UVAN

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: UVAN

Posts by offshore-engineer » Wed Aug 22, 2012 7:04 pm

ประเด็นเรื่องสัมปทานที่ดินที่จะหมดอายุในปีหน้านั้นได้มีการพูดคุยกันมาตั้งแต่ปีที่แล้วมั้งครับ (ราวๆ หน้า 16) แน่นอนว่าถ้าไม่ได้รับการต่อสัมปทาน ต้นทุนก็คงจะสูงขึ้น แต่สัดส่วน FFB จากสวนของเราเองนั้นมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ มาอยู่แถวๆ 11-12% ผลกระทบผมหวังว่าคงจะไม่มาก ช่วงหลังๆมานี้บริษัทเน้นไปทาง upstream มากขึ้น (เมล็ดพันธุ์และต้นกล้า) นอกจากนี้ของเสียก็นำไปผลิตไฟฟ้า มีผลพลอยได้เป็น carbon credit รายได้ส่วนนี้มีการเติบโตที่ดี คงช่วยลดผลกระทบได้ในกรณีที่ไม่ได้รับการต่อสัมปทานครับ

ส่วนข่าวเกี่ยวกับกรมป่าไม้นั้น ฉบับเต็มอยู่หน้าที่แล้วครับ

ในหมายเหตุงบการเงินไตรมาสล่าสุด บริษัทเริ่มเจรจากับทางการเกี่ยวกับสัมปทานที่จะหมดอายุครับ ผมคิดว่ากรมป่าไม้คงไม่ใจร้ายกับยูนิวานิชครับ ด้วยความที่เป็นทั้งผู้บุกเบิกและพัฒนาอุตสาหกรรมนี้เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว

ที่น่ากังวลคือการปรับตัวลงของราคา PKO ตอนนี้ลงมาเหลือพอๆกับ CPO ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในระยะยาวคือการเข้ามาแทรกแซงของรัฐครับ

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

peace2514
Verified User
Posts: 136
Joined: Mon Jan 04, 2010 2:15 pm

Re: UVAN

Posts by peace2514 » Thu Aug 23, 2012 9:51 am

อนาคตคงเป็นเรื่องที่ทางบริษัทที่จะเตรียมจัดการปัญหาครับ....ส่วนปัจจุบันราคา CPO ทะลุ 3,000 RM/T (22/08/2012) แล้วครับท่าน
chukieat30 wrote:ป่าไม้ลั่นไม่ต่อสัมปทานเช่าป่าหมดอายุ5จว.ใต้ ดันขึ้นป่าชุมชน
Wed, 07/11/2012 - 16:13 | by info

ส่งไปใน FB ของคุณ
กรมป่าไม้เลิกต่อสัญญา45บริษัทเอกชนเช่าพื้นที่ป่าไม้ปลูกปาล์ม-ยางพารา5จว.ใต้พื้นที่หมดอายุกว่า1.4แสนไร่ ลั่นไม่ต่ออายุ ลุยจัดตั้งป่าชุมชน

กรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างเอกชน และชาวบ้านที่เข้ายึดพื้นที่สวนปาล์มที่หมดอายุการอนุญาตเช่าจากกรมป่าไม้ในจ.กระบี่ ซึ่งล่าสุด นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยผลการตรวจสอบแปลงสัมปทานของเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 16 ของพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.สุราษฏร์ธานี กระบี่ ตรัง ชุมพร และพังงา ซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนปาล์มน้ำมัน และปลูกยางพาราโดยได้รับการอนุญาตมีอายุตั้งแต่ 5 ปีและไม่เกิน 30 ปี มีทั้งสิ้น 45 รายรวมเนื้อที่เช่า 289,997 ไร่ 3 งาน โดยในจำนวนนี้พบว่า 18 แปลงที่หมดอายุเช่าแล้วทั้งหมด 146,480 ไร่ แบ่งเป็น ในจ.สุราษฎร์ธานี 6 แปลงรวมพื้นที่ 61,018 ไร่ จ.ชุมพร 2 แปลงรวมพื้นที 22,138 ไร่ และจ.กระบี่10 แปลงรวมพื้นที่ 63,324 ไร่ ขณะที่ยังมีพื้นที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ 5 แปลง และอยู่ระหว่างการขออนุญาตใหม่ 4 ราย ส่วนอีก 21 รายยังไม่หมดอายุ รวมพื้นที่ 111,887 ไร่

นายสุวิทย์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ จ.กระบี่ พบว่ามีเอกชนขอเช่าพื้นที่ป่าสงวนมากที่สุด 14 ราย รวมพื้นที่ 195,990 ไร่ โดยพบว่าในจำนวนนี้ 10 รายรวมเนื้อที่ราว 63,324 ไร่ ได้หมดอายุการอนุญาตจากกรมป่าไม้มาเป็น 10 ปีแล้ว ทำให้ชาวบ้านที่ไม่มีทีดินทำกินได้เข้ายึดเข้าทำประโยชน์ จนเกิดข้อพิพาทกับเจ้าของแปลงสวนปาล์มมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พบว่ายังแปลงเช่า จำนวน 4 ราย รวมเนื้อที่ 53,571 ไร่ในเขตอ.อ่าวลึก อ.ปลายพระยา อ.คลองท่อม เหนือคลอง และเขาพนม จ.กระบี่นั้นยังคงเหลือระยะเวลาอีก 2-5 ปีก็จะทยอยหมดสัญญา รองลงมา พื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 13 รายพื้นที่ทั้งหมด 123,814 ไร่ในเขตอ.พุนพิน คีรีรัฐนิคม คียนซา ชัยบุรี กาญจนดิษฐ์ พระแสง โดยในจำนวนนี้มี 5 แปลงพื้นที่ตั้งแต่ 20,000 ไร่จนถึงเล็กสุด 700 กว่าไร่ที่ยังไม่สิ้นสุดการอนุญาตระหว่างปี 2558-2566 รวมทั้งยังมีปัญหาทับซ้อนกับที่ราชพัสดุที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ

ขณะที่ยังมีแปลงเช่าป่าเพื่อปลูกปาล์ม และสวนยางในเขต จ.ตรัง ชุมพร และพังงา ซึ่งมีทั้งแปลงขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พบว่ามีทั้งหมดอายุการอนุญาตและยังเหลือระยะเวลาอีก 2 ปี และ 5 ปีเช่นกัน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างรัฐ เอกชน และกรมป่าไม้ ในฐานะหน่วยงานอนุญาตให้เช่า จึงมีนโยบายว่าจะไม่มีการต่อสัมปทานการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอีกต่อไป โดยเฉพาะแปลงที่หมดอายุมาเป็น 10 ปีแล้วนั้นถือว่าพื้นที่ต้องกลับคืนมาเป็นของกรมป่าไม้ โดยเฉพาะที่จ.กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ที่เกิดปัญหาระหว่างนายทุน กับชาวบ้านยืดเยื้อมานานแล้ว ทางกรมป่าไม้ เตรียมเข้าไปสำรวจข้อมูลเชิงพื้นที่อีกครั้งอย่างละเอียดว่ามีจุดไหนบ้าง หลังจากนั้นจะเสนอให้จัดตั้งเป็นป่าชุมชนทั้งหมดทุกแปลง โดยจะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้าประโยชน์ และเก็บหาของป่า โดยการตั้งคณะกรรมการระดับพื้นที่ วางกติกาการทำประโยชน์จากป่าชุมชน

"ที่ผ่านมากรมป่าไม้ให้เอกชนเช่าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติมาคุ้มแล้ว บางรายอยู่มา 30 ปี 15 ปีและ 10 ปี เมื่อหมดอายุแล้วก็ต้องคืนพื้นที่ป่าให้กรมป่าไม้ เพื่อฟื้นฟูให้กลับสภาพป่า โดยจะไม่มีนโยบายต่ออายุเช่าไปเรื่อยๆ ส่วนพื้นที่เกิดปัญหาขัดแย้งกรมป่าไม้จะเร่งเข้าไปจัดการ โดยมีข้อเสนอให้ประกาศเป็นป่าชุมชน ให้ชาวบ้านที่เข้าไปทำประโยชน์ได้ โดยเฉพาะกรณีสวนปาล์มใน จ.กระบี่ ซึ่งเห็นว่าไม่จำเป็น ต้องโค่นต้นปาล์มทิ้ง แต่เปลี่ยนจากพื้นที่ที่นายทุนครอบครองแต่หมดอายุสัมปทาน มาให้ชาวบ้านยากจนที่เข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากต้นปาล์มน้ำเหมือนกับเป็นโอท็อปของชุมชน ในรูปแบบของป่าชุมชน ซึ่งชาวบ้านต้องช่วยกันฟื้นฟูปลูกป่า ดูแลพื้นที่ป่าสัมปทานให้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้สิทธิ์ครอบครอง หรือเข้าไปอยู่อาศัย หรือสามารถบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมได้" นายสุวิทย์ กล่าว

http://www.food-resources.org/news/11/07/12/16539

พอจะเกี่ยวกันไหมครับ

ผมเสนอข้อเท็จจริงอย่ามาว่ากันนะครับ


User avatar
nimitsukontaman
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 141
Joined: Fri Sep 14, 2007 8:55 am

Re: UVAN

Posts by nimitsukontaman » Fri Aug 24, 2012 7:15 pm

chukieat30 wrote:
chukieat30 wrote:และจากข้อ9 ระเบิดเวลา ถ้าสัมปทานไม่ได้ต่อ ในที่ดิน เจียรวนิชและเอกพจน์

พื้นที่ในการปลูกปาลม์หายไป 20000ไร่

ซึ่งทางบริษัทใช้พื้นที่ตรงนี้ 14000 ไร่

คำถามคือ ถ้าสัมปทานไม่ได้ต่อ จะกระทบ มากไหมครับ
จะหมดลงในเดือนเมษายนปี 2556

แม้ D/E จะต่ำ แต่ก้มีระเบิดเวลา ซ่อนไว้


ดังนั้นอย่ามองแค่ ปัจจัยเชิงปริมาณครับ ต้องดูปัจจัยเชิงคุณภาพ และ ความเสี่ยง

ของกิจการ
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งคับ....สิ่งที่ควรทำคือ
1.ดูสัดส่วนรายได้ของสวนเทียบกับรับซื้อ
2.ดูการเติมโตของส่วนที่รับซื้อเทียบกับที่สวนผลิตได้
3.สุดท้าย...หาต้นทุนของสวนครับเพื่อดูว่าจะกระทบแค่ไหน
สรุปครับ..ส่วนกำไรที่กระทบ = (สัดส่วนปาล์มจากสวน - ต้นทุนจากสวนปาล์ม)*อัตรากำไรสุทธิครับซึงผมให้เป็น0.15


User avatar
nimitsukontaman
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 141
Joined: Fri Sep 14, 2007 8:55 am

Re: UVAN

Posts by nimitsukontaman » Fri Aug 24, 2012 7:27 pm

ขอโทษทีคับ..อัตรากำไรสุทธิน่าจะมีค่ามากกว่า0.15ครับเนื่องจากเป็นคนละกลุ่มกับที่รับซื้อ


niggadear
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31
Joined: Sat May 28, 2011 7:23 am

Re: UVAN

Posts by niggadear » Sat Aug 25, 2012 9:05 am

สวัสดีครับพี่ ๆ ทุกคนในห้อง
พอดีผมมีคำถามที่ผมยังหาคำตอบไม่เจอเลยครับผม จะขอรบกวนถามครับ
1.ผลผลิตที่ได้จากตัวไร่ของบริษัทเองนั้นมันอยู่ที่เท่าไหร่ครับ แบบว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของผลปาล์มดิบก่อนผลิตครับ
2.เมล็ดในปาล์มนั้นก็คือการคัดออกจากตัวผลปาล์มใช่รึปล่าวครับผม
3.ผลปาล์มดิบแต่ละไตรมาสของตัวบริษัทเองว่าได้เท่าไหร่ หรือว่าซื้อเท่าไหร่หาได้จากตรงไหนครับผม
ตอนนี้ก็มีเพียงเท่านี้ครับ ถ้ามีอะไรสงสัยจะมาถามอีกครับผม
ขอบคุณครับ


User avatar
nimitsukontaman
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 141
Joined: Fri Sep 14, 2007 8:55 am

Re: UVAN

Posts by nimitsukontaman » Sat Sep 08, 2012 10:45 am

niggadear wrote:สวัสดีครับพี่ ๆ ทุกคนในห้อง
พอดีผมมีคำถามที่ผมยังหาคำตอบไม่เจอเลยครับผม จะขอรบกวนถามครับ
1.ผลผลิตที่ได้จากตัวไร่ของบริษัทเองนั้นมันอยู่ที่เท่าไหร่ครับ แบบว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของผลปาล์มดิบก่อนผลิตครับ
2.เมล็ดในปาล์มนั้นก็คือการคัดออกจากตัวผลปาล์มใช่รึปล่าวครับผม
3.ผลปาล์มดิบแต่ละไตรมาสของตัวบริษัทเองว่าได้เท่าไหร่ หรือว่าซื้อเท่าไหร่หาได้จากตรงไหนครับผม
ตอนนี้ก็มีเพียงเท่านี้ครับ ถ้ามีอะไรสงสัยจะมาถามอีกครับผม
ขอบคุณครับ
ลองอ่านในรายงานประจำปีดูน่ะคับ


chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Thu Sep 13, 2012 5:15 pm

ตอนนี้น้ำมันปาล์มดิบสามารถส่งออกได้แบบปรกติยังครับ


chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Thu Sep 13, 2012 5:20 pm

ตอนนี้น้ำมันปาล์มดิบสามารถส่งออกได้แบบปรกติยังครับ เพราะราคาผลปาล์มดิบร่วงลงมาเหลือโลล่ะ 4.5 บาท ถ้านำไปสกัดเป็นปาล์มดิบจะได้โลล่ะ 26.5 บาทเอง และอยากถ้าว่าตอนนี้รัฐบาลให้กลับมาใช้ บี5 เหมือนเดิมแล้วยัง ตอนนี้ราคาผลปาล์มที่กระบี่ร่วงลงต่ำสุด ผมว่าน่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสียน่ะครับ ถ้าสามารถส่งออกปาล์มดิบได้ เพราะราคาปาล์มดิบที่ฮอลแลนท์ราคากก. 32 บาท


investor9000
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 226
Joined: Thu Jul 23, 2009 11:41 am

Re: UVAN

Posts by investor9000 » Fri Sep 21, 2012 9:15 pm

nimitsukontaman wrote:
chukieat30 wrote:
chukieat30 wrote:และจากข้อ9 ระเบิดเวลา ถ้าสัมปทานไม่ได้ต่อ ในที่ดิน เจียรวนิชและเอกพจน์

พื้นที่ในการปลูกปาลม์หายไป 20000ไร่

ซึ่งทางบริษัทใช้พื้นที่ตรงนี้ 14000 ไร่

คำถามคือ ถ้าสัมปทานไม่ได้ต่อ จะกระทบ มากไหมครับ
จะหมดลงในเดือนเมษายนปี 2556

แม้ D/E จะต่ำ แต่ก้มีระเบิดเวลา ซ่อนไว้


ดังนั้นอย่ามองแค่ ปัจจัยเชิงปริมาณครับ ต้องดูปัจจัยเชิงคุณภาพ และ ความเสี่ยง

ของกิจการ
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งคับ....สิ่งที่ควรทำคือ
1.ดูสัดส่วนรายได้ของสวนเทียบกับรับซื้อ
2.ดูการเติมโตของส่วนที่รับซื้อเทียบกับที่สวนผลิตได้
3.สุดท้าย...หาต้นทุนของสวนครับเพื่อดูว่าจะกระทบแค่ไหน
สรุปครับ..ส่วนกำไรที่กระทบ = (สัดส่วนปาล์มจากสวน - ต้นทุนจากสวนปาล์ม)*อัตรากำไรสุทธิครับซึงผมให้เป็น0.15
สัดส่วนรายได้ของสวน เทียบกับที่รับซื้อ ก็ชัดเจนแล้วนี่ครับว่ามีกี่เปอร์เซนต์


chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Sun Sep 23, 2012 2:10 am

ที่ดิน 20000 ไร่ ใช้ปลูกปาล์ม 14000 ไร่ แต่ส่วนที่เหลือ 6000 ไร่ทางบริษัทใช้ในการวิจัยต้นปาล์มด้วยครับ ถ้าเสียที่ดินตรงนี้ไปก็เสียโอกาสในการวิจัยด้วยครับ
ยังไงปีหน้าก็ต้องเสียที่ดินตรงนี้ไปอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลบอกชัดเจนว่าไม่ต่อสัปทานเพื่ออนุรักษ์เป็นพื้นที่ป่า
ลองมาคิดดูว่าถ้าเสียตรงนี้ไปจะกระทบกำไรประมาณไหน
เนื่องจากค่าเฉลี่ยของบริษัทปลูกปาล์มได้ 3 ตันต่อไร่ต่อปี
ดังนั้น ถ้ามีพื้นที่ปลูก 14000 ไร่ จะได้ผลปาล์ม 42000 ตัน เท่ากับ 42 ล้านกิโลกรัม
ถ้าคิดว่าผลปาล์มราคา 5 บาทต่อกิโล (ตอนนี้ราคาที่บริษัทรับซื้อเหลือเพียง 4.5 บาทต่อกิโล)และต้นทุนของเกษตรกรที่กรมเกษตรชึ้ว่าอยู่ประมาณ 2.5 บาทต่อกิโล ดังนั้น ถ้าขายผลปาล์มที่ 5 บาทต่อกิโล บริษัทจะได้กำไรประมาณ (5-2.5)*42 เท่ากับ 105 ล้านบาท หักภาษี 20 % แล้ว ได้กำไรเท่ากับ 84 ล้านบาท แต่คิดว่าบริษัทจะได้กำไรจากการนำของเสียไปผลิตไฟฟ้าด้วย ดั้งนั้น จึงคิดว่าบริษัทน่าจะกำไรหายไปอีกรวมแล้วประมาณ 100 ล้านบาทครับ ซึ่งผมคิดว่าเป็นแค่ส่วนน้อย จากปีหนึ่งบริษัทได้กำไรประมาณ 900 ล้าน ก็เหลือ 800 ล้านก็ยังถือว่าโอเคน่ะครับ

จุดที่หน้าสนใจของบริษัทคือการชักจูงให้เกษตรปลูกปาล์มในพื้นที่ใหม่ เช่นที่พัทลุง นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่นี้ยังปลูกปาล์มน้อย เพื่อให้อนาคตปลูกปาล์มมากขึ้น การแข่งขันเพื่อซื้อผลปาล์มจึงไม่สูงจึงมั่นใจว่าจะได้ผลปาล์มราคาถูก โดยบริษัทกล่าวว่าถ้าบริเวณนี้มีการปลูกปาล์มเพิ่มขึ้นมากจะสร้างโรงสกัดแห่งใหม่ จุดนี้เป็นจุดที่หน้าสนใจสำหรับการเติบโตของกำไรในอนาคตมากๆ เห็นว่าธุรกิจเมล็ดพันธ์ปาล์มของบริษัทที่มีกำไรขั้นต้นสูง ตอนนี้มีปัญหาเรื่องผลิตไม่ทันด้วย เกษตรกรต้องจองล่วงหน้า 3 เดือนจึงจะได้ ดังนั้นจึงสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจเรื่องจำหน่ายเมล็ดพันธ์ปาล์มก็ยังเติบโตได้อีกมากครับ


User avatar
Paul Octopus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 798
Joined: Mon Jul 12, 2010 9:44 pm

Re: UVAN

Posts by Paul Octopus » Sun Sep 23, 2012 9:57 am

ขอบคุณสำหรับข้อมูลในเรื่องการปลูกปาล์มที่พัทลุง และ นครฯ ครับ

ความเห็นส่วนตัวผม UVAN สร้าง Biz. Model เพื่อรองรับ การที่ไม่ต้องมีพื้นที่ปลูกปาล์มเป็นของตัวเองมานานแล้ว ซี่ง Proof of Concept ก็ได้แสดงออกมาโดยน้องๆหลายๆท่านอยู่แล้วว่า "ผลกระทบน้อย"

ตอนนี้ลุ้นเรื่องฝนแล้งในปีหน้า จะน่ากลัวกว่านะครับ.../Octopus

Disclaimer & Disclosure: The articles posted only represent my personal view. They are by no means a guarantee to the stock performance. Have no plan to change my position to the stock mentioned over the next 72 hrs.

investor9000
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 226
Joined: Thu Jul 23, 2009 11:41 am

Re: UVAN

Posts by investor9000 » Thu Sep 27, 2012 4:15 pm

พลัฏฐ์ ฐิติณัฐชนน ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 0303/05;02/05/2555 จำนวน 3,500 ราคา 106.50 ซื้อ


offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: UVAN

Posts by offshore-engineer » Sun Sep 30, 2012 9:42 am

chocolate111 wrote:ตอนนี้น้ำมันปาล์มดิบสามารถส่งออกได้แบบปรกติยังครับ
ดูจากราคา FFB และ CPO ที่ลดลง คิดว่ามาตรการดังกล่าวคงยกเลิกครับ แต่ยังไม่เห็นประกาศอย่างเป็นทางการ ตัวเลขเมื่อเดือนสิงหาคม ไม่มีปริมาณ CPO ที่ส่งออกเลยครับ ส่วนปริมาณ FFB ที่เก็บเกี่ยวได้ก็กลับมาอยู่ในระดับที่ดี ราวๆ 1 ล้านตัน

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

Post Reply