QH

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Vinzy
Verified User
Posts: 569
Joined: Sat May 12, 2007 4:10 pm

Re: QH

Posts by Vinzy » Wed Aug 24, 2011 11:10 am

dsdumrong wrote:HMPROจ่ายปันผลเป็นหุ้น LH&QH ก็จะได้หุ้นเพิ่มอีก :ep: :ep:
แค่เอาหุ้นปันผลมาขายก็ได้ตัง ใช่ไหมครับ :B

"Compound interest is the most powerful force in the universe" Einstein, Albert

tomtom1378
Verified User
Posts: 14
Joined: Thu Sep 30, 2010 6:02 am

Re: QH

Posts by tomtom1378 » Wed Aug 31, 2011 11:03 pm

วันนี้ขับรถผ่านหมู่บ้านวราวมณ์เชียงใหม่ เห็นติดป้ายขาย phase ใหม่เหลือ 2 หลังสุดท้าย น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีของ q ต่อไปหรือเปล่าครับ และถ้าเป็นจริง ราคาจะกลับไปสูงกว่า 2 บาทได้หรือไม่ครับ และถ้ามีนโยบายกระตุ้นอสังหา.ตัวนี้จะได้ประโยชน์มากไหมครับ


Ekachai_14
Verified User
Posts: 5
Joined: Sat Sep 18, 2010 12:45 pm

Re: QH

Posts by Ekachai_14 » Thu Sep 01, 2011 5:24 am

ส่วนผู้ถือหุ้นที่ยังไม่ได้ลงในงบดุล = มูลค่ายุติธรรมของบริษัทร่วมที่เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ - มูลค่าตามบัญชีตามวิธีส่วนได้เสีย

= 13,942 MB- 5,748 MB
=8194 MB


ส่วนผู้ถือหุ้นที่ยังไม่ได้ลงในงบดุลต่อหุ้น = 8194 MB / 8477 ล้านหุ้น = 0.96 บาท/หุ้น

มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นที่คิดจากมูลค่ายุติธรรมของบริษัทร่วมที่เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ = มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น + ส่วนผู้ถือหุ้นที่ยังไม่ได้ลงในงบดุลต่อหุ้น = 1.51+0.96 = 2.47 บาท/หุ้น

จริงๆ แล้ว QH ราคา ต่ำกว่า book value ไปแล้วนะสิ?
Attachments
a5.JPG
a5.JPG (27.93 KiB) Viewed 5814 times
A4.JPG
A4.JPG (24.43 KiB) Viewed 5814 times

ราคา รถ กับ บ้าน ที่เราใช้ทุกวัน เรายังให้ราคากับคุณค่าไม่สอดคล้องกัน
ฉนั้นราคาหุ้นในตลาดไม่ว่าจะเป็น อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต เมื่อเทียบกับมูลค่า(ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากการการดำเนินงาน หรือ โชค)นั้น ผิดเสมอ

qjung
Verified User
Posts: 19
Joined: Mon Sep 27, 2010 4:23 pm

Re: QH

Posts by qjung » Fri Sep 02, 2011 1:38 pm

นโยบายอสังหาฯ คงไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่ เพราะให้ที่ราคาบ้าน 3-4 ล้าน
แต่ QH ส่วนใหญ่ขายบ้านที่ราคาแพงกว่านั้น


qjung
Verified User
Posts: 19
Joined: Mon Sep 27, 2010 4:23 pm

Re: QH

Posts by qjung » Fri Sep 02, 2011 1:56 pm

ในแง่ asset บริษัทนี้ถือว่าน่าสนใจมาก มี hidden asset อยู่เยอะ
ส่วนในแง่ผลประกอบการเมื่อเทียบกับรายอื่นยังต้องปรับปรุง

มองในแง่ของโครงสร้างธุรกิจบริษัทนี้นับว่ามีความหลากหลายกว่าคนอื่น
มีรายได้จากการขายบ้านเป็นหลัก คอนโดเพิ่งมีปีที่แล้ว รวมบ้าน+คอนโดประมาณปีละ 1 หมื่นลบ.
มีรายได้ค่าเช่าเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์กับตึกออฟฟิตประมาณปีละ 1 พันลบ.
มีรายได้จากเงินลงทุนประมาณปีละ 4-500 ลบ.
บางจังหวะมีรายได้พิเศษจากการขายเงินลงทุนเข้ามาอีก
มองในแง่ดีคือมีการกระจายความเสี่ยงดี แต่ในอีกมุมนึงคือทำธุรกิจจับฉ่าย.. เลยไม่เด่นซักอัน..


somnuek32
Verified User
Posts: 58
Joined: Sun May 09, 2010 12:04 pm

Re: QH

Posts by somnuek32 » Sun Sep 04, 2011 10:33 am

ทำไมช่างนี้ราคาร่วงเอาๆ ทั่งที่น่าจะท้อนผลประกอบการq2ไปแล้วนิครับ :?: :?: :?:


หมูน้อย
Verified User
Posts: 153
Joined: Sun Aug 01, 2010 7:50 pm

Re: QH

Posts by หมูน้อย » Thu Sep 08, 2011 2:42 pm

ช่วงนี้ยังไม่มีป๋าดัน ครับ แต่สักวันผมว่าเขาจะกลับมาคอยดูสิ

มงคลชีวิต 38 ประการ

คือ บทมงคลสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบปัญหาเทวดาที่ถามว่า คุณธรรมอันใดที่ทำให้ชีวิตประสบความเจริญ หรือ มี "มงคลชีวิต" ซึ่งมี ทั้งหมด ๓๘ ประการ

QVIXOTE
Verified User
Posts: 283
Joined: Wed Jun 14, 2006 11:25 am

Re: QH

Posts by QVIXOTE » Fri Sep 09, 2011 2:49 pm

Ekachai_14 wrote:ส่วนผู้ถือหุ้นที่ยังไม่ได้ลงในงบดุล = มูลค่ายุติธรรมของบริษัทร่วมที่เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ - มูลค่าตามบัญชีตามวิธีส่วนได้เสีย

= 13,942 MB- 5,748 MB
=8194 MB


ส่วนผู้ถือหุ้นที่ยังไม่ได้ลงในงบดุลต่อหุ้น = 8194 MB / 8477 ล้านหุ้น = 0.96 บาท/หุ้น

มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นที่คิดจากมูลค่ายุติธรรมของบริษัทร่วมที่เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ = มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น + ส่วนผู้ถือหุ้นที่ยังไม่ได้ลงในงบดุลต่อหุ้น = 1.51+0.96 = 2.47 บาท/หุ้น

จริงๆ แล้ว QH ราคา ต่ำกว่า book value ไปแล้วนะสิ?
นี่น่าจะเป็น catalyst ดึงราคาในวันนี้หรือป่าวครับ :D
ไม่ทราบว่า LH มี catalyst แบบนี้แฝงอยู่บ้างหรือป่าวครับ :oops:


stemcell
Verified User
Posts: 666
Joined: Sun Dec 20, 2009 9:54 am

Re: QH

Posts by stemcell » Fri Sep 09, 2011 4:58 pm

คำนวณ BV แบบนี้ มีมูลค่าแฝงแฮะ , ไปดูข้อมูลเพิ่มเติมดีกว่า :)


chiraponge
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 777
Joined: Sun May 09, 2010 9:26 am

Re: QH

Posts by chiraponge » Sat Sep 17, 2011 1:46 am

คิดว่า QH จะสามารถจะขายหุ้นในราคา mkt price ได้รึเปล่าครับ


stemcell
Verified User
Posts: 666
Joined: Sun Dec 20, 2009 9:54 am

Re: QH

Posts by stemcell » Sat Sep 17, 2011 9:34 am

positive outlook , negative environment , good price for investment :)


stemcell
Verified User
Posts: 666
Joined: Sun Dec 20, 2009 9:54 am

Re: QH

Posts by stemcell » Tue Sep 20, 2011 4:51 pm

บอร์ด กนง.ส่งสัญญาณคงดบ.นโยบายรอบหน้า เหตุน้ำหนักของศก.โลกถดถอย
มากกว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และดบ.แท้จริงเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ หนึ่งในคณะกรรมการที่ประชุมคณะกรรมการนโยบาย
การเงิน(กนง.) กล่าวว่า แนวโน้มการประชุมของกนง.ในครั้งหน้า (19 ต.ค.54) มีความเป็น
ไปได้ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับปัจจุบันที่ 3.50% เนื่องจากขณะนี้ปัจจัยด้าน
ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกถดถอยมีน้ำหนักสูงกว่าความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งการที่
เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงได้ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อลดลงด้วย ประกอบกับราคาน้ำมันและ
ราคาอาหารในตลาดโลกที่ลดลง ส่งผลต่อเงินเฟ้อให้ลดลงเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ การปรับขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายช่วงที่ผ่านมา ทำให้อัตราดอกเบี้ยแท้
จริงเริ่มเข้าใกล้สู่ระดับปกติมากขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามยังมีระยะเวลาก่อนการประชุมอีกหลาย
สัปดาห์ซึ่งอาจมีผลกระทบและปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงคงต้องติดตามสถานการณ์
อย่างต่อเนื่อง
'ทุกครั้งในการประชุมกนง.มีประเด็นที่เราพูดกันในเรื่องความเสี่ยง 2 ด้าน ด้าน
แรกคือความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อและความเสี่ยงเรื่องการถดถอยของเศรษฐกิจโลกว่าอันไหน
มีมากกว่ากัน ซึ่งตอนนี้มันยังก้ำกึ่ง แต่จากที่ดอกเบี้ยนโยบายขึ้นมาถึง 9 ครั้งแล้วทำให้เข้า
ใกล้ระดับปกติ ดังนั้นครั้งนี้คงตัดสินใจยากใน 2 ทางเลือก คือ 1.คงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิม
และ2.ปรับขึ้น ซึ่งตอนนี้ค่อนไปในทางคงดอกเบี้ยมากกว่า แม้เราให้น้ำหนักเท่ากันในการ
พิจารณา แต่ผมมองเรื่องการทรุดตัวของเศรษฐกิจโลกมีความยืดเยื้อมาหลายเดือน ส่วนแนว
ทางการลดลงของดอกเบี้ยคงไม่เกิดขึ้นแล้ว เพราะการลดลงหมายถึงเศรษฐกิจในภาพรวม
ย่ำแย่ ซึ่งผมมองว่าเศรษฐกิจไทยตอนนี้ไม่เป็นอย่างนั้น แม้เศรษฐกิจโลกจะดูซึมยาว' ศ.ดร.
พรายพล กล่าว

รายงาน โดย ดลนภา บัญชรหัตถกิจ
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 20/09/11 เวลา 16:18:22


stemcell
Verified User
Posts: 666
Joined: Sun Dec 20, 2009 9:54 am

Re: QH

Posts by stemcell » Tue Sep 20, 2011 4:55 pm

มาตรการลดหย่อนภาษีบ้านใหม่(จัดสรร) ไม่เกิน 5 ล้าน ( เดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท ) + แนวโน้มคงดอกเบี้ย ทำให้ QH ดูน่าสนใจมากขึ้นจาก product mix ที่ราคา 3 -5 ล้านบาท ( ความเห็นส่วนตัว , ข้อมูล product mix ลองไปค้นดูของ KS นะครับ ) :)


qjung
Verified User
Posts: 19
Joined: Mon Sep 27, 2010 4:23 pm

Re: QH

Posts by qjung » Tue Sep 20, 2011 6:44 pm

KS คือ โบรกไหนคับ?


stemcell
Verified User
Posts: 666
Joined: Sun Dec 20, 2009 9:54 am

Re: QH

Posts by stemcell » Tue Sep 20, 2011 9:08 pm

kasikorn securities


leksystem
Verified User
Posts: 180
Joined: Wed Jan 05, 2011 12:13 pm

Re: QH

Posts by leksystem » Wed Sep 21, 2011 10:34 am

qjung wrote:นโยบายอสังหาฯ คงไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่ เพราะให้ที่ราคาบ้าน 3-4 ล้าน
แต่ QH ส่วนใหญ่ขายบ้านที่ราคาแพงกว่านั้น
บ้านเดี่ยวของ QH มีราคาตั้งแต่ 3 ล้านขึ้นไปครับ
Casa Ville ก็เป็นโครงการของ QH นะครับ
น่าจะพอได้ประโยชน์จากนโยบายนี้บ้างครับ


stemcell
Verified User
Posts: 666
Joined: Sun Dec 20, 2009 9:54 am

Re: QH

Posts by stemcell » Wed Sep 21, 2011 11:18 am

“ควอลิตี้ เฮ้าส์” เปิดคฤหาสน์หรูหลังใหม่เอาใจลูกค้าไฮเอนด์

นางสาวชลดา สุขสุรินทร์ ผู้อำนวยการฝ่าย งานโครงการพฤกษ์ภิรมย์ Regent
ราชพฤกษ์ – รัตนาธิเบศร์ ฝ่ายโครงการบ้าน 22 บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (QH)
เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯ เป็นที่รู้จักในฐานะ ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการ
บ้าน เพื่อตอบโจทย์ตลาดบ้านระดับบน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใน ด้านที่อยู่อาศัย
และการดำเนินชีวิตในแบบผู้นำที่ประสบความสำเร็จ และมีรสนิยมที่ดีนั้น ล่าสุด บริษัทฯ จึง
ได้สร้างสรรค์คฤหาสน์ สร้างเสร็จก่อนขาย รูปแบบใหม่ ระดับราคา 90 ล้านบาท ณ
โครงการ “พฤกษ์ภิรมย์ Regent ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์”
(Prukpirom Regent
Ratchaphruk-Rattanathibet) โดยเป็นคฤหาสน์สไตล์สแปนิช พร้อมตกแต่ง ภายใต้
ชื่อ “พฤกษ์นราภัทร” ที่เน้นการออกแบบให้มีความสง่างามทั้งภายในและภายนอก แฝงกลิ่น
อายความเป็นตะวันออก ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 529 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 900 ตารางเมตร
พร้อมฟังก์ชั่นขนาด 6ห้องนอน 7 ห้องน้ำ 1 ห้องทำงาน 1 ห้องโฮมเธียเตอร์ 2 ห้องคนรับ
ใช้ ที่จอดรถ 5 คัน พร้อมฟังก์ชั่นพิเศษ Living Terrace, Glass House (เรือนรับรองมุม
มองใหม่ที่เปิดรับธรรมชาติ 360 องศา)
ทั้งนี้ บริษัทฯ จะจัดงานเปิดตัวคฤหาสน์ดังกล่าว อย่างเป็นทางการในวันเสาร์และ
อาทิตย์ ที่ 24-25 กันยายนนี้ เวลา 16.00-20.30 น. จึงขอเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมงานใน
วันและเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดแคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองคฤหาสน์
ในโครงการฯภายในวันงาน รับสิทธิพิเศษ ผ่อนดอกเบี้ย 0% เป็นระยะเวลา 6 เดือน
(เฉพาะผู้ที่ขออนุมัติสินเชื่อกับธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)
หรือ LH Bank เท่านั้น) และฟรีค่าโอนและจดจำนอง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ที่ โทร. 1388 กด 69 หรือ 02-193-5000-5 (ทุกวัน)
ด้านรายละเอียด “พฤกษ์ภิรมย์ Regent ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์” เป็นโครงการ
คฤหาสน์หรู มีมูลค่าโครงการ 1,765 ล้านบาท พร้อมจำนวนคฤหาสน์เพียง 56 หลังใน
โครงการเพื่อตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวของท่านผู้อยู่อาศัย โดดเด่นอย่างมากในด้านการ
ออกแบบตกแต่งทัศนียภาพของพื้นที่รอบโครงการฯที่สวยงาม พร้อมระบบสายไฟฟ้าใต้ดินทั้ง
โครงการ พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเอกสิทธิ์สูงสุดกับ Club House สไตล์โอ
เรียนทัล รีสอร์ท สโมสรหรูพร้อมสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน สนามเทนนิส ฟิตเนสและ
ซาวน่า พร้อมความอุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Double Security แยกส่วนผู้
อยู่อาศัยและส่วนผู้มาติดต่อ ติดตั้งกล้อง CCTV กระจายทุก 30 เมตร รอบโครงการ จำนวน
ถึง 32 จุด พิเศษด้วยการติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมย แบบ Magnetic Fence รอบรั้ว
โครงการ พร้อมทั้งสัญญาณกันขโมยในตัวบ้านระบบ Shock Sensor & Magnetic ทั้ง
หลัง ด้านความโดดเด่นของทำเลโครงการที่ตั้งอยู่ในโซนราชพฤกษ์ สามารถเดินทางเชื่อมสู่
ใจกลางเมืองได้หลากหลายเส้นทางทั้งสาทร ตลิ่งชัน ใกล้จุดขึ้น-ลง ทางด่วน แวดล้อมด้วยสิ่ง
อำนวยความสะดวกและแหล่งความเจริญมากมายสำหรับอนาคต อาทิ ห้างเซ็นทรัล แจ้ง
วัฒนะ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน โรงเรียนนานาชาติ Harrow โรงเรียนนานาชาติ ISB อีกทั้ง
มหาวิทยาลัยนานาชาติหอการค้าไทยซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/09/11 เวลา 11:12:41


stemcell
Verified User
Posts: 666
Joined: Sun Dec 20, 2009 9:54 am

Re: QH

Posts by stemcell » Wed Sep 21, 2011 4:17 pm

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์โค้งสุดท้ายปี 2554 ...มาตรการบ้านหลังแรกช่วยเพิ่มสีสันใน
ตลาด


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา กระทรวง
การคลังได้เสนอมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก และราคาที่อยู่อาศัยไม่
เกิน 5,000,000 บาท โดยผู้ที่ซื้อสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อที่อยู่อาศัยมาคำนวณเพื่อหักลด
หย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของราคาบ้าน (ราคาบ้าน 5,000,000 บาท
หักลดหย่อนได้ 500,000 บาท) โดยหักลดหย่อนเท่าๆ กัน เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งผู้ที่ซื้อที่อยู่
อาศัยจะสามารถนำมาหักภาษีเพิ่มเติมจากที่ปัจจุบันผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยสามารถนำอัตราดอกเบี้ย
เงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัยมาหักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 100,000 บาท โดยมาตรการดังกล่าวนี้จะเริ่ม
ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 และจะมีผลการหักลดหย่อนภาษีนับ
ตั้งแต่ปี 2556 อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวนี้ไม่รวมถึงการซื้อที่อยู่อาศัยมือสองและบ้านปลูก
สร้างเอง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า ความชัดเจนจากมาตรการดังกล่าวนี้น่าจะส่งผลให้
ตลาดอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงที่เหลือของปีนี้ กลับมาคึกคักอีกครั้ง ภาย
หลังจากที่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้ชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยไปเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า มาตรการของรัฐบาลที่ให้หักลดหย่อนภาษีสำหรับผู้
ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกนั้น น่าจะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมรัพย์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ให้กลับมา
คึกคักขึ้น โดยเฉพาะผู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่ปัจจุบันได้ชะลอการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยให้ตัดสินใจ
และกลุ่มผู้ประกอบการที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายและที่กำลังจะสร้างเสร็จ โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่
อาศัยแนวราบที่มีระยะเวลาในการสร้างเสร็จรวดเร็วกว่าโครงการแนวสูง
โดยผู้ที่ได้รับประโยชน์เต็มจำนวนจากการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีซื้อบ้านหลังแรกจะต้อง
เป็นผู้มีเงินได้ 23,333 บาทต่อเดือนขึ้นไป (ภายใต้เงื่อนไขผู้มีรายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท
ต่อปี จะได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษี ในขณะที่ผู้มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องชำระภาษี จะไม่ได้รับ
ประโยชน์จากมาตรการนี้ ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัยจะลดลงมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่
กับ 1. ราคาที่อยู่อาศัยที่ซื้อ 2.ระดับรายได้ของผู้ซื้อบ้าน 3. ฐานอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ของผู้ซื้อบ้าน


ตารางเปรียบเทียบ รายได้ต่อเดือน ราคาบ้านที่ซื้อได้ และสิทธิประโยชน์จากมาตรการ
รายได้ต่อเดือน ฐานภาษี ราคาบ้านที่ซื้อได้ รวมวงเงินลดหย่อนที่หักได้
(ไม่เกิน 10% ของราคา) ค่าลดหย่อนต่อปี ภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านที่ลดลง
มูลค่ารวม 5 ปี มูลค่าต่อปี
23,333 * 12 = 279,996 10 % 1,000,000 100,000 20,000
10,000 2,000
40,000 * 12 = 480,000 10% 2,000,000 200,000 40,000
20,000 4,000
60,000 * 12 = 720,000 20% 3,000,000 300,000 60,000
60,000 12,000
80,000 * 12 = 960,000 20% 4,000,000 400,000 80,000
80,000 16,000
100,000 * 12 = 1,200,000 30% 5,000,000 500,000 100,000
150,000 30,000
350,000 * 12 = 4,200,000 37% 5,000,000 500,000 100,000
185,000 37,000
ที่มา: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย,
1. คำนวณความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยจากระดับรายได้ในแต่ละเดือน ภายใต้อัตรา
ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัยร้อยละ 7.25 และผ่อนระยะเวลา 30 ปี จำนวนเงินผ่อนชำระต่อเดือน
ประมาณ 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือน
2.ภายใต้สมมติฐานรายได้ทั้งปี (ไม่รวมโบนัส) หักค่าใช้จ่ายส่วนตัว 60,000 บาท รายการ
ลดหย่อนยกเว้นหลังการหักค่าใช้จ่าย 30,000 บาท หักลดหย่อนเงินสมทบประกันสังคม 9,000
บาท

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่จะได้รับการลดหย่อนภาษีต่ำสุด คือ ผู้ที่ต้องจ่ายภาษีในอัตราร้อยละ
10 (หรือมีรายได้ประมาณ 21,000 ถึง 51,580 บาทต่อเดือน) และซื้อบ้านระดับราคาไม่เกิน
1,000,000 บาท จะลดค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านโดยรวมไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดระยะเวลา 5
ปี ส่วนผู้ที่จะได้รับการลดหย่อนภาษีสูงสุด คือ ผู้ที่ต้องจ่ายภาษีในอัตราร้อยละ 37 (หรือมีรายได้
สูงกว่า 341,585 บาทต่อเดือน) และซื้อบ้านราคา 5,000,000 บาท จะลดค่าใช้จ่ายในการซื้อ
บ้านลงได้ตั้งแต่ 150,000 บาท ไปจนสูงสุดได้ถึง 185,000 บาท (ตั้งแต่ร้อยละ 30-37 ของวง
เงินที่สามารถหักค่าลดหย่อนได้ในแต่ละปี)
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มาตรการบ้านหลังแรกน่าจะช่วยสร้างบรรยากาศในตลาดที่
อยู่อาศัยให้มีความคึกคักมากขึ้น จากกรณีที่หากไม่มีมาตรการ ตลาดที่อยู่อาศัยอาจมีแนวโน้ม
ชะลอตัว โดยมาตรการนี้น่าจะกระตุ้นคนที่มีความสามารถในการซื้อบ้านระดับกลาง-บนได้ค่อน
ข้างมาก (ราคาประมาณ 3,000,000 – 5,000,000 บาท)
ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคที่มีความสามารถใน
การซื้อบ้านราคาระดับกลาง-บน น่าจะมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างน้อย และ
มีความยืดหยุ่นในการที่จะเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในช่วงระดับราคาที่ลดต่ำลงได้ เมื่อภาวะเศรษฐกิจมี
ความอ่อนไหว ขณะที่ผู้บริโภคกลุ่มที่มีรายได้ค่อนข้างต่ำ เช่น ผู้ที่มีรายได้ประมาณ 20,000 บาท
ต่อเดือน จะมีข้อจำกัดในการซื้อที่อยู่อาศัย โดยผู้ที่มีรายได้ระดับนี้ จะสามารถซื้อที่อยู่อาศัยระดับ
ประมาณราคา 1,000,000 บาทลงไป
ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยที่มีราคาระดับประมาณ 1,000,000 บาท หรือต่ำกว่า จะมีอยู่
ประมาณร้อยละ 20 ของตลาดที่อยู่อาศัยที่เปิดตัว แต่ที่อยู่อาศัยระดับราคานี้ ก็มีข้อจำกัดในเรื่อง
ของทำเลที่อาจจะห่างไกลเส้นทางคมนาคมขนส่ง เช่น รถไฟฟ้า เป็นต้น อย่างไรก็ดีราคาที่อยู่
อาศัยมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับสูงขึ้น ทำให้ในระยะข้างหน้าราคา
บ้านระดับนี้คงจะมีสัดส่วนที่ลดลง และจะทำให้ผู้บริโภคที่มีรายได้ต่อเดือนไม่สูงมากมีข้อจำกัดใน
การซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น
นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าว ยังจำกัดกลุ่มผู้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์เฉพาะกลุ่มผู้อยู่ใน
ฐานภาษี ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่ยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดาภ.ง.ด. 90 และ 91 ประมาณเกือบ 10 ล้าน
คน แต่มีผู้ที่ยื่นแบบและเสียภาษีประมาณ 2.1 ล้านคน ขณะเดียวกัน มาตรการดังกล่าวยังไม่รวม
ถึงบ้านมือสอง และบ้านปลูกสร้างเอง ซึ่งคนที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัดนิยมปลูกสร้างบ้านเองจำนวน
มาก ดังนั้นจึงไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ อีกทั้งยังไม่ให้สิทธิผู้มีเงินได้ที่เคยเป็นผู้ที่กู้ร่วม
และใช้สิทธิหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งทำให้กลุ่มผู้ที่จะได้รับประโยชน์นั้นหดแคบ
ลง
สำหรับแนวโน้มที่อยู่อาศัยในช่วงที่เหลือของปี 2554 นี้ คาดว่า ตลาดคงจะมีการแข่ง
ขันที่เข้มข้นและรุนแรง โดยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
คงจะเร่งทำการตลาด ออกแคมเปญที่จูงใจ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยควบคู่ไป
กับการกระตุ้นด้านสิทธิประโยชน์ภาษีของภาครัฐ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ จะเป็น
จังหวะที่ดีที่ผู้ประกอบการจะเร่งระบายบ้านที่เหลือขายสะสมอยู่ในมือออกไป และจะเป็นช่วงที่ดี
ของผู้บริโภคในการซื้อที่อยู่อาศัย เนื่องจากในปี 2555 ที่จะถึงนี้ ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการคง
จะต้องเผชิญกับปัจจัยเฉพาะที่จะมีผลต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อาทิ
มาตรการกำหนดอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value)
สำหรับการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีราคาซื้อขายต่ำกว่า 10 ล้านบาทลงมา โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
มาตราการดังกล่าวนี้ได้มีผลบังคับใช้สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวสูง หรือ คอนโดมิเนียม ซึ่ง
กำหนดอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันที่ร้อยละ 90 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม
2554 มาตรการดังกล่าวนี้ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จเหลือขาย
สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ กำหนดอัตราส่วนเงินให้สิน
เชื่อต่อมูลค่าหลักประกันที่ร้อยละ 95 โดยจะมีผลใช้เฉพาะสัญญาจะซื้อจะขายที่ทำตั้งแต่วันที่ 1
มกราคม 2555 ทำให้ผู้ประกอบการที่มีที่อยู่อาศัยเหลือขายคงจะต้องเร่งทำการตลาดระบาย
สินค้า
ราคาประเมินที่ดินฉบับ 1 มกราคม 2552-2554 จะสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1
มกราคม 2555 ทางกรมธนารักษ์จะใช้บัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินฉบับปี 2555-2558 ซึ่ง
ราคาที่ดินประเมินรอบใหม่นี้ได้ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 15-30 ของราคาประเมินที่ใช้
อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งราคาที่ดินในทำเลศักยภาพบางแห่งปรับตัวขึ้นถึงร้อยละ 50 ทั้งนี้ ราคาประเมิน
ที่ดินที่ปรับขึ้นนี้จะมีผลต่อภาระรายจ่ายของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยผู้ซื้อที่
อยู่อาศัยจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย (ค่าธรรมเนียมการโอนอยู่ที่ร้อย
ละ 2.0 ของราคาประเมินของทางราชการ)
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาถึงปัจจัยแวดล้อมในด้านอื่นๆ ต้องยอมรับว่า มีปัจจัยที่เอื้อต่อ
การเติบโตของตลาดค่อนข้างน้อย เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่อยู่ภายใต้ความเสี่ยงต่อวิกฤติ
เศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคมีความไม่มั่นใจต่อรายได้และการจ้างงานใน
อนาคต นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังเผชิญภาระรายจ่ายในชีวิตประจำวันที่สูงขึ้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ยก็
มีระดับสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2554 นี้ อาจมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน
เขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ประมาณ 155,500-161,500 หน่วย หดตัวลงร้อยละ 9.4-12.7
เมื่อเทียบกับปี 2553 ที่จำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยสูงถึง 178,128 หน่วย (ตามรายงาน
ของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ )
สำหรับแนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในปี 2555 นี้ คาดว่ามาตรการดังกล่าว
นี้ น่าจะช่วยให้การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ปี 2555 มีประมาณ
152,500-162,750 หน่วย ลดลงร้อยละ 3.8 ถึง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับปี 2554 โดย
กรณีที่ลดลงนั้น เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีความเสี่ยงจากวิกฤติเศรษฐกิจ ผู้บริโภคคง
จะให้ความระมัดระวังมากขึ้นในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ผู้บริโภคส่วนหนึ่งที่มีแผนการซื้อที่อยู่
อาศัยอยู่แล้วอาจตัดสินใจเร่งโอนกรรมสิทธิ์และซื้อที่อยู่อาศัยตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 นี้
แล้ว เนื่องจากถ้ารอรอบต่อไป การซื้อที่อยู่อาศัยในปี 2555 อาจมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่
อาศัยเพิ่มขึ้น จากการใช้มาตรการ LTV สำหรับโครงการบ้านจัดสรร และการใช้ราคาประเมินที่
ดินฉบับบใหม่
นอกจากนี้นโยบายนี้เป็นนโยบายเฉพาะบ้านหลังแรก และไม่รวมบ้านมือสอง อีกทั้งยัง
ไม่ให้สิทธิผู้มีเงินได้ที่เคยเป็นผู้ที่กู้ร่วมและใช้สิทธิหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัย แม้จะ
ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นก็ตาม ทำให้กลุ่มลูกค้าจึงอยู่ในขอบเขตที่
จำกัด อย่างไรก็ดี หากไม่มีมาตรการนี้การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและ
ปริมณฑล ในปี 2555 อาจอยู่ที่ประมาณ 149,000 - 157,620 หน่วย หดตัวร้อยละ 0.6-6.0
จากปี 2554
มาตรการบ้านหลังแรกไม่เพียงแต่จะมีผลในการกระตุ้นธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเท่านั้น
แต่ยังมีผลต่อการแข่งขันของธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัยเช่นกัน เพราะมาตรการในครั้งนี้ไม่ได้จำกัด
การแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ อย่างเช่นมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ผ่านมา ที่รัฐบาลได้
กำหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเป็นผู้ดำเนินการ
นอกจากนี้ การที่มาตรการให้มีผลครอบคลุมไปถึงบ้านระดับราคาสูงสุดถึง
5,000,000 บาทนั้น ถือว่าเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธนาคารพาณิชย์ ทำให้คาดว่าในช่วงที่
เหลือของปีนี้ การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงมีความเข้มข้นขึ้น โดยยังคงเน้นการทำ
ตลาดร่วมกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกลยุทธ์การตลาดน่าจะยังคงเป็นกลยุทธ์ด้านอัตรา
ดอกเบี้ยร้อยละ 0.0 เป็นระยะเวลาสั้นๆ เช่น 3 เดือน 6 เดือน เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ธนาคารพาณิชย์ยังคงจะต้องแข่งขันด้านราคา เพราะแม้ว่าสถาบันการเงิน
จะพยายามหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางด้านราคาเพียงใด แต่เมื่อปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการ
แข่งขันสูง และผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เองก็คงจะหาสถาบันการเงินที่เสนออัตรา
ดอกเบี้ยที่ต่ำให้แก่ลูกค้าของตน ทำให้สถาบันการเงินต่างคงจะต้องคิดกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์สิน
เชื่อที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม เพื่อรักษาฐานลูกค้าของตน
สำหรับแนวโน้มยอดคงค้างสินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2554 นี้ ศูนย์
วิจัยกสิกรไทย ได้มีการปรับตัวเลขประมาณการอัตราการขยายตัวเนื่องจากมีการปรับข้อมูลใหม่
ในปี 2553 โดยคาดว่ายอดคงค้างสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบ จะมีประมาณ 2,034,000-
2,052,200 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7.5-8.5 ชะลอลงจากที่ขยายตัวประมาณร้อยละ 10.5 ใน
ปี 2553
อย่างไรก็ดี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปี 2554 นี้ ยังมีประเด็นสำคัญที่
ต้องติดตาม คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) ของธนาคารแห่ง
ประเทศไทย เพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้ง ในวันที่ 19 ตุลาคม และวันที่ 30
พฤศจิกายน 2554 นี้ ซึ่งนับจากช่วงต้นปี 2554 ที่ผ่านมา ทางกนง. ได้มีการปรับขึ้นอัตรา
ดอกเบี้ยนโยบายมาแล้ว 6 ครั้ง มีผลทำให้สถาบันการเงินต่างปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อซื้อที่อยู่
อาศัยขึ้นตามมา ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัยคงจะส่งผลกระทบต่อความสามารถ
ในการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มาตรการหักลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก น่าจะส่ง
ผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง นอกจากนี้การเพิ่มเพดานราคาที่อยู่อาศัย
เป็น 5,000,000 บาทนั้น ช่วยขยายฐานลูกค้าสู่ระดับกลาง-บน ก็น่าจะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภค
กลุ่มนี้ที่มีความพร้อมทางด้านการเงินตัดสินในการซื้อที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ดี มาตรการดังกล่าวนี้
เป็นมาตรการหักลดหย่อนภาษี ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์จะเป็นผู้ที่เสียภาษีบุคคลธรรมดา และ
มีรายได้เมื่อหักลดหย่อนตามมาตรฐานที่กำหนดที่สูงกว่า 150,000 บาทต่อปี มาตรการดังกล่าว
นี้ มุ่งกระตุ้นกำลังซื้อของผู้มีรายได้ระดับปานกลางถึงสูง หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ดำเนิน
มาตรการหลายด้านเพื่อผู้มีรายได้น้อยไปบ้างแล้ว อาทิ มาตรการเพิ่มรายได้ เป็นต้น
สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการที่น่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้น่าจะเป็นกลุ่มผู้
ประกอบการที่มีจำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จและพร้อมขายอยู่ในปัจจุบัน หรือผู้ประกอบการที่มี
แผนที่จะสร้างเสร็จในปี 2555 ซึ่งคาดว่าผู้ประกอบการคงจะเร่งดำเนินกลยุทธ์การตลาดให้มี
ความน่าสนใจมากขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 นี้ เนื่องจากในวันที่ 1 มกราคม 2555
ที่จะถึงนี้ จะมีปัจจัยสำคัญที่อาจมีผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้ชะลอลงในระยะสั้น อาทิ
มาตรการกำหนดวงเงินสินเชื่อ (LTV) จะมีผลบังคับใช้ในกลุ่มโครงการบ้านแนวราบ ขณะเดียว
กันก็มีการใช้ราคาประเมินที่ดินฉบับ พ.ศ. 2555-2558 ซึ่งราคาที่ดินประเมินรอบใหม่นี้ได้ปรับ
ตัวสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณร้อยละ 15-30 ของราคาประเมินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะมีผลต่อภาระราย
จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกัน ธุรกิจสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ปกติจะเติบโต
ตามตลาดอสังหาริมทรัพย์ นั้น คาดว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ การแข่งขันทางธุรกิจสินเชื่อที่อยู่
อาศัยคงจะมีความเข้มข้นเช่นกัน
โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มาตรการบ้านหลังแรกจะมีส่วนกระตุ้นตลาดที่อยู่
อาศัยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 แต่โดยรวมทั้งปีแล้วคาดว่า การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่
อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ทั้งปี 2554 ก็น่าจะยังคงหดตัวลงร้อยละ 9.4-12.7 เนื่อง
จากภาวะชะลอตัวของ 3 ไตรมาสแรกของปี 2554 และสำหรับปี 2555 คาดว่า ยอดโอน
กรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยอาจลดลงร้อยละ 3.8 ถึงเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 เทียบกับกรณีไม่มีมาตรการนี้
การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ในปี 2555 อาจหดตัวร้อยละ 0.6-
6.0 จากปี 2554

ที่มา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วันที่ 21/09/11 เวลา 15:56:01


Shiogari
Verified User
Posts: 27
Joined: Wed Jan 19, 2011 11:11 am

Re: QH

Posts by Shiogari » Thu Sep 22, 2011 4:17 pm

no update news :(


qjung
Verified User
Posts: 19
Joined: Mon Sep 27, 2010 4:23 pm

Re: QH

Posts by qjung » Fri Sep 23, 2011 11:23 am

ราคาใกล้ BV เข้าไปทุกทีแล้วค้าบ..


turnaround
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 241
Joined: Thu Jul 05, 2007 6:31 pm

Re: QH

Posts by turnaround » Sat Sep 24, 2011 11:47 am

BV = 1.51 แต่จริงๆ น่าจะมากกว่านั้นเยอะครับ

QH ถือหุ้นต่างๆไว้ เท่าที่เห็นจากรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่

1.HMPRO 19.99% x 5105 x 9.8 = 10005 ลบ.

2.LHBANK 22.45% x 11371 x 1.39 = 3548 ลบ.

3.QHPF 25.66% x 797 x 8 = 1636 ลบ.

รวมมูลค่าจากหุ้นที่ถืออยู่ 15189 ลบ. จากหุ้น QH ทั้งหมด 8477 ล้านหุ้น

เท่ากับ 1.79 บาท/หุ้น

ราคาตอนนี้ 1.53 ?????? :D :D


qjung
Verified User
Posts: 19
Joined: Mon Sep 27, 2010 4:23 pm

Re: QH

Posts by qjung » Mon Sep 26, 2011 2:15 pm

โอ๊ว...ว... 1.38 บ. !!
ไหวมั๊ยเนี่ย..ย...


User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Re: QH

Posts by vichit » Wed Nov 09, 2011 6:08 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 3 (F45-3)
สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 30 กันยายน
ปี 2554 2553 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 275,399 204,553 800,673 1,591,831
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.03 0.02 0.09 0.19
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 30 กันยายน
ปี 2554 2553 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 112,729 599,666 552,741 1,216,108
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.01 0.07 0.07 0.14
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว



ลงลายมือชื่อ ___________________________
( นางสุวรรณา พุทธประสาท )
รองกรรมการผู้จัดการ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
______________________________________________________________________



ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 09/11/11 เวลา 17:55:22

Image

SNC Former Club คลับสำหรับคนรัก SNC

http://www.facebook.com/#!/groups/392250234142165/

chiraponge
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 777
Joined: Sun May 09, 2010 9:26 am

Re: QH

Posts by chiraponge » Wed Nov 09, 2011 6:34 pm

ดูจากกำไรแล้ว ผมว่าราคานี้ยังไม่สะท้อนผลประกอบการ
ที่ราคายังทรงอยู่ นี่เป็นเพราะมูลค่าแฝง แต่มูลค่าที่มีจะไม่ถึง 1.8 บาท/หุ้น

เนื่องจาก QH ไม่สามารถขายหุ้นทั้งหมดในราคา mkt price ได้
ผมว่าราคานี้สะท้อนแล้ว แต่ไม่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย


jack2549
Verified User
Posts: 164
Joined: Mon Dec 13, 2010 11:42 am

Re: QH

Posts by jack2549 » Wed Dec 07, 2011 9:58 am

hmpro ช่วงนี้ขายดีเหมือนแจกฟรี qh คงไม่คิดขายราคา 2 หลักหรอก

เพราะ hmpro ทั้งสะอาด พนักงานสุภาพเป็นกันเอง แถมแบรนด์เริ่มติดปากแล้ว เก็บไว้เพิ่มมูลค่าดีกว่า

แต่ก็โชคดี qh ที่มี hmpro เพราะโครงการบ้านที่่น้ำท่วมก็โดนไปเยอะ


leksystem
Verified User
Posts: 180
Joined: Wed Jan 05, 2011 12:13 pm

Re: QH

Posts by leksystem » Thu Jan 12, 2012 11:56 am

ผมเป็นลูกบ้านในโครงการของ QH
หมู่บ้านเราโดนน้ำท่วมด้วยเพราะอยู่แถววัชรพล ตั้งแต่น้ำท่วม ทำให้ผมเห็นอะไรหลายๆอย่างทั้งที่ดีและไม่ดี
1.QH จัดหารถบริการรับส่งลูกบ้านฟรี จากหมู่บ้านไปตลาดถนอมมิตรซึ่งน้ำท่วมน้อย วันละ 4 รอบ :D
2.QH สนับสุนนถุงทรายและปั๊มน้ำบางส่วน เพื่อช่วยเหลือการป้องกันน้ำท่วม แต่มันไม่พอครับ สุดท้าย ในหมู่บ้านท่วมเท่านอกหมู่บ้าน : :?
3.จากข้อ 2 สาเหตุที่ไม่พอ เนื่องจากรั้วหมู่บ้านไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อกันน้ำเลยครับ :(
-รั้วช่วงที่ติดกับลำคลองสาธารณะ มีแผ่นคอนกรีตกันดินสไลด์ใต้ดิน แต่น้ำสามารถรอดระหว่างรอยต่อและรูตรงกลางของแผ่นคอนกรีตได้
-รั้วช่วงที่ติดกับทุ่งหญ้า ไม่มีแผ่นกันดินสไลด์ใต้ดิน น้ำจึงสามารถมุดรอดรั้วมาได้
-ศิลาแลงที่เห็นว่าสวย แต่ถ้าแช่น้ำนานๆ จะนิ่มและมีรูให้น้ำทะลุผ่านได้
4.เมื่อเทียบกับหมู่บ้านสร้างใหม่ในละแวกนั้น จะพบว่าหลายหมู่บ้าน น้ำท่วมไม่ถึง เนื่องจากมีการถมที่ที่สูงกว่า ได้แก่ Habitia, Vista ผมลองดูโครงการเหล่านี้ ที่ตั้งที่อื่น ก็พบว่าถมที่สูงเช่นกัน น่าจะเป็นที่คอนเซ็ปท์การออกแบบ :wall:
5.โครงการของ QH อีกหนึ่งโครงการที่อยู่ใกล้ๆกัน แต่ยังขายไม่หมด ก็เกือบโดนน้ำท่วม ยังดีที่ลูกบ้านร่วมใจกันหาเช่าเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ได้ทัน ภายในหมู่บ้านจึงแห้ง :(
6.ปกติบ้านในโครงการที่ผมอยู่จะขายต่อง่าย ประกาศขายไม่นาน ก็จะมีคนซื้อ ผมคุยกับลูกบ้านท่านหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า กำลังจะขายบ้านได้ช่วงก่อนน้ำท่วม นัดวันไปโอนบ้านที่กรมที่ดินแล้ว พอมีข่าวว่าน้ำจะมาเท่านั้นแหละ ผู้จะซื้อโทรมาบอกยกเลิกทันที :(

ถ้า QH ไม่สามารถฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้ คงลำบากครับ
อย่างเรื่องการออกแบบรั้วที่ผมกล่าวถึงในข้อ 3 ถ้า QH มีสปิริตของวิศวกรสูงพอ ควรจะกลับไปแก้ไขให้ถูกต้องครับ อย่างน้อยก็ควรช่วยเหลือด้านการออกแบบ


wisut_p
Verified User
Posts: 78
Joined: Wed Apr 14, 2004 9:42 pm

Re: QH

Posts by wisut_p » Fri Jan 13, 2012 1:19 pm

คิดเล่น ๆ เรื่อง mos ของ qh แล้วจะครึ้มอกครึ้มใจมากครับ
ถ้าสมมติให้รายได้จากการขายบ้าน แย่สุด ๆ กำไรส่วนนี้ปีละ 600 ล้าน
ให้พีอีส่วนนี้ ห้าเท่า คิดเป็น 3000 ล้าน
มูลค่า qhpf คิดส่วนลด25%ของราคาในกระดานตามมูลค่าที่ถืออยู่
จาก 1600 ล้านเหลือ 1200 ล้าน
มูลค่า lhbank คิดส่วนลด25%เหลือ 2600 ล้าน
รวมแล้วเปรียบเสมือนซื้อมูลค่า โฮมโปร = 13000 - 3000 - 1200 - 2600 = 6200 ล้าน คิดเป็นมูลค่าโฮมโปรทั้งบริษัท สามหมื่นกว่าล้าน พีอี สิบห้าเท่า มีส่วนลดจากในกระดานมหาศาลครับ :B
คิดว่าถือโฮลดิ้งที่มีทั้งแบงค์ อสังหา ค้าปลีก ละกัน :8)


surachaichia
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 600
Joined: Thu Jan 24, 2008 5:51 am

Re: QH

Posts by surachaichia » Fri Jan 13, 2012 4:37 pm

Roadshow at Singapore น่าจะมีของดีครับ


qjung
Verified User
Posts: 19
Joined: Mon Sep 27, 2010 4:23 pm

Re: QH

Posts by qjung » Fri Jan 13, 2012 5:09 pm

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH ณ เวลา 10.22 น. อยู่ที่ระดับ 1.60 บาท บวก 0.03 บาท หรือ 1.91%

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์(QH) แม้ได้คาดว่ากำไรสุทธิในปี 54 จะลดลงมากถึง 64% y-o-y สาเหตุหลักมาจากปัจจัยลบเรื่องน้ำท่วม แต่คาดว่ากำไรสุทธิในปี 55 และ 56 จะเติบโตก้าวกระโดดถึง 61% และ 40% เทียบกับ y-o-y ตามลำดับ แรงผลักดันสำคัญมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะรายได้ที่มาจากคอนโดมิเนียม อีกทั้งอัตราภาษีเงินได้ก็จะปรับลดลงจาก 30% ในปี 54 มาเป็น 23% ในปี 55 และ 20% ในปี 56

นอกจากนี้ ทาง QH ได้วางแผนที่จะขยายธุรกิจไปยัง ตลาดระดับล่างด้วยการออกแบรนด์ "GUSTO" และขยายตลาดไปยังต่างจังหวัด เช่น พัทยา เป็นต้น เพื่อขยายฐานลูกค้า ทางด้านเป้ายอดขายปีนี้บริษัทตั้งไว้ที่ 15 พันล้านบาท เติบโต 25% y-o-y และวางแผนที่จะเปิดขายโครงการใหม่ในปีนี้ถึง 21 แห่ง แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 9 โครงการ ทาวน์เฮ้าส์ 7 โครงการ และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ

ปัจจัยที่เป็น Catalyst ในระยะสั้น คือ การขายเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ไปยังกองทุนอสังหาริมทรัพย์ใน 2H55 ซึ่งสินทรัพย์นี้มีราคาประเมิน 3.9 พันล้านบาท ขณะที่บริษัทมีต้นทุน 2.0 พันล้านบาท ทำให้มีกำไรจากการขายและสามารถลดสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนลงได้

โดยให้ราคาพื้นฐาน 1.75 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าส่วนลดมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ RNAV ของบริษัทที่ 3.50 บาทอย่างมาก (บริษัทมี RNAV มากเพราะมีกำไรขนาดใหญ่จากการถือหุ้นใน HMPRO, LHBANK และ QHPF)

จากหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น


torpongpak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2595
Joined: Mon May 11, 2009 11:02 am

Re: QH

Posts by torpongpak » Fri Jan 13, 2012 5:33 pm

จริงๆเเล้วบทวิเคราะห์ของSCBบอกให้"ซื้อ"เป็นTop pickในกลุ่มอสังหาเเทนAP เป็นบทวิเคราะห์ที่ออกมาตั้งนานเเล้วนะ สวนกระเเสโบรคอื่น...ถ้าอ่านเนื้อในกลับบอกว่าผลประกอบการจะเเย่ไปอีกอย่างน้อย2ไตรมาศ รวมถึงD/Eที่เพิ่มมาก เเต่จุดที่น่าสนคือ การขายService Apartmentเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ ภายในต้นปี55 ถ้าสำเร็จจะทำให้Qhบันทึกกำไรพิเศษเเบบก้าวกระโดดทันทีในไตรมาศถัดไป
(ผมหาlinkบทวิเคราะห์นี้ไม่ได้อะครับมันต้องเข้าpassword ถ้าเพื่อนๆอยากอ่านตัวเต็มลองเข้าไปสมัคร freetrial ของScbsonlineก็ได้ครับ)
http://www.scbsonline.com/scbs/index.jsp
ปล.ไม่มีหุ้นครับ....เคยเจ็บจาก Kill House ตอน "เล่นหุ้น" ใหม่ๆใจยังไม่กล้าพอครับ :B

คนเราจะมีความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีเท่าไร เเต่ขึ้นกับว่า เราพอเมื่อไร
~หลวงพ่อชา สุภัทโท~
o

Post Reply