STANLY

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
phon1984
Verified User
Posts: 341
Joined: Mon Jan 03, 2011 4:55 pm

Re: STANLY

Posts by phon1984 » Fri Jun 17, 2011 10:03 pm

รีบาวน์ๆๆๆๆ....


stocksmith
Verified User
Posts: 312
Joined: Mon Oct 12, 2009 3:54 pm

Re: STANLY

Posts by stocksmith » Mon Jun 20, 2011 3:05 pm

วันนี้ได้รับหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันศุกร์ที่ 8 กค ที่บ.สแตนเลย์ ปทุมธานี เนื่องจากบริษัทอยู่ไกล บริษัทเขามีบริการรถรับส่ง 2 แห่งด้วยนะครับ จุดที่ 1 คือที่ตลาดหลักทรัพย์ และจุดที่ 2 คือที่สถานีรถไฟฟ้า -หมอชิต จะมีป้าย Stanley ให้สังเกต :P

Value = Quality/Cost

User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: STANLY

Posts by dekwat » Mon Jun 20, 2011 9:59 pm

ทบทวนเป้าSAT-STANLY
ยานยนต์ฟื้นเร็วกว่าคาด

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2011 เวลา 10:07:18 น.
บล. ธนชาตระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ กลุ่มยานยนต์ เรายังคงอยู่ในช่วงทบทวนประมาณการ SAT และ STANLY เนื่องจากอุปทานที่ขาดช่วงจากแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น ทำให้ยอดขายรถยนต์ลดลง 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในเดือน พ.ค. โดยมีสาเหตุจากยอดส่งออกรถยนต์ที่หดตัวลงอย่างมากที่ 49% และยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ลดลง 10% เราคาดว่าแนวโน้มจะดีขึ้นในเดือนถัดๆ ไป เนื่องจากผู้ผลิตยานยนต์ต่างๆ เริ่มกลับมาดำเนินงานปกติตั้งแต่เดือน มิ.ย. ปีนี้ ขณะที่ความต้องการรถยนต์ยังคงแข็งแกร่ง ผลักดันโดยแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ดังนั้นเราจึงเห็นโอกาสที่ยอดขายรถยนต์จะเติบโตมากกว่าสมมติฐานอัตราการเติบโตของยอดขายรถยนต์ของเราที่ 6% ในปี 2011 เนื่องจากเราอยู่ในช่วงทบทวนประมาณการ เราจึงยังไม่ให้ราคาเป้าหมาย ซึ่งในทางเทคนิค SAT มีแนวต้าน 23.80 บาทและ STANLY มีแนวต้าน 170 บาท และ


User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: STANLY

Posts by dekwat » Wed Jun 22, 2011 12:45 pm

สถาบันยานยนต์มั่นใจยอดผลิตรถยนต์ปีนี้ตามเป้า 1.8 ล้านคัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มิถุนายน 2554 12:31 น.


นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศได้ฟื้นตัวกลับมาผลิตตามปกติแล้ว แต่ยังไม่สามารถป้อนชิ้นส่วนได้เต็มที่ จึงยังไม่เปิดทำงานล่วงเวลา ต้องรอไปอีก 1-2 เดือน ล่าสุดยอดผลิตเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมาลดลงเพียง 50,000 คัน ซึ่งน้อยกว่าที่คาดไว้เดิม 150,000 คัน จึงมั่นใจว่า ยอดผลิตรวมทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมายเดิม คือ 1,800,000 คัน
ทั้งนี้ จะมีโรงงานผลิตรถยนต์ใหม่อีก 3 โรงงานได้แก่ โรงงานอีโคคาร์ของซูซูกิ โรงงานมิตซูบิชิ และโรงงานรถเก๋งซีดานของฟอร์ด มีกำลังการผลิตประมาณ 150,000 คันต่อโรงงาน และยังมีชิ้นส่วนจากค่ายอีกแต่ละค่ายร้อยละ 20 ของแต่ละโรงงาน ซึ่งจะเดินหน้าการผลิตในช่วงปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า ทำให้ต้องการแรงงานเพิ่มอีกไม่น้อยกว่าแห่งละ 3,000 คน รวมแล้วเกือบ 10,000 คน โดยร้อยละ 70 เป็นระดับปฏิบัติการ อีกร้อยละ 20 เป็นช่างและวิศวกร ที่เหลือเป็นแรงงานอื่นๆ จึงได้เริ่มทยอยรับสมัครพนักงานแล้วและอาจมีแรงงานจากอุตสาหกรรมอื่นไหลเข้ามาในการทำงานอุตสาหกรรมยานยนต์ จนอาจเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานอุตสาหกรรมอื่นตามมา


User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: STANLY

Posts by dekwat » Mon Jun 27, 2011 11:16 am

หึ่งซูซูกิซุ่มผลิตเค-คาร์3แสน

"ซูซูกิ"ย่องเงียบยึดไทยเป็นฐานผลิตรถเล็กเต็มสูบ เตรียมผุดโครงการผลิตรถ เค-คาร์ ในนิคมฯเหมราช เปิดตัวปีนี้ ผลิตจริงปี 2556 ชี้เดินแผนคู่ขนานกับรถอีโคคาร์ส่งออกเป็นหลัก ราคาคันละไม่เกิน 3 แสนบาท ด้านวงการผลิตชิ้นส่วนเดินสายทาบป้อนชิ้นส่วนให้ จับตาอัดงบก้อนแรก 6,500 ล้าน กรุยทางอีโคคาร์ก่อนเฟสแรก เดือน ก.พ. ปี2555 ผลิตได้ บีโอไอลั่นถ้าคนละสเปกกับอีโคคาร์ต้องขอส่งเสริมใหม่
แหล่งข่าวจากวงการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้ผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายรายต่างวิ่งเข้าหาบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น หรือค่ายรถซูซูกิ เพื่อเสนอขายชิ้นส่วนสำหรับประกอบรถประหยัดพลังงานหรือรถอีโคคาร์ ขณะเดียวกันก็มีข่าวจากวงในว่าขณะนี้ค่ายรถซูซูกิ กำลังซุ่มเงียบที่จะยึดไทยเป็นฐานการผลิตรถเล็กเต็มรูปแบบ หลังจากที่ประกาศยึดไทยเป็นฐานการผลิตรถอีโคคาร์ไปแล้วด้วยเม็ดเงินลงทุนทั้งโครงการ 9,500 ล้านบาท ที่พร้อมจะทยอยผลิตได้ในต้นปี 2555 นี้
+ดัน เค-คาร์ ตีคู่อีโคคาร์
ล่าสุดซูซูกิกำลังอยู่ระหว่างเตรียมแผนที่จะทำการผลิตรถ รถเค-คาร์ หรือรถมินิ ที่บรรดาค่ายรถญี่ปุ่นมักเรียกว่าเป็นรถ "มินิอีโคคาร์"ที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1000 ซีซี ในประเทศไทย โดยใช้ฐานการผลิตเดียวกันกับการผลิตรถอีโคคาร์ในนิคมอุตสาหกรรม เหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยองบนพื้นที่ 614 ไร่
โดยโครงการนี้จะเริ่มผลิตได้ในต้นปี 2556 หลังจากที่รถอีโคคาร์ออกสู่ตลาดไปแล้วระยะหนึ่ง โดยจะผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลัก
+ขายไม่เกิน3แสนบาท/คัน
ทั้งนี้การผลิตรถเค-คาร์ จะเดินคู่ขนานไปกับการผลิตรถอีโคคาร์ โดยระยะแรกจะลงทุนก่อน 6,500 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าการผลิตรถทั้ง 2 ส่วนให้ได้อย่างน้อย 100,000 คันขึ้นไป ภายใน 5 ปี โดยจะเริ่มต้นที่การผลิตรถอีโคคาร์ก่อนจำนวน 56,000 คันต่อปี ภายใต้แบรนด์ "สวิฟท์" ที่จะเริ่มผลิตได้เดือนกุมภาพันธ์ ปี2555 และอีกส่วนหนึ่งประมาณ 50,000 คันจะเป็นการผลิตรถเค-คาร์ ซึ่งประหยัดกว่ารถอีโคคาร์ ที่จะเปิดตัวได้ภายในปีนี้และจะเริ่มผลิตได้ในต้นปี 2556 คาดว่าขายในราคาไม่เกิน 300,000 บาท/คัน
แหล่งข่าวจากผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์อีกรายกล่าวว่า เป็นหนึ่งรายที่เข้าไปเสนอราคาขายชิ้นส่วนรถรถเค-คาร์ ซึ่งที่ผ่านมาได้เสนอขายชิ้นส่วนรถอีโคคาร์อยู่แล้ว โดยเสนอไปมากกว่า 100 รายการ แต่ซูซูกิซื้อไปไม่ครบทุกรายการ ซึ่งขึ้นอยู่กับการต่อรองระหว่างผู้เสนอขายกับผู้ซื้อ ถ้าผู้เสนอขายรายใดยอมลดราคาลงมามากก็จะขายได้ และยอมรับว่าเจรจาต่อรองกันยากมาก แต่บริษัทก็ไม่ได้เร่งรีบ เพราะรถเค-คาร์ดังกล่าวจะเกิดหลังอีโคคาร์ 1 ปี หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
"โครงการผลิตรถเค-คาร์ ของซูซูกิขณะนี้ยังไม่ได้ยื่นขอรับการส่งเสริมไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) และไม่น่าจะอยู่ในโครงการเดียวกันกับอีโคคาร์ได้ เพราะเป็นรถที่มีขนาดเครื่องยนต์เล็กกว่า ขณะที่รถอีโคคาร์มีการกำหนดเงื่อนไขชัดเจนแล้ว "
+เค-คาร์ยังไม่ขอส่งเสริมบีโอไอ
ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) กล่าวว่า กรณีของซูซูกิถ้าจะลงทุนผลิตรถที่มีขนาดเล็กกว่ารถอีโคคาร์ หรือเป็นรถโมเดลอื่น คนละสเปกกันก็ต้องมายื่นขอส่งเสริมใหม่ หรือจะลงทุนได้ก็ต้องเป็นนโยบายที่บีโอไอกำหนดเงื่อนไขใหม่ออกมา ซึ่งขณะนี้โครงการผลิต รถเค-คาร์ จากค่ายซูซูกิยังไม่ได้ติดต่อเข้ามา
" สำหรับค่ายซูซูกิ ก่อนหน้านี้เข้ามาขอส่งเสริมในนามบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการส่งเสริมไปแล้วในการผลิตรถอีโคคาร์และชิ้นส่วน มูลค่าเงินลงทุน 9,500 ล้านบาทมีขนาดกำลังผลิตปีละประมาณ 138,000 คัน โดยจำหน่ายในประเทศ 19% และส่งออก 81% ในตลาดเอเชีย ออสเตรเลียและแอฟริกา ตั้งโรงงานที่จังหวัดระยอง"แหล่งข่าวกล่าวและว่า
การลงทุนดังกล่าวเป็นผลต่อเนื่องหลังจากที่ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2550 บอร์ดใหญ่บีโอไออนุมัติให้เปิดประเภทกิจการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐาน สากลหรือรถอีโคคาร์ โดยกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขไว้หลักๆ เช่น ผู้ขอรับส่งเสริมจะต้องเสนอการลงทุนเป็นโครงการรวม (Package) ประกอบด้วย โครงการประกอบรถยนต์ การผลิตเครื่องยนต์ และการผลิตหรือจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ และมีขนาดการลงทุนของโครงการรวมไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งการประกอบรถยนต์และการผลิตชิ้นส่วน โดยให้ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 8 ปีในทุกเขตที่ตั้ง ทั้งการประกอบรถยนต์ (จำกัดวงเงินยกเว้นไม่เกินมูลค่าลงทุนของโครงการ) การผลิตเครื่องยนต์ และการผลิตชิ้นส่วนอื่นๆ
+ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาด5%
นอกจากนี้ ยังจะต้องมีปริมาณการผลิตจริงไม่น้อยกว่า 100,000 คันต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป จะต้องเป็นรถยนต์ที่มีคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง มีอัตราการใช้เชื้อเพลิงไม่เกิน 5.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ด้านสิ่งแวดล้อมจะต้องมีมาตรฐานมลพิษ EURO 4 หรือสูงกว่า และมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยจากท่อไอเสียไม่เกิน 120 กรัมต่อ 1 กิโลเมตร ส่วนด้านความปลอดภัย จะต้องมีคุณสมบัติในการป้องกันผู้โดยสาร กรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้าและด้านข้างของตัวรถ ตามมาตรฐาน UNECE Reg.94 และ Reg.95 ตามลำดับ เป็นต้น
ปัจจุบันซูซูกิมีรถยนต์จำหน่ายในรุ่น สวิฟท์ ,เอฟเอ็กซ์-4,แกรนด์ วีทาร่า,เอพีวี และ แคร์รี่ โดยตามแผนงานที่วางไว้จะทำการเปิดตัวรถอีโคคาร์ ในเดือนมีนาคม 2555 ขณะที่แผนงานด้านเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายคาดว่าจนถึงสิ้นปี 2554 จะมีทั้งสิ้น 60 แห่งทั่วประเทศ และเพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่งภายในปี 2558 นอกจากนั้นแล้วแผนงานรุกตลาดของซูซูกิตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีการวางงบประมาณทางการตลาดไว้ที่ 380 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายในปีนี้เติบโตขึ้น 55% จากปีที่ผ่านมา คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมีตัวเลขยอดขาย 10,000 คัน ด้านแผนงานระยะยาวซูซูกิตั้งเป้าครองส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์ไว้ที่ 5% ภายในปี 2558 โดยมีรถยนต์นั่งขนาดเล็กและรถอีโคคาร์เป็นรถธง
+ซูซูกิขายรถเล็กมากสุดที่ญี่ปุ่น
ด้านนายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า รถเค-คาร์ หรือรถมินิ ขนาดเล็กนั้นมีการผลิตและจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น โดยสัดส่วนตลาดของรถประเภทดังกล่าว จะมีปริมาณการขายจำนวน 1,500,000 คันต่อปี จากจำนวนตลาดรวมรถทั้งหมดที่มีอยู่ 4,000,000 คันต่อปี ซึ่งผู้ที่ครองตลาดคือซูซูกิ และไดฮัทสุ ที่นอกจากจะผลิตออกมาจำหน่ายในแบรนด์ของตนเองแล้ว ยังมีการผลิตเพื่อป้อนแบรนด์ใหญ่ๆอาทิ ไดฮัทสุ ผลิตป้อนโตโยต้า
ปัจจัยที่รถในกลุ่มเค-คาร์ได้รับความนิยมและเติบโตในประเทศญี่ปุ่น เป็นผลมาจากพื้นที่ที่มีจำนวนจำกัด ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่นเลือกใช้รถขนาดเล็ก เพราะสามารถจอดได้ง่ายและใช้พื้นที่น้อย ประกอบกับนโยบายโครงสร้างภาษีของญี่ปุ่นมีการสนับสนุนรถยนต์ขนาดเล็กนี้เป็นพิเศษ ทำให้ราคาจำหน่ายไม่สูง และทำให้รถได้รับความนิยม
"ประเทศญี่ปุ่นมีปัญหาทางด้านพื้นที่การจอดรถ ส่งผลให้เกิดรถประเภทเค - คาร์ นี้ขึ้นมา ซึ่งรถดังกล่าวจะมีการกำหนดข้อมูลเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นความสูง-กว้าง-ยาว รวมไปถึงขนาดเครื่องยนต์ที่ไม่เกิน 660 ซีซี และมีอัตราโครงสร้างภาษีพิเศษ ทำให้ราคาที่ขายไม่แพง และสามารถตอบสนองพฤติกรรมของคนญี่ปุ่นได้ อย่างไรก็ตามผู้ผลิตที่ประกอบรถประเภทนี้มีเพียง 2 ค่ายหลักๆคือซูซูกิ และ ไดฮัทสุ ส่วนค่ายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นนิสสัน ,มิตซูบิชิ หรือโตโยต้าก็ไม่มีใครประกอบรถในรุ่นนี้ "
นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกระแสข่าวของการผลิตรถเค-คาร์ ในประเทศไทย ในตอนนี้ยังไม่รับทราบข้อมูลว่าจะมีค่ายรถค่ายไหนที่จะเข้ามาใช้ไทยเป็นฐานในการผลิต เนื่องจากมองว่าค่ายรถส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับตลาดอีโคคาร์ก่อน อย่างไรก็ตามอาจจะมีการประกอบรถยนต์ขนาดเล็กขึ้นมา และไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ปกติทั่วไปแต่อาจจะเป็นการใช้มอเตอร์ หรือไฟฟ้า

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,647 26-29 มิถุนายน พ.ศ. 2554


User avatar
Teeruk
Verified User
Posts: 238
Joined: Wed Feb 03, 2010 7:10 am

Re: STANLY

Posts by Teeruk » Wed Jun 29, 2011 8:23 am

สแตนเลย์ฯทุ่ม 2.5 พันล.ตั้งรง.

สแตนเลย์ทุ่ม 2.5 พันล้านบาท ขยายโรงงานโคมไฟรถยนต์ หลังออเดอร์ล้นทะลักหวังเพิ่มกำลังการผลิตอีก 20-30%รับกระแสอีโคคาร์มาแรง พร้อมตั้งเป้าปีนี้เติบโตสูง 10% แม้จะหวั่นเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจโลก ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงนี้ แต่คาดหวังหลังเลือกตั้งเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น

ที่มา หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน 29 มิถุนายน 54

Only one word can change your life...
You want to be greedy when others are fearful. You want to be fearful when others are greedy. It's that simple

User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: STANLY

Posts by dekwat » Mon Jul 04, 2011 1:58 pm

"สแตนเลย์"พร้อมรับมืออีโคคาร์บูม มั่นใจโกยเพิ่ม10%ส่งเรย์บริคเจาะมอเตอร์สปอร์ต

"สแตนเลย์" เทงบฯเฉียด 3 พันล้าน ผุดโรงงานชุดโคมไฟรถยนต์รับตลาดโต เผยยังมั่นใจปีนี้โกยรายได้อย่างน้อย 5-10% พร้อมส่งหลอดไฟ "เรย์บริค" ตีตลาดมอเตอร์สปอร์ต เผยอนาคตหวั่น "ปัญหายาง" ขาดแคลนหลังน้ำท่วมใต้ และความต้องการใช้ในจีนมีสูง


นายฮิโรยูกิ นาคาโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยสแตนเลย์ การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิต นำเข้าและจำหน่ายหลอดไฟและอุปกรณ์ให้แสงสว่างสำหรับยานพาหนะ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้บริษัทได้ตัดสินใจขยายการลงทุนโรงงานผลิตหลอดไฟเพื่อรองรับกับความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในส่วนของรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์อีโคคาร์ที่ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีนับจากนี้จะมีออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาสินค้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถอีวี เนื่องจากเชื่อว่าจะเป็นรถประเภทต่อไปที่ตลาดจะให้ความสนใจ

ทำให้เชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลำพังตามแผนการลงทุนในโครงการรถยนต์อีโคคาร์ของค่ายรถยนต์ทั้ง 5 ค่าย ภายในระยะเวลา 5 ปี จะมีรถอีโคคาร์จำนวน 500,000 คัน ยิ่งทำให้ทั้งค่ายรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ต่าง ๆ จะต้องมีการลงทุนเพื่อรองรับกำลังการผลิตตรงนี้อย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่น่ากังวลขณะนี้คือปัญหาเรื่องยางที่อาจจะมีไม่เพียงพอรองรับความต้องการในอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าไทยถือเป็นฐานการผลิตยางสำคัญของโลก แต่ในช่วงที่ผ่านมาภาคใต้ประสบกับปัญหาน้ำท่วม รวมถึงความต้องการใช้ยางในตลาดโลก โดยเฉพาะจีนมีค่อนข้างมาก ดังนั้นอนาคตเกรงว่าจะเกิดปัญหาการขาดแคลนยางธรรมชาติมารองรับในอุตสาหกรรม และอาจส่งผลต่อปัญหาการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ก็เป็นได้

ด้านนายอภิชาต ลี้อิสสระนุกูล กรรมการ บริษัท ไทยสแตนเลย์ การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงความคืบหน้าของแผนการขยายโรงงานในส่วนของโรงงานผลิตโคมไฟรถยนต์ว่า โดยเบื้องต้นได้มีการตัดสินใจซื้อที่ดินเพื่อขยายโรงงานออกไปจาก

พื้นที่เดิมที่โรงงานบางพูน อีกจำนวน 60 ไร่ โดยใช้เงินลงทุนเพื่อซื้อที่ดินเพิ่มเติมไปมูลค่า 400 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีพื้นที่เพิ่มเป็น 160 ไร่

พร้อมทั้งได้เตรียมงบประมาณมูลค่า 2,000-2,500 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการก่อสร้างและซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ บนพื้นที่ขนาด 2,000 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ และจะทำให้กำลังการผลิตของสแตนเลย์เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20-30%

สาเหตุที่บริษัทตัดสินใจลงทุนขยายเพิ่มโรงงานแห่งใหม่นี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลเนื่องมาจากการตัดสินใจย้ายโรงงานการผลิตบางส่วนให้มาอยู่รวมกันในพื้นที่เดียวกัน ประกอบกับบริษัทเตรียมขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็กอย่างรถอีโคคาร์ ซึ่งบริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากค่ายรถยนต์ทั้ง 5 ค่ายที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นนิสสัน, ฮอนด้า, มิตซูบิชิ, ซูซูกิ และโตโยต้า รวมถึงในส่วนของกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็กในกลุ่มซิตี้คาร์ และบีคาร์ด้วย

ปีนี้สแตนเลย์ตั้งเป้ามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 5-10% ซึ่งในช่วงที่เกิดวิกฤตและผลกระทบจากปัญหาคลื่นยักษ์สึนามิที่ส่งผลกระทบให้ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ต้องชะลอและหยุดการผลิตลงไปนั้น บริษัทไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากถือว่าเป็นผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตามหากไม่มีปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะวิกฤตทางธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ก็เชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวมยังคงมีโอกาสเติบโต และสดใสอยู่ค่อนข้างมาก

"เราคงต้องจับตาดูสถานการณ์ทางการเมืองว่าหลังจากผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว พรรคใดพรรคหนึ่งได้เสียงข้างมากไปจะช่วยลดกระแสความขัดแย้งได้มากน้อยเพียงใด และต้องดูว่าแต่ละฝ่ายจะรักษามารยาททางการเมืองได้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้ต้องยอมรับว่าเราค่อนข้างวิตกกับภาวะแบบนี้" นายอภิชาตกล่าว

บริษัทมั่นใจว่าช่วงระยะเวลาที่เหลือของปีงบประมาณนี้ (เม.ย-มี.ค.) บริษัทจะสามารถดำเนินธุรกิจให้บรรลุกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 3-4 เชื่อว่าตลาดรถยนต์จะกลับมาคักคักอีกครั้งหนึ่ง หลังช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน หลายค่ายประสบปัญหาที่ไม่สามารถผลิตรถเพื่อส่งมอบได้ตามความต้องการของลูกค้า

แต่เชื่อว่าความต้องการซื้อรถยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามช่วงเวลาที่เหลือจากนี้จะเป็นทิศทางที่สดใสอย่างแน่นอน

โดยปีนี้ยอดการผลิตรถยนต์จะอยู่ในระดับ 1.8 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ผลิตอยู่ที่ 1.6 ล้านคันอย่างแน่นอน ขณะที่ตลาดรถจักรยานยนต์ล่าสุดได้มีการปรับเป้าหมายการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2.3 ล้านคันแล้ว และสแตนเลย์ก็จะเติบโตตามเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ นายอภิชาตยังกล่าวถึงแผนการทำตลาดของหลอดไฟเรย์บริคด้วยว่า บริษัทได้วางระดับของหลอดไฟเรย์บริคไว้ในกลุ่มหลอดไฟรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมที่เจาะกลุ่มมอเตอร์สปอร์ต โดยชูความสว่างและความสวยงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้การยอมรับมาโดยตลอด

ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายของหลอดไฟเรย์บริคนั้น บริษัทจะจำหน่ายผ่านศูนย์บริการ "ค็อกพิท" ทุกสาขา เนื่องจากบริษัทมองว่าการให้บริการการเปลี่ยนหลอดไฟนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ค่อนข้างมาก ซึ่งศูนย์ค็อกพิทสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้

ส่วนเป้าหมายการจำหน่ายหลอดไฟเรย์บริคนั้น เบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีส่วนแบ่งคิดเป็น 10% ของการจำหน่ายหลอดไฟสแตนเลย์ในตลาดทดแทน (อาร์อีเอ็ม)


kumchai
Verified User
Posts: 180
Joined: Tue Feb 16, 2010 3:18 pm

Re: STANLY

Posts by kumchai » Fri Jul 08, 2011 10:49 pm

ไปประชุมผู้ถือหุ้นมาวันนี้รู้สึกมั่นใจในแนวโน้มธุรกิจมากขึ้นเนื่องจากผู้บริหารมีแผนขยายกำลังการผลิตพร้อมซื้อที่ดินเพื่อขยายการลงทุน


phemstap
Verified User
Posts: 1273
Joined: Fri Jan 28, 2005 8:16 pm

Re: STANLY

Posts by phemstap » Sun Jul 10, 2011 5:02 pm

kumchai wrote:ไปประชุมผู้ถือหุ้นมาวันนี้รู้สึกมั่นใจในแนวโน้มธุรกิจมากขึ้นเนื่องจากผู้บริหารมีแผนขยายกำลังการผลิตพร้อมซื้อที่ดินเพื่อขยายการลงทุน
ขอบคุณมาก ผทก็มั่นใจมานานแล้ว พอดีอยู่ต่างจังหวัดไม่มีโอกาสไป เล่ารายละเอียด
ให้ฟังบ้างจิ... หรือบอกบรรยากาศคร่าวๆก็ได้... :)


enokwan
Verified User
Posts: 174
Joined: Tue Apr 06, 2004 1:13 pm

Re: STANLY

Posts by enokwan » Sun Jul 10, 2011 11:07 pm

ไม่ทราบมีใครติดใจสงสัยในเอกสารประกอบการประชุมที่ส่งมาให้(ตั้งนานแล้ว)มั่งคะ

ในเอกสารประกอบการประชุม วาระที่ 1 หน้า 4 ย่อหน้าที่ 4 ที่บอกว่า...

"...จะเห็นได้ว่า ถึงยอดขายจะลดลง แต่พนักงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากในช่วงหลังๆบริษัทมีการปรับตัวดีขึ้น"

ไม่แน่ใจว่า พิมพ์ผิด เข้าใจผิด หรือแปลความผิดกันแน่อ่ะค่ะ
น่าจะกลับกันมากกว่า ว่างั้นไหมคะ?
(จะคิดมากไปไหมเนี่ยเรา แหะๆ)


baggio
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 375
Joined: Fri Sep 12, 2003 12:18 am

Re: STANLY

Posts by baggio » Sun Jul 10, 2011 11:30 pm

คร่าว ๆ คือ ผู้บริหารมีความมั่นใจว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ตอนนี้อยู่ในช่วงขาขึ้น และ stanly ก็จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่จะได้รับอานิสงค์นี้อย่างแน่นอน ผู้บริหารให้ความมั่นใจครับ ว่าลงทุนกับบริษัทจะไม่ทำให้ผิดหวังครับ และการเตรียมตัวรับมือกับการเติบโตของยอดขายรถยนต์ โดยเฉพาะ eco car และรถมอเตอร์ไซด์ ในปีนี้บริษัทจึงได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้น และเตรียมตัวก่อสร้างโรงงานเพิ่มอีก 1 โรง รองรับ eco car ครับ โดยเข้าใจว่า จะใช้เงินทุนของบริษัทเองทั้งหมดครับ ปีนี้ใช้งบลงทุนประมาณ 3000 ลบ.(ผิดถูก ยังไงใครที่รู้ข้อมูลที่ถูกต้องช่วย confirm ด้วยนะครับ)

สำหรับผลกระทบจากการเกิดสึนามิที่ญี่ปุ่น ทางบริษัทได้รับผลกระทบไม่มาก และตอนนี้ใกล้ที่จะกลับสู่สภาพปกติแล้วครับ สอบถามพนักงาน เค้าก็บอกว่า ตอนนี้งานก็เยอะใกล้เหมือนช่วงก่อนเกิดสึนามิแล้วครับ

โดยรวมแล้ว การไปประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ ผู้บริหารให้ความมั่นใจดีมาก ผมในฐานะผู้ถือหุ้น ก็มีความสบายใจที่จะลงทุนในบริษัทอย่างนี้ต่อไปครับ อ้อ! ไปคราวนี้เนื่องจากทางบริษัทครบรอบ 30 ปี และได้มีการสร้างวัตถุมงคล เป็นพระยอดธง รุ่นชนะแสง แจกแก่พนักงานเพื่อความเป็นสิริมงคล และยังได้แจกแก่ผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วยครับ :D


tpower
Verified User
Posts: 99
Joined: Mon May 02, 2011 5:52 pm

Re: STANLY

Posts by tpower » Sun Jul 10, 2011 11:43 pm

enokwan wrote:ไม่ทราบมีใครติดใจสงสัยในเอกสารประกอบการประชุมที่ส่งมาให้(ตั้งนานแล้ว)มั่งคะ

ในเอกสารประกอบการประชุม วาระที่ 1 หน้า 4 ย่อหน้าที่ 4 ที่บอกว่า...

"...จะเห็นได้ว่า ถึงยอดขายจะลดลง แต่พนักงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากในช่วงหลังๆบริษัทมีการปรับตัวดีขึ้น"

ไม่แน่ใจว่า พิมพ์ผิด เข้าใจผิด หรือแปลความผิดกันแน่อ่ะค่ะ
น่าจะกลับกันมากกว่า ว่างั้นไหมคะ?
(จะคิดมากไปไหมเนี่ยเรา แหะๆ)
คาดว่าที่ผ่านมาปีก่อนคนงานหายากทำให้ต้องเปิด. Ot มากปัจจุบันสามาหาคนได้เพิ่มขึ้นแล้ว
เปิดot น้อยลงคชจน่าจะตำ่ลง


Tao_PK
Verified User
Posts: 146
Joined: Thu Nov 15, 2007 11:18 pm

Re: STANLY

Posts by Tao_PK » Mon Jul 11, 2011 1:58 am

-การเติบโตของตลาดเห็นด้วยครับ แต่ตอนหลังๆเริ่มเห็นการเติบโตของคู่แข่งด้วยเหมือนกัน koito
ได้ข่าวว่าขยายโรงงานใหม่ ขยายกำลังการผลิต ไม่ทราบผู้บริหารมีแนวทางป้องกันการเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดยังไงครับ เพราะที่ญี่ปุ่น koito ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของmaker ผู้ผลิตโคมไฟด้วย..


phemstap
Verified User
Posts: 1273
Joined: Fri Jan 28, 2005 8:16 pm

Re: STANLY

Posts by phemstap » Mon Jul 11, 2011 3:40 pm

baggio wrote:คร่าว ๆ คือ ผู้บริหารมีความมั่นใจว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ตอนนี้อยู่ในช่วงขาขึ้น และ stanly ก็จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่จะได้รับอานิสงค์นี้อย่างแน่นอน ผู้บริหารให้ความมั่นใจครับ ว่าลงทุนกับบริษัทจะไม่ทำให้ผิดหวังครับ และการเตรียมตัวรับมือกับการเติบโตของยอดขายรถยนต์ โดยเฉพาะ eco car และรถมอเตอร์ไซด์ ในปีนี้บริษัทจึงได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้น และเตรียมตัวก่อสร้างโรงงานเพิ่มอีก 1 โรง รองรับ eco car ครับ โดยเข้าใจว่า จะใช้เงินทุนของบริษัทเองทั้งหมดครับ ปีนี้ใช้งบลงทุนประมาณ 3000 ลบ.(ผิดถูก ยังไงใครที่รู้ข้อมูลที่ถูกต้องช่วย confirm ด้วยนะครับ)

สำหรับผลกระทบจากการเกิดสึนามิที่ญี่ปุ่น ทางบริษัทได้รับผลกระทบไม่มาก และตอนนี้ใกล้ที่จะกลับสู่สภาพปกติแล้วครับ สอบถามพนักงาน เค้าก็บอกว่า ตอนนี้งานก็เยอะใกล้เหมือนช่วงก่อนเกิดสึนามิแล้วครับ

โดยรวมแล้ว การไปประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ ผู้บริหารให้ความมั่นใจดีมาก ผมในฐานะผู้ถือหุ้น ก็มีความสบายใจที่จะลงทุนในบริษัทอย่างนี้ต่อไปครับ อ้อ! ไปคราวนี้เนื่องจากทางบริษัทครบรอบ 30 ปี และได้มีการสร้างวัตถุมงคล เป็นพระยอดธง รุ่นชนะแสง แจกแก่พนักงานเพื่อความเป็นสิริมงคล และยังได้แจกแก่ผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วยครับ :D
ขอบคุณ คุณ baggio ครับ ที่มาแชร์ข้อมูลการประชุม

ผมไม่ได้โอกาสไป เลยพลาด "วัตถุมงคล เป็นพระยอดธง รุ่นชนะแสง" น่าเสียดาย
ขอส่งมาทาง Mail ได้ไหมนะ :wall:


Miraculousman
Verified User
Posts: 129
Joined: Fri Mar 05, 2010 11:38 pm

Re: STANLY

Posts by Miraculousman » Mon Jul 11, 2011 6:55 pm

tpower wrote:
enokwan wrote:ไม่ทราบมีใครติดใจสงสัยในเอกสารประกอบการประชุมที่ส่งมาให้(ตั้งนานแล้ว)มั่งคะ

ในเอกสารประกอบการประชุม วาระที่ 1 หน้า 4 ย่อหน้าที่ 4 ที่บอกว่า...

"...จะเห็นได้ว่า ถึงยอดขายจะลดลง แต่พนักงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากในช่วงหลังๆบริษัทมีการปรับตัวดีขึ้น"

ไม่แน่ใจว่า พิมพ์ผิด เข้าใจผิด หรือแปลความผิดกันแน่อ่ะค่ะ
น่าจะกลับกันมากกว่า ว่างั้นไหมคะ?
(จะคิดมากไปไหมเนี่ยเรา แหะๆ)
คาดว่าที่ผ่านมาปีก่อนคนงานหายากทำให้ต้องเปิด. Ot มากปัจจุบันสามาหาคนได้เพิ่มขึ้นแล้ว
เปิดot น้อยลงคชจน่าจะตำ่ลง
ไม่จริงครับ ได้ข่าวมาว่าพนักงานที่เพิ่มไม่ใช่fix timeครับ


tpower
Verified User
Posts: 99
Joined: Mon May 02, 2011 5:52 pm

Re: STANLY

Posts by tpower » Mon Jul 11, 2011 11:37 pm

Tao_PK wrote:-การเติบโตของตลาดเห็นด้วยครับ แต่ตอนหลังๆเริ่มเห็นการเติบโตของคู่แข่งด้วยเหมือนกัน koito
ได้ข่าวว่าขยายโรงงานใหม่ ขยายกำลังการผลิต ไม่ทราบผู้บริหารมีแนวทางป้องกันการเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดยังไงครับ เพราะที่ญี่ปุ่น koito ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของmaker ผู้ผลิตโคมไฟด้วย..
ผบหบอกว่าตลาดใหญ่มากแข่งขันได้ไม่มีปัญหา
Koito toyota ถือหุ้นกันอยู่ครับดังนั้น Toyota จะซื้อจากkoito เป็นส่วนใหญ่ครับ


phon1984
Verified User
Posts: 341
Joined: Mon Jan 03, 2011 4:55 pm

Re: STANLY

Posts by phon1984 » Tue Jul 12, 2011 8:10 pm

ขอเสียงผู้ที่ถือจนรับปันผลหน่อยยย
จะถือกันต่อมั้ยคับ
ส่วนผมเองคงถือต่อ เพราะผลประกอบการ Q3, 4 ขั้นเทพแน่ๆ :D


tpower
Verified User
Posts: 99
Joined: Mon May 02, 2011 5:52 pm

Re: STANLY

Posts by tpower » Tue Jul 12, 2011 10:31 pm

phon1984 wrote:ขอเสียงผู้ที่ถือจนรับปันผลหน่อยยย
จะถือกันต่อมั้ยคับ
ส่วนผมเองคงถือต่อ เพราะผลประกอบการ Q3, 4 ขั้นเทพแน่ๆ :D
ถือต่อครับหากไม่เจอค่าแรงทำให้ตท ขยับจนพฐเปลี่ยนมากครับ
Long term ok next year+ Eco car 30% up


User avatar
shanghaigeny
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3245
Joined: Sun Apr 24, 2011 9:19 pm

Re: STANLY

Posts by shanghaigeny » Wed Jul 13, 2011 5:21 pm

ถือต่อด้วยคนครับ


User avatar
blizzard78
Verified User
Posts: 317
Joined: Wed Nov 17, 2010 2:38 pm

Re: STANLY

Posts by blizzard78 » Wed Jul 13, 2011 6:24 pm

ถือต่อและรอดูกันต่อไปครับ


baggio
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 375
Joined: Fri Sep 12, 2003 12:18 am

Re: STANLY

Posts by baggio » Wed Jul 13, 2011 7:16 pm

ซื้อเพิ่มก่อน xd ครับ :D มั่นใจเพิ่มขึ้น หลังจากได้ไปประชุมผู้ถือหุ้นมา :oops:


sattra
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 51
Joined: Sat Apr 17, 2010 6:38 am

Re: STANLY

Posts by sattra » Thu Jul 14, 2011 8:54 am

mail จาก มาเก็ตติ้ง ที่น่ารัก
หุ้นยานยนต์รีเทิร์น

ถึงรอบหุ้นยานยนต์คึก รับแผนการผลิตของหลายค่ายที่กลับสู่ภาวะปกติ ทั้งการเมืองมี
เสถียรภาพหนุน โบรกฯ ชู STANLY-AH เด่น ขณะที่บิ๊กบอสผู้ผลิตในอุตสาหกรรมนี้ตบเท้าฟัน
ธง! ธุรกิจสดใสในช่วงครึ่งปีหลัง

โบรกเกอร์ประสานเสียง แนะนำซื้อหุ้นกลุ่มยานยนต์ หลังพบยอดขายรถยนต์ครึ่งปีแรกโต
ต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิตเริ่มคลี่คลาย บวกกับสถานการณ์ก! ารเมือง
ไทยมีเสถียรภาพ หนุนหุ้นกลุ่มนี้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

ค่ายรถยนต์กลับมาผลิตเป็นปกติ -การเมืองมีเสถียรภาพ หนุนยานยนต์คึกคัก

โดยฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับกรณีที่ผู้บริหารของ
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ป! ระเทศไทย) ออกมาระบุว่ายอดจำหน่ายรถยนต์รวม 1H54 (ม.ค.-มิ.
ย.2554) รวมทั้งสิ้น 433,215 คัน เติบโต 21% yoy แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 190,783 คัน เพิ่มขึ้น
24.4% yoy ด้านรถปิกอัพ และอื่น ๆ มีจำนวน 242,432 คัน เพิ่มขึ้น 19.18%yoy
อย่างไรก็ตามสำหรับภาพรวมตลาดรถยนต์ใน 2H54 คาดจะมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น
ทำให้ทั้งปี 2554 คาดตลาดรถยนต์ในปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% หรือมียอดขายรถรวมไม่น้อย
กว่า 8.4 แสนตัน
ทั้งนี้ประเมินว่าสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังปัญหาขาดแคลน
ชิ้นส่วนยานยนต์เริ่มคลี่คลาย พิจารณาได้จากยอดขายรถยนต์เดือน มิ.ย. จำนวน 7.14 หมื่นคัน
ฟื้นตัวดีขึ้น 28% จากเดือน พ.ค. ซึ่งถือเป็นเดือนที่มียอดขายต่ำสุดเพียง 5.58 หมื่นคัน เนื่องจาก
ช่วงดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการลดการผลิตของค่ายผู้ผลิต
อย่างไรก็ตามคาดสถานการณ์ปัจจุบันที่ค่ายผู้ผลิตรถยนต์กลับมาผลิตเป็นปกติอีกครั้ง
ตั้งแต่ 2H54 ย่อมส่งผลบวกต่อตลาดรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มดีมากขึ้น เมื่อรวมกับความมี
เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลหลังการเลือ! กตั้ง รวมถึงนโยบายของภาครัฐที่นำมาใช้ในการ
หาเสียงในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการงดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ที่จะส่งผลให้ราคาจำหน่าย
น้ำมันลดลง

นโยบายรัฐสร้าง Sentiment เชิงบวก ชู STANLY-AH เด่น

ประกอบกับแนวโน้มราคาสินค้าเกษตร และอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ก็จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีเงิน
มากขึ้น นอกจากนี้นโยบายการลดภาษีสรรพสามิตให้กับรถคันแรก แม้ยังไม่มีความชัดเจน แต่
เชื่อว่านโยบายดังกล่าวคาดจะสร้าง < SPAN style="FONT-SIZE: 18pt; FONT-FAMILY: 'MS Sans Serif','serif'">Sentiment เชิงบวกให้กับตลาดรถยนต์ โดยเฉพาะกลุ่มรถ
ยนต์นั่งขนาดเล็ก และรถปิกอัพตลาดล่างให้มีความคึกคักมากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยกระตุ้นยอด
จำหน่ายรถยนต์งวด 2H54 มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 1H54
แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาอัตราการเติบโต คาดจะเห็นการชะลอตัวใน 2H54 เนื่อง
ด้วยตลาดรถยนต์งวด 2H53 มีฐานที่สูง (คิดเป็นยอดขายเฉลี่ย 7.4 หมื่นคันต่อเดือน เทียบ
กับยอดขาย 6 หมื่นคันต่อเดือนใน1H53) ภาพรวมทั้งปี 2554 ฝ่ายวิจัยประเมินยอดขายรถยนต์
ในประเทศระดับ 8.8 แสนคัน เพิ่มขึ้น 10% yoy โดยคงแนะนำลงทุนเท่ากับตลาดสำหรับกลุ่มฯ
เลือก STANLY ให้ราคาเป้าหมาย 205 บาทต่อหุ้น และ AH ให้ราคาเป้าหมาย 17.91 บาทต่อ
หุ้น เป็นหุ้นเด่น

แนะลงทุนหุ้นกลุ่มยานยนต์มากกว่าตลาด

ด้านฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เคจ ีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์เกี่ยว
กับกรณีที่ 3 ธนาคารพาณิชย์ไทย ซึ่งประกอบด้วยธนาคารกรุงเทพ ธนาคารทิสโก้ และธนาคาร
เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามสนับสนุนทางการเงินให้ฟอร์ดมูลค่า
1.55 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโรงงานประกอบรถยนต์นั่งแห่งใหม่ ของฟอร์ดใน
จังหวัดระยอง ด้วยความสามารถในการผลิตเบื้องต้นที่ 150,000 คันต่อปี จะเริ่มต้นผลิตฟอร์ด
โฟกัส ใหม่ ในปี 2555 เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค
เอเชีย-แปซิฟิก
ทั้งนี้ประเมินว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยจะได้ประโยชน์จากการขยายกำลังการผลิต
ของฟอร์ด โดยที่คาด AH จะได้ประโยชน์สูงสุดในกลุ่มฯ เนื่องจากในปัจจุบัน AAT ที่ผลิตฟอร์ด
และมาสด้าเป็นลูกค้าหลักของ AH จึงยังคงคำแนะนำน้ำหนักการลงทุน มากกว่าตลาด
สำหรับกลุ่มยานยนต์และแนะนำซื้อ หุ้นทุกตัวในกลุ่ม โดยเลือก SAT และ AH เป็นหุ้นเด่น

บิ๊ก IHL ส่งซิกผลงาน Q3/54 ดีกว่า Q3/53 หลังยอดผลิตรถยนต์ฟื้น-ออเดอร์แน่น

นายองอาจ ดำรงสกุลวงษ์ ประธานกรรมการบริห! าร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์
ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL เปิดเผยว่า แนวโน้มผลงานไตรมาส 3/54 ดีกว่าช่วงเดียวกันปี
ก่อน หลังผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ทุกค่ายเดินหน้ากำลังการผลิตเต็มที่ในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจาก
ครึ่งปีแรกต้องชะลอกำลังการผลิตเพราะเหตุการณ์สึนามิในญีปุ่น ดังนั้น จึงส่งผลดีต่อยอดขาย
เบาะหนังของบริษัทด้วย
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่คือ Wolverine World Wide (WWW) ที่จะ
เข้ามาในไตรมาส 3/54 ซึ่งบริษัทสามารถรองรับกำลังการผลิตให้ได้เต็มที่ในระดับหนึ่ง ขณะที่
ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 7 ซึ่งเป็นโรงงานใหม่ของบริษัทน่าจะแล้วเสร็จในกลางปี
หน้า และทันรองรับออเดอร์จากลูกค้ารายใหม่ๆ ที่จะเข้ามา เช่น ค่ายยุโรป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง
การเจรจาและส่งตัวอย่างสินค้าให้ค่ายยุโรปดู จากปัจจุบันที่ลูกค้าของบริษัทเป็นค่ายรถญี่ปุ่น เช่น
ฮอนด้า นิสสัน มาสด้า ฟอร์ด มิตซูบิชิ และจีเอ็ม

บอสใหญ่ AH ลุ้นรายได้ปีนี้เข้าเป้าเดิม 10% หลังครึ่งปีหลังอุตฯ รถยนต์ฟื้นตามดีมานด์

นายเย็บ ซู ชวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH
เปิดเผยว! ่า บริษัทฯ พยายามดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์
กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา และมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นมาก ซึ่งคาดว่า
จะขยายตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง 2554 ได้ หลังจากปัญหาการผลิตในช่วงญี่ปุ่นเกิดภัยพิบัติคลี่
คลายลง
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่สามารถระบุได้ว่าการเติบโตของรายได้ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเท่ากับ
เป้ารายได้เดิมที่ตั้งไว้โต 10% ได้หรือไม่ แต่ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ ซึ่งล่าสุดที่ผ่านมา บริษัทฯ
ได้ปรับลดเป้าหมายรายได้ใหม่เหลือเติบโตเพียง 5% เท่านั้น และยังคงเป้าไว้ในระดับดังกล่าว
ทั้งนี้ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเริ่มสอดคล้องกับความต้องการที่ยังมีอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่า
การผลิตรถยนต์ในปีนี้จะอยู่ที่ 1.8-1.9 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากป! ีก่อนที่อยู่ 1.7 ล้านคัน

หัวเรือใหญ่ SAT เชื่อครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการจะซัพพลายให้พอกับดีมานด์ได้



นายวีระยุทธ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี
(SAT) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมย านยนต์ฟื้นตัวแล้ว ทำให้มีการผลิตรถ
ยนต์ออกสู่ตลาดได้เพียงพอกับความต้องการ จากช่วงครึ่งแรกของปีที่มีดีมานด์สูงแต่ซัพพลายไม่
เพียงพอ เพราะผู้ผลิตต้องชะลอการส่งออกไว้เนื่องจากการส่งออกไปญี่ปุ่นติดขัดจากเหตุการณ์สึ
นามิ
'เชื่อว่าครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการรถยนต์จะซัพพลายให้พอกับดีมานด์ได้ ' นายวีระยุทธ
กล่าว
สำหรับ SAT มีลูกค้าหลายกลุ่ม โดยจะขายชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับผู้ผลิตในประเทศ ไม่ว่า
จะเป็น มิตซูบิชิ โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ และคูโบต้า จากนั้นผู้ผลิตจะนำไปประกอบรถยนต์ รถ
จักรยานยนต์และส่งออกไปยังประเทศต่างๆ
นอกจากนี้ ภายในเดือนนี้บริษัทจะทบทวนแผนธุรกิจในครึ่งปีหลัง และประมาณการรายได้
ทั้งปี จากเดิมที่คาดว่าจะโต 10% จากปีก่อน หลังจากยอดการผลิตรถยนต์เข้าสู่ภาวะปกติ และ
บริษัทได้มีการสรุปข้อมูลยอดคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ล่าสุดจากลูกค้า เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างดี
และจะทราบตัวเลขที่ชัดเจนต่างๆ ในสิ้นเดือนกรกฎาคม นี้


sattra
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 51
Joined: Sat Apr 17, 2010 6:38 am

Re: STANLY

Posts by sattra » Thu Jul 14, 2011 8:55 am

mail จาก มาเก็ตติ้ง ที่น่ารัก
หุ้นยานยนต์รีเทิร์น

ถึงรอบหุ้นยานยนต์คึก รับแผนการผลิตของหลายค่ายที่กลับสู่ภาวะปกติ ทั้งการเมืองมี
เสถียรภาพหนุน โบรกฯ ชู STANLY-AH เด่น ขณะที่บิ๊กบอสผู้ผลิตในอุตสาหกรรมนี้ตบเท้าฟัน
ธง! ธุรกิจสดใสในช่วงครึ่งปีหลัง

โบรกเกอร์ประสานเสียง แนะนำซื้อหุ้นกลุ่มยานยนต์ หลังพบยอดขายรถยนต์ครึ่งปีแรกโต
ต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิตเริ่มคลี่คลาย บวกกับสถานการณ์ก! ารเมือง
ไทยมีเสถียรภาพ หนุนหุ้นกลุ่มนี้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง

ค่ายรถยนต์กลับมาผลิตเป็นปกติ -การเมืองมีเสถียรภาพ หนุนยานยนต์คึกคัก

โดยฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับกรณีที่ผู้บริหารของ
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ป! ระเทศไทย) ออกมาระบุว่ายอดจำหน่ายรถยนต์รวม 1H54 (ม.ค.-มิ.
ย.2554) รวมทั้งสิ้น 433,215 คัน เติบโต 21% yoy แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 190,783 คัน เพิ่มขึ้น
24.4% yoy ด้านรถปิกอัพ และอื่น ๆ มีจำนวน 242,432 คัน เพิ่มขึ้น 19.18%yoy
อย่างไรก็ตามสำหรับภาพรวมตลาดรถยนต์ใน 2H54 คาดจะมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น
ทำให้ทั้งปี 2554 คาดตลาดรถยนต์ในปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% หรือมียอดขายรถรวมไม่น้อย
กว่า 8.4 แสนตัน
ทั้งนี้ประเมินว่าสะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังปัญหาขาดแคลน
ชิ้นส่วนยานยนต์เริ่มคลี่คลาย พิจารณาได้จากยอดขายรถยนต์เดือน มิ.ย. จำนวน 7.14 หมื่นคัน
ฟื้นตัวดีขึ้น 28% จากเดือน พ.ค. ซึ่งถือเป็นเดือนที่มียอดขายต่ำสุดเพียง 5.58 หมื่นคัน เนื่องจาก
ช่วงดังกล่าวได้รับผลกระทบจากการลดการผลิตของค่ายผู้ผลิต
อย่างไรก็ตามคาดสถานการณ์ปัจจุบันที่ค่ายผู้ผลิตรถยนต์กลับมาผลิตเป็นปกติอีกครั้ง
ตั้งแต่ 2H54 ย่อมส่งผลบวกต่อตลาดรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มดีมากขึ้น เมื่อรวมกับความมี
เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลหลังการเลือ! กตั้ง รวมถึงนโยบายของภาครัฐที่นำมาใช้ในการ
หาเสียงในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการงดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ที่จะส่งผลให้ราคาจำหน่าย
น้ำมันลดลง

นโยบายรัฐสร้าง Sentiment เชิงบวก ชู STANLY-AH เด่น

ประกอบกับแนวโน้มราคาสินค้าเกษตร และอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ก็จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีเงิน
มากขึ้น นอกจากนี้นโยบายการลดภาษีสรรพสามิตให้กับรถคันแรก แม้ยังไม่มีความชัดเจน แต่
เชื่อว่านโยบายดังกล่าวคาดจะสร้าง < SPAN style="FONT-SIZE: 18pt; FONT-FAMILY: 'MS Sans Serif','serif'">Sentiment เชิงบวกให้กับตลาดรถยนต์ โดยเฉพาะกลุ่มรถ
ยนต์นั่งขนาดเล็ก และรถปิกอัพตลาดล่างให้มีความคึกคักมากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยกระตุ้นยอด
จำหน่ายรถยนต์งวด 2H54 มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 1H54
แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาอัตราการเติบโต คาดจะเห็นการชะลอตัวใน 2H54 เนื่อง
ด้วยตลาดรถยนต์งวด 2H53 มีฐานที่สูง (คิดเป็นยอดขายเฉลี่ย 7.4 หมื่นคันต่อเดือน เทียบ
กับยอดขาย 6 หมื่นคันต่อเดือนใน1H53) ภาพรวมทั้งปี 2554 ฝ่ายวิจัยประเมินยอดขายรถยนต์
ในประเทศระดับ 8.8 แสนคัน เพิ่มขึ้น 10% yoy โดยคงแนะนำลงทุนเท่ากับตลาดสำหรับกลุ่มฯ
เลือก STANLY ให้ราคาเป้าหมาย 205 บาทต่อหุ้น และ AH ให้ราคาเป้าหมาย 17.91 บาทต่อ
หุ้น เป็นหุ้นเด่น

แนะลงทุนหุ้นกลุ่มยานยนต์มากกว่าตลาด

ด้านฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เคจ ีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์เกี่ยว
กับกรณีที่ 3 ธนาคารพาณิชย์ไทย ซึ่งประกอบด้วยธนาคารกรุงเทพ ธนาคารทิสโก้ และธนาคาร
เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามสนับสนุนทางการเงินให้ฟอร์ดมูลค่า
1.55 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโรงงานประกอบรถยนต์นั่งแห่งใหม่ ของฟอร์ดใน
จังหวัดระยอง ด้วยความสามารถในการผลิตเบื้องต้นที่ 150,000 คันต่อปี จะเริ่มต้นผลิตฟอร์ด
โฟกัส ใหม่ ในปี 2555 เพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค
เอเชีย-แปซิฟิก
ทั้งนี้ประเมินว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยจะได้ประโยชน์จากการขยายกำลังการผลิต
ของฟอร์ด โดยที่คาด AH จะได้ประโยชน์สูงสุดในกลุ่มฯ เนื่องจากในปัจจุบัน AAT ที่ผลิตฟอร์ด
และมาสด้าเป็นลูกค้าหลักของ AH จึงยังคงคำแนะนำน้ำหนักการลงทุน มากกว่าตลาด
สำหรับกลุ่มยานยนต์และแนะนำซื้อ หุ้นทุกตัวในกลุ่ม โดยเลือก SAT และ AH เป็นหุ้นเด่น

บิ๊ก IHL ส่งซิกผลงาน Q3/54 ดีกว่า Q3/53 หลังยอดผลิตรถยนต์ฟื้น-ออเดอร์แน่น

นายองอาจ ดำรงสกุลวงษ์ ประธานกรรมการบริห! าร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์
ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL เปิดเผยว่า แนวโน้มผลงานไตรมาส 3/54 ดีกว่าช่วงเดียวกันปี
ก่อน หลังผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ทุกค่ายเดินหน้ากำลังการผลิตเต็มที่ในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจาก
ครึ่งปีแรกต้องชะลอกำลังการผลิตเพราะเหตุการณ์สึนามิในญีปุ่น ดังนั้น จึงส่งผลดีต่อยอดขาย
เบาะหนังของบริษัทด้วย
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่คือ Wolverine World Wide (WWW) ที่จะ
เข้ามาในไตรมาส 3/54 ซึ่งบริษัทสามารถรองรับกำลังการผลิตให้ได้เต็มที่ในระดับหนึ่ง ขณะที่
ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 7 ซึ่งเป็นโรงงานใหม่ของบริษัทน่าจะแล้วเสร็จในกลางปี
หน้า และทันรองรับออเดอร์จากลูกค้ารายใหม่ๆ ที่จะเข้ามา เช่น ค่ายยุโรป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่าง
การเจรจาและส่งตัวอย่างสินค้าให้ค่ายยุโรปดู จากปัจจุบันที่ลูกค้าของบริษัทเป็นค่ายรถญี่ปุ่น เช่น
ฮอนด้า นิสสัน มาสด้า ฟอร์ด มิตซูบิชิ และจีเอ็ม

บอสใหญ่ AH ลุ้นรายได้ปีนี้เข้าเป้าเดิม 10% หลังครึ่งปีหลังอุตฯ รถยนต์ฟื้นตามดีมานด์

นายเย็บ ซู ชวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH
เปิดเผยว! ่า บริษัทฯ พยายามดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์
กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา และมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นมาก ซึ่งคาดว่า
จะขยายตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง 2554 ได้ หลังจากปัญหาการผลิตในช่วงญี่ปุ่นเกิดภัยพิบัติคลี่
คลายลง
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่สามารถระบุได้ว่าการเติบโตของรายได้ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเท่ากับ
เป้ารายได้เดิมที่ตั้งไว้โต 10% ได้หรือไม่ แต่ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ ซึ่งล่าสุดที่ผ่านมา บริษัทฯ
ได้ปรับลดเป้าหมายรายได้ใหม่เหลือเติบโตเพียง 5% เท่านั้น และยังคงเป้าไว้ในระดับดังกล่าว
ทั้งนี้ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเริ่มสอดคล้องกับความต้องการที่ยังมีอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่า
การผลิตรถยนต์ในปีนี้จะอยู่ที่ 1.8-1.9 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากป! ีก่อนที่อยู่ 1.7 ล้านคัน

หัวเรือใหญ่ SAT เชื่อครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการจะซัพพลายให้พอกับดีมานด์ได้



นายวีระยุทธ กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี
(SAT) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมย านยนต์ฟื้นตัวแล้ว ทำให้มีการผลิตรถ
ยนต์ออกสู่ตลาดได้เพียงพอกับความต้องการ จากช่วงครึ่งแรกของปีที่มีดีมานด์สูงแต่ซัพพลายไม่
เพียงพอ เพราะผู้ผลิตต้องชะลอการส่งออกไว้เนื่องจากการส่งออกไปญี่ปุ่นติดขัดจากเหตุการณ์สึ
นามิ
'เชื่อว่าครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการรถยนต์จะซัพพลายให้พอกับดีมานด์ได้ ' นายวีระยุทธ
กล่าว
สำหรับ SAT มีลูกค้าหลายกลุ่ม โดยจะขายชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับผู้ผลิตในประเทศ ไม่ว่า
จะเป็น มิตซูบิชิ โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ และคูโบต้า จากนั้นผู้ผลิตจะนำไปประกอบรถยนต์ รถ
จักรยานยนต์และส่งออกไปยังประเทศต่างๆ
นอกจากนี้ ภายในเดือนนี้บริษัทจะทบทวนแผนธุรกิจในครึ่งปีหลัง และประมาณการรายได้
ทั้งปี จากเดิมที่คาดว่าจะโต 10% จากปีก่อน หลังจากยอดการผลิตรถยนต์เข้าสู่ภาวะปกติ และ
บริษัทได้มีการสรุปข้อมูลยอดคำสั่งซื้อชิ้นส่วนยานยนต์ล่าสุดจากลูกค้า เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างดี
และจะทราบตัวเลขที่ชัดเจนต่างๆ ในสิ้นเดือนกรกฎาคม นี้


phon1984
Verified User
Posts: 341
Joined: Mon Jan 03, 2011 4:55 pm

Re: STANLY

Posts by phon1984 » Thu Jul 14, 2011 9:14 am

เหอๆ กลุ่มยานยนต์ผมเก็บมาสองเดือนกว่าแล้ว ตอนนี้มีอยู่ 60% ของพอร์ต ตอนนี้มีทั้ง EASON IRC STANLY KCAR (อันหลังสุดนับดีมั้ย :D )
:D


aonzzung
Verified User
Posts: 611
Joined: Sun Jul 26, 2009 6:13 pm

Re: STANLY

Posts by aonzzung » Thu Jul 14, 2011 11:23 am

อยากทราบโครงสร้างรายได้ของ Stanly นะครับ
ว่า ได้มาจาก รถยนต์เท่าไร และรถจักรยานยนต์ เท่าไร?
พอดีผมอ่านใน 56-1 ไม่เห็นระบุไว้นะครับ

มีใครพอจะแชร์ข้อมุลได้บ้างครับ


auiyoo
Verified User
Posts: 10
Joined: Sun Aug 29, 2010 5:19 pm

Re: STANLY

Posts by auiyoo » Sun Jul 17, 2011 9:10 pm

baggio wrote:คร่าว ๆ คือ ผู้บริหารมีความมั่นใจว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ตอนนี้อยู่ในช่วงขาขึ้น และ stanly ก็จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่จะได้รับอานิสงค์นี้อย่างแน่นอน ผู้บริหารให้ความมั่นใจครับ ว่าลงทุนกับบริษัทจะไม่ทำให้ผิดหวังครับ และการเตรียมตัวรับมือกับการเติบโตของยอดขายรถยนต์ โดยเฉพาะ eco car และรถมอเตอร์ไซด์ ในปีนี้บริษัทจึงได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้น และเตรียมตัวก่อสร้างโรงงานเพิ่มอีก 1 โรง รองรับ eco car ครับ โดยเข้าใจว่า จะใช้เงินทุนของบริษัทเองทั้งหมดครับ ปีนี้ใช้งบลงทุนประมาณ 3000 ลบ.(ผิดถูก ยังไงใครที่รู้ข้อมูลที่ถูกต้องช่วย confirm ด้วยนะครับ)
จากเงินลงทุนที่จะลงเพิ่ม 3000 ลบ. มันจะมีผลกับกำไรต่อผู้ถือหุ้นในปีถัดๆไปหรือมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นอ่ะป่าวครับ .. รบกวนแชร์กันด้วยครับ


phon1984
Verified User
Posts: 341
Joined: Mon Jan 03, 2011 4:55 pm

Re: STANLY

Posts by phon1984 » Sun Jul 17, 2011 10:07 pm

STANLY อนาคตดูรุ่งมาก
ล่าสุดบทวิเคราะห์ทั่วๆ ไปจาก AISA PLUS
ได้มีพูดถึง STANLY นิดหน่อยด้วย (หน้า 13)
คิดว่าปีนี้อาจจะได้เห็น 200 บาทอีกครั้ง (หลังญี่ปุ่นกลับมาได้) :D
ที่มา: http://portal.settrade.com/brokerpage/I ... weekly.pdf


User avatar
Amoretto
Verified User
Posts: 31
Joined: Sun Feb 06, 2011 7:38 am

Re: STANLY

Posts by Amoretto » Mon Jul 18, 2011 6:54 pm

ที่น่าติดตามตอนนี้ก็คือลูกค้าคนสำคัญอย่าง FORD ได้ประกาศออกมาแล้วว่า
จะให้เมืองไทยเป็นฐานการผลิตรถยนตืสำหรับภูมิภาคเอเชีย โดยนี้ปีนี้จะเน้นไป
ที่ Ford Fiesta และ Ford Ranger

นอกจากนั้นผมลองไปถามคนที่เค้าอยู่แถว ๆ ปทุมธานี ใกล้ ๆ กับโรงงานมาแล้ว
ได้ความว่าตอนนี้ทางบริษัทก็เริ่มที่จะซื้อที่ในบริเวณใก้ลกับโรงงาน เพื่อที่จะขยาย
โรงงานแล้ว คิดว่าตัวเลขน่าจะถูกบันทึกในไตรมาส 2 หรือไม่ก็ 3 ซึ่งจะทำให้เงิน
สดที่มีอยู่นั้นหายไปบางส่วน ถ้ายังไงงบออกมาแล้ว จะมาคุยกันอีกทีนะครับ

ข่าวจาก คม ชัด ลึก

"ฟอร์ด"มั่นใจปั้นไทยฐานผลิตใหญ่

ฟอร์ดมั่นใจศักยภาพไทย เดินหน้าผลักดันเป็นฐานการผลิตใหญ่ รองรับแผนผลิตรถ 8 รุ่นหลังโรงงานแห่งใหม่เสร็จ เปิดตัวเรนเจอร์ใหม่ เป็นแห่งที่ 2 ของโลก เตรียมโชว์โฉมในงานมอเตอร์โชว์ หวังชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มรั้งอันดับเดิม

นายโจ ฮินริคส์ รองประธานกลุ่มบริหาร และประธานฟอร์ด ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ด ประเทศจีน เปิดเผยว่า ไทยมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ และเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคด้วย ซึ่งฟอร์ดเองก็เพิ่มความสำคัญกับไทยมากขึ้น เช่น การลงทุนเพิ่มในโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือเอเอที ประมาณ 1.05 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับสายการผลิต และทำให้โรงงานมีกำลังการผลิตรวม 2.75 แสนคันต่อปี และลงทุนประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท สร้างโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จกลางปีหน้า และจะประเดิมผลิตรถรุ่นแรกคือ โฟกัสใหม่


Miraculousman
Verified User
Posts: 129
Joined: Fri Mar 05, 2010 11:38 pm

Re: STANLY

Posts by Miraculousman » Mon Jul 18, 2011 7:11 pm

stanlyได้โมเดลอะไรบ้างจากฟอร์ดที่ประกาศลงทุนนี่อ่ะครับ


phemstap
Verified User
Posts: 1273
Joined: Fri Jan 28, 2005 8:16 pm

Re: STANLY

Posts by phemstap » Fri Jul 22, 2011 11:17 am

Miraculousman wrote:stanlyได้โมเดลอะไรบ้างจากฟอร์ดที่ประกาศลงทุนนี่อ่ะครับ
Stanly เริ่มทำโคมไฟให้ Ford Ranger ตั้งแต่ปี 2008 ข้อมูลจาก Annual Report :wink:


Post Reply