CPF

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
chootana
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1401
Joined: Wed May 12, 2010 9:10 am

Re: CPF

Posts by chootana » Tue Jul 10, 2012 9:31 am

sathaporne wrote:
chootana wrote:ปัจจัยคือ ราคาเนื้อไก่ลดลง กับราคาอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น
ส่วน Q3 ทาง ผบห. บอกว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น ส่วนหนึ่งไม่รู้ว่าเป็นที่ไก่ไทยสามารถส่งออกไปที่ยุโรปได้มากขึ้น ทำให้ supply ในประเทศลดลง ราคาเนื้อไก่เพิ่มขึ้น นี่จะเป็นไปได้หรือเปล่า แต่ราคาไก่ หมู ก็มีฤดูกาลของมันอ่ะครับ ที่เป็นห่วงนิดๆ คือ วัตถุดิบที่จะนำมาทำเป็นอาหารสัตว์ ตอนนี้แพงขึ้น แต่อาจจะชดเชยกันด้วยการผลิตในปริมาณมาก
ระยะสั้นราคาอาจจะแกว่ง แต่ถ้ามองในระยะยาว ทางซีพีเค้าก็มองแบบเรา (หรือเรามองแบบเค้า) คือ take overบริษัทแปรรูปอาหารเพื่อเน้นส่วนที่เป็นอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น ในระยะยาวจะลดความผันผวนของราคาสัตว์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทจากยุโรปและอเมริกา รวมถึงการกระจายแหล่งผลิตไปในประเทศต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ทางภาษีและอื่นๆด้วยครับ
ขอถามพี่ "chootana" หน่อยครับ จากกราฟที่คุณ gripen ได้โพสต์เมื่อหน้าที่แล้ว
ดูแล้วสัดส่วนของ food ยังอยู่เท่าเดิมมาตลอด
ทั้งๆที่เมื่อ2-3ปีที่แล้ว ผมก็ได้ยินว่าเขาจะเพิ่มสัดส่วน food ให้มากขึ้น
พี่มีความเห็นว่าอย่างไรเหรอครับ
การเปลี่ยนแปลงก็ต้องใช้เวลาบ้างครับ อาจจะเห็นผลช้าหน่อย เพราะซีพีเอฟ ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปอ่ะครับ อย่างที่ว่า คือวางแผนมาตั้งนานแล้ว แต่เท่าที่เห็น ก้เพิ่งมาเป็นรูปธรรมในปีนี้ และอาจจะเห็นผลพวงในปีถัดๆไป สัดส่วนของ food เมื่อเทียบกับสัดส่วนของ farm ยังน้อยกว่ากันมากครับ แต่ถ้ามีการ M&A บริษัทขนาดใหญ่ ก็คงจะเห็นอะไรที่มันชัดเจนมากกว่านี้ครับ


thekiller
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 490
Joined: Fri Jul 16, 2010 10:05 am

Re: CPF

Posts by thekiller » Tue Jul 10, 2012 3:04 pm

มีโอกาส ที่ CPF จะปันผลพิเศษ จากกําไรพิเศษในไตรมาส1 เปล่าครับ เพราะได้กำไรพิเศษมาเยอะอยู่ แม้จะไม่ได้อยู่ในรูปเงินสดก็ตาม แต่น่าจะอยู่ในเงือนไขการจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิ์ 50%


thekiller
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 490
Joined: Fri Jul 16, 2010 10:05 am

Re: CPF

Posts by thekiller » Tue Jul 10, 2012 3:12 pm

thekiller wrote:มีโอกาส ที่ CPF จะปันผลพิเศษ จากกําไรพิเศษในไตรมาส1 เปล่าครับ เพราะได้กำไรพิเศษมาเยอะอยู่ แม้จะไม่ได้อยู่ในรูปเงินสดก็ตาม แต่น่าจะอยู่ในเงือนไขการจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิ์ 50%
เฉพาะกำไรพิเศษในไตรมาสแรกน่าจะราวๆ 1.3/share นะครับ


User avatar
waririn
Verified User
Posts: 81
Joined: Tue Sep 13, 2011 6:24 am

Re: CPF

Posts by waririn » Tue Jul 10, 2012 9:28 pm

thekiller wrote:
thekiller wrote:มีโอกาส ที่ CPF จะปันผลพิเศษ จากกําไรพิเศษในไตรมาส1 เปล่าครับ เพราะได้กำไรพิเศษมาเยอะอยู่ แม้จะไม่ได้อยู่ในรูปเงินสดก็ตาม แต่น่าจะอยู่ในเงือนไขการจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิ์ 50%
เฉพาะกำไรพิเศษในไตรมาสแรกน่าจะราวๆ 1.3/share นะครับ
กำไรจากมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน ที่อยู่ในงบกำไรขาดทุน
เข้าใจว่าไม่ได้เป็นเงินสดที่เข้ามานะคะ เป็นกำไรทางบัญชีเฉยๆค่ะ

เข้าใจถูกผิด ยังไง รบกวนพี่ๆ ช่วยชี้แนะด้วยนะคะ


gripen
Verified User
Posts: 276
Joined: Mon May 23, 2011 8:45 pm

Re: CPF

Posts by gripen » Tue Jul 10, 2012 10:18 pm

กระบวนการสร้างแบรนด์ CP

ภาพโลโกตัวอักษร "CP" สีแดงบนพื้นเหลือง ในวงกลมสีแดงและขาวบนซองแดง บนชั้นในแผนกอาหารของซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ สำหรับคนไทยวันนี้ก็ดูจะเป็นสิ่งที่คุ้นตาไปแล้ว เพราะนอกจากจะมีให้เห็นได้ทั่วไป หาซื้อมารับประทานได้รวดเร็วทันใจ ในคุณภาพดีที่ราคาพอเอื้อมถึงแล้ว เรายังพบเห็นสินค้าเหล่านี้ในโฆษณาอย่างแพร่หลาย

นั่นเป็นสิ่งที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า วันนี้แบรนด์ซี.พี.เกิดอย่างเต็มตัวในตลาดภายในประเทศ ด้วยระยะเวลาไม่กี่ปีเท่านั้น แต่สำหรับตลาดต่างประเทศ การเกิดของแบรนด์ซี.พี.ยังไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายนัก สุพัฒน์ ศรีธนาธร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาดของซีพีเอฟ ได้เปิดเผยว่าเริ่มต้นสร้างแบรนด์ในปีแรกด้วยงบโฆษณาถึง 200 ล้านบาท และปีต่อมาปีละ 100 กว่าล้านบาท เขากล่าวว่า

"เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซีพีคิดจะทำแบรนด์ เราก็ทำโมเดลขึ้นมา หวังอยู่ 3 เรื่อง คือต้องเป็น Food ที่ผู้บริโภคต้องการ ทั้งของสดและของแปรรูป เรื่องที่สอง Experience หมายความว่าลูกค้าซื้อไปบริโภคแล้วได้ประสบการณ์ที่ดีไหม ปัจจัยที่ 3 คือคุณภาพ หรือ Value ทั้ง 3 เรื่องจะครอบคลุมการวางแผน และ R&D เราวัดทั้งสามเรื่องนี้มาตลอด"

ย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซีพีเอฟมีบริษัทลูกที่ผลิตอาหารสำเร็จรูป 10 บริษัท ภายใต้แบรนด์ที่ต่างคนต่างทำ เมื่อมีนโยบายสร้างแบรนด์ "ซีพี" เป็นหนึ่งเดียว ก็ได้ปรับทั้งหมดให้เหลือเพียงแบรนด์เดียว จะยังคงไว้บางแบรนด์ที่ติดตลาดอยู่แล้ว เช่น ไทยไทย ไก่ย่างห้าดาว

หลังจากนั้นได้จ้างบริษัทโฆษณาชั้นนำให้มาช่วยออกแบบโลโกและปรับภาพลักษณ์ทั้งหมด รวมถึงการทำหนังโฆษณาออกฉาย จนเห็นผลอย่างชัดเจนจากตลาดภายในประเทศ

นอกจากนี้ยังได้ปรับสำนักงานในต่างประเทศให้ดูแลเรื่องแบรนด์เพิ่มขึ้น โดยแบ่งสำนักงานออกเป็น 3 โซน คือ อเมริกา ยุโรป และเอเชีย โดยมีคนไทยดูแลในระดับบริหาร และซับงานโลจิสติกส์ให้กับเอเย่นต์ในประเทศนั้นๆ ดูแล

หลังจากที่ประสบความสำเร็จในตลาดไทยได้ไม่นาน ด้วยโมเดลเดียวกันนี้ ซีพีเอฟได้บุกตลาดต่อไปยังฮ่องกงและสิงคโปร์ เริ่มต้นที่การหาช่องทางการขายในโมเดิร์นเทรด โดยไปคุยกับผู้ซื้อที่เป็นกลุ่ม Food Service ซึ่งไม่เคยรู้จักซีพีมาก่อนหน้านี้

ผู้ซื้อในต่างประเทศที่รู้จักซีพีเอฟ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งก็รู้จักในฐานะที่ทำ OEM มากกว่า จึงต้องมีการอ้างอิงความสำเร็จจากตลาดไทย และ Performance ด้านการผลิตที่แข็งแกร่งมาก่อน ระยะแรกๆ ทีมผู้บริหารระดับสูงต้องช่วยออกเดินสายแนะนำแบรนด์กันพอสมควร เขาเล่าประสบการณ์เข้าตลาดฮ่องกงว่า

"เวลาจะนำเข้าสินค้าหนึ่งตัว เขาต้องการความมั่นใจว่าคนที่มาทำธุรกิจด้วยเตรียมตัวมาดีแค่ไหน ไม่ใช่แบบ "ตีหัวเข้าบ้าน" ตอนไปแนะนำตัวเขาจะถามลึก เพื่อดูว่าเราตั้งใจจริงไหม เราต้องเตรียมตัวเพื่อไป present อย่างดี ผลออกมาก็สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือได้เตรียมตัวไปดีและแน่นแค่ไหนต่างหาก"

ซีพีเอฟทำการบ้านอย่างหนักในระยะแรก ด้วยการทำ Focus Group เพื่อวิจัยความพึงพอใจของลูกค้าต่อสินค้าที่จะนำเสนอ เปรียบเทียบกับสินค้าในตลาด ปรากฏว่าชาวฮ่องกงพอใจมากจนเข้าใจว่าเป็นสินค้าที่ผลิตในฮ่องกงด้วยซ้ำไป หลังจากนั้นซีพีเอฟได้นำผลวิจัยนี้นำเสนอเพื่อขอพื้นที่ในห้างต่างๆ ผลก็คือ ปัจจุบันครอบคลุมตลาดได้ถึง 80% โดยมีเกี๊ยวกุ้งและไข่ไก่สด เป็นสินค้าหลักภายใต้แบรนด์ซีพี ณ วันนี้ตลาดฮ่องกงและสิงคโปร์จึงถือได้ว่าเป็นตลาดที่ประสบความสำเร็จแล้ว

หากทว่าเป้าหมายหลักของซีพีเอฟกลับกลายเป็นตลาดอเมริกาและยุโรป ซึ่งมีลักษณะตลาดที่แตกต่างจากทางแถบเอเชีย ทั้งเรื่องรสนิยมของผู้บริโภค ลักษณะตลาดที่เข้ายากกว่า มีรายละเอียดมากมาย ทั้งการแข่งขันก็ดุเดือด และขนาดตลาดก็ใหญ่กว่าหลายเท่า

จุดนี้ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ท้าทายอย่างยิ่ง หากทะลุด่านนี้ได้ แบรนด์ซีพีก็อาจจะผงาดในเวทีโลกได้แบบก้าวกระโดด เขากล่าวถึงจุดยากของตลาดว่า

"แต่ละประเทศมี Culture ไม่เหมือนกัน ถึงแม้เรามี Funding ที่เปลี่ยนไปสำหรับตลาดนี้ แต่วิธีการ spend ก็ไม่เหมือนกัน การทำแบรนด์อาจจะมองกันว่า ก็ลงสินค้าแล้วอัดโฆษณา ทำโปรโมชั่น เป็นสูตรสำเร็จ แต่จุดเริ่มต้นต่างหากที่สำคัญมาก คือต้องหาที่ยืนให้สินค้าก่อน แม้สินค้าจะดี แต่เวทีไม่มี ก็ไม่รู้จะแสดงอย่างไร ซึ่งขั้นตอนนี้ค่อนข้างใช้เวลา ไปๆ มาๆ หลายเที่ยว"

การใช้สื่อจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของตลาด เช่นในฮ่องกง สิงคโปร์ จะใช้สื่อทีวี และมีการจัดโปรโมชั่นร่วมกับห้าง มีการชงชิม เป็นต้น

สำหรับตลาดอเมริกา การเข้าสู่ตลาดต้องผ่านโบรกเกอร์ เพราะโมเดิร์นเทรดต่างๆ จะคุยกับผู้ที่มีเครือข่ายโลจิสติกส์เป็นหลัก ไม่คุยกับผู้ขายโดยตรง ซีพีเอฟทำแบรนด์ผ่านคอสโกและวอลมาร์ต มีการบินมาดูโรงงานบ่อย เพื่อเลือกซื้อสินค้าที่คิดว่ามีศักยภาพไปวางขาย ซึ่งเกี๊ยวกุ้งก็เป็นเมนูโดดเด่นที่สุด

นอกจากนี้ยังใช้เว็บไซต์เป็นสื่อกลางในชื่อ www.cpsidebrand.com ที่ช่วยเพิ่มลูกค้าใหม่ๆ มาเยี่ยมชมโรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำมาได้เกือบปี มีคนเข้าเยี่ยมชมเกือบ 20,000 คนแล้ว และได้รับรางวัลเว็บไซต์ดีเด่นด้านอาหารจากอเมริกามา 2 รางวัลด้วย

ความยากของตลาดอเมริกาเนื่องจากพื้นที่กว้างใหญ่ มีประชากรมาก ต่างรัฐต่างเมือง ก็นิยมบริโภคอาหารคนละรสชาติ การเปิดรับข้อมูลข่าวสารไม่เหมือนกัน และค่ามีเดียแพงมาก เพราะฉะนั้นเว็บไซต์จึงเป็นสื่อที่ตอบโจทย์มากกว่าการโฆษณาทางทีวี และเสริมด้วยการแจกโบรชัวร์ตามบ้าน การจัดแคมเปญกับห้าง โฆษณาผ่านสื่อของห้าง รวมทั้งการทำคูปองลดราคา

ตลาดยุโรปได้เริ่มต้นที่อังกฤษ โดยหวังเป็นประตูเปิดสู่ยุโรป ด้วยการไปตั้งโรงงานผลิตอาหารแช่แข็ง ซึ่งส่งสินค้าคือเกี๊ยวกุ้งเป็นตัวเด่น แช่แข็งจากไทยแล้วไปแพ็กใหม่ให้เป็นของสดภายใต้แบรนด์เซนจูรี่ แล้วค่อยหาช่องปรับแบรนด์ซีพีเข้าไป เพราะที่นี่ตลาด House Brand แข็งแกร่งมาก

จุดสำคัญของการทำตลาดในยุโรปและอเมริกาอีกอันหนึ่ง คือการทำระบบมาตรฐานสากลต่างๆ ตลอดกระบวนการผลิต ซึ่งถ้าหากต้นทางและกลางทางมีระบบต่างๆ เหล่านี้รองรับอย่างเพียงพอแล้ว จะเป็นปัจจัยหนุนให้การเข้าสู่ตลาดง่ายขึ้นทันที เขาเผยกลยุทธ์ว่า

"อเมริกาเป็นตลาดเป้าหมายหลักที่คุณอดิเรกตั้งไว้ เพราะเป็นตลาดใหญ่ และโดยกลยุทธ์แล้ว อะไรที่พัฒนาให้อเมริกา สามารถปรับได้หมด เพราะผ่านได้แล้วทำได้ดี ไปที่อื่นจะทำได้ไม่ยาก"

จุดที่ทำให้ซีพีเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางได้ง่ายก็คือการไปออกบูธใน Foods Exhibition ระดับโลก เช่นที่ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ ฝรั่งเศส จะทำให้ลูกค้าตามกลับมาดูโรงงานเพิ่มขึ้นชัดเจน

สำหรับตลาดในญี่ปุ่น ซีพีเอฟนำเกี๊ยวกุ้งเข้าไปขายในอิโตริกาโด และเซเว่นอีเลฟเว่น ตลาดญี่ปุ่นมีระบบการค้าเป็น Network ก็ต้องมีโบรกเกอร์ที่ดี ทำให้การกระจายสินค้าได้ดี เช่นในเซเว่นฯ เสิร์ฟของสดได้ 3 มื้อ ตลอดวัน

"ตลาดญี่ปุ่นทำ "New Product Development" ไม่เหมือนที่อื่น เขาจะขายอาหารตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นการไป Approach ต้องกำหนดซีรีส์ บางตัวขายได้ทั้งปี บางตัวขายได้เฉพาะฤดูกาล"

สำหรับตลาดอื่นๆ ที่ยังไม่ค่อยมีการทำตลาดนัก ก็คือ สาธารณรัฐประชาชนจีนจะเป็นตลาดอาหารสำเร็จรูปซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ส่วนตลาดทางตะวันออกกลางมีเพียงการส่งไก่และไข่ไก่สดไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียบ้าง ซึ่งมีรายละเอียดมาก แต่ก็มีศักยภาพน่าสนใจในอนาคต

ด้านการแข่งขัน ถ้ามองที่จำนวนแบรนด์ ในอเมริกาถือว่าสถานการณ์รุนแรง มีจำนวนแบรนด์เยอะ แต่มีอิมเมจไม่ต่างกัน ตลาดยุโรปมีแบรนด์ไม่เยอะ แต่เน้น Nutrition และ Exclusive Recipe จึงมี Restaurant Brand เยอะ

ตลาดแถบเอเชียแข่งขันกันที่ราคาและมีสินค้าให้เลือกเยอะ โดยเฉพาะในจีน ส่วนฮ่องกงและสิงคโปร์ แบรนด์มีไม่เยอะ แต่ละแบรนด์มี Variety เช่นฮ่องกงมีหวั่นไฉ เฟอรี่ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ทำเรื่องเกี๊ยว อยู่กับเจนเนอรัลด์ มิล อีกแบรนด์ที่ดังคือตงตง ทำติ่มซำเยอะ เขากล่าวว่า

"ตำแหน่งทางตลาด เราจะ focus ไปที่แบรนด์ซีพี การที่จะแยกอะไรออกไปเยอะแยะ ผมว่ามันเร็วไปจะทำให้คนสับสน การทำแบรนด์สักตัวใช้เงินเยอะกว่าจะเห็นผล เพราะฉะนั้นใน 3-4 ปีที่ผ่านมา เรารวบทั้งหมด แล้วทุ่มงบไปกับแบรนด์ซีพี"

จากการทำแบรนด์มาระยะหนึ่งแล้ว มีการเช็คผลตอบรับด้าน buyer เริ่มรู้จักซีพีเอฟมากขึ้น จากการสังเกตว่ามีลูกค้าใหม่ๆ มาเยี่ยมโรงงานเยอะขึ้น เช่นเจนเนอรัลด์ มิล ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ติด "Top 5" ก็มาดูโรงงานกุ้งแล้ว คาดว่าจะมีโครงการร่วมกันต่อไป

อาหารภายใต้แบรนด์ซีพีตอนนี้มีราว 10 รายการ เช่น เกี๊ยวกุ้งและไก่ปรุงสุก ที่เหลือก็เป็นหมวดเกี๊ยวกุ้งแบบเป็นถ้วยและดิบไปปรุงเอง เมนูที่ทำออกไปส่วนใหญ่เป็นเมนูเอเชีย เพราะที่ผ่านมามีฐานจากการพัฒนาสินค้าของตลาดไทย แล้วขยายสู่การส่งออก จึงกลายเป็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชี่ยน คนที่ชอบอาหารเอเชี่ยน คนไทยในต่างประเทศ หรือคนจีน

แง่ยอดขาย เกี๊ยวกุ้งได้รับการตอบรับดีมาก ไก่ในบางประเทศถือว่าดี บางประเทศยังไม่คุ้นลิ้น เกี๊ยวกุ้งที่ส่งไปอเมริกา ถ้าคิดเป็นตัวเงินจะเป็นร้อยละ 70-80 ของการส่งออกทั้งหมด รองลงมาก็เป็นไก่ปรุงสุก พฤติกรรมการบริโภคที่อเมริกาไม่ค่อยซื้อของสด ส่วนใหญ่จะเป็นแบบพร้อมเสิร์ฟ

สำหรับเมืองไทยมีขนาดตลาดไม่เท่าอเมริกา ภาพรวมของตลาดยังเล็กอยู่ แต่อัตราการเติบโตแต่ละปี มากกว่าร้อยละ 20 ตลาดไทยมีของสดเยอะ และเทรนด์พร้อมเสิร์ฟก็เริ่มมา ส่วนตลาดภายในประเทศ ซีพีเอฟเปิด Home Fresh Mart เป็นช่องทางตลาดเอง มีสาขาราว 450 สาขาแล้ว โดยตั้งเป้าว่าจะขยายให้ได้ 1,000 สาขาขึ้นไป ในอีก 3 ปีข้างหน้า ด้วยระบบแฟรนไชส์

แผนระยะยาวภายใน 5 ปี คือ จะต้องทำให้ "ซีพี" กลายเป็น The most prefer choice ดังนั้นภารกิจที่ต้องทำรายละเอียดมีอีกมากมาย เรื่องแรกคือ Consumer inside จะทำอย่างไรให้เหนือกว่าคู่แข่ง ส่วนออฟฟิศที่เป็น International ก็ต้องสร้างคนไปรองรับงานในแต่ละประเทศ

ส่วนระยะสั้น หลักๆ ก็อยู่ที่ตัวสินค้า ต้อง match กับ consumer want และ Production Line เพราะ Production Line เป็นระดับแมสมาก แต่ consumer กลับกลายเป็นนิทช์มาร์เก็ตของท้องถิ่น แต่โจทย์ที่อดิเรกได้ให้ไว้ คือผลิตจำนวนรายการให้น้อยที่สุด แต่ทำยอดขายให้เป็นแมสมากที่สุด ทำให้การทำแบรนด์ในช่วงนี้ยังอยู่ในช่วง Learning Curve คือพัฒนาเมนู เพื่อเอาไปลองตลาดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเหลือแต่ตัวที่ประสบความสำเร็จจริงๆ เช่นเกี๊ยวกุ้ง

"ภายใน 2-3 ปีนี้ ผม "ขอร่อน" ให้ได้ Core แล้วจะถอยออก พอใส่ของใหม่เข้าไป ให้เกิด Excitement ของแบรนด์ ตรงนี้ Buyer ชอบ การจะทำอย่างนี้ได้โรงงานต้องพร้อม ก็จะไปเร็วมาก อาจจะไม่ Big Volume แต่ต้องทำ การทำ Retail ก็คือ Detail การที่แบรนด์มี Market Share ได้ มันก็เกิดจาก Market share เล็กๆ ของแต่ละเมนูมารวมกัน ในอนาคตก็ต้องทำให้ได้แบบเป๊ปซี่หรือโค้ก แต่ความยากคืออาหารมีความหลากหลายมาก ทั้งตัวมันเองและความต้องการของลูกค้า" เขากล่าว

แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ซีพี แต่การก้าวมาได้ขนาดนี้ก็สะท้อนฐานอันแข็งแกร่งพอสมควร ในช่วงที่กำลังจะเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สุพัฒน์มองว่าน่าจะเป็นโอกาสทองในการโปรโมทแบรนด์ให้เร่งความเร็วยิ่งขึ้น เขากล่าวว่า

"ในช่วงที่ตลาดเงียบเป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างแบรนด์ กรณีที่กำลังซื้อของคนลดน้อยลง ควรทำโปรโมชั่นที่จะ Drive Value ให้มากขึ้น คนอาจจะไม่ออกมาชอปปิ้งบ่อย แต่ทำอย่างไรให้มาชอปปิ้งหนหนึ่ง แล้วซื้อได้เยอะขึ้น และการสร้าง Share ในใจของลูกค้า ทำอย่างไรให้เมื่อเขาพร้อมที่จะจับจ่ายมากขึ้น เราจะกลายเป็น Choice แรกในใจได้ อันนี้เป็น Top of Mind Awareness ของแบรนด์ ผมอยากจะเพิ่มงบโฆษณามากขึ้นในช่วงนี้ ใช้เงินไม่มาก แต่ได้ Impact เยอะ"

ในช่วงเศรษฐกิจขาลงที่ใครๆ กังวลใจกัน มีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นแบรนด์ซีพีเตะตาของลูกค้าทั่วโลกได้ไม่นานเกินรอ แต่สำหรับการสร้างแบรนด์ให้ปรากฏขึ้นในใจผู้บริโภคที่มีความหลากหลายวัฒนธรรม คงยังมีภารกิจอีกมากมายที่สุพัฒน์ต้องฟันฝ่าไปให้ถึงวันนั้น แต่เขาเชื่อมั่นว่า "คนอื่นปั้นได้ เราก็ต้องปั้นได้" แบรนด์ซีพีเกิดแน่นอน ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว

ที่มา : http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=75614

ปล่อยให้เงินทำงาน...$$$

chootana
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1401
Joined: Wed May 12, 2010 9:10 am

Re: CPF

Posts by chootana » Wed Jul 11, 2012 8:36 am

ผมว่ากำไรจากการตีราคา ไม่น่าเอามาปันผลได้ครับ เพราะไม่ใช่กำไรสะสมจากการดำเนินงานครับ ที่น้อง 3w3 พูดมา น่าจะถูกต้องครับ


tech
Verified User
Posts: 331
Joined: Thu Feb 05, 2004 11:21 am

Re: CPF

Posts by tech » Wed Jul 11, 2012 11:15 am

โห ! นี่มันข่าวปี 2551 นี่ครับ


gripen
Verified User
Posts: 276
Joined: Mon May 23, 2011 8:45 pm

Re: CPF

Posts by gripen » Wed Jul 11, 2012 11:57 am

ซีพี-ซีพีเอฟ ปลื้ม...93 รางวัล ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมฯ ปี 55

นายวีรชัย รัตนบานชื่น รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. และซีพีเอฟ สามารถคว้ารางวัลความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศ ประจำปี 2555 รวม 93 รางวัล ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ครั้งที่ 26 จัดโดยกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น จำนวน 84 รางวัล เป็นหน่วยงานของบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ 35 รางวัล และซีพีเอฟ 49 หน่วยงาน นอกจากนี้ซีพีเอฟยังได้รับรางวัลคณะกรรมการดีเด่น จำนวน 2 รางวัล (จาก 4 รางวัล) และรางวัลเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานดีเด่นระดับประเทศ (จป.ดีเด่น) จำนวน 7 ท่าน (จาก 8 รางวัล) ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำที่ใส่ใจกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงานแก่พนักงาน

นายวีรชัย กล่าวอีกว่า ความสำเร็จกับรางวัลความปลอดภัยฯ ในปี 2555 นี้ มี 2 หน่วยงานของ ซีพีเอฟ ที่ได้รับรางวัลครบทั้ง 3 ประเภท ดังกล่าว ได้แก่ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ สระบุรี และโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ นครราชสีมา โดยมีโรงงานถึง 9 แห่ง ที่ได้รับรางวัลติดต่อกันตั้งแต่ 10 ปีการได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องทุกปีเป็นสิ่งยืนยันถึงการตระหนักต่อความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในการดำเนินการทั้งหมดจะต้องมีการติดตามและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อพนักงานหรือบุคลากรในด้านขวัญและกำลังใจในการทำงาน และทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยังส่งผลให้กระบวนการผลิตมีคุณภาพ

สำหรับประเภทรางวัลสถานประกอบการดีเด่นฯ ระดับประเทศ แบ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับรางวัลติดต่อกัน 12 ปี 1 รางวัล, 11 ปี 4 รางวัล,10 ปี 5 รางวัล, 9 ปี 1 รางวัล, 8 ปี 3 รางวัล, 7 ปี 8 รางวัล, 6 ปี 12 รางวัล, 5 ปี 15 รางวัล และติดต่อกัน 1-4 ปี 35 รางวัล

ทั้งนี้ เมื่อแยกสถานประกอบการเป็นประเภทอุตสาหกรรม ประกอบด้วย เกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร 52 หน่วยงาน การตลาด 12 หน่วยงาน โทรคมนาคม 5 หน่วยงาน พลาสติก 5 หน่วยงาน การค้า 3 หน่วยงาน พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 3 หน่วยงาน พืชครบวงจร 3 หน่วยงาน เมล็ดพันธุ์-ปุ๋ย 1 หน่วยงาน รวมสถานประกอบการ 84 หน่วยงาน

ปล่อยให้เงินทำงาน...$$$

gripen
Verified User
Posts: 276
Joined: Mon May 23, 2011 8:45 pm

Re: CPF

Posts by gripen » Wed Jul 11, 2012 1:53 pm

gripen wrote:ซีพี-ซีพีเอฟ ปลื้ม...93 รางวัล ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมฯ ปี 55

นายวีรชัย รัตนบานชื่น รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซี.พี. และซีพีเอฟ สามารถคว้ารางวัลความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานระดับประเทศ ประจำปี 2555 รวม 93 รางวัล ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ครั้งที่ 26 จัดโดยกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น จำนวน 84 รางวัล เป็นหน่วยงานของบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ 35 รางวัล และซีพีเอฟ 49 หน่วยงาน นอกจากนี้ซีพีเอฟยังได้รับรางวัลคณะกรรมการดีเด่น จำนวน 2 รางวัล (จาก 4 รางวัล) และรางวัลเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานดีเด่นระดับประเทศ (จป.ดีเด่น) จำนวน 7 ท่าน (จาก 8 รางวัล) ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำที่ใส่ใจกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงานแก่พนักงาน

นายวีรชัย กล่าวอีกว่า ความสำเร็จกับรางวัลความปลอดภัยฯ ในปี 2555 นี้ มี 2 หน่วยงานของ ซีพีเอฟ ที่ได้รับรางวัลครบทั้ง 3 ประเภท ดังกล่าว ได้แก่ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ สระบุรี และโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ นครราชสีมา โดยมีโรงงานถึง 9 แห่ง ที่ได้รับรางวัลติดต่อกันตั้งแต่ 10 ปีการได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องทุกปีเป็นสิ่งยืนยันถึงการตระหนักต่อความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในการดำเนินการทั้งหมดจะต้องมีการติดตามและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อพนักงานหรือบุคลากรในด้านขวัญและกำลังใจในการทำงาน และทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยังส่งผลให้กระบวนการผลิตมีคุณภาพ

สำหรับประเภทรางวัลสถานประกอบการดีเด่นฯ ระดับประเทศ แบ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับรางวัลติดต่อกัน 12 ปี 1 รางวัล, 11 ปี 4 รางวัล,10 ปี 5 รางวัล, 9 ปี 1 รางวัล, 8 ปี 3 รางวัล, 7 ปี 8 รางวัล, 6 ปี 12 รางวัล, 5 ปี 15 รางวัล และติดต่อกัน 1-4 ปี 35 รางวัล

ทั้งนี้ เมื่อแยกสถานประกอบการเป็นประเภทอุตสาหกรรม ประกอบด้วย เกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร 52 หน่วยงาน การตลาด 12 หน่วยงาน โทรคมนาคม 5 หน่วยงาน พลาสติก 5 หน่วยงาน การค้า 3 หน่วยงาน พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 3 หน่วยงาน พืชครบวงจร 3 หน่วยงาน เมล็ดพันธุ์-ปุ๋ย 1 หน่วยงาน รวมสถานประกอบการ 84 หน่วยงาน
ที่มา : http://jo.klongjan.com/go.php?to=http:/ ... rg/1441142

ปล่อยให้เงินทำงาน...$$$

gripen
Verified User
Posts: 276
Joined: Mon May 23, 2011 8:45 pm

Re: CPF

Posts by gripen » Wed Jul 11, 2012 1:55 pm

CPF เสนอขายหุ้นกู้ 1.2 หมื่นลบ.อายุ 7,10,20 ปี เปิดจอง 26 ก.ค.-1 ส.ค.
บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยผ่านไฟลิ่งที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้ วงเงิน 12,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 ชุด ชุดแรกอายุ 7 ปี หรือครบกำหนดไถ่ถอนในปี 62 วงเงิน 6,000 ล้านบาท ชุดที่สองอายุ 10 ปี หรือครบกำหนดไถ่ถอนในปี 65 วงเงิน 4,000 ล้านบาท และชุดที่สาม อายุ 20 ปี หรือครบกำหนดไถ่ถอนในปี 75 มูลค่า 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ หุ้นกู้อายุ 7 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 4 ที่ร้อยละ 4.35 ต่อปี และปีที่ 5 ถึงปีที่ 7 ที่ร้อยละ 5.00 ต่อปี คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 4.60 ต่อปี, หุ้นกู้อายุ 10 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.40 ต่อปี ปีที่ 5-9 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.00 ต่อปี และปีที่ 10 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6.00 ต่อปี คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้ยอบะ 4.81 ต่อปี

ส่วนหุ้นกู้อายุ 20 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.30 ต่อปี
บริษัทจะเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน สหกรณ์ มูลนิธิ ผู้ลงทุนทั่วไปซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกู้เดิม และผู้ลงทุนซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป โดยวันที่ 26-27 ก.ค.55 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปวึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมจองซื้อหุ้นกู้ และ วันที่ 31 ก.ค. - 1 ส.ค. 55 สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน สหกรณ์ มูลนิธิ และผู้ลงทุนที่เป็นประชาชนทั่วไป ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารทหารไทย

สำหรับการระดมทุนครั้งนี้ CPF จะนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมและใช้ในกิจการของบริษัท

ที่มา : http://jo.klongjan.com/go.php?to=http:/ ... 05/1442882

ปล่อยให้เงินทำงาน...$$$

คนคอน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 883
Joined: Fri Apr 17, 2009 5:52 pm

Re: CPF

Posts by คนคอน » Wed Jul 11, 2012 2:12 pm

ว้าว cpf ซื่้อ chester grill แล้วน้าา แม้ว่ากำไรจะน้อยไปหน่อยเทียบกับกำไรรวมของcpf แต่ก็เป็นmoveที่ดีของน้องลูกไก่ ^^ อยากให้เจ้าสัวเข้ามาใส่ใจ wealth ผ่านตลาดหุ้นมากขึ้น


http://www.set.or.th/set/newsdetails.do ... country=TH


siamkrub
Verified User
Posts: 232
Joined: Sun Sep 12, 2010 2:19 pm

Re: CPF

Posts by siamkrub » Wed Jul 11, 2012 2:28 pm

เป็นการต่อยอด food ที่ดีมาก ต่อไปซื้อ KFC ไปเลยครับเจ้าสัว :mrgreen:


pawattt
Verified User
Posts: 413
Joined: Tue Oct 12, 2010 10:17 pm

Re: CPF

Posts by pawattt » Wed Jul 11, 2012 2:37 pm

คนคอน wrote:ว้าว cpf ซื่้อ chester grill แล้วน้าา แม้ว่ากำไรจะน้อยไปหน่อยเทียบกับกำไรรวมของcpf แต่ก็เป็นmoveที่ดีของน้องลูกไก่ ^^ อยากให้เจ้าสัวเข้ามาใส่ใจ wealth ผ่านตลาดหุ้นมากขึ้น


http://www.set.or.th/set/newsdetails.do ... country=TH

แจ่มว้าวว แจ่มว้าวววววว :mrgreen:


คนคอน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 883
Joined: Fri Apr 17, 2009 5:52 pm

Re: CPF

Posts by คนคอน » Wed Jul 11, 2012 2:41 pm

แต่ผมงงข่าวนี้มาก ตามข่าวบอกว่าปีที่แล้วยอดขาย1,400ล้าน แต่ดูในset เค้าแจ้งว่า800ล้าน ตกลงเท่าไรกันแน่เพราะมันต่างกัน้เป็นเท่าตัว- -

http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... ับราคา.htm


PISITARADA
Verified User
Posts: 74
Joined: Fri Sep 17, 2010 6:17 pm

Re: CPF

Posts by PISITARADA » Wed Jul 11, 2012 3:03 pm

gripen wrote:CPF เสนอขายหุ้นกู้ 1.2 หมื่นลบ.อายุ 7,10,20 ปี เปิดจอง 26 ก.ค.-1 ส.ค.
บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยผ่านไฟลิ่งที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้ วงเงิน 12,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 ชุด ชุดแรกอายุ 7 ปี หรือครบกำหนดไถ่ถอนในปี 62 วงเงิน 6,000 ล้านบาท ชุดที่สองอายุ 10 ปี หรือครบกำหนดไถ่ถอนในปี 65 วงเงิน 4,000 ล้านบาท และชุดที่สาม อายุ 20 ปี หรือครบกำหนดไถ่ถอนในปี 75 มูลค่า 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ หุ้นกู้อายุ 7 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 4 ที่ร้อยละ 4.35 ต่อปี และปีที่ 5 ถึงปีที่ 7 ที่ร้อยละ 5.00 ต่อปี คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 4.60 ต่อปี, หุ้นกู้อายุ 10 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.40 ต่อปี ปีที่ 5-9 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.00 ต่อปี และปีที่ 10 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6.00 ต่อปี คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้ยอบะ 4.81 ต่อปี

ส่วนหุ้นกู้อายุ 20 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.30 ต่อปี
บริษัทจะเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน สหกรณ์ มูลนิธิ ผู้ลงทุนทั่วไปซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกู้เดิม และผู้ลงทุนซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป โดยวันที่ 26-27 ก.ค.55 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปวึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมจองซื้อหุ้นกู้ และ วันที่ 31 ก.ค. - 1 ส.ค. 55 สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน สหกรณ์ มูลนิธิ และผู้ลงทุนที่เป็นประชาชนทั่วไป ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารทหารไทย

สำหรับการระดมทุนครั้งนี้ CPF จะนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมและใช้ในกิจการของบริษัท

ที่มา : http://jo.klongjan.com/go.php?to=http:/ ... 05/1442882
มีผลอะไรต่อราคาบนกระดานระยะสั่นไหมอ่ะครับ


Grand Marshal
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 612
Joined: Tue Jan 05, 2010 12:05 am

Re: CPF

Posts by Grand Marshal » Wed Jul 11, 2012 4:55 pm

PISITARADA wrote:
gripen wrote:CPF เสนอขายหุ้นกู้ 1.2 หมื่นลบ.อายุ 7,10,20 ปี เปิดจอง 26 ก.ค.-1 ส.ค.
บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยผ่านไฟลิ่งที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้ วงเงิน 12,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 ชุด ชุดแรกอายุ 7 ปี หรือครบกำหนดไถ่ถอนในปี 62 วงเงิน 6,000 ล้านบาท ชุดที่สองอายุ 10 ปี หรือครบกำหนดไถ่ถอนในปี 65 วงเงิน 4,000 ล้านบาท และชุดที่สาม อายุ 20 ปี หรือครบกำหนดไถ่ถอนในปี 75 มูลค่า 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ หุ้นกู้อายุ 7 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 ถึงปีที่ 4 ที่ร้อยละ 4.35 ต่อปี และปีที่ 5 ถึงปีที่ 7 ที่ร้อยละ 5.00 ต่อปี คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 4.60 ต่อปี, หุ้นกู้อายุ 10 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.40 ต่อปี ปีที่ 5-9 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.00 ต่อปี และปีที่ 10 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6.00 ต่อปี คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้ยอบะ 4.81 ต่อปี

ส่วนหุ้นกู้อายุ 20 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.30 ต่อปี
บริษัทจะเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน สหกรณ์ มูลนิธิ ผู้ลงทุนทั่วไปซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกู้เดิม และผู้ลงทุนซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป โดยวันที่ 26-27 ก.ค.55 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปวึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมจองซื้อหุ้นกู้ และ วันที่ 31 ก.ค. - 1 ส.ค. 55 สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน สหกรณ์ มูลนิธิ และผู้ลงทุนที่เป็นประชาชนทั่วไป ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ธนาคารทหารไทย

สำหรับการระดมทุนครั้งนี้ CPF จะนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมและใช้ในกิจการของบริษัท

ที่มา : http://jo.klongjan.com/go.php?to=http:/ ... 05/1442882
มีผลอะไรต่อราคาบนกระดานระยะสั่นไหมอ่ะครับ
เป็นข่าวที่ดีกว่าการเพิ่มทุน หรือระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ครับ เนื่องจากว่า ออกหุ้นกู้ เสียแต่ดอกเบี้ย กำไรไม่แบ่ง ถ้าเพิ่มทุนในตลาด กำไร/ผลปันต้องแบ่งให้กับผู้ถือหุ้นใหม่ ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่หมดไม่สิ้น

อีกอย่าง ยังกู้ได้ แสดงว่า credit ยังดี รวมถึงไม่กระทบการเงินของบริษัท ลองดูกรณีบริษัทอื่นทำการเพิ่มทุนสิครับ หุ้นร่วงโฮก


young_5432
Verified User
Posts: 1047
Joined: Wed May 27, 2009 12:59 pm

Re: CPF

Posts by young_5432 » Wed Jul 11, 2012 5:05 pm

young_5432 wrote:
Real-VI wrote:
Radio wrote:Q1 ปี 12= 1.56
Q4 ปี 11=0.31
Q3 ปี 11=0.66
Q2 ปี 11=0.63
รวม 3.16 ราคาหุ้น 35 P/E=11.07
อย่าลืมว่า Q1 มีกำไร ทางบัญชี น่ะครับ
กำไรทางบัญชีกินไม่ได้น่ะครับ
ได้แค่ทำให้ book value เพิ่มขึ้นเท่านั้น


ถ้าอยากเปรียบเทียบ ใช้ กำไรจากผลการดำเนินงาน ดีกว่าครับ จะได้เห็นภาพ ไม่เข้าใจผิด เวลาคำนวณ PE
เพราะกำไรจากการดำเนินงานจะอยู่กับเราตลอดไป
อันนี้เข้าใจครับ แต่พอดี อยากจะรู้วิธีที่คำนวณให้ตรงกับ ใน set ก่อน แล้วค่อยหักออกในใจครับ ขอบคุณที่ชี้แนะครับ
มีใครจะชี้แจ้งได้ไหมครับ อยากจะคำนวณให้ถูกจริงๆ คุณ REAL-VI ก็ได้ครับ ทำไมถึงต่างกัน เพราะผมก็เอาตัวเลขมาจากงบการเงินเลยครับ

มีกระแสน้ำสายหนึ่งในกิจกรรมของคน ซึ่งเมื่อมันไหลบ่าท่วมท้น จะนำไปสู่ความมั่งคั่งมหาศาล :Philip A. Fisher

User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: CPF

Posts by Ii'8N » Wed Jul 11, 2012 6:26 pm

young_5432 wrote:
young_5432 wrote:
Real-VI wrote:
Radio wrote:Q1 ปี 12= 1.56
Q4 ปี 11=0.31
Q3 ปี 11=0.66
Q2 ปี 11=0.63
รวม 3.16 ราคาหุ้น 35 P/E=11.07
อย่าลืมว่า Q1 มีกำไร ทางบัญชี น่ะครับ
กำไรทางบัญชีกินไม่ได้น่ะครับ
ได้แค่ทำให้ book value เพิ่มขึ้นเท่านั้น


ถ้าอยากเปรียบเทียบ ใช้ กำไรจากผลการดำเนินงาน ดีกว่าครับ จะได้เห็นภาพ ไม่เข้าใจผิด เวลาคำนวณ PE
เพราะกำไรจากการดำเนินงานจะอยู่กับเราตลอดไป
อันนี้เข้าใจครับ แต่พอดี อยากจะรู้วิธีที่คำนวณให้ตรงกับ ใน set ก่อน แล้วค่อยหักออกในใจครับ ขอบคุณที่ชี้แนะครับ
มีใครจะชี้แจ้งได้ไหมครับ อยากจะคำนวณให้ถูกจริงๆ คุณ REAL-VI ก็ได้ครับ ทำไมถึงต่างกัน เพราะผมก็เอาตัวเลขมาจากงบการเงินเลยครับ


ผมคิดว่าเกิดความผิดพลาด เพราะมีการเพิ่มทุน
ตัวเลขที่เห็น เกิดจากเอาจำนวนหุ้นเพิ่มทุน ไปเป็นตัวหาร Earning ของปีก่อนด้วย
หุ้นสามัญ
q2.12 -> 7,742,941,932
ํํq1.12 -> 6,900,000,000
Y11 -> 6,656,000,000


ถ้าใช้วิธีเอา EPS ทั้งปี 11 หัก q1.11 บวก q1.12 เพื่อคำนวณ trailing P/E
แต่ดันไปจับหุ้นสามัญ ณ วันนี้ เข้าไปคำนวณ EPS

ผลประกอบการ...............................หุ้นสามัญ..............EPS
EPS Y11......15,837,006......7,742,941,932......2.0453
EPS q1.11......3,676,120......7,742,941,932......0.4748
EPS q1.12......12,112,817......7,742,941,932......1.5644
EPS = Y11-q1.11+q1.12 = 3.135
ซึ่งใกล้เคียง 3.16 ที่คำนวณข้างต้น ต่างนิดเดียวจากการปัดเศษ

เปลี่ยนเป็น จำนวนหุ้นสามัญ ณ วันนั้นจริง ตามที่ประกาศแต่ละไตรมาส ควรจะถูกต้องกว่า
ผลประกอบการ.............................หุ้นสามัญ..............EPS
EPS Y11......15,837,006......6,656,000,000......2.3794 <- 2.37 ที่ว่า หรือความจริงเป็น 2.38 ใน http://www.set.or.th/set/companyhighlig ... country=TH
EPS q1.11......3,676,120 6,656,000,000......0.5523
EPS q1.12......12,112,817......6,900,000,000......1.7555
EPS = 3.5825


Parday
Verified User
Posts: 110
Joined: Wed May 26, 2010 2:40 pm

Re: CPF

Posts by Parday » Thu Jul 12, 2012 9:07 am

ซีพีเอฟโชว์ศักยภาพในงาน WORLD ANIMAL HEALTH CONGRESS Asia 2012

Image

นายสัตวแพทย์พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล (กลาง) รองกรรมการผู้จัดการ ด้านบริการวิชาการสัตว์ปีก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ บรรยายในหัวข้อ “Compartmentalisation : Concept for Al-Free broiler chicken industry in Thailand” ร่วมกับดร.การ์ดเนอร์ เมอร์เรย์ (Dr. Gardner Murray) (ที่ 2 จากขวา) Special Adviser, World Organisation for Animal Health (OIE) , Australia ในงาน“WORLD ANIMAL HEALTH CONGRESS Aaia 2012” ทั้งนี้ ผู้บริหารบริษัทชั้นนำทั่วเอเชียและผู้ร่วมสัมมนา ให้ความชื่นชมถึงความก้าวหน้าในธุรกิจและความยั่งยืนของซีพีเอฟ ตามวิสัยทัศน์ “Kitchen of the World” ณ Grand Copthorne Waterfront Hotel ประเทศสิงค์โปร เมื่อเร็วๆนี้


siamkrub
Verified User
Posts: 232
Joined: Sun Sep 12, 2010 2:19 pm

Re: CPF

Posts by siamkrub » Thu Jul 12, 2012 9:08 am

CPF ทุ่มซื้อเชสเตอร์ฟู้ด 450 ล.จ่อออกหุ้นกู้ 3 ชุด 1.2 หมื่นล้าน
    CPF ทุ่มเงินลงทุนประมาณ 450 ล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมด ในบริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด จากบริษัทใน
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) หวังขยายธุรกิจต่อเนื่อง เตรียมออกหุ้นกู้ 3 ชุด มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท. จากข่าวนี้สรุปว่า เชสเตอร์กริลเป็นของ cp อยู่แล้วหรือครับ ผมก็เพิ่งรู้ :oops: แล้วเจ้าสัวไปให้ CPF ไปซื้อมาทำไม ก็ส่งสินค้าไปขายได้โดยตรงอยู่แล้ว ไม่เข้าใจจริงๆ เก็บ 450 ล้านไปซื้อ brand อื่นที่ไม่ใช่ของ cp ไม่ต่อยอดมากกว่าหรือ :roll:


young_5432
Verified User
Posts: 1047
Joined: Wed May 27, 2009 12:59 pm

Re: CPF

Posts by young_5432 » Thu Jul 12, 2012 9:32 am

Ii'8N wrote:
young_5432 wrote:
young_5432 wrote:
Real-VI wrote:
Radio wrote:Q1 ปี 12= 1.56 Q4 ปี 11=0.31 Q3 ปี 11=0.66 Q2 ปี 11=0.63 รวม 3.16 ราคาหุ้น 35 P/E=11.07
อย่าลืมว่า Q1 มีกำไร ทางบัญชี น่ะครับ กำไรทางบัญชีกินไม่ได้น่ะครับ ได้แค่ทำให้ book value เพิ่มขึ้นเท่านั้น ถ้าอยากเปรียบเทียบ ใช้ กำไรจากผลการดำเนินงาน ดีกว่าครับ จะได้เห็นภาพ ไม่เข้าใจผิด เวลาคำนวณ PE เพราะกำไรจากการดำเนินงานจะอยู่กับเราตลอดไป
อันนี้เข้าใจครับ แต่พอดี อยากจะรู้วิธีที่คำนวณให้ตรงกับ ใน set ก่อน แล้วค่อยหักออกในใจครับ ขอบคุณที่ชี้แนะครับ
มีใครจะชี้แจ้งได้ไหมครับ อยากจะคำนวณให้ถูกจริงๆ คุณ REAL-VI ก็ได้ครับ ทำไมถึงต่างกัน เพราะผมก็เอาตัวเลขมาจากงบการเงินเลยครับ
ผมคิดว่าเกิดความผิดพลาด เพราะมีการเพิ่มทุน ตัวเลขที่เห็น เกิดจากเอาจำนวนหุ้นเพิ่มทุน ไปเป็นตัวหาร Earning ของปีก่อนด้วย หุ้นสามัญ q2.12 -> 7,742,941,932 ํํq1.12 -> 6,900,000,000 Y11 -> 6,656,000,000 ถ้าใช้วิธีเอา EPS ทั้งปี 11 หัก q1.11 บวก q1.12 เพื่อคำนวณ trailing P/E แต่ดันไปจับหุ้นสามัญ ณ วันนี้ เข้าไปคำนวณ EPS ผลประกอบการ...............................หุ้นสามัญ..............EPS EPS Y11......15,837,006......7,742,941,932......2.0453 EPS q1.11......3,676,120......7,742,941,932......0.4748 EPS q1.12......12,112,817......7,742,941,932......1.5644 EPS = Y11-q1.11+q1.12 = 3.135 ซึ่งใกล้เคียง 3.16 ที่คำนวณข้างต้น ต่างนิดเดียวจากการปัดเศษ เปลี่ยนเป็น จำนวนหุ้นสามัญ ณ วันนั้นจริง ตามที่ประกาศแต่ละไตรมาส ควรจะถูกต้องกว่า ผลประกอบการ.............................หุ้นสามัญ..............EPS EPS Y11......15,837,006......6,656,000,000......2.3794 <- 2.37 ที่ว่า หรือความจริงเป็น 2.38 ใน http://www.set.or.th/set/companyhighlig ... country=TH EPS q1.11......3,676,120 6,656,000,000......0.5523 EPS q1.12......12,112,817......6,900,000,000......1.7555 EPS = 3.5825


clear เลยครับ แสดงว่า ถ้ามีการเพิ่มทุน จะต้องกลับไปคำนวณ EPS ใหม่ทั้ง 4 ไตรมาส โดยใช้จำนวน หุ้นล่าสุด ขอบคุณครับ

มีกระแสน้ำสายหนึ่งในกิจกรรมของคน ซึ่งเมื่อมันไหลบ่าท่วมท้น จะนำไปสู่ความมั่งคั่งมหาศาล :Philip A. Fisher

คนคอน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 883
Joined: Fri Apr 17, 2009 5:52 pm

Re: CPF

Posts by คนคอน » Thu Jul 12, 2012 9:51 am

siamkrub wrote:CPF ทุ่มซื้อเชสเตอร์ฟู้ด 450 ล.จ่อออกหุ้นกู้ 3 ชุด 1.2 หมื่นล้าน
    CPF ทุ่มเงินลงทุนประมาณ 450 ล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมด ในบริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด จากบริษัทใน
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) หวังขยายธุรกิจต่อเนื่อง เตรียมออกหุ้นกู้ 3 ชุด มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท. จากข่าวนี้สรุปว่า เชสเตอร์กริลเป็นของ cp อยู่แล้วหรือครับ ผมก็เพิ่งรู้ :oops: แล้วเจ้าสัวไปให้ CPF ไปซื้อมาทำไม ก็ส่งสินค้าไปขายได้โดยตรงอยู่แล้ว ไม่เข้าใจจริงๆ เก็บ 450 ล้านไปซื้อ brand อื่นที่ไม่ใช่ของ cp ไม่ต่อยอดมากกว่าหรือ :roll:
สำหรับผมแล้ว ผมไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงหรอกครับ หากแต่ให้ผมคาดเดาก็เดาไปว่า เจ้าสัวอาจมีความต้องการที่จะสร้างwealthผ่านตลาดหุ้นมากขึ้นโดยการขาย บริษัทที่มีแบรนด์เข้า cpf และผมคงคิดว่าในระยะสั้นอาจจะมีการซื้อแบรนด์เพิ่มเข้ามาอีก เพื่อเพิ่มสัดส่วนที่เป็น food มากขึ้นเพื่อให้รายได้ มันสม่ำเสมอ สุดท้ายแล้วตลาดจะได้ปรับ PEให้เสียที

หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือ แกอาจไปเจอธุรกิจที่น่าสนใจในยุโรปแล้วเลย กะจะเอาเงินไปเทค แต่พอมาคิดอีกทีแค่450ล้าน กระแสเงินสดนอกตลาดของแกน่าจะมีเหลือสบายๆอยู่แล้วดังนั้น ผมยังคิดว่าเหตุผลแรกน่าจะมีความสมเหตุสมผลกว่า


chootana
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1401
Joined: Wed May 12, 2010 9:10 am

Re: CPF

Posts by chootana » Thu Jul 12, 2012 3:40 pm

เป็นการ synergy กิจการครับ การควบรวมกิจการที่เป็น food เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ตลาดมองดู cpf เป็นกิจการ food อย่างเต็มตัวด้วย แล้วค่อยๆตัดกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ส่วนการ take over ยังคงเป็นไปตามแผนเดิมครับ (แต่ true นี่ ไม่รู้ว่าท่านเจ้าสัวจะกล้าตัดออกไปด้วยหรือเปล่า)


Chabaa70
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 48
Joined: Mon Jul 12, 2010 2:55 pm

Re: CPF

Posts by Chabaa70 » Thu Jul 12, 2012 3:53 pm

คงเป็นการส่งสัญญาณ การขยายตัวของ CP Food Market ในอนาคต จะเป็นช่องทางขยายสาขาแบรนด์อาหารของ CPF ควบคู่กันไป ทำให้สัดส่วนรายได้ในส่วน Food เพิ่มมากขึ้น ผลประกอบการก็จะดีขึ้น ลด Seasonal Effect ลง
และเป็นการสร้างแบรนด์ให้รับรู้รองรับ AEC ด้วยพร้อมกันเลย


User avatar
gsamurai
Verified User
Posts: 34
Joined: Wed Oct 19, 2011 3:08 pm

Re: CPF

Posts by gsamurai » Thu Jul 12, 2012 5:46 pm

คนคอน wrote:
siamkrub wrote:CPF ทุ่มซื้อเชสเตอร์ฟู้ด 450 ล.จ่อออกหุ้นกู้ 3 ชุด 1.2 หมื่นล้าน
    CPF ทุ่มเงินลงทุนประมาณ 450 ล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมด ในบริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด จากบริษัทใน
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) หวังขยายธุรกิจต่อเนื่อง เตรียมออกหุ้นกู้ 3 ชุด มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท. จากข่าวนี้สรุปว่า เชสเตอร์กริลเป็นของ cp อยู่แล้วหรือครับ ผมก็เพิ่งรู้ :oops: แล้วเจ้าสัวไปให้ CPF ไปซื้อมาทำไม ก็ส่งสินค้าไปขายได้โดยตรงอยู่แล้ว ไม่เข้าใจจริงๆ เก็บ 450 ล้านไปซื้อ brand อื่นที่ไม่ใช่ของ cp ไม่ต่อยอดมากกว่าหรือ :roll:
สำหรับผมแล้ว ผมไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงหรอกครับ หากแต่ให้ผมคาดเดาก็เดาไปว่า เจ้าสัวอาจมีความต้องการที่จะสร้างwealthผ่านตลาดหุ้นมากขึ้นโดยการขาย บริษัทที่มีแบรนด์เข้า cpf และผมคงคิดว่าในระยะสั้นอาจจะมีการซื้อแบรนด์เพิ่มเข้ามาอีก เพื่อเพิ่มสัดส่วนที่เป็น food มากขึ้นเพื่อให้รายได้ มันสม่ำเสมอ สุดท้ายแล้วตลาดจะได้ปรับ PEให้เสียที

หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือ แกอาจไปเจอธุรกิจที่น่าสนใจในยุโรปแล้วเลย กะจะเอาเงินไปเทค แต่พอมาคิดอีกทีแค่450ล้าน กระแสเงินสดนอกตลาดของแกน่าจะมีเหลือสบายๆอยู่แล้วดังนั้น ผมยังคิดว่าเหตุผลแรกน่าจะมีความสมเหตุสมผลกว่า
ถามตรงเรื่อง PE หน่อยครับ
ตอนนี้รายได้หลักๆของ CPF มาจาก Farm ซึ่งราคาขายขึ้นลงตาม supply/demand (กึ่งๆ commodity)
ซึ่งตลาดจะให้ PE พวก commodity ประมาณ 7-15

ที่นี้ปรับธุรกิจไปในทาง Food มากขึ้น รายได้น่าจะผันผวนน้อยลง ตลาดน่าจะให้ PE มากขึ้น แต่ควรจะเท่าไรดีครับ นึกไม่ออกเลย ว่าจะไปเทียบกับกลุ่มไหนดี

Stay Calm Stay Invest

คนคอน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 883
Joined: Fri Apr 17, 2009 5:52 pm

Re: CPF

Posts by คนคอน » Thu Jul 12, 2012 6:30 pm

gsamurai wrote:
คนคอน wrote:
siamkrub wrote:CPF ทุ่มซื้อเชสเตอร์ฟู้ด 450 ล.จ่อออกหุ้นกู้ 3 ชุด 1.2 หมื่นล้าน
    CPF ทุ่มเงินลงทุนประมาณ 450 ล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมด ในบริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด จากบริษัทใน
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) หวังขยายธุรกิจต่อเนื่อง เตรียมออกหุ้นกู้ 3 ชุด มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท. จากข่าวนี้สรุปว่า เชสเตอร์กริลเป็นของ cp อยู่แล้วหรือครับ ผมก็เพิ่งรู้ :oops: แล้วเจ้าสัวไปให้ CPF ไปซื้อมาทำไม ก็ส่งสินค้าไปขายได้โดยตรงอยู่แล้ว ไม่เข้าใจจริงๆ เก็บ 450 ล้านไปซื้อ brand อื่นที่ไม่ใช่ของ cp ไม่ต่อยอดมากกว่าหรือ :roll:
สำหรับผมแล้ว ผมไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงหรอกครับ หากแต่ให้ผมคาดเดาก็เดาไปว่า เจ้าสัวอาจมีความต้องการที่จะสร้างwealthผ่านตลาดหุ้นมากขึ้นโดยการขาย บริษัทที่มีแบรนด์เข้า cpf และผมคงคิดว่าในระยะสั้นอาจจะมีการซื้อแบรนด์เพิ่มเข้ามาอีก เพื่อเพิ่มสัดส่วนที่เป็น food มากขึ้นเพื่อให้รายได้ มันสม่ำเสมอ สุดท้ายแล้วตลาดจะได้ปรับ PEให้เสียที

หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือ แกอาจไปเจอธุรกิจที่น่าสนใจในยุโรปแล้วเลย กะจะเอาเงินไปเทค แต่พอมาคิดอีกทีแค่450ล้าน กระแสเงินสดนอกตลาดของแกน่าจะมีเหลือสบายๆอยู่แล้วดังนั้น ผมยังคิดว่าเหตุผลแรกน่าจะมีความสมเหตุสมผลกว่า
ถามตรงเรื่อง PE หน่อยครับ
ตอนนี้รายได้หลักๆของ CPF มาจาก Farm ซึ่งราคาขายขึ้นลงตาม supply/demand (กึ่งๆ commodity)
ซึ่งตลาดจะให้ PE พวก commodity ประมาณ 7-15

ที่นี้ปรับธุรกิจไปในทาง Food มากขึ้น รายได้น่าจะผันผวนน้อยลง ตลาดน่าจะให้ PE มากขึ้น แต่ควรจะเท่าไรดีครับ นึกไม่ออกเลย ว่าจะไปเทียบกับกลุ่มไหนดี

การให้ค่าPEจริงๆแล้วมันก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละคน แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าตลาดจะให้เท่าไรแต่แน่นอนว่าหากวันที่ foodสามารถ ลดความไม่สม่ำเสมอของรายได้ลงได้ และคงมีอัตราการเติบโต15% + ต่อปี
ผมคิดว่า การให้พีอี คงได้ไม่ต่ำ 15 แน่นอนครับ


User avatar
L.
Verified User
Posts: 3645
Joined: Sun Apr 26, 2009 10:01 pm

Re: CPF

Posts by L. » Fri Jul 13, 2012 11:15 am

กูรู แนะซื้อ CPF รับแนวโน้มราคาเนื้อสัตว์ 2H12 ดีขึ้น คงประมาณการกำไรปีนี้โต 24% เป็น 1.7 หมื่นลบ.

บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส ระบุว่า CPF Analyst meeting วานนี้ ผู้บริหารให้ภาพ 2Q12 ไม่ต่างจากที่เราคาดก่อนหน้าคือลดลง Y-Y จากราคาเนื้อสัตว์ที่ฟื้นช้าเพราะ Supply ที่มีมาก (โรงงานขนาดใหญ่หลายแห่งขยายกำลังการผลิตตั้งแต่ต้นปี) แต่ Demand โตตามไม่ทัน ทั้งนี้ เราคาดกำไรปกติ 2Q12 -29% Y-Y, +45% Q-Q เป็น 3.5 พันล้านบาท แต่กำไรสุทธิอาจดีกว่าที่คาดเพราะมีการขาย CPALL ระหว่างไตรมาส โดยอาจได้เห็น 4 พันล้านบาท (-18% Y-Y) แนวโน้มราคาเนื้อสัตว์ใน 2H12 จะดีขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรปีนี้ +24% เป็น 1.7 หมื่นล้านบาท คาดจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.5-0.6 บาท/หุ้น แนะนำซื้อ เป้าหมาย 42 บาท


เรียบเรียง โดย อิทธิพล พันธ์ธรรม
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 12/07/12 เวลา 9:54:53


Synspeed
Verified User
Posts: 19
Joined: Wed Jul 11, 2012 4:35 pm

Re: CPF

Posts by Synspeed » Sat Jul 14, 2012 7:50 pm

ถ้า หมู ไก่ กุ้ง ที่ขายอยู่ที่ lotus, bigc makro แบบที่ตักเองเป็นของcpf ยอดขายน่าจะมากกว่านี้แต่ก็ไม่รู้ว่าห้างต่างๆเหล่านี้ไปรับมาจากที่ไหนเพราะสังเกตดูส่วนใหญ่คนที่ไปเดินห้างเหล่านี้มักจะไม่ค่อยซื้อหมูหรือไก่แบรนด์ cp เท่าไหร่เพราะราคาแพงกว่า นอกเสียจากว่าจะมีการลดราคา


kalapapruek
Verified User
Posts: 3
Joined: Wed Dec 22, 2010 2:28 pm

Re: CPF

Posts by kalapapruek » Sat Jul 14, 2012 8:52 pm

วันนี้เข้าไปซื้อของ CP Fresh Mart สาขาหนึ่งแถวถนนพระราม 6 เลยไปคุยกับคนขายว่าขายดีมั้ยเห็นร้านเงียบๆไม่ค่อยมีคน
เค้าใจดีคุยด้วย ไ้ด้ความว่า สาขานี้ คนเข้าร้านประมาณวันล่ะ 60 คน ยอดต่อบิลก็ 170 รวมได้ราวๆวันล่ะหมื่น เดือนนึงขายได้ประมาณ 3 แสนบาท

ไม่รู้ตรงกับที่ปรากฎใน งบหรือการให้ข้อมูลของบริษัทหรือเปล่าน่ะครับ แค่คุยกับเค้าแล้วเค้าตอบ (อาจจะแค่เฉพาะสาขานี้) ก็เล่าสู่กันฟัง

kalpapruek

Makam
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 70
Joined: Tue Jul 13, 2010 2:11 pm

Re: CPF

Posts by Makam » Sat Jul 14, 2012 9:43 pm

วันนี้เข้าcp fresh mart เหมือนกันครับ. จะไปซื้อ. ไก่ห่อสาหร่าย....อุดหนุนปรากฎว่า มีแต่pack เล็ก...พนักงานบอกว่าถ้าอยากได้pack ใหญ่ต้องไป makro. เท่านั้นครับ


Post Reply