MCS

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
c_man
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 144
Joined: Sat Nov 21, 2009 8:47 pm

Posts by c_man » Wed Jul 14, 2010 9:02 am

เล็งไว้ตั้งแต่    6  บาท กว่า ๆ  ยังไม่ได้เก็บครับ  ไกล้แล้ว


อ่านมานาน.. เป็นสมาชิกก็หลายปี    แต่เพิ่งจะมา Post  ครับ


sansern
Verified User
Posts: 66
Joined: Sun Jul 13, 2008 7:25 am

Posts by sansern » Wed Jul 14, 2010 12:36 pm

เมื่อวานโอกาสดีเก็บไปเยอะเลย แถวๆ 7.5 เพราะเดี่ยว 8 แล้วจะเก็บยากครับ


blueplanet
Verified User
Posts: 1155
Joined: Sun Dec 06, 2009 12:08 pm

Posts by blueplanet » Wed Jul 14, 2010 5:34 pm

มีใครพอประเมินได้มั้ย
Q2 MCS มียอดขายเท่าไร กำไร เท่าไร

ขอบคุณครับ

Blueplanet

pat4310
Verified User
Posts: 732
Joined: Sun May 08, 2005 7:38 pm

Posts by pat4310 » Wed Jul 14, 2010 6:35 pm

นิ่งอยู่นาน เลยนะครับ

ลงทุนหุ้นดี มีสตอรี่ ราคาไม่แพง เดี๋ยวก็รวย
หนังสือเล่มสองผมครับ เจาะหุ้นร้อน สแกนหุ้นเด้ง การแคะหุ้นจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

schwartz_IR
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 669
Joined: Sun Mar 08, 2009 8:47 am

Posts by schwartz_IR » Wed Jul 14, 2010 6:56 pm

2009  ขายเหล็กไป 46397 ตัน
2010 จะขายได้ประมาณ      63435 ตัน
ปี 2009
วัตถุดิบทางตรงใช้ไป 2,230 ล้านบาท
รายได้จากการขาย 3,146 ล้านบาท
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 39 ล้านบาท
รายได้อื่น           39 ล้านบาท

ปี 2010
ต้นทุนขายสินค้าและหรือต้นทุนการให้บริการ น่าจะราวๆ2292 ล้านบาท
รายได้จากการขายและหรือการให้บริการประมาณการ 4254.1 ล้านบาท
ผมมองแบบคิดเลขบ้านๆ เลยนะครับ
ปี 2010 มองโดยภาพรวม รายได้เฉพาะจากการขายสินค้าถ้าเทียบราคาตันต่อตันแทบไม่เพิ่มเลย
ขณะที่ต้นทุนเหล็กเพิ่มขึ้นเกือบ 10%
แต่ compensate ด้วยปริมาณขายเหล็กที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้นรายได้เลยไม่เสียหาย (เสียหายเมื่อเทียบหน่วย ต่อ หน่วย) และปีนี้มีกำไรจากหัวหยิ่นแล้ว Q1 37.6 ล้าน ซึ่งผมมองว่ามันไม่เหมือนกำไรหมวดอื่นๆ เช่น อัตราแลกเปลี่ยน
ในอนาคตหัวหยิ่น อาจจะทำกำไรเป็น เนื้อหนังมากขึ้น

คงไม่ตอบคำถามว่าไตรมาสนี้จะได้เท่าไหร่
แต่ปีนี้ MCS ผ่านแน่ในความเห็นผมนะ เอาเปนว่าใครเก็บตั้งกะกลางปีก่อน ก็ ชิวๆ แล้ว
ส่วนสิ่งที่ต้องจับตามองคือ ราคาขาย และ ต้นทุน แนวโน้มจะเป็นอย่างไรต่อไป

ปล: ราคาขายต่อหน่วยจริงๆ ไม่รู้หรอก แต่ประมาณการเอาจาก ปริมาณการขายทั้งปี, รายได้ ต้นทุน
ถูกผิดประการใดขออภัย มีอะไรแลกเปลี่ยนกันได้ครับ


jantorsang
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 148
Joined: Fri Jul 09, 2010 1:11 pm

อยากเรียนถาม IRMCS ผ่านช่องทางนี้หน่อยอ่ะครับ

Posts by jantorsang » Thu Jul 15, 2010 2:23 pm

คือสงสัยงบกำไรขาดทุนไตรมาส1/2553 ตรงค่าใช้จ่าย"ค่าชดเชยเพื่อจ่ายคืนลูกค้า" จำนวน 63,668,545.31 อยากรบกวนช่วยอธิบายหน่อยอ่ะครับว่าคืออะไร จะเป็นค่าใช้จ่ายถาวรหรือไม่ หรือจะมีการบวกคืนภายหลังรึเปล่า แล้วไตรมาสต่อไปจะมีอีกรึไม่ครับ เพราะผมเปิดดูงบย้อนหลังในไตรมาสอื่นๆไม่เห็นเคยมีเลยนี่ครับ หรือว่าเป็นอันเดียวกับที่เป็นงบประกันสินค้าให้ลูกค้าครับ รบกวนด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับ


IR_MCS
Approved IR Member
Posts: 56
Joined: Thu Jul 19, 2007 3:27 pm

Posts by IR_MCS » Thu Jul 15, 2010 4:33 pm

ค่าชดเชยจ่ายคืนลูกค้า 63.67 ล้านบาท ที่อยู่ในงบดุลหนี้สินนั้น ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำที่จะเกิดทุกไตรมาส แต่ไตรมาสที่แล้วเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเกิดขึ้นจากบริษัทฯ ได้เรียกเก็บค่าสินค้ากับลูกค้าไปจำนวนหนึ่ง แต่ เมื่อมีการส่งมอบจริงลูกค้าได้มีการเปลี่ยนแปลง spec สินค้าทำให้ราคาที่เรียกเก็บไปมากกว่าราคาที่ควรได้จริง เนื่องจากสินค้า แต่ละ spec ราคาจะต่างกัน ทำให้ยอดเงินดังกล่าวบริษัทฯ จะต้องจ่ายคืนให้กับลูกค้า ซึ่งโอกาสที่จะได้คืนมาส่วนหนึ่งหรือไม่ ก็ต้องมีการเจรจากัน ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ และยังไม่มีข้อสรุป แต่ความจริงก็คือเป็นเงินที่ต้องโอนคืนให้ลูกค้าทั้งหมดค่ะ ส่วนจะได้บางส่วนไว้หรือไม่ก็เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ


User avatar
แงซาย
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 847
Joined: Mon Nov 23, 2009 8:23 pm

Posts by แงซาย » Thu Jul 15, 2010 5:00 pm

เก็บเพิ่มมาอีกเมื่อวาน 7.50       ไม่น่ารีบไปเล้ย  อิอิ .............

:cheers:  :cheers:  :cheers:


User avatar
O_CHAY
Verified User
Posts: 436
Joined: Fri Feb 19, 2010 3:42 pm

Posts by O_CHAY » Thu Jul 15, 2010 5:01 pm

pat4310 wrote:นิ่งอยู่นาน เลยนะครับ
เริ่มขยับแล้ว ตอนนี้ลุ้น Q2 กับ ปันผล คร้าบๆๆๆๆ

คนที่ไม่เคยผิดพลาด คือคนที่ไม่เคยลงมือทำ

User avatar
O_CHAY
Verified User
Posts: 436
Joined: Fri Feb 19, 2010 3:42 pm

Posts by O_CHAY » Thu Jul 15, 2010 5:02 pm

[quote="แงซาย"]เก็บเพิ่มมาอีกเมื่อวาน 7.50

คนที่ไม่เคยผิดพลาด คือคนที่ไม่เคยลงมือทำ

jantorsang
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 148
Joined: Fri Jul 09, 2010 1:11 pm

ขอขอบคุณ IRMCS ด้วยครับ

Posts by jantorsang » Thu Jul 15, 2010 7:22 pm

ขอขอบคุณมากครับ ตอบไวดีจังเลยครับ  :D


yosada
Verified User
Posts: 76
Joined: Sun Oct 12, 2008 10:34 am

Posts by yosada » Thu Jul 15, 2010 11:08 pm

irmcs wrote:ค่าชดเชยจ่ายคืนลูกค้า 63.67 ล้านบาท ที่อยู่ในงบดุลหนี้สินนั้น ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำที่จะเกิดทุกไตรมาส แต่ไตรมาสที่แล้วเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเกิดขึ้นจากบริษัทฯ ได้เรียกเก็บค่าสินค้ากับลูกค้าไปจำนวนหนึ่ง แต่ เมื่อมีการส่งมอบจริงลูกค้าได้มีการเปลี่ยนแปลง spec สินค้าทำให้ราคาที่เรียกเก็บไปมากกว่าราคาที่ควรได้จริง เนื่องจากสินค้า แต่ละ spec ราคาจะต่างกัน ทำให้ยอดเงินดังกล่าวบริษัทฯ จะต้องจ่ายคืนให้กับลูกค้า ซึ่งโอกาสที่จะได้คืนมาส่วนหนึ่งหรือไม่ ก็ต้องมีการเจรจากัน ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ และยังไม่มีข้อสรุป แต่ความจริงก็คือเป็นเงินที่ต้องโอนคืนให้ลูกค้าทั้งหมดค่ะ ส่วนจะได้บางส่วนไว้หรือไม่ก็เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ

ขอบคุณพี่ IR มากเลยครับที่เข้ามาให้ข้อมูลดีๆๆ
ขอบคุณอีกครั้งนะครับ

คับสืบเนื่องจากคำตอบอะครับพี่ IR ผมผู้ถือหุ้นมีเรื่องจะเรียนสอบถามอะครับ


จากที่พี่บอกดังกล่าว แสดงว่า หลังจากที่บริษัทรับ order มาแล้ว ก็จะให้ลูกค้าชำระเงินทันทีเลยช่ายไหมครับ
(สังเกตแล้วในลูกหนี้การค้า ลูกหนี้ยังไม่ถึงกำหนดชำระจะน้อยกว่าลูกหนี้เงินประกันเสียอีก)

จากเหตุผลในวงเล็บนี้ทำให้บริษัทไม่ตั้งสำรองหนี้สูญ ถือว่าเพียงพอต่อความปลอดภัยของงบดุลไหมครับ

คำถามข้อต่อไปอะครับ
จากการที่โรงงานในจีนพลิกกลับมากำไรแล้วนั้น จะสามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอหรือยังครับ เช่นว่าจำเป็นไหมที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับฝึกคนหรือซื้อเครื่งจักรเพิ่มเติมหรือไม่ครับ


ยังไงก็ขอขอบคุณพี่ IR อีกครั้งนะครับ

อยากขอบคุณสำหรับ MCS ในเรื่องรายงาน 56-1 ด้วยครับ
บริษัทนี้ส่งรายงาน 56-1 ได้ละเอียดกว่าบริษัททั่วๆไปครับ


User avatar
j21
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 686
Joined: Thu May 06, 2010 12:14 am

Posts by j21 » Thu Jul 15, 2010 11:58 pm

irmcs wrote:ค่าชดเชยจ่ายคืนลูกค้า 63.67 ล้านบาท ที่อยู่ในงบดุลหนี้สินนั้น ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำที่จะเกิดทุกไตรมาส แต่ไตรมาสที่แล้วเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเกิดขึ้นจากบริษัทฯ ได้เรียกเก็บค่าสินค้ากับลูกค้าไปจำนวนหนึ่ง แต่ เมื่อมีการส่งมอบจริงลูกค้าได้มีการเปลี่ยนแปลง spec สินค้าทำให้ราคาที่เรียกเก็บไปมากกว่าราคาที่ควรได้จริง เนื่องจากสินค้า แต่ละ spec ราคาจะต่างกัน ทำให้ยอดเงินดังกล่าวบริษัทฯ จะต้องจ่ายคืนให้กับลูกค้า ซึ่งโอกาสที่จะได้คืนมาส่วนหนึ่งหรือไม่ ก็ต้องมีการเจรจากัน ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ และยังไม่มีข้อสรุป แต่ความจริงก็คือเป็นเงินที่ต้องโอนคืนให้ลูกค้าทั้งหมดค่ะ ส่วนจะได้บางส่วนไว้หรือไม่ก็เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ
ขอบคุณครับ   :D


Jocko
Verified User
Posts: 78
Joined: Sat Jan 30, 2010 9:55 pm

Posts by Jocko » Fri Jul 16, 2010 2:09 am

irmcs wrote:ค่าชดเชยจ่ายคืนลูกค้า 63.67 ล้านบาท ที่อยู่ในงบดุลหนี้สินนั้น ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำที่จะเกิดทุกไตรมาส แต่ไตรมาสที่แล้วเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งเกิดขึ้นจากบริษัทฯ ได้เรียกเก็บค่าสินค้ากับลูกค้าไปจำนวนหนึ่ง แต่ เมื่อมีการส่งมอบจริงลูกค้าได้มีการเปลี่ยนแปลง spec สินค้าทำให้ราคาที่เรียกเก็บไปมากกว่าราคาที่ควรได้จริง เนื่องจากสินค้า แต่ละ spec ราคาจะต่างกัน ทำให้ยอดเงินดังกล่าวบริษัทฯ จะต้องจ่ายคืนให้กับลูกค้า ซึ่งโอกาสที่จะได้คืนมาส่วนหนึ่งหรือไม่ ก็ต้องมีการเจรจากัน ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ และยังไม่มีข้อสรุป แต่ความจริงก็คือเป็นเงินที่ต้องโอนคืนให้ลูกค้าทั้งหมดค่ะ ส่วนจะได้บางส่วนไว้หรือไม่ก็เป็นเรื่องของอนาคตค่ะ
ขอบคุณครับ

"Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it."
Warren E. Buffett

umbra
Verified User
Posts: 240
Joined: Thu May 21, 2009 7:50 am

Posts by umbra » Fri Jul 16, 2010 7:44 am

เมื่อวานผ่าน8บาทไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะยืนระยะได้นานแค่ไหน แต่อยากให้ไปแตะที่9บาทซะทีคร้าบ หุ หุ หุ

"ศึกษาอดีต เข้าใจปัจจุบัน ทำนายอนาคต"

User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Posts by vichit » Fri Jul 16, 2010 9:47 am

บล.เอเซียพลัส : MCS แนะนำ ซื้อ Fair value 8.90 บาท

คาด 2Q53 กำไรสุทธิ 162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47%YoY
            งวด 2Q53 MCS มีปริมาณการส่งมอบสินค้ารวม 10,000 ตัน ลดลง 10%YoY โดย
เป็นการส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น 8 พันตัน และงานในประเทศอีก 2 พันตัน ขณะที่ราคาขายเฉลี่ย
ปรับลดลง 20%YoY มาอยู่ที่ 200,000 เยน/ตัน ซึ่งเป็นไปตามทิศทางราคาเหล็กที่อ่อนตัวลง
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กได้ปรับลงสอดคล้องกับราคาขาย ขณะที่ต้นทุนค่าขนส่งทางเรือ
ในเดือน เม.ย. และ พ.ค. ยังคงเป็นต้นทุนต่ำ ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นในเดือน มิ.ย.  จึงทำให้
gross margin ในงวด 2Q53 ยืนได้ที่ระดับสูงถึง 46% นอกจากนี้ คาดว่า MCS น่าจะมี
โอนกลับเงินภาษีนำเข้าวัตถุดิบ ที่เคยสำรองจ่ายออกไปประมาณ 15 ล้านบาท ในกรณีที่ไทยมี
การประกาศเก็บภาษี Anti-dumping ในการนำเข้าวัตถุดิบเหล็ก เนื่องจากการนำเข้ามาผลิต
เพื่อส่งออกของ ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว ภายใต้สมมุติฐานข้างต้น คาดว่างวด 2Q53 MCS จะมี
กำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 192 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เงินบาทที่อ่อนค่าลงเทียบกับสกุลเงิน
เยน จะทำให้ MCS มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ในการนำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่นประมาณ
30 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้มีกำไรสุทธิลดลงเหลือ 162 ล้านบาท แต่ก็ยังสูงกว่าประมาณการเดิมที่
ฝ่ายวิจัยเคยคาดไว้ว่างวด 2Q53 MCS จะมีกำไรต่ำกว่า 100 ล้านบาท

แม้กำไร 2H53 จะชะลอตัวเทียบกับ 1H53 แต่ยังถือเป็นระดับที่ค่อนข้างสูง
             สำหรับงวด 2H53 เชื่อว่าผลการดำเนินงานปกติของ MCS จะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ
1H53 เนื่องจากมีราคาขายที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ค่าขนส่งทางเรือจะปรับขึ้นตามสัญญาที่ทำไว้
ล่วงหน้าทุก 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2H53 MCS มีรายการพิเศษที่เป็นบวก ที่อาจมีการ
รับรู้ 2 รายการ คือ เงินชดเชยที่ลูกค้าขอเรียกคืนจากการเปลี่ยนแบบสินค้าในระดับราคาที่ถูกลง
จำนวน 63.7 ล้านบาท ซึ่ง MCS ได้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายไปแล้วในงวด 1Q53 โดยอาจมีการ
เจรจาทำให้ MCS ไม่ต้องชำระคืนทั้งหมด และการกลับรายการประมาณการหนี้สินจากการ
ประกันสินค้าในปี 2550 ซึ่งเลื่อนการรับรู้มาจากงวด 4Q52 ประมาณ  40-50 ล้านบาท ซึ่งถ้ามี
การรับรู้รายการดังกล่าว ก็จะทำให้ผลกำไรสุทธิในงวด 2H53 อยู่ในระดับมากกว่า 200 ล้านบาท

ปรับเพิ่มประมาณการขึ้นอีก 11%  คงคำแนะนำ ซื้อ
              ผลประกอบการงวด 2Q53 ที่น่าจะออกมาดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ก่อนหน้านี้มาก ทำให้
ฝ่ายวิจัยมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2553 ขึ้นจากเดิม 11% โดยคาดว่า MCS จะมีกำไร
สุทธิ 636 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน 680 ล้านบาท ส่งผลให้ Fair value ที่กำหนด
ที่ PER 7 เท่า ขยับขึ้นเป็น 8.90 บาท ในปี 2553 รวมถึงเงินปันผลปี 2553 ที่คาดว่าจะจ่ายสูง
ถึง 0.64 บาท ซึ่งคิดเป็น Dividend Yield ที่ 7.9% จึงคงคำแนะนำ ซื้อ



เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   16/07/10   เวลา   9:45:34


User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Posts by vichit » Fri Jul 16, 2010 9:47 am

กิมเอ็งเชียร์ซื้อ MCS กำไรทำสถิติสูงสุดใหม่-ปันผล 8.7%

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ระบุว่า คาดผลประกอบการไตร
มาส 2/53 ของ บมจ.เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) จะยังอยู่ในเกณฑ์ดีเท่ากับ 140 ล้านบาท มากกว่า
ฐานกำไรเฉลี่ยในอดีต  แนวโน้มกำไรรวมปีนี้คาดจะทำจุดสูงสุดใหม่สู่ระดับ 655 ล้านบาท (กำไร
ต่อหุ้น 1.31 บาท) เพิ่มขึ้น 14% รวมถึงมีเงินปันผล 0.70 บาท หรือ คิดเป็นเงินปันผลตอบแทน
8.7% ปรับประมาณการขึ้น รวมถึงเพิ่มเกรดเป็น ซื้อ  ประเมินราคาเหมาะสม 9.5 บาท
ทั้งนี้ กิมเอ็งประเมินว่าผลประกอบการในไตรมาสสองจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีกำไร
ประมาณ 140 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.28 บาท)  แม้ว่าจะชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อน 45% แต่
ยังเติบโตจากปีก่อน 27%  มากกว่าที่เราประเมินก่อนหน้านี้หลังประกาศงบ (10 พ.ค.) ที่ประเมิน
ตัวเลขกำไรไว้เพียง 80 ล้านบาท  แม้ว่าในเดือน เม.ย. จะผลิตไม่ได้เต็มที่จากการขยายกำลัง
การผลิตจาก 60,000 ตัน เป็น 70,000 ตัน  ทำให้ยอดขายปรับลดลงเหลือประมาณ 758 ล้าน
บาท ลดลง 29% จากไตรมาสก่อน และ 22% จากปีก่อน  แต่ราคาส่งเหล็กโครงสร้างไปญี่ปุ่นยัง
อยู่ในเกณฑ์ดี และ ต้นทุนวัตถุดิบราคาถูก ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับสูงเท่ากับ 30%
เทียบกับ 39% ในไตรมาสก่อน และ 16% ในปีก่อน
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3-4 คาดจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี  โดยในไตรมาส
สามจะรับรู้งานส่วนเพิ่มนอกเหนือจากส่งออกเหล็กโครงสร้างไปญี่ปุ่น คือ งานโครงสร้างเหล็ก
สำหรับสะพานให้ประเทศไต้หวันประมาณ 3,500-5,000 ตัน และ รับรู้งานเหล็กโครงสร้างใน
ประเทศที่เหลือ 2,500 ตัน หลังจากที่ส่งมอบในไตรมาสสอง 2,500 ตัน  ส่วนไตรมาสสี่จะมีการ
บวกตัวเลขสำรองรับประกันสินค้าประมาณ 50-70 ล้านบาท  ทั้งนี้ตัวเลขประมาณการกำไรครึ่งปี
แรกคิดเป็น 75% ของประมาณการทั้งปีเดิม ดังนั้น เราจึงปรับประมาณการเพิ่มขึ้นอีก  โดย
ประเมินกำไรในปีนี้เท่ากับ 655 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 1.31 บาท) ทำจุดสูงสุดใหม่ เพิ่มขึ้นจาก
ปีก่อน 14% และ เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 525 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มในปีหน้า คาดว่าจะได้แรงหนุนจากกำลังการผลิตใหม่ที่รองรับเหล็ก
โครงสร้างขนาดใหญ่  อย่างไรก็ตามเรายังประมาณการแบบอนุรักษ์นิยมโดยให้กำไรในปีหน้าปรับลด
ลงจากปีนี้ จากประมาณการที่ปรับขึ้น และ ภายใต้ฐาน P/E เท่ากับ 9 เท่า ในปีหน้า เราปรับ
ราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 9.5 บาท จากเดิม 7 บาท  แม้ว่าราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นอย่างมากนับจากต้นปี
ถึง 88%  แต่ยังซื้อ P/E ปี 2553 ที่ต่ำเพียง 6.1 เท่า  และ คาดจะจ่ายเงินปันผลสำหรับกำไรปีนี้
เท่ากับ 0.70 บาท หรือ คิดเป็นเงินปันผลตอบแทน 8.7%  ดังนั้น เราปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ
อีกครั้งจากเดิม ถือ นอกจากนี้ MCS มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งไม่มีภาระหนี้เงินกู้เลย และ ยังมี
เงินสดในมือสูงถึง 1,912 ล้านบาท หรือ คิดเป็นต่อหุ้นเท่ากับ 3.8 บาท





เรียบเรียง โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
อนุมัติ    โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น  commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย     วันที่   16/07/10   เวลา   9:45:43


User avatar
kriangsak76
Verified User
Posts: 271
Joined: Fri Aug 28, 2009 8:10 pm

Posts by kriangsak76 » Fri Jul 16, 2010 9:50 am

ค่อยยังชั่วครับ  นึกว่า จะรับมาแพงเกินไปแล้วซะอีก

สุดท้ายก็คิดว่า คุณภาพของบริษัท ใหญ่คับราคาจริงๆครับ

ขอขอบคุณ ข้อมูลของพี่ๆ มากครับ


NDD
Verified User
Posts: 408
Joined: Thu Nov 25, 2004 1:48 pm

Posts by NDD » Fri Jul 16, 2010 10:28 am

ผมอ่าน บทวิคราะห์ 2 เจ้าข้างบน(จากต้นฉบับ) ในตารางประเมิน บอกว่า ปี 54 กำไรจะลดลง ทั้งสองโบรก ผมเมล์ไปถาม ว่าทำไมประเมินลดลง ได้คำตอบว่า
สาเหตุที่ประเมินกำไรปี 2554 ต่ำลงเนื่องจาก
1.ราคาขายปกติจะตกลงกันล่วงหน้าทุก 6 เดือน
ราคาส่งมอบปัจจุบันค่อยๆปรับลดลงประมาณ 5-10% ตามราคาเหล็กตลาดโลก ซึ่งได้ปรับลงมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่เดือน พ.ค. 53
แต่ MCS จะได้รับ effect เต็มๆในช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป
2. ต้นทุนหลักอีกตัวหนึ่งคือค่าขนส่งทางเรือ ปรับตัวสูงขึ้น
3. โครงสร้างลูกค้ากำลังจะเปลี่ยนไป จากเดิมเป็นลูกค้าญี่ปุ่นที่ให้ gross margin สูง แต่เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นแย่ลง
MCS ต้องหันไปรับงานสะพานในไต้หวัน และโครงสร้างเหล็กในประเทศ ซึ่งมี margin ต่ำกว่า
เพื่อนเห็นว่าไงครับ

แค่รู้สึกถึงการมีอยู่ของ กาย ใจ

kanoon
Verified User
Posts: 411
Joined: Thu Jun 04, 2009 11:25 am

Posts by kanoon » Fri Jul 16, 2010 10:39 am

NDD wrote:ผมอ่าน บทวิคราะห์ 2 เจ้าข้างบน(จากต้นฉบับ) ในตารางประเมิน บอกว่า ปี 54 กำไรจะลดลง ทั้งสองโบรก ผมเมล์ไปถาม ว่าทำไมประเมินลดลง ได้คำตอบว่า
เพื่อนเห็นว่าไงครับ
ความเห็นผมยังคงเดิมคือ คำถามข้างต้นผู้บริหารตอบอย่างชัดเจน
ในการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งล่าสุด ลองย้อมกลับไปอ่านความเห็น
ของผู้ที่ไปประชุมดูครับ

ข้อแรกนั้นจริงเนื่องจากราคาเหล็กผันผวนแต่ผู้ซื้อก็รับผิดชอบเรื่อง
ราคาไปแล้ว

ข้อสุดท้ายไม่น่าใช่เนื่องจากงานสะพานจะมี margin มากขึ้นไม่ใช่
ต่ำกว่า


My House
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1260
Joined: Thu May 27, 2010 2:30 pm

My House

Posts by My House » Fri Jul 16, 2010 10:40 am

อย่าเพิ่งรีบวิ่งยังเก็บไม่พอเลย แงๆ


IR_MCS
Approved IR Member
Posts: 56
Joined: Thu Jul 19, 2007 3:27 pm

Posts by IR_MCS » Fri Jul 16, 2010 10:59 am

Margin ของงานสะพายย่อมสูงกว่า หากว่าเป็นงานสะพานของญี่ปุ่น
แต่ที่ Margin ของงานสะพานไต้หวันที่อาจจะน้อย เนื่องจากเป็นงานที่ MCS ยังไม่มีความชำนาญ และเพิ่งเริ่มทำ ซึ่งหากว่าได้ลองทำ และฝึกฝนจนสามารถทำงานสะพานของญี่ปุ่นได้ Margin ก็จะเพิ่มขึ้น

ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่างานที่ยากไม่ใช่คนใหม่ ๆ จะเข้ามาทำได้ดี ทำแรกๆ ก็ต้องมีผิดพลาดเสียหายบ้าง แต่หากมีการฝึกฝน งานที่ไม่เคยทำ  ให้ทำได้ ในอนาคตก็จะมีโอกาสรับงานที่หลากหลายขึ้น

งานสะพานเป็นอีกงานหนึ่งที่บริษัทฯอยากขยายตลาดไปตรงนั้น หากว่าเราไม่เริ่มลองทำเลย คงไม่มีวันรู้ว่าต้องทำอย่างไรค่ะ ซึ่งตอนแรกการเริ่มต้นไม่ใช่ทุกบริษัทฯจะทำได้ดีอย่างที่หวัง แต่หากไม่เริ่มลองทำก็จะไม่มีวันที่จะทำได้ค่ะ


User avatar
นพพร
Verified User
Posts: 1039
Joined: Fri May 07, 2010 2:52 pm

Posts by นพพร » Fri Jul 16, 2010 11:02 am

วิสัยทัศน์กว้างไกล ทำใจไม่ได้ถ้าในพอร์ตไม่มีตัวนี้ :x

ก้าวแรกที่เล็กๆ แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต

User avatar
drfool
Verified User
Posts: 119
Joined: Wed Sep 09, 2009 11:59 pm

Posts by drfool » Fri Jul 16, 2010 11:22 am

โบรกวิเคราะห์ราคาเดิม 7.5 ไอ้เราก็ดีใจที่มันยังไม่วิ่ง กำลังค่อยๆเก็บ
พอมาวันนี้ดันวิ่งซะนี่ เพิ่งเก็บเองจะรีบไปไหน


User avatar
armaty
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 200
Joined: Tue Oct 13, 2009 2:31 pm

Posts by armaty » Fri Jul 16, 2010 12:08 pm

ขอบคุณ ir มากนะครับที่มาให้ข้อมูล


User avatar
simpleBE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2330
Joined: Fri Jan 15, 2010 3:21 pm

Posts by simpleBE » Fri Jul 16, 2010 12:50 pm

ขอสอบถาม ir เรื่องความเสี่ยงของบริษัทเกี่ยวกับการเพิ่งพิงผู้ถือหุ้นใหญ่ ดร.ไนยวนชิ ในการทำการค้ากับญี่ปุ่นและไต้หวัน
ถ้าถึงวันที่ ดร. ไม่ได้บริหารแล้วจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง
แล้วได้มีการเตรียมตัวแทนไว้บ้างหรือยังครับ
 :roll:


User avatar
แงซาย
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 847
Joined: Mon Nov 23, 2009 8:23 pm

Posts by แงซาย » Fri Jul 16, 2010 12:52 pm

[quote="irmcs"]Margin ของงานสะพายย่อมสูงกว่า หากว่าเป็นงานสะพานของญี่ปุ่น
แต่ที่ Margin ของงานสะพานไต้หวันที่อาจจะน้อย เนื่องจากเป็นงานที่ MCS ยังไม่มีความชำนาญ และเพิ่งเริ่มทำ ซึ่งหากว่าได้ลองทำ และฝึกฝนจนสามารถทำงานสะพานของญี่ปุ่นได้ Margin ก็จะเพิ่มขึ้น

ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่างานที่ยากไม่ใช่คนใหม่ ๆ จะเข้ามาทำได้ดี ทำแรกๆ ก็ต้องมีผิดพลาดเสียหายบ้าง แต่หากมีการฝึกฝน งานที่ไม่เคยทำ


IR_MCS
Approved IR Member
Posts: 56
Joined: Thu Jul 19, 2007 3:27 pm

Posts by IR_MCS » Fri Jul 16, 2010 1:12 pm

หากได้ลองเข้าไปร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ หลายปีที่ผ่านมา
คำถามนี้มักจะมีคนถามดร. เสมอซึ่งคำตอบที่ดร.ตอบทุกครั้งก็คือ
ตอนนี้ที่ดร. ต้องหางานอยู่เพราะว่ายังไม่มีคนอื่นที่ทำได้ แต่หากบริษัทฯก้าวขึ้นมาอีกระดับแล้ว ก็จะเหมือนร้านอาหารอร่อย ๆ ที่ไม่ต้องเอาของไปเสนอขาย แค่มีร้านที่ดี มีคุณภาพลูกค้า ก็จะเข้ามาหาเราเอง
ซึ่ง MCS พยายามจะเป็นร้านอาหารที่อร่อยแบบนั้นอยู่ ซึ่งต่อไป
หากไม่ว่า ดร. จะเป็นคนบริหาร หรือไม่นั้น ก็ไม่มีความสำคัญ เพราะว่า
MCS จะทำงานตามระบบที่วางไว้ ไม่ว่าในอนาคตใครเข้ามาบริหาร
อาจจะไม่ได้เก่งเท่ากับดร. แต่หากบริษัทฯมีคุณภาพจนถึงระดับนั้นจริงๆ
เราก็ไม่จำเป็นต้องมี Sale  ที่เป็นตัวแทนขายค่ะ


User avatar
นพพร
Verified User
Posts: 1039
Joined: Fri May 07, 2010 2:52 pm

Posts by นพพร » Fri Jul 16, 2010 1:21 pm

ถึงจะพูดขนาดนี้แต่ก็ขอบอกคำเดียวเหมือนกันว่า ดร.ครับ รักษาสุขภาพนะครับ :D

ก้าวแรกที่เล็กๆ แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต

champ412
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 912
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:30 pm

Posts by champ412 » Fri Jul 16, 2010 1:21 pm

[quote="irmcs"]หากได้ลองเข้าไปร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ หลายปีที่ผ่านมา
คำถามนี้มักจะมีคนถามดร. เสมอซึ่งคำตอบที่ดร.ตอบทุกครั้งก็คือ
ตอนนี้ที่ดร. ต้องหางานอยู่เพราะว่ายังไม่มีคนอื่นที่ทำได้ แต่หากบริษัทฯก้าวขึ้นมาอีกระดับแล้ว ก็จะเหมือนร้านอาหารอร่อย ๆ ที่ไม่ต้องเอาของไปเสนอขาย แค่มีร้านที่ดี มีคุณภาพลูกค้า ก็จะเข้ามาหาเราเอง
ซึ่ง MCS พยายามจะเป็นร้านอาหารที่อร่อยแบบนั้นอยู่ ซึ่งต่อไป
หากไม่ว่า ดร. จะเป็นคนบริหาร หรือไม่นั้น ก็ไม่มีความสำคัญ เพราะว่า
MCS จะทำงานตามระบบที่วางไว้ ไม่ว่าในอนาคตใครเข้ามาบริหาร
อาจจะไม่ได้เก่งเท่ากับดร. แต่หากบริษัทฯมีคุณภาพจนถึงระดับนั้นจริงๆ
เราก็ไม่จำเป็นต้องมี Sale


Post Reply