SAT

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
jinlhong
Verified User
Posts: 129
Joined: Thu Dec 31, 2009 11:24 pm

Posts by jinlhong » Thu Aug 19, 2010 11:32 pm

[quote="เกลียดแดงแช่งเหลือง"]Arbitage สนุกไปเลย!!!!ขายแม่จนเกลี้ยงแล้วครับ...ดีกว่าอยู่เปล่าๆ :lol:

Next station @10 >> Final station - Terminal21

kittrade
Verified User
Posts: 31
Joined: Tue Jun 29, 2010 5:36 pm

Posts by kittrade » Fri Aug 20, 2010 3:46 pm

ผมมาอ่านเจอ เลยเอาบ้าง ขายแม่ซื้อลูก
มีข้อเสียป่าวครับ ทำแบบนี้  (ยังไงก็จะถือยาวๆอยู่แล้ว)
ทำไปแล้วล่ะ ก็ดี ได้ค่าขนม


เกลียดแดงแช่งเหลือง
Verified User
Posts: 13
Joined: Sun Apr 18, 2010 10:02 pm

Posts by เกลียดแดงแช่งเหลือง » Fri Aug 20, 2010 5:00 pm

วันหลังๆ spread ดีกว่าวันแรกๆที่ T1 เข้า บางจังหวะปาเข้าไปเกือบ 1 บาท เสียดายใจจะขาด ยืมมา short ก็ไม่ได้.......อ้อ...ใครทำ arbitage ยาลืมเตรียมตังส์ไว้ด้วยนะครับ เดี๋ยวจะใช้เงินเพลินจนไม่มีเงินแปลงสภาพ :D  :D  :D  :D


User avatar
jinlhong
Verified User
Posts: 129
Joined: Thu Dec 31, 2009 11:24 pm

Posts by jinlhong » Fri Aug 20, 2010 11:41 pm

[quote="kittrade"]ผมมาอ่านเจอ เลยเอาบ้าง ขายแม่ซื้อลูก
มีข้อเสียป่าวครับ ทำแบบนี้

Next station @10 >> Final station - Terminal21

kittrade
Verified User
Posts: 31
Joined: Tue Jun 29, 2010 5:36 pm

Posts by kittrade » Sun Aug 22, 2010 10:26 pm

ขอบคุณครับ jinlhong


sattra
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 51
Joined: Sat Apr 17, 2010 6:38 am

ทันหุ้น กล่าวว่า

Posts by sattra » Thu Aug 26, 2010 4:04 pm

ทันหุ้น กล่าวว่า

(Reuters) - Ford Motor Co. and Mazda Motor will invest $350 million in their joint venture in Thailand to build a redesigned version of their compact pickup trucks starting in mid-2011, Ford said on Wednesday.

Ford said "the investment in the AutoAlliance Thailand plant in Rayong, Thailand -- also affirms the automakers'long-term commitment to the country".

The investment will go to plant upgrades and tooling for the production of the pickup trucks.

The venture was established 1995, and Ford and Mazda export pickups to more than 130 markets around the world. The alliance also builds the Ford Fiesta and Mazda2 for Thailand and export.

The announcement of the investment in Thailand came the same day that Ford affirmed its plans to close a plant in Minnesota that produces the Ranger compact pickup for the U.S. market


User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Posts by vichit » Fri Aug 27, 2010 5:31 pm

Update/ SAT ปรับเป้ารายได้ปีนี้ โตไม่ต่ำกว่า 45% หลังคาดยอดผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์
โต 60%


SAT ปรับเป้ารายได้ปีนี้ โตไม่ต่ำกว่า 45% หลังคาดยอดผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์
โต 60% ตั้งเป้ายอดขายปี 54-57 โตเฉลี่ยปีละ10% ทั้งคาดปี 57 จะมียอดผลิตรถยนต์ใน ปท.
รวม 2.5 ล้านคัน คาด Gross Margin ปีนี้ อยู่ที่ 21-22% จากปีก่อน 17.86% ตามยอดขายที่
เติบโตขึ้น วางงบลงทุน 3 ปี (53-55) 3.5 พันลบ. ลงทุนปีนี้ 1.95 พันลบ. ใช้ขยายโรงหล่อ รับ
ออเดอร์ อีโคคาร์-อุตฯ ยานยนต์โต คาดบันทึกรายได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุน PP 15 ล้านหุ้น ไม่
ต่ำกว่า 300 ล้านบาทต้น ก.ย.นี้ แย้มมีผู้สนใจไม่ต่ำกว่า 7 ราย  

นายวีระยุทธ กิตะพาณิชย์ กรรมการ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด
(มหาชน) หรือ SAT เปิดเผยว่า ได้ปรับเป้ารายได้ในปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 45% จากประมาณการ
เดิมที่คาดเติบโตในระดับ 45% โดยในครึ่งปีแรกยอดขายของบริษัทฯ เติบโตถึง 60% ตามการ
เติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ ส่วนครึ่งปีหลังจะมียอดขายที่ดีกว่าครึ่งปีแรก แต่อัตราการเติบโต
อาจจะไม่สูงเท่ากับครึ่งปีแรกที่เติบโตถึง 60% เพราะฐานในปี 2552 ค่อนข้างสูง ทั้งนี้การคาด
การณ์รายได้ดังกล่าว อยู่ภายใต้สมมติฐานยอดการผลิตรถยนต์ในปีนี้อยู่
ที่ 1.6 ล้านคัน เติบโต 60% จากปี 2552
'มองแนวโน้มยอดขายของบริษัทฯในครึ่งปีหลัง น่าจะเติบโตจากครึ่งปีแรก แต่หาก
มองในส่วนของอัตราการเติบโตอาจจะไม่สูงเท่า เนื่องจากครึ่งหลังปี 2552 เรามีฐานค่อนข้างสูง
ทั้งนี้คาดการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะยอดการผลิตจะอยู่ที่ 1.6 ล้านคัน เติบโต
ประมาณ 60% ซึ่งก็น่าจะทำให้รายได้ของบริษัทฯ ในปีนี้เติบโตได้มากกว่าประมาณการเดิม ที่
คาดจะมีรายได้เติบโตจากปีก่อน 45%' นายวีระยุทธ กล่าว

โดยบริษัทฯ วางแผนดำเนินธุรกิจในช่วงปี 2554-2557 ว่ายอดขายจะเติบโตเฉลี่ยไม่
ต่ำกว่า 10% ต่อปี ตามแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยบริษัทฯ มองว่ามีโอกาสที่ปี 2557 ยอดผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านคัน จากปี 2553
ที่คาดการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์จะมียอดผลิต 1.6 ล้านคัน
ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่าในปี 2557 ยอดผลิตรถยนต์จะเพิ่มเป็น 2.5 ล้าน
คัน เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจประเทศหลักรวมถึงประเทศไทยที่ฟื้นตัวดีขึ้น ขณะที่อีโคคาร์ ก็ได้
รับการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงผู้ประกอบการรถยนต์ส่วนใหญ่ก็ตั้งเป้าหมายที่จะรุกตลาดอีโค
คาร์มากขึ้น
ส่วนในแง่ของบริษัทฯ ที่มั่นใจว่ายอดขายจะเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10% มองว่าเป็น
การเติบโตตามอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงในส่วนอีโคคาร์ บริษัทฯ คาดว่าจะได้รับคำสั่งซื้อจาก
5 บริษัท โดยขณะนี้บริษัทฯ ได้รับออเดอร์จาก 3 รายแล้ว  แต่อีก 2 รายได้แก่ โตโยต้า และมิตซูบิ
ชิ อยู่ระหว่างการเจรจา แต่มั่นใจว่าทั้ง 2 รายจะสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทฯ โดยคาดการณ์ในปี
2553 จะมีรายได้เข้ามาประมาณ 50 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งในปี
2554 คาดว่าจะมีรายได้จากอีโคคาร์ 100 ล้านบาท  และปี 2555 เพิ่มเป็น 200 ล้านบาท จน
กระทั่งในปี 2559 จะเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท
นอกจากนี้  คาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) จะอยู่ที่ 21-22% เพิ่มขึ้น
จากปี 2552 ที่ 17.86% หลังจากครึ่งปีแรกบริษัทฯ มี Gross Margin ที่ 21% ซึ่งคาดว่าในครึ่ง
ปีหลังที่ยอดขายจะออกมาดีกว่าครึ่งปีแรก ก็น่าจะทำให้ทั้งปีบริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นตามเป้า
หมายที่วางไว้
ด้านนายวรพจน์ ฉัตรชัยกุลศิริ รองกรรมการผู้อำนวยการสายการเงินและบัญชี บริษัท
สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ตั้งงบลงทุน 3
ปี (53-55) ที่ 3.5 พันล้านบาท โดยในปี 2553 บริษัทฯ จะใช้งบลงทุนทั้งสิ้น 1,950 ล้านบาท
แบ่งเป็นการลงทุนโรงหล่อ เบื้องต้น 800 ล้านบาท และอีก 900 กว่าล้านบาท จะเป็นการลงทุน
ซื้อเครื่องจักรเพื่อรองรับการผลิตในอนาคต และส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนในอื่นๆ ขณะที่ในปี
2554 บริษัทฯ วางงบลงทุนไว้ 1,000 ล้านบาท โดยจะเป็นการลงทุนโรงหล่อในส่วนที่เหลือ
ประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งโรงหล่อจะใช้งบลงทุน 2 ปี รวมประมาณ 1.2 พันล้านบาท ทั้งนี้การลง
ทุนในช่วง 3 ปี ก็เพื่อใช้ในการรองรับยอดขายที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งรถยนต์อีโคคาร์และการ
เติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์
อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (PP)
จำนวน 15 ล้านหุ้น ซึ่งมีผู้ที่สนใจจะซื้อมากกว่า 7 ราย และบริษัทฯได้มอบให้ทาง บล.กิมเอ็ง
(ประเทศไทย)ที่ปรึกษาทางการเงินเป็นผู้เจรจา โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าสถาบันการเงิน
ทั้งนี้ เนื่องจากมีผู้สนใจหุ้นของบริษัทเป็นจำนวนมาก บริษัทฯ จึงเตรียมหุ้นกรีน ชู ออ
ฟชั่น ไว้เพิ่มเติม และคาดว่าจะสามารถบันทึกรายได้จากการขายหุ้น PP ได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้าน
บาทในช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้
ส่วนเงินเพิ่มทุนจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน หรือ
TSR จำนวน 25 ล้านหุ้น ที่กำหนดราคาในการแปลงสภาพไว้ที่  14 บาท/หน่วย คิดเป็น 350
ล้านบาท จะเริ่มเข้ามาที่บริษัทในช่วงปลายเดือน ก.ย. ถึงต้นเดือน ต.ค.นี้
                    ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ (27 ส.ค.53) ราคาหุ้น SAT อยู่ที่  23.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.30
บาท หรือ 1.32% มูลค่าการซื้อขาย 12.42 ล้านบาท




รายงาน   โดย วรารัตน์ วีระคงสุวรรณ
เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ    โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   27/08/10   เวลา   17:22:44


User avatar
Rocker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4200
Joined: Wed Apr 06, 2005 11:28 pm

Posts by Rocker » Mon Aug 30, 2010 10:14 pm

30 สิงหาคม 2553 10:18
 
บล.ทิสโก้ ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" SAT



         SAT : ได้ประโยชน์จากแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สดใส  

         คำแนะนำ ซื้อ
         ราคาเป้าหมาย 26.70 บาท

         ยังคงแนะนำ ซื้อ จากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีแนวโน้มสดใส  
         ผู้บริหารมีมุมมองที่ดีต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย โดยมองว่าการผลิตรถยนต์น่าจะโตเฉลี่ย 12% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2553-57F และน่าจะขึ้นแตะระดับเป้าหมาย 2.5 ล้านคันในปี 2557F ซึ่ง SAT เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์รายใหญ่ของไทย น่าจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มที่ดีขึ้นนี้ ดังนั้นเรายังคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 26.70 บาท (PER 11 เท่าปี 2554F)
         ปัจจัยหนุน SAT
         ปัจจัยหนุนอัตราการขยายตัวการผลิตรถยนต์ของไทยได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงโมเดลรถปิ๊กอัพ และ 2) โมเดลใหม่สำหรับรถยนต์ Eco car  ซึ่ง SAT เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่ป้อนสำหรับทั้งสองกลุ่มนี้ อีกทั้งมีคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นสำหรับรถแทรคเตอร์ของ Kubota ดังนั้นอัตราการเติบโตยอดขายของ SAT น่าจะมากกว่า 10% ต่อปี เราคาดว่าจะมีโอกาสที่ตลาดโดยรวม (consensus) จะปรับขึ้นประมาณการผลประกอบการ
         สามารถบริหารจัดการให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นอยู่มากกว่า 20%
         ผู้บริหารคาดว่ายอดขายในครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าในครึ่งปีแรก เนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาล อย่างไรก็ตาม มีความกังวลว่าต้นทุนวัตถุดิบน่าจะสูงขึ้น (อาทิ เหล็ก) 5-10% ในครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าจะสามารถบริหารจัดการอัตราส่วนกำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่สูงกว่า 20% ได้

         โดย สำนักวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ประจำวันที่ 30 ส.ค. 2553



http://www.thunhoon.com/home/guruhoon/i ... ?code=3232


User avatar
Rocker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4200
Joined: Wed Apr 06, 2005 11:28 pm

Posts by Rocker » Mon Aug 30, 2010 10:20 pm

บล.เคจีไอ : SAT แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 27.60 บาท

คงมุมมองเชิงบวกใน 2H10
               จากข้อมูลของ SAT คำสั่งซื้อใน 2H10 จะคิดเป็น 52% ของยอดขายรวมตลอดปี
2553 ซึ่งหมายถึงกำไรใน 2H10 จะเพิ่มขึ้น HoH และยืนยันความเห็นเชิงบวกของเราต่อผล
การดำเนินงานของ SAT ใน 2H10 โดยเฉพาะใน 3Q10 เราคาดว่ากำไรสุทธิจะพุ่งทำลายสถิติ
ใน 3Q10 จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคงอยู่ในระดับสูงถึง 21-22% จาก
แนวโน้มกำไรที่ดี เราคงแนะนำ ซื้อ SAT โดยมีราคาเป้าหมายที่ 27.60 บาท

อุตสาหกรรมยานยนต์ยังดี
                ตัวเลขการผลิตยานยนต์ของประเทศใน 1H10 อยู่ที่ 768,994 คัน คิดเป็น 49%
ของเป้าตลอดปีที่ 1.56 ล้านคัน ในความเห็นของเรา ยอดการผลิตยานยนต์ใน 2H10 จะเติบโต
HoH จากการเติบโตในระดับสูงในตลาดส่งออกและตลาดในประเทศ ความเห็นดังกล่าวสอด
คล้องกับประมาณการของ SAT ซึ่งคาดว่ายอดขายของบริษัทฯ ใน 1H10 จะคิดเป็น 48% ของ
ยอดขายรวมตลอดปี 2553 นอกจากนี้ SAT ยังคาดว่าอีกว่าการผลิตยานยนต์ของไทยจะทะลุ
2.5 ล้านคัน ในปี 2557 คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 12.5% CAGR ต่อปี เนื่องจากมีรถยนต์รุ่น
ใหม่ ๆ หลายรุ่นเข้าสู่ตลาด โดยเฉพาะรถอีโคคาร์

ปรับตัวเลขคำสั่งซื้อจากโครงการอีโคคาร์
                SAT ได้สรุปตัวเลขคำสั่งซื้อจากโครงการอีโคคาร์ ปัจจุบันมีผู้ผลิตรถยนต์ 5 รายที่มี
ความเป็นไปได้ที่จะสั่งซื้อจาก SAT ปัจจุบันลูกค้า 3 ราย ประกอบด้วย นิสสัน ฮอนด้า และซูซูกิ
ได้ยืนยันคำสั่งซื้อสำหรับชิ้นส่วนรถอีโคคาร์เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่โตโยต้าและมิตซูบิชิกำลังอยู่
ระหว่างการเจรจา
               นอกจากนี้ SAT ยังคาดอีกว่ารายรับจากรถอีโคคาร์ของนิสสัน ซึ่งเริ่มแล้วในปี 2553
จะอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่คำสั่งซื้อจากรถอีโคคาร์ของฮอนด้า ซึ่งจะเริ่มในปี
2554 จะอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาทต่อปี และคำสั่งซื้อจากมิตซูบิชิ ซูซูกิ และโตโยต้าจะเริ่มในปี
2555 ในภาพรวม บริษัทฯ คาดว่ายอดคำสั่งซื้อรวมจากลูกค้าทั้ง 5 รายในปี 2559 จะอยู่ที่
ประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี

ค่า PE ของ SAT สูงสุดในอดีตสูงกว่า 12x
                ปัจจุบันค่า 10PE ของ SAT อยู่ที่ 9.2x ซึ่งยังไม่สูงนักในความเห็นของเรา ในขณะที่
ราคาหุ้นของ SAT มีการซื้อขายที่ 9.2x ซึ่งสูงกว่าค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานสำหรับค่า PE เฉลี่ย
ระยะยาวอยู่ 1 อย่างไรก็ดี ค่า PE ยังต่ำกว่าค่าสูงสุดในอดีตที่ 12x 13x หรือสูงกว่าค่าเบี่ยงเบน
มาตรฐานเฉลี่ยในอดีตอยู่ 2 จากสภาวะตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์เชิงบวกในปัจจุบัน เราคาดว่า
SAT จะสามารถกลับมาซื้อขายได้ที่ระดับสูงกว่า +1 standard deviation

ไม่ได้ประโยชน์จากโรงงานรถกระบะใหม่ของ AAT
                ปัจจุบัน Ford Motor และ Mazda อยู่ระหว่างการลงทุนในโรงงานใหม่เพื่อผลิต
รถกระบะ แม้ว่า AAT จะเป็นลูกค้าปัจจุบันของ SAT รถกระบะรุ่นใหม่ของ AAT ซึ่งจะเริ่มผลิต
ในกลางปีหน้า จะไม่ใช้ชิ้นส่วนยานยนต์จาก SAT ดังนั้นปัจจัยดังกล่าวจึงหมายถึงว่าคำสั่งซื้อจาก
AAT จะลดลงหลังเปิดตัวรถรุ่นใหม่ใน 2H11 อย่างไรก็ดีจากข้อมูลของ SAT คำสั่งซื้อที่หายไป
จาก AAT ใน 2H11 จะถูกชดเชยได้โดยคำสั่งซื้อใหม่จาก GM

คงแนะนำ ซื้อ SAT โดยมีราคาเป้าหมายที่ 27.60 บาท
                 เราปรับเป้าหมายไปในปี 2554 และได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 27.60 จากค่า 11PE
ที่ 11x เราเห็นว่าค่า PE เป้าหมายที่ 11x ไม่สูงเกินไป ดังได้อธิบายไว้ก่อนหน้าค่า PE สูงสุด
ของ SAT เคยอยู่ที่ประมาณ 12x-13x จากแนวโน้มกำไรที่อยู่ในระดับสูง เราคาดว่าค่า PE ของ
SAT ควรจะปรับสูงขึ้นกว่าในปัจจุบัน ดังนั้นเราจึงคงแนะนำ ซื้อ SAT โดยมี upside ที่ 20%



เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   30/08/10   เวลา   10:28:58


User avatar
Rocker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4200
Joined: Wed Apr 06, 2005 11:28 pm

Posts by Rocker » Mon Aug 30, 2010 10:21 pm

บล.เอเซียพลัส : SAT มูลค่าพื้นฐาน 29.44 บาท แนะนำซื้อ

ยานยนต์สดใส ออเดอร์อีโคคาร์เพิ่ม สร้างการเติบโตระยะยาว
               คงมีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ โดยคาดผลประกอบการ 2H53 ยังสด
ใสต่อเนื่องจาก 1H53 ผลักดันให้ทั้งปี 2553 มียอดขายเติบโตสูง 45% yoy และต่อเนื่องเฉลี่ย
10%ต่อปีในอีก 4 ปีข้างหน้า (ปี 2554-2557) ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากภาคการผลิตรถยนต์
ฟื้นตัว โดยปี 2553 คาดขยายตัว 60% yoy แตะระดับ  1.6 ล้านคัน และจะเพิ่มเป็น 2.5 ล้านคัน
ในปี 2557 หรือเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี ตามความต้องการรถยนต์ทั้งในประเทศและส่งออกเพิ่ม
มากขึ้น อีกทั้งมีแรงหนุนจากการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่เข้ามาเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนโมเดลรถ
ปิกอัพของค่ายรถยนต์หลักเกือบทุกค่าย เช่น อีซูซุ, ฟอร์ด&มาสด้า, มิตซูบิชิ, โตโยต้า และนิสสัน
ที่จะเกิดขึ้นทุกปีตลอดปี 2554-2557 รวมถึงการผลิตรถยนต์นั่งอีโคคาร์ของฮอนด้า โตโยต้า มิ
ตซูบิชิ และซูซูกิในปี 2554-2555 ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัทให้ได้รับคำสั่งซื้อชิ้นส่วนเพิ่ม
มากขึ้น โดยความคืบหน้าล่าสุดของโครงการอีโคคาร์ คาดจะได้รับคำสั่งซื้อจาก 5 บริษัท ล่าสุดได้
รับ   ออเดอร์ใหม่จากชิ้นส่วนรถอีโคคาร์ของฮอนด้า และซูซูกิ นอกเหนือที่ได้รับจากนิสสัน
ส่วน        โตโยต้าและมิตซูบิชิอยู่ระหว่างการเจรจาเสนอราคา ทั้งนี้คาดปี 2553 จะมียอดขาย
จากโครงการอีโคคาร์ประมาณ 50 ล้านบาท จากการผลิตให้กับนิสสัน และปี 2554 จะเพิ่มเป็น
100 ล้านบาท หลังมีออเดอร์เพิ่มจากฮอนด้า ส่วนปี 2555 ก็อาจจะมีออเดอร์จากมิตซูบิชิและซูซู
กิ ซึ่งจะทำให้ยอดขายเพิ่มเป็น 200 ล้านบาท และสูงต่อเนื่องเท่ากับ 400 ล้านบาทในปี 2559
หลังได้ออเดอร์ทั้งหมดจาก 5 ค่าย ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 5 แสนคันต่อปี มาผลักดันการเติบโต
มากขึ้น

คงประมาณการเดิม คาด 3Q53 ยังเติบโตต่อเนื่องจาก 2Q53
                แนวโน้ม 3Q53 คาดจะเติบโตดีขึ้นจาก 2Q53 ตามความต้องการรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
ต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับงวด 3Q53 ไม่มีวันหยุดยาว ทำให้สามารถใช้กำลัง
การผลิตได้อย่างเต็มที่มากขึ้น คาดจะเป็นปัจจัยหนุนให้ยอดขาย 3Q53 สร้างสถิติสูงสุดของปี
ระดับ 1.6 พันล้านบาท ด้านการทำกำไร แม้อาจต้องแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบเหล็กมีแนวโน้ม
ปรับเพิ่มขึ้น 5-10% แต่เชื่อว่าการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสามารถบริหารควบคุมต้น
ทุนได้ น่าจะรักษาฐาน Gross Margin ให้ยืนเหนือ 20% และมีกำไรเฉลี่ย 190-200 ล้านบาท
ซึ่งดีกว่างวด 2Q53 ที่มีกำไร 178 ล้านบาท และฟื้นตัวโดดเด่นจาก 3Q52 ที่ต้องเผชิญกับภาวะ
อุตสาหกรรมชะลอตัวแรง ทำให้มีกำไรต่ำ 97 ล้านบาท ภาพรวมทั้งปี 2553 คงประเมินยอดขาย
6,111 ล้านบาท เติบโตใกล้เคียงผู้บริหารคาดระดับ 42.3% yoy โดยมีกำไร 760 ล้านบาท
ขยายตัว 2.4 เท่าตัวจากปี 2552 ที่มีกำไร 314 ล้านบาท

ซื้อ...มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 2553  เท่ากับ 29.44 บาท
              กำหนด Fair Value อิง PER 12 เท่า ได้มูลค่าพื้นฐานใหม่ปี 2553 เท่ากับ 29.44
บาท มี upside 28% โดยราคาปัจจุบันให้ Div Yield เฉลี่ยกว่า 3% จึงคงแนะนำซื้อ




เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   30/08/10   เวลา   9:45:04


วัวทะโมน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 201
Joined: Sat Aug 28, 2010 12:19 pm

Posts by วัวทะโมน » Tue Aug 31, 2010 12:36 am

นักวิเคราะห์นี่กำหนด PE ตามอำเภอเลยเนาะ!!!!! PE ในใจผมมัน 12 มาตั้งนานแล้ว.....ฝากนักวิเคราะห์ด้วย(ถ้าอ่านเจอ postนี้)วันหลังหัด"เขย่งเป้า"ให้มันเร็วๆหน่อย...เสียอารมณ์!!! :lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
Rocker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4200
Joined: Wed Apr 06, 2005 11:28 pm

Posts by Rocker » Tue Aug 31, 2010 12:42 am

หุ้น growth stock เค้าจะทยอยปรับ เป้าราคาครับ

โดยใช้ PE นั่นแหละ เพิ่มขึ้นก็ได้เป้าใหม่ PE สูงขึ้นก็หมายความว่า

ตู อะ คาดหวัง กับ เอ็งมากขึ้นนะ


User avatar
spartacus
Verified User
Posts: 130
Joined: Sat Jun 05, 2010 4:14 pm

Posts by spartacus » Tue Aug 31, 2010 11:21 am

สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี ประสบความสำเร็จในการระดมทุน 327 ล้านบาท จากการเสนอขายแบบ Overnight Bookbuild โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุนสถาบันทั่วไป

บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำในอาเซียนโดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือเพลาข้าง (Axle shaft) ซึ่งบริษัทครองส่วนแบ่งการตลาดสูงเป็นอันดับ 1 กว่า 80% ได้ประกาศเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 15 ล้านหุ้น ต่อนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศด้วยการเสนอขายแบบ Private Placement หลังจากบริษัทได้รับมติเห็นชอบจากคณะผู้บริหารเมื่อคืนนี้ (30 สิงหาคม) นับเป็นช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการเสนอขาย เนื่องจากเป็นที่คาดว่าบริษัทจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากภาพรวมการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สดใสและแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของยอดขายรถยนต์ในประเทศและการส่งออกของผู้ประกอบการยานยนต์ ตลอดจนการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากการขยายธุรกิจไปยังตลาดรถแทรกเตอร์ในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลทางการเกษตร นายวีระยุทธ กิตะพาณิชย์ กรรมการอำนวยการ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการระดมทุน 327 ล้านบาท จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private placement) เชื่อว่าที่บริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมากเนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในธุรกิจและโอกาสในการเติบโตในอนาคตของบริษัท โดยบริษัทคาดว่า ยอดขายในปีนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่โดยเติบโตไม่น้อยกว่า 45% และปี 2554 2557 คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่า 20% จาก 18% ในปีก่อนหน้า บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปต่อยอดธุรกิจ โดยเป็นการลงทุนเพื่อรองรับโครงการขยายกำลังการผลิตในโรงหล่อเหล็กแห่งใหม่ และเพิ่มศักยภาพในการลงทุนเพิ่มเติมใน 1 - 3 ปีข้างหน้า ตลอดจนเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่บริษัท

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กิมเอ็งมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้เป็นอย่างสูง ด้วยศักยภาพการเติบโตในอนาคตของบริษัท ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันและกลุ่มลูกค้า High net worth ให้ความสนใจตอบรับการเสนอขายในครั้งนี้เป็นอย่างดี โดยบริษัทเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนทั้งสิ้น 15 ล้านหุ้น ที่ราคา 21.80 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นส่วนลดประมาณ 6% จากราคาปิดล่าสุด ณ วันที่ 30 ส.ค. 53 โดยเป็นการเสนอขายแบบ Accelerated overnight bookbuilding หลังตลาดหลักทรัพย์ปิด ซึ่งนักลงทุนให้ความสนใจเป็นอย่างมากทั้งสถาบันในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนนักลงทุนส่วนบุคคลรายใหญ่ โดยมียอดการจองสูงถึงประมาณ 3 เท่าของหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท ด้วยเหตุนี้ กิมเอ็งจึงได้ทาบทามกองทุนเพื่อการร่วมลงทุนให้พิจารณาเสนอขายหุ้น SAT บางส่วนในครั้งนี้ด้วย กองทุนฯ จึงได้พิจารณาร่วมเสนอขายหุ้น SAT ให้กับนักลงทุนอีกจำนวน 20 ล้านหุ้น เพื่อช่วยตอบสนองความต้องการส่วนเกินบางส่วนจากนักลงทุนดังกล่าว

ฝ่ายสื่อสารองค์กร / บมจ.หลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)
โทร. 02-658-6300 ต่อ 1031-3

http://www.ryt9.com/s/prg/974462


ธรรมย่อมรักษา ผู้ประพฤติธรรม

User avatar
Packky
Verified User
Posts: 856
Joined: Wed Mar 24, 2010 10:14 pm

Posts by Packky » Tue Aug 31, 2010 11:45 am

การจัดสรรหุ้นให้กับบุคคลในวงจำกัด (Private Placement)ที่ SAT-CS 28/2553
                                                             วันที่ 30 สิงหาคม 2553

เรื่ อง     การจัดสรรหุ้ นให้ กับบุคคลในวงจำกัด (Private Placement)

เรี ยน     กรรมการและผู้ จัดการ
          ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

                     ที่ประชุมคณะกรรมการบริ หารของบริ ษัท สมบูรณ์ แอ๊ ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
(บริษัท) ครั้งที่ 12/2553 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2553 ได้ มีมติอนุมัติการจัดสรรหุ้ นสามัญจำนวน 15,000,000
หุ้ น มูลค่าหุ้ นที่ตราไว้ หุ้ นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้ แก่นักลงทุนสถาบันและบุคคล (รวมกันเรี ยกว่า นักลงทุน)
ซึ่งเป็ นบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ.28/2551
เรื่ อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้ เสนอขายหุ้ นที่ออกใหม่ ตามที่ได้ รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ ถือหุ้ น
ครังที่ 1/2553 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 ในราคาเสนอขายหุ้ นละ 21.80 บาท (ราคาเสนอขาย
ดังกล่าวกำหนดโดยการสำรวจความต้ องการซื้อหลักทรัพย์ (book building) โดยบริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง
จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย) และกำหนดชำระเงินค่าหุ้ นเพิ่ม
ทุน ในวันที่ 31 สิงหาคม ถึงวันที่ 3 กันยายน 2553

                จึงเรี ยนมาเพื่อทราบ

                                                             ขอแสดงความนับถือ



                                                         (นางสาวนภัสร กิตะพาณิชย์)
                                                          รองกรรมการผู้ อำนวยการ





ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย     วันที่   31/08/10   เวลา   9:06:13


User avatar
Packky
Verified User
Posts: 856
Joined: Wed Mar 24, 2010 10:14 pm

Posts by Packky » Tue Aug 31, 2010 11:46 am

แบบรายงานการเพิ่มทุน (F53-4)แบบรายงานการเพิ่ มทุน
                              บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)


         ข้ าพเจ้ า บริ ษัท สมบูรณ์ แอ๊ ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ขอรายงานมติที่ประชุมคณะกรรมการ
บริ หาร ครั้งที่ 12/2553 ประชุมเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2553 (ที่ ประชุมคณะกรรมการบริหาร) เกี่ยวกับการ
จัดสรรหุ้ นเพิ่มทุนดังต่อไปนี้

1.      การจัดสรรหุ้ นสามัญเพิ่ มทุน

1.1     ที่ประชุมวิสามัญผู้ ถือหุ้ น ครั้งที่ 1/2553 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 ได้ มีมติอนุมัติการจัดสรร
       หุ้ นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 15,000,000 หุ้ นมูลค่าที่ตราไว้ หุ้ นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายในคราวเดียวกัน
       หรื อต่างคราวกันให้ แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาด
       ทุน ที่ ทจ. 28/2551 เรื่ อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้ เสนอขายหุ้ นที่ออกใหม่ โดยมอบหมายให้
       คณะกรรมการบริ หาร เป็ นผู้ มีอำนาจพิจารณากำหนดราคาเสนอขาย ระยะเวลาการเสนอขาย เงื่อนไข
       และรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้ องกับการจัดสรร รวมถึงการพิจารณากำหนด  ราคาตลาด  ตามประกาศ
       คณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่เกี่ยวข้ อง

1.2     ที่ประชุมคณะกรรมการบริ หารได้ มีมติอนุมัติให้ จัดสรรหุ้ นจำนวน 15,000,000 หุ้ น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้ นละ 1
       บาท รวม 15,000,000 บาท เพื่อเสนอขายให้ แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) โดยมี
       รายละเอียดดังต่อไปนี้

       รายละเอียดการจัดสรรหุ้ น
                                              จำนวน       อัตราส่ วน       ราคาขายต่ อ         กำหนดจองซื้อ
       ผู้ ที่ ได้ รั บการจัดสรรหุ้ นสามัญ                                                                                  หมายเหตุ
                                               (หุ้ น)      (เดิม:ใหม่ )      หุ้ น (บาท)     และ/หรื อชำระค่ าหุ้ น
                                                                                        วันที่ 31 สิงหาคม ถึง
       จัดสรรเพื่อเสนอขายให้ แก่บุคคล
                                             15,000,000        -            21.80          วันที่ 3 กันยายน              -
       ในวงจำกัด (Private Placement)
                                                                                                  2553

2.      กำหนดวันประชุมผู้ ถือหุ้ นเพื่ อขออนุมัติการเพิ่ มทุนและจัดสรรหุ้ นเพิ่ มทุน

       ไม่มี

3.      การขออนุ ญาตเพิ่ มทุน/จัดสรรหุ้ นเพิ่ มทุนต่ อหน่ วยงานราชการที่ เกี่ ยวข้ อง และเงื่ อนไขการ
       ขออนุญาต (ถ้ ามี)
                                                           

4.   วัตถุประสงค์ ของการเพิ่ มทุน และการใช้ เงินในส่ วนที่ เพิ่ มเติม

    บริ ษัทคาดว่าจะได้ รับเงินเพิ่มทุนจากการเสนอขายหุ้ นให้ กับบุคคลในวงจำกัด (Private Placement)
    จำนวนประมาณ 327 ล้ านบาท และอีกส่วนหนึ่งจากการใช้ สิทธิซื้อหุ้ นสามัญของบริ ษัทตามใบแสดงสิทธิ
    ในการซือหุ้ นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิ ได้ ซึ่งบริ ษัทได้ จัดสรรให้ กับผู้ ถื อหุ้ นเดิมจำนวนประมาณ 350,000,000
    บาท (หากมี ผู้ มาใช้ สิทธิ ตามใบแสดงสิทธิ ในการซื อ หุ้ นเพิ่มทุนที่ โอนสิทธิ ได้ทั้งจํานวน) โดยบริษัทมี
    วัตถุประสงค์ในการใช้ เงินเพิ่มทุนดังกล่าว ดังนี้

    (1)      เพื่อรองรับโครงการขยายกำลังการผลิตในโรงหล่อเหล็กแห่งใหม่ (ICP2 Project) ของบริ ษัท
             อินเตอร์ เนชั่นแนล แคสติ้ง โปรดักส์ จำกัด ซึ่งเป็ นบริ ษัทย่อยที่บริ ษัทถื อหุ้ นในสัดส่วนร้ อยละ
             99.99

    (2)      เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลงทุนเพิ่มเติมในช่วงระยะ 1 - 3 ปี ข้ างหน้ า เพื่อขยายธุรกิจและ
             ความสามารถในการแข่งขันของบริ ษัทในระยะยาว

    (3)      เพื่อเสริ มสภาพคล่องและเป็ นเงินทุนหมุนเวียนให้ แก่บริ ษัท

5.   ประโยชน์ ที่ บริษัทจะได้ รั บจากการเพิ่ มทุน

    การเพิ่มทุนครังนี้จะส่งผลให้ บริ ษัทมีโครงสร้ างทางการเงินที่แข็งแกร่งและมั่นคงมากยิ่งขึ้น
    อาทิเช่น บริ ษัทจะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ดีขึ้น รวมทั้งบริ ษัทจะมีความพร้ อมทางด้ านเงินทุนและสภาพคล่อง
    ทางด้ านการเงินที่จะลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจของบริ ษัทใน
    ปั จจุบัน และการขยายธุรกิจเพิ่มเติมในอนาคต อันจะก่อให้ เกิดผลประโยชน์และกำไรต่อบริ ษัท ตลอดจน
    ช่วยสร้ างมูลค่าเพิ่มให้ แก่ผู้ ถือหุ้ นในระยะยาว

6.   ประโยชน์ ที่ ผู้ ถือหุ้ นจะพึงได้ รั บจากการเพิ่ มทุน

    6.1      นโยบายการจ่ายเงินปั นผล

             บริ ษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปั นผลในอัตราไม่น้ อยกว่าร้ อยละ 30 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษี
             และสำรองตามกฎหมายแล้ ว ทั้งนี้ การจ่ายเงินปั นผลขึ้นอยู่กับแผนการลงทุนและแผนการใช้ เงิน
             ของบริ ษัท

    6.2      สิทธิของผู้ ถือหุ้ น

             ผู้ ถือใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้ นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ ที่ใช้ สิทธิซื้อหุ้ นของบริ ษัทในครังนี้ จะมีฐานะ
             เป็ นผู้ ถือหุ้ นของบริ ษัท             ต่อเมื่อบริ ษัทได้ ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ วต่อ
             กรมพัฒนาธุรกิจการค้ าเรี ยบร้ อยแล้ ว และในกรณีที่บริ ษัทมีการจ่ายเงินปั นผลก็จะมีสิทธิที่จะ
             ได้ รับเงินปั นผลเช่นเดียวกับผู้ ถือหุ้ นของบริ ษัท

                                                       2

7.   รายละเอียดอื่ นใดที่ จำเป็ นสำหรั บผู้ ถือหุ้ น เพื่ อใช้ ประกอบการตัดสินใจในการซื้อหุ้ นเพิ่ มทุนใน
    ครั้งนี้

    -ไม่มี-

8.   ตารางระยะเวลาดำเนินการเพิ่ มทุน/จัดสรรหุ้ นเพิ่ มทุน

    บริ ษัทกำหนดให้ ชำระเงินค่าหุ้ นในวันที่ 31 สิงหาคม ถึงวันที่ 3 กันยายน 2553

    บริ ษัทขอรับรองว่าสารสนเทศในแบบรายงานนี้ถูกต้ องและครบถ้ วนทุกประการ

                                              ขอแสดงความนับถือ
                             บริ ษัท สมบูรณ์ แอ๊ ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)




                                         (นางสาวนภัสร กิตะพาณิชย์)
                                          รองกรรมการผู้ อำนวยการ




                                                   3





ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย     วันที่   31/08/10   เวลา   9:09:54


User avatar
Packky
Verified User
Posts: 856
Joined: Wed Mar 24, 2010 10:14 pm

Posts by Packky » Tue Aug 31, 2010 11:46 am

บอร์ด SAT มีมติเพิ่มทุน 15 ล้านหุ้นขาย PP ในราคา 21.80 บาท/หุ้น

            นางสาวนภัสร กิตะพาณิชย์ รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์
เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)(SAT) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริ หารของบริษัท
ครั้งที่ 12/2553 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2553 ได้ มีมติอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญจำนวน
15,000,000 หุ้ น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายให้ แก่นักลงทุนสถาบันและ
บุคคล (รวมกันเรียกว่า นักลงทุน) ซึ่งเป็นบุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตาม
ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.28/2551เรื่ อง การขออนุญาตและการอนุญาต
ให้ เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ ถือหุ้ นครั้งที่ 1/2553
ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 ในราคาเสนอขายหุ้นละ 21.80 บาท (ราคาเสนอขาย
ดังกล่าวกำหนดโดยการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (book building) โดยบริษัท
หลักทรัพย์ กิมเอ็งจำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย)
และกำหนดชำระเงินค่าหุ้นเพิ่มทุน ในวันที่ 31 สิงหาคม ถึงวันที่ 3 กันยายน 2553






เรียบเรียง โดย ปิยะณัฐ สวนอภัย
อนุมัติ    โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   31/08/10   เวลา   9:22:18


User avatar
Packky
Verified User
Posts: 856
Joined: Wed Mar 24, 2010 10:14 pm

Posts by Packky » Tue Aug 31, 2010 11:48 am

บล.เกียรตินาคิน : SAT แนะนำถือ Fair Value (Bt)53  : 21.63

         แม้เราจะเชื่อว่าผลประกอบการของ SAT ในช่วง 3-4 ปีต่อจากนี้ (2554-2556)
มีโอกาสเติบระดับ 17% ต่อปีตามการเติบโตของอุตฯ ยานยนต์ไทยและ Order ใหม่
จากลูกค้าใหม่อย่าง Kubota แต่อย่างไรก็ตาม ระดับราคาหุ้น SAT ในปัจจุบันสูงกว่า
ราคาเหมาะสมที่เราประเมินแล้วและเรายังไม่มีการปรับราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้น เนื่อง
จากอุตฯ ยานยนต์ไทยยังมีความเสี่ยงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความ
เปราะบางและ SAT เองก็มีความเสี่ยงจากภาวะภัยแล้งส่งผลกระทบเป้ายอดขาย
Kubota เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็นเพียง ถือ (จากเดิม ซื้อ) เพื่อติดตามการเติบ
โตของอุตฯ ยานยนต์ไทยต่อไป

คาดอุตฯ ยานยนต์ไทยช่วงปี 2553-2557 เติบโตเฉลี่ยปีละ 12%
PricewaterhouseCoopers คาดการณ์การเติบโตของยอดผลิตยานยนต์ทั่ว
โลกในช่วงปี 2553-2557 จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 7% จากยอดผลิตรวม 57.2 ล้านคันทั่ว
โลกในปี 2552 เป็น 85.2 ล้านคันในปี 2557 และคาดยอดผลิตในภูมิภาคเอเชียจะ
เติบโตเฉลี่ยปีละ 7% เช่นกัน ขณะเดียวกันกลุ่ม SAT คาดการณ์ยอดผลิตยานยนต์ใน
ประเทศไทยในช่วงปี 2553-2557 จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 12% โดยเป็นการเติบโตจาก
Eco Car และการส่งออกเป็นหลัก โดยรถกระบะยังครองส่วนแบ่งตลาดหลักประมาณ
60% และ Eco Car จะมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 20% ส่วนในปี 53 คาดยอดผลิต
ยานยนต์ไทยจะเติบโต 50-60% มียอดผลิตยานยนต์รวมประมาณ 1.5-1.6 ล้านคัน

Eco Car ยังรอการพิสูจน์ต่อไปในปี 54-55
Eco Car จะเป็น Product Champion ยานยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยตัวที่
2 ถัดจากรถกระบะได้หรือไม่ยังคงต้องรอการพิสูจน์ต่อไป แม้ว่าเบื้องต้นจะมีแนวโน้ม
ค่อนข้างดีจากการประสบความสำเร็จของ Nissan March Eco Car คันแรกของ
ประเทศไทยที่เปิดตัวในเดือน มี.ค. 53 ที่ผ่านมา จนถึงเดือน มิ.ย. 53 มียอดผลิตรวม
ประมาณ 1.4 หมื่นคัน ช่วยดันให้ Nissan มียอดผลิตรถยนต์นั่งขึ้นแซง AAT
(Ford&Mazda) ขึ้นเป็นอันดับ 3 รองจาก Honda และ Toyota โดย Nissan ตั้งเป้า
ยอดผลิต Eco Car ในปี 53 ที่ระดับ 50,000 คันและเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 คันในปี 54
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า Eco Car ของค่ายรถยนต์อื่น ๆ ที่เข้าร่วม
โครงการส่งเสริมการลงทุนอีก 4 ค่าย ประกอบด้วย Honda, Toyota, Mitsubishi และ
Suzuki ที่จะทยอยเปิดตัวในปี 54-55 จะประสบความสำเร็จเหมือนกับ
Nissan March ได้หรือไม่ เนื่องจากการแข่งขันในตลาดในประเทศที่จะสูงขึ้นตาม
การเปิดตัวและการแข่งขันในตลาดต่างประเทศจากรถยนต์ราคาถูกของ
ประเทศ จีน และ อินเดีย เป็นต้น

คาดกำไรในช่วงปี 2553-2556 ของ SAT เติบโตเฉลี่ยปีละ 17%
เราคาดผลประกอบการของ SAT ในช่วงปี 2553-2556 จะเติบโตต่อเนื่อง
ตามการเติบโตของอุตฯ ยานยนต์ไทย และคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าหลักรายใหม่
คือ Kubota ที่มีแนวโน้มจะสั่งสินค้าจาก SAT เพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่ Kubota เข้า
มาขยายฐานการผลิตรถแทรกเตอร์ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2552 เราคาดปี 2553
SAT จะมียอดขายเติบโต 47% เป็น 6.3 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิเติบโต 140%
เป็น 754 ล้านบาท และคาดในช่วงปี 2553-2556 ยอดขายของ SAT จะเติบโตเฉลี่ย
ปีละ 12% และกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ยปีละ 17%

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น SAT สูงกว่าราคาเหมาะสมที่เราประเมินแล้ว
ในขณะที่เมื่อพิจารณาระดับราคาหุ้น SAT วานนี้ปิดที่ระดับ 23.20 บาท
สูงกว่าราคาเหมาะสมปี 53 (21.63 บาท) และ 54 (22.32 บาท) ที่เราประเมินแล้ว และ
เรายังไม่มีการปรับประมาณการและราคาเหมาะสมของ SAT เพิ่มขึ้น เนื่องจากภาวะ
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงรวมถึงปริมาณคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า
หลักรายใหม่ Kubota ก็มีความเสี่ยงที่จะไม่เป็นไปตามเป้าจากปัญหาภัยแล้ง

ภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงและ Order Kubota อาจไม่ได้ตามเป้า
แม้เราคาดว่าอุตฯ ยานยนต์ไทยจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี
2553-2557 แต่อย่างไรก็ตาม อุตฯ ยานยนต์ไทยยังมีความเสี่ยงจากภาวะการฟื้นตัว
ของเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเปราะบางเนื่องจากยอดผลิตยานยนต์ในประเทศไทย
เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกมากกว่า 50% โดยมีแนวโน& 63243;มว่าภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐ
อเมริกาและญี่ปุ่นจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงในครึ่งปีหลังปี 53 และเศรษฐกิจใน
สหภาพยุโรปยังคงมีความเปราะบางจากป& 63248;ญหาหนี้สาธารณะในบางประเทศ ในขณะ
ที่ SAT ก็มีความเสี่ยงจากยอดขายสินค้าลูกค้ารายใหม่ (Kubota) อาจไม่เป็นไปตาม
เป้าหลังจากเกิดปัญหาภัยแล้งส่งผลต่อยอดขายรถแทรกเตอร์ของ Kubota ในปี 53
ทำให้ผู้บริหารปรับเป้ายอดจำหน่ายรถแทรกเตอร์ของ Kubota ในปี 53 เป็นเพียงทรง
ตัวจากเดิมคาดเติบโต 8% จากปี 52

เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็นเพียง ถือ เพื่อติดตามการเติบโตของอุตฯ ยานยนต์ไทย
ต่อไป
แม้เราจะยังมีมุมมองบวกต่อการเติบโตของอุตฯ ยานยนต์ไทยและผล
ประกอบการของบริษัทในช่วงปี 2553-2556 แต่อย่างไรก็ตาม ระดับราคาหุ้น SAT สูง
กว่าราคาเหมาะสมที่เราประเมินแล้วและเรายังไม่มีการปรับราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้น เรา
จึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็นเพียง ถือ เพื่อติดตามการเติบโตของอุตฯ ยานยนต์ไทยต่อ
ไป (จากเดิม ซื้อ) โดยเราคาดปี 53 และ 54 SAT จะมีกำไรเติบโต 140% และ
11% ตามลำดับ และคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลเท่ากับ 0.78 บาท/หุ้น และ 0.86 บาท/
หุ้น ตามลำดับ ส่วนกระบวนการเพิ่มทุนจำนวน 40 ล้านหุ้น (จากการใช้สิทธิของ SAT-
T1 (25 ล้านหุ้น) และการขายให้กับผู้ลงทุนเฉพาะเจาะจง (15 ล้านหุ้น)) คาดว่าจะแล้ว
เสร็จภายในเดือน ต.ค. 53 ซึ่งะเราคาดว่าระดับราคาหุ้น SAT ในปัจจุบันที่เคลื่อนไหว
ในระดับที่สูงกว่าราคาเหมาะสมที่เราประเมินเนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากการทำ
Bookbuild เพื่อกำหนดราคาขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ลงทุนเฉพาะเจาะจงภายในเดือน
ก.ย. 53 นี้





เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   31/08/10   เวลา   10:37:19


ว่านสน
Verified User
Posts: 25
Joined: Sat Jul 31, 2010 12:11 am

Posts by ว่านสน » Tue Aug 31, 2010 1:37 pm

รบกวนช่วยวิเคราะห์หน่อยค่ะ
ทำไมมีข่าวนี้ แล้วราคาในกระดานร่วงหนักเลยล่ะคะ จาก 23.4 ร่วงไป 22.6 เลย T-T ...

ข่าวนี้เป็นข่าวลบเหรอคะ? หรือว่ามีผลทางจิตวิทยา เพราะขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 21.8 บาท


User avatar
Basketman
Verified User
Posts: 1208
Joined: Tue Jan 09, 2007 4:07 pm

Posts by Basketman » Tue Aug 31, 2010 2:57 pm

SAT-T1 วันนี้ขึ้นเครื่องหมาย SP
ไปหาข้อมูลดูเค้าว่า
แจ้งเตือน "SAT-T1" ซื้อขายวันสุดท้ายในวันที่ 30 สิงหาคม 2553 เนื่องจากหมดอายุ
กรณี ไม่มี ความประสงค์ใช้สิทธิแปลงสภาพใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ SAT-T1 เป็นหุ้น SAT ท่านจะต้องดำเนินการขายใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ SAT-T1 ภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2553 มิเช่นนั้นใบแสดงสิทธิ SAT-T1 จะหมดอายุและไม่มีค่าทันที
กรณีถ้าผมมีหุ้น sat-t1 อยู่ แล้วไม่ไปทำอะไรเลย ไม่ใช้สิทธิตามกำหนด
หุ้นที่มีอยู่ในพอร์ทตอนนี้ก็จะไม่มีค่าไปเลยใช่รึป่าวครับ?

"สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องไปปั่นเอาเอง"

User avatar
ดาวหางสีแดง
Verified User
Posts: 635
Joined: Thu Apr 12, 2007 11:46 pm

Posts by ดาวหางสีแดง » Tue Aug 31, 2010 3:19 pm

Basketman wrote:SAT-T1 วันนี้ขึ้นเครื่องหมาย SP
ไปหาข้อมูลดูเค้าว่า
แจ้งเตือน "SAT-T1" ซื้อขายวันสุดท้ายในวันที่ 30 สิงหาคม 2553 เนื่องจากหมดอายุ
กรณี ไม่มี ความประสงค์ใช้สิทธิแปลงสภาพใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ SAT-T1 เป็นหุ้น SAT ท่านจะต้องดำเนินการขายใบแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ SAT-T1 ภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2553 มิเช่นนั้นใบแสดงสิทธิ SAT-T1 จะหมดอายุและไม่มีค่าทันที
กรณีถ้าผมมีหุ้น sat-t1 อยู่ แล้วไม่ไปทำอะไรเลย ไม่ใช้สิทธิตามกำหนด
หุ้นที่มีอยู่ในพอร์ทตอนนี้ก็จะไม่มีค่าไปเลยใช่รึป่าวครับ?
ใช่ครับ


User avatar
jinlhong
Verified User
Posts: 129
Joined: Thu Dec 31, 2009 11:24 pm

Posts by jinlhong » Tue Aug 31, 2010 10:50 pm

ว่านสน wrote:รบกวนช่วยวิเคราะห์หน่อยค่ะ
ทำไมมีข่าวนี้ แล้วราคาในกระดานร่วงหนักเลยล่ะคะ จาก 23.4 ร่วงไป 22.6 เลย T-T ...

ข่าวนี้เป็นข่าวลบเหรอคะ? หรือว่ามีผลทางจิตวิทยา เพราะขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 21.8 บาท
น่าจะเป็นแค่ผลทางจิตวิทยาระยะสั้นเท่านั้นครับ ระยะหุ้นระยะยาวน่าจะอยู่ที่ความสามารถในการทำกำไรมากกว่า เท่าที่รู้ Q2 ในส่วนของ kubota นั่งตบยุงกันเลยทีเดียว   Q3 ฝนฟ้าตกดี รถ kubota น่าจะขายคล่องขึ้น กำไร Q3 น่าจะออกมาสวยสุดของปี  :o

Next station @10 >> Final station - Terminal21

ว่านสน
Verified User
Posts: 25
Joined: Sat Jul 31, 2010 12:11 am

Posts by ว่านสน » Tue Aug 31, 2010 11:10 pm

jinlhong wrote:
ว่านสน wrote:รบกวนช่วยวิเคราะห์หน่อยค่ะ
ทำไมมีข่าวนี้ แล้วราคาในกระดานร่วงหนักเลยล่ะคะ จาก 23.4 ร่วงไป 22.6 เลย T-T ...

ข่าวนี้เป็นข่าวลบเหรอคะ? หรือว่ามีผลทางจิตวิทยา เพราะขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 21.8 บาท
น่าจะเป็นแค่ผลทางจิตวิทยาระยะสั้นเท่านั้นครับ ระยะหุ้นระยะยาวน่าจะอยู่ที่ความสามารถในการทำกำไรมากกว่า เท่าที่รู้ Q2 ในส่วนของ kubota นั่งตบยุงกันเลยทีเดียว


User avatar
Rocker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4200
Joined: Wed Apr 06, 2005 11:28 pm

Posts by Rocker » Wed Sep 01, 2010 12:09 am

ถ้าคนมีหุ้นอยู่แล้วได้ สิทธฺิ์ PP หรือ มี Warrant อยู่
ก็จะขายหุ้นแม่ = สัดส่วน warrant หรือ pp ที่ได้
เตรียมเงินใช้ แปลงสภาพ ครับ เพราะทั้ง PP และ Exercise Price นั้นตํ่ากว่าราคา ตลาด  Arbitrage เห็นๆครับ


วรันศ์ บัฟเฟต
Verified User
Posts: 1679
Joined: Tue Feb 02, 2010 4:59 pm

Posts by วรันศ์ บัฟเฟต » Wed Sep 01, 2010 12:35 am

ว่านสน wrote:
jinlhong wrote:
ว่านสน wrote:รบกวนช่วยวิเคราะห์หน่อยค่ะ
ทำไมมีข่าวนี้ แล้วราคาในกระดานร่วงหนักเลยล่ะคะ จาก 23.4 ร่วงไป 22.6 เลย T-T ...

ข่าวนี้เป็นข่าวลบเหรอคะ? หรือว่ามีผลทางจิตวิทยา เพราะขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 21.8 บาท
น่าจะเป็นแค่ผลทางจิตวิทยาระยะสั้นเท่านั้นครับ ระยะหุ้นระยะยาวน่าจะอยู่ที่ความสามารถในการทำกำไรมากกว่า เท่าที่รู้ Q2 ในส่วนของ kubota นั่งตบยุงกันเลยทีเดียว


ว่านสน
Verified User
Posts: 25
Joined: Sat Jul 31, 2010 12:11 am

Posts by ว่านสน » Wed Sep 01, 2010 12:39 am

[quote="Rocker"]ถ้าคนมีหุ้นอยู่แล้วได้ สิทธฺิ์ PP หรือ มี Warrant อยู่
ก็จะขายหุ้นแม่ = สัดส่วน warrant หรือ pp ที่ได้
เตรียมเงินใช้ แปลงสภาพ ครับ เพราะทั้ง PP และ Exercise Price นั้นตํ่ากว่าราคา ตลาด


ว่านสน
Verified User
Posts: 25
Joined: Sat Jul 31, 2010 12:11 am

Posts by ว่านสน » Wed Sep 01, 2010 12:46 am

วรันศ์ บัฟเฟต wrote:
ว่านสน wrote:
jinlhong wrote:
ว่านสน wrote:รบกวนช่วยวิเคราะห์หน่อยค่ะ
ทำไมมีข่าวนี้ แล้วราคาในกระดานร่วงหนักเลยล่ะคะ จาก 23.4 ร่วงไป 22.6 เลย T-T ...

ข่าวนี้เป็นข่าวลบเหรอคะ? หรือว่ามีผลทางจิตวิทยา เพราะขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 21.8 บาท
น่าจะเป็นแค่ผลทางจิตวิทยาระยะสั้นเท่านั้นครับ ระยะหุ้นระยะยาวน่าจะอยู่ที่ความสามารถในการทำกำไรมากกว่า เท่าที่รู้ Q2 ในส่วนของ kubota นั่งตบยุงกันเลยทีเดียว


User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Posts by vichit » Wed Sep 01, 2010 12:50 am

วันนี้มีบิ๊กล็อต 20 หลักทรัพย์ SAT ซื้อขายสูงสุด 436 ลบ.

หลักทรัพย์                   จำนวนหุ้น                    มูลค่า (ลบ.)

SAT                      20,000,000                    436.0000  ราคาเฉลี่ย 21.80 บาท
BANPU                     294,500                    178.7792
BAY                        5,150,000                   110.7025
BANPU-F                  140,100                     85.1220
KBANK-F                   502,900                     57.2555
CPF                         1,960,600                     50.4045
SCC-F                        102,600                     31.8060
PTT                             116,300                     30.8195
BBL-F                         156,500                    23.9445
HMPRO                   2,142,300                    22.7726
SCB                             225,000                    21.4313
KTB                          1,500,000                    20.5000
ADVANC                    215,600                    19.9139
PTT-F                            74,400                    19.5813
EGCO-F                      190,000                   17.8125
DTAC                           320,000                   14.9024
LH                             2,273,600                    13.9372
PTTEP                            94,500                    13.5608
SCB-F                          134,100                    12.6818
SAT-F                           400,000                      9.0280




เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ    โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   31/08/10   เวลา   17:07:01


User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Posts by vichit » Wed Sep 01, 2010 12:52 am

NVDR Trading Data by Stock ประจำวันที่ 31 สค 53

Date : 31/08/2010   SAT   9,886,700 หุ้น  NET BUY

ที่มา: http://www.set.or.th/set/nvdrbystock.do ... ockvol_1_1


วรันศ์ บัฟเฟต
Verified User
Posts: 1679
Joined: Tue Feb 02, 2010 4:59 pm

Posts by วรันศ์ บัฟเฟต » Wed Sep 01, 2010 12:58 am

ลืมบอกไปครับ เห็นว่าทุนอยู่ที่ 23 บาทอย่าเพิ่งตกใจขายทิ้งนะครับ อยากให้นักลงทุนเข้าใจว่าราคาเหมาะสมหรือ PER นั้น dynamic มาก มีการทำ revision เรื่อยๆ ปัจจัยใหม่เข้ามาเรื่อยๆ SAT เองก็เพิ่มมีการปรับเป้ารายได้ไป ผมมองว่าถ้าจะถือตัวนี้ควรจะมองยาวถึงอย่างน้อยก็ปีหน้าผมมองว่าหากความต้องการใช้รถในท้องตลาดโตขึ้น EPS อาจโตได้ถึง 2.6-2.7 บาทได้ ปีนี้เป็นปีแรกที่กลับมาหรือ turnaround ดูจากกราฟเห้นได้ชัดว่า break out จาก downtrend ตั้งแต่ปี 06 ได้ช่วงกลางเดือน 12 ปีที่แล้ว หลักๆผมมองว่าหุ้นตัวนี้มี story รองรับอนาคตอย่างน้อยก็มี อะไรที่ tangible ช่วย limit downside risk อยู่ หากลงเกิดการ correction แนวโน้มน่าจะเป็นจากการขายทำกำไรซะมากกว่า  หากกลัวติดหุ้นเสีย opportunity cost ผมแนะนำอย่าถือลงทุนและพยายามปรับ mindset ให้ได้ก่อน ส่วนเรื่อง upside gain ตอนนี้รอดูที่ q3  

ส่วนถ้าไม่คิดมากรอลุ้นระยะสั้นหน่อย ดูพื้นฐานประกอบอิง short term technical แนวรับอย่างที่บอก 22.3 รอบนี้ลงมา 22.4 อาจดีดตัวกลับเลย การ rebound ครั้งนี้จะทำ pattern ได้สองแบบ ตอนนี้จากกราฟที่เห็น ทำ lower high และแนว support เป็นเส้นตรง เป็นสามเหลียมมุมฉาก down channel แต่ถ้าหาก breakจุด retrace เก่าที่ 23.9 บาทได้ รอลุ้นให้ break 24.8 และมีแนวโน้มจะทำตัว W และดีดสูงกว่า high เก่าที่แถวๆ 25 บาทเป็นไปได้ ทั้งหมดขอให้ติดตามข่าวและดูการเปลี่ยนแปลงของพื้นฐานประกอบเสมอ ไม่ต้องกังวลครับ ถ้าเจ้งมีหลายคนเจ้งกับคุณ 555+ ล้อเล่นครับ


ว่านสน
Verified User
Posts: 25
Joined: Sat Jul 31, 2010 12:11 am

Posts by ว่านสน » Wed Sep 01, 2010 1:15 am

[quote="วรันศ์ บัฟเฟต"]ลืมบอกไปครับ เห็นว่าทุนอยู่ที่ 23 บาทอย่าเพิ่งตกใจขายทิ้งนะครับ อยากให้นักลงทุนเข้าใจว่าราคาเหมาะสมหรือ PER นั้น dynamic มาก มีการทำ revision เรื่อยๆ ปัจจัยใหม่เข้ามาเรื่อยๆ SAT เองก็เพิ่มมีการปรับเป้ารายได้ไป ผมมองว่าถ้าจะถือตัวนี้ควรจะมองยาวถึงอย่างน้อยก็ปีหน้าผมมองว่าหากความต้องการใช้รถในท้องตลาดโตขึ้น EPS อาจโตได้ถึง 2.6-2.7 บาทได้ ปีนี้เป็นปีแรกที่กลับมาหรือ turnaround ดูจากกราฟเห้นได้ชัดว่า break out จาก downtrend ตั้งแต่ปี 06 ได้ช่วงกลางเดือน 12 ปีที่แล้ว หลักๆผมมองว่าหุ้นตัวนี้มี story รองรับอนาคตอย่างน้อยก็มี อะไรที่ tangible ช่วย limit downside risk อยู่ หากลงเกิดการ correction แนวโน้มน่าจะเป็นจากการขายทำกำไรซะมากกว่า


Post Reply