JAS

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
OutOfMyMind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1224
Joined: Mon Jun 12, 2006 2:30 pm

JAS

Posts by OutOfMyMind » Sat Aug 04, 2007 11:33 am

ผมว่า JAS น่าจะเป็นหุ้น turn around ที่น่าสนใจตัวหนึ่งนะครับ อยากชวนเพื่อนสมาชิกมาช่วยกันวิเคราะห์

แชทบอทสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่า
https://www.chathoon.com/

User avatar
Eragon
Verified User
Posts: 271
Joined: Sat Apr 14, 2007 10:02 am

Posts by Eragon » Sat Aug 04, 2007 2:40 pm

แล้วอะไรที่คิดว่าทำให้ JAS เป็นหุ้น Turn around ได้ละครับ

ผมเชื่อว่าสมาชิกที่นี่ส่วนหนึ่งรู้จักหุ้นตัวนี้ดีไม่น้อย  

ผมเห็นด้วยที่จะนำเสนอข้อมูลของหุ้นตัวนี้ให้สมาชิกได้รับทราบ...ทั้งด้านดีและไม่ดี  ส่วนใครจะคิดว่า Turn around หรือเปล่าก็แล้วแต่จะตัดสินใจกันเอง

แต่อยากทราบว่า...ทำไมถึงคิดว่า Turn around ครับ


jpk
Verified User
Posts: 4
Joined: Tue Oct 23, 2007 5:31 pm

Re: JAS

Posts by jpk » Tue Oct 23, 2007 6:04 pm

OutOfMyMind wrote:ผมว่า JAS น่าจะเป็นหุ้น turn around ที่น่าสนใจตัวหนึ่งนะครับ อยากชวนเพื่อนสมาชิกมาช่วยกันวิเคราะห์
ช่วยบอกเหตุผลด้วยว่า ทำไม ถึงคิดว่า หุ้น jas เป็นหุ้น turn around ที่น่า
สนใจ ดู ๆ อยู่เหมือนกัน และมีเหตุผล ทางพื้นฐานให้ด้วย อยากรู้ว่าคิดตรง
กันหรือไม่  อย่าลืม post มานะจ๊ะ จะรออ่านนะ แล้วจะตอบกลับไปว่าทำไม
ถึงคิดตรงกัน


Amazing
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1
Joined: Thu Oct 25, 2007 2:56 pm

Posts by Amazing » Thu Oct 25, 2007 3:16 pm

คือ ผมเพิ่งเป็นสมาชิกใหม่คับ และก็เพิ่งหัดลงทุนในหุ้นคับ ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมาก ถ้า comment ของผมมีที่ผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วยคับ
ในส่วนของหุ้น JAS ผมเองก็ลองอ่านงบการเงินดู ซึ่งก็ยังงๆๆ ว่าทำไมตัวเลขต่างๆ เช่นกำไร หรือรายได้ มันไม่เท่ากันจากใน website ของ set.ot.th กับ settrade และกับของ broker ผมเอง เห็นว่ากำไรมันลดลงเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีรายได้เข้ามา ไม่รู้ว่ามาจากไหน แต่สังเกตุเห็นว่าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน TT&T รายได้อาจจะมาจากเงินปันผลหรือเปล่า แต่ทำไมรายได้ไม่ได้มาจากการขายสินค้าหรือบริการของบริษัทเลยล่ะ รบกวนผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยครับ :D ขอบคุณครับผม


User avatar
OutOfMyMind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1224
Joined: Mon Jun 12, 2006 2:30 pm

Posts by OutOfMyMind » Mon Nov 05, 2007 2:58 pm

กสท. เผยรายชื่อ 5 บริษัทผ่านคัดเลือกประมูลเบื้องต้นระบบ 'Network Expansion'
LOXLEY-JAS ติดโผ

                            รายงานข่าวจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ CAT
Telecom เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดดำเนินการประกวดราคาซื้อ Network Expansion
จำนวน 1 ระบบ วงเงินงบประมาณ 100 ล้านบาท ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวันที่ 1
พฤศจิกายน 2550 เวลา 10.00 น. ณ อาคารศูนย์บริการลูกค้า ชั้น 3
                            ทั้งนี้มีผู้ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นจำนวน 5 ราย คือ
                            1.บริษัท ลีฮาย เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
                            2.บริษัท เซลโฟน จำกัด
                            3.บริษัท ล็อกซเลย์ จำกัด(มหาชน)
                            4.เอสเอเอส-เทลเลคอม แอดวานซ์ คอนซอเดียม
                            5.บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด(มหาชน)

แชทบอทสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่า
https://www.chathoon.com/

Mr.Nine
Verified User
Posts: 64
Joined: Sun Sep 09, 2007 12:53 pm

Posts by Mr.Nine » Mon Nov 05, 2007 4:44 pm

เหอ เหอ ถ้างั้น JTS ก็น่าจะเป็นหุ้น turn around ที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งนะครับ อยากชวนเพื่อนสมาชิกมาช่วยกันวิเคราะห์ แหม ก็เครือเดียวกัน  :twisted:


User avatar
OutOfMyMind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1224
Joined: Mon Jun 12, 2006 2:30 pm

Posts by OutOfMyMind » Tue Nov 13, 2007 8:46 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3)13/11/2550 17:39

     JAS : สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3)
               สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3)
                        บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                                     (หน่วย : พันบาท)
                                          สิ้นสุดวันที่  30 กันยายน
งบการเงินรวม
                                    ไตรมาสที่ 3             งวด 9 เดือน
             ปี                   2550       2549        2550       2549

  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ               3,124    (99,225)      9,142    282,876
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    0.0004    (0.0119)     0.0011      0.034


 งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                     ไตรมาสที่ 3              งวด 9 เดือน
             ปี                    2550       2549        2550        2549

  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              (15,247)    29,783     1,842,528     5,592
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)     (0.002)    0.0036        0.2301    0.0007

 ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
      ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

  ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
  การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
  ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว



                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                                        ( นายสมบุญ  พัชรโสภาคย์ )
                              ตำแหน่ง           กรรมการ
                                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

แชทบอทสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่า
https://www.chathoon.com/

User avatar
OutOfMyMind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1224
Joined: Mon Jun 12, 2006 2:30 pm

Posts by OutOfMyMind » Fri Jan 25, 2008 10:15 pm

JAS แม่ลูกยังไม่ฟื้นจากหลุมหลังพบมือทุบหุ้น 'พิชญ์ โพธารามิก' ผถห.ใหญ่ เท
ขาย

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบมจ. จัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล
(JAS) และ JAS-W2 ยังปรับตัวลงแรงอย่างต่อเนื่อง และมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น
หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้
รับแบบรายงานการได้มา/จำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2)  รายงานการ
จำหน่ายหุ้น JAS โดย นาย พิชญ์ โพธารามิก ซึ่งเป็นการจำหน่าย  เมื่อวันที่
22/01/2551 จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายคิดเป็น  -0.935% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น  19.495%
ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด  
ล่าสุดเวลาประมาณ 10.18 น. ราคาหุ้น JAS อยู่ที่ 0.20 บาท ลดลง 0.02
บาท หรือ 9.09% มูลค่าการซื้อขาย 43.85 ล้านบาท JAS-W2 อยู่ที่ 0.05 บาท ลดลง
0.01 บาท หรือ 16.67%มูลค่าการซื้อขาย 4.99 ล้านบาท


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   24/01/08   เวลา   10:21:55

แชทบอทสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่า
https://www.chathoon.com/

User avatar
OutOfMyMind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1224
Joined: Mon Jun 12, 2006 2:30 pm

Posts by OutOfMyMind » Sat May 03, 2008 11:39 am

JAS แจ้ง การลงทุนของ 5 บริษัทย่อย

            นายพิชญ์ โพธารามิก กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล
จำกัด (มหาชน) ( JAS) เปิดเผยว่า มติที่ประชุมของบริษัทย่อยที่สำคัญดังต่อไปนี้
          1. ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จัสมิน ซับมารีน เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์
จำกัด ( JSTC ) (บริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100)  ครั้งที่ 5/2551 เมื่อวันที่
2 พฤษภาคม 2551 มีมติอนุมัติการนำเงินสดส่วนเกินจำนวนไม่เกิน 515 ล้านบาท
ของ JSTC ไปลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ การซื้อลดหนี้ประเภทอื่นๆ รวมถึงการรับ
โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้จากเจ้าหนี้ของบริษัทในกลุ่มบริษัทจัสมิน
          2. ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ไทย ลองดิสแทนส์ เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์
จำกัด ( TLDT ) (บริษัทย่อยที่ JSTC ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 90)  ครั้งที่ 4/2551 เมื่อวันที่ 2
พฤษภาคม 2551 มีมติอนุมัติการนำเงินสดส่วนเกินจำนวนไม่เกิน 133 ล้านบาท ของ
TLDT ไปลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ การซื้อลดหนี้ประเภทอื่นๆ รวมถึงการรับโอน
สิทธิเรียกร้องในหนี้จากเจ้าหนี้ของบริษัทในกลุ่มบริษัทจัสมิน
         3. ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เอเซียส รีเยนแนล เซอร์วิส จำกัด ( ARS )
(บริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นโดยอ้อมร้อยละ 43.52 โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในบริษัท จัส
มิน อินเตอร์เนชั่นแนล โอเวอร์ซีส์ จำกัด ( JIOC ) ร้อยละ 75.44, JIOC ถือหุ้นใน
บริษัท เอเซียส (ประเทศไทย) จำกัด ( ACT ) ร้อยละ 58.84 และ ACT ถือหุ้นใน
ARS ร้อยละ 98.04) ครั้งที่ 3/2551 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 มีมติอนุมัติการนำ
เงินสดส่วนเกินจำนวนไม่เกิน 220 ล้านบาท ของ ARS ไปลงทุนในตราสารหนี้ และ/
หรือ การซื้อลดหนี้ประเภทอื่นๆ รวมถึงการรับโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้จากเจ้าหนี้ของ
บริษัทในกลุ่มบริษัทจัสมิน
          4. ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท พรีเมียม แอสเซท จำกัด ( PA ) (บริษัท
ย่อยที่ถือหุ้นโดยบริษัท อคิวเมนท์ จำกัด ร้อยละ 53.85 และ JSTC ร้อยละ 46.15)
ครั้งที่ 3/2551 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 มีมติอนุมัติการนำเงินสดส่วนเกินจำนวน
ไม่เกิน 170 ล้านบาท ของ PA ไปลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ การซื้อลดหนี้
ประเภทอื่นๆ รวมถึงการรับโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้จากเจ้าหนี้ของบริษัทในกลุ่ม
บริษัทจัสมิน
          5. ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท พรีเมียม เรียลเอสเตท จำกัด ( PRE )
(บริษัทร่วมที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 49) ครั้งที่ 2/2551 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม
2551 มีมติอนุมัติการนำเงินสดส่วนเกินจำนวนไม่เกิน 15 ล้านบาท ของ PRE ไปลง
ทุนในตราสารหนี้ และ/  หรือ การซื้อลดหนี้ประเภทอื่นๆ รวมถึงการรับโอนสิทธิเรียก
ร้องในหนี้จากเจ้าหนี้ของบริษัทในกลุ่มบริษัทจัสมิน
         สำหรับการทำรายการดังกล่าวข้างต้นเมื่อพิจารณาขนาดของรายการทั้ง 5
รายการตามเกณฑ์มูลค่าสิ่งตอบแทนที่ชำระให้หรือได้รับ ซึ่งมีค่าสูงสุดได้เท่ากับ
7.03% ดังนั้นขนาดรายการดังกล่าวจึงไม่เข้าข่ายตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทยเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มาและจำหน่าย
ไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนและรายการที่เกี่ยวโยงกัน

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   02/05/08   เวลา   17:48:46

แชทบอทสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่า
https://www.chathoon.com/

pk8
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 480
Joined: Thu Jul 01, 2004 9:39 am

Posts by pk8 » Sat May 03, 2008 4:07 pm

เขาทำกันแบบนี้ครับ..555
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้
รับแบบรายงานการได้มา/จำหน่ายหลักทรัพย์ของกิจการ (แบบ 246-2)  รายงานการ
จำหน่ายหุ้น JAS โดย นาย พิชญ์ โพธารามิก ซึ่งเป็นการจำหน่าย  เมื่อวันที่
22/01/2551 จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายคิดเป็น  -0.935% ของจำนวนหลักทรัพย์ที่
จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดจำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น  19.495%
ของจำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด  
แล้วตามด้วย...
พิชญ์  โพธารามิก ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 24/03/2551 21/03/2551 5,000,000 0.27 ซื้อ  
พิชญ์  โพธารามิก ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 25/03/2551 24/03/2551 5,000,000 0.26 ซื้อ  
พิชญ์  โพธารามิก ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 26/03/2551 25/03/2551 5,000,000 0.27 ซื้อ  
พิชญ์  โพธารามิก ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 27/03/2551 26/03/2551 2,000,000 0.29 ซื้อ  
พิชญ์  โพธารามิก ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 28/03/2551 27/03/2551 5,000,000 0.29 ซื้อ  
พิชญ์  โพธารามิก ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 01/04/2551 31/03/2551 5,000,000 0.29 ซื้อ  
พิชญ์  โพธารามิก ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 02/04/2551 01/04/2551 6,100,000 0.29 ซื้อ  
พิชญ์  โพธารามิก ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 04/04/2551 03/04/2551 1,796,000 0.31 ซื้อ  
พิชญ์  โพธารามิก ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 08/04/2551 04/04/2551 3,700,000 0.32 ซื้อ  
พิชญ์  โพธารามิก ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 09/04/2551 08/04/2551 7,683,000 0.38 ซื้อ  
4/4/2007
นาย พิชญ์ โพธารามิก 1,888,700,070 22.70
4/4/2008
นาย พิชญ์ โพธารามิก 1,132,730,270 13.61
นาย พิชญ์ โพธารามิก 156,100,000 1.88

ช่วงวันที่ 21-24 มกราคมที่ผ่านมาราคาหุ้นจาก .35 บาทลงไปทำจุดต่ำสุดที่ .17 บาทภายในเวลา 4 วัน


chinn
Verified User
Posts: 226
Joined: Thu Sep 20, 2007 5:14 pm

Posts by chinn » Wed May 07, 2008 11:54 am

[quote="OutOfMyMind"]JAS แจ้ง การลงทุนของ 5 บริษัทย่อย


chinn
Verified User
Posts: 226
Joined: Thu Sep 20, 2007 5:14 pm

Posts by chinn » Fri Jun 13, 2008 10:42 am

วันนี้ มีข่าวลด par เหลือ 0.5 นะครับ

ซึ่งตรงกับที่ผมเสนอในที่ประชุมผู้ถือหุ้นและส่ง email กับ ems

ไปให้กับ  คุณพิชญ์ โพธารามิก

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ

เลยอยากให้ข้อมูลเพื่อนๆ ว่าผมเสนออะไรไปบ้าง

เผื่อใช้ตัดสินใจในการลงทุน

วันที่  2  พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น  ผมได้มีโอกาสขึ้นไปพูดเสนอแนวคิดเรื่องลดราคาPAR จาก  1 บาท เหลือ 0.50 บาท  เพื่อล้างขาดทุนสะสม และจ่ายเงินปันผล  ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท, ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และรายย่อย แต่เนื่องจากผมมีเวลาในการพูดจำกัด  จึงเกรงว่า  คณะผู้บริหารอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามสื่อออกไป  ผมจึงทำหนังสือฉบับนี้เพื่ออธิบายถึงวิธีคิดของผมให้ละเอียดขึ้น  ดังนี้

เสนอให้ มีการ
1)ลดราคาPAR  ลงเหลือ 0.50 บาท
2)จ่ายเงินปันผล 0.09 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น 750  ล้านบาท
(50 %ของกำไรสุทธิก่อนการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ )

หลักการและเหตุผลของการลดราคา PAR

1)ขาดทุนสะสมที่เกิดขึ้น  มีสาเหตุมาจาก ส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นสามัญ  ดังนั้นการลดราคาPAR จะเป็นการช่วยทำให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลได้  ซึ่งบริษัทจะรับรู้กำไร 4,000  ล้านบาท(จำนวนหุ้น 8319 ล้านหุ้น ลด Par ลง 0.5 จะเท่ากับ กำไร 0.5*8319 = 4159.5ล้านบาท)

2)เป็นการรองรับการแปลงสภาพของ JAS-W2 ในปีหน้า เพราะหากเกิดการแปลงสภาพขึ้นอีก 1 ปีข้างหน้า บริษัทต้องรับรู้ส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นสามัญเพิ่มอีก 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ไปอีกหลายปี จนกว่าจะล้างขาดทุนสะสมหมด

หลักการและเหตุผลของการจ่ายเงินปันผล 0.09 บาทต่อหุ้น

1)     เนื่องจากบริษัทมีเงินสด และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในแต่ละปี สูงถึง  3,418  ล้านบาท(งบการเงิน (I,10)) และ 1,893  ล้านบาท(งบการเงิน (I,244)) ตามลำดับ   ในขณะที่หนี้สินระยะยาวมีระยะเวลาในการชำระคืนถึงปี 2555  การจ่ายเงินปันผลจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นอย่างเต็มที่ และไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทน  
2) การจ่ายเงินปันผลจะเป็นการสะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แท้จริง เพราะปีที่ผ่านมากำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินสูงถึง 1,527  ล้านบาท  (เป็นกำไรที่แท้จริงที่บริษัทได้เป็นเงินสด อยู่ในงบการเงิน (i,226))  เติบโตขึ้น 9% จากปีที่แล้ว  แต่ราคาหุ้นกลับตกต่ำลงมาถึงจุดต่ำสุด คือ 0.17 บาท   เพราะหุ้นมีผลประกอบการที่ขาดทุนอันเนื่องมาจากบริษัทย่อย และค่าเสื่อมราคา ประกอบกับการไม่จ่ายเงินปันผล จึงทำให้นักลงทุนเห็นว่าพื้นฐานของบริษัทไม่ดี และไม่น่าสนใจ  แต่หากมีการจ่ายเงินปันผล 750 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50% ของกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์  (เป็นกำไรที่แท้จริงที่บริษัทได้เป็นเงินสด อยู่ในงบการเงิน (i,226)) จะทำให้ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ถึง 1.80  บาท  เมื่อคำนวนที่ DIVIDEND YIELD  5%  ซึ่งจะทำให้  JAS-W2  มีโอกาสนำมาแปลงสภาพ    ซึ่งหากเกิดการแปลงสภาพ  ก็จะทำให้บริษัทได้รับเงินเพิ่มทุน 2,500  ล้านบาท  ซึ่งจะเป็นการเสริมความมั่นคงและแข็งแกร่งให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก
                                                                                                                         
ผลกระทบที่จะได้รับ จากการลดราคาPAR  และจ่ายเงินปันผล

1)ผู้ถือหุ้น   ได้รับเงินปันผล  0.09  บาทต่อหุ้น   นอกจากนี้จะทำให้นักลงทุนและตลาดได้ทราบถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของบริษัท  ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นไป

2)ผู้ถือ WARRANT  2    ซึ่งจะหมดอายุในปีหน้านี้จะได้รับประโยชน์คือ  หากมีการจ่ายเงินปันผล 750 ล้านบาท  หรือคิดเป็น  0.09  บาท  ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวเหนือราคาแปลงสภาพ 0.50 บาทได้สูง  ซึ่งจะทำให้ผู้ถือ WARRANT  สามารถเลือกที่จะแปลงสภาพ หรือขายก่อนหมดอายุได้  ( หากไม่มีการจ่ายเงินปันผล
หุ้น JAS-W2 ที่จะหมดอายุในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า คงจะไม่มีการนำมาใช้สิทธิแปลงสภาพ )  เป็นการทำ  ให้กระดาษที่ไร้ค่าอย่าง  JAS-W2  มีมูลค่าขึ้น  แทนที่จะปล่อยให้ไร้ค่าอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

3)บริษัทJAS   จะเสียเงิน 750 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล แต่จะทำให้ JAS-W2 มีโอกาสได้รับการแปลงสภาพสูง    ซึ่งหากเกิดการแปลงสภาพ  บริษัทจะได้รับเงินสดเพิ่มขึ้นถึง 2,500 บาท   จากการแปลงสภาพ สุทธิแล้ว   บริษัทจะได้รับเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 1,750  ล้านบาท    ซึ่งจะทำให้บริษัทมีสภาพคล่องและมีความมั่นคงมากขึ้น  

4)เจ้าหนี้ JAS   หากบริษัทได้รับเงินจากการแปลงสภาพของ  JAS-W2   ความเสี่ยงที่หนี้สินจะไม่ได้รับชำระจะต่ำลงมาก   เพราะไตรมาส 4/07   เงินสดของบริษัท 3,900  ล้านบาท   เมื่อบวกกับเงินสดสุทธิที่จะเพิ่ม 1,750  ล้านบาท  รวมเป็นเงินสด 5,650  ล้านบาท (โดยไม่นับรวม)   ซึ่งหากรวมกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปีละประมาณ 1,000  ล้านบาท   ก็จะทำให้บริษัทมีเงินสดใกล้เคียงกับส่วนของหนี้สินทั้งหมด 7,000  ล้านบาท   ทำให้การที่เจ้าหนี้จะคัดค้านการลดราคาPAR  เพื่อจ่ายเงินปันผลไม่น่าจะเกิดขึ้น

5)ภาพลักษณ์ของหุ้น JAS  หากบริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลได้ด้วยเงินจำนวนมาก  ย่อมสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัท   ซึ่งจะมีผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทในทางที่ดีขึ้นว่า  กิจการแม้ไม่มีกำไรทางบัญชี แต่แท้จริงแล้วกิจการมีกำไรและสามารถจ่ายเงินปันผลได้ต่อเนื่อง   ซึ่งจะทำให้หุ้น JAS กลับมาเป็นที่สนใจของนักลงทุนสถาบันและรายย่อยได้อีกครั้งหนึ่ง

 จากที่กล่าวมาข้างต้น  จะเห็นได้ว่า การลดราคาPAR  และจ่ายเงินปันผล   จะเป็นผลดีต่อทุก ๆ ฝ่าย   ดังนั้นจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านคณะกรรมการจะนำไปพิจารณา  และนำไปสู่วาระการประชุมของคณะกรรมการและผู้ถือหุ้นด้วย

ขอเแสดงความนับถือ

นายชิณณ์ กิตติภานุวัฒน์


pk8
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 480
Joined: Thu Jul 01, 2004 9:39 am

Posts by pk8 » Wed May 13, 2009 6:28 pm

หลักทรัพย์ JAS  
แหล่งข่าว JAS  
 หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่1(F45-3)  
 วันที่/เวลา 13 พ.ค. 2552 08:35:46  

                 สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่1(F45-3)
                       บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                                     (หน่วย : พันบาท)
                                           สิ้นสุดวันที่  31 มีนาคม
งบการเงินรวม
                                                ไตรมาสที่ 1
              ปี                            2552            2551

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    179,589         214,251
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)           0.0367          0.0279


 งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                                 ไตรมาสที่ 1
              ปี                            2552             2551

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    579,772          (11,520)
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          0.0754          (0.0015)

หลักทรัพย์ JAS  
แหล่งข่าว JAS  
 หัวข้อข่าว แจ้งผลดำเนินงาน Q1/52,โครงการซื้อหุ้นคืน กำหนดวัน EGM 1/52  
 วันที่/เวลา 13 พ.ค. 2552 08:46:36  

 ที่ ADMS 036/52
                                             12 พฤษภาคม 2552

เรื่อง - แจ้งผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2552
    - แจ้งโครงการซื้อหุ้นคืน และกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย 1) สำเนารายงานและงบการเงินรวม จำนวน 1 ชุด
          2) สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทย่อยประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2552 (F45-3)
          3) แบบรายงานการเปิดเผยการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Form TS-1.2)

        ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ครั้งที่ 3/2552 เมื่อวันที่ 12
พฤษภาคม 2552 ได้มีมติอนุมัติในเรื่องต่างๆ ดังนี้
1. ผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2552
  บริษัทฯ ขอนำส่งรายงานและงบการเงินประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2552 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2552 ที่ผ่านการสอบทาน
  จากผู้สอบบัญชีแล้วและ
  (/) ผ่านการสอบทานของที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ ครั้งที่ 2/2552 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2552
  (/) ผ่านการอนุมัติของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2552 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2552

  พร้อมทั้งขอชี้แจงผลการดำเนินงาน ดังนี้
  1) บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2552 จำนวน 1,450 ล้านบาท
     เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2551 ที่มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการจำนวน 1,255 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน
     195 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16 โดยรายได้จากการขายและบริการ ส่วนใหญ่เป็นรายได้ที่มาจาก
     - บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด ซึ่งเพิ่มขึ้นจำนวน 49 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 65
     - บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อยซึ่งเพิ่มขึ้นจำนวน 62 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 27
  2) บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลกำไรจากการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2552 จำนวน 169 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส
     เดียวกันของปี 2551 ที่มีผลกำไรจากการดำเนินงานจำนวน 159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6
     นอกจากนี้บริษัทฯ มีส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัทร่วมจำนวน 3 ล้านบาท และบริษัทย่อยมีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
     จำนวน 8 ล้านบาท
  3) จากข้อ 2 บริษัทฯ และบริษัทย่อยจึงมีผลกำไรสุทธิจากการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2552 จำนวน 180 ล้าน
     บาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2551 ที่มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานจำนวน 214 ล้านบาท ลดลงจำนวน 34
     ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 16 สาเหตุหลักที่กำไรสุทธิลดลงเนื่องมาจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยในไตรมาสเดียวกันของ
     ปี 2551 มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 51 ล้านบาท ส่วนไตรมาสที่ 1 ของปี 2552 มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
     เพียง 8 ล้านบาท

2. โครงการซื้อหุ้นคืน
  คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการซื้อหุ้นคืนและให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 17 มิถุนายน
  2552
  สรุปรายละเอียดโครงการเป็นดังนี้
  - วงเงินสูงสุดที่จะใช้ในการซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 615 ล้านบาท
  - จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืน 1,350 ถึง 1,750 ล้านหุ้น จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนคิดเป็นร้อยละ 16.22 ถึงร้อยละ 21.02 ของหุ้น
    ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
  - วิธีการในการซื้อหุ้นคืน : เสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป
  - ราคาที่จะเสนอซื้อหุ้นคืนอยู่ในช่วง 0.35-0.45 บาทต่อหุ้น
  - บริษัทฯ จะจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการซื้อหุ้นคืนและกำหนดราคาซื้อหุ้นคืนในวันที่ 17 มิถุนายน
    2552
  - บริษัทฯ จะดำเนินการซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2552   - กำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2553 ถึงวันที่ 27 มกราคม 2553   โดยมีรายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 3

3. คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 27 เมษายน
  2552 และให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณารับรองในวันที่ 17 มิถุนายน 2552

4. กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552
  4.1 กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 ในวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2552 เวลา 14.00 น. ณ ออดิทอเรียม
      ชั้น 3 อาคารจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล เลขที่ 200 หมู่ 4 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัด
      นนทบุรี 11120 โดยมีวาระการประชุมเป็นดังนี้
      วาระที่ 1 พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2552
      วาระที่ 2 พิจารณาอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน และกำหนดราคาซื้อหุ้นคืน
      วาระที่ 3 พิจารณาเรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)
  4.2 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2552 (วัน Record Date) ในวันอังคารที่ 26
      พฤษภาคม 2552 และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยวิธี
      ปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2552

  อนึ่ง ผู้ถือหุ้นสามารถเรียกดูหนังสือเชิญประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2552 และเอกสารประกอบการประชุมในเว็บไซต์
  ของบริษัทฯ (http://www.jasmine.com) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2552

        จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

                                        ขอแสดงความนับถือ
                             บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)




                                       (นายพิชญ์ โพธารามิก)
                                      ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร



ซื้อหุ้นคืนทำไมหว่าแค่ 6 เดือนเอง...

ปีนี้ดอกผลจากทริปเปิลทรีเริ่มออกแล้วเป็นปันผลในงบเตี่ยว 582 ล้านบาท


sriwichai
Verified User
Posts: 5
Joined: Thu Apr 13, 2006 10:00 am

Posts by sriwichai » Sat May 23, 2009 1:15 pm

เข้ามาติดตาม JAs


User avatar
MANEKI
Verified User
Posts: 1005
Joined: Thu Mar 08, 2007 7:41 pm

Posts by MANEKI » Mon May 25, 2009 12:24 am

สนใจค่ะ คิดว่าจะลองถือลงทุนดู
แต่คงซื้อไม่เยอะ แค่ปีหน้าจะได้เอางบมานั่งดู :o


User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Posts by vichit » Tue Jun 23, 2009 11:01 am

บอร์ดJASให้ใช้เงิน615ล้านซื้อหุ้นคืน กำหนดราคาที่0.44บ.เริ่ม3-13ก.ค.นี้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 มิถุนายน 2552 08:52 น.


      จัสมิน เตรียมเงิน 615 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนจากนักลงทุนระหว่าง 3 ถึง 13 กรกฎาคม 2552 จำนวนไม่เกิน 1,397,727,272 หุ้น หรือ 16.79% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยจะเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป ในราคา 0.44 บาทต่อหุ้น
     
      นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ( JAS ) แจ้งมติที่ประชุมมติคณะกรรมการบริษัท เมื่อ วันที่ 17 มิถุนายน 2552 ว่าบอร์ดอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารการเงิน โดยเสนอซื้อคืนจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไป
     
      โดย ณ สิ้น 31 มีนาคม 2552 บริษัทมีกำไรสะสม 616 ล้านบาท และหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่จะซื้อหุ้นคืนเท่ากับ 36 ล้านบาท ซึ่งเมื่อพิจารณาเงินสดคงเหลือของบริษัทฯ ณ ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1,038 ล้านบาท เทียบกับภาระหนี้ เงินต้นและดอกเบี้ยที่จะถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน (ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม-พฤศจิกายน) จำนวน 36 ล้านบาท จะเห็นว่า บริษัทฯ ยังคงมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการชำระหนี้ที่จะถึงกำหนดดังกล่าว
     
      สำหรับวงเงินที่ใช้ในการซื้อคืนไม่เกิน 615 ล้านบาท ส่วนจำนวนผู้ถือหุ้นสามัญรายย่อย (Free float) ณ วันปิดสมุดทะเบียนเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2552 เท่ากับ 4,060,199,607 หุ้น หรือ 48.78 % ของทุนชำระแล้วของบริษัทการซื้อหุ้นคืนดังกล่าวเพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้แก่ส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) รวมถึงเพิ่มอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เป็นการส่งสัญญาณแก่ผู้ลงทุนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ
     
      โดยจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน 1,397,727,272 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท จำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 16.79 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด กำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืน ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2553 ถึงวันที่ 27 มกราคม 2553 ( ภายหลัง 6 เดือนนับแต่การซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้นแต่ต้องไม่เกิน 3 ปี ) การที่บริษัทฯ กำหนดระยะเวลาจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนไม่ถึง 3 ปี เนื่องจากบริษัทฯ ต้องการให้โครงการซื้อหุ้นคืนเสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งเมื่อพ้นกำหนดนั้นแล้วบริษัทฯ จะลดทุนที่ชำระแล้วโดยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนที่ซื้อคืนและยังมิได้จำหน่ายทั้งหมด ตามกฎระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป และกำหนดระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืน ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2552
     
      สำหรับเสนอซื้อจากผู้ถือหุ้นเป็นการทั่วไปในราคา 0.44 บาท ต่อหุ้น (ต้องเป็นราคาเดียวกัน) โดยผู้แสดงเจตนาขายมีภาระค่าธรรมเนียมในการเสนอขายในอัตรา 0.25% ของราคาเสนอซื้อ และภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7 % ของค่าธรรมเนียมในการเสนอขาย ดังนั้น ราคาสุทธิที่ผู้เสนอขายจะได้รับเท่ากับ 0.438823 บาทต่อหุ้น ส่วนวิธีการกำหนดราคาหุ้นที่จะซื้อคืน โดยให้นำราคาหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันก่อนวันที่บริษัทจะทำการเปิดเผยข้อมูลมาเปรียบเทียบด้วย ซึ่ง (1) ราคาที่จะเสนอซื้อหุ้นคืนจะต้องไม่สูงกว่าหรือต่ำกว่าราคาหุ้นสามัญของบริษัทฯ เฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันก่อนวันประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2552 ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับหุ้นละ 0.39 บาท (บวกหรือลบ 0.04 บาท) และ
     
      ( 2) ราคาที่จะเสนอซื้อคืนนั้นต้องอยู่ในช่วง 0.35-0.45 บาทต่อหุ้น จากการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ใน 1) และ 2) ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 4/2552 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2552 ได้มีมติกำหนดราคาที่จะเสนอซื้อหุ้นคืนเท่ากับ 0.40 บาทต่อหุ้น อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2552 ได้มีมติกำหนดราคาที่จะเสนอซื้อหุ้นคืนเท่ากับ 0.44 บาทต่อหุ้น


http://www.manager.co.th/StockMarket/Vi ... 0000068911


User avatar
BeSmile
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1178
Joined: Wed Jul 13, 2005 3:08 pm

Posts by BeSmile » Tue Aug 04, 2009 4:44 pm

ที่ ADMS 063/52
                                               3 สิงหาคม 2552
เรื่อง   การซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน)
เรียน   กรรมการและผู้จัดการ
       ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สิ่งที่ส่งมาด้วย 1) การคำนวณขนาดของรายการตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ
             และการเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มา และจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน
          2) งบการเงินของบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2552
หุ้น)

.......................

           ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 ของ TTTBB เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 ได้มีมติ
อนุมัติให้ TTTBB ลดทุนจดทะเบียนจากจำนวน 1,200,000,000 บาท เป็น 110,000,000 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญที่ยัง
มิได้นำออกจำหน่ายจำนวน 1,090,000,000 หุ้น และเพิ่มทุนจดทะเบียนของ TTTBB จากจำนวน 110,000,000 บาท
เป็น 1,000,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 890,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จัดสรรให้
แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ TTTBB ตามสัดส่วนในอัตรา 1 หุ้นเดิม ต่อ 8.09090909 หุ้นใหม่ ในราคาเสนอขายหุ้นละ 1 บาท

         สำหรับสัดส่วนการถือหุ้นใน TTTBB ก่อนและหลังการซื้อหุ้นเพิ่มทุนเป็นดังนี้
                         ก่อนการเพิ่มทุน                        หลังการเพิ่มทุน
       ผู้ถือหุ้น       (ทุนจดทะเบียน 110 ล้านบาท)           (ทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท)
                    จำนวนหุ้น         ร้อยละ             จำนวนหุ้น           ร้อยละ
ACU                99,999,410        90.91           989,994,070          99.00
TT&T                9,999,930         9.09             9,999,930           1.00
อื่นๆ                       660         0.00                 6,000           0.00


..........

        จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
                                                              ขอแสดงความนับถือ
                                                บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)



                                                     ______________________________
                                                          (นายพิชญ์ โพธารามิก)
                                                          ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

***************

JAS เล่นเกมส์โหดครับ TT&T เหลือแต่ซากแน่  :vm:

ถ้าธุรกิจ Broadband ทำรายได้ดีจริง  

คงได้เห็นหุ้น Turnaround ล่ะครับ   :D


แต่นับว่าผู้บริหาร JAS ไม่ธรรมดา จริง ๆ ครับ ทั้งเรื่อง Money games คราวนี้ (ซื้อหุ้นคืน + ฮุบ 3T2B)


และทุบหุ้นคราวที่แล้ว (คนถือ Margin ตายเป็นเบือ เพราะคิดว่ามันจะ U Turn และตอนนั้น JAS มีคนใช้ Margin มากเป็นอันดับ 2 ของตลาด)


เหลือแค่ทำยังไงให้บริษัทมีกำไร เยอะ ๆ    :lol:


ซึ่งผมก็ยังคิดว่าถ้าฝีมือระดับนี้แล้ว ไม่ใช่ธรรมดาครับ

:bow: :bow: :bow:


**************

แถมด้วยคู่แข่ง Broadband โดยตรงเป็น TOT (Logo เหมือนเด็กร้องไห้ T T)

ด้วยโห้วเฮ้งแบบนี้ ผมประมาณการณ์ว่าไม่น่าจะรอด

ส่วนเขตของ TRUE นั้นเป็นของแถม


**************


สรุปได้ว่าเล่นหุ้นที่มี "เจ้า" ของ เก่ง ๆ ต้องมีความ ระมัดระวัง

:lol:

มีสติ - อย่าประมาทในการใช้ชีวิต

User avatar
BeSmile
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1178
Joined: Wed Jul 13, 2005 3:08 pm

ข้อมูลผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

Posts by BeSmile » Sat Aug 08, 2009 7:10 pm

ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2552 ทั่วโลกใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 430 ล้านคน
ศุกร์, 07 สิงหาคม 2009
           ถึงกลางปี พ.ศ. 2552 บรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้รับความนิยมจากนักท่องอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เนื่องจากสามารถรับส่งแฟ้มข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว อาทิ รูปภาพที่มีความละเอียดสูง เกมออนไลน์ และการดูหนังฟังเพลงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ทั้งนี้ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสามารถทำได้หลายรูปแบบ อาทิ ถ้าผ่านดีเอสแอลจะมีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 7.1 ล้านบิตต่อวินาที และอัพโหลดสูงสุด 768 พันบิตต่อวินาที ถ้าผ่านสายเคเบิลมีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุด 16 ล้านบิตต่อวินาที และอัพโหลดสูงสุด 1.5 ล้านบิตต่อวินาที  และถ้าผ่านสายใยแก้วนำแสงมีความเร็วในการดาวน์โหลดสูงสุ ด  50 ล้านบิตต่อวินาที และอัพโหลดสูงสุด 20 ล้านบิตต่อวินาที เป็นต้น  นอกจากนี้ มีรายงานจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในสหรัฐอเมริกาเมื่อมีนาคม 2552 ว่าถ้าใช้ดีเอสแอลก็มีค่าบริการ 20 - 45 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 700 - 1,500 บาทต่อเดือน ถ้าใช้เคเบิลก็มีค่าบริการ 40 - 55 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ   1,400 - 1,900 บาทต่อเดือน และถ้าใช้สายใยแก้วนำแสงก็มีค่าบริการ 45 - 145 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,500 - 5,000 บาทต่อเดือน
ศูนย์วิจัยพิวอินเทอร์เน็ตได้สำรวจชาวอเมริกันที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากที่บ้านเมื่อเมษายน 2552 พบว่า ชาวอเมริกันที่เป็นผู้ใหญ่ร้อยละ 63 เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากที่บ้าน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปี พ.ศ. 2551  สำหรับค่าบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพบว่าชาวอเมริกันที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จากที่บ้านจ่ายค่าบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเฉลี่ยเดือนละ 39 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,360 บาท  อนึ่ง ร้อยละ 21 ของผู้ใช้บริการที่มีผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากที่บ้าน  ได้นั้น ต้องจ่ายค่าบริการเฉลี่ยเดือนละ 44.70 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,560 บาท   ร้อยละ 69 ของผู้ใช้บริการที่มีผู้ให้บริการมากกว่าหนึ่งราย ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากที่บ้านได้นั้น ต้องจ่ายค่าบริการเฉลี่ยเดือนละ 38.30 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,340 บาท  และร้อยละ 17 ของผู้ใช้บริการที่มีผู้ให้บริการมากกว่า  สี่รายที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากที่บ้านได้นั้นต้องจ่ายค่าบริการเฉลี่ยเดือนละ  32.10 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,120 บาท  นั่นคือ ถ้ามีผู้ให้บริการแข่งขันกันมากขึ้นค่าบริการก็จะต่ำลง  ส่วนในด้านบริการที่ใช้นั้นร้อยละ 68 ระบุว่าบรอดแบนด์มีความสำคัญในการติดตามข่าวสารในชุมชน ร้อยละ 65 ระบุว่าบรอดแบนด์มีความสำคัญในการหาข้อมูลด้านสุขภาพ   ร้อยละ 62 ระบุว่าบรอดแบนด์มีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน  และร้อยละ 58 ระบุว่าบรอดแบนด์มีความสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
นอกจากนี้ มีรายงานจากบริษัท พอยต์ทอพิค (Point Topic) เมื่อ 24 มิถุนายน 2552 ว่า   ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2552 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วโลก 430 ล้านคน จากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 1,600 ล้านคน ส่วนประเทศที่ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมากที่สุดห้าอันดับแรก  อันดับที่หนึ่ง คือ จีนมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 88.08 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.66 จากไตรมาสที่สี่ของปี พ.ศ. 2551  อันดับที่สองคือ สหรัฐอเมริกา มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 83.96 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.14 จากไตรมาสที่สี่ของปีพ.ศ. 2551  อันดับที่สาม คือ ญี่ปุ่น มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 30.63 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.01  จากไตรมาสที่สี่ของปี พ.ศ. 2551  อันดับที่สี่ คือ เยอรมนี มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 24.14 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.08  จากไตรมาสที่สี่ของปี พ.ศ. 2551  และอันดับที่ห้า คือ ฝรั่งเศส มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 18 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.95 จากไตรมาสที่สี่ของปี พ.ศ. 2551  ทั้งนี้  ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยด้านโทรคมนาคมของจีนระบุว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในจีนแซงหน้าสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และคาดว่าภายในปี พ.ศ. 2552 จีนจะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านคน
อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงยังมีประโยชน์มากมายสำหรับธุรกิจ อาทิ ทำให้ธุรกิจมีผลผลิตและยอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทำให้สามารถอัพเดทเว็บได้อย่างรวดเร็ว สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย ในการเดินทางเพราะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ตลอด 24 ชั่วโมงสัปดาห์ละ 7 วัน เมื่อมีงานด่วนพนักงานเจ้าหน้าที่  ก็สามารถทำงานจากที่บ้านได้ทุกเวลาโดยไม่ทำให้งานล่าช้า และสามารถทำงานร่วมกับธุรกิจออนไลน์ที่หลากหลาย เช่น อีมาร์เก็ตติ้ง อีเซล อีเดลิเวอรี่ อีอินวอยซิ่ง อีรีคอร์ดิง อีแอคเคาน์ติ้ง และอีเพอร์เชสซิ่ง เป็นต้น
           สำหรับประเทศไทยก็มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเป็นล้านราย และมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายรายต่างแข่งขันกันพัฒนากลยุทธ์และความสามารถเพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทยทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดกันมากขึ้น  นอกจากนี้รัฐบาลก็มีการสนับสนุนให้ประชาชนคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตกันมากขึ้นซึ่งก็คาดการณ์ได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ตลาดให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะเติบโตแบบก้าวกระโดด  ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนก็คงหนีไม่พ้นอินเทอร์เน็ต ฉะนั้น กลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจึงมีมากขึ้น อาทิ สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม และโรงแรม เป็นต้น ต่างหันมาตื่นตัวในการนำคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตไปใช้งานและช่วยโฆษณาประชาสัมพันธส่งเสริมธุรกิจ

มีสติ - อย่าประมาทในการใช้ชีวิต

User avatar
MANEKI
Verified User
Posts: 1005
Joined: Thu Mar 08, 2007 7:41 pm

Posts by MANEKI » Mon Aug 10, 2009 9:06 am

ไมโครซอฟท์ตะลึงตัวเลขMSNไทย ขยันแชตถึงกันกว่า143ล้านข้อความ  
"ไมโครซอฟท์" เผยตัวเลขผู้ใช้โปรแกรม MSN Messenger ในเมืองไทย 5.3 ล้านคน ขณะที่ส่งข้อความมากกว่า 143 ล้านข้อความ พร้อมให้บริการ 59 ประเทศใน 36 ภาษา เผยครบรอบ 10 ปีให้สาวกชิตแชตร่วมกิจกรรมในโลกออนไลน์





นาย เครก ลอว์-สมิธ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ไมโครซอฟท์ ออนไลน์ เซอร์วิส กรุ๊ป ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า สำหรับโปรแกรม Windows Live Messenger จำนวนผู้ใช้งานในประเทศไทยมีถึง 5.3 ล้านคน และ ส่งผ่านข้อความมากกว่า 143 ล้านข้อความ โดยคาดว่าจำนวนผู้ใช้บริการจะส่งข้อความด้วยโปรแกรมดังกล่าวผ่านทางโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ให้เทียบเท่ากันและมากกว่าจำนวนส่งข้อความสั้น SMS (Short Message Service) ที่ส่งผ่านทุกวัน ซึ่งปัจจุบันคนไทยทำการส่งข้อความผ่าน SMS จำนวน 60 ล้านข้อความต่อวัน





"ในความเห็นของผู้ใช้หลายคน Windows Live Messenger ได้ก้าวข้ามการเป็นโปรแกรมที่ใช้ส่งผ่านข้อความ สู่สัญลักษณ์ของการติดต่อสื่อสาร ที่ใช้ในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว และนอกจากนี้ ในแต่ละเวอร์ชันที่เราได้นำเสนอ ล้วนประกอบไปด้วยฟังก์ชันและลูกเล่นมากมาย ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีกว่าเดิม ซึ่งผู้ใช้งานต่างก็ได้สัมผัสกับประสบการณ์ความสนุกสนานเหล่านี้ ด้วยตนเองอยู่เสมอมา"





อย่างไรก็ตาม MSN Messenger (ชื่อเดิมที่รู้จักกันมานาน) ในเวอร์ชัน 1.0 ทำการเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2542 ก็ได้รับความนิยมในทันที ด้วยจำนวนผู้ใช้งาน 2.5 ล้านคน จากนั้นได้เพิ่มขึ้นเป็น 4.5 ล้านคน ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน ในวันนี้ โปรแกรม Windows Live Messenger ได้ให้บริการถึง 59 ประเทศ ใน 36 ภาษา ด้วยจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 330 ล้านคน ผ่านทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ Windows Live Messenger ได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงโลกมาถึงปีที่ 10 แล้ว และได้รับเลือกให้เป็นรูปแบบในการส่งผ่านข้อความกว่า 10 พันล้านข้อความ รวมถึงข้อความเสียงและข้อความวิดีโอ จำนวน 1.3 พันล้านข้อความ ทุกวัน








ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ไมโครซอฟท์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในโอกาสที่ครบรอบ 10 ปี Windows Live Messenger จัดกิจกรรมออนไลน์สนุกๆ มากมาย เช่น การประกวดออกแบบ Comic strip และการประกวด Snap, Shoot, Share ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องตามไปถ่ายภาพกับตัวมาสคอตของ Windows Live Messenger ที่จะไปปรากฏตามย่านชุมชนต่างๆ แล้วเข้าไปแท็กรูปถ่ายของคุณที่เว็บไซต์ พร้อมเขียนข้อความว่า "Windows Live Messenger มีความหมายสำหรับคุณอย่างไร" ก็สามารถร่วมลุ้นรางวัลมากมาย ติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ฉลอง Messenger ครบรอบ 10 ปีได้ที่





นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ได้ทำการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ดังนี้ เพิ่มฟังก์ชัน the Nudge กับ MSN Messenger เวอร์ชัน 7.0 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2548 ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่เรียกร้องความสนใจของคู่สนทนาระหว่างพูดคุยได้เพิ่มฟังก์ชัน ระบุคู่สนทนากำลังพิมพ์ข้อความ (จะปรากฏดังนี้ "XXX กำลังพิมพ์ข้อความ") และ ได้เพิ่มคุณสมบัติต่างๆ ที่เข้ามาใหม่ล่าสุดความเป็นส่วนตัว (Personalization) ผู้ใช้สามารถเพิ่มรูปภาพหรือวิดีโอในโพรไฟล์ของตนเอง โปรแกรม "What's New" เป็นฟังก์ชันใหม่ที่ผู้ใช้สามารถทำการอัพเดตข้อมูลความเคลื่อนไหวได้ทันท่วงทีกับกลุ่มเพื่อนๆ โดยไม่จำเป็นต้องไปลงทะเบียนเป็นสมาชิกเว็บไซต์หรือโปรแกรมอื่น





"บริการ Windows Live Messenger ปัจจุบัน ถือว่าได้รับความนิยมด้วยฟังก์ชันมากมายสำหรับผู้ใช้ เช่น What's New ที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่พลาดการติดต่อสื่อสารและได้อัพเดตความเคลื่อนไหวผ่านเว็บไซต์ชุมชนออนไลน์มากมาย เช่น Twitter, Facebook และยังมี SkyDrive ที่มอบความจุขนาด 25GB ในการแชร์ข้อมูลต่างๆ รวมถึง Windows Live Photo Gallery และฟังก์ชันอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้ จึงเป็นการง่ายและสนุกยิ่งกว่าเคย ที่เราจะไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร ได้ร่วมค้นหาและแบ่งปันความสนุกสนานแก่กันและกัน เหล่านี้ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ Windows Live Messenger ทุกๆ คน" นาย เครก กล่าวสรุป

DON"T EVER GIVE UP YOUR DREAM.....

User avatar
OutOfMyMind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1224
Joined: Mon Jun 12, 2006 2:30 pm

Posts by OutOfMyMind » Mon Aug 10, 2009 8:20 pm

ซื้อหุ้นคืนที่ 0.44 บาท ไม่เห็นทำให้ราคาหุ้นมันขยับได้เลยนะ ไปแอบซื้อกันตอนไหนครับเนี่ย

แชทบอทสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่า
https://www.chathoon.com/

User avatar
MANEKI
Verified User
Posts: 1005
Joined: Thu Mar 08, 2007 7:41 pm

Posts by MANEKI » Mon Aug 10, 2009 9:35 pm

ขึ้นรับวันแม่หน่อยเร็ว เสี่ยพิชญ์ :pray:

DON"T EVER GIVE UP YOUR DREAM.....

User avatar
BeSmile
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1178
Joined: Wed Jul 13, 2005 3:08 pm

Posts by BeSmile » Tue Aug 11, 2009 6:56 pm

OutOfMyMind wrote:ซื้อหุ้นคืนที่ 0.44 บาท ไม่เห็นทำให้ราคาหุ้นมันขยับได้เลยนะ ไปแอบซื้อกันตอนไหนครับเนี่ย
เค้าซื้อ Warrant แล้วเอาไปแปลงตัวแม่ครับ หลังจากนั้นก็เอาไปขายคืน บริษัท

สรุปว่า มีคนแปลง Warrant เกือบ ๆ เท่าจำนวนซื้อคืน


ผมก็เลยถือโอกาส ทำไปด้วย ตอนนั้นวัดดวง ซื้อตอน 5 ตังค์ เลยได้มานิดหน่อย  :lol:


*********

ส่วนตอนนี้ ก็มาลุ้นผลประกอบการครับ หลังจากเห็น งบ TTTBB Q1 ตอนทำเพิ่มทุน 52 Q1 กำไร 109 ล้านบาท

เฉพาะ TTTBB 4Q น่าจะมากกว่า 4 * 109  > 440 ล้าน

เพราะลูกค้า Broadband น่าจะเพิ่มอีกมากกว่า  150000 รายตอนสิ้นปี จากการทำตลาดเชิงรุก(เดานะครับ)


ส่วน JASTEL 2Q ที่ผ่านมายอดน่าจะเข้าเป้าไปแล้ว (2q ยอดขาย 415 ล้านจากเป้า 680 ล้าน :D )


เหลือ JTS ที่ไม่รู้ว่าจะมาตามนัดได้หรือเปล่า ในปีนี้


รวม ๆ บริษัทที่เหลือ น่าจะไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว ที่ 809 ล้านบาท (ก่อนตัดขาดทุน TT&T  :vm:  )


******************

2. งบการเงินโดยสรุปย้อนหลัง 2 ปี ของ TTTBB เป็นดังนี้
            (หน่วย : พันบาท)            ปี 2550              ปี 2551               ไตรมาส 1 ปี 2552
  สินทรัพย์รวม                         1,815,876             3,240,544                4,033,066
  หนี้สินรวม                           1,501,690             2,617,522                3,849,576
  ทุนจดทะเบียน                        1,200,000             1,200,000                1,200,000
  ทุนเรียกชำระแล้ว                       110,000               110,000                  110,000
  ส่วนของผู้ถือหุ้น                         314,186               623,022                  183,490
  รายได้รวม                          1,230,221             1,749,356                  553,470
  ค่าใช้จ่ายรวม                          977,484             1,299,105                  396,930
  ภาษีเงินได้                             88,813               141,415                   47,172
  กำไรสุทธิ                             163,924               308,836                  109,368
  กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท)                  1.56                  2.81                     0.99
  จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (หุ้น)  105,109,589           110,000,000              110,000,000
  มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท)                   2.86                  5.66                     1.67

**************************


หวังว่า เสี่ยพิชญ์ จะเมตตาคนซื้อ ดอกมะลิ บ้างนะครับ  


โอม ป็อก เด้ง (ขึ้น) ครับ :nm:

มีสติ - อย่าประมาทในการใช้ชีวิต

User avatar
OutOfMyMind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1224
Joined: Mon Jun 12, 2006 2:30 pm

Posts by OutOfMyMind » Tue Aug 11, 2009 8:34 pm

ตกลงบริษัทไม่ได้ซื้อหุ้นคืนจากตลาดหรือครับ

ที่ว่าแปลง w เป็นตัวแม่ แล้วขายคืนบริษัท
ติดต่อบริษัทอย่างไรหรือครับ ให้เขาซื้อหุ้นของเราไป

ถามเป็นความรู้ครับ ช่วยแนะนำด้วย ขอบคุณครับ

แชทบอทสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่า
https://www.chathoon.com/

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6427
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Wed Aug 12, 2009 10:10 am

OutOfMyMind wrote:ตกลงบริษัทไม่ได้ซื้อหุ้นคืนจากตลาดหรือครับ

ที่ว่าแปลง w เป็นตัวแม่ แล้วขายคืนบริษัท
ติดต่อบริษัทอย่างไรหรือครับ ให้เขาซื้อหุ้นของเราไป

ถามเป็นความรู้ครับ ช่วยแนะนำด้วย ขอบคุณครับ
บริษัทซื้อหุ้นคืนเรียบร้อยแล้วครับ แต่ตั้งโต๊ะซื้อคืนนอกตลาด ผมก็เอาไปขายให้เขาแล้วเช่นกัน แล้วกลับมาซื้อคืนในตลาดที่ราคาถูกกว่า

ส่วนการแปลงวอร์งวดสุดท้ายจบไปแล้วครับ อ่านจากข่าวที่แจ้งตลาดได้ครับ ตอนนี้ราคาวอร์+ราคาใช้สิทธ์ ต่ำกว่าราคาตลาด เราก็ซื้อวอร์นำไปแปลง แล้วกลับมาขายในตลาดได้ส่วนต่าง

บริษัทคงกลัวการไดลูท เลยนำกำไรสะสมทั้งหมดมาซื้อหุ้นคือจำนวนๆเท่าๆกับวอร์ที่แปลงเลยครับ

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
OutOfMyMind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1224
Joined: Mon Jun 12, 2006 2:30 pm

Posts by OutOfMyMind » Wed Aug 12, 2009 11:15 am

ขอบคุณมากครับ

แชทบอทสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่า
https://www.chathoon.com/

User avatar
MANEKI
Verified User
Posts: 1005
Joined: Thu Mar 08, 2007 7:41 pm

Posts by MANEKI » Wed Aug 12, 2009 10:11 pm

ขอบคุณด้วยคนค่ะ

ไม่ค่อยรู้เรื่องวอแรนท์เลย

รองบดีกว่า :cry:

DON"T EVER GIVE UP YOUR DREAM.....

User avatar
MANEKI
Verified User
Posts: 1005
Joined: Thu Mar 08, 2007 7:41 pm

Posts by MANEKI » Thu Aug 13, 2009 9:53 am

เปิดอี-ออกชันไทยเข้มแข็ง > บ.ไอทีชิงจัดประมูล 6,000 โครงการ งบ 1.4 แสนล้าน  
"ไทยเข้มแข็ง" ปลุกตลาดประมูลอี-ออกชันคึกคัก ผู้ให้บริการตลาดกลางออนไลน์ตีปีกรับกฎระเบียบใหม่ ลดขั้นตอน-ระยะเวลาประมูล เผยงบงวดแรกสะพัด 140,000 ล้านบาท งานเข้ากว่า 6,000 งาน นิวตรอน เตรียมจ้างคน-ขยายสาขารับมือ ขณะที่พันธวาณิช ทุ่ม 10 ล้านปรับปรุงระบบ ขณะที่แคท ขานรับระเบียบใหม่ ระบุที่ผ่านมาช่วยรัฐประหยัดงบ 1,000 ล้านบาท








หลังจากที่ประชุมวุฒิสภาไฟเขียวผ่านพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจวงเงิน 400,000 ล้านบาทนั้น โดยมีแผนลงทุนหลัก ๆ อาทิ โครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร จำนวน 67,113 ล้านบาท, โครงการขนส่งโลจิสติกส์ 65,531 ล้านบาท, โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว 1,159 ล้านบาท, โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษา 53,270 ล้านบาท, โครงการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ 4,873 ล้านบาท, โครงการลงทุนในระดับชุมชน 36,662 ล้านบาท ฯลฯ ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการเตรียมแผนเข้าประมูลโครงการต่างๆของภาครัฐ





นายปิยะ พิริยะโกคานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทนิวตรอนการประมูล จำกัด เปิดเผยกับ ""ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ระเบียบการประมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-ออกชัน ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขใหม่ ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มความคล่องตัว และ ลดขั้นตอนการประมูล สำหรับโครงการภายใต้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 หรือ ไทยเข้มแข็ง (2553-2555) ให้รวดเร็วขึ้นนั้นค่อนข้างมีความชัดเจนมากขึ้น โดยส่วนที่มีได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว เช่น ขั้นตอนการขายแบบจนกระทั่งถึงขั้นตอนประมูล เดิมกำหนดไว้ 60 วัน แต่ระเบียบใหม่มีการกำหนดระยะเวลาไว้เพียง 25 วัน ส่วนที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ได้มีมติให้โครงการที่มีมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไปสามารถทำการเคาะราคาประมูลผ่านทางระบบออนไลน์ได้ จากเดิมกำหนดให้มีการเคาะราคาในห้องประมูล ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศใช้


"ไทยเข้มแข็งที่ออกมารอบแรกที่จะเริ่มประมูลกันในเดือนกันยายนนี้มีงบประมาณ 140,000 ล้านบาท มีโครงการประมูลทั่วประเทศประมาณ 6,000 โครงการกระตุ้นให้เกิดงานประมูลเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติ 3 เท่าตัว"


จากความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้นบริษัทมีแผนลงทุนด้านบุคลากร และสาขา เพื่อรองรับปริมาณงานประมูลภาครัฐที่เกิดขึ้น


นายปิยะ กล่าวต่ออีกว่าภายหลังจากภาครัฐมีการแก้ไขระเบียบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ให้บริการเตรียมเสนอระเบียบย่อยเกี่ยวกับอัตราค่าบริการ ซึ่งปัจจุบันผู้ให้บริการตลาดกลางออนไลน์ มีค่าตอบแทนจากการจัดประมูลอี-ออกชันค่อนข้างต่ำ โดยโครงการมีมูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านบาท อัตราค่าบริการ 10,000 บาท , โครงการมูลค่า 10-25 ล้านบาท มีอัตราค่าบริการ 20,000 บาท และโครงการที่มีมูลค่า 25 ล้านบาทขึ้นไป มีอัตราค่าบริการ 30,000 บาท ซึ่งโครงการไทยเข้มแข็งรอบแรกมีทั้งหมด 6,000 โครงการ คำนวณจากค่าเฉลี่ยรายได้ผู้ประกอบการตลาดกลางออนไลน์จะได้รับต่อโครงการประมาณ 13,000 บาท ดังนั้นผู้ประกอบการตลาดกลางออนไลน์จะมีรายได้ประมาณ 78 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่ภาครัฐสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้นั้น อัตราค่าบริการที่คิดถือว่าต่ำมาก ซึ่งมองว่าอัตราค่าบริการที่เหมาะสมควรมากกว่าเดิมเท่าตัว เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่รอดและพัฒนาบริการต่อไปได้


ขณะที่ พ.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พันธวณิช จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทสามารถรองรับการประมูลได้ประมาณ 3,000-4,000 งานประมูล ซึ่งเพียงพอให้บริการประมูลอี-ออกชันภาครัฐ ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็งได้อย่างไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามได้เตรียมงบประมาณราว 10 ล้านบาท ปรับปรุงทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เพื่อสามารถให้บริการรวดเร็วขึ้นและป้องกันการผิดพลาด ขณะที่สาขาคงไม่มีการขยายเพิ่ม เพราะปัจจุบันมี 60 สาขา ซึ่งสามารถให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ


ทั้งนี้ระเบียบที่รัฐบาลดำเนินแก้ไขปรับปรุงอยู่นั้นจะทำให้เกิดความคล่องตัว และความรวดเร็วการประมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมากขึ้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (ปี 2553-2555) นั้นมีการใช้งบประมาณค่อนข้างสูง คือ 1,431,000 ล้านบาท ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการทุจริต รัฐบาล และกรมบัญชีกลาง จะต้องเข้ามาตรวจสอบตั้งแต่การตั้งราคากลางของหน่วยงานภาครัฐว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบเอกสารข้อกำหนดการประกวดราคา (ทีโออาร์) ซึ่งอี-ออกชันไม่สามารถป้องกันการทุจริตได้ หากมีการทุจริตมาตั้งแต่ 2 ขั้นตอนแรก


ด้านนางสาวธันวดี วงศ์ธีรฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่าการปรับกฎเกณฑ์ อี-ออกชัน ตามนโยบายของรัฐบาลทำให้เกิดความคล่องตัวและกระตุ้นเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ ซึ่ง CAT ในฐานะผู้ให้บริการอี- ออกชัน ที่มีสัดส่วนการให้บริการมากที่สุดสำหรับหน่วยงานภาครัฐ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นทั้งทางด้านกฎระเบียบและวิธีการในการให้บริการ


ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา CAT ได้พัฒนาการให้บริการมาอย่างต่อเนื่องตามกฎเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด เนื่องจากเล็งเห็นว่าอี-ออกชัน ยังเป็นวิธีการประมูลที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและช่วยให้เกิดความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ โดยที่ผ่านมาการให้บริการอี-ออกชันของ CAT มีส่วนช่วยให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท


"CAT มีความพร้อมในการให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศผ่านสำนักงานบริการลูกค้าที่ตั้งอยู่ในทุกจังหวัดกว่า 100 แห่ง ซึ่งเรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพการให้บริการในทุกขั้นตอนที่จะมีส่วนช่วยสร้างความโปร่งใสและเกิดประโยชน์กับหน่วยงานของรัฐ "








***เร่งรัดเบิกจ่าย/ลดขั้นเหลือ 28 วัน


น.พ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามแผนการลงทุนทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โครงการลงทุนภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะที่ 2 (Stimulus Package2:SP2) หรือ แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข้ง 2552 ที่มีวงเงินรวมถึง 1.43 ล้านล้านบาท และ ในช่วงปีงบประมาณ 2552-2553 นี้มีวงเงิน 4.5 แสนล้านบาท ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางกำกับดูแลในส่วนของการเบิกจ่ายงบนี้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังได้วางระบบเพื่อติดตามและรายงานผลโครงการ เป็นการเฉพาะนอกเหนือจากระบบ e-budgeting(ระบบการขอตั้งและการอนุมัติงบประมาณผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) และ ระบบGFMIS (ระบบการเบิกจ่าย ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) ให้สามารถเชื่อมข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อให้รัฐบาลสามารถใช้ข้อมูลจากระบบในการวิเคราะห์และการบริหารใช้จ่ายงบดังกล่าวรวมถึงการวางแผนเพื่อการกู้เงินให้สอดคล้องกับแผนการลงทุนในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณเพื่อการวางระบบแล้วจำนวน 100 ล้านบาท





นอกจากนี้กระทรวงการคลังได้ผ่อนผันการจัดซื้อจัดจ้าง อี-ออกชัน ไปแล้วโดยลดระยะเวลาการจัดซื้อจัดจ้างจากเดิม 85 วันเหลือ 28 วันซึ่งจะทำให้การดำเนินงานสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และ ได้มอบหมายนโยบายให้เร่งดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แบบบูรณาการมาใช้ในการควบคุม ติดตามและประเมินผลเพื่อการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ





*** กรมชลฯกดปุ่มประมูล


ขณะที่นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ทางกรมได้รับอนุมัติงบประมาณจำนวน 1.99 แสนล้านบาท ใช้ดำเนินโครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทานและโครงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (ปี 2553-255) แบ่งเป็นการใช้งบประมาณดำเนินการในปี 2553 จำนวน 5.2 หมื่นล้าน ปี 2554 จำนวน 6.7 หมื่นล้านบาท และ ปี 2555 จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท





***ก.อุตฯจัดซื้อปลายปี





นางแน่งน้อย เวทยพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอของบประมาณภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งระยะเวลา 3 ปีทั้งหมด 8,154 ล้านบาท โดยได้รับการอนุมัติในหลักการรอบแรกเป็นจำนวนเงิน 2,200 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการทั่วไป 1,978 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ราว 200 ล้านบาท อาทิ โครงการพัฒนาผู้ประกอบการดิจิตอลคอนเทนต์ 228 ล้านบาท โครงการพัฒนาห้องปฏิบัติการทดสอบรายสาขา 750 ล้านบาท เป็นต้น


สำหรับกรอบการดำเนินงานโครงการที่จำเป็นต้องจัดซื้อจัดจ้างจะต้องลงนามสัญญาภายในเดือนตุลาคม 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการเบิกจ่ายงบประมาณ ดังนั้น ระหว่างนี้จึงต้องร่างทีโออาร์และเตรียมความพร้อมไว้ในส่วนของโครงการที่มีรายละเอียดกิจกรรมที่จะต้องมีการจัดจ้าง โดยในบางโครงการสามารถประกาศเชิญชวนเอกชนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป





***เตรียมกู้เงินปลายปี 53


นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) กล่าวภายหลังการประชุมวุฒิสภามีมติรับหลักการพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจวงเงิน 4 แสนล้านบาทว่าคงต้องรอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภาเพื่อแปรญัตติในวาระ 2 และ 3 เพื่อให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้ โดยปลายปี 2553 การกู้เงินดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากรอให้มีรายละเอียดของโครงการต่างๆให้ชัดเจนก่อนจึงจะทำแผนกู้เงิน


ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดทำแผนกู้เงินภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หลังจากออกพันธบัตรไทยเข้มแข็งวงเงิน 80,000ล้านบาท ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ซึ่งในวันที่ 15 ส.ค.จะประชุมรายละเอียดถึงแผนการออกพันธบัตรตามโครงการลงทุนต่างๆ  


ส่งเสริม ITด้วยเหรอ ยิ่งโง่ๆเรื่องไฮเทคด้วยสิ :cry:

DON"T EVER GIVE UP YOUR DREAM.....

chinn
Verified User
Posts: 226
Joined: Thu Sep 20, 2007 5:14 pm

Posts by chinn » Thu Aug 13, 2009 11:46 pm

ข่าวข้างบนเกี่ยวอะไรกับหุ้น JAS หรอครับ

:shock:  :shock:  :shock:


User avatar
MANEKI
Verified User
Posts: 1005
Joined: Thu Mar 08, 2007 7:41 pm

Posts by MANEKI » Sat Aug 15, 2009 9:28 pm

สรุปผลการดำเนินงานของ บจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่ 2 (F45-3)
                  บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

                                               สอบทาน
                                           (หน่วย : พันบาท)
                                         สิ้นสุดวันที่  30 มิถุนายน
งบการเงินรวม
                                  ไตรมาสที่ 2                งวด 6 เดือน
             ปี                  2552        2551         2552         2551
 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ             175,727    (1,817,670)    355,316   (1,603,419)
 กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)   0.0275        (0.2384)     0.0566      (0.2095)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                 ไตรมาสที่ 2                งวด 6 เดือน
             ปี                 2552        2551         2552         2551
 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ             14,501    (1,722,077)    594,273    (1,733,597)
 กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)   0.0018       (0.2241)     0.0761       (0.2256)

  ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
       แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

 "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
  การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
  ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"




                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                                          ( นายพิชญ์  โพธารามิก )
                              ตำแหน่ง       ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
                                         ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

DON"T EVER GIVE UP YOUR DREAM.....

User avatar
MANEKI
Verified User
Posts: 1005
Joined: Thu Mar 08, 2007 7:41 pm

Posts by MANEKI » Fri Aug 21, 2009 8:04 am

วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 14:53:58 น.  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ [อ่านล่าสุด 1600 คน]


เจ้าพ่อจัสมิน เศรษฐีหุ้นไทย ผู้พิชิตความสำเร็จสไตล์"อดิศัย" วันนี้ ..ลี้ภัยการเมืองสู่อเมริกา!!

ย้อนอดีต"อดิศัย โพธารามิก" อดีตรมว.พาณิชย์ เจ้าพ่ออาณาจักรจัสมิน เศรษฐีหุ้นไทย จากยุครุ่งเรืองในไทยรักไทย และตกต่ำหลังรัฐประหาร 19 กันยาฯ2549 สุดท้ายต้องหลบลี้หนีภัยการเมืองไปอเมริกาหลังคดีทุจริตกล้ายาง

    14.45 น. วันที่ 17 สิงหาคม  2552 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ได้นั่งบัลลังก์  และอ่านคำสั่ง เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีทุจริตการจัดซื้อกล้ายางเป็นวันที่ 21 กันยายน เวลา 14.00 น.
   เนื่องเพราะ   นายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 1 ใน 44 จำเลยในคดีไม่เดินทางมารับฟังคำพิพากษา โดยอ้างว่า เดินทางไปรักษาอาการบาดเจ็บกระดูกสันหลัง ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
  ทนายความของนายอดิศัย ได้ยื่นคำร้องขอให้อ่านคำพิพากษาลับหลัง แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายอดิศัย มีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับนายอดิศัย มาฟังคำพิพากษาในวันที่ 21 กันยายนนี้ พร้อมสั่งปรับนายประกันจำนวน 1 ล้านบาท
  ไม่น่าเชื่อว่า ชะตาชีวิตของ อดิศัย ในวัยเฉียด 70 ปี  จะต้องประสบวิบากกรรมแบบเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี วัย 60 ปี !!
   ย้อนกลับไป หลายปีก่อน อดิศัย โพธารามิก คือ  ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการโทรคมนาคม  เขาคือ ผู้ก่อตั้ง บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล  คว้า โครงการโทรศัพท์ต่างจังหวัด 1.5 ล้านเลขหมาย โครงการสื่อสารภายในประเทศด้วยดาวเทียม (TDMA) ระบบสื่อสารเพื่อบริการธุรกิจผ่านดาวเทียม (ISBN) และเคเบิลใยแก้วใต้น้ำ
  เขาคือ ซีอีโอของ ทีทีแอนด์ทีและจัสมิน
  หลายปีก่อน   Who′s Who in Business & Finance  จะต้องมีชื่อ อดิศัย อยู่ใน รายชื่อเศรษฐีหุ้นไทย อันดับต้นๆ
  ตระกูล เศรษฐีหุ้นไทย ของ  นิตยสาร การเงินธนาคารของเสี่ย สันติ วิริยะรังสฤษฎ์  จัดอันดับ ตระกูลโพธารามิก รวยหุ้นในอันดับ 17  ในปี 2546
  เมื่อวันที่ ยอดคุณพ่อเข้าสู่การเมือง ความร่ำรวยและมั่งคั่งของตระกูลโพธารามิก ก็ไปปรากฏอยู่ในชื่อของ พิชญ์ โพธารามิก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ อดิศัย ในปีที่ นายอดิศัย นั่งเป็น รมวงกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2546  
   พิชญ์ ถือหุ้น จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS )  27.23 %  ไม่นับรวมหุ้น วอร์แรน  JAS-W  41.45 % รวมแล้ว ยอดคุณลูก รวยกว่า 2,600 ล้านบาท
  ความร่ำรวยของ อดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ที่สาธารณชนได้รับรู้ มาจากการเปิดบัญชีทรัพย์สินครั้งหลังสุด ( พ้นจากตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ 2 สิงหาคม 2548 ) กับป.ป.ช. ว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 212,392,666 บาท
    แบ่งเป็น เงินฝาก 15 บัญชี รวม 86,696,298 บาท  บ้านและสิ่งปลูกสร้างรวม 3 หลัง มูลค่ารวม 35,650,000 บาท รถยนต์ 1 คัน 1.95 ล้านบาท
    แต่ที่นายอดิศัยมีมากไม่แพ้รัฐมนตรีคนไหนในรัฐบาลทักษิณ คือ  ที่ดิน จำนวน 44 แปลง  508 ไร่  มูลค่ารวม 88,096,368 บาท  ที่ดินจำนวนมากอยู่ในต. เขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่  รวมถึงที่ดินในต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย  ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี  ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี และต.โพธาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
    ขณะที่ภรรยา นางพิชนี มีทรัพย์สินทั้งสิ้น  11,720,305 บาท  ได้แก่ เงินฝาก 8 บัญชี รวม 8,078,938 บาท  เงินฝากในสถาบันการเงินอื่นๆ อีก 2,717,006  บาท  เงินลงทุนสหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการจุฬาฯ 164,360 บาท  ที่ดิน 2 แปลง 4 ไร่ ในต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม มูลค่ารวม 360,000 บาท  และรถยนต์ 1 คัน มูลค่า 4 แสนบาท  
  อดิศัย หลงกลิ่นการเมืองตั้งแต่ในยุคซอยราชครูที่มี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ  เป็นครูใหญ่ทางการเมือง และเข้าสู่การเมืองกับพรรคชาติพัฒนา  นั่งเป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในรัฐบาลชวน หลีกภัย และติดลมบนในรัฐบาลไทยรักไทย เรื่อยมา  
   บนเส้นทางการเมืองจากยุคที่รุ่งเรือง และตกต่ำลง หลังรัฐประหาร วันที่ 19 กันยายน 2549
   อดิศัย เหนื่อยใจ และเหนื่อยใจ จนอ่อนล้า   ใครบางคนบอกว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้  อดิศัย อาจไม่กระโดดลงมาเล่นในบ่อโคลน
  วันนี้ ตระกูลเศรษฐีใหญ่ของเมืองไทยที่ร่อนเร่อยู่ในต่างประเทศ มีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผุบๆ โผล่อยู่ในดูไบ  ส่วนเสี่ยปิ่น จักกะพาก พำนักอยู่ในเพนเฮ้าส์หรูกลางกรุง ลอนดอน ล่าสุด มีชื่อ อดิศัย โพธารามิก พักรักษาตัวอยู่ในสหรัฐอเมริกา
     2  ปีที่แล้ว   อดิศัย มีผลงานหนังสือ เรื่อง  พิชิตความสำเร็จสไตล์ ดร.อดิศัย โพธารามิก
     อดิศัย โฆษณาว่า   "หนังสือเล่มนี้...ไม่ใช่หนังสือที่นำเสนอประวัติส่วนตัวของผม แต่เป็นเรื่องการทำงานในด้านต่าง ๆ ที่ผมทำจนประสบผลสำเร็จและได้ผลเป็นรูปธรรม...ผมคิดและลงมือแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ที่สำคัญ ผมใส่ความจริงใจในการแก้ปัญหาทุก ๆ เรื่อง"
  ย้อนกลับไปดูแบล็คกราวน์ของ อดิศัย   เขาจบ มัธยมศึกษา : โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย พ.ศ. 2500   ปริญญาตรี : สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า พ.ศ. 2505 จาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   ปริญญาโท : สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า พ.ศ. 2510 จาก มหาวิทยาลัยฮาวายอิ, สหรัฐอเมริกา   ปริญญาเอก : สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า พ.ศ. 2513 จาก มหาวิทยาลัยแมริแลนด์, คอลเลจพาร์ก, สหรัฐอเมริกา    
     อดิศัย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลของ ชวน หลีกภัย และต่อมารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงศึกษาธิการ ในสมัยรัฐบาลของ พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร
     ในยุคที่ อดิศัย นั่งเป็นคุณครูอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ฝ่ายค้านได้รุมยำ ครูอดิศัย ว่า ทำข้อสอบเข้ามาวิทยาลัยรั่ว จนต้องมีการสั่งสอบกันวุ่นวายไปหมด
     แต่ที่เจ็บปวดที่สุดก็เมื่อมานั่งเป็น รมว.พาณิชย์  ในรัฐบาลทักษิณ และตกเป็นจำเลยร่วมในคดีทุจริตกล้ายาง
     เอาเข้าจริง การมีรายชื่ออยู่ในอันดับเศรษฐีหุ้นไทย อาจดีกว่ามีชื่ออยู่ใน หมายจับของศาลฎีกาฯ
     เพราะมัน หนาวไปถึงสันหลัง !!!!

DON"T EVER GIVE UP YOUR DREAM.....

Post Reply