ERW

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
nasesus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1273
Joined: Tue Apr 24, 2007 3:23 pm

Re: ERW

Posts by nasesus » Fri Jul 29, 2011 8:40 am

29/07/2011
สรุปข่าวธุรกิจการตลาด หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ดิเอราวัณยกเครื่องนาคาภูเก็ต เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไฮเอนด์
ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ทุ่ม 70 ล้าน รีแบรนด์รีสอร์ทเกาะนาคา ภูเก็ต พร้อมดึงสตาร์วู้ดฯ เข้าบริหาร
งาน ปรับจุดขายใหม่ เน้นกลุ่มไฮเอนด์แทนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชื่อขยายฐานลูกค้ากว้างขึ้น มั่นใจ 3 ปี
คืนทุน

ทางที่ไม่มีไฟ ใช่ว่าไม่มีทาง เพียงแค่การก้าวไปข้างหน้าต้องใช้มากกว่าการหวังพึ่งแค่ดวงตา

chang101
Verified User
Posts: 88
Joined: Mon Jul 19, 2010 5:10 pm

Re: ERW

Posts by chang101 » Wed Aug 10, 2011 12:48 pm

งบออกแล้ว กำไร 589 ลบ แต่ขายอาคาร 667 ลบ


lunch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 200
Joined: Fri Jan 19, 2007 1:53 pm

Re: ERW

Posts by lunch » Wed Aug 10, 2011 9:15 pm

บทวิเคราะห์ asp แม่นใช้ได้เลยฮะ

Watering the flowers, cutting the weeds.

Inertia
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 356
Joined: Sun Aug 19, 2007 10:01 pm

Re: ERW

Posts by Inertia » Thu Aug 18, 2011 3:45 pm

อสังหาริมทรัพย์
วันที่ 18 สิงหาคม 2554 15:12
'ดิเอราวัณ'เท700ล.ปรับโฉม เล็ง4ปีรร.หรูพ้นวิกฤติตลาด

ดิเอราวัณ เดินหน้าแผนขยายธุรกิจโรงแรม พร้อมแสดงความมั่นใจว่าธุรกิจโรงแรมหรูจะฟื้นตัวหลังจากนี้


หลังจาก “ดิเอราวัณ กรุ๊ป” สร้างสีสันใหม่ด้วยการบุกเบิกตลาดราคาประหยัด โดยผนึกกับ"แอคคอร์" เปิดแบรนด์ "ไอบิส 7" ไปแล้วแห่งในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ทิ้งโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของบริษัทมาตั้งแต่ต้น ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่ทำรายได้ในแผน 5 ปีต่อจากนี้
กมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ คนใหม่ของดิเอาราวัณ ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นปี 2554 โดยเผยว่า โรงแรม 5 ดาวยังคงทำรายได้ให้กลุ่มดิเอราวัณสูงสุดในสัดส่วน 65% ซึ่งปัจจุบันดิเอราวัณมีโรงแรม 5 ดาว 4 แห่ง ในกรุงเทพฯ 2 แห่ง คือ แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ และเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ต่างจังหวัด 2 แห่ง คือ เรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา และ ซิกเซนส์ แซงชัวรี ภูเก็ต ซึ่งกำลังจะรีแบรนด์เข้าไปอยู่ในเครือสตาร์วู้ดในชื่อใหม่ "เดอะ นาคา ไอส์แลนด์ อะ ลักชัวรี คอลเลคชั่น" ในเดือนพ.ย.นี้
“เชื่อว่าในปี 2556 จะกลับมาทำราคาห้องพักได้เท่ากับปี 2551 เป็นช่วงดีที่สุดก่อนปัญหาการเมืองในไทย โดยราคาห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 6,000 บาท รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) อยู่ที่ 4,000 บาท และในปี 2558 ความกดดันห้องพักโรงแรมระดับ 5 ดาวในตลาดจะหมดไป เพราะ 2 ปัจจัย คือ หนึ่ง ในช่วง 2 ปีนี้แบรนด์ 5 ดาวชั้นนำในระดับโลก ประกาศตัวเตรียมเปิดกันหมดแล้ว ถ้าจะมีแบรนด์ใหม่ๆ ใดเข้ามาหลังจากนี้ก็จะเป็นระดับรองลงมา และสอง ที่ดินในทำเลดีที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งเหมาะจะสร้างโรงแรม 5 ดาวถูกจับจองหมดโดยกลุ่มนายทุนที่ทยอยมาเปิดในช่วง 1-2 ปีต่อไปนี้”
หลังจากนั้นสถานการณ์โรงแรม 5 ดาวในไทย จึงจะเริ่มเหมือนกับสิงคโปร์ และ ฮ่องกง คือ ขยับทำราคาเพิ่มสูงขึ้นได้ "ดิ เอราวัณ"จึงเตรียมแผนปี 2555-2557 รองรับ ด้วยการรีโนเวทห้องพักแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ตามวาระการครบอายุ 20 ปีในปี 2555 ใช้งบประมาณ 700 ล้านบาท มั่นใจว่าโรงแรม ยังจะครองอันดับหนึ่งในการทำรายได้ต่อห้องพักสูงสุด ในเขตใจกลางย่านธุรกิจ (CBD : Central Business District) ขณะที่ เจดับบลิว แมริออท ซึ่งมีแผนรีโนเวทห้องอาหารบางส่วน ครองอันดับ 3 ด้านรายได้ต่อห้องพักได้เช่นกัน
ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ โรงแรม 5 ดาวในกรุงเทพฯ มีรายได้จากการดำเนินงานเติบโตสูงสุด 37% ที่ 1,107 ล้านบาท มีกำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มถึง 72% มาอยู่ที่ 340 ล้านบาท เป็นเพราะฟื้นจากอัตราเข้าพักที่ดิ่งเหลือ 33% ในช่วงชุมนุมทางการเมืองไตรมาส 2 ปีก่อน กลับมาเป็น 67% ในปีนี้ เมื่อมองเฉพาะรายได้จากห้องพักโรงแรมทั้งสองแห่ง 6 เดือนแรกยังเพิ่มอีก 34% เป็น 493 ล้านบาท อีกทั้งได้การสนับสนุนจากรายได้อาหารและเครื่องดื่มที่สูงถึง 522 ล้านบาท เติบโต 36%
เป้าหมายใน 5 ปี (2554-2558) จะเป็นผู้นำในกลุ่มโรงแรม (Thailand Leading hotel investor) ในด้านให้ผลตอบแทนสูงสุดสำหรับการลงทุนในประเทศ ตั้งเป้าเมื่อครบ 5 ปี จะมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีเงินได้และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 2,500 ล้านบาท หรือเพิ่มปีละ 25% เป็น100% จากพอร์ตโรงแรมทั้งหมดที่คาดว่าจะมี 21 แห่งห้องพัก 5,000 ห้อง โดยเตรียมงบลงทุนไว้ราว 7,000-10,000 ล้านบาท
เมื่อครบ 5 ปี รายได้จากโรงแรม 5 ดาว ยังจะเป็นหลักในการทำรายได้ในสัดส่วนถึง 55% เนื่องจากแม้จะขยายโรงแรมระดับกลางและโรงแรมราคาประหยัดเพิ่มขึ้น แต่ก็จะมีนโยบายขายออกทรัพย์สินในกลุ่มโรงแรมนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง แต่บริษัทไม่มีนโยบายจะขายทั้ง แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ และเจดับบลิว แมริออท แน่นอนเพราะยังเป็นหลักของการทำรายได้ ขณะเดียวกันเมื่อเริ่มเข้าสู่ปีที่ 2-3 ของแผนปัจจุบันแล้ว ก็จะเริ่มศึกษาอีกครั้งว่าจะสามารถกลับมาลงทุนโรงแรม 5 ดาวได้หลังจากจบแผนนี้หรือไม่
เมื่อกางแผนการขยายธุรกิจในรอบ 5 ปี เป้าหมายหลักดิเอราวัณ ยังอยู่ที่ระดับกลางและราคาประหยัด เพราะข้อดีด้านการหาทำเลที่ใช้พื้นที่ราว 1.5-2 ไร่ ทำให้สามารถแทรกตัวในทำเลที่ดีได้ ต่างจากระดับ 5 ดาวที่ไม่เหลือพื้นที่ในกรุงเทพฯให้ขยายแล้ว โดยยังขยายแบรนด์ที่เป็นเรือธงอย่าง "ไอบิส" ที่มีอยู่แล้ว 7 แห่ง และผนึกกับ "แอคคอร์" เจ้าของแบรนด์ เพราะเชื่อมั่นการบริหารด้วยเครือข่ายทีมีฐานลูกค้าทั่วโลก
ในปี 2555 ทางกลุ่มจะเปิดโรงแรมเพิ่ม 3 แห่ง รวมห้องพักกว่า 580 ห้อง ได้แก่ ไอบิส หัวหิน และเมอร์เคียว สยาม กับ ไอบิส สยาม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีโรงแรมสองแบรนด์อยู่ในตึกเดียวกัน เมื่อรวมกับพอร์ตโรงแรมเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน 13 แห่ง ดิ เอราวัณ จะมีโรงแรมรวม 16 แห่ง คาดการณ์อัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งกลุ่มอยู่ที่ 75% ราคาห้องพักเฉลี่ยเติบโต 8% และรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยโต 15%
“ทำเลที่เล็งจะขยายการลงทุนเข้าไปอีก คือ กรุงเทพฯอย่างน้อย 2 แห่ง ภูเก็ต 1 แห่ง และพัทยาอีก 1-2 แห่ง เนื่องจากยังมีที่ดินเปล่ารอการพัฒนา 7-8 ไร่ ติดกับฮอลิเดย์ อินน์ และ ไอบิส พัทยา โดยมองว่าพื้นที่เหล่านี้ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวตลาดที่มาแรงอย่าง ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน และรัสเซีย ได้ดี”
ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปีนี้ มีรายได้เติบโตขึ้น 71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาปิดที่ 850 ล้านบาท ในส่วนโรงแรมทำรายได้ 814 ล้านบาท เติบโต 101% อัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งกลุ่มอยู่ที่ 67% เพิ่มจากที่เคยทำได้ 40% ในปีก่อน ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก ปรับเพิ่ม 96%
เมื่อรวมผลประกอบการทั้งหมดในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ มีรายได้ 1,975 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% โดยรายได้ธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 39% จากอัตราเข้าพักเฉลี่ย 72% ปรับตัวเพิ่มจาก 56% ที่เคยทำไว้ 6 เดือนแรกของปี 2553 โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักทั้งกลุ่มเพิ่มขึ้น 34% โดยกลุ่มโรงแรมระดับกลางมีการปรับตัวสูงสุด
แต่หากรวมการบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์ อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ เมื่อเดือนเม.ย. ทำให้รายได้รวมทั้งหมดเพิ่มถึง 74% เป็น 2,687 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 660 ล้านบาท พลิกจากการขาดทุน 134 ล้านบาทในปี 2553 เป็นสัญลักษณ์ที่ดีในการฟื้นตัวเต็มที่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปีนี้

http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... ิตลาด.html


User avatar
nasesus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1273
Joined: Tue Apr 24, 2007 3:23 pm

Re: ERW

Posts by nasesus » Fri Aug 19, 2011 8:56 am

19/08/2011
สรุปข่าวหุ้น-ตลาดทุน หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ดิเอราวัณฯ จ้องขายโรงแรม 1 แห่ง
ดิ เอราวัณฯ รายได้ไตรมาส 3 ดีกว่า 2 เล็งขายโรงแรม 1 แห่ง ยันรายได้ทั้งปี 4,000 ล้าน
นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) เปิดเผยว่า
ไตรมาส 3 ปีนี้รายได้จะดีกว่าไตรมาส 2 และผลประกอบการจะขาดทุนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เพราะสถานการณ์ทางการเมืองในปีนี้นิ่งกว่า มีความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ประกอบกับเศรษฐกิจ
ในประเทศยังเติบโตต่อเนื่อง

ทางที่ไม่มีไฟ ใช่ว่าไม่มีทาง เพียงแค่การก้าวไปข้างหน้าต้องใช้มากกว่าการหวังพึ่งแค่ดวงตา

User avatar
คนอุดร
Verified User
Posts: 3369
Joined: Mon Aug 24, 2009 5:26 am

Re: ERW

Posts by คนอุดร » Fri Aug 19, 2011 10:00 am

ERW ระบุแม้ Q3/54 ปิดโรงแรมรีแบรนด์-เข้าช่วงโลว์ซีซั่น แต่คาดผลงานขาดทุนลดลง
จากปีก่อน หลังอัตราการเข้าพักเพิ่ม พร้อมย้ำทั้งปีพลิกเป็นกำไร


นางสาวกมลวรรณ วิปุลากร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิเอราวัณ กรุ๊ป จำกัด
(มหาชน) หรือ ERW กล่าวว่า ยอมรับว่าผลประกอบการในไตรมาส 3/2554 จะยังคงขาดทุน แต่
ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แม้บริษัทฯ จะได้รับผลกระทบกรณีที่ปิดโรงแรม เพื่อรีแบ
รนด์โรงแรมนาคา ภูเก็ต ในช่วงไตรมาสดังกล่าว ซึ่งใช้งบลงทุนราว 70 ล้านบาท และจะกลับมา
เปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนพ.ย.นี้
ประกอบกับในช่วงไตรมาส 3 ปกติอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม
แต่แนวโน้มรายได้ในช่วงไตรมาส 3/2554 จะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับทั้งช่วงเดียวกันปีก่อนและ
ไตรมาสก่อน เพราะอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 68% จากไตรมาสก่อนที่
67%
ส่วนผลประกอบการในปีนี้บริษัทฯ ยังคงมีความมั่นใจว่าจะพลิกกลับมามีกำไรและการ
เติบโตของรายได้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ที่ 20% หรือมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 4 พันล้านบาท
โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจโรงแรม 3.8 พันล้านบาท เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการ
เมืองภายในประเทศที่สถานการณ์มีความสงบเมื่อเทียบกับปีก่อน และเศรษฐกิจมีการขยายตัวดี
ส่งผลให้บริษัทฯจะพิจารณากลับมาจ่ายเงินปันผลจากงวดผลการดำเนินงานปีนี้ ตามนโยบายที่
กำหนดไว้ที่ 35% ของกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นการกลับมาจ่ายเงินปันผลในรอบ 3 ปี


รายงาน โดย ประลองยุทธ ผงงอย
เรียบเรียง โดย อาภรณ์ สุภาพ
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 19/08/11 เวลา 9:44:52

"มันไม่ใช่หุ้นหรอกที่จะทำให้เรารวย แต่สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับหุ้นต่างหากที่จะทำให้เราร่ำรวยได้"

User avatar
nasesus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1273
Joined: Tue Apr 24, 2007 3:23 pm

Re: ERW

Posts by nasesus » Sat Aug 20, 2011 7:32 pm

ไทยรัฐ
20 สิงหาคม 2554
ฝัน 5 ปีขยับโตบิ๊กบึ้ม! 'ดิ เอราวัณ' กรุ๊ปแย่งแชร์ตลาดล่าง
ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ตั้งเป้าปี 58 มีโรงแรมในกลุ่ม 21 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 13 แห่ง ขึ้นสู่ผู้นำกลุ่มโรงแรมที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดสำหรับการลงทุนในประเทศ ฟันกำไรก่อนหักค่าเสื่อม 2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปัจจุบัน ชี้โรงแรมชั้นประหยัดมีโอกาสโตรองรับนักท่องเที่ยวจีน, อินเดีย, รัสเซีย ที่ขยายตัว...


นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในปี 2555 จะเป็นปีที่กลุ่มดิ เอราวัณ กรุ๊ป ครบรอบ 30 ปี จะมีการเปิดโรงแรมใหม่ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อีก 3 แห่ง ได้แก่ โรงแรมไอบิส หัวหิน และ 2 โรงแรมที่จะอยู่ในตึกเดียวกันคือ โรงแรมเมอร์เคียว สยามและโรงแรมไอบิส สยาม กรุงเทพฯ ซึ่งจะทำให้ภายปี 2555 ทางกลุ่มจะมีโรงแรมทั้งหมด 16 แห่ง จากในปีนี้มีอยู่ 13 แห่ง

ขณะที่ภายใต้แผนลงทุนระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2554-2558 ได้งบลงทุนไว้ 7,000-10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นผู้นำในกลุ่มโรงแรมที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดสำหรับการลงทุนในประเทศ โดยตั้งเป้าเมื่อครบ 5 ปีจะมีโรงแรมในกลุ่ม 21 แห่งและจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อม (EBITDA) 2,500 ล้านบาท จากปัจจุบันที่ 1,215 ล้านบาท

ขยายฐานสู่เมืองท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ทิศทางการบริหารธุรกิจของกลุ่มดิ เอราวัณ ภายหลังจากปี 2541-2542 ที่ดำเนินการปรับโครงสร้างและปรับเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ ได้พุ่งเป้าที่จะลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในธุรกิจโรงแรม เพื่อรองรับธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ซึ่งได้มีการขยายไปจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ได้แก่ ภูเก็ต สมุย พัทยา จวบจนถึงปี 2553 ถือว่าสิ้นสุดแผนงานขยายธุรกิจครั้งที่ 1 ได้มีโรงแรมเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 2 แห่ง ระดับ 5 ดาว 2 แห่ง คือ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท เพิ่มเป็น 13 แห่ง

โดยแห่งที่เพิ่มขึ้นมามีในกรุงเทพฯ มีระดับ 4 ดาว 1 แห่ง คือ โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท กรุงเทพฯ และระดับ 3 ดาว 3 แห่ง ในเครือไอบิส ได้แก่ โรงแรมไอบิส สาทร โรงแรมไอบิส นานา โรงแรมไอบิส เรสซิเดนท์ ขณะที่ จ.ภูเก็ต มี 3 แห่ง คือ โรงแรมไอบิส ป่าตอง โรงแรมไอบิส กะตะ และซิกเซนส์ แซงชัวรีภูเก็ต ที่กำลังจะรีแบรนด์ไปอยู่ในเครือสตาร์วู้ด ภายใต้ชื่อใหม่ เดอะนาคา ไอส์แลนด์ อะ ลักชัวรี่ภูเก็ต ในเดือน พ.ย.ปีนี้ และอีก 2 แห่งที่เกาะสมุย ได้แก่ โรงแรมเรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา โรงแรมไอบิส สมุย บ่อผุด ส่วนที่พัทยามี 2 แห่ง คือโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา และโรงแรมไอบิส พัทยา

นางกมลวรรณ กล่าวว่า ผลการดำเนินธุรกิจโรงแรมครึ่งปีแรกของปี 2554 ออกมาดีทุกกลุ่ม โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ และโรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท กรุงเทพฯ โดยรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมรวมทุกแห่งช่วงไตรมาส2 ของปีนี้สูงขึ้นถึง 101% ขณะที่ครึ่งปีแรกของปี 2554 อัตราเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมทั้งกลุ่มอยู่ที่ระดับ 72% อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยของทั้งกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 5% ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของทั้งกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยโรงแรมระดับกลางเติบโตสูงสุด มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมทุกแห่ง 1,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39%

ชูราคาประหยัดรับจีน–อินเดีย–รัสเซีย

“สถานการณ์ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมฟื้นตัวเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้วจึงทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าถึงสิ้นปียอดขายห้องพักของโรงแรมรวมทั้ง 13 แห่งจะเติบโตจากปี 2553 ราว 30% จากอัตราเข้าพักที่เติบโต 13% เทียบกับปีก่อน โดยในส่วนของโรงแรมระดับ 5 ดาว ของบริษัท จะขยับขึ้นราคาได้ตั้งแต่ 3% ขึ้นไป ขณะที่แบรนด์โรงแรม 3 และ 4 ดาว คือไอบิส และเมอร์เคียว จะปรับขึ้นราคาได้อย่างน้อย 5% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี จะทำให้ถ้าเปรียบเทียบรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืนของโรงแรมทั้งหมดในกลุ่มในปี 2553 อยู่ที่ 1,437 บาท ส่วนปีนี้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,769 บาท”
นางกมลวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเติบโตของโรงแรมชั้นประหยัดในปัจจุบันมีโอกาสสูงมากตามการขยายตัวของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่มาจากจีน อินเดีย และรัสเซีย ที่มีอัตราสูงมาก โดยกลุ่มโรงแรมชั้นประหยัดทั้งหมด

ของกลุ่มดำเนินการภายใต้แบรนด์ไอบิส ซึ่งปัจจุบันมี 7 แห่ง ขณะที่การเลือกสถานที่หรือทำเลก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ เห็นได้จากระยะการคืนทุนของการก่อสร้างโรงแรมใหม่ตามปกติใช้เวลาคืนทุน 3 ปี ถึงจะเริ่มทำกำไร แต่โรงแรมไอบิส ป่าตอง สามารถทำกำไรตั้งแต่ปีที่ 1-2 และในแผนการลงทุนระยะ 5 ปีจากนี้ได้วางแผนสร้างโรงแรมใหม่ที่ภูเก็ต 1 แห่ง กรุงเทพฯ 2 แห่ง เป็นโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก และที่พัทยาอีก 2 แห่ง รวมทั้งปรับปรุงโรงแรมเดิม และหาซื้อโรงแรมที่ดำเนินการอยู่มาปรับโฉมใหม่ด้วย

ทางที่ไม่มีไฟ ใช่ว่าไม่มีทาง เพียงแค่การก้าวไปข้างหน้าต้องใช้มากกว่าการหวังพึ่งแค่ดวงตา

nakhao
Verified User
Posts: 37
Joined: Tue Jul 13, 2010 3:16 pm

Re: ERW

Posts by nakhao » Sat Sep 03, 2011 2:54 pm

nasesus wrote:ไทยรัฐ
20 สิงหาคม 2554
ฝัน 5 ปีขยับโตบิ๊กบึ้ม! 'ดิ เอราวัณ' กรุ๊ปแย่งแชร์ตลาดล่าง
ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ตั้งเป้าปี 58 มีโรงแรมในกลุ่ม 21 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 13 แห่ง ขึ้นสู่ผู้นำกลุ่มโรงแรมที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดสำหรับการลงทุนในประเทศ ฟันกำไรก่อนหักค่าเสื่อม 2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปัจจุบัน ชี้โรงแรมชั้นประหยัดมีโอกาสโตรองรับนักท่องเที่ยวจีน, อินเดีย, รัสเซีย ที่ขยายตัว...


นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในปี 2555 จะเป็นปีที่กลุ่มดิ เอราวัณ กรุ๊ป ครบรอบ 30 ปี จะมีการเปิดโรงแรมใหม่ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง อีก 3 แห่ง ได้แก่ โรงแรมไอบิส หัวหิน และ 2 โรงแรมที่จะอยู่ในตึกเดียวกันคือ โรงแรมเมอร์เคียว สยามและโรงแรมไอบิส สยาม กรุงเทพฯ ซึ่งจะทำให้ภายปี 2555 ทางกลุ่มจะมีโรงแรมทั้งหมด 16 แห่ง จากในปีนี้มีอยู่ 13 แห่ง

ขณะที่ภายใต้แผนลงทุนระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2554-2558 ได้งบลงทุนไว้ 7,000-10,000 ล้านบาท เพื่อเป็นผู้นำในกลุ่มโรงแรมที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดสำหรับการลงทุนในประเทศ โดยตั้งเป้าเมื่อครบ 5 ปีจะมีโรงแรมในกลุ่ม 21 แห่งและจะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีเงินได้และค่าเสื่อม (EBITDA) 2,500 ล้านบาท จากปัจจุบันที่ 1,215 ล้านบาท

ขยายฐานสู่เมืองท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ทิศทางการบริหารธุรกิจของกลุ่มดิ เอราวัณ ภายหลังจากปี 2541-2542 ที่ดำเนินการปรับโครงสร้างและปรับเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ ได้พุ่งเป้าที่จะลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในธุรกิจโรงแรม เพื่อรองรับธุรกิจท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ซึ่งได้มีการขยายไปจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว ได้แก่ ภูเก็ต สมุย พัทยา จวบจนถึงปี 2553 ถือว่าสิ้นสุดแผนงานขยายธุรกิจครั้งที่ 1 ได้มีโรงแรมเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 2 แห่ง ระดับ 5 ดาว 2 แห่ง คือ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท เพิ่มเป็น 13 แห่ง

โดยแห่งที่เพิ่มขึ้นมามีในกรุงเทพฯ มีระดับ 4 ดาว 1 แห่ง คือ โรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท กรุงเทพฯ และระดับ 3 ดาว 3 แห่ง ในเครือไอบิส ได้แก่ โรงแรมไอบิส สาทร โรงแรมไอบิส นานา โรงแรมไอบิส เรสซิเดนท์ ขณะที่ จ.ภูเก็ต มี 3 แห่ง คือ โรงแรมไอบิส ป่าตอง โรงแรมไอบิส กะตะ และซิกเซนส์ แซงชัวรีภูเก็ต ที่กำลังจะรีแบรนด์ไปอยู่ในเครือสตาร์วู้ด ภายใต้ชื่อใหม่ เดอะนาคา ไอส์แลนด์ อะ ลักชัวรี่ภูเก็ต ในเดือน พ.ย.ปีนี้ และอีก 2 แห่งที่เกาะสมุย ได้แก่ โรงแรมเรเนซองส์ เกาะสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา โรงแรมไอบิส สมุย บ่อผุด ส่วนที่พัทยามี 2 แห่ง คือโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา และโรงแรมไอบิส พัทยา

นางกมลวรรณ กล่าวว่า ผลการดำเนินธุรกิจโรงแรมครึ่งปีแรกของปี 2554 ออกมาดีทุกกลุ่ม โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ และโรงแรมคอร์ทยาร์ด บาย แมริออท กรุงเทพฯ โดยรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมรวมทุกแห่งช่วงไตรมาส2 ของปีนี้สูงขึ้นถึง 101% ขณะที่ครึ่งปีแรกของปี 2554 อัตราเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมทั้งกลุ่มอยู่ที่ระดับ 72% อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยของทั้งกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 5% ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของทั้งกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยโรงแรมระดับกลางเติบโตสูงสุด มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมทุกแห่ง 1,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39%

ชูราคาประหยัดรับจีน–อินเดีย–รัสเซีย

“สถานการณ์ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมฟื้นตัวเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้วจึงทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าถึงสิ้นปียอดขายห้องพักของโรงแรมรวมทั้ง 13 แห่งจะเติบโตจากปี 2553 ราว 30% จากอัตราเข้าพักที่เติบโต 13% เทียบกับปีก่อน โดยในส่วนของโรงแรมระดับ 5 ดาว ของบริษัท จะขยับขึ้นราคาได้ตั้งแต่ 3% ขึ้นไป ขณะที่แบรนด์โรงแรม 3 และ 4 ดาว คือไอบิส และเมอร์เคียว จะปรับขึ้นราคาได้อย่างน้อย 5% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี จะทำให้ถ้าเปรียบเทียบรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืนของโรงแรมทั้งหมดในกลุ่มในปี 2553 อยู่ที่ 1,437 บาท ส่วนปีนี้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,769 บาท”
นางกมลวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเติบโตของโรงแรมชั้นประหยัดในปัจจุบันมีโอกาสสูงมากตามการขยายตัวของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่มาจากจีน อินเดีย และรัสเซีย ที่มีอัตราสูงมาก โดยกลุ่มโรงแรมชั้นประหยัดทั้งหมด

ของกลุ่มดำเนินการภายใต้แบรนด์ไอบิส ซึ่งปัจจุบันมี 7 แห่ง ขณะที่การเลือกสถานที่หรือทำเลก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ เห็นได้จากระยะการคืนทุนของการก่อสร้างโรงแรมใหม่ตามปกติใช้เวลาคืนทุน 3 ปี ถึงจะเริ่มทำกำไร แต่โรงแรมไอบิส ป่าตอง สามารถทำกำไรตั้งแต่ปีที่ 1-2 และในแผนการลงทุนระยะ 5 ปีจากนี้ได้วางแผนสร้างโรงแรมใหม่ที่ภูเก็ต 1 แห่ง กรุงเทพฯ 2 แห่ง เป็นโรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก และที่พัทยาอีก 2 แห่ง รวมทั้งปรับปรุงโรงแรมเดิม และหาซื้อโรงแรมที่ดำเนินการอยู่มาปรับโฉมใหม่ด้วย


maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Wed Sep 07, 2011 11:00 pm

http://www.kaohoon.com/daily/13919/กลุ่ ... 8DCFDB5485

กลุ่มโรงแรม CENTEL-MINT-ERW มีเฮรับอานิสงส์รัฐหนุนการท่องเที่ยวรวมถึงการลดภาษีนิติบุคคล โบรกฯมองปีนี้กำไรพุ่ง ไตรมาส 4 ไฮซีซั่น พร้อมเชียร์ซื้อ CENTEL เป้าหมาย 14 บาท, MINT เป้าหมาย 16.50 บาท และ ERW เป้าหมาย 3.40 บาท

จากกรณีที่นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีแผนงานที่เน้นการสร้างรายได้เข้าประเทศไทย โดยวางเป้ารายได้ในปี 2558 ไว้ที่ 1.4-2 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 30 ล้านคน ส่วนเป้าหมายปีนี้ (ปี 54) มีเป้ารายได้ 7 แสนล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยว 19.5 ล้านคน รวมถึงการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และการเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย จะทำให้ธุรกิจโรงแรมได้รับอานิสงส์จากแผนงานดังกล่าว

โดยบริษัทที่ประกอบธุรกิจโรงแรม เช่น บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT และบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW น่าจะมีผลประกอบการที่ฟื้นตัวตามการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งจัดเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจโรงแรม นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมยังน่าจะได้ประโยชน์จากการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปีหน้า (ปี 2555) และเหลือ 20% ในปี 2556

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทจดทะเบียนได้รับผลกระทบของการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมกับได้รับการชดเชยผ่านการลดภาษีนิติบุคคล เบื้องต้นคาดว่าบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่น่าจะได้รับประโยชน์ เนื่องจากมีอัตราการจ่ายภาษีนิติบุคคลในอัตราระหว่าง 25-30% อย่างหมวดท่องเที่ยวและโรงแรม (โดยเฉพาะ ERW และ CENTEL) เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนค่าแรงงานระดับล่างคิดเป็นเพียง 1-2% ของต้นทุนการให้บริการ ขณะที่ยังคงมีอัตราภาษีจ่ายสุทธิที่ 30% ยกเว้น MINT จะไม่ได้ประโยชน์เพราะมีอัตราภาษีจ่ายที่ระดับ 20%

บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) ระบุว่า MINT น่าจะมีกำไรในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2554 เติบโตโดดเด่น จึงได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรในปี 54 ของบริษัทอีก 12% จากประมาณการเดิม เป็น 2,260 ล้านบาท เติบโตถึง 82% จากปีก่อน ทั้งนี้ เนื่องจาก 1.มีการบันทึกยอดขายคอนโดมิเนียม ในโครงการ St Regis ต่อเนื่อง โดยคาดครึ่งปีหลัง จะบันทึกยอดขายได้อีกประมาณ 11% ของพื้นที่ขายทั้งหมด ซึ่งเป็นการประมาณการแบบระมัดระวัง จากพื้นที่ขายประมาณ 8% ทำสัญญาแล้ว และรอโอน ส่วนอีก 7% ของพื้นที่ขายทั้งหมด มีการวางเงินจอง และคาดจะบันทึกยอดขายได้ประมาณ 3%

ขณะที่บริษัทคาดว่าจะบันทึกยอดขายได้ทั้งหมดภายในปีนี้ ทั้งนี้ คาด ณ สิ้นปี 2554 จะบันทึกยอดขายได้ทั้งหมดประมาณเกือบ 50% ของพื้นที่ขายทั้งหมด และคาดว่าภายในปี 2556จะปิดการขายได้ทั้งหมด 2.รวมงบการเงิน Oaks ในไตรมาส 3/54 บริษัทจะเริ่มรวมงบการเงินของ Oaks เข้ามาในงบการเงินรวมของบริษัท โดยคาดจะทำให้กำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 180 ล้านบาท และ 3.โรงแรมแห่งใหม่ จะมีผลการดำเนินงานดีขึ้น ทั้ง St Regis และ Anantara Kihavah (มัลดีฟส์) จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น (High season) ในไตรมาส 4 จึงแนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 16.50 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ERW จะมีผลประกอบการกลับมามีกำไรในไตรมาส 4/54 (ช่วงไฮซีซัน) ซึ่งจะชดเชยกับผลจากการคาดผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3/54 ทั้งนี้ จากการเปิดตัวอีกครั้งของ The Naka Luxury Collection ในภูเก็ตในไตรมาส 4/54 จะหนุนให้บริษัทกลับมารายงานกำไรได้ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และคาดว่า ERW จะกลับมาจ่ายปันผลสำหรับผลประกอบการในปี 2554 ได้ สำหรับโอกาสในการขายสินทรัพย์ในปี 2555 จะหนุนให้กำไรปรับขึ้น หุ้นซื้อขายที่อัตราส่วนของราคาหุ้นต่อมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (PBV) ปี 2554 ที่ 1.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2553 ที่ 2 เท่า จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 2554 ที่ 3.40 บาท

(เอาข่าวเก่ามาเล่าใหม่ ของวันนี้มาฝากครับ) --- แต่มีเรื่องนโยบายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35893
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: ERW

Posts by pakapong_u » Fri Oct 21, 2011 6:24 pm

ERW คงเป้ายอดขายปี 54 ที่ 4 พันลบ. EBITDA 1.2 พันลบ.น้ำท่วมกระทบน้อย


ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2554 17:21:34 น.
นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้ายอดขายปี 54 อยู่ที่ 4 พันล้านบาท และกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย  (EBITDA) อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท เนื่องจากอัตราการเข้าพักยังเติบโตดี โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาอยู่ระดับ 70% และเชื่อว่าทั้งปี 54 ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 72%



ถึงแม้ในสัปดาห์นี้จะมีลูกค้าบางรายขอเลื่อนการจัดงานออกไปจากผลกระทบน้ำท่วม แต่ไม่กระทบต่อผลประกอบการการ

ขณะที่โรงแรมของบริษัททังในกรุงเทพและต่างจังหวัด ไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม แต่จากนี้เชื่อว่าจะได้รับผลดีจากการเข้าสู่ไฮซีซั่นโดยโรงแรมในต่างจังหวัดมี 7 แห่ง ส่วนในกรุงเทพมี 6 แห่ง โดย 2 แห่ง คือ โรงแรมไฮแอท เอราวัณ และ โรงแรม เจ ดับบลิว แมริออท มีอัตราเข้าพักที่ดี และเป็นแหล่งรายได้ส่วนใหญ่ 50% ของรายได้รวม

"ผลกระทบน้ำท่วมคงเกิดขึ้นในระยะสั้น คงไม่มีผลในปีหน้า เพราะเท่าที่ดูตัวเลขการเข้าพักก็ยังดีอยู่ แต่เราก็รอดูประเมินสถานการณ์ควบคู่ ไป ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าก็ขอเลือก่นจัดงานออกไป"นางกมลวรรณ กล่าว

อย่างไรก็ดี จากผลกระทบน้ำท่วม บริษัทได้จัดโปรโมชั่นให้ส่วนลดสำหรับลูกค้าองค์กร และลูกค้าบุคคลทั่วไป โดย โรงแรม เจดับบลิวฯ ลดค่าห้องลงเหลือ 3,500 บาทต่อวัน จากราคา 5,000-6,000 บาทต่อวัน, โรงแรม แมริออท คอร์ทยาร์ด ลดราคาจาก 2,500 บาทต่อวัน เหลือ 1,900 บาทต่อวัน และ โรงแรม เมอร์เคียว ลดราคาจาก 1,200-1,500 บาทต่อวันเหลือ 900 บาทต่อวัน

--อินโฟเควสท์ โดย จริญยา ดำสมาน/เสาวลักษณ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


User avatar
nasesus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1273
Joined: Tue Apr 24, 2007 3:23 pm

Re: ERW

Posts by nasesus » Sat Oct 22, 2011 5:59 am

ไทยรัฐ 21/10/2011
ผู้ประสบภัย-นักลงทุนหนีน้ำท่วมเช่าโรงแรมเอราวัณยกลอต

โรงแรมในเครือเอราวัณโกยรายได้ตามเป้า 4 พันล้าน เผยผู้ประสบภัย-นักลงทุนน้ำท่วมตบเท้าเช่าห้องพักครั้งละ 20-30 ห้อง แสดงสปิริตปรับลดราคาช่วยเหลือ ลั่นเดินหน้าลงทุนต่อมูลค่ารวม 3 พันกว่าล้าน ขณะที่นิคมฯ อมตะไม่ยั่นโรดโชว์พบนักลงทุนยุโรปตอบคำถามสถานการณ์น้ำท่วมไทย ...

นางกมล วรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมได้กระทบต่อการจัดงาน (อีเวนท์) ให้ลดลง แต่ไม่ได้ส่งผลต่อรายได้รวมของบริษัท เพราะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้ไม่ถึง 10% ขณะที่รายได้หลักยังมาจากการเข้าพัก และบริษัทมีโรงแรมในต่างจังหวัด 7 แห่งและไม่ถูกน้ำท่วม คือ ภูเก็ต 3 แห่ง สมุย 2 แห่ง พัทยา 2 แห่ง โดยมีโรงแรมในกรุงเทพฯ 6 แห่ง ซึ่งอัตราการเข้าพัก โดยเฉลี่ยขณะนี้ยังอยู่ที่ 70% เป็นไปตามเป้าหมายปีนี้ที่ตั้งไว้ 72% และคาดว่า จะทำรายได้ได้ตามเป้า 4,000 ล้านบาท และมีกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม 1,200 ล้านบาท




อย่าง ไรก็ตาม ยอมรับว่าระยะนี้มีลูกค้าที่แจ้งยกเลิกการเข้าพัก แต่จำนวนไม่มากนัก โดยพบว่ามีผู้ประสบภัยน้ำท่วมเข้ามาขอเช่าห้องพัก รวมไปถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็ได้มาพักเช่นกัน โดยมีจำนวนมากครั้งละ 20-30 ห้อง และเพื่อให้ความช่วยเหลือพนักงานที่ประสบความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ซึ่งบริษัทได้ลดราคาห้องพักให้กับผู้เดือดร้อนจากน้ำท่วมทุกราย เช่นหากเป็นไอบิส สาทร ลดเหลือ 900 บาทต่อคืน จาก 1,200-1,500 บาท, คอนยาด เหลือ 1,900 บาท จาก 2,500 บาท และเจดับบลิวแมริออท เหลือ 3,500 บาท จาก 5,000-6,000 บาท



ในส่วนของมาตรการป้องกันน้ำท่วมนั้น บริษัทมีแผนป้องกันทรัพย์สินจากน้ำท่วมไว้แล้ว และมีประกันภัยรองรับ ขณะเดียวกันจะคอยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย เพราะมองว่าภายหลังน้ำลด อาจมีความต้องการก่อสร้างสูงและกระทบต้นทุนก่อสร้าง

นางกมลวรรณ ยังได้กล่าวถึงแผนการลงทุนปีหน้าของบริษัทว่าจะยังคงแผนเดิม เพราะได้กำหนดค่าใช้จ่ายไว้แล้ว โดยจะลงทุนก่อสร้างโรงแรมในพัทยา 2 แห่ง มูลค่า 2,000 ล้านบาท และกรุงเทพฯ อีก 2 มูลค่า 1,500 ล้านบาท น่าจะเริ่มก่อสร้างระหว่างปี 2555-57 แหล่งเงินมาจากเงินทุนของบริษัทและเงินกู้

ขณะที่ นางวราภรณ์ วัชรานุเคราะห์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลงทุน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น (AMATA) เปิดเผยว่า วันที่ 22 ต.ค. บริษัทจะเดินทางไปโรดโชว์แถบประเทศยุโรป ตามคำเชิญของบริษัทหลักทรัพย์แมคควอรี เพื่อไปพบกับผู้จัดการกองทุนมากกว่า 10 ราย ซึ่งคาดว่าผู้จัดการกองทุนต่างประเทศน่าจะใช้โอกาสนี้สอบถามถึงสถานการณ์น้ำ ท่วมในประเทศไทย และวิสัยทัศน์ในการทำนิคมอุตสาหกรรมของบริษัท.

ทางที่ไม่มีไฟ ใช่ว่าไม่มีทาง เพียงแค่การก้าวไปข้างหน้าต้องใช้มากกว่าการหวังพึ่งแค่ดวงตา

User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Re: ERW

Posts by vichit » Fri Nov 11, 2011 9:20 am

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 3 (F45-3)
สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 30 กันยายน
ปี 2554 2553 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (68,016) (97,219) 591,981 (230,864)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (0.03) (0.04) 0.26 (0.10)
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 30 กันยายน
ปี 2554 2553 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (6,453) (23,490) 717,424 9,462
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ (0.00) (0.01) 0.32 0.00
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไข

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว



ลงลายมือชื่อ ___________________________
( นายกษมา บุณยคุปต์ นางกมลวรรณ วิปุลากร )
กรรมการ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
______________________________________________________________________



ที่มา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 11/11/11 เวลา 8:54:10

Image

SNC Former Club คลับสำหรับคนรัก SNC

http://www.facebook.com/#!/groups/392250234142165/

User avatar
nasesus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1273
Joined: Tue Apr 24, 2007 3:23 pm

Re: ERW

Posts by nasesus » Wed Nov 16, 2011 11:58 am

บล.เอเซียพลัส : ERW แนะนำซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 3.10 บาท

วางแผนเปิดโรงแรมใหม่เพิ่ม 15 แห่งอีก 5 ปีข้างหน้า เน้น 3-4 ดาวเป็นหลัก
กลยุทธ์ธุรกิจระยะ 5 ปีข้างหน้า (2554-2558) ยังเป็นไปตามแผนเดิม โดยวางเป้า
หมายขยายพอร์ตโรงแรมในประเทศเพิ่มอีก 15 แห่ง รวมห้องพักกว่า 3 พันห้อง (จากปัจจุบันมี
โรงแรม 13 แห่ง รวม 3.35 พันห้อง) ผ่านการลงทุนก่อสร้างเอง และซื้อกิจการ โดยมุ่งเน้นใน
โรงแรมระดับชั้นกลาง (Midscale) และ ชั้นประหยัด (Economy)
ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
อาทิเช่น กรุงเทพ พัทยา หัวหิน ภูเก็ต และกระบี่เป็นต้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง 3 แห่ง คือ ไอ
บิส หัวหิน 200 ห้อง (เปิด 1Q55) และ เมอร์เคียว-ไอบิส สยาม ประมาณ 380 ห้อง (เปิด
4Q55) นอกจากนี้ได้ประกาศลงทุนเพิ่มเติมในโรงแรมใหม่อีก 8 แห่ง เป็นกรุงเทพ 4 แห่ง,
พัทยา 2 แห่ง, ภูเก็ต 1 แห่ง และ กระบี่ 1 แห่ง (รายละเอียดตามตาราง) ซึ่งคาดเปิดในปี 2556-
2558 สำหรับเม็ดเงินลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้า คาดจะใช้งบ 8,000-10,000 ล้านบาท แบ่งเป็น
การลงทุนในโรงแรมชั้นประหยัด 45%, ระดับกลาง 25% และที่เหลือ 30% ใช้ซื้อกิจการ แหล่ง
เงินทุนหลักมาจากเงินกู้ยืม, เงินหมุนเวียนภายใน, เงินจากการขายสินทรัพย์, (ล่าสุดขายอาคาร
เพลินจิต เซ็นเตอร์เข้า Property Fund ใน2Q54 และมีแผนขายโรงแรมอย่างน้อยปีละ 1 แห่ง
รวมถึงขายที่ดินแถวศรีราชา) เงินเพิ่มทุนจากการแปลงสภาพ Warrant ที่ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม
และ ESOP แก่พนักงาน

น้ำท่วมกระทบระยะสั้น....คาดงวด 4Q54 ยังเติบมากขึ้นจาก 3Q54
ปัญหาน้ำท่วมที่ลุกลามในวงกว้าง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเดินทางมาใน
ไทยลง ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะโรงแรมในกรุงเทพระดับ 5 ดาว ขณะที่
โรงแรมในกรุงเทพชั้นกลางและประหยัดได้รับผลกระทบน้อยจากปัจจัยในเรื่องราคา อีกทั้งบริษัท
ได้จัดทำโปรโมชั่นด้านราคาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทำให้โรงแรมประเภทดังกล่าวยังมีอัตรา
การเข้าพักในเกณฑ์ดีอยู่ โดยโรงแรม IBIS ยืนระดับสูงกว่า 80%
สำหรับโรงแรมในต่างจังหวัด
ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในทำเลปลอดภัย เช่น พัทยา ภูเก็ต สมุย ยังดำเนินงานตามปกติ และไม่ได้รับผล
กระทบจากภัยน้ำท่วมแต่อย่างใด โดยเฉพาะพัทยาได้อานิสงค์จากกลุ่มลูกค้าแนวพักผ่อน
(Leisure) และกลุ่มบริษัท (Corporate) ย้ายเข้ามาพักมากขึ้น เห็นได้จากการเข้าพักสูง 80-
90% ส่วนสมุยก็เตรียมเข้าสู่ช่วง High Season ในเดือน ธ.ค. ขณะที่ภูเก็ตยังมีการเข้าพัก
มากกว่าปีที่ผ่านมา โดยภาพรวมคาดผลกระทบจากน้ำท่วมน่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น หาก
สถานการณ์คลี่คลายดีขึ้น น่าจะทำให้ธุรกิจโรงแรมกลับสู่ภาวะปกติในเร็ววัน เมื่อบวกกับการสร้าง
รายได้เพิ่มจากการกลับมาเปิดบริการอีกครั้งของโรงแรมนาคา ไอส์แลนด์ ลักซูรี่ คอลเลคชัน โฮ
เทล แอนด์ รีสอร์ท ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2554 (คาดมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 40% และค่าห้องพัก 9
พันบาท/ห้อง/คืน) น่าจะทำให้ภาพรวมงวด 4Q54 มีการดำเนินงานดีขึ้นจาก 3Q54 และ 4Q53
จึงคงประมาณการเดิม ปี 2554 คาดกำไรสุทธิ 629 ล้านบาท และ ขาดทุนจากการดำเนินงาน
36 ล้านบาท

ซื้อ....มูลค่าพื้นฐานปี 2555 เท่ากับ 3.10 บาท
ฝ่ายวิจัยคงแนะนำซื้อ กำหนด Fair Value อิง DCF-WACC 8.6% ได้มูลค่าพื้น
ฐานปี 2555 เท่ากับ 3.10 บาท ทั้งนี้ในประมาณการและมูลค่าเหมาะสมยังไม่ได้รวมโรงแรม
ใหม่ที่เพิ่มเปิดเผย 8 แห่งข้างต้น และแผนการขายโรงแรมแต่อย่างใด




เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/11/11 เวลา 9:35:54

ทางที่ไม่มีไฟ ใช่ว่าไม่มีทาง เพียงแค่การก้าวไปข้างหน้าต้องใช้มากกว่าการหวังพึ่งแค่ดวงตา

pak
Verified User
Posts: 5660
Joined: Wed Jul 08, 2009 5:17 pm

Re: ERW

Posts by pak » Fri Nov 18, 2011 8:54 am

เอราวัณหวั่นไตรมาส4 ขาดทุนปรับลดรายได้ปีนี้เหลือโต 14% [ กรุงเทพธุรกิจ, 18 พ.ย. 54 ]

"เอราวัณ" หวั่นน้ำท่วม อาจเห็นขาดทุนไตรมาส 4/2554 ยังมั่นใจทั้งปีมีกำไรครั้งแรกรอบ 2 ปี
ลุ้นปันผล แต่ลดประมาณการรายได้ปีนี้เหลือโต 14% จากเดิม 20% ตั้งเป้าปีนี้หน้ารายได้โต 20% วางงบ
ลงทุนปีหน้า 1.3 พันล้านบาท สร้างโรงแรมใหม่ 6 แห่ง ด้านศุภาลัยเพิ่มสัดส่วนคอนโดเป็น 60% จากเดิม
50% หลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมส่งผลลูกค้าเบนเข็มหาบ้านแนวสูงเดินหน้าบุกต่างจังหวัดและต่างประเทศเพิ่ม
ช่องทางสร้างรายได้--จบ--

"แม้การลงทุนจะมีความเสี่ยง แต่มันก็มีความฝันปะปนด้วยอยู่เสมอ..."

pak
Verified User
Posts: 5660
Joined: Wed Jul 08, 2009 5:17 pm

Re: ERW

Posts by pak » Wed Nov 30, 2011 11:40 am

หลักทรัพย์ ERW
แหล่งข่าว ERW
หัวข้อข่าว แจ้งการลาออกของกรรมการ แต่งตั้งกรรมการใหม่ และเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ
วันที่/เวลา 30 พ.ย. 2554 09:28:29

เปลี่ยนแปลงกรรมการ/ผู้บริหาร

ที่ ERW.081 /กม.ส.049//2554

29 พฤศจิกายน 2554

เรื่อง แจ้งการลาออกของกรรมการ แต่งตั้งกรรมการใหม่ และเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ

เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") ขอแจ้งการลาออกของนายกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย
กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ ซึ่งลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปปฏิบัติภาระกิจอื่น
โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 7/2554
ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2554 มีมติดังนี้

1.แต่งตั้ง นายกวิน ว่องกุศลกิจ เป็นกรรมการใหม่แทน นายกฤษฎา
มนเทียรวิเชียรฉาย ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2554 เป็นต้นไป

2.ให้เปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ ดังนี้
เดิม นายวิฑูรย์ ว่องกุศลกิจ นางพนิดา เทพกาญจนา นายกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย
นายกษมา บุณยคุปต์ นางกมลวรรณ วิปุลากร สองในห้าคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกัน
ใหม่ นายวิฑูรย์ ว่องกุศลกิจ นางพนิดา เทพกาญจนา นายกษมา บุณยคุปต์ นางกมลวรรณ
วิปุลากรสองในสี่คนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกัน

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ


(นางสาวกนกวรรณ ทองศิวะรักษ์)
เลขานุการบริษัท
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
สำนักบรรษัทภิบาล
โทร.0-2257-4588

"แม้การลงทุนจะมีความเสี่ยง แต่มันก็มีความฝันปะปนด้วยอยู่เสมอ..."

maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Thu Feb 02, 2012 12:32 pm

Post ข่าวจาก www.kaohoon.com ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 02 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 09:38:55 น.
ผู้เข้าชม : 53 คน


บล.เอเซีย พลัสแนะนำ “ซื้อ” ERW มองแนวโน้ม 1Q55 จะพลิกมีกำไรจากช่วง High Season และ โรงแรมใหม่ โดยระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้



คาดงวด 4Q54 ขาดทุน 87 ล้านบาท จากน้ำท่วมและค่าใช้จ่ายพิเศษ

งวด 4Q54 คาดขาดทุนสุทธิ 87 ล้านบาท สูงขึ้นจากงวด 4Q53 ที่ขาดทุน 44 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจโรงแรมต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะโรงแรมในกรุงเทพระดับ 5 ดาว (2 แห่ง) ได้รับกระทบหนักสุด มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยงวด 4Q54 ต่ำสุดของปีเหลือเพียง 55% และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) ลดลง 22.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนโรงแรมชั้นประหยัดมีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น12.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 68% และรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) เติบโต 20.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ภาพรวมธุรกิจโรงแรมงวด 4Q54 มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 65% เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ผลจากค่าห้องโดยเฉลี่ยลดลง 10.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กดดันให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของทุกโรงแรมลดลง 6.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดรายได้จากธุรกิจโรงแรมงวด 4Q54 เท่ากับ 811 ล้านบาท ลดลง 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านธุรกิจให้เช่าอาคารสำนักงานคาดรายได้ 42 ล้านบาท หดตัว 58.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะไม่มีการรับรู้รายได้จากอาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ หลังขายเข้ากองทุน POPF โดยสรุปประเมินรายได้จากการดำเนินงาน853 ล้านบาท ลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้การหายไปของรายได้ข้างต้น โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 5 ดาวซึ่งให้มาร์จิ้นสูง ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการปรับเปลี่ยนแบรนด์ของโรงแรมนาคาภูเก็ตอีก 10 ล้านบาท จึงทำให้งวด 4Q54 ขาดทุนดังข้างต้น และมากกว่าที่ฝ่ายวิจัยประเมินไว้จึงปรับปรุงประมาณการปี 2554 ส่งผลให้กำไรสุทธิเท่ากับ 505 ล้านบาท หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน 664 ล้านบาท มีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 159 ล้านบาทแต่ดีขึ้นจากปี 2553 ที่ขาดทุนสูง 279 ล้านบาท

แนวโน้ม 1Q55 จะพลิกมีกำไรจากช่วง High Season และ โรงแรมใหม่

งวด 1Q55 คาดมีพัฒนาการดีขึ้น หลังปัญหาน้ำท่วมคลี่คลาย ประกอบกับได้อานิสงค์จากความต่อเนื่องของช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้สถานการณ์การเข้าพักของทุกโรงแรมมีทิศทางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พิจารณาจากอัตราการเข้าพักของโรงแรมระดับ 5 ดาว ในกทม. เดือน ม.ค. 2555 เพิ่มเป็นกว่า 70% ขณะที่โรงแรมระดับกลางและชั้นประหยัดก็มีการเข้าพักสูงกว่า 80% ทำให้โดยเฉลี่ยอัตราการเข้าพักเดือน ม.ค. ของทุกโรงแรมยืนอยู่เกือบ 80% เทียบกับ 73% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เมื่อรวมกับการสร้างรายได้เต็มไตรมาสของโรงแรมนาคา รีสอร์ท ภูเก็ต (เริ่มเปิดเดือน พ.ย. 2554 หลังปิดเพื่อปรับเปลี่ยนแบรนด์เป็นเวลา 3 เดือน) , การเปิดโรงแรมชั้นประหยัดใหม่ ไอบิส หัวหิน 200 ห้อง เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2555 อีกทั้งก็ไม่ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนงวด 4Q54 น่าจะเป็นปัจจัยผลักดันให้งวด 1Q55 มีโอกาสกลับมามีกำไรอีกครั้ง ฝ่ายวิจัยคงประมาณการเดิมปี 2555 โดยเบื้องต้นคาดกำไรจากการดำเนินงาน 94 ล้านบาท

ซื้อ....มูลค่าพื้นฐานปี 2555 เท่ากับ 3.10 บาท
คงแนะนำซื้อ กำหนด Fair Value อิง DCF-WACC 8.6% มูลค่าพื้นฐานปี 2555 เท่ากับ 3.10 บาท ทั้งนี้ในประมาณการและมูลค่าเหมาะสมยังไม่ได้รวมแผนการขายโรงแรม คาดจะเกิดขึ้นใน 2H55 และแผนพัฒนาโรงแรมใหม่ที่พัทยา 410 ห้อง (โดยเป็นส่วนต่อขยายของโรงแรม Holiday Inns 200 ห้อง และ โรงแรมระดับกลางแบรนด์ Mercure 210 ห้อง) ซึ่งจะเปิดในปี 2558


maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Sun Feb 05, 2012 12:34 am

http://itrading.bualuang.co.th/en/list- ... tid=288187

ข่าวช่วงแรกซ้ำกัน ขอเอามาแปะเฉพาะช่วงที่เป็นปันผลนะครับ

"ปี 2552-2553 เราขาดทุนทำให้ไม่ได้จ่ายปันผลมา 2 ปีแล้ว แต่ปี 2554 เราคาดว่าจะมีกำไร และจ่ายปันผลได้ ซึ่งจะประชุมปันผลงวดปี2554 ในเดือนเมษายนนี้ โดยเราจะจ่ายปันผล 35%ของกำไรสุทธิ" นางกมลวรรณกล่าว
สำหรับปี 2555 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต 20% จากปีก่อน ขณะเดียวกันปีนี้บริษัทตั้งเป้าอัตราเข้าพักเฉลี่ย 78% จากปี 2554 ที่คาดอยู่ที่ 70% และคาดว่ารายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยปีนี้จะโตกว่าปี 2554 ประมาณ 15-20%
ทั้งนี้บริษัทได้ปรับเพิ่มงบลงทุนปีนี้อีกจากเดิม1.3 พันล้านบาท เป็น 1.7 พันล้านบาท เพื่อใช้สำหรับก่อสร้างโรงแรม 6 แห่งได้แก่ โรงแรมในกรุงเทพฯ 2 แห่ง ภูเก็ต 1 แห่ง พัทยา 2 แห่ง และที่กระบี่ 1 แห่ง พร้อมทั้งใช้เพื่อปรับปรุงโรงแรมเดิม
นอกจากนี้ บริษัทเปิดให้บริการโรงแรมใหม่จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ไอบิส หัวหิน ซึ่งเปิดไปแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และโรงแรมเมอร์เคียวไอบิส สยาม กรุงเทพฯ 2 แห่งซึ่งจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4/2555 โดยโรงแรมใหม่ทั้ง 3 แห่ง จะทำให้กลุ่มเอราวัณมีจำนวนห้องพักรวมทั้งสิ้น 3,890 ห้อง ในสิ้นปีนี้จากปัจจุบันที่อยู่ 3,400 ห้องo ส่อง Q1 กำไรเฉียด 100 ล.
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัสจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยประเมินผลงานงวดไตรมาสไตรมาส 1/2555 คาดมีพัฒนาการดีขึ้น หลังปัญหาน้ำท่วมคลี่คลายประกอบกับได้อานิสงส์จากความต่อเนื่องของช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ทำให้สถานการณ์การเข้าพักของทุกโรงแรมมีทิศทางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพิจารณาจากอัตราการเข้าพักของโรงแรมระดับ5ดาวในกรุงเทพฯ เดือนมกราคม 2555 เพิ่มเป็นกว่า 70%
ขณะที่โรงแรมระดับกลางและชั้นประหยัดก็มีการเข้าพักสูงกว่า80%ทำให้โดยเฉลี่ยอัตราการเข้าพักเดือนมกราคมของทุกโรงแรมยืนอยู่เกือบ 80% เทียบกับ 73% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เมื่อรวมกับการสร้างรายได้เต็มไตรมาสของโรงแรมนาคา รีสอร์ท ภูเก็ต โดยเริ่มเปิดเดือนพฤศจิกายน 2554หลังปิดเพื่อปรับเปลี่ยนแบรนด์เป็นเวลา3เดือนการเปิดโรงแรมชั้นประหยัดใหม่ ไอบิส หัวหิน 200 ห้องเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา
อีกทั้งก็ไม่ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนงวดไตรมาส 4/2554 น่าจะเป็นปัจจัยผลักดันให้งวดไตรมาส 1/2555 มีโอกาสกลับมามีกำไรอีกครั้ง ฝ่ายวิจัยคงประมาณการเดิมปี 2555โดยเบื้องต้นคาดกำไรจากการดำเนินงาน 94 ล้านบาท


User avatar
nasesus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1273
Joined: Tue Apr 24, 2007 3:23 pm

Re: ERW

Posts by nasesus » Tue Feb 21, 2012 2:11 pm

Update/ ERW ตั้งเป้ารายได้ปี 55 โต 18% จากปี 54 คาดทำได้ 3.75 พันลบ.

ผู้บริหาร ERW ตั้งเป้ารายได้ปี 55 โต 18% จากปี 54 คาดทำได้ 3.75 พันลบ.
พร้อมตั้งงบลงทุนปี 55 มูลค่า 1.7 พันลบ. สร้างโรงแรมใหม่ 3 แห่ง-ปรับปรุงเอราวัณ

นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด
(มหาชน) หรือ ERW เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2555
เติบโตประมาณ 18% จากปี 2554 ที่คาดทำได้ 3,750 ล้านบาท ทั้งนี้ในปี 2554 บริษัทฯ เคย
ตั้งเป้าว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 30% จากปี 2553 แต่เติบโตลดลงจากที่ตั้งเป้าไว้ เพราะได้
รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงไตรมาส 4/2554 จึงทำให้บริษัทฯ สูญเสียรายได้
'ยอดขายในธุรกิจโรงแรมปี 2554 เติบโตกว่า 21% จากปีก่อน ส่วนยอดขายรวมของ
บริษัทฯ เติบโตประมาณ 13% จากปี 2553 ซึ่งคาดว่ากำไรในปี 2554 จะเติบโตค่อนข้าง
มากกว่าปี 2553 หลังปี 2554 บริษัทฯ พลิกมามีกำไร จากปี 2553 ที่ติดลบได้ ' นางกมลวรรณ
กล่าว
ส่วนรายได้ในปีนี้บริษัทฯ คาดว่าจะมีทิศทางที่เติบโตขึ้น หลังรายได้ในช่วงไตรมาส
1/2555 ดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีอัตราการเติบโตถึง 20% จากปีก่อน โดยจำนวนนัก
ท่องเที่ยวมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่ายอดนักท่องเที่ยวปีนี้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 20% ซึ่งทุก
โรงแรมในเครือของบริษัทฯ ปัจจุบันมีอัตราที่เพิ่มขึ้นทุกวัน
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ มองว่าบริษัทฯ ยังไม่ได้รับผล
กระทบใดๆ ซึ่งยอดเข้าพักของลูกค้าก็ยังเป็นปกติ โดยมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเคยมีคำเตือนใน
ช่วงต้นปีมาแล้ว ซึ่งทำให้ยอดเข้าพักโรงแรมของบริษัทฯ ยังเป็นปกติ
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังตั้งงบลงทุนในปี 2555 ไว้ประมาณ 1,700 ล้านบาท โดยงบส่วน
หนึ่งบริษัทฯ จะนำเงินไปปรับปรุงโรงแรมเอราวัณ และก่อสร้างโรงแรม 2 แห่ง ที่กรุงเทพฯ ต่อ
เนื่องจากการก่อสร้างเมื่อปีก่อน
ส่วนที่เหลือบริษัทฯ จะนำไปสร้างโรงแรมใหม่ 3 แห่ง โดยมีพื้นที่ก่อสร้างอยู่ พัทยา
จังหวัดชลบุรี จำนวน 2 แห่ง ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะเสร็จปลายปี 2557 ส่วนโรงแรมอีก 1
แห่ง จะสร้างที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งบริษัทฯ กำลังศึกษาพื้นที่ที่จะสร้าง นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมาหา
โอกาสธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นการสร้างโรงแรมแห่งใหม่หรือซื้อกิจการโรงแรมอื่นๆ ที่
ต้องการขายก็ได้




รายงาน โดย ปริวัฒน์ หินพลอย
เรียบเรียง โดย อาภรณ์ สุภาพ
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 16/02/12 เวลา 16:38:24

ทางที่ไม่มีไฟ ใช่ว่าไม่มีทาง เพียงแค่การก้าวไปข้างหน้าต้องใช้มากกว่าการหวังพึ่งแค่ดวงตา

maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Thu Feb 23, 2012 12:23 pm

ช่วงนี้ข่าวผู้ก่อการร้ายมาบ่อยจังครับ Sticker SEJEAL ก็เป็นประเด็น

อเมริกา กับ อิหร่าน ก็ร่ำ ๆ จะมีเรื่องกัน แถม อิหร่านออกมาประกาศช่วยเราในด้านจับผู้ก่อการร้ายอีก เท่ากับยืนยันกลาย ๆ ว่ามีจริง ๆ ในบ้านเรา

จากน้ำท่วม ก็มา ก่อการร้าย....... :)


User avatar
nasesus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1273
Joined: Tue Apr 24, 2007 3:23 pm

Re: ERW

Posts by nasesus » Tue Feb 28, 2012 7:02 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 491,325 (275,017)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.22 (0.12)
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 708,757 15,342
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.32 0.01
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไข

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว"



ลงลายมือชื่อ ___________________________
( นายกษมา บุณยคุปต์ นางกมลวรรณ วิปุลากร )
กรรมการ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้

ทางที่ไม่มีไฟ ใช่ว่าไม่มีทาง เพียงแค่การก้าวไปข้างหน้าต้องใช้มากกว่าการหวังพึ่งแค่ดวงตา

maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Wed Feb 29, 2012 12:49 am

โอ้ น้ำท่วมนี่มันโหดจริง ๆ กำไร Q4 หายฮวบเลยครับ .....


User avatar
nasesus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1273
Joined: Tue Apr 24, 2007 3:23 pm

Re: ERW

Posts by nasesus » Wed Feb 29, 2012 10:01 am

ลองอ่านคำชี้แจงด้วยนะครับผมว่า เค้าชี้แจงได้ละเอียดดีนะครับ 8 หน้ากระดาษ และเทียบเป็น % ให้ดูด้วยครับ

ทางที่ไม่มีไฟ ใช่ว่าไม่มีทาง เพียงแค่การก้าวไปข้างหน้าต้องใช้มากกว่าการหวังพึ่งแค่ดวงตา

User avatar
yoyoeffect
Verified User
Posts: 364
Joined: Sat Jun 12, 2010 10:19 am

Re: ERW

Posts by yoyoeffect » Tue Mar 06, 2012 8:59 pm

ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บมจ.(ERW) วิฑูรย์ ว่องกุศลกิจ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 05/03/2555 01/03/2555 90,000 2.56 ซื้อ
ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บมจ.(ERW) วิฑูรย์ ว่องกุศลกิจ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 05/03/2555 02/03/2555 1,859,100 2.58 ซื้อ


maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Mon Mar 12, 2012 8:53 pm

ผมหมายถึงผลกำไรที่ Q4 ควรจะได้ (แต่โดน effect จากน้ำท่วม) แล้วทำให้ net มันกลายมาเป็นบวก โดยไม่ต้องอาศัยกำไรจาก ploenchit center นะครับ

ถ้าบวกเลขไม่ผิด revenue Q4/54 =853 Q4/53 =991
ถ้าเอาแต่ core businees rev Q4/54 = 810 Q4/53 =890

Net Q4/54 = -82 Q4/53 = -44

ฟังจาก oppday ที่นี่ CFO ก็บอกมานะครับว่า effect จากน้ำท่วมนั้นทำให้กำไรที่ควรจะพลิก ก็กลับเป็นติดลบไป 100

http://www.dcs-digital.com/setweb/ondem ... 70&&size=b

( ประมาณนาทีที่ 1:24 นะครับ)


maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Tue Mar 13, 2012 9:55 pm

เอา consensus จาก Philips มาฝากครับ

http://www.settrade.com/brokerpage/Anal ... st_erw.pdf

ให้ upside สูงดีครับ :)

โดยรวมผมอ่านแล้วเป็นบทสรุป + วิเคราะห์ ที่ได้มาจาก opp day นะครับ


maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Tue Mar 13, 2012 9:58 pm

ส่วนอันนี้เป็น ข่าวจาก บัวหลวง

ประเด็นการลงทุน: เราได้ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อเก็งกำไร” จาก “ถือ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 3 บาท จาก 2.4 บาท (ส่วนลด 40% จากมูลค่าคำนวณด้วยวิธี DCF ใช้ terminal growth 1% และ WACC 14%) เนื่องจากเรามีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 จาก 87 ล้านบาทเป็น 123 ล้านบาทเพื่อสะท้อนการฟื้นตัวของ The Naka Island Luxury Collection Hotel & Resort ภูเก็ต ราคาหุ้นปัจจุบันมีส่วนลดจากมูลค่าทดแทน (replacement value) ที่ 3.80 บาทอยู่มาก PBV ปี 2555 อยู่ที่ 1.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวปี 2549-54 ที่ 1.9 เท่า



QoQ พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในไตรมาส 1/55 (เติบโต YoY): ERW จะรายงานผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นกำไรสุทธิในไตรมาส 1/55 (และรายงานการเติบโต YoY) หลังจากที่รายงานขาดทุนในไตรมาส 4/54 หนุนโดยช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว, การเปิดตัวอีกครั้งของโรงแรมที่นาคาภูเก็ต (ซึ่งปิดเพื่อ re-brand ในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. 2555) ทั้งนี้โดยเฉลี่ยในเดือน ม.ค.-ก.พ. 2555 มีอัตราการจองห้องเฉลี่ยอยู่ที่ 80% (77% ในไตรมาส 1/55) และค่าเฉลี่ยของอัตราการจองห้องพักปรับตัวขึ้นเล็กน้อย YoY เราคาดว่า ค่าใช้จ่ายต่อห้องในไตรมาส 1/55 จะเติบโต 5% YoY และ 44% QoQ



นาคาภูเก็ตกำลังฟื้นตัว: อัตราการจองห้องพักเดือน ม.ค.-ก.พ. ของโรงแรม (ซึ่งปัจจุบันบริหารโดย Starwood) เป็น 60% (อยู่ที่ 28% ในไตรมาส 1/54) และรายได้เฉลี่ยต่อห้องปรับตัวเพิ่มขึ้น 20% YoY โดยนาคาภูเก็ตรายงานขาดทุนจำนวนมากถึง 200 ล้านบาทในปี 2554 (ซึ่งปิดซ่อมบำรุงเป็นเวลา 3 เดือน) โดยฐานข้อมูลที่กว้างขวางครอบคลุมไปทั่วโลกของ Starwood (บริหารอสังหาริมทรัพย์ 1,041 แห่งใน 100 ประเทศ) น่าจะช่วยให้โรงแรมฟื้นตัวได้มากตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป โดยเราเชื่อว่าอัตราการจองห้องพักน่าจะเพิ่มขึ้นจาก 20% ในปี 2554 เป็น 55% ในปี 2555 อัตราการจองห้องเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นจาก 8,000 บาทต่อคืนในปัจจุบันเป็นเกินกว่า 12,000 บาทต่อคืนในไตรมาส 4/55



โรงแรมใหม่ในปี 2555 ไม่น่าจะดึงผลประกอบการลงมากนัก: พอร์ทของ ERW เพิ่มขึ้น 17% (เป็น 580 ห้องใหม่) ในปีนี้ โดย Ibis หัวหิน200 ห้องเปิดไปแล้วในวันที่ 16 ม.ค. และ Mercure Ibis Siam กรุงเทพฯ 380 ห้องจะเปิดในเดือน ธ.ค. 2555 ส่วนผลกระทบเชิงลบกับผลประกอบการอาจไม่มากเท่าเมื่อตอนเปิดนาคาภูเก็ต



เนื่องจากเงินลงทุนน้อยกว่ามากโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5-2.4 ล้านบาทต่อห้องสำหรับสองโรงแรมเมื่อเทียบกับ 22 ล้านบาทต่อห้องสำหรับนากาภูเก็ตซึ่งเปิดตัวในเดือน ก.ค. 2551



การขายสินทรัพย์จะทำให้กำไรสุทธิสูงกว่าประมาณการ: ผู้บริหารตั้งใจที่จะเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นโดยการขายสินทรัพย์ ในไตรมาส 1/55 บริษัทได้ขายที่ดินที่ศรีราชาโดยมีกำไร 20 ล้านบาท (หลังจากได้กำไร 664 ล้านบาทจากการขายตึกเพลินจิตเซ็นเตอร์ในไตรมาส 2/55) ERW วางแผนที่จะขายสินทรัพย์อีก 1 พันล้านบาท ซึ่งน่าจะได้กำไร เนื่องจากมูลค่าทดแทนของบริษัท (replacement value) คำนวณได้สูงกว่ามูลค่าทางบัญชีถึง 138%

http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... B8%AD.html


maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Tue Mar 13, 2012 10:06 pm

ว่าแต่ไอ้ทรัพย์สิน 1000 ล้านบาทนั่นคืออะไรหว่าครับ ?

ฟังจาก opp day ก็เห็นพูดแค่ว่า ยังไม่เปิดเผย บอกได้เพียงแต่ว่าเป็น โรงแรม 3 ดาว และไม่มีความตั้งใจจะขาย Marriot + Grand Hyatt แน่นอน ..

จริง ๆ ผมลุ้นให้ขาย Amarin เลยนะครับ :) แต่ออกตัวมาแล้วว่าเป็นโรงแรม 3 ดาว ไม่รู้ว่าคราวนี้จะ book กำไรได้เท่าไร


i_sarut
Verified User
Posts: 1808
Joined: Sun Apr 13, 2008 5:00 pm
www.sarut-homesite.net-->

Re: ERW

Posts by i_sarut » Thu Mar 15, 2012 6:31 pm

ibis hua hin ::: แกะกล่องโรงแรมใหม่ @ หัวหิน

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/t ... 10415.html

"Risk comes from not knowing what you're doing" - Warren Buffet

สุดยอดของความซับซ้อนคือความเรียบง่าย

http://www.sarut-homesite.net/

maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Mon Mar 19, 2012 12:17 am

ผมเคยอ่านกระทู้นี้แล้วครับ กะไว้ว่าตอนไปที่หัวหิน จะแวะไปที่นี่สักคืน แล้วก้อไป haven สักคืน กับครอบครัวครับ :)

ชอบที่ราคามาก ตอนงานไทยเที่ยวไทย มี coupon ลดราคาใช้ได้กับเครือ ibis ทั่วประเทศ เห็นว่าขายได้หลายใบอยู่ จำคร่าว ๆ ว่าคูณเล่น ๆ ก็หลายล้านอยู่นะครับ ก็เหมือนได้แหล่งเงินกู้ชั้นดี ไม่มีดอกเบี้ย แถมห้องพักนี่เป็นอะไรที่เป็น fix cost ซะส่วนใหญ่อยู่แล้ว แขกไม่มาก็มีค่าใช้จ่ายเท่าเดิม เพราะฉะนั้นผมชอบ strategy นี้ของ ERW มากครับ

นี่ถ้าตามแผนก็เห็นว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะสร้างโรงแรม Eco เพิ่มขึ้นอีกหลายที่ ผมว่า ERW เป็นเครือที่จะได้เปรียบบ้างในเรื่อง economy of scale บ้างนะครับ

ปล. มีหุ้นอยู่ครับ ก็เลยออกความเห็นด้านบวก !!!


maruto
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 29
Joined: Fri Sep 03, 2010 6:15 pm

Re: ERW

Posts by maruto » Tue Mar 20, 2012 3:41 pm

http://www.manager.co.th/mgrweekly/View ... 0000033623

มุมมองธุรกิจโรงแรมแบบ Chain management


Post Reply