WORK

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

WORK

Posts by สุมาอี้ » Tue Sep 19, 2006 10:02 am

ผมว่าธุรกิจของบริษัทนี้ดีมากจนไม่อยากเชื่อว่าจะอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้ เป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้เกิน cost of capital เป็นอย่างมาก เป็น low capital intensive business

บริษัทนี้เงินทุนไม่ใช่ปัญหา คุณค่าบริษัทส่วนใหญ่เกิดจากทุนมนุษย์เป็นหลัก (คุณลุงปังยา กับพี่จิก) ถ้าผมเป็นสองคนนี้ผมจะไม่เอาเข้าตลาดเป็นอันขาด ถ้าเราไม่ได้ขาดแคลนเงินทุน ทำไมเราต้องให้คนอื่นเขามาแบ่งเค้กที่เกิดจากพลังสมองของเราด้วย ถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะต้องการเงินไปทำสตูดิโอราคา 300 ล้านบาท ก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี เพราะบริษัทนี้ปีๆ หนึ่ง ผลิต cash ได้อย่างมหาศาล แค่ไม่ถึงสองปีก็หาเงิน 300 ล้านบาทได้แล้ว

ตอนเข้าตลาดปรากฏว่าต่ำจอง จากราว 16 บาทเหลือแค่ 13 บาท จนคุงปังยาต้องควักกระเป๋าเข้าไปซื้อในตลาดเป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท ตอนนี้ผมคิดว่าบริษัทนี้เป็นหนึ่งในของดีในตลาดหุ้น (ซึ่งมีอยู่น้อยมาก) แต่เพราะความเชื่อเก่าๆ ว่าพีอี 15 เท่าสูงเกินไป ทำให้ผมไม่กล้าซื้อ ประกอบกับพอมันยิ่งต่ำจองก็เลยยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ ว่ามีอะไรตุกติกหรือเปล่า มาย้อนคิดกลับไป ก็รู้สึกขำตัวเองเหมือนกันที่คิดว่าคนอย่าง ประภาส ชลสรานนท์ จะเอาชื่อเสียงของตัวเองมาแลกกับการหลอกนักลงทุน ผมคิดผิดไปจริงๆ ครับ

หุ้นของบริษัทถือโดย ปัญญา+ประภาส 75% ซึ่งเป็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เหมาะสมเป็นอย่างมาก เพราะคุณค่าของบริษัทอยู่ทีตัวสองคนนี้ สองคนนี้จึงควรถือหุ้นให้มากๆ มิฉะนั้นแล้ว จะเกิด disincentive ขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังเป็น wealth หลักของผู้ถือหุ้นใหญ่ด้วย ในแง่โครงสร้างการถือหุ้นบริษัทนี้ผมให้ผ่านฉลุยครับ

ความเสี่ยงของบริษัทอยู่ที่ nature of the business อย่างเดียว เพราะธุรกิจนี้เป็นธุรกิจเก้าอี้ดนตรี เวลาทีวีปรับผังที ก็ต้องลุ้นกันตัวโก่งที ว่าตัวเองจะเสียเวลาออกอากาศหรือไม่ ถ้าเสียที รายได้ก็จะวูบไปเลย อันตรายมาก ตอนนั้นผมเลยคิดว่าผมจะรอให้ชิงร้อยชิงร้านหลุดผัง ราคาหุ้นวูบ ผมจึงค่อยเข้ามาซื้อ แต่ปรากฏว่า ชิงร้อยชิงร้านหลุดผังจริงๆ แต่บริษัทก็สามารถจับมือกับ MEDIAS ย้ายไปออกช่อง 7 แทนได้ทันที โดยไม่มีสูญญากาศ ทำให้แทนที่ราคาหุ้นจะวูบ กลายเป็นพุ่งขึ้นไปอีก ผมก็เลยอกหักอีกเป็นครั้งที่สอง คุงปังยานี่แกเก่งจริงๆ นะครับ

อย่างไรก็ตามธุรกิจลักษณะนี้ก็ยังเสี่ยงอยู่เสมอ เพราะต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของรสนิยมของคนดู ซึ่งเอาแน่เอานอนไม่ได้เลย ถ้าปรับตัวไม่ทัน แวลูจะวูบลงในพริบตาอย่าง GRAMMY เป็นตัวอย่างมาแล้ว ดังนั้นถ้าชอบหุ้นแบบนี้ ก็ไม่ควรซื้อเยอะแบบกะจะฝากผีฝากไข้ ซื้อไว้บ้างแบบเอาไว้ลุ้นโชคก็พอ...

แค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะมาคุยเรื่องปัจจุบันของบริษัทนี้บ้าง

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Tue Sep 19, 2006 10:22 am

บริษัทเอาเงิน IPO ไปก่อสร้างสตูดิโอเป็นของตัวเอง จากเดิมเช่าตลอด ราคากว่า 300 ล้านบาท ในแง่ของบัญชีแล้ว โครงการนี้จะฉุดกำไรของบริษัทลง เพราะบริษัทจ่ายค่าเช่าอยู่ประมาณ 16 ล้านบาทต่อปี แต่ค่าเสื่อมของสตูดิโอคาดว่าน่าจะประมาณ 30 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น จะดึงกำไรก่อนภาษีของบริษัทลงไปประมาณ 14 ล้านบาทต่อปี แต่บริษัทมองว่าการรวมการผลิตทุกรายการไว้ในทีเดียวกันจะช่วยทำให้บริหารเวลาได้ดีขึ้น ถ้าทุกวันนี้เวลาของบุคคลากรเป็นคอขวด สตูดิโอใหม่จะช่วยทำให้กำลังการผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้นได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคิดถูกคิดผิดนะ ไตรมาส 3 นี้ สตูดิโอจะเริ่มใช้งานแล้วล่ะ

การเติบโตของบริษัทมาจากการหันไปผลิตรายการรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เกมโชว์เพิ่มขึ้น เช่น ภาพยนตร์ (โหน่งเท่งนักเลงภูเขาทอง) หรือ ละครซิมคอม (ช่อง 7 หนึ่งเรื่อง กำลังจะมีอีกหนึ่งเรื่อง) ส่วนธุรกิจผลิตอนิเมชั่นและสำนักพิมพ์นั้นเป็นส่วนที่น้อยมากแทบจะไม่ส่งผลต่อการเติบโตของกำไรเท่าไร

สิ่งที่ต้องหาคำตอบคือ ทุกวันนี้ WORK มีเวลาออกอากาศที่มากจนอิ่มตัวแล้วหรือยัง เพราะทุกวันนี้ก็ถือว่ามากอยู่แล้ว หรือว่าจะยังโตได้อีกมาก เพราะยังไงเสีย การเติบโตที่จะได้เป็นกอบเป็นกำจะต้องมาจากรายการทีวีมากกว่า ซึ่งทุกวันนี้ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ดูไม่ออกครับ ไม่อินไซด์พอ เหอๆ วันหลังคงต้องอ่านทีวีพูล

=====================================
ข้างล่างนี้เป็นความเห็นของคนที่สนใจเรื่องวงการบันเทิงมากจนเอามาเขียนเป็น blog ผมว่าเขาอินไซด์ดี

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id ... p=1&blog=2

อัจฉริยะข้ามคืน ...เหมือนไม่สุด

อัจฉริยะข้ามคืน เป็นเกมโชว์ที่เปิดตัวด้วยดีลสนับสนุนรางวัล ที่สูงมากที่สุดก็ว่าได้ ก่อนหน้านี้ก็จะมีพลิกล็อค กับเกมทศกัณฑ์ที่ให้เดือนละ1ล้านบาท (ร่ายมาเป็นสิบล้าน และ30ล้านที่ไม่มีวันแตก) แต่ดีลนี้มาด้วยสัปดาห์ละล้าน หรือเดือนละ4ล้าน หรือปีละ52ล้าน ซึ่งก็น่าจะจัดว่าสูงมากที่สุดแล้ว

ปัญหาน่าห่วงแรกเริ่มของรายการนี้ ก็คือการเป็นรายการนอกสถานที่ ผลงานที่ผ่านๆมาบอกได้ชัดว่าเวิร์คพอยต์ มีปัญหากับรายการที่ต้องแข่งขันนอกสถานที่ทั้งนั้น (นั่นคือเหตุผลที่แฟนพันธุ์แท้ ต้องแข่งแต่ทฤษฎีในห้องส่ง 555) ไม่ว่าจะเป็นคนอึดบันทึกโลก หรือเถ้าแก่ใหญ่ ปัญหาหลักๆก็คือการตัดต่อเพื่อนำเสนอและการบรรยาย (ก็ไม่รู้ว่าเพราะถ่ายในสตูดิโอมันคุมสถานการณ์หรือวางบทง่ายกว่าอย่างไร) รวมๆเลยทำให้รายการแข่งนอกสถานที่ ของบริษัทเจ้าพ่อเกมโชว์ดูสนุกไม่สุดไปทุกรายการ

พูดถึงจุดดีๆก่อน ในแง่เนื้อหารายการ แม้วิธีแข่งเกมจะไม่ใช่ของใหม่ (เกมตั้งของ ต่อสูงพวกนี้ คุณสามารถหาเจอได้ในการแข่งขันงานวิทยาศาสตร์) แต่การเอามาทำเป็นเรื่องเป็นราวมากๆ ก็ไม่เลว เกมถอดรหัส4ตัว กลายเป็นหมัดเด็ดประจำรายการ เพราะดูเหมือนครีเอทีฟจะยังไม่ใกล้หมดมุกง่ายๆ (แต่แค่8เทปแรก ยังด่วนสรุปไป) ส่วนคำถามรอบสุดท้าย มันก็การดึงบรรยากาศแฟนพันธุ์แท้ดีๆนั่นเอง การพยายามขับเน้นว่าเกมดำเนินไปในเวลากลางคืน มีความล้านับว่าได้ผลอยู่เหมือนกัน เพราะรายการมันก็ฉายเข้าไปซะห้าทุ่มแล้ว

ส่วนที่รู้สึกได้และน่าแก้ ก็คือความรีบๆของรายการ! พูดก็พูดเหอะ การที่รายการได้เวลาหนึ่งชั่วโมงเพื่อนำเสนอ มันก็ดีตรงที่รายการจะดูฉับไวดี ไม่ยืดเยื้อแบบที่รายการเวิร์คพอยต์ชอบทำ แต่เราก็ได้เห็นว่า รายการดูเหมือนจะมีของปล่อยเยอะมาก ทำให้การนำเสนอแค่เกมหลักๆที่ดำเนินไป ก็แทบจะไม่พอเวลาแล้ว (เพราะจริงๆเกมที่ดำเนินยาวๆทั้งคืน มันสามารถเสนอมุมเรียลลิตี้ได้อีกเยอะ) อันนี้จะว่าอะไรมากไม่ได้ นอกจากโฆษณารายการ(และแฝง)นั่นแหละ ที่กินเวลาไปจนหมด เรียลลิตี้อื่นในโลก เขาเสนอเกมและมุมอื่นได้หมดในหนึ่งชั่วโมง แต่รายนี้ทำไม่ได้ ก็คงไม่เกี่ยวกับฝีมือตัดต่อหรอก แต่เกี่ยวกับเวลาที่ไว้ฉายจริงๆมันน้อยกว่านั่นแหละ

ข่าวร้ายคือช่องสามเห็นปัญหานี้เช่นกัน และข่าวว่าจะแก้ปัญหาด้วยการให้เวิร์คพอยต์อีก20นาที!! (ไม่รู้เป็นโฆษณาเท่าไหร่?)

จุดที่น่าห่วงที่สุดของรายการนี้ ระยะยาวคือความน่าเบื่อ หากไม่สามารถเค้นหามุขใหม่ๆมาทำให้สนุกได้ (ซึ่งต้องยอมรับว่า เป็นโจทย์ที่ยากและหินต่อทีมงานมากๆ เมื่อเทียบกับรายการควิซอื่นของบริษัท) ทั้งเกมวางของ ทำลายของ หรือเกมถอดรหัสก็ตามที อย่างเดียวที่ขอร้องว่าเวิร์คพอยต์อย่าได้คิดจริงๆ ก็คือว่ารายการนั้นทำกำไรไปแล้ว (จากการขายผู้สนับสนุนล่วงหน้าไปได้เงิน 200กว่าล้านบาท) จะทำอะไรก็ทำไปเหอะ ไม่มีคนดูก็มีโฆษณาไปแล้วอะ

อ้อ! สำหรับคนที่กลัวว่ารายการจะไปได้กี่น้ำที่สุด ก็ต้องบอกว่าสัญญาผลิตรายการนี้มีแค่หนึ่งปี และบริษัทก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีปีที่สองต่อ เพราะขึ้นกับผู้สนับสนุนล้วนๆ ว่าจะทุ่มทุนต่อหรือไม่!



Last Update : 22 สิงหาคม 2549 21:40:08 น.

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

Onokung
Verified User
Posts: 1250
Joined: Sat Jul 30, 2005 1:55 am

Posts by Onokung » Tue Sep 19, 2006 10:23 am

ที่ พีอี สูง ก็ยังมีอะไรทดแทน นะครับ

Code: Select all

นโยบายเงินปันผล :    ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของกำไรสุทธิภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล 
ที่ พีอี 15 ปัน 70 % ก็จะได้ ประมาณ เกือบ 5 % อยู่ในมาตรฐานเลยครับ

แถมยอดรายได้ เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ความเสี่ยงก็คล้ายๆ ซื้อเบิร์คไช เพราะ บัฟเฟต เลย ตัวนี้ผมก็ชอบครับ แต่ไม่ได้ซื้อ เลยมัวแต่นั่งดูราคา วิ่งเอาๆ  :cry:

1.ถูกหรือแพง
2.มั่นคงหรือชั่วครู่
3.ขยายตัวหรือหดตัว
Image

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Tue Sep 19, 2006 10:41 am

เมื่อเข้าตลาดมาแล้ว EBITDA ก็เติบโตขึ้นอย่างมาก แสดงถึงความจริงใจของบริษัท

2003 169
2004 307
2005 426
2006F 501

แต่พอเติบโตเยอะก็เลยทำให้เรากลัว กลัวว่าพอเราซื้อปุ๊บ มันก็หยุดโตพอดี เหอๆ (หุ้นมักจะเป็นแบบนั้น)

อัตราจ่ายปันผลดีมาก เพราะธุรกิจของบริษัทไม่ต้องการการลงทุนมาก มีแต่ Working Capital เป็นหลัก เสร็จจากการสร้างสตูดิโอ ก็จะกลับไปมี CAPEX ที่ต่ำมากเหมือนเช่นเคย ดังนั้น "ถ้า" ปีนี้ EBITDA เข้าเป้า FCF จะสูงขึ้นอย่างมากในปีต่อๆ ไป  :ep:

สำหรับระยะสั้น เป็นไปได้ว่ากำไรครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะครึ่งปีแรกมีเวลาออกอากาศค่อนข้างน้อย เนื่องจากติดงานพระราชพิธี และอัตราค่าโฆษณาใหม่ที่เริ่ม rollover

แต่ของอย่างนี้มันไม่แน่ไม่นอนนะครับ อย่าไปหวังมาก

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Tue Sep 19, 2006 11:02 am

อีกอย่างที่ทำให้ไม่มั่นใจว่าบริษัทจะยังโตได้อีกหรือไม่ก็คือ รายได้จากโทรทัศน์ของ GMMM อยู่ปีละประมาณ 1 พันล้าน ของกันตนาทั้งบริษัทอยู่ที่ 900 กว่าล้าน ซึ่งก็เท่าๆ กันกับ WORK ที่ 1 พันกว่าล้านด้วย

อัตราการเติบโตของโฆษณาโทรทัศน์ทั้งระบบก็ไม่สูงมาก คือประมาณ 10% (แต่ก็สูงกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้) ก็เลยทำให้เกิดความสงสัยว่าบริษัทจะโตได้อีกสักขนาดไหน? ช่องว่างในการเติบโตเป็นสิ่งจำเป็นเพราะถ้าไม่โต สตูดิโอที่อุตส่าห์สร้างมาเพิ่งกำลังการผลิตก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าปล่อยเช่าแทน มาร์จิน น่าจะแย่มากๆ

มิฉะนั้นก็ต้องโตด้วยการแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคนอื่นให้ได้  :roll:

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Tue Sep 19, 2006 11:14 am

Mkt Cap 4500 ล้านนับว่ามากโขอยู่สำหรับ content producer มากกว่า GRAMMY เสียอีก

แต่ถ้ามอง GRAMMY ในอดีต ก็ยังนับว่า WORK ไม่ใหญ่ เพราะในอดีต GRAMMY เคยมีมูลค่าถึง 10000 ล้านบาท (หรือเคยมากกว่านั้นอีกหรือเปล่าไม่แน่ใจ)

อย่างไรก็ดี ถ้า ITV เจ๊งไปจริงๆ อำนาจการต่อรองของเจ้าของสถานีน่าจะสูงขึ้น จะกดดันมาร์จินของ content producer ได้

แต่เรื่องที่นับว่าโดดเด่นมากของ WORK ก็คือ ความคิดสร้างสรรค์ บริษัทคิดเกมเอง แทนที่จะไปซื้อมาจากต่างประเทศ และก็ทำได้ดีเสียด้วย อาจเป็นเพราะองค์กรยังบริหารแบบ entrepreneurial style อยู่ ทำให้สามารถสร้างนวัตกรรมได้ง่าย ถ้าวันหลังเกิดใหญ่ขึ้นเหมือน GRAMMY จนไม่สามารถบริหารแบบเก่าได้ ก็จะเกิดปัญหาในการผลิตผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้เหมือนกัน

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

artvirus
Verified User
Posts: 87
Joined: Sun May 28, 2006 6:33 pm

สั่งห้ามโฆษณาเหล้า

Posts by artvirus » Sun Oct 15, 2006 12:01 pm

พี่สุมาอี้ครับ

หลังจากรัฐบาลชุดปฏิวัติสั่งห้ามโฆษณาเหล้าทางทีวีโดยเด็ดขาด (จากเดิมที่เพียงแค่กำหนดช่วงเวลา) เริ่ม 5 ธ.ค. นี้ จะมีผลกระทบอย่างไรบ้างกับ WORK รบกวนผู้รู้ทุกท่านเข้ามา Brainstorm กันหน่อยครับ

http://www.ClubVI.com

พุทธทาสภิกขุ : ถ้าคุณอยากรู้เรื่องอะไร คุณจงตั้งต้นศึกษาเหมือนอย่างว่า เราจะไปเป็นครูเขาในเรื่องนั้น เรียนให้มากในเรื่องนั้น แล้วคุณจะรู้เรื่องนั้น ดีจนพอ..ดีจนเกินพอ

Frankie
Verified User
Posts: 999
Joined: Mon Feb 27, 2006 11:17 pm

Posts by Frankie » Sun Oct 15, 2006 3:42 pm

มีกระทู้ที่พูดถึงเรื่องนี้แล้วครับ
http://www.thaivi.com/webboard/viewtopic.php?t=20591

We are new KIDS.
We don' t SMOKE.
ร่วมรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Sun Oct 15, 2006 3:50 pm

ขึ้นอยู่กับว่าทุกวันนี้สมมติว่าถ้าไม่มีบริษัทเบียร์ช้างยังมีบริษัทอื่นมากแค่ไหนที่ต้องการโฆษณาในรายการของ WORK เหมือนกันแต่ที่ผ่านมาไม่ได้โฆษณาเพราะเวลาเต็ม ถ้ามีอยู่มากก็คงกระทบไม่มาก เพราะถ้าช้างออกไป บริษัทเหล่านนี้ก็จะเข้ามาขอเสียบทันทีเนื่องจากต้องการอยู่ก่อนแล้ว

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

เทียน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 426
Joined: Sun Aug 17, 2003 10:45 pm

Posts by เทียน » Sun Oct 15, 2006 4:58 pm

ปัญหามีไว้แก้ครับ

ผู้บริหารเค้าใช้ได้ ก็คงไม่ต้องห่วงมาก


User avatar
Little Boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Sep 21, 2006 9:51 pm

Posts by Little Boy » Wed Oct 18, 2006 6:34 pm

ผมมองว่า WORK คงไม่ได้มองส่วนแบ่งตลาดเพียงแค่รายได้จากทีวีเพียงอย่างเดียว แต่คงจะแตกไลน์ธุรกิจไปในส่วนของภาพยนตร์ สำนักพิมพ์ และอาจจะมีด้านดนตรีด้วย เพราะเท่าที่ผมติดตามผลงานของคุณประภาส มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่แกเขียนว่าความฝันที่แกอยากจะทำคือสร้างภาพยนตร์ แล้วไม่นานก็เกิด เท่งโหน่งนักเลงภูเขาทองขึ้น และตอนนี้ก็มีการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่อยู่ ส่วนในด้านสำนักพิมพ์ซึ่งก็มีงานเขียนของทั้ง หม่ำ เท่ง โหน่ง ออกมาแล้ว อาจจะมีของคุณประภาสเองออกตามมาอีก หรืออาจจำทำนิตยสารอะไรใหม่ๆ ออกมาก็ได้ เพราะสมัยก่อนแกก็เคยทำออกมาแล้ว ส่วนอีกไลน์หนึ่งที่ผมคิดว่า WORK น่าจะทำนั่นคือค่ายเพลง เพราะเป็นหนึ่งในงานที่คุณประภาสถนัด ตั้งแต่ตอนแต่งเพลงให้วงเฉลียง รวมถึงตอนที่มาร่วมงานกับค่ายคีตา ซึ่งตอนนั้นดังมากๆ เป็นคู่แข่งของทั้งแกรมมี่ และอาร์เอส สมัยของพงษ์พัฒน์ ยุ้ยปัทมวรรณ ฝันดีฝันเด่น อ้อมสุนิสา ซึ่งต่อมาก็ล่มสลายหลังจากการลาออกไปของคุณประภาส แล้วไม่นานก็เกิด WORK ขึ้น พร้อมกับรายการชิงร้อยชิงล้าน และก็เติบโตตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ไลน์ด้านค่ายเพลงนั้นผมคิดว่าทาง WORK คงจะรออีกสักพักมั้งครับ เพราะตราบใดที่ยังปราบเทปผีซีดีเถื่อนไม่ได้ ลงทุนไปก็ไม่คุ้ม
คิดเล่นๆ นะครับ ในอดีตเราเคยเห็นแกรมมี่เป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านสื่อบันเทิง แต่ต่อไปไม่แน่ เราอาจจะเห็น WORK มาแทนที่ก็ได้ครับ
แต่สิ่งที่ผมติดใจมีอยู่นิดเดียวคือ บริษัทฯ มีชื่อเสียงและติดกับการขายภาพลักษณ์ของคุณปัญญา และอาศัยกุนซืออย่างคุณประภาสมากเกินไป ถ้าเกิดสมมุติทั้งสองเกิดแตกคอแยกทางกัน คุณปัญญาไปทาง คุณประภาสไปอีกทาง ผมไม่อยากคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ WORK

ความรู้..อาจมีขอบเขตจำกัด แต่จินตนาการ..ไร้ขีดจำกัด

User avatar
worapong
Verified User
Posts: 929
Joined: Tue Aug 05, 2003 12:20 am

Posts by worapong » Wed Nov 08, 2006 9:17 am

เวิร์คพอยท์ทำใจนโยบายรัฐดึงกำไรหด


8 พฤศจิกายน 2549    กองบรรณาธิการ

เวิร์คพอยท์รับรายได้หาย หลังต้องเลิกสัญญากับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สนับสนุนรายการ ขณะเดียวกันพร้อมปรับตัวรับกับผังรายการใหม่ช่อง 9 อสมท


นายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า  จากมาตรการการห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านสื่อตลอด 24  ชั่วโมง  ซึ่งจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 3  ธ.ค.นี้ ในส่วนของบริษัทคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวเพียงเล็กน้อย   เนื่องจากรายได้ที่มาจากสปอนเซอร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอัตราส่วนเพียง 5% ของรายได้ที่มาจากการขายโฆษณาทั้งหมด  ซึ่งมีมูลค่าที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ดังนั้นบริษัทจึงไม่ค่อยมีความกังวลในปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว

สำหรับรายการที่ผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้กับบริษัทมีด้วยกัน  3  รายการ ประกอบด้วย  รายการไชยบดินทร์โชว์  ซึ่งมีเบียร์ช้างเข้ามาเป็นสปอนเซอร์  เช่นเดียวกับรายการแฟนพันธุ์แท้  ในขณะที่รายการชิงร้อยชิงล้านมีลีโอเบียร์เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้กับรายการ  โดยทั้ง  3  รายการดังกล่าวขณะนี้บริษัทได้ทำการต่อสัญญากับผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  แต่หากมาตรการที่จะประกาศออกมาไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถโฆษณาในด้านของสัญลักษณ์สินค้าได้  สัญญาที่เซ็นไว้ก็คงจะต้องยกเลิก  เนื่องจากต้องทำตามกฎระเบียบของภาครัฐ  

"แม้จะมีการยกเลิกสัญญาบริษัทเชื่อมั่นว่าจะไม่มีผลกระทบเกิดขึ้น  เพราะขณะนี้มีผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคหลายราย เริ่มแสดงความสนใจที่จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ในรายการดังกล่าวบ้างแล้ว" นายปัญญากล่าว

นายครรชิต  ควะชาติ  ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน  บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากปัญหาการปรับโครงสร้างบริหารที่เกิดขึ้นภายในองค์กรของ อสมท  นั้น ในส่วนของบริษัทเชื่อว่าไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว   เนื่องจากบริษัทสามารถสร้างสรรค์รายการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และความต้องการของสถานีโทรทัศน์แต่ละช่องได้ จึงมั่นใจว่าไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้น

สำหรับแผนการบริหารงานในปีหน้านั้น  บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวรายการทีวีอีกประมาณ 3-4  รายการ  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอรายการใหม่ให้สถานีโทรทัศน์แต่ละช่องพิจารณา ทั้งนี้จากแผนการดำเนินงานเชื่อว่าผลประกอบการในปีนี้จะขยายตัวได้ 15% ในสิ้นปีนี้.

margin of safety
circle of competence
waiting for the perfect pitch

jojosati
Verified User
Posts: 190
Joined: Wed Mar 29, 2006 1:29 am

Posts by jojosati » Sun Nov 12, 2006 3:44 am

http://www.siamrath.co.th/Entertain.asp?ReviewID=156424

++ ทรู คืนกำไรแก่ผู้ใช้บริการ เวิร์คพอยท์ ทำ ชิงร้อยล้าน

ทรูผุดไอเดียใหม่ ตั้งใจขอบคุณลูกค้าทรูมูฟและทรูมันนี่ทั่วประเทศ จับมือ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวเกมโชว์ใหม่ ชิงล้าน ชิง 100 ล้านกับทรูมูฟ ด้วยการแจกรางวัลสูงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ให้กับผู้ใช้บริการทุกครั้งที่เติมเงินทรูมูฟ หรือชำระค่าบริการรายเดือน หรือทุกครั้งที่ เติม-จ่าย-โอน-ถอน ผ่านบริการทรูมันนี่บนซิมทรูมูฟ รับโชคหลายต่อทั้งรับฟรีโบนัสค่าโทรทันที และร่วมลุ้นรางวัลทองคำมูลค่าตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100 ล้านบาท โดยไม่ต้องส่งฉลากร่วมชิงโชค หรือ sms ใดๆ ติดตามในรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ทางช่อง 7 สี

นายศุภชัยเจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปเรชั่น เผยว่า แคมเปญนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะมอบของขวัญปีใหม่ขอบคุณลูกค้าที่ใช้บริการ โดยตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน ทุกครั้งที่เติมเงินทรูมูฟทุกช่องทาง หรือชำระค่าโทรรายเดือนก็จะได้รับสิทธิ์เข้าลุ้นเป็นผู้โชคดีในเกมนี้ 1 สิทธิ์ และพิเศษยิ่งขึ้นคือ ทุกครั้งที่ใช้บริการทรูมันนี่ เติม-จ่าย-โอน-ถอน จะได้รับสิทธิ์เพิ่มเป็น 3 สิทธิ์สำหรับร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีในรายการ ชิงล้าน ชิง 100 ล้านกับทรูมูฟ และสิทธิ์ได้ลุ้นเพิ่มรับโบนัสค่าโทรฟรีมูลค่า 50 บาท สูงสุดวันละ 4,000 รางวัล และในทุกสัปดาห์จะทำการจับชิ้นส่วนหาผู้โชคดีในรายการ สัปดาห์ละ 20 ท่าน จำนวน 5 สัปดาห์ ซึ่งทุกท่านที่เป็นผู้โชคดีรายสัปดาห์จะได้รับทองคำมูลค่า 10,000 บาท รวม 100 รางวัล และยังมีสิทธิ์ร่วมสนุกเข้าไปชิงรางวัลสูงสุดแจ็กพอตทองคำมูลค่า 100 ล้านบาท ในรายการ ชิงล้าน ชิง 100 ล้าน กับทรูมูฟ วันที่ 3 มกราคม 2550

นายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้เป็นผู้ผลิตรายการแห่งประวัติศาสตร์โดยมีทรูมูฟเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้โชคดีมีโอกาสได้รางวัลแจ็กพอตทองคำมูลค่าสูงสุดถึง 100 ล้านบาท โดยมีกติกาในการเล่นคือ ผู้โชคดีจากบริการทรูมูฟและทรูมันนี่ทั่วประเทศที่คัดเลือกมาในแต่ละสัปดาห์รวมทั้งสิ้น 100 คน จะมีสิทธิ์เลือกตัวเลข 5 หลัก ผู้เข้าแข่งขันที่เลือกตัวเลขใกล้เคียงกับเลขแจ็กพอต 7 ท่านจะเป็นผู้โชคดีร่วมสนุกชิงล้านชิง 100 ล้านบนเวที และ 1 ใน 7 ที่เลือกตัวเลขได้ตรงกับเลขแจ็กพอต จะเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลทองคำมูลค่า 100 ล้านบาท แต่ถ้าไม่มีใครตรงกับเลขแจ็กอต ผู้ที่ใกล้เคียงมากที่สุดที่เหลือบนเวทีจะได้รับทองคำมูลค่า 1 ล้านบาท นอกจากนี้เพื่อให้เหมาะกับเกมโชว์ที่ยิ่งใหญ่ รายการจะนำช้างซึ่งเป็นสัตว์คู่เมืองของไทยเข้ามาเป็นตัวช่วยในการเลือกเลขแจ็กพอต โดยจะเป็นผู้หยิบและจัดเรียงตัวเลขทั้ง 5 หลัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสนุกสนานตื่นเต้นให้กับผู้ชมและผู้เข้าแข่งขัน ในฐานะผู้ผลิตรายการมั่นใจว่าเกม ชิงล้าน ชิง 100 ล้าน กับทรูมูฟ ที่จัดขึ้นพิเศษนี้จะได้รับความสนใจจากแฟนรายการทั่วประเทศ และมีผู้โชคดีเข้าร่วมลุ้นรางวัลเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นเกมที่ไม่ยาก และทุกคนมีโอกาสลุ้นรับ 100 ล้านบาทเพียงชั่วข้ามคืน


http://72.14.235.104/search?q=cache:1cT ... =clnk&cd=4

หมัดที่ 1 - แดง - ตา สมานฉันท์ ชาลอต เป็นยาสมานใจ

เมื่อพร้อมที่จะปรากฏต่อหน้าสาธารณชนในฐานะ หนึ่งในผู้บริหารหลักของวิก 7 สี ชาลอต ก็เริ่มเป็น ชาร้อน ทันที เมื่อเธอปล่อยหมัดแรกให้ช่อง 7 สี ที่ดูเหมือนเพลี่ยงพล้ำไปโขในปีที่แล้ว ให้กลับคืนสู่การ จับตา ของมหาชนในทันที

ด้วยการประกาศจับมือกับ เสี่ยตา - ปัญญา นิรันดร์กุล แห่งเวิร์คพอยท์ ให้กลับมาคืนสู่วิกหมอชิตอีกครั้ง แถมไม่ได้มามือเปล่า แต่ยังเอารายการ ชิงร้อยชิงล้าน รายการฮิตระดับท็อปฟอร์มของเวิร์คพอยท์ที่ช่อง 5 กลับมาด้วย หลังจากที่รายการถูกนี้ถูกหั่นเวลาจาก 2 ชั่วโมง ให้เหลือเพียง 80 นาที จนเสี่ยตาออกอาการ ไม่สบอารมณ์โก๋ เพราะรายได้หดหาย จึงขอยกรายการนี้มาลุยที่ช่องที่ 7 ดีกว่า

แต่คุณต้องเข้าใจก่อนว่า เมื่อนานมาแล้วในราวปี 2541 เสี่ยตากับคุณแดงมีปัญหายอกแสยงหัวใจกัน อันเนื่องมาจากการที่เสี่ยตาเคยหอบรายการฮิตหนีจากช่อง 7 ไปซบอกช่อง 3 จนเป็นข่าวเกรียวกราวมาแล้ว ครั้งนั้นทั้ง 2 ต่างใส่ คอนเวิร์ส เดินหน้าตึงไปกันคนละทางมาเป็นเวลาเนิ่นนาน

แต่ก็นั่นแหละ ไม่มีมิตรแท้ หรือ ศัตรูที่ถาวร ผลประโยชน์เท่านั้นที่แน่นอน ยังเป็นสัจธรรมที่ใช้ได้ผลเสมอ ณ วันนี้ ช่อง 7 กำลังเพลี่ยงพล้ำต้องการเรียกความฮอตฮิตกลับคืนมา การที่จะมีรายการ ฮิตจัง มาประดับผัง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง ขณะที่เสี่ยตาเองก็กำลังเครื่องร้อนชนิดหยุดไม่ได้ ต้องการสยายปีกธุรกิจให้เติบโตยิ่งๆ ขึ้นในฐานะบริษัทมหาชนการถูกหั่นเวลาทำให้ต้องเสียรายได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่

ฉะนั้น การที่จะได้ไปมีรายการที่ช่อง 7 ที่ยังเป็นสถานีอันดับ 1 ถือว่าเป็นโอกาสที่ต้องคว้าไว้ เพราะด้วยศักยภาพของเสี่ยตาและทีมงาน กับรายการคุณภาพที่มีหลายรางวัลการันตี โอกาสที่จะได้มีรายการเพิ่มขึ้นอีก ถือว่า ไม่ไกลเกินหวัง

นี่จึงเป็นเวลาที่เหมาะเหม็งสำหรับ การเก็บเรื่องแค้นเก่า เอาไป ฝังหุ่น ไว้ก่อน แล้วหันหน้ามา สมานฉันท์ อันจะก่อให้เกิดผลดีทั้ง 2 ฝ่าย ที่มองเห็นโต้งๆ อยู่แล้วว่า ทั้ง เสี่ยตาและช่อง 7 มีแต่ ได้กับได้ ไม่มีใคร เสีย นอกจาก ผอ.คนใหม่ของช่องที่ป่านนี้คงนั่ง ควันออกหู อยู่ที่วิกสนามเป้า

นาทีนี้ ชาร้อน-ชาลอต จึงเป็นเหมือนยาสมานใจ ให้คุณแดงกับเสี่ยตาได้มาสบตาปิ๊ง ปิ๊ง กันอีกครั้ง เอาเถอะถึงแม้ว่าคุณแดงจะไม่ได้ไปร่วมงานในวันแถลงข่าว มีเดียฯจับมือกับเวิร์คพอยท์กรณีรายการ ชิงร้อยชิงล้าน อย่างเป็นทางการ

นั่นอาจเป็นเพราะว่า คุณแดงเธอคงจะรู้สึกเก้อกระดาก เพราะวันก่อนเป็น คู่เมิน แล้ววันนี้จะมาจับมือเป็น คู่มิตร ออกสื่อ คุณแดงท่านก็คงจะเขิน เพราะท่านก็ใช่ว่าจะเพิ่งคว้าตุ๊กตาทองดารานำหญิงยอดเยี่ยมมาซะเมื่อไหร่? ท่านคงกลัว แอ็กติงไม่เนียน น่ะเอง ต้องให้อภัย

เอาไว้รอให้ ชิงร้อยล้าน เวอร์ชั่น 7 สี ออกมาเรียกเรตติงกระหึ่มเสียก่อน ถึงตอนนั้น คุณแดงอาจจะออกมาปรากฏกายถ่ายภาพจับมือกับเสี่ยตา ถึงตอนนั้นก็ยังมีสิทธิ์สร้างความฮือฮาเป็น ก็อกสอง ได้อีกโครมใหญ่ นับว่ายังไม่สายเกินการณ์

หมัดแรกที่ช่อง 7 ซัดใส่คู่แข่งจึงเป็น หมัดรวมพลัง ของ 3 พันธมิตร ช่อง 7,มีเดีย ออฟ มีเดียส์ และเวิร์คพอยท์ ที่น่าจะซัดเข้าที่ หน้าแง ของคู่แข่งให้สะท้านแน่นอนฤกษ์ออกหมัดแรกนี้ในราววันที่ 11 มกราคมนี้ ในเวลาเดิมของรายการ คืนแห่งดาว ที่เป็นดาวร่วงหลุดผังไปเรียบร้อย โทษฐานที่เรตติงไม่สามัคคีกับความต้องการของผู้บริหาร


User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Wed Nov 15, 2006 12:28 pm

ผังอสมท.ใหม่ออกมาทศกัณฐ์โดนแค่เลื่อนเวลาให้มาเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง ถือว่าเล็กน้อย บังเอิญว่ารายการที่ทำให้ช่อง 9 ส่วนใหญ่จะออกแนวที่ไม่ขัดแย้งกับนโยบายใหม่ ถ้าตลกสามช่าออกช่อง 9 คงโดนฟันไปแล้ว  :lovl:

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

Dech
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3916
Joined: Mon Dec 29, 2003 6:40 pm

Posts by Dech » Wed Nov 15, 2006 10:27 pm

วันก่อนดูรายการคุณพระช่วย เห็นพระพิฆเนศ องค์ใหญ่หน้าสตูดิโอใหม่
ออกแบบได้สมส่วนและเป็นปางที่แปลกกว่าที่เคยเห็นมากครับ

สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Wed Nov 15, 2006 11:23 pm

CopyWriter wrote:วันก่อนดูรายการคุณพระช่วย เห็นพระพิฆเนศ องค์ใหญ่หน้าสตูดิโอใหม่
ออกแบบได้สมส่วนและเป็นปางที่แปลกกว่าที่เคยเห็นมากครับ
หวัดดี CopyWriter วันนี้งานเสร็จเร็วเหรอ

ไม่มีประเด็น แค่มาทักเฉยๆ  :lol:

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

Dech
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3916
Joined: Mon Dec 29, 2003 6:40 pm

Posts by Dech » Thu Nov 16, 2006 7:24 pm

เหอๆ ขณะนี้กำลังนั่งพิมพ์อยู่ที่ site งานแห่งหนึ่งคับ  :(

สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์

yummy
Verified User
Posts: 27
Joined: Tue Feb 21, 2006 12:59 pm

Posts by yummy » Tue Dec 26, 2006 12:53 pm

ได้ข่าว Work จับมือ มีเดีย ร่วมผลิตรายการใหม่ "มหานคร" เป็นรายการวาไรตี้ครับ จะมีกนก กับเชียร์เป็นพิธีกร ร่วมด้วยหม่ำ และน้องเดี่ยวออกอากาศช่อง 7 วันอังคาร ประมาณสี่ทุ่มครับ ตรงกับรายการตีสิบ...คงได้เห็นในปีหน้า


User avatar
boonprak
Verified User
Posts: 153
Joined: Mon Mar 06, 2006 3:46 pm

ความเสี่ยงของ WORK อีกข้อหนึ่ง

Posts by boonprak » Sat Dec 30, 2006 4:11 pm

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารายการทีวีของ WORK ได้รับความนิยมอย่างมากหลายรายการ โดยเฉพาะรายการที่ท่านประธานปัญญาเป็นผู้ดำเนินรายการ ผู้ชมติดมาก...ติดพิธีกร

ด้วยเหตุนี้ ขออภัยล่วงหน้าน่ะครับที่จะถามในมุมกลับ เกี่ยวกับการพึ่งบุคคลใดมากไปก็เป็นความเสี่ยงได้ ก็คือ หาก "คุณปัญญา" ไม่อยู่ ไม่สามารถจะมาทำหน้าที่พิธีกรได้อีก ใครจะมาแทน? กรณีนี้มีผลกระทบต่อ WORK อย่างไรบ้างครับ? เพื่อนๆ พีๆ โปรดให้คำชี้แนะ

ขอบคุณล่วงหน้าครับ   :)


User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Sat Dec 30, 2006 6:00 pm

ผมว่าพอร์ตของคุณก็มีตัวคุณเป็น single point of failure เหมือนกัน พอร์ตของผมก็ด้วย

ผมว่าโอกาสที่ผมจะตายกับโอกาสที่คุณปัญญาจะตายไม่ได้แตกต่างกันเท่าไร

Business people do not think possibility because anything is possible. business people think probability.

air time ปีหน้า WORK secure ไว้ได้หมดแล้ว มากกว่าปีนี้แต่มากกว่าแค่นิดหน่อย กำไรปีหน้าจึงน่าจะไม่ต่ำกว่าปีนี้

แต่ air time ของปีถัดไปอาจจะแย่ลง เพราะอำนาจการต่อรองของสถานีขณะนี้สูงขึ้นมากหลังจากไอทีวีและช่องเก้ากระทบหนัก ดังนั้นข่าวการแย่ง airtime ของผู้ผลิตรายการในปีหน้าจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของ WORK

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Sat Dec 30, 2006 6:15 pm

อีกนิด...

หุ้นลักษณะนี้แม้จะเป็นบริษัทที่ดีเยี่ยมก็ควรซื้อไว้แค่พอลุ้นโชค ไม่ควรซื้อมากๆ แบบกะฝากผีฝากไข้

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sat Dec 30, 2006 10:22 pm

คุณสุมาอี้ครับ  :)

ตัวนี้ต้องถือเป็น case studyของผมอีก1ตัว เพราะมันมีความขัดแย้งในเรื่องbariier to entryอย่างที่ผมยังวิเคราะห์ไม่ถึง ต้องให้คุณสุมาอี้วิเคราะห์ให้ฟังซักหน่อยครับ

ทั้งๆที่เราดูอยู่เราๆก็รู้ว่า รายการของwork มีเอกลักษณ์ ลอกเลียนแบบไม่ได้ เสมือนมีBTEสูงมาก แต่พอวิเคราะห์ five force ของคุณ porter กลับได้ผลลัพท์ที่สอบเกือบตก ผมเลยไม่ค่อยแน่ใจในการวิเคราะห์ของผมเอง
ยังไงรบกวนผู้รู้ท่านอื่นช่วยวิจารณ์ด้วยนะครับ

-การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม----ผมให้แค่สอบผ่าน จากคนทำรายการในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง คนเก่งๆมีมาก แต่ละรายการสามารถพลิกเปลี่ยนสถานะผู้ชนะและผู้แพ้ เพียงแค่สามารถแทงใจคนดูได้ และในยุคIT ที่อนาคตจะเกิดIPTVได้ง่าย และการแพร่ภาพข้ามทวีปจะง่ายกว่าเดิมมาก
ผมก็เลยให้แค่สอบผ่าน เกือบตกในข้อนี้

-โอกาสการเข้ามาของรายใหม่----อย่างที่ได้พูดถึงiptv ทำให้โอกาสของคนดูมีทางเลือกมากขึ้น และการผลิตและส่งข้อมูล จะเหมือนวิทยุชุมชน ที่สามารถทำได้ง่าย ถึงแม้นความเป็นมืออาชีพจะห่างกันคนละชั้น แต่ภาพที่มองเห็นจากวิทยุคือ กำไรขั้นต้นจะลดลง อำนาจการต่อรองจะน้อยลงกว่าเดิม ข้อนี้ผมก็เลยให้แค่สอบผ่านเช่นกัน

-สินค้าทดแทน----อนาคตสินค้าทดแทนในการโฆษณาคงไม่มีอะไรมาแรง เท่ากับทางintrenet และบรอดแบรนด์ที่ผ่านทางมือถือ(ที่อนาคตไม่น่าจะเรียกมือถือ) และยิ่งต้นทุนของอิเลกโทรนิคต่ำลงมากเท่าใด คงจะเห็นการโฆษณากลางแจ้งมากขึ้น ก็น่าจะส่งผลต่องบประมาณแต่ละบริษัทถูกแชร์ไป

-อำนาจการต่อรองของผู้ว่าจ้าง----ลูกค้าปลายทาง(คือผู้ดู)มีอำนาจ100%จากความรู้สึก ชอบ-ไม่ชอบ และมีความเบื่อ  ความแปลกใหม่   กระแสนิยม   และทำให้ลูกค้าที่ว่าจ้างโฆษณา ก็มีอำนาจต่อรองค่อนข้างสูง เมื่อเจอรายการที่เรทติ้งปานกลาง แต่ถ้าworkสามารถทำรายการที่มีเรทติ้งสูงมากๆ  อำนาจการต่อรองก็สูงขึ้นตามไปด้วย

-อำนาจการต่อรองของสถานี----การจัดรายการและการขึ้นค่าธรรมเนียมที่ผ่านมา มักจะมีการขัดแย้งระหว่างผู้จัดรายการกับสถานีอยู่ตลอดเวลา ถ้าสถานีมีเรทติ้งรวมที่ดี(ทั้งๆที่ก็มาจากการทำรายการที่ดี)ก็ทำให้มีการขยับค่าธรรมเนียมค่าเช่า หรือถ้าเรทติ้งรายการไม่ดี ก็สามารถถูกปลดรายการได้ง่ายๆเช่นกัน

สรุปโดยรวมผมให้คะแนนworkเพียง5-6เต็ม10จากการวิเคราะห์five forceครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยความรู้สึกที่ผมเห็นทีมงานการทำงานของชุดปัจจุบัน และแนวนโยบายที่วางไว้ ในอนาคต ผมว่าปัจจุบันworkเขาสามารถสร้าง barrier to entry ได้แข็งแกร่งมากๆ

หรือถ้าเปรียบเสมือนให้เห็นภาพอย่างชัดเจน คงจะไม่พ้น เทียบคุณปัญญากับคุณประภาส  กับ  คุณมิ่งขวัญ  ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับสองคนนี้ คนใดคนหนึ่ง ถึงเวลานั้นคงต้อง ตัวใคร ตัวมัน นะครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Sat Dec 30, 2006 11:31 pm

ที่คุณนริศวิเคราะห์ผมก็ค่อนข้างเห็นด้วย

WORK น่าจะเข้าข่าย Great Company in Poor Industry ครับ

อึม ถ้าไปอ่าน Competitve Strategy ดูดีๆ จะพบว่า 5 Five Forces มีไว้วิเคราะห์กำไรเฉลี่ยของอุตสาหกรรมมากกว่าของบริษัทน่ะครับ กำไรของบริษัทจะแตกต่างจากกำไรเฉลียของอุตสาหกรรมไปตามความสามารถในการแข่งขันของบริษัทนั้นๆ เทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมอีกที

ความสามารถในการแข่งขันของ WORK สูงกว่าคู่แข่งมาก ก็เลยทำให้กำไรของเขาดูแตกต่างจากกำไรเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

ความสามารถในการแข่งขันจะเกิดจากการที่บริษัทมีกลยุทธ์การแข่งขันที่ดี

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

User avatar
boonprak
Verified User
Posts: 153
Joined: Mon Mar 06, 2006 3:46 pm

Posts by boonprak » Sun Dec 31, 2006 10:14 am

เห็นด้วยกับคุณสุมาอี้ครับ ทั้งในส่วนที่ตอบผม และตอบคุณ naris

วิเคราะห์ด้วยเชิงปริมาณ ที่ผ่านมา WORK ทำได้ดีอย่างไม่ต้องสงสัย

วิเคราะห์ด้วยเชิงคุณภาพ ผมเองเห็นจุดอ่อนจุดหนึ่ง คือ มีการอิงตัวบุคคลมากเกินไป (เป็นลักษณะ entrepreneurial style ตามที่คุณสุมาอี้บอก)... ถ้าหากบริษัทฯ เติบโตต่อไปอีก ผมอยากเห็นการสร้างทีมงานให้เกิดขี้นมากกว่าครับ (เหมือนกับทีมนักอ่าน อะไรทำนองนี้) เช่น รายการเดี่ยวกัน แต่พิธีกรที่สามารถสลับสับเปลี่ยนกันได้ แต่ละคนก็มีจุดเด่นต่างกัน หรือ พิธีกรคนหนึ่งรับผิดชอบจัดรายการไม่มาก เป็นต้น

การที่ประธานมาเล่นเองทั้งหมด ถึงแม้จะดีในตอนนี้ แต่ต่อไปงานมากขึ้น น่าจะพิจารณาแบ่งเบาภาระลงบ้าง

สำหรับการวิเคราะห์ของคุณ naris, คิดว่า Creative and Differntiate เป็นคำตอบของ WORK ในประเด็นต่างๆ ดังนี้ครับ
1) ถ้ายังสามารถรักษาจุดเด่นด้านนี้อยู่ ก็ยังสามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมได้
2) การเข้ามาของสื่อใหม่ IPTV หรือ Internet Broadband ก็ไม่ได้มีอะไรห้าม WORK ขยายตัวไปในด้านนี้
3) การต่อรองกับลูกค้าและสถานี ถ้า WORK ยังมีดีอยู่ ไปไหนก็ไม่กลัว

ผมเองก็มีแอบเก็บไว้นิดนึง  :D  อยากเก็บมากฝากผีฝากไข้ก็ยังง้างๆ อยู่ ตอนนี้มองเป็นบุหรี่มวนหนึ่งอยู่ (แหม่คุณสุมาอี้ Comment โดนเต็มๆ  :D )

สุดท้ายขอส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2007 ครับ ขอสิ่งศักสิทธิ์โปรดดลให้พี่น้องผองเพื่อนมีความสุข มีพลานามัยสมบูรณ์ ให้หุ้นที่พวกเราวิเคราะห์ดีแล้วออกดอกออกผลสมตามหวังครับ

สวัสดีปีใหม่ Happy New Year 元旦快乐 2007!


BHT
Verified User
Posts: 1822
Joined: Sat Mar 11, 2006 2:28 am

Posts by BHT » Sun Dec 31, 2006 1:22 pm

คนไทยกี่คนที่ดูทีวีผ่านดาวเทียม iptv ครับ มีตัวเลขมั้ย

แล้วโกลบอล เนตเวิร์ค ที่หลักๆเป็นรายการของช่อง 5 มีคนดูเยอะมั้ยครับ

เอาแค่ในประเทศไทยนะครับ ไม่นับทั่วโลก หรือถ้ารวมจะเป็นอย่างไรครับ

ผมว่าเทคโนโลยีไปเร็ว แต่เมืองไทย ยังอีกนาน คนยังดูทีวีผ่านเสาอากาศหรือยูบีซี ดูฟรีทีวีห้าช่องเป็นหลักเหมือนเดิม ไปอีกหลายปีพอดูครับ


User avatar
Frodo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 246
Joined: Mon Apr 17, 2006 10:34 am

Posts by Frodo » Tue Jan 02, 2007 5:49 pm

"เวิร์คพอยท์" หุ้นปันผล เถ้าแก่ "ปัญญา นิรันดร์กุล"

เปิดกรุปันผล "เสี่ยตา-คู่หู" 2 ปีรับกว่า 430 ล้านบาท จับตาปี 2550 แม้ เวิร์คพอยท์ ต้องตัดค่าเสื่อม "สตูดิโอ" 35-40 ล้านบาท แต่ "ซีเอฟโอ" ยืนยัน..ปันผลจะสูงกว่าเดิม

ความมั่งคั่งของ "เสี่ยตา" ปัญญา นิรันดร์กุล ประธานกรรมการ บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กับ "คู่หู" ประภาส ชลศรานนท์ รองประธานกรรมการ ที่ถือหุ้นเท่าๆ กัน นับวันยิ่งทวีมากขึ้น

หากมองผ่านราคาหุ้นล่าสุด ที่ 21.80 บาท จะมีค่ารวมกัน สูงถึง 3,240 ล้านบาท เลยทีเดียว

เบื้องหลังความสำเร็จของ "2 เสี่ย" ในวงการบันเทิง มีกุนซือทางการเงิน "ครรชิต ควะชาติ" ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) อยู่ฉากหลัง

การเดินเกมของ "ซีเอฟโอ" เวิร์คพอยท์ รายนี้ คือการตอกย้ำภาพลักษณ์ให้ เวิร์คพอยท์ เป็น Growth Stock ที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้ส่งผล วกกลับมาที่ "ราคาหุ้น" แล้วก็ได้ผลอย่างที่ตั้งใจ

นับตั้งแต่เข้าตลาด เมื่อ 29 กันยายน 2547 เวิร์คพอยท์ ปันผลไปแล้วทั้งสิ้น 5 ครั้ง รวม 2.90 บาท

เฉพาะ "เสี่ยตา" กับ "ประภาส" ที่ถือหุ้นรวมกัน กว่า 148 ล้านหุ้น หรือ 74.25% รับเงินปันผลแล้ว กว่า 430 ล้านบาท หรือคนละประมาณ 215 ล้านบาท

นี่ยังไม่นับรวมผลตอบแทนในฐานะผู้บริหารของบริษัท ที่ได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า คนละ 6.8 ล้านบาทต่อปี ในส่วนของ "เสี่ยตา" ยังมีรายได้ในฐานะพิธีกรรายการหลักๆ ที่คาดว่าได้รับอีกปีละ "หลายสิบล้านบาท"

มือการเงินเวิร์คพอยท์ กล่าวว่า ตามนโยบายเราจะปันผลประมาณ 70% ของกำไรสุทธิ (Pay out ratio) แต่ครึ่งปีที่ผ่านมาปันผลไปแล้วกว่า 80% ของกำไรสุทธิ และมีแนวโน้มที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นอีก

แม้ว่าในปี 2550 จะเป็นปีแรกที่ เวิร์คพอยท์ จะต้องหักค่าเสื่อมของ "สตูดิโอ" ใหม่ ที่บริษัทลงทุนด้วยเม็ดเงิน กว่า 300 ล้านบาท

ตามเกณฑ์แล้ว จะต้องตัดค่าเสื่อมของ สตูดิโอ ปีละ 35-40 ล้านบาท โดยปี 2550 จะตัดตามเกณฑ์ดังกล่าว หลังจาก ปี 2549 ตัดค่าเสื่อมไปเพียง 3 เดือน (ตุลาคม-ธันวาคม) เท่านั้น

ทั้งนี้ยอมรับว่า "ค่าเสื่อม" จะเป็นปัจจัยที่กดดันตัวเลขกำไรสุทธิ ในปีหน้าของบริษัท แต่นั่นเป็นเพียงตัวเลขทางบัญชี เม็ดเงินจริงยังอยู่ เพราะได้ใช้เงินลงทุนกับสตูดิโอใหม่..ไปหมดแล้ว

ซีเอฟโอเวิร์คพอยท์ บอกว่า ในปีหน้าการลงทุนใหญ่ๆ จะไม่มี ดังนั้น Pay out ratio ในปี 2550 จะสูงมากขึ้น

อย่างไรก็ตามในปีหน้าบริษัทจะเริ่มเปิดให้เช่าสตูดิโอ เพื่อเสริมรายได้อีกทางหนึ่ง คาดว่าปีแรกจะมีรายได้ในส่วนนี้ ประมาณ 10 ล้านบาท

"เราจะพยายามสร้างรายได้จากสตูดิโอเพิ่มขึ้น ซึ่งการมีสตูดิโอเอง ลดค่าใช้จ่ายค่าเช่าได้ปีละ 10 ล้านบาท คุณอย่าลืมว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงทุนไปหมดแล้ว แต่หากสามารถให้เช่าได้ จะมีรายได้มากขึ้น"

สำหรับรายได้หลักจากธุรกิจโทรทัศน์ ในช่วงต้นปี 2550 เวิร์คพอยท์ จะปรับอัตราค่าโฆษณาเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 8-10% ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนนาทีโฆษณา 215 นาที

ผู้บริหารบริษัทคาดว่า ในปีหน้าจะมีจำนวนนาทีโฆษณาเพิ่มขึ้น ประมาณ 20% หรืออีก 40-50 นาที โดยจะได้ขยายเวลาเพิ่มในรายการเดิม 1 รายการ คือ แฟนพันธุ์แท้ (ออกอากาศทุกวันศุกร์ ช่อง 5) ขยายเพิ่มอีก 30 นาที

และจะมีรายการใหม่เพิ่มขึ้นมา 1 รายการ คือ รายการมหานคร ทางช่อง 7 ออกอากาศทุกวันอังคาร ในช่วงเวลา "ไพร์มไทม์" รวมเวลา 2 ชั่วโมง โดยลักษณะรายการจะเป็นวาไรตี้ ลงทุนร่วมกับ มีเดีย ออฟ มีเดียส์ และกำลังทำรายการเสนอช่อง 9 ด้วย

แต่บริษัทก็จะคืนเวลาของรายการ Asian Box (ออกอากาศวันพุธทางช่อง 5 เวลา 23.00-23.30 น.) ซึ่งมีอัตราการโฆษณาเข้าน้อย เนื่องจากออกอากาศชนกับรายการ ชิงร้อยชิงล้าน

ครรชิต บอกว่า แม้จะปรับอัตราโฆษณาเพิ่ม แต่ก็จะพยายามเพิ่มอัตราการโฆษณาต่อช่วงเวลาโฆษณาที่มีทั้งหมด (Utilization rate) ให้มากขึ้น คือ 75% หลังจากไตรมาส 3 ตกลงเหลือ 72% จากผลกระทบการงดโฆษณา "เหล้าเบียร์"

นอกจากนี้ เวิร์คพอยท์ ยังจะเร่งกลยุทธ์การโฆษณาแฝง (Tie-in) เข้าไปในรายการที่เป็นที่นิยม เช่น ทรูมูฟ ในรายการ ชิงร้อยชิงล้าน, โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ ใน รายการ ชัยบดินทร์ บลู ด้วย

"ผมเชื่อว่า เราสามารถเพิ่มได้ แม้ปีหน้าทิศทางเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจน แต่สำหรับอุตสาหกรรมโฆษณาทางทีวี จากผลสำรวจของ นีลเส็น มีเดีย รีเสิร์ช มีประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เรามองว่าอาจจะเป็นเม็ดเงินจริง ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท

เวิร์คพอยท์ มีโฆษณาเข้า ปีละ 1,000 ล้านบาท คิดเป็นไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของตลาดรวม เป้าหมายของเรา หวังการเติบโตไว้ 20% ซึ่งยังไม่รวมรายได้จากการ Tie-in นะ"

ในส่วนธุรกิจภาพยนตร์ ในปี 2550 จะร่วมกับ บริษัท สหมงคลฟิล์ม ผลิตหนัง 2 เรื่องคาดว่าจะใช้งบลงทุนเฉพาะของบริษัท ประมาณเรื่องละ 25 ล้านบาท โดยเรื่องแรก คือ "เท่ง โหน่ง คนมหาเฮีย" จะฉายเดือนพฤษภาคม 2550

ส่วนอีกเรื่องคาดว่าจะฉายในครึ่งปีหลัง ซึ่งจะมี "น้องเดียว" ร่วมแสดง บริษัทตั้งเป้าจะมีรายได้จาก 2 เรื่อง ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

"ความจริงเราจะไม่เน้นการผลิตภาพยนตร์มาก เพราะถือว่ามีความเสี่ยง ถ้าเรื่องไหนไม่โดน ก็คือ "จบ" ไม่เหมือนรายการโทรทัศน์ที่พัฒนาให้ดีขึ้นได้ แต่ทุกเรื่องที่เราลงทุน แสดงว่ามั่นใจว่า ต้องได้กำไร"

เขายังเปิดเผยด้วยว่า ในปีหน้า เวิร์คพอยท์ จะรุกธุรกิจจัดงานอีเวนท์มากขึ้น อาศัยธีมรายการของบริษัท เช่น ธีมชิงช้าสวรรค์ ก็จะคล้ายกับการจัดงานวัด เป็นต้น

ทั้งนี้ เวิร์คพอยท์ ได้ตั้งงบลงทุนในปี 2550 ไว้ประมาณ 70-80 ล้านบาท และตั้งเป้าให้สัดส่วนกระจายมากขึ้น โดยจะมาจากรายการโทรทัศน์ 80% ภาพยนตร์ 10% อีเวนท์ 5% และธุรกิจแอนิเมชันอีก 5%

*** ที่มา- Bizweek  วันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2549


User avatar
tattoo_thai
Verified User
Posts: 291
Joined: Fri Jul 14, 2006 2:10 pm

Posts by tattoo_thai » Tue Jan 02, 2007 9:59 pm

วันนี้รายการใหม่ มหานคร ออนแอร์วันแรก อย่าพลาดชมนะครับ


beammy
Verified User
Posts: 3345
Joined: Mon Jan 03, 2005 8:09 pm

Posts by beammy » Wed Jan 03, 2007 8:27 am

นับวัน เสี่ยปัญญา ยิ่งรวยขึ้น นะครับ

เท่าที่สังเกตดูมานาน ...


User avatar
ply33
Verified User
Posts: 592
Joined: Thu Nov 02, 2006 4:44 pm

Posts by ply33 » Wed Jan 03, 2007 1:28 pm

เห็นด้วยกับ ท่านแม่ทัพ พี่นริศ และพี่ๆอีกหลายคนว่าเป็นหุ้นที่ดี
เติบโตจากตอน IPO ขึ้นมา จากราคา 16 บาทเป็น 23 บาท และมีการปันผลที่ไม่น่าเกลียดนัก แต่สำหรับการเติบโตต่อไปนั้นคงเป็นคำถามส่วนตัวที่มีต่อทีมงาน Work Point ครับ เพราะว่าการแข่งขันรุนแรงมากและรายได้หลักที่มาจากค่าโฆษณานั้นคิดว่าอิ่มตัวแล้วครับ ไม่น่าจะมีรายการใหม่ๆเพิ่มมากได้อย่างมีนัยสำคัญ และที่สำคัญคือมีการพึ่งพาสถานีโทรทัศน์มากครับ แต่ทางผู้บริหารเองก็ทราบดีและพยายามหารายได้จากทางอื่นๆเข้ามาเรื่อยๆเช่น สร้างสตูดิโอเอง ทำหนัง ทำแอนิเมชั่น และมองไปจนถึงมีสถานีโทรทัศน์ของตัวเอง เมื่อมี กสช. นะครับ

ก็คงต้องติดตามทีมงานของเสี่ยปัญญากับพี่ประพาสต่อไปละครับ ว่าจะมีการพัฒนาไปในรูปแบบไหนต่อไป เอาใจช่วยเต็มที่ครับ  :lol:

บริษัทดีๆของคนไทย ภูมิใจจริงๆครับ

0--- ฉลามเสือดาว ล่องลอยไปในทะเลกว้างใหญ่ ---0

beammy
Verified User
Posts: 3345
Joined: Mon Jan 03, 2005 8:09 pm

Posts by beammy » Wed Jan 03, 2007 1:43 pm

ply33 wrote:บริษัทดีๆของคนไทย ภูมิใจจริงๆครับ
ชอบคำนี้จริงๆ ครับ ทำให้รู้สึกรักชาติ ...


Post Reply