SF

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

SF

Posts by Mr. Big » Fri Mar 17, 2006 5:01 pm

ยังไม่มีหรอกนะครับ แค่อยากทราบว่ามีความเห็นต่อ Business Model บริษัท นี้อย่างไรครับ


JL
Verified User
Posts: 188
Joined: Tue Nov 30, 2004 11:01 pm

Posts by JL » Sat Mar 18, 2006 12:06 pm

แนว open mall น่าจะได้ return ต่ำกว่า close mall เพราะว่าต้องใช้ที่ดินมากกว่า close mall ซึ่งออกแนวตึกสูง   การหาทำเลดีๆ ที่กำลังซื้อสูง ไม่ง่ายนัก  ต้องพี่งพาผู้เช่าหลัก ซี่งอำนาจการต่อรองสูง ความเห็นส่วนตัวนะครับ


riname
Verified User
Posts: 86
Joined: Sat Mar 18, 2006 8:03 pm

ตอบ....ชาวตลาดนัด

Posts by riname » Sun Mar 19, 2006 9:56 am

.....ธุรกิจ..model...ทำที่ให้เช่าแบบตลาดนัด......
....แต่เจ้าของฉลาดมาก.....ใช้การ join venture...
....ราคานี้....ของดี....แต่โคตรแพง..............
..........ผิดหลักการ..........
......ส่วน volumn เข้า...ส่วนใหญ่จะฝาก...รัก....

oh....no

Stock Broker
Verified User
Posts: 2509
Joined: Fri Aug 01, 2003 12:07 am

Posts by Stock Broker » Sun Mar 19, 2006 1:51 pm

เคยสนใจตัวนี้อยู่พักนึงครับ แต่รู้สึกว่ากำไรจะเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้เลย ขึ้นอยู่กับจังหวะฝีมือของผู้บริหารว่าจะขายได้มากน้อยช่วงไหน จริงๆ ค่อนข้างจะออกแนวนิคมนะครับ สงสัยต้องเล่นแบบ asset play ซะมั้ง


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Mon Mar 20, 2006 7:45 am

Financial Engineer wrote:เคยสนใจตัวนี้อยู่พักนึงครับ แต่รู้สึกว่ากำไรจะเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้เลย ขึ้นอยู่กับจังหวะฝีมือของผู้บริหารว่าจะขายได้มากน้อยช่วงไหน จริงๆ ค่อนข้างจะออกแนวนิคมนะครับ สงสัยต้องเล่นแบบ asset play ซะมั้ง
ขอบคุณครับ เห็นภาพชัดเจนมากครับ ผมว่าเหมือนนิคมจริงๆ (ต้องเซ็นสัญญาก่อนถึงจะรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมในการจัดหาเข้าบริษัทได้ (ก้อนใหญ่ 1 ก้อนสำหรับลูกค้า 1 บริษัทสำหรับครั้งแรก หลังจากนั้นจ่ายเฉพาะค่าเช่ารายเดือน )


คนเรือ VI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1647
Joined: Wed Dec 31, 2003 12:02 am

Posts by คนเรือ VI » Mon Mar 20, 2006 3:43 pm

โครงการดีครับ ชอบ business model ครับ

แต่เกี่ยงเรื่องราคาอย่างเดียวเลย

ผมเคยทำ projection ส่วนตัวเอาไว้ ถ้าไม่ขยาย ราคาเท่านี้น่าจะน่าซื้อในปี 2008-09 ครับ ตอนนี้ขอผ่านครับ


User avatar
ม้าเฉียว
Verified User
Posts: 350
Joined: Tue Nov 16, 2004 8:29 am

Posts by ม้าเฉียว » Mon Mar 20, 2006 4:20 pm

หวัดดี คนเรือ 6 นึกว่าจะไม่เข้ามาซะแล้ว
ผมไปสืบมา ตอนนี้คาดว่าจะได้ที่ดินอีกหลายสิบแห่งเลยครับ คงจะชัดเจนหลังเปิดเอสปรานาด


User avatar
ม้าเฉียว
Verified User
Posts: 350
Joined: Tue Nov 16, 2004 8:29 am

Posts by ม้าเฉียว » Mon Mar 20, 2006 5:35 pm

เอาอย่างนี้แล้วกันครับ คุณ BIG คุณ BIG มีความคิดเห็นอย่างไรกับ SF ครับ แตกเป็นประเด็นให้ฟังหน่อย แล้วผมจะช่วยแจมอีกแรง

ปล.ผมดูตัวนี้มาตั้งแต่เข้าตลาดมาใหม่ๆแล้วครับ จากภาพเบลอๆก็ชัดขึ้นเรื่อยๆแล้วครับ


คนเรือ VI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1647
Joined: Wed Dec 31, 2003 12:02 am

Posts by คนเรือ VI » Mon Mar 20, 2006 7:44 pm

อืมมม ตอนนี้ผมยังคิดไม่ค่อยออกอ่ะน่ะครับ แต่สิ่งที่มีอยู่ในหัวตอนนี้ มีดังนี้ (ช่วยผทประกอบภาพด้วยก็แล้วกัน)

พื้นที่เซ้ง ถูกกว่า (เมื่อเทียบกับเช่า) ในระยะยาว
พื้นที่เซ้งได้เงินก้อน ไปขยายต่อ
พื้นที่เช่าได้เงินเรื่อยๆ เป็น revenue ในระยะยาว
ถ้า ลูกค้าเซ้งเยอะ เงินมาเป็นก่อน revenue ในระยะยาวจะน้อยลง
ถ้าขยายไปเรื่อยๆ revenue ก็มาเป็นก่อนเรื่อยๆ ก็ขยายเรื่อยๆ revenue จากค่าเช่า ถ้าไม่มีสัดส่วนเพียงพอ ก็น่าจะมี ตัวเลขEPS น้อย
แล้วถ้าหยุดขยายล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น?!

สงสัยต้องดูแผนธุรกิจครับ ว่าจะชะลอขยายเมื่อไหร่ แล้วโครงการหลังๆ (เมื่อตอนที่มี cashflow พอ) สงสัยต้องเป็นเช่าซะส่วนใหญ่มั้งครับ ทำ EPS ให้ต่อเนื่อง

เจ้าอื่นๆมี cash flow มาจากทางอื่นตอนที่ขยายแรกๆ เช่น CPN มีcashflow อื่นปั๊มป์ให้ขยายได้ กลุ่ม the mall มี department store ปั๊ม cash flow ได้

SF ถ้าขยายจริงๆ คงต้องสร้าง property fund หรือไม่ก็เพิ่มทุนครับ ใช้วิธีเซ้งสร้าง เซ้งขยาย จะมี EPS ไม่แน่นอนเลย


User avatar
Muffin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 874
Joined: Fri Feb 20, 2004 2:41 am

Posts by Muffin » Mon Mar 20, 2006 10:53 pm

สงสัยตรง ประสิทธิภาพการทำกำไรของสาขาอื่นๆนอกเมืองครับ
จะประสบความสำเร็จอย่าง J-Avenue กับ Market Place ตรงทองหล่อได้หรือ

แล้ว anchor ที่ esplanade เป็นใครครับ
แล้วมี pre-lease แล้วกี่ % เหรอครับ ผมยังหาข้อมูลไม่ได้เลย

แล้วแจ้งวัฒนะเนี่ย ตกลง delay แล้วหรือเปล่าครับ

แล้ว SF มี entry-barrier คืออะไรครับ?


007-s
Verified User
Posts: 2496
Joined: Sat Feb 04, 2006 11:38 am

Posts by 007-s » Tue Mar 21, 2006 12:21 am

Muffin wrote:สงสัยตรง ประสิทธิภาพการทำกำไรของสาขาอื่นๆนอกเมืองครับ
จะประสบความสำเร็จอย่าง J-Avenue กับ Market Place ตรงทองหล่อได้หรือ
:la: นั่นสิคะ
ดิฉันว่า การออก property fund หรือไม่ก็เพิ่มทุน มันเป็นกลยุทธ ในการหาทางให้เงินสด เข้ามาโดยเร็ว(แต่สองวิธีนี้ ก็ต่างกันในข้อคิดปลีกย่อยลงไปอีก)
แต่ที่สำคัญก่อนหน้านั้น ที่น่าคำนึงถึงก่อน คือว่า สินค้าและบริการ ของบริษัท มันได้รับความนิยม มากพอ เหมาะสมควรแก่การขยายช่องทาง กระจายสินค้าไปสู่ลูกค้า ให้เพิ่มมากขึ้นหรือไม่

อืม ต้องพิจารณา  :)


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Tue Mar 21, 2006 11:15 am

เอสเอฟ แตกโมเดลรุก ส่งทัพย่อยพลิกทำเลทอง

"สยามฟิวเจอร์" ปรับขบวนยุทธใหม่ เร่งเจรจาหาพื้นที่บริหารใหม่ เบื้องต้นโฟกัสพื้นที่ 4-20 ไร่ย่านชุมชน หมู่บ้านเกิดใหม่ในกรุงเทพ หลังแปลงใบอนุญาตก่อสร้างพื้นที่ค้าปลีกชิ้นสุดท้ายเป็นโครงการ ดิ อะเวนิว พัทยา บนพื้นที่เช่ากว่า 21,000 ตารางเมตรเต็ม


แผนการพัฒนาที่ดินของสยามฟิวเจอร์ที่จับต้องได้ขณะนี้ เป็นเพียงการเดินตามเกมเดิมที่วางไว้ไม่ว่าจะเป็น 3 โครงการใหม่ ซึ่งประกอบด้วย โครงการดิ อะเวนิว แจ้งวัฒนะ, โครงการเทอเรสโซ่ พหลโยธิน และโครงการเอสพลานาด รัชดาภิเษก ที่ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนรวม 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้สยามฟิวเจอร์มีพื้นที่ค้าปลีกในมือเพิ่มขึ้นรวมไม่น้อยกว่า 200,000 ตารางเมตร ณ สิ้นปี 2549 หรือเพิ่มขึ้น 100% จากปี 2548 ซึ่งมีพื้นที่เช่าอยู่ที่ 97,000 ตารางเมตร

แต่ถ้าจะขยายพื้นที่การบริหารเพิ่มขึ้นอีกปีละไม่ต่ำกว่า 50,000 ตารางเมตร หรือ 100,000 ตารางเมตร ตามที่ สมนึก พจน์เกษมสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจด้านการพัฒนาและบริหารศูนย์การค้าแบบเปิดตั้งเป้า เพียงแค่โครงการ ดิ อะเวนิว พัทยา จึงไม่น่าจะสามารถตอบโจทย์นี้ได้

เกมการตลาดภายใต้การบริหารงานของแบรนด์ "สยามฟิวเจอร์" จึงต้องเบนเข็มเข้าสู่พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ด้วยเงื่อนไขของ "โซนนิ่ง" และ "ต้นทุนการบริหารจัดการ"

การเดินหน้าเพื่อเจรจาระหว่างสยามฟิวเจอร์กับกลุ่มหมู่บ้านจัดสรรและโครงการอาคารชุดเกิดใหม่ เพื่อเช่าพื้นที่หน้าโครงการพัฒนาเป็นชอปปิงมอลล์ หรือที่เรียกว่า มิกซ์ ยูส จึงเป็นอีกทางออก ที่ขนานไปกับการมองหาพื้นที่ว่าง รวมถึงการเข้าไปเทคโอเวอร์พื้นที่เดิมขนาด 4-20 ไร่ ย่านชุมชน สำหรับสร้างศูนย์การค้าเปิดใหม่ โดยในระยะแรกจะโฟกัสไปที่พื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ก่อนที่จะขยับไปสู่พื้นที่ในต่างจังหวัด แต่ยังให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นอันดับต้นๆ

"จากรายงานของต่างประเทศซึ่งเทียบสัดส่วนจากจำนวนประชากรในเขตกรุงเทพฯทั้งหมดแล้ว ควรจะมีซูปเปอร์มาร์เก็ตได้ถึง 1 พันแห่ง แต่ด้วยรายได้ต่อวันที่ต่ำกว่าจึงต้องมีการปรับลดสัดส่วนลง อย่างไรก็คงไม่ต่ำกว่า 250-300 แห่ง จากปัจจุบันมีเพียง 100 กว่า ดังนั้นซูปเปอร์มาร์เก็ตยังขยายได้อีกเท่าตัว"

นอกจากนี้ รายงานของสยามฟิวเจอร์ยังระบุอีกว่า พฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยส่วนใหญ่หันมาใช้บริการจากซูปเปอร์มาร์เก็ตทดแทนตลาดสดมากขึ้น และภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนจะเข้าซูปเปอร์ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้งต่อเดือน ครั้งละประมาณ 3-4 ชั่วโมง

และนี่เองที่เป็นมาของโครงการเนเบอร์ฮู้ด มอลล์ที่มีเทสโก้ โลตัส เป็นแม่เหล็กหลักบนถนนสายไหม เอกมัย-รามอินทรา หรือการเจรจาเพื่อขอซื้อที่ดินในย่านลาดพร้าว จำนวน 87 ไร่ สำหรับการทำศูนย์การค้าเปิด และอีกหลายแห่ง ซึ่ง สมนึก บอกว่าที่ดีลจบแล้ว พร้อมสำหรับการก่อสร้างมีไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง และอีกหลาย 10 แห่งที่อยู่ในมือ

"การเคลื่อนที่ของเราอิงกับความต้องการของผู้ประกอบการค้าปลีกเป็นหลัก เพราะเป็นเพียงนักพัฒนาพื้นที่มืออาชีพ แต่การที่จะเลือกหรือไม่เลือกพันธมิตรร่วมโครงการทั้งในส่วนของผู้ประกอบการหลัก และรีเทล จะมุ่งไปที่ความต้องการของชุมชนที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ เป็นหลัก หรือที่เราเรียกว่า ศูนย์การค้ารูปแบบไลฟ์สไตล์ เซ็นตอร์"

สมนึก อธิบายกลยุทธ์ในการทำธุรกิจของสยามฟิวเตอร์ต่อว่า ศูนย์การค้าทุกแห่งภายใต้การบริหารงานของสยามฟิวเจอร์จะประเมินจากไลฟ์สไตล์ของชุมชนแวดล้อมเป็นหลัก อาทิ

โครงการลา วิสต้า บนถนนพหลโยธิน นอกจากจะตกแต่งด้วยกระจก ที่เพิ่มความโปร่งด้านดีไซด์ ยังดึงร้านค้า ร้านอาหารแบรนด์อินเตอร์เข้ามาไว้ในศูนย์เพื่อจับไลฟ์สไตล์หนุ่มสาว และคนทำงานรุ่นใหม่ ด้วย Villa Super Market, Starbuck,Greyhound Caf? และ Iberry Ice Cream

ขณะที่ โครงการดิ อะเวนิว บนถนนแจ้งวัฒนะ และโครงการเอสพลานาด รัชดา จับไลฟ์สไตล์ของคนในย่านนั้น และคนทำงานรุ่นใหม่ ด้วยอินเตอร์เทนเม้น เซ็นเตอร์

"การที่เป็นอินเตอร์เทน เซ็นเตอร์ แม่เหล็กจึงไม่ใช่ซูปเปอร์ แต่กลายเป็นเมเจอร์ กรุ๊ป เป็นโรงภาพยนตร์ โบว์ริง ฯลฯ เพราะถนนแจ้งวัฒนะไม่มีศูนย์บันเทิงที่ใหญ่ระดับนี้เลย และที่สำคัญเราถูกขนาบข้างด้วย บิ๊กซี โลตัล การจะไปแข่งกับเขาจึงไม่ใช่เรื่องที่ซูปเปอร์ เพื่อดึงคนอีกกลุ่มให้เข้ามาใช้บริการของเรา เช่นเดียวกับรัชดา ที่อยู่ทามกลางการแข่งขันไฮเปอร์มารเก็ตติ้ง และดีพาสเม้นสโตน คือมีทั้งคาร์ฟู จัสโก้ โรบินสัน พื้นที่ใหญ่ 12-13 ไร่ ทำเป็นไลฟ์สไตล์ซูปเปอร์มาร์เก็ต ในรัศมี 3 กม. เป็นหมู่บ้านใหม่ มีรถไฟฟ้าใต้ดิน จึงเป็นคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ครอบครัว เราทำในลักษณะของเมเจอร์บวกกับสยามดิสคัฟเวอร์รี่"

โมเดลธุรกิจศูนย์การค้าเปิดลดขนาด บนเงื่อนไขของ "ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์" จะสามารถสร้างรายได้ทดแทนให้กับสยามฟิวเจอร์ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ไม่ ความชัดเจนน่าจะมีมากขึ้นเป็นลำดับ เริ่มต้นนับถอยหลังได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และวัดผลได้จากผลประกอบการปลายปี


คนเรือ VI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1647
Joined: Wed Dec 31, 2003 12:02 am

Posts by คนเรือ VI » Tue Mar 21, 2006 12:23 pm

Anchor ที่ Esplanade เป็น Major Cineplex, CAWOW, และ Market Place ครับ ที่นี่มี โรงละคร และ ลาน ice skating ด้วยครับ

เครือ Major ทั้งนั้น

ผมมองว่า การที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนจะทำให้ model ของ SF อยู่ได้ครับ อย่างที่ เย็นอากาศ ใกล้บ้านผม ก็มีการตอบรับอย่างดีเหมือนกัน

คนไม่ต้องไปไหนไกล แต่ได้ของที่ดี แบบเป็น commercial area ใกล้บ้าน มีแบงค์ มี ซุปเปอร์ มีร้านอาหาร มี ร้านจ่ายค่ามือถือ ต่างๆนานา

ถ้าzoning กัน Lotus BigC ได้ SF จะได้เปรียบครับ

อันนี้เป็นเรื่อง business modelครับ
ส่วนเรื่อง financial model ผม comment ไปแล้วครับ เรื่องการขยายและการหยุดขยาย การเพิ่มทุนเรื่อยๆ (เหมือน TICON) และ การน่าจะตั้ง property fund ซึ่งน่าจะไม่น่าประสบความสำเร็จเยอะเนื่องจากเป็น leasehold !!! ดังนั้น การ ทำ project finance กับ การเพิ่มทุน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หรือไม่ก็ต้อง balance ระหว่าง lease กับ rent ดีๆ


User avatar
Muffin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 874
Joined: Fri Feb 20, 2004 2:41 am

Posts by Muffin » Tue Mar 21, 2006 5:50 pm

The Esplanade

Expected Completion Nov 2006
อาคารพาณิชย์ 7 ชั้น บนพื้นที่ 12 ไร่ บนรัชดา หน้า pump up
ก่อสร้างโดย Ritta Construction

สัญญาเช่าเป็น long term lease 25 ปี
เรียกว่าเซ้งดีกว่า
มีเงินเซ้งแล้วก็ค่า maintenance อีกต่างหาก


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Tue Mar 21, 2006 6:15 pm

เค้าเริ่มรับรู้รายได้หรือยังครับ สำหรับค่าเซ้งที่ รัชดา?


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Tue Mar 21, 2006 6:28 pm

NVDR คนที่ถือหุ้นมากที่สุดคือ

1.   RAFFLES NOMINEES (PTE) LIMITED  29,129,200 94.85 6.90


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Wed Mar 22, 2006 7:54 am

ผ่าโมเดล "เอสพลานาด" ..... Arte-tainment Avenue

9 กุมภาพันธ์ 2549 08:26 น.
คาแรคเตอร์ที่ชัดเจนของศูนย์การค้าแนวไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ อย่าง "ดิ เอสพลานาด" ที่หมายมั่นจะเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ใหม่ของวงการค้าปลีก


     ผ่านความเป็น Arte-tainment Avenue แห่งแรกของเมืองไทย ซึ่งจะอวดโฉมหน้าเดือน พ.ย.นี้ สมคิด ตันทัดวาณิชย์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามฟิวเจอร์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า "ดิ เอสพลานาด" ถนนรัชดาฯ ให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงยุทธศาสตร์ธุรกิจแทรกตลาด 2 ยักษ์ใหญ่สยามพารากอน และเซ็นทรัล เวิลด์ พลาซา ที่กำลังไล่ต้อนลูกค้าจากทั่วสารทิศไม่ให้หลุดออกจาก "ฮับ ชอปปิงสตรีท" ใจกลางกรุงเทพฯ


วางแนวคิดในการพัฒนาดิ เอสพลานาดให้แตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร

การทำโครงการต้องพิจารณาให้รอบคอบจากจุดเด่นของทำเลสามารถทำอะไรได้บ้าง นอกเหนือจากเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ดิ เอสพลานาด ตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรม ย่านนี้ยังแวดล้อมด้วยโรงละคร อาทิ สยามนิรมิต ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ฉะนั้นบริษัทจึงตอกย้ำความเป็น "ทำเลแห่งวัฒนธรรม" ให้กับธุรกิจผ่านคอนเซปต์ Arte-tainment Avenue เป็นการต่อยอดของทำเลที่มีอยู่ให้โดดเด่นและเกิดเป็นเอกลักษณ์ สร้างทำเลให้มีความแข็งแกร่ง อย่างเช่นย่านสุขุมวิท ทุกคนจะรับรู้ว่าเป็นทำเลแห่งแฟชั่น ส่วนย่านรัชดาฯ คือ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ หากเราไปตั้งอยู่ที่อื่นก็ต้องทำการตลาดอีกแบบหนึ่ง พร้อมกันนี้ได้ศึกษาโมเดลจากหลายๆ ประเทศที่พยายามดำรงการใช้ชีวิตและงานศิลปะเข้าด้วยกันมาประยุกต์เข้า นำเสนอไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ ทางเลือกใหม่ของการใช้ชีวิตจำเจในศูนย์การค้าแบบเดิมๆ

รับมือกับกระแสความแรงของฮับชอปปิงสตรีทย่านใจกลางเมืองอย่างไร

การทำให้ลูกค้าเกิดความชื่นชอบและประสบการณ์ที่ดี ทำให้สยามฟิวเจอร์ฯ ต้องออกมานอกกรอบ เพราะผู้บริโภคทุกวันนี้ ไม่ต้องการให้ใครมากำหนดบทบาท วันนี้การตัดสินใจเลือกใช้บริการศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้าในดวงใจของลูกค้า มาจากความสะดวกสบายเป็นอันดับแรก ตามด้วยสินค้าและบริการที่แตกต่าง ประสบการณ์ที่ชื่นชอบ ที่เหลือขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเวลา รายการส่งเสริมการขาย อาทิ มิดไนท์เซล

โจทย์เหล่านี้ทำให้ ดิ เอสพลานาด เกิดขึ้นมาเพื่อเสนอทางเลือกใหม่แทนที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่เดียว โดยไม่มีห้างสรรพสินค้ามาเป็นตัวกำหนดแบบแผนธุรกิจ แต่ให้ร้านค้าช่วยกันกำหนดแผนงานขึ้นมา เรามองว่าการไม่มีห้างเป็นจุดได้เปรียบ ศูนย์การค้าหลายแห่งในขณะนี้ไม่มีห้าง อาทิ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ เกษร ก็สามารถสร้างความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ได้

องค์ประกอบและจุดขายของดิ เอสพลานาด ประกอบด้วยอะไรบ้าง

เราได้คอนเซปต์สมบูรณ์เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา หลังรอดูจังหวะ ท่าทีของสยามพารากอน และเซ็นทรัล เวิลด์ พลาซา การก่อสร้างคืบหน้าไป 60% แล้ว ขายพื้นที่กว่า 50% จะปิดการขายภายในไตรมาสที่ 3 พร้อมเปิดให้บริการได้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ยกเว้นโรงละครเปิดกุมภาพันธ์ 2550 ทั้งโครงการมีพื้นที่รวมกว่า 1 แสนตารางเมตร เป็นที่จอดรถ 40,000 ตารางเมตร รองรับรถ 800 คัน พื้นที่ค้าปลีก 60,000 ตารางเมตา แบ่งเป็นพื้นที่เช่า 45,000 ตารางเมตร อีก 20,000 เป็นแม่เหล็กต่างๆ อาทิ โรงภาพยนตร์ 12 โรง โบว์ลิ่ง 24 เลน ไอซ์สเกต 1,000 ตารางเมตร โรงละครเพลงบรอดเวย์ "ซีเนลิโอ" ความจุผู้ชม 1,400 คน ศูนย์รวมฟิตเนสในเครือแคลิฟอร์เนีย ฟิตเนส ขนาด 4,000 ตารางเมตร ซูเปอร์มาร์เก็ตของ "เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์" พื้นที่ 2,300 ตารางเมตร ร้านแนวไลฟ์สไตล์ 2 ราย ขนาด 1,500 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมีร้านค้าปลีก ร้านอาหารประเภทชิค คาเฟ่ ดิ เอสพลานาด รองรับลูกค้าทั้งกลางวันและกลางคืน เปิดบริการตั้งแต่ 10.00 น. ปิด 00.30 น. สอดคล้องกับรอบการแสดงของละครเพลง และเอ็นเตอร์เทนเมนท์ ซึ่งเปิดบริการหลังเที่ยงคืน รวมถึงร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยเช่นกัน

สะท้อนคอนเซปต์ความเป็น Arte-tainment Avenue

ความเป็น Arte-tainment Avenue อยู่ภายใต้ 7 องค์ประกอบหลักทางศิลปะและเอ็นเตอร์เทนเมนท์ อันได้แก่ งานดนตรี ประติมากรรม ภาพวาดศิลปะ งานวรรณกรรม การแสดง สถาปัตยกรรม และโรงภาพยนตร์ ผู้ประกอบการทั้งหมดที่เข้ามาจะต้องผลิตเนื้อหา หรือคอนเทนท์เกี่ยวกับ 7 เรื่องนี้ โดยที่ดิ เอสพลานาด กำหนดบทบาทหน้าที่บริหารศูนย์เป็น "คอนเทนท์ โพรไวเดอร์"

มีการตลาดหรือนวัตกรรมใหม่อะไรในดิ เอสพลานาดบ้าง

เราได้ดีไซน์หลอดแก้วเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร 2 แท่ง หรือ 2 จุด ทำเป็นวินโดว์ดิสเพลย์ภายในมีชักรอก สำหรับใส่สินค้าได้ทุกชนิดแม้กระทั่งรถจักรยานยนต์ แทนที่จากเดิมจะเอาวินโดว์ดิสเพลย์แปะอยู่หน้าอาคารก็มาอยู่ที่โถงกลาง หรือการตีตั๋วชมภาพยนตร์จะใช้ระบบดีไอวาย กดปุ่มมีจอภาพโชว์ให้เลือก จากนั้นใช้ เดบิต โปรแกรมผ่านมือถือได้ทันที ในส่วนของแม่เหล็กขนาดใหญ่แนว "อาร์ต เอ็กซ์ฮิบิชั่น" จะมีงานประติมากรรม ภาพวาดภาพเขียนระดับโลกเข้ามาจัดแสดง เป็นต้น ซึ่งดิ เอสพลานาด มีพื้นที่ 3 จุด รองรับงานศิลป์เหล่านี้ คือ อาร์ต-เวนิว พื้นที่ขนาด 800 ตารางเมตร ใช้นำเสนองานศิลปะของหอศิลป์ต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ อินโนเวชั่น ฮอลล์ พื้นที่ 500 ตารางเมตร ใช้สำหรับเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ ของแบรนด์เนม และมิวสิค พลาซ่า ขนาด 300 ตารางเมตร อยู่นอกอาคาร เสมือนลานอเนกประสงค์สำหรับศิลปินหน้าใหม่ ในโครงการยังรวมร้านหนังสือทั้งอมรินทร์ บุ๊คกาซีน ซีเอ็ด คิโนคุนิยะ รวมทั้งยังมีพื้นที่มูฟวี่ ทอล์คด้วย


คนเรือ VI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1647
Joined: Wed Dec 31, 2003 12:02 am

Posts by คนเรือ VI » Wed Mar 22, 2006 11:06 am

อยากได้ company visit มั้ยครับ

ผมเป็นธุระให้ได้ครับ


User avatar
ม้าเฉียว
Verified User
Posts: 350
Joined: Tue Nov 16, 2004 8:29 am

Posts by ม้าเฉียว » Wed Mar 22, 2006 11:25 am

ผมมีคำถามให้ลองคิดกันว่า

Power Center ของ SF จะช่วยตอบโจทย์เรื่องการการพื้นที่ขยายสาขาของ Modern Trade อย่าง BIGC LOTUS INDEX ฯลฯ หรือไม่ ตอนนี้ BIGC เป็น Anchor ในโครงการที่เอกมัย แจ้งวัฒนะ SF ทำ Lotus Express ที่วังหิน เป็นไปได้ไหมที่จะมีโครงการแบบนี้ที่อื่นๆอีก Modern trade เหล่านี้ ต้องการที่ใครสักคนมาพัฒนาและบริหารโครงการให้ เนื่องจากเค้าีต้องการมุ่งเน้นที่ธุรกิจหลัก คือ ขายของ แต่เพียงอย่างเดียว  ไม่ต้องการยุ่งยากในการบริหารศูนย์การค้าซึ่งไม่ใช่ธุรกิจหลักใช่หรือไม่ ปัจจุบัน Modern Trade เหล่านี้ ต้องพัฒนาและบริหารโครงการเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ที่จะพัฒนาและบริหารศูนย์การค้าในประเทศไทย ที่มีความสามารถและมีมาตรฐาน ยังมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ค้าปลีกในการขยายสาขาจำนวนมากใช่หรือไม่


User avatar
Muffin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 874
Joined: Fri Feb 20, 2004 2:41 am

Posts by Muffin » Thu Mar 23, 2006 3:06 pm

อยากได้ company visit ครับ


User avatar
ม้าเฉียว
Verified User
Posts: 350
Joined: Tue Nov 16, 2004 8:29 am

Posts by ม้าเฉียว » Thu Mar 23, 2006 5:31 pm

อย่าลืมตาม MIX USE ที่จะทำกับหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดนะครับ


007-s
Verified User
Posts: 2496
Joined: Sat Feb 04, 2006 11:38 am

Posts by 007-s » Thu Mar 23, 2006 8:57 pm

อืมม...ไอเดียเขาดีเหมือนกันแฮะ (เพิ่งได้กลับมาอ่านละเอียดๆ .. :lol: มัวไปมั่ว อยู่ห้องเลือกตั้ง เลยไม่ทันได้สนใจ ตอนคุณบิ๊คสะกิดทีแรก :lovl:  :mrgreen: :drink:  )

ปัญหาเรื่องถูกแพง เดี๋ยวค่อยว่ากัน
ดูที่ตัวเนื้อของมันก่อน

น่าสนใจเหมือนกัน จุดเด่นเขาคือ ความไม่ตายตัว ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นวิธีการ แหวก พี่บิ๊คทั้งหลาย ในอุตสาหะกรรมนี้ ขึ้นมาโลดแล่นได้...หรือไม่ได้ อันนี้ก็ต้อง ไปดูที่ ประวัติ ผลงานผู้บริหารล่ะ

ดิฉันว่า งานแบบนี้ ต้องให้น้ำหนักมากหน่อย ในการพิจารณา คณะ บริหาร
วิสัยทัสน์ ต้องกว้าง ต้องมีหัวคิดใหม่ๆ ตลอดเวลา
กลุ่มเมเจอร์ ถือหุ้น 25% ก็โอเช ดูดี ดูเข้ากันดี

ขอดูอีกหน่อยก่อน แพงป่ะเนี่ย  :lol:


ด๊กดิงด่าง
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 312
Joined: Sun Jul 10, 2005 11:06 pm

Posts by ด๊กดิงด่าง » Thu Mar 23, 2006 9:16 pm

ผมเคยมองว่าเป็นหุ้นที่มีอนาคตดีตัวหนึ่งตั้งแต่เข้าตลาดใหม่ๆ แต่ข้อแม้คือต้องมีปัญหาการจราจรเป็นตัวส่งทั้งการติดขัดและค่าโดยสาร ไม่งั้นห้างใหญ่ที่มีอะไรๆครบวงจรคงเอาไปกินเช่นที่เป็นอยู่  มีบางท่านทักว่าแพง(ตอนนั้น)ซึ่งก็จริงผมเลยยังไม่ได้ถือ แต่ข้อแม้ที่ว่าตอนนี้ก็ใกล้ๆแล้วตามความคิดของผม

การทำอะไรแบบเดิมๆเป็นเวลานานๆทำให้ชีวิตเสียหาย

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Thu Mar 23, 2006 9:28 pm

ถ้าผมไม่เคยไป J avenue และ เพชรเกษม  ผมคงจะไม่สนใจ SF หรอกครับ จะบอกว่า 2 สาขาที่ผมไป คนเยอะ มากมายครับ โดยเฉพาะ ที่ตรงเพชรเกษม แน่นทุกร้านค้า และ ร้านอาหาร จริงๆ ครับ


User avatar
Muffin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 874
Joined: Fri Feb 20, 2004 2:41 am

Posts by Muffin » Fri Mar 24, 2006 7:25 am

จริงๆประเด็นที่คุณม้าเฉียวว่ามามีประเด็นมากทีเดียว
เพราะเป็นประเด็นที่จะทำให้ SF โตต่อได้ในแหล่งชุมชน

การ partner กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์
จะลดปัญหาเรื่องการหาที่ในแหล่งชุมชน

หากการลงทุนในรูปบบ mixed use development สามารถสร้าง traffic ให้ center ของ SF ได้ ก็ถือเป็น win-win situation สำหรับทั้งคู่


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Fri Mar 24, 2006 7:51 am

ต่อไปจะเห็นในหมู่บ้านเป็นหลักนี่ครับ


User avatar
ม้าเฉียว
Verified User
Posts: 350
Joined: Tue Nov 16, 2004 8:29 am

Posts by ม้าเฉียว » Fri Mar 24, 2006 8:10 am

Mr. Big wrote:ผมว่าอาการเหมือนหุ้นกำลังโดนเก็บของไม้ใหญ่ๆ อยู่ เหมือนตอน ROBINS แถว 5.4-5.7 รอบก่อนที่จะ break วิ่งมา 10 นี่แหละครับ แต่ผมว่าน่าจะอยู่ในกรอบ 6.5-6.7 หรือเปล่าครับ เพราะ 6.5 แรงbid แรงรับกันเยอะมาก
ในฐานะที่ผมเฝ้ารอหุ้นตัวนี้มา 2 ปี อาการแบบนี้มันเป็นไปได้ 2 ทางครับ คุณ BIG สมัยแถวๆ 8 บาท ก็เป็นอย่างนี้ สมัยแถวๆ 7 บาท ก็เป็นอย่างนี้อีก ผมก็ชักไม่แน่ใจว่าประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอยไหม เข้าใจว่าคนที่ระบายของเป็นกองทุนไทยบางกองครับ (ไม่ขอเอ่ยนามแล้วกันครับ)
สำหรับผมหุ้นตัวนี้ผมถือว่าได้กำไรแบบย้อนกลับครับ การรอคอยของผมนานกว่า 2 ปี ทำให้ผมมีโอกาสซื้อถูกลงอีก 2 บาทเลยทีเดียว ถ้าโชคดีรออีกหน่อยอาจจะได้ถูกลงกว่านี้อีก 555

สำหรับ SF ต้องยก Credit ให้ คุณนพพรครับ หนุ่มซิ่งหัวใจสปอต พื้นฐานหลายๆอย่างขอแกและครอบครัว ทำให้ผมไม่ค่อยกังวลเรื่องการหาทำเลใหม่ๆครับ ดูอย่าง เอสปรานาดซิครับ โผล่ใต้ดินออกมาเจอเลยครับ ตอนนี้แกพยายามจะเก็บทำเลที่เป็นครีมครับ

ธุรกิจแบบ Non-Mall นี่ยังมีลูกเล่นอีกมากครับ ต้องตามดูกัน

(ปล. ใครอยากได้ presentation ของคุณนพพร เรื่อง Non-Mall Format in asia: Is it work เมื่อปี 2004 ที่เซีียงไฮ้  ในที่ประชุม ICSC Asia Pacific Conference ก็ PM มาแล้วกันครับ * ICSC=International Council of Shopping Center ใครสนใจธุรกิจค้าปลีกน่าจะรู้จักดี)


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Fri Mar 24, 2006 2:14 pm

คุณม้าเฉียวมองว่าปีหน้าน่าจะดีกว่าปีนี้ สำหรับ SF สิครับ ปีนี้ น่าจะยังเปิดได้ 3 โครงการหลักๆ มากกว่า


artvr4
Verified User
Posts: 768
Joined: Mon Mar 27, 2006 12:06 pm

Posts by artvr4 » Mon Mar 27, 2006 12:12 pm

สวัสดีครับ ขอแสดงความเห็นด้วยครับ เผอิญไปเห็นคุณ007s โพสไว้ในพันทิพ เลยหลังไมค์ไปคุยเล่นด้วย

 ผมเพิ่งมองหุ้นตัวนี้ ตอนไปซื้อของแถวแจ้งวัฒนะ และไปเดินj avenue คิดอยู่ในใจว่า ใครเป็นเจ้าของห้างพวกนี้นะ  ไอเดียเค้าเยี่ยมมาก ห้างไม่ต้องใหญ่โต แต่ว่าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ที่ต้องการได้เลย  

เผอิญความชอบส่วนตัวตอนไปอยู่เมืองนอก ผมจะชอบห้างสไตล์นี้ ไม่ใหญ่โต แต่ อบอ่น พอเมืองไทยมีเลย ไปหาดู เลยได้มาว่าชื่อ SF แต่ผมติดว่าราคามันสุงไปนิด กับการเมืองไม่นิ่ง มีผลกับเรื่องกำลังซือ และการขยายกิจการพอสมควร   แต่โดยรูปแบบและกิจการที่ทำอยู่ ผมชอบเป็นส่วนตัว เลยอยากอยากซื้อหุ้นเก็บไว้ แต่คงต้องต่อราคาหน่อย ครับ   เคย หมูหายไปตอน ticon ที นึง ตัวนี้อาจจะรีบตัดสินใจ ท่าการเมืองชัดเจน


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Wed Mar 29, 2006 2:45 pm

ลองตรวจสอบข้อมูล สาขา พหลโยธิน (SF) ที่กำลังเปิดในปีนี้ ตอนนี้มีคนเช่ามากกว่า 80% แล้วครับ ชั้น 1-2 เต็มแล้วด้วยซ้ำไปครับ สาขานี้มีผู้เช่าหลักคือ Villa Supermarket พื้นที่กว่า 1400 ตารางเมตรครับ ผู้เช่ารองๆ มี Fuji , Star Bucks, Apple, ก๋วยเตี๋ยวเรือยอร์ช, ร้านอาหาร เลอร์ โนส, etc.

รวมๆ สาขานี้ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ


Post Reply