SIS

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
โอ@
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4244
Joined: Sun Mar 21, 2004 4:25 pm

Re: SIS

Posts by โอ@ » Thu Aug 23, 2012 11:36 pm

arwut wrote:
โอ@ wrote:ตามความคิดผมเลยนะ ผมว่า SiS ไม่เก่งด้านโทรศัพท์กับ tablet ครับ ... กลับไปเน้นสิ่งที่ตัวเองถนัดอาจจะดีกว่านี้
ทำไมถึงคิดแบบนั้นครับขอความเห็นเพิ่มเติมได้ไหมครับ
ดูจากที่ผ่านมาหน่ะครับ จากกรณี BB แล้วก็การพลาดไม่เน้น Samsung ที่เติบโตขึ้นมากใน Mobile phone และ Tablet

ตลาด โทรศัพท์มือถือ กับ tablet เนี่ยแตกต่างจากตลาดสินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ SiS เคยขายอยู่เยอะพอควรนะครับ

ทั้งสองตลาดนี้มีส่วนที่เหมือนกันคือ ราคาไหลลงเร็ว เก็บสต็อกไว้นานจะตายเอา
ส่วนที่ไม่เหมือนกันคือ ตลาดคอมพิวเตอร์เนี่ยคุณลดราคาลงนิดหน่อยมันเคลียร์สต็อกได้เร็วครับ
แต่ตลาด Mobile phone กับ Tablet เนี่ย แปลกกว่าครับ สต็อกสินค้าผิดนี่ ลดแค่ 10-20% ไม่พอนะครับ บางทีลดไป 50% ลูกค้าก็ยังไม่เอาเลยครับ

_________

Laziale
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2147
Joined: Thu Apr 23, 2009 10:41 pm

Re: SIS

Posts by Laziale » Thu Aug 23, 2012 11:54 pm

โอ@ wrote: แล้วก็การพลาดไม่เน้น Samsung ที่เติบโตขึ้นมากใน Mobile phone และ Tablet
นั่นสิครับทำไม SIS ไม่เน้น Samsung ก็ไม่รู้ ....... ล้อเล่นครับ :mrgreen: ไม่ได้พลาดหรอกใครๆก็คงอยากขาย Samsung แต่เค้ามีช่องทางขายของเค้าเองและมีพนักขายขายจำนวนมากครับไม่จำเป็นต้องผ่าน distributor อย่าง SIS หรือ SYNEX เท่าไหร่ ซึ่ง SIS ก็มีขายสินค้าของ Samsung บ้าง แต่น้อยมากๆซึ่งเป็นที่ๆเค้าเองคงเข้าไม่ถึงครับ :D


User avatar
atomic09
Verified User
Posts: 105
Joined: Mon Jul 12, 2010 2:26 pm

Re: SIS

Posts by atomic09 » Fri Aug 24, 2012 12:48 am

โอ@ wrote:ตามความคิดผมเลยนะ ผมว่า SiS ไม่เก่งด้านโทรศัพท์กับ tablet ครับ ... กลับไปเน้นสิ่งที่ตัวเองถนัดอาจจะดีกว่านี้
ผมก็มองคล้ายๆกันครับ SIS ยังไม่เก่งทางด้านโทรศัพท์กับ tablet ที่เป็นสินค้าที่ยอดขายมาจาก Brand สินค้า มากกว่า Specification โทรศัพท์ Tablet ต้องอาศัยความนิยม และการเข้าถึงลูกค้า ถ้าบริษัทจะเล่นกับสินค้า Brand มันก็เหมือนจีบสาวนั่นแหละ จีบติดก็ได้ จีบไม่ติดก็ต้องยอมปล่อย ส่วนสินค้าที่เน้น Spec ไม่จำเป็นต้องเน้น Brand ลูกค้าจะดู Spec เป็นหลัก เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ Micro SD card ลูกค้าแทบจะไม่ดูเลยว่ามาจากไหน Spec ได้ ราคาได้ ก็ซื้อแล้ว ดังนั้นถ้าบริษัทจะเล่นสินค้าที่มี Brand ต้องมีความพร้อมมากกว่านี้ไม่ใช่ซื้อมาแล้วขายไปอย่าง Specification Deviced อย่างที่เคยทำมา


pinakorn
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 302
Joined: Sat Oct 09, 2010 3:02 pm

Re: SIS

Posts by pinakorn » Fri Aug 24, 2012 11:25 am

ผมว่า smart phone คือจุดเปลี่ยนในช่วงที่ผ่านมาครับ จะว่าอุตสาหกรรม it ซบเซา คนไม่มีกำลังซื้อก็ไม่น่าจะใช่
ดูผลประกอบการของ jmart เป็นตัวอย่างคือกระแสมันไปทางนั้น เหมือนเงินโยกจากตลาดหุ้นไปตลาดทองคำหรือน้ำมันประมาณนี้ หลายปีก่อนที่ผ่านมาตลาด it ยังไม่มีเทคโนโลยีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะ pc nb coponent ก็ขายได้เรื่อยๆ แต่หลังจากนี้อีกสองสามปี ผมว่าsmart phone ก็จะเหมือนมือถือในยุคปัจจุบันคือราคาสองสามพันบาทหาซื้อกันได้ apple samsung ก็อาจไม่ได้เป็นพระเอกเหมือนทุกวันนี้แล้ว ทุกคนอาจแห่มาขายแว่นตาที่สั่งงานด้วยเสียงหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นกระแสนิยมในช่วงนั้นๆ เรื่องพวกนี้ ผบห.ที่เป็นมืออาชีพเขาอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มานานเขามองภาพออกอยู่แ้ล้วครับ


nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3299
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Re: SIS

Posts by nut776 » Fri Aug 24, 2012 12:58 pm

โอ@ wrote:ตามความคิดผมเลยนะ ผมว่า SiS ไม่เก่งด้านโทรศัพท์กับ tablet ครับ ... กลับไปเน้นสิ่งที่ตัวเองถนัดอาจจะดีกว่านี้

ส่วนนึงโยนแพะไปให้ vender ด้วยอะคับ
ss ใครๆก็อยากขาย
แต่ ss เขาเน้นขายเอง (คงรู้จุดแข็งตัวเอง)
ส่วน sony ตอนคนตามหากันพลิกแผ่นดิน
กลับไม่มีของให้ขาย
( sony ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดว่า sis ไม่ได้สายตาสั้นนะ)
ที่เหลือเอามาให้ขาย
เพราะ vender คงอยากใช้ ศักยภาพของ distibutor ป่าวคับ
เพราะถ้าเขาขายได้เองจาก จุดแข็งของ product คงเดินตาม ss กันหมด
อาจจะมีเหตุผลอื่นด้วย แต่ระดับสติปัญญาผม
คิดได้แค่นี้ ในเบื้องต้น 555

show me money.

User avatar
appendix
Verified User
Posts: 302
Joined: Mon May 30, 2005 6:47 am

Re: SIS

Posts by appendix » Sat Aug 25, 2012 12:11 pm

แต่แว่นตาผมคงไม่ซื้อนะครับ


Macgyver
Verified User
Posts: 5
Joined: Wed Aug 05, 2009 10:13 pm

Re: SIS

Posts by Macgyver » Sat Aug 25, 2012 5:01 pm

ดูกันยาวๆครับ


greenstock
Verified User
Posts: 260
Joined: Fri May 13, 2005 5:51 pm

Re: SIS

Posts by greenstock » Sun Aug 26, 2012 8:41 pm

nut776 wrote:ตามความคิดผมเลยนะ ผมว่า SiS ไม่เก่งด้านโทรศัพท์กับ tablet ครับ ... กลับไปเน้นสิ่งที่ตัวเองถนัดอาจจะดีกว่านี้
ไม่ใช่ไม่เก่งมั้งครับ แต่ตามกระแสไม่ทัน หรือไม่ยอมสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคมากกว่า
นานมาแล้วที่ผมรู้ว่าบีบีจะเสื่อมความนิยมเพราะไอโฟนจะมาแทนที่ ใครๆก็อยากใช้แต่ไอโฟน ตั้งแต่สมัยที่มีแต่โปรแชทบีบีเต็มไปหมด
เห็น sis แล้วก็แปลกใจ เขาไม่รู้เรื่องนี้เลยหรือ ป่านนี้ยังขายบีบี แม้จะรู้ก่อนช่วงน้ำท่วมก็ยังช้าไปครับ


torque
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 231
Joined: Wed Oct 27, 2010 3:22 pm

Re: SIS

Posts by torque » Mon Aug 27, 2012 10:08 pm

ข่าวฝากครับ

คาบข่าวด่วนมาบอก สำหรับคนที่กำลังมองหามือถือใหม่อยู่ช่วงนี้ อดใจรอสักนิดจนถึงวันที่ 4-7 ตุลาคมนี้ จะมีงาน Thailand Mobile Expo 2012 ซึ่งล่าสุดมาข่าวมาจาก admin ของเว็บไซต์ motolism.com ว่า SIS ซึ่งเป็น dealer มือถือเจ้าใหญ่จะทำการทุบราคาเทกระจาดมือถือและแท็บเล็ตของ Motorola ทั้งหมด 6 รุ่น ดังนี้

Motorola RAZR MAXX จาก 15,900 บาท เหลือ 12,900 บาท
Motorola RAZR จาก 12,900 บาท เหลือ 9,000-10,900 บาท
Motorola ATRIX2 จาก 9,900 บาท เหลือ 8,900 บาท
Motorola DEFY XT จาก 8,900 บาท เหลือ 6,000-7,000 บาท
Motorola DEFY MINI จาก 5,900 บาท เหลือ 3,000-4,000 บาท
Motorola XOOM 3G (Tablet) จาก 12,900 บาท เหลือ 9,000-10,900 บาท

สำหรับรายละเอียดของแต่ละรุ่น สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บต้านทางเลยครับ ส่วนตัวคิดว่า RAZR MAXX สุดๆไปเลย

http://www.thaiandroidphone.com/thread-35342-1-1.html

ไม่รู้ลือ หรือเรื่องจริง ถ้าจริงแสดงว่า SIS ล้าง stock จริงจังมากครับ


User avatar
kongkiti
Verified User
Posts: 5828
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: SIS

Posts by kongkiti » Mon Aug 27, 2012 10:26 pm

^
^
^
โพสข้างบน อ่านผ่านๆ นี่ทำให้แตกตื่นได้เลยนะครับ มี 2 กลุ่มที่แตกตื่น
1. อยากได้ แห่กันไปซื้อ (ลดเยอะเหมือนกันอ่ะนะ :) )
2. กลัว Inventory Loss ของ SIS...ไม่รู้ว่ามี Moto ซักเท่าไหร่ เหมือนกัน

รอผู้รู้จริง มาเฉลย ดีกว่าครับ
ปล. อยากถามนักลงทุนว่า เรื่อง เงินเบิกเกินบัญชี ที่มีค่อนข้างมาก SIS มีแนวทางจัดการอย่างไรครับ

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

User avatar
sorawut
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2433
Joined: Fri Jun 17, 2005 1:07 pm

Re: SIS

Posts by sorawut » Mon Aug 27, 2012 10:40 pm

เก็บคำถามคาใจไว้รอถามคุณสมชัยเองเลยดีกว่าครับ :D

http://www.dcs-digital.com/setweb/index.php
Date : 04/09/2012
Time : 16:15-17:30

ตัดสินใจว่า ธุรกิจไหนที่คุณต้องการจะเป็นเจ้าของ
และซื้อเมื่อราคาสามารถให้ผลตอบแทนจากการลงทุน ในอัตราที่เข้าท่าสำหรับการร่วมทำธุรกิจเท่านั้น

Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: SIS

Posts by Real-VI » Mon Aug 27, 2012 10:51 pm

kongkiti wrote:^
^
^
โพสข้างบน อ่านผ่านๆ นี่ทำให้แตกตื่นได้เลยนะครับ มี 2 กลุ่มที่แตกตื่น
1. อยากได้ แห่กันไปซื้อ (ลดเยอะเหมือนกันอ่ะนะ :) )
2. กลัว Inventory Loss ของ SIS...ไม่รู้ว่ามี Moto ซักเท่าไหร่ เหมือนกัน

รอผู้รู้จริง มาเฉลย ดีกว่าครับ
ปล. อยากถามนักลงทุนว่า เรื่อง เงินเบิกเกินบัญชี ที่มีค่อนข้างมาก SIS มีแนวทางจัดการอย่างไรครับ
ผมลองถาม IR เรื่องนี้แล้วครับ
IR บอกว่า พอร์ตของ Motorolla นั้น มีน้อยมาก เมื่อเทียบกับ HTC กับ BB

Q2 ที่ลดราคาหนัก จนขาดทุน มาจาก BB ลดราคาเป็นสัดส่วนใหญ่ IR ชี้แจงมาครับ


ส่วนข่าวนี้ น่าเชื่อถือหรือไม่ ไม่สามารถทราบได้ครับ ข่าวลือกัน ข้ามเดือนเลยทีเดียว
แถมจำนวนที่จะได้ลดอย่างนี้มีกี่เครื่องก็ไม่สามารถทราบได้ เพราะของก็ทยอยขายมาเรื่อยๆทั้งปี แถมแทบไม่ได้รับของมาเพิ่มเท่าไร
ข่าว wrote:ข่าวด่วนมาบอก สำหรับคนที่กำลังมองหามือถือใหม่อยู่ช่วงนี้ อดใจรอสักนิดจนถึงวันที่ 4-7 ตุลาคมนี้ จะมีงาน Thailand Mobile Expo 2012 ซึ่งล่าสุดมาข่าวมาจาก admin ของเว็บไซต์ motolism.com ว่า SIS ซึ่งเป็น dealer มือถือเจ้าใหญ่จะทำการทุบราคาเทกระจาดมือถือและแท็บเล็ตของ Motorola ทั้งหมด 6 รุ่น ดังนี้

เรื่องเงินเบิกเกินบัญชี จะค่อยๆลดลง ตามการลดลงของ inventory ครับ


nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3299
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Re: SIS

Posts by nut776 » Tue Aug 28, 2012 2:55 am

kongkiti wrote:^
^
^อยากถามนักลงทุนว่า เรื่อง เงินเบิกเกินบัญชี ที่มีค่อนข้างมาก SIS มีแนวทางจัดการอย่างไรครับ
ส่วนนึงเป็น business nature
เพราะปกติก็ต้องการ wc สูงอยู่แล้ว
และอาจจะมีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม
ในกรณี od ได้มาซื้อสด
แล้วจ่ายดอกน้อยกว่าส่วนลด
key ก็เรื่องเดิมๆ ถ้าหมุนรอบ inv ได้เร็ว
ไม่มีค้าง ก็จะได้กำไร
แต่ยังไงก็ต้อง od
ยิ่งต่อไปยอดขายเยอะ od ก็ต้องมากตามอีก
ยกเว้น เปลี่ยนโมเดลไปได้เลย เหมือนit
คือมีส่วนเงินสดขายเข้ามาในปริมาณที่มีนัยยะ
เพื่อเพิ่มรอบ ar

ปล ที่พูดมาทั้งหมด ผมมั่วคับ

show me money.

torpongpak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2595
Joined: Mon May 11, 2009 11:02 am

Re: SIS

Posts by torpongpak » Wed Aug 29, 2012 7:40 pm

ขอมาติดตามด้วยนะครับ ขอเอาข้อมูลที่ลองไปสำรวจตลาดเมื่่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มาเเลกเปลี่ยนครับ :D
IT Market Survey By Torpongpak

เห็นในห้องITบ่นกันเหลือเกินว่าคู่เเข่งเยอะ วันนี้ผมเลยอยากเปลี่ยนคู่เเข่งเหล่านี้ให้เป็นมิตร กับคำถามง่ายๆว่า
ในเมื่อAdvice, JIB, Banana IT มาเเรงนักใช่ไหม เเล้วเค้าซื้อของของใครมาขายอะ? เลิกงานเลยไปไล่หาคำตอบครับ

วันนี้มาเจาะข้อมูลตลาดค้าปลีกคอมครับ...เพิ่งกลับมาจากห้าง ไปสำรวจตลาดคอมเเละสัมภาษณ์คนขาย...โดยทำทีว่าจะซื้อโน้ตบุ๊คที่ประกันกับSIS

-Advice อั๊ยย๊ะ
-Banana IT
-J.I.B.

ว่ารับของมาจากไหนซื้อขาดรึเปล่า ได้คำตอบดังนี้ครับ

Advice: Dcom+Synnex+SIS(น้อย)
Banana IT: SIS(asus), Synnex(samsung)
J.I.B.: Synnexเกือบยกร้าน ไม่มีของSISเลย

ส่วนCom: Toshiba, Acerจะเป็นศูนย์ของเค้าเอง Samsungจะเป็นบางรุ่นที่เป็นของsamsungเอง ส่วนใหญ่เป็นsynnex

-พวกนี้เวลาซื้อของมาจะซื้อขาด
-Notebookยังขายดี พนักงานขายของJ.I.B.คิดว่าtablatเเทนไม่ได้
-Ultrabookไม่กล้าstockเเพงคงสั่งon demand

ตอนเที่ยงวันนี้(วันจันทร์)ผมคุยกับIR SIS...Warm welcomeมากครับ อยากถามเรื่องinventoryล้วนๆ...
-ตอนนี้ไล่เคลียStock BBอยู่เเละคงจะไม่สั่งเพิ่ม
-คาดว่าQ3/55ยังกระทบอยู่ ทั้งปีไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะกำไรไหม
-ผมถามว่ากลัวBBฟ้องไหม? ผิดสัญญา เค้าบอกว่ามีโอกาสเกิดเเต่น้อยเเละยืนยันจะไม่ให้เกิด
-ผบห.เห็นปัญหาเรื่องBBอยู่ครับ ต้องขอโทษ ผถห. ด้วย....
ผมมองว่าหุ้นกลุ่มนี้ถ้าเรา"ทน"เเละมองข้ามปีได้ น่าจะโอนะ พื้นรึยัง...ไม่ทราบครับ

คนเราจะมีความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีเท่าไร เเต่ขึ้นกับว่า เราพอเมื่อไร
~หลวงพ่อชา สุภัทโท~
o

torpongpak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2595
Joined: Mon May 11, 2009 11:02 am

Re: SIS

Posts by torpongpak » Wed Aug 29, 2012 8:10 pm

ร้อยกว่าหน้า ผมอ่านไม่ไหวครับ ไปเจอSIS & Synexหน้าเดียวเลยนำมาขอเเชร์ครับ อ่านชุดนี้ทีเดียวจบเข้าใจง่ายมากครับ ขอขอบคุณ คุณคนอยากรวยครับ

Code: Select all

เมื่อคนอยากรวยเลือกหุ้น IT : SiS 
ธุรกิจ IT เป็นหนึ่งในธุรกิจที่หลายๆคนมองว่าเป็น "Megatrend"(แม่ะ  คำว่า megatrend นี่เป็นคำหลอกขึ้นดอยที่เหมาะสมจริงๆ)
ธุรกิจไหนก็ตามถ้าอยู่ใน megatrend ขอแค่โตตามเทรนด์ไปได้ก็เยี่ยมแล้ว  ถ้ายิ่งเป็นผู้เล่นชั้นแนวหน้าที่โตได้มากกว่า trend ล่ะก็  มันคือ growth stock หรือ super stock ดีๆนั่นเอง


ธุรกิจ IT ถ้าใครเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ VI ธุรกิจพวกนี้จะถูกด่าและไม่เป็นที่ถูกชะตาชาว VI สักเท่าไหร่  โดยเฉพาะช่วงที่หุ้นดอทคอมบูมและล่มสลายในเวลาอันรวดเร็ว  ทั้งนี้เพราะธุรกิจ IT เปลี่ยนแปลงเร็วมากๆๆๆๆๆๆๆ  คนอยากรวยยังจำได้ว่าตอนม.ปลายใครมีมือถือสักเครื่องนึงก็หรูแล้ว(กว่าคนอยากรวยจะมีมือถือไว้เจ๊าะแจ๊ะกับสาวๆก็ปาไปมหาลัยเลยนะ)  แต่สมัยนี้เชื่อว่าเด็กมัธยมมีเกือบทุกคน(ไม่นับเด็กที่ยากจนจริงๆนะครับ)  ทำให้บางบริษัทล้มหายตายจากไป  บางทีล้มแล้วลุกใหม่อย่าง apple บางทีกำลังล้มอย่าง nokia ทำให้มันจะดูเหมือนเป็น cyclical กลายๆ  เข้าไม่ถูกจังหวะเจ็บตัวเอาง่ายๆ

แล้วทำไมถึงสนใจ SIS  ตัวนี้มีอะไรน่าสนหรอ  คนอยากรวยวัดดวงแบบอสังหาตัวนั้นอีกรึป่าว 
อยากรู้ต้องตามมาดูกันครับ

SIS เป็นบริษัทที่เป็น distributor หรือพูดภาษาบ้านๆคือรับของเค้ามาขายต่อนั่นเอง  แต่เป็นเฉพาะสินค้า IT เช่น smartphone, tablet, notebook, keyboard, mouse, monitor ตลอดจน accessory อื่นๆของคอม  รวมทั้งกล้องและ storage ด้วย
แน่นอนว่าพวกรับของเค้ามาขายกำไรไม่เยอะมากหรอกครับ  เรียกว่า gross profit บางแค่ 5-6% เท่านั้นเอง(บางทีก็น้อยกว่าด้วยซ้ำ)  และพอตัด SG&A ออก  จะเหลือ net profit แค่ 1.X%หรือน้อยกว่าด้วยซ้ำไป เรียกว่า margin บางมากเฉียบก็ว่าได้

อะไรวะ  margin ก็บางเฉียบ  ธุรกิจก็เปลี่ยนแปลงเร็ว  ของเสื่อมสภาพง่าย  มีเอี้ยอะไรน่าสนเนี่ย  ใช่ไหมล่ะครับ ^^

ประเด็นแรกเลยคือ distributor เป็นแค่คนรับของเค้ามาขายครับ  ไม่ได้ผลิตเอง  จึงแค่เลือกอุปกรณ์ที่น่าจะฮิตในแต่ละหมวด  มาขาย  ความเสี่ยงเรื่องการล้าสมัยไม่ใช่ไม่มี  เพียงแต่อยู่ที่ระบบ stock ของ(ออกตัวก่อนว่าส่วนมากสินค้า IT พวกนี้คืนไม่ได้นะครับ  การสั่งมาต้องใช้ความระมัดระวังมาก)  ถ้าสั่งมามากเกินไป  กำไรก็ลดน้อยลงเพราะขายไม่หมด  ต้องลดราคาไม่งั้นสินค้าจะล้าสมัยเร็ว(คิดเอาว่าเอา samsung SII มาขายช้าไปสัก 1 ไตรมาส  จนมีข่าวแพลมๆว่า samsung SIII หรือ note จะออกแล้ว  ยังงี้จะขาย SII ยังงัย  อยากขายได้ก็ต้องลดราคาลง  margin ที่บางอยู่แล้วมันจะบางไปใหญ่)  สั่งมาน้อยเกินไปค่า SG&A ก็ต้องโปรโมทในระดับนึงอยู่แล้ว(เหมือนมี fixed cost) ขายน้อยบางทีกำไรไม่พอค่า SG&A ก็เจ็บตัวไปเอง  ดังนั้นต้องตาแหลมคมว่าจะเอาสินค้าไหนปริมาณเท่าไหร่มาขาย

มีประวัติศาสตร์ที่อเมริกาตื่นทอง  มีคนมากมายไปขุดทองหวังรวย  ท่ามกลางฝูงชนมหาศาล  คนที่รวยได้มีเพียงหยิบมือเท่านั้น  แต่ไอ้ที่รวยแน่ๆทุกคนคือคนที่ขายพลั่วและกางเกงยีนส์ครับ

SIS ก็เปรียบเสมือนคนขายพลั่ว  ขอแค่ธุรกิจ IT ชนะได้  ไม่ต้องสนว่า apple, nokia หรือ samsung จะชนะ SIS ก็สามารถชนะไปด้วยได้ครับ

แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่า distributor ไม่ได้ผลิตเอง  จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะ margin น้อยมากๆ  บางทีการ stock ของผิดพลาดกำไรมันจะร่วงจาก 1.X% เป็น 0.X% ได้เลย  และจริงๆไอ้ 1.X% ก็ต่างกันมากนะครับ  แค่ 1.2% กับ 1.8% ขายได้เท่ากัน  กำไรต่างกันถึง 50% เลย  ดังนั้นระบบ stock ของจึงสำคัญมาก  เพราะกันของพลาดก็ต้องมาลดราคาระบายของอย่างที่บอก 

ประเด็นที่ 2 คือธุรกิจ IT เป็นธุรกิจที่ถูกคาดหวังการโตระดับ 2 digit คือ 10%+ มาหลายปี  และก็ทำได้ทุกปี  และคาดว่าจะโตระดับนี้ได้อีกหลายปี 
อันนี้ลองดูจากคนใกล้ตัวก็ได้ครับ  การบริโภคของคนเมืองมีทั้ง smartphone, tablet และ notebook บางคนมี PC อีก  เรียกว่าค่า gadget ตรงนี้เครื่องละ 10,000+ ทั้งนั้น 

คนอยากรวยยอมรับว่าการบริโภค notebook จะลดลง  แต่อะไรที่มันขนาดเล็กลงๆ  มันจะขายง่ายขึ้นเรื่อยๆ  smartphone ตอนคนอยากรวยอยู่ปี1 ปี2  ราคาแพงมาก  หาคนใช้นับคนได้  พอมาปีท้ายๆเท่านั้นแหละ  ใครไม่ใช้สิแปลก  ยิ่งตอนไปทำงานนี่ทุกคนใช้ smartphone ก็ว่าได้  แต่ notebook มันไม่ค่อยเปลี่ยนกันหรอกนะ  ทั้งๆที่บางที smartphone แพงกว่าด้วยซ้ำ  บางคนเปลี่ยน smartphone ทุก 1-2 ปี  บางคนหนักกว่านั้นมี smartphone 2 เครื่อง  เรียกว่าการบริโภคพวกนี้เป็น lifestyle ในสังคมเมืองไปแล้ว  ถ้าถามว่าใช้ function ที่ให้มาได้ครับมั๊ย  คนอยากรวยว่าแค่ 50% ยังไม่ถึงเลย  ยิ่งเพื่อนผู้หญิงคนอยากรวยนะไม่ต้องพูดถึง  เอาแค่ 20% ใช้ให้มันเกินก่อนเถอะ  ใช้ให้ได้มากกว่าเปิด FB, ถ่ายรูป, เปิดเว็บ(เครื่องสำอาง) หรือเล่น flash game ก่อนแล้วกัน 

แต่คนอยากรวยว่านะ  การใช้มือถือมันคือ lifestyle ไปแล้ว  มันเป็นการบอกบุคลิกหรือเล่าตัวตนผ่านมือถือ  คล้ายๆกับการแต่งกายอย่างนึง  อันนี้ใครอยากรู้ลองไปอ่านเกี่ยวกับธุรกิจเพิ่มเติมดูนะ  เพราะคนอยากรวยไม่ได้เรียนมากทางด้านนี้อาจจะพูดศัพท์วิชาการมากไม่ได้  เพราะพูดมากก็ผิดมาก   เอาเป็นว่ามันเป็นการบ่งบอกตัวตนอย่างนึงคล้ายกับการนั่งแด๊กกาแฟ starbuck(แพงชิบหาย)  หรือการไปเดิน terminal 21 แล้วต้อง check-inให่ชาวบ้านรู้นั่นแหละ  เทียบกับการไปกินกาแฟโบราณตามข้างถนน  หรือการไปเดินประตูน้ำ  จะเห็นว่ามันบ่งบอกตัวตนได้แตกต่างกัน(คนอยากรวยไม่ได้ว่าคนไหนกระแดะหรืออะไรนะ  มันอธิบายได้ด้วยหลัดเศรษฐศาสตร์จริงๆ  แต่คนอยากรวยลืมไปแล้ว 555+)

ไหนจะ tablet อีก  ซึ่ง tablet เป็นการบอก lifestyle อีกอย่างนึงเช่นกัน  และตอบได้ในขณะนี้เลยว่ายังมาแทน notebook ไม่ได้  และคนอยากรวยก็มีทั้ง tablet และ notebook แต่ก็ไม่คิดว่าจะเอา tablet มาแทน notebook เช่นกัน  เพราะ tablet เหมือนเอามาพกติดตัวไว้เล่นมากกว่า  ทำงานหรือเล่นเกมหนักๆจริงต้อง notebook หรือ PC เท่านั้น(แต่ในอนาคตไม่กล้าฟันธงนะ  เพราะถ้า 3-4 ปีก่อนมีคนคิดว่า tablet จะบูม  คนอยากรวยคงหัวเราะฟันหลอแหงๆ  มาตอนนี้อึ้งเลย) 

ส่วนกระแส notebook หรือ PC อาจจะแผ่วๆหน่อยเมื่อเทียบกับ smartphone และ tablet  แต่ขอบอกเลยว่าปัจจุบันครัวเรือนที่มี PC มีแค่เพียง 25%  เรียกว่ายังมีที่ให้โตได้อีกเยอะในยุคที่สินค้า IT มีราคาถูกลง  คนชนชั้นกลางค่อนต่ำเข้าถึงได้มากขึ้น  ยิ่งเด็กยุค Gen Y และ Z ที่เกิดมาพร้อม internet และ technology รอบด้าน  คิดไม่ออกเลยว่าจะอยู่โดยไม่มี notebook สักเครื่องกันได้อย่างไร(ไม่งั้นก็ต้องมี gadget สักตัวล่ะเอ้า !!!)  อันนี้คนอยากรวยว่ามันขายได้เรื่อยๆนะ  อาจจะไม่หวือหวามาก  โตบ้างไม่โตบ้าง  แต่คงไปได้เพราะยังไม่มีอะไรมาแทน notebook ได้ ณ ตอนนี้

คนอยากรวยแอบขอเสนอแนวคิดหน่อยว่า  พวก IT เนี่ยเมื่อไหร่ที่สามารถดึง"ผู้หญิง"เข้ามาเล่นได้  การเติบโตมันจะเพิ่มขึ้นมหาศาล  อย่าง iphone, ipad, BB หรือพวก smartphone หรือ tablet เนี่ย  พอมีผู้หญิงเข้ามาร่วมวงด้วยก็โตเอาๆ  เพราะผู้หญิงมีกำลังซื้อมากกว่าผู้ชาย(เคยอ่านจาก brandageสักเล่ม)  ซึ่งคนอยากรวยว่าจริงมากๆเลยฟร่ะ  เพราะ PC และ notebook ยังไม่สามารถดึงผู้หญิงมาเล่นได้เท่าไหร่(นอกจากสีสันกับยี่ห้อ)  จะบอกว่า"รุ่นนี้ Quad Core เร็วสุดๆ  หน้าจอระดับ HD การ์ดจอระดับเทพ" เชื่อเหลือเกินว่าผู้หญิงคงไม่มาสนใจด้วย  แต่กับ smartphone หรือ tablet ที่มี app ถ่ายรูปโน่นนี่  มี social network ไว้ chat กับเพื่อนฝูง  แทบไม่ต้องดู spec อย่างอื่นเลยครับ  ผู้หญิงซื้อตามกันทั้งนั้น  เอาคำเดิมมาโม้อีกที  "มันเป็น lifestyle"ไปแล้วครับ  แต่ถ้าวงการ notebook หรือ PC ดึงผู้หญิงลงมาด้วยได้  คงจะได้เห็นการโตระดับเทพกันอีกทีน่ะครับ 
ลองดูอย่างวงการเกมส์ครับ  เครื่อง Wii ยอดรายระเบิดระเบ่อเพราะดึงกลุ่มผู้หญิงมาเล่นเกมติงต๊องๆได้  sony กับ microsoft ที่เข้าถึงผู้เล่นเกมจริงๆได้นั่งมองกันตาปริบๆเลย

ทั้งหลายที่แหล่ที่โม้มาเพื่อที่จะสนับสนุนความคิดของคนอยากรวยว่าวงการ IT พวก gadget หรือ accessory ต่างๆน่าจะโตได้อีกหลายปี  ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยของ smartphone ยุคของ tablet หรือยุคของ ultrabook ที่คาดว่าจะมาในอนาคต(ใครสนใจลองดูข้อมูล ultrabook ดูนะครับ  คร่าวๆคือ notebook ที่บางมากๆแบบ macbook air นั่นแหละ)  IT มันก็น่าจะโตไปได้อีกหลายยุคหลายสมัย

หลายคนอาจจะสงสัยว่าของ IT มันขายได้เยอะขึ้น  แต่ราคาก็ลดลงด้วย  แล้วมันจะโตหรอ  ที่ผ่านมา 15 ปีก็โตมาตลอดในแง่ของรายได้ครับ  ปี 54 ขายได้ 95,000ล้าน(ทั้งอุตสาหกรรม)  โตมาจาก 80,000 ล้านและ 70,000 ล้านจากปีที่แล้ว  และปีนี้ก็คาดว่าน่าจะแตะ 100,000 ล้านได้  เรียกว่าได้ปีละ 2 digit ตามที่อุตสาหกรรมโม้ไว้แหละครับ
เลยขอตอบคำถามข้อนี้ว่า  พอมันราคาถูกลง  คนก็ซื้อและเข้าถึงมันได้มากขึ้น  ทำให้ใช้กันฟุ่มเฟือยมากขึ้น  สมัยก่อนมือถือเครื่องนึงใช้กันเป็นหลายปี  สมัยนี้ไม่กี่เดือนบางทีก็ขายไปซื้อเครื่องใหม่มากันแล้ว  เมื่อเทียบราคากับปริมาณ  ปริมาณยังวิ่งนำหน้าอยู่อีกมาก  และยิ่งของราคาถูกลง  เราก็จะซื้อมากๆอีก  สมัยนี้มี smartphone, tablet, notebook และ PCตั้ง 4 อย่าง  ขอถามเลยว่าเมื่อ 5 ปีก่อนมีกันกี่อย่างครับ  แล้วตอนนี้มีกี่อย่าง  และต่อๆไปอีกสัก 5 ปีจะมีกี่อย่างก็ยังตอบไม่ได้เลยครับ

โม้มาเยอะจริงๆแฮะวงการ IT เนี่ย  เพราะคนอยากรวยอยู่คาบเกี่ยวระหว่าง Gen X กับ Gen Y ทำให้รู้เรื่องพวกนี้บ้าง  และเชื่อว่าหลายๆคนก็เชื่อว่ามันไปต่อได้เหมือนคนอยากรวยใช่ม้า 555+

กลับมาดูที่ SIS กันบ้าง  SIS นับเป็น distributor ที่มี marketshare อันดับ 1 และชิง marketshare มาได้ทุกปี โตจาก 19% มาเป็น 24% ในปีที่แล้ว(แต่กำไรว่ากันอีกทีนะ)
มีอันดับ 1 ก็ต้องมีอันดับ 2 ตัวที่ขับเคี่ยวกันมาคือ Synex หรือที่หลายๆคนรู้จักในชื่อ Synnex ประกันเทพของอุปกรณ์ IT  ซึ่ง Synex ก็มี marketshare ระดับ 2X% เช่นเดียวกับ SIS เรียกว่าศึกษา 2 ตัวเทียบกันได้เลยครับ  คล้ายๆ BLA กับ SCBLIF นะคนอยากรวยว่า  ของที่คล้ายก็คล้ายๆกัน  แต่ deep in details จะต่างกันนิดนึงคือ
- Synex ขายพวก HDD และ accessory ต่างๆมากกว่า SIS
- Synex เน้นตลาด ตจว ส่วน SIS เก่งใน กทม และปริมณฑล
- Synex ระบบ stock ของทันสมัยมาก  เรียกว่าดีกว่า SIS อยู่บ้าง
- Synex เน้นลงทุนใน Asset แต่ SIS เน้นเช่าที่มากกว่า

คนอยากรวยว่า SIS ดู underperform กว่า Synex อยู่นิดนึง  ทั้งปัจจุบันและอนาคต  แต่อย่างไรก็ต้องไม่ลืมว่ายอดขายของ SIS มากกว่า Synex  ดังนั้นถึงจะให้ SIS underperform Synex ก็ไม่ควรให้มากเกินไป

และที่ SIS น่าสนใจกว่าเพราะ SIS stock ของพลาดตอน Q3 โดยสั่ง BB มามากเกินไปเพราะคิดว่าจะขายดี  แต่แล้วก็ stock ผิด  ครั้นจะระบายของก็เจอน้ำท่วมมา double kill อีก  ทำให้ของเก่าระบายไม่ออก  ของใหม่ก็ขายไม่ได้  แถมเก่งตลาด กทม  เจอน้ำท่วมแทบไม่ต้องทำมาหากิน  ราคาก็ต้องร่วงตามระเบียบ  แต่เจอหนักกว่า Synex ก็ร่วงหนักกว่า

Synex เรียกว่าทั้งเก่งและเฮง  เพราะ Synex stock ของไม่พลาด  แถมมี stock HDD ไว้เยอะ(พี่แกดังด้านนี้อยู่แล้ว)  นอกจากจะระบายของได้แล้วยังระบายได้ราคาดีอีก  เลยไม่ทรุดมาก  แถมยังมีตลาด ตจว ไว้รองรับด้วย  ยอมรับว่าเก่งและมีโชคครับ  นัดนี้ Synex ชนะแบบ RSC outcalss SIS เลย  และจากเหตุการณ์ดังกล่าว Synex ใน Q1 ฟื้นแทบจะสมบูรณ์แล้วครับ  แต่ SIS ยังต้องลุ้นอีกเยอะครับ 555+

จะบอกว่า SIS ราคาต้องตกมากกว่า Synex ก็ไม่ผิดครับ  แต่ตอนนี้ SIS market cap 2,200m แต่ Synex market cap 3,500m  เรียกว่าต่างกัน 60% เลย  คิดยังงัย SIS ก็ไม่น่า underperform Synex ขนาดนั้นครับ  และถ้าถามว่าปัญหาของ SIS จะใช้เวลาแก้ไขนานแค่ไหน  และปัญหาจะ sustain หรือไม่  คนอยากรวยแอบตอบแบบมั่นใจนะครับว่าน่าจะแก้ได้ในปีนี้ค่อนข้างแน่นอน  ถ้าไม่เกิดอาเพศน่าจะแก้ได้ตั้งแต่ 2H55 แหละน่า

โม้มายาวมากๆๆๆๆๆๆๆ  คนอยากรวยว่าเรามาวิเคราะห์กันดีกว่านะครับ

วิเคราะห์เชิงปริมาณ


1. ธุรกิจพวกนี้  งบดุลจะมีความสำคัญตรงลูกหนี้การค้า  และเจ้าหนี้การค้าครับ  ขอใช้ศัพท์หรูๆว่า account recievable และ account payable ครับ  ย่อๆได้ว่า A/R และ A/P ครับ  หลักการจำง่ายๆคือ recieve แปลว่าได้รับเงิน  คนที่เราจะได้รับเงินก็คือลูกหนี้การค้า  ส่วน pay ก็คือจ่ายเงิน  และคนที่เราต้องจ่ายเงินให้ก็คือเจ้าหนี้การค้าครับ 
มาแนะนำให้คิดตามหลักความเป็นจริงอีกแล้วครับ  เวลาเราติดหนี้ใคร  ชอบคืนช้าหรือคืนเร็วครับ  แล้วเวลาใครติดหนี้เราอยากให้คืนช้าหรือคืนเร็วเช่นกันครับ
ตอบง่ายๆเลยว่าเวลาเราติดหนี้ใคร  เราชอบคืนช้าๆ  แต่เวลาเก็บหนี้เราชอบเก็บเร็วๆครับ(เ-ี้ยมั๊ยล่า) 

ดังนั้นทางบัญชีเลยคิด financial ratio มาให้ใช้คือดูว่าเราให้เครดิตลูกค้ากี่วัน  และเจ้าหนี้ให้เรากี่วันครับ  โดยเอารายได้คิดเป็นเดือน(คือถ้างบไตรมาสก็หาร 3  งบปีก็หาร 12)  มาหารด้วยเจ้าหนี้การค้าหรือลูกหนี้การค้า  เทียบบัญญัติไตรยางค์ออกมาเป็นเดือน  หรือจะเป็นวันเป็นวินาทีก็แล้วแต่ชอบครับ  อิอิ

เช่น งบ Q1 มีรายได้ 5,500m  มี A/R 2,100m และ A/P 1,700m  ก็แปลว่าขายได้เดือนละ 1,830m  ดังนั้นเราให้เครดิตลูกหนี้ 1.14 เดือนหรือประมาณ 34 วัน  ส่วนเจ้าหนี้จะมาเอาตังเรา 0.93 เดือนหรือ 28 วันครับ

ซึ่งในธุรกิจพวกนี้  วันจะอยู่ที่ 30-40 วันครับ  ปกติระดับ SIS หรือ Synex ควรจะอยู่ที่ 2X วันด้วยซ้ำ  แต่อาจจะเพราะ SIS ยอมๆลูกค้าให้แปะโป้งนานขึ้นนิดนึง  วันอาจจะเลยเถิดไปบ้างแต่ไม่น่าเกลียดอะไร  ส่วนเจ้าหนี้ถ้าจ่ายเร็วอาจจะได้ส่วนลดเลยต้องกดเงินจากแบงค์มาจ่ายครับ(ยอมเสียดอกว่างั้นเหอะ)

ซึ่งเงินกู้ยืมระยะสั้นจากแบงค์เพื่อเอามาเพิ่มรอบในการทำกำไรครับ  เพราะถ้ามัวแต่รอให้ลูกหนี้จ่ายครบก็ไม่ต้องเอาเงินไปซื้อของกันพอดี(ในความเป็นจริงไม่ได้จ่ายตรงทุกคนนะครับ)  ทำให้ต้องยอมเสียดอกกู้จากแบงค์บ้าง  ซึ่งเงินกู้พวกนี้ไม่มีสินค้ากู้ไม่ได้นะครับ  ไม่เหมือน O/D ซะทีเดียว

อันนี้เท่าที่กวาดสายตาดูในงบก็ไม่มีปัญหาอะไร  อาจจะมีดอกจากเงินกู้แบบที่ว่าเยอะนิดนึง  คือเสียถึง 19m จากกำไร 60m  แต่ทำยังงัยได้  มันต้องหมุนสินค้า  และคาดว่าถ้ากลับสู่สภาวะปกติ  กู้เสียดอกเยอะๆแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นอีกนะครับ

ส่วนที่ต้องดูอีกก็คือ  การ stock ของ  เพราะสินค้า IT เป็นสินค้าล้าสมัยเร็ว  stock มาเกินไปกำไรจะหดเยอะครับ  บางทีต้องมาขายขาดทุนด้วยซ้ำ  วิธีการดูคือเอางบดุลเนี่ยแหละส่วนสินค้าคงเหลือ  มาหารด้วยต้นทุนสินค้า  อันนี้อย่าไปสับสนกับ A/R และ A/P เพราะเวลาเราขายของให้ชาวบ้านได้มาเป็นรายได้  ต้องเอารายได้ไปหาร  แต่สินค้าคงเหลือเราบันทึกเป็นราคาทุน  เราต้องเอาต้นทุนมาหารครับ  ขอพูดอีกทีนะครับ  "เข้าใจแบบพ่อค้า"ครับ ^^

จากงบ Q1 ต้นทุน 5,275m และสินค้าคงเหลือ 3,760m  แสดงว่าต้นทุนต่อเดือนคือ 1,758m  แสดงว่า stock สินค้าไว้ 2.14 เดือนหรือประมาณ 64 วัน  ถามว่ามากมั๊ย  ตอบสั้นเลยว่ามากโขอยู่ครับ  สินค้า IT stock ไปตั้งขนาดนั้นล้าสมัยง่ายมาก(เทียบกับ Synex แค่ 33 วัน  เรียกว่า Synex ฟื้นตัวแทบจะเต็มที่แล้ว  และระบบ stock ของดีกว่าชัดเจน)  และนี่เองที่เป็นปัญหาให้ SIS ต้องแก้อีกอย่างน้อย 1Q  และ Q นั้น margin น่าจะยังไม่ปกติด้วย  เพราะต้องระบายของออก

ส่วนตรงนี้ก็จะมีสูตรเล็กๆน้อยครับ  ทางบัญชีเค้าชอบยัดเยียดอะไรมาให้เยอะแยะเลย  คือคำว่า inventory day ก็คือวันที่ stock ตามสูตรข้างบนแหละครับ  ส่วนอีกคำคือ inventory turnover คือการทำรอบใน 1 ปี  พูดง่ายๆว่าเวลาเราขายของ  เราก็อยากขายหลายๆรอบ  วิธีคิดก็แค่เอา ต้นทุนมาหารด้วยสินค้าคงเหลือ  แล้วคูณ 365  ดูคุ้นๆไหมครับ  ก็แค่เอาวันที่ stock ของมาหาร 365 นั่นแหละ 
อธิบายตามแบบพ่อค้าคือ  แก stock ของไว้เดือนนึง  แสดงว่า 1 ปี  แกขายของได้ 12 รอบ  ถ้า stock แค่ 15 วันก็จะขายได้ 24 รอบ  แค่นั้นเองครับ  บัญชีชอบทำอะไรให้งง 555+
ฉะนั้นเราก็อยาก stock ของน้อยๆ  เพื่อทำรอบเยอะๆครับ(แต่บางธุรกิจอาจจะแปลกออกไปบ้างคือบางทีต้อง stock ของกันราคาผันผวน  โดยเฉพาะพวก commodity)  และ inventory day X inventory turnover = 365 ครับ 
ถ้าเข้าใจหลักการพวกนี้  จะไปประยุกต์ใช้ยังงัยก็ตามสะดวกเลยครับ

งบดุลคร่าวๆก็ดูประมาณนี้แหละครับ

สรุปว่าเรื่อง A/P และ A/R ของ SIS ดูไม่ผิดปกติ  แต่ stock ของเยอะมาก  ต้องหาทางระบาย  ซึ่งอาจจะทำให้ได้ margin ต่ำลง(ไปอีก)  และอาจจะต้องกู้เงินเสียดอกมาขึ้นเพื่อเร่งทำรอบ  ซึ่งตรงนี้คือปัญหาทั้งหมดของ SIS ตอนนี้แหละครับ  คิดว่าในอนาคตอันใกล้แก้ได้หรือไม่ได้ล่ะครับ ^^

2. งบกระแสเงินสด  ขอผ่าน  เพราะธุรกิจพวกนี้ต้องกู้เงินเพื่อจะโตอยู่แล้วครับ  ไม่งั้นมัวแต่รอเงินจากลูกหนี้มาจ่าย  จะทำให้ทำรอบได้น้อยและโตช้าครับ  การกู้จะคล้ายๆ OD แต่ต้องมีสินค้าถึงจะกู้ได้  รู้สึก SIS จะสามารถกู้ได้ถึง 6,000m  อาจจะเสียดอกมากน้อยแล้วแต่ครับ  ดังนั้น CF ติดลบอยู่แล้ว = ="

3. ยอดขาย Q1 ได้ถึง 5,500m เป็นที่ 1 ของอุตสาหกรรม  แต่กำไรบางเฉียบแค่ 0.48% หรือ 27m เท่านั้น  (ในขณะที่ Synex ราวๆ 5,100m แต่ขานั้นกำไร 1.6%  โฮ่ๆๆๆๆ  ต่างกันกว่า3เท่า )  สาเหตุก็เพราะอย่างที่บอกแหละครับ  ส่วน Synex ฟื้นกลับมาเร็วมากเช่นกัน
คาดว่า Q2 น่าจะฟื้นนิดนึง  แต่ยังไม่เต็มที่  ยอดขายเห็นว่าเดือนเมษาและต้นพฤษภาตกทั้งอุตสาหกรรมโดยไม่ทราบสาเหตุ  แต่คิดว่า 5,000m น่าจะขายได้  เอา margin สัก 1% ก็จะได้กำไรสัก 50m 
โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า 2H55 น่าจะฟื้นตัวเต็มรูปแบบ(ถ้าไม่มีน้ำท่วมอีก)  ยอดขายพวกนี้ปกติจะมาบวม Q3 แต่ Q4 จะ drop ลง  แต่ขอคิดแบบไม่ conservative มากว่าน่าจะได้สัก 12,000m margin 1.5%(จริงๆถ้าฟื้นเต็มที่ควรจะได้ 1.7X% แบบที่เคยทำได้ด้วยซ้ำ)  ก็จะได้กำไร 180m

และ X+Xx+XXX =XXXm หาร 232ล้านหุ้นก็จะได้ EPS XX บาท

ซึ่งขอบอกว่าที่ประมาณตรงนี้ยอดขายประมาณปีที่แล้วเอง  ซึ่งขนาด Q1 ที่ดูซบเซายังโต  เลยคิดว่าทั้งปีน่าจะได้มากกว่านี้  โดยแอบหวังไว้ว่าน่าจะได้ 24,000-25,000m ครับ  ส่วน %margin ขอบอกว่ากะเอา  แต่ conservative แล้ว(นิดนึง)

ซึ่งราคาวันนี้ XX บาท  PE ก็ประมาณเกือบๆ X(ซึ่งปกติ PE SIS อยู่ที่ 7-8  แต่ต้องยอมรับว่าเจอสถานการณ์ไม่ปกติ  ทำให้ครึ่งปีแรกออกมาไม่ดี)

แอบแถม Synex ให้  รายนี้ฟื้นเต็มที่แล้ว  คาดว่ารายได้รวมกัน 3Q น่าจะได้เท่ากันคือ...Sensor  :juju: 
ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือปีต่อๆไปหลังจาก SIS ฟื้นเต็มที่ต่างหาก....Sensor :juju: 

เชิงคุณภาพโม้เรื่อง IT ไปหมดแล้ว  จะมาบอกเล่ากันอีกนิดคือปกติคู่ค้ากับ distributor จะช่วยเหลือกันนะครับ  เค้าจะไม่กดราคาจน margin ต่ำติดดินและอยู่ไม่ได้  เพราะเค้ามาขายเองก็ไม่คุ้มครับ  จะมีการแอบช่วยกันอยู่ภายใน  เช่นของอันนี้ขายไม่ได้คู่ค้าก็อาจจะช่วยออกเงินสนับสนุนการขายให้บ้าง  หรือบางทีก็มีฝากขายไอ้โน่นไอ้นี่มาบ้าง  เรียกว่าพึ่งพิงกันมากกว่าเอาเปรียบกันครับ

ข้อเสียของธุรกิจนี้หรือ SIS คือ
1. ไม่มี DCA คุณไม่มีวันรู้จัก SIS หรือ Synex หรอก  แล้วก็ไม่เลือกด้วยว่าเป็นของใคร  ซื้อไปหมดนั่นแหละ  บางทีของหิ้วทำให้ distributor ต้องปวดหัวมาก  อันนี้ก็ตามแก้กันไปนะของเถื่อน
2. barrier of entry มีบ้าง  คือเข้ามาทำน่ะไม่ยาก  แต่รอดยาก  มีอย่างที่ไหนขายของ 20,000m กำไร 300m  เรียกว่าขายคอมเครื่องนึง 20,000 กำไรออกมา 300 บาท  เอาเวลาไปขายข้าวยังได้เยอะกว่าเลย ทำให้สายป่านต้องยาวเล็กน้อย  ธุรกิจพวกนี้เหนื่อยและต้องรับผิดชอบเยอะ  นอกจากจะกำไร 300 แล้วบางทีต้องคอยดูแลต่อด้วย(แต่จริงๆของ margin เยอะก็มีอยู่นะ  พวก smartphone margin เยอะอยู่  รู้สึกจะราวๆ 5% เลยมั๊ง)
3. margin บางเฉียบ ทำให้ stock ของพลาดทีเข้าตัวลึกเลย  แต่ในระยะเวลา 10ปี  SIS เพิ่งจะมาพลาดเอง  ส่วน Synex ยังเอาตัวรอดได้ตามปกติ
4. หูตาต้องไวและคม  เลือกของผิดทีก็เป็นแบบ SIS ได้  จริงๆการคาดการณ์ผิดในวงการนี้คงมีอยู่เรื่อยๆ(ใครจะไปเดาออกหมดว่าอะไรจะฮิตบ้างจริงไหม)  แต่ระบบ stock และระบายของต้องดีพอจะไม่ทำให้ margin เสียหาย  แต่ถ้าเลือกมาไม่ดีบ่อยก็แย่เกินไป  อันนี้ต้องตามดูกันนิดนึง

สรุปคร่าวๆที่ SIS น่าสนใจเพราะราคาร่วงมาเยอะ  ทั้งที่พื้นฐานไม่ได้เปลี่ยน  และปัญหาที่เกิดขึ้นแม้จะยังแก้ไม่หมด  แต่แก้ได้น่าจะแน่นอน
ที่สำคัญคือคนอยากรวยว่า IT คือธุรกิจผู้ชนะ  และ SIS น่าจะชนะตามไปด้วย

Sensor :juju: 

หมดปีมาดูกันเช่นเคย  หุหุ 
บางอย่างผมขออนุญาติSesorต้นฉบับนะครับ ไปอ่นฉบับเต็มได้ตามนี้
http://yak-ruay.blogspot.com/2012/05/it-sis.html

อย่างไรก็ตามพี่เเกซื้อตัวนี้เเล้วมาcut lossทีหลัง...บทความต่อเนื่องครับ
http://yak-ruay.blogspot.com/2012_08_01_archive.html

คนเราจะมีความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีเท่าไร เเต่ขึ้นกับว่า เราพอเมื่อไร
~หลวงพ่อชา สุภัทโท~
o

User avatar
kongkiti
Verified User
Posts: 5828
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: SIS

Posts by kongkiti » Wed Aug 29, 2012 9:38 pm

ขอบคุณ คุณ Real-VI และ คุณ nut776 ครับ
ดูแล้วปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากของ SIS จริงๆ จากงบฯ Q2/12
เงินสด 156 MB
ลูกหนี้การค้า 3,063 MB (มีหนี้เกินกำหนดชำระประมาณ 938 MB -> 30%)
สินค้าคงเหลือ 3,023 MB
เงินกู้ระยะสั้น -3,236 MB
เจ้าหนี้การค้า -2,446 MB

หักกลบลบหนี้แล้วก็ยังตึงๆ คงต้องลุ้นกันปีหน้านะครับ รอฟัง oppday ตามที่คุณ sorawut แนะนำละกันครับ :)

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

User avatar
Chicken and Egg
Verified User
Posts: 230
Joined: Sun Jan 31, 2010 8:38 pm

Re: SIS

Posts by Chicken and Egg » Sun Sep 02, 2012 12:20 pm

kongkiti wrote:ขอบคุณ คุณ Real-VI และ คุณ nut776 ครับ
ดูแล้วปีนี้เป็นปีที่ยากลำบากของ SIS จริงๆ จากงบฯ Q2/12
เงินสด 156 MB
ลูกหนี้การค้า 3,063 MB (มีหนี้เกินกำหนดชำระประมาณ 938 MB -> 30%)
สินค้าคงเหลือ 3,023 MB
เงินกู้ระยะสั้น -3,236 MB
เจ้าหนี้การค้า -2,446 MB

หักกลบลบหนี้แล้วก็ยังตึงๆ คงต้องลุ้นกันปีหน้านะครับ รอฟัง oppday ตามที่คุณ sorawut แนะนำละกันครับ :)
ฟังจาก Synex คาดว่าโดน HTC effect เข้าไปครับผม โดน supplier ข่มขืนให้รับสินค้ามามาก ทับถมกับปัญหา Stock เดิมที่พยายามระบายอยู่

Synex บอกว่าต่อรองให้ HTC รับสินค้ากลับไปสำเร็จ และจะไม่ยอม รับสินค้าที่เกินกว่าที่คิดว่าจะขายได้ ถ้าของหมดแล้วค่อยสั่งใหม่ (อันนีัสำหรับ HTC)

เด๋ว ใน opp day ลองฟังดูว่า SIS ต่อรองกับ HTC ได้สำเร็จมากน้อยเท่าใหร่ครับผม


Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: SIS

Posts by Real-VI » Mon Sep 03, 2012 5:01 am

ประเด็นหลัก

PROTOTYPE NOKIA LUMIA 820
ตัวเครื่องมีลักษณะคล้ายๆกับภาพ Render ที่หลุดออกมาเมื่อวาน แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่คล้ายบ้างในส่วนขอฝาหลังเองตัวพวกตำแหน่งกล้องหรือ LED Flash เองอาจจะยังไม่เหมือนกันเท่าไรนัก ตามรายงานได้ยืนยันว่าตัวเครื่องที่เห็นในภาพนั้นยังเป็นแค่เครื่อง Prototype เท่านั้น ตัวจริงอาจจะมีการเปลี่ยนลักษณะไปอีกบ้างเล็กน้อย

MOTOROLA อาจเปิดตัวอุปกรณ์ไร้ขอบ
มีรายงานใหม่ล่าสุดเข้ามาว่าทาง Motorola กำลังทำ Smartphone ที่ไร้ของจอออกมา ส่งผลให้หน้าจอเป็นแบบ edge-to-edge นั่นเอง ด้านหน้าจะมีแต่หน้าจอเท่านั้น ซึ่งก็ส่งผลดีต่อการออกแบบ แต่ก็อาจจะมีข้อเสียบ้างในแง่การใช้งาน
อุปกรณ์ไร้ขอบที่ว่านี้ตามรายงานยังระบุด้วยว่าทาง Motorola จะนำไปเปิดตัวร่วมกับทาง Verizon ในวันที่ 5 กันยายนนี้

HTC
ข่าวเกี่ยวกับอุปกรณ์ Windows Phone 8 ของทาง HTC ดูเงียบๆไปช่วงพักหลังแต่ว่าเมื่อวานนี้เองเพิ่งมีภาพ Render ของ HTC Accord ออกมา ตัวเครื่องเองถูกอ้างว่าเป็น Windows Phone 8 จาก HTC แต่ว่าล่าสุดมีข่าวออกมาอีกว่าทาง HTC จะนำเทคโนโลยี Beats Audio ไปลงบน Windows Phone 8 ของตัวเอง  Windows Phone 8 รุ่นใหม่จาก HTC หลุดออกมาจากบัญชีทวิตเตอร์ที่เป็นสมาชิกของ XDA-Developer และมีชื่อว่า Football4PDA ซึ่งมือถือรุ่นใหม่จาก HTC รุ่นนี้เค้าบอกว่ามันชื่อว่า HTC Accord และมีสีตัวเครื่องออกม่วง มาพร้อมกับซีพียู dual-core MSM8960 (Snapdragon S4)  ความเร็ว 1.5GHz มีหน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว 720p Super LCD2 และมาพร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวีดีโอได้ 1080p สามารถใส่ microSD ได้ และสนับสนุน NFC




_______________________________________


MOTOROLA อาจเปิดตัวอุปกรณ์ไร้ขอบ มีแต่หน้าจอ!
โดย Bluecosmos


มีรายงานใหม่ล่าสุดเข้ามาว่าทาง Motorola กำลังทำ Smartphone ที่ไร้ของจอออกมา ส่งผลให้หน้าจอเป็นแบบ edge-to-edge นั่นเอง ด้านหน้าจะมีแต่หน้าจอเท่านั้น ซึ่งก็ส่งผลดีต่อการออกแบบ แต่ก็อาจจะมีข้อเสียบ้างในแง่การใช้งาน


อุปกรณ์ไร้ขอบที่ว่านี้ตามรายงานยังระบุด้วยว่าทาง Motorola จะนำไปเปิดตัวร่วมกับทาง Verizon ในวันที่ 5 กันยายนนี้ โดยตัวเครื่องจะรองรับระบบ LTE ด้วย แต่ก็ไม่น่าแปลกอะไรเท่าไรนัก แต่ในวันที่ 5 กันยายนนั้นเป็นวันเดียวกับที่ทาง Nokia มีคิวเปิดตัว Windows Phone 8 ของตัวเองด้วย งานนี้ช้างชนช้างพอสมควร

ที่น่าสนใจก็คือว่าตอนนี้ Motorola นั้นเป็นของ Google ไปแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าเทคโนโลยีออกแบบไร้ขอบแบบนี้อาจจะเป็นของ Google ก็ได้ หรืออาจจะมี Google ให้ความร่วมมืออยู่เบื้องหลัง ส่งผลให้อุปกรณ์ตัวลืออย่าง Galaxy Nexus รุ่นใหม่นั้นอาจจะเป็นเครื่องที่ใช้การออกแบบแบบไร้ขอบก็เป็นไปได้ หรือว่าอาจจะมีขอบแต่ว่าเป็นขอบที่บางมากๆก็เป็นไปได้ครับ

*ภาพด้านบนยังเป็นแค่ภาพแต่งไม่ใช่ภาพจริงครับ

ที่มา: phonearena
http://www.mxphone.net/020912-motorola- ... ll-screen/

______________________________________


ลือ HTC เตรียมจับ BEATS AUDIO ลงอุปกรณ์ WINDOWS PHONE 8 ของตัวเอง
โดย Bluecosmos

ข่าวเกี่ยวกับอุปกรณ์ Windows Phone 8 ของทาง HTC ดูเงียบๆไปช่วงพักหลังแต่ว่าเมื่อวานนี้เองเพิ่งมีภาพ Render ของ HTC Accord ออกมา ตัวเครื่องเองถูกอ้างว่าเป็น Windows Phone 8 จาก HTC แต่ว่าล่าสุดมีข่าวออกมาอีกว่าทาง HTC จะนำเทคโนโลยี Beats Audio ไปลงบน Windows Phone 8 ของตัวเอง


หลังจากที่มีรายงานว่า Beats กับทาง HTC นั้นมีปัญหาแตกหักกัน แต่ว่าช่วงหลังๆเองดูเหมือนว่าจะออกมาเกี่ยวก้อยกันแต่ก็ไม่รู้ว่าเบื้องลึกเบื่อในเป็นยังไง แต่ว่าล่าสุดเองมีรายงานว่า HTC จะนำ Beats กลับมาลงบน Smartphone ของตัวเองอีกครั้ง แต่จะมาในร่าง Windows Phone 8 ด้วย ที่จริงก่อนหน้านี้เองมีรายงานออกมาว่าทาง Beats อยากจะทำ Smarphone เป็นแบรนด์ของตัวเองออกมาแต่มีทาง HTC เป็นผู้ผลิตให้ แต่ว่าก็เงียบๆไปต้องดูกันว่าจะเป็นยังไงครับ

ที่มา: PocketNow
http://www.mxphone.net/010912-rumor-htc ... s-phone-8/

____________________________________


Windows Phone 8 จาก HTC จะใช้ชื่อว่า HTC 8X ?
โพสโดย : whatphone
 
มีภาพหลุดของมือถือ Windows Phone 8 รุ่นใหม่จาก HTC หลุดออกมาจากบัญชีทวิตเตอร์ที่เป็นสมาชิกของ XDA-Developer และมีชื่อว่า Football4PDA ซึ่งมือถือรุ่นใหม่จาก HTC รุ่นนี้เค้าบอกว่ามันชื่อว่า HTC Accord และมีสีตัวเครื่องออกม่วง มาพร้อมกับซีพียู dual-core MSM8960 (Snapdragon S4)  ความเร็ว 1.5GHz มีหน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว 720p Super LCD2 และมาพร้อมกล้อง 8 ล้านพิกเซล บันทึกวีดีโอได้ 1080p สามารถใส่ microSD ได้ และสนับสนุน NFC

หน้าตาของ HTC Accord ที่หลุดออกมา



มาวันนี้เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์คนเดิม ก็เผยภาพหลุดของคู่มือการใช้งาน Windows Phone 8 จาก HTC อีกรอบ ซึ่งรุ่นนี้นั้นมีชื่อตามคู่มือว่า HTC 8X และนอกจากนี้ก็ยังมีภาพของไดอะแกรมแสดงแผนผังตำแหน่งปุ่มต่างๆของ HTC 8X รุ่นนี้ ซึ่งดูจากหน้าตาแล้วคือตัวเดียวกันกับ HTC Accord เลยครับ ที่น่าสนใจก็คือ Windows Phone 8 รุ่นนี้มีไฟเตือน LED Notification ติดตั้งมาด้วย

ซึ่งก็ทำให้น่าจะเข้าใจได้ว่า Windows Phone 8 รุ่นล่าสุดของ HTC นั้นจะมีชื่อว่า HTC 8X


ที่มา : http://www.pocket-lint.com
http://www.whatphone.net/news/HTC-8X-is ... -1998.html

__________________________________

มากันอีกทีภาพหลุดเครื่อง PROTOTYPE NOKIA LUMIA 820
โดย Bluecosmos

เมื่อวานนี้เองเพิ่งมีภาพ Press shot ของตัวเครื่อง Lumia WP8 ใหม่ทั้ง 2 รุ่นออกมา แต่ภาพ Press เองก็ยังยืนยันอะไรแน่ชัดไม่ได้นักเพราะทำ Render ขึ้นมาง่ายมาก แต่ล่าสุดวันนี้เองมีภาพของเครื่อง Prototype ของเครื่อง Lumia 820 ออกมาแล้ว


ตัวเครื่องมีลักษณะคล้ายๆกับภาพ Render ที่หลุดออกมาเมื่อวาน แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่คล้ายบ้างในส่วนขอฝาหลังเองตัวพวกตำแหน่งกล้องหรือ LED Flash เองอาจจะยังไม่เหมือนกันเท่าไรนัก ตามรายงานได้ยืนยันว่าตัวเครื่องที่เห็นในภาพนั้นยังเป็นแค่เครื่อง Prototype เท่านั้น ตัวจริงอาจจะมีการเปลี่ยนลักษณะไปอีกบ้างเล็กน้อย

ตามรายงานยังระบุด้วยว่าตัวเครื่องใช้งานเป็น Windows Phone 8 ซึ่งก็คงเป็นแบบนั้นแต่ว่ามีรายงานที่ประหลาดอยู่อย่างนึงก็คือว่า RAM ของตัวเครื่องจะมีแค่ 335MB เท่านั้น ซึ่งมันดูน้อยแปลกๆยังไงพิกล

ที่มา: PocketNow
http://www.mxphone.net/010912-photo-lea ... lumia-820/


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: SIS

Posts by Kritkarun » Mon Sep 03, 2012 9:48 am

โมโตโรลา ยุติมือถือในเอเชีย ไม่คุ้มค่าธุรกิจ
โมโตโรลาประกาศเลิกทำตลาดเอเชีย ด้านตัวแทนในไทยยันขายจนหมดสต๊อกและรับประกันบริการ
รายงานข่าวจากเว็บไซด์ในต่างประเทศ เปิดเผยว่า โมโตโรลาได้ปิดสำนักงานในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งยุติการทำธุรกิจและการทำตลาดโทรศัพท์มือถือแบรนด์โมโตโรลา รวมถึง
ประเทศไทยและอีกหลายประเทศในเอเชีย ยกเว้น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย จีน และ ญี่ปุ่น พร้อมเลิกจ้าง
พนักงาน 20% ของทั้งหมด

07:45 03/09/2012
สรุปข่าวการตลาด หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
3 ก.ย.--โพสต์ทูเดย์ Distributor - Bisnews AFE

ไปแล้ว 1 นะ SIS


User avatar
Java The Boy
Verified User
Posts: 497
Joined: Wed Apr 18, 2007 10:53 pm

Re: SIS

Posts by Java The Boy » Mon Sep 03, 2012 10:43 am

ตอนนี้ SIS ได้กลับมาทำสินค้า Component ของ Asus แล้วโดยเริ่มจาก Mainboard หลากหลายรุ่น
ในขณะที่ Dcom เจ้าแห่ง MB Asus เดิม แทบไม่มีสินค้าขาย เกิดจาก CEO สองค่ายเหม็นหน้ากัน
SIS เลยเป็น DIYTY รายใหม่ที่ได้ขายMB Asus
เพื่อนๆ มีมุมมองอย่างไร ??

ความสุขที่แท้จริงของมนุษย์มีอยู่ 4 ข้อคือ...
ได้อยู่ในที่อากาศปลอดโปร่ง
พ้นจากความทะเยอทะยาน
ทำงานสร้างสรรค์
และรักใครสักคน ...

"อัลแบร์ กามูส์"

13055
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 300
Joined: Tue Sep 13, 2011 3:17 pm

Re: SIS

Posts by 13055 » Mon Sep 03, 2012 3:42 pm

แอบฟัง opp day Synex ระหว่างรอฟังของ SiS วันพรุ่งนี้

ผมว่าธุรกิจ IT ทั้งระบบ(ยกเว้น smartphone และ tablet)ตอนนี้เหนื่อยทั้งระบบ เจ็บตัวกันหมดอยู่ที่ว่าใครเจ็บตัวมากหรือน้อยเท่านั้นเอง ผมว่าตอนนี้ยังไม่ต้องหวังการโต ผมว่าหวังแค่ประคับประคองตัวไปให้ไม่เจ็บมากก็ดีแล้วครับ


เท่าที่ฟังมา distry ไม่ตายหรอกครับ ผบห ของ Synex พูดไว้ค่อนข้างมองเห็นภาพครับ พวกนี้มันโตได้จำกัดเพราะไม่มีเงิน(ต้องใช้ OD ตลอดเวลา) ถ้า SiS เจ๊งไป Synex ก็รับสินค้าทั้งหมดของ SiS ไปขายไม่ได้หรอกครับ ไม่มีเงินพอ เค้าเปรียบเทียบเหมือนประกันภัย ลองไปฟังดุนะครับ
อีกอย่างคือ SG&A ทำให้ vendor ต้องพึ่ง distry ไม่งั้น cost จะเพิ่มมากครับ


ผมคุยกับอาจารย์ผม แกก็เห็นด้วยว่า IT ตอนนี้ใครขยายตายลูกเดียว ไม่ว่าจะเป็น retail หรือ distry ที่ควรทำตอนนี้คือการชะลอตัวรอ IT ฟื้น

ส่วน windows 8 จะ growth drive ได้หรือไม่ ผมว่าต้องรอดู แต่อย่าคาดหวังมาก เพราะกระแสพูดถึงเทียบกับ smartphone อย่าง iphone 5 หรือ SSGS III ยังต่างกันพอสมควรในกลุ่ม mass นะผมว่า
แต่ลึกๆก็เชื่อเหมือนกับ ผบห ของ Synex ว่าทุกค่ายต่างรอคอย windows 8 เพื่อต่อกรกับ apple ซึ่งแม้ทุกค่ายจะรวมพลังกันรุม apple แต่ก็ต้องให้มวลชนตัดสินครับว่าชอบ smartphone มากกว่า ชอบ apple มากกว่าหรือชอบ windows 8 มากกว่า

อีกอย่างที่ ผบห บอกคือผู้คนจะตระหนักว่า tablet หรือ smartphone มันแทน notebook ไม่ได้ ผมเห็นด้วยบางส่วนนะครับ เพราะ notebook ก็แทน tablet ไม่ได้เหมือนกัน อีกอย่าง tablet ก็คงพัฒนาในอัตราเร่ง จะสามารถใช้งานหนักได้เมื่อไหร่มากน้อยใกล้เคียงกับ notebook แค่ไหนก็ต้องตามดูกัน ถึงจะทำไม่ได้ ก็ต้องตามดูอีกว่าเมื่อไหร่ที่ผู้คนจะตระหนักว่า tablet มันแทน notebook ไม่ได้
ผมว่าลำบากนะ ผมเชื่อว่าตัวเร่ง smartphone หรือ tablet คือผู้หญิง ซึ่งคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง และไม่ได้ใช้งาน PC หรือ notebook หนักๆอยู่แล้ว การลดทอน function บางอย่างไป แต่มาใช้งานบน smartphone เป็นอะไรที่เห็นเยอะมาก บางทีอ่าน slide การเรียน อัพ social network ก็มาจาก smartphone ทั้งนั้น แม้ว่าจะมี PC หรือ notebook วางอยู่ข้างๆก็ตาม


สรุปว่าตอนนี้ผมว่าวงการ IT อาการหนักแบบไม่เคยเป็นมาก่อน น่าจะหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จากตลาด smartphone และ tablet แย่งทุกตลาดไปหมด ซึ่ง distry ก็โดนไปด้วยแม้จะขาย smartphone ก็ตาม เพราะตอนนี้ smartphone margin ไม่ดีอีกแล้ว
ขายอย่างอื่นก็ตลาดหดตัว ขายไม่ออก ขาย smartphone margin ก็ไม่ดีกำไรไม่มา


ถ้าถามผมผมคิดว่า distry ไม่ตาย ถ้าจะซื้อก็ตอนวิกฤตนี่แหละที่ควรซื้อ จะไปซื้อตอนดีๆแย่งกันหรือ
เพียงแต่ผมคิดคล้ายๆพี่ Java the Boy ว่ามันอาจจะยังไม่ bottom ดี ตอนนี้วงการ IT เป็น bottom แบบไร้ก้นเหว มองไม่ออกว่าลึกแค่ไหนกันแน่ ขนาดผู้ชำนาญการวางการ IT ยังพลาดกันแทบทั้งวงการ จะนับประสาอะไรกับพวกเราล่ะครับ ???

ผมรอจุดกลับตัวชัดเจนจริงๆดีกว่า(รอฟัง opp day SiS พรุ่งนี้ด้วย) เพราะตอนนี้มันไม่ใช่แค่ปัญหา inventory ของ SiS มันคือปัญหาทั้งวงการ IT
ซึ่งจุดกลับตัวที่ใกล้ที่สุดคือ windows 8 แต่เอาจริงๆนะ ผมว่าอาจจะแป๊ก ถ้ามี hardware เกี่ยวกับ windows 8 ออกมา ขนาดผมสนใจ IT ในระดับหนึ่งยังรู้สึกเฉยๆเลย ไม่ได้ตื่นเต้นกระเสือกกระสนอยากได้ในเมื่อ windows 7 ผมก็ยังใช้งานได้ ขี้เกียจมาล้างเครื่องกันอีกรอบ ลองเทียบกับ ipad mini หรือ iphone 5 ดู ผมว่าผมสนใจมากกว่านะ
แต่ผมอาจจะคิดผิดนะ(ขอให้เป็นอย่างนั้น) บางที windows 8 อาจจะมี effect มากกว่าที่ผมคิดก็ได้ครับ


p.s. ไม่ได้แช่ง SiS เพราะขายไปหมดแล้วอยากได้ของถูก แต่อยากให้รับฟังข้อมูลหลายๆด้านและยอมรับความเป็นจริงดูครับ ผมกลัวว่าการถือไปนานๆจะเป็น sunk cost
ถ้า worst case เกิด windows 8 ไม่ drive IT และเกิด smartphone ยังฟันกันหัวแบะต่อ มันก็ยัง bottom ได้ต่อ และมีโอกาสเป็นไปได้ด้วย

ลงทุนด้วยความระมัดระวังนะครับ

ขอเก็บ SiS ใส่ไว้ใน watch list turnarounds และคอยตามดูอยู่ครับ


pullmeunder
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 332
Joined: Fri Jan 29, 2010 10:25 pm

Re: SIS

Posts by pullmeunder » Mon Sep 03, 2012 7:41 pm

ระยะสั้นตอนนี้ย่อมไม่น่าสนใจแน่นอนครับ

แต่ระยะยาว business model ยังโตได้เรื่อยๆ

แน่นอนว่าเราจะรู้สึกไม่สบายใจที่บริษัทยังขาดทุน

แต่ตลาด IT ยังถือว่าโตได้เรื่อยๆ เพียงแต่...บริษัท ดันไม่มีสินค้าที่มันขายดีเป็นกอบเป็นกำ เหมือนอย่างที่ BB เคยทำได้

สำหรับช่วงนี้มันอึดอัดไม่สบายใจ ขัดกับราคาที่หลายท่านคิดว่ามันเป็นเหวไร้ก้น?

ผมว่าเป็นช่วงนี้เวลาพิเศษที่บริษัทสะดุดลงมา ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสครับ

ปล. ไม่ได้เชียร์แต่อย่างใด แต่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว โปรดคิดเอาเอง


meentada
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 68
Joined: Sat Jun 18, 2011 5:37 pm

Re: SIS

Posts by meentada » Mon Sep 03, 2012 8:21 pm

ตอนนี้ผมก็รอกลับตัวก่อนครับ เจ็บมาสองQ

ตอนแรกเป็นชาวสวนครับ


13055
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 300
Joined: Tue Sep 13, 2011 3:17 pm

Re: SIS

Posts by 13055 » Tue Sep 04, 2012 2:04 pm

pullmeunder wrote:ระยะสั้นตอนนี้ย่อมไม่น่าสนใจแน่นอนครับ

แต่ระยะยาว business model ยังโตได้เรื่อยๆ

แน่นอนว่าเราจะรู้สึกไม่สบายใจที่บริษัทยังขาดทุน

แต่ตลาด IT ยังถือว่าโตได้เรื่อยๆ เพียงแต่...บริษัท ดันไม่มีสินค้าที่มันขายดีเป็นกอบเป็นกำ เหมือนอย่างที่ BB เคยทำได้

สำหรับช่วงนี้มันอึดอัดไม่สบายใจ ขัดกับราคาที่หลายท่านคิดว่ามันเป็นเหวไร้ก้น?

ผมว่าเป็นช่วงนี้เวลาพิเศษที่บริษัทสะดุดลงมา ซึ่งผมมองว่าเป็นโอกาสครับ

ปล. ไม่ได้เชียร์แต่อย่างใด แต่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว โปรดคิดเอาเอง
ยินดีถกแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครับ ^^

ผมมองว่า
1. ตลาด IT ที่ขยายตัวได้ตอนนี้มาจาก smartphone และ tablet เป็นหลักครับ เท่าที่ฟังจาก ผบห Synex เค้ายอมรับเลยว่าตลาด notebook หรืออื่นๆหดตัว ซึ่งเป็นเหมือนกันหมดทั่วโลก(growth ติดลบนะครับ ไม่ใช่แค่โตน้อยลง)

ประเด็นต่อมาคือสินค้าที่ขายดีของ smartphone กับ tablet คือ apple กับ samsung ซึ่งมีของมาให้ทั้ง SiS และ Synex น้อยมาก ถ้าผมจำไม่ผิดราวๆ 10% คือเค้าก็พยายามขายกันแล้วครับไอ้ตัวที่ขายดีๆ แต่มันไม่มีมาให้ขาย เพราะทั้ง apple และ samsung มีช่องทางจัดจำหน่ายมากมาย ตกถึงมือ distry ค่อนข้างน้อยครับ

ที่ distry เลือกทำต่อมาคือเอา smartphone ที่คาดว่าจะดังมาขาย อย่าง HTC one-X(ผมพิมพ์ชื่อรุ่นถูกไหมหว่า) ซึ่ง feature หรือ function ผบห Synex บอกว่าแทบไม่ต่างกับ SSGS III เลยครับ แต่ก็แป๊ก ซึ่งก็คงเป็นการตลาดที่ samsung ทิ้ง HTC ไปหลายขุม ถามกันตรงๆก็ได้ว่า SSGS III กับ HTC one-X ไม่ต่างกันมาก จะเลือกอะไรครับ
ยิ่งตลาด tablet นี่ apple กับ samsung น่าจะครองเกือบๆหมด ผมว่าทิ้งมากกว่า smartphone อีก

แน่นอนว่า IT มาเร็วไปเร็ว apple กับ samsung อาจจะไม่อยู่ยงคงกระพัน แต่คำถามคือใครจะมาสู้ ผมว่าเรื่องการสร้าง brand apple กับ samsung ทิ้งคู่แข่งอยู่หลายขุมในตลาด smartphone และ tablet
ที่พอจะเห็นทางสู้หน่อยอาจจะเป็น sony แต่ผมว่ายังห่างอีกพอสมควร แต่อนาคตก็ต้องดูกันไปเพราะค่ายใหญ่อย่าง microsoft คงไม่งอมืองอเท้าเสียตลาดใหญ่ๆที่มีอัตราการเติบโตสูงมากตรงนี้ไปหรอกครับ แต่จะสู้ได้หรือเปล่าอันนี้ก็คงบอกยาก ซึ่งระยะสั้นก็คงมี windows 8 กับ surface ออกมาสู้ และบางทีอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของ trend apple กับ samsung แต่ผมว่ายากนะ อันนี้มองจากประชาชนทั่วไปเลย

สรุปผมมองว่าตลาด IT(ที่ไม่ใช่ smartphone กับ tablet)หดตัวครับ เป็นกันทั่วโลก Synex ที่ไม่มีปัญหาอะไรเหมือน SiS หวังโตแค่ 6-8% โดยหวังต่อว่า GP จะดีขึ้นครับ


2. distry ไม่ตายน่ะใช่ครับ แต่ตอนกลับมาจะกลับมาในสภาพไหน
ตอนนี้เท่าที่ฟังจาก Synex(อีกแล้ว)บอกว่าสถานการณ์ของ vendor และ distry เปลี่ยนไปคล้ายๆกับรับเหมาครับ คือ vendor จะไม่กด distry มากแล้ว แต่จะช่วยกันมากขึ้น
เพียงแต่มันต่างกับรับเหมาคือรับเหมาไม่ถูก developer กดเพราะงานล้นมือไม่มีคนทำ ต้องช่วยกันโตทั้งคู่ แต่ vendor ไม่กด distry เพราะขายไม่ออก ต้องช่วยเหลือกันไม่งั้นก็ตายทั้งคู่
ถ้าช่วยกันได้แบบนี้ก็คงพอประคับประคองตัวเอาตัวรอดได้ แต่คำถามคือจะกลับมาได้เหมือนเดิมไหม ถึง RIM หรือ BB จะ launch new product แล้วขายดีแบบเละเทะ แต่จะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิมได้หรือเปล่า ผมว่า distry ก็คงมีคำถามนี้คล้ายๆกัน(แต่บางทีอาจจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมก็ได้นะ)



3. ที่ผมมองว่าเป็นเหวไร้ก้น เพราะไม่รู้ว่า IT จะฟื้นตอนไหน และจะฟื้นในรูปแบบไหน
ผมหมายความว่า IT มันไม่ได้ฟื้นเหมือนอสังหาหรือรถยนต์นะครับ รถยนต์ฟื้นเป็นรถ อสังหาฟื้นก็ยังเป็นที่อยู่
แต่ IT เวลาฟื้นมันฟื้นเป็นอะไรก็ไม่รู้ วันนี้เป็น tablet ปีหน้า ultrabook จะกลับมาหรือเปล่า หรือจะเป็น device อื่นๆอีก
แล้ว device ที่มา distry จะเกี่ยวข้องไหม หรือจะเหมือน samsung กับ apple ที่มีช่องทางจัดจำหน่ายเองอีก
ผมว่าผมมองไม่ออกนะ ว่าจะมี brand อะไรมาสู้ apple กับ samsung ในตลาด smartphone หรือ device อะไรจะมา drive ตลาด IT อีกครั้ง
ถามว่าวงการ IT ยังแย่ได้มากกว่านี้อีกไหม ผมว่าได้นะ ยิ่งการมาของ 3G จะเร่งพวก device ที่ move ได้มากขึ้น ปัญหาก็ตกกลับมาที่ตลาด IT เดิมอีก เพราะมีเงินก็ไปซื้อพวก smartphone ก่อน
บางคนอาจจะมองว่า bottom ก็คงไม่มากกว่านี้เท่าไหร่ ก็อาจจะถูกครับ แต่ต้องไม่ลืมว่ามันจะ bottom อยู่อย่างนั้นไปอีกนานแค่ไหนด้วยถ้า IT ไม่เลวร้ายไปกว่านี้แต่ก็ไม่ฟื้นสักที



4. ปัญหาตอนนี้ของ SiS ไม่ใช่แค่เคลียร์ inventory แล้ว turnarounds แล้วนะครับ มันต้องรอ IT ฟื้นด้วย ซึ่งเรื่อง inventory พอเห็นจุดกลับตัว แต่วงการ IT ผมยังไม่เห็นจุดกลับตัวครับ


5. เรื่องหุ้น turnarounds นี่ผมก็ไม่ถนัดนะครับ ไม่แน่ใจว่าระหว่างซื้อตอนกำลังแย่ๆดี หรือซื้อตอนกำลังฟื้นตัวดี


p.s. อย่างน้อย SiS ตอนนี้ก็พยายามดิ้นรนขาย accessory มากขึ้นนะครับ ซึ่งผมมองว่าคงเป็นการช่วยประคับประคองในสภาวะแบบนี้ แต่คงไม่ได้หวังกำไรมหาศาล(ผมคิดเองนะครับ)
ผมว่าต้องรอดู ผบห เย็นนี้ อาจจะมีอะไรดีๆครับ(สาธุ)


prichar s.
Verified User
Posts: 1427
Joined: Sun Mar 22, 2009 5:36 pm

Re: SIS

Posts by prichar s. » Tue Sep 04, 2012 2:16 pm

อ่านหลาย ๆ ความเห็น ดูเหมือนไม่ให้ราคาผู้บริหารกันเลย
ถ้าผมเป็นผู้บริหารคงน้อยใจแย่........
หรือเหตุการณ์ครั้งนี้ร้ายและรุนแรงเกินความสามารถผู้บริหารที่จะเยียวยา ประคับประคอง
ให้กิจการผ่านพ้นไปได้ เสียแล้ว
............................................
ทุกบริษัท ทุกวงการ อยู่กันมานับสิบปี ล้วนมืออาชีพกันทั้งนั้น


User avatar
MYBIZ
Verified User
Posts: 888
Joined: Fri Aug 07, 2009 10:24 pm

Re: SIS

Posts by MYBIZ » Tue Sep 04, 2012 4:11 pm

เท่าที่เดินดูตลาดไอทีก็ยังดีอยู่นิครับ ไม่เห็นจะฟุบตรงไหน ของก็เห็นขายกันได้ดีอยู่
ที่ไม่ดีคือคนกลางที่ทำหน้าที่กระจายสินค้า ดันไม่ค่อยมีสินค้าที่มีอนาคตอยู่ในมือตัวเอง
ได้แบ่งมาก็น้อยนิด เนื่องจากคนผลิต ทำการตลาดเอง ขายเอง ก็ต้องรอต่อไปครับ
ถ้าสินค้ามีอนาคตผู้ผลิตไม่ทำการตลาดเอง ขายเอง แล้วมันมาอยู่ในมือเรา
ตอนนั้นแหล่ะครับ คนกระจายสินค้าอย่างเราถึงจะลืมตาอ้าปากได้อย่างเต็มคำ
แต่ถ้าขายเท่าที่มีอยู่ บริหารจัดการสต๊อกพลาด ก็คงต้องเลหลังอยู่ร่ำไป ว่าแล้วก็คงต้องอดทนรอต่อไป ^_^

จุดหมายปลายทาง อาจไม่ใช่ที่สุดของความงดงาม

birthboro
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 458
Joined: Sun Jul 13, 2008 12:45 am

Re: SIS

Posts by birthboro » Tue Sep 04, 2012 4:54 pm

MYBIZ wrote:เท่าที่เดินดูตลาดไอทีก็ยังดีอยู่นิครับ ไม่เห็นจะฟุบตรงไหน ของก็เห็นขายกันได้ดีอยู่
ที่ไม่ดีคือคนกลางที่ทำหน้าที่กระจายสินค้า ดันไม่ค่อยมีสินค้าที่มีอนาคตอยู่ในมือตัวเอง
ได้แบ่งมาก็น้อยนิด เนื่องจากคนผลิต ทำการตลาดเอง ขายเอง ก็ต้องรอต่อไปครับ
ถ้าสินค้ามีอนาคตผู้ผลิตไม่ทำการตลาดเอง ขายเอง แล้วมันมาอยู่ในมือเรา
ตอนนั้นแหล่ะครับ คนกระจายสินค้าอย่างเราถึงจะลืมตาอ้าปากได้อย่างเต็มคำ
แต่ถ้าขายเท่าที่มีอยู่ บริหารจัดการสต๊อกพลาด ก็คงต้องเลหลังอยู่ร่ำไป ว่าแล้วก็คงต้องอดทนรอต่อไป ^_^

มองได้หลายมุมนะครับ ต้องดูว่าบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์ ทำไมเขาต้องให้เราจัดจำหน่าย ประโยชน์เราอยู่ที่ไหน
และ ทำไมบริษัทบางบริษัทเขาให้เราขาย บางบริษัทเขาขายเอง

ข้อเสียของdistribitor ในมุมเจ้าของแบรนด์ คือ เราไม่โฟกัสแบรนด์เขานั่นเอง(ขายมั่วไปหมด)
ข้อดี คือบริหารต้นทุนได้ดีและง่ายกว่า

บริษัทที่ต้องการแย่งมาร์เก็ตแชร์มากๆ จึงมักไปทำเองก่อน หลังจากอยู่ตัวแล้วค่อยว่ากันอีกทีครับ :D :D

แค่ความเห็นหนึ่ง :B


prichar s.
Verified User
Posts: 1427
Joined: Sun Mar 22, 2009 5:36 pm

Re: SIS

Posts by prichar s. » Tue Sep 04, 2012 6:20 pm

SIS คงเป้ารายได้ปี 55 โต 5-10% แต่กำไรหดหลังโละสต็อกสมาร์ทโฟนขาดทุน


ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 4 กันยายน 2555 17:37:45 น.
นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) (SIS) กล่าวว่า บริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 5-10% จากปีก่อนที่ 2 หมื่นกว่าล้านบาท โดยครึ่งแรกเติบโตแล้วเกือบ 5% และคาดว่าครึ่งหลังจะเติบโตได้ตามเป้า เพราะไตรมาส 3/55 ตลาดไอทีจะมีการออกสินค้าใหม่มารองรับระบบวินโดว์ 8 ที่จะเปิดตัวเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งน่าจะทำให้ยอดขายเติบโตได้ตามเป้า


อย่างไรก็ตาม บริษัทยอมรับว่าในปีนี้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปีจะลดลงเหลือ 2-3% จากปีก่อนที่อยู่ในระดับกว่า 5% เนื่องจากมีสินค้าประเภทสมาร์ทโฟน 2-3 ยี่ห้อที่ไม่ได้รับความนิยมในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้บรัทต้องเร่งขายออกไปต่ำกว่าทุน จึงมีภาระขาดทุน ส่งผลให้ากำไรสุทธิปี 55 จะต่ำกว่าปีก่อนที่มีกำไร 143 ล้านบาท เพราะครึ่งปีแรกขาดทุนกว่า 60 กว่าล้านบาท โดยยอดขายกลุ่มสมาร์ทโฟนคิดเป็นกว่า 30% ของรายได้รวม

นายสมชัย กล่าวว่า แนวโน้มรายได้และกำไรไตรมาส 3/55 คาดว่าจะต่ำกว่าทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะ 2 เดือนที่ผ่านมายอดขายไอทีก็ไม่ค่อยดี เนื่องจากลูกค้าจะรอวินโดว์ 8 ขณะที่ยังมีสินค้าที่ไมได้รับความนิยมต้องเร่งขายขาดทุนออกมาอีกมาก ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับ vender ใกล้จบแล้วว่าจะให้ความช่วยเหลือกับบริษัทได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายอดขายจะไปเติบโตในไตรมาส 4/55 แต่โดยรวมแล้วยอดขายครึ่งหลังก็น่าจะดีกว่าครึ่งหลังปีก่อนเพราะครึ่งหลังปีก่อนมีเรื่องน้ำท่วม

"ไตรมาส 2/55 ขาดทุน 86 ล้านบาท ไตรมาส 3 ก็ยังแย่ ไม่ดีขึ้น เพราะต้องเร่งเคลียร์สินค้าค้างสต็อกออกไป ไตรมาส 3 ก็ยังเป็นไตรมาสที่ยากลำบากถึงแม้เราจะขอความช่วยเหลือไปทางเวนเดอร์ แต่ก็ยังมีสินค้าอีกจำนวนหนึ่งที่พยายามจะเร่งเคลียร์ให้หมดในไตรมาส 3 นี้ อาจจะเหลือไปไตรมาส 4 อีกนิดหน่อย"

"ช่วงนี้ยอดขายไอทีแผ่วเพราะไมโครซอฟท์จะออกวินโดว์ 8 วันที่ 26 ต.ค.ช่วงนี้ก็จะมีแต่คนรอซื้อจำนวนหนึ่ง ซึ่งผลตรงนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ตั้งแต่ไตรมาส 2 ต่อเนื่องมายอดขาย PC หดตัวลง ไม่มีการเติบโตเพราะช่วงที่ผ่านมาไม่มีสินค้าใหม่ๆออกมาเป็นช่วงรอเปลี่ยนหลายยี่ห้อไม่ลงทุนการตลาด ส่วนใหญ่ผู้ผลิตรอทำรุ่นใหม่ออกมารองรับวินโดว์ 8 ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีรุ่นเก่าในสต็อกเยอะจะทำยังไงที่จะโละได้หมด แต่เชื่อว่ารุ่นที่จะออกใหม่เป็นทัชสกรีนรองรับวินโดว์ 8 จะขายดี"นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย ยังเปิดเผยอีกว่า บริษัทอยู่ระหว่างประเมินธุรกิจสมาร์ทโฟน หลังจากลดการสั่งซื้อลงเหลือจำนวนไม่มากนักและเร่งการเคลียร์สต็อกออกไป โดยบริษัทจะติดตามสถานการณ์ทั้งจากผู้ผลิตและอุตสาหกรรม ตั้งเป้าหมายที่จะหาข้อสรุปให้ได้ภายในไตรมาส 4/55 เพื่อวางแผนธุรกิจของปี 56

--อินโฟเควสท์ โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์/ศศิธร/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


User avatar
kongkiti
Verified User
Posts: 5828
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: SIS

Posts by kongkiti » Tue Sep 04, 2012 8:23 pm

ฟัง Oppday แล้วรู้สึกเหนื่อยใจแทนจริงๆ ครับ ทั้ง Qool & HTC
อยู่ที่ว่าตลาดจะให้ Premium SIS เท่าไหร่แล้วหล่ะครับ :?:
แต่ Value ของกิจการ เหล่า VI คงต้องประเมินกันดูครับ

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

puukhii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 54
Joined: Mon Mar 07, 2005 8:06 am

Re: SIS

Posts by puukhii » Tue Sep 04, 2012 8:26 pm

คงต้องยอมรับกันอย่างนึงครับว่าตอนนี้ trend ด้าน it เปลี่ยนไปแล้ว เท่าผมสังเกตคือ ตอนนี้ tablet มันได้มาทดแทน NB ในด้าน entertain ไปแล้ว เล่นเกมส์ ดูหนังฟังเพลง และมีเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเรื่อยๆ ยังไม่อิ่มตัว คาดว่าใช้เวลาอีกนาน กว่าจะถึงจุดนั้น (ยังมีจุดขายสเป็คอีกเยอะทั้ง รูปทรง (บาง เบา) cpu ,GPU , ประเภทจอ resolution ) แค่สลับไปมาก็เป็นรุ่นใหม่แล้ว ที่จะทำให้เครื่องเราพร้อมตกรุ่นเสมอ

ถึงแท้ว่า Tablet มันจะแทน NB ไม่ได้ แต่ก็น่าจะทำให้อายุการใช้งาน NB ยาวขึ้น เช่นผมซื้อ NB มาตัวนึง specs intel i3 , ram 4 gb, gpu onboard เพื่อใช้งาน พิมพ์งาน backup file จาก tablet ไม่ได้เล่นเกมส์หนัก ผมก็คงใช้ NB ตัวนี้ไปอีกนานเพราะสเปคมันเพียงพอแล้ว ส่วนงานดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ผมส่วนมากใช้ tablet มากกว่า เพราะอะไรครับ

เพราะ 1. สเปคไม่ทิ้งกันมาก แต่คุณสามารถเอามันไปได้ทุกที่ เบา แบตอึด ชาร์จตอนไหนก็ได้ ในรถก็ได้ ใส่กระเป๋าสะพายได้

2. จอสัมผัส เล่นเกมส์โดยใช้ท่าทางควบคุมทิศทางได้ Gyroscope

3. อื่นๆ 555

trend นี้มันก็คล้ายๆ กับ มือถือกับโทรศัพท์บ้าน (โทรศัพท์บ้านขอแค่ดีใช้ได้ เพียงพอแก่การใช้งานของเรา แต่มื อถือ ต้องเจ๋งๆ ห้ามตกรุ่นว่างั้นเถอะ)

ตอนนี้ผมว่าสิ่งที่น่าจะขายได้ดีนั่นคือ all in one คอมพิวเตอร์ ที่กำลังมาแทน คอมตั้งโต๊ะรือคอมประกอบ ผมยังหาทางโละคอมตั้งโต๊ะที่บ้าน เพื่อซื้อ all in one ราคาไม่แพงด้วย แต่น่าจะมีผลต่อชิ้นส่วนที่ sis ขายรึเปล่าไม่รู้

ปี 56 ผู้บริหารคงต้องทำการบ้านหนักหน่อย เพราะ trend โลกได้ค่อยๆสส เปลี่ยนอีกครั้ง

โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยเชื่อว่า ยอดขาย it ท Nb ทั่วโลกที่ลดลงเป็นเพราะรอ windows 8 (คงมีผลบ้างแต่ไม่เยอะ) แต่เป็นเพราะ trend มันเริ่มเปลี่ยน


Post Reply