IT

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: IT

Posts by ส.สลึง » Sun Sep 02, 2012 7:37 am

เมื่อก่อนลูกค้า it กับ mobile อยู่คนละตลาดกัน
ต่อมา mobile เดินทางมาสู่ generation ที่ 3 และ 4
สินค้ามันก็ไป overlap กับตลาดสินค้า it ทันที

จากนั้นร้านค้าปลีก it ทั้งหลายก็ต้องแบ่งลูกค้ากลุ่มนึง
ไปให้ร้าน mobile
ในขณะที่สินค้า mobile ในตลาดไม่ได้มีการขาย
ผ่านร้านค้าปลีกอย่างเดียว แต่ขายผ่าน operator ด้วย
ผบห. IT ก็ทราบดี ถึงริเริ่มมาปลุกปั้นทำ SPVI

ส่วนตัวคิดว่า key สำคัญของร้านค้าปลีก
คือ ทำเล กับการบริการ

ซึ่งส่วนใหญ่ ทำเล IT จะเสียเปรียบร้านเล็กครับ


คนคอน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 883
Joined: Fri Apr 17, 2009 5:52 pm

Re: IT

Posts by คนคอน » Sun Sep 02, 2012 7:57 am

พอดีผมได้ทราบข่าวจากเพื่อนที่เค้าทำธุรกิจในห้างว่า Banana it กำลังจะเข้าตลาด ตอนนี้อยู่ในช่วงขยายกิจการอยู่

ถ้าหากเข้าจริงๆ ก็คงจะดี :D


ddoo7
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 278
Joined: Wed Nov 10, 2010 8:19 pm

Re: IT

Posts by ddoo7 » Sun Sep 02, 2012 8:45 am

ตอนนี้ แท็บเล็ตกำลังฮิต น่าจะเอาแท็บเล็ตมาวางขายบ้าง
วันก่อนไปเดินหาดูแท็บเล็ต มีแต่ร้านแผงกับร้านที่โฆษณาในโทรทัศน์ รุ่นเดียว เลยไม่กล้าซื้อ
กะจะหามาเล่นไว้คุยเล่นกับหลานๆ ป1 ป 2 เลยอด
ตอนที่มีประมูล แท็บเล็ต ป 1 เห็นว่าจะร่วมประมูลด้วย ตอนนี้แจกกันไปแล้ว กลับไม่มีของในตลาดกันเลย :shock:


wwwman
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 332
Joined: Fri May 28, 2010 12:32 pm

Re: IT

Posts by wwwman » Sun Sep 02, 2012 1:07 pm

ผมพึ่งไปอุดหนุนสินค้าที่ isocietyมาคับ อยู่ตรงชั้น3ตรงfortune ร้านจะเล็กกว่าit city คนเดินน้อยกว่า พนักงานน้อยกว่า พนักงานก้อสนใจลูกค้าดีน่าจะดีกว่า it city ที่คนเดินเยอะกว่า แต่ทำเลร้านออกไปไกลไปทางฝั่งโรงแรม อาจจะไม่ค่อยมีใครเห็นร้านนอกจากผมที่กะจะไปซื้อของที่it อยู่แล้วแต่ดูอยู่หลายสาขานะ. บังเอิญไปสัมมนาอาทิตย์ที่แล้วเลยไปเยี่ยมชมกิจการดูคับ สินค้ามีสู้ร้านอื่นได้คับ ผมเปรียบเทียบร้านit city กับIsociety ที่ fortune ทำเลต่างกันมาก คิดว่าการทำpromotion กับเรื่องความประทับใจในบริการลูกค้าจะทำให้ลูกค้ายังมาซื้อของที่ IT ต่อไปคับ :D


User avatar
chungkim
Verified User
Posts: 42
Joined: Wed Oct 27, 2010 9:18 pm

Re: IT

Posts by chungkim » Mon Sep 03, 2012 1:01 pm

ส.สลึง wrote:เมื่อก่อนลูกค้า it กับ mobile อยู่คนละตลาดกัน
ต่อมา mobile เดินทางมาสู่ generation ที่ 3 และ 4
สินค้ามันก็ไป overlap กับตลาดสินค้า it ทันที

จากนั้นร้านค้าปลีก it ทั้งหลายก็ต้องแบ่งลูกค้ากลุ่มนึง
ไปให้ร้าน mobile

ในขณะที่สินค้า mobile ในตลาดไม่ได้มีการขาย
ผ่านร้านค้าปลีกอย่างเดียว แต่ขายผ่าน operator ด้วย
ผบห. IT ก็ทราบดี ถึงริเริ่มมาปลุกปั้นทำ SPVI

ส่วนตัวคิดว่า key สำคัญของร้านค้าปลีก
คือ ทำเล กับการบริการ

ซึ่งส่วนใหญ่ ทำเล IT จะเสียเปรียบร้านเล็กครับ

คิดอีกด้านร้านค้าปลีก mobile ก็ต้องสูญเสียลูกค้ากลุ่มหนึ่งให้ร้านค้าปลีก IT เหมือนกัน

มือเก่า หัดขับ

nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3327
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Re: IT

Posts by nut776 » Mon Sep 03, 2012 1:26 pm

torpongpak wrote:
ข้อมูลจากตจว.นะ...

ว่ารับของมาจากไหนซื้อขาดรึเปล่า ได้คำตอบดังนี้ครับ

Advice: Dcom+Synnex+SIS(น้อย)
Banana IT: SIS(asus), Synnex(samsung)
J.I.B.: Synnexเกือบยกร้าน ไม่มีของSISเลย

-Ultrabookไม่กล้าstockเเพงคงสั่งon demand


J I B เป็นลูกค้ารายใหญ่ Synex จริงๆ ตอนนี้ติดเงิน Synex บานทุ่ง J I B บางสาขาไม่ทำกำไรเลย พรรคพวกในพันทิบว่ากันว่า JIB จะขาย กิจการให้ Synex แบบ Synex จะไม่เอาก็ไม่ได้ เขาจะเอากิจการมาใช้หนี้ เพื่อนๆ ว่าเป็นไปได้ไหม... ลองแชร์กันดู

บานานาเอง ก็ใช่ว่าจะดี ยิ่งขยายจะยิ่งเป็นภาระ อิรุงตุงนัง เอารายได้ตรงโน้นมาโปะตรงนั้น ระยะยาวๆ มาดูกัน

ได้มีโอกาสนั้นคุยกัยดีลเลอร์ Advice ...
Advice ขยายกิจการแบบตัวเองไม่เสี่ยง แต่ดีลเลอร์เสี่ยง ของใน Advice ดีบ้างแย่บ้าง จริงบ้างไม่จริงบ้าง (ส่วนใหญ่เป็นแรม) ที่ไปสับสน ดีที่ราคาถูกเลยมีกลุ่มลูกค้าเป็นระดับล่างๆ ตังค์น้อย เรื่องเยอะ มักมีปัญหาเรื่องการเคลม คนด่ากระจายว่าเคลมค่อนข้างช้า ขายไปสักพักไม่มีของให้เคลมแล้ว คนที่ระดับล่างๆเวลาด่าเขาใส่ไม่ยั้ง บางทีตัวเองผิดยังด่าว่าร้านไม่ดูแล สรุป ขายได้กำไรน้อยนิด แต่แบกรับปัญหาที่จะตามมามากมายไม่คุ้มกำไร วันนึง Advice เจอลูกค้าที่ไม่ยอมจะมีปัญหาทางกฎหมาย ดีลเลอร์เองยาวๆก็จะอยู่ไม่ได้ เพราะกำไรไม่พอค่าใช้จ่าย ตอนนี้กัดฟันจ่ายดอกเบี้ยที่กู้มาเปิดร้านกันอยู่ จริงๆไม่จริงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์




credit ของ คุณ java the boy ห้อง synex คับ
ฟังแล้วเห็นแววอยู่รอด ของ it

ปล quote ข้ามห้อง ทำไงคับ ผมทำไม่เป็นแต่เคยเห็นคนทำ ง่ะ

show me money.

User avatar
kongkiti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 5831
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: IT

Posts by kongkiti » Mon Sep 03, 2012 8:00 pm

เกล้า wrote:
ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) บมจ.(IT) สุจินต์ จิตรยรรยง คู่สมรส หุ้นสามัญ 30/08/2555 28/08/2555 13,000 7.35 ขาย
ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) บมจ.(IT) สุจินต์ จิตรยรรยง คู่สมรส หุ้นสามัญ 30/08/2555 29/08/2555 117,076 7.35 ขาย
ขายต่อ
ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) บมจ.(IT) สุจินต์ จิตรยรรยง คู่สมรส หุ้นสามัญ 03/09/2555 30/08/2555 2,300 7.35 ขาย

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: IT

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 03, 2012 9:01 pm

chungkim wrote:
ส.สลึง wrote: จากนั้นร้านค้าปลีก it ทั้งหลายก็ต้องแบ่งลูกค้ากลุ่มนึง
ไปให้ร้าน mobile



คิดอีกด้านร้านค้าปลีก mobile ก็ต้องสูญเสียลูกค้ากลุ่มหนึ่งให้ร้านค้าปลีก IT เหมือนกัน
55+ ถูกที่สุดเลยครับ

อ่านแล้วทำให้นึกถึงรูปวงกลม 2 วง
จากที่มันเคยต่างคนต่างอยู่
ก็ค่อยๆ เลื่อนเข้ามาใกล้กัน
จากแตะ เป็นเกย overlap กัน

ประเด็นคือลูกค้าที่อยู่ใน overlap zone
ส่วนใหญ่ เขาเลือกใคร

แต่...

บางทีการแย่งลูกค้าในกลุ่มนี้
อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีก็ได้

สมัยก่อน... ผมเล่นเน็ต
ด้วย notebook ก่อนนอนเป็นประจำ
แต่ปัจจุบัน แทบไม่ได้แตะเหมือนเคย
เปลี่ยนมาใช้ smartphone แทน
(กำลังลังเลว่าจะใช้ tablet ดี
หรือว่า ultrabook ดี)
ปรากฎว่า ผมใช้ smartphone
โดยเฉลี่ยปีละ 1 เครื่อง
แต่ในขณะที่ notebook ของผม
มีอายุการใช้งานนานกว่าเดิม


Interne
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 197
Joined: Sun Sep 27, 2009 6:45 pm

Re: IT

Posts by Interne » Mon Sep 03, 2012 9:44 pm

สรุปแล้วพี่ ส.สลึง ใช้จ่ายในด้าน IT รวมกับสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นหรือลดลงครับในช่วงปีหลังๆนี้ :D

ของผมนี่คิดว่าเพิ่มขึ้นเยอะเลยครับ และกำลังอยากได้สินค้า Windows 8 อีกต่างหาก


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: IT

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 03, 2012 9:50 pm

notebook นี่ ไม่เคยใช้เกิน 5 ปีเลยครับ
เครื่องที่ใช้อยู่ยี่ห้อ msi กำลังจะเป็นเครื่องแรก
ที่ใช้งานเกิน 5 ปี ปกติใช้ทำงาน กับ present งาน
ส่วน smartphone ใช้ไม่ถึงปีก็เปลี่ยนแล้วครับ

กำลังรอดู windows 8 เหมือนกัน
ถ้าดี อาจจะเลือกถอย ultrabook แทน tablet


musicman
Verified User
Posts: 66
Joined: Sat Apr 08, 2006 8:46 am

Re: IT

Posts by musicman » Tue Sep 04, 2012 1:56 am

คอมตั้งโต๊ะผมใช้จนพังแล้วค่อยซื้อแท็บเลต. พอเก็บเงินอีกก้อนได้ก็ซื้อโน๊ตบุ๊คราคาถูกไว้ทำงานเอกสารการเงินต่างๆก็คาดว่ากว่าจะพังก็ห้าปีครับ เพราะเล่นเน็ตใช้แท็บเลต. ซึ่งเทรนด์อัตราบุ๊คเป็นผมรอให้ถูกกว่านี้ก่อน. รอให้ทุกอย่างลงตัวแล้วค่อยเปรียบเทียบราคาอีกทีว่าเราจำเป็นต้องใช้ไหม ถ้าไม่จำเป็นก็เอาเงินไปลงทุนต่อครับ

ดนตรีนั้นคือชีวิต

neoshape
Verified User
Posts: 17
Joined: Wed May 21, 2008 3:41 pm

Re: IT

Posts by neoshape » Tue Sep 04, 2012 8:50 am

ส.สลึง wrote:notebook นี่ ไม่เคยใช้เกิน 5 ปีเลยครับ
เครื่องที่ใช้อยู่ยี่ห้อ msi กำลังจะเป็นเครื่องแรก
ที่ใช้งานเกิน 5 ปี ปกติใช้ทำงาน กับ present งาน
ส่วน smartphone ใช้ไม่ถึงปีก็เปลี่ยนแล้วครับ

กำลังรอดู windows 8 เหมือนกัน
ถ้าดี อาจจะเลือกถอย ultrabook แทน tablet
จากอดีต เอกสาร - เครื่องพิมดีด - PC - Notebook - Ultrabook ในความคิดเป็น ส่วนนี้ยังเป็นส่วนที่ใช้ทำงานกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะยังมีระบบที่ค่อย support การทำงานต่างๆได้อย่างดี ส่วน พวก moblie ถึงขณะนี้ ยอมรับว่าได้มีการพัฒนาไปได้ไกลมากๆ แต่ในได้พัฒนาไปทาง multimedia มากกว่า ซึ่งการใช้งานจะในความคิดค่อยข้างจะใช้ในคนละความต้องการกัน ผมจึงยังค่อนข้างเชื่อว่า ตลาดประเภท computer จะยังไม่น่าที่จะถูกล้มหรือถูกแทนที่ได้ง่ายๆถึงปัจจุบันจะเห็นว่าอุปกรณ์IT จะมีขนาดเล็กลง และ สะดวกมากขึ้น

ปล.ความคิดเห็นล้วนๆครับผม ^^


syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: IT

Posts by syj » Tue Sep 04, 2012 9:38 am

ปัญหาก็คือระบบ การป้อนข้อมูลเข้า/สั่งทำงาน ครับ

ถ้า SIRI ระบบป้อนข้อมูลด้วยเสียง
ทำงานได้ ระดับ 90% กว่าๆ เมื่อไร
Keyboard ก็จำเป็นน้อยลงมากๆ ครับ ...
แต่คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี

Notebook โดยเฉพาะในแบบฉบับเบาบาง
นั้นเป็นหนึ่งในความฝันที่เป็นความจริงของ
นักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ Steve Jobs นานมากๆ
ตั้งแต่ยังมีแค่ Apple II มั้ง และมาเรียกได้ว่า
สมหวังกับ Mac Book Air. ความฝันต่อไปก็
iPad นี่แหละครับ แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ
แต่เรียกได้ว่า เป็นต้นกำเนิดของ
Post-PC era ... Steve Jobs สร้างสรรค์
ในสิ่งที่เป็นมิตรต่อ ผู้ใช้ที่สุด เท่าที่จะทำได้ Mac
เป็นต้นกำเนิด GUI ที่ใช้งานได้จริง และใช้งานมาก
แต่โดย M$ ลอกแบบไป อย่างหน้าด้านๆ อีกทั้ง
ทาง Apple คงไม่ได้จดสิทธิบัตรไว้ในระดับที่ครอบ
คลุมเพียงมา จึงเห็นได้ว่า หลังๆ Apple จดสิทธิบัตร
มันแทบทุกอย่่างที่จดได้เลย M$ จึงจำเป็นต้อง
ออกแบบ interface ใหม่ (metro) เพื่อป้องกัน
การถูกฟ้องร้องจาก Apple ...

อยากบอกว่า iPad ทำให้ อากงอาม่าใช้ "computer"
ได้โดยแทบไม่ต้องเรียนอะไรเลย. เด็กๆ สองสามขวบก็ยัง
ใช้เป็น ...

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

Interne
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 197
Joined: Sun Sep 27, 2009 6:45 pm

Re: IT

Posts by Interne » Tue Sep 04, 2012 12:18 pm

10 ปีที่แล้ว ... ใครจะคิดครับว่า Apple จะมีวันนี้

10 ปีต่อไป ... ใครจะคิดครับว่า ... จะมีวันนี้ (ใครช่วยเติมคำในช่องว่างให้ผมที :D )


maymekung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 217
Joined: Thu Dec 01, 2011 10:14 pm

Re: IT

Posts by maymekung » Tue Sep 04, 2012 9:14 pm

ผมว่ายังไง ultrabook hybrid windows8 ก็น่าจะขายดีครับ :D

Freedom

User avatar
kongkiti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 5831
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: IT

Posts by kongkiti » Tue Sep 04, 2012 9:25 pm

Interne wrote:10 ปีที่แล้ว ... ใครจะคิดครับว่า Apple จะมีวันนี้

10 ปีต่อไป ... ใครจะคิดครับว่า ... จะมีวันนี้ (ใครช่วยเติมคำในช่องว่างให้ผมที :D )
ขอเดาว่า Microsoft ละกันครับ...ใครจะคิดว่า Microsoft จะกลับมา (รอคำตอบอีก 10 ปี อิอิ :P )

เห็นด้วยกับหลายๆ ท่าน ว่า ultra book ก็น่าจะขายดี
สินค้าที่เลียนแบบ Apple แต่ขายถูกกว่า อุปกรณ์ต่อพ่วงน้อยกว่าและ Common กับชาวบ้าน น่าจะขายดี
ผมเห็นแล้วยังอยากได้ mac book air ซักเครื่อง แต่สตางค์ ไม่พอครับ (เอามาลงทุนเพื่ออนาคตนี่แหล่ะ :P )

ปล. ความเห็นส่วนตัวที่ Apple ขายดีปัจจุบัน เพราะความเป็นอัจฉริยะของ สตีฟ จ๊อบ เพียงคนเดียว...อ. Finance บอกว่าสตีฟ มีสามารถพิเศษ ในการทำให้คุณซื้อสิ่งที่จริงๆ แล้วคุณไม่จำเป็นต้องซื้อได้ :8)

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

KimVi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 970
Joined: Sun Sep 19, 2010 10:21 am

Re: IT

Posts by KimVi » Tue Sep 04, 2012 10:45 pm

สงครามนวัตกรรม (1)

โดย : แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ
http://bit.ly/QWCKA8

ความเปลี่ยนแปลงในโลกไอทีทุกวันนี้ ดูจะพยากรณ์ได้ยากเย็นมากขึ้น อาจเป็นเพราะพัฒนาการที่เป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดไว้

และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นก็มุ่งตอบสนองวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ทำให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่อยู่นอกกรอบความคิดของคนยุคก่อนเกิดขึ้นมามากมาย

การแข่งขันในตลาดไอทีทุกวันนี้ จึงเป็นไปอย่างรุนแรง และรวดเร็ว ต่างกับอดีตที่ดูบรรยากาศจะถ้อยทีถ้อยอาศัยมากกว่าเพราะตลาดไอทียุคแรกๆ ถึงจะแข่งขันสูงเหมือนกัน แต่ตลาดก็เปิดกว้างมากทำให้ต่างคนต่างมีตลาดเป็นของตัวเอง ไม่มีใครช่วงชิงตลาดมาไว้กับตัวเองคนเดียว

เห็นได้ชัดจากตลาดคอมพิวเตอร์ ทั้งคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป และโน้ตบุ๊คที่ถึงตลาดจะทวีความรุนแรงแข่งขันเพิ่มขึ้นในทุกวันนี้ แต่ผู้บริโภคยังมีทางเลือกมากมายว่า จะเอายี่ห้อใด รุ่นใด เพราะแต่ละยี่ห้อก็จะมีช่องว่างทางการตลาดของตัวเองมากพอที่จะยืนอยู่ได้ และมีช่องว่างให้อีกหลายยี่ห้อได้เติบโต

แต่แนวโน้มดังกล่าวทำท่าจะเปลี่ยนไปเพราะตลาดแบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยทำท่าจะหดตัวลงเกือบทุกยี่ห้อ และมีแนวโน้มเป็นเหมือนกันทั้งโลกเพราะการขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดแทบเล็ตและสมาร์ทโฟน ซึ่งอาจไม่ได้ทับซ้อนกับตลาดไอทีเดสก์ทอป และโน้ตบุ๊ค แต่ส่งผลกระทบถึงกันอย่างรุนแรงกว่าที่ใครจะคาดคิด

อาจเป็นเพราะในรอบปีสองปีที่ผ่านมา สินค้าไอทียังไม่มีสินค้าตัวใดมีความโดดเด่นมากพอที่จะสร้างสีสันให้ตลาด ขณะที่ภาวะซบเซาในหลายประเทศทั้งยุโรปและอเมริกายิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก ความหวังเดียว คือ ตลาดแทบเล็ต และสมาร์ทโฟนที่เริ่มเปิดฉากมาได้ไม่นาน แต่ตลาดนี้ก็มีตัวเล่นอยู่เพียงไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้น

ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดูเหมือนจะตอกย้ำความรุนแรงของสงครามตลาดแทบเล็ต และสมาร์ทโฟนด้วยการฟ้องร้องต่อกันของซัมซุง และแอ๊ปเปิ้ล ซึ่งยกแรกนั้นศาลสหรัฐอเมริกาตัดสินให้ซัมซุงแพ้คดีจนต้องจ่ายค่าเสียหายสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ แต่นั่นยังไม่เสียหายเท่ากับความมั่นใจของนักลงทุนที่กดดันให้ราคาหุ้นของซัมซุงตกต่ำลงต่ำสุดในรอบ 4 ปี จนมูลค่าลดลงถึง 12,300 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียวหลังศาลตัดสิน

การฟ้องร้องลักษณะนี้ อาจยืดเยื้อต่อไปอีกหลายยก เริ่มจากศาลเกาหลีใต้ที่ตัดสินให้ "แพ้ทั้งคู่" คือถือว่าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจริงทั้งสองบริษัท แต่ศาลสำคัญที่สุดคือในสหรัฐอเมริกา ที่ตัดสินให้บริษัทแอ๊ปเปิ้ลชนะสะท้อนให้เห็นได้ว่า รูปร่างหน้าตาของสินค้า หรือวิธีการใช้งานก็ถือเป็นประเด็นที่ใช้ฟ้องร้องได้

ชัยชนะและความพ่ายแพ้ของแอ๊ปเปิ้ลและซัมซุงในครั้งนี้ทำให้เราเห็นสงครามยุคใหม่แตกต่างจากประวัติศาสตร์สงครามในอดีตหลายร้อยปีที่ผ่านมาอย่างเช่นสงครามศาสนา สมัยต่อมาที่เป็นสงครามเพราะเกิดการแย่งชิงทรัพยากร และพัฒนามาเป็นสงครามการค้าในยุคล่าสุด

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it." – Warren Buffett

syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: IT

Posts by syj » Wed Sep 05, 2012 12:17 am

^^
ขอเสริมอีกนิดหนึ่ง ในบางจุดของสิทธิบัตร
ที่ Apple ชนะ Samsung อาจเปิดช่องให้
Apple ฟ้อง Andriod ตัวแม่ได้คือ Google
ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่า ลอก Apple มาอย่างแน่นอน
ด้วยความไร้จริยธรรมของ ผบห. Google
สมัยที่เป็นบอร์ดของ Apple ... และสิ่งนี้
อาจเป็นสิ่งที่ Steve Jobs ต้องการก่อนสิ้นลม

แล้วมันเกี่ยวยังไง? คือปัจจุบันในวงผู้ผลิต
Andriod จริงๆ แล้วเหลือรอดชีวิตและร่ำรวย
อยู่แต่เพียงผู้เดียวคือ Samsung นอกนั้น
ส่วนมากเลือดโชกทั้งนั้น อย่าง HTC นี่ตอนต้นๆ
ปีก็ประกาศถอดทัพออกจากทวีปอเมริกาทั้ง
เหนือและใต้ (ส่วนหนึ่งหลบปัญหาการฟ้องของ
Apple ด้วย เพราะรู้ว่าโอกาสแพ้มีสูง อีกส่วนหนึ่ง
และสำคัญคือไม่สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดได้)

ดังนั้นถ้าหาก Samsung ไม่สามารถขายเครื่อง
รุ่นสำคัญๆ ใน USA ได้ ย่อมเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของ
Surface ของ M$ ครับ มีโอกาสแจ้งเกิดได้มากขึ้นมากๆ
ถ้าหาก Surface ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ M$ คงแทบ
ไม่เหลือโอกาสในตลาด Tablet แล้วครับ

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: IT

Posts by syj » Wed Sep 05, 2012 10:18 am

"แอปเปิล" ชนะ "ซัมซุง" กระทบ "กูเกิล-แอนดรอยด์โฟน"

updated: 05 ก.ย. 2555 เวลา 09:39:15 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กลายเป็นมวยคู่เอกระดับโลกในสมรภูมิสมาร์ทโฟน ระหว่างยักษ์ "แอปเปิล" และ "ซัมซุง" โดยมีชัยชนะของแอปเปิลในคดีความที่กล่าวหาว่าซัมซุงละเมิดสิทธิบัตร จนอาจลามไปถึงการมีคำสั่งให้ผลิตภัณฑ์ซัมซุงหลายรุ่นห้ามวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกากันเลยทีเดียวสงครามการแข่งขันของ 2 ยักษ์สมาร์ทโฟนจึงน่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง ไม่เฉพาะแค่ "ซัมซุง"
 

"เดอะวอลล์สตรีต เจอร์นัล" รายงานว่า แอปเปิลกำลังปรับตัวเปิดศึกทางกฎหมายกับยักษ์ใหญ่ไอทีอย่าง "กูเกิล" ผ่านการต่อสู้ในกรณีเจ้าของสิทธิบัตรกับ "ซัมซุง อิเลคทรอนิกส์" ด้วย นอกจากการที่ศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตัดสินว่าซัมซุงละเมิดสิทธิบัตรของแอปเปิล 6 เรื่อง แอปเปิลยังฟ้องร้องลามไปถึงคุณสมบัติการใช้งานบางอย่างในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของ "กูเกิล" ด้วย

โดยทำเรื่องฟ้องร้องอีกหนึ่งคดีไว้ตั้งแต่ ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการกล่าวหาว่า สิทธิบัตรจำนวน 8 เรื่องที่แอปเปิลถือสิทธิ์ไว้โดนละเมิด โดยฟังก์ชั่นการใช้งานซึ่งพบได้ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล
ส่วนใหญ่ได้แก่แอปพลิเคชั่นยอดนิยม เช่น ยูทูบ, กูเกิล แมปส์, จีเมล์ และกูเกิล ควิก เสิร์ช บ็อกซ์ ที่ให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลหลายแบบได้ในเวลาเดียวกัน

หนึ่งในจุดประสงค์ของการฟ้องร้องครั้งนี้เพราะต้องการหยุดยั้งการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนกาแล็กซี่ เน็กซัส ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างกูเกิลกับซัมซุง หลายฝ่ายมองว่า การฟ้องร้องของแอปเปิล เป็น "การเปิดศึกกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์"

แหล่งข่าวในวงการเปิดเผยว่า กูเกิลกำลังพิจารณาหาทางเลือกเพื่อเข้าไปแทรกแซงการดำเนินการทางกฎหมายหลายคดีความที่แอปเปิลจู่โจมพาร์ตเนอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เมื่อไม่นานมานี้ "ลาร์รี่ เพจ" ซีอีโอ กูเกิล และ "ทิม คุก" ซีอีโอแอปเปิล หารือเกี่ยวกับข้อโต้แย้งด้านทรัพย์สินทางปัญญา

สำนักข่าวรอยเตอร์สอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าววงในว่า ทั้งคู่นัดคุยกันลับ ๆ ในประเด็นความขัดแย้งด้านสิทธิบัตรกลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ

"รอยเตอร์ส" ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แอปเปิลและกูเกิลค่อนข้างเปิดเผยเรื่องการติดต่อระหว่างผู้บริหารระดับสูงของ 2 บริษัท เพื่อพูดคุยในประเด็นที่แอปเปิลเพิ่งชนะศึกทางกฎหมายกับ "ซัมซุง" กรณีละเมิดสิทธิบัตรของตน จึงมีการวิเคราะห์กันว่า น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีการหาข้อตกลงแบบสันติวิธีเรื่องความ

ขัดแย้งเกี่ยวกับคุณสมบัติการใช้งานทั่วไป และฟังก์ชั่นต่าง ๆ ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของ "กูเกิล" ความต้องการของ "แอปเปิล" ในการโจมตีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของ "กูเกิล" เป็นเรื่องค่อนข้างชัดเจน โดยอดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล "สตีฟ จ็อบส์" เคยออกมาพูดก่อนหน้านี้ว่า พาร์ตเนอร์หลักรายหนึ่งของแอปเปิลได้ขโมยฟีเจอร์การใช้งานบางอย่างของ "ไอโฟน" ไป และแอปเปิลจะหาทางตอบโต้อย่างแน่นอน

การแข่งขันระหว่างกูเกิลและแอปเปิลดุเดือดขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ จากกระแสการเปลี่ยนจุดยืนจากกลุ่มคอมพิวเตอร์พีซีมาในกลุ่มอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ

โดยปัจจุบันโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์กำลังกินส่วนแบ่งตลาดของ "ไอโฟน" เพิ่มขึ้นทุกปี ข้อมูลจากไอดีซีระบุว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา "แอนดรอยด์" กินส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนได้ถึง 68% ขณะที่ไอโฟนมีส่วนแบ่งตลาด 17%

โดยทำเรื่องฟ้องร้องอีกหนึ่งคดีไว้ตั้งแต่ ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการกล่าวหาว่า สิทธิบัตรจำนวน 8 เรื่องที่แอปเปิลถือสิทธิ์ไว้โดนละเมิด โดยฟังก์ชั่นการใช้งานซึ่งพบได้ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล
ส่วนใหญ่ได้แก่แอปพลิเคชั่นยอดนิยม เช่น ยูทูบ, กูเกิล แมปส์, จีเมล์ และกูเกิล ควิก เสิร์ช บ็อกซ์ ที่ให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลหลายแบบได้ในเวลาเดียวกัน

หนึ่งในจุดประสงค์ของการฟ้องร้องครั้งนี้เพราะต้องการหยุดยั้งการวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนกาแล็กซี่ เน็กซัส ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างกูเกิลกับซัมซุง หลายฝ่ายมองว่า การฟ้องร้องของแอปเปิล เป็น "การเปิดศึกกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์"

แหล่งข่าวในวงการเปิดเผยว่า กูเกิลกำลังพิจารณาหาทางเลือกเพื่อเข้าไปแทรกแซงการดำเนินการทางกฎหมายหลายคดีความที่แอปเปิลจู่โจมพาร์ตเนอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เมื่อไม่นานมานี้ "ลาร์รี่ เพจ" ซีอีโอ กูเกิล และ "ทิม คุก" ซีอีโอแอปเปิล หารือเกี่ยวกับข้อโต้แย้งด้านทรัพย์สินทางปัญญา

สำนักข่าวรอยเตอร์สอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าววงในว่า ทั้งคู่นัดคุยกันลับ ๆ ในประเด็นความขัดแย้งด้านสิทธิบัตรกลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ

"รอยเตอร์ส" ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แอปเปิลและกูเกิลค่อนข้างเปิดเผยเรื่องการติดต่อระหว่างผู้บริหารระดับสูงของ 2 บริษัท เพื่อพูดคุยในประเด็นที่แอปเปิลเพิ่งชนะศึกทางกฎหมายกับ "ซัมซุง" กรณีละเมิดสิทธิบัตรของตน จึงมีการวิเคราะห์กันว่า น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีการหาข้อตกลงแบบสันติวิธีเรื่องความ

ขัดแย้งเกี่ยวกับคุณสมบัติการใช้งานทั่วไป และฟังก์ชั่นต่าง ๆ ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของ "กูเกิล" ความต้องการของ "แอปเปิล" ในการโจมตีระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของ "กูเกิล" เป็นเรื่องค่อนข้างชัดเจน โดยอดีตซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล "สตีฟ จ็อบส์" เคยออกมาพูดก่อนหน้านี้ว่า พาร์ตเนอร์หลักรายหนึ่งของแอปเปิลได้ขโมยฟีเจอร์การใช้งานบางอย่างของ "ไอโฟน" ไป และแอปเปิลจะหาทางตอบโต้อย่างแน่นอน

การแข่งขันระหว่างกูเกิลและแอปเปิลดุเดือดขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ จากกระแสการเปลี่ยนจุดยืนจากกลุ่มคอมพิวเตอร์พีซีมาในกลุ่มอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ

โดยปัจจุบันโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์กำลังกินส่วนแบ่งตลาดของ "ไอโฟน" เพิ่มขึ้นทุกปี ข้อมูลจากไอดีซีระบุว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา "แอนดรอยด์" กินส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนได้ถึง 68% ขณะที่ไอโฟนมีส่วนแบ่งตลาด 17%

อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์หลายรายโดนนำไปพัวพันกับคดีความกรณีการละเมิดสิทธิบัตร เช่น ซัมซุงและเอชทีซี

นอกจากนี้ "แอปเปิล" ยังพยายามลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์หลายตัวของกูเกิลในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ด้วยการเปิดตัวซอฟต์แวร์แผนที่บนโทรศัพท์มือถือของตนเอง และยังกล่าวว่า ในอนาคตแอปเปิลจะไม่ติดตั้งแอปพลิเคชั่นยูทูบในไอโฟนตั้งแต่แรกอีกต่อไป

"เดอะวอลล์สตรีต เจอร์นัล" ยังวิเคราะห์การเปิดศึกทางกฎหมายระหว่างแอปเปิลและผู้ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์
เต็มรูปแบบ โดยรวมกรณีการฟ้องร้องตั้งแต่ปี 2554 ของแอปเปิล เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิบัตรที่ศาลรัฐแคลิฟอร์เนียเพิ่งมีการตัดสินเมื่อ 24 ส.ค. 2555 ที่ผ่านมา

นอกจากแอปเปิลจะได้รับชัยชนะในการฟ้องร้องแล้ว ยังกล่าวกับผู้พิพากษาว่า มีสิทธิ์ขอให้มีคำสั่งห้ามขายผลิตภัณฑ์ซัมซุงที่พบว่า ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด 28 รุ่น ทั้งขอร้องให้มีคำสั่งห้ามขายโทรศัพท์ซัมซุง 8 รุ่นในอเมริกาเป็นการถาวร ได้แก่ กาแล็กซี่ เอส 4จี, กาแล็กซี่ เอส ทู ของโอเปอเรเตอร์ เอทีแอนด์ที, กาแล็กซี่ เอส ทู สกาย ร็อคเกต, กาแล็กซี่ เอส ทู ของโอเปอเรเตอร์ ที-โมบายล์, กาแล็กซี่ เอส ทู เอปิค 4จี, กาแล็กซี่ เอส โชว์เคส, ดรอยด์ ชาร์จ และกาแล็กซี่ พรีเวล ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ทำรายได้สูงสุดในอเมริกาของซัมซุงใน 6 เดือนแรกปี 2555 โดยศาลจะเปิดเผยผลการตัดสินในวันที่ 6 ธ.ค.ที่จะถึงนี้

นอกจาก "ซัมซุง" จะโดนคณะลูกขุนของศาลในรัฐแคลิฟอร์เนียออกคำสั่งให้จ่ายค่าปรับ 1.05 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นค่าเสียหายให้แอปเปิลโทษฐานที่เลียนแบบฟังก์ชั่นการใช้งานหลักของผลิตภัณฑ์ไอโฟนและไอแพดแล้ว

หากศาลมีคำสั่งให้ห้ามจำหน่ายสมาร์ทโฟน 8 รุ่น อาจทำให้ซัมซุงได้รับความเสียหายอีกเป็นหลักพันล้านเหรียญ

"ซัมซุง" ออกมาตอบโต้คำตัดสินด้วยการกล่าวเพียงว่า "จะใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อทำให้แน่ใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ของเราจะยังคงวางจำหน่ายได้ต่อไปในตลาดสหรัฐ" มาตรการดังกล่าว ได้แก่ การฟ้องร้องให้ยุติคำสั่งห้ามขาย, ยื่นอุทธรณ์ ไปจนถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ล่าสุดซัมซุงเปิดเผยว่าเริ่มพูดคุยกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเพื่อหาทางถอดถอนปรับปรุงฟังก์ชั่นผลิตภัณฑ์ซึ่งศาลตัดสินว่าละเมิดสิทธิบัตร

"แอปเปิล" ไม่ใช้วิธีฟ้องร้อง "กูเกิล" โดยตรง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายวิเคราะห์ว่า เป็นเรื่องง่ายกว่าที่แอปเปิลจะหาทางสร้างความเสียหายให้บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคโดยตรง แทนที่จะหาทางจู่โจม "กูเกิล" ซึ่งมอบระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ให้ผู้ผลิตอุปกรณ์มือถือใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ด้าน "กูเกิล" ก็อาจหาทางเข้าไปแทรกแซงโดยตรงผ่านกลวิธีทางกฎหมายหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเข้าไปมีส่วนร่วมในกรณีการตัดสิน หรือฟ้องร้องกลับในหลายประเด็นในฐานะตัวแทน "ซัมซุง" ที่ผ่านมากูเกิลพยายามหาทางเปลี่ยนแปลง
คำตัดสินกรณีห้ามจำหน่ายกาแล็กซี่ เน็กซัส โดยโต้แย้งในประเด็นที่ผู้พิพากษาให้ความสำคัญว่า ซัมซุงละเมิดสิทธิบัตรเรื่องฟังก์ชั่นที่เกี่ยวกับการค้นหาข้อมูล และกรณีที่การละเมิดสิทธิบัตรซึ่งมีการกล่าวหาดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลเสียต่อแอปเปิล

"กูเกิล" ยังโดนบังคับกลาย ๆ ให้ต้องเปลี่ยนคุณสมบัติการใช้งานบางอย่างในแอนดรอยด์ โดยทีมวิศวกรได้ร่วมมือกับซัมซุงจัดการกับปัญหาละเมิดสิทธิบัตรที่ศาลตัดสินเมื่อ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการบีบภาพเพื่อซูมอ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ และช่วยกันปรับปรุงการทำงานระบบค้นหาข้อมูลในกาแล็กซี่ เน็กซัส ด้วยการถอดความสามารถในการค้นหาข้อมูลบางอย่างออก
มากกว่านั้น "กูเกิล" ได้ออกมาเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ตนเองด้วยการประกาศว่า กรณีการละเมิดสิทธิบัตรส่วนใหญ่ที่ศาลตัดสินไม่มีความเกี่ยวกับฟังก์ชั่นการใช้งานหลักของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์

ความเสี่ยงของกูเกิลในสงครามกฎหมายครั้งนี้ค่อนข้างสูง เนื่องจากกูเกิลต้องชักชวนให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สนใจเข้ามาใช้แอนดรอยด์ต่อไป การเกิดคดีความทางกฎหมายกับผู้ผลิตโทรศัพท์แอนดรอยด์อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้บริษัทต่าง ๆ ยกเลิกการพัฒนาโทรศัพท์แอนดรอยด์ของตนเอง

อย่างไรก็ตาม กูเกิลยังมีอีกหนึ่งหนทางในการตอบโต้แอปเปิลด้วยวิธีทางกฎหมายโดยตรง เนื่องจากกูเกิลซื้อ "โมโตโรล่า โมบิลิตี้" เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากโมโตโรล่าจะเป็นคู่แข่งยาวนานกับไอโฟนแล้ว บริษัทยังฟ้องร้องแอปเปิลกับคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าแอปเปิลละเมิดสิทธิบัตรของตนเรื่องคุณสมบัติการแจ้งเตือนอีเมล์ และการแจ้งตำแหน่งสถานที่ แม้คดีความของ "โมโตโรล่าและแอปเปิล" จะเกี่ยวกับประเด็นเรื่องสิทธิบัตรที่แตกต่างกัน และไม่น่าส่งผลกระทบใด ๆ ระหว่างกัน แต่กลุ่มทนายความที่ติดตามคดีความของทั้งสองบริษัทแสดงความคิดเห็นว่า สาธารณชนจะมองว่ามันมีความซ้อนทับกัน

http://www.prachachat.net/news_detail.p ... catid=0000

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

watkij
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 320
Joined: Wed Jul 14, 2010 12:47 am

Re: IT

Posts by watkij » Wed Sep 05, 2012 5:56 pm

ผมคิดว่าถ้าบริษัทผลิตคอมเจ้าต่างๆมาพัฒนาตัว ultrabook อย่างจริงจังโดยปรับราคาลงมา
ให้ถูกลงแบบแข่งกับพวก ipad ได้ และเน้นทำการตลาดมากๆหน่อย อุตสาหกรรม it น่าจะคึกคักขึ้นเยอะนะครับ :roll:


Real-VI
Verified User
Posts: 1583
Joined: Mon Aug 30, 2010 9:21 pm

Re: IT

Posts by Real-VI » Wed Sep 05, 2012 8:29 pm

มีแววโดนฟ้องตั้งแต่ยังไม่เปิดตัวกันเลยทีเดียว เพราะหลังจากที่ Apple ได้ประกาศวันเปิดตัว Apple iPhone 5อย่างเป็นทางการ เป็นวันที่ 12 กันยายนนี้อย่างแน่นอนแล้ว ล่าสุด บริษัท Goophone ผู้ผลิต Goophone i5 หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของ iPhone ปลอมจากจีน เนื่องจาก Goophone i5 มีการออกแบบเหมือนกับ ภาพหลุด Apple iPhone 5 นั่นเอง ได้ออกมาประกาศชัดว่า เมื่อไหร่ที่ Apple iPhone 5 มาเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศจีน ทาง Goophone จะฟ้องบริษัท Apple ทันที ในข้อหาที่ Apple iPhone 5 มีการออกแบบเหมือน Goophone i5 นั่นเอง

เมื่อดูการออกแบบของ Goophone i5 แล้ว จะพบว่า โครงสร้างภายนอกนั้น มีการออกแบบเหมือนกับ Apple iPhone 5 แต่สำหรับระบบปฏิบัติการนั้น Goophone i5 จะรันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 4.0 (Ice Cream Sandwich) แม้ว่า จะมี Interface เหมือนกับ iOS ก็ตาม ซึ่งบริษัท Goophone ได้เผยว่า ทาง Goophone ได้จดสิทธิบัตรด้านการออกแบบในประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะทำการฟ้องร้อง ถ้าหากพบว่า มีบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่น มีการออกแบบมือถือที่มีดีไซน์เหมือนกับ Goophone i5 ด้วยเช่นกัน

สำหรับสเปคของ Goophone i5 เป็นดังนี้

- จอแสดงผลขนาด 4 นิ้ว แบบ IPS display ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล
- ระบบประมวลผลแบบ Quad-core (Nvidia Tegra 3) ความเร็ว 1.4GHz
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 1GB
- กล้องด้านหน้า ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- รันระบบปฏิบัติการ Android 4.0 (Ice Cream Sandwich)


musicman
Verified User
Posts: 66
Joined: Sat Apr 08, 2006 8:46 am

Re: IT

Posts by musicman » Wed Sep 05, 2012 8:30 pm

เห็นด้วยกับพี่ watkij บริษัทที่เล่น ultrabook น่าจะลงราคามาอีก 10-15% ก็น่าสนใจเลยครับ เพราะทุกวันนี้ผมก็ใช้โน้ตบุ๊ค ทำงานเอกสารอยู่ทุกวัน แต่ถ้าเล่นเน็ต ฟังเพลง ดูยูทูปก็ใช้ไอแพด ครับ สะดวกกันคงละแบบครับ

ดนตรีนั้นคือชีวิต

syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: IT

Posts by syj » Wed Sep 05, 2012 9:30 pm

^^
ลองบวกลบคูณหารดู
Mac Book Air ก็ยังคุ้มกว่าพวก Ultrabook ยี่ห้ออื่นๆ อยู่ดี
นอกจากนี้ จอของ MBA ยังละเอียดกว่า notebook ทั่วไปมาก

ขออภัย ที่นอกประเด็นครับ

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

KimVi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 970
Joined: Sun Sep 19, 2010 10:21 am

Re: IT

Posts by KimVi » Thu Sep 06, 2012 10:20 pm

Market Watch
Thin Hybrid Hard Disk Drives Could be Potent Growth Factor for Storage Industry

The 5-mm drives are expected in new Ultrabooks and other applications by next year
September 4, 2012
Fang Zhang

A thinner hybrid hard disk drive (HDD) intended to serve as storage media for new computers like Ultrabooks and less bulky than a rival storage form could help the HDD industry in its unremitting battle against tablet devices, according to an IHS iSuppli Storage Space market brief from information and analytics provider IHS.
While the current form of storage for the super-thin Ultrabook laptops produced this year is the hard disk drive containing a cache solid state drive (SSD) element, that form factor at 7 millimeters is still considered too thick and too slow when compared to tablets like the iPad from Apple Inc. Since their appearance on the market two years ago, tablets—with their slim profile and fast “instant-on” capabilities—have eaten mightily into the sales of notebook PCs, whose performance and ease of use have suffered in comparison.

A new and thinner hybrid HDD measuring just 5 millimeters aims to change all that.

Unlike the rival hard disk drive with cache SSD form of storage that combine two different physical drives into one unit along with software, hybrid HDDs are basically hard disk drives containing a built-in layer of NAND flash memory. Not only do hybrid HDDs offer a new way to store data, their thinner profile also would be ideal for even slimmer and lighter, next-generation Ultrabooks, the computing device that PC players are hoping would provide the best chance to win the war against tablets.

A thinner hybrid HDD—especially one measuring 5 mm that is obviously more compact than current 7-mm drives—also has other advantages. It can be swapped with older hard disk drives, is less expensive than pure solid state drives, and can serve in a larger market than just Ultrabooks and SSD-based notebook PCs. For instance, thin hybrid HDDs can also be used in market segments such as the external hard disk drive sector, all-in-one desktop PCs, gaming platforms, and even tablet PC designs.

Shipments of hybrid HDDs are expected to surge by a factor of six in the course of four years, rising from 1.2 million units this year to 25.0 million units by 2016. In comparison, the rival hard disk drive with cache SSD will see shipments rise at a slightly less expansive rate, climbing from 9.8 million units in 2012 to 64.2 million in 2016.

Image

Depending on the resulting performance of the hybrid HDD products now in development as well as their eventual price point, the 5-mm hybrid HDD could potentially replace many conventional hard disk drives, including the 9.5-mm and 7-mm HDDs currently used in notebook PCs. All told, the potential market for 5-mm hybrid HDDs could amount to more than 100 million units by 2016, which includes the market for notebooks that do not currently use pure SSDs, hard disk drives with cache SSD, or any form of hybrid HDD.

As such, the 5-mm hybrid HDD could considerably revive the ailing notebook market and help it become competitive again. Both the storage industry and the PC market would benefit in the process.

Manufacturers focus development efforts on the hybrid HDD

Hybrid HDDs have been on the market since Seagate Technology and Samsung Electronics introduced their versions in 2006 and 2007, respectively. However, their benefits to users were not particularly evident, given that the hybrid HDDs at that time had lower storage capacity of less than 160 gigabytes, slower speed of 5,400 revolutions per minute, and limited flash memory of 256 megabytes.

Seagate upped the ante earlier this year by developing its third-generation hybrid HDD, the Momentus XT—boosting HDD capacity to 750 gigabytes and cache to 32 megabytes, as well as increasing speed to 7,200 rpm. Even so, the 8-gigabyte flash memory was still too low for the Ultrabook minimum requirement of 24 gigabytes. The Momentus XT also did not meet the 7-mm thickness requirement for Ultrabooks, whose specifications for the notebook initiative were set by Intel Corp.

Then in May, HDD manufacturers and Seagate rivals Western Digital and Toshiba announced separately that hybrid HDDs were in development at both companies. Toshiba, working with internal sources to secure NAND flash, is now expected to launch a 7-mm hybrid HDD this year and a 5-mm hybrid HDD product by next year. For its part, Western Digital—believed to be working with SanDisk to obtain NAND flash for its own version of a thin hybrid HDD—is anticipated to expedite development of its new product as a result of knowledge it has picked up from other companies.

With new Ultrabooks next year expected to adopt the 5-mm hybrid HDD as soon as the new storage media become available, more notebook PC manufacturers will initiate their own adoption of thin hybrid HDDs, IHS iSuppli believes.

Consumers will also reap significant improvements on their end, including a more efficient PC form factor, lower power consumption and greater cost-performance value.


http://www.isuppli.com/Memory-and-Stora ... ustry.aspx

Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it." – Warren Buffett

KimVi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 970
Joined: Sun Sep 19, 2010 10:21 am

Re: IT

Posts by KimVi » Fri Sep 07, 2012 9:42 am

"ท่องเน็ต" ฮิตดันยอดสมาร์ทดีไวซ์
วันที่ 6 กันยายน 2555 11:22
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


"อีริคสัน" เปิดผลวิจัยพบผู้บริโภคชาวไทยสนใจจะซื้อแทบเล็ตเพิ่ม 4 เท่าตัว จากปัจจุบันมี 2% จะเพิ่มเป็น 8% ภายในสิ้นปีนี้

อัตราความสนใจครอบครองสมาร์ทดีไวซ์ ทั้งแทบเล็ต สมาร์ทโฟน เพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมทั้งไทยล่าสุด "อีริคสัน" เปิดผลวิจัยพบผู้บริโภคชาวไทยสนใจจะซื้อแทบเล็ตเพิ่ม 4 เท่าตัว จากปัจจุบันมี 2% จะเพิ่มเป็น 8% ภายในสิ้นปีนี้ และผู้ใช้สมาร์ทโฟนจะเพิ่มเป็น 25% จาก 17%

"อีริคสัน คอนซูเมอร์ แล็บ" ซึ่งมีประสบการณ์ศึกษาพฤติกรรมและการให้คุณค่า รวมถึงวิธีการแสดงออกและความคิดของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์และบริการไอซีที ประเภทต่างๆ กว่า 15 ปีได้ศึกษาแบบตัวต่อตัวกับกลุ่มตัวอย่างในไทย เน้นเมืองใหญ่ อายุ 16-60 ปี ซึ่งถือเป็นตัวแทนของประชากรจำนวน 16.8 ล้านคนในทางสถิติ และเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจในกว่า 58 ประเทศ กับกลุ่มตัวอย่างรวม 47,577 คน
............

http://bit.ly/UtjGZf

Look at market fluctuations as your friend rather than your enemy; profit from folly rather than participate in it." – Warren Buffett

CHIN
Verified User
Posts: 95
Joined: Wed Nov 10, 2010 7:14 pm

Re: IT

Posts by CHIN » Fri Sep 07, 2012 8:23 pm

ดูแล้วบริษัท ต้องปรับเปลี่ยน port สินค้าที่ขายกันใหม่แล้วนิ อิอิ


watkij
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 320
Joined: Wed Jul 14, 2010 12:47 am

Re: IT

Posts by watkij » Fri Sep 07, 2012 10:53 pm

CHIN wrote:ดูแล้วบริษัท ต้องปรับเปลี่ยน port สินค้าที่ขายกันใหม่แล้วนิ อิอิ
เห็นด้วยกับคุณ CHIN ครับ ลูกค้าอยากซื้อสินค้าอะไรก็ขายสินค้านั้นเลยครับ จัดเต็มไปเลยครับ

ปล. ยังไม่มีหุ้นนะครับ แต่สนใจอยากจะมีครับ :D


User avatar
yong21892
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 624
Joined: Sun Oct 11, 2009 6:54 pm

Re: IT

Posts by yong21892 » Fri Sep 07, 2012 10:57 pm

kongkiti wrote:
เกล้า wrote:
ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) บมจ.(IT) สุจินต์ จิตรยรรยง คู่สมรส หุ้นสามัญ 30/08/2555 28/08/2555 13,000 7.35 ขาย
ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) บมจ.(IT) สุจินต์ จิตรยรรยง คู่สมรส หุ้นสามัญ 30/08/2555 29/08/2555 117,076 7.35 ขาย
ขายต่อ
ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) บมจ.(IT) สุจินต์ จิตรยรรยง คู่สมรส หุ้นสามัญ 03/09/2555 30/08/2555 2,300 7.35 ขาย
ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) บมจ.(IT) สุจินต์ จิตรยรรยง คู่สมรส หุ้นสามัญ 07/09/2555 04/09/2555 39,900 7.25 ขาย

-:- ชนะอย่างเต่า -:-

User avatar
chungkim
Verified User
Posts: 42
Joined: Wed Oct 27, 2010 9:18 pm

Re: IT

Posts by chungkim » Sat Sep 08, 2012 10:39 pm

watkij wrote:
CHIN wrote:ดูแล้วบริษัท ต้องปรับเปลี่ยน port สินค้าที่ขายกันใหม่แล้วนิ อิอิ
เห็นด้วยกับคุณ CHIN ครับ ลูกค้าอยากซื้อสินค้าอะไรก็ขายสินค้านั้นเลยครับ จัดเต็มไปเลยครับ

ปล. ยังไม่มีหุ้นนะครับ แต่สนใจอยากจะมีครับ :D
เห็นด้วยครับ ผบห.ต้องปรับตัวตาม trend ของสินค้า เน้นขาย smartphone มากขึ้น ลดสัดส่วน notebook ลง
ดู jmart ผลประกอบการ กำไรโต 77.5% เห็น ผบห. เอาแต่ขายหุ้นตัวเอง น่าผิดหวังมาก

มือเก่า หัดขับ

DemonInvesting
Verified User
Posts: 805
Joined: Sun Oct 04, 2009 12:21 am

Re: IT

Posts by DemonInvesting » Sun Sep 09, 2012 7:29 am

อัพเดทสถานการณ์

จากร้าน IT สาขาในเชียงใหม่ ...

ตอนนี้พื้นที่ในร้านโล่งมากๆ ชั้นวางสินค้าหายไปเกือบครึ่ง ... ความหลากหลายของสินค้าน้อยกว่าร้านรายย่อยท้องถิ่นเสียอีก (ห่างไกลคำว่าห้างสรรพสินค้า IT เยอะ ...สภาพประมาณสภาพของห้าง Data IT ช่วงที่เริ่มแย่ๆเลย) ... ในขณะเดียวกันพบว่า พนักงานในร้านเยอะมาก ... อัตราพนักงานต่อสินค้านี่น่าจะมากกว่าร้านอื่น 2-3 เท่าเอาเลย ...

ส่วนเรื่องโซนขายสินค้า Apple ที่เคยเป็นความหวัง ... เห็นสภาพที่สาขาแถวเชียงใหม่แล้วต้องบอกว่าความหวังริบหรี่ลงเยอะ ... เพราะมันก็แค่เป็นตู้ขายเหมือนตู้ขายมือถือแถวมาบุญครอง และ มีโต๊ะพับไว้ตั้งโชว์ไอแพดสองตัวเท่านั้น ... คือดูแล้วนี่นึกไม่ออกเลยว่าสำหรับสินค้าที่ขายราคาเท่ากันแบบ Apple เนี้ย ... ทำไมลูกค้าถึงจะมาซื้อที่ IT แทนที่จะไปร้านพวก Istudio ที่ดูหรูหรา และ มีสินค้าตัวอย่างพร้อม accessories เยอะกว่ามาก

ไม่ทราบว่าสถานการณ์ของสาขาในจังหวัดอื่น หรือ อย่างในกรุงเทพ นี่เป็นอย่างไรบ้าง ...

คิดว่าช่วงหลังๆที่คนเริ่มมีมุมมองด้านลบต่ออนาคตของ IT นอกจากเป็นเพราะผลประกอบการที่ย่ำแย่มาสองสามไตรมาสแล้ว ... เรื่องสภาพร้านที่ได้ไปพบเห็นน่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ...

ถึงตลาดจะฟูมฟายมากแค่ไหน ก็ยินดียืมไหล่ให้เธอซบ ยืมอกให้เธอซับน้ำตา

Post Reply