SINGER

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
MrRobot
Verified User
Posts: 1291
Joined: Fri Dec 07, 2007 9:06 pm

Re: SINGER

Posts by MrRobot » Thu Aug 30, 2012 3:16 pm

chatchai wrote:
Jeng wrote:อิออน เข้ามาไม่นาน มีฐานสมาชิกบัตร 6 ล้านใบ

ถ้ามองในแง่ของการสร้างฐานสมาชิก ก็ไม่ใช่เรื่องที่ค่ายอื่นทำไม่ได้

แต่ก็เห็นด้วยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
คงขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมั๊งครับ รายย่อยชนชั้นกลางในเมืองมีหลักฐานการเงิน การพิจารณาสินเชื่อทำได้ง่ายและเร็ว

แต่ลูกค้ารากหญ้าที่ไม่มีหลักฐานรายได้ที่แน่นอน อยู่ชนบทห่างไกล การพิจารณาคงไม่ง่าย
เป็นไปได้ไหมครับถ้า Singer จะออกบัตร Singer Plus มาให้เหมือน อิออนเเต่ไม่ใช่บัตรเครดิต เเต่สามารถเเสดงตนว่ามี เครดิตดี สามาผ่อนส่งกับทาง Singer ได้ เเล้วมาจับกลุ่มคนในเมือง เข้าใจว่า Singer คงอยากขายเฉพาะ Brand Singer เท่านั้น เเต่บัตรนี้ยังสามารถใช้เป็นบัตรลด% เมื่อผ่อนกับ Singer หรือบริการล้างเเอร์ฟรีหรือลด% จะได้กลุ่มลูกค้าในเมืองเพิ่มขึ้นได้บ้าง

VI Robot The Great

sakkaphan
Verified User
Posts: 1111
Joined: Mon Dec 07, 2009 12:29 pm

Re: SINGER

Posts by sakkaphan » Thu Aug 30, 2012 4:23 pm

chatchai wrote:
Jeng wrote:อิออน เข้ามาไม่นาน มีฐานสมาชิกบัตร 6 ล้านใบ

ถ้ามองในแง่ของการสร้างฐานสมาชิก ก็ไม่ใช่เรื่องที่ค่ายอื่นทำไม่ได้

แต่ก็เห็นด้วยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
คงขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมั๊งครับ รายย่อยชนชั้นกลางในเมืองมีหลักฐานการเงิน การพิจารณาสินเชื่อทำได้ง่ายและเร็ว

แต่ลูกค้ารากหญ้าที่ไม่มีหลักฐานรายได้ที่แน่นอน อยู่ชนบทห่างไกล การพิจารณาคงไม่ง่าย
เห็นด้วยครับ
หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญมากในการทำธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลหรือเช่าซื้อ คือเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อ หรือที่เรียกว่า credit scoring เป็นการให้คำนวนคะแนนลูกค้าที่มาขอสินเชื่อตามคุณลักษณะต่างๆของลูกค้า เช่น เพศ ถ้าเป็นเพศหญิงอาจจะมีความรับผิดชอบมากกว่าเพศชาย ก็ได้คะแนนเยอะกว่า, เงินเดือน ลูกค้าถ้ามีเงินเดือนสูงก็ได้คะแนนสูง เป็นต้น สมมติคะแนนเต็ม100 ลูกค้าที่ได้คะแนนมากกว่า50 ก็อยู่ในเกณฑ์มีโอกาสเป็นลูกหนี้ที่ดีสูง ก็อนุมัติ ถ้าต่ำกว่านั้นก็ไม่อนุมัติ เป็นต้น

เกณฑ์การพิจาณาสินเชื่อที่แม่นยำ ทำให้มีโอกาสเกิดหนี้เสียต่ำ โอกาศประสบความสำเร็จก็สูง แต่ถ้าหากพิจาณาสินเชื่อไม่แม่นยำ รับลูกหนี้แย่ๆเข้ามาเยอะ หนี้เสียสูง ก็เจ๊ง

แต่ก่อนที่จะสร้าง credit scoring ที่ดีได้นั้น คุณก็ต้องมี ข้อมูลเยอะพอ หรือไม่ก็มี ประสบการณ์มากพอ ที่จะมาสามารถบอกได้ว่า คุณลักษณะไหนของลูกค้า ที่ควรเอามาคิดคะแนน และต้องให้คะแนนยังไง weight ยังไง ถูกมั้ยครับ

ทีนี้ผมมองว่า ปกติแบงค์หรือบริษัทที่ประกอบธุรกิจนี้ ส่วนใหญ่จะเน้นฐานลูกค้าที่มีstatement เพราะมันง่ายในการพิจารณาการให้สินเชื่อ โดยการเอา statement มาประกอบการให้คะแนน credit scoring แค่รู้ statement รายรับรายจ่ายต่อเดือน แค่นี้ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้น ผมว่า ถ้าผมมีเงินทุนเพียงพอ แล้วต้องการจะเข้ามาตั้งธุรกิจแข่งในอุตสาหกรรมนี้ ที่ผมสามารถทำได้คือ
1 สร้าง credit scoring โดยใช้ statement เป็นหลักในตอนแรก ในกรณีที่ไม่มีข้อมูลประวัติของลูกหนี้ในไทยเพียงพอ(อาจจะดูสุ่มเสี่ยง แต่ผมว่าการดูstatementเป็นหลักน่าจะช่วยให้มีโอกาสรับลูกหนี้แย่ๆน้อยลง)
2 สร้าง credit scoring โดยอาจจะเอาข้อมูลประวัติลูกหนี้และการชำระหนี้จากเครดิตบูโร สมมติคุณขอข้อมูลลูกหนี้ในไทยมาสัก 5000 คน คุณก็จะได้ข้อมูลว่าลูกหนี้คนไหนเป็นยังไง แล้วที่ผ่านมาเป็นลูกหนี้ที่ดีหรือแย่ แล้วก็เอามาสร้าง credit scoring model ได้
พูดง่ายๆคือแข่งได้ไม่ยากนัก ในความคิดผม

แต่ในกรณีที่เป็นฐานลูกค้ากลุ่มที่ไม่มี statement เป็นรากหญ้า การจะสร้าง credit scoring ที่ดีได้นั้น ต่างจากกลุ่มลูกค้ามนุษย์เงินเดือนมาก เช่น ไม่มีstatementให้ดูดังนั้น ข้อมูลด้านการเงินที่ลูกค้าบอกมาก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ก็เอามาweightในcredit scoring มากๆไม่ได้ ต้องดูคุณลักษณะอย่างอื่นเยอะ แม้กระทั่งต้องตามไปดูสภาพความเป้นอยู่ที่บ้านของเค้าว่าเป็นอยู่ยังไง ก็ต้องใช้ทรัพยากรบุคคลเยอะอีก
ต้องอาศัยประสบการณ์ที่เคยให้creditลูกค้ากลุ่มนี้มา ต้องมีข้อมูลลูกค้ากลุ่มนี้เพียงพอ...ลูกค้าของsingerจำนวนมากนะครับที่ไม่มีประวัติเครดิตบูโร..เพราะไม่มีที่ไหนเค้าให้สินเชื่อ...แล้วจะเอาข้อมูลลูกค้ากลุ่มนี้ที่ไหนไปสร้างcredit scoringละครับ??? ดังนั้นเป็นอะไรที่ต้องใช้ต้นทุนอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงินสูงมาก ทั้งต้นทุนระยะเวลาอันยาวนาน ต้นทุนความเสี่ยงสูง ต้นทุนประสบการณ์ singer ทำเช่นนี้ได้เนื่องจากประสบการณ์อันยาวนาน และการที่ใช้model ขายตรง ใช้พนักงานไปดูบ้านลูกค้าก็ทำให้ช่วยคัดกรองในระดับหนึ่ง...

ผมคิดว่านี่เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ว่าทำไมมีผู้เล่นน้อยราย....อาจจะsingerบริษัทเดียว ที่มีฐานลูกค้ากลุ่มนี้ และไม่ใช่กลุ่มที่ใครๆจะมาแย่งง่ายๆด้วย เป็นผม ต่อให้ผมมีเงินทุนมากพอ ผมก็คงไม่อยากลงมายุ่งฐานลูกค้ากลุ่มนี้เท่าไรหรอกครับ เปลืองตัว เพราะเหตุผลที่ผมบอกข้างบนน่ะแหละ

เขียนมาซะยืดยาว เพราะตอนนี้กำลังทำ thesis เรื่องนี้ครับ เอิ๊กๆ หวังว่าคงมีประโยชน์

ความยากจนในจิตใจ คือความยากจนที่แท้จริง

Proxity
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 322
Joined: Wed Nov 23, 2005 10:06 pm

Re: SINGER

Posts by Proxity » Thu Aug 30, 2012 5:21 pm

sakkaphan wrote: เป็นไปได้ไหมครับถ้า Singer จะออกบัตร Singer Plus มาให้เหมือน อิออนเเต่ไม่ใช่บัตรเครดิต เเต่สามารถเเสดงตนว่ามี เครดิตดี สามาผ่อนส่งกับทาง Singer ได้ เเล้วมาจับกลุ่มคนในเมือง เข้าใจว่า Singer คงอยากขายเฉพาะ Brand Singer เท่านั้น เเต่บัตรนี้ยังสามารถใช้เป็นบัตรลด% เมื่อผ่อนกับ Singer หรือบริการล้างเเอร์ฟรีหรือลด% จะได้กลุ่มลูกค้าในเมืองเพิ่มขึ้นได้บ้าง
เท่าที่ฟังจาก Opp Day ดูเหมือนทาง Singer ก็กำลังพิจารณาเพิ่มโอกาสจากการทำธุรกรรมทางการเงินอยู่แล้ว โดยมีใบอนุญาติ Pre-Loan ในมือ (ผมเข้าใจว่าเป็นเหมือนการให้สินเชื่อส่วนบุคคลแบบอิออน).. เพียงแต่ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา น่าจะเห็นเป็นรูปร่างมากขึ้นปีหน้า จึงตั้งเป็นบริษัทย่อย Singer Leasing ขึ้นมา (และบอกด้วยว่า ชื่อนี้ไม่ค่อยเหมาะทำให้คนเข้าใจผิด อาจจะต้องไปเปลี่ยนชื่อ เพราะไม่ได้เน้นมุ่ง Leasing แต่เป็นลักษณะ Hire Purchase และ Loan)

ผิดถูกอย่างไรวานแก้ไขครับ
ผมจับความจาก VDO OppDay


SS22
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 80
Joined: Sun Aug 19, 2007 11:18 am

Re: SINGER

Posts by SS22 » Thu Aug 30, 2012 5:29 pm

Jeng wrote:อิออน เข้ามาไม่นาน มีฐานสมาชิกบัตร 6 ล้านใบ

ถ้ามองในแง่ของการสร้างฐานสมาชิก ก็ไม่ใช่เรื่องที่ค่ายอื่นทำไม่ได้

แต่ก็เห็นด้วยว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ผมหมายถึง Transaction Cost + Information Cost คือ ต้นทุนของเวลาที่เราใช้เดินทางไปหาลูกค้า ประเภทที่ลูกค้าไม่ได้เดินเข้ามาหาเรา เพื่อขอสินเชื่อ ทำไม่ได้ในระยะเวลาสั้นๆครับ


sakkaphan
Verified User
Posts: 1111
Joined: Mon Dec 07, 2009 12:29 pm

Re: SINGER

Posts by sakkaphan » Thu Aug 30, 2012 5:38 pm

ลืมอีกอย่างครับ

จริงๆ มีอีกวิธีหนึ่ง ถ้าหากคิดจะเล่นในอุตสาหกรรมนี้ คือ ดึงตัวบุคคลาการฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อของบริษัทคู่แข่งมา แล้วก็ก๊อปปี้รูปแบบการพิจารณาสินเชื่อมาซะ
แบงค์หรือสถาบันการเงิน หรือบริษัทบัตรเครดิตทั่วไป ความคิดเห็นของผมคือ ถ้าใช้วิธีนี้ก็สบาย แข่งขันได้ทันที เพราะโมเดลธุรกิจในส่วนอื่นๆก็เหมือนๆกันหมด ต้องไปแข่งกันที่วงเงิน ดอกเบี้ย ฯลฯ
แต่ถ้ามีบริษัทคิดจะเข้ามาแข่งในกลุ่มลูกค้ารากหญ้า แล้วใช้วิธีดึงคนของsingerไปล่ะ
ในอดีต ก็มีบริษัทหนึ่ง เท่าที่ผมรู้ ใช้วิธีนี้ครับ ดึงคนของเราไป แต่ผลที่ได้คือ ไม่ประสบความสำเร็จ และก็เลิกแข่งไปทำอย่างอื่นต่อ
ผมคิดว่านี่เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่า การเน้นสินเชื่อกลุ่มลูกค้ารากหญ้า ไม่ใช่แค่มีเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เหมาะสมอย่างเดียวเท่านั้น ยังต้องมีอย่างอื่นด้วย เช่น ทรัพยากรบุคคลในการเข้าถึงและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า(นอกจากจะได้ดูสภาพความเป็นอยู่แล้ว ตอนเก็บค่างวดก็ไปเก็บที่บ้านลูกค้า แตกต่างจากระบบทั่วไปที่โอนเงินผ่านธนาคาร) แบรนด์ที่ได้รับการเชื่อถือมายาวนาน เป็นต้น หลายๆอย่างประกอบกัน กลายเป็นความ unique ของ singer

ความยากจนในจิตใจ คือความยากจนที่แท้จริง

chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Re: SINGER

Posts by chatchai » Thu Aug 30, 2012 6:09 pm

สิ่งหนึ่งที่ SINGER ได้เปรียบบริษัทอื่นที่จะเข้ามาแข่งขันด้วย
คือ การให้บริการหลังการขาย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้ากลุ่มรากหญ้ามาก


แล้วทำไม บริษัทอื่นถึงจะบริการแบบซิงเกอร์ไม่ได้
เนื่องจากต้นทุนในการบริการค่อนข้างสูง เพราะเป็นการให้บริการถึงบ้าน


แต่ทำไมซิงเกอร์ทำได้
ก็เพราะซิงเกอร์ได้บวกต้นทุนในการให้บริการเข้าไปในราคาสินค้าแล้ว บริษัทจะขายแต่สินค้าตรา SINGER เท่านั้น รวมทั้งจำหน่ายระบบเช่าซื้อ ผ่อนชำระเป็นงวดๆ ทำให้ลูกค้าเปรียบเทียบราคาไม่ชัดเจน


แล้วทำไมคู่แข่งจะบวกต้นทุนค่าบริการไม่ได้
เพราะบริษัทอื่น ไม่มีตราสินค้าของตัวเอง จำหน่ายสินค้ายี่ห้อที่มีอยู่ตามท้องตลาด ทำให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบได้ง่าย เหมือนตอนที่ SINGER จำหน่ายรถจักรยานยนต์ มีมาร์จิ้นต่ำมาก ต่างจากปัจจุบันที่มีมาร์จิ้นเกิน 40% ขึ้นไป

ยิ่งตลาดตู้หยอดเหรียญต่างๆ มีคู่แข่งที่ชัดเจนไม่มากนัก ผมว่ายิ่งนานวันเข้า ลูกค้าจะมีความเข้าใจว่า ถ้าคิดซื้อตู้หยอดเหรียญ ต้อง SINGER

แต่สำหรับผู้ถือหุ้น SINGER คงจะจำสโลแกนนี้ได้แม่น ทุกสิ่งเป็นจริงได้ที่ซิงเกอร์

จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี

Proxity
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 322
Joined: Wed Nov 23, 2005 10:06 pm

Re: SINGER

Posts by Proxity » Thu Aug 30, 2012 6:21 pm

sakkaphan wrote:ลืมอีกอย่างครับ

จริงๆ มีอีกวิธีหนึ่ง ถ้าหากคิดจะเล่นในอุตสาหกรรมนี้ คือ ดึงตัวบุคคลาการฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อของบริษัทคู่แข่งมา แล้วก็ก๊อปปี้รูปแบบการพิจารณาสินเชื่อมาซะ
แบงค์หรือสถาบันการเงิน หรือบริษัทบัตรเครดิตทั่วไป ความคิดเห็นของผมคือ ถ้าใช้วิธีนี้ก็สบาย แข่งขันได้ทันที เพราะโมเดลธุรกิจในส่วนอื่นๆก็เหมือนๆกันหมด ต้องไปแข่งกันที่วงเงิน ดอกเบี้ย ฯลฯ
แต่ถ้ามีบริษัทคิดจะเข้ามาแข่งในกลุ่มลูกค้ารากหญ้า แล้วใช้วิธีดึงคนของsingerไปล่ะ
ในอดีต ก็มีบริษัทหนึ่ง เท่าที่ผมรู้ ใช้วิธีนี้ครับ ดึงคนของเราไป แต่ผลที่ได้คือ ไม่ประสบความสำเร็จ และก็เลิกแข่งไปทำอย่างอื่นต่อ
ผมคิดว่านี่เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่า การเน้นสินเชื่อกลุ่มลูกค้ารากหญ้า ไม่ใช่แค่มีเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เหมาะสมอย่างเดียวเท่านั้น ยังต้องมีอย่างอื่นด้วย เช่น ทรัพยากรบุคคลในการเข้าถึงและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า(นอกจากจะได้ดูสภาพความเป็นอยู่แล้ว ตอนเก็บค่างวดก็ไปเก็บที่บ้านลูกค้า แตกต่างจากระบบทั่วไปที่โอนเงินผ่านธนาคาร) แบรนด์ที่ได้รับการเชื่อถือมายาวนาน เป็นต้น หลายๆอย่างประกอบกัน กลายเป็นความ unique ของ singer
เรื่องดึงคนจากฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อมาทำงาน ผมคิดว่ามีปัญหาแน่ๆ เพราะคนวิเคราะห์สินเชื่อแบบธนาคารหรือไฟแนนซ์ จะไม่ยอมปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า Singer (ใน Opp Day เช่นกัน บอกว่ามีปัญหามากตอนปรับระบบการให้สินเชื่อ จากพนักงานกลายเป็นส่วนกลาง เพราะพนักงานเคยขายกับลูกค้าเป็นสิบปี ไม่มีประวัติเสียหาย พอให้ส่วนกลางพิจารณา โดยที่ไม่เคยรู้จักลูกค้าเลย กลายเป็นไม่สามารถขายสินค้าได้) ผมว่า Singer ต้องสร้างระบบพิจารณาสินเชื่อขึ้นมา หรือไม่ก็ศึกษาจาก Micro-Financing อย่างประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน เช่นศรีลังกา หรือ Gramine Bank ฯลฯ

ผมมองว่าเรื่องนี้เป็น upside สำหรับปี 2014 มากกว่า ไม่อยากให้เร่งทำแล้วเกิดปัญหา เพราะเท่าที่เป็นอยู่นี่ ดูเหมือนคุณบุญยงก็มั่นใจว่าปี 2012 - 2013 ก็สามารถเติบโตได้จาก MMM ที่มีโอกาสอยู่มาก ส่วนเรื่อง Micro-finance ก็ดูนโยบายรัฐด้วยว่าสนับสนุนหรือเปล่า


sakkaphan
Verified User
Posts: 1111
Joined: Mon Dec 07, 2009 12:29 pm

Re: SINGER

Posts by sakkaphan » Thu Aug 30, 2012 7:31 pm

Proxity wrote:
sakkaphan wrote:ลืมอีกอย่างครับ

จริงๆ มีอีกวิธีหนึ่ง ถ้าหากคิดจะเล่นในอุตสาหกรรมนี้ คือ ดึงตัวบุคคลาการฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อของบริษัทคู่แข่งมา แล้วก็ก๊อปปี้รูปแบบการพิจารณาสินเชื่อมาซะ
แบงค์หรือสถาบันการเงิน หรือบริษัทบัตรเครดิตทั่วไป ความคิดเห็นของผมคือ ถ้าใช้วิธีนี้ก็สบาย แข่งขันได้ทันที เพราะโมเดลธุรกิจในส่วนอื่นๆก็เหมือนๆกันหมด ต้องไปแข่งกันที่วงเงิน ดอกเบี้ย ฯลฯ
แต่ถ้ามีบริษัทคิดจะเข้ามาแข่งในกลุ่มลูกค้ารากหญ้า แล้วใช้วิธีดึงคนของsingerไปล่ะ
ในอดีต ก็มีบริษัทหนึ่ง เท่าที่ผมรู้ ใช้วิธีนี้ครับ ดึงคนของเราไป แต่ผลที่ได้คือ ไม่ประสบความสำเร็จ และก็เลิกแข่งไปทำอย่างอื่นต่อ
ผมคิดว่านี่เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่า การเน้นสินเชื่อกลุ่มลูกค้ารากหญ้า ไม่ใช่แค่มีเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เหมาะสมอย่างเดียวเท่านั้น ยังต้องมีอย่างอื่นด้วย เช่น ทรัพยากรบุคคลในการเข้าถึงและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า(นอกจากจะได้ดูสภาพความเป็นอยู่แล้ว ตอนเก็บค่างวดก็ไปเก็บที่บ้านลูกค้า แตกต่างจากระบบทั่วไปที่โอนเงินผ่านธนาคาร) แบรนด์ที่ได้รับการเชื่อถือมายาวนาน เป็นต้น หลายๆอย่างประกอบกัน กลายเป็นความ unique ของ singer
เรื่องดึงคนจากฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อมาทำงาน ผมคิดว่ามีปัญหาแน่ๆ เพราะคนวิเคราะห์สินเชื่อแบบธนาคารหรือไฟแนนซ์ จะไม่ยอมปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า Singer (ใน Opp Day เช่นกัน บอกว่ามีปัญหามากตอนปรับระบบการให้สินเชื่อ จากพนักงานกลายเป็นส่วนกลาง เพราะพนักงานเคยขายกับลูกค้าเป็นสิบปี ไม่มีประวัติเสียหาย พอให้ส่วนกลางพิจารณา โดยที่ไม่เคยรู้จักลูกค้าเลย กลายเป็นไม่สามารถขายสินค้าได้) ผมว่า Singer ต้องสร้างระบบพิจารณาสินเชื่อขึ้นมา หรือไม่ก็ศึกษาจาก Micro-Financing อย่างประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน เช่นศรีลังกา หรือ Gramine Bank ฯลฯ

ผมมองว่าเรื่องนี้เป็น upside สำหรับปี 2014 มากกว่า ไม่อยากให้เร่งทำแล้วเกิดปัญหา เพราะเท่าที่เป็นอยู่นี่ ดูเหมือนคุณบุญยงก็มั่นใจว่าปี 2012 - 2013 ก็สามารถเติบโตได้จาก MMM ที่มีโอกาสอยู่มาก ส่วนเรื่อง Micro-finance ก็ดูนโยบายรัฐด้วยว่าสนับสนุนหรือเปล่า
ที่ผมเขียนข้างบนคือ ผมเขียนต่อจากเรื่อง credit scoring ในความเห็นก่อนหน้านี้น่ะครับ ผมไม่ได้หมายความว่าให้singerไปดึงคนของธนาคารมานะครับ :D พอดีลืมนึกไปเลยมาเขียนทีหลัง...อาจทำให้สับสนไปหน่อย :oops:
ส่วนเรื่องที่ว่า singer ต้องสร้างระบบพิจารณาสินเชื่อขึ้นมา... ตอนนี้ก็ทำอยู่ครับ เพียงแต่สร้าง credit scoring จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นหลัก...ซึ่งก็มีความแม่นยำอยู่พอสมควร แต่อาจจะทำให้มันแม่นยำกว่านี้ได้อีก ที่ผมศึกษาในthesis ก็คือการสร้าง credit scoring โดยใช้เทคนิค data mining น่ะครับ พูดง่ายๆคือ สกัดข้อมูลจำนวนมากจากฐานข้อมูลมาช่วยออกแบบในการสร้างcredit scoring ซึ่งน่าจะส่งผลให้การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นน่ะครับ

ความยากจนในจิตใจ คือความยากจนที่แท้จริง

chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Re: SINGER

Posts by chatchai » Thu Aug 30, 2012 9:04 pm

วันนี้คุยกับเพื่อน คุยกันว่า ถ้าช่วงเดือนตุลาคมปีก่อน ช่วงน้ำท่วม ราคาหุ้นอยู่แถวๆ 4 บาทกว่าๆ เกิดมีใครมาตั้ง Tender Offer ที่ 10 บาท แล้วเกิดใจอ่อนขายไป ตอนนี้คงมานั่งเสียดายแน่ๆเลย

ตรงกันข้าม ถ้าใครได้ซื้อหุ้นแถว 4 บาทกว่า ช่วงเดือนตุลาคม ถึงวันนี้คงพอจะบอกได้แล้วว่าซื้อหุ้นได้ที่ P/E ต่ำมากๆ ยินดีด้วยครับ

จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี

User avatar
HorseVision
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 513
Joined: Wed Feb 08, 2006 3:56 pm

Re: SINGER

Posts by HorseVision » Thu Aug 30, 2012 9:22 pm

เสริมในส่วนที่ผมพอรู้และพอเข้าใจนะครับ
รูปแบบการพิจารณาสินเชื่อที่บริษัทให้แก่ลูกค้า ดูเหมือนเป็นการพิจารณาแบบ One to One คือบริษัท ถึง ลูกค้า
แต่จริงๆ แล้วจะเป็นแบบ Many to One คือภายใน"บริษัท"จะมีลำดับขั้นการพิจารณาเครดิตการขาย หรือเปรียบเป็นสินเชื่อเป้ายอดขาย โดยนอกจากพิจารณาจากศักยภาพของพื้นที่ขายแล้วยังพิจารณาจากประสิทธิภาพการดูแลสินเชื่อของทีมงานขายที่ได้แบ่งไว้ โดยภายในจะมีลำดับการพิจารณา เริ่มจาก ผู้จัดการเขต -> ผู้จัดการภาค -> ผู้จัดการสาขา -> พนักงานขาย สุดท้ายค่อยไปสู่ลูกค้า
(ผมขอกล่าวเสริมเฉพาะส่วนภายในแล้วกันครับ)
การพิจารณาการให้สินเชื่อแก่ลูกค้า คนที่มีบทบาทและเป็นผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบเป็นลำดับต้น ก็คือ พนักงานขายแล้วจึงค่อยไล่ขึ้นมา ในส่วนนี้ผมคิดว่ามีความแตกต่างจากบริษัทอื่นที่ให้บริการสินเชื่อผ่านบัตร เพราะพนักงานขายของบริษัทซิงเกอร์จะมีฐานเครดิตการขายในจำนวนวงเงินหนึ่ง เช่น 5 แสนบาท หรือ 1 ล้านบาท โดยวงเงินนี้จะค่อยๆ ลดลงตามจำนวนการขายสินค้าพร้อมการให้สินเชื่อ ซึ่งฐานของวงเงินนี้กับคุณภาพของสินเชื่อที่พนักงานขายปล่อยให้แก่ลูกค้่าจะมีผลต่อพนักงานขายรายนั้นๆ คือ ถ้าพนักงานขายสามารถขายสินค้าได้มากและขายให้แก่ลูกค้าชั้นดี บริษัทก็จะปรับฐานเครดิตการขายในจำนวนวงเงินที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าทำได้ในทางตรงข้าม ฐานเครดิตการขายในจำนวนวงเงินที่ลดลง ฐานเครดิตการขายที่ถือเป็นแหล่งก่อรายได้ของพนักงานขาย เพราะพนักงานขายไม่มีเงินเดือน แต่จะมีรายได้จาก 3 ส่วน
1. ค่าคอมมิชชั่นการขาย
2. ค่าคอมมิชชั่นการเก็บค่างวด
3. ค่า incentive อื่นๆ
ถ้าทำผลงานได้ดีฐานรายได้ก็จะค่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆตาม
ที่กล่าวมาเมื่อพิจารณาขึ้นมายังระดับผู้จัดการสาขา ผู้จักการภาค และผู้จัดการเขต ก็จะมีการรับผิดชอบเป็นลำดับกันไป (เหมือนการทำงานของแต่ละส่วนจะส่งผลต่ออนาคตการงานซึ่งกันและกัน) ดังนั้นจะเห็นว่าการควบคุมภายในของบริษัทนั้นจะมีการควบคุมค่อนข้างมาก และมีความแตกต่างจากบริษัทบัตรเครดิตหรือสินเชื่ออื่นค่อนข้างมาก แต่ก็ต่างกันตามโมเดลธุรกิจที่ต่างกันไปด้วย
การควบคุมภายในส่วนนี้ก็อาจมีทั้งข้อดีและข้อเสีย คือถ้าควบคุมโดยใช้หลักเกณฑ์ที่เคร่งครัดเกินไปจำนวนบัญชีลูกค้าสินเชื่อก็เพิ่มได้ช้าแต่คุณภาพดี แต่ถ้าไม่ควมคุมให้ดีก็จะได้บัญชีลูกค้าสินเชื่อจำนวนมากแต่ด้อยคุณภาพมากตาม ตรงนี้บริษัทก็ต้องปรับสมดุลให้ดีครับ ซึ่ง NPL ปัจจุบันที่ราว 4% ผมว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ
จริงๆ ในงาน OppDay ผมอยากถามผู้บริหารเรื่องเป้า NPL ระยะยาวที่ทางบริษัทต้องการควบคุม  แต่พอดีมาช้า นั่งโต๊ะหลังสุด ไม่มีไมค์เลยไม่ได้ถาม เพราะ NPL ถือว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจนี้ เสริมเท่านี้แล้วกันครับ

(พี่ Ii'8N และคุณ Sakkaphan กลับมาโพส์ท ได้ใจไปหลาย like เยี่ยมครับ :D )

Facts are better than opinions

User avatar
HorseVision
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 513
Joined: Wed Feb 08, 2006 3:56 pm

Re: SINGER

Posts by HorseVision » Thu Aug 30, 2012 9:26 pm

chatchai wrote:วันนี้คุยกับเพื่อน คุยกันว่า ถ้าช่วงเดือนตุลาคมปีก่อน ช่วงน้ำท่วม ราคาหุ้นอยู่แถวๆ 4 บาทกว่าๆ เกิดมีใครมาตั้ง Tender Offer ที่ 10 บาท แล้วเกิดใจอ่อนขายไป ตอนนี้คงมานั่งเสียดายแน่ๆเลย

ตรงกันข้าม ถ้าใครได้ซื้อหุ้นแถว 4 บาทกว่า ช่วงเดือนตุลาคม ถึงวันนี้คงพอจะบอกได้แล้วว่าซื้อหุ้นได้ที่ P/E ต่ำมากๆ ยินดีด้วยครับ
ผมเอาใกล้กว่านั้นแล้วกันครับ อันนี้ผมจำแม่น
หลังงบ Q1/55 ออก กำไรเพิ่ม QoQ 120% แต่อีกอาทิตย์สองอาทิตย์ให้หลังราคาลงไปเกือบ 9 บาท ใครลงทุนในช่วงนั้น แค่นี่ผมก็ดีใจแทนด้วยแล้วครับ :) ผมยังบอกเพื่อนให้ลงทุนเพราะถูกกว่าต้นทุนผมอีก

Facts are better than opinions

User avatar
HorseVision
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 513
Joined: Wed Feb 08, 2006 3:56 pm

Re: SINGER

Posts by HorseVision » Thu Aug 30, 2012 9:28 pm

โทษครับต้องเป็น YoY Q1-55 เทียบ Q1-54 ครับ

Facts are better than opinions

เกล้า
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1160
Joined: Thu Jul 15, 2010 12:19 pm

Re: SINGER

Posts by เกล้า » Thu Aug 30, 2012 9:31 pm

chatchai wrote:วันนี้คุยกับเพื่อน คุยกันว่า ถ้าช่วงเดือนตุลาคมปีก่อน ช่วงน้ำท่วม ราคาหุ้นอยู่แถวๆ 4 บาทกว่าๆ เกิดมีใครมาตั้ง Tender Offer ที่ 10 บาท แล้วเกิดใจอ่อนขายไป ตอนนี้คงมานั่งเสียดายแน่ๆเลย

ตรงกันข้าม ถ้าใครได้ซื้อหุ้นแถว 4 บาทกว่า ช่วงเดือนตุลาคม ถึงวันนี้คงพอจะบอกได้แล้วว่าซื้อหุ้นได้ที่ P/E ต่ำมากๆ ยินดีด้วยครับ
พี่ฉัตรครับผมก็มาขอสารภาพครับ..ตอนนั้นที่ผมเข้ามาตอนราคาแถวนั้น..ยอมรับครับว่าสั่น
ผมคิดในใจง่ายๆว่าอย่างเดียว..ซิงเกอร์เอ๋ยเธอควรมีมาเก็ตแคปที่เท่าไหร่..3000พันล้าน
พอเป็นไปได้ไหมในอนาคตต่อจากนี้..เธอทำตลาดในนี้มาช้านานเป็นแบรนด์เก่าแก่..และแลผู้บริหารก็แลดูมีวิสัยทัศน์ค่อนข้างรักษาคำพูด..และมีความมุ่งมั่น..ก็พอเป็นหลักได้ในการลงทุนระยะยาวและถ้ายิ่งสังเกตุในช่วงที่ผ่านมา..เริ่มมีปัจจัยในเชิงคุณภาพที่ดีขึ้นต่อเนื่องออกมาให้เห็นในการดำเนินงาน..และส่งผลมายังในปัจจัยเชิงปริมาณสู่งบการเงินเป็นเครื่องยืนยัน..งบก็อ่านเข้าใจง่ายมีการชี้แจงค่อนข้างละเอียดคนอ่อนบัญชีอย่างผมก็ยังพอเข้าใจได้เลย..เอาน่าถ้าเขาทำได้ดีอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆเราต้องได้เห็น..วันนั้นคิดแค่นั้นครับยอมรับตรงๆแต่พอได้เห็นภาพๆนึงตอนงาน ออพเดย์..ที่ลูกค้าพายเรือมาส่งค่างวดตอนน้ำท่วม
จิตใจมันเริ่มผ่านคลายอย่างบอกไม่ถูก..ก็ขอสารภาพเพียงเท่านี้ครับสำหรับตอนนั้น..

ควรทุ่มเทเจริญให้มาก..ในงานที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง..

sci
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 678
Joined: Wed Jan 17, 2007 7:01 pm

Re: SINGER

Posts by sci » Thu Aug 30, 2012 9:36 pm

chatchai wrote:วันนี้คุยกับเพื่อน คุยกันว่า ถ้าช่วงเดือนตุลาคมปีก่อน ช่วงน้ำท่วม ราคาหุ้นอยู่แถวๆ 4 บาทกว่าๆ เกิดมีใครมาตั้ง Tender Offer ที่ 10 บาท แล้วเกิดใจอ่อนขายไป ตอนนี้คงมานั่งเสียดายแน่ๆเลย

ตรงกันข้าม ถ้าใครได้ซื้อหุ้นแถว 4 บาทกว่า ช่วงเดือนตุลาคม ถึงวันนี้คงพอจะบอกได้แล้วว่าซื้อหุ้นได้ที่ P/E ต่ำมากๆ ยินดีด้วยครับ
โชคดีที่ได้ดูเทป ที่คุณบุญยงออกรายการ มันนี่ทอล์ค เกิดความประทับใจและติดตาม ดูผลประกอบการ
แต่ลงทุนซื้อ ปุ๊บ ร่วงปั๊บ ยังดีที่ทยอย ซื้อที่ราคาแถว4 บาทอย่างที่ว่า แต่มีคนขายน้อยมาก แทบจะไม่มีการซื้อขาย
และดีที่ยังไม่ได้ขายออกไป
หุ้นแบบนี้ผมใช้ PE ประเมินออกมา แทบจะขายอยู่ตลอด เลยต้องประเมินจากการเติบโตจากอนาคตแทน
ไม่งั้นจะพลาดแบบ หุ้นเครื่องสำอางค์ ที่ขึ้นมาตั้ง 7เด้ง


MrRobot
Verified User
Posts: 1291
Joined: Fri Dec 07, 2007 9:06 pm

Re: SINGER

Posts by MrRobot » Thu Aug 30, 2012 9:40 pm

HorseVision wrote:
chatchai wrote:วันนี้คุยกับเพื่อน คุยกันว่า ถ้าช่วงเดือนตุลาคมปีก่อน ช่วงน้ำท่วม ราคาหุ้นอยู่แถวๆ 4 บาทกว่าๆ เกิดมีใครมาตั้ง Tender Offer ที่ 10 บาท แล้วเกิดใจอ่อนขายไป ตอนนี้คงมานั่งเสียดายแน่ๆเลย

ตรงกันข้าม ถ้าใครได้ซื้อหุ้นแถว 4 บาทกว่า ช่วงเดือนตุลาคม ถึงวันนี้คงพอจะบอกได้แล้วว่าซื้อหุ้นได้ที่ P/E ต่ำมากๆ ยินดีด้วยครับ
ผมเอาใกล้กว่านั้นแล้วกันครับ อันนี้ผมจำแม่น
หลังงบ Q1/55 ออก กำไรเพิ่ม QoQ 120% แต่อีกอาทิตย์สองอาทิตย์ให้หลังราคาลงไปเกือบ 9 บาท ใครลงทุนในช่วงนั้น แค่นี่ผมก็ดีใจแทนด้วยแล้วครับ :) ผมยังบอกเพื่อนให้ลงทุนเพราะถูกกว่าต้นทุนผมอีก
ผมมาสารภาพครับว่าผมทำตรงข้างอะครับ ทั้งตอนน้ำท่วม ตอนประกาศผลไตรมาส 1 ผม ปรับจากตัวอื่นมาที่นี่ทั้ง 2 รอบเลยครับ เเต่คิดว่าคุ้มค่าครับในตอนนั้น ตอนนี้ก็ยังคิดว่าคุ้มค่าอยู่

VI Robot The Great

sakkaphan
Verified User
Posts: 1111
Joined: Mon Dec 07, 2009 12:29 pm

Re: SINGER

Posts by sakkaphan » Thu Aug 30, 2012 11:14 pm

เกล้า wrote:
chatchai wrote:วันนี้คุยกับเพื่อน คุยกันว่า ถ้าช่วงเดือนตุลาคมปีก่อน ช่วงน้ำท่วม ราคาหุ้นอยู่แถวๆ 4 บาทกว่าๆ เกิดมีใครมาตั้ง Tender Offer ที่ 10 บาท แล้วเกิดใจอ่อนขายไป ตอนนี้คงมานั่งเสียดายแน่ๆเลย

ตรงกันข้าม ถ้าใครได้ซื้อหุ้นแถว 4 บาทกว่า ช่วงเดือนตุลาคม ถึงวันนี้คงพอจะบอกได้แล้วว่าซื้อหุ้นได้ที่ P/E ต่ำมากๆ ยินดีด้วยครับ
ขอโม้นิดนึงครับเอิ๊กๆ ตอนที่เก็บตอนนั้น ผมถึงกับเอามาฝันเลยครับ ฝันว่าอะไรจำไม่ได้ แต่เข้าไปsearch หาความหมายในgoogle แปลได้ว่า กำลังจะได้ลาภก้อนใหญ่ 55555555 ผมเอาไปโม้แฟนใหญ่เลย ราคาลงเอาๆ แต่ผมกลับรู้สึกตื่นเต้นมากๆที่ได้ซัดเต็มๆที่ราคานั้น... ช่วงนี้ก็กินบุญเก่าอย่างเดียวเลย-_-' ไม่ค่อยได้ตามไม่ค่อยได้ศึกษาเพิ่มเติมเลยครับ ยังสงสัยอยู่ว่าในอนาคตจะมีโอกาสด้านการลงทุนเจ๋งๆแบบนั้นอีกรึป่าวหนออ เพราะค่อนข้างขี้เกียจ-_-' (แต่พี่ฉัตรชัยน่าจะต้นทุนต่ำกว่า4บาทเยอะ ตอนนี้10เด้งแล้วมั้ง)

ปล. วันนี้บอร์ดคึกคักดีแฮะ :D
ปล2. พี่ horse ครับ ผมก็ตามอยู่เรื่อยๆแต่ไม่บ่อยเหมือนเมื่อก่อน แล้วพอดีคราวนี้มันตรงกับที่ผมกำลังค้นคว้าอยู่พอดี.. ว่าแต่พี่horseโปรเจคพี่เป็นไงมั่งครับคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

ความยากจนในจิตใจ คือความยากจนที่แท้จริง

child_temple
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 126
Joined: Sat Dec 19, 2009 6:56 pm

Re: SINGER

Posts by child_temple » Fri Aug 31, 2012 5:44 am

ไม่ได้มาโม้ซะนานขอแจมบ้าง ผมเริ่มศึกษา SINGER ก่อนเข้าไปมิตติ้ง VI ภาคใต้ กับ พี่ โจ ลูกอิสาน เมื่อราวๆ ปลายปี 2010
ตอนจับกลุ่มคุย เท่าที่พอจำได้ลางๆ แทบไม่มีใครสนใจเท่าไหร่เลย แต่ตอนนั้นผมเองก็ยังไม่ได้เข้าลงทุน เพียงแค่อยากนำเสนอตอนพูดคุยเผื่อได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน ...แล้วพี่ โจ ก็พูดขึ้นมา "ให้จับตาดูตู้เติมเงินมือถือ ว่าจะเป็นอย่างไร" (ประโยคนี้ผมจำได้แม่น)
ในช่วงเวลานั้นภาพของ MMM ยังดูคลุมเคลือสำหรับตัวผม เลยจับตามองผลงานของบริษัทอีกไตรมาส หลังจากผลการดำเนินงานเฉลย
เห็นการเติบโตของยอดขายสินค้าตัวนี้เป็นเท่าตัวเลยตัดสินใจลงทุนจวบจนทุกวันนี้ .... :D :)

Great businesses selling at a discount to their intrinsic value may also define as "Value Investment"

MANITS
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 165
Joined: Sun May 22, 2005 11:20 pm

Re: SINGER

Posts by MANITS » Fri Aug 31, 2012 10:23 am

chatchai wrote:วันนี้คุยกับเพื่อน คุยกันว่า ถ้าช่วงเดือนตุลาคมปีก่อน ช่วงน้ำท่วม ราคาหุ้นอยู่แถวๆ 4 บาทกว่าๆ เกิดมีใครมาตั้ง Tender Offer ที่ 10 บาท แล้วเกิดใจอ่อนขายไป ตอนนี้คงมานั่งเสียดายแน่ๆเลย

ตรงกันข้าม ถ้าใครได้ซื้อหุ้นแถว 4 บาทกว่า ช่วงเดือนตุลาคม ถึงวันนี้คงพอจะบอกได้แล้วว่าซื้อหุ้นได้ที่ P/E ต่ำมากๆ ยินดีด้วยครับ
ช่วงนำ้ท่วมกะวิกฤติยุโรปปลายปีที่แล้วไม่มีสมาธิในการลงทุนเลยมัวแต่ดูข่าวว่าเมื่อไหร่นำ้จะมาถึงบ้าน แต่หลังจากได้ดู oppday. Q3 ของบริษัทฯ ทำให้เกิดความมั่นใจในตัวบริษัทฯและผบห.มากขึ้นก็เลยทยอยซื้อมาเรื่อยๆ ตอนนี้คิดว่าเราได้ลงทุนกับบริษัทที่ดี มีโอกาสที่จะเติบโตในอนาคตอีกมาก ผบห.เก่ง มีธรรมาภิบาล ยินดีกับผถห.ทุกท่านด้วยครับ

MANITS

chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Re: SINGER

Posts by chatchai » Fri Aug 31, 2012 11:48 am

มีคนทำประเมินมูลค่าของ SINGER ครับ ลองเข้าไปศึกษากันครับ

http://thailandstockinvestment.blogspot ... _1887.html

อ่านแล้วใครเข้าใจ ช่วยอธิบายหน่อยครับ

จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี

sakkaphan
Verified User
Posts: 1111
Joined: Mon Dec 07, 2009 12:29 pm

Re: SINGER

Posts by sakkaphan » Fri Aug 31, 2012 12:54 pm

chatchai wrote:มีคนทำประเมินมูลค่าของ SINGER ครับ ลองเข้าไปศึกษากันครับ

http://thailandstockinvestment.blogspot ... _1887.html

อ่านแล้วใครเข้าใจ ช่วยอธิบายหน่อยครับ
เค้าdcf ครับ พี่ลองคลิกลิงค์ตรงคำว่า "องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง" ดูครับ
แล้วเค้าก็แยกเป็นกรณีๆ กรณีกำไรเพิ่มเป็นเส้นโค้ง กรณีเพิ่มเป็นเส้นตรง แล้วก็กรณีกำไรไม่เพิ่ม มั้ง แล้วก็ให้ค่าโอกาสที่จะเกิดแต่ละกรณี ซึ่งก็คิดขึ้นเอง
แล้วใช้ค่าexpectated value คำนวณมูลค่าบริษัทเอา exp(value) = prob.case1*value.case1 + prob.case2*value.case2 + prob.case3*value.case3

ความยากจนในจิตใจ คือความยากจนที่แท้จริง

kraikria
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1153
Joined: Mon Feb 14, 2005 9:50 pm

Re: SINGER

Posts by kraikria » Fri Aug 31, 2012 12:58 pm

chatchai wrote:มีคนทำประเมินมูลค่าของ SINGER ครับ ลองเข้าไปศึกษากันครับ

http://thailandstockinvestment.blogspot ... _1887.html

อ่านแล้วใครเข้าใจ ช่วยอธิบายหน่อยครับ
ใช้ model ในการ forecast โดยใส่ความน่าจะเป็นของแต่ละเหตุการณ์ลงไป

ผมคิดว่าตัวแปรที่ support ยัง weak นะครับ และก็ไม่เคยเห็น Value Investor ท่านใดใช้วิธีนี้

ไม่ควรลงทุนอะไร ถ้าไม่รู้สึกสบายใจในสิ่งนั้น

MrRobot
Verified User
Posts: 1291
Joined: Fri Dec 07, 2007 9:06 pm

Re: SINGER

Posts by MrRobot » Fri Aug 31, 2012 2:09 pm

sakkaphan wrote:
chatchai wrote:มีคนทำประเมินมูลค่าของ SINGER ครับ ลองเข้าไปศึกษากันครับ

http://thailandstockinvestment.blogspot ... _1887.html

อ่านแล้วใครเข้าใจ ช่วยอธิบายหน่อยครับ
เค้าdcf ครับ พี่ลองคลิกลิงค์ตรงคำว่า "องค์ประกอบของมูลค่าที่แท้จริง" ดูครับ
แล้วเค้าก็แยกเป็นกรณีๆ กรณีกำไรเพิ่มเป็นเส้นโค้ง กรณีเพิ่มเป็นเส้นตรง แล้วก็กรณีกำไรไม่เพิ่ม มั้ง แล้วก็ให้ค่าโอกาสที่จะเกิดแต่ละกรณี ซึ่งก็คิดขึ้นเอง
แล้วใช้ค่าexpectated value คำนวณมูลค่าบริษัทเอา exp(value) = prob.case1*value.case1 + prob.case2*value.case2 + prob.case3*value.case3
มันคล้ายๆกับค่า expectation value มากครับ เเต่ไม่มีค่าของ loss ในกรณีขาดทุน ผมเคยเห็นนัก Technical บางท่านประเมินเเบบนี้ว่าโอกาสเเพ้ limit loss เท่าไหร่ โอกาสชนะ take Profit เเล้วถ้าค่าที่ได้เป็นบวกก็จะเข้าไปเก็งกำไร ถ้าค่าติดลบโอการเเพ้มากกว่าก็จะไม่เข้าไปเล่นหุ้นตัวนั้นๆ อะไรประมาณนั้นครับ

VI Robot The Great

nisit_s
Verified User
Posts: 41
Joined: Fri Nov 25, 2011 1:00 pm

Re: SINGER

Posts by nisit_s » Fri Aug 31, 2012 5:29 pm

chatchai wrote:มีคนทำประเมินมูลค่าของ SINGER ครับ ลองเข้าไปศึกษากันครับ

http://thailandstockinvestment.blogspot ... _1887.html

อ่านแล้วใครเข้าใจ ช่วยอธิบายหน่อยครับ
คลิกตัวอักษรที่เป็นสีฟ้า จะเข้าหน้าอื่นๆ ไปเรื่อยๆ ได้อีกหลายหน้าครับ จะได้อ่านกันตั้งแต่ตอนแรกๆ


User avatar
chuyoo
Verified User
Posts: 439
Joined: Sat Jun 20, 2009 4:46 pm

Re: SINGER

Posts by chuyoo » Sat Sep 01, 2012 8:08 pm

:wink: ตอนลงทุน Singer ทางบ้านร้องยี้...บริษัทคร่ำครีขายแตจักรเย็บผ้า...แต่ตอนนี้ถามแต่ว่าทำไมไม่ลงทุนให้บ้าง??
...Growth Stock...ยอดเยี่ยมค่ะ...


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: SINGER

Posts by ส.สลึง » Sat Sep 01, 2012 8:52 pm

ก็นั่นน่ะสิครับ

ทำไมไม่ลงทุนให้มั่ง :mrgreen:


User avatar
kongkiti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 5828
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: SINGER

Posts by kongkiti » Sat Sep 01, 2012 10:42 pm

'ซิงเกอร์' คาดไตรมาส 3/55 รายได้โต 20%
http://singer.listedcompany.com/newsroo ... urakij.pdf

SINGER กำไรพุ่ง ทุบสถิติรอบ 10 ปี จ้องบุกตลาดพม่า
http://singer.listedcompany.com/newsroo ... anhoon.pdf

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: SINGER

Posts by Ii'8N » Mon Sep 03, 2012 5:59 pm

Mission CEO ภารกิจพิชิตเป้า คงต้องรอ IR ถ้ามี news clip
เพราะไม่เคยเห็นคอลัมน์นี้มีใน online

ตัวอย่างของบริษัทอื่นๆ
https://www.google.com.kh/search?q=miss ... =670&ion=1


ส่วนคุยกับอ.นิเวศน์ ปกติไม่เคยเห็นคอลัมน์นี้มีใน online เหมือนกัน ยกเว้นบางทีมี e-news เผยแพร่นักลงทุนจาก broke
พอดีคุณ pakapong_u เอามา post ลงเมื่อบ่ายพอดี

http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=1&t=53222


User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: SINGER

Posts by Ii'8N » Mon Sep 03, 2012 6:01 pm

แก้ link Mission CEO
มันเพี้ยน

https://www.google.com/search?q=mission ... annel=fflb


User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: SINGER

Posts by Ii'8N » Mon Sep 03, 2012 6:11 pm

คุณบุญยง ในคอลัมน์นี้ เมื่อครั้ง 2553
click ที่รูป จะขยาย
หรือหลังจากนั้นอาจ click ขวาต่อ เพื่อ save รูป

http://mktsingerthai.blogspot.com/2010/ ... n-ceo.html


cat89
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 30
Joined: Wed Jan 12, 2011 9:34 am

Re: SINGER

Posts by cat89 » Mon Sep 03, 2012 7:14 pm

 
วันที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7949 ข่าวสดรายวัน


ซิงเกอร์ปรับแผน รุกเงินผ่อนพ่อค้า



นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในระบบเงินผ่อน เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้ปรับกลยุทธ์มาขายสินค้าเชิงพาณิชย์มากขึ้น เช่น ตู้แช่เย็น ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ และตู้เติมน้ำมัน ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่มีฤดูกาลและยังมีช่องว่างในการเติบโตได้อีกมาก โดยภายในสิ้นปีนี้ตั้งเป้าจะมีสัดส่วนยอดขายสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ 40% ของบัญชีลูกหนี้ที่ปัจจุบันมีอยู่ 1.6 แสนบัญชี จากก่อนหน้าอยู่ที่ 30-35% ที่เหลือเป็นสินค้าครัวเรือน และในปี 2557 ตั้งเป้าจะขยายลูกค้าเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็น 50%

สำหรับแผนครึ่งปีหลังเตรียมออกสินค้าใหม่ในกลุ่มเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น เช่น กล้องวงจรปิด ตู้นึ่งซาลาเปา เครื่องทำน้ำแข็งเกล็ดหิมะ ส่วนสินค้าครัวเรือน อาทิ โทรทัศน์จอแอลซีดี และแอลอีดี เพื่อรองรับกระแสทีวีดาวเทียมที่กำลังมาแรง ซึ่งมั่นใจว่ารายได้รวมของบริษัทในปีนี้จะเติบโต 20% สูงกว่าเป้าหมายที่คาดว่าจะเติบโต 15% หลังจากรายได้ในครึ่งปีแรกมีการเติบโตค่อนข้างดีที่ 25%


Post Reply