IT

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
kongkam1
Verified User
Posts: 116
Joined: Thu Jun 24, 2010 6:37 am

Re: IT

Posts by kongkam1 » Thu Sep 20, 2012 10:46 pm

ผมมองว่าโลกในอนาคตอีก1ปีข้างหน้า จะไม่ต้องใช้เทคโนโลยีคอมพิว้เตอร์เหมือนกับปัจจุบันแล้วครับ ผมเห็นร้านค้า it ที่ขายอุปกรณ์ต่างๆ ทยอยปิดตัวไปหลายๆร้านแล้วครับ เคยไปสอบถามร้านพวกที่ปิดไป มีแต่คนบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปใช้คอมเล่นเน็ตกันแล้ว ใช้มือถือก้เล่นใด้แล้ว ไหนจะมีไอแพ็ดรุ่นไหม่ๆราคาแค่หมื่นกว่าบาท ผมว่าน่าจะหมดยุคไอทีแล้วนะครับ


User avatar
kongkam1
Verified User
Posts: 116
Joined: Thu Jun 24, 2010 6:37 am

Re: IT

Posts by kongkam1 » Thu Sep 20, 2012 10:52 pm

เพื่มเติมอีกนิดนะครับ หากระบบ 3G ใช้งานใด้เมื่อไหร่ คนจะไปใช้โทรศัพท์ในการท่องอินเตอร์เน็ตกันมากกว่าเดิมอีก100เท่าหรืออาจจะมากกว่านั้นด้วย ทำไห้คอมพิ้วเตอร์จะลดการใช้งานไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว และจะมีการนำไอแพ้ดมาใช้ร่วมกับ 3G ขึ้นมาทันที ระบบงานในราชการจะโล้ะคอมทิ้งทั้งระบบ เพราะค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดเครื่องมันแพง


Cricket
Verified User
Posts: 1
Joined: Fri Jul 16, 2010 4:03 pm

Re: IT

Posts by Cricket » Thu Sep 20, 2012 11:37 pm

3G เกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟนโดยตรง
PC, Laptop ก็มีดีมานต่อไปเรื่อยๆมากกว่า
ประเทศที่มี3G ก่อนเราก็ไม่เห็นวงการไอทีและอินเตอร์เน็ทบรอดแบรนจะเจ๊งกันเลยนะครับ
ทั้งหมดนี่เป็นเพราะวัตถุประสงค์การใช้งานที่ต่างกัน


User avatar
workart
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 312
Joined: Fri Aug 19, 2011 11:21 am

Re: IT

Posts by workart » Thu Sep 20, 2012 11:42 pm

ผมมองในแง่ทั่วไปนะครับเรื่องของ คอม PC, Laptop , อุปกรณ์ต่อพ่วง+อื่นๆ ก็คงทรงๆตัวต่อไป เรื่อง mobile นี่คงเป็นระหว่างเดินทางนอกบ้านมากกว่า.

ประเด็นหลักๆคืน ธุรกิจของ IT จะจับเส้นไหนก็คงต้องดูต่อไป ผมว่ายังไงมีประชุมผู้ถือหุ้นก็อย่างลืมถามผู้บริหารละกันครับ ว่าอนาคตจะเดินไปทางไหน เพราะว่าต้องยอมรับว่ายุคนี้มันเป็น red ocean สำหรับการค้าปลีกของ ICT จริงๆ

ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา >-<"

KimVi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 970
Joined: Sun Sep 19, 2010 10:21 am

Re: IT

Posts by KimVi » Fri Sep 21, 2012 7:26 am

“ยุค PC Plus” จาก Microsoft กับสิ่งที่คิดต่างจาก Apple ที่เป็น “ยุค Post PC”

น่าจะมีใครหลายคนเคยได้ยินคำว่า “ยุค Post PC” กันมาบ้าง แต่นั่นเหมือนจะเป็นศัพท์จากทางฝั่งค่ายผลไม้เค้า คู่แข่งตัวยงอย่าง Microsoft เองก็มีศัพท์ในทำนองเดียวกันนี้เหมือนกัน ในชื่อ “ยุค PC Plus” ซึ่งก็หมายถึงยุคที่ทุกคนนั้น ไม่ได้มีแค่เครื่อง PC เพียงเครื่องเดียวในการใช้งานชีิวิตประจำวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทั้งเครื่องมือถือสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต

ซึ่ง Microsoft เองก็ได้วิจัยและพัฒนาสิ่งต่างๆมากมายต้อนรับยุคใหม่ที่ค่อยๆคืบคลานขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆนี้ โดยข้อมูลจาก Executive Vice President Microsoft เยอรมันนี Peter Jaeger ก็บอกว่ามีโครงการมากมายหลากลายที่ Microsoft Research ได้กำลังพัฒนาเพื่อให้นำมาใช้กับเครื่องอุปกรณ์ต่างๆในยุค PC Plus ที่ว่านี้ ตัวอย่างเช่นโครงการ text-to-speech ของ Microsoft Research Asia สำหรับการเปลี่ยนเสียงพูดของเราให้กลายเป็นภาษาอื่น และเล่นตัว avatar ที่เหมือนมีชีวิตพร้อมกับการแปลงภาษานั้นไปด้วย โดยใช้เงินลงทุนไปกว่า 9.5 ล้านเหรียญ (ประมาณ 296 ล้านบาท) ในการวิจัยและพัฒนา

ซึ่งประเด็นหลักในการวิจับของ Microsoft นี้ ก็คือด้านการเพิ่มขยายปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์กับตัวเครื่องอุปกรณ์ต่างๆให้มากขึ้น โดยเฉพาะการรวม avatar และ active object เข้าด้วยกัน จากการสั่งงานของผู้ใช้งาน และหนึ่งในการพัฒนาที่มีผลมากตัวนึงของ Microsoft อย่าง Kinect ในปัจจุบันก็เป็นแนวทางหลักที่แสดงให้เห็นว่ามันสามารถจะเป็นไปในทิศทางไหนได้บ้าง และด้วย Windows 8 และผลิตภัณฑ์ใหม่อีกมากมายน่าจะเป็นทำให้ Microsoft สานต่อ และพัฒนายุก PC Plus นี้ต่อไปได้ไม่ยาก

ที่มา: Notebookcheck

Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it." – Warren Buffett

Seattle
Verified User
Posts: 1119
Joined: Mon Oct 04, 2010 2:17 pm

Re: IT

Posts by Seattle » Fri Sep 21, 2012 4:29 pm

ค้าปลีกค้าส่งสินค้าไอทีอ่วมอรทัย Q2 กำไรวูบโปรโมชั่นเอาไม่อยู่กำลังซื้อทรุด-แข่งดุ
updated: 21 ก.ย. 2555 เวลา 12:12:07 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจไอทีเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานการณ์ของธุรกิจไอทีทั้งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างย่ำแย่ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงส่งผลต่อยอดขายของบริษัทที่ทรงตัวหรือมีการเติบโตที่ต่ำมาก ขณะที่การแข่งขันรุนแรงเพื่อกระตุ้นยอดขายระบายสต๊อก ทำให้แต่ละบริษัทมีต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงขึ้น และส่งผลให้ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทไอทีมีกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างสูง และบางบริษัทถึงขั้นขาดทุนสุทธิ ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังทุกบริษัทต้องวางแผนเร่งสปีดยอดขายเพื่อพลิกสถานการณ์กลับมา


รายงานข่าวจากบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ค้าส่งไอทีรายใหญ่แจ้งผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ในไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้รวม 6,147.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียง 279.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.77 เป็นการเติบโตที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมาฉุดกำลังซื้อชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีภาระสินค้าคงคลังสูง นอกจากนี้สมาร์ทโฟนที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายหลายแบรนด์ก็มีกระแสความนิยมลดลง ทำให้มีการแข่งขันทั้งทางด้านสินค้าและราคาในตลาดสูงมาก จึงทำให้กำไรของบริษัทลดลง

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 เนื่องจากจำเป็นต้องทำกิจกรรมการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายและผลักดันสินค้าคงคลังให้ลดลง

นอกจากนี้ยังมีภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 95.9 มาอยู่ที่ 25.8 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.6 ล้านบาท ส่งผลกระทบให้ไตรมาส 2/2555 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 86.8 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิ 102.1 ล้านบาท

สำหรับบริษัท ไอทีซิตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารไอทีซิตี้ ซูเปอร์สโตร์ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรสุทธิ 66.28 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งกำไรสุทธิ 118.25 ล้านบาท ถือว่าลดลงกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไตรมาส 2 ยอดขายอยู่ที่ 1,535.93 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 209.13 ล้านบาท หรือลดลง 11.98.% ทั้งที่บริษัทมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 7 แห่ง แต่ก็ไม่สามารถสร้างยอดขายเพิ่มได้

นอกจากนี้ยังพบว่ากำไรขั้นต้นยังลดลงถึง 20.54% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมถึงดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 2.47% เนื่องจากการเปิดสาขาใหม่

ส่วนบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ค้าส่งไอทีรายใหญ่ แจ้งว่าผลการดำเนินการของบริษัทในไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 80.15 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 27.49 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 25.54 ผลจากกำลังซื้อชะลอตัว โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 5,472.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงร้อยละ 3.31 ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลงร้อยละ 9.14 เนื่องจากตลาดไอทีหดตัวลงในระยะสั้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น

ด้านบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แบรนด์ "เอสวีโอเอ" เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 22.1 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 35.9 ผลจากรายได้จากการขายลดลง 203.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.3 เนื่องจากปีนี้บริษัทไม่มีการรับรู้รายได้จากการเข้าร่วมประมูลคอมพิวเตอร์ในโครงการ สพฐ. เหมือนเช่นปีก่อน

นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญคืออัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องมาจากตลาดไอทีมีการแข่งขันสูงมาก ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 17.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 53.9 ซึ่งเป็นผลมาจากดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมในโครงการใหญ่


Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: IT

Posts by Real-VI » Fri Sep 21, 2012 5:58 pm

Seattle wrote:ค้าปลีกค้าส่งสินค้าไอทีอ่วมอรทัย Q2 กำไรวูบโปรโมชั่นเอาไม่อยู่กำลังซื้อทรุด-แข่งดุ
updated: 21 ก.ย. 2555 เวลา 12:12:07 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจไอทีเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานการณ์ของธุรกิจไอทีทั้งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างย่ำแย่ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงส่งผลต่อยอดขายของบริษัทที่ทรงตัวหรือมีการเติบโตที่ต่ำมาก ขณะที่การแข่งขันรุนแรงเพื่อกระตุ้นยอดขายระบายสต๊อก ทำให้แต่ละบริษัทมีต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงขึ้น และส่งผลให้ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทไอทีมีกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างสูง และบางบริษัทถึงขั้นขาดทุนสุทธิ ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังทุกบริษัทต้องวางแผนเร่งสปีดยอดขายเพื่อพลิกสถานการณ์กลับมา


รายงานข่าวจากบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ค้าส่งไอทีรายใหญ่แจ้งผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ในไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้รวม 6,147.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียง 279.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.77 เป็นการเติบโตที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมาฉุดกำลังซื้อชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีภาระสินค้าคงคลังสูง นอกจากนี้สมาร์ทโฟนที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายหลายแบรนด์ก็มีกระแสความนิยมลดลง ทำให้มีการแข่งขันทั้งทางด้านสินค้าและราคาในตลาดสูงมาก จึงทำให้กำไรของบริษัทลดลง

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 เนื่องจากจำเป็นต้องทำกิจกรรมการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายและผลักดันสินค้าคงคลังให้ลดลง

นอกจากนี้ยังมีภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 95.9 มาอยู่ที่ 25.8 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.6 ล้านบาท ส่งผลกระทบให้ไตรมาส 2/2555 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 86.8 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิ 102.1 ล้านบาท

สำหรับบริษัท ไอทีซิตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารไอทีซิตี้ ซูเปอร์สโตร์ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรสุทธิ 66.28 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งกำไรสุทธิ 118.25 ล้านบาท ถือว่าลดลงกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไตรมาส 2 ยอดขายอยู่ที่ 1,535.93 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 209.13 ล้านบาท หรือลดลง 11.98.% ทั้งที่บริษัทมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 7 แห่ง แต่ก็ไม่สามารถสร้างยอดขายเพิ่มได้

นอกจากนี้ยังพบว่ากำไรขั้นต้นยังลดลงถึง 20.54% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมถึงดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 2.47% เนื่องจากการเปิดสาขาใหม่

ส่วนบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ค้าส่งไอทีรายใหญ่ แจ้งว่าผลการดำเนินการของบริษัทในไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 80.15 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 27.49 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 25.54 ผลจากกำลังซื้อชะลอตัว โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 5,472.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงร้อยละ 3.31 ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลงร้อยละ 9.14 เนื่องจากตลาดไอทีหดตัวลงในระยะสั้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น

ด้านบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แบรนด์ "เอสวีโอเอ" เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 22.1 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 35.9 ผลจากรายได้จากการขายลดลง 203.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.3 เนื่องจากปีนี้บริษัทไม่มีการรับรู้รายได้จากการเข้าร่วมประมูลคอมพิวเตอร์ในโครงการ สพฐ. เหมือนเช่นปีก่อน

นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญคืออัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องมาจากตลาดไอทีมีการแข่งขันสูงมาก ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 17.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 53.9 ซึ่งเป็นผลมาจากดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมในโครงการใหญ่

ข่าวพูดเรื่องเก่าที่ผ่านมาแล้ว

นักลงทุนมอง forward ไปแล้วว่าจะแย่ต่อหรือค่อยๆดีขึ้น

สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้ได้คือสุดท้ายนักลงืุนที่บอกว่าตัวเอง Vตามหลักการดร. นิเวศ
ส่วนใหญ่กรอบการลงทุนก็สั้นเหลือเกินและยังคงให้ความสำคัญกับระยะสั้นรายไตรมาสม่กเกินไป
สุดท้ายก็มักจะพลาด เข้าลงทุนเมื่อพื้นฐานดีมาก และถอยเมื่อพื้นฐานเลวมาก โดยลืมมองถึง cycle business ในกรอบใหญ่ 2-3 ปี


Seattle
Verified User
Posts: 1119
Joined: Mon Oct 04, 2010 2:17 pm

Re: IT

Posts by Seattle » Fri Sep 21, 2012 8:46 pm

เอชพีสู้ศึกพีซีด้วยดีไซน์

วันอังคารที่ 18 กันยายน 2012 เวลา 14:38 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลก - คอลัมน์ : ตลาดต่างประเทศ


เม็ก วิทแมนเอชพีเดินเครื่องปรับโฉมผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พีซี เตรียมวางตลาดต้อนรับฤดูกาลช็อปปิ้งของขวัญเทศกาลคริสต์มาสปลายปี หวังปกป้องตำแหน่งผู้ผลิตพีซีอันดับหนึ่งของโลกที่กำลังจะถูกคู่แข่งอย่างเลอโนโวแย่งชิงไป

เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่า หลังจากที่นางเม็ก วิทแมน เข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือเอชพี ยุทธศาสตร์การบริหารงานส่วนหนึ่งของเธอ คือการออกแบบผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ให้มีรูปร่างหน้าตาดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น โดยหวังว่าวันหนึ่งเอชพีจะสามารถก้าวขึ้นมาแข่งขันกับแอปเปิล อิงค์ ในฐานะผู้นำด้านดีไซน์ในอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ "ฉันคิดว่าเราไล่ตามนวัตกรรมไม่ทัน ตลาดทั้งหมดได้เปลี่ยนไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สวยงามขึ้น" นางวิทแมน กล่าว
ภายใต้นโยบายของนางวิทแมน เวลานี้เอชพีกำลังอยู่ในระหว่างการปรับโฉมหรือพัฒนาคอมพิวเตอร์พีซีกว่าสิบรุ่นที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการวินโดว์สรุ่นใหม่จากไมโครซอฟท์ รวมถึงแท็บเลตที่มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ภาคธุรกิจด้วย

เอชพีทำการปรับโครงสร้างและเพิ่มจำนวนพนักงานในทีมดีไซน์คอมพิวเตอร์พีซีเกือบเท่าตัวเป็น 60 คน และเปิดศูนย์ดีไซน์ใหม่อีก 2 แห่ง การปรับโฉมผลิตภัณฑ์ของเอชพีไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปลักษณ์เท่านั้น แต่ธุรกิจพีซีซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของรายได้ทั้งหมด มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพลิกฟื้นบริษัทภายใต้การนำของนางวิทแมน ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา รายได้จากธุรกิจพีซีของเอชพีลดลง 10% จากปีก่อนมาอยู่ที่ 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่กำไรลดลงถึง 27% ส่งผลให้ไตรมาสดังกล่าวเป็นไตรมาสที่บริษัทเผชิญกับการขาดทุนสูงที่สุด
อย่างไรก็ตาม การปรับโฉมพีซีในเวลานี้นับว่าเป็นภารกิจที่ยากลำบากอยู่ไม่น้อย เนื่องจากแท็บเลตและสมาร์ทโฟนได้รับความนิยมสูงขึ้น ขณะที่ยอดขายพีซีเองอยู่ในภาวะชะลอตัว ดาเนียล เลวิตาส นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยตลาด ไอดีซี กล่าวว่า เอชพีจำเป็นต้องหันกลับมาเน้นที่การออกแบบผลิตภัณฑ์อีกครั้ง ไม่ใช่เพียงแต่พึ่งพาการจำหน่ายพีซีราคาถูกเป็นปริมาณมากเหมือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


ทอดด์ แบรดลีย์ ประธานธุรกิจพีซีของเอชพี แสดงความเห็นด้วยว่าผู้บริโภคไม่ได้ให้ความสำคัญกับส่วนประกอบและราคาของพีซีอย่างเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว "ผู้คนต้องการผลิตภัณฑ์หรูหราที่พวกเขาจะถือได้อย่างภาคภูมิใจ" แบรดลีย์ กล่าว ด้วยเหตุนี้เอชพีจึงปรับโครงสร้างธุรกิจพีซีในเดือนกรกฎาคม 2554 โดยเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับผู้บริโภคในกลุ่มต่างๆ ที่หลากหลาย

ก่อนหน้านี้คอมพิวเตอร์ของเอชพีได้รับการออกแบบจากหลายทีม ทำให้ตำแหน่งของปุ่มปิดเปิดเครื่องและที่เสียบสายไฟแตกต่างกันออกไปในแต่ละรุ่น ต่อมาบริษัทจึงได้แต่งตั้งผู้บริหารคนหนึ่งขึ้นมารับผิดชอบดูแลรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้คนสามารถจดจำได้ในทันทีว่าเป็นคอมพิวเตอร์ของเอชพี

หนึ่งในผลงานของทีมดีไซน์ใหม่ของเอชพี คือคอมพิวเตอร์รุ่น "เอ็นวี x2" (Envy x2) คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปที่สามารถถอดหน้าจอออกมาเป็นคอมพิวเตอร์แท็บเลตได้ แล็ปท็อปรุ่นดังกล่าวทำงานด้วยระบบวินโดว์ส 8 และใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุ ผิดกับแล็ปท็อปของเอชพีรุ่นก่อนๆ ที่มักจะทำด้วยพลาสติก
สเตซี วูล์ฟ หัวหน้าทีมดีไซน์ของเอชพี กล่าวว่าหัวใจสำคัญของเอ็นวี x2 คือกลไกที่ช่วยให้หน้าจอสามารถเชื่อมต่อและปลดออกจากตัวเครื่องได้ ซึ่งทีมดีไซน์ของเอชพีใช้เวลา 3 เดือนในการปรับเปลี่ยนแก้ไข วูล์ฟกล่าวว่า ถ้าการถอดหน้าจอเข้าออกสามารถสร้างความพึงพอใจให้ผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะประสบความสำเร็จ

เอชพีไม่ใช่ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายเดียวที่เตรียมนำผลิตภัณฑ์ไฮบริดในระบบวินโดว์ส 8 ออกวางตลาด เดลล์ เลอโนโว และซัมซุง ต่างมีผลิตภัณฑ์ในลักษณะที่คล้ายคลึงกันนี้ ผู้ผลิตเหล่านี้พยายามที่จะไล่ตามแอปเปิลที่เป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำเพียงรายเดียวที่รายงานยอดขายในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในช่วงไตรมาสล่าสุด

แต่อย่างไรก็ตาม วิทแมนยอมรับว่า แม้บริษัทจะดำเนินการปรับเปลี่ยนรูปแบบต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ แต่อาจจะต้องใช้เวลาอีก 3-4 ปีกว่าที่ผู้บริโภคจะจดจำคอมพิวเตอร์ของเอชพีได้ "แอปเปิลสอนเราว่าดีไซน์มีความสำคัญอย่างยิ่ง ฉันคิดว่าเราก้าวหน้าไปมาก" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอชพีกล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,776 20-22 กันยายน พ.ศ. 2555


patongpa
Verified User
Posts: 1904
Joined: Mon Nov 02, 2009 8:27 am

Re: IT

Posts by patongpa » Sat Sep 22, 2012 3:56 am

ผมว่าบริษัทนี้จบแล้วครับ เหมือนโนเกียที่พ่ายแอปเปิ้ลยับเยิน ไม่มีโอกาสแก้ตัวแล้วล่ะครับ ทำไมต้องไปลุ้นอนาคตล่ะในเมื่อคุณเป็นแค่นักลงทุนไม่ใช่ผู้บริหาร กิจการไหนไม่ดีก็ขายมันซะไปลงทุนกิจการอื่นที่คิดแล้วว่ายังไปได้สิครับ


harikung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2234
Joined: Thu Nov 11, 2010 4:52 pm

Re: IT

Posts by harikung » Sat Sep 22, 2012 8:24 am

patongpa wrote:ผมว่าบริษัทนี้จบแล้วครับ เหมือนโนเกียที่พ่ายแอปเปิ้ลยับเยิน ไม่มีโอกาสแก้ตัวแล้วล่ะครับ ทำไมต้องไปลุ้นอนาคตล่ะในเมื่อคุณเป็นแค่นักลงทุนไม่ใช่ผู้บริหาร กิจการไหนไม่ดีก็ขายมันซะไปลงทุนกิจการอื่นที่คิดแล้วว่ายังไปได้สิครับ
ถ้าจะบอกว่าจบแล้วคงจะเกินไปหน่อยมั้งครับ ถึงส่วนตัวจะรู้สึกว่าบริษัทยังมีหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง ปรับตัว และ เปลี่ยนแปลงถ้าต้องการอยู่รอดในธุรกิจนี้อย่างยั่งยืน

นักเลงคีย์บอร์ด4.0

syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: IT

Posts by syj » Sat Sep 22, 2012 8:31 am

เมื่อวานไปเดินเล่นที่ ศูนย์การค้าท้องถิ่นแห่งหนึ่งในหาดใหญ่
BananaIT เพิ่งเปิดร้านใหม่ในนั้นครับ นับเป็นสาขาที่สาม
(แล้วมั้ง) ในนครหาดใหญ่ (เมืองที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ
ของประเทศไทย อย่างที่ทุกคนรู้ แต่ ผบห. ไอทีไม่รู้ ???
นครหาดใหญ่ยอดเทรดในตลาดหลักทรัพย์ มากเป็นอันดับ
สองของประเทศไทย รองจากกรุงเทพฯ ใครๆ ก็ทราบ
แต่ ผบห.ไอที ไม่ทราบ???)

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

sei96
Verified User
Posts: 80
Joined: Sun Oct 23, 2005 10:28 am

Re: IT

Posts by sei96 » Sat Sep 22, 2012 9:23 am

มันจบแล้วครับ คัทไปเรียบร้อย
ตึกคอมที่อุดร บอกว่าจะตั้งกลางปีนี้ ป่านนี้ยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่าง..
แต่สาขาใน กทม.ขยันขยายกันเข้าไป สุดท้ายแย่งยอดขายกันเอง...
พนักงานมากกว่าลูกค้า อันนี้เท่าที่สำรวจมา เป็นจริง..


KimVi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 970
Joined: Sun Sep 19, 2010 10:21 am

Re: IT

Posts by KimVi » Sat Sep 22, 2012 11:27 am

IDC Raises Its Worldwide Tablet Forecast on Continued Strong Demand and Forthcoming New Product Launches
http://www.idc.com/getdoc.jsp?containerId=prUS23696912
19 Sep 2012


FRAMINGHAM, Mass., September 19, 2012 – Continued robust consumer demand, and strong expectations for the fourth quarter, has led International Data Corporation (IDC) to increase its forecast for the worldwide tablet market to 117.1 million units, up from its previous forecast of 107.4 million units for the year. In the latest forecast update of the Worldwide Quarterly Tablet Tracker, the firm also revised upward its 2013 forecast number from 142.8 million units to 165.9 million units. And by 2016 worldwide shipments should reach 261.4 million units.

"Despite ongoing economic concerns in most regions of the world, consumers continue to buy tablets in record numbers and we expect particularly strong demand in the fourth quarter," said Tom Mainelli, research director, Mobile Connected Devices at IDC. [i]"Apple leads the market with its iPa ... ason."[/i]

In addition to increasing the unit totals for 2012, IDC also updated its taxonomy to include Windows-based slates in the Tablet Tracker. Windows tablets (which include Windows 7 tablets shipping today, and Windows RT and Windows 8 tablets shipping in the fourth quarter of 2012) are expected to grow from about 1% of the market in 2011 to 4% in 2012, on their way to 11% of the market by 2016. During those same years iOS will grow from 57.2% in 2011 to 60% in 2012, eventually slipping back to 58% by 2016; Android will slip from 38.9% to 35.3%, declining to 30.5% by 2016.

"Tablets running Microsoft's upcoming Windows 8 and RT operating systems, including the company's own Surface tablets, will add some momentum," said Jennifer Song, research analyst for IDC's Worldwide Trackers. "However, we expect shipments to remain low in the fourth quarter as high prices and consumer confusion around these devices will limit their appeal. Also, in the second half of the year Android should benefit from the success of the Nexus 7 and Amazon's launch of new Kindle Fires."

Image

While IDC has increased its forecast for tablets in 2012, the firm significantly lowered its forecast for eReaders in 2012. After a disappointing first half of the year, and strong indications that sub-$200 tablets are significantly impacting demand, IDC now expects 2012 shipments to top out at 23.6 million units, down from the 27.7 million units that shipped in 2011.

Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it." – Warren Buffett

before8am
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 25
Joined: Mon Feb 14, 2011 6:02 pm

Re: IT

Posts by before8am » Sat Sep 22, 2012 6:48 pm

วันนี้ไปอุดหนุน IT Paragon มาครับ

พนักงานเยอะจริงๆครับ เยอะกว่าจำนวนคนที่เข้ามาซื้อของ

ที่สำคัญครับ คิดเงินช้ามากๆ ผมต่อคิวแค่คิวเดียว เสียเวลารอรูดบัตรไป 15 นาที

บปกติเค้าจะคิดเงินแล้วแยกออกไปติดวอยด์เขียนใบประกัน เชคของที่อื่น แต่นี่ ให้ทำตรงนั้นเลยอ่ะครับ

ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ แต่เอาใจช่วยครับ


maymekung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 217
Joined: Thu Dec 01, 2011 10:14 pm

Re: IT

Posts by maymekung » Sun Sep 23, 2012 9:14 pm

สำหรับผม การใช้ tablet ยังไม่สามารถแทนที่ PC หรือ notebook ได้แน่นอนครับ เนื่องจาก Input ที่ทำได้ยากการทำงานไม่สะดวก แต่ต้องยอมรับการการถือ tablet สักตัวในปัจจุบันนี้เท่กว่าการถือ notebook เดินไปมาเปนไหนๆ แต่ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า ultrabook hybrid จะมาชดเชยความเท่ในส่วนนี้ได้ครับ :D
ผมคิดว่าช่วง ครึ่งปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ไม่น่าซื้อ computer notebook สุดๆ ครับ อย่างอื่นเค้าออก technology ใหม่มาให้ตื่นเต้นกันเพียบ แต่ computer notebook ยังคงเหมือนเดิม แต่ปีหน้าไม่แน่ว่ากำลังซื้อน่าจะกลับมาได้ครับ จากผลิตภัณใหม่ๆน่าซื้อหลายตัว ที่มาพร้อมกับ window8

Freedom

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: IT

Posts by ส.สลึง » Sun Sep 23, 2012 10:55 pm

คนใช้ไอทีเพิ่มขึ้น แต่ผมกลับคิดว่า
คนใช้ notebook ทำงานมีเท่าเดิม
ทำให้ตลาด notebook กลายเป็นตลาดทดแทน

ในขณะที่ตลาด tablet กำลังโต
เพราะตอบโจทย์ลูกค้าบางกลุ่มได้
ซึ่งในอนาคต สิ่งที่เกิดกับ notebook
ก็น่าจะเกิดกับ tablet ด้วยเหมือนกัน


yoko
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4227
Joined: Sat Jan 27, 2007 4:49 pm

Re: IT

Posts by yoko » Mon Sep 24, 2012 6:32 am

เขาเป็นพวกซื้อมาขายไป
เขาปรับสินค้าหน้าร้านใหม่ได้
เขาจะไม่แย่ไปกว่านี้ครับ


User avatar
Crested Jay
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 253
Joined: Wed Mar 16, 2011 7:40 pm

Re: IT

Posts by Crested Jay » Mon Sep 24, 2012 8:31 am

it,synex,sis แบกรับสต็อคบานเบอะ ต้องเร่งระบายสินค้าจนส่งผลให้ gross profit q1-q2/55 ลดลงเป็นจำนวนมาก จนตกอยู่ในสภาวะลำบากเหมือนๆกัน ก็เนื่องจากไปหลงเชื่อข้อมูลของ IDC forecast นี่แหละครับที่ตอนต้นปีบอกว่าตลาดรวมคอมพิวเตอร์ปีนี้จะเติบโตประมาณ 12% ซึ่งมันไม่เป็นไปตามนั้นครึ่งปีที่ผ่านมาผลประกอบการจึงแย่กันไปหมด ส่วนครึ่งปีหลังใครปรับตัวได้ก่อนก็จะเริ่มฟื้นก่อน Note Book และ PC ยังไงก็เป็นสินค้าที่จำเป็นสำหรับทุกๆบริษัทอยู่แล้ว ต้องซื้อเพิ่มเมื่อขยายงานและซื้อทดแทนเครื่องเก่าที่เสื่อมหมดสภาพ


suwicha
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 299
Joined: Thu Jul 14, 2005 1:11 pm

Re: IT

Posts by suwicha » Mon Sep 24, 2012 10:28 am

ถ้ากังวลเรื่องแทปเลต ผมก็เห็นในร้านไอทีซิตี้ก็มี ทั้งของแอปเปิ้ลแล้วก็ซัมซุงนี่ครับ
หรือผมเข้าใจอะไรผิด? :roll: :roll:


syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: IT

Posts by syj » Mon Sep 24, 2012 12:20 pm

รู้จักสิงห์สนามไอทีภูธร "แอดไวซ์ ดิสทริบิวชั่น" สหภาพ "เชนสโตร์"
updated: 24 ก.ย. 2555 เวลา 11:50:30 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

หลังเผชิญมหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ผ่านมากว่า 9 เดือน ตลาดไอทียังไม่กระเตื้องขึ้นนัก ทำให้บริษัทไอทีทั้งเล็กใหญ่ รวมถึงบรรดาร้านค้าต่าง ๆ วางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงโค้งท้ายปีนี้ เต็มสตรีม
ในสนามเมืองกรุง "แอดไวซ์ ดิสทริบิวชั่น"

อาจเพิ่งเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์โฆษณาเมื่อไม่นานมานี้ แต่ในสนามภูธรโดยเฉพาะในผู้ค้าไอทีรู้จักกันดี ในฐานะผู้ค้าส่งสินค้าไอทีให้บรรดาร้านค้าในต่างจังหวัดที่มักมีโปรโมชั่น แหวกตลาดให้ร้านค้าในเครือข่ายและผู้บริโภคแปลกใจเสมอ ซื้อโน้ตบุ๊กแถมพรินเตอร์ไม่เท่าไร เพราะแถมไมโครเวฟก็มีมาแล้ว ล่าสุดยังเข้ามารับผิดชอบงานบริการในโครงการแท็บเลตเด็ก ป.1 ของรัฐบาลอีกต่างหาก

"ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสพูดคุยกับ "ณัฐวุฒิ พิริยะจีระอนันต์" รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยร่วมค้า เดอะซิสเต็ม จำกัด ผู้บริหารเครือข่ายร้านค้า "แอดไวซ์" ดังนี้

- เริ่มต้นกับแอดไวซ์อย่างไร

เพื่อน ชวนมารับผิดชอบด้านการตลาด โดยพลิกโฉมให้ร้านมีรูปแบบค้าปลีกเพิ่มขึ้น หลังจากอยู่ในธุรกิจค้าส่งมากกว่า 16 ปี ทำให้มีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้นมาก โดยเริ่มทำในส่วนของค้าปลีกมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ทำให้รายได้บริษัทเติบโตทุกปีกว่า 30-40% ปีนี้คิดว่าน่าจะทำรายได้ถึง 12,000 ล้านบาท จากปีที่แล้ว 9,000 ล้านบาทแต่ถ้าคำนวณรายได้ 9 เดือนที่ผ่านมาต่ำกว่าปีที่แล้วประมาณ 4% เพราะตลาดค่อนข้างเงียบ ปลายปีจึงอาจต้องอัดโปรโมชั่นเข้าไปมากกว่านี้


- ทำไมถึงทำราคาได้ดี

การ ทำงานของเราคือแข่งกับตนเอง เราจะไม่บอกว่าเราเก่งแล้ว แม้ตัวเลขในต่างจังหวัดจะค่อนข้างโอเค แต่ยังเชื่อว่ายังมีพื้นที่อื่นที่ยังลงไปทำตลาดได้อีก ต้องพยายามมากขึ้น วันนี้ทำดีขนาดนี้ยังไม่พอหรอก อนาคตตลาดโตขึ้น พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลง จากพีซีเป็นโน้ตบุ๊กเป็นแท็บเลต ต้องตามให้ทัน ราคาที่ทำราคาได้ดี เพราะซื้อมาจำนวนมากทำให้ได้ต้นทุนดี และไม่ขายแพงเพราะเอากำไรค่อนข้างน้อยมาก แค่ 1% เท่านั้นสำหรับธุรกิจขายส่ง ทำให้ต้องพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาบริหารจัดการธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้ประหยัดได้มาก บริษัทเราใช้พนักงาน 300 คนเท่านั้น น้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้ที่เข้ามา

- นอกจากขยับมาค้าปลีกแล้วทำอะไรอีก

เดิม เราขายแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนรายได้กว่า 6 พันล้านบาท เป็นเบอร์หนึ่งของตลาดนี้ ร้านเกมถือเป็นลูกค้าหลักของเรา จากนั้นก็เริ่มเพิ่มสินค้ามากขึ้น มีโน้ตบุ๊กเข้ามา ช่วงแรกขายได้ราว 4-5 พันตัวต่อเดือน ปีนี้เกินหลักหมื่นไปแล้ว โต 100% ทีเดียว รวมถึงเพิ่มสมาร์ทโฟนและแท็บเลตเข้าไปด้วยตามกระแสความนิยมของตลาดตอนนี้ แต่ยังเป็นสัดส่วนรายได้ที่น้อยมาก

- ทำไมปรับโฟกัสมาที่โน้ตบุ๊ก

เรา อยู่ในตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก ซึ่งคอมพิวเตอร์ประกอบเองก็น่าจะตอบโจทย์แล้ว แต่ระยะหลังลูกค้าเริ่มเข้ามาถามหาโน้ตบุ๊กมากขึ้น ถ้าไม่เข้าไปทำ โอกาสที่คู่แข่งจะเข้ามาเอาลูกค้าส่วนนี้ไปก็มี

- สัดส่วนรายได้ปัจจุบัน

ราย ได้จากต่างจังหวัดกว่า 85% มีเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศกว่า 114 สาขา ในกรุงเทพฯจะเป็นร้านของเราเองทั้งหมดมี 10 สาขา ส่วนต่างจังหวัดจะบริหารโดยดีลเลอร์ที่ยกระดับขึ้นมาแล้วใช้ชื่อร้านแอดไวซ์ ดิสทริบิวชั่น ในแง่ค้าปลีกเราค่อนข้างมั่นใจว่า เป็นเบอร์ 1 ที่ลูกค้านึกถึงเมื่อต้องการซื้อสินค้าไอที ไม่เฉพาะคอนซูเมอร์ ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ก็จะเข้ามาซื้อของจากเรา โดยเฉพาะจังหวัดระดับกลางลงไป เพราะร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ยังไม่ลงไป

- รูปแบบธุรกิจแบบนี้ทำมานานหรือยัง

ช่วง แรกบริษัททำด้านขายส่งอย่างเดียว ทำให้รู้ว่าประสิทธิภาพของดีลเลอร์แต่ละรายไม่เหมือนกัน ร้านที่น่าจะไปด้วยกันกับเราได้ก็ดึงมาเข้าระบบด้วยกัน และพัฒนาหน้าร้านเพิ่มใช้แบรนด์แอดไวซ์ (Advice) ทำมา 3-4 ปีแล้ว ทำให้ได้ความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคมากขึ้นด้วย เพราะลูกค้าซื้อที่จังหวัดหนึ่งก็ส่งไปซ่อมที่จังหวัดอื่นได้ ขอให้เป็นร้าน Advice เป็นการสร้างแบรนด์ให้ติดตลาดด้วย ปีนี้ใช้งบฯกว่า 80 ล้านบาท ทำโฆษณาโทรทัศน์ รวมถึงสื่ออื่น ๆ เพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์ ส่งผลในแง่ยอดขายที่เพิ่มขึ้น


- ตลาดภาคไหนกำลังโต

ภาคกลางกับภาคตะวันออก เพราะพื้นที่นั้นเริ่มเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น กิจกรรมที่ลงไปทำก็ไปได้ดี ที่สำคัญดีลเลอร์มีความตั้งใจขายของ ดีมานด์ในตลาดมาก


- ถ้ามองภาพตลาดรวม

เท่า ที่สำรวจดูก็พบว่าค่อนข้างเงียบ ดังนั้นเราจึงมีการวางแผนไว้ตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้วว่าต้นปี นี้จะเอาอย่างไรต่อดี และเก็บงบประมาณส่วนหนึ่งไว้กระตุ้นตลาดด้วย เช่น จัดโรดโชว์ในแต่ละจังหวัดเพิ่มเติม

- เข้ามารับช่วงงานบริการแท็บเลตเด็ก ป.1 ได้ยังไง

เรา ได้รับจ้างจากทาง Scope ให้รับผิดชอบงานซ่อมทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ซ่อมได้ทั้ง 114 สาขา ถ้าฮาร์ดแวร์ได้ 40 ศูนย์ทั่วประเทศ ถ้าหนักจริง ๆ ก็ส่งเข้ามาที่ศูนย์กลาง โดยสัดส่วนที่พบปัญหาจะเป็นเรื่องซอฟต์แวร์ 70% เช่น ออกจากแอปพลิเคชั่นไม่ได้ หรือมีการลงแอปพลิเคชั่นเพิ่มเติมทำให้เครื่องมีปัญหา ส่วนที่เหลือจะเป็นฮาร์ดแวร์ เช่น ทัชสกรีนไม่ได้ หรือชิ้นส่วนภายในมีปัญหา ทั้งหมดจะดำเนินการเสร็จไม่เกิน 5 วันทำการ

- เริ่มไปแล้ว

ได้ เริ่มไปแล้วครับ แต่ก็ตะกุกตะกักนิดหน่อย เพราะเซ็นสัญญากับแอดไวซ์วันที่ 9 ส.ค. แต่ให้เริ่มงาน 10 ส.ค. เราต้องใช้เวลาเตรียมการประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่ออบรมการซ่อมและบริการของร้านทุกสาขาทั่วประเทศ แต่ด้วยการที่มีแผนกซ่อมอยู่แล้วทำให้ไม่ได้ลำบากมากนัก

- เครื่องมีปัญหาเยอะไหม

รวม ๆ ประมาณ 3-4 ร้อยตัว เราไม่ได้คิดค่าบริการอะไรมาก กำไรน้อยมาก หรือบางทีก็แทบจะขาดทุน แต่ที่ตัดสินใจทำเพื่อการสร้างแบรนด์มากกว่า รวมถึงมีโอกาสได้เจอกับลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ด้วย

- ได้โปรเจ็กต์นี้ได้ไง

เขา คุยกับหลายที่ ทุกรายล้วนแต่เป็นอินเตอร์แบรนด์ทั้งนั้น แต่ Advice มีข้อดีเรื่องครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมจุดเด่นเรื่องราคาที่ถูกมาก ส่วนรายได้ถ้าได้มาก็แบ่งให้ดีลเลอร์แต่ละร้าน แต่ที่น้อยเพราะคุยกับดีลเลอร์ให้เขาเข้าใจว่าเป็นการโปรโมตร้านด้วย สัญญา 2 ปี ก่อนเซ็นก็คุยกันประมาณ 2 วัน ต่อไปเราจะนำแท็บเลตเข้ามาขายด้วย โครงการ OTPC ถือเป็นหนึ่งพาร์ตเท่านั้นเอง

- แท็บเลตโฟกัสตลาดไหน

จับ ตลาดล่างเป็นหลักหรือต่ำกว่า 5,000 บาท เพราะโฟกัสไปที่ตลาดต่างจังหวัด แต่ยอดขายยังน้อยอยู่มาก ตอนนี้กำลังดีลกับหลายแบรนด์อยู่ซึ่งเราก็ต้องดูให้ดี เพราะเคยมีประสบการณ์ขายไป 10 ตัว ซ่อม 5 ตัวมาแล้ว เพราะตัดสินใจผิด โดยตอนนั้นก็ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ลูกค้าไปเลย

http://www.prachachat.net/news_detail.p ... catid=0402

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: IT

Posts by syj » Mon Sep 24, 2012 12:24 pm

- นอกจากขยับมาค้าปลีกแล้วทำอะไรอีก

เดิม เราขายแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนรายได้กว่า 6 พันล้านบาท เป็นเบอร์หนึ่งของตลาดนี้ ร้านเกมถือเป็นลูกค้าหลักของเรา จากนั้นก็เริ่มเพิ่มสินค้ามากขึ้น มีโน้ตบุ๊กเข้ามา ช่วงแรกขายได้ราว 4-5 พันตัวต่อเดือน ปีนี้เกินหลักหมื่นไปแล้ว โต 100% ทีเดียว รวมถึงเพิ่มสมาร์ทโฟนและแท็บเลตเข้าไปด้วยตามกระแสความนิยมของตลาดตอนนี้ แต่ยังเป็นสัดส่วนรายได้ที่น้อยมาก
ผมว่า ผบห. IT ไม่รู้มัวไปทำอะไรอยู่ครับ
ขณะที่ตลาด กทม. เปลี่ยนจาก Notebook ==> Tablet
ตลาด ตจว. เปลี่ยนจาก Desktop == Notebook

อยากบอกว่า พลาดโอกาส ไปอย่าง "แรง"

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

User avatar
Crested Jay
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 253
Joined: Wed Mar 16, 2011 7:40 pm

Re: IT

Posts by Crested Jay » Mon Sep 24, 2012 1:37 pm

ที่บอกว่าจำนวนพนักงานขายที่ร้าน IT CITY มีจำนวนมากเกินไปนั้น เนื่องจาก...
1.พนักงานขายส่วนใหญ่(เกือบทั้งหมด) มาจากบริษัทต่างๆที่เอาสินค้ามาตั้งขายในร้านไอทีซิตี้ เช่นจาก Toshiba,HP,SIS,Sharp,Brother ลูกค้าสนใจสินค้าของค่ายไหนก็จะมีพนักงานขายจากบริษัทนั้นๆมาดูแลเรื่องการขาย โดยค่าใช้จ่ายเงินเดือนของพนักงานที่เราเห็นเป็นจำนวนมากมายนั้น ส่วนใหญ่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของ IT CITY
2.เป็นนักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตร ซึ่งทาง IT CITY เคี่ยวมากให้ทำงานฟรีไม่มีเงินตอบแทนให้น.ศ.เลย
3.พนักงานของ IT CITY จริงๆจะมีแค่พนักงานธุรการที่คอยเก็บเงินและออกใบเสร็จ และเจ้าหน้าที่อื่นๆอีกนิดหน่อยรวมแล้วทั้งร้านพนักงานที่กินเงินเดือนของ IT CITY มีไม่กี่คนเอง ดังนั้น Cost ส่วนใหญ่ของ IT น่าจะมาจากค่าเช่าพื้นที่มากมายในศูนย์การค้าต่างๆ

ข้อมูลข้างต้นมาจากการสอบถามพนักงานในร้าน IT CITY เวลาผมเข้าไปซื้อสินค้าครับ

ปล. ผมเป็นลูกค้าประจำที่ร้าน IT CITY (ซื้อสินค้าบ่อยมาก) แต่ไม่มีหุ้น IT อยู่ในพอร์ท


harikung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2234
Joined: Thu Nov 11, 2010 4:52 pm

Re: IT

Posts by harikung » Mon Sep 24, 2012 2:19 pm

suwicha wrote:ถ้ากังวลเรื่องแทปเลต ผมก็เห็นในร้านไอทีซิตี้ก็มี ทั้งของแอปเปิ้ลแล้วก็ซัมซุงนี่ครับ
หรือผมเข้าใจอะไรผิด? :roll: :roll:
สองเจ้านี้เค้ามีchannelขายของเค้าเองครับ อย่างซัมซุงก็มีศูนย์ อย่างแอปเปิ้ลก็มีของหลายๆบริษัท

นักเลงคีย์บอร์ด4.0

User avatar
Frioniel
Verified User
Posts: 34
Joined: Tue Apr 20, 2004 1:22 pm

Re: IT

Posts by Frioniel » Mon Sep 24, 2012 2:39 pm

harikung wrote:
suwicha wrote:ถ้ากังวลเรื่องแทปเลต ผมก็เห็นในร้านไอทีซิตี้ก็มี ทั้งของแอปเปิ้ลแล้วก็ซัมซุงนี่ครับ
หรือผมเข้าใจอะไรผิด? :roll: :roll:
สองเจ้านี้เค้ามีchannelขายของเค้าเองครับ อย่างซัมซุงก็มีศูนย์ อย่างแอปเปิ้ลก็มีของหลายๆบริษัท
ก็ใช่ที่ทั้ง 2 เจ้ามี channel ของเขาเอง ซึ่ง IT ก็เป็น channel หนึ่งในนั้น
แต่การที่ IT สามารถวางสินค้าของทุกยี่ห้อเปรียบเทียบกันได้ ทำให้มีความได้เปรียบอยู่
เพราะทำให้คนที่จะเข้ามาซื้อ เลือก และตัดสินใจได้ในร้านเลย ไม่ต้องไปดูที่ไหนอีก
คือจะซื้อค่ายไหนก็ได้ แต่ให้ซื้อที่ IT เป็นใช้ได้
ผมว่าจะปรับตัวตามนี้ ทำโปรโมชั่นกับบัตรเครดิตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ยอดตรงส่วนนี้น่าจะสู้เขาได้นะครับ

It Always Seems Impossible Until It Is DONE!!!

MrRobot
Verified User
Posts: 1291
Joined: Fri Dec 07, 2007 9:06 pm

Re: IT

Posts by MrRobot » Mon Sep 24, 2012 3:17 pm

ค้าปลีกค้าส่งสินค้าไอทีอ่วมอรทัย Q2 กำไรวูบโปรโมชั่นเอาไม่อยู่ กำลังซื้อทรุด-แข่งดุ

แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจไอทีเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานการณ์ของธุรกิจไอทีทั้งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างย่ำแย่ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงส่งผลต่อยอดขายของบริษัทที่ทรงตัวหรือมีการเติบโตที่ต่ำมาก ขณะที่การแข่งขันรุนแรงเพื่อกระตุ้นยอดขายระบายสต๊อก ทำให้แต่ละบริษัทมีต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงขึ้น และส่งผลให้ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทไอทีมีกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างสูง และบางบริษัทถึงขั้นขาดทุนสุทธิ ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังทุกบริษัทต้องวางแผนเร่งสปีดยอดขายเพื่อพลิกสถานการณ์กลับมา

รายงานข่าวจากบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ค้าส่งไอทีรายใหญ่แจ้งผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ในไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้รวม 6,147.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียง 279.9 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.77 เป็นการเติบโตที่ชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากผลกระทบจากน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมาฉุดกำลังซื้อชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีภาระสินค้าคงคลังสูง นอกจากนี้สมาร์ทโฟนที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายหลายแบรนด์ก็มีกระแสความนิยมลดลง ทำให้มีการแข่งขันทั้งทางด้านสินค้าและราคาในตลาดสูงมาก จึงทำให้กำไรของบริษัทลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 เนื่องจากจำเป็นต้องทำกิจกรรมการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายและผลักดันสินค้าคงคลังให้ลดลง นอกจากนี้ยังมีภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 95.9 มาอยู่ที่ 25.8 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.6 ล้านบาท ส่งผลกระทบให้ไตรมาส 2/2555 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 86.8 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิ 102.1 ล้านบาท

สำหรับบริษัท ไอทีซิตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารไอทีซิตี้ ซูเปอร์สโตร์ เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรสุทธิ 66.28 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งกำไรสุทธิ 118.25 ล้านบาท ถือว่าลดลงกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไตรมาส 2 ยอดขายอยู่ที่ 1,535.93 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 209.13 ล้านบาท หรือลดลง 11.98.% ทั้งที่บริษัทมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 7 แห่ง แต่ก็ไม่สามารถสร้างยอดขายเพิ่มได้ นอกจากนี้ยังพบว่ากำไรขั้นต้นยังลดลงถึง 20.54% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมถึงดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 2.47% เนื่องจากการเปิดสาขาใหม่

ส่วนบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ค้าส่งไอทีรายใหญ่ แจ้งว่าผลการดำเนินการของบริษัทในไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 80.15 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 27.49 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 25.54 ผลจากกำลังซื้อชะลอตัว โดยรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 5,472.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพียงร้อยละ 3.31 ขณะที่กำไรขั้นต้นลดลงร้อยละ 9.14 เนื่องจากตลาดไอทีหดตัวลงในระยะสั้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น

ด้านบริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์แบรนด์ "เอสวีโอเอ" เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ 22.1 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 35.9 ผลจากรายได้จากการขายลดลง 203.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.3 เนื่องจากปีนี้บริษัทไม่มีการรับรู้รายได้จากการเข้าร่วมประมูลคอมพิวเตอร์ในโครงการ สพฐ. เหมือนเช่นปีก่อน

นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญคืออัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องมาจากตลาดไอทีมีการแข่งขันสูงมาก ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 17.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 53.9 ซึ่งเป็นผลมาจากดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมในโครงการใหญ่

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ updated: 21 ก.ย. 2555 เวลา 12:12:07 น.
http://www.prachachat.net/news_detail.p ... catid=0600

Statistics: Posted by MYBIZ — Mon Sep 24, 2012 10:32 am

VI Robot The Great

sei96
Verified User
Posts: 80
Joined: Sun Oct 23, 2005 10:28 am

Re: IT

Posts by sei96 » Mon Sep 24, 2012 7:16 pm

[quote="Crested Jay"]ที่บอกว่าจำนวนพนักงานขายที่ร้าน IT CITY มีจำนวนมากเกินไปนั้น เนื่องจาก...
1.พนักงานขายส่วนใหญ่(เกือบทั้งหมด) มาจากบริษัทต่างๆที่เอาสินค้ามาตั้งขายในร้านไอทีซิตี้ เช่นจาก Toshiba,HP,SIS,Sharp,Brother ลูกค้าสนใจสินค้าของค่ายไหนก็จะมีพนักงานขายจากบริษัทนั้นๆมาดูแลเรื่องการขาย โดยค่าใช้จ่ายเงินเดือนของพนักงานที่เราเห็นเป็นจำนวนมากมายนั้น ส่วนใหญ่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายของ IT CITY
2.เป็นนักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตร ซึ่งทาง IT CITY เคี่ยวมากให้ทำงานฟรีไม่มีเงินตอบแทนให้น.ศ.เลย
3.พนักงานของ IT CITY จริงๆจะมีแค่พนักงานธุรการที่คอยเก็บเงินและออกใบเสร็จ และเจ้าหน้าที่อื่นๆอีกนิดหน่อยรวมแล้วทั้งร้านพนักงานที่กินเงินเดือนของ IT CITY มีไม่กี่คนเอง ดังนั้น Cost ส่วนใหญ่ของ IT น่าจะมาจากค่าเช่าพื้นที่มากมายในศูนย์การค้าต่างๆ

[color=#FF0000]ข้อมูลข้างต้นมาจากการสอบถามพนักงานในร้าน IT CITY เวลาผมเข้าไปซื้อสินค้าครับ[/color]

ปล. ผมเป็นลูกค้าประจำที่ร้าน IT CITY (ซื้อสินค้าบ่อยมาก) แต่ไม่มีหุ้น IT อยู่ในพอร์ท[/quote]

คล้ายๆ HMPRO ใช่ไหมครับ พนักงานที่ยืนๆ อยู่ เป็นพนักงานของยี่ห้อสินค้าแต่ละยี่ห้อ ไม่ใช่พนักงานของ IT
แต่เวลาลูกค้า comment เค้าจะเข้าใจว่าพนักงาน IT CITY ไม่สนใจลูกค้าได้นะครับ อย่างนี้มีทั้งดีและเสีย..


suwicha
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 299
Joined: Thu Jul 14, 2005 1:11 pm

Re: IT

Posts by suwicha » Mon Sep 24, 2012 7:40 pm

Frioniel wrote:
harikung wrote:
suwicha wrote:ถ้ากังวลเรื่องแทปเลต ผมก็เห็นในร้านไอทีซิตี้ก็มี ทั้งของแอปเปิ้ลแล้วก็ซัมซุงนี่ครับ
หรือผมเข้าใจอะไรผิด? :roll: :roll:
สองเจ้านี้เค้ามีchannelขายของเค้าเองครับ อย่างซัมซุงก็มีศูนย์ อย่างแอปเปิ้ลก็มีของหลายๆบริษัท
ก็ใช่ที่ทั้ง 2 เจ้ามี channel ของเขาเอง ซึ่ง IT ก็เป็น channel หนึ่งในนั้น
แต่การที่ IT สามารถวางสินค้าของทุกยี่ห้อเปรียบเทียบกันได้ ทำให้มีความได้เปรียบอยู่
เพราะทำให้คนที่จะเข้ามาซื้อ เลือก และตัดสินใจได้ในร้านเลย ไม่ต้องไปดูที่ไหนอีก
คือจะซื้อค่ายไหนก็ได้ แต่ให้ซื้อที่ IT เป็นใช้ได้
ผมว่าจะปรับตัวตามนี้ ทำโปรโมชั่นกับบัตรเครดิตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ยอดตรงส่วนนี้น่าจะสู้เขาได้นะครับ
ผมก็คิดแบบคุณFrionielครับ
และมองว่ากำไรที่ลดลงน่าจะเป็นภาพรวมอุตสาหกรรม มากว่าปัญหาเฉพาะของITเท่านั้นครับ คุณ harikung :)


sansern
Verified User
Posts: 66
Joined: Sun Jul 13, 2008 7:25 am

Re: IT

Posts by sansern » Mon Sep 24, 2012 8:05 pm

suwicha wrote:
Frioniel wrote:
harikung wrote:
suwicha wrote:ถ้ากังวลเรื่องแทปเลต ผมก็เห็นในร้านไอทีซิตี้ก็มี ทั้งของแอปเปิ้ลแล้วก็ซัมซุงนี่ครับ
หรือผมเข้าใจอะไรผิด? :roll: :roll:
สองเจ้านี้เค้ามีchannelขายของเค้าเองครับ อย่างซัมซุงก็มีศูนย์ อย่างแอปเปิ้ลก็มีของหลายๆบริษัท
ก็ใช่ที่ทั้ง 2 เจ้ามี channel ของเขาเอง ซึ่ง IT ก็เป็น channel หนึ่งในนั้น
แต่การที่ IT สามารถวางสินค้าของทุกยี่ห้อเปรียบเทียบกันได้ ทำให้มีความได้เปรียบอยู่
เพราะทำให้คนที่จะเข้ามาซื้อ เลือก และตัดสินใจได้ในร้านเลย ไม่ต้องไปดูที่ไหนอีก
คือจะซื้อค่ายไหนก็ได้ แต่ให้ซื้อที่ IT เป็นใช้ได้
ผมว่าจะปรับตัวตามนี้ ทำโปรโมชั่นกับบัตรเครดิตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ยอดตรงส่วนนี้น่าจะสู้เขาได้นะครับ
ผมก็คิดแบบคุณFrionielครับ
และมองว่ากำไรที่ลดลงน่าจะเป็นภาพรวมอุตสาหกรรม มากว่าปัญหาเฉพาะของITเท่านั้นครับ คุณ harikung :)
เห็นด้วยเหมือนกัน

มูลค่าหุ้นโดยพื้นฐานขึ้นกับ 1.ผลการดำเนินงาน 2.ฐานะทางการเงิน 3.รายละเอียดธุรกิจ 4.การบริหารจัดการ

harikung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2234
Joined: Thu Nov 11, 2010 4:52 pm

Re: IT

Posts by harikung » Mon Sep 24, 2012 8:34 pm

เอาจากประสบการณ์ส่วนตัวเลยนะครับ ผมแทบไม่เคยเห็นคนรอบข้าง(รวมทั้งตัวผมเอง)ที่จะซื้อสินค้า2แบรนด์นี้มองitอยู่ในสายตาเลย แต่ถ้าจะซื้อpcหรือnotebook itนั้นเป็นหนึ่งในตัวเลือกอยู่แล้ว

นักเลงคีย์บอร์ด4.0

Montri M.
Verified User
Posts: 105
Joined: Fri Mar 25, 2011 3:50 pm

Re: IT

Posts by Montri M. » Mon Sep 24, 2012 11:03 pm

harikung wrote:เอาจากประสบการณ์ส่วนตัวเลยนะครับ ผมแทบไม่เคยเห็นคนรอบข้าง(รวมทั้งตัวผมเอง)ที่จะซื้อสินค้า2แบรนด์นี้มองitอยู่ในสายตาเลย แต่ถ้าจะซื้อpcหรือnotebook itนั้นเป็นหนึ่งในตัวเลือกอยู่แล้ว
2 อาทิตย์ก่อน Samsung Galaxy III ที่ IT City สาขา Seacon Square ศรีนครินทร์ ราคา 20,900 บาท ถูกกว่า Shop ของ Samsung 1,000 บาท ไม่รู้ว่าขายได้ไง พอดีไม่ได้สนใจจะซื้อจริงๆและกำลังรีบเลยไม่ได้ถามรายละเอียดพนักงานขาย

อย่างนี้อาจทำให้พลาดโอกาสได้ส่วนลด 1,000 บาท

- จงใช้ชีวิตในแต่ละวันของคุณ ดุจดังว่ามันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต
- อย่าเสียเวลาเพื่อเติมเต็มชีวิตผู้อื่น อย่าติดกับดักของกฎเกณฑ์ที่ไม่มีข้อพิสูจน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับผลของความคิดของคนอื่น
- จงกล้าที่จะทำตามหัวใจและสัญชาติญาณของคุณ

สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs)

Post Reply