SINGER

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

SINGER ซิงเกอร์ประเทศไทย

Posts by 2nd wind » Tue Aug 19, 2003 1:12 am

บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

As of 2003 2002 2001 2000 1999
30/6/2003
Assets 4,011.68 3,558.74 3,995.89 4,186.66 4,502.12
Liabilities 1,806.23 1,405.08 1,800.27 2,101.84 2,522.84
Equity 2,205.45 2,153.66 2,195.62 2,084.82 1,979.28
Paid-up Capital 270 270 270 270 270
Revenue 2,345.60 4,024.27 3,860.58 3,833.32 3,977.92
Net Profit 124.68 196.99 167.74 133.42 51.5
EPS(Baht)* 8.41 7.3 6.21 4.94 -
ROA(%)* 5.09 10.28 9.63 10.85 1.21
ROE(%)* 5.63 9.06 7.84 6.57 2.6
Net Profit Margin(%) 5.32 4.9 4.34 3.48
P/E 8.74 9.32 6.73 5.49 4.48
P/BV 0.9 0.63 0.52 0.28 0.49
Dvd. Yield(%) 5.58 7.21 7.47 4.71 2.78
Last Price(Baht) 73.5 52 41.5 21.25 36
Market Cap. 1,984.50 1,404.00 1,120.50 573.75 972

งบการเงินไตรมาส 2 เดี๋ยวมาลงให้ครับ

จากการสังเกต ยอดขาย SINGER จะค่อนข้างคงที่ ประมาณ 3,900 ล้านบาท แต่ profit margin เพิ่มขึ้นทุกๆปี เนื่องจากการลดค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพในแต่ละปี เช่น การไถ่ถอนหนี้ระยะสั้นให้หมด การขายที่ดินคลองเตย เพื่อค่าใช้จ่ายในการดูแลคลังสินค้าลดลง

นอกจากนี้ SINGER ยังคงพยายามรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ โดยการหาวิธีการใหม่ๆ เช่น การรุกตลาดผ่านทาง internet, การเปิด SINGER PLUS 10 สาขา ที่น่าจะเห็นผลในปีนี้, การเป็นตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ SPSU, YAMAHA ใน ตจว. , เป็นตัวแทนจำหน่าย mobile ของ AIS DTAC และ ORANGE

โครงการ OTOPP ของรัฐก็ช่วยส่งเสริมให้แนวโน้ม จักรเย็บผ้ากึ่งอุตสาหกรรมขายได้มากขึ้น ซึ่ง SINGER เป็นจ้าวตลาดทางด้านนี้

บัญชีลูกค้าเงินเชื่อ ยังคงมีจำนวนมากขึ้นจากปี 2544 = 352,184 บัญชี
ปี 2545 = 362,250 บัญชี


Guest

Posts by Guest » Wed Aug 20, 2003 11:18 pm

ข้อมูลสรุป (Executive Summary)

บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเป็นบริษัทผู้ค้า (Trading Company) โดยเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายการค้า " ซิงเกอร์ " สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ และผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นๆ เช่น ซูซูกิ ยามาฮ่า และไทเกอร์ สำหรับรถจักรยานยนต์ และ โนเกีย อิริกสัน และโมโตโรล่า สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นต้น ซึ่งบริษัทได้เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ผ่านร้านซิงเกอร์ ไดเร็กซ์ นอกจากนี้แล้วบริษัทยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้ออื่นๆ ผ่านร้าน ซิงเกอร์พลัส ที่บริษัทได้เริ่มดำเนินการมาในรูปแบบการจำหน่ายแบบ MODERN TRADE ที่พร้อมจะให้บริการทั้งระบบเงินสดและระบบเงินผ่อน กับลูกค้าที่อยู่ในหัวเมืองใหญ่ๆ

ในปีนี้ ซิงเกอร์ ได้กำหนดการดำเนินธุรกิจออกตามวิธีการจำหน่าย และประเภทของผลิตภัณฑ์ออกเป็น ธุรกิจซิงเกอร์ไดเร็กซ์ ธุรกิจ ซิงเกอร์พลัส และ ธุรกิจจักรเย็บผ้า เพื่อให้สามารถที่จะกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง


Guest

Posts by Guest » Wed Aug 20, 2003 11:20 pm

ผลิตภัณฑ์

ปัจจุบันบริษัทซิงเกอร์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อซิงเกอร์และอื่นๆ ด้วยการให้บริการทั้งในระบบเงินสด และระบบเงินผ่อน สำหรับสินค้าซิงเกอร์สามารถแบ่งแยกได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังนี้ :-

ผลิตภัณฑ์ซิงเกอร์ ได้แก่:-

ผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้า เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องรีดผ้า เข็ม น้ำมันหล่อลื่นอเนกประสงค์ กรรไกร เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตาแก๊ส เครื่องปรับอากาศ เตาอบไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว พัดลม เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์กลุ่มออดิโอและวีดีโอ เช่น โทรทัศน์สี วีซีดี ดีวีดี และเครื่องเสียงระบบสเตอริโอ เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่:-

รถจักรยานยนต์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้เครื่องหมายการค้าที่หลากหลาย
ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนยี่ห้ออื่นๆ


Guest

Posts by Guest » Wed Aug 20, 2003 11:22 pm

ภายใต้เครื่องหมายการค้า "ซิงเกอร์" บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในระบบเงินสด และระบบเงินผ่อนในรูปแบบการขายตรง ผ่านร้านค้าปลีกของบริษัทและผ่านผู้แทนจำหน่ายซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ สินค้าส่วนใหญ่ที่บริษัทซิงเกอร์จำหน่าย บริษัทจะใช้วิธีแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) โดยการสั่งให้ผู้ผลิตภายในประเทศผลิตให้เป็นส่วนใหญ่ ภายใต้เครื่องหมายการค้า "ซิงเกอร์" เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ บริษัท ซิงเกอร์ ได้จัดตั้งบริษัทขึ้น 4 บริษัท โดยบริษัท ซิงเกอร์เข้าถือหุ้นกว่าร้อยละ 99 ได้แก่บริษัท อุตสาหกรรมซิงเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) จำกัด, บริษัท ซิงเกอร์ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด, และบริษัท เอส.ที.แอล. อิเลคโทรนิคส์ จำกัด สำหรับบริษัท ซันซุย (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซิงเกอร์เข้าถือหุ้นร้อยละ 50.86 ( ปัจจุบันยังไม่ได้ดำเนินกิจการใดๆ )

บริษัท อุตสาหกรรมซิงเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งขึ้นเพื่อเป็นโรงงานประกอบ จักรเย็บผ้า เตาแก๊ส มอเตอร์จักรอุตสาหกรรมเบา และน้ำมันจักร เพื่อให้บริษัทซิงเกอร์นำไปจำหน่าย นอกจากนี้บริษัทอุตสาหกรรมซิงเกอร์ยังเป็นผู้ผลิตเครื่องวัดด้ายและกรอด้าย พร้อมทั้งจัดจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศมาโดยตลอด จนถึงกลางปี 2545 บริษัทมีนโยบายให้หยุดการผลิตและการประกอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น แล้วใช้วิธีนำเข้าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากต่างประเทศโดยตรงแทน ทั้งนี้เนื่องจากต้นทุนของการนำเข้าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปต่ำกว่าต้นทุนการผลิตและประกอบภายในประเทศ

บริษัท ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) จำกัด ประกอบธุรกิจตัวแทนขายกรมธรรม์ประกันชีวิตให้แก่บริษัทประกันภัย ในปัจจุบัน ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด โดยให้พนักงานขายของบริษัทซิงเกอร์ เฉพาะที่มีใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต เป็นผู้ขายกรมธรรม์ให้แก่ลูกค้า

บริษัท ซิงเกอร์เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจตัวแทนสั่งผลิตสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ ให้กับบริษัทในเครือของซิงเกอร์ ในต่างประเทศ

บริษัท เอส.ที.แอล. อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ประกอบธุรกิจขายส่งสินค้าประเภท เครื่องใช้ไฟฟ้า


Guest

Posts by Guest » Wed Aug 20, 2003 11:26 pm

ความเป็นมา
ในปี พ.ศ.2433 บริษัท ซิงเกอร์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้แต่งตั้งบริษัท เคียมฮั่วเฮง จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายจักรเย็บผ้าซิงเกอร์ในประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ 2448 บริษัท ซิงเกอร์แห่งสหรัฐอเมริกา จึงได้ตั้งสาขาขึ้นในประเทศไทย ใช้ชื่อว่า บริษัท ซิงเกอร์ โซอิ้ง แมชีน จำกัด วัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายจักรเย็บผ้า และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับจักรเย็บผ้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ บริษัทได้ริเริ่มนำเอาบริการเช่าซื้อ โดยผ่อนชำระเป็นงวดมาใช้ครั้งแรกในปี 2468 และบริการดังกล่าวนี้ ได้กลายเป็นลักษณะประจำของซิงเกอร์ทั้งในและต่างประเทศ นับแต่นั้นมาตลอดระยะเวลา 50 ปีเศษ บริษัทคงจำหน่ายเฉพาะจักรเย็บผ้า และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับจักรเย็บผ้าเท่านั้น จนกระทั่งปี 2500 บริษัทจึงได้เริ่มจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนโดยเริ่มจากตู้เย็นเป็นอันดับแรก ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2512 จึงได้มีการจดทะเบียนก่อตั้ง "บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด" เป็นบริษัทจำกัดภายใต้กฎหมายไทย เพื่อเข้ารับช่วงธุรกิจของ "บริษัท ซิงเกอร์ โซอิ้ง แมชีน จำกัด" ซึ่งหยุดดำเนินกิจการในระยะเวลาต่อมา โดยมีทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 60 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 270 ล้านบาท เป็นทุนที่เรียกชำระเต็มมูลค่าหุ้นแล้ว และบริษัทได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2527 ในวันที่ 4 มกราคม 2537 บริษัทฯ ได้ทำการจดทะเบียนแปรสภาพเป็น "บริษัทมหาชนจำกัด"


Guest

Posts by Guest » Wed Aug 20, 2003 11:27 pm

ปัจจัยความเสี่ยง

ความเสี่ยงที่อาจจะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทสามารถสรุปได้ดังนี้

ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

รายรับของบริษัทส่วนใหญ่มาจากการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและจักรเย็บผ้า ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการแข่งขันกันสูง แต่เนื่องจากกลยุทธ์ในการจำหน่ายช่องทางการจัดจำหน่ายที่แตกต่างจากคู่แข่ง และการกระจายเขตของการขายออกไปทั่วประเทศ จึงทำให้บริษัทสามารถรักษากลุ่มของลูกค้าของบริษัทไว้ได้ ถึงกระนั้นก็ดียอดการจำหน่ายของบริษัทก็ยังต้องขึ้นอยู่กับอำนาจซื้อของผู้บริโภค ซึ่งแปรผันโดยตรงกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงทำให้บริษัทต้องมีการเพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายให้มากขึ้น อันได้แก่ รถจักรยานยนต์ และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งในปี 2545 ได้เริ่มมีบทบาทมากขึ้นจนทำให้บริษัทต้องมีการควบคุมการสั่งซื้อให้เป็นไปตามคำสั่งซื้อของลูกค้า เพื่อมิให้ระดับของสินค้าคงเหลือมากเกินไป ทั้งนี้เพราะ สินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่มีราคาแพงและมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีตลอดเวลา

ความเสี่ยงด้านลูกหนี้

เนื่องจากบริษัทมีการจำหน่ายสินค้าแบบเช่าซื้อ (Hire Purchase) มาเป็นเวลานาน จนทำให้บริษัทมีระบบในการควบคุม ดูแลบัญชีเช่าซื้อเหล่านั้นได้อย่างรัดกุม อีกทั้งบัญชีเหล่านั้นได้มีการกระจายความเสี่ยงออกไป (Risk Diversification) ถึง 3 แสนกว่าบัญชี เพื่อให้บริษัทสามารถแข่งขันได้บริษัทจึงได้จัดให้มีการปลอดเงินมัดจำงวดแรก (No Down Payment) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเสี่ยงน้อยมากที่ลูกค้าซื้อไปแล้วจะยกเลิกการขาย อีกทั้งถ้าลูกค้ายกเลิกการขายหรือหยุดชำระเงิน บริษัทสามารถที่จะเรียกร้องความเสียหายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้าได้ ตามสัญญาที่ทำขึ้นก่อนการเจรจาซื้อขายอย่างยุติธรรม

ความเสี่ยงในการผลิต

เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ที่บริษัทจำหน่ายมาจากการจ้างผลิตแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) จึงต้องอาศัยผู้ผลิตโดยตรงในการได้มาของสินค้าที่จำหน่าย บริษัทจึงได้มีการติดต่อกับผู้ผลิตหลายราย ไม่เจาะจงเฉพาะรายใดรายหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ เพื่อไม่ให้การผลิตของบริษัทถูกผูกขาดโดยผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง อีกทั้งทำให้เกิดอำนาจต่อรองในการสั่งซื้อทั้งด้านคุณภาพ ราคา และความแน่นอนในการผลิต

ความเสี่ยงทางด้านการเงิน

เนื่องจากการดำเนินงานของบริษัทต้องใช้แหล่งเงินทุนบางส่วนจากการกู้ยืมทั้งจากธนาคาร สถาบันการเงิน ตลอดจนนักลงทุนสถาบัน ซึ่งมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นตามสภาพของตลาดเงินและตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นบริษัทย่อมได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่องทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่เกิดขึ้น บริษัทมีนโยบายการกู้ยืมจากธนาคาร สถาบันการเงิน และนักลงทุนสถาบัน โดยไม่เจาะจงกู้ธนาคารหรือสถาบันการเงินใดสถาบันหนึ่งเท่านั้น เพื่อกระจายความเสี่ยงของแหล่งเงินกู้ อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่กู้มีทั้งอัตราดอกเบี้ยคงที่และอัตราดอกเบี้ยลอยตัวด้วยสัดส่วนที่เหมาะสมตามสถานการณ์ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกับการดำเนินงานของบริษัท ในด้านของการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งโดยเฉลี่ยมีมูลค่าไม่เกินร้อยละ 10 ของยอดขายของบริษัท และบริษัทได้ให้มีการซื้ออัตราแลกเปลี่ยนเงินล่วงหน้า (Forward Contract) เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวตามความจำเป็นอย่างเหมาะสม โดยไม่มีนโยบายในการเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด


Guest

Posts by Guest » Wed Aug 20, 2003 11:38 pm

นโยบายและลักษณะการตลาด

กลยุทธ์ในการแข่งขัน

บริษัทใช้กลยุทธ์การขายตรงในระบบเช่าซื้อควบคู่ไปกับการขายเงินสด ทั้งนี้การขายแบบเช่าซื้อดำเนินไปภายใต้การควบคุมที่รัดกุมโดยสม่ำเสมอเพื่อให้มีหนี้เสียน้อยที่สุด สินค้าที่บริษัทจำหน่ายเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับสินค้าของผู้ผลิตรายอื่นๆ ราคาจำหน่ายเงินสดของสินค้าใกล้เคียงกับสินค้ายี่ห้ออื่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัท แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้:-

1. กลุ่มลูกค้าในระบบ Singer Direct เป็นกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลางลงมา และเน้นกลุ่มลูกค้าในเขตชนบทมากกว่าเขตเมือง
2. กลุ่มลูกค้าการขายในระบบ Singer Plus เป็นกลุ่มลูกค้ารายได้ปานกลางขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และเขตเมืองใหญ่ทั่วประเทศ

กลยุทธ์ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย

บริษัทดำเนินการขายตรงเป็นหลัก ร้อยละ 99 ของยอดขายเป็นการขายตรงและร้อยละ 85 ของยอดขายเป็นการขายแบบเช่าซื้อ บริษัทขายสินค้าผ่านร้านสาขาของบริษัท ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 259 สาขาทั่วประเทศ มีพนักงานขายจำนวน 6,480 คน บริษัทมีการฝึกอบรมพนักงานขาย ให้มีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี ซึ่งพนักงานขายเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการขยายตลาด และควบคุมคุณภาพของบัญชีเช่าซื้อ และบริษัทมีการตรวจสอบภายหลังการขาย โดยจัดให้มีผู้ตรวจสอบบัญชี (Account Checker) ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของการเช่าซื้อว่ามีการขายสินค้าให้แก่ผู้เช่าซื้อในราคาที่แจ้งแก่บริษัทจริง โดยมีการออกเยี่ยมผู้เช่าซื้อถึงบ้าน ปัจจุบันบริษัทมีผู้ตรวจสอบบัญชี 138 คน ทำการตรวจสอบบัญชีเช่าซื้อทั่วประเทศ นอกจากนี้ที่สำนักงานใหญ่ ยังมีหน่วยงานควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบบัญชีและตรวจสอบความถูกต้องของสัญญาเช่าซื้อ ในปีบัญชี 2545 บริษัทตัดจำหน่ายหนี้เสียสำหรับบัญชีเช่าซื้อจำนวน 38.6 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 1 ของยอดขายในปีนั้น

เนื่องจากภาวะการแข่งขันทางการตลาดในปัจจุบัน ทางบริษัทได้พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายและให้บริการภายใต้แนวคิดใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่มีขีดจำกัดของลูกค้าในรูปแบบ ซิงเกอร์พลัส โดยรวบรวมผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เทคโนโลยีล้ำยุคภายใต้เครื่องหมายการค้าชื่อดังต่างๆ รวมทั้งซิงเกอร์ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายสำหรับชีวิตครอบครัวยุคใหม่ โดยจำหน่าย ให้บริการ ให้ความรู้ และคำแนะนำ ตลอดจนวิธีการใช้ที่ถูกต้องของเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ได้ประโยชน์สูงสุด รวมถึงการบริการเงินผ่อนในรูปแบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับกลุ่มลูกค้ากรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ ในเขตภูมิภาค


Guest

Posts by Guest » Wed Aug 20, 2003 11:42 pm

ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

ในปี 2545 แม้ว่าเศรษฐกิจโลกยังซบเซาอยู่ แต่เศรษฐกิจของประเทศไทยกลับเริ่มมีการฟื้นตัวด้วยการใช้จ่ายภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น วิเคราะห์จากอัตราการเติบโตของ GDP ของประเทศที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.8 ในปี 2544 เป็นร้อยละ 5 ในปี 2545 จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่น่าจับตาทางการพื้นตัวของเศรษฐกิจ สำหรับกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออก

ตามการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในประเทศสำหรับปี 2545 จะมีมูลค่าประมาณ 60,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2544 เท่ากับร้อยละ 5 และในปี 2546 คาดว่าจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ซึ่งในจำนวนนี้เป็นมูลค่าที่มาจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่าซื้อประมาณร้อยละ 70 และที่เหลือร้อยละ 30 เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำระ เงินสด ปัจจัยที่ทำให้ความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นนั้นมาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ดังนี้คือ

- ราคาที่ลดลงประมาณร้อยละ 5-10 อันเนื่องมาจากการแข่งขันทางด้านราคาของผู้ผลิต
- การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค ในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่แทน เครื่องเก่าที่ล้าสมัย
- การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นสำหรับธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในรูปแบบการขายผ่อนส่งหรือเช่าซื้อ

ในปี 2546 การแข่งขันด้านราคาคงจะเข้มข้นต่อไป ซึ่งมีสาเหตุมาจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศจีน อันได้แก่ เครื่องเล่น วีซีดี และ เครื่องเล่น ดีวีดี ซึ่งมีราคาถูกกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่นและเกาหลี ถึงร้อยละ 20 - 40 นอกจากการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนแล้ว การปฏิบัติตามสนธิสัญญาการค้าเสรีของกลุ่มประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (AFTA) ในปี 2546 อันจะมีผลทำให้อัตราอากรขาเข้าของเครื่องใช้ ไฟฟ้าลดลงเท่ากับร้อยละ 0-5 ทำให้ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศต้องเผชิญกับ การแข่งขันด้านราคาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ดังนั้นผู้ผลิตรายใหญ่หลายราย จึงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้า (Segmentation) ในการให้บริการที่ดีเยี่ยม กลายเป็น กลยุทธ์ที่สำคัญในการแข่งขันนอกเหนือจากการลดราคา โดยการสร้างความแตกต่างของสินค้าสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Marketing) อันจะเป็นปัจจัยที่สำคัญแห่งความสำเร็จอย่างหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ในธุรกิจค้าปลีกได้มีการสร้างเครือข่ายในการจำหน่ายสินค้าโดยการเปิดร้านค้าหรือเปิดห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้น สำหรับสินค้าเฉพาะยี่ห้อ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนทางด้านการเงิน (Consumer Financing Service) ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 1-1.5 ต่อเดือน หรือไม่คิดดอกเบี้ย (0%) ในช่วงการส่งเสริม พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ

โทรศัพท์เคลื่อนที่ปี 2546

ในปี 2545 นับเป็นปีที่การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงสุด หลังจากการประกาศปลด ล็อกรหัสประจำเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ อีมี่ ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 4 ราย คือ เอไอเอส ดีแทค ดีพีซี และออเร้นจ์ พร้อมกับการปรับโปรโมชั่นค่าแอร์ไทม์ และกระตุ้นตลาดโทรศัพท์พรีเพด ทำให้ยอดผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าภายในสิ้นปีจะมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นเป็น 18.5 ล้านเลขหมายหรือประมาณร้อยละ 30 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ และในปี 2546 คาดว่าการแข่งขันการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีความเข้มข้นขึ้น เนื่องจากจะมีผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามาเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย คือ ไทยโมบายหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 1900 เมกกะเฮิร์ซ ของบริษัท ทศท. คอร์ปอเรชั่น จำกัด และโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบซีดีเอ็มเอ ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) แม้ว่าตัวเลขผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2546 โทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ยังมีแนวโน้มที่จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงจัดให้ธุรกิจนี้อยู่ในภาวะเติบโตต่อไปได้ในปี 2546 และได้คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5.5 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้นเป็น 24 ล้านราย หรือประมาณร้อยละ 38 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ โดยที่การเติบโตของโทรศัพท์พรีเพด หรือบัตรเติมเงินยังคงมีสัดส่วนที่สูงและการขยายตัวของผู้ใช้บริการในต่างจังหวัดจะอยู่ในอัตราที่สูงกว่าตลาดในกรุงเทพฯ สืบเนื่องจากการแข่งขันของผู้ให้บริการด้วยการปลดรหัสประจำเครื่องลูกข่าย การแยกจำหน่ายซิมการ์ด หรือบัตรบันทึกข้อมูลหมายเลขจากตัวเครื่อง

รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบ

ธุรกิจการผลิตและการจำหน่ายรถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนประกอบในปี 2546 ยังมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากมีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ช่วยเกื้อหนุนให้ตลาดภายในประเทศขยายตัวในอัตราสูงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

- อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำจูงใจให้ลูกค้าซื้อแบบผ่อนชำระ
- มีการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มากขึ้น ทั้งสถาบันการเงิน และที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ซึ่งต่างแข่งขันกันขยายสินเชื่อเพื่อการบริโภค รวมทั้งดีลเลอร์ที่จำหน่ายรถจักรยานยนต์เองและต้องการรายได้เพิ่มขึ้นด้วยการจัดไฟแนนซ์บริการแก่ลูกค้า
- เงื่อนไขการผ่อนชำระที่จูงใจลูกค้า อาทิ ดาวน์ต่ำ และผ่อนระยะเวลานาน รวมทั้งการแจกแถมอุปกรณ์และของชำร่วยต่างๆ
- การพัฒนาในด้านบริการหลังการขายดึงดูดลูกค้า เช่น การซ่อมบำรุงฟรี 3 ปีหรือ 30,000 กม.
- การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทั้งกิจกรรมหน้าร้านจำหน่าย และกิจกรรมนอกพื้นที่ซึ่งเข้าตรงกลุ่มผู้บริโภคในต่างจังหวัด
- การพัฒนาบริการรถมือสองมาเพื่อรองรับการขยายตลาดระดับล่าง และกระตุ้นยอดจำหน่ายรถใหม่

นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังแข่งขันกันพัฒนารถจักรยานยนต์รุ่นประหยัดออกสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงกลางปี 2545 ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และยังเป็นการขยายตลาดให้กว้างขวางขึ้น สามารถครอบคลุมตลาดระดับล่างโดยเฉพาะตลาดในต่างจังหวัด ไม่ให้ถูกรถจักรยานยนต์นำเข้าที่ราคาถูกจากจีนแย่งตลาดในส่วนนี้ไป

จักรเย็บผ้า

ในปี 2545 จักรเย็บผ้าเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์ เพราะทาง ภาครัฐได้เน้นและให้ความสนใจ โดยมีการจัดสรรด้านงบประมาณจำนวนหลายหมื่นล้านบาทสำหรับส่งเสริมให้มีการสร้างงานเกิดขึ้นทั่วประเทศ อาทิเช่น โครงการกองทุนหมู่บ้าน โครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ โครงการธนาคารคนจน เป็นต้น ทำให้อาชีพการตัดเย็บ เช่น เย็บเสื้อผ้า เย็บกระเป๋า เย็บหมวก เป็นต้น เกิดขึ้นเกือบทุกหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการ รับเหมาเย็บเป็นอาชีพอิสระ หรือการรวมเป็นกลุ่มตัดเย็บโดยกลุ่มแม่บ้าน จึงมีผู้นำเข้าจักรเย็บผ้าหลายรายเกิดขึ้น จนทำให้ตลาดจักรเย็บผ้า โดยเฉพาะจักรเย็บผ้าที่นำมาใช้เย็บในเชิงอุตสาหกรรมตลาดเติบโตมากกว่าร้อยละ 10 ซิงเกอร์ได้อาศัยจุดแข็งเพราะเป็นยี่ห้อที่ทุกคนรู้จักการบริการหลังการขายที่ดีและมีระบบผ่อนสบายๆ จึงใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มยอดขาย ด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถทำให้ส่วนแบ่งตลาดจักรเย็บผ้าเพิ่มขึ้นทั้งในช่องทางขายปลีกผ่านร้านซิงเกอร์ และการประมูลด้านการประมูลบริษัทได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะขึ้นมาดูแลโดยตรง

บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)

ตลอดปี 2545 ที่ผ่านมาแม้ว่าซิงเกอร์ต้องเผชิญกับการชะลอ การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน ประกอบกับภาวะการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มีการลดราคาเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาด จนทำให้ยอดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในปีนี้มีการเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร แต่ซิงเกอร์ก็ยังสามารถรักษายอดขายให้อยู่ในระดับเดียวกับปีก่อนได้ โดยอาศัยการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และรถจักรยานยนต์ผ่านช่องทางการจำหน่ายของร้านซิงเกอร์ได้เพิ่มมากขึ้น จนทำให้ยอดการจำหน่ายของโทรศัพท์เคลื่อนที่และรถจักรยานยนต์ กลายเป็นหนึ่งสัดส่วนของการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ในปี 2545 ถึงร้อยละ 11 และร้อยละ 6 ตามลำดับ ทั้งๆ ที่การเติบโตนั้นต้องเผชิญกับอุปสรรคของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้านเทคโนโลยีของโทรศัพท์เคลื่อนที่ และการถูกจำกัดเขตการขายรถจักรยานยนต์

ตามการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศไทยในปี 2546 สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มร้อยละ 10 นั้น บริษัทได้กำหนดแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการขายและการฝึกอบรมเพื่อให้ยอดการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเติบโตขึ้นควบคู่ไปกับการวางแผนพัฒนาการจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และรถจักรยานยนต์ โดยกำหนดตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ (Product Positioning) ให้สอดคล้องกับกลุ่มของลูกค้า อีกทั้งวางแผนขยายเขตพื้นที่การจำหน่ายรถจักรยานยนต์ โดยการติดต่อกับบริษัทผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ให้เห็นถึงศักยภาพ และความตั้งใจของบริษัทในการขยายตลาดรถจักรยานยนต์ให้เติบโตมากขึ้น พร้อมทั้งเร่งดำเนินการเปิดร้านซิงเกอร์พลัส เพื่อรองรับการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกยี่ห้อ ในรูปแบบของ Modern Trade พร้อมทั้งการให้บริการแบบ One Stop Shopping โดยลูกค้าสามารถเข้ามาเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทุกยี่ห้อตามความต้องการ ทั้งแบบเงินสดและเงินผ่อนที่สามารถอนุมัติเครดิตได้อย่างรวดเร็ว


Guest

Posts by Guest » Wed Aug 20, 2003 11:43 pm

การจัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการ

การจัดหาผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้า หลังจากกลางปี 2545 บริษัทได้เปลี่ยนวิธีการสั่งซื้อ ซึ่งเดิมบริษัทใช้วิธีการสั่งซื้อจักรเย็บผ้าจากบริษัท อุตสาหกรรมซิงเกอร์ (ประเทศไทย) มาเป็นการสั่งซื้อจักรเย็บผ้าสำเร็จรูปโดยตรงจากต่างประเทศแทน เนื่องจากต้นทุนของการนำเข้าผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้าสำเร็จรูปต่ำกว่าต้นทุนการผลิต และประกอบภายในประเทศ สินค้าที่ซื้อจากผู้ผลิตจากต่างประเทศมีมูลค่าประมาณร้อยละ 5 ของสินค้าที่ซื้อทั้งหมด
ในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัทสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศในลักษณะของ OEM (Original Equipment Manufacturer) กล่าวคือ ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมาย ซิงเกอร์ ให้แก่บริษัท โดยผู้ผลิตหลักซึ่งผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านให้แก่บริษัท ได้แก่:-
1. บริษัท ซันโย ยูนิเวอร์แซล อิเล็คทริค จำกัด (มหาชน) สินค้าที่ผลิต ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตู้แช่ ตู้แช่ไวน์ เตาแก๊ส และ ตู้น้ำเย็น
2. บริษัท ชาร์ปเทพนคร จำกัด สินค้าที่ผลิต ได้แก่ โทรทัศน์ สเตอริโอ และ วีซีดีคาราโอเกะ
3. บริษัท ไทยซัมซุง อิเล็คโทรนิคส์ จำกัด สินค้าที่ผลิต ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และ เครื่องซักผ้า
4. บริษัท พรีเมียร์ ซีอี จำกัด สินค้าที่ผลิต ได้แก่ โทรทัศน์ พัดลม หม้อหุงข้าว และ เครื่องทำน้ำอุ่น
5. บริษัท ฮาตาริ อิเล็คทริค จำกัด สินค้าที่ผลิต ได้แก่ พัดลม
6. LG MITR ELECTRICS CO.,LTD. สินค้าที่ผลิต ได้แก่ เครื่องซักผ้า และ เครื่องดูดฝุ่น
7. บริษัท ฮิตาชิ จำกัด สินค้าที่ผลิต ได้แก่ เครื่องปั๊มน้ำ
นอกจากสินค้าที่ขายภายใต้เครื่องหมายการค้า ซิงเกอร์ บริษัทยังได้มีการจัดหาสินค้ายี่ห้ออื่นๆ เข้ามาจำหน่ายในร้าน ซิงเกอร์ เพื่อขยายธุรกิจและเป็นทางเลือกเพิ่มให้แก่ลูกค้า สินค้าที่นำเข้ามาจำหน่าย อาทิเช่น

1. รถจักรยานยนต์ โดยสั่งซื้อจากบริษัท เอส. พี. ซูซูกิ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และ บริษัทไทก้า มอเตอร์เซลล์ จำกัด
2. โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยสั่งซื้อจาก บริษัท ยูไนเต็ดคอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี (เทอร์มินอล) จำกัด, บริษัท สามารถอีเทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท เอ็มลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ ADVANCE WIRELESS MARKETING CO., LTD.
3. เครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้ออื่นๆ ทั้งนี้จำนวนการจำหน่ายของแต่ละยี่ห้อยังมีไม่มากนัก


Guest

Posts by Guest » Wed Aug 20, 2003 11:45 pm

การวิจัยและการพัฒนา

การวิจัยทางการตลาด

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการวิจัยทางการตลาดสำหรับกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่บริษัทจำหน่าย ในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการตลาดกับสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ฝ่ายการตลาดของบริษัทมีการทำการวิจัยโดยตรงกับผู้บริโภค เพื่อที่จะศึกษาและทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าหลักในสินค้าแต่ละประเภท, หาข้อมูลว่าสินค้ายี่ห้อใดคือคู่แข่งของ Singer ในแต่ละประเภทสินค้า ทำความเข้าใจถึงจุดเด่นและจุดด้อยของสินค้ายี่ห้อ Singer ในแต่ละประเภทสินค้า และเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการของซิงเกอร์ให้ดียิ่งขึ้น

การพัฒนาสินค้าใหม่

สำหรับการพัฒนาสินค้าใหม่ เนื่องจากบริษัทสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศในลักษณะของ OEM (Original Equipment Manufacturer) กล่าวคือ ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมาย ซิงเกอร์ ให้แก่บริษัท ซึ่งสินค้าดังกล่าวได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาจากผู้ผลิตหลักเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทเพียงแต่พิจารณาเลือกสรรสินค้าที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพการใช้งานที่ดี และเหมาะสมกับสภาวะการตลาดในปัจจุบัน เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าภายใต้ชื่อ Singer ดังนั้นบริษัทจึงไม่มีโครงการหรือรายจ่ายใดๆ โดยตรงในด้านการพัฒนาสินค้าใหม่ของบริษัท

เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะการตลาดในปัจจุบัน และให้กลุ่มลูกค้าได้มีโอกาสเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี บริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความทันสมัยและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เช่น

จักรเย็บผ้า รุ่น XL1000 เป็นจักรเย็บผ้าที่สามารถควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์
โทรทัศน์ รุ่น SCT 21 FETV จอแบนซึ่งสามารถต่อเชื่อมกับอินเตอร์เน็ต และรับ ส่ง อีเมล์ได้ (อินเตอร์เน็ตทีวี)
เครื่องซักผ้า รุ่น SAW 572C ซึ่งเป็นเครื่องซักผ้าที่มีเครื่องหยอดเหรียญในตัว ผลิตเพื่อใช้ในการพาณิชย์โดยเฉพาะ


User avatar
Banchap
Verified User
Posts: 247
Joined: Sat Jul 05, 2003 1:14 pm

Posts by Banchap » Fri Aug 22, 2003 7:33 am

ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 1.60 บาทต่อหุ้น


User avatar
มดง่าม
Verified User
Posts: 584
Joined: Fri Jun 20, 2003 1:37 pm

Posts by มดง่าม » Fri Aug 22, 2003 11:12 am

Banchap wrote:ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 1.60 บาทต่อหุ้น
XD 5ก.ย.2546 จ่าย 18 ก.ย. 2546
21 ส.ค.2546 ราคาเพิ่ม 9.50 บาท ปิดที่ 80.50 บาท แต่เช้าj 22 ส.ค. 2546 ลดลง 4.00 บาท

เหงาให้ตาย ถ้าไม่ใช่เธอ(หุ้นดี) ไม่เอา
ขอให้โชคดีในการลงทุนครับ

User avatar
Banchap
Verified User
Posts: 247
Joined: Sat Jul 05, 2003 1:14 pm

Posts by Banchap » Fri Sep 12, 2003 5:54 am

11/9 ปิดที่ 91 บาท
ค่อย ๆขึ้นไปเรื่อย แต่ไม่เห็นมีข่าวอะไรออกมา
เกิดอะไรขึ้น?


User avatar
Banchap
Verified User
Posts: 247
Joined: Sat Jul 05, 2003 1:14 pm

Posts by Banchap » Sat Feb 28, 2004 8:56 pm

Headline : SINGER :สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3)
-------------------------------------------------------------------------

SINGER สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)

ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม (หน่วย : พันบาท)

งวด 1 ปี

ปี 2546 2545

กำไร(ขาดทุน)สุทธิ 240,083 196,994
กำไร(ขาดทุน)สุทธิต่อหุ้น(บาท) 8.89 7.30



หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบงบการเงิน
จากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงินฉบับเต็ม
ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว"


ลงลายมือชื่อ............................
( )
ตำแหน่ง..............................
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


User avatar
Banchap
Verified User
Posts: 247
Joined: Sat Jul 05, 2003 1:14 pm

Posts by Banchap » Sat Feb 28, 2004 8:57 pm

27-Feb-04 09:06:17

Headline : SINGER :ประกาศจ่ายเงินปันผล
-------------------------------------------------------------------------


ที่ ห.ท. 003/2547
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เรื่อง แจ้งการจ่ายเงินปันผลและกำหนดวันประชุมผู้ถือหุ้น

ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 151 ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547
ที่ประชุมได้มีมติสรุปได้ดังนี้:-

1. อนุมัติรายงานของฝ่ายบริหารและพิจารณารับทราบงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้ว สำหรับรอบปี
บัญชีสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2546 เพื่อเสนอให้แก่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ

2. อนุมัติที่จะเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้จ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายของรอบปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม
2546 ในอัตราหุ้นละ 3.40 บาท จำนวนหุ้นทั้งสิ้น 27,000,000 หุ้น ที่มูลค่าหุ้นละ 10 บาท
โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นตั้งแต่ วันที่ 19 พฤษภาคม 2547 เป็นต้นไป

3. กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น ในวันที่ 2 เมษายน 2547
เวลา 12:00 น. จนกว่าการประชุมผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จ และสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 2 เมษายน
2547 เวลา 12.00 น.

4. อนุมัติที่จะเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จากเดิมมูลค่าหุ้นละ 10 บาท เป็นหุ้นละ 1
บาท โดยแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท ข้อ 4 ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้น
ดังนี้ ข้อ 4. ทุนจดทะเบียน จำนวน 270,000,000 บาท (สองร้อยเจ็ดสิบล้านบาท)
แบ่งออกเป็น 270,000,000 หุ้น ( สองร้อยเจ็ดสิบล้านหุ้น)
มูลค่าหุ้นละ 1 บาท (หนึ่งบาทถ้วน)
โดยแยกออกเป็น
หุ้นสามัญ 270,000,000 หุ้น (สองร้อยเจ็ดสิบล้านหุ้น)
หุ้นบุริมสิทธิ - หุ้น

5. อนุมัติที่จะเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทฯ เพื่อให้เป็นไปตามประกาศ
คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัท
จดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียน

6. กำหนดวันประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 37 ในวันที่ 23 เมษายน 2547 เวลา 11:00 น. ณ
ห้องมณฑาทิพย์ โรงแรม โฟร์ซีซันส์ กรุงเทพ (โรงแรมรีเจ้นท์ เดิม) เลขที่ 155 ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ

เพื่อพิจารณาเรื่องต่างๆ ตามระเบียบวาระการประชุมดังนี้

วาระที่ 1 รับรองรายงานการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 36
วาระที่ 2 พิจารณารับทราบรายงานของคณะกรรมการถึงผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา
วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติงบดุลและงบบัญชีกำไรขาดทุน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546
วาระที่ 4 พิจารณาที่จะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้าย
วาระที่ 5 พิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้น และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 4 ของบริษัท
เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้น
วาระที่ 6 พิจารณาอนุมัติการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทฯ เพื่อให้เป็นไปตามประกาศ
คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของ
บริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียน
วาระที่ 7 พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ
วาระที่ 8 พิจารณากำหนดค่าตอบแทนให้แก่กรรมการสำหรับปี 2547
วาระที่ 9 พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน สำหรับรอบปีบัญชี 2547

จึงเรียนมาเพื่อทราบ


ขอแสดงความนับถือ
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)




( นายเจมส์ แพทริค เคลลี่ )
กรรมการผู้จัดการ
1/2


Guest

Posts by Guest » Mon May 17, 2004 4:26 pm

TiTle Of News: แจ้งการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้น
Date: 12/05/2004 07:48
Description:

ที่ ห.ท 026/2547

วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2547

เรื่อง แจ้งการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้น
เรียน กรรมการและผู้จัดการ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตามที่บริษัทฯ ได้เคยแจ้งมติที่ประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 37 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2547 โดยที่ประชุมได้มีมติอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทฯจากมูลค่าหุ้นละ 10 (สิบ) บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 1 (หนึ่ง) บาท และแปลงจำนวนหุ้นของบริษัทจาก 27,000,000 หุ้น (ยี่สิบเจ็ดล้านหุ้น) เป็น 270,000,000 หุ้น ( สองร้อยเจ็ดสิบล้านหุ้น) และได้มีมติอนุมัติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ เพื่อให้สอดคล้องกับมติเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นและจำนวนหุ้นดังกล่าว

บัดนี้ ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นกับนายทะเบียนบริษัทมหาชนกระทรวงพาณิชย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ซึ่งปรากฏตาม
สำเนาเอกสารจดทะเบียนที่แนบมาพร้อมนี้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
(นายยงยุทธ บุญเปกข์ตระกูล)
กรรมการและผู้จัดการทั่วไป


Guest

Posts by Guest » Mon May 17, 2004 4:28 pm

TiTle Of News: การเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของ "KKC" และ "SINGER"
Date: 12/05/2004 17:09
Description:

การเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของหลักทรัพย์ "KKC" และ "SINGER"

ตามที่บริษัทจดทะเบียน ดังต่อไปนี้

1.บริษัทกุลธรเคอร์บี้ จำกัด (มหาชน) (KKC)

2.บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (SINGER)

ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 10 บาทเป็น
หุ้นละ 1 บาทนั้น บัดนี้ ตลาดหลักทรัพย์ได้รับแจ้งว่าบริษัทได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ตลาดหลักทรัพย์จึงเห็นควรให้หลักทรัพย์ KKC และ SINGER มีการซื้อขายในระบบซื้อขายหลักทรัพย์ตามมูลค่าที่ตราไว้ใหม่ตามที่บริษัทแจ้งตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2547 เป็นต้นไป


Guest

Posts by Guest » Mon May 17, 2004 4:35 pm

TiTle Of News: สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่1(F45-3)
Date: 14/05/2004 18:09
Description:

SINGER สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม (หน่วย : พันบาท)
ไตรมาสที่ 1
ปี 2547 2546
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ 77,867 73,282
กำไร(ขาดทุน)สุทธิต่อหุ้น(บาท) 2.88 2.71
หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบงบการเงิน

จากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์



"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงินฉบับเต็ม

ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว"


ลงลายมือชื่อ............................

( )

ตำแหน่ง..............................

ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


Guest

Posts by Guest » Mon May 17, 2004 4:38 pm

TiTle Of News: แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่ครบวาระ
Date: 14/05/2004 18:24
Description:

ที่ ห.ท. 030/2547

วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
SINGER : แต่งตั้งกรรมการตรวจสอบที่ครบกำหนดวาระ

แบบแจ้งรายชื่อและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ ( F 24-3 )

ด้วยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 152 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2547 ได้มีมติเลือกคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้ง 3 ท่าน ที่ครบกำหนดวาระกลับเข้าเป็นคณะกรรมการตรวจสอบของ
บริษัทอีกวาระหนึ่ง โดยให้มีผล ณ วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 มีรายละเอียดดังนี้ :
1. สมาชิกคณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วย :

ประธานกรรมการตรวจสอบ นายอุดม ชาติยานนท์วาระการดำรงตำแหน่งคงเหลือ 2 ปี
กรรมการตรวจสอบ นายปลิว มังกรกนก วาระการดำรงตำแหน่งคงเหลือ 2 ปี
กรรมการตรวจสอบ นายสาระ ล่ำซำ วาระการดำรงตำแหน่งคงเหลือ 2 ปี
เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ นางสาวจันทรจิรา ก้องท้องสมุทร์

2. คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทมีขอบเขต หน้าที่ และความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการของบริษัท ดังต่อไปนี้

1. ดูแลรายงานทางการเงินและให้ความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำและการเปิดเผยข้อมูลในรายงานทางการเงินของบริษัท ถึงความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้

2. ดูแลให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ และแสดงความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของบริษัท ในรายงานประจำปีของบริษัท

3.ให้ความเห็นในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีของบริษัท

4.ให้ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดจนข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์

5.พิจารณารายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

6.ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการของบริษัทมอบหมาย

ทั้งนี้ บริษัทขอยืนยันว่ากรรมการดังกล่าวมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดทุกประการ

บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)
ลงชื่อ...
( นายประทีป แสงหิรัญวัฒนา )

กรรมการ และผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน


User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Sat Jun 26, 2004 6:11 pm

View previous topic :: View next topic
Author Message
singer
Guest

Posted: Wed Jun 23, 2004 8:55 am Post subject: ไม่มีใครพูดถึง singer กันเลยนะครับ...

--------------------------------------------------------------------------------

ผมว่า singer น่าสนใจนะครับ ผลประกอบการที่ผ่านมาก็ดีขึ้นจากปีที่แล้วไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ eps ไตรมาสแรก 2.88 ปันผลก็ดีทีเดียว ผลประกอบการอาจจะไม่โดดเด่นนัก แต่ก็น่าจะไปได้เรื่อยๆ ไม่ค่อยหวือหวาให้ใจหายใจคว่ำ

Back to top

ครรชิต ไพศาล
Top Posters

Joined: 04 Feb 2003
Posts: 1004
Location: จ.สงขลา
Posted: Wed Jun 23, 2004 9:27 am Post subject:

--------------------------------------------------------------------------------
Code:
ราคา ณ 22/6/04 และย้อนหลัง 5 วัน

NAME +/-(%) ปิด1 ปิด2 ปิด3 ปิด4 ปิด5 (1-5)% VOL1 VOL2 VOL3 VOL4 VOL5
SINGER 0.00 6.85 6.85 6.85 6.85 6.9 -0.72 884 1437 1500 1262 4241




NAME ปีงบ สินทรัพย์ หนี้สิน ผู้ถือหุ้น ทุน รายได้ กำไรก่อน กำไรสุทธิ ROA(%) ROE(%) PM(%) หนี้/ผู้ถือหุ้น
SINGER 2004 4,785.05 2,435.44 2,349.61 270.00 1,102.63 119.07 77.87 8.18 10.62 7.06 1.04
SINGER 2003 4,404.21 2,127.96 2,276.25 270.00 4,576.01 371.15 240.08 9.32 10.84 5.25 0.93
SINGER 2002 3,558.74 1,405.08 2,153.66 270.00 4,024.27 329.48 196.99 8.72 9.06 4.90 0.65
SINGER 2001 3,995.89 1,800.27 2,195.62 270.00 3,860.58 301.79 167.74 7.38 7.84 4.34 0.82
SINGER 2000 4,186.66 2,101.84 2,084.82 270.00 3,833.32 303.50 133.42 6.99 6.57 3.48 1.01
SINGER 1999 4,502.12 2,522.84 1,979.29 270.00 3,977.92 274.60 51.51 5.76 2.04 1.29 1.27
SINGER 1998 5,027.26 3,065.41 3,065.41 270.00 1,688.57 353.97 -50.00 6.43 -1.97 -2.96 1.00
SINGER 1997 5,982.32 3,983.52 1,998.80 270.00 5,149.69 291.08 -246.27 4.17 -11.18 -4.78 1.99
SINGER 1996 7,966.32 5,558.34 2,407.99 270.00 8,392.44 1,121.70 491.03 14.41 20.86 5.85 2.31
SINGER 1995 7,606.70 5,306.34 2,300.36 270.00 8,558.90 1,295.52 643.49 16.63 29.55 7.52 2.31
SINGER 1994 7,977.37 4,782.02 2,055.00 135.00 7,768.70 1,200.02 618.67 30.09 60.21 7.96 2.33


NAME ปีงบ EPS ปันผล epsQ4 epsQ3 epsQ2 epsQ1 PAR ราคา P/E P/BV D/P%
SINGER 2004 0.91 ???? ???? ???? ???? 0.29 1 6.85 7.53 0.79 7.46
SINGER 2003 0.89 0.50 0.25 0.18 0.19 0.27 1 7.2 8.09 0.85 6.94
SINGER 2002 0.73 0.41 0.30 0.08 0.19 0.16 1 5.2 7.12 0.65 7.88
SINGER 2001 0.62 0.36 0.12 0.08 0.19 0.23 1 4.15 6.69 0.51 8.67
SINGER 2000 0.49 0.29 0.11 0.11 0.13 0.14 1 2.13 4.35 0.28 13.62
SINGER 1999 0.19 0.00 0.02 0.01 0.08 0.08 1 3 15.79 0.41 0.00
SINGER 1998 -0.19 0.00 1.54 -1.99 -0.10 0.36 1 2.5 -13.16 0.22 0.00
SINGER 1997 -0.91 0.00 -0.09 0.36 -0.76 -0.42 1 2 -2.20 0.27 0.00
SINGER 1996 1.82 0.60 0.34 0.55 0.46 0.47 1 10 5.49 1.12 6.00
SINGER 1995 2.38 1.58 -1.10 1.37 1.05 1.06 1 18 7.56 2.11 8.78
SINGER 1994 4.58 2.73 1.49 1.21 0.94 0.94 1 20 4.37 1.31 13.65


_________________
" ซื้อหุ้นของกิจการที่ดี มีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และ ถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี" ไม่มีสูตรสำเร็จในการคิดมูลค่านี้ คุณต้องรู้ซึ่งในกิจการ นั้นๆ

Back to top

Amorna

Joined: 05 Nov 2003
Posts: 56
Location: ...Lampang ka :-)
Posted: Wed Jun 23, 2004 9:41 am Post subject:

--------------------------------------------------------------------------------

รอดูผลประกอบการไตรมาสที่สองค่ะว่า ยอดสินค้าคงเหลือในไตรมาสที่หนึ่งที่มีอยู่มากๆ เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันหรือเปล่า เพราะดูเหมือนว่าจะปล่อยสินเชื่อจนต้องกู้เงินจากธนาคารเพิ่มอีกในไตรมาสหนึ่ง
_________________
Price is what you pay, value is what you get.

Back to top


singer
Guest

Posted: Wed Jun 23, 2004 4:54 pm Post subject:

--------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณครับ ผมก็รอดูผลประกอบการไตรมาส 2 อยู่เหมือนกันครับ

Back to top



Palm

Joined: 18 Feb 2004
Posts: 23

Posted: Thu Jun 24, 2004 1:00 am Post subject:

--------------------------------------------------------------------------------

ใครทราบประวัตศาสตร์ของ Singerบ้างครับ ผมเห็นตัวเลขของพี่ครรชิตแล้ว เห็นว่าช่วงปี96บริษัทลดขนาดลงมาตั้งครึ่งนึง (ยอดขาย) แล้วก็ลดทุนอีก ใครรู้backgroundก็เล่าให้ฟังด้วยนะครับ

Back to top

ครรชิต ไพศาล
Top Posters

Joined: 04 Feb 2003
Posts: 1004
Location: จ.สงขลา
Posted: Thu Jun 24, 2004 7:17 am Post subject:

--------------------------------------------------------------------------------

ปี 96 97 98 99 เป็นผลมาจาก ช่วงวิกฤตค่าเงินบาท

บริษัทที่ดีๆ หลายบริษัท ที่มีหนี้เงินต่างประเทศมากๆ จะขาดทุนค่าเงินกันมากๆ ทั้งนั้นครับ แต่ก็พลิกฟื้นได้เร็ว

บริษัทที่ไม่ดี แถมมีหนี้มากๆ ก็ยังไม่ฟื้นจนบัดนี้ก็มีหลายบริษัท


บริษัทที่ดี ไม่มีมีหนี้เงินต่างประเทศ ก็รอดพ้นได้ไม่เคยขาดทุนก็มีหลายบริษัท
มีการปันผลอย่างต่อเนื่อง มิได้ขาด

อย่างเช่น

Code:


NAME ราคา30/12/03 LAST23/6/04 +/-(%) (%)วันนี้ EPS P/E P/BV D/P%
STA 22.90 38.75 69.21 0.00 6.70 5.78 0.89 3.23
TIC 50.00 37.00 -26.00 5.71 6.13 6.04 0.85 10.00
PR 101.00 98.50 -2.48 0.51 15.44 6.38 0.89 5.79
NKI 50.00 45.75 -8.50 0.00 6.67 6.86 0.73 6.56
TOPP 45.00 47.00 4.44 0.00 6.82 6.89 0.64 3.19
CEI 17.80 11.20 -37.08 0.00 1.58 7.09 1.33 11.16
TVI 2.80 3.70 32.14 0.00 0.51 7.25 0.65 10.81
TCI 30.00 31.00 3.33 0.00 4.15 7.47 0.51 3.23
SMG 38.00 51.50 35.53 0.00 6.43 8.01 1.61 6.80
PHA 176.00 161.00 -8.52 0.00 19.69 8.18 1.04 9.78
P-FCB 14.60 12.50 -14.38 -3.85 1.52 8.25 1.25 4.00
TF 290.00 258.00 -11.03 0.00 31.25 8.26 1.23 4.78
UPOIC 47.75 42.50 -10.99 -2.30 5.07 8.38 1.83 11.76
TVO 15.50 11.90 -23.23 -0.83 1.38 8.62 2.70 13.45
BJC 73.00 71.50 -2.05 0.00 8.05 8.88 1.54 5.31
ASTL 262.00 220.00 -16.03 -0.90 24.21 9.09 1.13 7.83
APRINT 10.40 10.20 -1.92 -0.97 1.06 9.59 1.78 5.78
WACOAL 32.00 32.50 1.56 0.00 3.29 9.88 1.09 3.38
TUF 31.00 21.80 -29.68 -1.36 2.15 10.14 1.83 8.49
BKI 316.00 228.00 -27.85 0.88 22.14 10.30 0.75 6.58
SSC 31.25 24.10 -22.88 -0.41 2.34 10.30 1.10 5.81
AYUD 18.40 16.90 -8.15 0.00 1.63 10.37 0.82 7.40
DVS 161.00 152.00 -5.59 0.00 14.47 10.50 1.20 5.92
ROJANA 14.10 6.85 -51.42 -0.72 0.64 10.70 1.42 4.38
NTV 48.00 55.00 14.58 7.84 5.11 10.76 1.65 7.00
SST 35.50 35.25 -0.70 0.00 3.08 11.44 0.76 8.51
MATI 101.00 84.00 -16.83 0.00 7.30 11.51 1.08 5.36
HTC 4.56 3.70 -18.86 2.21 0.32 11.56 0.82 6.49
SAUCE 99.00 106.00 7.07 -0.93 9.12 11.62 1.88 7.97
CHARAN 48.75 41.00 -15.90 0.00 3.52 11.65 0.35 7.32
APSP 44.00 40.00 -9.09 0.00 3.31 12.08 1.26 7.50
THRE 4.40 4.42 0.45 0.45 0.36 12.28 2.06 6.79
KYE 66.50 55.50 -16.54 0.00 4.49 12.36 0.66 8.38
MAKRO 46.00 51.00 10.87 0.99 4.08 12.50 1.36 4.90
GYT 508.00 440.00 -13.39 0.92 34.25 12.85 1.35 3.41
FANCY 8.75 5.90 -32.57 0.00 0.45 13.11 1.87 8.64
ADVANC 85.00 85.50 0.59 0.00 6.46 13.24 3.91 2.46
TBSP 85.00 90.00 5.88 5.88 6.28 14.33 1.99 5.00
SAWANG 16.90 16.90 0.00 0.00 1.16 14.57 0.49 4.14
UPF 44.00 38.50 -12.50 0.00 2.54 15.16 0.91 5.19
POST 4.70 6.00 27.66 0.00 0.36 16.67 3.37 3.33
DELTA 26.50 23.30 -12.08 -0.85 1.34 17.39 2.17 3.43
ROH 30.00 28.00 -6.67 0.00 1.10 25.45 2.13 3.07
OHTL 302.00 314.00 3.97 0.64 12.22 25.70 4.35 4.46
ICC 34.00 36.00 5.88 0.00 1.33 27.07 1.20 2.50


NAME สินทรัพย์ หนี้สิน ผู้ถือหุ้น หนี้/EQ ทุน รายได้ กำไร ROA(%) ROE(%) PM(%) PAR
STA 9672.952 6,064.40 3,263.22 1.86 750.00 6,322.12 273.38 6.85 16.04 4.32 10.00
TIC 826.136 511.88 314.26 1.63 72.00 114.12 12.07 8.25 12.63 10.58 10.00
PR 7152.171 5,578.73 1,329.37 4.20 120.00 3,307.49 27.54 6.08 14.08 0.83 10.00
NKI 2688.249 1,109.15 1,451.09 0.76 230.93 287.08 44.71 7.00 10.39 15.57 10.00
TOPP 547.514 105.78 441.73 0.24 60.00 179.88 16.01 10.13 9.43 8.90 10.00
CEI 2096.244 506.08 1,590.16 0.32 188.30 2,341.62 146.89 16.23 18.24 6.27 1.00
TVI 1521.999 798.10 723.90 1.10 126.25 222.09 7.37 4.16 8.61 3.32 1.00
TCI 492.373 125.81 366.56 0.34 60.00 33.51 3.71 6.48 6.65 11.06 10.00
SMG 3043.777 1,133.88 1,909.90 0.59 298.60 292.37 112.09 15.36 19.97 38.34 5.00
PHA 3926.589 823.98 3,102.61 0.27 200.00 168.13 40.85 17.24 12.39 24.30 10.00
P-FCB 1090.303822 424.59 598.99 0.71 60.00 172.16 18.35 14.70 15.21 10.66 1.00
TF 4340.538 554.00 3,783.52 0.15 180.00 1,063.87 130.82 15.23 15.72 12.30 10.00
UPOIC 871.242 119.21 752.03 0.16 324.05 156.82 26.36 19.82 21.05 16.81 10.00
TVO 4942.56 2,597.98 2,158.45 1.20 490.47 3,084.48 189.92 17.00 30.93 6.16 1.00
BJC 13519.383 5,894.80 7,384.14 0.80 1,588.12 3,786.23 354.34 14.90 17.25 9.36 10.00
ASTL 1800.684 336.68 1,464.00 0.23 75.00 441.48 41.94 12.12 12.58 9.50 10.00
APRINT 1275.749 187.01 1,088.74 0.17 190.00 263.04 49.52 21.71 19.00 18.83 1.00
WACOAL 4379.986 786.95 3,592.80 0.22 120.00 958.95 90.90 11.93 11.22 9.48 1.00
TUF 21097.359 9,863.40 10,244.94 0.96 859.09 10,361.53 315.31 11.53 18.30 3.04 1.00
BKI 15047.17638 5,956.03 9,091.15 0.66 300.00 902.48 101.58 7.53 6.98 11.26 10.00
SSC 8615.391 2,765.35 5,776.60 0.48 262.84 3,809.45 225.05 10.04 10.85 5.91 1.00
AYUD 6156.888 1,006.57 5,150.32 0.20 250.00 260.45 66.12 8.26 7.83 25.39 1.00
DVS 3552.228 2,028.94 1,523.29 1.33 120.00 200.70 53.57 7.43 11.07 26.69 10.00
ROJANA 9867.172015 5,714.43 2,893.78 1.97 600.00 978.77 101.09 8.06 13.51 10.33 1.00
NTV 669.027 136.56 532.47 0.26 160.00 175.38 21.57 16.74 14.80 12.30 10.00
SST 564.29 21.99 564.29 0.04 121.00 31.70 12.60 8.85 6.81 39.77 10.00
MATI 1895.901 307.46 1,588.44 0.19 205.00 401.13 20.58 14.05 9.21 5.13 10.00
HTC 1327.057 581.49 745.57 0.78 166.02 466.82 20.62 5.69 7.14 4.42 1.00
SAUCE 2220.866 191.58 2,029.29 0.09 360.00 439.99 84.27 20.32 16.52 19.15 10.00
CHARAN 693.798 159.96 693.80 0.23 60.00 38.95 8.10 3.24 3.42 20.80 10.00
APSP 1489.292 445.78 1,043.51 0.43 330.00 544.05 27.28 8.06 10.61 5.01 10.00
THRE 4497.755 2,015.13 2,482.63 0.81 1,159.17 595.52 117.10 11.23 16.88 19.66 1.00
KYE 3292.156 1,448.67 1,843.49 0.79 220.00 4,319.26 74.06 3.17 5.36 1.71 10.00
MAKRO 15951.026 6,970.42 8,980.60 0.78 2,400.00 10,653.95 224.72 8.70 11.04 2.11 10.00
GYT 3161.83 754.30 2,407.53 0.31 74.00 939.56 43.30 18.29 10.62 4.61 10.00
FANCY 1705.49388 219.70 1,485.79 0.15 470.00 498.40 45.94 13.27 14.07 9.22 1.00
ADVANC 131826.728 67,071.34 64,382.69 1.04 2,940.79 24,077.69 5,030.01 25.47 30.73 20.89 1.00
TBSP 680.595 183.00 497.59 0.37 110.00 213.42 25.45 13.10 13.56 11.92 10.00
SAWANG 893.940357 61.38 832.56 0.07 240.00 207.19 10.67 4.16 3.37 5.15 10.00
UPF 467.152 148.77 318.38 0.47 75.00 181.00 3.72 5.68 6.05 2.05 10.00
POST 1211.78 321.20 890.58 0.36 500.00 450.60 53.85 20.97 20.03 11.95 1.00
DELTA 29941.936 17,111.72 12,748.56 1.34 1,188.10 11,784.02 514.44 5.57 12.25 4.37 1.00
ROH 1409.373 167.31 1,233.66 0.14 937.50 277.05 63.98 10.06 8.58 23.09 10.00
OHTL 2337.913 1,181.95 1,155.96 1.02 160.00 530.26 117.13 12.24 17.82 22.09 10.00
ICC 10474.43753 1,764.34 8,710.09 0.20 290.63 2,350.55 123.73 5.07 4.50 5.26 1.00


NAME เติบโต04% ~EPS04 EPS03 EPS02 EPS01 EPS00 EPS99 EPS98 EPS97 EPS96 EPS95 EPS94
STA 93.64 6.70 3.46 5.81 3.14 1.96 3.44 7.07 26.11 9.29 6.35 7.05
TIC 15.88 6.13 5.29 4.17 1.54 1.72 4.45 2.76 2.25 4.80 9.08 8.77
PR -3.38 15.44 15.98 16.72 19.04 16.48 14.10 12.57 9.66 6.44 3.19 5.35
NKI 13.82 6.67 5.86 1.96 3.62 2.75 1.66 1.80 1.31 13.72 13.12 11.55
TOPP 43.28 6.82 4.76 7.75 5.91 6.37 5.46 3.07 4.56 4.73 6.92 5.02
CEI -17.71 1.58 1.92 3.24 3.98 3.00 2.13 1.40 0.57 0.72 0.44 2.10
TVI 4.08 0.51 0.49 0.08 0.15 0.22 0.12 0.32 0.09 0.82 0.91 1.58
TCI 45.10 4.15 2.86 1.07 1.91 0.86 0.59 0.76 2.52 3.27 6.42 5.15
SMG 24.61 6.43 5.16 3.28 6.12 5.18 3.09 2.06 1.02 4.50 6.11 6.06
PHA -9.26 19.69 21.70 17.92 14.43 11.02 10.20 13.24 20.64 20.38 17.09 22.81
P-FCB -3.93 1.52 1.58 0.98 0.91 0.90 0.61 0.85 0.87 1.07 1.10 1.06
TF 12.09 31.25 27.88 35.01 36.16 36.25 40.24 24.76 23.80 20.76 20.21 21.58
UPOIC -10.90 5.07 5.69 1.45 3.21 4.56 12.79 6.55 6.05 7.17 4.72 3.05
TVO -2.82 1.38 1.42 1.04 0.89 1.02 1.16 1.21 0.06 1.00 0.79 0.43
BJC 6.62 8.05 7.55 4.33 1.89 3.37 4.36 3.83 6.66 10.57 9.37 8.12
ASTL -1.55 24.21 24.59 18.65 18.68 12.40 0.80 6.03 38.32 45.24 45.60 50.73
APRINT 2.51 1.06 1.03 1.02 0.60 0.46 0.38 0.31 0.35 0.41 0.22 0.32
WACOAL 1.54 3.29 3.24 2.62 2.62 2.79 2.09 2.90 0.20 2.05 2.78 1.99
TUF -18.87 2.15 2.65 1.80 2.01 0.50 1.01 2.14 1.60 0.52 0.90 0.55
BKI 5.28 22.14 21.03 15.45 26.64 22.83 18.06 13.62 32.39 40.90 38.26 46.89
SSC 2.18 2.34 2.29 2.21 2.41 1.89 1.28 0.27 1.58 2.36 2.70 2.02
AYUD 6.54 1.63 1.53 1.15 1.06 1.15 1.43 2.13 1.81 2.24 2.19 2.02
DVS 3.51 14.47 13.98 10.40 14.00 13.08 13.69 16.05 6.99 11.41 10.42 32.79
ROJANA 0.79 0.64 0.63 0.43 0.17 0.13 0.11 0.13 0.16 2.14 2.84 3.07
NTV 7.13 5.11 4.77 3.12 2.81 2.38 1.78 2.60 5.52 5.78 4.38 3.90
SST 10.00 3.08 2.80 2.51 3.88 5.45 5.44 0.67 4.15 6.58 5.30 5.93
MATI -8.41 7.30 7.97 5.45 5.75 7.73 7.44 5.65 4.04 3.04 5.87 10.48
HTC -3.03 0.32 0.33 0.43 0.46 0.48 0.21 0.38 0.35 0.12 0.45 0.38
SAUCE -2.98 9.12 9.40 8.62 7.46 3.25 6.79 5.11 5.62 4.88 6.04 6.27
CHARAN 13.18 3.52 3.11 3.37 3.74 2.65 3.48 4.89 9.17 9.59 7.15 15.86
APSP -0.60 3.31 3.33 2.99 1.43 2.93 5.77 2.45 1.04 3.55 3.61 3.36
THRE -2.70 0.36 0.37 0.33 0.31 0.41 0.40 0.53 0.50 0.56 0.71 0.72
KYE -66.16 3.13 9.25 7.08 4.35 14.45 6.40 6.16 6.36 4.19 6.08 8.78
MAKRO 3.82 4.08 3.93 3.92 4.11 4.28 2.38 2.09 2.11 3.42 2.81 2.05
GYT -11.68 30.25 34.25 32.91 35.52 36.08 52.03 28.98 21.34 39.15 33.10 14.09
FANCY -18.18 0.45 0.55 1.45 3.01 1.62 0.84 1.05 0.57 0.15 0.27 0.71
ADVANC 2.22 6.46 6.32 3.89 1.39 2.44 1.04 1.27 1.08 1.52 1.28 1.58
TBSP -5.56 6.28 6.65 4.45 3.11 2.82 2.71 0.72 1.05 2.79 2.48 3.53
SAWANG 9.43 1.16 1.06 1.16 2.01 1.64 2.07 3.44 2.36 3.11 2.94 3.71
UPF -20.63 2.54 3.20 8.24 8.65 8.02 7.11 3.25 5.96 3.00 3.21 2.05
POST 73.91 0.36 0.21 0.21 0.19 0.30 0.21 0.02 0.05 0.60 0.89 0.94
DELTA -16.25 1.34 1.60 2.80 3.28 3.87 2.99 2.12 6.25 1.44 1.26 1.58
ROH 15.79 1.10 0.95 2.01 1.53 1.75 1.61 1.90 1.03 1.33 0.55 1.06
OHTL -4.38 12.22 12.78 20.01 19.79 21.16 22.42 21.14 15.13 16.08 13.65 5.85
ICC -6.34 1.33 1.42 2.15 2.18 1.62 0.73 0.68 0.41 2.34 5.38 5.92
_________________
" ซื้อหุ้นของกิจการที่ดี มีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และ ถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี" ไม่มีสูตรสำเร็จในการคิดมูลค่านี้ คุณต้องรู้ซึ่งในกิจการ นั้นๆ

Back to top

Tongue

Joined: 02 Dec 2003
Posts: 14

Posted: Fri Jun 25, 2004 7:07 pm Post subject:

--------------------------------------------------------------------------------

มีเพื่อนขายจักรเย็บผ้าครับ บอกว่า singer ปีหลังหลังขายไม่ค่อยดี สู้ยี่ห้ออื่นไม่ได้ พวก Mitsui หรือไงเนี่ย จำไม่ค่อยได้ เขาว่าพวกนี้ราคาถูกกว่า คุณภาพพอพอกัน

Back to top

chatchai
Top Posters

Joined: 03 Jun 2003
Posts: 1219
Location: นนทบุรี
Posted: Fri Jun 25, 2004 8:22 pm Post subject:

--------------------------------------------------------------------------------

ธุรกิจเช่าซื้ออาจจะลำบากหน่อยครับต่อจากนี้ไป เนื่องจากปรกติธุรกิจนี้จะมีรายได้ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ตายตัว แต่ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และต้นทุนทางการเงินของบริษัทเป็นแบบลอยตัวละก็ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะลดลงทุกครั้งที่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครับ

Back to top



Guest

Posted: Sat Jun 26, 2004 5:37 pm Post subject:
--------------------------------------------------------------------------------

My Idea.

One thing that we have to recognize is the NPL krub.
Singer has risk of higher NPL, if the Interest Rate is increased.

The stock are from the products retrieved from NPL customer and obsolete products.

Also the competition in electrical products is growing tougher and tougher. Many competitors such as MIDA, AEONT, POWERBUY, TESCO LOTUS, etc.

Q1'04 compared to Q1'03

Sales Revenue decreased from1,034.981 to 825.898 million Baht
Interest Revenue increase from 165.805 to 254.267 million Baht

-> Higher Market competition is the cause to lower sales.

Q1'04 compared to Q4'03

Trade accounts and installments receivable - net increase from 3,243.430 to 3,456.400 million Baht. Comply with interest rate increase.

->This may imply that many new customers are long-term payment type instead of one-time paid.

Inventories increase from 407.840 to 599.311 million Baht

-> Higher Market competition


Let's see Q2' 04 result krub.


User avatar
ครรชิต ไพศาล
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 4610
Joined: Tue Feb 04, 2003 7:58 pm

Posts by ครรชิต ไพศาล » Sat Jun 26, 2004 9:23 pm

Code: Select all

NAME	งบปี	สินทรัพย์	หนี้สิน	ผู้ถือหุ้น	ทุน	รายได้	กำไรก่อน	กำไรสุทธิ	ROA(%)	ROE(%)	PM(%)	หนี้/ผู้ถือหุ้น
SINGER	2004	4,785.05	2,435.44	2,349.61	270.00	1,102.63	119.07	77.87	8.18	10.62	7.06	1.04
SINGER	2003	4,404.21	2,127.96	2,276.25	270.00	4,576.01	371.15	240.08	9.32	10.84	5.25	0.93
SINGER	2002	3,558.74	1,405.08	2,153.66	270.00	4,024.27	329.48	196.99	8.72	9.06	4.90	0.65
SINGER	2001	3,995.89	1,800.27	2,195.62	270.00	3,860.58	301.79	167.74	7.38	7.84	4.34	0.82
SINGER	2000	4,186.66	2,101.84	2,084.82	270.00	3,833.32	303.50	133.42	6.99	6.57	3.48	1.01
SINGER	1999	4,502.12	2,522.84	1,979.29	270.00	3,977.92	274.60	51.51	5.76	2.04	1.29	1.27
SINGER	1998	5,027.26	3,065.41	3,065.41	270.00	1,688.57	353.97	-50.00	6.43	-1.97	-2.96	1.00
SINGER	1997	5,982.32	3,983.52	1,998.80	270.00	5,149.69	291.08	-246.27	4.17	-11.18	-4.78	1.99
SINGER	1996	7,966.32	5,558.34	2,407.99	270.00	8,392.44	1,121.70	491.03	14.41	20.86	5.85	2.31
SINGER	1995	7,606.70	5,306.34	2,300.36	270.00	8,558.90	1,295.52	643.49	16.63	29.55	7.52	2.31
SINGER	1994	7,977.37	4,782.02	2,055.00	135.00	7,768.70	1,200.02	618.67	30.09	60.21	7.96	2.33
												
												
NAME	งบปี	EPS	ปันผล	epsQ4	epsQ3	epsQ2	epsQ1	PAR	ราคา	P/E	P/BV	D/P%
SINGER	2004	0.91	????	????	????	????	0.29	1	6.90	7.58	0.79	7.41
SINGER	2003	0.89	0.50	0.25	0.18	0.19	0.27	1	7.2	8.09	0.85	6.94
SINGER	2002	0.73	0.41	0.30	0.08	0.19	0.16	1	5.2	7.12	0.65	7.88
SINGER	2001	0.62	0.36	0.12	0.08	0.19	0.23	1	4.15	6.69	0.51	8.67
SINGER	2000	0.49	0.29	0.11	0.11	0.13	0.14	1	2.13	4.35	0.28	13.62
SINGER	1999	0.19	0.00	0.02	0.01	0.08	0.08	1	3	15.79	0.41	0.00
SINGER	1998	-0.19	0.00	1.54	-1.99	-0.10	0.36	1	2.5	-13.16	0.22	0.00
SINGER	1997	-0.91	0.00	-0.09	0.36	-0.76	-0.42	1	2	-2.20	0.27	0.00
SINGER	1996	1.82	0.60	0.34	0.55	0.46	0.47	1	10	5.49	1.12	6.00
SINGER	1995	2.38	1.58	-1.10	1.37	1.05	1.06	1	18	7.56	2.11	8.78
SINGER	1994	4.58	2.73	1.49	1.21	0.94	0.94	1	20	4.37	1.31	13.65

ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN

User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Mon Jul 26, 2004 4:57 am

ตำนานธุรกิจสินเชื่อเงินผ่อนในตลาดชนชั้นล่างที่มีวัยล่วงเลยมาถึง 115 ปี อย่าง "ซิงเกอร์" เริ่มไร้มนต์เสน่ห์ในสายตาคนรุ่นใหม่ และเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆเมื่อย้อนกลับไปในช่วง 2-3 ปีก่อน ส่วนหนึ่งคนซิงเกอร์ยอมรับว่าเป็นเพราะบุคลิกการทำตลาดที่ค่อนข้างโบราณ จนแบรนด์ "ซิงเกอร์" สร้างความสับสน ผู้คนเริ่มแยกไม่ออกว่า กำลังจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางไหนกันแน่...


ซิงเกอร์ เป็นธุรกิจเก่าแก่ที่เริ่มต้นมาจากขายจักรเย็บผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าเงิน
ผ่อนมาตลอด 100 กว่าปี ตั้งแต่ตลาดสินค้าจักรและเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ค้าขายกันเป็นเงินสดมากกว่า 90% กระทั่งสัดส่วนเพิ่งจะเปลี่ยนแปลงเป็นเงินผ่อน 60% เงินสด 40% ในยุคหลังๆ

ทุกยุคทุกสมัยซิงเกอร์ยังคงจับตลาดเงินผ่อนเป็นหลัก ส่วนใหญ่จำกัดวงใน
กลุ่มคนชั้นรากหญ้า กว่า 85% แบบไร้คู่ต่อสู้ทางตรง นอกจากไฟแนนซ์ห้องแถว สินเชื่อนอกระบบ หรือตลาดมืด ในอาณาบริเวณใกล้ๆกัน

สินค้าที่มีโลโก้ "ซิงเกอร์: จึงขายตรงถึงบ้าน เพราะนโยบายคือ ยี่ห้อซิงเกอร์ไม่ควรจำหน่ายในห้างจนไม่นานมานี้ แบรนด์ที่กำลังจะรางเลือนจากความทรงจำของผู้คน ก็ถูกท้าทายจากยักษ์ใหญ่อย่าง จีอี อิออน อีซี่บาย เซทเทเลม หรือแม้แต่ ไมด้า แอสเซท และน้องใหม่ทุนหนาอย่างแคปปิตอล โอเค ซึ่งกำลังจัดทัพขยายตลาดมายังภูธร หลังจากตลาดสินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองใหญ่ และใจกลางเมืองหลวงเข้าใกล้วัฏจักรเกือบจะอิ่มตัวเต็มที่ กองทัพของผู้มาใหม่ ที่มีแหล่งเงินทุนมากมาย มีกลยุทธ์หลากหลายที่จะเจาะ
เข้าถึงความต้องการของ ลูกค้า ในรูปแบบแปลกใหม่จึงเริ่มคืบคลานเข้ามา จนซิงเกอร์เองก็ตั้งตัวไม่ติด

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ศัตรูทางการค้ากลุ่มนี้ทำให้ ตลาดสินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้า
ขยายตัวค่อนข้างมากในช่วง 3-4 ปีให้หลัง จนทุกวันนี้ตลาดมีมูลค่ากว่า 6-8
หมื่นล้านบาท โชคดีที่กลุ่มเป้าหมายหลัก เป็นชนชั้นล่างในตลาดชนบท ที่มีกำลังซื้อไม่มาก จึงไม่ได้รับผลกระทบมากมายนัก เพราะคู่อริเลือกที่จะจับคนมีรายได้ประจำ มีสลิบเงินเดือน แต่ลูกค้าซิงเกอร์มีแต่คนบ้านนอก ผู้คนในจังหวัด เล็กๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีรายได้ประจำเป็นเงินเดือนอาศัยว่า มีตัวแทนขายมากกว่า 6,500 ชีวิตเป็น กองทัพ รุกประชิดตัวคนในหมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคน ในพื้นที่ ที่มีความสัมพันธ์กันใกล้ชิดอยู่เดิม รากฐานของซิงเกอร์จึงยังมั่นคงอยู่


ซิงเกอร์รับรู้ถึงภัยคุกคามที่ส่อเค้าจะรุนแรงมากขึ้นโดยทันที ไม่นานนักทีม
ทำงานซิงเกอร์ก็ต้องปรับรูปขบวนใหม่ ที่ค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เป็นครั้งแรก...

โจทย์ใหม่ที่ค่อนข้างหินกว่าเดิมเป็นเท่าตัว กำลังบอกว่า คู่แข่งที่มาจากทุกสารทิศ คงไม่รุกล้ำเข้ามา ตามรอยตะเข็บอาณาบริเวณของซิงเกอร์เพียง เท่านั้น เพราะถ้าโอกาสเปิดกว้างเมื่อไร ยักษ์ใหญ่กระเป๋าหนักข้ามชาติเหล่านี้ก็จะบุกตีตลาดต่างจังหวัดมากขึ้นๆ

"เราเพิ่งมองว่าความจริงเราไม่ได้ขายยี่ห้อซิงเกอร์ แต่เรามองว่าเราขายความเป็นเงินผ่อนมากกว่า ขณะเดียวกันถ้าเราทำธุรกิจแบบเดิมๆ เราก็จะไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้ให้มากขึ้นได้ นอกจากหาอะไรเข้ามาเสริม"

สยาม อุฬารวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด
(มหาชน) ชี้ให้เห็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ของซิงเกอร์ ...

หลายปีมานี้ หากใครเป็นลูกค้าซิงเกอร์จะเห็นการพลิกแพลงระบบการผ่อน
ชำระในหลากรูปแบบ อาทิ การจัดหมวดสินค้าออกเป็น 2 ราคา ตลาดแรก ตั้งราคาสำหรับลูกค้าทั่วไป อีกส่วนเป็นราคาพิเศษสำหรับลูกค้าประวัติการผ่อนชำระดี โปรแกรมที่ดีไซน์มาใหม่ เพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่า การครอบครองสินค้าทำได้ง่ายขึ้น หากต้องการซื้อมากกว่า 1 ชิ้น ในขณะที่รายได้ก็ไม่ได้มากขึ้นกว่าเดิม

งานดีไซน์รูปแบบการผ่อนชำระใหม่ๆ ยังเลือกเปิดให้ลูกค้าเก่าเป็นหลัก... จากฐานที่มีอยู่มากกว่า 3 ล้านราย ซึ่งเริ่มนับมาตั้งแต่ปี 2540 ในยุคที่คอมพิวเตอร์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน ความจริงจะมากกว่านี้ถ้ามีการนำเอาบัญชีเอกสารเมื่อถอยหลังปีเกิดวิกฤตเศรษฐกิจมาคำนวณรวมกัน...

ความเป็นเจ้าตำนานเงินผ่อนในพื้นที่ภูธร ยังทำ ให้ซิงเกอร์จัดทำแพกเกจสิน
เชื่อส่วนบุคคลหรือเพอร์ซันนอลโลนขึ้นมาใหม่ ส่วนนี้จะถือเป็นการ ทดลองชิมลางในตลาดลูกค้าเก่า จึงไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้คนวงนอกได้รู้จักสักเท่าไร แพกเกจที่ว่าคือ สินเชื่อวงเงินเพียง 10,000 20,000 และ 30,000 บาท ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน ก.พ.-มี.ค. 2547 ที่ผ่านมา แต่โปรโมชั่นส่วนนี้ก็เลือกเจาะจงเฉพาะคนในท้องถิ่นชนบทชัดเจน ดังนั้นสินค้าจึงเป็นเรื่องสินเชื่อช่วยเหลือยามเจ็บไข้ได้ป่วย งานบวช งานแต่งงาน

"ลูกค้ารายใหม่ หากสนใจก็ทำได้ แต่อาจต้องใช้ทะเบียนรถจักรยานยนต์ค้ำ
ประกัน ส่วนลูกค้าเก่าใช้เพียงบุคคลค้ำก็พอ เทียบกันยังดีกว่าตลาดมืดที่เก็บดอกเบี้ยกันเดือนละ 5-10% สินเชื่อเงินสด ซิงเกอร์จึงถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ"

มีการคาดหมายว่าบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลปีนี้จะขึ้นมาที่ 1 หมื่นกว่าบัญชี จาก
พอร์ตรวมที่คาดว่าจะสูงระดับ 4 แสนราย ขณะที่หนี้เสียอยู่ในระดับ 1-2% เท่านั้น

อีกบทบาทหนึ่งที่ผู้คนแทบไม่เคยรับรู้มาก่อน ก็คือ ซิงเกอร์ยังทำหน้าที่รับ
ตามหนี้ให้กับบริษัทมือถือรายใหญ่รายหนึ่ง ประมาณว่ารายได้ที่เก็บได้แต่ ละเดือนสูงถึงหลักล้าน

การเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก็คือ การเป็นดีลเลอร์ขายรถจักร
ยานยนต์ ที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2544 จนมาปีนี้ ยอดขายรถจักรยานยนต์ผ่านเครือข่ายซิงเกอร์สูงระดับ 35-40% ของตลาดรวม พลอยผลักให้รายได้ซิงเกอร์ ขยับตัวได้อย่างรวด เร็ว จากปี 2545 ที่มียอดขายรวม 3,900 ล้านบาท มาเป็น 4,560 ล้านบาทในปี 2546 ขณะที่เป้าหมายปี 2547 ประมาณการว่าจะขยับถึง 5,300-5,400 ล้านบาท

สยาม บอกว่า หากยังดันทุรังทำธุรกิจแบบเดิมๆ ซิงเกอร์จะไม่สามารถเพิ่มสัด
ส่วนรายได้ขึ้นมาได้ นอกจากต้องหาวิธีเพิ่มรายได้จากส่วนอื่นๆ ที่ผ่านมาจึงเห็นการเคลื่อนไหวของซิงเกอร์ในรูปแบบการขายใหม่ๆ ที่นอกเหนือสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า มากขึ้น ทั้งจักรยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และมือถือ ขณะที่ ปัจจุบันหน้าร้านของซิงเกอร์ยังทำหน้าที่ ขายประกันภัย และประกันชีวิต อีกแขนงหนึ่งด้วย

"ต่อไปเราอาจหันไปทำเช่าซื้อรถยนต์ หรือสินค้าหมวดอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น
เพียงแต่สินค้าตัวใหม่ต้องคำนึงถึงความเสี่ยง ถึงแม้จะได้เนื้อได้หนัง แต่ความเสี่ยงสูง กำไรต่อหน่วยต่ำ เพราะวงจรชีวิตสินค้ากลุ่มนี้ค่อนข้างหมุนเร็ว ก็จะทำให้สต็อกสินค้ามีปัญหา"


ว่ากันว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นยังพอเห็นเพียงลางๆ บุคลิกและภาพลักษณ์ของซิงเกอร์จึงยังไม่ได้โดดเด่นและแสดงความชัดเจนในสายตาของผู้คนทั่วไปอยู่ดี...ยกเว้นลูกค้าเก่าในตัวอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านที่คุ้นเคยกันมาก่อนเท่านั้น แต่การเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ และกำลังจะกลายเป็นโมเดลใหม่ของซิงเกอร์ในอนาคตก็คือ การล้างรูปแบบการขาย การตลาด และตัวสินค้า ผ่านช่องทางจำหน่าย นั่นคือ การหันมาใช้ระบบดิสทริบิวชั่น เน็ตเวิร์กให้เป็นประโยชน์ เพื่อเติมรายได้ ยอดขายและกำไรในอนาคตให้มากขึ้นกว่าเดิม...

ช่องทางจำหน่ายเดิมในปัจจุบัน แยกได้เป็น 3 ระบบ ในระบบขายตรงมีสาขา
ของ ซิงเกอร์ไดเรกต์ ที่มีอยู่ 220 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ ยกเว้นแม่ฮ่องสอน และใจกลางเมืองหลวง สาขานี้จะทำหน้าที่เดินเคาะประตูบ้าน ผู้คนในหมู่บ้านต่างๆ ชนิดสัมผัสใกล้ชิด

ส่วนซิงเกอร์พลัส รูปแบบที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมาใหม่ มีสาขาเพียง 10 แห่ง ในใจ
กลางเมืองหลวง และอีกแห่งที่เชียงใหม่ โดยจะมีรูปแบบการขายปลีก เหมือนห้างสรรพสินค้า ที่มีสินค้ายี่ห้อซิงเกอร์และอีกหลายยี่ห้อรวมกันอยู่ เดิมทีนั้นสาขารูปแบบที่สองกำหนดว่าปี 2547 จะขยายให้ถึง 40 แห่ง แต่มาถึงวันนี้ต้องชะงักลงชั่วคราว เพราะโมเดลที่วางเอาไว้เมื่อ 2 ปีก่อน ยังไม่ตรงใจทีมงานบริหาร ขณะที่รูปแบบล่าสุดคือ สาขา ซิงเกอร์ได้เรกต์พลัส ที่มีอยู่ 2 สาขาย่านชานเมืองกรุงฯ คือที่รังสิตและถนนศรีนครินทร์ทั้งหมด สยาม อธิบายว่า ดูภายนอกก็คือ สาขาทั่วไปที่มีชื่อเรียกแตกต่างกัน แต่ความจริง ภายใต้ระบบที่มีชื่อผิดแผกกันเล็กน้อย กลับซ่อนแนวทางการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างชัดเจนเอาไว้...

ระบบสาขาซิงเกอร์ไดเรกต์ ยึดหัวหาดคนภูธรไว้แต่แรก ทีมทำงานจึงไม่แยก
คนขาย ซึ่งก็คือผู้อนุมัติสินเชื่อและคนเก็บเงินออกจากกัน โดยทั้ง 2 ตำแหน่งเป็นคนๆเดียวกัน ดังนั้นโอกาสที่ตลาดจะขยายตัวจึงน้อย ถ้าบังเอิญขาหนึ่งจะหนักไปทางเก็บเงินมากกว่า ขายสินค้า รูปแบบนี้จึงทำให้ซิงเกอร์ไม่มีลูกค้าหน้าใหม่เพิ่มเข้ามาเลย หรือมีก็น้อยเต็มทน...

อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้ยังคงเลือกให้เหมาะกับสังคมต่างจังหวัด ที่เห็นความ
สัมพันธ์ใกล้ชิดเป็นจุดขาย เพราะตัวแทนขายจำเป็นต้องเป็นคนในพื้นที่ รู้หลักแหล่งลูกค้าเป็นอย่างดี ขณะที่ซิงเกอร์พลัสจะแตกต่างออกไป ระบบนี้มีคอนเซ็ปต์เดียวกับห้างสรรพสินค้า บุคลากรจึงทำหน้าที่เหมือนพีซีขายสินค้า กินเงินเดือนและผลประโยชน์จากยอดขายตามเป้าหมายที่กำหนด

ส่วนซิงเกอร์ได้เรกต์พลัส ใช้การผสมผสานกัน ใน 2 รูปแบบ โดยแยกคนขาย
หรืออนุมัติสินเชื่อและคนเก็บเงินออกจากกัน เพียงแต่ทั้งซิงเกอร์พลัส และซิงเกอร์ไดเร็คพลัสเลือกที่จะเบนหัวเรือจับคนทำงานในเขตเมืองหลวงเป็นหลัก สยามบอกว่า กลุ่มเป้าหมายหลักเป็นชนชั้นล่างก็จริง แต่ซิงเกอร์ก็พยายามจะปีนป่ายเข้ามาในเมือง เพราะรู้ว่าโอกาสยังมี

สาขาทั้ง 3 รูปแบบ เป็นการลงทุนด้วยต้นทุน สูงต่ำต่างกัน ไดเรกต์ใช้เงินไม่
มาก สาขาหนึ่งๆอาจลงทุนเพียง 2 ล้านบาท เป็นทั้งค่าเช่าดำเนินการ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ขณะที่ซิงเกอร์พลัส พื้นที่ประมาณพันกว่าตารางฟุตต้องลงทุนประมาณ 10 กว่าล้านบาท

จุดเด่นของซิงเกอร์ที่มีช่องทางขายกระจายอยู่ทั่วประเทศ นอกจากจะให้ประโยชน์กับองค์กรเอง ก็ยังบังเอิญไปเตะตาธุรกิจหลากหลายที่ต้องการใช้ระบบช่องทางขายของซิงเกอร์ตรงถึงลูกค้า

สยามบอกว่า มีทั้งที่ทาบทามให้ซิงเกอร์เป็นโบรกเกอร์ขายทรัพย์สินประเภท
บ้าน และที่ดิน เนื่องจากสถาบันการเงินส่วนใหญ่ขาดบุคลากรในพื้นที่ที่จะเข้าไปแนะนำลูกค้า ซึ่งอยู่ในต่างจังหวัด หลายราย โดยเฉพาะแบงก์ต่างๆที่มีทรัพย์สินรอการขายหรือ เอ็นพีเอค้างเติ่งมากมาย จึงหมุนเวียนเข้ามาเจรจาแทบไม่เว้นแต่ละวัน นอกจากนั้น ยังมีการทาบทามให้ใช้ช่องทางจำหน่ายของซิงเกอร์ทำหน้าที่เป็นสาขาย่อยของแบงก์ เพื่อทำธุรกรรมง่ายๆ เช่นรับชำระเงินลูกค้าที่อยู่ห่างไกลตัวเมือง เพื่อไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

"เราคิดว่าช่องทางขายของเราต่อไปจะเหมือนกับเซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีพันกว่าร้านและทำอะไรได้มากมาย อยากขายบัตรชมคอนเสิร์ตก็ได้ ซึ่งถ้ามีระบบคอมพิวเตอร์ ก็ทำอะไรได้มาก"

ด้วยเหตุที่เริ่มหันมาใช้ช่องทางขายเป็นเครื่องมือ กำหนดทิศทางตลาดใน
อนาคต สยามบอกว่า ซิงเกอร์ ได้วางโครงการจัดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ตรงถึงพันธมิตร โดยเฉพาะแบงก์ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 ปีนี้ โดยทุ่มงบประมาณร่วม 60-70 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนเฟสสอง หลังจากปรับรูปแบบการขายและช่องทางจำหน่ายใหม่ เมื่อ 2 ปีก่อน

"ตอนนี้เรามองว่า โมเดลที่ทำอยู่ยังไม่ไฟนอล หรืออยู่ในขั้นตอนสุดท้าย แต่เราเองก็ลองผิดลองถูกมามาก ก็เลยคิดว่าอยากจะได้โมเดลใหม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการ แต่ปัจจุบันนี้คิดว่าโมเดลนี้ยังไม่ไฟนอล"

บุคลิกที่ผู้คนท่องจำขึ้นใจ ในสมัยที่ใครต่อใครรับรู้ว่า แบรนด์ซิงเกอร์ คือจักร
เย็บผ้าและเครื่องใช้ไฟ้ฟ้า เริ่มจะใช้ไม่ได้ ภายใต้เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงของกระแสเศรษฐกิจโลก และเทคโนโลยี โมเดลเก่าที่นิยมเก็บเนื้อเก็บตัว การเคลื่อนไหว เป็นไปอย่างเชื่องช้าเนิบนาบ เหมือนกับราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ จึงต้องได้รับการสังคายนาใหม่ แต่จะติดตาผู้คนทั่วไปอย่างไร โมเดลใหม่ของซิงเกอร์ที่กำลังเสาะแสวงหาอยู่จะบอกได้ชัดเจน...


User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Mon Jul 26, 2004 5:05 am

ชุบชีวิตจักรเย็บผ้า เข็นไฟติ้งแบรนด์ขึ้นห้าง

ก่อนหน้านี้ มีการสำรวจการรับรู้ของผู้คนเกี่ยวกับแบรนด์ซิงเกอร์ ทำให้พบว่า ชื่อซิงเกอร์อยู่ในความทรงจำที่มีทั้งทำให้ประหลาดใจ ระคนสร้างความหวังให้กับเจ้าของแบรนด์...

หากเรียงตามลำดับสำคัญ คนทั่วไปจะรู้จักและคุ้นเคยกับ จักรเย็บผ้า รองลง
มาคือ เงินผ่อนและเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ทำให้ประหลาดใจก็คือ มีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรซิงเกอร์มากพอสมควรในระยะหลัง แต่การรับรู้ของผู้คนกลับวิ่งตามไม่ทัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความหวังให้กับซิงเกอร์จากผลสำรวจคราวนี้ก็คือ ชื่อสินค้า หรือโลโก้ซิงเกอร์ ที่ยังนำมาเป็นจุดขายได้เป็นอย่างดี หากจะรื้อแผนการตลาด ด้วยกลยุทธ์รูปแบบใหม่ๆกับเขาบ้าง

ในอดีต รูปแบบการขายของซิงเกอร์เป็นลักษณะขายตรงเพียงอย่างเดียว สินค้าก็มีไม่มากบวกกับการ เคลื่อนตัวในตลาดแทบไม่ทำให้ลูกค้า หรือแม้แต่คู่แข่งรู้สึกว่าสัมผัสถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางใหม่ๆได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ ซิงเกอร์ก็สร้างความแปลกใจให้กับแวดวงธุรกิจ
สินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้บ้าง เริ่มต้นจากการฉีกภาพลักษณ์เดิมๆ ที่เน้นขายตรง มาเป็นขายปลีก ผ่านสาขา ซิงเกอร์พลัส กระทั่งมีแผนจะสร้างแบรนด์ใหม่ ในรูปแบบไฟติ้งแบรนด์หรือสินค้าราคาต่ำเพื่อป้อนโมเดิร์นเทรดและช่องทางขายของ ซิงเกอร์ ควบคู่ไปกับการชุบชีวิตใหม่ให้กับจักรเย็บผ้า ภายใต้โลโก้ซิงเกอร์

แนวทางหลังสุด เป็นการขยายตัวไปยังตลาดค้าส่งคือ ผลิตและป้อนสินค้าให้
กับห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรด เป็นเพราะผลสำรวจที่ค้นพบว่า จุดแข็งของซิงเกอร์คือ จักรเย็บผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า ดังนั้นแผนช่วงไตรมาส 3 จึงมีการเตรียมการส่งจักรเย็บผ้าขนาดกระเป๋าหิ้วและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก จำพวกหม้อหุงข้าว และไมโครเวฟ ติดตราซิงเกอร์ เพื่อนำขึ้นชั้นวางของในห้างใหญ่ๆและโมเดิร์นเทรด

ในกลุ่มจักรเย็บผ้านั้น มองไปที่กลุ่มเป้าหมายโรงเรียนฝึกวิชาชีพ โรงเรียนสอนตัดเย็บเสื้อผ้า หลังจากก่อนหน้านี้ซิงเกอร์หันไปเน้นหนักเครื่องใช้ไฟฟ้าจนลืมเลือนจุดแข็งของตัวเองไป ทำให้ตลาดจักรเย็บผ้าซิงเกอร์ ถูกตีขนาบด้วยสินค้าเถื่อนทะลักจากจีน และสินค้าที่ลักลอบเข้ามาขาย ประมาณว่า ทุกๆ 100 ตัว จักรเย็บผ้ามีของเถื่อนถึง 80 ตัว ทั้งๆที่ยอดขายจักรเย็บผ้าของซิงเกอร์ปีหนึ่งๆขายได้ราว 3 หมื่นกว่าล้านบาท และถือเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล...

ส่วนไฟต์ติ้งแบรนด์ ได้วางตำแหน่งให้ต่ำกว่าสินค้าเกาหลี แต่อยู่ในระดับสูง
หากเทียบสินค้าจากจีน ซึ่งกลุ่มนี้ได้กำหนดให้มีราคาต่ำได้ ก็เพราะซิงเกอร์มีการบริหารงานขายด้วยการลดต้นทุนในหลายรูปแบบ ทั้งจากการนำเข้าสินค้าจากแหล่งผลิตของซิงเกอร์ในต่างประเทศที่มีปริมาณการผลิตขนาดใหญ่ เช่น โรงงานในบราซิล อินเดียและจีน "เป็นนโยบายบริษัทแม่คือ ซิงเกอร์เอเชีย ที่ต้องการลดต้นทุนโดยการนำเข้าสินค้าจากแหล่งผลิตตัวเองที่มีต้นทุนต่ำ"


สยามบอกว่า วิธีนี้ยังทำให้ซิงเกอร์ตัดสินใจล้มเลิกโรงงานผลิตในประเทศ โดยหันมาใช้โรงงานของซัปพลายเออร์แทน ปัจจุบันโรงงานซิงเกอร์จะผลิตเฉพาะน้ำมันหล่อลื่นจักรเย็บผ้า โดยสินค้าอื่นได้ว่าจ้างโรงงานของแบรนด์ดังๆผลิตให้แทน

พันธมิตรของซิงเกอร์ มีค่อนข้างหลากหลาย ทั้งซัมซุง พานาโซนิค โตชิบา
รวมถึงฮิตาชิ ซึ่งคุ้นเคยกันเพราะการเปิดช่องทางขายซิงเกอร์พลัส ที่มีการขายสินค้าแบรนด์อื่นในร้านตัวเอง จนภายหลังเปลี่ยนมาจับมือเป็นพันธมิตรเพื่อว่าจ้างผลิตสินค้าป้อนให้ซิงเกอร์

"เราติดต่อกับทุกค่ายที่เป็นพันธมิตร โดยกำหนดสเปกให้ผลิตตามแบบของเรา แล้วใช้ชื่อซิงเกอร์ ทุกวันนี้มีซัปพลายเออร์ที่ผลิตป้อนให้ซิงเกอร์ 30 กว่าราย บวกจักรยานยนต์และมือถือเข้าไปด้วย ก็ถือว่าเยอะมาก จนทำงานไม่ทัน"

นอกเหนือสินค้าใหม่ในกลุ่มไฟติ้งแบรนด์ ที่จะเปลี่ยนแนวทางใหม่ให้กับซิง
เกอร์ในตลาดค้าส่ง ก็ยังมีการกำหนดจุดขายด้วยการใช้ชื่อสินค้าต่างๆกันไปตามจุดอ่อนและจุดแข็งที่ได้จากการรับรู้ของผู้บริโภค

สินค้าที่มีจุดอ่อน เป็นหมวดอิเลกทรอนิกส์ จำพวกทีวี เครื่องเสียง วีซีดี และดีวีดี กลุ่มนี้จะแปะชื่อ ซิงเกอร์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนหมวดตู้เย็น เครื่องซักผ้าที่มีความแข็งแกร่งกว่ากลุ่มอื่นจะใช้ชื่อซิงเกอร์ต่อไป

กลวิธีการตลาดรูปแบบใหม่ๆจึงทำให้ฐานตลาดซิงเกอร์ขยายไปทุกจุด ทั้งขายตรงแบบเงินผ่อน ค้าปลีกในร้านซิงเกอร์พลัส รวมถึงธุรกิจค้าส่งจากการผลิตสินค้าซิงเกอร์ขึ้นห้างเป็นครั้งแรก นับจาก ซิงเกอร์เปิดตัวในตลาดนี้มานาน 115 ปี

ก่อนหน้านั้น ซิงเกอร์เลี่ยงไม่นำสินค้าขึ้นห้างก็เพราะ การขายตรงถึงบ้านลูกค้าทำให้มีการนำใบบอกราคาจากห้างใหญ่ๆมาเปรียบเทียบกัน ทำให้เสียความรู้สึกถ้ารู้ว่าราคาแตกกันหลายพันบาท

วิธีนี้ไมด้า แอสเซท ก็นำมาใช้ ซึ่งแม้จะทำให้ลูกค้ามองเห็นความแตกต่างของราคาสินค้า แต่ไมด้าฯก็จับลูกค้าตามต่างจังหวัดได้อยู่หมัด เพราะถึงราคาจะแตกต่างกันมาก แต่ลูกค้าก็ไม่มีปัญญาซื้อด้วยเงินสด

ดังนั้นการเลือกซื้อสินค้าราคาสูงกว่าเกือบเท่าตัว แต่ลูกค้ามีกำลังเพียงพอจะ
ผ่อนชำระจึงยังมีอยู่ ว่ากันว่าพื้นที่สำหรับตลาดเงินผ่อนในพื้นที่นอกเขตเมืองกรุงค่อนข้างกว้างขวาง จนผู้ประกอบการแทบทุกเจ้าจดๆจ้องๆไม่วางตา

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสังคมเมืองใหญ่
มักจะกระจุกตัวอยู่ในศูนย์สรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดวันหนึ่งเป็นแสนๆราย จึงถือเป็นข้อได้เปรียบของจีอี อิออน อีซี่บาย และเซทเทเลม คู่แข่งทางตรง ซึ่งถ้าซิงเกอร์ไม่ตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางใหม่ๆ ตลาดลูกค้าบนศูนย์สรรพสินค้าใหญ่ๆก็จะห่างไกลออกไปทุกที ขณะที่คู่ปฏิปักษ์ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ กลับยกทัพเข้าประชิดรอยตะเข็บของซิงเกอร์ขึ้นเรื่อยๆ จนกำแพงที่ขวางกั้นอยู่ปริ่มๆจะทลายลงในเวลาอันใกล้ การจัดทัพสินค้าปรับรูปแบบสาขาเพื่อเปลี่ยนบุคลิกภาพใหม่ จึงกลายเป็นความจำเป็นและจำใจ เพื่อไม่ให้แบรนด์ซิงเกอร์จนตรอก จากบุคลิกเก่าที่เกือบจะบั่นทอนแบรนด์ซิงเกอร์เอง มากกว่าจะเป็นฝีมือคู่แข่งเสียอีก...

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 23 กรกฎาคม 2547 11:25 น.


User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Fri Jul 30, 2004 4:34 am

ซิงเกอร์ซุ่มบุกสินค้ามือสอง ตลาดอืดยอดครึ่งปีแรกแผ่ว

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2547 19:10 น.


ซิงเกอร์ทุ่มงบตลาดกว่า 400 ล้านบาท เร่งเครื่องครึ่งปีหลังรุกตลาดเงินผ่อนรถมอเตอร์ไซต์เต็มสูบ รวมทั้งเน้นกลยุทธ์พัฒนาคนเป็นตัวแปรหลัก ดันยอดขายโตตามเป้า หลังจากที่ครึ่งปีแรกแผ่ว พร้อมเล็งปีหน้าเตรียมบุกตลาดสินค้ารถมือ 2 ในลักษณะเปิดเป็นศูนย์สินค้ามือ 2 หรือเอาท์เล็ตโดยเฉพาะของซิงเกอร์

นายยงยุทธ์ บุญเปกซ์ตระกูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนที่จะทำตลาดสินค้าในตลาดมือ 2 ซึ่งมองว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากธุรกิจของซิงเกอร์เป็นแบบซื้อผ่อน ประกอบกับลูกค้าบางรายไม่สามารถหาเงินมาผ่อนสินค้ากับทางบริษัทฯได้จึงต้องมีการยึดสินค้านั้นคืน ซึ่งตรงนี้เริ่มมีการทดลองทำตลาดในส่วนของรถมอเตอร์ไซด์ก่อนแล้ว เพราะที่ผ่านมาสินค้ากลุ่มมอเตอร์ไซด์โดนยึดคืนประมาณ 2,000 คันหรือคิดเป็น 8-9% ต่อปี คาดว่าราคาขายผ่อนมือ 2 จะอยู่ที่ 22,000 บาท ต่ำกว่าราคารถจักรยายนต์ใหม่ในตลาด 38,000 บาท ทั้งนี้บริษัทฯ คาดว่าในปีหน้าจะเปิดร้านเป็นในลักษณะศูนย์สินค้ามือ 2 หรือเอาท์เล็ตโดยเฉพาะของซิงเกอร์

ประกอบกับธุรกิจเงินผ่อนรถจักรยานยนต์ในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอัตราการครอบครอง แต่ละครัวเรือนเกือบเต็มที่แล้ว โดยยอดขายในส่วนของรถมอเตอร์ไซด์ซึ่งเป็นยอดขายหลักของบริษัทฯในปีนี้ คาดว่าจะขายได้ประมาณ 40,000 คัน จากปีที่แล้วที่มียอดขาย 2.2 -2.5 หมื่นคัน ในขณะที่ปีหน้าคาดการณ์ว่าจะขายได้สูงกว่าปีนี้ คือ 80,000-100,000 คัน เพราะแนวโน้มการขายของตลาดจะเปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ ดีลเลอร์จะมีการรวมตัวกันมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดน่าจะโตขึ้น อีกทั้งจะเห็นว่าแม้แต่ธุรกิจบัตรเครดิต หรือธนาคารเอกชนก็เริ่มหันมาให้ความสนใจในการให้สินเชื่อเพื่อซื้อมอเตอร์ไซด์เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

นายยงยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่ายอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือไม่มีอัตราการเติบโตขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากเจอปัจจัยหลายอย่าง อาทิ ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น, โรคซาร์ส และเหตุการณ์ความไม่สงบทางภาคใต้ เป็นต้น ในขณะที่ปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกันบริษัทฯ มียอดรายได้โตขึ้นประมาณ 15-20%

ในขณะที่ครึ่งปีหลังบริษัทฯ คาดว่ายอดขายจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ จากการทำตลาดที่เน้นกลยุทธ์ทางด้านคนเป็นตัวแปรหลักในการดำเนินธุรกิจ ประกอบกับมีการนำระบบ Balance Scorecard มาเป็นเครื่องมือในการบริหารองค์กร เริ่มใช้วันที่ 9 ส.ค.นี้ เบื้องต้นบริษัทฯ มั่นใจว่าระบบดังกล่าวนี้จะช่วยประสานงานให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานโดยมีการเชื่อมโยงกัน และมีการกำหนดเป้าหมายร่วมกันมากขึ้น

รวมทั้งบริษัทฯยังได้ลงทุนในเรื่องระบบโปรแกรมสำหรับบริหารงาน ERP (Enterprise Resource Plan) 60 ล้านบาท ขณะที่อยู่ในขั้นออกแบบระบบอยู่ คาดว่าเริ่มใช้ได้ประมาณกลางปีหน้า นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ใกล้ช่วงการเลือกตั้งส.ส. คาดว่าจะมีจำนวนเงินสะพัดหมุนเวียนมากในกลุ่มลูกค้าระดับรากหญ้าที่อยู่ต่างจังหวัด และถือเป็นลูกค้ากลุ่มหลักของบริษัทฯ คิดเป็น 90%


ด้านงบทางการตลาดของบริษัทฯในปีนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ งบทางด้านโฆษณา 200 ล้านบาท และงบส่งเสริมการขาย 200 กว่าบาท โดย 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทฯใช้งบทางด้านตลาดค่อนข้างมากกว่าทุกปี เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้นและมีคู่แข่งเข้ามาหลายราย


ปัจจุบันซิงเกอร์มีร้านทั้งหมดทั่วประเทศ 252 แห่ง รวมถึงร้านซิงเกอร์ พลัสที่ขายทั้งเงินสดและเงินผ่อน ในกรุงเทพฯ 12 สาขาและที่เชียงใหม่ 2 สาขา ส่วนศูนย์บริการมีทั้งหมด 15 แห่ง ตั้งเป้าสิ้นปีเพิ่มอีก 5 ศูนย์ที่กรุงเทพฯ 2แห่ง คือ รังสิตและศรีนครินทร์ อีก 3แห่งเป็นที่ภาคตะวันออก

สำหรับตลาดสินค้าเงินผ่อนมีมูลค่าตลาดประมาณ 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มร้านเชนใหญ่ คิดเป็น 60% ได้แก่ ซิงเกอร์เป็นผู้นำตลาด ด้วยยอดขายในปีที่แล้วประมาณ 4,000 ล้านบาทหรือ 30% ตามด้วยไมด้า เอสเซ็ท, ไดสตาร์และนิยมพาณิชย์ อีกกลุ่ม คือ ผู้ประกอบการรายย่อย 40% ซิงเกอร์ตั้งเป้าปีนี้จะโตประมาณ 15-20% โดยสัดส่วนยอดขายสินค้าของบริษัทฯแบ่งเป็น มอเตอร์ไซด์มากที่สุด รองลงมาคือ ทีวี,ตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ที่เหลือเป็นสินค้าอื่นๆ


mey
Verified User
Posts: 359
Joined: Mon Jun 28, 2004 2:21 pm

Posts by mey » Fri Jul 30, 2004 7:12 pm

จาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 30 กรกฎาคม 2547

ตลาดรากหญ้าฝืด-ทีวีตู้เย็นยอดหด
"ซิงเกอร์"บุกหนัก'มอเตอร์ไซค์'เงินผ่อน

รับผลดี"สองล้อ"แข่งตัดราคาเหลือ 2 หมื่นบาท/คัน ติงปัจจัยลบฉุดตลาดครึ่งปีหลังน่าห่วง
'ซิงเกอร์' พลิกบุกหนักตลาดผ่อนมอเตอร์ไซค์ ทดแทนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นยอดหด ลุยขายผ่าน 250 ร้านซิงเกอร์ทั่วประเทศ หลังพบแนวโน้มต่างจังหวัดพุ่ง คาดตลาดรวมปีนี้ทะลุ 2 ล้านคัน เตรียมปั๊มยอดเพิ่ม 100% กว่า 8 หมื่นคันในปี 2548 เร่งศึกษาธุรกิจใหม่สินค้าเงินผ่อนมือ 2 พร้อมลงทุน 100 ล้านบาท ขยายศูนย์บริการเพิ่ม เผยกำลังซื้อรากหญ้า 6 เดือนแรกสุดฝืด หวั่นปัจจัยเสี่ยงหวัดนก-ภาคใต้-ราคาน้ำมัน ซ้ำเติมสถานการณ์ครึ่งปีหลัง



นายยงยุทธ์ บุญเปกซ์ตระกูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดจำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเงินผ่อนแบรนด์ ?ซิงเกอร์? เปิดเผยถึงโครงการใหม่ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของซิงเกอร์ ว่านับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป จะขยายตลาดสินค้าเงินผ่อนในกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์เพิ่มขึ้น เพราะตลาดยังมีดีมานด์สูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ผลิตรายใหญ่หันมาดั๊มพ์ราคาขาย จากคันละ 3 หมื่นกว่า ลดลงเหลือเพียง 2 หมื่นกว่าบาท ยิ่งส่งให้ตลาดเงินผ่อนคึกคักขึ้น ซึ่งปี 2546 ตลาดมอเตอร์ไซค์มี 1.7 ล้านคัน คาดว่าในปีนี้จะทะลุ 2 ล้านคัน ขณะที่สินค้าอื่นหดตัวเกือบทุกกลุ่ม บริษัทจึงมีแผนเพิ่มรายได้การจำหน่ายมอเตอร์ไซค์เพิ่ม จากจุดเด่นช่องทางจำหน่ายผ่านเครือข่ายซิงเกอร์ 250 สาขา

?เราได้เจรจากับผู้ผลิตหลายยี่ห้อซึ่งตอบรับกับโครงการ โดยสัดส่วนรายได้ซิงเกอร์สิ้นปี 2546 ปิดตัวเลขที่ 4,500 ล้านบาท มาจากยอดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ถึง 23% รองลงมาคือ ทีวี 21% เครื่องซักผ้า 20% และตู้เย็น 13% แต่ยอดขายกลุ่มทีวีและตู้เย็นไม่ดีนัก อีกทั้งล่าสุด คู่แข่งคือไดสตาร์ประกาศลงสนาม เราในฐานะผู้นำตลาดนิ่งเฉยไม่ได้ จึงต้องขยายฐานธุรกิจเพื่อให้เกิดความมั่นคงขึ้น" นายยงยุทธ์ กล่าวและว่า ตั้งใจจะขยับตัวเลขยอดขายมอเตอร์ไซค์เพิ่มขึ้น 100% จากยอดในปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4 หมื่นคันเป็น 8 หมื่นคันในปี 2548 รวมทั้งมองหาพันธมิตรทุกกลุ่ม เพื่อช่วยให้ธุรกิจของซิงเกอร์แข็งแกร่งขึ้น

นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ในระหว่างการศึกษาธุรกิจใหม่ คือ ธุรกิจสินค้าเงินผ่อนมือ 2 ที่คาดว่าจะเป็นแนวโน้มธุรกิจที่มีอนาคต จะทำให้ซิงเกอร์มีธุรกิจที่ครบวงจร จากการศึกษารูปแบบในเบื้องต้น สินค้ามือ 2 ที่จะนำมาจำหน่ายเป็นสินค้าที่บริษัทยึดมาทุกกลุ่ม รวมถึงมอเตอร์ไซค์ ที่มีอัตราการยึดคืน 8-9% หรือราว 2,000 คัน

สำหรับศูนย์บริการ หรือเซอร์วิสเซ็นเตอร์ ที่บริษัทได้ลงทุนแล้ว 15 สาขา สิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 20 สาขา และในปี 2548 จะลงทุนอีก 100 ล้านบาท ในการสร้างศูนย์ใหม่เพิ่มอีก 10 แห่ง เพื่อรองรับกับธุรกิจใหม่

นอกจากนี้ นายยงยุทธ์ ยังกล่าวว่า สถานการณ์แข่งขันของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่รุนแรง และกำลังซื้อที่ยังไม่มั่นคง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคระดับรากหญ้า รวมถึงผลประกอบการรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขการขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สะท้อนภาพเศรษฐกิจระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของประเทศ รวมทั้งปัจจัยลบเรื่อง ไข้หวัดนก เหตุการณ์ภาคใต้ที่ยืดเยื้อ และราคาน้ำมันที่พุ่งไม่หยุด คาดว่าจะส่งผลให้สถานการณ์ตลาดครึ่งปีหลังปีนี้ ค่อนข้างน่าห่วง


User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Wed Aug 18, 2004 7:15 pm

SINGER สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)

สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน (หน่วย : พันบาท)

ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน

ปี 2547 2546 2547 2546

กำไร(ขาดทุน)สุทธิ 51,007 51,401 128,874 124,683
กำไร(ขาดทุน)สุทธิต่อหุ้น(บาท) 0.19 0.19 0.48 0.46



หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบงบการเงิน
จากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงินฉบับเต็ม
ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว"


ลงลายมือชื่อ............................
( )
ตำแหน่ง..............................
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ



ที่ ห.ท. 043/2547

วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2547

เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เรื่อง แจ้งประกาศการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 153 ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.
2547 ที่ประชุมได้มีมติสรุปได้ดังนี้:-

อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือน ( ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 ถึง 30
มิถุนายน 2547 ) เป็นจำนวนเงิน 43,200,000.- บาท คิดเป็น 0.16 บาท ต่อหุ้น (รวม 270 ล้านหุ้น) ให้แก่ผู้
ถือหุ้นตามบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อปิดสมุดทะเบียน วันที่ 26 สิงหาคม 2547 เวลา 12.00 น. โดยจะจ่ายเงิน
ปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2547 เป็นต้นไป


จึงเรียนมาเพื่อทราบ


ขอแสดงความนับถือ
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)



( นายยงยุทธ บุญเปกข์ตระกูล )
กรรมการ และ ผู้จัดการทั่วไป


User avatar
ครรชิต ไพศาล
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 4610
Joined: Tue Feb 04, 2003 7:58 pm

Posts by ครรชิต ไพศาล » Sat Aug 21, 2004 1:09 pm

งบ 30/6/04

Image

ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN

User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Operating result Q3-2004

Posts by 2nd wind » Sat Nov 20, 2004 12:48 pm

SINGER สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน
บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)


สอบทาน

สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน (หน่วย : พันบาท)

ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน

ปี 2547 2546 2547 2546

กำไร(ขาดทุน)สุทธิ 39,856 50,360 168,730 175,043

กำไร(ขาดทุน)สุทธิต่อหุ้น(บาท) 0.15 0.19 0.62 0.65

หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์
"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว"

ลงลายมือชื่อ............................

( )


User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

TiTle Of News: ชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาส3/2547เปลี่ยนแปลงเก

Posts by 2nd wind » Sat Nov 20, 2004 12:51 pm

Date: 12/11/2004 18:42
Description:

ที่ ห.ท. 056/2547

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2547

เรื่อง ขอชี้แจงสาเหตุที่ผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงเกินกว่าร้อยละ 20

เรียน กรรมการและผู้จัดการ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตามที่ปรากฏในงบการเงินรวมของรอบระยะเวลา 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2547 บริษัทมีกำไรสุทธิหลังหักภาษี เท่ากับ 39.8 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ากำไรสุทธิหลังหักภาษีในไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา เท่ากับ 20.8%โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีเท่ากับ 50.3 ล้านบาท สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิต่ำลง 20.8% เนื่องมาจาก:-

1) ยอดรายรับลดลง 5.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากปัญหาของคุณภาพสินค้าบางรุ่น ได้แก่ โทรทัศน์ขนาด 21 นิ้ว และรถจักรยานยนต์ ซึ่งสินค้าเหล่านี้บริษัทได้เรียกกลับคืน โดยให้ผู้ผลิตรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย และปัจจุบันปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
2) ดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมาเท่ากับ 35.6% อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของบัญชีเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่มีระยะผ่อนชำระ 36 งวด

3) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้เนื่องมาจากการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นของลูกหนี้และสินค้าคงเหลือเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์

4) ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะปานกลาง เพื่อให้เหมาะสมกับการเติบโตของลูกหนี้จากการขายผ่อนชำระรถจักรยานยนต์ที่มีระยะเช่าซื้อ 36 งวด

5) ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 5.2 ล้านบาท อันเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายต่างๆ

จึงเรียนชี้แจงมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ

บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)


(นายประทีป แสงหิรัญวัฒนา )

ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน


User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Sat Nov 20, 2004 12:53 pm

Major Shareholder Activity !!!!

SINGER วิพจนเชี่ยวชาญ ผูจัดทํา หุ้นสามัญ 18/11/2547 16/11/2547 30,000 6.45 ขาย

Last edited by 2nd wind on Wed Aug 17, 2005 2:28 am, edited 1 time in total.

Post Reply