AKR

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
Knight191
Verified User
Posts: 137
Joined: Sat Feb 24, 2007 8:27 pm

raw mat

Posts by Knight191 » Wed Apr 30, 2008 11:30 am

อยากรู้ว่า วัตถุดิบ (raw mat โลหะ & อโลหะ) ของทั้ง บ. AKR และ AKR SOLAR มีสัดส่วนแต่ละ RM ประมาณกี่ % ครับ

ขอบคุณมากครับ


User avatar
ดาวหางสีแดง
Verified User
Posts: 635
Joined: Thu Apr 12, 2007 11:46 pm

Posts by ดาวหางสีแดง » Fri May 16, 2008 7:26 pm

งบ ออกมาแล้ว ขาดทุน เป็นไปตามคาด

แต่ Q หน้าคนที่ลุ้นอยู่คงได้เริ่มเห็นหน้าเห็นหลังล่ะ ว่าจะยังไง


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Fri May 16, 2008 10:25 pm

ที่ อร. 2551/0230-(AKR)/071

                                                         วันที่ 15 พฤษภาคม 2551

เรื่อง     ชี้แจงผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2551
เรียน     กรรมการและผู้จัดการ
        ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

           บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) (AKR) ขอชี้แจงเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
และบริษัทย่อย ซึ่งสอบทานโดยผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ แล้ว ประจำไตรมาส 1 ปี 2551 เปรียบเทียบกับ
ไตรมาส 1 ปี 2550 มีผลการดำเนินงานดังนี้
           ไตรมาส 1 ปี 2551 บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิ 17.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลา
เดียวกันของปี 2550 ที่มีกำไรสุทธิ 1.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.98 ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 906
เนื่องจาก

             1. รายได้จากการขายสินค้าในส่วนของงานราชการเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดรายได้จากการขายสินค้า
เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 40 โดยในไตรมาส 1 ปี 2551 ยอดรายได้จากการขายสินค้าเท่ากับ 284.13 ล้านบาท
และปี 2550 เท่ากับ 202.91 ล้านบาท

              2. ไตรมาส 1 ปี 2551 และ 2550 บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับร้อยละ 26.49 และร้อยละ
25.47 ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันจึงทำให้กำไรจากการดำเนินงานในปี 2551 เพิ่มขึ้นประมาณ 20.70 ล้าน
บาท

            3. ไตรมาส 1 ปี 2551 บริษัทฯ ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 7.43 ล้านบาท แต่ในปี 2550
บริษัทฯ เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียง 1.76 ล้านบาท

             4. ปัจจุบันงานก่อสร้างโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ของบริษัทย่อย ได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย
แล้ว ได้เริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ในปลายไตรมาส 1 ปี 2551 และจะส่งมอบสินค้า มีรายได้จากการขายแผ่น
เซลล์แสงอาทิตย์ในไตรมาสถัดไป สำหรับไตรมาส 1 ปี 2551 ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายทางการเงิน
ทำให้บริษัทย่อยมีผลขาดทุน ประมาณ 29.67 ล้านบาท ทำให้งบการเงินรวมมีขาดทุนสุทธิ 11.92 ล้านบาท

                จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


                                                            ขอแสดงความนับถือ
                                                   บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)



                                                           (ดร. วิวัฒน์ แสงเทียน)
                                                               กรรมการผู้จัดการ
                                                       ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


สำเนาเรียน: เลขาธิการ
            สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Fri May 16, 2008 10:25 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่1(F45-3)
                       บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                                     (หน่วย : พันบาท)
                                           สิ้นสุดวันที่  31 มีนาคม
งบการเงินรวม
                                               ไตรมาสที่ 1
              ปี                            2551             2550

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    (11,921)         (7,252)
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          (0.015)         (0.009)


 งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                               ไตรมาสที่ 1
              ปี                            2551              2550

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    17,745          1,763
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          0.022          0.002


User avatar
ดาวหางสีแดง
Verified User
Posts: 635
Joined: Thu Apr 12, 2007 11:46 pm

Posts by ดาวหางสีแดง » Sat May 31, 2008 2:20 pm

ตัว โซล่าร์ ได้มาตรฐาน IEC 61215 : ปี 2005 จาก TUV เยอรมันแล้วครับ

แม้ไม่ถึงกับเป็น compettitive edge แต่ก็เป็น advantage อย่างนึงนะครับ

http://ir.efinancethai.com/ir/listed/AK ... subtitle=1


User avatar
ดาวหางสีแดง
Verified User
Posts: 635
Joined: Thu Apr 12, 2007 11:46 pm

Posts by ดาวหางสีแดง » Tue Jun 10, 2008 4:56 pm

ดอกเบี้ยขึ้นอย่างนี้ โครงการขยายกำลังการผลิต โซล่าร์ให้เป็น 60 MW.
กับการขยาย value chain ของธุรกิจเซลแสงอาทิตย์ ให้ไปถึงต้นทางการผลิต ตั้งแต่การถลุง ควอทซ์ คงพับไปก่อนแหงๆ


ตอนนี้ trailling PE ประมาณ 40 เท่าแล้วแฮะ :roll:


User avatar
Zumo
Verified User
Posts: 582
Joined: Fri Nov 24, 2006 2:46 pm

Posts by Zumo » Tue Jun 10, 2008 10:22 pm

เก็บเข้ามาใน port หน่อยแล้วครับ ถ้าไม่มีแล้วขี้เกียจไม่ยอมหาข้อมูลจริงจัง น้ำมันเล่นปั่นกันสูงปรี๊ดไม่สนใจใครแบบนี้เลยต้องหาตัวพลังงานทดแทนเล่นหน่อย ห็นว่ารายได้ปีนี้โต 100% แต่ถ้าเทียบราคาระดับนี้ p/e ก้อยังค่อนข้างสูงป่าวครับ
"สำหรับงานภาครัฐที่บริษัทรอเข้าประมูลในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ประกอบด้วย งานประมูลหม้อแปลงไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงมูลค่า 200 กว่าล้านบาท และงานประมูลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในส่วนของสถานีไฟฟ้าย่อยช่วงปลายไตรมาส 2/2551 มูลค่า 1,000ล้านบาท" งานนี้ประกาศผลออกมาหรือยังครับ


sci
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 678
Joined: Wed Jan 17, 2007 7:01 pm

Posts by sci » Tue Jun 10, 2008 11:42 pm

3. ปี 2549 บริษัทฯ มีภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียง 30.22 ล้านบาทแต่ปี 2550 บริษัทฯ ต้องเสีย ภาษี 45.99 ล้านบาท


3. ไตรมาส 1 ปี 2551 บริษัทฯ ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 7.43 ล้านบาท แต่ในปี 2550
บริษัทฯ เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียง 1.76 ล้านบาท

แล้วตกลงปีนี้จะต้องเสียเท่าไหร่ละครับ


User avatar
ดาวหางสีแดง
Verified User
Posts: 635
Joined: Thu Apr 12, 2007 11:46 pm

Posts by ดาวหางสีแดง » Wed Jun 11, 2008 6:30 pm

Zumo wrote:เก็บเข้ามาใน port หน่อยแล้วครับ ถ้าไม่มีแล้วขี้เกียจไม่ยอมหาข้อมูลจริงจัง น้ำมันเล่นปั่นกันสูงปรี๊ดไม่สนใจใครแบบนี้เลยต้องหาตัวพลังงานทดแทนเล่นหน่อย ห็นว่ารายได้ปีนี้โต 100% แต่ถ้าเทียบราคาระดับนี้ p/e ก้อยังค่อนข้างสูงป่าวครับ
"สำหรับงานภาครัฐที่บริษัทรอเข้าประมูลในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ประกอบด้วย งานประมูลหม้อแปลงไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงมูลค่า 200 กว่าล้านบาท และงานประมูลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในส่วนของสถานีไฟฟ้าย่อยช่วงปลายไตรมาส 2/2551 มูลค่า 1,000ล้านบาท" งานนี้ประกาศผลออกมาหรือยังครับ
ผลของงานที่ประมูลคิดว่ายังไม่ออกครับ(ผมไม่ชัวร์นะ)

เรื่อง trailing PE ที่ 40 สูงเกินไปรึเปล่า ก็แล้วแต่ละครับ
ถ้า  conservative  ก็คงต้องรอก่อน


ว่าแต่ถ้าคิดเรื่องราคาน้ำมันจะสูง ทำไมไม่ซื้อตัวที่ผูกกับราคาน้ำมันเลยล่ะครับ(อย่าง สผ.)


innovision
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 22
Joined: Tue Mar 25, 2008 9:44 am

Posts by innovision » Mon Jun 16, 2008 4:06 pm

จาก bangkokbiznew.com

ลิงค์ธุรกิจการเมือง 'เอกรัฐโซล่าร์' อยากร่วมทาง 'โซลาร์ตรอน'

แข่งขันกันไปก็เหนื่อย! สเต็ปก้าวครั้งสำคัญ ของ 'เอกรัฐวิศวกรรม' เล็งให้ 'เอกรัฐโซล่าร์' เข้าเทคโอเวอร์ หรือจับมือเป็นพันธมิตร กับ 'โซลาร์ตรอน' ของ กลุ่มไพวงษ์ เตชะณรงค์ เพื่อสร้าง 'สตอรี่' ครั้งใหม่ในวงการโซลาร์เซลล์

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :          ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้ง บมจ.เอกรัฐวิศวกรรม ของ เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ และกลุ่มรักศรีอักษร (เจ้าพ่อคิงเพาเวอร์) และ บมจ.โซลาร์ตรอน ของ ไพวงษ์ เตชะณรงค์ เจ้าพ่อโบนันซ่า (เขาใหญ่) ต่างก็มีคนการเมืองระดับ "บิ๊ก" อยู่เบื้องหลังธุรกิจ เพราะธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า และจำหน่ายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ล้วนต้องเกี่ยวข้องกับโครงการของภาครัฐ

      ขณะที่ บมจ.เอกรัฐวิศวกรรม หมายมั่นที่จะสร้างจุดหักเหครั้งใหม่ หลัง บริษัท เอกรัฐโซล่าร์ จำกัด บริษัทในเครือ ได้เดินเครื่องผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ จังหวัดระยอง ขนาดกำลังการผลิตสูงสุด 25 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท (ค่าเครื่องจักร 900 ล้านบาท และค่าออกแบบก่อสร้างโรงงานและอุปกรณ์ 500 ล้านบาท) แต่ บมจ.โซลาร์ตรอน กลับประสบปัญหารอบด้านมีรายได้เข้าบริษัทน้อยมาก แม้ที่ผ่านมาผู้บริหารจะพยายามปรับโครงสร้างธุรกิจแล้วก็ตาม

     มีเรื่องเล่าว่า เรื่องราวอันอับเฉา ของ โซลาร์ตรอน เกิดขึ้นนับตั้งแต่ วันดี กุญชรยาคง อดีตประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ โซลาร์ตรอน ได้ลาออกจากตำแหน่ง ในวันที่ 1 มีนาคม 2550 พร้อมทั้งขายหุ้น SOLAR ทิ้งทั้งหมด เพราะมีความขัดแย้งจากปัญหาภายใน

      แม้จะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว แต่ โซลาร์ตรอน ก็ยังไม่ดีขึ้น จนถึงวันนี้โครงการโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอน ที่จังหวัดนครราชสีมา กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ต่อปี หรือเทียบเท่าจำนวนเซลล์ 8 ล้านแผ่นต่อปี มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท ก็ยังไม่มี วี่แวว จะเดินเครื่องผลิตได้ตามหมายกำหนดการ ในไตรมาส 3 ปีนี้ ฉะนั้นแผน  "เทิร์นอราวด์" ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ภายในปี 2551 ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่าง

     จากสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ทำให้มีข่าวลือแพร่สะพัดว่า 2 ผู้ถือหุ้นใหญ่ ไพวงษ์ เตชะณรงค์ และอัครเดช โรจน์เมธา เดินสาย "เร่ขาย" โซลาร์ตรอน จากเดิมตั้งราคาขายไว้สูงถึง 1,000 ล้านบาท ผ่านมาราว 1 ปี ขยับลงมาเหลือ "หลักร้อยล้าน" ขณะเดียวกัน ก็มีกระแสข่าวในทำนองที่ว่า มี "มือที่มองไม่เห็น" พยายามโหมข่าวดี โดยมุ่งหวังให้หุ้น SOLAR กลับมาร้อนแรง แต่นักลงทุน "รู้ทันเกม" แผน "ตกเบ็ด" ขายราคาพรีเมียม จึงใช้ไม่ได้ผล

     อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ไพวงษ์ เตชะณรงค์ ขายหุ้น SOLAR ออกมาแล้ว 12.15 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 9.92 บาท คิดเป็นมูลค่า 120.59 ล้านบาท และโอนหุ้น SOLAR ออกจากพอร์ตไปอีก 29.38 ล้านหุ้น คาดว่าหุ้นก้อนนี้บางส่วนถูกขายออกไปแล้ว

      เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอกรัฐวิศวกรรม  กล่าวยอมรับกับ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับกลุ่มเตชะณรงค์ และกลุ่มโรจน์เมธา เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างเอกรัฐโซล่าร์ และโซลาร์ตรอน ทั้งในแง่การจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงแผนการ "เทคโอเวอร์" โซลาร์ตรอน

          "เขาเห็นว่าฝีมือการบริหารงานของเราจัดจ้านเลยมาคุยด้วย ซึ่งเราไม่ได้เป็นคนเดินไปหาเขาก่อน เพราะต่อให้ไม่มีเขา (โซลาร์ตรอน) เราก็รุ่งเรืองได้ เพียงแต่ช้าหน่อยเท่านั้นเอง"

        เกียรติพงศ์ บอกว่า ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้  เอกรัฐวิศวกรรมจะสรุปว่าจะเลือกแนวทางใดระหว่างการจับมือเป็นพันธมิตร หรือเทคโอเวอร์กิจการ ซึ่งถ้าเขา (ไพวงษ์ เตชะณรงค์) ขายให้เราในราคาเหมาะสมสอดคล้องกับเงินลงทุนที่จะใช้เพิ่มกำลังการผลิตก็จะเลือกแนวทางหลัง (เทคโอเวอร์) แต่ถ้าความต้องการแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นไม่มากเหมือนที่คาดการณ์ไว้ก็อาจเลือกแนวทางแรก (เป็นพันธมิตรกัน)

         ส่วนเหตุผลที่ เอกรัฐวิศวกรรมสนใจโซลาร์ตรอน มีคำอธิบายว่า จะนำมาเสริมความแข็งแกร่งให้ บริษัท เอกรัฐโซล่าร์ เพื่อเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพราะอยู่ในสายธุรกิจที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ ในปี 2552 บริษัท เอกรัฐโซล่าร์ มีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 10-15 เมกะวัตต์ต่อปี จากปัจจุบันเดินเครื่องอยู่ที่ประมาณ 15 เมกะวัตต์ต่อปี มูลค่าลงทุน 300-400 ล้านบาท หลังมองว่าในอนาคตความต้องการใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์จะขยายตัวมากขึ้น

       ขณะเดียวกันในปี 2552 หรือ ปี 2553 เอกรัฐโซล่าร์ ยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีกประมาณ 25-30 เมกะวัตต์ต่อปี (จาก 25-30 เมกะวัตต์ต่อปี) เพื่อขายให้กับลูกค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศอิตาลีต้องการให้บริษัทส่งแผงเซลล์แสงอาทิตย์มากขึ้นจาก 0.8 เมกะวัตต์ต่อเดือน เป็น 1 เมกะวัตต์ต่อเดือน ซึ่ง โซลาร์ตรอน เขามีที่ดินที่เตรียมก่อสร้างโรงงานชนิดผลึกซิลิคอน ตั้งอยู่ที่อำเภอปากช่อง กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ต่อปีอยู่แล้ว

      ฉะนั้น ถ้าจับมือกับโซลาร์ตรอน ก็จะได้รับผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะหากต้องเพิ่มกำลังการผลิตเองอาจต้องใช้เวลากว่า 1 ปี แต่ถ้าได้กำลังการผลิตของโซลาร์ตรอน อาจใช้เวลาไม่กี่เดือนก็เดินเครื่องผลิตได้แล้ว

       "เราจะเลือกแนวทางที่คุ้มค่าที่สุด ถ้าคิดคร่าวๆ โซลาร์ตรอน มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท ราคาหุ้นประมาณ 2.50 บาท เขาก็ควรจะขายให้เราประมาณ 750 ล้านบาท ซึ่งถ้ามากกว่านั้นมันก็แพงเกินไป สู้เราลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตเองดีกว่า ช้าหน่อยแต่ก็ใช้เงินไม่เกิน 500 ล้านบาท"

       เมื่อถามว่า บริษัทจะนำเงินจากที่ไหนมาเทคโอเวอร์โซลาร์ตรอน หรือเพิ่มกำลังการผลิต เกียรติพงศ์  ตอบว่า จะนำเงินมาจาก 2 ส่วน โดยส่วนที่หนึ่ง เอกรัฐวิศวกรรมจะเพิ่มทุนจดทะเบียนประมาณ 200 ล้านบาท ให้กับ บริษัท เอกรัฐโซล่าร์  จากนั้น (ส่วนที่สอง) บริษัทลูกก็จะขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) อีก 300 ล้านบาท ราคาสูงกว่าพาร์ 1 บาท ให้กับกองทุนใน หรือ ต่างประประเทศ หรือขายพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับพลังงานแสงอาทิตย์

      ภายในปี 2551 กระบวนการเพิ่มทุนจะแล้วเสร็จ จะส่งผลให้เอกรัฐโซล่าร์มีทุนจดทะเบียนเพิ่มจาก 500 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท ส่วนตัวมองว่าแนวทางนี้ดีมาก เพราะนอกจากจะมีเงินลงทุนแล้ว เรายังได้พันธมิตรที่เข้มแข็งอีกด้วย ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงินเขาเป็นคนแนะนำเรา

       สำหรับแผนการนำเอกรัฐโซล่าร์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในกลางปี 2552 โดยจะนำเงินไปสั่งจองซื้อแผ่นเวเฟอร์ (Wafer) ซึ่งผลิตมาจากซิลิคอนบริสุทธิ์เกรดเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar-Grade Silicon) เพื่อนำไปใช้ในการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ล่วงหน้า 5 ปี จำนวน 500 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

          หลังเอกรัฐโซล่าร์เข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็อาจจับมือกับพันธมิตรก่อสร้างโรงงานผลิตแผ่นเวเฟอร์ เพื่อลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนสูงถึง 20,000 ล้านบาท แต่จะเกิดขึ้นได้จริงในช่วงไหนคงต้องมาดูอีกทีว่าจะขายสินค้าได้ตามที่ประเมินไว้หรือไม่

         สำหรับทิศทางธุรกิจของเอกรัฐวิศวกรรม หลังจากส่งบริษัทลูกเข้าตลาดแล้ว เกียรติพงศ์ ยอมรับว่า บริษัทจะรับรู้รายได้จากเอกรัฐโซล่าร์ลดลง ภายหลังสัดส่วนการถือหุ้นจะเหลือเพียง 50% แต่ไม่น่าจะใช่ปัญหา เพราะตัวธุรกิจของบริษัทแม่ก็แข็งแกร่ง

        โดยในปี 2551 นี้ คาดว่า เอกรัฐวิศวกรรมจะมีรายได้รวมประมาณ 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากเอกรัฐโซล่าร์ ประมาณ 1,000 ล้านบาท ที่เหลือ 1,900-2,000 ล้านบาท จะมาจากเอกรัฐวิศวกรรม ซึ่งดำเนินธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า และงานบริการ

        ทั้งนี้ เอกรัฐวิศวกรรมจะรับรู้รายได้จาก Backlog ประมาณ 400 ล้านบาท จากงานที่ชนะการประมูลเมื่อปี 2550 เช่น โครงการสถานีไฟฟ้าย่อย กฟภ.มูลค่า 400 ล้านบาท หลังรับรู้รายได้ไปแล้วในไตรมาส 4/2550 จำนวน 100 ล้านบาท และโครงการสถานีไฟฟ้าย่อยกฟน. มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท เป็นต้น

        "ปีนี้ เราอาจมีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 10-15% และมีอัตรากำไรขั้นต้น ประมาณ 27% ขณะที่บริษัทลูกจะมีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 6-7% และมีอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 24%"

อย่างไรก็ดี ในปี 2551 เอกรัฐวิศวกรรมเตรียมยื่นซองประมูลโครงการสถานีไฟฟ้าย่อยของกฟภ.และกฟน. มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท คาดว่า จะชนะการประมูลประมาณ 400-500 ล้านบาท ล่าสุด ได้ซื้อแบบประมูลเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่า ทั้งปี 2551 บริษัทจะรับรู้รายได้งานภาครัฐ 30% ที่เหลือ 70% มาจากภาคเอกชน

     แต่ปีทองที่ เกียรติพงศ์ ชูเป็นจุดพลิกผันจะเกิดขึ้นในปี 2552 รายได้ของเอกรัฐโซล่าร์ (บริษัทลูก) คาดว่า จะทะยานแตะ 2,500-3,000 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิ 10-15% กำไรขั้นต้นประมาณ 27% ขณะที่บริษัทแม่จะมีรายได้ประมาณ 2,200-2,300 ล้านบาท หรือขยายตัวประมาณ 10-15%

      "ที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเรา (กลุ่มรักศรีอักษร และกลุ่มทนายมานัส กำเหนิดงาม) ไม่พอใจราคาหุ้นที่หล่นลงต่ำกว่าไอพีโอ 2.70 บาท เพราะเท่ากับว่าเราเสียเครดิตกับบุคคลที่เราชวนเขามาลงทุน แต่ผมเชื่อว่า จากนี้ไปราคาจะต้องดีขึ้น นักลงทุนโปรดถือหุ้นเราไว้ (อย่าเพิ่งขาย) แล้วคุณจะพบแต่สิ่งดีๆ เพราะในระยะสั้นหุ้น AKR ไม่มีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียน และที่สำคัญเรามี วิชัย รักศรีอักษร (เจ้าพ่อคิงเพาเวอร์) คอยดูแลหุ้นให้มีเสถียรภาพ ส่วนตัวผมเองก็จะทำงานอย่างแข็งขันต่อไป...จากนี้ไปแม่จะมั่นคง และลูกจะมีอนาคตที่สดใส"

       แผนที่ เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ เล่ามาทั้งหมด "จริง" หรือ "หลอก" ต้องคอยติดตาม เชื่อว่า นักลงทุนขออย่างเดียว อย่าโหมข่าวดี แล้วผู้ถือหุ้นรายใหญ่ "ออกของ" ขายราคาพรีเมียม ก็แล้วกัน


eakarata
Verified User
Posts: 16
Joined: Thu Aug 24, 2006 12:29 pm

Posts by eakarata » Tue Jun 17, 2008 11:09 am

ข่าวลึกและละเอียดมาก


trangteam
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 58
Joined: Sat May 03, 2008 8:04 pm

Posts by trangteam » Tue Jul 01, 2008 1:29 am

Q2 จะมีลุ้นไหมครับ คุณเกรียติพล น้อยใจบุญ เชื่อถือได้ไหมครับเก่งจริงไหมครับ

LOVER

User avatar
tuxpower
Verified User
Posts: 31
Joined: Sun May 06, 2007 1:23 pm

Posts by tuxpower » Tue Jul 01, 2008 9:37 am

ตัวนี้เป็นหุ้นก้นบุหรี่ในพอร์ต ...เมื่อวานต่ำกว่า 2 บาทลงมาอีกแล้วครับ  :twisted:

-=@_@=- วีไอ วีจาม วีฮัดเช้ย!!! (มั่วสุด)

box_man555
Verified User
Posts: 36
Joined: Sun May 18, 2008 10:26 pm

Posts by box_man555 » Thu Jul 10, 2008 10:15 am

เหมือนเจ้าของ  ออกของเลยไม่น่ามีใครมีหุ้นมาขายไม้ใหญ่ได้สงสัยราคาจะเท่ากับsolarหรือป่าว


User avatar
tuxpower
Verified User
Posts: 31
Joined: Sun May 06, 2007 1:23 pm

Posts by tuxpower » Fri Jul 11, 2008 5:54 am

ย้ายมา Trade กันในเขตต่ำกว่า 2 บาทอย่างถาวร  :?:

-=@_@=- วีไอ วีจาม วีฮัดเช้ย!!! (มั่วสุด)

trangteam
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 58
Joined: Sat May 03, 2008 8:04 pm

Posts by trangteam » Sat Jul 12, 2008 12:09 pm

ตรงการจ่ายปันผลได้ลองอ่านกันหรือเปล่าครับ ผมไม่เข้าใจครับมันคืออะไรที่บอกว่าจ่ายจากงบเดี่ยวของบริษัทแม่นะครับ ช่วยอธิบายหน่อยครับ

LOVER

investment biker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1283
Joined: Fri Nov 10, 2006 9:22 pm

Posts by investment biker » Mon Jul 14, 2008 9:56 am

trangteam wrote:ตรงการจ่ายปันผลได้ลองอ่านกันหรือเปล่าครับ ผมไม่เข้าใจครับมันคืออะไรที่บอกว่าจ่ายจากงบเดี่ยวของบริษัทแม่นะครับ ช่วยอธิบายหน่อยครับ
ยังไม่ได้อ่านเลย แต่ถ้าดูจากที่คุณpostน่าจะหมายถึง การปันผลจะดูจากงบเดี่ยวของบริษัทแม่ที่ทำหม้อแปลงไฟฟ้าอย่างเดียว ไม่นับรวมบริษัทลูก เขาคงรู้ว่าบริษัทลูกที่ทำ solar ยังขาดทุนอยู่อีกพัก

จุดประสงค์คือต้องการปันผลได้ต่อไปถึงแม้ว่าบริษัทลูกที่ทำ solar จะขาดทุนจนทำให้งบรวมออกมาไม่มีกำไร

In search of super stocks

Chopin
Verified User
Posts: 121
Joined: Fri Sep 09, 2005 4:44 pm

Posts by Chopin » Wed Aug 06, 2008 6:28 pm

พอดีไปเจอข่าวนี้มาครับ

http://www.dailynews.co.th/web/html/pop ... Template=1


ข่าวดี ! ญี่ปุ่นตั้งศูนย์ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ในไทย
ฟูจิคูระ ญี่ปุ่น ตั้งศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาโซลาร์เซลล์ในไทยที่อุทยานวิทยาศาสตร์ ทำธุรกิจใหม่ในไทย ดูแนวโน้มแล้วไทยใช้พลังงานทดแทนสูง
ดร.อาคิระ วาดะ  ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาฟูจิคูระประจำประเทศไทย กล่าวว่า  ปัจจุบันบริษัทฟูจิคูระมีห้องปฏิบัติการสำหรับวิจัยและพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น  แต่ก็สนใจตั้งฐานการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและพัฒนานอกประเทศญี่ปุ่น แห่งที่ 4  ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย  รังสิต  เนื่องจากประเทศไทยมีแนวโน้มใช้พลังงานทดแทนสูงขึ้น  ทำให้บริษัทสนใจจะพัฒนาโซลาร์เซลล์และคาดว่าจะกลายเป็นธุรกิจใหม่ในประเทศไทยด้วย
 
ศูนย์ดังกล่าวจะทำงานวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเซลล์แสงอาทิตย์ ในอนาคตก็จะมีงานวิจัยหัวข้อที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์วัสดุทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัทในเครือฟูจิคูระซึ่งเป็นผู้ผลิตสายไฟฟ้า เส้นใยแก้วนำแสง และแผงวงจรแบบนิ่มที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ผศ. ดร.สุพิชชา รุ่งโรจน์นิมิตชัย ที่ปรึกษาด้านการวิจัยบริษัท FMOT Ltd. กล่าวว่า เซลล์แสงอาทิตย์ที่ ฟูจิคูระ พัฒนาขึ้น  เป็นเซลล์แสงอาทิตย์แบบสีย้อมไวแสง (dye sensitized solar cell) ที่ใช้สารประกอบเชิงซ้อนของธาตุรูเทเนียม เป็นสีย้อมไวแสง และใช้อนุภาคนาโนของไทเทเนียมไดออกไซด์ ดูดซับสีย้อมไวแสง และทำหน้าที่ในการรับอิเล็กตรอน  มีไอโอดีนเป็นสารละลายนำไฟฟ้าที่จะส่งอิเล็กตรอนต่อไปให้กับขั้วไฟฟ้า  เทคโนโลยีพิมพ์ลายขั้วไฟฟ้าบนกระจกนำไฟฟ้าแบบโปร่งใส เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดนี้ เมื่อเทียบกับเซลล์แสงอาทิตย์ที่ใช้ซิลิคอนเป็นวัสดุแล้ว มีกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อนทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิคอนไม่ต่ำกว่า  50 เปอร์เซ็นต์

 สำหรับห้องปฏิบัติการนี้คาดว่าจะสามารถเริ่มงานพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้








ขอถามผู้รู้ครับ
สำหรับเรื่อง เอกรัฐโซล่า จะมีประเด็นเรื่อง technology ใหม่เข้ามาเกี่ยวข้องรึเปล่าครับ

เพราะ เซลล์ชนิดใหม่นี้ ต้นทุนถูกกว่าเยอะ
ถ้าอีก 2-4 ปี สามารถนำมาใช้ได้จริง
บริษัทอาจจะ ไม่สามารถจ่ายหนี้คืนได้รึเปล่าครับ
(รู้สึกหนี้ จะ ประมาณ 800 ล้าน ครับ)


warut21
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 55
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:42 pm

Posts by warut21 » Fri Aug 08, 2008 9:32 am

dye sensitized solar cell ต้นทุนถูกกว่า แต่ความสามารถในการผลิตกระแสไฟน้อยกว่าครับ

traditional silicon-based solar cell offers about 35 mA/cm², whereas current DSSc's offer about 20 mA/cm²

source: wikipedia

แต่ทำให้สามารถใช้งานได้ในราคาถูกลง ซึ่งเป็นปัญหาในการนำ solar cell มาใช้งานจริงตามบ้านนะคับ


pp9009
Verified User
Posts: 184
Joined: Sat Jun 02, 2007 3:23 pm

Posts by pp9009 » Wed Aug 27, 2008 12:11 am

26  สิงหาคม 2008  
AKR ลงนามสัญญาขายหม้อแปลงไฟฟ้า 345 ลบ.



--------------------------------------------------------------------------------
บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) (AKR) ขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2551
บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาขายหม้อแปลงไฟฟ้า ชนิด ซีเอสพี ขนาด 150 กิโลโวลต์-แอมแปร์ ให้กับ
การไฟฟ้านครหลวง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

        ประเภทของสินค้า :          หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย
        มูลค่าตามสัญญา :            345,452,800.00 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
                                 (สามร้อยสี่สิบห้าล้านสี่แสนห้าหมื่นสองพันแปดร้อย)
        วันที่เริ่มต้นของสัญญา : 31 กรกฎาคม 2551
        ระยะเวลาส่งมอบสินค้า : ภายใน วันที่ 27 มกราคม 2552


 

--------------------------------------------------------------------------------


User avatar
tuxpower
Verified User
Posts: 31
Joined: Sun May 06, 2007 1:23 pm

Posts by tuxpower » Sat Sep 20, 2008 5:47 am

AKR ย้ายมา Trade กันในเขต 1.8x บาทแล้วครับ  :?:

-=@_@=- วีไอ วีจาม วีฮัดเช้ย!!! (มั่วสุด)

User avatar
tuxpower
Verified User
Posts: 31
Joined: Sun May 06, 2007 1:23 pm

Posts by tuxpower » Tue Oct 07, 2008 3:14 pm

Update/ บิ๊ก AKR แจงไม่ทราบเหตุกดราคาหุ้นรูดติดฟลอร์
ยันพื้นฐานแกร่งเป้ารายได้ปีนี้โต 10-15 %


       บิ๊ก AKR แจงไม่ทราบเหตุกดราคาหุ้นรูดติดฟลอร์ยันพื้นฐานแกร่ง
เป้ารายได้ปีนี้โต 10-15 % จากปีก่อนที่ทำได้ 1.68 พันลบ. พร้อมวอน
ทุกฝ่ายใช้ความประนีประนอม ก่อนประเทศชาติเสียหาย-ทำลาย ศก.
ทรุด
                 นายเกียรติพงศ์  น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกรัฐ
วิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่าไม่ทราบ
สาเหตุที่กดดันให้ราคาหุ้น AKR ปรับลดลงแรงในวันนี้ (7 ต.ค.51) เนื่องจากไม่พบ
ปัจจัยลบใหม่ที่มีอิทธิพลเข้ามากระทบขณะเดียวกันปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ยังคง
แข็งแกร่งและไม่ได้เปลี่ยนแปลง
               ' ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าที่ราคาหุ้น AKR ปรับลดลงมาติดฟลอร์ เป็น
เพราะอะไรผมไม่รู้ว่าใครทำ ผมกำลังให้เขาตรวจสอบข้อมูลอยู่ แต่ผมก็ไม่ได้กังวล
อะไร เพราะราคาหุ้นมันย่อมเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดฯ อยู่แล้ว ส่วนบริษัทฯขอ
ยืนยันว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยังคงแข็งแกร่ง' นายเกียรติพงศ์ กล่าว
               สำหรับในปีนี้ยังคงคงมั่นใจว่าแนวโน้มของรายได้จะขยายตัว 10-15%
จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 1,681.86 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  เนื่องจาก
บริษัทฯ มี Backlog  ประมาณ  700-800  ล้านบาท จะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาอย่าง
ต่อเนื่องนอกจากนี้ยังมีงานประมูลใหม่ๆเข้ามาสนับสนุนด้วย
       อย่างไรก็ตามกรณีที่เช้าวันนี้ (7 ต.ค.51)ตำรวจปราบจลาจลได้ยิงแก๊สน้ำตาและ
ใช้กำลังเจ้าหน้าที่หลายร้อยนายจู่โจมสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชน
เพื่อประชาธิปไตยบริเวณหน้ารัฐสภาโดยส่วนตัวประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวรุนแรง
เกินไป ซึ่งประชาชนชาวไทยด้วยกันไม่ควรทำลายกันเอง ดังนั้นจึงต้องการให้ทุก
ฝ่ายลดความรุนแรงและเจรจาด้วยความประนีประนอมเพื่อไม่ให้ประเทศชาติเกิด
ความเสียหายและทำลายเศรษฐกิจให้ชะลอการขยายตัวตลอดจนส่งผลกระทบต่อ
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติด้วย
               ' มันรุนแรงเกินไปสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างฝ่ายต่างแรงผมอยากให้
ทุกฝ่ายลดความรุนแรงประนีประนอมกันก่อนที่ประเทศชาติจะเสียหายไปมากกว่านี้
ทั้งปัจจัยลบภายนอกประเทศและปัจจัยลบในประเทศ แต่ในแง่ของธุรกิจเราคงไม่ได้
รับผลกระทบอะไรเพราะมีงานที่จะทยอยรับรู้รายได้อยู่แล้ว'นายเกียรติพงศ์กล่าว
              ล่าสุดเวลา 11.59 น. ราคาหุ้น AKR อยู่ที่ 1.12 บาท ลดลง 0.38 บาท
หรือ 25.33% มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 6.56 ล้านบาท




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   07/10/08   เวลา   12:06:57

-=@_@=- วีไอ วีจาม วีฮัดเช้ย!!! (มั่วสุด)

User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Posts by vichit » Fri Feb 06, 2009 7:59 pm

06  กุมภาพันธ์ 2009  
AKRเข้าสู่ยุคทองหม้อแปลง จ่อเซ็นออเดอร์นอก600ล้าน



--------------------------------------------------------------------------------

ทันหุ้น-AKRมือขึ้นธุรกิจขายหม้อแปลง-โซลาเซลล์ออเดอร์ทะลัก  ด้านผู้บริหารเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญรับปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้จ่อเซ็นสัญญาขายหม้อแปลงต่างประเทศเพิ่ม หนุนสัดส่วนรายได้ต่างประเทศปีนี้โต 20-25% เป็น 600 ล้านบาท จาก 130 ล้านบาท ส่วนธุรกิจโซลาเซลล์รายได้โต 5 เท่าตัวเป็น 2,000 ล้านบาท จาก 430 ล้านบาท  ส่งซิกทั้งปีรายได้โตเท่าตัว 4,500 ล้านบาท จาก 2,300-2,400 ล้านบาท เตรียมชงบอร์ดปันผลปลายกุมภาพันธ์นี้คาดจ่ายไม่ต่ำกว่า 0.10 บาท/หุ้น
    นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)  AKR ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ทันหุ้น ว่า ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้บริษัทจะเซ็นสัญญาซื้อขายหม้อแปลงกับบริษัทเอกชนจากต่างประเทศได้ ซึ่งจะทำให้ปี 2552 บริษัทมีรายได้จากต่างประเทศประมาณ 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20-25% จากปีก่อนที่มีรายได้เพิยง 130 ล้านบาท
    ขณะที่งานในประเทศยังมีการประมูลเข้ามาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของภาคเอกชน  ส่วนงานภาครัฐ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้เซ็นงานไปแล้ว 250 ล้านบาท  ซึ่งทยอยส่งมอบได้ทั้งหมดในช่วงเดือนมีนาคม และคาดว่าจะรับรู้รายได้ทันที
    ส่วนการดำเนินงานในธุรกิจโซลาเซลล์ขณะนี้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยตั้งเป้าปี 2552 จะส่งออกประมาณ 90% และที่เหลืออีก 10%เสนอขายในประเทศ และคาดว่าปีนี้จะมีรายได้เติบโตประมาณ 2,000 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตประมาณ 5 เท่าตัว เมื่อเทียบจากปีก่อนที่คาดว่ามีรายได้ 430 ล้านบาท
    ดังนั้น คาดว่าทั้งปี 2552 รายได้ของบริษัทจะอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,300-2,400 ล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจ และการปรับแผนธุรกิจ  โดยหันมาเน้นการประมูลงานในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น
    ในปีนี้จัดเป็นปีทองของบริษัทเพราะการวางแผนที่รอบคอบและรัดกุมมาตั้งแต่ต้น และธุรกิจของบริษัทเองจัดเป็นธุรกิจที่มีความต้องการใช้มากขึ้น จากการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนในแต่ละประเทศ ซึ่งบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ต่างให้ความสำคัญ และเริ่มมีการสั่งออเดอร์แผงโซลาเซลล์ไปติดตั้งบนอาคารขนาดสูงมากขึ้นนายเกียรติพงศ์ กล่าว
    ส่วนการปรับตัวลดลงมาของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา มองว่าเป็นความผันผวนของภาวะตลาดหุ้น ซึ่งสวนทางกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ที่เชื่อว่ารายได้ และกำไรของบริษัทจะมีความแข็งแกร่งมากที่สุด ภายหลังจากการสร้างพื้นฐานในช่วงที่ผ่านมาพอสมควร
    นายเกียรติพงศ์ กล่าวต่อว่า  สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2551 คาดว่าจะสามารถแจ้งตลาดหลักทรัพย์ได้ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้  ซึ่งคาดว่าผลการดำเนินงานจะเป็นไปตามเป้า 2,300-2,400 ล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจหม้อแปลง และธุรกิจผลิตและจำหน่ายแผงโซลาเซลล์  
    นอกจากนี้ คาดว่าบริษัทจะประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาจ่ายปันผลงวดปี 2551 ได้ปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคม ซึ่งคาดว่าบริษัทจะจ่ายได้ไม่ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อนที่จ่ายไป 0.10 บาทต่อหุ้น
    AKR(5 ก.พ.) ปิดตลาดที่ 0.92 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท หรือ 1.10% มูลค่าซื้อขายรวม 1.35 ล้านบาท



 http://www.thunhoon.com/home/

--------------------------------------------------------------------------------


Joi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2672
Joined: Wed Apr 06, 2005 5:46 pm

Posts by Joi » Sun Feb 15, 2009 2:40 am

แล้วข่าวที่มหาดไทยกับกระทรวงวิทย์จะออกกฎให้อาคารที่จะสร้างใหม่ตั้งแต่
2พันตารางเมตรขึ้นไป ต้องเป็นอาคารประหนัดพลังงานและลดปัญหาสิ่ง
แวดล้อม ที่จะมีผลกลางปีนี้  AKR น่าจะได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย......


Joi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2672
Joined: Wed Apr 06, 2005 5:46 pm

Posts by Joi » Thu Feb 26, 2009 1:00 am

นี่ก็งบออกช้า จะมีปันผล 0.10 บ.อีกหรือเปล่าหนอ.............


oldnew
Verified User
Posts: 588
Joined: Thu Apr 03, 2008 9:56 am

Posts by oldnew » Thu Feb 26, 2009 12:40 pm

ไม่ทราบว่ารายได้ติดลบจะปันผลไหวไม๊เนี้ย?


Joi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2672
Joined: Wed Apr 06, 2005 5:46 pm

Posts by Joi » Thu Feb 26, 2009 3:25 pm

ประกาศแล้วครับ 0.10 บ.ครับ ใช้งบบริษัทแม่เป็นตัวจ่ายปันผลครับ

แต่บริษัทลูกดูไม่มีแววจะกำไรเลยครับ ติดลบมากขึ้นอีกตังหาก


User avatar
tok
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 833
Joined: Fri May 06, 2005 9:50 am

Posts by tok » Fri Apr 24, 2009 2:07 pm

AKR เฮ! รับ BOI ส่งเสริมลงทุนเซลล์แสงอาทิตย์ เชื่ออนาคตรับอานิสงส์เต็มๆ


AKR เฮ! รับ BOI ส่งเสริมลงทุนเซลล์แสงอาทิตย์ เชื่ออนาคตรับอานิสงส์เต็มๆ หนุน
ธุรกิจสดใส  พร้อมแย้ม Q1/52 รายได้ใกล้เคียง Q1/51 ที่ทำได้ประมาณ 300-400 ลบ. ส่วนทั้ง
ปีย้ำโตแตะ 4 พันลบ.  ขณะที่ปัจจุบันมี Backlog หม้อแปลงไฟฟ้าอยู่ที่ 400-500 ลบ. แถมเล็ง
ประมูลใหม่ใน Q2/52 อีก 1 พันลบ.  

นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด
(มหาชน) หรือ AKR เปิดเผยกับ eFinanceThai.com  ถึงกรณีที่คณะกรรมการส่งเสริมการลง
ทุน(บีโอไอ) อนุมัติปรับปรุงเงื่อนไขการส่งเสริมลงทุน 3 ประเภทกิจการ ซึ่งรวมถึงการเปิดทาง
กิจการต่อเรือหรือซ่อมเรือ ตั้งกิจการไม่จำกัดเขตที่ตั้งและขยายประเภทกิจการผลิตเซลล์แสง
อาทิตย์ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ นั้น คงส่งผลบวกต่อบริษัทฯ และได้รับประโยชน์ใน
อนาคต หากลงทุนต้นน้ำเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าว
  ' ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในอนาคต ถ้าบริษัทฯ คิดจะลงทุนต้นน้ำ แต่ตอนนี้เรามีเฉพาะธุรกิจ
ปลายน้ำและกลางน้ำ แต่โดยรวมก็ถือว่าดี เพราะภาครัฐให้การสนับสนุนซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวม
ของธุรกิจด้วย ส่วนราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาไม่รู้ว่ารับข่าวนี้หรือเปล่า เพราะเป็นเรื่องของนักลงทุน '
นายเกียรติพงศ์  กล่าว
ส่วนแนวโน้มของรายได้ในไตรมาสที่ 1/2552 คงใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน
ที่ทำได้ประมาณ 300-400 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจของบริษัทฯ มีรายได้ที่แน่นอนสม่ำเสมอและ
ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวหรือสถานการณ์ทางการเมืองมากนัก เพราะ
ลูกค้ายังคงสั่งซื้อสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายได้รวมในปีนี้ยังคงเป้ารายได้ไว้ที่ 4,000 ล้าน
บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 2,364.88 ล้านบาท
นายเกียรติพงศ์  กล่าวต่อไปว่าปัจจุบันมี Backlog งานหม้อแปลงไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ
400-500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาภายในไตรมาส 3/2552  หมดทั้งจำนวนดัง
กล่าว แต่บริษัทฯ เตรียมเข้าประมูลงานของการไฟฟ้านครหลวง ในไตรมาส 2/2552 มูลค่ารวม
1,000 ล้านบาท ซึ่งหากได้รับงานดังกล่าวคงส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต ในขณะที่ส่วน
ของโซลาร์เซลล์ รอคำสั่งซื้อที่จะเริ่มทยอยเข้ามาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2552
  ' ตอนนี้เราก็มีส่งสินค้าไปขายในต่างประเทศด้วย ในแถบประเทศเพื่อนบ้าน 10
ประเทศ แถบๆ นี้ก่อน  โดยตอนนี้มีสัดส่วนส่งออกก็อยู่ที่ 10-15% แต่ภายในปีนี้จะเพิ่มสัดส่วนส่ง
ออกให้ได้ 20% เพราะเรามั่นใจว่าจากคุณภาพของสินค้าที่ได้มาตราฐานและราคาไม่สูงมากนัก
คงทำให้ลูกค้ามั่นใจ  ' นายเกียรติพงศ์  กล่าว
 ล่าสุดเวลา 11.12 น. ราคาหุ้น AKR อยู่ที่ 1.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท หรือ
1.01% มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 2.79 ล้านบาท






ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   22/04/09   เวลา   11:20:11


Calcio 8
Verified User
Posts: 144
Joined: Thu Aug 21, 2008 5:16 pm

Posts by Calcio 8 » Mon Apr 27, 2009 11:25 pm

[quote="tok"]AKR เฮ! รับ BOI ส่งเสริมลงทุนเซลล์แสงอาทิตย์ เชื่ออนาคตรับอานิสงส์เต็มๆ


AKR เฮ! รับ BOI ส่งเสริมลงทุนเซลล์แสงอาทิตย์ เชื่ออนาคตรับอานิสงส์เต็มๆ หนุน
ธุรกิจสดใส


Joi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2672
Joined: Wed Apr 06, 2005 5:46 pm

Posts by Joi » Tue Apr 28, 2009 1:47 am

ข้อมูลอย่าเชื่อมากนะครับ เรื่องจะโตเท่าโน้นเท่านี้ ลองไป่นย้อนหลังดูเกี่ยว
กับยอดขายโดนเฉพาะโชล่าเซลล์ ไม่ค่อยชัวว์ครับ มีตรงอย่างเดียวคือ
ปันผลครับ.....


Post Reply