IT

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
somkiad999
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 249
Joined: Sun Nov 13, 2011 1:52 am

Re: IT

Posts by somkiad999 » Sun Sep 09, 2012 8:26 am

ต้องคอยดูผู้บริหาร ว่าจะปรับตัวอย่างไรครับ


musicman
Verified User
Posts: 66
Joined: Sat Apr 08, 2006 8:46 am

Re: IT

Posts by musicman » Sun Sep 09, 2012 9:29 am

ผมมาแชร์สภาพร้านไอที แถวบ้านผมก็ไม่ต่างจากพี่ข้างบนครับ เพราะพนักงานน่าจะเยอะกว่าลูกค้า และราคาสินค้าถ้าไม่นับช่วงโปรโมชั่น ก็แพงกว่าร้านชาวบ้าน ยิ่งเป็นสินค้าไอที คนทั่วไปส่วนใหญ่ก็เช็คราคามาจากเน็ตอยู่แล้ว ที่เหลือก็ไปที่ร้านดูการรับประกันและบริการหลังการขาย ส่วนบูตขายสินค้าแอปเปิ้ล เป็นผมจากประสบการณ์ผมไปซื้อที่Istudio ดีกว่าครับ มั่นใจมากกว่า มีสินค้าตัวอย่างให้ทดลองให้เลือกมากมาย จนกว่าจะพอใจครับ มีการอธิบายขั้นตอนการใช้งานแบบละเอียดเลย ซึ่งเป็นผลมาจากการอบรมของบริษัทแน่ๆ

เดี๋ยวนนี้ทางเลือกในการซื้อสินค้าไอทีมันมีมากมายมหาศาลเลยครับ ไม่เหมือนแต่ก่อนผมอยู่ต่างจังหวัดต้องมาที่พันทิพเท่านั้น เดี๋ยวนี้ห้างไอที7 - 8 ชั้น มาอยู่ใกล้บ้านเลย

ดนตรีนั้นคือชีวิต

CHIN
Verified User
Posts: 95
Joined: Wed Nov 10, 2010 7:14 pm

Re: IT

Posts by CHIN » Sun Sep 09, 2012 9:44 am

ผมคิดว่าธุรกิจนี้ ต้องใช้ความสามารถในการดำเนินธุรกิจสูงนะครับ ถึงจะสามารถอยู่รอดได้ และมีกำไร ส่วนรายได้ที่ลดลงน่าจะเกิดจาก port สินค้าของบริษัทที่ส่วนหญ่รายได้มาจาก computer ซึ่งปีนี้ ตลาด computer ที่ไม่ค่อยดีและได้เปลี่ยนไปแล้ว และเทคโนโลยีได้ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทุกวันนี้คนเล่น net ผ่าน tablet และมือถือ กันมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ยอดขายจาก computer ลดลงไปเรื่อยๆ


kong_kang69
Verified User
Posts: 196
Joined: Sat Jul 17, 2010 8:20 pm

Re: IT

Posts by kong_kang69 » Sun Sep 09, 2012 11:42 am

สำรวจตลาด ร้าน ขาย อุปกรณ์ ไอที ณ FUTER PARK RANGSIT เสาร์ที่ 8/9/55 เวลา 11.30-13.00 น.

1.ร้าน Banana IT อยู่บริเวณ ชั้นโรงหนัง โซน IT
สิ่งที่พบ คือ มีลูกค้าเดินเข้า -ออก ร้าน ตลอดเวลา ทั้งที่ซื้อ -ไม่ซื้อ บางคนรอสินค้า ที่ร้านกำลังประกอบอยู่(ลูกค้าเลือก spec สินค้าได้เอง ว่าอยากได้ เมมบอร์ด ยี่ห้อไหน , จอกี่นิ้ว ,DVD ยี่ห้อไหน จัดได้
- การจัดการร้านและการวางสินค้า ดูสวยงาม ทันสมัย สะดุดตา ของเยอะมาก
- ดูโดยรวม การจัดการร้าน+ความสวยงาม ดี ,ปริมาณ ลูกค้าเข้าร้าน+ซื้อสินค้า ปานกลาง-ดี

2 ร้าน IT CITY ของผม อยู่บริเวณ ชั้นโรงหนัง ฝั่งเซ็นทรัล เลยร้าน banana it เข้าไป อีก
สิ่งที่พบ คือ มีลูกค้า เดินเข้าออก น้อย-น้อยมาก คนที่เดินมาดู ก็แค่ดูจริงๆ ไม่เห็นมีใครซื้อของ เท่าไหร่ แต่มีน้องๆคนนึง มากะพ่อแม่น่าจะมาเลือกซื้อ คอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊ค สำหรับใช้เรียน
- การจัดการร้าน และการวางสินค้า เป็นรูปแบบเดิมๆ ที่ทำมาเป็น 10 ปี 10ปีที่แล้วยังไง ตอนนี้ก็เหมือนเดิม พนักงานขาย-พนง.ประจำร้าน มีประมาณ 15-20 คน T T การวางสินค้าดูไม่น่าซื้อเอาเลยร้านผมแอบเซ็ง
- ดูโดยรวม การจัดการร้าน + ความสวยงาม ควรปรับปรุง ,ปริมาณ ลูกค้าเข้าร้าน+ซื้อสินค้า น่าผิดหวัง


ผมจะไปสำรวจตลาดอีกทีตอนเสาร์/อาทิตย์ สิ้นเดือนเงินเดือนออกครับ และจะกลับมารายงาน
..............................................................................................................


DemonInvesting
Verified User
Posts: 805
Joined: Sun Oct 04, 2009 12:21 am

Re: IT

Posts by DemonInvesting » Mon Sep 10, 2012 12:35 am

ขอรายงานสถานการณ์จากร้าน IT ที่จ. เชียงใหม่ อีกสาขาหนึ่ง ... ในเชียงใหม่มี 3 สาขา (2 สาขาสถานการณ์เป็นอย่างที่ได้รายงานไปแล้วด้านบน) ส่วนที่สาขานี้พบว่าสภาพร้านดูดีกว่าสองสาขาข้างต้นพอสมควร ... สินค้าวางเกือบเต็มร้าน ไม่พบพื้นที่ว่างโหว่ชัดเจนดังที่เห็นในสาขาอื่น ... รวมถึงในส่วนที่ขาย Apple ก็จัดวางได้ดีขึ้น แม้จะเป็นตู้กระจกเหมือนเดิม แต่ก็ยังดูมีสินค้าเยอะ แถมมีพวกสมาร์ทโฟนจาก Samsung วางอยู๋ด้วยหนึ่งตู้แต่ทำเลค่อนข้างจะแย่ห่างไกลผู้คน ... แต่ก็ยังไม่อาจเทียบกับบรรยากาศกับพวกร้านอย่าง iStudio ได้...

แต่จำนวนลูกค้าที่ในร้านก็ค่อนข้างน้อย (อาจะเพราะไปตอนเกือบสองทุ่มวันอาทิตย์) และเท่าที่ดูร้านอื่นสภาพลูกค้าก็ไม่ได้ต่างกัน ... แต่จำนวนพนักงานของ IT เยอะมาก มากกว่าร้านอื่นอย่างชัดเจน

ปล. พึ่งสังเกตุว่าตอนนี้ JMart มี Market Cap แซงหน้าทั้ง IT , Synex, SIS ไปแล้ว ... (ขนาดเอาสองบริษัทรวมกันยังมูลค่าน้อยกว่าเลย) ...

ถึงตลาดจะฟูมฟายมากแค่ไหน ก็ยินดียืมไหล่ให้เธอซบ ยืมอกให้เธอซับน้ำตา

DemonInvesting
Verified User
Posts: 805
Joined: Sun Oct 04, 2009 12:21 am

Re: IT

Posts by DemonInvesting » Mon Sep 10, 2012 12:39 am

มิทราบท่านใดได้ผ่านร้าน IT สาขาพันธ์ทิพ ประตูน้ำบ้าง... ช่วยรายงานสถานการณ์หน่อยซิครับ ... เพราะจะว่าไปถ้าพูดถึงสโลแกน "ห้างสรรพสินค้า IT" นี่ผมนึกถึงแค่สาขาพันธ์ทิพอย่างเดียวเลย เป็นสาขาที่ผมประทับใจเป็นการส่วนตัวว่ามีของเยอะมากราวกับห้างสรรพสินค้าจริงๆ (ในสมัยนั้นพวก Power Buy ยังไม่ได้หันมาขายสินค้าไอทีแบบสมัยนี้ ก็มีแต่ IT CIty แข่งกับ Data IT อยู่สองเจ้า) ... แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยม IT City สาขาประตูน้ำมาน่าจะ 5-6 ปีแล้ว ... ไม่รู้ว่าเดี่ยวนี้เป็นอย่างไรบ้าง ...

ถึงตลาดจะฟูมฟายมากแค่ไหน ก็ยินดียืมไหล่ให้เธอซบ ยืมอกให้เธอซับน้ำตา

User avatar
marcus147
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 615
Joined: Mon Jun 13, 2011 12:13 pm

Re: IT

Posts by marcus147 » Mon Sep 10, 2012 12:42 am

DemonInvesting wrote:มิทราบท่านใดได้ผ่านร้าน IT สาขาพันธ์ทิพ ประตูน้ำบ้าง... ช่วยรายงานสถานการณ์หน่อยซิครับ ... เพราะจะว่าไปถ้าพูดถึงสโลแกน "ห้างสรรพสินค้า IT" นี่ผมนึกถึงแค่สาขาพันธ์ทิพอย่างเดียวเลย เป็นสาขาที่ผมประทับใจเป็นการส่วนตัวว่ามีของเยอะมากราวกับห้างสรรพสินค้าจริงๆ (ในสมัยนั้นพวก Power Buy ยังไม่ได้หันมาขายสินค้าไอทีแบบสมัยนี้ ก็มีแต่ IT CIty แข่งกับ Data IT อยู่สองเจ้า) ... แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยม IT City สาขาประตูน้ำมาน่าจะ 5-6 ปีแล้ว ... ไม่รู้ว่าเดี่ยวนี้เป็นอย่างไรบ้าง ...
นั่นซิครับ ไม่รู้ว่าสาขานี้จะเป็นไงบ้าง

การลงทุนในตลาดหุ้น ไม่มีทางลัด อยากเก่ง ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
My Blog : http://marcus147.wordpress.com/

wee1
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 199
Joined: Sun Mar 05, 2006 9:59 pm

Re: IT

Posts by wee1 » Mon Sep 10, 2012 3:05 am

marcus147 wrote:
DemonInvesting wrote:มิทราบท่านใดได้ผ่านร้าน IT สาขาพันธ์ทิพ ประตูน้ำบ้าง... ช่วยรายงานสถานการณ์หน่อยซิครับ ... เพราะจะว่าไปถ้าพูดถึงสโลแกน "ห้างสรรพสินค้า IT" นี่ผมนึกถึงแค่สาขาพันธ์ทิพอย่างเดียวเลย เป็นสาขาที่ผมประทับใจเป็นการส่วนตัวว่ามีของเยอะมากราวกับห้างสรรพสินค้าจริงๆ (ในสมัยนั้นพวก Power Buy ยังไม่ได้หันมาขายสินค้าไอทีแบบสมัยนี้ ก็มีแต่ IT CIty แข่งกับ Data IT อยู่สองเจ้า) ... แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยม IT City สาขาประตูน้ำมาน่าจะ 5-6 ปีแล้ว ... ไม่รู้ว่าเดี่ยวนี้เป็นอย่างไรบ้าง ...
นั่นซิครับ ไม่รู้ว่าสาขานี้จะเป็นไงบ้าง
พึ่งไปมาวันพุธที่ผ่านมา อยากจะบอกว่าร้างมาก เทียบกับร้านค้าด้านล่างไม่ได้เลย ลองเดินดูรวมๆสินค้าราคาแพงกว่าด้านล่างพอควร แถมผมจะไปซื้อกระดาษโฟโต้ พนักงานที่ให้คำแนะนำด้านนี้ไม่อยู่ ถามพนักงานท่านอื่นบอกว่า กลับบ้านไปแล้ว ตอนนั้นประมาณ 1 ทุ่มครึ่งครับ แต่สิ่งนึงที่ทำให้ผมพอใจคือ พนักงานท่านนี้ใส่ใจลูกค้ามากๆ ถึงแม้จะไมได้เป็นคนชำนาญด้าน printing เเต่ก็เดินไปเรียกพนักงานคนอื่นๆมาช่วยกันช่วยเหลือผมเป็นอย่างดี ไม่ได้สักแต่ว่าพูดเชียร์เพื่อจะขาย เทียบกับร้านค้าด้านล่างนี่ ผมเดินซื้อใน ไอทีซิตี้แล้วรู้สึกสบายใจกว่าเยอะ ตรงนี้เป็นจุดที่ทางผู้บริหารน่าจะใช้ให้เป็นประโยชน์นะครับ


syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4223
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: IT

Posts by syj » Mon Sep 10, 2012 8:59 am

ถึงเวลาที่ IT จะต้องเปลี่ยนกลยุทธ
เปลี่ยนแปลงแนว Retailing ใหม่

ดูตัวอย่างจาก Apple Store
ซึ่งถ้าดูกันจริงๆ แล้วจะเห็นว่า
ไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่ดู สะอาด
ง่าย เป็นมิตร

แต่สิ่งที่สำคัญอีกอย่าง ที่เมื่อก่อนอาจใช้ได้ดี
คือ โลเคชั่น. ส่วนมาก ที่ของ IT จะมีขนาด
ใหญ่ และตำแหน่งแย่มากๆ. ทำให้คู่แข่ง
ตั้งร้านดัก ก่อนได้ง่ายๆ เมื่อก่อนอาจไม่เป็นไร
เพราะสินค้าของเรามีมากและหลากหลายกว่า
ปัจจุบัน ดูเหมือนเปลี่ยนไป ผมเคยเล่าว่า
ไปซื้อกล้องดิจิตอล ที่ IT แต่ ต้องออกไปซื้อ
SD Card ข้างนอก เพราะ IT ไม่มีขาย
แล้วร้านที่ไปซื้อ ก็ขนาดเล็กนิดเดียว BananaIT
ครับ. ไม่น่าเชื่อแต่เรื่องจริง. ลองคิดดูว่าคนซื้อ
กล้องดิจิตอล จะซื้ออะไรเพิ่ม ???

ผมว่า ถ้า ผบห. ไม่เปลี่ยนแปลง เราควรเปลี่ยน
ผบห. ถ้าไม่ได้ ก็ เปลี่ยน บริษัท ที่ลงทุน

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

KimVi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 964
Joined: Sun Sep 19, 2010 10:21 am

Re: IT

Posts by KimVi » Mon Sep 10, 2012 10:07 am

เมื่อวานไปที่ Seacon มาครับ ไปเข้า fitness เสร็จ ตอนประมาณ 5-6 โมงเย็น ก่อนกลับ ก็เลยแวะไปเยี่ยมชมโซน IT ชั้น G ต้องบอกว่าซีคอนคนเดินเยอะมาก อาจจะเป็นเพราะจัดงานที่ลานโปรโมชั่นบ่อย ทั้งๆ ที่ ถนนศรีนครินทร์ ไม่ค่อยน่าสันจรเท่าไหร่ ขณะนี้ (ซ่อมถนนกันมาร่วม 4 ปีแล้วครับ ไม่เรียบร้อยสักที)

กลับมาที่ IT city ครับ คนก็เยอะขึ้นนะครับ เทียบกับ BananaIT ที่อยู่ด้านหน้า แต่พื้นที่น้อยกว่ามากๆ กลับดูว่า BananaIT คนแน่นกว่า ลองไปถามจะซื้อ Samsung Ultrabook series 9 พนักงานของ IT city ให้ข้อมูลดีมาก จนเกือบจะซื้อจริงๆ เสียแล้ว แต่จุดนั้น ไม่สำคัญเท่า น้องเค้าบอกว่าตอนนี้มีโปรโมชั่น ลดอีกตั้งสองพัน ถึงสิ้นเดือนกันยา ที่ร้านด้านนอกไม่มี เพิ่งรู้สึกว่า IT city ขายของถูกกว่าชาวบ้าน ก็ตอนนี้ล่ะครับ (ใครทราบว่ามีที่ไหนลดราคามากว่านี้ วานบอกด้วยครับ)

Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it." – Warren Buffett

harikung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2236
Joined: Thu Nov 11, 2010 4:52 pm

Re: IT

Posts by harikung » Mon Sep 10, 2012 10:20 am

DemonInvesting wrote:มิทราบท่านใดได้ผ่านร้าน IT สาขาพันธ์ทิพ ประตูน้ำบ้าง... ช่วยรายงานสถานการณ์หน่อยซิครับ ... เพราะจะว่าไปถ้าพูดถึงสโลแกน "ห้างสรรพสินค้า IT" นี่ผมนึกถึงแค่สาขาพันธ์ทิพอย่างเดียวเลย เป็นสาขาที่ผมประทับใจเป็นการส่วนตัวว่ามีของเยอะมากราวกับห้างสรรพสินค้าจริงๆ (ในสมัยนั้นพวก Power Buy ยังไม่ได้หันมาขายสินค้าไอทีแบบสมัยนี้ ก็มีแต่ IT CIty แข่งกับ Data IT อยู่สองเจ้า) ... แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยม IT City สาขาประตูน้ำมาน่าจะ 5-6 ปีแล้ว ... ไม่รู้ว่าเดี่ยวนี้เป็นอย่างไรบ้าง ...
ผมไปมาเมื่อประมาณ2เดือนก่อนครับ แต่เป็นช่วงวันทำงาน ทั้งห้างเลยดูคนน้อยอยู่แล้ว ส่วนITก็มีลูกค้าอยู่บ้าง แต่บอกตรงๆส่วนตัวถ้าไม่จำเป็นจริงๆคงเดินไปไม่ถึงร้านITซึ่งอยู่บนสุดหรอกครับ แต่ที่ต้องขึ้นไปเพราะหาของที่ต้องการไม่ได้(จอคอมซัมซุงซีรี่ย์7) แต่ขอบ่นหน่อยครับว่าสาขานี้ขายของมั่วจัง ถามตอนแรกบอกว่ามีของ(ซีรี่ย์7) ไอ่เราก็ดีใจ พนักงานก็พาเดินไปจ่ายตังเรียบร้อย จากนั้นรอของอยู่สักพักพนักงานเดินมาบอกว่าซีรี่ย์7หมด แล้วที่บอกมีตอนแรกคืออะไร? เช็คสต๊อกพลาด หรือ กะขายอย่างเดียวเลยตอบมั่วว่ามีไปก่อนเลยแล้วไปตายเอาดาบหน้า สุดท้ายเลยตัดใจไหนๆก็จ่ายไปแระ+เสียเวลาเดินหามานานเลยเพิ่มตังไปซื้อซีรี่9เลงละกัน แต่ITคงได้ผมเป็รลูกค้าครั้งนี้ครั้งสุดท้าย มั่วจริงๆ ไม่เหมือนjib หรือ banana ที่เค้าจะเช็คในคอมให้ก่อนเลยว่ามีมั้ย ไม่มีก็บอกไม่มี

นักเลงคีย์บอร์ด4.0

Seattle
Verified User
Posts: 1119
Joined: Mon Oct 04, 2010 2:17 pm

Re: IT

Posts by Seattle » Mon Sep 10, 2012 9:12 pm

บ้าน - รถฉุดกำลังซื้อ ไอที Q3



นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิตลาดไอทีไตรมาส 3 ซึมยาว ตัวเลขเติบโตไม่ฟื้นตามคาดการณ์ เหตุโครงการบ้านหลังแรก-รถคันแรกรัฐบาล ดึงกำลังซื้อ เอเซอร์ รออานิสงส์วินโดว์ส 8 ไตรมาสสุดท้ายช่วยฉุดตลาดโต ขณะที่เลอโนโว เผยยอดโตตลาดคอนซูเมอร์ มุ่งขยายตลาดต่อเนื่อง เชื่อกลยุทธ์มาถูกทาง

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการตลาดอาวุโส บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่ากำลังซื้อสินค้าไอทีไตรมาส 3 ไม่เป็นไปตามคาด ซึ่งโดยปกติไตรมาส 3 จะเป็นช่วงที่มีการซื้อขายสินค้าไอทีกันสูงสุด แต่ปีนี้ตัวเลขการซื้อขายลดลงจากปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถคาดการณ์ตัวเลขที่ลดลงได้ ขณะที่สาเหตุที่กำลังซื้อสินค้าไอทีลดลง นั้นยังไม่แน่ชัด โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นผลกระทบมาจากโครงการบ้านหลังแรก และรถคันแรกของรัฐบาล ที่ดึงกำลังซื้อไป และมีส่วนหนึ่งหันไปซื้อแท็บเลต และสมาร์ทโฟน แต่ยังไม่ชัดเจน เพราะตัวเลขการเติบโตของแท็บเลตก็ไม่ได้สูงมากนัก

"ไตรมาส 3 เราคงมีกิจกรรมการกระตุ้นการขายออกไป โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรม 'เอเซอร์ แกรนด์เซลล์' นำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษ ขณะเดียวกันก็มุ่งการดูแลสต๊อกตัวแทนจำหน่าย ส่วนกลุ่มสินค้าใหม่ที่เข้ามาในตลาด คือ สลิมโน้ต ที่บางกว่าโน้ตบุ๊กปกติ 30% ตลาดให้การตอบรับดี แต่ตลาดยังเติบโตไม่ถึงกับที่เราคาดหวังไว้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในปีหน้าสลิมโน้ตจะเข้ามาแทนที่โน้ตบุ๊กปกติแน่นอน"

นายนิธิพัทธ์ กล่าวอีกว่า กิจกรรมทางการตลาดหลักของบริษัทคงมุ่งเน้นไตรมาสสุดท้าย หลังจากที่ระบบปฏิบัติวินโดว์ส 8 เปิดตัวสู่ตลาดเดือนตุลาคม 2555 โดยคาดว่าระบบปฏิบัติการดังกล่าวจะเข้ามาช่วยกระตุ้นตลาดไตรมาสสุดท้ายให้เติบโตขึ้น ซึ่งจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งโน้ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน และแท็บเลต ที่รองรับการทำงานของระบบปฏิบัติดังกล่าวออกมาสร้างสีสันให้กับตลาดมากขึ้น

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย)ฯ กล่าวว่ากำลังซื้อตลาดไอทีไตรมาส 3 มีการชะลอตัวลดลง แต่ขนาดตลาดไม่ได้ลดลง โดยมองว่าผู้บริโภค หันไปตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟน และแท็บเลต แทนการซื้อโน้ตบุ๊กมากขึ้น ขณะเดียวกันภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงโครงการรถคันแรกและบ้านหลังแรกของรัฐบาล ยังส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อสินค้าไอทีในตลาด โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการซื้อรถยนต์ และบ้านมากกว่าซื้อโน้ตบุ๊ก

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ตลาดโดยรวมชะลอตัวลง แต่บริษัทมียอดการเติบโตขึ้น โดยไตรมาสที่ผ่านมาเลอโนโว มีส่วนแบ่งตลาดรวมประมาณ 8.4% หรือเป็นอันดับ 4 ในตลาด โดยตลาดคอนซูเมอร์ สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก 6% เป็น 8% ขณะที่ตลาดองค์กรชะลอตัวลงเล็กน้อย ลดลงเหลือ 13-14% จากเดิม 18%

"ผลจากการเติบโตในไตรมาสที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปีมาถูกทาง ซึ่งทิศทางในไตรมาส 3 และ 4 ยังคงมุ่งเน้นตลาดขยายตลาดคอนซูเมอร์มากขึ้น ขณะที่ตลาดองค์กรนั้นก็ต้องหาสินค้า เข้ามาขยายตลาดกลุ่มองค์กรที่มองสินค้าราคาและประสิทธิภาพการทำงานสูงมากขึ้น ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัว ThinkPad X1 Carbon อัลตร้าบุ๊ก สำหรับกลุ่มองค์กรเป็นรายแรก ส่วนเอสเอ็มอีนั้นคงมุ่งการรักษาฐานตลาดเอาไว้"

นายจีรวุฒิ กล่าวอีกว่าตลาดคอนซูเมอร์เป็นตลาดใหญ่ และเติบโตได้อีกมาก ซึ่งกลยุทธ์การทำตลาดคอนซูเมอร์นั้นจะมุ่งขยายคอนเซ็ปต์สโตร์มากขึ้น และเพิ่มทีมงาน เพื่อขยายตลาดไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทค่อนข้างมีสัมพันธ์และภาพลักษณ์ที่ดีกับตัวแทนจำหน่าย ทำให้ตัวแทนจำหน่ายช่วยผลักดันสินค้ามากขึ้น


Seattle
Verified User
Posts: 1119
Joined: Mon Oct 04, 2010 2:17 pm

Re: IT

Posts by Seattle » Mon Sep 10, 2012 9:28 pm

ใครถือหุ้นไอทีเอาไว้ ต้องใจเย็นมากๆครับ
รอผู้บริหารปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงาน รอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอีกสักนิด
ผมว่าน่าจะใช้เวลาสักระยะครับ เพราะเรารู้ว่าบริษัทมีจุดอ่อนตรงไหนกันอยู่แล้ว
ถ้าแก้ไขได้ บริษัทก็จะมีกำไรเพิ่มขึ้น ตรงนี้ต้องให้ผู้บริษัทระดมความคิด
วางแผนธุรกิจกันใหม่โดยเน้นแก้ไข เรื่องยอดขาย ตำแหน่งการวางสินค้าในร้าน
การจัดโปรโมชั่นบ่อยๆโดนเน้นหรือกระตุ้นให้คนเข้าร้านให้ได้มากๆ
อบรมผู้จัดการร้านทุกสาขาให้เข้มกว่าเดิม ผู้บริหารลองไปสุ่มตรวจตามสาขาบ่อยๆ
โดยไม่ต้องให้รู้ตัว เก็บข้อมูลมาให้มากที่สุดเพื่อมาวางแผนแก้ไข หรือ กลยุทธ์ทางการตลาดกันใหม่
แบบให้ทันเหตุการณ์ในปัจจุบัน ลดสินค้าในสต็อกให้มากโดยเอากำไรไม่ต้องมากเหมือนที่ผ่านมา
คือเน้นระบายของที่เก็บเอาไว้ เพราะว่าสินค้าไอทีตกรุ่นเร็วมากๆ

ถ้าผู้บริษัททำอย่างที่ผมคาดการณ์เอาไว้ คงเห็นผลมากพอสมควรครับ


Seattle
Verified User
Posts: 1119
Joined: Mon Oct 04, 2010 2:17 pm

Re: IT

Posts by Seattle » Tue Sep 11, 2012 11:17 am

ถ้าผู้บริหารของ IT มีแนวโน้มที่จะทำดังต่อไปนี้ ผมว่าผลประกอบในปีนี้คงจะดีขึ้นมากครับ

1 ปรับเปลี่ยนการวางสินค้าในร้านให้ง่าย สะดวก และ สะดุดตา ของผู้เข้ามาในร้าน
ซึ่งน่าจะแทบไม่ต้องลงทุนมากเลย โดยปรึกษากับผู้ชำนาญการในการจัดแผนผังร้านค้ามาช่วยจะดีมาก
โดยทำการตรวจสอบข้อมูลดูว่าสินค้าใดขายดี ขายไม่ค่อยดี ก็หาแนวทางกระตุ้นยอดขาย

2 เร่งระบายสินค้าในคลังออกให้เร็วกว่าเดิม โดยจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขาย
โดยปรึกษากับทีมงานขายให้บ่อย ว่าจะมีกลยุทธ์ใดที่นำมาใช้แข่งขันกับคู่แข่งได้

3 ผู้บริหารต้องตื่นตัวมากกว่านี้ ว่า trend ของ สินค้าIT ที่ผู้บริโภคเค้าต้องการในตอนนี้
มีอะไรบ้าง ถ้ารู้แล้ว สามารถนำมาขายได้ไหม แทนที่สินค้าเดิมที่ตกยุคไปแล้ว และ ขายไม่ค่อยได้
โดยอาจจะอาศัยการวิจัยทางการตลาดมาช่วยด้วย

4 ผู้บริหารต้องกระตุ้นทุกๆทาง ถ้าสาขาไหนที่มียอดขายตกไปมาก
ถ้าสาขาไหนที่มียอดขายดีกว่าสาขาอื่นมากๆ ก็ต้องลงไปดู แล้ววิเคราะห์ให้ออกว่า
สาเหตูใดจึงทำให้สาขานั้นขายดี ยอดขายสูงกว่าที่อื่น แล้วนำข้อมูลนั้นมาวางแผนแก้ไขปรับปรุง
ให้กับสาขาที่ยอดขายไม่ค่อยดี คิดให้ออกว่าเกิดจากสาเหตุ เช่น บุคคากรที่ประจำสาขานั้น
ทำเลที่ตั้งของสาขานั้น สินค้าไม่ตรงตามความต้องการของลูกค้า เป็นต้น


ถ้าผู้บริหาร IT สามารถทำได้ดี รวดเร็ว และ เต็มกำลังความสามารถจริงๆ ผมว่า IT กลับมามียอดขายที่สูงขึ้น กำไรก็จะตามมาได้ครับ


KimVi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 964
Joined: Sun Sep 19, 2010 10:21 am

Re: IT

Posts by KimVi » Tue Sep 11, 2012 12:02 pm

ผบห. เคยให้ข่าวว่าจะเน้นส่วนของ SmartPhones & Tablets มากขึ้น จนถึงปลายไตรมาสสามแล้ว เพื่อนๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้อย่างเป็นรูปธรรมอะไรบ้างครับ

Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it." – Warren Buffett

KimVi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 964
Joined: Sun Sep 19, 2010 10:21 am

Re: IT

Posts by KimVi » Tue Sep 11, 2012 12:20 pm

สงครามนวัตกรรม (2)
โดย : แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ
http://bit.ly/RwrPh7


สัปดาห์ที่แล้ว ได้กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของการแข่งขันในตลาดไอทีที่ปัจจุบันนี้เป็นไปอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

โดยเฉพาะสงครามทางการตลาดของสินค้าแทบเล็ตและสมาร์ทโฟน

ยิ่งช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาก็ดูเหมือนตอกย้ำความรุนแรงมากขึ้นด้วยการฟ้องร้องกันของซัมซุงและแอ๊ปเปิ้ล ที่ศาลสหรัฐอเมริกาตัดสินให้ซัมซุงแพ้คดี แต่ศาลเกาหลีตัดสินให้ “แพ้ทั้งคู่” ถือเป็นสงครามยุคใหม่ที่แตกต่างจากสงครามในประวัติศาตร์ที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง

มาถึงวันนี้เป็นสงคราม “นวัตกรรม” ต่างคนต่างมีอาวุธมากมาย แต่เป็นอาวุธทางการค้า ซึ่งค่าของสินค้าอยู่ที่นวัตกรรม ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าที่ถูกที่สุด แต่ซื้อสินค้าที่คุ้มค่าที่สุด ตรงกับความต้องการของตัวเองมากที่สุด เป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกของตัวเองและใช้งานได้ การแข่งขันสุดท้ายแล้วจึงเกิดการลอกเลียนแบบทรัพย์สินทางปัญญา ใครคิดค้นขึ้นมาก่อน เกิดการต่อสู้ทางทรัพย์สินทางปัญญา แพ้ชนะด้วยทรัพย์สินทางปัญญา

เมื่อวิเคราะห์ปัญหาการถดถอยของตลาดคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊คว่ามีผลมาจากการขาดนวัตกรรมที่ดึงดูดใจลูกค้า แต่ในเวลาเดียวกันแอ๊ปเปิ้ลและซัมซุงในตลาดแทบเล็ตและสมาร์ทโฟนกลับทำได้อย่างเหลือเชื่อจนมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูงมาก

ไอโฟนมีส่วนแบ่งประมาณ 18% ของตลาดโลก ส่วนซัมซุงมีส่วนแบ่งกว่า 30% ที่เหลือเป็นยี่ห้ออื่นๆ แต่เมื่อวิเคราะห์ลึกไปในเรื่องความสามารถในการทำกำไร พบว่ากำไรในตลาดสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตทั้งหมด 66% อยู่ที่แอ๊ปเปิ้ล จึงทำให้แอ๊ปเปิ้ลเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดของโลก

ส่วนอีกกว่า 20% เป็นของซัมซุง ทั้งที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดถึงกว่า 30% ซึ่ง 2 บริษัทนี้รวมกันเป็น 90% ของกำไรของตลาดสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต เหลืออีก 10% เป็นของอีกร้อยกว่ายี่ห้อที่ตามหลังมาห่างๆ

ระยะสัมพันธ์ในการแข่งขัน การตัดสินว่าใครแพ้หรือชนะอยู่ที่ทรัพย์สินทางปัญญา อยู่ที่ลิขสิทธิ์ อยู่ที่ใครมีความสามารถที่จะมีอาวุธเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค คือเราอยู่ในโลกของสินค้า เช่นรถยนต์ ซึ่งแต่ละบริษัทต่างก็มีจุดแข็งของตัวเอง ทำให้สินค้ามีคุณสมบัติมากมายให้เลือก จึงทำให้ไม่มีบริษัทไหนสามารถมีส่วนแบ่งการตลาดมากมาย มีกำไรคนเดียว

ถ้าแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ ในอนาคตผู้บริโภคจะเจอว่า ทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้คนที่มีเงินก็สามารถซื้อได้ ค้นคว้ากันมากขึ้น สร้างมาตรฐานขึ้นมา คนอื่นไม่มีความสามารถทำตามได้ เช่น แอ๊ปเปิ้ลฟ้องร้องซัมซุง เรื่องรูปแบบหน้าตาสินค้า รวมถึงเรื่องระบบปฏิบัติการด้วย ก็ฟ้องร้องกันได้หมด

ในอนาคตผู้บริโภคจะมีทางเลือกน้อยลง เพราะอีก 20-30 กว่ายี่ห้อถ้ายังเป็นแบบเดิมก็อาจจะล้มเหลวทั้งหมด เพราะปัญหาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และส่วนแบ่งการตลาดไม่มี ความสามารถในการทำกำไรก็ไม่มี

แต่อีกมิติหนึ่งก็เปิดให้เราได้คิดว่าบ้านเราตื่นตัวเรื่องนี้พอไหม พร้อมจะแข่งกับนานาประเทศเรื่องนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่เพียงสินค้าไอทีเท่านั้น แต่มีผลกระทบทั้งสิ่งประดิษฐ์ทั้งหลาย สินค้าเพื่อการส่งออก อุตสาหกรรมทุกรูปแบบ เพราะเป็นทิศทางของโลกที่เรามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน

Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it." – Warren Buffett

suwicha
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 294
Joined: Thu Jul 14, 2005 1:11 pm

Re: IT

Posts by suwicha » Tue Sep 11, 2012 12:46 pm

เมื่อคืนไปเดอะมอลล์ บางแค เดินผ่านร้าน IT CITY กับ Banana IT
ร้านตั้งติดกันเลยครับ ขนาดก็ใกล้เคียงกัน
มองจากหน้าร้านITCITY สว่างไสวน่าเดินกว่าBanana IT อย่างเห็นได้ชัด
พนักงานก็ดูกระตือรือร้น มายืนหน้าร้านคอยเรียกลูกค้า
ลูกค้าในร้านก็มีมากกว่าพอสมควรครับ คือBanana It ผมเห็นลูกค้าคนสองคน แต่ของITCITYน่าจะมีเกือบสิบคนครับ

ปล.ไม่มีหุ้นนะครับ แค่เล่าสู่กันฟัง :D


KimVi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 964
Joined: Sun Sep 19, 2010 10:21 am

Re: IT

Posts by KimVi » Tue Sep 11, 2012 12:47 pm

ต่อไป ทุกอย่างจะเป็น Smart Device
โดย : ดร.อธิป อัศวานันท์
http://bit.ly/TQTHsK


ปัจจุบัน Smart Device ไม่ใช่มีเพียง Smartphone หรือ Tablet เพราะว่าเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างๆ ได้เริ่มเข้าสู่การหลอมรวมของเทคโนโลยี

ซึ่งแม้แต่ โทรทัศน์ ก็ยังมี Smart TV ที่เป็นการหลอมรวมเทคโนโลยีโทรทัศน์จากสมัยเก่า เข้าสู่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียแห่งยุคปัจจุบัน

แม้มีความพยายามอยู่หลายครั้งในช่วงสหัสวรรษที่ผ่านมา แต่ระบบปฏิบัติการของ Smart Device ที่ประสบความสำเร็จที่สุด กลับเป็น Android ซึ่งแรกเริ่มถูกพัฒนาสำหรับ Smartphone แต่ได้ถูกวิวัฒนาการเพื่อรองรับ​ Tablets โทรทัศน์ ฯลฯ

ล่าสุด Nikon ผู้ผลิตกล้องถ่ายรูปรายใหญ่ของโลก ได้เปิดตัว Coolpix S800c กล้องถ่ายรูปที่ใช้ระบบของ Android เพื่อทำการตลาดภายใต้สโลแกนที่ว่า Social Imaging Device หรือเป็นการหลอมรวมเทคโนโลยีของกล้องถ่ายรูปเข้ากับอินเทอร์เน็ตและโซเชียล มีเดีย ซึ่ง Coolpix S800c จะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางอื่นๆ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือ Smartphone อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม Nikon ก็มิใช่รายเดียว ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อของสิ่งที่เรียกว่า Socially Connected Device ในสัปดาห์เดียวกัน Samsung ได้เปิดตัว Samsung Galaxy Camera ซึ่งใช้ระบบ Android โดยที่ Samsung อาจมีข้อได้เปรียบจากประสบการณ์ในฐานะผู้ผลิต Smartphone และ Tablet ภายใต้แบรนด์ Samsung Galaxy และ Smart TV ภายใต้แบรนด์ Smartsung Smart TV

แต่ถึงกระนั้น การแพร่กระจายของ Android ซึ่งประจวบกับนิยามของ Smart Device ที่อาจขยายความต่อไป และมิได้หยุดอยู่ที่ โทรทัศน์ และกล้องถ่ายรูป อาจมิใช่เรื่องใหม่ หรือเรื่องที่ต้องแปลกใจ ตามทฤษฎีของ Ubiquitous Computing ที่ถูกบัญญัติไว้ในปี 1988 โดย Xerox PARC Lab ซึ่งคำว่า Ubiquitous หมายความว่า มีอยู่ทุกหนแห่ง ปัจจุบันกำลังเข้าสู่ยุคหลัง PC ซึ่งหนึ่งบุคคลจะมีมากกว่าหนึ่งเครื่อง และแต่ละเครื่องก็คือ Smart Device ในปัจจุบัน ที่จะมาแทนที่ PC โดยมีขนาดเล็กลงและมีความสามารถในการเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ นอกจากวิทยาการที่ก้าวหน้าในด้าน ระบบปฏิบัติการ สมรรถภาพของเครื่อง ยังมีการขยายโครงข่ายของ WiFi และกระทั่ง 3G ที่ทำให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียจากทุกๆ ที่ ซึ่งส่งผลสู่ความสำเร็จในยุคหลัง PC

สำหรับผู้ที่ติดตามชีวประวัติของ Steve Jobs จะทราบได้ว่า Xerox PARC Lab เป็นต้นคิดของเทคโนโลยีที่เคยเปลี่ยนโลกอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแม้แต่ Apple ยังเคยศึกษา Mouse และ User Interface มาจาก Xerox PARC Lab และต้นแบบของ Smartphone และ Tablet ล้วนถือกำเนิดมาจาก Lab นี้ทั้งสิ้น

การแข่งขันในยุคต่อไป คือ การหลอมรวมเทคโนโลยี เพื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย

แม้แต่ในการฟ้องศาลระหว่าง Apple และ Samsung ยังมีการพูดถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่อาจสามารถเป็น Smart Device ได้ เช่น รถยนต์ ซึ่ง Apple เคยมีแนวคิดจะพัฒนาระบบรถยนต์ของตัวเอง อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องยากหากจะคาดคะเน ว่าอุปกรณ์ใดจะถูกวิวัฒนาการเป็น Smart Device ที่ประสบความสำเร็จ ในระยะสั้น แต่ที่แน่ๆ ในอนาคต ระยะกลางถึงไกล คงมีอีกมากมายหลายอุปกรณ์ ที่จะกลายเป็น Smart Device ตามทฤษฎีของ Ubiquitous Computing

หากเปรียบการต่อสู้ในสมรภูมิของ Smart Device เช่น ระหว่าง Apple และ Samsung ในปัจจุบัน ในอนาคตจะต้องขยายเป็นการแข่งขันในตลาดของเครื่องใช้และอุปกรณ์ ที่มีการขยายตัวตามนิยามของ Smart Device ตลอดไป จนกระทั่งเกิดการ Consolidate หรือควบรวมข้ามอุตสาหกรรม เมื่อ Smart Device กับเครื่องใช้และอุปกรณ์ทั่วไป กลายเป็นตลาดเดียวกันที่แยกจากกันไม่ได้อีกต่อไป

ความสำเร็จของ Android ใน Smartphone และ Tablet อาจเป็นการวางแผนที่ชาญฉลาด เมื่อ Google เห็นช่องว่างระหว่างความสำเร็จของ iPhone กับ Smartphone ในระบบเก่าอื่นๆ แต่การก้าวเข้าสู่ Smart Device ในตลาดที่กว้างขึ้น เช่น โทรทัศน์ กล้องถ่ายรูป หรือกระทั่ง รถยนต์ อาจเป็นเหตุบังเอิญ ที่มิได้คาดหวังไว้แต่แรก เพียงแต่ในภาพใหญ่แล้ว อาจเป็นการวิวัฒนาการอย่างเป็นธรรมชาติของเทคโนโลยี ตามทฤษฎีของ Ubiquitous Computing ซึ่งถูกบัญญัติไว้ตั้งแต่ 1988

Nikon Coolpix S800c หรือกระทั่ง Samsung Galaxy Camera อาจเป็นความตื่นตาตื่นใจในยุคปัจจุบัน แต่ในไม่ช้าจะมีเครื่องใช้และอุปกรณ์ประเภทใหม่ๆ ที่ใช้ Android และวิวัฒนาการเป็น Smart Device อย่างแน่นอน

Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it." – Warren Buffett

Interne
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 196
Joined: Sun Sep 27, 2009 6:45 pm

Re: IT

Posts by Interne » Tue Sep 11, 2012 2:58 pm

คิดว่าต่อไป IT City คงต้องขายคอมพิวเตอร์ ทีวี กล้องถ่ายรูป วิทยุ ตู้เย็น เตาอบ เครื่องปิ้งขนมปัง ฯลฯ ครับ :D


Montri M.
Verified User
Posts: 105
Joined: Fri Mar 25, 2011 3:50 pm

Re: IT

Posts by Montri M. » Wed Sep 12, 2012 6:02 am

JIB
Attachments
Clip.jpg
Clip.jpg (44.53 KiB) Viewed 2556 times

- จงใช้ชีวิตในแต่ละวันของคุณ ดุจดังว่ามันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต
- อย่าเสียเวลาเพื่อเติมเต็มชีวิตผู้อื่น อย่าติดกับดักของกฎเกณฑ์ที่ไม่มีข้อพิสูจน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับผลของความคิดของคนอื่น
- จงกล้าที่จะทำตามหัวใจและสัญชาติญาณของคุณ

สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs)

Montri M.
Verified User
Posts: 105
Joined: Fri Mar 25, 2011 3:50 pm

Re: IT

Posts by Montri M. » Wed Sep 12, 2012 6:05 am

COM7
Attachments
Clip-Com7.jpg
Clip-Com7.jpg (42.9 KiB) Viewed 2556 times

- จงใช้ชีวิตในแต่ละวันของคุณ ดุจดังว่ามันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต
- อย่าเสียเวลาเพื่อเติมเต็มชีวิตผู้อื่น อย่าติดกับดักของกฎเกณฑ์ที่ไม่มีข้อพิสูจน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับผลของความคิดของคนอื่น
- จงกล้าที่จะทำตามหัวใจและสัญชาติญาณของคุณ

สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs)

syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4223
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: IT

Posts by syj » Wed Sep 12, 2012 8:39 am

^^
ดู top line แล้ว ปี 2554 ของ Com7 (BananaIT) น่าจะแซง IT
ไปแล้วนะครับ โตไวเหลือเกิน เสียดายไม่ได้อยู่ในตลาด

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

Montri M.
Verified User
Posts: 105
Joined: Fri Mar 25, 2011 3:50 pm

Re: IT

Posts by Montri M. » Wed Sep 12, 2012 10:09 am

JIB กับ COM7 กำไรบางมากๆ

- จงใช้ชีวิตในแต่ละวันของคุณ ดุจดังว่ามันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต
- อย่าเสียเวลาเพื่อเติมเต็มชีวิตผู้อื่น อย่าติดกับดักของกฎเกณฑ์ที่ไม่มีข้อพิสูจน์ ซึ่งขึ้นอยู่กับผลของความคิดของคนอื่น
- จงกล้าที่จะทำตามหัวใจและสัญชาติญาณของคุณ

สตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs)

sei96
Verified User
Posts: 80
Joined: Sun Oct 23, 2005 10:28 am

Re: IT

Posts by sei96 » Wed Sep 12, 2012 4:48 pm

ดูแล้ว it ยังมีสัดส่วน กำไร/รายจ่าย ที่ดีกว่า jib และ com7 แฮะ
IT ได้ 2.2%
JIB ได้ 0.2%
Com7 ได้ 0.1%


sei96
Verified User
Posts: 80
Joined: Sun Oct 23, 2005 10:28 am

Re: IT

Posts by sei96 » Wed Sep 12, 2012 4:52 pm

แต่ com7 บอกว่า ปี 2554 รายได้รวม 8,000 ล้านบาท

[img]http://www.comseven.com/images/profile/m_usd.jpg[/img]

http://siva-th.jobstreet.com/_profile/p ... id=0&src=a

ในขณะที่ IT รายได้รวมปี 2554 เท่ากับ 6,500 ล้านบาท


maymekung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 215
Joined: Thu Dec 01, 2011 10:14 pm

Re: IT

Posts by maymekung » Wed Sep 12, 2012 8:16 pm

IT ในมุมของผมครับ
1. คิดว่าใน Q355 ยอดขายน่าจะยังคงไม่ดีน่าจะลดลงมากเนื่องจาก คอไอทีตอนนี้น่าจะรอสินค้าใหม่ที่จะออกในช่วง q455 มากกว่าครับ แต่ด้วยนโยบายการบริหารที่ค่อนข้าง consevative น่าจะยังกำไรได้ แต่คงลดลงกว่าปีก่อนมาก
2. ส่วนตัวเวลาเดินซื้อสินค้า เทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องยอมรับว่ามีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นค่อนข้างจะเดินดูแทบทุกร้านในบริเวณนั้น ถ้าร้านไหน promotion ดีกว่าก็จะซื้อกับร้านนั้น จากงบการเงินที่ยกมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า npm ของ IT สูงกว่าของคู่แข่งอยู่มาก อาจเกิดจากหนี้สินที่น้อยมาก d/e ต่ำกว่าคู่แข่งมาก น่าจะทำให้สามารถแข่งได้ในสนามรบแห่งนี้ได้ไม่ยาก เรื่องนี้คำตอบน่าจะอยู่ที่เรื่องของ economic scale และ การบริการ การเชียร์ลูกค้าของพนักงานครับ
3. ช่วงq156 น่าจะเป็นช่วงขาขึ้นของธุรกิจ ร้านคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริงจากสินค้าใหม่อย่างแท้จริงที่จะออกในช่วงกลาง q455 ผมเป็นหนึ่งในคนที่ตั้งหน้าตั้งตารอสินค้าเหล่านั้นอยู่ครับ :D

Freedom

suchatnu
Verified User
Posts: 5
Joined: Thu Mar 03, 2011 5:32 pm

Re: IT

Posts by suchatnu » Thu Sep 13, 2012 4:54 pm

ขอถามพี่ๆหน่อยครับ
คลาดว่ากำไรปีนี้ จะถึง 0.4 บาท/หุ้นไหมครับ


Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: IT

Posts by Real-VI » Thu Sep 13, 2012 6:31 pm

suchatnu wrote:ขอถามพี่ๆหน่อยครับ
คลาดว่ากำไรปีนี้ จะถึง 0.4 บาท/หุ้นไหมครับ

ต้องปีหน้าแล้วครับ ไม่ใช่มองแค่ EPS ปีนี้


watkij
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 310
Joined: Wed Jul 14, 2010 12:47 am

Re: IT

Posts by watkij » Thu Sep 13, 2012 7:00 pm

ผมคิดว่าคงต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านนวัตกรรมพวกคอมพิวเตอร์ ครั้งใหญ่
จนทำให้ผู้บริโภคต้องหาซื้อหรือเปลี่ยนแปลงคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานกันอยู่แต่ถ้ายังอยู่ใน
แนวโน้มแบบนี้คือ นิยมสินค้าของทางค่าย APPLE หรือ นิยมใช้พวก Smartphone หรือ Tablet แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ IT คงจะลำบาก แถมยังมีคู่แข่งลงมาขายสินค้า it แย่งลูกค้ากันอีก เห็นแล้วเหนื่อยแทนเลยครับ ตอนนี้ได้แต่ wait&see อย่างเดียวเลยครับ


syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4223
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: IT

Posts by syj » Thu Sep 13, 2012 10:58 pm

อ่านสรุปงาน Apple เปิดตัว iPhone5/iPod Touch
แบบนาทีต่อนาที ได้ที่นี่ครับ

http://www.anandtech.com/show/6275/our- ... -live-blog

ส่วนหนึ่งที่สำคัญ
--> Apple บอกว่า มีส่วนแบ่งตลาด Notebook ถึง 27%
ใน USA (สามเดือนล่าสุด) โดยอัตราการเติบโตของ Mac อยู่ที่ 15%
เทียบกับ PC แค่ 2% [Year on Year] ... (จากประสบการณ์จริงของเพื่อน
น้องสาว เมื่อใช้ iPad เสร็จแล้วก็ไปซื้อ Mac Book Air ใช้แล้วก็อุทานออกมา
ว่า "ทำไม ... โง่ใช้ Windows อยู่นาน") ... นอกจาก Apple เอา iPad มาแย่ง
ตลาด PC แล้ว Mac (Desktop & Notebook) ยังมาแย่งตลาด PC อีก

--> Apple บอกว่า Q2/55 ขาย iPad ไปได้ 17 ล้านเครื่อง มากกว่า
ผู้ผลิต PC รายใดๆ ก็ตามขาย PC ทั้งไลน์เสียอีก!!!

--> Apple บอกว่ามี market share ของ Tablet อยู่ 68% แต่สถิติการใช้งาน
web browser (internet) ของ iPad มีถึง 91% ของ Tablet ทั้งหมด
(ทำไม หรือครับ ส่วนตัวมี iPad2 และ 3 มี Andriod Tablet 10.1" และ 7"
ซึ่ง Andriod Tablet ทั้งคู่ถูกตั้งไว้เฉยๆ หลังใช้งานไปสักเดือน แม้กระทั่งอัพ
เป็น Andriod v.4 แล้วก็ตาม ประสบการณ์ผู้ใช้ของ iPad เหนือกว่ามาก
ชนิดที่ใช้ Andriod 10.1 ที่ราคาพอๆ กัน แล้วอยากจะเอามันโยนทิ้ง
ผมว่าคนส่วนใหญ่ก็คงไม่ต่างจากประสบการณ์ของตัวผมเอง)

ผมว่า สามข้อ นี้น่าจะ บ่งชี้ ถึงทิศทางของ Personal Computer ได้
เป็นอย่างดีว่าจะไปในทิศทางใด (นี่ยังไม่รวมพวก Smart phone ซึ่ง
เข้ามามีบทบาทกลายเป็น Personal Computer/Communication ตัวเล็ก)
ทำให้พวก Desktop และ Notebook ไม่เติบโตหรือโตช้ามากๆ

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

Post Reply