AKR

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

AKR

Posts by ปรัชญา » Tue Mar 27, 2007 11:41 am

AKR  บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)

หลักทรัพย์ AKR
ชื่่อบริษัท    บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)
ที่อยู่   อาคารยู เอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 28, 9/291 ถนนรามคำแหง แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม.
เบอร์โทรศัพท์     0-2719-8777
เบอร์โทรสาร   02-719-8760-2

ประเภทบริษัท     Company-Listed
ทุนจดทะเบียน  
หุ้นสามัญ   790,173,640.00 บาท

นโยบายเงินปันผล   ประมาณร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ
หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี (โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม)

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Tue Mar 27, 2007 11:44 am

บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)
เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2549

บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)
จำนวน  790,173,640 หุ้น
มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม 790,173,640 บาท
ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้โดยจัดอยู่ใน
กลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร
หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค

ราคาเสนอขาย                 2.70 บาท ต่อหุ้น

วันที่เสนอขาย                  25-27 กรกฎาคม 2549

วัตถุประสงค์การใช้เงินเพิ่มทุน
     1. เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนทุนหมุนเวียน (Working Capital) ของบริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) จำนวน
ประมาณ 3.09 ล้านบาท
     2. เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในบริษัท เอกรัฐโซล่าร์ จำกัด เพื่อใช้ในการก่อสร้างโรงงานและซื้อเครื่องจักรเพื่อผลิต
เซลล์แสงอาทิตย์ จำนวนประมาณ 470 ล้านบาท


Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Tue Mar 27, 2007 11:50 am

:arrow: Website    http://www.ekarat-transformer.com/


:arrow: Website   http://www.ekarat-solar.com/

ประเภทกิจการ และลักษณะการดำเนินงาน  

        บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการ 3 ประเภท คือ หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย งานบริการและงานพลังงาน

1)    ผลิตภัณฑ์หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย (Distribution Transformer) โดยบริษัทฯเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่ายที่มีกำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 1 kVA ถึง 20,000 kVA ทั้งชนิดแบบน้ำมันและแบบแห้ง รวมทั้งส่วนประกอบหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย

2) งานบริการ ได้แก่ งานบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย และงานบริการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า โดยบริษัทฯมีศูนย์บริการและขายจำนวน 10 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ

3) งานพลังงาน ได้แก่ งานบริการออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์(Solar System) และงานอนุรักษ์พลังงาน สำหรับบริษัท เอกรัฐโซล่าร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯดำเนินธุรกิจผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์




Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Tue Mar 27, 2007 11:54 am

Image

Image

Image

บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตหม้อแปลงหม้อแปลงไฟฟ้าระบบ จำหน่าย โดยสามารถผลิตได้ตั้งแต่ 5-1,000KVA สำหรับหม้อแปลงไฟฟ้า1 เฟส และ 10-20,000 KVA สำหรับหม้อแปลงไฟฟ้า 3 เฟส ด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 36 KV ให้ได้ตามความต้องการของลูกค้า โดยบริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด(มหาชน) สามารถผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าได้ทุกชนิดตามมาตรฐานสากล คือ มาตรฐานสากล IEC ,มาตรฐานจากประเทศสหรัฐอเมริกา ANSI  ,มาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น JIS ,มาตรฐานจากประเทศเยอรมันVDE& DIN และ มาตรฐานอื่นๆที่ยอมรับกันในระดับสากล

บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) ได้รับการรับรอง คุณภาพมาตรฐาน ISO9001 :7 ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพครบทั้งกระบวนการผลิต ตั้งแต่งานออกแบบ พัฒนา การผลิต รวมถึงงานบริการหลังการขาย เป็นรายแรกในประเทศไทย

หม้อแปลงไฟฟ้าของ”เอกรัฐ”  ผ่านการทดสอบความสามารถในการทนต่อการลัดวงจร(Short Circuit Performance ) ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทดสอบขั้นสูงสุดจากสถาบัน KEMA  ประเทศเนเธอแลนด์ และ CESI จากประเทศอิตาลีเป็นรายแรกในประเทศไทย และ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้หม้อแปลงไฟฟ้า ของ”เอกรัฐ”ได้รับการยอมรับสู่สากล
บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) ยังได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อม ISO 14001  โดยให้ความสำคัญทางด้าน สิ่งแวดล้อม พนักงาน และ ชุมชนในละแวกใกล้เคียง

สาเหตุที่ทำให้หม้อแปลง”เอกรัฐ” เป็นหม้อแปลงไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด

1.บริษัทเอกรัฐวิศวกรรม จำกัด(มหาชน)จะเลือกใช้แต่ วัตถุดิบ , อุปกรณ์ ตลอดจน ส่วนประกอบต่างๆ ที่มีคุณภาพสูงสุด

2.การออกแบบหม้อแปลงไฟฟ้า ตลอดจนการผลิตจะดำเนินงาน โดยใช้ด้วยระบบ Computer เข้ามาควบคุม

3.ด้วยความต้องการทางด้านไฟฟ้าที่มีความแตกต่างกัน บริษัทฯสามารถออกแบบ หม้อแปลงไฟฟ้าได้ ตามความต้องการของลูกค้า

4.บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด(มหาชน) ทำการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า ด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย

5.ห้องทดสอบหม้อแปลงไฟฟ้า ของ “เอกรัฐ” ได้มาตรฐานสากล รองรับการทดสอบ ทั้งการทดสอบ Routine และ Type test

6.หม้อแปลงไฟฟ้าของ “เอกรัฐ” ใช้เทคโนโลยี ในการออกแบบ และการ ผลิต จากประเทศเยอรมัน

นอกจากมาตรฐานการผลิตที่ต้องควบคุมกันอย่างเข้มงวดแล้ว ปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้หม้อแปลงไฟฟ้า คงคุณภาพได้คือทักษะ(Skill) และประสบการณ์ของพนักงานเอกรัฐ ที่มีอายุงานมากกว่า  5-10  ปี   60 % ของพนักงานทั้งหมด เราจึงมั่นใจว่าหม้อแปลงทุกเครื่องที่ส่งถึงมือลูกค้ามีคุณภาพสูงสุดตามมาตรฐาน


Image

ข้อมูลจากเวปบริษัท


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Tue Mar 27, 2007 11:56 am

“อนาคตทางธุรกิจพลังงานทดแทนกับนโยบายรัฐบาลใหม่”

Image

อนาคตทางธุรกิจพลังงานทดแทนกับนโยบายรัฐบาลใหม่” ของกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน
สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย โดยมีคุณเดชนิยม ชุมเกษียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกรัฐ โซล่าร์ จำกัด
ในฐานะรองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว
เข้าร่วมแถลงข่าวในส่วนของพลังงานทดแทนด้านพลังงานแสงอาทิตย์
ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2549


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Tue Mar 27, 2007 12:00 pm

Image



พ.ศ. 2529 ได้รับรางวัลสินค้าไทยดีเด่นจาก สมาคมนิยมไทย

พ.ศ.2530 ได้รับรางวัล หม้อแปลงไฟฟ้าดีเด่นในเอเชียOutstanding Award Transformer Product of Asia จากประเทศ สเปน

พ.ศ.2531 ได้รับรางวัลโล่เชิดชูเกียรติสินค้าคุณภาพไทยทำจาก สถาบันวิจัยวิทยาสาสตร์ และ เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

พ.ศ.2532 ได้รับรางวัลสินค้าไทยดีเด่นจากกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม

พ.ศ.2540 ได้รับรางวัล ผู้ส่งออกสินค้าไทยดีเด่น "Prime Minister's Export award"

พ.ศ.2543 ได้รับรางวัล "Thailand Brand" ทางด้าน ผลิตภัณฑ์  ตราสัญลักษณ์ คุณภาพการส่งออก จากกระทรวงพาณิช


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Fri Mar 30, 2007 8:51 am

:arrow: เอกรัฐรับพิษการเมืองแผนหาพันธมิตรสะดุด
30 มีนาคม พ.ศ. 2550 07:41:00

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เอกรัฐยอมรับแผนหาพันธมิตรร่วมทุนต่างชาติสะดุด เหตุพิษการเมืองป่วน เศรษฐกิจชะลอ ต่างชาติไม่เชื่อมั่น ยอมรับรายได้ไตรมาสแรกพลาดเป้าจากเดิมประมาณการไว้ที่ 300 ล้านบาท แต่ได้จริงเพียง 250 ล้านบาท ยันคงเป้ารายได้ทั้งปีไว้ที่ 2.7 พันล้านบาท หวังครึ่งปีหลังรัฐเร่งสั่งจ่ายงบประมาณ

นายวิวัฒน์ แสงเทียน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม กล่าวว่า ขณะนี้แผนการหาพันธมิตรร่วมทุนต่างชาติต้องชะลอออกไป จากเดิมที่คาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายในเดือนเมษายน นี้ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติไม่เชื่อมั่นสถานการณ์ในประเทศ ทั้งเรื่องปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้ยังไม่กล้าตัดสินใจเข้าร่วมทุนไประยะหนึ่ง ซึ่งต้องรอติดตามสถานการณ์ต่างๆให้มีความชัดเจนมากขึ้น

"บริษัทคุยกับพันธมิตรต่างชาติประมาณ 2-3 ราย แต่ตอนนี้เดือนหน้าคงสรุปผลไม่ได้ ตอนนี้นักลงทุนต่างชาติคงต้องรอดูสถานการณ์ภายในประเทศก่อนจึงขอชะลอการร่วมทุน อยากรอให้มั่นใจก่อน"นายวิวัฒน์ กล่าว

การที่ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวทำให้บริษัทได้รับผลกระทบ ซึ่งผลประกอบการงวดไตรมาสที่ 1/2550 ยอมรับว่ามีรายได้ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ จากเดิมบริษัทคาดว่าไตรมาสแรก จะมีรายได้รวม 300 ล้านบาท แต่ปัจจุบันมีรายได้เพียง 200-250 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ไม่มาก โดยปัจจัยที่มีผลกระทบทำให้ผลประกอบการพลาดเป้า เกิดจากการที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) หรือการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)ไม่มีการสั่งซื้อสินค้าแม้ว่าจะประมูลงานได้แล้ว

นายวิวัฒน์ กล่าวอีกว่า การที่รายได้ในช่วงไตรมาสแรกต่ำเป้า แต่บริษัทยังไม่มีแผนที่จะปรับลดเป้ารายได้ทั้งปี ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 2.7 พันล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้เข้าประมูลงานจากการไฟฟ้า โดยเป็นโครงการสร้างสถานีไฟฟ้ามูลค่ารวม 400 ล้านบาท และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้รับคำสั่งซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งปีนี้คาดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้จากโครงการที่ประมูลได้ประมาณ 50% หรือ 200 ล้านบาท ภายในปีนี้

นอกจากนี้บริษัทคาดหวังว่าครึ่งปีหลัง หน่วยงานรัฐน่าจะเร่งใช้งบประมาณ โดยปกติจะเป็นช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของแต่ละปี ทำให้บริษัทจะได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ สำหรับธุรกิจโครงการผลิตโซลาร์เซลล์นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องจักร คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และจะสามารถสร้างรายได้ภายในปีนี้ประมาณ 600-700 ล้านบาท

    ผลดำเนินงานเอกรัฐวิศวกรรม    

      สิ้นสุดวันที่  31 ธันวาคม      หน่วย...ล้านบาท

                                 งวด 1 ปี

          ปี                            2549            2548 เปลี่ยนแปลง(%)

         กำไรสุทธิ                       155              183    -15

         กำไรสุทธิต่อหุ้น(บาท)          0.23             0.31    --


triathlon
Verified User
Posts: 551
Joined: Tue Jan 09, 2007 9:50 am

Posts by triathlon » Tue Apr 03, 2007 9:16 am

ตัวนี้สนใจดูมาสักพักแล้วคะ
หรือว่าอนาคตตัวนี้อยู่ที่ความสำเร็จของโซลาร์เซลล์  :?:
แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าน้ำมันไม่น่าจะถูกลง และยิ่งมีปัญหาโรคร้อนต่างๆ พลังงานแสงอาทิตย์น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ถ้าซื้อหุ้นตัวนี้ คงเพราะเรื่องนี้เป็นปัจจัยหนึ่ง
อีกอย่างคิดว่าเป็นธุรกิจคนไทยที่ทำมานานพอดู น่าสนับสนุนคะ
ซื้อไว้ทั้งตัวนี้และถิรไทย ประมาณว่าชอบอุตสาหกรรมนี้ :wink:

just one life, use it!

biggun
Verified User
Posts: 6
Joined: Thu Sep 14, 2006 1:33 am

Posts by biggun » Wed Apr 04, 2007 5:15 pm

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2199 11 มี.ค. - 14 มี.ค. 2550
 
'เอกรัฐ'เตรียมผงาดโซลาร์เซลล์ +ตั้งเป้าใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน อีก2ปีรับรู้รายได้แบบก้าวกระโดด  
"เอกรัฐ" ประกาศบทบาทหลังเป็นบริษัทมหาชนเต็มตัว ชู 2 ธุรกิจหลัก ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ผงาดเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรายใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ระบุ 2 ปีรับรู้รายได้แบบก้าวกระโดด 3 พันล้านบาท โวยรัฐไม่หนุนโซลาร์เซลล์เดินหน้าพีอาร์ตัวเองหวังเจาะกลุ่มลูกค่าเอกชน ขณะที่หม้อแปลงไฟฟ้าเตรียมเพิ่มสัดส่วนส่งออกเป็น 20% หนีตลาดในประเทศซบเซา ด้านต้นทุนวัตถุดิบปัจจุบันพอรับได้

นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้าของธุรกิจในเครือเอกรัฐภายหลังจากที่บริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว โดยเฉพาะ โครงการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์)มูลค่าการลงทุน 1,500 ล้านบาทที่ขณะนี้ตัวโรงงานได้ก่อสร้างเสร็จแล้วส่วนการติดตั้งเครื่องจักรจะเรียบร้อยภายในเดือนเมษายนนี้ จากนั้นจะใช้เวลาในการทดลองเดินเครื่องผลิตประมาณ 2 เดือนและทำการผลิตจริงในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยในระยะแรกจะทำการผลิตประมาณ 6-7 เมกกะวัตต์ และเพิ่มเป็น 20 เมกกะวัตต์ในปี 2551 และจะเดินหน้าเต็มกำลังการผลิตที่ 25 เมกกะวัตต์ ในปี 2552 โดยทันทีที่เดินกำลังการผลิตบริษัทจะกลายเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเซลล์และแผงแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนและมีรายได้โตแบบก้าวกระโดด

โดยในปี 2550 ตั้งเป้าว่าบริษัทจะมีรายได้รวมประมาณ 2,700 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 1,700 ล้านบาท โดย 700 ล้านบาทมาจากการรับรู้รายได้ของธุรกิจโซลาร์เซลล์ที่เริ่มผลิตได้ในช่วงกลางปีนี้ และหลังจากปี 2551 เมื่อเดินกำลังการผลิตได้เต็มที่จะทำให้รายได้ของโซลาร์เซลล์ขยับมาที่ 2,000 ล้านบาท และหลังจากเดินกำลังการผลิตเต็มที่ในปี 2552 รายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้ในส่วนของหม้อแปลงไฟฟ้าจะมีการรักษาระดับรายได้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เท่ากับว่าธุรกิจโซล่าร์เซลล์กับหม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มเอกรัฐจะทำรายได้รวมสูงถึง 5,000 ล้านบาท ในอีก 2 ปีข้างหน้านี้

สำหรับแผนการจำหน่ายเซลล์แสงอาทิตย์จะเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก 90% ไปยังประเทศในแถบยุโรปโดยเฉพาะเยอรมันเป็นหลัก ญี่ปุ่น และตลาดในอาเซียนเช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่วนอีก 10% เป็นการจำหน่ายในประเทศให้แก่กลุ่มลูกค้าประเภทโรงเรียนและชุมชนในชนบทห่างไกล รวมถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่จะมีนโยบายว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ 5 % จะมาจากพลังงานทดแทนซึ่งมีการกำหนดสัดส่วนจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย

อย่างไรก็ตามในอนาคตอาจมีการเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศจากกลุ่มลูกค้าเอกชนด้วยโดยขณะนี้อยู่ระหว่างประชาสัมพันธ์สินค้าของบริษัทให้เป็นที่รู้จักของตลาดโดยราคาจำหน่ายโซลาร์เซลล์อยู่ที่ประมาณ 4 แสนบาทต่อกิโลวัตต์

ทั้งนี้การที่กำหนดสัดส่วนตลาดในประเทศค่อนข้างน้อยเนื่องจากภาครัฐยังไม่ให้การสนับสนุนใช้พลังงานทดแทนในส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์เท่าที่ควรโดยเฉพาะการที่กำหนดสัดส่วนรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก(วีเอสพีพี)จากพลังงานทดแทนในส่วนของพลังงานแสงอาทิตย์น้อยมากประมาณ 1 เมกกะวัตต์แม้จะมีการกำหนดราคารับซื้อส่วนเพิ่มถึง 8 บาทต่อหน่วย โดยรัฐบาลสนับสนุนพลังงานทดแทนในส่วนของชีวมวลมากกว่าทั้งนี้มีโอกาสสร้างมลพิษค่อนข้างมากรวมถึงวัตถุดิบก็อาจหมดไปในที่สุด ขณะที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แม้จะมีต้นทุนสูงอยู่ที่ประมาณ 15 บาทต่อหน่วยแต่เป็นพลังงานสะอาดและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากถึงประมาณ 20 กว่าปีโดยเห็นว่าควรกำหนดสัดส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ควรอยู่ที่ 20-30 เมกะวัตต์

นายเกียรติพงศ์ กล่าวถึงธุรกิจในส่วนของหม้อแปลงไฟฟ้าว่าจะมีการปรับสัดส่วนการส่งออกหม้อแปลงไฟฟ้าไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 20 % จากปัจจุบัน 15% ในเร็วๆนี้เนื่องจากตลาดภายในประเทศค่อนข้างซบเซาจากภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดในต่างประเทศยังคงมีการเติบโตอยู่ นอกจากนี้ในอนาคตอาจมีการปรับปรับสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศเป็น 50:50 แต่จะเป็นการเพิ่มกำลังการผลิตตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามในส่วนของต้นทุนการผลิตในปีนี้ของบริษัทคงไม่มีภาระมากนักโดยเฉพาะด้านราคาวัตถุดิบเนื่องจากราคาทองแดงแคโธดในปัจจุบันได้มีการปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันจาก 8,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในช่วงกลางปีที่ผ่านมาเนื่องจากการเก็งกำไรในสินค้าดังกล่าวเริ่มลดลงอย่างไรก็ตามจากการที่ราคาน้ำมันในขณะนี้ยังมีความผันผวนก็จะต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าจะส่งผลต่อราคาทองแดงอย่างไร สำหรับการส่งออกโซลาร์เซลล์นั้นไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าเงินบาทมากนักเนื่องจากในการผลิตมีการนำเข้า เวเฟอร์มากจากต่างประเทศ ทำให้ได้ประโยชน์จากส่วนนี้จากจังหวะที่บาทแข็งค่าอยู่ที่ 35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐในขณะนี้

"ทันทีที่เดินกำลังการผลิตบริษัทจะกลายเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเซลล์และแผงแสงอาทิตย์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนและมีรายได้โตแบบก้าวกระโดด"   :shock:


User avatar
energizer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 505
Joined: Thu Feb 22, 2007 11:15 pm

Posts by energizer » Wed Apr 04, 2007 11:25 pm

ถ้าไม่พูดถึง P/E, เทียบกับถิรไทยแล้ว มีจุดเด่น จุดด้อยกว่ากันยังไงหลอครับ


chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

q1/07

Posts by chartchai madman » Mon May 14, 2007 8:19 pm

หลักทรัพย์ AKR  
 หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่1(F45-3)  
 วันที่/เวลา 14 พ.ค. 2550 09:34:07  
 
 
 
                 สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่1(F45-3)
                       บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                                     (หน่วย : พันบาท)
                                           สิ้นสุดวันที่  31 มีนาคม
งบการเงินรวม
                                               ไตรมาสที่ 1
              ปี                            2550             2549

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    (7,252)         3,851
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          (0.009)         0.006


 งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                               ไตรมาสที่ 1
              ปี                            2550              2549

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    1,763          8,383
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          0.002          0.014

 ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
     ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

 "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
  การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
  ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                               ( นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ )
                              ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
                                    ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


User avatar
yoyo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4833
Joined: Sun Feb 16, 2003 12:17 pm

Posts by yoyo » Mon May 14, 2007 8:25 pm

หม้อแปลง 2 ตัวเดี้ยงทั้ง 2 ตัวเลย

การลงทุนที่มีค่าที่สุด คือการลงทุนในความรู้
http://www.yoyoway.com

thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon May 14, 2007 9:09 pm

แต่ตัวนี้งานประมูลเริ่มมาแล้วครับ

ที่  อร. 2550/0248-(AKR)/036

     วันที่ 11 พฤษภาคม 2550

เรื่อง      ลงนามในสัญญาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าระบบ 115-22 เควี
เรียน      กรรมการและผู้จัดการ
           ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

                บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม  จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2550
บริษัทฯได้ลงนามในสัญญากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อรับจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าระบบ 115-22 เควี จำนวน 3 สถานีซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
     ประเภทของโครงการ : รับจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าระบบ 115-22 เควี จำนวน 3 สถานี ได้แก่
     1. สถานีไฟฟ้าวิหารแดง
     2. สถานีไฟฟ้าหนองใหญ่
     3. สถานีไฟฟ้าไทรโยค
     มูลค่าตามสัญญา : 413,650,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
     (สี่ร้อยสิบสามล้านหกแสนห้าหมื่นบาท)
     วันที่เริ่มต้นของสัญญา : 3 พฤษภาคม 2550
     ระยะเวลาส่งมอบสินค้า : 540 วัน
นับจากวันลงนามในสัญญา และวันที่ผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ให้เข้า
ดำเนินการ

           บริษัทฯ จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดเผยแพร่ต่อผู้ลงทุนและประชาชนโดยทั่วไป


     ขอแสดงความนับถือ
     บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Mon May 14, 2007 9:10 pm

ที่  อร. 2550/0248-(AKR)/036

     วันที่ 11 พฤษภาคม 2550

เรื่อง      ลงนามในสัญญาก่อสร้างสถานีไฟฟ้าระบบ 115-22 เควี
เรียน      กรรมการและผู้จัดการ
           ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

                บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม  จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2550
บริษัทฯได้ลงนามในสัญญากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อรับจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าระบบ 115-22 เควี จำนวน 3 สถานี
ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
     ประเภทของโครงการ : รับจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าระบบ 115-22 เควี จำนวน 3 สถานี ได้แก่
     1. สถานีไฟฟ้าวิหารแดง
     2. สถานีไฟฟ้าหนองใหญ่
     3. สถานีไฟฟ้าไทรโยค
     มูลค่าตามสัญญา : 413,650,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
     (สี่ร้อยสิบสามล้านหกแสนห้าหมื่นบาท)
     วันที่เริ่มต้นของสัญญา : 3 พฤษภาคม 2550
     ระยะเวลาส่งมอบสินค้า : 540 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา และวันที่ผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ให้เข้า
ดำเนินการ

           บริษัทฯ จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดเผยแพร่ต่อผู้ลงทุนและประชาชนโดยทั่วไป


     ขอแสดงความนับถือ
     บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)


chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

news/23/05/07

Posts by chartchai madman » Wed May 23, 2007 2:44 pm

AKRบุ๊กรายได้กฟภ.ไตรมาส2
AKRมือขึ้นเตรียมรับรู้รายได้จากกฟภ.มูลค่า 56 ล้านบาท  หลังส่งมอบงานเดือนมิ.ย.นี้  ส่งซิกยอดขายหม้อแปลงไฟฟ้าไตรมาส2ยังไปได้สวยโตกว่า 100%  คว้าออร์เดอร์กฟน.ต่อทันที  หวังเร่งปั๊มยอดขายกู้หน้าไตรมาสแรกที่กำไรลดลง   พร้อมตุนออร์เดอร์ต่างแดนกว่า 100 ล้านบาท  โบรกประเมินแนวรับ 2.02 บาท  และแนวต้าน 2.10, 2.14 บาท
   
นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเอกรัฐวิศวกรรม จำกัด(มหาชน)AKR เปิดเผยว่า  ในไตรมาส2/2550บริษัทคาดว่าจะมียอดขายหม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นกว่า100% เมื่อเทียบกับไตรมาส1/2550 ที่มียอดขายหม้อแปลงประมาณ 200 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมียอดสั่งซื้อ(ออร์เดอร์)สินค้าเข้ามาต่อเนื่อง  และเตรียมส่งมอบงานให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ในเดือนมิถุนายนนี้  รวมมูลค่าโครงการ 56 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาไตรมาส2/2550
     
ล่าสุดบริษัทได้รับออร์เดอร์หม้อแปลงไฟฟ้าใหม่เข้ามาจากการไฟฟ้านครหลวง มูลค่าประมาณ 227 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในไตรมาส3/2550 ซึ่งในเบื้องต้นบริษัทเตรียมที่จะเซ็นสัญญาการซื้อขายในเร็วๆนี้  นอกจากนี้ภายในเดือนหน้าบริษัทอยู่ระหว่างการรอผลการประมูลในการสั่งซื้อออร์เดอร์จากต่างประเทศอีกกว่า 300 ล้านบาท
   
นอกจากนี้ บริษัทเริ่มขยายแผนการตลาดในธุรกิจหม้อแปลงฯไปยังตลาดในต่างประเทศเพราะเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว  ส่งผลให้มีออร์เดอร์เข้ามากว่า 100 ล้านบาท จากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ , ศรีลังกา , อินเดีย , พม่า , กัมพูชา , ลาว เป็นต้น  คาดว่าจะมียอดขายในต่างประเทศเข้ามาเพิ่มขึ้น 50% หรือประมาณ 180 -200 ล้านบาท จากปีก่อนที่มียอดขายเพียง 120 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งสาเหตุที่บริษัทขยายตลาดไปยังตลาดนอก
   
นายเกียรติพงศ์กล่าวต่อว่า  บริษัทมีแผนจะเข้าไปรับจ้างก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย โดยการเข้าไปวางระบบไฟฟ้าระบบ รวมทั้งเข้าไปดูแลและควบคุมแบบการก่อสร้าง ในการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานีไฟฟ้าวิหารแดง , สถานีไฟฟ้าหนองใหญ่  , สถานีไฟฟ้าไทรโยค คิดเป็นมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส2/2550 ในบางส่วน ส่งผลให้มูลค่างานในมือ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในปีนี้ทั้งหมด  

ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายในเอกรัฐวิศวกรรมประมาณ 1,600 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีมูลค่าในมือรวมแล้วกว่า 1,000 ล้านบาทที่อยู่ระหว่างการรอเพื่อส่งมอบ โดยแบ่งเป็นออร์เดอร์หม้อแปลงฯขณะนี้เกือบ 700 ล้านบาท และเป็นสถานีไฟฟ้าย่อย กว่า 400 ล้านบาท  ส่วนไตรมาส1/2550 มียอดขายหม้อแปลงฯแล้วประมาณ 200 ล้านบาท เชื่อว่าไตรมาสที่เหลือออร์เดอร์มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าไตรมาส1/2550 ยอดขายของบริษัทไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ เนื่องจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชะลอแผนสั่งซื้อสินค้า นายเกียรติพงศ์ กล่าว  

ส่วนโรงงานผลิตโซล่าร์เซลล์อยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องเพื่อวางระบบ คาดว่าเดือนก.ค.นี้บริษัทจะสามารถทดลองเครื่องจักรเพื่อการผลิตได้ และดำเนินการเชิงพาณิชย์ทันไตรมาส3/2550 ซึ่งขณะนี้บริษัทก็เริ่มจะทำการตลาดในต่างประเทศบางส่วนแล้ว


chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

news22/06/07

Posts by chartchai madman » Fri Jun 22, 2007 9:43 pm

AKRไม่เร่งเปิดตัว เอกรัฐโซล่าร์Q2 โตต่อเนื่อง
เอกรัฐ เล่นตัวยังไม่พร้อมเปิดตัวบริษัทร่วมทุน เอกรัฐโซล่าร์ เหตุอยากดันราคาเพิ่มตามศักยภาพการเติบโตในอนาคต คาดไตรมาส 3 น่าจะสรุปทิศทางได้ ส่วนแนวโน้ม Q2 ยังไปได้สวย หลังกำไร Q1 หดจากการเลื่อนสั่งซื้อของภาครัฐ พร้อมเพิ่มสัดส่วนส่งออกต่างประเทศเพิ่มชดเชยภาคเอกชนที่ลดลง แต่ยังย้ำเป้าเดิมปีนี้ฟัน 2.5-2.6 พันล้านบาท ด้านนักวิเคราะห์มองมีลุ้นรีบาวด์ถ้าไม่หลุดแนวรับ 2.14-2.16 บาท แนะเก็งกำไร

นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR เปิดเผยว่า บริษัทต้องการทดลองเดินเครื่องผลิตแผงโซล่าร์เซลล์ให้ได้ประมาณ 3-4 เดือนก่อน ถึงจะมีการพิจารณาในเรื่องของพันธมิตรที่จะเข้าร่วมลงทุนใน บริษัท เอกรัฐโซล่าร์ จำกัด เนื่องจากต้องการให้ราคาหุ้นหรือเงินที่ร่วมลงทุนของพันธมิตรสอดคล้องกับศักยภาพของการดำเนินงานที่จะเติบโตอย่างมากในอนาคต ซึ่งคาดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะชัดเจนได้ประมาณไตรมาส 3

ทั้งนี้ ในส่วนของรายได้แผงโซล่าร์เซลล์บริษัทตั้งเป้าว่าจะมีรายได้ไนปีนี้ประมาณ 600-700 ล้านบาท โดยขณะนี้ได้เริ่มมีการทดลองเดินเครื่องเรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้มีพันธมิตรเข้ามาหลายรายมากไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศ หรือกองทุน โดยยื่นข้อเสนอหลายรูปแบบทั้งการลงทุนให้ หรือการให้บริษัทกู้ยืมเงินแล้วค่อยแปลงหนี้เป็นทุนภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่เราอยากให้เดินเครื่องไปสักพักแล้วเห็นถึงการทำงานที่แท้จริง ซึ่งจะทำให้เราสามารถได้ราคาหรือการลงทุนที่มากกว่าจะเปิดให้ร่วมทุนในตอนนี้ นายเกียรติพงศ์ กล่าว
http://www.thaiset.com/thaiset/set/120650/new01.jsp


chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

news04/07/07

Posts by chartchai madman » Wed Jul 04, 2007 10:44 am

AKRแจงการลงนามในสัญญาซื้อขายหม้อแปลงไฟฟ้า
บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม  จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2550
บริษัทฯได้ลงนามในสัญญากับการไฟฟ้านครหลวง จำนวน 2 ฉบับ เพื่อซื้อขายหม้อแปลงไฟฟ้า ชนิด ซีเอสพี ขนาด 225
กิโลโวลต์-แอมแปร์ และชนิด คอนเวนชันนัล ขนาด 300 กิโลโวลต์-แอมแปร์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
     ประเภทของสินค้า :       หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย
     มูลค่าตามสัญญา :       226,739,000.00 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
           (สองร้อยยี่สิบหกล้านเจ็ดแสนสามหมื่นเก้าพันบาท)
     วันที่เริ่มต้นของสัญญา : 4 มิถุนายน 2550
     ระยะเวลาส่งมอบสินค้า : ภายใน ตุลาคม ? พฤศจิกายน 2550

           บริษัทฯ จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดเผยแพร่ต่อผู้ลงทุนและประชาชนโดยทั่วไป


User avatar
bankniti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 627
Joined: Wed Apr 18, 2007 9:36 pm

Posts by bankniti » Fri Jul 06, 2007 3:50 pm

เมื่อวานนี้เพิ่งจะมีข่าวว่ารายได้ทั้งปีที่ประมาณไว้ 2,600 ล้าน อาจจะไม่ได้และจะมีการปรับประมาณการอีกทีประมาณปลาย ส.ค. คาดว่าจะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท แต่พอมาวันนี้บอกว่า "เล็งขยับสัดส่วนรายได้ 'เอกรัฐโซล่าร์'เป็น 60% จาก 50% ปีนี้ พร้อมมั่นใจปั๊มรายได้ก้าวกระโดดเป็น 4 พันลบ.ทันที"

อือ เปลี่ยนไปมาได้ไว้จริง ใครมีตัวนี้บ้างครับ


User avatar
bankniti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 627
Joined: Wed Apr 18, 2007 9:36 pm

Posts by bankniti » Fri Jul 06, 2007 4:22 pm

เอาใหม่ชัดๆ จาก eFinanceThai

AKR เล็งขยับสัดส่วนรายได้ 'เอกรัฐโซล่าร์'เป็น 60% จาก 50% ปีนี้ พร้อมมั่นใจปั๊มรายได้ก้าวกระโดดเป็น 4 พันลบ.ทันที

นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR เปิดเผยผ่าน 'รายการขุนศึกตลาดหุ้น' www.eFinRadio.com ว่าปัจจุบันบริษัทฯมีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้า 50% และสัดส่วนรายได้จาก บริษัท เอกรัฐโซล่าร์จำกัด50%โดยจากธุรกิจของเอกรัฐโซล่าร์ฯที่ขยายตัวทำให้ในปีหน้าในส่วนรายได้บริษัทเอกรัฐโซล่าร์ฯจะเพิ่มขึ้นเป็น60%และหม้อแปลงไฟฟ้าเหลือ40%

อย่างไรก็ตามปี2551รายได้ก็น่าจะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดเป็น4พันล้านบาทจาก2.3พันล้านบาทเป้าหมายปีนี้ขณะที่ปี2552คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น5.2พันล้านบาท


Buffer
Verified User
Posts: 42
Joined: Sat Jun 30, 2007 12:10 pm

Posts by Buffer » Fri Jul 06, 2007 5:47 pm

ส่วนหม้อแปลง >>>>มีกำไร >>>>แต่ลดสัดส่วนลง>>>>เริ่มมีคู่แข่งเยอะขึ้น
ส่วนโซล่าเซลล์ >>>>ขาดทุน >>>>ดันเพิ่มการลงทุน>>>เพื่อรักษาลูกค้าไว้จึงยอมขายขาดทุน(เหมือนกับSolar และคำชี้แจงในไตรมาตรแรก)

ตัวนี้เคยมีนะครับ แต่ขายหมดไปนานแล้ว
เหตุที่ขาย ความเห็นส่วนตัวนะครับ
    เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจจากหม้อแปลงไปเป็นโซล่าเซลล์ซึ่งปัจจุบันโซล่าเซลล์มีราคาแพงเกินกว่าผู้ใช้จะรับได้ แล้วต้องทำไงละเพื่อที่จะได้ลูกค้า ก็ต้องยอมขายขาดทุนไปเรื่อยๆ(เหมือนSolar)
    แต่สิ่งที่ผมกลัวก็คือ ตอนนี้ยอมขาดทุน แต่ในอนาคต แผงโซล่าเซลล์มีราคาถูกลง จะมีเหรอที่เจ้าใหม่ๆจะไม่เข้ามาทำตลาดแย่งส่วนแบ่งไปครองเมื่อถึงตอนนั้นสิ่งที่ยอมขาดทุนไปนับจากนี้เป็นต้นไปอีก3-5-10ปี จะคุมกันหรือเปล่า
   ผมมองว่าการที่จะเพิ่มสัดส่วนโซล่าเซลล์ในตอนนี้เร็วเกินไปเหมือนการเฉือนเนื้อตัวเองไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่แน่หากในส่วนของโซล่าเซลล์เกิดมีกำไรเมื่อไรผมก็อาจจะกลับมามองตัวนี้อีกรอบก็เป็นได้

เราคือ Buffer ไม่ใช้ Buffet

Buffer
Verified User
Posts: 42
Joined: Sat Jun 30, 2007 12:10 pm

Posts by Buffer » Fri Jul 06, 2007 5:59 pm

ที่ อร. 2550/0250-(AKR)/037

                                         วันที่ 11 พฤษภาคม 2550

เรื่อง      ชี้แจงผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2550
เรียน      กรรมการและผู้จัดการ
     ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

     บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) (AKR) ขอชี้แจงเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย
ซึ่งสอบทานโดยผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ แล้ว ประจำไตรมาส 1 ปี 2550 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2549
มีผลการดำเนินงานดังนี้
      ไตรมาส 1 ปี 2550 บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิ 1.76 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2549
ที่มีกำไรสุทธิ 8.38 ล้านบาท ลดลง 6.6 ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 80 เนื่องจาก

     1.      สภาพเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศอยู่ในภาวะถดถอย ไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนและการขยายกิจการ
ทำให้ยอดรายได้จากการขายสินค้าลดลงประมาณร้อยละ 35 โดยในไตรมาส 1 ปี 2549
ยอดรายได้จากการขายสินค้าเท่ากับ 311.4 ล้านบาท และปี 2550 เท่ากับ 202.9 ล้านบาท
สาเหตุจากลูกค้าภาคเอกชนขอชะลอการส่งมอบสินค้า และลูกค้าภาครัฐบาล ไม่มีการส่งมอบสินค้าเลย แม้ว่าบริษัทฯ
จะได้รับคำสั่งซื้ออย่างสม่ำเสมอ

     2.      ไตรมาส 1 ปี 2550 บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับร้อยละ 25.7 สูงกว่าปี 2549
ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นเพียงร้อยละ 19.7 แต่เนื่องจากยอดรายได้ลดลงเป็นผลทำให้กำไรขั้นต้นลดลงเป็นเงินประมาณ 8.8
ล้านบาท

     3.      บริษัทฯ มีการบริหารจัดการควบคุมค่าใช้จ่ายทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงประมาณ 4 ล้านบาท

     4.      ไตรมาส 1 ปี 2549 บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสะสมเป็นประโยชน์ทางภาษี แต่ไตรมาส 1 ปี 2550 บริษัทฯ
ต้องเสียภาษี 1.8 ล้านบาท

     5.            บริษัทย่อยเนื่องจากอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์จึงเกิดค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
และค่าใช้จ่ายในส่วนของการขายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่บริษัทย่อยต้องการรักษาลูกค้าไว้
บริษัทย่อยจึงมีผลขาดทุนประมาณ 9 ล้านบาท ทำให้งบการเงินรวมมีขาดทุนสุทธิ 7.2 ล้านบาท

                 จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


                                               ขอแสดงความนับถือ
                                         บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)



                                                  (นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ)
                                                     ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
                                                                ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


สำเนาเรียน:      เลขาธิการ
           สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์



ข้อที 5 ตรง ค่าใช้จ่ายในส่วนของการขายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่บริษัทย่อยต้องการรักษาลูกค้าไว้บริษัทย่อยจึงมีผลขาดทุน
นี้ละครับทีทำให้รอดูท่าทีก่อน ถ้ายังเป็นเหมือนเดิมอยู่ ยิ่งยอดขายเยอะเท่าไร ผลออกมาคงไม่ต้องพูดละครับว่าจะเป็นอย่างไร

เราคือ Buffer ไม่ใช้ Buffet

Buffer
Verified User
Posts: 42
Joined: Sat Jun 30, 2007 12:10 pm

Posts by Buffer » Fri Jul 06, 2007 6:14 pm

ปัญหาอีกอย่างที่ทำให้ธุรกิจโซล่าเซลล์ไม่ค่อยไปไหนก็คือ
พลังงานที่ได้มาจะนำไปเก็บไว้ที่ไหนละครับลองคิดดู
ส่วนตรงนี้ค่าใช้จ่ายเกียวกับการกักเก็บพลังงานไว้สำรองตอนกลางคืนหรือวันที่ไม่มีแสงแดด สูงมาก ซึ่งอาจจะแพงกว่าแผงโซล่าซะด้วยซ่ำไป :shock:

เราคือ Buffer ไม่ใช้ Buffet

User avatar
bankniti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 627
Joined: Wed Apr 18, 2007 9:36 pm

Posts by bankniti » Mon Jul 09, 2007 1:05 pm

วันศุกร์โดดจาก 2.22 ไปเป็น 2.42 เลย volume เยอะสุดของปีเลยมั่งเนี้ย (จากเฉลี่ยไม่ถึงล้านกลายเป็น 66 ล้านเลย) เคาะขวาอย่างเดียวขึ้นมาเป็นกราฟพลังอย่างนี้ จะมีข่าวดีอะไรออกมาหรือเปล่าน่า :?


chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

news12/07/07

Posts by chartchai madman » Thu Jul 12, 2007 10:15 pm

AKR เร่งปั๊มผลิต โกยรายได้ครึ่งปีหลัง

เอกรัฐวิศวกรรม ยอมรับเดินเครื่องผลิตโซลาร์เซลล์ช้ากว่ากำหนด ลั่นครึ่งปีหลังจะลุยผลิตเต็มที่เพื่อชดเชย แต่ขอประเมินปลายไตรมาส 3 อีกครั้งจะทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ปีนี้ 2.6 พันล้านบาท ได้หรือไม่ เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ แย้มผลงานไตรมาส 2 เติบโตมากกว่าไตรมาสแรก 50% พร้อมพิจารณาขายหุ้นเพิ่มทุนอีกครั้งในไตรมาส 4 ด้านนักวิเคราะห์ประเมินหุ้น AKR สัญญาณทางเทคนิคดีขึ้น รอซื้อจังหวะพักฐาน กรอบแนวรับ-ต้าน 2.28-2.46 บาท

นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้ไว้ที่ 2,600 ล้านบาท แม้ว่าโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์จะเดินเครื่องล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ทางบริษัทจะพยายามเร่งการผลิตอย่างเต็มที่ ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่เหลือ ทั้งนี้ บริษัทอาจจะต้องประเมินสถานการณ์ในช่วงปลายไตรมาส 3 อีกครั้งว่าจะมีการปรับประมาณการรายได้ลดลงหรือไม่ รับรง.โซลาร์เซลล์เดินเครื่องเดือนนี้
ทั้งนี้ โรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ดังกล่าวจากเดิมคาดว่าจะสามารถทดลองเดินเครื่องได้ในเดือนเมษายน แต่ด้วยหลายปัจจัยทำให้การดำเนินการล่าช้ามาจนถึงเดือนกรกฎาคม คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ 10-20% ประมาณกลางเดือนสิงหาคมนี้ ขณะเดียวกัน โดยปกติของการดำเนินธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าในครึ่งปีหลังจะมีการเติบโตกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากจะมีคำสั่งซื้อจากภาครัฐบาลเข้ามาอย่างเต็มที่ หากรัฐบาลมีงบประมาณการใช้จ่ายออกมาในช่วงครึ่งปีหลังอีก จะทำให้บริษัทมีการรับรู้รายได้เพิ่มเข้ามาอีกอย่างแน่นอน ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) รอรับรู้อีกประมาณ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการรับรู้ในปีนี้ 800 ล้านบาท ที่เหลือรับรู้ในปีต่อไป

เราจะพยายามทำงานในช่วงที่เหลืออย่างเต็มที่ โดยฝ่ายผลิตเองคาดว่าจะเริ่มผลิตโซลาร์เซลล์ได้ปลายเดือน แต่จะเร่งผลิตให้ทันกลางเดือนหน้า หากสามารถทำได้เชื่อว่า เป้าหมายรายได้เดิมที่ตั้งไว้ไม่น่าจะมีปัญหา นายเกียรติพงศ์ กล่าว

แย้มรายได้Q2 เติบโตเพิ่ม 50%
ขณะที่แนวโน้มรายได้ในไตรมาส 2 ขณะนี้ได้มีการประชุมรับรองงบประมาณไปแล้วนั้น ในเบื้องต้นคาดว่าในไตรมาส 2 นี้ บริษัทจะมีรายได้มากกว่าไตรมาสแรกประมาณ 50% โดยไตรมาสแรกบริษัทมีรายได้อยู่ที่ 229.80 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีงานที่จะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังมีการขยายตลาดไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วย


เล็งพิจารณาแผนเพิ่มทุนQ4
สำหรับแผนการขายหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท เอกรัฐโซลาร์ จำกัด เป็นบริษัทย่อยนั้น น่าจะมีการพิจารณาอีกครั้งประมาณไตรมาส 4 เนื่องจากบริษัทต้องการให้มีการผลิตอย่างเต็มที่ก่อน ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น โดยแนวทางที่จะดำเนินการเป็นไปตามลำดับ คือ 1.พันธมิตรเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายให้กับสินค้าของบริษัทที่ส่งออกไปต่างประเทศ 2.การให้กองทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน และสุดท้ายการที่พันธมิตรจะนำเงินมาให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและเมื่อนำเอกรัฐโซลาร์เข้าตลาดหลักทรัพย์จะเปลี่ยนแปลงหนี้ดังกล่าวเป็นทุน
ถ้าให้ดูคงเลือกแนวทางแรกก่อน แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็ไล่เรียงกันลงมา อยากให้โรงงานผลิตให้เต็มที่ก่อนเพื่อให้เห็นถึงศักยภาพของการทำงาน และสามารถเพิ่มมูลค่าของหุ้นที่จะขายได้ด้วย โดยปัจจุบันบริษัทได้มีการกู้เงินมาลงทุนในโซลาร์เซลล์ทำให้เรามีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับ 2:1 ส่วนหนี้สินของ บมจ.เอกรัฐจะหมดในเร็วๆนี้ นายเกียรติพงศ์ กล่าว

ย้ำเป็นหุ้นพื้นฐานดี-เติบโตต่อเนื่อง
ส่วนการที่หุ้นของ AKR ได้รับความสนใจจากนักลงทุนในขณะนี้นั้น มองว่าน่าจะมาจากที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนได้เข้าไปเล่นหุ้นขนาดใหญ่ จนราคาปรับเพิ่มขึ้นมากแล้ว นักลงทุนจึงหันกลับมาเล่นหุ้นขนาดกลางธุรกิจแข็งแกร่ง โดย AKR ถือเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานที่ดี และการเติบโตอย่างต่อเนื่อง


chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

news25/08/07

Posts by chartchai madman » Sat Aug 25, 2007 1:24 pm

เอกรัฐ โซลาร์เล็งผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ครบวงจร แนวโน้มดีหาพันธมิตรร่วมโครงการกว่า2หมื่นล.

โดย ผู้จัดการออนไลน์
24 สิงหาคม 2550 07:52 น.
 
      เอกรัฐ โซลาร์ บริษัทย่อย AKR เล็งอีก 3 ปี ลุยลงทุนผลิตโซลาร์เซลล์ครบวงจร โดยใช้ทุนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท พร้อมหาพันธมิตรเสริมทัพหากแนวโน้มดี ขณะที่โรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์เดินเครื่องก.ย.นี้สร้างรายได้ 500 ล้านบาทและปีละ 3พันล้านเมื่อผลิตเต็มกำลังในปี 52
     
      นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอกรัฐโซลาร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) (AKR) เปิดเผยว่าขณะนี้โรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ของบริษัทและเป็นแห่งแรกของไทย ซึ่งใช้เงินลงทุนไป 2 พันล้านบาท จะเดินเครื่องผลิตจริงเดือนกันยายน50 นี้ ด้วยกำลังการผลิตเบื้องต้น 4 เมกะวัตต์ ก่อนผลิตได้เต็มกำลังปี 52 คาดปีแรกสร้างรายได้ 500 ล้านบาทและปีละ 3 พันล้านบาทเมื่อผลิตเต็มกำลัง
     
      ทั้งนี้ จากการประเมินปริมาณการความต้องการใช้โซลาร์เซลล์จะมีการขยายตัวปีละ30% ของโลก เริ่มให้ความสำคัญกับภาวะโลกร้อน จึงมองหาพลังงานทดแทนไว้ใช้ หากธุรกิจนี้ไปได้ดีบริษัทมีแนวคิดที่จะลงทุนผลิตแผ่นเวเฟอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำของการผลิตโซลาร์เซลล์เองในไทย จากปัจจุบันที่ต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท
     
      " การลงทุนครบวงจรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำของธุรกิจนี้ คาดใช้เงิน 2-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้เอกรัฐฯลงทุนเฉพาะการผลิตแผ่นโซลาร์เซลล์เพื่อนำมาประกอบกับแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำถึงปลายน้ำ และเราต้องติดตามผลงานหลังปี 52 แนวโน้มหากดีก็จะหาพันธมิตรร่วมทุน " นายเกียรติพงศ์ กล่าว
     
      สำหรับ โซลาร์เซลล์ที่ผลิต จะเน้นการส่งออก 90% ที่เหลือขายในประเทศ โดยตลาดหลักคือเยอรมัน และฝรั่งเศล ขณะที่การจำหน่ายในประเทศเป็นลักษณะของการติดตั้งที่ใช้ผสมกับแหล่งพลังงาน อื่น ๆ
     
      นายเกียรติพงศ์ กล่าวถึง AKR ซึ่งเป็นบริษัทแม่นั้น ธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้ายังมีการขยายตัวต่อเนื่อง เพียงแต่ช่วงนี้ตลาดในประเทศยังไม่มีโครงการลงทุนใหม่ ๆ คงรองบประมาณจากภาครัฐ จึงหันไปส่งออกมาขึ้น ขณะนี้บริษัทรับงานที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ มูลค่า 100 ล้านบาท
http://www.manager.co.th/StockMarket/Vi ... 0000099453


chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

news24/09/07

Posts by chartchai madman » Mon Sep 24, 2007 8:15 pm

AKR รายได้พุ่งต้อนรับโรงงานใหม่

AKR เฮ! โรงงานโซลาร์เซลล์เสร็จ กวาดรายได้ไตรมาส 4 ทันที 500 ล้านบาท ขณะธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้ารอลุ้น รับงานแถบตะวันออกกลาง มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท พ.ย.นี้ มั่นใจรายได้ปีนี้เข้าเป้า 1.8 พันล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 51 และ 52 เติบโตแบบก้าวกระโดด หลังรับรู้รายได้แผงโซลาร์เซลล์ได้เต็มที่ ส่วนการเพิ่มทุนในบริษัทเอกรัฐโซลาร์ปีนี้เสร็จปีนี้ชัวร์

นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท เอกรัฐ โซลาร์ จำกัด บริษัทย่อย ได้ก่อสร้างโรงงานผลิตแผงโซลาร์เซลล์ เสร็จแล้ว คาดว่าจะเริ่มทดลองเครื่องและเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนตุลาคม ซึ่งโรงงานดังกล่าวมีกำลังผลิตอยู่ที่ 30 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ธุรกิจแผงโซลาร์เซลจะเป็นไฮไลท์ที่จะช่วยทำรายได้ของบริษัทอย่างมาก โดยบริษัทรับรู้รายได้จากแผงโซลาร์เซลล์ทันทีไตรมาส 4 ที่ 400-500 ล้านบาท ซึ่งมีใช้กำลังการผลิตเบื้องต้นประมาณ 5 เมกะวัตต์

โดยแผงโซลาร์เซลยังจะส่งผลดีต่อเนื่องไปยังปี 2551 ที่จะผลิตได้ 60% ของกำลังการผลิตรวม จะทำให้รับรู้รายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยในปี 2552 จะผลิตได้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งจะมีรายได้จากแผงโซลาร์เซลล์ถึง 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 5 ปีจะถึงคุ้มทุน

นายเกียรติพงศ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า บริษัทมีแผนที่จะรุกรับงานต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ บริษัทได้เข้าประมูลงานของการไฟฟ้าของประเทศดูไบและสหรัฐอาหรับเอมิเรต มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลการประมูลงานภายเดือนพฤศจิกายน ส่วนด้านการส่งออกหม้อแปลงไฟฟ้าไปต่างประเทศ บริษัทจะขยายฐานการส่งออกไปยังประเทศตะวันออกกลางมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา เป็นต้น ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 15% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ส่วนโครงการสถานีไฟฟ้าย่อยของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท คาดว่าในปีนี้จะรับรูรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนอีก 200 ล้านบาทที่เหลือจะรับรู้รายได้ได้ในปี 2552

นายเกียรติพงศ์ กล่าวว่า ในปี 2551 บริษัทจะสร้างโรงไฟฟ้าโดยใช้เชื้อทลายปาล์มเป็นเชื้อเพลิง มีอัตรากำลังการผลิต 7,500 กิโลวัตต์ ใช้เงินลงทุนประมาณ 450 ล้านบาท ส่วนแหล่งเงินทุนนั้นจะมาจากกำไรสะสมและอีกส่วนจะมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงิน อย่างไรก็ดี บริษัทคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จปี 2551 และเริ่มดำเนินการผลิตได้ปี 2552 ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เฉลี่ยปีละประมาณ 150 ล้านบาท และคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 4 ปีจะถึงจุดคุ้มทุน

สำหรับแนวโน้มรายได้ นายเกียรติพงศ์ เชื่อว่า ในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งแรกอย่างแน่นอน เนื่องจากมีหลายงานที่เลื่อจากการรับรู้ช่วงครึ่งปีแรกมารับรู้ช่วงนี้ โดยบริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2549 ที่มีรายได้ 1,600 ล้านบาทบริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ปี 2551 จะมีรายได้ 4,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 100% โดยจะเป็นรายได้จากหม้อแปลง 2,000 ล้านบาท แผงโซลาร์เซลล์ 2,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2552 าจะมีรายได้ 5,200 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 200% โดยจะเป็นรายได้จากหม้อแปลง 2,200 ล้านบาท และรายได้จากแผงโซลาร์เซลล์ 3,000 ล้านบาท

ส่วนความคืบหน้าการเพิ่มทุน 49% ในบริษัทเอกรัฐโซลาร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยให้กับกองทุนต่างชาติจำนวน 4-5 รายว่า บริษัทได้มอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์ฟาร์อีสท์ จำกัด ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินดำเนินการเรื่องของการทำดิวดิลเจ้นท์ คาดว่าประมาณกลางเดือนตุลาคมนี้จะสามารถกำหนดราคาขายหุ้นและสัดส่วนถือหุ้นของกองทุนต่างชาติได้และคาดว่าจะสามารถเพิ่มทุนเสร็จภายในปีนี้

ตอนนี้เราให้ FA เขาทำในเรื่องการทำดิวดิลิเจ้นท์และให้กองทุนต่าง ๆ เขามาดู หลังจากนั้นเราก็จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมบอร์ดประมาณกลางเดือน ต.ค.เพื่อสรุปในเรื่องของการกำหนดราคาขายหุ้นว่าจะขายในราคาเท่าไหร่ และจะให้กองทุนต่างชาติเข้ามาถือหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามนโยบายของเรา ๆ จะให้กองทุนต่างชาติเข้าถือหุ้นของเราไม่เกิน 49% ส่วนเรื่องของราคาขายหุ้นเราคิดว่าเราน่าจะขายได้สูงกว่าราคาพาร์ส่วนจะสูงกว่าราคาหุ้นในกระดานหรือไม่คงจะต้องมาดูกันอีกทีนายเกียรติพงศ์กล่าว

สำหรับวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนในครั้งนี้ ก็เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลง เพื่อให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลง ส่งผลให้บริษัทมีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้มากขึ้นและสามารถที่ลดราคาขายลงได้

ส่วนเรื่องของการจ่ายเงินปันผลงวดปี 2550 สูงกว่าปีที่แล้วหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะสูงกว่าปีที่แล้วหรือไม่ ซึ่งคงจะต้องรอดูผลประกอบการทั้งปีของปีนี้ก่อนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ดี บิรษัทมีนโยบายที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 50% ของกำไรสุทธิ

สำหรับแนวโน้มภาพรวมของธุรกิจในปีหน้า มองว่าธุรกิจหม้อแปลงยังคงมีอัตราขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจแผงโซลลาร์มองว่าเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างจะสดใส เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันได้ปรับตัวสูงขึ้นซึ่งก็ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้พลังงานทดแทนแทนการใช้น้ำมัน
http://www.settrade.com/S17_ContentDisp ... egoryId=16


chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

news10/10/07

Posts by chartchai madman » Wed Oct 10, 2007 10:06 pm

AKRส่งบ.ลูกรับงานต่างแดน300ล.
AKR แท็กทีมบริษัทลูก เอกรัฐโซลาร์ ดอดเซ็นสัญญารับออร์เดอร์โซลาร์ เซลล์ ในต่างแดนกว่า 300 ล้านบาท หนุนออร์เดอร์ในมือล่าสุดพุ่ง500 ล้าน พร้อมเซ็นสัญญาซื้อเวเฟอร์ กับผู้ประกอบการในประเทศจีน 5 ปี หวังตุนวัตถุดิบรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลการดำเนินในไตรมาส3/2550 ลุ้นรายได้กระเตื้องขึ้นกว่า 600 ล้านบาท ด้านสัญญาณเทคนิคยังแกว่งตัวลุ้นเด้งทดสอบแนวต้าน 2.60 บาท แนวรับ 2.30 บาท

แหล่งข่าวจากวงการพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทเอกรัฐโซลาร์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทเอกรัฐวิศวกรรม จำกัด(มหาชน) AKRได้รับคำสั่งซื้อแผงโซลาร์ เซลล์ จากบริษัท HBTECH ซึ่งเป็นบริษัทผู้ประกอบการธุรกิจโซลาร์ฯในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยออร์เดอร์ดังกล่าวจะส่งมอบให้กับ HBTECH เพื่อไปติดตั้งที่ประเทศเยอรมนีได้ภายในเดือนพ.ค.2551 จำนวน 2.4 เมกกะวัตต์ หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ขณะเดียวกันบริษัทเอกรัฐโซลาร์ ยังได้รับออร์เดอร์จากประเทศอิตาลี ด้วยเช่นกัน จากเดิมที่ก่อนหน้านี้บริษัทได้รับออเดอร์จากบริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) PTT  เพื่อเข้าไปดำเนินการติดตั้งโซล่าร์ เซลล์ในโครงการเอเนอร์จี คอมเพกซ์ มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ส่งผลให้ในปัจจุบัน บริษัทเอกรัฐ โซลาร์ มีออร์เดอร์ล่วงหน้าแล้วกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้เข้ามาไม่ต่ำกว่า250 ล้านบาทภายในปีนี้

ยอมรับว่าขณะนี้เครื่องจักรในการผลิตโซลาร์ เซลล์ อยู่ระหว่างการทดลองเดินเครื่อง แต่ขณะเดียวกันก็สามารถผลิตเพื่อจำหน่ายตามออร์เดอร์ลูกค้าได้ ทั้งนี้หากจะผลิตในเชิงพาณิชย์นั้นคาดว่าจะจะสามารถเริ่มอย่างเป็นทางการได้ในเดือนม.ค.2551 เป็นต้นไป โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการทำแผนการตลาดเพื่อหาออร์เดอร์เข้ามาเพิ่มเติมแหล่งข่าวรายเดิมกล่าว

อย่างไรก็ตามภายในเร็วๆนี้ บริษัทเอกรัฐโซลาร์ เตรียมที่จะเซ็นสัญญาในการซื้อวัตถุดิบ(เวเฟอร์)จากประเทศจีน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาในการซื้อขายในระยะยาว 5 ปี ส่งผลให้บริษัทสามารถลดต้นทุนราคาวัตถุดิบลงได้ในระยะยาวเช่นกัน

อย่างไรก็ดี บริษัทเอกรัฐโซลาร์ สามารถผลิตโซลาร์ เซลล์ ได้ประมาณ 4 เมกะวัตต์  โดยคาดว่าจะมีรายได้เข้ามาในปี 2550 ประมาณ 500 ล้านบาท ส่วนในปี 2551 คาดว่าจะมีกำลังการผลิตโซลาร์ เซลล์ จะเพิ่มขึ้นเป็น 18 เมกะวัตต์ และรายได้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 ล้านบาท  ขณะที่ในปี 2553 บริษัทจะเดินเครื่องจักรเต็มกำลังการผลิตที่ 30 เมกะวัตต์ และรายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2550 คาดว่าจากปริมาณยอดขายที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ในไตรมาสดังกล่าว AKR จะมีรายได้เข้ามาไปไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีรายได้ 321.57 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาส3/2550 มีแนวโน้มที่จะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีผลขาดทุนสุทธิ 6.5 แสนบาท

ด้านนายภูวดล  ลาภอุดมสุข ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากกราฟสัญญาณในหุ้น AKR เคลื่อนไหวในระดับทรงตัวและแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบๆ ดังนั้นหากจะเก็งกำไรแนะนำให้รอรับที่ระดับ2.30 บาท ขณะที่แนวต้านมองไว้ที่ 2.40 บาท ทั้งนี้หากราคาหุ้นสามารถยืนเหนือระดับแนวต้านแรกได้แนวต้านถัดไปมีโอกาสแตะที่ 2.60 บาท

ขณะเดียวกันกรณีที่บริษัทเอกรัฐโซลาร์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของเอกรัฐวิศวกรรม ได้รับออร์เดอร์จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เข้ามาในมูลค่ากว่า 300 ล้านบาทนั้น มองว่าหากรายได้สามารถเข้ามาในงบไตรมาส4/2550 ได้ทันจะเป็นผลดีต่อบริษัทแม่ ประกอบกับคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส3/2550 มีแนวโน้มที่จะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2550
http://www.msnth.com/msn/money2/content ... 968&ch=225


yoko
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4153
Joined: Sat Jan 27, 2007 4:49 pm

Posts by yoko » Thu Oct 11, 2007 4:30 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3)
                    บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                                     (หน่วย : พันบาท)
                                            สิ้นสุดวันที่  30 มิถุนายน
งบการเงินรวม
                                      ไตรมาสที่ 2         งวด 6 เดือน
             ปี                    2550        2549        2550        2549

  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              (652)    44,654   (7,904)    48,505
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    (0.001)    0.07    (0.01)    0.08


 งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                      ไตรมาสที่ 2         งวด 6 เดือน
             ปี                    2550        2549        2550        2549

  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              12,356    48,727    14,119    57,110
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    0.02    0.08    0.02    0.09
ที่ อร. 2550/0433-(AKR)/043

                                                        วันที่ 10 สิงหาคม 2550

เรื่อง     ชี้แจงผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 ปี 2550
เรียน     กรรมการและผู้จัดการ
        ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย




           บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) (AKR) ขอชี้แจงเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
และบริษัทย่อย ซึ่งสอบทานโดยผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ แล้ว ประจำไตรมาส 2 ปี 2550 เปรียบเทียบกับ
ไตรมาส 2 ปี 2549 มีผลการดำเนินงานดังนี้

           ไตรมาส 2 ปี 2550 บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิ 12.36 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลา
เดียวกันของปี 2549 ที่มีกำไรสุทธิ 48.72 ล้านบาท ลดลง 37.41 ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 75
เนื่องจาก

          1. สภาพเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศอยู่ในภาวะถดถอยไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน
และการขยายกิจการ ทำให้ยอดรายได้จากการขายสินค้าลดลงประมาณร้อยละ 30 โดยในไตรมาส 2 ปี 2549
ยอดรายได้จากการขายสินค้าเท่ากับ 384 ล้านบาท และปี 2550 เท่ากับ 267.5 ล้านบาท สาเหตุจากลูกค้า
ภาครัฐบาล ชะลอการสั่งซื้อ และการส่งมอบสินค้า และลูกค้าต่างประเทศมียอดการสั่งซื้อที่ลดลง เนื่องจาก
ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

          2. ไตรมาส 2 ปี 2550 และปี 2549 บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับเดียวกัน คือ
ประมาณร้อยละ 26 แต่เนื่องจากยอดรายได้ลดลงเป็นผลทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงประมาณ 30
ล้านบาท

          3. ไตรมาส 2 ปี 2549 บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสะสมเป็นประโยชน์ทางภาษี แต่ไตรมาส 2
ปี 2550 บริษัทฯ ต้องเสียภาษี 6.26 ล้านบาท

          4. บริษัทย่อยเนื่องจากอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์จึงเกิดค่าใช้จ่าย
ดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายในส่วนของการขายแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่บริษัทย่อยต้องการรักษาลูกค้าไว้ บริษัท
ย่อยจึงมีผลขาดทุนในไตรมาสที่ 2 ปี 2550 อีกประมาณ 13 ล้านบาท ทำให้งบการเงินรวมมีขาดทุนสุทธิ 0.65
ล้านบาท

          5. ผลกระทบจากการที่บริษัทฯ ได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบันทึกบัญชีของเงินลงทุนใน
บริษัทย่อยในงบการเงินเฉพาะกิจการจากวิธีส่วนได้เสียเป็นวิธีราคาทุน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว
ทำให้กำไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการไม่เท่ากับกำไรสุทธิในงบการเงินรวม โดยงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่
30 มิถุนายน 2550 งบการเงินรวมมีขาดทุนสุทธิ 7.90 ล้านบาท แต่งบการเงินเฉพาะกิจการมีกำไรสุทธิ 14.12
ล้านบาท




              จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ




                                                       ขอแสดงความนับถือ
                                              บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)




                                                         (ดร. วิวัฒน์ แสงเทียน)
                                                           กรรมการผู้จัดการ
                                                   ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


yoko
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4153
Joined: Sat Jan 27, 2007 4:49 pm

Posts by yoko » Tue Oct 16, 2007 4:51 pm

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2261 14 ต.ค.  - 17 ต.ค. 2550



หม้อแปลงหงอย รง.ใหม่จอดสนิท ทุนนอกไม่ขยับ
   "เอกรัฐ"ประเมินตลาดหม้อแปลงปีนี้ทรุด เหตุทุนใหม่-ทุนเก่าผุดโรงงานใหม่ไม่คืบ

       กระทบถึงการใช้หม้อแปลงไฟฟ้า ต้องวิ่งหาตลาดส่งออกมากขึ้น พร้อมลุยธุรกิจตั้งสถานีไฟฟ้าย่อยชดเชย ล่าสุดกฟภ.จ้างแล้วค่ากว่า 400 ล้านบาท โฟกัส แนวโน้มตลาดหม้อแปลงปีหน้าครึ่งแรกยังทรุดต่อเนื่องอีก



       นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานกรรมการบริษัทในเครือ บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) เผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้ได้ประเมินผลการดำเนินธุรกิจปี 2550 แล้วพบว่าภาพรวมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง ทำให้ตลาดหม้อแปลงไฟฟ้าในประเทศไม่ขยายตัวตามไปด้วยเพราะการลงทุนใหม่ๆจากต่างประเทศไม่มีการสร้างโรงงานใหม่เกิดขึ้นมากในขณะที่การลงทุนเก่าที่ประกอบกิจการอยู่แล้วก็ขยายตัวไม่มากนัก ซึ่งการชะลอตัวนี้ บริษัทรับรู้มาล่วงหน้าแล้ว จึงปรับทิศทางตลาดโดยหันไปหาลูกค้าในต่างประเทศมากขึ้น เช่น การเปิดตลาดในตะวันออกกลางทำให้บริษัทมีลูกค้าจากตลาดต่างประเทศแล้วประมาณ 30 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้บริษัทยังได้เดินแผนต่อเนื่องตามนโยบายที่กำหนดไว้เมื่อปี2549 ว่า จะทำธุรกิจรับตั้งสถานีไฟฟ้าย่อย ที่ขณะนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)ได้ว่าจ้างให้บริษัทเข้าไปตั้งสถานีไฟฟ้าย่อยที่กระจายอยู่ในต่างจังหวัดแล้วมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท



       "การปรับตัวในช่วงที่ผ่านมาทำให้ปี2550 บริษัทเอกรัฐฯ มียอดขายที่เกิดจากลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านบาท/ปีเป็น 200 ล้านบาท/ปี ส่วนยอดขายในประเทศจะอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท

       และจะมีรายได้ที่เกิดจากการตั้งสถานีไฟฟ้าย่อยจากกฟภ.อีกจำนวน 200 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นรายได้ที่เป็นออเดอร์จากกฟภ.เข้ามาในปีนี้ก่อน 50% "



       สำหรับแนวโน้ม ธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าปี 2551 คาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีแรกตลาดยังไม่ดี เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของการฟอร์มทีมรัฐบาลใหม่อยู่ และในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะเริ่มมองเห็นทิศทางการลงทุนขยับตัวมากขึ้น เพราะจะมีบางโครงการเริ่มก่อสร้างโรงงานใหม่เกิดขึ้นแล้ว ทำให้บริษัทต้องเพิ่มยอดขายจากตลาดส่งออกจาก 10% เป็น15% เน้นไปที่ตลาดอาเซียน และตลาดตะวันออกกลาง เป็นหลัก โดยในปีหน้าจะเริ่มบุกไปที่อัฟริกา ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่เพิ่มเข้ามา รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับธุรกิจขายเทคโนโลยีการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าให้มากขึ้น



       ปัจจุบันบริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดตั้งแต่ 30 - 30,000 เควีเอ มีกำลังผลิตรวมกันประมาณ 10,000 เครื่อง/ปี โดยสิ้นปีนี้จะมียอดขายในธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้า ธุรกิจสถานีไฟฟ้าย่อยรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,800 ล้านบาท ยังไม่รวมรายได้ที่เกิดจากบริษัทลูกที่ผลิตโซล่าร์เซลอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยธุรกิจโซล่าร์เซลจะมีรายได้ในปี2551 เพิ่มขึ้นเป็น4,000 ล้านบาท


User avatar
bankniti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 627
Joined: Wed Apr 18, 2007 9:36 pm

Posts by bankniti » Mon Oct 22, 2007 8:02 pm

ข่าวจาก http://www.bangkokbizweek.com วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2550

เอกชนผลิตโซลาร์เซลล์ป่วน รัฐเอาไงแน่จะหนุน หรือ เมิน

เอกชน-นักวิชาการพ้อ รัฐบาลกำหนดนโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทนไม่นิ่ง โดยเฉพาะจากเซลล์แสงอาทิตย์ แต่หัน ไปสนับสนุนชีวมวลเพิ่มมากขึ้น เตือนระวังจะเกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ

ความต้องการบริโภคพลังงานมีเพิ่มมากขึ้น จนพลังงานที่ทำจากฟอสซิลเริ่มมีปริมาณลดลงไปอย่างน่าตกใจ กระตุ้นให้ลายๆ ฝ่ายหันมามองหาพลังงานทางเลือกที่มีอยู่หลากหลาย โดยเฉพาะพลังงานทดแทน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์ ที่หลายๆ ประเทศกำลังให้ความสนใจและตื่นตัวกันมาก ในขณะที่ประเทศไทยเองแม้ว่าจะตื่นตัว แต่ "การสนับสนุน" ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับพลังงานทางเลือกประเภทอื่นๆ

เกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม เผยว่า ปัญหาพลังงานถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมีผลกระทบต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ โดยเฉพาะน้ำมันที่ต้องนำเข้าถึง 80% ของปริมาณการใช้พลังงานที่มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน เพื่อลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ

พลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ หรือเซลล์แสงอาทิตย์ ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากในประเทศไทยมีพลังงานจากธรรมชาติ คือ แสงแดดมากมายมหาศาล การเปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยรองรับไว้อยู่แล้ว

ปัจจุบันประเทศไทยได้ติดตั้งพลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์ไปแล้วจำนวน 30 เมกะวัตต์ โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จำนวนการผลิตติดตั้งถือว่ายังน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป

"พลังงานจากเซลล์แสงอาทิตย์เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน เพราะบ้านเรามีแสงแดดเยอะ ดีกว่าไปให้การสนับสนุนพลังงานทางเลือกที่มาจากชีวมวล ที่มีความไม่แน่นอนสูงมากเกี่ยวกับวัตถุดิบ ในอนาคตหากมีผู้ผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าจะต้องเกิดปัญหาแย่งซื้อวัตถุดิบ" เขากล่าว

เขาเล่าต่อไปว่า เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามา ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายเดิมที่รัฐบาลชุดก่อนวางไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะการส่งเสริมพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่แม้ว่าจะให้ราคารับซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้น (Adder) ในราคาที่สูงกว่าราคาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถึง 8 บาทต่อหน่วย แต่ก็ปรับลดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ลงเหลืออยู่ไม่กี่เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับชีวมวลที่รัฐให้การสนับสนุนมากขึ้น

การหันมาสนับสนุนพลังงานชีวมวล ทำให้ภาคเอกชนตั้งตัวไม่ทัน เพราะก่อนหน้านี้ได้เตรียมตัวและวางแผนธุรกิจกันไว้แล้ว โดยเฉพาะโครงการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน หรือ อาร์พีเอส ที่กำหนดให้โรงไฟฟ้าใหม่ต้องมีพลังงานหมุนเวียน เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ ขยะ ชีวมวล เข้ามาด้วย ซึ่งรัฐบาลขณะนั้นได้กันสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ไว้ให้สูงกว่าพลังงานอื่นๆ

"ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมรัฐบาลชุดนี้ไม่ให้การสนับสนุนเซลล์แสงอาทิตย์เท่าที่ควร ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ควรจะทำด้วยซ้ำ ถ้าบอกว่าต้นทุนแพงผมเองก็ยอมรับว่าแพงนะอยู่ที่ประมาณ 10 บาทต่อหน่วย แต่ถ้าเรามีการใช้เพิ่มมากขึ้น ผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็จะสนใจและหันมาทำกันมากขึ้น ต้นทุนที่ว่าแพงก็จะถูกลงกว่านี้ได้ อย่างไรก็ตามน่าจะดูว่าอะไรดี ก็ควรจะสนับสนุน"

ด้าน รศ.ดร.วัฒนพงษ์ รักษ์วิเชียร ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยนเรศวร เล่าว่า ในฐานะของหน่วยงานภาครัฐก็ไม่เข้าใจและสับสนกับนโยบายของรัฐบาลเช่นเดียวกับภาคเอกชน เพราะก่อนหน้านี้บอกว่าจะให้การสนับสนุนพลังงานจากแสงอาทิตย์ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดการตื่นตัวและทุ่มงบประมาณในการวิจัยพัฒนาอย่างเต็มที่ แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ก็เปลี่ยนนโยบายทันที ทำให้งานที่ทำอยู่สะดุด เพราะไม่รู้ว่าจะไปทิศทางใด

"อุปสรรคสำคัญของการพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศเรา คือ ขาดการวางแผนที่เป็นขั้นเป็นตอนที่ดีจากรัฐบาล ทำให้ภาคเอกชนขาดการชี้แนะจากรัฐ ส่งผลให้การวางแผนพัฒนาของเอกชนไม่เดินหน้าเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีการศึกษาเรื่องนี้มานานหลายสิบปีแล้ว"

เขายังบอกอีกว่า รัฐบาลและภาคเอกชนเองควรจะหันมาให้ความร่วมมือสนับสนุนและพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ควรจะให้การส่งเสริมพลังงานประเภทนี้ระยะยาวอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป ควรจะหาวิธีดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ราคาเซลล์แสงอาทิตย์มีราคาถูกลง จากการศึกษาข้อมูลของประเทศที่มีการพัฒนาพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์อย่างจริงจัง พบว่าราคาเซลล์แสงอาทิตย์จะลดลง 5% ต่อปี ซึ่งในช่วงแรกๆ ของการเริ่มต้นอาจจะยังมีราคาที่แพงมาก แต่ราคาจะลดลงไปเรื่อยๆ ในปีถัดๆ ไป

อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่ากระแสโลกจะพัฒนาไปในทิศทางนี้ รัฐบาลจะต้องเร่งส่งเสริมให้คนใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์มากขึ้น เมื่อมีคนใช้สูงขึ้นก็เท่ากับว่าเป็นการส่งเสริมธุรกิจนี้ให้เกิดเพิ่มมากขึ้น ราคาเซลล์แสงอาทิตย์ก็จะถูกลง ดังนั้นจึงอยากจะขอให้รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นชุดไหนที่จะเข้ามาบริหารประเทศก็แล้วแต่ กำหนดนโยบายด้านพลังงานให้ชัดเจนแน่นอน อย่าเปลี่ยนแปลงนโยบายแบบรวดเร็ว เพราะจะทำให้การพัฒนาสะดุด

"ขอให้รัฐบาลกำหนดนโยบายให้นิ่งๆ เพื่องานวิจัยที่ได้ทำร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงพลังงานเองจะได้เดินหน้าต่อไป แต่แม้ว่าขณะนี้นโยบายจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่เราก็ยังเดินหน้าทำการศึกษาวิจัยต่อไปเรื่อยๆ ล่าสุดทางมหาวิทยาลัยได้งบประมาณการสนับสนุนจากประเทศญี่ปุ่น จำนวน 160 ล้านบาท และทุนจาก สกว.จำนวน 1,500 ล้านบาท แล้ว สะท้อนให้เห็นว่าเขาให้การสนับสนุนพลังงานแสงอาทิตย์อย่างจริงจัง" เขากล่าว


Post Reply