TRT

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

TRT

Posts by naris » Tue Feb 20, 2007 8:05 pm

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณๆลูกอิสานที่แนะนำให้ผมรู้จักตัวนี้ตั้งแต่เข้าตลาดใหม่ๆ แต่พอดีช่วงนั้นเงินผมไม่ว่างพอดี ฮ่าๆๆ และเห็นราคาทองแดงไม่น่าพิศมัยซักเท่าไหร่เลยขอผ่านไม่ขอยุ่ง และtrtก็โดนพิษทองแดงทำเหตุ กำไรขั้นต้นลดลงมามาก ทำให้เขาขาดทุนไป1ล้านบาทในไตรมาท1 และทำให้คุณลูกอิสานเสียเชิงไปหน่อย ทั้งๆที่เป็นหุ้นที่ดี(คุณลูกอิสานฝากบอกผมมาว่าแก้ต่างให้ด้วย โดยการเอาคอผมขึ้นเขียงแทน ฮ่าๆๆ)แต่กำไรก็เริ่มฟื้นในไตรมาท2และเข้าสู่ปกติในไตรมาท3 ทำให้ผมเห็นหุ้นก้นบุหรี่อีก1ตัว ถ้าเป็นไปตามเป้าหมายผมได้ซื้อหุ้นperปี50ที่สามเท่ากว่าๆ แต่ทุกๆอย่างมีความเสี่ยง ขอให้นักลงทุนพิจารณาเอาเองนะครับ
ปล.บอกก่อนนะครับว่าผมมีตัวนี้อยู่ทำให้อาจมองภาพในแง่ดีเกินไป และราคานี้perก็ประมาณ4เท่านะครับ ไม่ถูกเหมือนตอนผมซื้อ แต่3หรือ4เท่าก็ไม่สำคัญเท่ากับผมประเมินถูกหรือผิด เอาไว้ถ้าได้งบของไตรมาท4แล้วจะมาคำนวนอีกครั้งครับ
           สรุปข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าและTRT

หม้อแปลงไฟฟ้าที่แบ่งตามระบบไฟฟ้าได้2ประเภท คือ1หม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง(power transformer)ได้แก่ หม้อแปลงไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้ามากกว่า 10 เมกะโวลต์แอมแปร์(MVA) หรือแรงดันไฟฟ้ามากกว่า 36 กิโลโวลต์(KV)
ทางTRTเป็นผู้ผลิต1ใน3รายในประเทศ ได้แก่TRTและอีก2บริษัทเป็นสัญชาติญี่ปุ่น(ไดเฮ็น อิเล็กทริค) และยุโรป(บ.เอบีบี จก.)  โดยณ.ปี50นี้จะเริ่มผลิตหม้อแปลงกำลังขนาด300MVA(ราคาลูกละประมาณ100ล้านบาท)ได้ โดยในประเทศตอนนี้มีผู้ผลิตได้เพียงรายเดียว(ABB)
ทำให้การแข่งขันในกลุ่มนี้ไม่รุนแรง เพราะความต้องการใช้ในเขตอาเซียนยังมีความต้องการสูงมาก(กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีความต้องการสูงกว่าประเทศที่เจริญแล้ว)

-ตอนนี้trtผลิตประมาณ65%จากกำลังการผลิต(โรงงานที่2) และมีนโยบายเน้นการผลิตมาทางนี้ เนื่องจากมีคู่แข่งน้อยรายและกำไรขั้นต้นดีกว่า

-ที่ผ่านมาtrtมีส่วนแบ่งการตลาดกลุ่มนี้ประมาณ30%
2หม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย(distribution transformer) ได้แก่หม้อแปลงไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 MVA และแรงดันไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับ36KV มีคู่แข่งขันกว่า20รายในประเทศ ส่วนมากเป็นรายเล็กๆ ส่วนที่ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพเช่นtrtมีอยู่อีก4ราย คือ เอกรัฐวิศวกรรม เจริญชัย ไทยแมกซ์ และไทยทราโฟ แต่เท่าที่เช็คกับการไฟฟ้า ในปัจจุบันผู้ประมูลผลิตส่งการไฟฟ้าได้มาก จะเป็น precise,tusco,trafo,ttm และเท่าที่เช็คกับคนที่อยู่การไฟฟ้า บริษัทที่ว่าจะเป็นโรงงานที่ระบบการจัดการทั่วๆไป ไม่ใช้เทคโนโลยี่เข้ามาช่วย จะไม่สามารถทำหม้อแปลงที่ซับซ้อนได้
-เท่าที่สอบถามกับผู้บริหารtrtในหม้อแปลงจำหน่าย ผู้บริหารได้กล่าวถึงกลยุทธ์ที่ทางtrtได้วางไว้คือ "ไม่มีนโยบายการตัดราคากับคู่แข่ง โดยจะพยายามหาลูกค้าที่เน้นคุณภาพของงานและบริษัทรับออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับงานที่ลูกค้ากำหนด และรับผลิตหม้อแปลงชนิดพิเศษ เช่นหม้อแปลงไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสตรง ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเคมี หรือ หม้อแปลงหลอมโลหะที่ใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลอมโลหะ เป็นต้น

-ปัจจุบัน มีกำลังการผลิตในโรงงานนี้(โรงงานที่1)เกือบเต็มกำลังการผลิตแต่ไม่มีนโยบายขยาย
แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันในอนาคตน่าจะสูงกว่าหม้อแปลงกำลัง

-ปัจจุบันtrtมีส่วนแบ่งการตลาดส่วนนี้ประมาณ15%

                               ภาพรวมทั่วๆไป

-ปัจจุบันtrtมีสัดส่วนรายได้แบ่งเป็นสามส่วนเท่าๆกันคือ ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคการส่งออก

-การขยายตัวของผู้ใช้ในอดีตจะใกล้เคียงกับGDPทั้งของประเทศไทยและโลก โดยที่ผ่านมาจะขยายตัวมากเขตประเทศกำลังพัฒนา  

-เท่าที่สอบถามถึงจีนว่าเป็นคู่แข่งในปัจจุบันหรือเปล่า ได้คำตอบมาว่าตอนนี้จีนผลิตให้ตนเองยังไม่เพียงพอ อย่างน้อยๆก็ถึงปี2010

-ตลาดสินค้าใหม่และสินค้าทดแทนในปัจจุบันอยู่ที่60:40(อายุใช้งานจะประมาณ20-30ปี)

-ทางtrtเป็นผู้รับจ้างผลิตตามคำสั่งซื้อ(made to order)จะทำเมื่อได้งานแล้วเท่านั้น และในช่องว่างระหว่างการคำนวนกำไรขั้นต้นยื่นซองและต้องยืนราคาให้ลูกค้า1-2เดือน จะเกิดช่องว่างของราคาวัตถุดิบที่จะทำให้กำไรขั้นต้นเปลี่ยนแปลง

-สัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบหลักๆอยู่ที่ เหล็กซิลิคอน30%ลวดทองแดง20%ตัวถัง12%และน้ำมันหม้อแปลง8% โดยที่ผ่านมาเหล็กซิลิคอนจะทำสัญญาราคาล่วงหน้าราย3เดือนหรือ6เดือน ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาในการ จะมีปัญหาเหมือนปีที่ผ่านมาคือราคาทองแดง กระโดดภายในเดือน ทำให้กำไรขั้นต้นลดเหลือ 16-18%ในครึ่งปีแรกปี49ทำให้กำไรในครึ่งปีแรกปี49กำไรเหลือ9ล้านบาท(ยอดขาย674ลบ.) จากค่าเฉลี่ยในปี46-48 อยู่ที่ 23.08  23.47  25.06 ตามลำดับ

-แต่ในไตรมาท3/49กำไรขั้นต้นโดดมาปกติที่22%(ยอดขาย409ลบ.) ส่งผลให้กำไรกระโดดมาอยู่ที่35ลบ.

-กำไรของไตรมาทที่3เสียภาษีไม่เต็ม30%เพราะมีการตัดขาดทุนสะสม แต่ไตรมาท4จะมีการเสียภาษี30%เพียงไตรมาทเดียว เพราะปี2550จะเสียภาษีเพียง20%(จากการเข้าตลาดmai)

-ความเสี่ยงเท่าที่ผมคิดว่าสำคัญนะครับ
1ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะลวดทองแดง...จะส่งผลต่อ กำไรขั้นต้น
2ความเสี่ยงของรายได้จากการพึ่งพาภาครัฐประมาณ35%....ต้องดูนโยบายการขยายตัวของโรงไฟฟ้า และGDPของไทย....จะส่งผลกับรายได้
3ความเสี่ยงของรายได้จากการพึ่งพาภาคเอกชนประมาณ35%...ต้องดูการขยายตัวของGDP โรงงานและอุตสาหกรรมในไทย....จะส่งผลกับรายได้
4ความเสี่ยงของรายได้จากการส่งออก(ส่วนมากเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เช่นเวียดนาม)....จะมีผลกับค่าเงินที่...จะส่งผลกับกำไรขั้นต้น......และการขยายตัวของประเทศเพื่อนบ้าน....จะส่งผลกับรายได้
-ความเสี่ยงจากการส่งสินค้าล่าช้า ในอดีตเคยเกิดขึ้นมากๆ1ครั้งจากความเข้าใจผิดในการส่งมอบกับทางเวียดนาม(เป็นการส่งสินค้าครั้งแรกในปี2548)ถูกปรับไป8ล้านบาท แต่หลังจากการส่งมอบครั้งนั้นแล้ว มีการทำความเข้าใจกันใหม่ ส่งผลให้ความเสี่ยงดังกล่าวลดลงไป
-ความเสี่ยงจากสภาพคล่องทางการเงิน....แต่ในไตรมาท3ดูดีขึ้น และหลังไตรมาท4จะมาดูและสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง


-seasonของธุรกิจไม่แน่ชัดเพราะเป็นงานรับจ้างผลิต แต่เท่าที่ดูจากหนังสือชี้ชวนของเอกรัฐ ได้บ่งบอกว่าไตรมาท2และ3จะดีกว่า1และ4

-งบการเงิน ไตรมาท3ที่ผ่านมาเริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่ขอดูในไตรมาท4อีกครั้งแล้วจะมาสรุปกันอีกครั้งครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Tue Feb 20, 2007 8:06 pm

TRTรุกเจาะฐานลูกค้าปี50
Source - ทันหุ้น
Tuesday, 21 November 2006 10:05

ที่มา : ทันหุ้น
         TRTเผยแผนปี2550 เน้นเจาะฐานลูกค้าตลาดในประเทศและต่างประเทศต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้ารายได้โต
         1.8 พันล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 8% เทียบจากปีนี้คาดรายได้เติบโต1.7 พันล้นบาท จากภาพรวมอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี แถมเบื้องต้นได้รับคำสั่งซื้อและรอส่งมอบงานปีหน้ามูลค่า 500 ล้านบาทและอยู่ระหว่างการเจรจาอีกกว่า 1 พันล้านบาท อีกทั้งผุดผลิตภัณฑ์ใหม่หม้อแปลงไฟฟ้าพิเศษรองรับรถไฟฟ้า 5 สาย สัมพันธ์
         วงษ์ปานผู้บริหาร มั่นใจมีโอกาสสูงที่จะได้งานเพราะคู่แข่งน้อย มองแนวโน้มอุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าปีหน้ามีมูลค่าตลาดรวม 9 พันล้านบาท หรือขยายตัว 10% ระบุบริษัทต้องการครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ
         20-25%
         นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานปี 2550 ว่าจะยังคงเน้นขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของตลาดภายในประเทศจะรุกตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับแผนจีดีพีของภาครัฐ ส่วนตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังพิเศษสาเหตุที่หันมาเน้นเนื่องมาจากโครงการอนุมัติสร้างรถไฟฟ้า 5 สาย เนื่องจาก TRT เป็นผู้ผลิตในประเทศ
         อีกทั้งสินค้าชนิดดังกล่าวยังมีคู่แข่งน้อยราย และการขยายการลงทุนของธุรกิจปิโตรเคมี ประมาณแสนล้านบาท
         ซึ่งจะมีผลดีต่อบริษัท
         บริษัทเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่จะได้รับงานหม้อแปลงพิเศษของโครงการรถไฟฟ้า 5 สาย เนื่องจาก
         TRT เป็นผู้ผลิตในประเทศ อีกทั้งสินค้าชนิดดังกล่าวยังมีคู่แข่งน้อยรายนายสัมพันธ์ กล่าว
         สำหรับตลาดต่างประเทศจะขยายงานไปในประเทศที่มีแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี ที่มีความต้องการใช้หม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เช่นประเทศเวียดนาม,บรูไน,ศรีลังกา ,อินเดีย,มาเลเซีย,สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ ซึ่งบริษัทตั้งเป้าสัดส่วนลูกค้าในประเทศ 65% และต่างประเทศ 35%
         โดยบริษัทคาดว่าปีหน้ารายได้ประมาณ 1,200-1,400 ล้านบาทจะเป็นรายได้ที่มาจากตลาดภายในประเทศ แบ่งเป็นตลาดภาครัฐและภาคเอกชน 50:50 ส่วนอีกประมาณ 600-700 ล้านบาท เป็นตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปีหน้าจะอยู่ที่ 1,850 ล้านบาทหรือเติบโต 8% และมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ถึง 10% เมื่อเทียบจากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านบาท เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี อีกทั้งยังจะมีการออกสินค้าใหม่คือหม้อแปลงไฟฟ้าพิเศษ
         ลุ้นงาน1,000 ล้านบาทตุน Backlog
         ทั้งนี้บริษัทมีงานในมือ(Backlog) ที่ได้รับคำสั่งซื้อแล้วและรอส่งมอบในปี 2550 มูลค่า 500
         ล้านบาท ซึ่งจะมีการส่งมอบและรับรู้รายได้ภายใน 2-8 เดือนตามระยะเวลาโครงการนั้น ๆ และยังมีงานที่อยู่ระหว่างการเจรจาอีก 1,000 ล้านบาท ซึ่งมูลค่างานโครงการหลักที่จะส่งมอบในปี 2550 แบ่งเป็น Fuji Electric Technology Co.,Ltd.โครงการ Aoyama มูลค่า 8.10 ล้านบาท, โครงการ Takao มูลค่า 8.10 ล้านบาท
         และโครงการ PTT-UT มูลค่า 69.90 ล้านบาท
         นอกจากนี้ยังมี Fuji Pine Electric Co.,ltd. มูลค่า 10.20 ล้านบาท,บริษัท ไทยคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด มูลค่า 20.98 ล้านบาท,SKEC(THAL)LIMITIED มูลค่า 49.68 ล้านบาท,บริษัท
         GS Engineering มูลค่า 16.14 ล้านบาท และบริษัท Siemens I&S มูลค่า 30 ล้านบาท
         สำหรับอุตสาหกรรมหม้อแปลงไฟฟ้ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2550 อุตสาหกรรมนี้จะมีมูลค่าตลาดในประเทศประมาณ 9,000 ล้านบาท หรือมีการขยายตัว 10% จากปี 2549 ที่มีมูลค่าการตลาดประมาณ
         8,000 ล้านบาท เนื่องจากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีความต้องการใช้หม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนของบริษัทแล้วต้องการครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ระหว่าง 20-25%
         เร่งสางหนี้ระยะยาวลดD/E
         นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของอัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin)ปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ
         5% จากปกติจะอยู่ที่ประมาณ 5-7% แม้ว่าในช่วงไตรมาส 3/2549 Net Profit Margin จะปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง
         8% แต่ในช่วงไตรมาส1 2/2549 บริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาทองแดงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จาก 3,000-4,000 เหรียญต่อตัน มาเป็น 7,000 เหรียญต่อตัน จึงส่งผลกระทบต่อ Net Profit Marginในช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวลดลงเป็นอย่างมาก แต่ในช่วงไตรมาส3 Net Profit Marginได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้คาดว่าทั้งปีNet Profit Marginจะอยู่ในระดับดังกล่าวได้
         อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนที่จะชำระคืนหนี้สินระยะยาว โดยจะจ่ายคืนหนี้ประมาณ 50 ล้านบาท
         จากจำนวนที่มีหนี้ระยะยาวมูลค่า 400 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงประมาณต้นไตรมาส 2/2550 และจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลง (D/E) ปีหน้าเหลือต่ำกว่า 2 เท่า โดยบริษัทจะรักษาระดับD/E ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 2 เท่า ซึ่ง ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2549 มีค่า D/E อยู่ที่ 2.6 เท่า และคาดว่าสิ้นปีนี้ D/E จะลดลงเหลือ 2 เท่า
         จากการที่จะมีลูกหนี้การค้าทยอยชำระหนี้ให้เหลือประมาณ 800 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 900 ล้านบาท
         นายสัมพันธ์ คาดว่ากำไรปีนี้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีกำไรอยู่ที่ 70 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนราคาทองแดงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งบริษัทให้ลูกค้าเสนอราคาเป็นระยะเวลานานทำให้ต้นทุนเปลี่ยนบริษัทจึงแบกภาระดังกล่าว แต่หลังจากไตรมาส3/2549 บริษัทเริ่มมีการปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยให้ลูกค้าเสนอราคาเพียง15 วัน และเสนอราคาตามต้นทุนที่แท้จริง ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนได้
         โบรกให้ราคาเหมาะสมปี50ที่ 5.20บาท
         บริษัทหลักทรัพย์ธนชาต ประเมินหุ้น TRT ว่าจากการที่ได้ตั้งเป้าจะใช้กำลังการผลิตในส่วนของหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังซึ่งปัจจุบันอยู่ 60% ให้เพิ่มขึ้น โดยรุกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบกับแผนเพิ่มการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาด 300 MVA เพื่อทดแทนสินค้านำเข้าในตลาดไทย ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ
         130 ล้านบาท เชื่อว่าแผนธุรกิจดังกล่าวจะช่วยให้การเติบโตของรายได้รวมของ TRT สูงกว่าการขยายตัวของอุตสาหกรรมหม้อแปลงโดยปกติได้
         โดยคาดว่ายอดขายรวมของ TRT ปีนี้จะเติบโตขึ้นประมาณ 46%  และอีก 10% ในปี 2550
         เนื่องจากแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเริ่มคลี่คลาย อย่างไรก็ตามคาดว่า gross margin
         ในครึ่งปีหลัง 2549 และปี 2550 จะปรับตัวดีขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่เริ่มทรงตัวถึงลดลง รวมถึงงานเก่าที่มี
         Margin ต่ำถูกรับรู้รายได้ไปมากแล้วในครึ่งแรกปี 2549 จึงให้สมมติฐาน gross margin ปี 2549 ที่
         18%, ปี 2550 ที่ 19% และปี 2551 ที่ 19.5%
         ทางฝ่ายประเมินว่าจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และ gross margin ที่ดีขึ้นจะทำให้กำไรปกติของ
         TRT กลับมาฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 2549  และต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า จึงประมาณการราคาเป้าหมาย
         ณ สิ้นปี 2550 ได้ที่ 5.20 บาท มี upside จากราคาในปัจจุบัน 27% แนะนำ ซื้อ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Tue Feb 20, 2007 8:08 pm

*INTERVIEW: TRT คาดปี 50 ได้งานใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 งาน,ใช้งบ 50 ลบ.ผลิตหม้อแปลงใหญ่
Source - IQ Biz
Friday, 05 January 2007 15:27

บมจ.ถิรไทย (TRT) เตรียมงบลงทุน 50 ลบ.ขยายขอบการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้นรองรับความต้องการของตลาด คาดแล้วเสร็จ Q2/50
         พร้อมคาดปีหน้าประมูลงานได้อย่างน้อย 10 งาน เพื่อเพิ่ม Backlog ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 500-600 ลบ.และจะส่งมอบภายใน Q2/50 ส่วนโครงการ GREATER MEKONG SUB-REGION TRANSMISSION PROJECT ของประเทศกัมพูชา ที่เข้าร่วมประมูล คาด Q1/50 รู้ผล
         นายอุปกรม ทวีโภค รองกรรมการผู้จัดการ ด้านการเงินและการตลาด TRT เปิดเผยว่า ปี 50 จะใช้เงินลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท ขยายขอบเขตกำลังผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 300 เมกะโวลต์แอมแปร์ (MVA) แรงดันไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ (kV) ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ คาดว่าจะเสร็จภายใน Q2/50 และจะเริ่มผลิตได้ทันที          
         และในปี 50 บริษัทมีแผนจะเข้าประมูลงานในปีหน้าอีกหลายโครงการ ซึ่งคาดว่าจะประมูลได้ประมาณ 10 งาน
         "ปีหน้าจะเข้าประมูลเกิน 10 งาน แต่คิดว่าน่าจะได้งานที่เป็นหลักๆอย่างน้อยประมาณ 10 งาน มูลค่าตั้งแต่ 30-200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าน่าจะทำให้รายได้ปีหน้าเติบโต 8% ตามเป้า"นายอุปกรม กล่าวกับ"อินโฟเควสท์"
         ทั้งนี้ งานที่จะบริษัทจะเข้าประมูลในปีหน้ามีทั้งงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงงานในต่างประเทศด้วย โดยบริษัทจะพยายามรักษาสัดส่วนรายได้จากงานในต่างประเทศให้ใกล้เคียงกับปีนี้ที่ 35%
         ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 500-600 ล้านบาท อาทิ งานหม้อแปลงของ บมจ.อะโรเมติกส์ (ประเทศไทย) หรือ ATC, งานของกลุ่มบริษัท ฟูจิ อิเลคทริค ซึ่งทำงานให้กับบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ (PTTUT) ซึ่ง 2 งานนี้มูลค่ารวมกันประมาณ 140-150 ล้านบาท, งานของโรงงานกระดาษไทยคราฟท์ ประมาณ 20 ล้านบาท, งานรางรถไฟฟ้าในโครงการ Airport Rail Link ที่ได้รับจาก บริษัท ซีเมนส์ จำกัด คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ภายใน Q2/50 เนื่องจากบริษัทจะพยายามส่งมอบงานภายใน 6-8 เดือน

**รอลุ้นผลประมูลงานใหญ่ในกัมพูชา คาดรู้ผลใน Q1/50

         สำหรับโครงการ GREATER MEKONG SUB-REGION TRANSMISSION PROJECT ของประเทศกัมพูชา ที่บริษัทร่วมทุนกับบริษัท DAYEN ENVIRONMENTAL จากประเทศสิงคโปร์ ในการเข้าร่วมประมูลร่วม ขณะนี้ยังไม่ทราบผล เนื่องจากเป็นโครงการใหญ่มีการประมูลงานในหลายส่วนไม่ใช่เฉพาะงานหม้อแปลงเพียงอย่างเดียว ยังมีอุปกรณ์อื่นๆด้วย ซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณานานพอสมควร แต่คาดว่าน่าจะทราบผลได้ภายใน Q1/50
         "เรายังไม่ค่อยแน่ใจว่าจะได้งานนี้หรือเปล่า เพราะเป็น Project ใหม่ เป็นลูกค้าใหม่ที่เราเพิ่งเริ่ม ไม่เคยทำสัญญากัน ไม่เคยทำงานด้วยกันมาก่อน เพราะฉะนั้นถ้าถามความมั่นใจว่าจะได้งานหรือเปล่านั้น คิดว่ายังพอมีโอกาส ซึ่งงานในส่วนของหม้อแปลงที่เราเข้าประมูลมีมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท"นายอุปกรม กล่าว

--อินโฟเควสท์ โดย นิศารัตน์ วิเชียรศรี/รัชดา โทร.0-2253-5050 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Tue Feb 20, 2007 8:09 pm

TRT รับอานิสงส์โครงการรัฐ รุกปรับองค์กรรับปี 51โตพุ่ง
Source - กระแสหุ้น
Monday, 05 February 2007 04:09

ถิรไทย เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพภายในองค์กรรองรับการเติบโตก้าวกระโดดในปี 2551 จากการเพิ่มสินค้าหม้อแปลงไฟฟ้า 300 เมกะวัตต์ มั่นใจรับอานิสงส์โครงการรถไฟฟ้า 5 เส้นทางและการประมูลโรงงานไฟฟ้าไอพีพีแน่ สัมพันธ์ วงษ์ปาน ตั้งเป้าปีนี้รายได้โตเพิ่ม 7-8% จาก 1,650 ล้านบาท ระบุราคาหุ้นช่วงนี้ยังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน 21 ก.พ.เตรียมเสนอบอร์ดอนุมัติปันผล
         นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เปิดเผยว่า  สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ บริษัทจะเน้นในเรื่องของการปรับปรุงประสิทธิการบริหารจัดการภายในองค์กร เพื่อรองรับการผลิตและการเติบโตในปี 2551 ซึ่งคาดว่าในปี  2551 บริษัทจะมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นผลมาจากการที่บริษัทจะมีการเปิดตลาดหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ กำลัง 300 เมกะวัตต์  ซึ่งเป็นตลาดใหม่และมีคู่แข่งน้อยราย โดยจะทำการจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ (กฟผ.) เป็นหลัก
         นอกจากนี้ บริษัทได้รับงานการซ่อมแซมหม้อแปลงขนาดใหญ่ให้กับลูกค้ากลุ่มโรงถลุงเหล็กในเดือนเมษายน ส่วนกลางปีบริษัทจะทำการส่งมอบหม้อแปลงให้กับทางระบบของโปรเจกต์มักกะสัน-สุวรรณภูมิ และปลายปีบริษัทจะเริ่มดำเนินการผลิตหม้อแปลงขนาด 300 เมกะวัตต์
         นายสัมพันธ์ กล่าวถึงเรื่องของการจ่ายคืนหนี้ระยะยาวว่า ขณะนี้ทางบริษัทกำลังเจรจากับทางสถาบันการเงินอยู่ คาดว่าการเจรจาน่าจะได้ข้อสรุปประมาณปลายไตรมาส 1/2550 อย่างไรก็ดี บริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ปี 2550 อยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 1,650 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 7-8%
         ในปีนี้เราจะไม่เน้นในเรื่องการเติบโตของยอดขายมากนัก เนื่องจากในปีที่ผ่านมาเรามียอดขายประมาณ 1,650 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,050 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ในปีนี้เราจะเน้นในเรื่องของการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารภายในองค์กร เพื่อรองรับการผลิตและเติบโตในปี 2551 ซึ่งเราคาดว่ารายได้ในปี 2551 เราจะเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่วนงบลงทุนในการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในองค์กรนั้นเราคาดว่าเราจะใช้เงินลงทุนประมาณ 30-50 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณทั้งหมดนั้นจะมาจากกระแสเงินสดของเรา นายสัมพันธ์กล่าว
         นายสัมพันธ์ กล่าวถึงประเด็นเรื่องของการที่ภาครัฐจะเปิดให้มีการประมูลโครงการรถไฟฟ้า 5 สายว่า ทางบริษัทเชื่อว่าหากมีการประมูลโครงการดังกล่าวจริง ทางบริษัทก็จะได้รับอานิสงส์จากโครงการดังกล่าว เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวในประเทศที่ทำหม้อแปลงที่เกี่ยวกับระบบขนส่ง แต่อย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อว่าโครงการดังกล่าจะส่งผลกับบริษัทอย่างจริงจังในปี 2551  เช่นเดียวกับการเปิดประมูลโครงการ IPP รอบใหม่นั้น บริษัทก็เชื่อว่าบริษัทก็จะได้รับอานิสงส์จากโครงการดังกล่างเช่นกัน แต่คงจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทในระยะยาวมากกว่า เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้านั้นเป็นโครงการขนาดใหญ่ ดังนั้นบริษัทเชื่อว่าบริษัทน่าจะได้รับประโยชน์อย่างจริงจังในปี 2552
         สำหรับประเด็นเรื่องของราคาหุ้นของบริษัทนั้น มองว่าราคาหุ้นของบริษัทในช่วงที่ผ่านมานั้นยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานชองบริษัทเท่าที่ควร เนื่องจากนักลงทุนคงจะยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์ต่างๆ ประกอบกับภาวะตลาดหุ้นเองก็ค่อนข้างที่จะผันผวน PE ของตลาดหุ้นก็ยังต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทเชื่อว่าหากนักลงทุนได้เห็นตัวเลขประกอบการของบริษัทแล้วเชื่อว่านักลงทุนก็คงจะมั่นใจในตัวบริษัทมากขึ้น ส่วนเรื่องของการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นนั้น บริษัทคงจะต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2550 ซึ่งตามนโยบายของบริษัทแล้วบริษัทมีนโยบายที่จ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราประมาณ 50% ของกำไรสุทธิ
         เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2 ก.พ.)หุ้น TRT ปิดตลาดที่ระดับ  4.30 บาท เท่ากับราคาปิดเมื่อวันที่ 1 ก.พ. โดยระหว่างวันปรับตัวสูงสุด 4.32 บาท ต่ำสุด 4.30 บาท มูลค่าการซื้อขาย 168,000 บาท

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Tue Feb 20, 2007 8:14 pm


ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Tue Feb 20, 2007 8:27 pm

หลักการบัญชีใหม่จะกระทบ TRT ในปีนี้ไหมครับ


Reminiscence of 3 Dogs
Verified User
Posts: 898
Joined: Thu Feb 01, 2007 10:20 am

Posts by Reminiscence of 3 Dogs » Tue Feb 20, 2007 8:31 pm

มีของดีมะบอกกัน โป้ง  :la:

bid please!!

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Tue Feb 20, 2007 8:37 pm

Mr. Big wrote:หลักการบัญชีใหม่จะกระทบ TRT ในปีนี้ไหมครับ
ไม่มีครับ

ส่วนคุณ3dogsครับ บอกแล้วนี่ไงครับ

แต่รองบไตรมาท4ก่อนก็ได้นะครับ อาจผลิกโผก็ได้นะครับ :P

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

booklover
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1062
Joined: Fri Feb 11, 2005 4:55 pm

Posts by booklover » Tue Feb 20, 2007 9:11 pm

รบกวนถามพี่นริศหน่อยครับว่าบริษัทที่รับงานประมูล

แบบนี้พี่นริศกะประมาณรายได้อย่างไรหรือครับ ขอความ

รู้หน่อยครับสงสัยตั้งแต่ตอนอ่าน ilink แล้ว :D


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Tue Feb 20, 2007 9:37 pm

hansome wrote:รบกวนถามพี่นริศหน่อยครับว่าบริษัทที่รับงานประมูล

แบบนี้พี่นริศกะประมาณรายได้อย่างไรหรือครับ ขอความ

รู้หน่อยครับสงสัยตั้งแต่ตอนอ่าน ilink แล้ว :D
ต้องดูองค์ประกอบของแต่ละบริษัทครับ ที่สำคัญก็คือเทรน และ margins of safty ครับ

อย่างILINKเขาเริ่มได้งานในAOTจากITOและTOTและยังมีแผนงานที่จะมีคนใช้อย่างต่อเนื่องในปีหน้า(ปี49)พี่ก็มั่นใจในระดับหนึ่งว่าเขาคงไม่เสี่ยงเปลี่ยนเรือกลางลำน้ำ เพราะต้นทุนการเดินสายlanเทียบกับต้นทุนรวม(hardware+software) ไม่ถึง2% และมีงานขายมารองรับ ณ.ราคา4บาทนั้น peพประมาณ8เท่า เพราะฉะนั้นงานประมูลที่พอจะรู้backlog ณ.สิ้นปี48แล้วนั้นจะส่งให้perเหลือประมาณ5เท่า และถ้าได้งานต่อ perก็จะลดลงไปอีกโข เลยกล้าซื้อ ส่วนกำไรขั้นต้นที่ผ่านมาคู่แข่งขันยังไม่ค่อยมีเลยตีเป็นค่าคงที่ได้ครับ
ส่วนTRTนั้น เท่าที่มองคือรายได้จากนี้อีก2-3ปีจะมีเรื่องการขยายตัวของGDPเพื่อนบ้าน ส่วนไทยก็ขยายสร้างกลุ่มปิโตรเคมีและโรงไฟฟ้าของไทยในปีหน้า ก็น่าจะส่งผลทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงในการแข่งขันตัดราคาได้ เพราะทางtrtเน้นไปทางหม้อแปลงกำลังที่คู่แข่งน้อยกว่า ก็น่าจะรักษากำไรขั้นต้นได้ในปี50-52 และถ้าเป็นไปได้จริงขอแค่โตปีละ10% ราคาณ.ขณะนี้ก็มี margins of safty พอสมควรครับ

แต่ความเสี่ยงก็ยังน่าจะมีพอสมควรครับในเรื่องกระแสเงินสด ต้องรอดูอีกซักไตรมาท แต่เท่าที่ฟังผู้บริหารเขามั่นใจว่า กระแสเงินสดเขาเพียงพอครับ และปี50นี้เขาไม่ต้องลงทุนหนักอีกแล้ว ทำให้สามารถชำระหนี้ได้มากขึ้น และDEจะลดต่ำ2เท่าในปี50นี้ครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

Digital_Akono_
Verified User
Posts: 155
Joined: Wed Nov 22, 2006 2:13 pm

Posts by Digital_Akono_ » Tue Feb 20, 2007 11:33 pm

TRTตั้งเป้ารายได้ปีหน้ารายได้โต8% เล็งลดตัวเลขD/Eให้เหลือต่ำกว่า2เท่า
Source - ผู้จัดการรายวัน
21 พฤศจิกายน 2549
TRT ตั้งเป้ารายได้ปี 50 เติบโต 8% จากปีนี้ที่คาดมีรายได้ 1,700 ล้านบาท พร้อมออกสินค้าใหม่เพิ่ม โดยเน้นตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังพิเศษมากขึ้น คาดผลิตได้ไตรมาส 2 เล็งลดสัดส่วน D/E ให้ต่ำกว่า 2 เท่า หลังลูกหนี้ทยอยชำระเงิน เผยขณะนี้มีงานในมือ (Backlog) 616 ล้านบาท และที่อยู่ระหว่างเจรจาอีก 1 พันล้านบาท

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2550 เติบโต 8% จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1,700 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าและการเติบโตของการใช้หม้อแปลงไฟฟ้ามากขึ้น

ทั้งนี้ ภายในปีหน้าบริษัทเตรียมแผนที่จะออกสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทจะเน้นตลาดหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังพิเศษมากขึ้น เพื่อขยายกำลังการผลิตและสามารถรับงานหม้อแปลงขนาดใหญ่มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตได้ในช่วงไตรมาส 2 /2550 และจะสามารถรับรู้รายได้ในปี2551 ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าภาคเอกชน

นายอุปกรม ทวีโชค รองกรรมการผู้จัดการ ด้านการเงินและการตลาด TRT กล่าวว่าปี2549 บริษัทคาดว่าจะมีอัตรากำไรสุทธิ(Net Profit Margin) อยู่ที่ประมาณ 5% จากปกติที่อยู่ระหว่างประมาณ 5-7%ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนหรืออาจจะมากกว่า เนื่องจากช่วงไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ปีนี้ ราคาต้นทุนวัตถุดิบทองแดงปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 100% อยู่ที่ 7,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากราคาทองแดง 3,000 4,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน จึงส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิในครึ่งปีแรกลดลง ขณะที่ไตรมาส 3 ตัวเลขนี้ได้ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้คาดว่าทั้งปีอัตรากำไรสุทธิจะกลับมาอยู่ในระดับดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทฯมีการเสนอราคาให้กับลูกค้าโดยใช้ระยะเวลานานเกินไป แต่ขณะเดียวกันช่วงครึ่งปีหลังบริษัทได้ใช้กลยุทธ์ในการเสนอราคาให้กับลูกค้าในระยะสั้นประมาณ 15 วัน ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถที่จะควบคุมต้นทุนได้ และบริษัทคาดว่าในปีนี้จะมีกำไรสุทธิเติบโตในระดับที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่าปีก่อนที่มี 70 ล้านบาท

สำหรับไตรมาสสุดท้ายปีนี้ บริษัทมีงานอยู่ในมือ (Backlog) จำนวน 616 ล้านบาท และงานที่ได้รับคำสั่งซื้อแล้ว สำหรับส่งมอบปี 2550 ประมาณ 500 ล้านบาท ส่งผลให้ภายในปีนี้บริษัทจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังมีงานที่อยู่ระหว่างเจรจาอีก 1 พันล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทเตรียมแผนที่จะลดสัดส่วนอัตราหนี้สินต่อทุน(D/E) ปี2550ให้ต่ำกว่า 2 เท่า จากปีนี้ที่คาดว่าอยู่ที่ 2 เท่า ขณะที่ช่วงสิ้นไตรมาส 3 ปีนี้อยู่ที่ 2.6 เท่า เนื่องจากเชื่อว่าลูกหนี้จะเริ่มทยอยชำระหนี้ของบริษัท ซึ่งจะส่งผลให้ในส่วนของหนี้ลดลงจาก 900 ล้านบาท เหลือ 800 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทมีการชำระหนี้ระยะยาว 50 ล้านบาทในปีหน้าจากหนี้ระยะยาวที่มีอยู่ 400 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้อัตราหนี้สินต่อทุนเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผล บริษัทคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น 50%ของกำไรสุทธิ ตามนโยบายของคณะกรรมการที่จะพิจารณา

ช่วยเอาข่าวเก่าๆมาให้อ่าน


User avatar
apichai214
Verified User
Posts: 206
Joined: Thu Mar 02, 2006 8:34 pm

Posts by apichai214 » Wed Feb 21, 2007 7:21 am

-ทางtrtเป็นผู้รับจ้างผลิตตามคำสั่งซื้อ(made to order)จะทำเมื่อได้งานแล้วเท่านั้น และในช่องว่างระหว่างการคำนวนกำไรขั้นต้นยื่นซองและต้องยืนราคาให้ลูกค้า1-2เดือน จะเกิดช่องว่างของราคาวัตถุดิบที่จะทำให้กำไรขั้นต้นเปลี่ยนแปลง
ช่องว่างในการคำนวนกำไรขั้นต้นน่าจะมากกว่า1-2 เดือนมั้ยครับ  คือตั้งแต่ยื่นซองจนถึงสั่งซื้อวัตถุดิบ


booklover
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1062
Joined: Fri Feb 11, 2005 4:55 pm

Posts by booklover » Wed Feb 21, 2007 11:27 am

ขอบคุณนะครับพี่นริศ :D


beammy
Verified User
Posts: 3345
Joined: Mon Jan 03, 2005 8:09 pm

Posts by beammy » Wed Feb 21, 2007 11:43 am

แวะเข้ามาดูครับ

ขอดูผลงานอีกหน่อย ถ้าดีและผ่านเงื่อนไข ผมจะเข้ามาอยู่ด้วย ครับ  8)  ...


Digital_Akono_
Verified User
Posts: 155
Joined: Wed Nov 22, 2006 2:13 pm

Posts by Digital_Akono_ » Wed Feb 21, 2007 4:25 pm

[quote="beammy"]แวะเข้ามาดูครับ

ขอดูผลงานอีกหน่อย ถ้าดีและผ่านเงื่อนไข ผมจะเข้ามาอยู่ด้วย ครับ


beammy
Verified User
Posts: 3345
Joined: Mon Jan 03, 2005 8:09 pm

Posts by beammy » Wed Feb 21, 2007 4:47 pm

ถ้าไม่มี Margin of Safety ผมก้อรอ ครับ จนกว่าจะมี ...


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Wed Feb 21, 2007 5:06 pm

[quote="beammy"]แวะเข้ามาดูครับ

ขอดูผลงานอีกหน่อย ถ้าดีและผ่านเงื่อนไข ผมจะเข้ามาอยู่ด้วย ครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
SupachaiZ594
Verified User
Posts: 834
Joined: Sat Jul 29, 2006 12:15 am

Posts by SupachaiZ594 » Wed Feb 21, 2007 10:07 pm

วันนี้ขึ้นไป 5% ทันที โออออออ


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Thu Feb 22, 2007 9:47 am

ถ้าใครจะหวังปันผล คงไม่ได้นะครับ เพราะประกาศมาแล้วว่าไม่ปันผลปี49

ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะถ้านำไปชำระหนี้ ก็สามารถประหยัดต้นทุนการผลิตไปอีก7% และมีสภาพคล่องไว้เผื่อซักมีงานชิ้นใหญ่มาให้รองรับ

ปล.ผมได้เสนอฝ่ายบริหารว่า ถ้าอยากจะปันให้ผู้ถือหุ้นจริงๆ ปันผลกลางปีก็ดีครับ ดูดีขึ้นเยอะเลย :lol:

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

AiBook
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 177
Joined: Fri Dec 29, 2006 1:59 pm

Posts by AiBook » Thu Feb 22, 2007 11:03 am

สวัสดีครับพี่

เริ่มสนใจในหุ้นตัวนี้เหมือนกัน เลยเริ่มศึกษา แต่เคยผ่านตาจากที่โรงงานซึ่งทำประกันเครื่องจักรกับภัทรประกันภัย แล้วมันมี ข้อขยายความคุ้มครองในประกันส่วน Electrical Injury ดังนี้:

ความสูญเสียหรือความเสียหายต่อเครื่องไฟฟ้า (Electrical Injury) โดยจำกัดจำนวนเงินความรับผิดไว้ไม่เกิน 3,000,000. - บาท ต่อครั้งและตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย สำหรับความสูญเสียหรือความเสียหายของ Transformer ยี่ห้อ HTT (Dry Type Cast Resin), ถิรไทย, Fuji Electric และ Electro Bau (EBG) ผู้เอาระกันภัยต้องรับผิดชอบส่วนแรกเป็นจำนวนเงิน 300,000.- บาท ต่อความเสียหายแต่ละครั้งและทุกครั้ง

เลยอยากทราบว่าจะมีผลกับการเติบโตของบริษัทหรือไม่ครับ เพราะถ้าเกิดการเสียหาย transformer ยี่ห้อข้างต้นโรงงานต้องเสียเงินส่วนแรก ขณะที่ยี่ห้อนอกเหนือจากนี้ไม่ต้อง และถ้าตามข้อความเบื้องต้นจะทำให้ ถิรไทย ดูไม่น่าเชื่อถือเพราะบริษัทประกันยังต้องให้เสียค่ารับผิดชอบในส่วนแรกด้วยหรือไม่ครับ

ขอบคุณครับ


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Thu Feb 22, 2007 11:37 am

AiBook wrote:สวัสดีครับพี่

เริ่มสนใจในหุ้นตัวนี้เหมือนกัน เลยเริ่มศึกษา แต่เคยผ่านตาจากที่โรงงานซึ่งทำประกันเครื่องจักรกับภัทรประกันภัย แล้วมันมี ข้อขยายความคุ้มครองในประกันส่วน Electrical Injury ดังนี้:

ความสูญเสียหรือความเสียหายต่อเครื่องไฟฟ้า (Electrical Injury) โดยจำกัดจำนวนเงินความรับผิดไว้ไม่เกิน 3,000,000. - บาท ต่อครั้งและตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย สำหรับความสูญเสียหรือความเสียหายของ Transformer ยี่ห้อ HTT (Dry Type Cast Resin), ถิรไทย, Fuji Electric และ Electro Bau (EBG) ผู้เอาระกันภัยต้องรับผิดชอบส่วนแรกเป็นจำนวนเงิน 300,000.- บาท ต่อความเสียหายแต่ละครั้งและทุกครั้ง

เลยอยากทราบว่าจะมีผลกับการเติบโตของบริษัทหรือไม่ครับ เพราะถ้าเกิดการเสียหาย transformer ยี่ห้อข้างต้นโรงงานต้องเสียเงินส่วนแรก ขณะที่ยี่ห้อนอกเหนือจากนี้ไม่ต้อง และถ้าตามข้อความเบื้องต้นจะทำให้ ถิรไทย ดูไม่น่าเชื่อถือเพราะบริษัทประกันยังต้องให้เสียค่ารับผิดชอบในส่วนแรกด้วยหรือไม่ครับ

ขอบคุณครับ
คงจะเป็นสัญญามาตรฐานเกี่ยวกับหม้อแปลงไฟฟ้าครับ เพราะความเสียหายส่วนหนึ่งมาจากการผลิต เลยอาจมีการประกันร่วมกันครับ และคงเกี่ยวกับสัญญาว่าถ้ามีการประกันร่วม อาจเสียเบี้ยน้อย ถ้าประกันฝ่ายเดียวคงเสียเบี้ยสูง

แต่เท่าที่ดูจากมาตรฐานที่ทางtrtขอได้จากในและต่างประเทศก็มี
ISO9001 มอก.ของไทยและ
ANSIของอเมริกา
VDEของเยอรมัน
JISของญี่ปุ่น
BSของอังกฤษ
ASของออสเตรเลีย
IECของมาตรฐานสากล
KEAMของเนเธอร์แลนด์


ยังไงถ้าเจอผู้บริหารจะสอบถามให้นะครับ แต่ผมว่าไม่ค่อยมีนัยสำคัญอะไรหรอกครับ เป็นการประกันงานโดยทั่วไปมากกว่า

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Thu Feb 22, 2007 3:46 pm

งบปีออกมาเมื่อเทียบกับปีก่อนคงไม่สวยนะครับ แต่ถ้าดูเป็นรายไตรมาส ถ้าฟื้นตัวขึ้นจริงๆจะสวย มาก และ dividend yield ปีหน้า น่าจะเป็นอัตราที่น่าพอใจ เพราะปีนี้ยังไม่จ่าย เพราะติดค่า DE ratio

ปี 2550 q1 ปีก่อน นี่ติดลบด้วยซ้ำ ถ้าใครจะเก็งผลประกอบการ คงต้องดู trend q3-4 ว่าเป็นยังไงนะครับ


rean
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 205
Joined: Tue Jan 09, 2007 9:46 pm

Posts by rean » Thu Feb 22, 2007 7:57 pm

งบของงวด 4Q2548 ก็ติดลบครับ ผมดูเปรียบเทียบตามข้างล่างนี้

กำไรสุทธิงวดเก้าเดือน ของ 3Q2548 = 108.2 ลบ.
กำไรสุทธิงวดปี ของ 2548 = 77.3 ลบ.


rean
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 205
Joined: Tue Jan 09, 2007 9:46 pm

Posts by rean » Thu Feb 22, 2007 8:00 pm

rean wrote:งบของงวด 4Q2548 ก็ติดลบครับ ผมดูเปรียบเทียบตามข้างล่างนี้

กำไรสุทธิงวดเก้าเดือน ของ 3Q2548 = 108.2 ลบ.
กำไรสุทธิงวดปี ของ 2548 = 77.3 ลบ.
ผมหมายถึงงบกำไรขาดทุน งวด 3 เดือน ของ งบ 31 ธค. 2548 น่ะครับ ที่ติดลบ


ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6413
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Thu Feb 22, 2007 8:18 pm

งบออกแล้วปี 2549 ได้ 69 ล้าน
กำไรไตรมาส 4 ประมาณ 25 ล้านหรือเปล่าครับ..

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Thu Feb 22, 2007 8:23 pm

rean wrote: ผมหมายถึงงบกำไรขาดทุน งวด 3 เดือน ของ งบ 31 ธค. 2548 น่ะครับ ที่ติดลบ
เขาเคลียร์หนี้ ตัดสำรองก่อนเข้าตลาดครับ

เดี๋ยวขอไปวิเคราะห์งบq4ก่อนนะครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Thu Feb 22, 2007 9:48 pm

กำไรไตรมาท4ต่ำคาดไปนิดครับ ผมคาดว่าน่าจะได้ซัก30ล้านบาท เท่าที่พลาดก็ตรงGPMครับ ทำไมเหลือ16.7อีกรอบก็ไม่รู้ ยังไงจะสอบถามตรงนี้ให้ได้ความหล่ะครับ

แยกคร่าวๆรายไตรมาทได้ดังนี้ครับ

>              ไตรมาท1           ไตรมาท2            ไตรมาท3            ไตรมาท4
รายได้           210                   280                    410                    560
GPM             18.5%              16.5%                 22%                16.7%
SG&A           16.6%               12%                   10.3%             12.7%
กำไรสุทธิ        -1ลบ                10ลบ                  35ลบ              25ลบ  

หมายเหตุ
ไตรมาท1-2ไม่เสียภาษี ไตรมาท3เสียประมาณ10%(ล้างขาดทุนสะสมหมดไตรมาทนี้) ไตรมาท4(เสียภาษีเต็ม30%)

แต่ปี50จะเสียภาษี20%(เนื่องจากเข้าตลาดmai)

ถ้าดูจากทิศทางที่ทำกำไรปี50นี่น่าจะกำไร 80-130ล้านบาทนะครับ ขึ้นกับกำไรขั้นต้น(ราคาทองแดง เพราะงานไปรับมาผลิต2-8เดือนถึงได้ส่งงาน) EPSปี50=0.79-1.29 ณ.ราคาตอนนี้4.84ก็ได้PE3.75-6.12
โจทย์ที่ผมว่าจะไปโทรถามผู้บริหารมี2ข้อครับ
1กำไรขั้นต้น จะสามารถคำนวนคร่าวๆได้หรือเปล่า และ
2backlog ที่ยังค้างอยู่ในมือมีเท่าไหร่

ส่วนงบดุล ดูดีขึ้นครับ DEจาก4.7เท่า(4/48)เหลือ2.9เท่า(3/49)และ2.3เท่า(4/49)
ส่วนงบกระแสเงินสดไตรมาท4นี่ก็ดูดีขึ้นเยอะครับ และเงินลงทุนซื้อเครื่องจักรทั้งปีที่16ลบ.ไตรมาทสุดท้ายเพียง2ล้านบาท
ส่วนลูกหนี้ค้างชำระก็เบาลง แต่ก็ยังสูงอยู่(เท่าที่เคยสอบถามเห็นว่าเงิน10%สุดท้ายจะจ่ายเมื่อมีการเดินกระแสไฟจริงๆแล้วเท่านั้น และบางโครงการงานของเราเสร็จก่อน ก็เลยวางไว้ยังต้องคอยงานส่วนอื่น ทำให้กลายเป็นลูกหนี้ค้างชำระ)

ใครมีอะไรเสริมหรือเปล่าครับ หรือช่วงนี้งบออกเป็นไม่ได้ดั่งใจ เลยเซ็งๆกัน :lol:

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

rean
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 205
Joined: Tue Jan 09, 2007 9:46 pm

Posts by rean » Thu Feb 22, 2007 10:45 pm

naris wrote: เขาเคลียร์หนี้ ตัดสำรองก่อนเข้าตลาดครับ

เดี๋ยวขอไปวิเคราะห์งบq4ก่อนนะครับ
คุณนริศ ขอความรู้หน่อยครับ   ดูยังไงครับว่าเป็นการเคลียร์หนี้ ตัดสำรองก่อนเข้าตลาด


User avatar
yoyo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4833
Joined: Sun Feb 16, 2003 12:17 pm

Posts by yoyo » Thu Feb 22, 2007 10:47 pm

ปีนี้ surprise เยอะจริงๆครับนะ ... แต่ยังดีที่ Margin of safety ยังสูงพอสมควร เลยคงไม่เดือดร้อนอะไรมาก  :lol:

การลงทุนที่มีค่าที่สุด คือการลงทุนในความรู้
http://www.yoyoway.com

Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14783
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Thu Feb 22, 2007 11:14 pm

อืม คุณนริส นี่ทำการบ้าน ละเอียดเรียบร้อยดีครับ

กำไร q4 25 ล้าน ถ้าคูณ 4 ก็ 100 ล้าน

แถมเสียภาษี ลดลง จาก 30 เหลือ 20

กำไรก็เพิ่มขึ้น และยอดขายมีโอกาสเพิ่มขึ้น

แต่หนี้มาก ก็เลยทำให้ทั้งปี 2549 เสียดอกเบี้ยไปตั้ง 37.99 ล้าน

ซึ่งตัวนี้ ถ้าตั้งใจลดหนี้ลง

อนาคตสดใสดีครับ


Post Reply