมาเรื่อยๆคือ Visualization คือจำนวน VM นั้นเอง
ที่หลายองค์กรก็ใช้งานจริงๆไปได้สักพักแล้ว และ่ขยายไปเรื่อยๆเพราะเปลี่ยนอุปกรณ์เท่านั้น
ระบบปฏิบัติการของเดิมย้ายไปอยู่บนอุปกรณ์ที่เป็น Visualization ได้เลย ยิ่งใหม่ๆแก้ไขปัญหาเรื่องอุปกรณ์
Hard lock ไปแล้วด้วย (พวกที่เป็นพอร์ตขนาน) ตัวนี้มีหลายระบบก็สามารถทำงานบนเครื่องแม่ข่ายระบบเดียวกันได้
VM รองรับหลายระบบปฏิบัติการคือ DOS ไล่จนถึง MS Windows 2008 (ตัวใหม่ล่าสุด MS Windwos 2012 ยังไม่หน้าตา) ,Solaris ,Linux เป็นต้น

ดังนั้นต้องพิจารณา แล้วพิจารณาอีก

อีกอย่างคือ ธรรมชาติพวกซื้อมาขายไป Margin ต่ำ หมุนรอบของสินค้าให้เร็ว
ดังนั้นหากมีสินค้าที่ขายไม่ออกจำนวนมาก ก็ต้องเจ็บตัวหนัก เป็นธรรมดา

ส่วน Apple ตอนนี้
ลองมองย้อนกลับไปในอดีต ตอนที่ Sony พยายามที่ทำ Sony Platform ให้ผู้บริโภค คือ ใช้ Memory Stick เป็นตัวเชื่อมโยงให้แต่ละอุปกรณ์เข้าหากัน แต่ Apple ใช้ design และระบบปฏิบัติการในการเชื่อมโยงหากัน
พยายามจริงๆ
ส่วน แอนดรอยส์ ต้องการที่ไปได้ทั่วไปหมด
ส่วน MS Windows ก็ทำตัวว่า สร้างมาตราฐานที่เขียนครั้งเดียวไปทำงานได้หลายอุปกรณ์
ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ทำมาแล้วคือ รวม MS Windows ตระกูล 9x เข้ากับ MS Windows NT (รวมตอนที่เป็น MS Windows 2000 นั้นเอง) ต่อมาก็แยกร่างเป็น MS Windows xp ,MS Windows 2003 แต่อยู่บนพื้นฐาน Core ระบบปฏิบัติการเดียวกัน
แต่ MS Windows8 เป็นการทำแบบข้างบนอีกครั้งที่ เป็นการทลายกำแพงของอุปกรณ์ออก ให้พัฒนาครั้งเดียว ไปได้หมด ซึ่งต้องรอเวลาว่า ผู้บริโภค ตอบรับแค่ไหน หนอ หรือ ผู้บริโภคยังคงชอบอยู่กับ MS Windows XP ต่อไป
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18069
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: SIS

Posts by miracle » Sun Sep 23, 2012 12:22 am

pullmeunder wrote:ถ้าภาพใหญ่ไอโฟนยังขายดี เราก็เอาเคสไอโฟน,ไอแพด รวมทั้งฟิล์มกันรอยมาขายซะ :o
ลองเดินคลองถม ดูล่ะกันว่า เคสของไอโฟน แอนดรอยด์ Tablet หรือฟิล์มกันรอยก็พร้อมติดให้ด้วยจ่ายแบงค์แดงแล้วยังเหลือเป็นแบงค์กลับมาด้วยละ

ไปเดินมาบุญครองราคาแพงกว่า แต่ยังคงขายได้เรื่อยๆ

:)

:)

Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: SIS

Posts by Real-VI » Sun Sep 23, 2012 4:38 am

SiS is now penetrating into the services area by providing VIrtualization.
This is because Symantec is reducing its presence in the market directly, but offer the product to SiS to do the market.


All of you can confirm this fact from K.Somchai.



SiS can see the trend. It is not inferior in doing business.

Actually, It constantly adapts their services and products in the market. SiS is one of the player in the whole IT supply chain.

"PC to notebook to tablet to smartphone" does not matter as long as SiS can adapt to the changing trend. In this regard, SiS is doing better in adapting itself to the market compared to Synex who always moved later than SiS.


SiS keeps doing its business without advertising or spread the words.

SiS has already had some transactions with Burma, Loas, and Kambodia. But SiS just does not want to advertise it. You can check this info with K.Somchai.


Investors are just too narrowed in their view by focusing only the temporary losses of BB stocks. And investors tend to infer from this mistake that SiS will be poorly managed in other aspects, which is not true actually.

Who often is the first mover in doing the market for a new device; SiS or Synex?

Which player has a better portfolio when looking at the proportion of tablets, smartphones, Notebooks, components, and desktops; SiS or Synex?


The important words "mistakes today do not imply no improvements in the future, and successes today do not guarantee a bright future".



Our society and civilisation is being built based on the learning of past mistakes and errors.


User avatar
Nevercry.boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4618
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: SIS

Posts by Nevercry.boy » Mon Sep 24, 2012 8:33 am

ผมมองว่า HTC มีที่อยู่ของมัน เป็นไปไม่ได้ที่ Apple จะมาขายในราคาของ HTC ผมยังมองไม่เห็นว่าจะได้อย่างไร ในขณะที่ ซัมซุงก็ตามกัด Apple ไม่ปล่อย ก็รบกันไป

Moto ในส่วนของ Mobile โดนกูเกิ้ลซื้อธุรกิจไป ผมว่าต้องมี synergy ออกมาแน่นอน จะช้าจะเร็วก็ต้องดูกันไป

ข่าวคุณ Real vI เรื่อง Virtual Machine อันนี้ดีครับ ถ้ามีมาอัพเดทอีกจะขอบคุณมากครับ

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/

User avatar
kabu
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2138
Joined: Sun Jan 17, 2010 11:33 am

Re: SIS

Posts by kabu » Mon Sep 24, 2012 8:43 am

Nevercry.boy wrote:ผมมองว่า HTC มีที่อยู่ของมัน เป็นไปไม่ได้ที่ Apple จะมาขายในราคาของ HTC ผมยังมองไม่เห็นว่าจะได้อย่างไร ในขณะที่ ซัมซุงก็ตามกัด Apple ไม่ปล่อย ก็รบกันไป

Moto ในส่วนของ Mobile โดนกูเกิ้ลซื้อธุรกิจไป ผมว่าต้องมี synergy ออกมาแน่นอน จะช้าจะเร็วก็ต้องดูกันไป

ข่าวคุณ Real vI เรื่อง Virtual Machine อันนี้ดีครับ ถ้ามีมาอัพเดทอีกจะขอบคุณมากครับ
เท่าที่ผมทราบ เหตุผลหลักที่ google ซื้อ Moto mobile เพราะอยากได้ patent ครับ
ตอนนี้สงคราม patent กำลังขยานอยู่เรื่อยๆ อีกอย่าง google คงมีแผนพัฒนารูปแบบอะไรบางอย่าง
ไม่แน่เราอาจจะได้เห็น hardware ออกโดย google แล้วใช้ content ที่ตัวเองมีอยู่มากมายได้
อย่าง apple มี iPhone iPad... Amazon มี Kindle

"หนทางเดียวที่จะก้าวพ้นขอบเขตของความเป็นไปได้ คือก้าวเข้าสู่ความเป็นไปไม่ได้", Arthur C. Clarke
สมุดบันทึก: http://kabuvi.wordpress.com/

User avatar
Nevercry.boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4618
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: SIS

Posts by Nevercry.boy » Mon Sep 24, 2012 8:51 am

kabu wrote:
เท่าที่ผมทราบ เหตุผลหลักที่ google ซื้อ Moto mobile เพราะอยากได้ patent ครับ
ตอนนี้สงคราม patent กำลังขยานอยู่เรื่อยๆ อีกอย่าง google คงมีแผนพัฒนารูปแบบอะไรบางอย่าง
ไม่แน่เราอาจจะได้เห็น hardware ออกโดย google แล้วใช้ content ที่ตัวเองมีอยู่มากมายได้
อย่าง apple มี iPhone iPad... Amazon มี Kindle
Moto แบ่งเป็น 2 BU ใหญ่ ๆ ครับ ดร.

BU แรกคือ Motorola Mobility ส่วนนี้คือส่วนที่ Google ซื้อไป ส่วนใหญ่เน้นเป็น Mobile phone + Accessories อาจเป็นไปได้อย่างที่ ดร. ว่าไว้คือเค้าต้องการ ปาเต๊น ในส่วนนี้ ซึ่งก็มีข่าวลือ ข่าวรั่วออกมาเรื่อย ๆ

BU ที่สองคือ Motorola Solutions ส่วนนี้ยังเป็น MOTO และขายสินค้าเน้น Government และ Enterprise Solutions เป็นหลัก

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/

User avatar
MYBIZ
Verified User
Posts: 888
Joined: Fri Aug 07, 2009 10:24 pm

Re: SIS

Posts by MYBIZ » Mon Sep 24, 2012 10:32 am

ค้าปลีกค้าส่งสินค้าไอทีอ่วมอรทัย Q2 กำไรวูบโปรโมชั่นเอาไม่อยู่ กำลังซื้อทรุด-แข่งดุ

แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจไอทีเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานการณ์ของธุรกิจไอทีทั้งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างย่ำแย่ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงส่งผลต่อยอดขายของบริษัทที่ทรงตัวหรือมีการเติบโตที่ต่ำมาก ขณะที่การแข่งขันรุนแรงเพื่อกระตุ้นยอดขายระบายสต๊อก ทำให้แต่ละบริษัทมีต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงขึ้น และส่งผลให้ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทไอทีมีกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างสูง และบางบริษัทถึงขั้นขาดทุนสุทธิ ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังทุกบริษัทต้องวางแผนเร่งสปีดยอดขายเพื่อพลิกสถานการณ์กลับมา

รายงานข่าวจากบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ค้าส่งไอทีรายใหญ่แจ้งผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ในไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้รวม 6,147.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียง 279.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.77 เป็นการเติบโตที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมาฉุดกำลังซื้อชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีภาระสินค้าคงคลังสูง นอกจากนี้สมาร์ทโฟนที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายหลายแบรนด์ก็มีกระแสความนิยมลดลง ทำให้มีการแข่งขันทั้งทางด้านสินค้าและราคาในตลาดสูงมาก จึงทำให้กำไรของบริษัทลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 เนื่องจากจำเป็นต้องทำกิจกรรมการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายและผลักดันสินค้าคงคลังให้ลดลง นอกจากนี้ยังมีภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 95.9 มาอยู่ที่ 25.8 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.6 ล้านบาท ส่งผลกระทบให้ไตรมาส 2/2555 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 86.8 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิ 102.1 ล้านบาท

สำหรับบริษัท ไอทีซิตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารไอทีซิตี้ ซูเปอร์สโตร์ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรสุทธิ 66.28 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งกำไรสุทธิ 118.25 ล้านบาท ถือว่าลดลงกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไตรมาส 2 ยอดขายอยู่ที่ 1,535.93 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 209.13 ล้านบาท หรือลดลง 11.98.% ทั้งที่บริษัทมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 7 แห่ง แต่ก็ไม่สามารถสร้างยอดขายเพิ่มได้ นอกจากนี้ยังพบว่ากำไรขั้นต้นยังลดลงถึง 20.54% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมถึงดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 2.47% เนื่องจากการเปิดสาขาใหม่

ส่วนบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ค้าส่งไอทีรายใหญ่ แจ้งว่าผลการดำเนินการของบริษัทในไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 80.15 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 27.49 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 25.54 ผลจากกำลังซื้อชะลอตัว โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 5,472.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงร้อยละ 3.31 ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลงร้อยละ 9.14 เนื่องจากตลาดไอทีหดตัวลงในระยะสั้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น

ด้านบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แบรนด์ "เอสวีโอเอ" เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 22.1 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 35.9 ผลจากรายได้จากการขายลดลง 203.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.3 เนื่องจากปีนี้บริษัทไม่มีการรับรู้รายได้จากการเข้าร่วมประมูลคอมพิวเตอร์ในโครงการ สพฐ. เหมือนเช่นปีก่อน

นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญคืออัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องมาจากตลาดไอทีมีการแข่งขันสูงมาก ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 17.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 53.9 ซึ่งเป็นผลมาจากดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมในโครงการใหญ่

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ updated: 21 ก.ย. 2555 เวลา 12:12:07 น.
http://www.prachachat.net/news_detail.p ... catid=0600

จุดหมายปลายทาง อาจไม่ใช่ที่สุดของความงดงาม

User avatar
Nevercry.boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4618
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: SIS

Posts by Nevercry.boy » Mon Sep 24, 2012 7:34 pm

กระทิงนั้นเป็นสัตว์ที่แปลก
มันไม่ได้เกิดจากความโลภหรือความกลัว
แต่มันเกิดจากความช่างสงสัยของมนุษย์

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/

Artofid
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 86
Joined: Tue Jan 22, 2008 11:26 pm

Re: SIS

Posts by Artofid » Tue Sep 25, 2012 9:22 am

'ไบร์ทสตาร์'อเมริกา บุกไทย
วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2012 เวลา 13:12 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ ไอทีดอทคอม - คอลัมน์ : ไอทีดอตคอม

กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ค้าส่งมือถืออเมริกา"ไบร์ทสตาร์" บุกตลาดไทย เผยโรดแมปปีนี้วางทีมงาน-ระบบบริหารข้อมูล พร้อมสร้างเครือข่ายร้านค้าปลีก 300-400 ราย ล่าสุดได้สิทธิ์ขายเอชทีซี-บีบี ประกาศเดินเครื่องทำตลาดสมาร์ทโฟนเต็มตัวปีหน้า เชื่อตลาดโตเท่าตัว ยอดแตะ 8 ล้านเครื่องหลังเปิด 3 จี

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทไบร์ทสตาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไร้สายรายใหญ่ของโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าไบร์ทสตาร์ เริ่มเข้ามาเปิดสำนักงานในไทยตั้งแต่ต้นปี 2555 เพื่อดำเนินธุรกิจค้าส่งสมาร์ทโฟนในไทย โดยแผนดำเนินธุรกิจปีนี้หลักๆ จะมุ่งไปยังการสร้างทีมงาน ซึ่งขณะนี้มีทีมงานซึ่งรวมทีมงานด้านบริการหลังการขายที่มีประสบการณ์ในธุรกิจโทรศัพท์มือถือและค้าปลีก รวมทั้งหมด 80 คน ขณะเดียวกันปีนี้ยังมุ่งการวางระบบบริหารจัดการข้อมูล ระบบการกระจายสินค้า และบริหารสต๊อกสินค้า พร้อมทั้งเชื่อมโยงระบบกับเครือข่ายร้านค้าปลีกโทรศัพท์มือถือ ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีเครือข่ายร้านค้าปลีกโทรศัพท์มือถือทั้งหมด 300-400 ราย

ทั้งนี้บริษัทจะเริ่มทำตลาดสมาร์ทโฟนอย่างเดียวประมาณปี 2556 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับการเกิดบริการ 3 จีในไทยพอดี โดยการเกิดของบริการ 3 จี จะเปลี่ยนโฉมการแข่งขันและเห็นการเติบโตของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งผู้ใช้มือถือที่เป็นฟีดเจอร์โฟน ที่ขณะนี้มีสัดส่วนประมาณ 70% ของตลาดโทรศัพท์มือถือ จะมีการเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน เพื่อให้รองรับการใช้บริการ 3 จี โดยคาดว่าเป็นไปได้ที่ตัวเลขการซื้อขายปี 2556 จะเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านเครื่อง จากปีนี้มีตัวเลขซื้อขายประมาณ 4 ล้านเครื่อง ส่วนแบรนด์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ขณะนี้มีด้วยกัน 2 แบรนด์ คือ เอชทีซี และแบล็คเบอร์รี่ ซึ่งมองว่าทั้ง 2 แบรนด์ไม่ได้อยู่ในช่วงขาลง สมาร์ทโฟนทุกแบรนด์มีโอกาสลงได้ตามจังหวะและโอกาส แบรนด์อันดับ 1 ก็มีโอกาสตกลงมาได้ แบรนด์อันดับรองก็สามารถขยับขึ้นมาได้ ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าว่าตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่ ซึ่งเท่าที่พิจารณาจากโรดแมปของสินค้าที่บริษัททำตลาดอยู่มองว่ามีโอกาส

นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับช่องทางกระจายสินค้า ซึ่งดิสตริบิวเตอร์จะต้องมีระบบข้อมูลที่ดี ในการสนับสนุนการขาย และบริการจัดการสต๊อกให้ร้านค้า รวมถึงให้ผลกำไร และผลประโยชน์ที่มากกว่ากับร้านค้า ขณะที่ร้านค้าเองจะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับลูกค้า โดยต่อไปจะต้องมีการเซ็กเมนต์ลูกค้าว่าจะมีการซื้อสมาร์ทโฟนไปใช้งานเพื่อธุรกิจ ใช้งานโซเชียลมีเดีย หรือ เล่นเกม ซึ่งในมุมของร้านค้าจะต้องตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้ นายกิตติพงศ์ กล่าวอีกว่า พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค ส่วนใหญ่ยังนิยมซื้อสมาร์ทโฟนตามกระแส แต่เชื่อว่า 50% มีโอกาสเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตามผู้บริโภคต้องได้รับการกระตุ้น และได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากหน้าร้าน โดยพนักงานขายจะต้องชี้ให้เห็นถึงความแตกต่าง สินค้าว่าสามารถเข้าไปตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคอย่างไร ความแตกต่างของบริการหลังการขาย และ แบรนด์ที่บริษัททำตลาดอยู่ไม่ต้องรอเหมือนสินค้าที่มีผู้นิยมจำนวนมาก

"ในกรุงเทพฯอาจนิยมซื้อสมาร์ทโฟนเพราะแบรนด์ แต่ในต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะเชื่อพนักงานขาย โดยจะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับการใช้งานกับลูกค้า"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,777 23-26 กันยายน พ.ศ. 2555


User avatar
Nevercry.boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4618
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: SIS

Posts by Nevercry.boy » Tue Sep 25, 2012 5:14 pm

'ไอโฟน5'มาแรงทุบสมาร์ทโฟน
วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2012 เวลา 11:00 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ

กระแสเปิดตัวไอโฟน 5 ทำตลาดสมาร์ทโฟนชะงัก คู่แข่งงัดกลยุทธ์ราคาสู้แหลก เอชทีซี ดัมพ์ราคาวัน เอ็กซ์ เหลือ 17,900 บาท จากเดิม 21,900 บาท ด้านแอลจี เผยไอโฟน 5 กระทบสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ ขณะที่ "ซีเอสซี" ค้าปลีกสมาร์ทโฟนซัมซุง เผยไม่กระทบ เอส 3 ชี้สินค้าไม่พอความต้องการตลาด เวนเดอร์ยังไม่ส่งสัญญาณลดราคาสู้ แต่อัดแคมเปญเงินผ่อน 0% ด้านผู้ค้าบางราย หั่นราคาขายเหลือ 19,900-20,900 บาท ดันยอดขาย

นายณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอชทีซี (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าตลาดสมาร์ทโฟนในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาชะลอตัวลง ซึ่งยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสการเปิดตัวไอโฟน 5 ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อไป เพื่อรอดูรูปลักษณ์และเทคโนโลยีไอโฟน 5 และอีกส่วนเป็นผลกระทบจากโครงการบ้านหลังแรกและรถคันแรกของรัฐบาล ที่ทำให้ตลาดไอทีชะลอตัวลงทั้งหมด ส่วนกลยุทธ์การกระตุ้นการซื้อนั้นขณะนี้ได้ปรับลดราคาสินค้าลงมาทั้งหมด อาทิ เอชทีซี วัน เอ็กซ์ ลดราคาจาก 21,900 บาท เหลือ 17,900 บาท และ เอชทีซี วัน เอส ลดราคาจาก 17,900 บาท เหลือ 15,900 บาท

ส่วนนายสมศักดิ์ อธิศัยตระกูล หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าไอโฟน 5 ส่งผลกระทบต่อสมาร์ทโฟนระดับ ไฮเอนด์ ซึ่งในส่วนของแอลจีนั้นมีเพียงสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ รุ่นเดียว คือ แอลจี Optimus 4 เอ็กซ์ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีสัดส่วนในตลาดแบบมีนัยสำคัญ ดังนั้นจึงกระทบไม่มาก ยอดขายส่วนใหญ่ของแอลจียังอยู่ที่สมาร์ทโฟน ราคา 10,000-15,000 บาท ส่วนจะปรับลดราคารุ่น Optimus 4 เอ็กซ์ หรือไม่นั้นคงไม่ได้เป็นผลมาจากการเปิดตัวไอโฟน 5 แต่หากมีการปรับลดราคาคงเป็นไปตามวัฏจักรสินค้า อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาราคา แอลจี Optimus 4 เอ็กซ์ ถือเป็นสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ที่ถูกสุดในตลาดหากเทียบกับสเปกเดียวกัน คือ เปิดขายที่ราคา 18,900 บาท

ด้านนายพิชัย นีรนาทโกมล ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท คอมพิวเตอร์ ซีสเท็ม จำกัด หรือ ซีเอสซี กล่าวว่ากระแสไอโฟน 5 ไม่กระทบกับยอดขายซัมซุง เอส 3 ที่บริษัททำตลาดอยู่ โดยก่อนหน้านี้ 2 สัปดาห์สมาร์ทโฟน ซัมซุง เอส 3 ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดด้วย ส่วนที่มีกระแสข่าวการลดราคาซัมซุงนั้นขณะนี้ยังไม่มีประกาศเป็นทางการ แต่ที่เห็นผู้ค้าบางรายลดราคาซัมซุงเอส 3 สีน้ำเงิน จาก 21,900 บาท เหลือ 19,900 บาท และซัมซุง เอส 3 สีขาวเหลือ 20,900 บาท นั้น อาจเป็นเพราะผู้ค้าปลีกมีการลดราคากันเอง โดยโปรโมชันของซัมซุง ที่ออกมาขณะนี้คือแคมเปญผ่อน 0% นาน 10 เดือนเท่านั้น

ส่วนนายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น จำกัด (มหาชน) ตัวแทนจำหน่าย และผู้ค้าส่ง สมาร์ทโฟน ยี่ห้อ ซัมซุง , เอชทีซี, โมโตโรล่า และแบล็คเบอร์รี่ กล่าวว่ากระแสไอโฟน 5 ทำให้ตลาดก่อนหน้านี้มีการชะลอการตัดสินใจซื้อไป ซึ่งภายหลังเปิดตัวเรียบร้อยแล้ว ช่วงนี้ลูกค้าก็เริ่มตัดสินใจซื้อแล้ว โดยส่วนหนึ่งก็รอไอโฟน 5 บางส่วนก็ไม่รอ

อย่างไรก็ตามยอมรับว่าไอโฟน 5 ส่งผลกระทบต่อสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ ที่มีราคามากกว่า 20,000 บาท อย่างซัมซุง เอส 3 และเอชทีซี วันเอ็กซ์ ซึ่งความเคลื่อนไหวของทั้ง 2 ค่าย ในช่วงนี้ทางฝั่งซัมซุง ยังไม่มีความเคลื่อนไหว เนื่องจากซัมซุง เอส 3 ยังมีสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ขณะที่ค่ายเอชทีซี ขณะนี้เริ่มลดราคาเอชทีซี วัน เอ็กซ์ ลงมาเหลือ 17,900 บาท จากเดิม ราคา 21,900 บาท

ด้านตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์แอปเปิลรายหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้ยังขายไอโฟน 4 เอสได้อยู่ แม้ว่าแอปเปิลจะเปิดตัวไอโฟน 5 และยังไม่มีแผนลดราคาไอโฟน 4 เอส ที่จำหน่ายในไทย ซึ่งยอดขายก็ยังทรงตัวไม่ได้ลดลงหรือเพิ่มขึ้น โดยมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งซื้อไอโฟน 4 เอส ไปอัพเกรดระบบปฏิบัติการเป็น iOS6 โดยสามารถใช้งานฟีดเจอร์ต่างๆ ได้เหมือนไอโฟน 5 ทั้งโปรแกรมสั่งการด้วยเสียง SIRI และถ่ายภาพพาโนรามา อย่างไรก็ตามก็ยอมรับว่าลูกค้ากลุ่มหนึ่งก็รอซื้อไอโฟน 5 ซึ่งเท่าที่ติดตามข่าวการขายในต่างประเทศเชื่อว่าไอโฟน 5 กระแสค่อนข้างแรง โดยมียอดจองวันแรก 2 ล้านเครื่อง ซึ่งเชื่อว่าจะมียอดขายสูงกว่าไอโฟน 4 เอส แน่นอน

อนึ่งก่อนหน้านี้ไอโฟน 5 ทำลายสถิติ ไอโฟน 4 S โดยยอดสั่งจองไอโฟนผ่านทางออนไลน์ทั่วโลก 2 ล้านเครื่อง ภายใน 24 ชั่วโมง ภายหลังจากแอปเปิลเปิดให้จองวันที่ 14 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันในวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา เปิดขายวันแรก ใน 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ก็มีบรรดาสาวกไปเข้าคิวซื้ออย่างล้นหลาม ทั้งนี้คาดการณ์ว่าจะมียอดขายทั่วโลกปีนี้ 50 ล้านเครื่อง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,777 23-26 กันยายน พ.ศ. 255

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/

หงส์ดำ
Verified User
Posts: 78
Joined: Wed Jul 18, 2012 10:30 am

Re: SIS

Posts by หงส์ดำ » Wed Sep 26, 2012 12:39 pm

SiS ถ้าลองจัดกลุ่มแล้วน่าจะเป็นบริษัทประเภท The Good ตามที่บัฟเฟตต์แบ่งไว้เป็น The Great, The Good, The Gruesome

คือต้องใช้เงินลงทุนกลับเข้าไป เพื่อให้มันโต

ต่างกับ The Great ที่ไม่ต้องลงทุนกลับเข้าไป ก็โตได้

ถ้าเลือกได้ เราก็อยากจะได้ The Great ปัญหาคือตัวที่มีราคาที่น่าสนใจและเรายินดีจ่าย หาไม่ง่ายเลย

SiS เป็น The Good ที่ถูกปัญหารุมทับใส่ ทำให้ตอนนี้ราคาดูค่อนข้างน่าสนใจ marget cap ต่ำกว่า synex เกือบครึ่ง

ปัญหาที่รุมอยู่ ซึ่งต้องวิเคราะห์กันให้ละเอียด ผมคิดว่ามี 3 ข้อใหญ่

1. น้ำท่วมใหญ่ปีที่แล้ว ทำให้ระบาย stock ไม่เป็นปกติ

2. คาดการณ์ผิดพลาดเรื่อง smartphone ยี่ห้อ BB, HTC, Motorola สิ้น Q2 เหลือ stock ~1,000MB (Q3 จะระบายออกไป~60% และยังต้องขาดทุนอยู่)

3. ตลาด IT โดยรวมตั้งแต่ Q2 มา ไม่โตตามคาด

ดูปัญหาแล้ว ข้อ 1,2 หลายๆท่านน่าจะมีคำตอบในใจแล้ว

ส่วนข้อ 3 ก็ยังไม่ชัดเจน มีการคาดเดากันไปต่างๆนานา windows 8 บ้างอะไรบ้าง

ถ้ามองยาวๆ ตอนที่เหตุการณ์มันผ่านไปแล้ว The Good ตัวนี้ก็ดูไม่เลวเลยนะครับ


User avatar
Nevercry.boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4618
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: SIS

Posts by Nevercry.boy » Wed Sep 26, 2012 1:24 pm

ถ้าเราจะกลับมาคุยเรื่อง พื้นฐาน พื้นฐาน จริง ๆ SIS นั้นเป็น Distri ครับ เป็น Distri ตัวพ่อ สินค้าไม่จำเป็นต้องเป็นเบอร์หนึ่ง แต่ขอให้คุยกับซัพพลายเออร์รู้เรื่องทั้งเรื่องมาร์จิ้นและสต๊อก

ภาษาสวยงามอาจใช้คำว่า สามารถบริหารซัพพลายเออร์ได้ สามารถบริหารสต๊อกได้ อะไรแบบนี้นะ

แต่ผมขอลูกทุ่งเลยนะ พูดแบบตรง ๆ เลยนะ ต้องสามารถกดขี่ ซัพพลายเออร์ได้ และมีพาวเวอร์ในมือเหนือกว่าเมื่อนั้น Moat ของ SiS จะกลับมาครับ

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/

Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: SIS

Posts by Real-VI » Wed Sep 26, 2012 8:58 pm

Subject : Opportunity for Shareholders to propose agenda of the 2013 AGM and to
nominate person to be considered for selection as the Company Director


To : President
The Stock Exchange of Thailand


SiS Distribution (Thailand) Public Company Limited (SiS) would like to announce that, in order to support the good corporate governance practice, the Company is providing the opportunity for the shareholders to propose issue to be included as an agenda and to nominate person to be considered for selection as the Company Director in advance in the 2013 AGM, from now until 31 December 2012. The criteria and procedure are posted on the Company's website http://www.sisthai.com under Investor Relations page >> Shareholder Information >> Proposal for AGM Agendas.
Please be informed accordingly.


Yours Faithfully,
(Mr.Vorrapop Taksaphan) Company Secretary


Post Reply