UVAN

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Mon May 14, 2012 11:32 am

ผมคิดว่าการที่รัฐบาลประกาศเก็บภาษีการส่งออกน้ำมันปาล์ม ไม่ใช่กลัวปาล์มจะขาดตลาดแต่คิดว่าเป็นเพราะการเมืองมากกว่า ภาคเหนือ อีสาน และปตทซึ่งเป็นถิ่นของรัฐบาลไม่ค่อยปลูกปาล์มจึงไม่มีส่วนได้เสียกับเรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่รู้ยูนิมีสต็อกปาล์มดิบเยอะหรือเปล่ามีเยอะก็เจ็บเยอะ


คนเดินดิน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 564
Joined: Sat Mar 13, 2010 11:34 pm

Re: UVAN

Posts by คนเดินดิน » Tue May 15, 2012 11:09 pm

สั้นๆคือนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบมาตัดราคา แถมยังเก็บภาษีส่งออกอีกสินะครับ


User avatar
HENDRIX
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 116
Joined: Thu Dec 03, 2009 9:40 pm

Re: UVAN

Posts by HENDRIX » Wed May 16, 2012 7:14 am

ในอดีตก็เคยมีการเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษในการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบปี 2541

http://www.lawreform.go.th/lawreform/im ... 1-A018.htm

และได้ยกเลิกตามภาวะการผลิตและการค้าน้ำมันปาล์มในปึ 2542

http://www.lawyersthai.com/index.php?topic=7086.0

ชนะตลาดหรือเปล่าไม่สน ขอชนะใจตนเป็นพอ

Gossip
Verified User
Posts: 389
Joined: Wed Aug 04, 2010 12:40 pm

Re: UVAN

Posts by Gossip » Mon May 21, 2012 4:46 pm

กำไรโตเลยครับ ไตรมาสแรก ปี 55 สำหรับ UVAN

อนาคตน่าจะแตกพาร์ ตาม UPOIC หน่อยก็ดีนะครับ อิอิ



xBE> UVAN :สรุปผลการดำเนินงานของบจ. ไตรมาสที่ 1 (F45-1)
11 พ.ค.--SET
สรุปผลการดำเนินงานของบจ. (F45-1)
บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 227,868 165,527
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2.42 1.76
ต่อหุ้น (บาท)


ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไข

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว"

ลงลายมือชื่อ ___________________________
( นายจอห์น เคลนดอน )
กรรมการผู้จัดการ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้
--จบ--


peace2514
Verified User
Posts: 136
Joined: Mon Jan 04, 2010 2:15 pm

Re: UVAN

Posts by peace2514 » Wed May 23, 2012 11:12 am

ใครมีกรรม....ก็แก้กันไป....แต่อย่าเหมือนลิงแก้แหแล้วกัน....การเมืองไม่น่ามายุ่งเลยน่ะ..
คนเดินดิน wrote:สั้นๆคือนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบมาตัดราคา แถมยังเก็บภาษีส่งออกอีกสินะครับ


offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: UVAN

Posts by offshore-engineer » Wed May 23, 2012 11:41 am

Let's the statistics speak for themselves. Is it necessary to import CPO? Is it necessary to impose export tax on CPO?

http://agri.dit.go.th/web_dit_sec4/admi ... ณสมดุล.pdf
Attachments
thailand palm oil april 2012.JPG
thailand palm oil april 2012.JPG (73.89 KiB) Viewed 4804 times

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: UVAN

Posts by offshore-engineer » Wed May 23, 2012 11:53 am

From Bangkok Post 23 May 2012.

It appears the government wants to see the FFB price dropped to 3 baht/kg.

On one hand, Univanich is going to benefit from low FFB price. But on the other hand, it will miss the opportunity to fetch higher export price.

These policies do not do any good to the country at all.

http://www.bangkokpost.com/business/eco ... gainst-fee

Palm oil groups rally against fee
Stealth surcharge on exports sparks protest
Published: 23/05/2012 at 02:08 AM Newspaper section: Business

The palm oil industry opposes a surcharge on the export of crude palm olein quietly imposed by the Commerce Ministry.

A ministerial announcement was issued recently declaring a surcharge of 10 baht a kilogramme for the export of crude palm olein. It is in effect from May 18 to June 30.

The notice cited the need to keep the price of bottled cooking palm oil at 42 baht a litre to help control living costs for the public.

The ministry was worried attractive market prices for crude palm oil, which has risen to 36 baht per kg over the past two months, would lead to more exports, resulting in a shortage in domestic supply like last year.

Wiwan Boonyaprateeprat, secretary-general of the Thai Oil Palm and Palm Oil Association, said industry associations will submit a letter to the National Palm Oil Committee today seeking cancellation of the announcement, which it claimed was issued without the approval of the committee.

Palm oil companies want to know the reasons for the surcharge. They also say the Internal Trade Department has withheld information regarding crude palm olein inventory reported by the private sector since February.

Other groups joining the opposition include oil palm farmer associations from six provinces, palm oil refineries and palm nut crackers as well as biodiesel producers.

Commerce Minister Boonsong Teriyapirom defended the legitimacy of the announcement, saying the ministry is empowered to impose temporary measures under the Export and Import of Goods Act as a relief to avoid hurting prices of fresh palm nuts.

But the ministry said it will review the measure if prices of fresh palm nuts drop to around three baht a kg, half today's level.

Manit Wongsureerat, president of the Trang Oil Palm Farmers Association, said the measure has indeed hurt the price of fresh palm nuts, which has fallen to 4.80 baht a kg from 6.20 baht per kg before the measure was announced.

Ms Wiwan said Thailand produces 140,000 to 150,000 tonnes of crude palm olein a month, while overall domestic demand including for biodiesel is 120,000 tonnes. Thailand exported 90,000 tonnes of crude palm olein in the first quarter.

She said the government should let palm oil prices move freely in the market.

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

themaoz
Verified User
Posts: 33
Joined: Thu Nov 24, 2005 12:18 pm

ค่อยยังชั่ว

Posts by themaoz » Thu May 24, 2012 10:53 pm

มติ กนป.เลิกนำเข้าปาล์ม 3 หมื่นตัน



ความคืบหน้าเรื่อง ปาล์มน้ำมัน ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ มีมติ ยกเลิกนำเข้า ปาล์มจำนวน 3 หมื่นตัน หลังผลผลิตในตลาดสูงขึ้น



นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จะหารือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ หรือ กนป.เมื่อวานนี้ มีมติไม่นำเข้าปาล์มอีก 3 หมื่นตัน เนื่องจากขณะนี้ผลผลิตในตลาดเริ่มออกมาค่อนข้างมากแล้ว รวมถึงราคาในต่างประเทศเริ่มอ่อนตัวลง และไม่มีความจำเป็นต้องค่าธรรมเนียมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบอัตรา 10 บาทต่อกิโลกรัม

นอกจากนี้ ที่ประชุม กนป. ยังเห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการเรื่อง ปาล์มอย่างจริงจัง เนื่องประเทศไทยมีประสิทธิภาพในกระบวนการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ไปจนถึงโรงงานสกัด รวมถึงการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิตที่ดี กระบวนการขนส่งยังไม่ดีพอ

อีกทั้งประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน ในอีก 3 ปีข้างหน้า อาจทำให้เสียเปรียบประเทศคู่แข่งอย่างมาเลเซียได้ จึงต้องปรับปรุงประสิทธิภาพ หรือยกระดับการแข่งขันขึ้นมา



Produced by VoiceTV

by Passavee

24 พฤษภาคม 2555 เวลา 15:31 น.


chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Fri May 25, 2012 6:07 pm

ตอนนี้ที่โรงสกัดน้ำมันปาล์มของบริษัทกำลังหยุดปรับปรุงโรงสกัดทั้ง 3 แห่ง หลังจากปรับปรุงจะมีข้อดีต่อการสกัดน้ำมันปาล์มอย่างไรบ้างครับ ใครรู้ช่วยตอบที่ครับ

ผมคิดว่าหุ้นยูนิวานิชยังราคาถูกนะครับเพราะ
1.บริษัทมีศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ปาล์มของบริษัทเอง มีกำลังการผลิต 3 ล้านเมล็ดต่อปี เมล็ดล่ะประมาณ 50 บาท ปีนึงได้รายได้ประมาณ 150 ล้านบาท กำไรก็เกือบ 150 ล้านบาทครับ เพราะวัตถุดิบเป็นทุกอย่างที่บริษัทมีอยู่แล้ว เมื่อคิดว่าเอากำไร 10 เปอร์เซ็นต์ สินทรัพย์ควรมีราคา 1500 ล้านบาท
2.บริษัทมีโรงไฟฟ้าทั้งหมด 3 แห่ง กำลังการผลิต ประมาณ 10 เมกะวัตน์ รวมทั้งได้เงินจากคาร์บอนเครดิตด้วย ปีนึงจึงได้รายได้จากการขายไฟฟ้าให้ กฟภอีก 100 ล้านบาท ธุรกิจนี้กำไรผมคิดว่าก็น่าจะได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของ รายได้เพราะเป็นวัตถุเหลือทิ้งจากการสกัด เมื่อคิดว่าเอากำไร 10 เปอร์เซ็นต์ สินทรัพย์ควรมีราคา 1000 ล้านบาท
3.บริษัทมีโรงสกัดปาล์ม 3 แห่ง ปีหนึ่งมีผลปาล์มเข้าสกัดเกือบ 1 ล้านตันผลปาล์ม รายได้ประมาณปีล่ะ 6 พันล้านบาท กำไรประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 600 ล้านบาท เมื่อคิดว่าเอากำไร 10 เปอร์เซ็นต์ สินทรัพย์ควรมีราคา 6000 ล้านบาท
4.บริษัทมีที่ดินเป็นของบริษัทเอง บางที่อาจจะเป็นที่ไม่มีโฉนดก็จริง แต่ถ้าหากเข้าครอบครองเกิน 10 ปีก็สามารถขอเป็นโฉนดได้การกฏหมาย จากหนังสือบริษัทกล่าวว่ามีพื้นที่เพาะปลูก 39210 ไร่ ถ้าหักพื้นที่สัมประทาน 14241+8250+2500 จะมีที่ดินเพาะปลูกเหลือจำนวน 14200 ไร่ ถ้ารวมพื้นที่โรงงาน สถานเพาะเมล็ดพันธุ์ปาล์มเข้าไปอีก ผมคิดว่าบริษัทน่าจะมีที่ดินจริงๆ 20000 ไร่ครับ ถ้าที่ดินมีมูลค่าไร่ล่ะ 2 แสน บริษัทจะมีสินทรัพย์ประมาณ 4000 ล้านบาท
5.บริษัทเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก ไม่มีหนี้จากการกู้ยืมเงินธนาคารเลย แถมมีเงินสดอีกประมาณ 1700 ล้านบาท

ถ้านำสินทรัพย์จากข้อ 1 ถึง 5 มารวมกันบริษัทควรมีราคา 1500+1000+6000+4000+1700 เท่ากับ 14000 ล้านบาท แต่ราคาปัจจุบันบริษัทมีค่าเท่ากับ 94*96 เท่ากับ 9000 ล้านบาท จึงถือว่าถูกมาก


chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Fri May 25, 2012 6:25 pm

เรื่องการต่อที่ดินสัมประทานปี 56 จำนวน 2 หมื่นไร่ผมคิดว่าน่าจะได้ต่อสัญญาครับ เพราะดูจากที่รัฐบาทส่งเสริมไบโอดีเซล ส่งเสริมให้ปาล์มเป็นพืชที่จะไปแข่งขันกับประเทศอื่นได้เมื่อเปิดเขตการค่าเสรีอาเซียนปี 58 แต่อาจจะมีข้อแม้ว่าปาล์มที่ปลูกในพื้นที่นั้นห้ามส่งออกเป็นต้น แต่การแข่งขันกับอาเซียนผมคิดว่าน่าจะแข่งขันได้เพราะต้นทุนปลูกปาล์มจริงๆดูจากสำนักงานการเกษตร dit.go.th บอกว่าต้นทุนจริงอยู่ที่ 2.5บาทต่อกิโล ถึงราคาปาล์มจะอยู่โลล่ะ 3.5 ก็ยังได้กำไรโลล่ะ 1 บาท แต่การที่ราคาปาล์มจะลงไปเหลือ 3.5 บาทผมว่าเป็นสิ่งที่ยากเมือดูจากอุปทานที่มีมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน ถ้าราคาปาล์มอยู่ที่โลล่ะ 3.5 บาทจริง ปาล์มดิบจะอยู่ที่ประมาณโลล่ะ 21 บาท(คิดว่าผลปาล์มให้ปริมาณน้ำมัน 17 เปอร์เซ็นต์) ปัจจุบันดีเซลอยู่ที่ลิตรล่ะ 32 บาท ถ้าปาล์มดิบร่วงเหลือ 3.5 บาทต่อกิโล อุตสากรรมไบโอดีเซลอาจจะบูมมาก อาจจะเพิ่มไบโอไปถึงบี 10 ก็ได้ ผมคิดว่าอนาคตสิ่งที่จะเข้ามาแทนที่น้ำมัน 100 เปอร์เซ้นต์ยังหายากครับ เพราะขนาดรถไฮบริดก็ยังใช้น้ำมัน อนาคตเทคโนโลยีใหม่จะไปทางการประหยัดน้ำมันมากกว่าการหาสิ่งมาแทนที่น้ำมันครับ และสิ่งที่แทนที่น้ำมันก็ยังน่าจะเป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไปเหมือนเดิมเพราะจะทำให้ผู้ขายได้กำไรด้วยครับ ดั้งนั้นปาล์มก็น่าจะเป็นตัวทดแทนน้ำมันไปอีกนาน


themaoz
Verified User
Posts: 33
Joined: Thu Nov 24, 2005 12:18 pm

Re: UVAN

Posts by themaoz » Sat May 26, 2012 3:45 am

ผมว่าเรื่องสัมปทาน ต้องเดาสถานเดียว จะให้ต่อก็หาเหตุผลได้ จะไม่ให้ต่อก็หาอะไรมาเป็นเหตุได้


peace2514
Verified User
Posts: 136
Joined: Mon Jan 04, 2010 2:15 pm

Re: UVAN

Posts by peace2514 » Thu Jun 07, 2012 5:11 pm

วิเคราะห์เจาะลึกได้ละเอียดชัดเจนมาก....ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลเชิงลึกครับ..
chocolate111 wrote:ตอนนี้ที่โรงสกัดน้ำมันปาล์มของบริษัทกำลังหยุดปรับปรุงโรงสกัดทั้ง 3 แห่ง หลังจากปรับปรุงจะมีข้อดีต่อการสกัดน้ำมันปาล์มอย่างไรบ้างครับ ใครรู้ช่วยตอบที่ครับ

ผมคิดว่าหุ้นยูนิวานิชยังราคาถูกนะครับเพราะ
1.บริษัทมีศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ปาล์มของบริษัทเอง มีกำลังการผลิต 3 ล้านเมล็ดต่อปี เมล็ดล่ะประมาณ 50 บาท ปีนึงได้รายได้ประมาณ 150 ล้านบาท กำไรก็เกือบ 150 ล้านบาทครับ เพราะวัตถุดิบเป็นทุกอย่างที่บริษัทมีอยู่แล้ว เมื่อคิดว่าเอากำไร 10 เปอร์เซ็นต์ สินทรัพย์ควรมีราคา 1500 ล้านบาท
2.บริษัทมีโรงไฟฟ้าทั้งหมด 3 แห่ง กำลังการผลิต ประมาณ 10 เมกะวัตน์ รวมทั้งได้เงินจากคาร์บอนเครดิตด้วย ปีนึงจึงได้รายได้จากการขายไฟฟ้าให้ กฟภอีก 100 ล้านบาท ธุรกิจนี้กำไรผมคิดว่าก็น่าจะได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของ รายได้เพราะเป็นวัตถุเหลือทิ้งจากการสกัด เมื่อคิดว่าเอากำไร 10 เปอร์เซ็นต์ สินทรัพย์ควรมีราคา 1000 ล้านบาท
3.บริษัทมีโรงสกัดปาล์ม 3 แห่ง ปีหนึ่งมีผลปาล์มเข้าสกัดเกือบ 1 ล้านตันผลปาล์ม รายได้ประมาณปีล่ะ 6 พันล้านบาท กำไรประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 600 ล้านบาท เมื่อคิดว่าเอากำไร 10 เปอร์เซ็นต์ สินทรัพย์ควรมีราคา 6000 ล้านบาท
4.บริษัทมีที่ดินเป็นของบริษัทเอง บางที่อาจจะเป็นที่ไม่มีโฉนดก็จริง แต่ถ้าหากเข้าครอบครองเกิน 10 ปีก็สามารถขอเป็นโฉนดได้การกฏหมาย จากหนังสือบริษัทกล่าวว่ามีพื้นที่เพาะปลูก 39210 ไร่ ถ้าหักพื้นที่สัมประทาน 14241+8250+2500 จะมีที่ดินเพาะปลูกเหลือจำนวน 14200 ไร่ ถ้ารวมพื้นที่โรงงาน สถานเพาะเมล็ดพันธุ์ปาล์มเข้าไปอีก ผมคิดว่าบริษัทน่าจะมีที่ดินจริงๆ 20000 ไร่ครับ ถ้าที่ดินมีมูลค่าไร่ล่ะ 2 แสน บริษัทจะมีสินทรัพย์ประมาณ 4000 ล้านบาท
5.บริษัทเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งมาก ไม่มีหนี้จากการกู้ยืมเงินธนาคารเลย แถมมีเงินสดอีกประมาณ 1700 ล้านบาท

ถ้านำสินทรัพย์จากข้อ 1 ถึง 5 มารวมกันบริษัทควรมีราคา 1500+1000+6000+4000+1700 เท่ากับ 14000 ล้านบาท แต่ราคาปัจจุบันบริษัทมีค่าเท่ากับ 94*96 เท่ากับ 9000 ล้านบาท จึงถือว่าถูกมาก


peace2514
Verified User
Posts: 136
Joined: Mon Jan 04, 2010 2:15 pm

Re: UVAN

Posts by peace2514 » Thu Jun 07, 2012 5:14 pm

สำหรับท่านนี้ข้อมูลตัวเลขชัดเจนมาก....ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดีมากๆๆๆครับ....
offshore-engineer wrote:Let's the statistics speak for themselves. Is it necessary to import CPO? Is it necessary to impose export tax on CPO?

http://agri.dit.go.th/web_dit_sec4/admi ... ณสมดุล.pdf


User avatar
Tsurumi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 268
Joined: Thu Aug 05, 2010 9:59 pm

Re: UVAN

Posts by Tsurumi » Fri Jun 22, 2012 9:58 pm

วันที่ 22 มิถุนายน 2555 11:23
[b]อินโดฯจ่อผู้ผลิตน้ำมันปาล์มใหญ่สุดโลกใน10ปี[/b]

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

อินโดนีเซียมีแนวโน้มเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลกภายใน 10 ปีข้างหน้า

หนังสือพิมพ์จากาตาร์ โพสท์ รายงานว่า มีการคาดการณ์ว่าประเทศอินโดนีเซียจะเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลกภายในทศวรรษหน้า เนื่องจากคู่แข่งที่สำคัญอย่างมาเลเซียมีปัญกาการขาดแคลนที่ดินเพาะปลูกและต้นปาล์มน้ำมันมีอายุมาก

ข้อมูลของธนาคารราโบ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า ค่าเฉลี่ยการใช้น้ำมันปาล์มของโลกพุ่งสูงขึ้นเร็วกว่าผลผลิตของโลกตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีความต้องการ 2.5 ล้านตันต่ปี ในขณะที่ผลผลิตมีเพียง 2.4 ล้านตันต่อปี ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มต้องเร่งผลิตให้มากขึ้น

รายงาน "แนวโน้มตลาดน้ำมันปาล์ม" ระบุว่า "เนื่องจากอุปสงค์มีมากกว่าอุปทาน ข้อจำกัดต่างๆจึงเห็นได้อย่างชัดเจน" พร้อมกับระบุว่า ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างน้อย 640,000 เฮกเตอร์ต่อปีเพื่อให้ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของโลก และเมื่อพิจารณาจากตัวเลขที่คำนวนดูแล้ว พื้นที่เพาะปลูกของอินโดนีเซียน่าจะคงอยู่ไปอีก 12 ปี เนื่องจากยังมีพื้นที่อีกประมาณ 16-17 ล้านเฮกเตอร์ที่สามารถใช้เพาะปลูกต้นปาล์มได้

นายพาวัน กูมาร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจอาหารและเกษตรกรรมของธนาคารราโบ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า มาเลเซีย กำลังประสบปัญหาที่ดินไม่เพียงพอ โดยขณะนี้มีพื้นที่เหมาะสมเพียง 600,000 เฮกเตอร์เท่านั้น

"ด้วยสถานการณ์เรื่องพื้นที่ในปัจจุบัน ประกอบกับระเบียบข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกปาล์มของมาเลเซียจะหมดไปภายในสามถึงสี่ปี" นายพาวันกล่าวต่อสื่อมวลชนในจากาตาร์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

นอกจากปัญหาขาดแคลนที่ดินแล้ว มาเลเซีย ยังประสบกับปัญหาต้นปาล์มมีอายุมากด้วย โดย 87% ของปาล์มทั้งหมดเติบโตเต็มที่แล้ว ในขณะที่อินโดนีเซียมีปาล์มที่โตเต็มที่เพียง 17% เท่านั้นบ่งบอกได้ถึงศักยภาพการผลิตของประเทศในอนาคต


peace2514
Verified User
Posts: 136
Joined: Mon Jan 04, 2010 2:15 pm

Re: UVAN

Posts by peace2514 » Tue Jun 26, 2012 12:08 pm

ก็ที่ดินของเขาเยอะมากนี่ครับ....ปลูกได้อีกมากครับ....ที่บนเกาะว่างอีกเพียบครับ....
Tsurumi wrote:วันที่ 22 มิถุนายน 2555 11:23
อินโดฯจ่อผู้ผลิตน้ำมันปาล์มใหญ่สุดโลกใน10ปี

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

อินโดนีเซียมีแนวโน้มเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลกภายใน 10 ปีข้างหน้า

หนังสือพิมพ์จากาตาร์ โพสท์ รายงานว่า มีการคาดการณ์ว่าประเทศอินโดนีเซียจะเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลกภายในทศวรรษหน้า เนื่องจากคู่แข่งที่สำคัญอย่างมาเลเซียมีปัญกาการขาดแคลนที่ดินเพาะปลูกและต้นปาล์มน้ำมันมีอายุมาก

ข้อมูลของธนาคารราโบ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า ค่าเฉลี่ยการใช้น้ำมันปาล์มของโลกพุ่งสูงขึ้นเร็วกว่าผลผลิตของโลกตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีความต้องการ 2.5 ล้านตันต่ปี ในขณะที่ผลผลิตมีเพียง 2.4 ล้านตันต่อปี ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มต้องเร่งผลิตให้มากขึ้น

รายงาน "แนวโน้มตลาดน้ำมันปาล์ม" ระบุว่า "เนื่องจากอุปสงค์มีมากกว่าอุปทาน ข้อจำกัดต่างๆจึงเห็นได้อย่างชัดเจน" พร้อมกับระบุว่า ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มต้องขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างน้อย 640,000 เฮกเตอร์ต่อปีเพื่อให้ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของโลก และเมื่อพิจารณาจากตัวเลขที่คำนวนดูแล้ว พื้นที่เพาะปลูกของอินโดนีเซียน่าจะคงอยู่ไปอีก 12 ปี เนื่องจากยังมีพื้นที่อีกประมาณ 16-17 ล้านเฮกเตอร์ที่สามารถใช้เพาะปลูกต้นปาล์มได้

นายพาวัน กูมาร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจอาหารและเกษตรกรรมของธนาคารราโบ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า มาเลเซีย กำลังประสบปัญหาที่ดินไม่เพียงพอ โดยขณะนี้มีพื้นที่เหมาะสมเพียง 600,000 เฮกเตอร์เท่านั้น

"ด้วยสถานการณ์เรื่องพื้นที่ในปัจจุบัน ประกอบกับระเบียบข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่เพิ่มขึ้น พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกปาล์มของมาเลเซียจะหมดไปภายในสามถึงสี่ปี" นายพาวันกล่าวต่อสื่อมวลชนในจากาตาร์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

นอกจากปัญหาขาดแคลนที่ดินแล้ว มาเลเซีย ยังประสบกับปัญหาต้นปาล์มมีอายุมากด้วย โดย 87% ของปาล์มทั้งหมดเติบโตเต็มที่แล้ว ในขณะที่อินโดนีเซียมีปาล์มที่โตเต็มที่เพียง 17% เท่านั้นบ่งบอกได้ถึงศักยภาพการผลิตของประเทศในอนาคต


offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: UVAN

Posts by offshore-engineer » Wed Jun 27, 2012 6:58 pm

วันนี้ 27 Jun 2012 บริษัทได้รับ CERs จำนวน 62,733 ตันจากโรงงานที่ลำทับครับ

http://cdm.unfccc.int/Issuance/cers_iss.html

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

peace2514
Verified User
Posts: 136
Joined: Mon Jan 04, 2010 2:15 pm

Re: UVAN

Posts by peace2514 » Tue Jul 03, 2012 11:48 am

ขอบคุณครับ....สำหรับข้อมูลครับ
offshore-engineer wrote:วันนี้ 27 Jun 2012 บริษัทได้รับ CERs จำนวน 62,733 ตันจากโรงงานที่ลำทับครับ

http://cdm.unfccc.int/Issuance/cers_iss.html


chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Wed Jul 04, 2012 12:20 am

ราคาสินค้าเกษตร ณ ตลาดที่สำคัญ
พืชน้ำมัน : ผลปาล์มน้ำมันทั้งทะลาย นน.> 15 กก. ขึ้นไป (หน่วย / บาท)
วันที่ ผลปาล์มน้ำมันทั้งทะลาย นน.> 15 กก. ขึ้นไป
ตลาด
โรงงาน สุขสมบูรณ์ สหกรณ์การเกษตรท่าแซะ บริษัท วิจิตรภัณฑ์สวนปาล์ม จำกัด บริษัท สวีอุตสาหกกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด บริษัทยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม บริษัทแสงศิริน้ำมันปล์าม จำกัด
ชลบุรี ชุมพร ชุมพร ชุมพร กระบี่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี
โทร.(038)442999 กด 1 โทร.() โทร.(077)641604 โทร.(077)531197 โทร.(075)618176 โทร.(075)681116 โทร.(077)369184
2/7/2555 5.3 6.3 6.3 6.3 6.15 6.1 5.8
3/7/2555 5.3 6.4 6.3 6.3 6.15 6.1 5.9

จากตารางผมสงสัยว่าทำไมโรงงานสุขสมบูรณ์ที่ชลบุรีถึงซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรได้ถูกจังแค่ 5.3 บาทต่อกก. เท่านั้นแล้วแบบนี้ โรงสกัดอื่นไม่เสียเปรียบแย่หรือครับ


chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Wed Jul 04, 2012 12:21 am

chocolate111 wrote:ราคาสินค้าเกษตร ณ ตลาดที่สำคัญ
พืชน้ำมัน : ผลปาล์มน้ำมันทั้งทะลาย นน.> 15 กก. ขึ้นไป (หน่วย / บาท)
วันที่ ผลปาล์มน้ำมันทั้งทะลาย นน.> 15 กก. ขึ้นไป
ตลาด
โรงงาน สุขสมบูรณ์ สหกรณ์การเกษตรท่าแซะ บริษัท วิจิตรภัณฑ์สวนปาล์ม จำกัด บริษัท สวีอุตสาหกกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันกระบี่ จำกัด บริษัทยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม บริษัทแสงศิริน้ำมันปล์าม จำกัด
ชลบุรี ชุมพร ชุมพร ชุมพร กระบี่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี
โทร.(038)442999 กด 1 โทร.() โทร.(077)641604 โทร.(077)531197 โทร.(075)618176 โทร.(075)681116 โทร.(077)369184
2/7/2555 5.3 6.3 6.3 6.3 6.15 6.1 5.8
3/7/2555 5.3 6.4 6.3 6.3 6.15 6.1 5.9

จากตารางผมสงสัยว่าทำไมโรงงานสุขสมบูรณ์ที่ชลบุรีถึงซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรได้ถูกจังแค่ 5.3 บาทต่อกก. เท่านั้นแล้วแบบนี้ โรงสกัดอื่นไม่เสียเปรียบแย่หรือครับ
อ้างอิงจาก http://www.oae.go.th/oae_report/price/p ... result.php


toeya
Verified User
Posts: 3
Joined: Mon Sep 06, 2010 11:54 pm

Re: UVAN

Posts by toeya » Wed Jul 04, 2012 10:17 am

ปลูกปาล์มอยู่ ส่งโรงงานสุขสมบูรณ์ รับซื้อแค่ 5.10 ค่ะ อีก0.20 ให้คนขับรถ
มีร้านกาแฟฟรี ไอศครีมฟรี ว่าแล้ว ลูกน้องไปส่งแต่ที่นี่ ราคานี้ก็พอใจสำหรับ
คนทำไร่ ทำสวนเป็นงานอดิเรก ....


chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Wed Jul 04, 2012 7:57 pm

ยูนิวานิชน่าจะไปตั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแถวชลบุรีบ้างก็ดีนะ ได้วัตถุดิบราคาถูกดี แถมอยู่ใกล้โรงกลั่นที่กรุงเทพด้วย


peace2514
Verified User
Posts: 136
Joined: Mon Jan 04, 2010 2:15 pm

Re: UVAN

Posts by peace2514 » Mon Jul 09, 2012 12:10 pm

ถิ่นใครถิ่นมันครับ....ถ้าจะตั้งที่ใหม่คงเป็นแถวนครศรีฯ...หลังจากได้เริ่มไปบุกเบิกมาแล้ว..
chocolate111 wrote:ยูนิวานิชน่าจะไปตั้งโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มแถวชลบุรีบ้างก็ดีนะ ได้วัตถุดิบราคาถูกดี แถมอยู่ใกล้โรงกลั่นที่กรุงเทพด้วย


chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Wed Jul 11, 2012 4:57 am

ตั้งตามแถวนครศรีก็ดี เพราะยังไม่ค่อยมีโรงสกัด การแย่งกันซื้อผลปาล์มน่าจะน้อย วัตถุดิบน่าจะถูกว่ากระบี่ ชุมพร สุราษสักหน่อย


offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: UVAN

Posts by offshore-engineer » Thu Jul 12, 2012 11:38 am

http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... ชุมชน.html

กรมป่าไม้เลิกต่อสัญญา45บริษัทเอกชนเช่าพื้นที่ป่าไม้ปลูกปาล์ม-ยางพารา5จว.ใต้พื้นที่หมดอายุกว่า1.4แสนไร่ ลั่นไม่ต่ออายุ ลุยจัดตั้งป่าชุมชน

กรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างเอกชน และชาวบ้านที่เข้ายึดพื้นที่สวนปาล์มที่หมดอายุการอนุญาตเช่าจากกรมป่าไม้ในจ.กระบี่ ซึ่งล่าสุด นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยผลการตรวจสอบแปลงสัมปทานของเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 16 ของพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.สุราษฏร์ธานี กระบี่ ตรัง ชุมพร และพังงา ซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนปาล์มน้ำมัน และปลูกยางพาราโดยได้รับการอนุญาตมีอายุตั้งแต่ 5 ปีและไม่เกิน 30 ปี มีทั้งสิ้น 45 รายรวมเนื้อที่เช่า 289,997 ไร่ 3 งาน โดยในจำนวนนี้พบว่า 18 แปลงที่หมดอายุเช่าแล้วทั้งหมด 146,480 ไร่ แบ่งเป็น ในจ.สุราษฎร์ธานี 6 แปลงรวมพื้นที่ 61,018 ไร่ จ.ชุมพร 2 แปลงรวมพื้นที 22,138 ไร่ และจ.กระบี่10 แปลงรวมพื้นที่ 63,324 ไร่ ขณะที่ยังมีพื้นที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ 5 แปลง และอยู่ระหว่างการขออนุญาตใหม่ 4 ราย ส่วนอีก 21 รายยังไม่หมดอายุ รวมพื้นที่ 111,887 ไร่

นายสุวิทย์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ จ.กระบี่ พบว่ามีเอกชนขอเช่าพื้นที่ป่าสงวนมากที่สุด 14 ราย รวมพื้นที่ 195,990 ไร่ โดยพบว่าในจำนวนนี้ 10 รายรวมเนื้อที่ราว 63,324 ไร่ ได้หมดอายุการอนุญาตจากกรมป่าไม้มาเป็น 10 ปีแล้ว ทำให้ชาวบ้านที่ไม่มีทีดินทำกินได้เข้ายึดเข้าทำประโยชน์ จนเกิดข้อพิพาทกับเจ้าของแปลงสวนปาล์มมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พบว่ายังแปลงเช่า จำนวน 4 ราย รวมเนื้อที่ 53,571 ไร่ในเขตอ.อ่าวลึก อ.ปลายพระยา อ.คลองท่อม เหนือคลอง และเขาพนม จ.กระบี่นั้นยังคงเหลือระยะเวลาอีก 2-5 ปีก็จะทยอยหมดสัญญา รองลงมา พื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 13 รายพื้นที่ทั้งหมด 123,814 ไร่ในเขตอ.พุนพิน คีรีรัฐนิคม คียนซา ชัยบุรี กาญจนดิษฐ์ พระแสง โดยในจำนวนนี้มี 5 แปลงพื้นที่ตั้งแต่ 20,000 ไร่จนถึงเล็กสุด 700 กว่าไร่ที่ยังไม่สิ้นสุดการอนุญาตระหว่างปี 2558-2566 รวมทั้งยังมีปัญหาทับซ้อนกับที่ราชพัสดุที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ

ขณะที่ยังมีแปลงเช่าป่าเพื่อปลูกปาล์ม และสวนยางในเขต จ.ตรัง ชุมพร และพังงา ซึ่งมีทั้งแปลงขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พบว่ามีทั้งหมดอายุการอนุญาตและยังเหลือระยะเวลาอีก 2 ปี และ 5 ปีเช่นกัน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างรัฐ เอกชน และกรมป่าไม้ ในฐานะหน่วยงานอนุญาตให้เช่า จึงมีนโยบายว่าจะไม่มีการต่อสัมปทานการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอีกต่อไป โดยเฉพาะแปลงที่หมดอายุมาเป็น 10 ปีแล้วนั้นถือว่าพื้นที่ต้องกลับคืนมาเป็นของกรมป่าไม้ โดยเฉพาะที่จ.กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ที่เกิดปัญหาระหว่างนายทุน กับชาวบ้านยืดเยื้อมานานแล้ว ทางกรมป่าไม้ เตรียมเข้าไปสำรวจข้อมูลเชิงพื้นที่อีกครั้งอย่างละเอียดว่ามีจุดไหนบ้าง หลังจากนั้นจะเสนอให้จัดตั้งเป็นป่าชุมชนทั้งหมดทุกแปลง โดยจะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้าประโยชน์ และเก็บหาของป่า โดยการตั้งคณะกรรมการระดับพื้นที่ วางกติกาการทำประโยชน์จากป่าชุมชน

"ที่ผ่านมากรมป่าไม้ให้เอกชนเช่าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติมาคุ้มแล้ว บางรายอยู่มา 30 ปี 15 ปีและ 10 ปี เมื่อหมดอายุแล้วก็ต้องคืนพื้นที่ป่าให้กรมป่าไม้ เพื่อฟื้นฟูให้กลับสภาพป่า โดยจะไม่มีนโยบายต่ออายุเช่าไปเรื่อยๆ ส่วนพื้นที่เกิดปัญหาขัดแย้งกรมป่าไม้จะเร่งเข้าไปจัดการ โดยมีข้อเสนอให้ประกาศเป็นป่าชุมชน ให้ชาวบ้านที่เข้าไปทำประโยชน์ได้ โดยเฉพาะกรณีสวนปาล์มใน จ.กระบี่ ซึ่งเห็นว่าไม่จำเป็น ต้องโค่นต้นปาล์มทิ้ง แต่เปลี่ยนจากพื้นที่ที่นายทุนครอบครองแต่หมดอายุสัมปทาน มาให้ชาวบ้านยากจนที่เข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากต้นปาล์มน้ำเหมือนกับเป็นโอท็อปของชุมชน ในรูปแบบของป่าชุมชน ซึ่งชาวบ้านต้องช่วยกันฟื้นฟูปลูกป่า ดูแลพื้นที่ป่าสัมปทานให้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้สิทธิ์ครอบครอง หรือเข้าไปอยู่อาศัย หรือสามารถบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมได้" นายสุวิทย์ กล่าว

จากการตรวจสอบข้อมูลแปลงเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติทั้ง 45 รายนั้น มีแปลงที่หมดอายุเช่าแล้วจำนวน 18 แปลง โดยแบ่งเป็น ในจ.สุราษฎร์ธานี 6 แปลงรวมพื้นที่ 61,018 ไร่ จ.ชุมพร 2 แปลงรวมพื้นที 22,138 ไร่ และจ.กระบี่10 แปลงรวมพื้นที่ 63,324 ไร่ สำหรับพื้นที่แปลงเช่าของสุราษฎร์ธานี ได้แก่ 1.อ.พุนพิน เนื้อที่ 20,000 ไร่ อนุญาต 15 ก.พ.2527-14 ก.พ.2542 มีพื้นที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุบ่อถ่านศิลา 2.อ.คีรีรัฐนิคม 20,000 ไร่ อนุญาต 15 ก.พ.27-14 ก.พ.42 มีพื้นที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุบ่อถ่านศิลา 3.ชัยบุรี 15,000 ไร่ อนุญาต2 ม.ค.28-1 ม.ค.43 ยังไม่ได้ขอต่อหนังสืออนุญาต 4.ชัยบุรี 3,000 ไร่ อนุญาต 3 ธ.ค.28-2 ธ.ค.43 อยู่ระหว่างการขออนุญาตใหม่ 5.กาญจนดิษฐ์ 1,168 ไร่ อนุญาต 3 ธ.ค.28-2 ธ.ค.43 อยู่ระหว่างการขออนุญาตใหม่ 6.พุนพิน 1,850 ไร่ อนุญาต 10 ก.พ.31-9 ก.พ.46 พื้นที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุบ่อถ่านศิลา

ส่วนที่จ.ชุมพร 2 แปลง ได้แก่ 1. ทุ่งตะโก 537 ไร่ อนุญาต 30 เม.ย.29-29 เม.ย.44 อยู่ระหว่างขออนุญาตใหม่ 2.ท่าแซะ 21,565 ไร่ อนุญาต 6 มิ.ย.22-5 มิ.ย.52 ระหว่างขออนุญาตใหม่ สำหรับที่จ.กระบี่ 10 แปลงที่หมดอายุการอนุญาต ได้แก่ 1.อ่าวลึก-ปลายพระยา 13,950 ไร่ อนุญาต 27 มี.ค.28-27 มี.ค.43 ,2.อ่าวลึก-ปลายพระยา 2,200 ไร่ อนุญาต 19 ก.พ.30-12 พ.ค.45 ,3.เหนือคลอง 21,000 ไร่ อนุญาต 11มี.ค.30-30 มิ.ย.45,4.เขาพนม 1,844 ไร่ อนุญาต 31พ.ค.31-30 พ.ค.46 ,5.เหนือคลอง 1,000 ไร่ อนุญาต 2 ต.ค.50-11 พ.ย.30-11 พ.ค.45 ,6.เหนือคลอง 500 ไร่ อนุญาต 28ก.ย.30-11 พ.ย.45, 7.เหนือคลอง 580 ไร่ อนุญาต 11ต.ค.31-23ต.ค.46,8.เขาพนม 3,000 ไร่ อนุญาต 11 ต.ค.31-23 ต.ค.46 ,9.เขาพนม 9,500 ไร่ อนุญาต2 ต.ค.30-1 ต.ค.45 และ 10. อ่าวลึก 9750 ไร่ อนุญาต 29ก.พ.31-28 ก.พ.45

ส่วนที่จ.ตรัง มีพื้นที่หมดอายุการอนุญาต 4 แปลงได้แก่ 1.วังวิเศษ 1,200 ไร่ อนุญาต 22 เม.ย.31-21เม.ย.46 ,2.สิเภา จ.ตรัง 6 ไร่ อนุญาต 26 พ.ย.30-25 พ.ย.45 , 3.สิเภา 20 ไร่ อนุญาต 17 พ.ย.30-16 พ.ย.45 และ 4 .สิเภา 17 ไร่ อนุญาต 22 ต.ค.30-21 ต.ค.45

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

peace2514
Verified User
Posts: 136
Joined: Mon Jan 04, 2010 2:15 pm

Re: UVAN

Posts by peace2514 » Fri Jul 13, 2012 12:25 pm

ขอถามว่ายึดคืนแล้วใครเป็นผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทั้งหมดครับ....
offshore-engineer wrote:http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... ชุมชน.html

กรมป่าไม้เลิกต่อสัญญา45บริษัทเอกชนเช่าพื้นที่ป่าไม้ปลูกปาล์ม-ยางพารา5จว.ใต้พื้นที่หมดอายุกว่า1.4แสนไร่ ลั่นไม่ต่ออายุ ลุยจัดตั้งป่าชุมชน

กรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างเอกชน และชาวบ้านที่เข้ายึดพื้นที่สวนปาล์มที่หมดอายุการอนุญาตเช่าจากกรมป่าไม้ในจ.กระบี่ ซึ่งล่าสุด นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยผลการตรวจสอบแปลงสัมปทานของเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 16 ของพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.สุราษฏร์ธานี กระบี่ ตรัง ชุมพร และพังงา ซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนปาล์มน้ำมัน และปลูกยางพาราโดยได้รับการอนุญาตมีอายุตั้งแต่ 5 ปีและไม่เกิน 30 ปี มีทั้งสิ้น 45 รายรวมเนื้อที่เช่า 289,997 ไร่ 3 งาน โดยในจำนวนนี้พบว่า 18 แปลงที่หมดอายุเช่าแล้วทั้งหมด 146,480 ไร่ แบ่งเป็น ในจ.สุราษฎร์ธานี 6 แปลงรวมพื้นที่ 61,018 ไร่ จ.ชุมพร 2 แปลงรวมพื้นที 22,138 ไร่ และจ.กระบี่10 แปลงรวมพื้นที่ 63,324 ไร่ ขณะที่ยังมีพื้นที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ 5 แปลง และอยู่ระหว่างการขออนุญาตใหม่ 4 ราย ส่วนอีก 21 รายยังไม่หมดอายุ รวมพื้นที่ 111,887 ไร่

นายสุวิทย์ กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ จ.กระบี่ พบว่ามีเอกชนขอเช่าพื้นที่ป่าสงวนมากที่สุด 14 ราย รวมพื้นที่ 195,990 ไร่ โดยพบว่าในจำนวนนี้ 10 รายรวมเนื้อที่ราว 63,324 ไร่ ได้หมดอายุการอนุญาตจากกรมป่าไม้มาเป็น 10 ปีแล้ว ทำให้ชาวบ้านที่ไม่มีทีดินทำกินได้เข้ายึดเข้าทำประโยชน์ จนเกิดข้อพิพาทกับเจ้าของแปลงสวนปาล์มมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พบว่ายังแปลงเช่า จำนวน 4 ราย รวมเนื้อที่ 53,571 ไร่ในเขตอ.อ่าวลึก อ.ปลายพระยา อ.คลองท่อม เหนือคลอง และเขาพนม จ.กระบี่นั้นยังคงเหลือระยะเวลาอีก 2-5 ปีก็จะทยอยหมดสัญญา รองลงมา พื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 13 รายพื้นที่ทั้งหมด 123,814 ไร่ในเขตอ.พุนพิน คีรีรัฐนิคม คียนซา ชัยบุรี กาญจนดิษฐ์ พระแสง โดยในจำนวนนี้มี 5 แปลงพื้นที่ตั้งแต่ 20,000 ไร่จนถึงเล็กสุด 700 กว่าไร่ที่ยังไม่สิ้นสุดการอนุญาตระหว่างปี 2558-2566 รวมทั้งยังมีปัญหาทับซ้อนกับที่ราชพัสดุที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ

ขณะที่ยังมีแปลงเช่าป่าเพื่อปลูกปาล์ม และสวนยางในเขต จ.ตรัง ชุมพร และพังงา ซึ่งมีทั้งแปลงขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พบว่ามีทั้งหมดอายุการอนุญาตและยังเหลือระยะเวลาอีก 2 ปี และ 5 ปีเช่นกัน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างรัฐ เอกชน และกรมป่าไม้ ในฐานะหน่วยงานอนุญาตให้เช่า จึงมีนโยบายว่าจะไม่มีการต่อสัมปทานการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอีกต่อไป โดยเฉพาะแปลงที่หมดอายุมาเป็น 10 ปีแล้วนั้นถือว่าพื้นที่ต้องกลับคืนมาเป็นของกรมป่าไม้ โดยเฉพาะที่จ.กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ที่เกิดปัญหาระหว่างนายทุน กับชาวบ้านยืดเยื้อมานานแล้ว ทางกรมป่าไม้ เตรียมเข้าไปสำรวจข้อมูลเชิงพื้นที่อีกครั้งอย่างละเอียดว่ามีจุดไหนบ้าง หลังจากนั้นจะเสนอให้จัดตั้งเป็นป่าชุมชนทั้งหมดทุกแปลง โดยจะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเข้าประโยชน์ และเก็บหาของป่า โดยการตั้งคณะกรรมการระดับพื้นที่ วางกติกาการทำประโยชน์จากป่าชุมชน

"ที่ผ่านมากรมป่าไม้ให้เอกชนเช่าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติมาคุ้มแล้ว บางรายอยู่มา 30 ปี 15 ปีและ 10 ปี เมื่อหมดอายุแล้วก็ต้องคืนพื้นที่ป่าให้กรมป่าไม้ เพื่อฟื้นฟูให้กลับสภาพป่า โดยจะไม่มีนโยบายต่ออายุเช่าไปเรื่อยๆ ส่วนพื้นที่เกิดปัญหาขัดแย้งกรมป่าไม้จะเร่งเข้าไปจัดการ โดยมีข้อเสนอให้ประกาศเป็นป่าชุมชน ให้ชาวบ้านที่เข้าไปทำประโยชน์ได้ โดยเฉพาะกรณีสวนปาล์มใน จ.กระบี่ ซึ่งเห็นว่าไม่จำเป็น ต้องโค่นต้นปาล์มทิ้ง แต่เปลี่ยนจากพื้นที่ที่นายทุนครอบครองแต่หมดอายุสัมปทาน มาให้ชาวบ้านยากจนที่เข้าไปเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากต้นปาล์มน้ำเหมือนกับเป็นโอท็อปของชุมชน ในรูปแบบของป่าชุมชน ซึ่งชาวบ้านต้องช่วยกันฟื้นฟูปลูกป่า ดูแลพื้นที่ป่าสัมปทานให้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้สิทธิ์ครอบครอง หรือเข้าไปอยู่อาศัย หรือสามารถบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมได้" นายสุวิทย์ กล่าว

จากการตรวจสอบข้อมูลแปลงเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติทั้ง 45 รายนั้น มีแปลงที่หมดอายุเช่าแล้วจำนวน 18 แปลง โดยแบ่งเป็น ในจ.สุราษฎร์ธานี 6 แปลงรวมพื้นที่ 61,018 ไร่ จ.ชุมพร 2 แปลงรวมพื้นที 22,138 ไร่ และจ.กระบี่10 แปลงรวมพื้นที่ 63,324 ไร่ สำหรับพื้นที่แปลงเช่าของสุราษฎร์ธานี ได้แก่ 1.อ.พุนพิน เนื้อที่ 20,000 ไร่ อนุญาต 15 ก.พ.2527-14 ก.พ.2542 มีพื้นที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุบ่อถ่านศิลา 2.อ.คีรีรัฐนิคม 20,000 ไร่ อนุญาต 15 ก.พ.27-14 ก.พ.42 มีพื้นที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุบ่อถ่านศิลา 3.ชัยบุรี 15,000 ไร่ อนุญาต2 ม.ค.28-1 ม.ค.43 ยังไม่ได้ขอต่อหนังสืออนุญาต 4.ชัยบุรี 3,000 ไร่ อนุญาต 3 ธ.ค.28-2 ธ.ค.43 อยู่ระหว่างการขออนุญาตใหม่ 5.กาญจนดิษฐ์ 1,168 ไร่ อนุญาต 3 ธ.ค.28-2 ธ.ค.43 อยู่ระหว่างการขออนุญาตใหม่ 6.พุนพิน 1,850 ไร่ อนุญาต 10 ก.พ.31-9 ก.พ.46 พื้นที่ทับซ้อนกับที่ราชพัสดุบ่อถ่านศิลา

ส่วนที่จ.ชุมพร 2 แปลง ได้แก่ 1. ทุ่งตะโก 537 ไร่ อนุญาต 30 เม.ย.29-29 เม.ย.44 อยู่ระหว่างขออนุญาตใหม่ 2.ท่าแซะ 21,565 ไร่ อนุญาต 6 มิ.ย.22-5 มิ.ย.52 ระหว่างขออนุญาตใหม่ สำหรับที่จ.กระบี่ 10 แปลงที่หมดอายุการอนุญาต ได้แก่ 1.อ่าวลึก-ปลายพระยา 13,950 ไร่ อนุญาต 27 มี.ค.28-27 มี.ค.43 ,2.อ่าวลึก-ปลายพระยา 2,200 ไร่ อนุญาต 19 ก.พ.30-12 พ.ค.45 ,3.เหนือคลอง 21,000 ไร่ อนุญาต 11มี.ค.30-30 มิ.ย.45,4.เขาพนม 1,844 ไร่ อนุญาต 31พ.ค.31-30 พ.ค.46 ,5.เหนือคลอง 1,000 ไร่ อนุญาต 2 ต.ค.50-11 พ.ย.30-11 พ.ค.45 ,6.เหนือคลอง 500 ไร่ อนุญาต 28ก.ย.30-11 พ.ย.45, 7.เหนือคลอง 580 ไร่ อนุญาต 11ต.ค.31-23ต.ค.46,8.เขาพนม 3,000 ไร่ อนุญาต 11 ต.ค.31-23 ต.ค.46 ,9.เขาพนม 9,500 ไร่ อนุญาต2 ต.ค.30-1 ต.ค.45 และ 10. อ่าวลึก 9750 ไร่ อนุญาต 29ก.พ.31-28 ก.พ.45

ส่วนที่จ.ตรัง มีพื้นที่หมดอายุการอนุญาต 4 แปลงได้แก่ 1.วังวิเศษ 1,200 ไร่ อนุญาต 22 เม.ย.31-21เม.ย.46 ,2.สิเภา จ.ตรัง 6 ไร่ อนุญาต 26 พ.ย.30-25 พ.ย.45 , 3.สิเภา 20 ไร่ อนุญาต 17 พ.ย.30-16 พ.ย.45 และ 4 .สิเภา 17 ไร่ อนุญาต 22 ต.ค.30-21 ต.ค.45


13587C
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 255
Joined: Mon Mar 01, 2010 8:19 am

Re: UVAN

Posts by 13587C » Sat Jul 14, 2012 1:45 pm

รบกวนถามผู้รู้นิดหนึ่งครับ ตัวนี้มีวิธีคาดการผลกำไรยังไง ใช่ดูแค่ว่าspreadระหว่าง cpo vs ffb vs ปริมาณผลผลิตปาล์มสด
ขอบคุณล่วงหน้าครับ


chocolate111
Verified User
Posts: 173
Joined: Wed Jul 21, 2010 9:21 pm

Re: UVAN

Posts by chocolate111 » Sun Jul 15, 2012 10:19 pm

ถ้าต่อสัมประทานไม่ได้ ปีหน้าพื้นที่ปลูกปาล์มของบริษัทก็หายไป 14000 ไร่สิครับ


Gossip
Verified User
Posts: 389
Joined: Wed Aug 04, 2010 12:40 pm

Re: UVAN

Posts by Gossip » Mon Jul 16, 2012 9:19 pm

คิดว่า บริษัท น่าจะมีแผนสำรองไว้แล้ว เพราะรู้อยู่ว่า ถ้าพื้นที่เช่าหมดอายุ ควรทำอย่างไร

ส่วนเรื่อง การเช่า ทางกรมป่าไม้อุทยาน คงไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่ากับผู้เช่า

น่าจะมีการคุยในการวางแนวทางในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรมากกว่าครับ

เพราะ อย่าลืมว่า น้ำมันปาล์มก็เป็นพืชเศรษฐกิจทางภาคใต้ ซึ่งน่าจะมีการคุยกัน

และแนวทางน่าจะออกมาดี ครับ


offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: UVAN

Posts by offshore-engineer » Wed Jul 18, 2012 11:52 am

Thailand Biofuel Annual 2012, by USDA Foreign Agricultural Service

For full report, follows the below link. Executive summary is included here for reference.

http://gain.fas.usda.gov/Recent%20GAIN% ... 9-2012.pdf

The Government has new 10-year Alternative Energy Development Plan (2012-2021) to replace its old 15-year plan (2008-2022) which has fallen short of achieving its short-term targets, particularly in ethanol consumption. The new plan leaves the ethanol consumption target unchanged at 9.0 million liters/day by 2021 which is still a challenge as current consumption is around 1.1 million liters/day. Meanwhile, the biodiesel consumption target is revised up from 4.5 million liters/day to 5.97 million liters/day by 2021while current production capacity is at 1.62 million liters/day.

Ethanol production will likely increase to 1.9 million liters/day in 2012, and to 2.1 million liters/day in 2013, as compared to 1.4 million liters/day in 2011. The anticipated increase in production will be driven by strong export demand. Ethanol exports are expected to increase to 300 – 350 million liters in 2012-2013, which accounts for around 45.0 percent of total ethanol production, up significantly from 27.0 percent in 2011. Meanwhile, ethanol consumption is expected to increase approximately 10.0 percent annually to 1.13 million liters/day in 2012, and 1.23 million liters/day in 2013, driven by the bigger price difference with Octane 91 regular gasoline following the government policy to promote gasohol consumption. This anticipated increase in ethanol consumption is far below the Government’s short-term ethanol consumption target of 2.0 million liters/day by the end of 2012 in anticipation of the delay of the cancellation of Octane 91 regular gasoline sales that will be effective on October 1, 2012. However, ending stocks of ethanol will likely decline to an optimal level in 2013 in anticipation of strong ethanol export demand in 2012 - 2013.

Based on a recent survey done by FAS, crude palm oil (CPO) production for 2012 is likely to decrease by 10-15 percent from 1.83 million tons in 2011 to 1.5-1.6 million tons mainly because the impact of a reduction in average yields of fresh fruit bunch (FFB) should outstrip that of increased harvested area. This level of CPO production however should be enough to meet a demand for use in biodiesel production in 2012. Biodiesel production in 2012 is pegged at 860 million liters in 2012 and continues to grow to 890 million liters in 2013, reflecting an implement of mandatory B5 biodiesel use in these two years.

There has been no change in policies from the previous annual report regarding biomass energy and advanced energy. Thailand currently promotes biomass energy for heat and power generation through the granting of licenses to approved private companies to sell electricity to the Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT). In the meantime, a molasses-based ethanol using second generation biofuels in form of cane bagasse remains in the experimental stage.

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: UVAN

Posts by offshore-engineer » Thu Jul 19, 2012 8:16 pm

ผลผลิต FFB ไตรมาส 2 ปีนี้ไม่ได้มากอย่างที่กระทรวงเกษตรคาดการณ์ไว้ครับ (น้อยกว่าไตรมาส 1 เสียอีก)

http://agri.dit.go.th/web_dit_sec4/admi ... ารผลิต.pdf

ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่บริษัทให้ไว้เมื่อสามเดือนที่แล้วตอนประกาศผลประกอบการ และรายงาน biofuel annual 2012 ที่ผมโพสต์ไว้ด้านบนครับ

เพราะฉะนั้นราคา FFB และ CPO มีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงครับ

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

Post Reply