CPF

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
dragonrider
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 570
Joined: Sat Apr 14, 2007 8:22 am

Re: CPF

Posts by dragonrider » Sat Jul 28, 2012 9:11 pm

Chabaa70 wrote:พอจะมีใครทราบว่าในปีนี้จะมีการเปิดสาขา CP Food Mraket เพิ่มอีกไหม
ปัจจุบันมีอยู่ 2 สาขา ไม่แน่ใจว่า CPF จะเอาจริงแค่ไหนกับ model นี้ ผมกลับมาถือใหม่ก็เพราะ
เห็นแววของ ตัวนี้ครับ อยากถามในที่ประชุม ผู้ถือหุ้นคราวหน้าเหมือนกัน จะเกรงใจ CPALL
หรือไม่ อย่างไร


คนคอน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 883
Joined: Fri Apr 17, 2009 5:52 pm

Re: CPF

Posts by คนคอน » Sat Jul 28, 2012 9:14 pm

วันนี้อ่าน หนังสือพิมพ์ ฐาน ได้ความว่า ซีพีเอฟ อยู่ระหว่างเจรจาลงทุนธุรกิจอาหารในยุโรปและเอเชียอยู่3รายมูลค่าหลักพันล้านถึงหมื่นล้าน :twisted: :twisted:


My House
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1269
Joined: Thu May 27, 2010 2:30 pm

Re: CPF

Posts by My House » Sat Jul 28, 2012 10:07 pm

My House wrote:จากหมายเหตุงบการเงินปี 54 ก่อนเพิ่มทุนนะครับ

32 กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน

กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานสำหรับแต่ละปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2554 และ 2553 คำนวณจากกำไรสำหรับปีที่เป็น ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทและจำนวนหุ้นสามัญที่ถือโดยบุคคลภายนอกที่มีอยู่ในระหว่างปีตามวิธีถัวเฉลี่ย ถ่วงน้ำหนัก โดยแสดงการคำนวณได้ดังนี้

(หน่วย: ล้านบาท/ล้านหุ้น)
งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ
2554 2553 2554 2553

กำไรสำหรับปีที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ
บริษัท
ของบริษัท 15,837 13,563 12,716 10,526

จำนวนหุ้นสามัญที่ถือโดยบุคคลภายนอก
ตามวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
จำนวนหุ้นสามัญที่ออก ณ วันต้นงวด 7,520 7,520 7,520 7,520
จำนวนหุ้นทุนซื้อคืน
- ถือโดยบริษัท (471) (471) (471) (471)
- ถือโดยบริษัทย่อย (393) (393) - -
สุทธิ 6,656 6,656 7,049 7,049

กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 2.38 2.04 1.80 1.49

เดิมมี 7520 นะครับ แต่มีการซื้อหุ้นคือครบแล้ว โดย 471 ล้านหุ้นที่ถือโดยบริษัทได้ทำการลดทุนไปแล้ว คงเหลือหุ้นทุนซื้อคืนที่ถือโดยบริษัทย่อย 393 ล้านหุ้นนะครับ ตอนปี 54 ตัวเลขใน set จะเป็น 7520 แต่เวลาคำนวน eps ต้องใช้ 7520-471-393 = 6656

หลังจากนั้นเมื่อซื้อ CPP ได้เพิ่มทุน 696 (พร้อมลดทุน 471 ล้านหุ้น) แปลว่าตัวเลขที่ปรากฏใน set เท่ากับ 7520-471+696 = 7742 ตามที่คุณ prichar s. เอามาแปะไว้ แต่เวลาคำนวนจริงต้องหักหุ้นทุนซื้อคืนที่ถือโดยบริษัทย่อยลงไปอีก 393 ครับ(ยังไม่ได้ลดทุน) จึงเท่ากับ 7742-393 = 7349 ครับ
จากที่ผมเคยโพสไว้นะครับ ผมเริ่มงงๆแล้วนะครับเกี่ยวกับหุ้นที่ใช้คิด กำไรต่อหุ้น
ผมมาดูหมายเหตุงบของไตรมาส1/55
(หน่วย: ล้านบาท/ล้านหุ้น)
งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ
2555 2554 2555 2554

กำไรสำหรับงวดที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ
ของบริษัท 12,113 3,677 928 1,385

จำนวนหุ้นสามัญที่ถือโดยบุคคลภายนอก
ตามวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
จำนวนหุ้นสามัญที่ออก ณ วันต้นงวด 7,520 7,520 7,520 7,520
จำนวนหุ้นทุนซื้อคืน
- ถือโดยบริษัท - (471) - (471)
- ถือโดยบริษัทย่อย (393) (393) - -
สุทธิ 7,127 6,656 7,520 7,049
ผลกระทบจากการออกหุ้นสามัญใหม่
ที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจ 231 - 231 -
ผลกระทบจากการตัดหุ้นทุน
ซื้อคืนที่ยังไม่ได้จำหน่าย (471) - (471) -
ผลกระทบจากการจำหน่าย
หุ้นทุนซื้อคืนที่ถือโดยบริษัทย่อย 13 - - -
จำนวนหุ้นสามัญโดยวิธีถั่วเฉลี่ย
ถ่วงน้ำหนัก 6,900 6,656 7,280 7,049

กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (บาท) 1.76 0.55 0.13 0.20

ปรากฎว่าไตรมาส1/55 ใช้จำนวนหุ้น 6900 ในการคำนวนกำไรต่อหุ้น :?: :?:
ปล.มีเพื่อนๆพี่ๆคนไหนพออธิบายให้ผมได้ รบกวนด้วยนะคร้าบ :cry: :cry:


chitadisai
Verified User
Posts: 483
Joined: Fri Aug 27, 2010 9:43 pm

Re: CPF

Posts by chitadisai » Sun Jul 29, 2012 4:37 pm

ผู้บริโภคเฮ! ราคาหมูทั่วประเทศปรับลดลงอีกกิโลกรัมละ 4-13 บาท

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2555 14:34 น.

ผู้บริโภคได้เฮ “พาณิชย์” ประกาศราคาหมูทั่วประเทศลดลงอีก กก.ละ 4-13 บาท ผู้เลี้ยงแจงเหตุราคาลดเนื่องจากผลผลิตมาก และคนหันไปบริโภคเนื้อสัตว์ชนิดอื่นแทน

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการได้ออกประกาศราคาแนะนำเนื้อหมูประจำวันที่ 26 ก.ค.-1 ส.ค. 2555 ใหม่ โดยราคาปรับลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว กก.ละ 4-13 บาท หลังจากมีปริมาณหมูออกสู่ตลาดสูงกว่าความต้องการบริโภค

โดยราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดง เฉพาะเนื้อแดง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตก ให้ขายไม่เกิน กก.ละ 106 บาท ลดจากสัปดาห์ก่อน 114 บาท ภาคตะวันออก ขายไม่เกิน กก.ละ 110 บาท ลดจาก 114 บาท ภาคใต้ ไม่เกิน กก.ละ 111 บาท ลดจากเดิม 124 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่เกิน กก.ละ 114 บาท ลดจาก 119 บาท และภาคเหนือ ไม่เกิน กก.ละ 115 บาท ลดจาก 119 บาท ยกเว้นเนื้อสุกรชนิดที่มีคุณภาพพิเศษ เช่น เนื้อสุกรอนามัย เนื้อสุกรไร้สาร ที่มีการรับรองจากหน่วยงานราชการให้สามารถขายเกินราคาได้

ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตก กำหนดให้ขายไม่ต่ำกว่า กก.ละ 54 บาท ลดจากเดิม 59 บาท ภาคตะวันออกขายไม่ต่ำกว่า กก.ละ 56 บาท ลดจากเดิม 59 บาท ภาคใต้ขายไม่ต่ำกว่า กก.ละ 57 บาท ลดจากเดิม 65 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ต่ำกว่า กก.ละ 59 บาท ลดจาก 63 บาท และภาคเหนือไม่ต่ำกว่า กก.ละ 60 บาท ลดจาก 63 บาท

ส่วนราคาจำหน่ายส่งหมูชำแหละ (หมูซีก) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตกไม่เกิน กก.ละ 65 บาท ลดจาก 71 บาท ภาคตะวันออกไม่เกิน กก.ละ 68 บาท ลดจาก 71 บาท ภาคใต้ไม่เกิน กก.ละ 69 บาท ลดจาก 77 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่เกิน กก.ละ 71 บาท ลดจาก 75 บาท และภาคเหนือ ไม่เกิน กก.ละ 72 บาท ลดจาก 75 บาท

สำหรับราคาขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตก ไม่เกิน กก.ละ 91 บาท ลดจาก 99 บาท ภาคตะวันออก ไม่เกิน กก.ละ 95 บาท ลดจาก 99 บาท ภาคใต้ไม่เกิน กก.ละ 96 บาท ลดจาก 109 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่เกิน กก.ละ 99บาท ลดจาก 104 บาท และภาคเหนือไม่เกิน กก.ละ 100 บาท ลดจาก 109 บาท

นายกิตติวงศ์ สมบุญธรรม เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาเนื้อหมูปรับตัวลดลงเนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงมีเงินทุนไม่เพียงพอ หลังจากต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องรีบนำหมูขุนออกมาขายก่อนกำหนด 1-2 สัปดาห์ ประกอบกับในฤดูฝนประชาชนมักบริโภคเนื้อหมูน้อยและหันไปกินเนื้อปลา สัตว์น้ำชนิดอื่นแทน จนทำให้เกิดภาวะเนื้อหมูล้นตลาด ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เกษตรกรขาดทุนอย่างหนัก เพราะต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มไปถึง กก.ละ 60 บาท แต่กลับขายได้เพียง กก.ละ 52-54 บาทเท่านั้น


NORMALMAN
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 671
Joined: Tue Jul 24, 2012 12:54 pm

Re: CPF

Posts by NORMALMAN » Sun Jul 29, 2012 5:07 pm

รายย่อยไปก่อนแล้ว ทั่วประเทศ ซัพพลายด์คงลดในระยะต่อไปมั้ง ตอนนี้ได้แต่ลุ้นราคาถั่วเหลือง ดูเหมือนเริ่มทรงๆ ไม่ค่อยอยากวิ่งขึ้นต่อแล้ว มันเป็นแบบนี้จริงๆเลย เวลาวัตถุดิบอาหารสัตว์ถูก คนแห่กันเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู พออาหารสัตว์แพงคนเลิกเลี้ยงพร้อมๆกัน มุดท้ายก็ปรับสมดุลกันเอง


harikung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2234
Joined: Thu Nov 11, 2010 4:52 pm

Re: CPF

Posts by harikung » Sun Jul 29, 2012 8:40 pm

เท่าที่ไปอ่านในห้องtvoราคาถั่วเหลืองน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างน้อยก็น่าจะถึงสิ้นปี และอาจจะข้ามไปถึงปีหน้าถ้าเขตเพาะปลูกหลักแห้งแล้ง

นักเลงคีย์บอร์ด4.0

NORMALMAN
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 671
Joined: Tue Jul 24, 2012 12:54 pm

Re: CPF

Posts by NORMALMAN » Sun Jul 29, 2012 10:21 pm

สตอกอาหารสัตว์ของ cpf น่าจะเพียงพอจนถึงสิ้นปีครับ ที่เหลือก็ลุ้นกันครับ


User avatar
kongkiti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 5831
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: CPF

Posts by kongkiti » Sun Jul 29, 2012 10:44 pm

harikung wrote: ผมเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการเปิดคาสิโนครับเพราะส่วนตัว
ไม่เชื่อว่าการมีคาสิโนจะทำให้คนมัวเมากับการพนันมากขึ้นหรอก และถ้ามีบริษัทคาสิโนเข้าตลาดผมจะต้องซื้อเก็บไว้ในพอร์ตให้จงได้
หากมีจริงอาจมีคนแย่งกันซื้อเต็มไปหมดนะครับ :P
แต่คงเกิดยากอ่ะครับ

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

User avatar
kongkiti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 5831
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: CPF

Posts by kongkiti » Sun Jul 29, 2012 10:46 pm

ข่าวฝาก

ชี้ภัยแล้งสหรัฐไม่กระทบข้าวโพด
วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7913 ข่าวสดรายวัน
http://www.khaosod.co.th/view_news.php? ... B5T1E9PQ==

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวชี้แจงภัยแล้งที่เกิดขึ้นในสหรัฐ ที่ส่งผลให้ราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองในตลาดโลกสูงขึ้นกว่า 50% ทำให้ราคาอาหารสัตว์สูงตามไปด้วยว่า สำหรับผล กระทบในประเทศไทยในด้านข้าวโพดมีผลกระทบน้อย เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดไทยผลิตได้เพียงพอกับการใช้ และข้าวโพดฤดูใหม่ก็จะออกในเดือนหน้าแล้ว ส่วนกากถั่วเหลืองเนื่องจากต้องนำเข้าก็ส่งผลกระทบทันที โดยราคาจากโรงสกัดน้ำมันได้ปรับตัวสูงขึ้นมาถึงกิโลกรัมละ 20.80 บาท สำหรับซีพีเอฟได้มีการซื้อล่วงหน้าไปก่อนแล้วจึงมีผลกระทบไม่มาก

สำหรับกระแสข่าวว่าบริษัทจะมีการเพิ่มทุนนั้น บริษัทไม่มีแผนในเรื่องนี้แต่อย่างใด เนื่องจากกระแสเงินสดของบริษัทยังคงมีเพียงพอในการลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการ และบริษัทอยู่ระหว่างการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่อเป็นการระดมทุนมาใช้เพื่อรีไฟแนนซ์เงินกู้เดิม ซึ่งซีพีเอฟได้มีการดำเนินการระดมทุนผ่านช่องทางหุ้นกู้เป็นแนวทางหลักทุกปีอยู่แล้ว

ส่วนของกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการขายหุ้นโดยผู้ถือหุ้นใหญ่หรือผู้บริหารนั้น นายอดิเรกกล่าวว่า ยังไม่ได้เห็นอะไรที่ผิดปกติ หากมีการขายออกมาจะต้องมีการรายงานตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งในส่วนนี้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ตลท.

อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมของธุรกิจของปีนี้นั้น ต้องถือว่าเป็นปีที่ยากกว่าที่ได้เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลกระทบมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศไทย ที่ส่งผลให้กำลังซื้อหดตัวลง ไม่เพิ่มขึ้นอย่างที่เคยคาดไว้ แต่สถานการณ์ต่างๆ เหล่านี้น่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจในระยะสั้นเท่านั้น ธุรกิจอาหารเป็นธุรกิจที่มีความจำเป็นสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก บริษัทยังเชื่อมั่นว่าธุรกิจจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 ปีด้วยยอดขายกว่า 6 แสนล้านบาทอย่างแน่นอน

-จบ-

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

prichar s.
Verified User
Posts: 1427
Joined: Sun Mar 22, 2009 5:36 pm

Re: CPF

Posts by prichar s. » Sun Jul 29, 2012 10:52 pm

My House wrote:ปรากฎว่าไตรมาส1/55 ใช้จำนวนหุ้น 6900 ในการคำนวนกำไรต่อหุ้น
ปล.มีเพื่อนๆพี่ๆคนไหนพออธิบายให้ผมได้ รบกวนด้วยนะคร้าบ
ในทางบัญชีเข้าใจว่าใช้ 6,900 เพราะบริษัทยังไม่ได้ลดทุนจดทะเบียนหุ้นที่ซื้อคืน ส่วนทางปฏิบัติสำหรับ
นักลงทุนก็คิดครอบคลุมไว้ก่อน ทั้ง 2 ทาง เพื่อความครบถ้วน ชัดเจนของข้อมูลในการวิเคราะห์
(บางบริษัทมีหุ้นปุริมสิทธิ์เราก็ต้องคิดเผื่อแบบประมาณการด้วยเช่นกัน)


young_5432
Verified User
Posts: 1047
Joined: Wed May 27, 2009 12:59 pm

Re: CPF

Posts by young_5432 » Mon Jul 30, 2012 8:55 am

chitadisai wrote:ผู้บริโภคเฮ! ราคาหมูทั่วประเทศปรับลดลงอีกกิโลกรัมละ 4-13 บาท

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2555 14:34 น.

ผู้บริโภคได้เฮ “พาณิชย์” ประกาศราคาหมูทั่วประเทศลดลงอีก กก.ละ 4-13 บาท ผู้เลี้ยงแจงเหตุราคาลดเนื่องจากผลผลิตมาก และคนหันไปบริโภคเนื้อสัตว์ชนิดอื่นแทน

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการได้ออกประกาศราคาแนะนำเนื้อหมูประจำวันที่ 26 ก.ค.-1 ส.ค. 2555 ใหม่ โดยราคาปรับลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว กก.ละ 4-13 บาท หลังจากมีปริมาณหมูออกสู่ตลาดสูงกว่าความต้องการบริโภค

โดยราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดง เฉพาะเนื้อแดง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตก ให้ขายไม่เกิน กก.ละ 106 บาท ลดจากสัปดาห์ก่อน 114 บาท ภาคตะวันออก ขายไม่เกิน กก.ละ 110 บาท ลดจาก 114 บาท ภาคใต้ ไม่เกิน กก.ละ 111 บาท ลดจากเดิม 124 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่เกิน กก.ละ 114 บาท ลดจาก 119 บาท และภาคเหนือ ไม่เกิน กก.ละ 115 บาท ลดจาก 119 บาท ยกเว้นเนื้อสุกรชนิดที่มีคุณภาพพิเศษ เช่น เนื้อสุกรอนามัย เนื้อสุกรไร้สาร ที่มีการรับรองจากหน่วยงานราชการให้สามารถขายเกินราคาได้

ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตก กำหนดให้ขายไม่ต่ำกว่า กก.ละ 54 บาท ลดจากเดิม 59 บาท ภาคตะวันออกขายไม่ต่ำกว่า กก.ละ 56 บาท ลดจากเดิม 59 บาท ภาคใต้ขายไม่ต่ำกว่า กก.ละ 57 บาท ลดจากเดิม 65 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ต่ำกว่า กก.ละ 59 บาท ลดจาก 63 บาท และภาคเหนือไม่ต่ำกว่า กก.ละ 60 บาท ลดจาก 63 บาท

ส่วนราคาจำหน่ายส่งหมูชำแหละ (หมูซีก) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตกไม่เกิน กก.ละ 65 บาท ลดจาก 71 บาท ภาคตะวันออกไม่เกิน กก.ละ 68 บาท ลดจาก 71 บาท ภาคใต้ไม่เกิน กก.ละ 69 บาท ลดจาก 77 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่เกิน กก.ละ 71 บาท ลดจาก 75 บาท และภาคเหนือ ไม่เกิน กก.ละ 72 บาท ลดจาก 75 บาท

สำหรับราคาขายส่งชิ้นส่วนหมูเนื้อแดง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันตก ไม่เกิน กก.ละ 91 บาท ลดจาก 99 บาท ภาคตะวันออก ไม่เกิน กก.ละ 95 บาท ลดจาก 99 บาท ภาคใต้ไม่เกิน กก.ละ 96 บาท ลดจาก 109 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่เกิน กก.ละ 99บาท ลดจาก 104 บาท และภาคเหนือไม่เกิน กก.ละ 100 บาท ลดจาก 109 บาท

นายกิตติวงศ์ สมบุญธรรม เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาเนื้อหมูปรับตัวลดลงเนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงมีเงินทุนไม่เพียงพอ หลังจากต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องรีบนำหมูขุนออกมาขายก่อนกำหนด 1-2 สัปดาห์ ประกอบกับในฤดูฝนประชาชนมักบริโภคเนื้อหมูน้อยและหันไปกินเนื้อปลา สัตว์น้ำชนิดอื่นแทน จนทำให้เกิดภาวะเนื้อหมูล้นตลาด ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เกษตรกรขาดทุนอย่างหนัก เพราะต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มไปถึง กก.ละ 60 บาท แต่กลับขายได้เพียง กก.ละ 52-54 บาทเท่านั้น
เมื่อคืนลิงถามแม่ว่า จำได้ไหม 10 ปีที่แล้ว ราคาหมูเท่าไหร่ แม่ตอบว่า 50 ต่อกิโล เลยถามต่อว่า แล้วตอนอยู่ป.5 ป.6 หละะ หมายถึง 20 ปี ที่แล้ว แม่บอก 30 บาท ผมเลยกะถือยาวอะคร๊าบบบบ

มีกระแสน้ำสายหนึ่งในกิจกรรมของคน ซึ่งเมื่อมันไหลบ่าท่วมท้น จะนำไปสู่ความมั่งคั่งมหาศาล :Philip A. Fisher

WannaBeVI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 682
Joined: Thu Aug 02, 2007 4:34 pm

Re: CPF

Posts by WannaBeVI » Mon Jul 30, 2012 9:31 am

ราคาเนื้อสัตว์ มันขึ้นมาตลอด ถ้ามองในระยะยาวก็จริง
แต่อย่าลืมว่า มันขึ้นเพราะต้นทุนอาหารสัตว์ขึ้นด้วยหรือไม่

นี่คือราคาข้าวโพดล่าสุดไล่ไปถึงปี 1960
แน่นอนถ้าราคาข้าวโพดขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาเนื้อสัตว์จะขึ้นอีก
แต่ตราบใดที่ CPF ยังเน้น Feed กับ Farm เยอะ กำไรก็จะยังคงไม่เสถียร เหวี่ยงตามราคาเนื้อสัตว์กับราคาอาหารสัตว์ต่อไป

แต่ลองสังเกตุราคาอาหารตามร้านอาหารเมื่อขึ้นแล้วจะไม่ลง
CPF ต้องเดินไปทางนี้แล้วครับ ถ้าได้ครบวงจรมื่อไร กำไรจะเพิ่มขึ้นได้อีกเยอะ
Attachments
corn2.png
corn2.png (10.66 KiB) Viewed 2402 times


WannaBeVI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 682
Joined: Thu Aug 02, 2007 4:34 pm

Re: CPF

Posts by WannaBeVI » Mon Jul 30, 2012 10:12 am

ข้อดีของ CPF คือสายป่านยาว และต้นทุนต่ำ

ราคาไก่ หมูลง ราคาอาหารสัตว์ขึ้นแบบนี้
จะกระทบก็ไม่แปลก
ซึ่งก็คงกระทบหมดทุกคน ทุกบ.
ใครที่ทุนไม่หนาพอ ไม่ใหญ่พอ ก็อาจจะไม่สามารถทนกับสภาวะนี้ได้
สุดท้ายอาจจะต้องถึงกับออกจากธุรกิจนี้ไป

คนที่สามารถยืนอยู่ได้ก็สบายเพราะคู่แข่งหาย supply ในตลาดหายไป
แล้วยิ่งราคาอาหารสัตว์ขึ้นแบบนี้
ถ้าปีหน้าเราไม่เจอวิกฤติอะไรอีก โอกาสที่ราคาเนื้อสัตว์จะสูงกว่าปีนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงครับ


young_5432
Verified User
Posts: 1047
Joined: Wed May 27, 2009 12:59 pm

Re: CPF

Posts by young_5432 » Mon Jul 30, 2012 10:44 am

WannaBeVI wrote:ราคาเนื้อสัตว์ มันขึ้นมาตลอด ถ้ามองในระยะยาวก็จริง
แต่อย่าลืมว่า มันขึ้นเพราะต้นทุนอาหารสัตว์ขึ้นด้วยหรือไม่

นี่คือราคาข้าวโพดล่าสุดไล่ไปถึงปี 1960
แน่นอนถ้าราคาข้าวโพดขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาเนื้อสัตว์จะขึ้นอีก
แต่ตราบใดที่ CPF ยังเน้น Feed กับ Farm เยอะ กำไรก็จะยังคงไม่เสถียร เหวี่ยงตามราคาเนื้อสัตว์กับราคาอาหารสัตว์ต่อไป

แต่ลองสังเกตุราคาอาหารตามร้านอาหารเมื่อขึ้นแล้วจะไม่ลง
CPF ต้องเดินไปทางนี้แล้วครับ ถ้าได้ครบวงจรมื่อไร กำไรจะเพิ่มขึ้นได้อีกเยอะ
เคยฟัง cpf บอกว่า สุดท้ายจะ copy model food เหมือนที่ทำมา กับเวียดนาม และจีน ต้องรอดูต่อไป แต่ผมว่าต้องเป็นแบบนั้นแน่นอน

มีกระแสน้ำสายหนึ่งในกิจกรรมของคน ซึ่งเมื่อมันไหลบ่าท่วมท้น จะนำไปสู่ความมั่งคั่งมหาศาล :Philip A. Fisher

Parday
Verified User
Posts: 110
Joined: Wed May 26, 2010 2:40 pm

Re: CPF

Posts by Parday » Mon Jul 30, 2012 4:17 pm

ซีพีเอฟพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดเนื้อสัตว์ และอาหารทะเล

Image

นายโทนี ลินช์(Tony Lynch) เอกอัครราชฑูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย (กลาง) และ นายพิสิฐ โอมพรนุวัฒน์(ที่ 4 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ร่วมให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานสัมมนาพิเศษในหัวข้อเกี่ยวกับเนื้อวัว เนื้อแกะ และอาหารทะเลระดับพรีเมี่ยมจากประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แก่พนักงานและคู่ค้าของซีพีเอฟ โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานฑูตออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ รวมถึงบริษัทผู้ค้าเนื้อจากทั้ง 2 ประเทศ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ลุมพินี

ที่มา : สื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ CPF


Polakij
Verified User
Posts: 35
Joined: Thu Nov 11, 2010 11:02 pm

Re: CPF

Posts by Polakij » Mon Jul 30, 2012 5:31 pm

บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด 1,935,815,835 25.00%
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด 881,525,460 11.38%
Orient Success International Limited 694,004,106 8.96%
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 471,372,749 6.09%
บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)203,859,940 2.63%

ขออภัยน่ะครับ
อยากทราบว่า บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด - บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด - บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ทั้ง 3 บริษัท นี้ ต่างกัน อย่างไร ครับ

และ CPF ถือ หุ้นใน CPALL เท่าไร ครับ

ขอบคุณครับ


wj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1142
Joined: Thu Nov 04, 2004 7:48 am

Re: CPF

Posts by wj » Mon Jul 30, 2012 5:42 pm

WannaBeVI wrote:ราคาเนื้อสัตว์ มันขึ้นมาตลอด ถ้ามองในระยะยาวก็จริง
แต่อย่าลืมว่า มันขึ้นเพราะต้นทุนอาหารสัตว์ขึ้นด้วยหรือไม่

นี่คือราคาข้าวโพดล่าสุดไล่ไปถึงปี 1960
แน่นอนถ้าราคาข้าวโพดขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาเนื้อสัตว์จะขึ้นอีก
แต่ตราบใดที่ CPF ยังเน้น Feed กับ Farm เยอะ กำไรก็จะยังคงไม่เสถียร เหวี่ยงตามราคาเนื้อสัตว์กับราคาอาหารสัตว์ต่อไป

แต่ลองสังเกตุราคาอาหารตามร้านอาหารเมื่อขึ้นแล้วจะไม่ลง
CPF ต้องเดินไปทางนี้แล้วครับ ถ้าได้ครบวงจรมื่อไร กำไรจะเพิ่มขึ้นได้อีกเยอะ
ต้นทุนอาหารสัตว์ก็เพิ่มตาม


pinakorn
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 319
Joined: Sat Oct 09, 2010 3:02 pm

Re: CPF

Posts by pinakorn » Tue Jul 31, 2012 11:57 am

cp เป็นแม่ของ cpf และเจริญโภคภัณท์โฮลดิ้งเป็นลูกของ cpf
ถ้าผิดพลาดประการใด ขอท่านอื่นมาแก้ไขด้วยครับ


young_5432
Verified User
Posts: 1047
Joined: Wed May 27, 2009 12:59 pm

Re: CPF

Posts by young_5432 » Tue Jul 31, 2012 12:53 pm

ถ้า ราคาเนื้อสัตว์เพิ่ม หมายถ๋งรายใด้มากขึ้น ถึงแม้ต้นทุนเพิ่ม มาจิ้นเท่าเดิม กำไรก็โตอยู่ดีใช่ไหมครับ

มีกระแสน้ำสายหนึ่งในกิจกรรมของคน ซึ่งเมื่อมันไหลบ่าท่วมท้น จะนำไปสู่ความมั่งคั่งมหาศาล :Philip A. Fisher

Radio
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1243
Joined: Sun Jul 15, 2007 7:14 am

Re: CPF

Posts by Radio » Tue Jul 31, 2012 1:30 pm

young_5432 wrote:ถ้า ราคาเนื้อสัตว์เพิ่ม หมายถ๋งรายใด้มากขึ้น ถึงแม้ต้นทุนเพิ่ม มาจิ้นเท่าเดิม กำไรก็โตอยู่ดีใช่ไหมครับ
เห็นด้วยครับ
ยกเป็นตัวเลขง่ายๆ คือ เมื่อ 20 ปีที่แล้วเนื้อหมูกิโลละ 30 บาทสมมติมีMargin 10%
เท่ากับกำไร 3 บาท สมมติหุ้น 100 หุ้น EPS=0.3 บาท ผ่านไป 20 ปีเนื้อหมูขึ้น
มาเป็นกิโลละ 100 บาท Margin 10% เท่าเดิม กำไร=10 บาท EPS=1 บาท
ยกเว้นจำนวนหุ้นเพิ่มมหาศาล (3-4 เท่าตัว) หรือ Margin ลดลง 3 เท่าตัว EPS
จึงไม่เพิ่ม
ดังนั้นราคาอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นจึงมีผลกระทบ CPF ในระยะสั้น ในที่สุดถ้าอาหาร
สัตว์เพิ่มขึ้นไม่ยอมลด ผู้ที่สายป่านสั้นจะตายไป ผลักดันราคาเนื้อสัตว์ให้ขึ้นตาม
จนเกิดสมดุลย์ของราคาอาหารสัตว์และราคาเนื้อสัตว์ขึ้นมาใหม่


Radio
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1243
Joined: Sun Jul 15, 2007 7:14 am

Re: CPF

Posts by Radio » Tue Jul 31, 2012 1:35 pm

ฮิๆอายจัง ตกคำนวนขอแก้ไข ราคาเนื้อ 30 บาท EPS= 0.03 บาท
ราคาเนื้อ 100 บาท EPS=0.1 บาท


NORMALMAN
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 671
Joined: Tue Jul 24, 2012 12:54 pm

Re: CPF

Posts by NORMALMAN » Tue Jul 31, 2012 1:38 pm

ครับ เคสนี้คือการโตตามอัตราเงินเฟ้อ ยิ่งหาก บ.สามารถโตจาก DCA ของบ.เพิ่มเข้าไปด้วย ในระยะยาวมันก็จะทบกันไปอีก
แต่การโตตามเงินเฟ้อ ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเป็นประโยชน์จริงไหมเพราะ ค่าเงินมันเล็กลงด้วยเช่นกัน
ที่ดีหวังว่า ผบห ทำโกรทได้ตามเป้าซึ่งมากกว่าเงินเฟ้ออ่ะคับ


pinakorn
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 319
Joined: Sat Oct 09, 2010 3:02 pm

Re: CPF

Posts by pinakorn » Tue Jul 31, 2012 1:45 pm

ปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนข้าวโพดและกากถั่วเหลือง กับราคาเนื้อสัตว์ อันไหนมีผลมากกว่ากันครับ รู้สึกว่าเจอศึกสองด้านเลยปีนี้ ผมกลับมองในแง่ดีว่า cpf จะผ่านไปได้หรือป่าวในสถานการณ์ที่ไม่ปกติของราคา commodity ถ้ายังประคองรายได้ให้ทรงตัวหรือดีกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ผมว่านี่คือจุดแข็งของ cpf เลยครับ


NORMALMAN
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 671
Joined: Tue Jul 24, 2012 12:54 pm

Re: CPF

Posts by NORMALMAN » Tue Jul 31, 2012 1:54 pm

ราคาถั่วเหลืองคับ พอดีมีแต่ chart ราคา ไม่มีข้อมูลตัวเลข หากผิดกฎ รบกวน mod ลบละกันนะคับ อยากให้เพื่อนๆได้ดูราคาถั่วเหลืองครับ
Attachments
3.jpg
3.jpg (52.71 KiB) Viewed 1371 times


pawattt
Verified User
Posts: 413
Joined: Tue Oct 12, 2010 10:17 pm

Re: CPF

Posts by pawattt » Tue Jul 31, 2012 2:16 pm

ดูจากราคาถั่วเหลืองด้านบนแล้ว ยังไม่ new high ด้วยซ้ำ
น่าสนใจที่ว่า ปี 2006 - 2008 วิ่งขึ้นอย่างเดียวอย่างมาก แล้ว CPF กระทบมากแค่ไหน ในช่วงนั้น พี่ๆ ท่านไหน อยู่ช่วงเวลาดังกล่าวพอจะ Share ไ้ด้มั้ยครับ :oops:


My House
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1269
Joined: Thu May 27, 2010 2:30 pm

Re: CPF

Posts by My House » Tue Jul 31, 2012 2:51 pm

pinakorn wrote:ปัจจัยเสี่ยงด้านต้นทุนข้าวโพดและกากถั่วเหลือง กับราคาเนื้อสัตว์ อันไหนมีผลมากกว่ากันครับ รู้สึกว่าเจอศึกสองด้านเลยปีนี้ ผมกลับมองในแง่ดีว่า cpf จะผ่านไปได้หรือป่าวในสถานการณ์ที่ไม่ปกติของราคา commodity ถ้ายังประคองรายได้ให้ทรงตัวหรือดีกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ผมว่านี่คือจุดแข็งของ cpf เลยครับ
จากที่ผบห.เคยบอก ราคาถั่วเหลืองมีผลกระทบมากกว่าครับ เพราะต้องสั่งจากต่างประเทศราคาจะผันผวนตามราคาตลาดโลก แต่ข้าวโพดในประเทศมีการปลูกเพียงพอต่อความต้องการใช้ครับ


WannaBeVI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 682
Joined: Thu Aug 02, 2007 4:34 pm

Re: CPF

Posts by WannaBeVI » Tue Jul 31, 2012 4:24 pm

pawattt wrote:ดูจากราคาถั่วเหลืองด้านบนแล้ว ยังไม่ new high ด้วยซ้ำ
น่าสนใจที่ว่า ปี 2006 - 2008 วิ่งขึ้นอย่างเดียวอย่างมาก แล้ว CPF กระทบมากแค่ไหน ในช่วงนั้น พี่ๆ ท่านไหน อยู่ช่วงเวลาดังกล่าวพอจะ Share ไ้ด้มั้ยครับ :oops:
ดูราคาไก่ย้อนหลังอาจจะพอตอบได้
ผมว่าพี่แกคง suffer พอสมควร
Attachments
ราคาไก่.jpg
ราคาไก่.jpg (194.51 KiB) Viewed 4800 times


WannaBeVI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 682
Joined: Thu Aug 02, 2007 4:34 pm

Re: CPF

Posts by WannaBeVI » Tue Jul 31, 2012 4:40 pm

คือ ถ้ามองตอนนั้น ช่วงนั้นปี 2009 นี่ ราคาลงไปเหลือ 3 จากประมาณ 4-5
เป็นใครก็คงสติแตกไปเหมือนกัน
เพราะตอนนั้น CPF ไม่ได้โดดเด่น เป็นที่ชื่นชอบของรายย่อยขนาดนี้
แต่ถ้าใครสามารถถือผ่านช่วงนั้นมาได้ ก็เหมือนได้ขึ้นสวรรค์กันเลยละครับ


NORMALMAN
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 671
Joined: Tue Jul 24, 2012 12:54 pm

Re: CPF

Posts by NORMALMAN » Tue Jul 31, 2012 5:10 pm

WannaBeVI wrote:คือ ถ้ามองตอนนั้น ช่วงนั้นปี 2009 นี่ ราคาลงไปเหลือ 3 จากประมาณ 4-5
เป็นใครก็คงสติแตกไปเหมือนกัน
เพราะตอนนั้น CPF ไม่ได้โดดเด่น เป็นที่ชื่นชอบของรายย่อยขนาดนี้
แต่ถ้าใครสามารถถือผ่านช่วงนั้นมาได้ ก็เหมือนได้ขึ้นสวรรค์กันเลยละครับ
เสริมคุณ WannaBeVI ให้ครับ เอาเป็นกราฟราคาไก่มาให้จะได้ดูง่ายขึ้นครับ
ไก่หากขึ้นแล้วอาจเปลี่ยนฐานราคาแล้วครับ เพราะ eu ก็รับซื้อแล้ว
Attachments
3.png
3.png (22.45 KiB) Viewed 4720 times


NORMALMAN
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 671
Joined: Tue Jul 24, 2012 12:54 pm

Re: CPF

Posts by NORMALMAN » Tue Jul 31, 2012 5:22 pm

ราคาไข่
Attachments
3.png
3.png (24.88 KiB) Viewed 4700 times


Post Reply