SIS

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

SIS

Posts by kok2029 » Thu Nov 08, 2007 9:09 am

ภาพรวมการประกอบธุรกิจ

บริษัทฯ ประกอบธุรกิจขายส่งคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วงและอุปกรณ์สำนักงานอัตโนมัติต่าง ๆ โดยบริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าจากผู้ผลิตประมาณ 53 ราย และมีจำนวนสินค้าที่จำหน่ายมากกว่า 4,600 รายการ บริษัทฯ มีฐานลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการคอมพิวเตอร์ทั้งที่เป็นร้านค้าปลีก บริษัทผู้ค้าที่จำหน่ายเข้าภาคธุรกิจและหน่วยงานราชการ ผู้รับวางระบบ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ภายใต้เครื่องหมายการค้าของตัวเอง ฯลฯ โดยในปี 2549 มีจำนวนคู่ค้ามากกว่า 3,900 ราย

ปัจจุบัน บริษัทฯ ไม่มีบริษัทฯ ย่อยและบริษัทฯ ร่วมใด ๆ




โครงสร้างรายได้


สามารถแยกรายได้จากการขายออกเป็นส่วน ๆ ตามประเภทสินค้าดังต่อไปนี้


                2549
                ขาย     สัดส่วน        เติบโต
คอมพิวเตอร์ 3,525 38% 13%
อุปกรณ์เก็บข้อมูล 769 8% -10%
เครื่องพิมพ์ 735 8% 2%
อุปกรณ์รับ/แสดงภาพ 1,345 15% 15%
อุปกรณ์ต่อพ่วง 1,196 13% 37%
วัสดุสิ้นเปลือง 926 10% 24%
โทรศัพท์แบบ PDA 541 6% -46%
ภาพยนตร์วีซีดี/ดีวีดี 138 2% -12%
รวม                 9,176 6%


kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Thu Nov 08, 2007 9:14 am



kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Thu Nov 08, 2007 9:21 am

ปัจจัยความเสี่ยง

1.1) ความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ผลิตน้อยราย
ถึงแม้บริษัทฯ จะซื้อสินค้าจากผู้ผลิต 53 ราย ในปี 2549, ร้อยละ 80 ของยอดขาย เป็นสินค้าที่มาจากผู้ผลิตเพียง 8 รายคือ Acer, Apple, Dopod, HP, IBM, Lenovo, Philips, Samsung ผู้ผลิตที่บริษัทฯ ขายสินค้ามากที่สุดในปี 2549 คือ HP ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 45 ของสินค้าทั้งหมดเนื่องจาก HP เป็นผู้ผลิตสินค้า IT หลายประเภท ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคทั้งส่วนบุคคลและองค์กร รวมไปถึง HP ก็มีนโยบายที่จะจัดจำหน่ายสินค้าผ่านผู้ค้าส่งจึงทำให้บริษัทฯ มียอดจำหน่ายสินค้าของ HP เป็นสัดส่วนที่สูง อันทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงในแง่ของการพึ่งพาผู้ผลิตน้อยราย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ของ HP เช่นกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ และ HP เป็นความสัมพันธ์ที่ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน

1.2) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่กระทบต่อสินค้าคงคลัง
เนื่องจากสินค้าหลักของบริษัทฯ เป็นคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ซึ่งสินค้าในกลุ่มนี้มีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้สินค้าคงคลังของบริษัทฯ อาจจะมีการล้าสมัย สร้างความเสียหายกับบริษัทฯ ได้

1.3) ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
บริษัทฯ มีการสั่งซื้อสินค้าบางส่วนโดยชำระด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่สินค้าทั้งหมดจะจำหน่ายในประเทศเป็นเงินบาท โดยในปี 2549 บริษัทฯ มีการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศในอัตราประมาณ 20% เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทฯ มีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้าในทุกใบสั่งซื้อ

1.4) ความเสี่ยงจากการแข่งขันและกำไรขั้นต้นต่ำ
ธุรกิจขายส่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ถือเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง มีกำไรขั้นต้นอยู่ในระดับต่ำ แต่เป็นอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่และมีการเติบโตสูง โดยคาดว่ายังคงมีการเติบโตที่มากกว่า 10% ไปได้อีกหลายปี ซึ่งจากลักษณะอุตสาหกรรมแบบนี้ อาจมีคู่แข่งใช้ราคามาเป็นกลยุทธหลักในการแข่งขัน ซึ่งถ้าเกิดขึ้น บริษัทฯ อาจต้องลดราคาสินค้าเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น และอาจจะกระทบผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้ บริษัทฯ ได้พยายามลดความเสี่ยงด้วยการเพิ่มประเภทสินค้า ทำให้มีการขายสินค้ากระจายมากประเภทขึ้น

1.5) ความเสี่ยงจากลูกหนี้การค้า
ในปี 2549 บริษัทฯ มียอดขายเครดิตประมาณร้อยละ 75 ของยอดขายรวม และลูกหนี้ส่วนใหญ่ ไม่ได้มอบหลักประกันที่ครอบคลุมหนี้สินทั้งหมดให้กับบริษัทฯ รวมไปถึงลูกค้าของบริษัทฯ หลายราย เป็นบริษัทขนาดเล็กและเป็นบริษัท ใหม่ที่ยังไม่มีเงินทุนมากนัก ดังนั้นหากลูกหนี้การค้าของบริษัทฯ เกิดปัญหาในการบริหารงาน ไม่สามารถชำระเงินได้ตามกำหนด จะส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัทฯ

1.6) ความเสี่ยงด้านการเงิน
จากการที่ธุรกิจค้าส่งคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง เป็นธุรกิจที่มี cash cycle อยู่ในช่วง 30 - 50 วัน ทำให้ปริมาณเงินทุนหมุนเวียนที่ต้องใช้ เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น และจากการขยายงานของบริษัทฯ ที่มีเพิ่มของยอดขายในอัตราสูงกว่าร้อยละ 10 มาตลอด ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นความเสี่ยงและภาระของบริษัทฯ ที่ต้องจัดหาเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น

1.7) ความเสี่ยงจากการพึ่งพาบุคลากร
IT เป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะด้าน เข้ามาร่วมงานจำนวนมากซึ่งนอกเหนือจากการรับพนักงานที่มีประสบการณ์เข้ามาร่วมงานแล้ว บริษัทฯ ยังต้องมีการฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งหากบุคลากรที่มีความสามารถและความชำนาญงานได้ลาออกจากบริษัทฯ อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานและความสามารถในการขยายงานของบริษัทฯ ในระยะสั้น และก่อให้เกิดงบประมาณเพิ่มเติมที่ต้องใช้ในการฝึกอบรมบุคลากรกลุ่มใหม่ขึ้นมาทดแทน


kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Thu Nov 08, 2007 9:26 am

20/9/07

Update/ SIS มั่นใจรายได้ Q3/50 ดีกว่าไตรมาสก่อน เหตุยอดขายอุปกรณ์ไอที
ในกลุ่มนักศึกษาบูม-ยอดขาย PDA เพิ่มเท่าตัว

             บิ๊ก SIS มั่นใจรายได้ Q3/50 ดีกว่าไตรมาสก่อน ส่วนทั้งปีดีกว่าปีก่อนหน้า
เช่นกัน หลังยอดขายสินค้าไอทียังคงโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดนักศึกษา  
ขณะที่สินค้า PDA ยอดขายต่อเดือนโตเท่าตัวตั้งแต่ Q3 เป็นต้นมา เชื่อทั้งปีรายได้
โต 5-10% ตามอุตสาหกรรม ไอทีโดยรวม แย้มจ่ายปันผลงวดปีนี้สูงกว่า 0.14 บาท
ต่อหุ้น พร้อมยันไม่ล้มแผนเพิ่มสภาพคล่องหุ้น แต่จะไม่ใช้วิธีการเพิ่มทุนแน่  
             นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิ
วชั่น(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS เปิดเผยกับ  eFinanceThai.com ว่า มั่น
ใจว่ารายได้ในไตรมาส 3 ปีนี้จะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่บริษัทมีรายได้รวม  2.7
พันล้านบาท เนื่องจากในไตรมาสดังกล่าวยอดขาย PDA เพิ่มขึ้นเท่าตัวในแต่ละ
เดือน  เพราะลูกค้าเปลี่ยนจากการใช้มือถือทั่วๆ ไป มาเป็นมือถือแบบ PDA โฟน
เพราะเริ่มมีความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์มากขึ้น ขณะเดียวกันตลาดไอที ทั้ง
คอมพิวเตอร์ PC หรือ โน้ตบุ๊ค ในตลาดของนักเรียนนักศึกษายังได้รับความนิยมเพิ่ม
ขึ้นค่อนข้างมาก เพราะปัจจุบันคอมพิวเตอร์ถือเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์การเรียนไป
แล้ว ซึ่งจาก 2 ปัจจัยที่กล่าวมา น่าจะชดเชยยอดขายจากภาครัฐที่ชะลอตัวลง และ
ทำให้รายได้ทั้งไตรมาสดีขึ้นจากไตรมาสก่อน
             ' แนวโน้มรายได้ไตรมาส 3 ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน และทั้งปีก็เชื่อว่าจะดี
กว่าปีที่แล้ว เพราะเราเห็นตัวเลขสะสมในช่วงที่ผ่านมา และเหลือไตรมาส 4 ก็น่าจะดี
ขึ้นเช่นกัน เพราะเป็นฤดูกาลซื้อขายสินค้าไอทีของประเทศแถบตะวันตก ผู้ผลิตจะ
เปิดตัวสินค้าใหม่ออกมามาก ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดไอทีในไทยคึกคักด้วย'นายสมชัย
กล่าว
              ทั้งนี้  แม้ภาวะเศรษฐกิจปีนี้ชะลอตัว จากการที่ไทยยังไม่มีรัฐบาลถาวร
แต่บริษัทจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายรายได้  โดยยังเชื่อว่ารายได้จะขยายตัว
ตามภาวะอุตสาหกรรมไอทีโดยรวมที่ 5-10% ซึ่งในปีนี้บริษัทเน้นการปรับปรุงระบบ
ไอทีภายในบริษัท  ส่วนการขายสินค้าก็ปล่อยให้เป็นไปตามภาวะตลาดโดยรวม จาก
เดิมที่ค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับงบในการโฆษณาประชาสัมพันธ์  จากแนวโน้มผล
ประกอบการปีนี้ที่น่าจะดีขึ้นจากปีก่อน  เพราะในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาผลประกอบการ
เติบโตดีมาก  บริษัทจึงมีความพยายามที่จะจ่ายเงินปันผลให้ได้ตามนโยบายที่ 40%
ของกำไรสุทธิ  หลังจากหลายปีที่ผ่านมา บริษัทยังจ่ายไม่ถึง 40% ของกำไรสุทธิ  
             ' ตั้งแต่เข้าตลาดมาเรายังไม่เคยจ่ายได้ถึง 40% ของกำไรสุทธิเลย ซึ่งเป็น
นโยบายของบริษัท  ดังนั้น ปีนี้เราจะพยายามจ่ายปันผลให้ได้ตามนโยบาย  จากปี
ก่อนหน้าที่จ่ายปันผล 0.14 บาทต่อหุ้น ซึ่งยังต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ ' นายสม
ชัย กล่าว
              นายสมชัย กล่าวต่อถึง ความคืบหน้าของแผนการเพิ่มสภาพคล่องอขงหุ้น
ว่า บริษัทยังไม่ล้มเลิกแนวคิดดังกล่าว และยังคงศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยจากนี้อาจ
จะต้องปรึกษากับผู้ที่เชี่ยวชาญว่าจะมีทางออกอย่างไรบ้าง หลังจากที่ผ่านมาเป็น
เพียงการพูดคุยปรึกษากันภายในบริษัทเท่านั้น  ซึ่งสาเหตุที่หุ้นมีสภาพคล่องต่ำ
เพราะผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทเป็นนักลงทุนระยะยาว จึงถือไว้โดยไม่มีการซื้อขายซึ่ง
ข้อดีทำให้ราคาหุ้นไม่หวือหวา แต่ข้อเสียคือ ราคาหุ้นไม่เคลื่อนไหวและไม่มีการปรับ
เพิ่มขึ้น
             อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า บริษัทจะไม่ใช้แนวทางการเพิ่มสภาพคล่องหุ้น
ด้วยการออกขายหุ้นเพิ่มทุน เพราะไม่ได้มีความจำเป็นในการใช้เงินทุน เนื่องจาก
โครงสร้างการเงินของบริษัทแข็งแกร่ง หลังจากที่เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นสถานะทาง
การเงินก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่ง มีการทำกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี
             ' ดังนั้น การเพิ่มทุนจึงไม่จำเป็นและไม่ใช่ทางเลือกที่เราจะใช้ แต่เราคง
ต้องศึกษาต่อไป แต่คงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ เพราะหากผู้ถือหุ้นเดิมต้องการถือ
ยาวต่อไปก็ไม่ว่ากัน เรามีหน้าที่ทำให้ผลประกอบการดีขึ้น ส่วนคนใหม่ที่ต้องการจะ
เข้ามาถือยังคงเป็นประเด็นรอง' นาย สมชัยกล่าว


kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Thu Nov 08, 2007 9:27 am

22/10/07

Update/SIS มั่นใจรายได้ Q3/50 แจ่มกว่า Q2 ส่วนทั้งปีมีโอกาสโตเป็นตัวเลข 2
หลัก หลังรายได้ 9 เดือนสดใส

SIS มั่นใจรายได้ Q3/50 สวยกว่า Q2 เหตุเป็นไปตามฤดูกาล แถม PDA
สินค้าใหม่ถูกใจตลาด ส่วนทั้งปีมีโอกาสโตเป็นตัวเลข 2 หลัก หลังรายได้ 9 เดือนสด
ใส  ลั่นพับแผนเพิ่มสภาพคล่องหุ้น ชี้ทำได้ยาก  แต่ยันสภาพคล่องทางการเงินยัง
แจ๋ว เผย Q3 ได้เงินค้ำประกันคืนจากแบงก์ถึง 300 ลบ.
นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น
(ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) หรือ SIS เปิดเผยกับ  eFinanceThai.com ว่า มั่นใจว่า
รายได้ในไตรมาส 3 ของบริษัทจะออกมาดีกว่าไตรมาส 2 ที่บริษัทมีรายได้รวม 2.7
พันล้านบาท เนื่องจากเป็นไปตามปัจจัยฤดูกาลที่ไตรมาสที่ 3 บริษัทจะมีรายได้และ
กำไรดีที่สุด ซึ่งอาจเป็นเพราะเป็นช่วงสุดท้ายของปีงบประ
มาณ ทำให้รัฐบาลและเอกชนต้องเร่งใช้งบประมาณที่เหลือ ไม่เช่นนั้นจะถูกยึดคืน
สำหรับสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทที่โดดเด่น มี 3 รายการ คือ 1.สินค้า
ใหม่ที่เปิดตัวในไตรมาส 3 คือ PDA โฟน ยี่ห้อดูพ็อด ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดดี
มาก 2.โน๊ตบุ๊ค ก็ยังทำยอดขายได้อย่างดีเยี่ยมในทุกยี่ห้อ และ3.จอ LCD ซึ่งถือว่า
เป็นจอแบบแฟชั่น ที่กำลังได้รับความนิยม
นายสมชัย กล่าวต่อถึง รายได้รวมของบริษัทในปีนี้ว่า โดยปกติจะมีอัตรา
การขยายตัวไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมไอทีโดยรวมที่ 5-10% และในปีนี้
จากรายได้ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาประกอบกับฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว  คาดว่าการเติบโต
ของรายได้บริษัทน่าจะขึ้นไปถึงเลข 2 หลักได้
'ปีนี้มีโอกาสเห็นรายได้บริษัทเติบโตเป็นเลข 2 หลัก เพราะปีที่ผ่านมาราย
ได้ไม่ค่อยดีตามภาวะตลาดโดยรวม และเท่าที่ดู 9 เดือนรายได้ยังไปได้สวย ' นายสม
ชัย กล่าว
สำหรับความคืบหน้าของแผนการเพิ่มสภาพคล่องหุ้น คงจะต้องพักไว้ก่อน  
แม้ว่าหุ้นของบริษัทจะมีสภาพคล่องต่ำมากก็ตาม  เพราะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่อง
จากผู้ถืดหุ้นในปัจจุบันต้องการถือลงทุนบาว จึงไม่มีการซื้อขายหุ้นเลย หรือหากจะใช้
วิธีเพิ่มทุนบริษัทก็ไม่มีความต้องการเงินทุน
ขณะเดียวกัน บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินดีมาก และมีกำไรที่ทำให้
บริษัทดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคง ล่าสุด ในไตรมาส 3 บริษัทได้เงินสดที่ใช้เป็น
หลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้ยืมเงินธนาคารคืนมาประมาณ 200-300 ล้านบาท ซึ่งเงินดัง
กล่าวบริษัทใช้ค้ำประกันการกู้ยืมเงินกับธนาคารพาณิชย์ทั้ง 6 แห่ง ในช่วงก่อนที่จะ
เข้าจดทะเบียนในตลาดฯ ซึ่งเมื่อเข้าจดทะเบียนฯแล้ว ระดมเงินทุนได้ จึงเจรจากับ
แบงก์เพื่อขอเงินค้ำประกันคืน มีผลให้บริษัทคืนเงินกู้ได้บางส่วน และลดภาระการ
จ่ายดอกเบี้ยได้อีกด้วย
ราคา SIS ณ เวลา 12.20 น. อยู่ที่ 3 บาท ลดลง 0.06 บาท หรือ 1.96%
มูลค่าการซื้อขาย 0.01 ล้านบาท


kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Thu Nov 08, 2007 9:29 am

บล.กิมเอ็ง : SIS แนะนำซื้อลงทุน ประเมินราคาเหมาะสมเท่ากับ 4 บาท

คาดกำไรไตรมาส 3/50 จะสูงถึง 35 ล้านบาท (+22%qoq, +36%yoy)
          บมจ. เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) (SIS) หนึ่งในสองผู้นำธุรกิจขายส่งอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอที เราคาดหมายว่าจะมีกำไรไตรมาส 3/50 ที่โดดเด่นและทำสถิติสูง
สุดได้ใหม่ถึง 35 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.17 บาท) เพิ่มขึ้น 22% จากไตรมาสก่อน และ 36%
จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนสำคัญจาก1.) ยอดขายที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีโดยเราประเมินจะมียอดขาย
เท่ากับ 2,780 ล้านบาท (+3%qoq, +22%yoy) เนื่องจากการเติบโตของอุตสากรรมไอทีที่ยัง
ต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์มือถือ (PDA) ที่ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการ
ประสบความสำเร็จของค่าย HTC 2.) อัตรากำไรขั้นต้นประเมินว่าจะปรับตัวดีขึ้นมากเป็น 5.7%
จาก 5.3% ในไตรมาสก่อน และ ปีก่อน จากสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรดีเพิ่มขึ้น เช่น PDA
3.) ดอกเบี้ยจ่ายคาดหมายว่าจะปรับลดลงเหลือ 14 ล้านบาท (-21%qoq, -17%yoy) เนื่องจาก
ในไตรมาสนี้ทาง SIS ได้รับคืนเงินฝากที่ติดภาระผูกพันจำนวน 212 ล้านบาท ทำให้ภาระหนี้เงิน
กู้ลดลง

คาดกำไรไตรมาส 4/50 ยังขยายตัวต่อเนื่อง ปรับประมาณการขึ้น
          แนวโน้มยอดขายในไตรมาส 4/50 คาดหมายว่าจะยังขยายตัวจากปีก่อนอย่างต่อเนื่อง
แต่อิทธิพลของฤดูกาลจะทำให้ยอดขายชะลอตัวลงจากไตรมาสสามเล็กน้อย เนื่องจากความต้อง
การสินค้าประเภท IT ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะ PDA ได้มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ดังนั้น
เราจึงปรับประมาณการทั้งยอดขาย และ กำไร เพิ่มขึ้นดังแสดงในตารางหน้าถัดไป โดยประมาณ
การใหม่ เราประเมินว่า ยอดขายจะขยายตัวเท่ากับ 12.6% สู่ระดับ 10,404 ล้านบาท มากกว่า
ประมาณการของผู้บริหารที่ประเมินยอดขายในปีนี้จะเติบโตประมาณ 10% และ เราประเมินว่า
จะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 118 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.59 บาท) เพิ่มขึ้นถึง 27% โดยตัวแปรที่จะ
ช่วยผลักดันการเติบโตของ SIS ในปีนี้ และ ในอนาคตคือ 1.) อุตสาหกรรม IT ยังมีแนวโน้มที่จะ
เติบโตอย่างต่อเนื่อง 2.) ลูกค้าประเภทบุคคล มีการเติบโตอย่างชัดเจน จากความจำเป็นในชีวิต
ประจำวันมากขึ้น และ จำนวนเครื่อง PC ต่อคนของไทยยังต่ำมาก 3.) SIS มีความสามารถใน
การแข่งขัน มีการปรับแนวสินค้าไปตามแนวโน้มความต้องการของตลาดได้ดี และ 4.) เพิ่มสินค้า
ประเภท Exclusive products

คาดปีนี้จ่ายปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 0.2 บาท คงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
            จากความสามารถทำกำไรที่โดดเด่นเราคาด SIS จะจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 0.2
บาทต่อหุ้นในปีนี้ หรือ คิดเป็นเงินปันผลตอบแทน 6.5% รวมถึงคาดหมายว่าผลประกอบการจะยัง
ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย P/E ที่ต่ำเพียง 5.2 เท่า, EV/EBITDA 4.6 เท่า
และ P/BV 0.9 เท่า เราประเมินราคาเหมาะสมเท่ากับ 4 บาท ภายใต้ฐาน P/E ปี 2550 เท่า
กับ 6.8 เท่า ซึ่งเป็นการประเมินแบบอนุรักษ์นิยม อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นหุ้นที่ไม่มีสภาพ
คล่อง ดังนั้น เราจึงแนะนำในลักษณะ ซื้อลงทุน


kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Thu Nov 08, 2007 9:47 am

บริษัทอาจมีหนี้เยอะความเสี่ยงสูงที่เดียวครับ
แต่ บริษัทก็มีกำไรอย่างต่อเนื่อง และ เติบโตมาโดยตลอด 3-4 ปี
เป็นธุรกิจที่มี มาจิ้นต่ำครับ ประเด็นที่ทำให่ผมสนใจก็คือ pe ที่ยังต่ำอยู่ (ตามมาจิ้นที่ต่ำ)  และ มือถือ  PDA ของค่าย HTC  ทีได้รับความนิยมค่อนข้างมากในไตรมาตร 3 ที่ผ่านมา ถึงขนานคนในบ้านผมมีกัน สองเครื่อง เลยทำให้เริ่มสนใจ บ. นี้ขึ้นมา  และ  การเติบโตของอุตสากรรมไอทีที่ยัง
ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ คอมพิวเตอร์  มือถือ PDA


ผมเชื่อว่าในเว็บเราก็คงเป็นลูกค้าของ sis กันเยอะเหมือน


yoko
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4151
Joined: Sat Jan 27, 2007 4:49 pm

Posts by yoko » Fri Nov 09, 2007 9:58 am

หลักทรัพย์   SIS  
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.ไตรมาสที่3(F45-1)
  วันที่/เวลา 09 พ.ย. 2550 08:49:44



 

                       สรุปผลการดำเนินงานของบจ.ไตรมาสที่3(F45-1)
                            บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                                     (หน่วย : พันบาท)
                                            สิ้นสุดวันที่  30 กันยายน
                                    ไตรมาสที่ 3          งวด 9 เดือน
             ปี                    2550        2549        2550        2549

  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              37,831      25,877      88,754      70,376
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)      0.19        0.13        0.44        0.35


kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Fri Nov 09, 2007 12:51 pm

SIS เผยQ3/50 กำไรเพิ่มเพราะยอดขายพุ่ง - เพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูง

              นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ    กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศ
ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS ขอชี้แจงผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ปี 2550 สิ้นสุดวัน
ที่ 30 กันยายน 2550 ซึ่งได้รับการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต โดยบริษัทฯ มีผลกำไร
สุทธิ 37.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น12.0 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียว
กันของปีก่อน โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมสรุปได้ดังนี้

1) รายได้รวม
บริษัทฯ มีรายได้รวมประจำไตรมาส 3 ปี 2550 เท่ากับ 2,841.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก
งวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 23.7 เนื่องจากอุตสาหกรรมไอทียังคงมีการเติบโตอย่าง
ต่อเนื่อง รวมทั้งสินค้ากลุ่ม PDA Phone ที่บริษัทฯ จัดจำหน่ายมีการเติบโตเพิ่มขึ้นมาก
จึงทำให้บริษัทฯ มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 23.7

2) ค่าใช้จ่ายรวม
บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวมประจำไตรมาส 3 ปี 2550 เท่ากับ 2,768.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
จากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 23.5 ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้รวม

3) กำไรสุทธิ

บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวมประจำไตรมาส 3 ปี 2550 เท่ากับ 37.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก
งวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 46.2 ซึ่งเพิ่มขึ้นมากเนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการ
เพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรสูง ทำให้อัตราส่วนกำไรขึ้นต้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5.3
เป็น 6.2
          อย่างไรก็ตาม สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของสินค้ากำไรดีนั้น เนื่องจากมีการจำหน่าย
สินค้ารุ่นใหม่ที่มีกำไรสูงและได้รับความนิยมจากตลาด ซึ่งอาจจะไม่เป็นเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง


kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Fri Nov 09, 2007 2:24 pm

SIS วิ่งสู้ฟัดกว่า 8% หลัง บล.กิมเอ็ง เชียร์ซื้อลงทุนจากแนวโน้มผลงาน Q3/50
เจ๋งทำสถิติสูงสุดกว่าที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวสำรวจการเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น
(ประเทศไทย) หรือ SIS พบว่าราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากในการซื้อขายวันนี้ โดย
ในส่วนของบริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KEST) ได้
ออกบทวิเคราะห์ถึงผลประกอบการไตรมาส 3/2550 ของ SIS ว่าจะมีผลกำไรทำสถิติ
สูงสุดถึง 35 ล้านบาท และมีกำไรต่อหุ้น 0.17 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียว
กันในปีก่อน เนื่องจากอัตราการเติบโตของอุตสากรรมไอทีปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย
เฉพาะคอมพิวเตอร์มือถือ (PDA) ที่สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด อีกทั้ง
อัตรากำไรขั้นต้นได้ปรับตัวดีขึ้นมาเป็น 5.7% จาก 5.3% จากไตรมาสก่อน หลัง
จากบริษัทฯมีรายได้ในการขายสินค้า ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายได้ปรับลดลงเหลือ 14 ล้าน
บาท เพราะในไตรมาสนี้ทาง SIS ได้รับคืนเงินฝากที่ติดภาระผูกพันจำนวนทั้งสิ้น
212 ล้านบาท จึงส่งผลให้ภาระของหนี้เงินกู้ปรับลดลง
อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิเคราะห์ฯได้มีการปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการ
ไตรมาส 4/2550 หลังจากยอดขายปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ขณะที่ทั้งปีคาดว่าจะมีกำไร
สุทธิ 118 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท เนื่องจาก
อุตสาหกรรมไอที ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับเงินปันผลของ SIS ในปีนี้ คาดว่าจะจ่ายได้ในอัตรา 0.2 บาทต่อหุ้น
หรือคิดเป็นเงินปันผลตอบแทนประมาณ 6.5% หลังจากที่ในปีนี้บริษัทฯสามารถทำ
กำไรได้อย่างโดดเด่น โดยประเมินราคาเหมาะสมที่ 4 บาท ภายใต้ฐาน P/E ปี 2550
เท่ากับ 6.8 เท่า จึงแนะนำให้ซื้อลงทุน แม้จะเป็นหุ้นที่ไม่มีสภาพคล่อง แต่อัตราการ
เติบโตของผลประกอบการยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
ปิดตลาดฯเช้า  ราคาหุ้น SIS อยู่ที่ 3.26 บาท เพิ่มขึ้น 0.24 บาท หรือ 7.95
% มูลค่าการซื้อขาย 2.95 ล้านบาท


User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Posts by vichit » Mon Nov 12, 2007 9:20 am

บล.กิมเอ็ง : SIS แนะนำซื้อลงทุน ประเมินราคาเหมาะสมเดิมที่ 4 บาท

     กำไรไตรมาส 3/50 โดดเด่น ทำสถิติสูงสุดใหม่ถึง 38 ล้านบาท (+32%qoq, +46%yoy)
บมจ. เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) (SIS) หนึ่งในสองผู้นำธุรกิจขายส่งอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอที ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/50 ที่โดดเด่นและทำสถิติสูงสุด
ได้ใหม่ถึง 38 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.19 บาท) เพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาสก่อน และ 46% จาก
ปีก่อน มากกว่าที่เราคาดหมายว่าจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 35 ล้านบาท กำไรที่โดดเด่นดังกล่าว
เนื่องจากได้แรงหนุนสำคัญจาก 1.) ยอดขายที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีเท่ากับ 2,824 ล้านบาท (+4%
qoq, +24%yoy) เนื่องจากการเติบโตของอุตสากรรมไอทีที่ยังต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์
มือถือ (PDA Phone) ที่ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการประสบความสำเร็จของค่าย
HTC 2.) อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมากเป็น 6.2% จาก 5.3% ในไตรมาสก่อน และ ปีก่อน
จากสัดส่วนการขายสินค้าที่มีกำไรดีเพิ่มขึ้น เช่น PDA Phone 3.) ดอกเบี้ยจ่ายปรับลดลงเหลือ
13 ล้านบาท (-22%qoq, -18%yoy) เนื่องจากในไตรมาสนี้ทาง SIS ได้รับคืนเงินฝากที่ติด
ภาระผูกพันจำนวน 212 ล้านบาท ทำให้ภาระหนี้เงินกู้ลดลงเหลือ 771 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส
สาม จาก 995 ล้านบาทในไตรมาสก่อน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับเพิ่มขึ้น
เป็น 121 ล้านบาท (+20%qoq, +44%yoy) ตามยอดขายที่ปรับเพิ่มขึ้น

คาดกำไรไตรมาส 4/50 ยังขยายตัวต่อเนื่อง
       แนวโน้มยอดขายในไตรมาส 4/50 คาดหมายว่าจะยังขยายตัวจากปีก่อนอย่างต่อเนื่อง แต่
อิทธิพลของฤดูกาลจะทำให้ยอดขายชะลอตัวลงจากไตรมาสสามเล็กน้อย เรายังมองถึงตัวแปรที่
จะช่วยผลักดันการเติบโตของ SIS ในปีนี้ และ ในอนาคตคือ 1.) อุตสาหกรรม IT ยังมีแนวโน้มที่
จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง 2.) ลูกค้าประเภทบุคคล มีการเติบโตอย่างชัดเจน จากความจำเป็นใน
ชีวิตประจำวันมากขึ้น และ จำนวนเครื่อง PC ต่อคนของไทยยังต่ำมาก 3.) SIS มีความสามารถ
ในการแข่งขัน มีการปรับแนวสินค้าไปตามแนวโน้มความต้องการของตลาดได้ดี และ 4.) เพิ่ม
สินค้าประเภท Exclusive products

คาดปีนี้จ่ายปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 0.2 บาท คงคำแนะนำ ซื้อลงทุน
        จากความสามารถทำกำไรที่โดดเด่นเราคาด SIS จะจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 0.2 บาท
ต่อหุ้นในปีนี้ หรือ คิดเป็นเงินปันผลตอบแทน 6.3% รวมถึงคาดหมายว่าผลประกอบการจะยัง
ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขาย P/E ที่ต่ำเพียง 5.5 เท่า, EV/EBITDA 4.7
เท่า และ P/BV 1.0 เท่า เรายังคงประเมินราคาเหมาะสมเดิมที่ 4 บาท ไว้ก่อน ซึ่งเป็นการ
ประเมินแบบอนุรักษ์นิยม เพราะ ซื้อขายภายใต้ฐาน P/E ปี 2550 ที่ต่ำเพียง 6.8 เท่า อย่างไร
ก็ตามเนื่องจากเป็นหุ้นที่ไม่มีสภาพคล่อง ดังนั้น เราจึงแนะนำในลักษณะ ซื้อลงทุน


User avatar
abscisic
Verified User
Posts: 180
Joined: Sun Aug 14, 2005 12:17 pm

Posts by abscisic » Tue Nov 13, 2007 8:05 am

ขอถามหน่อยครับ เรื่องความเสี่ยงจากสินค้าคงคลังนี่ ส่วนมากถ้าสินค้าตกรุ่นนี่เค้าจะเอาไปทำอะไรครับ ขายถูกๆเหรอ แล้ว SIS เค้าตัดบัญชีสินค้า ลดมูลค่าของสินค้าที่ตกรุ่นหรือยังครับ หรือว่ายังตีมูลค่าเต็มอยู่


kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Fri Nov 16, 2007 12:04 pm

ขอเอาใน 56-1 มาตอบนะครับ

บริษัทฯ มีการดำเนินการบริหารความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลังหลาย ๆ วิธีดังนี้:
การควบคุมสินค้าคงคลังให้น้อยกว่า 30 วัน
บริษัทฯ มีนโยบายในการเก็บสินค้าคงคลังอยู่ในช่วง 15 - 30 วัน ซึ่งเป็นการจำกัดความเสี่ยงของสินค้าคงคลัง และทำให้ถ้าเกิดปัญหา ก็สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
การให้มีผู้จัดการผลิตภัณฑ์ดูแลสินค้า
บริษัทฯ มีการกำหนดให้ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ (Product Manager) เป็นผู้ดูแลสินค้าทั้งในแง่ของการสั่งซื้อ การดูแลสินค้าคงคลัง และส่งเสริมขายสินค้า ทำให้มีผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความสำคัญในการดูแลสินค้าแต่ละยี่ห้อ สามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
การตั้งสำรองสินค้าล้าสมัย
บริษัทฯ มีการตั้งสำรองสินค้าคงคลังล้าสมัยตามอายุสินค้าในทุก ๆ เดือน ซึ่งเมื่อมีสินค้าค้างสต็อค จะมีการตั้งสำรองตามอายุอันจะทำให้กำไรที่แสดงในงบ เป็นกำไรที่หักภาระสินค้าค้างสต็อคไปแล้วเสมอ
ระบบข้อมูล
บริษัทฯ มีการลงทุนด้านระบบจัดการสินค้าคงคลังของ SAP R/3 ซึ่งเป็นระบบที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมรายงานต่าง ๆ ที่ช่วยในการจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นรายงาน Inventory Aging แยกแต่ละรายการสินค้า, รายงาน inventory turnover แยกแต่ละรายการ ฯลฯ

ส่วนในรายละเอียดลึกๆ เองอาจจะต้องถามทางบริษัทเองอีกทีครับ


kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Fri Nov 16, 2007 2:29 pm

link ที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับหุ้นตัวนี้นะครับ

http://www.thaivi.com/webboard/viewtopi ... 76a1c25489


User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Mon Nov 19, 2007 2:28 pm

              รายได้ (ลบ.)       Profit (ลบ.)            EPS
Q1/2548    2,009.03          21.04                   0.11
Q2/2548    2,065.66          22.21                   0.11
Q3/2548    2,350.88          24.27                   0.12
Q4/2548    2,347.43          20.61                   0.10
Q1/2549    2,387.58          27.40                   0.14
Q2/2549    2,308.52          17.10                   0.08
Q3/2549    2,296.25          25.88                   0.13
Q4/2549    2,302.39          22.59                   0.11
Q1/2550    2,253.00          22.20                   0.11
Q2/2550    2,729.80          28.70                   0.14
Q3/2550    2,841.40          37.80                   0.19
Q4/2550

:D  :D  :D  :D  :D

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Mon Nov 19, 2007 2:33 pm

ขอเอามาแปะไว้หน่อยครับ
Proxity wrote:ในฐานะที่ทำงานในวงการ IT ต้องบอกว่า
ผู้บริหารคือ คุณสมชัย และคุณสมบัติ เป็นคนเก่ง ฉลาดและตรงไปตรงมาครับ

แต่ปัญหาคือ
คนรองๆ ลงไปนี่ เทียบไม่ได้ ยังไม่มีตัวตายตัวแทนครับ

ตัว HTC นี่ Margin ไม่น้อยครับ ไม่ต้องกังวลเกิน 5% แน่ๆ เพราะเป็น Sole Distri บน IT channel

SiS ในไทยนี่ใหญ่ แม้ว่าเป็นบริษัทลูกของ SiSTech ของฮ่องกง แต่ว่ายอดขายนี่ดูเหมือนจะพอๆ กันหรือใหญ่กว่า (ที่แน่ๆ คือ ใหญ่กว่า SiSTech ที S'pore แน่นอน)

IT Dsitributor นี่ แม้ว่ามีข้อเสียมาก แต่อย่างที่ re: ข้างบนบอกครับ Barrier of Entry สูงมาก (พูดกันเล่นๆ ว่าไม่ใช่มีเงินอย่างเดียว ต้องโง่ด้วย :-) เพราะ Return of Invested Capital ต่ำ)

คือต้องมีเงินมากเพราะต้องการเงินทุนหมุนเวียนสูงเป็นระดับพันล้าน
มีชื่อเสียง เพราะบรรดา Brand ดังๆ นี้ไม่ให้ distributorship กับบริษัทเล็กๆ
กำไรต่ำ
มี creidt Risk สูง ลุกค้าเบี้ยวเงินได้

แต่...
มี Growth สูง churn cash ได้เร็ว ปกติเราพูดถึง 3-4 เท่าของ GDP growth เช่น GDP โต 5% เดาได้เลยว่าจะต้องมี Growth 12-15% (ใน emergin country)

คู่แข่งน้อย เพราะรายย่อยจะถูกกำจัดออกไป เหลือแต่รายใหญ่ๆ อย่างตอนนี้เหลืออยู่ก็ 4 ต่างชาติ ECS-Value, Synnex, SiS, Ingram (นับตามยอดขายปี 06) ส่วน Techpac โดนซื้อไปแล้วสองปีก่อน (โดย ingram) ส่วน Digiland แม้ว่ายังอยู่แต่ก็เรียกว่าไม่ active เท่าไร กับอีก 3 บริษัทไทย ( DCom, A&L, Com 7) โดยทาง ITDC เพิ่งประกาศเลิกส่วน Distribution ปีนี้

ค่าน้ำมันมีผลกระทบกับการขนส่งสินค้า เพราะมีกำไรต่ำอยู่แล้วและทุก distri offer Free Delivery ทั้งนั้น ไม่ว่ากรุงเทพหรือต่างจังหวัด

Trend ระยะยาว
ธุรกิจ Distri เหมาะสำหรับตลาดที่เป็น Frangmented คือ มีผู้เล่นมากราย แต่ไม่มี dominant (ทั้งในรูป vendor / buyer) ในตลาดแบบนั้น distri จะมีบทบาทมาก ยกตัวอย่าง ขณะที่ตลาดยังขนาดเล็ก เราจะเห็นว่า vendor จะแต่งตั้ง distri มาสร้างตลาด พอเริ่มโตขึ้นก็จะเข้ามาทำตลาดเอง ไม่ว่าจะเป็น consumer / IT / medicine etc.
กระแส M&A ในเมืองนอกที่ผ่านมาส่งผลกระทบกับ Distri เพราะตลาดเริ่ม consolidate ขึ้น ผู้ขายมีอำนาจต่อรอง และ ผู้ซื้อ user ก็เริ่มมีอำนาจต่อรองเพราะเป็นรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในระดับ distri เองก็มีการรวมตัวกันด้วย เช่น Ingram ซื้อ Techpac และ VST ซื้อ ECS เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง (แต่โชคดีที่ระดับ reseller ในเมืองไทยยังไม่มีการรวมตัวกัน ดังนั้นอำนาจต่อรองของ reseller ระยะหลังจึงลดต่ำลง) ในปีหน้า ผมคิดว่ากำไรขั้นต้นของทุก Distri ในเมืองไทยจะขยับขึ้น อย่างน้อย 50 basis point ก็มองกันไว้ได้ครับ

ถ้านึกอะไรออกจะมาเพิ่มให้ครับ
หมายเหตุ
ผมทำงานอยู่ใน IT Distributor ต่างชาติรายหนึ่ง ไม่มีห้นใน SIS แต่ชื่นชมผู้บริหาร SiS ครับ
HTC Touch กำลังมาซะด้วย

:D  :D  :D  :D  :D

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Mon Nov 19, 2007 6:53 pm

ยินดีต้อนรับครับ คุณ bremner :welcome:

หลายปีที่ผ่านมาถึง q4 ไม่ไช่ ไตรมาตรที่กำไรเยอะที่สุดแต่ผมก็ยังหวังว่าน่าจะได้ใกล้เคียง ไตรมาตร สาม หรือตำกว่านิดหน่อย แต่ก็ไม่น่าตำกว่าไตรมาตรสอง    EPS ของปีนี้จึงประเมิณไว้สูงกว่า ของ คุณ bremner นิดหน่อย คือประมาน 0.6 บาท ไงอีกสามเดือนคงได้รู้ผล  :D


User avatar
Little Boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Sep 21, 2006 9:51 pm

Posts by Little Boy » Mon Nov 19, 2007 10:48 pm

HTC Touch Dual  ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก HTC ที่เพิ่งมีการเปิดตัวไป โดยพร้อมจำหน่ายปลายเดือน พฤศจิกายน 50 นี้
สนนราคาอยู่ที่ 22,900 บาท (ราคารวม VAT แล้ว) ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

Image
บางเฉียบพอๆ กับ HTC Touch เดิม แต่เพิ่มเติมสไลด์ ดีไซน์สวยเก๋ พร้อมลูกเล่นที่มากขึ้น

Image
ยอมรับเลยครับว่าสวยจริงๆ  :ep:

Preview : http://www.pdamobiz.com/forum/forum_pos ... 03299&PN=1

ความรู้..อาจมีขอบเขตจำกัด แต่จินตนาการ..ไร้ขีดจำกัด

kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Wed Nov 21, 2007 12:20 am

ไปโหลด คลิปมาดูได้นะครับ
http://www.moneychannel.co.th/Menu6/Cli ... fault.aspx

SIS เผยกลยุทธ์หนุนรายได้โตสวนเศรษฐกิจ

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บมจ. เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) (SIS) กล่าวผ่านรายการ Stock in Focus ว่า สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) ในปัจจุบันมีความหลากหลายขึ้นมาก เนื่องจากผู้ผลิตสินค้าได้พยายามคิดค้นหรือผสมผสาน IT ลงในสินค้าให้มีคุณสมบัติแปลกใหม่และดีขึ้น เช่น การนำ IT ผสมกับโทรศัพท์มือถือ จนออกมาเป็น PDA Phone นำ IT มาผสมกับไฟล์เสียง จนเป็นเครื่องเล่น mp 3 ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันได้ และทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ IT ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น การที่ SIS เป็นผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจซื้อมาขายไป (Trading) ของสินค้าประเภทนี้ ถือว่าเป็นข้อดี เพราะมีสินค้าให้เลือกจำหน่ายที่หลากหลาย จึงสามารถกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจได้ จะเห็นได้จากในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศซบเซา และมีผลให้งานโครงการลงทุนขนาดใหญ่ลดน้อยลงนั้น แต่ SIS ก็ยังคงมียอดขายที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้ารายย่อยเนื่องจากราคาจำหน่ายสินค้าถูกลง

สำหรับสถานการณ์การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม นายสมชัยกล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ค้าส่งในธุรกิจ IT รายใหญ่เพียง 4 ราย ซึ่งผู้ประกอบการค้าส่งแต่ละรายก็เน้นกลุ่มสินค้าและลูกค้าที่แตกต่างกันด้วย จึงสามารถควบคุมสภาพการแข่งขันในธุรกิจไม่ให้รุนแรงเกินไปได้

ส่วนตัวเลขกำไรเมื่อเทียบกับยอดขายของ SIS ที่ไม่ดีนักหรือเพียง 1% นั้น นายสมชัยบอกว่า ไม่ได้กังวลมากนัก เนื่องจากธุรกิจนี้มีสินค้าหมุนเวียนค่อนข้างมาก แต่ SIS ก็ได้เตรียมกลยุทธ์ไว้แล้ว เช่น การปรับเพิ่มราคาจำหน่ายสินค้าโดยที่ผู้ซื้อไม่ได้รับผลกระทบแต่จะส่งผลดีต่อบริษัทเป็นเท่าตัว และการปรับลดราคาจำหน่ายสินค้าให้ช้าลงกว่าปกติ ก็จะส่งผลดีต่อกำไรของบริษัทได้เช่นกัน

สำหรับสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้น ทำให้ SIS ได้รับประโยชน์เช่นกัน เพราะ SIS ได้นำเข้าสินค้า ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐที่ยังมีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีก ก็จะมีผลให้ราคาสินค้า IT ต่ำลงได้อีกเช่นกัน และจะทำให้ผู้บริโภคไทยมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ปัจจุบัน SIS มีลูกหนี้ประมาณ 4 พันราย และมีสินค้าคงคลังค่อนข้างมาก จึงจำเป็นต้องมีวิธีบริหารจัดการที่เหมาะสมแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาลูกหนี้ของ SIS ไม่ได้มีปัญหามากนัก ซึ่ง SIS ก็มีระบบตรวจสอบเครดิต และใช้วิธีการทำประกันภัยที่ครอบคลุมจากหนี้เสียได้สูงถึง 90% และยังให้บริการด้านการเงินให้กับลูกหนี้ที่มีกำลังเงินไม่เพียงพอกับโครงการด้วย

ส่วนบริษัท ดาต้า ไอทีที่เป็นลูกค้าของ SIS และเกิดปัญหาขึ้นนั้น SIS ก็ได้แก้ปัญหาด้วยการนำสินค้าเข้าไปฝากขายมากขึ้น และหลังจากที่ ได้วางระบบโลจิสติกส์ที่ทำให้ขนส่งสินค้าให้กับลูกค้ารวดเร็ว จึงไม่จำเป็นต้องฝากสต็อกสินค้าไว้เป็นจำนวนมาก และถือเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงของธุรกิจเช่นกัน

สำหรับผลประกอบการของไตรมาส 3/50 ของ SIS ที่ดีเป็นประวัติการณ์นั้น นายสมชัยกล่าวว่า เกิดจากวัฏจักรของธุรกิจที่จะดีมากในไตรมาส 3 ของทุกปีอยู่แล้ว เพราะเป็นไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณนั้น ๆ ที่ภาครัฐจะต้องเร่งใช้งบประมาณให้หมด แต่ในไตรมาส 4/50 ที่มีวันหยุดค่อนข้างมากนั้น ก็อาจทำให้รายได้และกำไรเติบโตได้ไม่มากเท่าไตรมาส 3/50 อย่างไรก็ตาม หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง ก็จะยังทำให้อุตสาหกรรมสามารถเติบโตต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ผลิตสินค้า IT สามารถผลิตสินค้าใหม่ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ก็จะสนับสนุนให้ SIS ขยายตัวขึ้นได้มากกว่าอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ SIS มีนโยบายการจ่ายปันผลที่ 40% ของกำไรสุทธิ ซึ่งที่ผ่านมา SIS ยังไม่สามารถจ่ายได้ตามนโยบายที่กำหนดไว้ เนื่องจากธุรกิจยังคงเติบโตสูงหรือไม่น้อยกว่า 20% ทำให้บริษัทต้องกันเงินทุนส่วนหนึ่งไว้รองรับการขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตาม นายสมชัยกล่าวว่า SIS ก็มีแนวโน้มการจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในปีนี้ที่ SIS ได้รับเงินประกันธุรกิจคืนจากสถาบันการเงินกว่า 200 ล้านบาท ก็ยิ่งส่งผลให้ SIS มีสภาพคล่องที่ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนได้เพิ่มขึ้นด้วย

ความเห็นสมาคมนักวิเคราะห์ :

บริษัทสมาชิกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ประเมินว่า SIS เป็น 1 ในผู้ประกอบการค้าส่งอุปกรณ์ IT รายใหญ่ที่ยังมีรายได้และกำไรในไตรมาส 3/50 เติบโตได้ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่ขยายตัวได้ดีตามอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้น นอกจากนี้ SIS ยังมีภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงหลังจากได้รับเงินคืนมา 212 ล้านบาท ซึ่งมีผลให้อัตราหนี้สินต่อทุนของ SIS ลดลงด้วย

นอกจากนี้ ผลประกอบการในไตรมาส 4/50 ยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอีกหลังความต้องการสินค้า IT ขยายตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ SIS มีสินค้าที่หลากหลายและครอบคลุมความต้องการของลูกค้า อย่างไรก็ตาม SIS มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างน้อย เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยการหมุนเวียนของสินทรัพย์ (Asset Turnover) สูง แต่ก็จะได้รับปริมาณการขาย(Volume) ที่สูงขึ้นมากแทน

ติดตามรายการ Stock in Focus ได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 11.00 น. ทาง Money Channel
ช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80, จานดาวเทียม Samart DTH ช่อง 08 และเคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30


User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Wed Nov 21, 2007 9:05 am

[quote="kok2029"]ยินดีต้อนรับครับ คุณ bremner :welcome:

หลายปีที่ผ่านมาถึง q4 ไม่ไช่ ไตรมาตรที่กำไรเยอะที่สุดแต่ผมก็ยังหวังว่าน่าจะได้ใกล้เคียง ไตรมาตร สาม หรือตำกว่านิดหน่อย แต่ก็ไม่น่าตำกว่าไตรมาตรสอง

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Wed Nov 21, 2007 10:18 am

เพิ่มเติมข้อมูลนะครับ

สำหรับ brand ที่ sis  ทำตลาดอยู่ตอนนี้ แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

- ประเภท PC, Notebook, Server จะมี Acer, Apple, Fujitsu, HP, Lenovo, Toshiba, IBM.
- ประเภท Storage จะมี Apple, EMC, HP, IBM, Samsung
- ประเภท Printer จะมี Xerox, HP, Oki, Ricoh, Samsung, Panasonic, Epson
- ประเภท Imaging จะมี Acer, Panasonic, Toshiba, Philip, HP, IBM, Nikon, Samsung, Canon, JVC,
- ประเภท Accessory จะมี VMware, Pinnacle, 3Com, Linksys, Fortinet, Emerson, Socomec, Veritas, Apple, Sandisk, Microsoft, UMAX, Targus, APC, etc.
- ประเภท Consumable จะมี HP, Oki, Ricoh, Samsung, Xerox, Imation, Sony, Oki, Epson, ๊
- ประเภท PDA จะมี Dopod, HTC, Palm, Qool, HP


User avatar
gnomeller
Verified User
Posts: 425
Joined: Wed Feb 28, 2007 4:33 am

Posts by gnomeller » Thu Nov 29, 2007 6:29 pm

Little Boy wrote: ข้อมูลของคุณ kok2029 ผมไม่แน่ใจครับว่ามาจากไหน แต่ข้อมูลของผมได้จากสหายท่านหนึ่งโทรไปถาม SIS ครับ เลยทราบว่า SIS ได้เป็นตัวแทนจำหน่าย IPhone ในประเทศไทยด้วย
ผมถามเค้าเรื่อง iPhone แล้วนะ สรุปว่าตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆนะครับพี่น้อง นอกจากคำพูดของ Apple เองที่บอกว่าจะทำตลาด Asia ปี 08 เมือสมัยเปิดตัว iPhone เมื่อตอนนู้น แต่ Asia ไม่ได้หมายถึงไทยนะครับ เพราะว่า AppleStore ตั้งอยู่ที่ Tokyo ประเทษญี่ปุ่ญ ฮ่องกง และ สิงคโปร
ปัญหาคือ กระทั่ง ณ ปัจุบันนี้ iPhone เองก็ยังไม่สามารถวางขาย ได้ทั่วสำหรับประเทศโซนยุโรป และที่สำคัญคือ ไม่ใช่สินค้าทุกตัวของ apple จะมีขายทั่วโลก เช่น iTune Music Store ตอนนี้ใน Asia มีแค่ที่ ญี่ปุ่ฯเท่านั้น ที่มีขาย iTune Card ที่สั่งซื้อเพลงได้ เนื่องจาก iPhone เป็นการขายบริการด้วยดังนั้น Apple จะมีการ Deal กับผู้ให้บริการเครือข่ายก่อน และตัวเครื่องก็จะมีการล๊อคเครือขายเอาไว้

ถามว่าทำไมผมถึงตั้งข้อสังเกตุเช่นนี้ ก็เพราะว่าทาง SIS แจ้งมาว่าเค้าจะได้รับสิทธิในการขาย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ ผู้ที่เป็น Distributor ของ Apple ทุกรายก็จะได้สิทธิในการขาย product นี้ด้วย ไม่ใช่ SIS เจ้าเดียว และราคาขายก็จะถูกทาง Apple ควบคุมมาให้เท่ากันอยู่แล้ว และความเป็นไปได้ที่ดูจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ อาจจะมีการติดต่อนำเข้ามาขายโดยเป้นเครื่องชนิดที่ใช้ได้ทุกเครื่อขาย เพราะว่าประเทษไทยมีกฎหมายการล๊อคค่ายเอาไว้ เหมือินกับเรื่องที่กำลังขึ้นศาลของประเทษเยอรมันอยู่ตอนนี้ ซึ่งเครื่องชนิดนี้จะเป้นแบบเดียวกับที่ ในฝรั่งเศสและเยอรมัน แต่ในฝรั่งเศษผู้ที่ได้สิทธไปคือ Orange(เครื่องแบบล๊อคเครือข่าย) ดังนั้นถ้าเที่ยบกับ เยอรมันและฝนั่งเศษที่มีการขายเครือ่งที่ไม่มีการ lock นะ้นจะเป้นเครือ่งที่มีราคาแพงกว่ามาก คิดจากราคาที่ Deutsche Telekom วางขายนั้นตีเป้นเงินไทยอยู่ที่ 46,558 บาท คาดราคาขายคร่าวๆถ้าเกิดเข้ามาไทยอาจจะอยู่ที่ 46,xxx หรือ แพงกว่า (เป็นเรื่องธรรมดาที่สินค้า Apple ทนไทยจะแพงกว่าต่างประเทษอยู่แล้ว)!!! จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะควักตังซื้อมือถือเคร่องละเกือบห้าหมื่น! อีกทั้งยังต้องแข่งกับ iStudio และ Distributor อื่นที่มีอยุ่หลายสาขา จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ iPhone จะทำกำไรให้กับ SIS

อีกทั้งทางจดหมาย SIS ก็ตอบผมมาว่าอ่ยางงี้นะครับ
"ข้อมูลที่ได้ภายใน Apple แจ้งว่าน่าจะเป็นไตรมาส 2
ในแง่ SiS คาดว่าน่าจะจำหน่ายในไตรมาส 3 ปี 08 "


ทั้งหมดนี้เป้นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว จากผมเองที่ใช้ Mac มาตั้งแต่ปี 1999 นานาจิตตังนะครับงานนี้ ฟังดูไว้หู ดูให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับ:wink:


User avatar
Little Boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Sep 21, 2006 9:51 pm

Posts by Little Boy » Thu Nov 29, 2007 11:57 pm

gnomeller wrote:
ผมถามเค้าเรื่อง iPhone แล้วนะ สรุปว่าตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆนะครับพี่น้อง นอกจากคำพูดของ Apple เองที่บอกว่าจะทำตลาด Asia ปี 08 เมือสมัยเปิดตัว iPhone เมื่อตอนนู้น แต่ Asia ไม่ได้หมายถึงไทยนะครับ เพราะว่า AppleStore ตั้งอยู่ที่ Tokyo ประเทษญี่ปุ่ญ ฮ่องกง และ สิงคโปร
ปัญหาคือ กระทั่ง ณ ปัจุบันนี้ iPhone เองก็ยังไม่สามารถวางขาย ได้ทั่วสำหรับประเทศโซนยุโรป และที่สำคัญคือ ไม่ใช่สินค้าทุกตัวของ apple จะมีขายทั่วโลก เช่น iTune Music Store ตอนนี้ใน Asia มีแค่ที่ ญี่ปุ่ฯเท่านั้น ที่มีขาย iTune Card ที่สั่งซื้อเพลงได้ เนื่องจาก iPhone เป็นการขายบริการด้วยดังนั้น Apple จะมีการ Deal กับผู้ให้บริการเครือข่ายก่อน และตัวเครื่องก็จะมีการล๊อคเครือขายเอาไว้

ถามว่าทำไมผมถึงตั้งข้อสังเกตุเช่นนี้ ก็เพราะว่าทาง SIS แจ้งมาว่าเค้าจะได้รับสิทธิในการขาย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ ผู้ที่เป็น Distributor ของ Apple ทุกรายก็จะได้สิทธิในการขาย product นี้ด้วย ไม่ใช่ SIS เจ้าเดียว และราคาขายก็จะถูกทาง Apple ควบคุมมาให้เท่ากันอยู่แล้ว และความเป็นไปได้ที่ดูจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ อาจจะมีการติดต่อนำเข้ามาขายโดยเป้นเครื่องชนิดที่ใช้ได้ทุกเครื่อขาย เพราะว่าประเทษไทยมีกฎหมายการล๊อคค่ายเอาไว้ เหมือินกับเรื่องที่กำลังขึ้นศาลของประเทษเยอรมันอยู่ตอนนี้ ซึ่งเครื่องชนิดนี้จะเป้นแบบเดียวกับที่ ในฝรั่งเศสและเยอรมัน แต่ในฝรั่งเศษผู้ที่ได้สิทธไปคือ Orange(เครื่องแบบล๊อคเครือข่าย) ดังนั้นถ้าเที่ยบกับ เยอรมันและฝนั่งเศษที่มีการขายเครือ่งที่ไม่มีการ lock นะ้นจะเป้นเครือ่งที่มีราคาแพงกว่ามาก คิดจากราคาที่ Deutsche Telekom วางขายนั้นตีเป้นเงินไทยอยู่ที่ 46,558 บาท คาดราคาขายคร่าวๆถ้าเกิดเข้ามาไทยอาจจะอยู่ที่ 46,xxx หรือ แพงกว่า (เป็นเรื่องธรรมดาที่สินค้า Apple ทนไทยจะแพงกว่าต่างประเทษอยู่แล้ว)!!! จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะควักตังซื้อมือถือเคร่องละเกือบห้าหมื่น! อีกทั้งยังต้องแข่งกับ iStudio และ Distributor อื่นที่มีอยุ่หลายสาขา จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ iPhone จะทำกำไรให้กับ SIS

อีกทั้งทางจดหมาย SIS ก็ตอบผมมาว่าอ่ยางงี้นะครับ
"ข้อมูลที่ได้ภายใน Apple แจ้งว่าน่าจะเป็นไตรมาส 2
ในแง่ SiS คาดว่าน่าจะจำหน่ายในไตรมาส 3 ปี 08 "

ทั้งหมดนี้เป้นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว จากผมเองที่ใช้ Mac มาตั้งแต่ปี 1999 นานาจิตตังนะครับงานนี้ ฟังดูไว้หู ดูให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับ:wink:
ขอบคุณ คุณ gnomeller มากครับสำหรับข้อมูล

สำหรับ Iphone ถ้าราคาจำหน่ายตกเครื่องละ 4-5 หมื่น ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ ที่จะทำตลาดในเมืองไทย และสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำให้กับ SIS คงจะจับกลุ่มได้เฉพาะแค่ลูกค้าบางกลุ่ม แถมยังเข้ามา q2 -q3 ของปีหน้าอีก สงสัยกระแสคงหายไปแล้วล่ะ (เดา)

เอาเป็นว่าตอนนี้ก็คงโฟกัสในสิ่งที่ SIS เป็นตัวแทนจำหน่ายแน่นอนอยู่แล้วก่อนดีกว่า
kok2029 wrote: สำหรับ brand ที่ sis  ทำตลาดอยู่ตอนนี้ แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

- ประเภท PC, Notebook, Server จะมี Acer, Apple, Fujitsu, HP, Lenovo, Toshiba, IBM.
- ประเภท Storage จะมี Apple, EMC, HP, IBM, Samsung
- ประเภท Printer จะมี Xerox, HP, Oki, Ricoh, Samsung, Panasonic, Epson
- ประเภท Imaging จะมี Acer, Panasonic, Toshiba, Philip, HP, IBM, Nikon, Samsung, Canon, JVC,
- ประเภท Accessory จะมี VMware, Pinnacle, 3Com, Linksys, Fortinet, Emerson, Socomec, Veritas, Apple, Sandisk, Microsoft, UMAX, Targus, APC, etc.
- ประเภท Consumable จะมี HP, Oki, Ricoh, Samsung, Xerox, Imation, Sony, Oki, Epson, ๊
- ประเภท PDA จะมี Dopod, HTC, Palm, Qool, HP

ความรู้..อาจมีขอบเขตจำกัด แต่จินตนาการ..ไร้ขีดจำกัด

kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Thu Dec 06, 2007 2:28 pm

Settrade.com จับมือ SiS จัดกิจกรรมพิเศษให้ผู้ลงทุนใช้บริการเทคโนโลยีไร้
สาย เพิ่มช่องทางซื้อขายหลักทรัพย์และเข้าถึงข้อมูลลงทุน

              Settrade.com ร่วมมือกับ SiS Distribution (Thailand) จัดกิจกรรมพิเศษ
ให้ผู้ลงทุนใช้บริการเทคโนโลยีไร้สาย ในการติดตามข้อมูลการลงทุนผ่านเครื่อง
คอมพิวเตอร์พกพา (PDA Phone) เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ สามารถตัดสินใจลงทุนได้สะดวก รวดเร็วทันสถานการณ์ด้วยต้นทุนที่
ต่ำ
               นางชนิสา ชุติภัทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด
กล่าวว่า การลงทุนในหลักทรัพย์จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ลงทุนต้องติดตามข้อมูลข่าวสาร
และตัดสินใจลงทุนได้อย่างทันสถานการณ์ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสซื้อขาย ดังนั้น
ช่องทางการซื้อขายและการเข้าถึงข้อมูลที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง
ต่อการลงทุน
                ปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือ PDA Phone เป็นอีกช่องทาง
หนึ่งที่ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลและซื้อขายหลักทรัพย์ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เซ็ท
เทรดจึงได้ร่วมมือกับบริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน)
(SIS) จัดกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้สนใจใช้ PDA Phone ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวย
ความสะดวกให้ผู้ลงทุน เชื่อมต่อกับตลาดทุนได้ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยต้นทุนที่ต่ำเหมาะ
สมกับไลฟ์สไตล์ของผู้ลงทุนรุ่นใหม่  นางชนิสากล่าว
                นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิ
วชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  ปัจจุบันเทคโนโลยีไร้สายเข้ามามี
บทบาทในชีวิตประจำวันและตลาดทุนมากขึ้น เห็นได้จากการที่ผู้ลงทุนที่เป็นลูกค้า
ของบริษัทมีการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยตัวเองผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่และเครื่อง
คอมพิวเตอร์พกพา โดยเฉพาะ PDA Phone ที่สามารถใช้โปรแกรม Streaming
(Flash Version) ซึ่งเป็นโปรแกรมส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ทางอินเทอร์เน็ตที่มีฟังก์
ชั่นการใช้งานใกล้เคียงกับการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยตัวเองทาง หน้าจอ
คอมพิวเตอร์ บริษัทจึงได้ร่วมมือบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ 4 แห่ง ได้แก่ บริษัทหลัก
ทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัท
หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ใน
การนำเสนอเครื่อง PDA Phone ในราคาพิเศษ จึงเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วย
ตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนในการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญและ ตัดสินใจซื้อขาย
หลักทรัพย์ได้อย่างสะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
                 ผู้ลงทุนที่ใช้บริการดูข้อมูลและส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นทางอินเทอร์เน็ต
สามารถซื้อเครื่อง PDA Phone ได้ในราคาพิเศษ โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน) โทร. 0-2205-7111 บริษัทหลัก
ทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 0-2305-9559 บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด
(มหาชน) โทร. 0-2217-8900 และบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด โทร. 0-
2686-2061

Seppe Beauti Drink

kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Wed Dec 12, 2007 1:00 am

Update/ SIS คาดสิ้นปีนี้ ROE อยู่ที่  20% ต้นๆ สูงกว่าปีก่อน เหตุยอดขายโต
อย่างต่อเนื่อง

            SIS คาดแนวโน้มรายได้และกำไรปีนี้ดูดีกว่าปีก่อน แย้ม ROE อาจแตะ
20% ต้นๆ หลังยอดขายโตต่อเนื่องสวนอุตสาหกรรมไอทีโดยรวม ส่วนปีหน้าตลาดไอ
ทีคืนชีพหลังภาพการเมืองชัดเจน
            นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ  กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น
(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)หรือ SIS เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่า
คาดว่าสิ้นปีนี้แนวโน้มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE)ของบริษัทจะอยู่ที่  
10% ปลายๆ หรือ 20% ต้นๆ เนื่องจากอัตราการเติบโตของยอดขายโตอย่างต่อเนื่อง
และ 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทมีผลกำไรเป็นที่น่าพอใจ จึงเชื่อว่าสิ้นปีนี้แนวโน้มกำไรจะ
ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า
           ' เรามองกำไรในมุมของ ROE มากกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของกำไร ซึ่งเท่าที่
ดูแนวโน้มของ ROE ยังคงดีต่อเนื่อง และคาดว่าสิ้นปีคงดีกว่าปีก่อนหน้าอาจจะ 10%
ปลายๆ หรือ 20% ต้นๆ ' นายสมชัย กล่าว
            ขณะที่รายได้รวมของบริษัทจะขยายตัวมากกว่า 10% สูงกว่าการเติบโต
ของอุตสาหกรรมไอทีโดยรวมที่คาดว่าจะโต ประมาณ 5-10% เพราะใน 3 ไตรมาสที่
ผ่านมายอดขายของบริษัทก็โตมากกว่าอุตสาหกรรมแล้ว สำหรับสินค้าที่สร้างยอด
ขายให้บริษัทค่อนข้างสูง ได้แก่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค แต่สินค้าที่ทำกำไรดีที่สุด
ได้แก่ อุปกรณ์ต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์และสินค้าใหม่ๆ อย่างดูพอด MP3 ซึ่งเป็น
สินค้าที่มีสไตล์และผู้บริโภคเริ่มหันมาให้ความสำคัญที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีเหล่านี้
มากขึ้น      
            สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมไอทีปีหน้าน่าจะขยายตัวประมาณ 10-
15% สูงกว่าปีนี้ที่ขยายตัวประมาณ  5-10% เนื่องจากภาพการเมืองชัดเจนขึ้น น่าจะ
ทำให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมเดินหน้าไปตามปกติ ยกเว้นจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
เช่น ปฏิวัติรอบ 2 อาจจะกระทบกับตัวเลขที่คาดการณ์ดังกล่าวได้
            ในส่วนของบริษัทก็จะเติบโตไปตามอุตสาหกรรม และมีเงินลงทุนที่เพียง
พอโดยไม่ต้องกู้เพิ่ม ต่างจากช่วงหลายปีที่ผานมาที่อุตสาหกรรมไอทีขยายตัว 20-
30% ทำให้บริษัทต้องใช้เงินลงทุนมากและต้องมีการกู้ยืมเงินมากขึ้น แต่ช่วง 1-2
ปีที่ผ่านมาขยายตัว 6-10% ทำให้บริษัทมีเงินทุนเพียงพอที่จะใช้ขยายธุรกิจ เห็นได้
จากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจากอดีต 8-9 เท่า(ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น) แต่
ปัจจุบันอยู่ที่ 1 เท่ากว่าๆ เท่านั้น
            ทั้งนี้ ไตรมาส 3/50 บริษัทมีกำไรสุทธิ 37.83 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือนมี
กำไร 88.75 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากปีก่อนทั้งคู่
              ราคาหุ้น ณ เวลา 15.32 น. อยู่ที่ 3.60 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากวัน
ก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขาย 4.18 แสนบาท

Seppe Beauti Drink

Jaturont
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 201
Joined: Mon Jul 28, 2003 4:07 pm

Posts by Jaturont » Wed Dec 12, 2007 4:08 pm

TV plasma sumsung ที่วางขายทั่วไปนี่ก็เป็นของที่ SIS เหรอคับ

My way, or the highway

User avatar
gnomeller
Verified User
Posts: 425
Joined: Wed Feb 28, 2007 4:33 am

Posts by gnomeller » Wed Dec 12, 2007 11:31 pm

คิดว่าไม่ใช่นะครับ brand พวกนี้น่าจะมี Distributor หลายเจ้าได้
อย่าง LG นี่ก็มีของ Dcomputer นำเข้ามาด้วย
Sony เองก็มีเองหลายแหล่ง


kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Mon Dec 17, 2007 12:25 pm

บล.กิมเอ็ง : SIS แนะนำซื้อ ปรับราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 4.5 บาท จากเดิมที่ 4 บาท


แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/50 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ต่อเนื่องอีก
              บมจ. เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) (SIS) หนึ่งในสองผู้นำธุรกิจขายส่ง
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอที เราคาดหมายว่าผลประกอบการไตรมาส 4/50 จะยัง
โดดเด่นและสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ โดยในเบื้องต้นเราประเมินว่า SIS จะมีกำไรสุทธิเท่ากับ
41 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.21 บาท) เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน และ 84% จากปีก่อน
แม้ว่ายอดขายจะชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนเหลือ 2,633 ล้านบาท ( -7%qoq, +16%yoy)
เนื่องจากได้แรงหนุนจากผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์มือถือ (PDA Phone) ที่
ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการประสบความสำเร็จของค่าย HTC ทำให้อัตรากำไรขั้น
ต้นคาดหมายว่าจะยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง นอกจากนี้ภาระหนี้เงินกู้ที่ลดลง เนื่องจากในไตรมาส
3/50 ทาง SIS ได้รับคืนเงินฝากที่ติดภาระผูกพัน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาด
หมายว่าจะลดลง เนื่องจากการตั้งสำรองที่น้อยลง

คาดยอดขายปี 2551 จะโต 10% และกำไรยังอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง
            ผู้บริหารของ SIS ประเมินแนวโน้มยอดขายปี 2551 จะโตได้ขั้นต่ำ 10% ตามทิศทาง
ตลาดไอทีที่คาดหมายว่าจะขยายตัว 10-15% นอกจากนี้ทาง SIS ยังได้แรงหนุนจากการขยาย
ผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นเช่น ได้เป็นตัวแทนจำหน่าย Flash Memory /
Memory Card ยี่ห้อ Sandisk และ ตัวแทนจำหน่าย External Harddisk ยี่ห้อ Western
Digital ซึ่งหันมาบุกตลาดระดับล่าง ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 ชนิดนี้มีกำไรที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในปัจจุบัน
นอกจากนี้ PDA Phone ค่าย O2 ได้เลิกการผลิต คาดจะเป็นผลบวกต่อยอดขายของค่าย HTC
ซึ่งเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดในปีหน้า หลังประสบความสำเร็จสูงในปีนี้

ปรับประมาณการกำไรปีนี้ และ ปีหน้าขึ้น
             จากความสามารถทำกำไรที่โดดเด่นมากขึ้น ภาระดอกเบี้ยที่ลดลง เราได้ปรับประมาณ
การกำไรปีนี้และปีหน้าเพิ่มขึ้น 10% และ 5% ตามลำดับ โดยเราประเมินว่าปี 2550 ยอดขาย
จะโต 13% สู่ระดับ 10,404 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 130 ล้านบาท พุ่งขึ้นถึง 40%
ส่วนปี 2551 ประเมิน่วายอดขายจะขยายตัว 10% และ มีกำไรสุทธิเท่ากับ 135 ล้านบาท เพิ่ม
ขึ้น 3.4% ซึ่งเป็นประมาณการแบบอนุรักษ์นิยม

ปรับราคาเหมาะสมขึ้น คาดปีนี้จ่ายปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 0.22 บาท
             เราคาด SIS จะจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 0.22 บาทต่อหุ้นในปีนี้ หรือ คิดเป็นเงิน
ปันผลตอบแทน 6.1% และ คาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 0.24 บาทในปีหน้า ราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขาย
P/E ปี 2550 ที่ต่ำเพียง 5.6 เท่า, EV/EBITDA 4.6 เท่า และ P/BV 1.1 เท่า ภายใต้ประมาณ
การใหม่เราปรับราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้นเป็น 4.5 บาท จากเดิมที่ 4 บาท ซึ่งยังเป็นการประเมิน
แบบอนุรักษ์นิยม เพราะ ซื้อขายภายใต้ฐาน P/E ปี 2551 ที่ต่ำเพียง 6.7 เท่า ดังนั้น เราจึง
แนะนำ ซื้อ



พึ่งมาถึงบางอ้อว่าทำไมราคามันขึ้นสวนตลาดได้ ที่แต้เพราะบทวิเคราะห์อันนี้นี่เอง

Seppe Beauti Drink

kok2029
Verified User
Posts: 562
Joined: Thu Nov 02, 2006 2:35 am

Posts by kok2029 » Fri Dec 21, 2007 1:45 am

Update/บิ๊ก SIS มองราคาหุ้นวิ่ง ติด TOP Gainer หลัง นลท.เข้าลุยรับผลงาน
โชว์ฟอร์มซู่ซ่า

บิ๊ก SIS มองราคาหุ้นคึกติด TOP Gainer หลัง นักลงทุน เข้าลุยรับผลงาน
โชว์ฟอร์มซู่ซ่า  ตั้งเป้ารายได้ปีหน้าโต 10-15% ตามอุตสาหกรรมไอที ปลื้มปีนี้รายได้
เข้าเป้าโตทะลุ 10% พร้อมแย้มข่าวดีแจกปันผล ผู้ถือหุ้นงวดปีนี้มากกว่าปีก่อน หลัง
ได้เงินสดคืน 200 ล้านบาทจากการค้ำประกันเงินกู้ก่อนหน้านี้

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิ
วชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS  กล่าวกับ eFinanceThai.com ว่า ราคา
หุ้น SIS ที่ปรับเพิ่มขึ้นติด 1 ใน 10 อันดับหุ้นที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด (TOP Gainer) ใน
การซื้อขายวันนี้ อาจเป็นเพราะนักลงทุนเห็นถึงศักยภาพของบริษัทฯที่ผลประกอบ
การมีการเติบโตต่อเนื่องในแต่ละไตรมาส ขณะที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนก็มีการ
ติดต่อขอเยี่ยมชมบริษัทฯจำนวนมาก จึงทำให้ความน่าสนใจของบริษัทฯมากขึ้น
'ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น เข้าใจว่าอาจเป็นจังหวะที่ที่ผ่านมาผลประกอบการดีขึ้น
เรื่อยๆในทุกๆไตรมาส ดูจากตอนประกาศงบที่ผ่านมา และถ้าดู Book Value ก็เพิ่มขึ้น
เรื่อยๆตามกำไรที่เพิ่มขึ้น ผมคิดว่าสอดคล้องกับผลประกอบการที่ขยายตัว'นายสม
ชัย กล่าว
อนึ่ง ผลประกอบการงวด 9 เดือนบริษัทฯมีรายได้แล้ว 7,824.56 ล้านบาท
และมีกำไรสุทธิ 88.75 ล้านบาท โดยในส่วนของกำไรสุทธิเกือบเท่าปีก่อนทั้งปีที่มี
กำไรสุทธิ 92.97  ล้านบาท
ทั้งนี้ ยอดขายไตรมาส 4/2550 ของบริษัทฯอาจไม่ดีนัก และอาจปรับลดลง
ต่ำกว่าไตรมาส 3/2550 เล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจ แต่ทั้งนี้ผล
ประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจ และคาดการณ์รายได้รวมทั้งปีเติบ
มากกว่า 10% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ว่าเติบโตตามอุตสาหกรรมไอทีที่ 5-10%
เนื่องจากมียอดขายเพิ่มเข้ามาต่อเนื่องในงวด 9 เดือน
ขณะที่ในปีหน้าตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% ตามอุตสาหกรรมไอที โดย
ประเมินว่าในปีหน้าอุตสาหกรรมไอทีน่าจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากได้รัฐบาลชุดใหม่และ
มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
'ปีหน้าหวังการเลือกตั้งเสร็จจะทำให้เศรษฐกิจดี และธุรกิจไอทีก็ดูดีขึ้นจาก
ปีนี้โดยยอมรับว่าเศรษฐกิจชะลอตัวมากตั้งแต่มีการปฏิวัติ ทำให้ความเชื่อมั่นหายไป
หวังว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นที่ยอมรับ เศรษฐกิจจะได้ฟื้นกลับมาเช่นเดิม'นายสมชัย
กล่าว
นายสมชัย กล่าวด้วยว่า บริษัทฯมีโอกาสจ่ายเงินปันผลงวดสิ้นปีนี้มากกว่าปี
ก่อน เนื่องจากผลประกอบการขยายตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกับที่ไตรมาส 4/2550
บริษัทฯได้เงินสดกลับคืนมาจากสถาบันการเงิน วงเงินกว่า 200 ล้านบาท จากการเป็น
ผู้ค้ำประกันเงินกู้ก่อนหน้านี้ ทำให้มีความสามารถเพียงพอในการจ่ายปันผล  แต่จะ
เป็นอัตราเท่าใดขึ้นอยู่กับมติคณะกรรมการ โดยบริษัทฯมีนโยบายปัรผลไม่ต่ำกว่า
40% ของกำไรสุทธิ
ปิดการซื้อขายช่วงเช้า ราคาหุ้น SIS อยู่ที่ 4.14 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท
หรือ 5.08% มูลค่าการซื้อขาย 2.49 ล้านบาท

Seppe Beauti Drink

leksmile
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2126
Joined: Tue Oct 24, 2006 11:44 pm

Posts by leksmile » Wed Jan 23, 2008 5:05 pm

บิ๊ก SIS มั่นใจทั้งรายได้และกำไรปี50 ดีกว่าปี49 ยอมรับได้อานิสงส์บาทแข็ง
ช่วย

               SIS มั่นใจทั้งรายได้-กำไร ปี50 ดีกว่าปีก่อน เหตุยอดขายเพิ่มบาทแข็งช่วยลดต้นทุน
นำเข้า แย้มจ่ายปันผลได้ตามนโยบายที่ 40% ของกำไรสุทธิ ส่วนปีนี้คาดรายได้โตมากกว่า 10%

                นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศ
ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SIS  เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ถึงผลงานในรอบปี 2550 ที่
ผ่านมาว่า มั่นใจว่าทั้งรายได้และกำไรของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2549 เห็นได้จาก
ตัวเลขผลงานในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ 88.75 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียว
กันของปีก่อน และในไตรมาส 4 ผลงานที่ออกมาก็ไม่ได้ต่ำกว่าไตรมาสอื่นๆ
                 ทั้งนี้  ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น นอกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นแล้ว บริษัทยังได้รับผลดี
จากเงินบาทแข็งค่า  เพราะโดยปกติของธุรกิจจะนำเข้าสินค้าไอทีจากต่างประเทศมาจำหน่ายใน
ไทยทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง จากต้นปีที่ค่าเงินบาทอยู่ที่ประมาณ 36 บาทต่อดอลลาร์  แต่
ปลายปีอยู่ที่ประมาณ 33 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ต้นทุนลดลงถึง 8.3%
                สำหรับอัตราการเติบโตของรายได้บริษัทในปีนี้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมไอที
ซึ่งคาดว่าจะโตมากกว่า 10% สอดคล้องกับหลายปีที่ผ่านมาที่บริษัทจะมีรายได้โตมากกว่า
อุตสาหกรรม  ในขณะที่กำไรของบริษัทก็จะมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอัตราการเติบโตของรายได้
                 ทั้งนี้ มองว่าอุตสาหกรรมไอทียังมีช่องทางเติบโตได้อีกมาก และมีไอทีบางประเภทที่
มีช่องทางการเติบโตสูง เช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค จอแอลซีดี ซึ่งที่ผ่านมาทั้ง 2 รายการนี้ทำยอด
ขายให้บริษัทมากกว่าสินค้าไอทีประเภทอื่น
                  คนไทย 60 ล้านคนมีแค่ 60% ที่มีคอมพิวเตอร์ใช้ ดังนั้น ตลาดจึงมีช่องทางการ
เติบโตได้อีกมากขณะที่ตลาดเกิดใหม่อย่างนักเรียนชั้นประถมปัจจุบันก็ต้องการมีคอมพิวเตอร์ไว้
ใช้เองแล้วนายสมชัย กล่าว
                   นายสมชัย กล่าวต่อถึงนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทว่า บริษัทจะพยายามจ่าย
เงินปันผลในงวดปี 2550 ให้ได้ตามนโยบายที่ 40% ของกำไรสุทธิ และปีต่อๆ ไปจะพยายามทำ
ให้ได้หลังจากที่ผ่านมาจะจ่ายที่ประมาณ 30% กว่า ประกอบกับในปี 2550 บริษัทมีสภาพคล่องดี
ขึ้นจากการที่ได้รับเงินค่าค้ำประกันการกู้ยืมจากธนาคารในวงเงินกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งช่วยลด
ค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมลง
                  ที่ผ่านมาเราจ่ายไม่เคยถึงนโยบายที่ 40% จ่ายแค่ 30% กว่าๆแต่ยังยืนยันว่านโย
บายเราเราจะพยายามทำให้ถึงในปี 2550 นายสมชัย กล่าว


Post Reply