IT

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

IT บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน)

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:28 pm

ประกอบธุรกิจค้าปลีก (Superstore) เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องทางด้านไอทีแบบครบวงจร ("One Stop Shopping IT Products") ภายใต้ชื่อทางการค้าว่า "ไอที ซิตี้" ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกในรูปแบบไอทีซุปเปอร์สโตร์ ภายใต้สโลแกนว่า "เมืองเทคโนโลยีครบวงจร" ("The IT Superstore")

ปัจจุบัน บริษัทมีสาขาทั้งหมด 11 สาขาแบ่งเป็นเขตกรุงเทพมหานคร 7 สาขาและต่างจังหวัด 4 สาขา กลุ่มเป้าหมายหลักของบริษัทเป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อยทั่วไป และมีการขายส่งให้แก่ร้านค้ารายย่อย  ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัดบ้าง ซึ่งสัดส่วนการขายปลีกต่อการขายส่ง โดยรวมคิดเป็นประมาณร้อยละ 75 ต่อร้อยละ 25 ของยอดขายทั้งหมด


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:30 pm

ก. แนวโน้มธุรกิจ  ภาวะเศรษฐกิจ  วัฏจักรธุรกิจ ในอนาคต

IT   ดำเนินธุรกิจ ซื้อมา  ขายไป หรือเป็น พ่อค้า แม่ขาย นั่นเอง ข้อดีก็คือ เป็นลักษณะของการทำธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์มายาวนานเป็นพันๆปีแล้วว่าการซื้อมาขายไปมักจะสร้างความร่ำรวยให้เจ้าของ  และอาจได้กำไรมหาศาลด้วยซ้ำ  

ตัวอย่างคนที่ร่ำรวยมากๆในสมัยก่อนส่วนใหญ่ก็เป็นชนชั้นพ่อค้า ที่ซื้อของจากที่หนึ่งแล้วไปขายทำกำไรอีกที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นอินเดียในสมัยพุทธกาล จีน  ยุโรป  ชนชั้นพ่อค้ามักจะร่ำรวยกว่าผู้ผลิต หรือผู้ให้บริการเสมอๆ  อาจจะมีแพ้อยู่บ้างก็ได้แก่ แพ้วรรณะกษัตริย์ ที่ร่ำรวยมากกว่าเยอะ   ว่ากันว่า บิดาของจิ๋นซีฮ่องเต้ก็เป็นพ่อค้าคหบดีที่มองเห็นช่องทางดังกล่าว และเปลี่ยนวิธีลงทุนจนลูกตัวเองได้เป็นฮ่องเต้และรวยล้นฟ้าทั้งทรัพย์สินเงินทองและอำนาจราชศักดิ์


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:31 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

ในเมืองไทยก็มี สิบพ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง แต่ปัจจุบันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว  ปัจจุบันพ่อค้าอยู่เหนือกว่าร้อยเจ้าพระยาเสียอีก เพราะพ่อค้าสามารถเป็นได้ถึงมหาเสนาบดี  อิอิ

พ่อค้าที่ยากจนหรือค้าขายจนหมดเนื้อหมดตัวก็มี เกิดจากสาเหตุลายประการ เช่น  โดนโจรดักปล้น  เรือสินค้าล่ม  โดนหลวงริบทรัพย์ โดนโกง  ติดการพนัน ติดนางคณิกา  เป็นต้น สาเหตุส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกนี้แหละ จะยากจนหมดเนื้อหมดตัวเพราะเรื่องธุรกิจค้าขาย ประเภทซื้อแพงขายถูกนั้นมีน้อย  หรือถึงมีก็แปลว่าทำผิดหลักการพ่อค้า แม่ขาย  ไม่สมควรเรียกว่า พ่อค้าแม่ขายอยู่ดี

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:32 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

ธุรกิจซื้อมาขายไปของ IT ยังได้เปรียบผู้ลิตในแง่ ไม่ต้องเสียเงินค่าวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าให้ทันสมัยอยู่เสมอเช่น SVOA METCO หรือกลุ่มผู้ผลิตสินค้าอิเลคโทรนิคส์อื่นๆอีก ( ขออภัยเจ้าของหุ้นเหล่านี้นะครับ  บังเอิญจำเป็นต้องยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ  และพูดเฉพาะข้อด้อย ไม่ได้พูดถึงข้อดีด้านอื่นซึ่งมีมากเช่นเดียวกัน )

จึงไม่มีความเสี่ยงในแง่ที่ราคาสินค้าจะมีราคาลดลงเรื่อยๆ  ซึ่งเป็นธรรมชาติของสินค้ากลุ่มอิเลคโทรนิคส์  อาจจะมีความเสี่ยงของการล้าสมัยของสินค้าคงลังบ้างแต่ก็อยู่ในสัดส่วนที่ไม่มากนัก

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:34 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

ITขายสินค้าอยู่ใน Modern Trade ซึ่งตัว Modern Trade เองได้ ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถเอาชนะร้านค้าปลีก( โชว์ห่วย ) ได้เกือบเบ็ดเสร็จ  


และแม้ในปัจจุบันถ้าตั้งต้นใหม่โดยทิ้งข้อมูลในอดีตทั้งหมด  แล้วจับคู่ชกระหว่างห้างสรรพสินค้ากับโชว์ห่วยใหม่  แล้วเริ่มนับใหม่ไปข้างหน้าอีกสิบหรือยี่สิบปี    Modern Trade เองก็ยังคงได้ชัยชนะอยู่ดี ด้วยปัจจัยหลายอย่างเช่น  สามารถซื้อสินค้าจากผู้ผลิตได้ในราคาถูกกว่าเนื่องจากเกิดการประหยัดจากขนาด  ความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้า  ความหลากหลายของสินค้า  และอีกหลายๆอย่างที่สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมของมนุษย์ได้มากกว่า ดังนั้น โอกาสที่ IT ซึ่งขายสินค้าอยู่ใน Modern Trade ชนะร้านค้าปลีกจึงน่าจะมีมากกว่า

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:36 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

ในเรื่องที่กลุ่มร้านโชว์ห่วยเรียกร้องให้ Modern Trade  ของต่างชาติต้องอยู่ห่างจากชุมชนอย่างน้อยสิบห้ากิโลเมตรนั้น  ก็อาจจะมีผลกระทบอยู่บ้างแต่ไม่น่ามากนัก  และปัจจุบันก็ไม่เห็นมีจังหวัดไหนทำอย่างนั้นหรืออาจจะมีแต่ไม่ทราบ  

เนื่องจากผู้บริโภคเองซึ่งเป็นกลุ่มพลังที่ใหญ่ที่สุด (เจ้าของโชว์ห่วยเป็นกลุ่มพลังเล็กๆ)ก็ได้ประโยชน์จากการแข่งขันเรื่องราคา  ทำให้สามารถซื้อของได้ในราคาที่ถูกกว่า  

และหลายๆคนที่ไปเดินห้างก็อาจจะไม่ได้ไปด้วยจุดประสงค์เพื่อที่จะไปซื้อสินค้าอย่างเดียว  อาจต้องการไปพักผ่อน ดูหนังฟังเพลง นัดแฟน จิปาถะ  ซึ่ง Modern Trade ตอบสนองได้หมด และทำท่าจะกลายเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ของคนทั่วโลกและคนไทยไปแล้ว
:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:39 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

อย่างไรก็ตาม ก็มีความแตกต่างอยู่พอสมควรของลูกค้าที่เดินห้างทั่วไป  กับลูกค้าที่เดินห้างขายคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ  คนที่เดินเซนทรัลหรือเดอะมอลล์มักจะเป็นแบบหนึ่งซึ่งค่อนข้างดูดีกว่าและเป็นบุคลิคทั่วๆไป ซึ่งดูดี


แต่คนที่เดินพันทิพย์มักจะเป็นอีกแนวหนึ่ง  แนวไหนก็ไม่รู้บอกไม่ถูกเหมือนกัน  วิธีการซื้อของก็แตกต่างกัน พวกแรกยอมจ่ายง่ายๆ   พวกหลังดูพฤติกรรมจะเขี้ยวกว่า  ทั้งๆที่บางทีพวกแรกกับพวกหลังก็เป็นคนเดียวกัน  แต่อยู่ต่างที่ต่างเวลา พฤติกรรมเลยต่างกัน....อิอิอิ 555

อาจจะเป็นที่ตัวสินค้า  อย่างเช่น เสื้อผ้า  รถยนต์  สามารถสะท้อนไปถึงตัวตนของเจ้าของ  ทำให้ยอมจ่ายเพื่อความเท่ห์  แต่คอมพิวเตอร์ไม่สะท้อนเท่าไหร่

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:42 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


ข. เป็น ธุรกิจที่มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันอย่างยั่งยืน หรือไม่  โดยใช้  competitive  stretagy  ของ porter

วิเคราะห์ภาวะการแข่งขันด้วยพลังทั้งห้าของ Porter

1 การแข่งขันภายในอุตสาหกรรม  


คู่แข่งโดยตรงของบริษัท  ได้แก่  ซุปเปอร์สโตร์ที่ค้าปลีก  สินค้าประเภทคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง   โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าที่มีแผนกสินค้าไอที  ร้านค้าปลีกรายย่อย  และตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัทจัดจำหน่ายโดยตรง  


และคู่แข่งทางอ้อมของบริษัท  ได้แก่  บริษัทที่ให้บริการเป็นที่ปรึกษาและวางแผนระบบข้อมูลสารสนเทศที่ครบวงจร บริษัทต่างชาติที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าประเภทไอที   เข้ามาลงทุนเปิดสาขาในประเทศโดยเช่น   Comp USA   ประเทศสหรัฐอเมริกา  Courts-ประเทศอังกฤษ  Harvey Norman-ประเทศออสเตรเลีย


ซุปเปอร์สโตร์ที่จัดจำหน่ายสินค้าไอทีโดยเฉพาะ อาทิเช่น ดาต้าไอที และไอมาร์ท โมเดิร์นเทรด ได้แก่ โลตัส,Big C, เพาเวอร์บาย และ เพาเวอร์มอลล์  

ล้วนแล้วแต่น่ากลัว

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:44 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

และอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจจะมองข้าม แต่มีความน่ากลัวมากเหมือนกัน คือ ร้านค้าปลีกรายย่อยซึ่งเปิดอยู่ในห้างเดียวกันกับ IT ข้อได้เปรียบของห้างเหล่านี้ก็ได้แก่ เจ้าของอาจจะเป็นผู้มาขายเอง การตัดสินใจที่จะลดราคาได้เท่าไหร่ ย่อมมีมากกว่าพนักงานของ IT ซึ่งไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือมีน้อย  และในส่วนที่สินค้ามีคุณภาพเท่ากัน ยี่ห้อเดียวกัน การเลือกซื้อของลูกค้าก็อาจจะเลือกร้านที่ว่า (ตัวผมเองเพิ่งซื้อ PC และ NOTEBOOK  เมื่อไม่นานนี้เอง  ก็ยังตัดสินใจซื้อจากร้านที่อยู่ติดๆกันกับร้านของ IT เลย  ไม่ได้ซื้อจากร้าน IT  อืม...ไม่รู้จะพูดยังไง)


นอกจากนี้ IT ยังมีข้อเสียเปรียบ คือ ใช้พนักงานขายค่อนข้างมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายที่เป็น fixed cost ค่อนข้างมาก  ทำให้จุดคุ้มทุนขยับขึ้นไปค่อนข้างสูง  แต่ก็ได้ประโยชน์ในเรื่องสินค้าสูญหายหรือถูกขโมยน้อยหน่อย  ส่วนข้อได้เปรียบก็คือ ต้นทุนการซื้อสินค้าจากผู้ผลิตจะได้ราคาถูกกว่าเพราะซื้อครั้งละเยอะๆ  ในขณะที่ร้านปลีกทั่วไปจะทำแบบนี้ไม่ได้(เป็นส่วนใหญ่)

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:46 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

2. โอกาสในการเข้ามาของรายใหม่  
มีมากมายหลายช่องทางเพราะเข้าได้ง่าย  แต่ก็ต่างกันในแง่ความได้เปรียบและเสียเปรียบหลายอย่าง

3. สินค้าทดแทน
ที่สำคัญคือ การซื้อขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต น่ากลัวมั่กๆเลย  เพราะกลุ่มนี้จะมีต้นทุนการขายที่ต่ำที่สุด  และก็สอดคล้องกับพฤติกรรมต้องการความสะดวกสบายของผู้บริโภค  แต่ก็มีข้อเสียบางประการ เช่น  ไม่ได้เลือกสินค้าเอง  ไม่ได้จับต้องสินค้า  ไม่ได้ดูกับตาเลือกกับมือ ความเสียหายระหว่างขนส่ง  การเข้าถึงของกลุ่มผู้บริโภค (ซึ่งปัจจุบันยังน้อยมาก)

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:47 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

4. อำนาจต่อรองกับลูกค้า  
มีน้อย  อำนาจอยู่ที่ผู้ซื้อ

5. อำนาจต่อรองกับผู้ป้อนวัตถุ

มีค่อนข้างมาก แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ อำนาจต่อรองกับกลุ่ม SVOA  เพราะเขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:49 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

               วิเคราะห์โดย  SWOT

1. S

จุดแข็ง คือ การเป็นธุรกิจซื้อมาขายไปที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่  และมีข้อได้เปรียบคู่แข่งหลายประการ
ถ้านำ  IT เทียบกับ BIGC  ก็จะได้ว่า BIGC ได้ผ่านสงครามมาแล้วและเป็นหนึ่งในผู้ชนะ ส่วน IT ยังไม่ชนะสงคราม แต่ก็มีแนวโน้มที่จะชนะด้วยปัจจัยที่คล้ายๆกันหลายอย่าง  แต่อย่างไรก็ตามก็นับว่ายังด้อยกว่า  BIGC

จุดที่ดีกว่าก็คือ  IT  ยังเล็กอยู่มาก โอกาสที่จะโตเป็นสองเท่ามีโอกาสสูง และอาจมองไปที่สิบเท่าในอนาคตเลยทีเดียว เนื่องจากยังมีที่ว่างและช่องทางอีกเยอะมาก  ในขณะที่ BIGC ที่ว่างลดเหลือน้อยทุกทีๆ ด้วยความที่ BIGC ใหญ่แล้ว  อาจโตได้สองเท่าแต่ก็แทบหืดขึ้นคอ

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:50 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

2. W

จุดอ่อนน่าจะเป็นเรื่องความเสี่ยงต่างๆ เช่น
- สินค้าคงเหลือล้าสมัยง่าย ปี  2546  และปี  2547  บริษัทได้ตั้งค่าเผื่อสินค้าล้าสมัยคิดเป็นร้อยละ 1.96  และร้อยละ 1.55 ของสินค้าคงเหลือของงวดนั้น ๆ (สำรอง7.85ลบ. และ6.41 ลบ.)  ซึ่งนับว่าไม่ได้มากอะไร  และนับว่าทำได้ดีด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับยอดขายทั้งปีซึ่งอยู่ที่ 2,550 ลบ.    3,701 ลบ.
- รายการที่เกี่ยวเนื่องกันกับ SVOA  เท่าที่เห็นก็มีซื้อสินค้ามา  58.8 ลบ. (งบQ1  48) จากยอดขายและบริการ 977.3 ลบ. ก็คิดเป็นประมาณ 6 %
- ในส่วนที่SVOA เป็นลูกหนี้  ก็มีการค้างจ่ายเกินกำหนดชำระแต่ไม่เกิน3เดือน  อยู่0.046 ลบ. หรือ สี่หมื่นหกพัน บาท
- ลูกหนี้การค้า  ลูกหนี้ค้างชำระที่มีอายุเกิน  3  เดือน  บริษัทจะตั้งสำรองร้อยละ50  ของยอดหนี้ค้างชำระ  และสำหรับลูกหนี้ค้างชำระที่มีอายุเกิน  6   เดือน  บริษัทจะตั้งสำรองร้อยละ 100  ของยอดหนี้ค้างชำระ
- ความเสี่ยงจากการที่บริษัทมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 25

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:51 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

3. O
มุมมองผม   ผมมองว่า สินค้า  IT (ไม่ใช่หุ้น) มีโอกาสโตอีกมาก  และเป็นสินค้าที่ใครๆก็จะต้องมี  ถ้าไม่มีจะเชยระเบิด และไม่ได้มีเพื่อความเท่ห์อย่างเดียว  แต่มีแล้วมีคุณค่าจริง ใช้ประโยชน์ได้จริง    สรุปว่า โตอีกมหาศาลจริงๆ  และ IT(หุ้น)ได้เปิดตัวก่อน  และได้เป็นเจ้าใหญ่ก่อน  การลงมือก่อนย่อมได้เปรียบกว่า


4. Tเนื่องจากการแข่งขันเรื่องราคา เป็นธรรมชาติของธุรกิจแบบนี้  ดังนั้นใครที่ทำต้นทุนขายได้ถูกกว่าย่อมได้เปรียบกว่า  ภาวะคุกคามคงจะมาจากยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:53 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

วิเคราะห์ตามแนวคิดของบัฟเฟตต์

ว่าเป็น ธุรกิจที่มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันอย่างยั่งยืน หรือไม่


ก็คิดว่าได้เปรียบพอสมควร  แต่ไม่มากมายอะไร

ประเด็นในการตรวจสอบหุ้น 10 ข้อของวอร์เรน

1.ROE สูงๆ หรือไม่
อยู่ที่ระดับประมาณ 15-18%

2.ROA สูงๆ หรือไม่
ประมาณ 10-12 %

3.ประวัติการทำกำไรที่ดีเยี่ยมหรือไม่
ก็ทำกำไรได้ประมาณนี้แหละ  แต่ก่อนเข้าตลาดมีการเติบโตของกำไรมากทีเดียว  ตกปีละ 30-40% ตามประสาหุ้นที่จะทำ IPO 555 หลัง IPO  ราคาก็ร่วงจาก 12 บาท มาเรื่อยๆ ปัจจุบันก็ 4.28 บาท

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:54 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

4.มีหนี้สินน้อยๆหรือไม่
มีไม่มากนัก  หนี้สินส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าที่ซื้อมาขายต่อ

5.สินค้าหรือบริการมีความได้เปรียบเชิงแข่งขันอย่างยั่งยืนหรือไม่  
สินค้าที่ขายไม่ได้เปรียบเจ้าอื่น  เพราะเป็นสินค้าเหมือนๆกับเจ้าอื่น  ยี่ห้อเดียวกัน  (อาจจะ)ราคาเดียวกัน

6.ไม่มีปัญหาที่เกิดจากสหภาพแรงงานหรือไม่
ไม่น่าจะมี

7.บริษัทสามารถปรับสินค้าหรือบริการตามสภาวะเงินเฟ้อได้หรือไม่
ปรับได้สบายมากตามต้นทุนที่ซื้อมาอยู่แล้ว

8.ต้นทุนการดำเนินงานที่เหมาะสมหรือไม่
ไม่ทราบ  เหมาะอยู่มั้งครับ

9.บริษัทสามารถซื้อหุ้นคืนจากตลาดได้หรือไม่  
บริษัทไม่ซื้อหุ้น  แต่ออกวอร์แรนท์ ระดมทุนเพิ่มด้วย

10.กำไรสะสมสามารถทำให้มูลค่าตลาดสูงขึ้นได้หรือไม่
ก็สามารถนำไปขยายสาขาเพิ่มได้

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:56 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

ค.ความซื่อสัตย์และความสามารถของผู้บริหาร

ไม่ทราบครับ   ต้องรอเพื่อนๆช่วยกันจับตาดู

ง. วิเคราะห์ราคาที่น่าลงทุน

ที่ราคาปัจจุบัน  4.28 (7 สค. 48)

1. P/E  ถ้าไม่นับวอร์แรนท์ที่ยังไม่ใช้สิทธิ
               กำไร4ไตรมาสย้อนหลัง คือ 37.2 , 28.0 , 25.19 , 40.8 ลบ.  รวม  131.2 ลบ.
ราคาปัจจุบัน 4.28   จำนวนหุ้นทั้งหมดรวมที่ใช้สิทธิแปลงสภาพแล้ว 271 ล้านหุ้น (เหลือยังไม่ใช้สิทธิ 64.8 ล้านหุ้น  แต่ผมไม่แน่ใจตัวเลขนี้เท่าไหร่นะ  ดูจากข่าว set เป็นแบบนี้)
ก็จะได้ P/E =  4.28*271/131.2  = 8.84
ถ้าคำนวณโดยสมมติว่าใช้สิทธิทั้งหมดก็จะได้  4.28*335/131.2  =  10.93

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Aug 07, 2005 2:58 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

2. P/B
ส่วนผู้ถือหุ้นปัจจุบันอยู่ที่  758 ลบ.
ดังนั้น P/B = 271*4.28/758 = 1.53ถ้าสมมติว่าใช้สิทธิหมด = 335*4.28/(758+65)= 1.74 (ย้ำนะครับว่าผมไม่แน่ใจตัวเลขจำนวนหุ้น)


3. DIV
ปีที่แล้วปันผล 0.22 บาท (ไม่ถึง 50 % ของกำไรสุทธิ) ถ้านโยบายไม่เปลี่ยนแปลง  ก็หมายถึงว่าจะได้ปันผลประมาณแถวๆ 5%

รวมความแล้ว ณ.ราคา 4.28 ก็อาจจะแพงหน่อยๆ หรือปานกลาง  ถ้ามองในแง่พื้นฐาน

ถ้ามองในแง่เทคนิคต้องรอผู้เชี่ยวชาญมาช่วย ทั้งท่าน CK ท่านคัดท้าย ท่านเจย์โชว์  


ถ้าดูจากสถิติราคาย้อนหลังไป 2 ปี ราคานี้ก็ถือว่าต่ำมาก  มีคนติดที่ราคาสูงกว่านี้เยอะมาก(อาจยกเว้นเจ้าของผู้ก่อตั้งกิจการ)

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2413
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Posts by ลุงขวด » Sun Aug 07, 2005 10:42 pm

น่าสนใจหุ้นหนึ่งครับ      ที่ผมสนใจ  เพราะ ได้ทราบว่า

1.  เป็นหุ้นที่มีการเติบโตทุกปี ก่อนหน้านี้ ปีละ กว่า 20%   แต่ปีนี้ เห็นว่า ลดลงหน่อยเป็นเติบโต สิบกว่าเปอร์เซนต์

2.  เป้าหมาย เป็น retailer ขายปลีกในส่วนของตลาด ในพวก ใช้ตามบ้าน ของคนส่วนใหญ่    ตลาด IT เป็นรูปปิระมิด ... ตลาดส่วนบน ซึ่งเป็นองค์กรและ รัฐบาล ให้ทาง Svoa ดูแล   ส่วนตลาดกลางและล่างลงมา เป็นฐานใหญ่ ให้ทาง IT มาจัดการ ขายปลีก ใน modern trade .....  การตั้งราคา จะสูงกว่า ร้านค้าที่ขายปลีกประมาณ 2-3% ซึ่งชดเชย  และ ชวนคนเข้าร้านได้ เพราะ ซื้อเสียงของ IT ที่ตั้งมานานแล้ว มีการรับประกันในคุณภาพของสินค้า    สินค้ามีมาตรฐานดี

3. เห็นว่า พวก IT ที่ขายกันในอเมริกา  ส่วนใหญ่จะขายผ่าน modern trade ในระดับถึง 50%  แต่ในเมืองไทย นั้น ยังอยู่ในระดับ 10%     นอกนั้นอีก 40% ไปตกอยู่กับร้านค้าปลีกต่าง ๆ.......ดูแล้ว  IT จะโตได้ ก็ต้องพยายาม แย่ง พวกร้านค้าปลีก ให้ได้
ทาง IT มีการขายส่งให้พวกร้านค้าปลีกพวกนี้เหมือนกัน  เห็นว่า การขายส่งของ IT (wholesale sell) เริ่มขายส่งลดลง

4. การบริหารงานด้านสินค้าคงคลัง มีประสิทธิภาพ  มีการ โปรโมท สินค้าที่ค้างสต๊อก ด้วยวิธีการ ส่งเสริมการขายแบบต่าง ๆ มากขึ้น   วันก่อน ผม ยังเอาจอภาพ ที่ยังใช้ได้อยู่นะครับ ไปเปลี่ยน เอา จอ LCD ของ Samsung รุ่น 710v  โดยจ่ายเงิน เพิ่มอีก 8,850 บาท   ปกติรุ่นนี้ ลูกผมพึ่งซื้อมาเมื่อประมาณ 5-6 เดือน ก่อน ในราคา 14000 บาท.......ก็นับว่า เป็น promotion ที่ทำให้ผมสนใจ และได้ใช้จอ LCD กับเขา

5. สิ่งที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ก็คือ Net profit อยู่ในระดับต่ำมาก แค่ 2-3% เองครับ

6.  การเพิ่มสาขา  ทำให้เกิดแหล่งซื้อที่ใกล้บ้านลูกค้ามากขึ้น ก็ช่วยดึงดูดยอดขายให้เพิ่มขึ้น   การลงทุนแต่ละสาขาไม่มาก  เพราะ การตบแต่งหน้าร้านนั้น ทาง suppliers มักจะเป็นผู้ดูแล  แถม บางแห่ง แถม คนขายมาให้ด้วย  เห็นว่าแต่ละสาขาใช้เงินระดับ 8-10 ล้านเท่านั้นเอง

7.  มี warrant ที่แปลงอยู่ โดยใช้สิทธิแค่ 1 บาท  ที่จะมาช่วยแบ่งกำไรไปถ้าเขามาแปลงกันหมด    

8. เคยทราบว่า เมื่อ ไม่กี่ปีมานี้  มีการขายหุ้นเพิ่มทุน ในราคา 8 บาท  ให้แก่กลุ่ม ธนาคารทหารไทย... ราคาปัจจุบันต่ำกว่า PP งวดนั้นมากทีเดียว

เท่าที่คิดได้ก็มีตามข้างบนที่พูดถึง  ผมว่า สินค้า IT บริหารยาก ต้องตามตลาด จะ เก็บมาก ถ้าตกรุ่นก็เป็นปัญหา   มีการสูญหายบ้างแต่อยู่ในวงจำกัด.....ผมไปดูที่ พันธ์ทิพย์ เขามีโกดัง มี รปภ ยืนคุมอยู่    พนักงงานขายเข้าไปไม่ได้    ลูกค้า  มีการรอเป็นคิวเบอร์  หน้าโกดัง  ดูเขาจัดระบบก็ใช้ได้ดีครับ.....แต่ทำเล สู้คู่แข่งซึ่งเป็น DATA IT ที่อยู่ชั้นลอยไม่ได้......ผมมีหุ้นตัวนี้บ้างเล็กน้อย  เลยพอได้ศึกษาไว้บ้าง :P  :P   มีญาติติดหุ้นตัวนี้อยู่แถว 10 บาท ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้หลุดกับเขาหรือเปล่า..... ส่วนผมติดราคาเท่าไหร่ไม่อยากบอกครับ  เขินเหมือนกัน  :oops:  :oops:
ถ้าดูจากสถิติราคาย้อนหลังไป 2 ปี ราคานี้ก็ถือว่าต่ำมาก  มีคนติดที่ราคาสูงกว่านี้เยอะมาก(อาจยกเว้นเจ้าของผู้ก่อตั้งกิจการ)

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2413
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Posts by ลุงขวด » Mon Aug 08, 2005 11:22 am

ใครสนใจก็ไป ใน งาน Opportunity day ที่ตลาดหลักทรัพย์ ในวันที่ 30 สิงหาคม นี้ เวลา 13-15 น.  ทาง IT city จะมาพบกับนักลงทุน   :P

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Aug 08, 2005 10:21 pm

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:

ขอบคุณลุงขวดครับ  ดีใจครับที่ได้ถือหุ้นตัวเดียวกันกับลุงขวด อิอิอิ

ผมเพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนหุ้นที่ถูกต้องครับ  เพื่อคำนวนค่า p/e และ p/b

ณ. ตอนนี้(ข้อมูลล่าสุด คือ 31 พค.48)
มีหุ้นสามัญทั้งหมด   270,947,817 หุ้น
และถ้าวอร์แรนท์มีการใช้สิทธิทั้งหมดจะมีหุ้นสามัญ 335,734,016 หุ้น

ซึ่งใกล้เคียงมากกับที่คำนวนไว้เดิม  อาจจะต่างกันตรงเศษที่ปัดขึ้นปัดลงนิดหน่อย

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:


ด๊กดิงด่าง
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 312
Joined: Sun Jul 10, 2005 11:06 pm

Posts by ด๊กดิงด่าง » Mon Aug 08, 2005 10:31 pm

ความสดวกอย่างหนึ่งที่ไอทีซิตี้มีให้ลูกค้าคือ เคาน์เตอร์ของบ.สินเชื่อที่มีไว้บริการในพื้นที่ขายเลย (ผมเคยใช้บริการที่สาขาเซียร์รังสิต)

การทำอะไรแบบเดิมๆเป็นเวลานานๆทำให้ชีวิตเสียหาย

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Aug 08, 2005 10:34 pm

งบปี


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Aug 08, 2005 11:12 pm

ณ.สิ้นปี 2547 บริษัทมีจำนวนสาขาทั้งหมด 21 สาขา

ปี 2548 บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มอีก 4 สาขา

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

ด๊กดิงด่าง
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 312
Joined: Sun Jul 10, 2005 11:06 pm

Posts by ด๊กดิงด่าง » Mon Aug 08, 2005 11:22 pm

ยังครับ เคยตามดูตอนเข้าตลาดใหม่ๆ เห็นอะไรแรงๆแล้วใจไม่ดี เนื่องจากอายุเริ่มมาก ทั้งๆที่มีข้อมูลแน่นพอสมควรเพราะมีรุ่นน้องเป็นระดับบริหารอยู่ข้างใน เลยขอผ่านก่อน อีกอย่างผมเคยศึกษา msc มาก่อน ตอนนั้นยังแยกความแตกต่างไม่ค่อยออก(ยังมือใหม่อะ) แต่ msc เขามีกรรมเก่าช่วงวิกฤติปี 40 คงเทียบกันไม่ได้ ราคาตอนนี้ก็เริ่มสนใจ แต่ยังกังวลเรื่องการแข่งขันนี่แหละ ดูๆไปสินค้าแบบนี้รายเล็กรายใหญ่คงฟัดกันมั่ว ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้าหวังปันผลยาวๆแบบลุงขวดผมอยากได้ต่ำกว่านี้สัก 15-20 %

การทำอะไรแบบเดิมๆเป็นเวลานานๆทำให้ชีวิตเสียหาย

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Tue Aug 09, 2005 12:03 am

มีใครทราบใหมครับ ว่าทำไม DTM


User avatar
worapong
Verified User
Posts: 929
Joined: Tue Aug 05, 2003 12:20 am

มีคำถามที่ยังสงสัยครับ

Posts by worapong » Tue Aug 09, 2005 9:52 am

คือผมอ่านข้อความข้างบนแล้วก็ได้ความรู้มากขึ้น แต่ก็ยังมีประเด็นที่ยังสงสัยครับ คือ
1. เมื่อสอบถามดูเพื่อนส่วนใหญ่ ถ้าซื้อสินค้าแบรนด์เนมใช้เองจะชอบเข้าไปถามพนักงานที่ไอทีซิตี้ แล้วไปต่อราคาร้านข้างๆ แต่ถ้าซื้อของเพื่อใช้ในบริษัท จะซื้อที่ไอทีซิตี้ เพราะมีประกัน พวกที่ซื้อเครื่องประกอบเองจะไม่ดูที่ไอทีซิตี้เลย แต่ถ้าซื้อของชิ้นเล็กๆ หรือเติมหมึกจะชอบเข้าไอทีซิตี้ แต่มีส่วนนึงที่ซื้อที่ไอทีซิตี้เพราะรูดบัตรเครดิตแล้วไม่ชาร์ต ผมก็เลยสงสัยว่าในระยะยาว 3-5 ปีข้างหน้า คิดว่าไอทีซิตี้จะแย่งลูกค้าจากร้านเล็กๆ หรือร้านเล็กๆจะแย่งลูกค้าไอทีซิตี้ครับ
2. ไทซิตี้จะชนะดาต้าไอที หรือดาต้าไอทีจะชนะ ครับ และส่วนใหญ่แล้วทำเลใครดีกว่ากัน
3. ถ้าอีกหน่อยตลาดไอทีโตขึ้นเยอะแล้ว power buy lotus bigc เน้นสินค้าไอทีมากขึ้น จะกระทบ it city มากขนาดไหน
4. มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้ ยอดขายและกำไรของ it city ลดฮวบในระยะสั้นหรือระยะยาว แล้วมีโอกาสเกิดแค่ไหน
5. ผู้บริหารของไอทีซิตี้ เป็นคนเก่ง มีเหตุผล และซื่อสัตย์หรือไม่


woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Tue Aug 09, 2005 10:00 am

ณ. ตอนนี้(ข้อมูลล่าสุด คือ 31 พค.4
มีหุ้นสามัญทั้งหมด   270,947,817 หุ้น
และถ้าวอร์แรนท์มีการใช้สิทธิทั้งหมดจะมีหุ้นสามัญ 335,734,016 หุ้น
ไม่ชอบตรงนี้แหล่ะครับ ราคาใช้สิทธิ์บาทเดียวเองด้วยใช่ไหมครับ

Impossible is Nothing

User avatar
ซาลาเปา
Verified User
Posts: 23
Joined: Sat Aug 06, 2005 2:08 pm

Posts by ซาลาเปา » Tue Aug 09, 2005 7:05 pm

:roll:  :roll:  :roll:  :roll: ขอขอบคุณ...พี่สามัญชนที่วิเคราะห์ให้อย่างละเอียด...อยากทราบว่าเอ... ราคาหุ้นจะตกอีกไหมน้า....
:oops:  :oops:  :oops:  :oops:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Fri Aug 12, 2005 9:33 pm

:lol:


Post Reply