TAPAC

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

TAPAC บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน)

Posts by Mr. Big » Wed Jun 15, 2005 7:33 am

เมื่อวานเพิ่งประกาศงบการเงิน q2 ออกมา ไม่น่าเชื่อว่าตลาด mai มีหุ้น PE ต่ำกว่า 5 เท่าด้วยนะครับ

ราคาหุ้นปัจจุบัน 9.95  ณ 14/6/48 มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท
จำนวนหุ้น 18.4 ล้านหุ้น หรือ ทุนจดทะเบียนแค่ 92 ล้านบาทครับ
ปันผลครึ่งปี 0.3 บาทต่อหุ้น

สงสัยว่าท่าน VI จะสนใจหุ้นแบบนี้ไหมครับ ดีแต่ size เล็กมากขนาดนี้






หลักทรัพย์ TAPAC  
 หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3)  
 วันที่/เวลา 14 มิ.ย. 2548 09:00:00  
 
 
 
                 สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3)
                    บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                สิ้นสุดวันที่  30 เมษายน      (หน่วย : พันบาท)
                                      ไตรมาสที่ 2         งวด 6 เดือน
             ปี                    2005        2004        2005        2004
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              15,265    7,293    24,446    12,216
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)    0.83    0.50    1.37    0.85

  ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
       ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

 "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
  การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
  ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                               ( นายโสฬส ตั้งในธรรม )
                              ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี
                                    ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

Last edited by Mr. Big on Thu Jun 16, 2005 6:26 am, edited 3 times in total.

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Wed Jun 15, 2005 7:34 am

หลักทรัพย์ TAPAC
หัวข้อข่าว ชี้แจงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของปี 2547/2548
วันที่/เวลา 14 มิ.ย. 2548 09:04:00



No. Tapac 6/2548

วันที่ 13 มิถุนายน 2548

เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2547/2548 ของบริษัท ทาพาโก้
จำกัด (มหาชน)

เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตามที่บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน) ("บริษัท") ได้จัดทำและนำส่งงบการเงินของบริษัทฯ
ประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2547/2548 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 เมษายน 2548 ต่อ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้วนั้น บริษัทฯใคร่ขอชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการ
ดำเนินงานของบริษัทฯประจำไตรมาสดังกล่าวซึ่งบริษัทฯมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 15.265 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นร้อยละ 109.31 จากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งบริษัทฯมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 7.293 ล้าน
บาท โดยมีสาเหตุเนื่องจาก
1.รายได้จากการขายของบริษัทฯประจำไตรมาสนี้อยู่ที่ 114.898 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ
39.59 จากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งบริษัทฯรายได้จากการขาย 82.309 ล้านบาท อัน
เนื่องจากการที่บริษัทฯได้ขยายกำลังการผลิต ทำให้สามารถรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมเพิ่มมาก
ขึ้น รวมถึงการที่บริษัทฯได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหม่เพิ่มเข้ามาบ้าง
2.บริษัทฯมีการรับรู้กำไรจากการลงทุนในบริษัท ทาพาโก้ โมลด์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่
บริษัทฯถือหุ้นอยู่ร้อยละ 94.80 ของทุนที่ชำระแล้ว เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 3.178 ล้านบาท ใน
ขณะที่ในช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯรับรู้ผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทดังกล่าวเป็นเงิน
2.181 ล้านบาท


จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

นายโสฬส ตั้งในธรรม
ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี
บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน)


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Wed Jun 15, 2005 7:35 am

หลักทรัพย์ TAPAC
หัวข้อข่าว แจ้งการจ่ายปันผลระหว่างกาล/แต่งตั้งกรรมการเข้าใหม่
วันที่/เวลา 14 มิ.ย. 2548 09:02:00



No. Tapac 7/2548

วันที่ 13 มิถุนายน 2548

เรื่อง แจ้งการจ่ายปันผลระหว่างกาล/การแต่งตั้งกรรมการและสมาชิกคณะกรรมการตรวจสอบ

ตามที่บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่
4/2548 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2548 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติดังนี้

1. แต่งตั้ง นายวิฑูรย์ สกนธวัฒน์ เป็นกรรมการบริษัทและสมาชิกคณะกรรมการตรวจสอบ
ทดแทน น.ส.อรุณรัตน์ สุกาญจน์วัฒนชัย ซึ่งได้ลาออกจากการเป็นกรรมการและสมาชิกคณะ
กรรมการตรวจสอบ โดยการแต่งตั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2548 เป็นต้นไป

2. รับรองงบการเงินประจำไตรมาสที่ 2 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 เมษายน 2548

3. อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล จากผลการดำเนินงานงวดระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุด
30 เมษายน 2548 หุ้นละ 0.30 บาท ให้แก่หุ้นสามัญ จำนวน 18,400,000 หุ้น ที่มีชื่อปรากฎ
อยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2548 เวลา 12.00 น.และกำหนด
จ่ายเงินปันผลในวันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2548

ขอแสดงความนับถือ

นายโสฬส ตั้งในธรรม
ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี
บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน)


User avatar
Minesweeper
Verified User
Posts: 472
Joined: Fri Jan 02, 2004 10:57 pm

Posts by Minesweeper » Wed Jun 15, 2005 6:31 pm

ผมก็รอลุ้น ใจตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่ตั้งนาน

ยอมรับว่าไม่ได้ศึกษาพื้นฐานละเอียด รู้แต่ว่ามันถูกเท่านั้นเอง

ได้ขนาดนี้ค่อยใจชื้นหน่อยครับ

ปีก่อนประกาศไม่จ่ายปันผล ปีนี้มาครึ่งปีก็จ่ายเลยแฮะ แปลกดีเหมือนกัน

เห็นราคา 2 - 3 วันนี้ ขึ้นมาเยอะแล้ว เลยไม่เชียร์แล้วละกันครับ เดี๋ยวพลาด

8)


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Thu Jun 16, 2005 6:15 am

ยังดีมีเพื่อนร่วมทาง 1 คนนะครับ หุ้นเล็กมากจริงๆ ครับ
ไม่อยากจะเชื่อว่า ใน ตลาด mai มีหุ้นทุนจดทะเบียนประมาณกว่า 90 ล้านบาท (18.4 ล้านหุ้น par 5 ) เอง ทั้งๆที่ ยอดขายประมาณการปี 2548 ของ kimeng ทำไว้ใกล้ 450-500 ล้านบาทครับ

ผมเลยยังไม่กล้าทุ่มเยอะ กลัวติด trap แต่ซื้อไว้สัก 5% ก่อน แล้วค่อยดู performance อีกที


เมื่อวานอ่าน paper kimeng แล้ว ค่อนข้างตามที่ผมคาดเหมือนกันนะครับ

คือ ยอดขายทั้งปีน่าจะได้ราว 450 ล้านบาท GP 26-27% ไม่ได้ลดลงตามวัตถุดิบที่ผันผวน

กำไรสุทธิน่าจะได้ราวๆ 45 ล้านบาท หรือ ประมาณ 2.4 บาทต่อหุ้น (18.4 ล้านหุ้น)

ตอนนี้ PE แค่ 4 เท่ากว่าเองครับ ณ ราคา 10.7

dividend = 0.6 ก็ ok ประมาณ 6% ต่อปี หวังจะได้มากกว่านี้หน่อยนะครับ

Last edited by Mr. Big on Thu Jun 16, 2005 6:22 am, edited 1 time in total.

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Thu Jun 16, 2005 6:20 am

อีกนิดนึง คือ tapaco ปีนี้เริ่มได้รับรู้ผลกำไรจาก TAPACO MOLD ซึ่งถือหุ้นราว 94.8% จากเดิม ขาดทุนประมาณ 17 ล้านบาท (หรือ คิดเป็นขาดทุนประมาณ 8.5 ล้านบาทสำหรับปี 2546 และ 2547) มาทำกำไรได้ราว 5.9 ล้านบาท สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2548 นะครับ ถ้าเอา 2 คูณ ง่ายๆ ก็ตก 11 ล้านบาท และ น่าจะเป็น ดาวรุ่งในการช่วยให้ tapac ทำกำไรได้สูงขึ้น และ มี gp ที่ลดความผันผวนลง เพราะ tapaco mold มี gp ที่สูงกว่าครับ

Last edited by Mr. Big on Fri Jun 17, 2005 12:21 pm, edited 1 time in total.

Viewtiful Investor
Verified User
Posts: 1477
Joined: Sun Dec 05, 2004 2:22 pm

Posts by Viewtiful Investor » Thu Jun 16, 2005 8:21 am

เค้าทำธุรกิจอะไรเหรอครับ??

I do not sleep. I dream.

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Thu Jun 16, 2005 9:10 am

www.tapaco.com ครับ

สรุป engineering plastic parts for printer, car audio, and fax ครับ


SAFARI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 158
Joined: Thu Apr 07, 2005 2:54 pm

Posts by SAFARI » Thu Jun 16, 2005 11:43 am

ดูใน56-1 แล้วรู้สึกว่ารายการระหว่างกันเยอะเหมือนกันนะครับ แล้วงงว่าทำไมTAPAC รู้ว่าซื้อกับ PNI แพงกว่าซื้อคนอื่น แต่ก็ยังซื้อ ด้วยเหตุผลว่าเร่งด่วน หรือ คนอื่นไม่มีแบบที่ต้องการ ผมว่าจริงๆถ้าแพงกว่าราคาตลาด ทางTAPAC เองก็ควรจะต่อรอง อย่างน้อยให้ราคาเท่ากันก็ยังสมเหตุสมผล

แหมแต่ PE ก็ยั่วน้ำลายใช่ย่อย :D


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Fri Jun 17, 2005 9:37 am

ตอบคุณ viewtiful investor นะครับ

สรุปข้อสนเทศ

บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน) ("TAPAC")

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ และ โรงงาน

789/40 หมู่ 1 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20230 โทรศัพท์ 038-296339-41 โทรสาร 038-296342

เวบไซต์ http://www.tapaco.com

(เริ่มทำการซื้อขายเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547)

ประเภทหลักทรัพย์จดทะเบียน หุ้นสามัญจำนวน 18,400,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท รวม 92 ล้านบาท

ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (mai)

ราคาเสนอขาย 12.50 บาทต่อหุ้น

ประเภทกิจการและลักษณะการดำเนินงาน

1. บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ) ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรม(Engineering Plastic Parts) ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ ได้แก่

- ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับเครื่องโทรสาร ได้แก่ ชิ้นส่วนสำหรับขับเคลื่อนกระดาษของเครื่องโทรสาร โดยประกอบสำเร็จเป็นชุดสำหรับขับกระดาษในเครื่องโทรสาร โครงโทรศัพท์ที่ใช้ในเครื่องโทรสาร และโครงฐานเครื่องโทรสาร

- ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับสำหรับเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสาร เช่น เฟืองที่ใช้ในการขับเคลื่อนลูกกลิ้งไวแสง

- ชิ้นส่วนสำหรับเครื่องเสียงรถยนต์ ได้แก่ ชิ้นส่วนขับเคลื่อนหัวเทป ชุดยึดหัวอ่านสำหรับเครื่องเล่นซีดี และแผ่นสำหรับเครื่องเล่นซีดี

- ชิ้นส่วนพลาสติกอื่นๆที่ใช้ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้แก่ Rail สำหรับเครื่อง CD Rom ใน Server และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

โดยประเภทของการให้บริการแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ได้แก่ การรับจ้างฉีดขึ้นรูปชิ้นส่วนพลาสติกตามแบบหรือแม่พิมพ์ของลูกค้า การรับจ้างฉีดขึ้นรูปชิ้นส่วนพลาสติกซึ่ง PNI เข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบผลิตภัณฑ์และแม่พิมพ์สำหรับฉีดขึ้นรูป และการฉีดขึ้นรูปพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีสิทธิบัตร

2. บริษัท ทาพาโก้ โมลด์ จำกัด ("TAPM") ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 94.80 ของทุนที่ชำระแล้ว ดำเนินธุรกิจออกแบบ ผลิต ซ่อมและปรับปรุงแม่พิมพ์สำหรับฉีดขึ้นรูปพลาสติก โดยลูกค้าของ TAPM สามารถจำแนกออกได้เป็นลูกค้าภายในกลุ่มซึ่งประกอบด้วยบริษัทฯและบริษัท พาร์ทเนอร์ อินดัสทรีส์ จำกัด ("PNI") ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของบริษัทฯ และลูกค้าภายนอกซึ่งประกอบด้วยบริษัทผลิตแม่พิมพ์และผู้ดำเนินธุรกิจฉีดขึ้นรูปพลาสติก

Last edited by Mr. Big on Sun Jun 19, 2005 7:27 am, edited 2 times in total.

User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Fri Jun 17, 2005 11:41 am

Mr. Big wrote:อีกนิดนึง คือ tapaco ปีนี้เริ่มได้รับรู้ผลกำไรจาก TAPACO GOLD ซึ่งถือหุ้นราว 94.8% จากเดิม ขาดทุนประมาณ 17 ล้านบาท (หรือ คิดเป็นขาดทุนประมาณ 8.5 ล้านบาทสำหรับปี 2546 และ 2547) มาทำกำไรได้ราว 5.9 ล้านบาท สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2548 นะครับ ถ้าเอา 2 คูณ ง่ายๆ ก็ตก 11 ล้านบาท และ น่าจะเป็น ดาวรุ่งในการช่วยให้ tapac ทำกำไรได้สูงขึ้น และ มี gp ที่ลดความผันผวนลง เพราะ tapaco gold มี gp ที่สูงกว่าครับ
บ. ย่อย ชื่อ TAPACO MOLD (TAPM) ครับ
แรกๆผลิตแม่พิมพ์ให้ TAPACO หลังๆเริ่มทำให้นอกบริษัทด้วย ได้ปริมาณเพิ่มจนสามารถเกิดประโยชน์ของ Economics of Scale ได้
บ. เขาคาดการณ์ถูกที่ว่า TAPM จะพลิกขาดทุนปีนี้ เพราะเขาเห็นออเดอร์ของลูกค้าที่เขาหามาเพิ่มได้เอง

คนมีโชค คือ คนที่พร้อมเสมอเมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ยามโอกาสมาถึง

User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Fri Jun 17, 2005 11:48 am

SAFARI wrote:ดูใน56-1 แล้วรู้สึกว่ารายการระหว่างกันเยอะเหมือนกันนะครับ แล้วงงว่าทำไมTAPAC รู้ว่าซื้อกับ PNI แพงกว่าซื้อคนอื่น แต่ก็ยังซื้อ ด้วยเหตุผลว่าเร่งด่วน หรือ คนอื่นไม่มีแบบที่ต้องการ ผมว่าจริงๆถ้าแพงกว่าราคาตลาด ทางTAPAC เองก็ควรจะต่อรอง อย่างน้อยให้ราคาเท่ากันก็ยังสมเหตุสมผล

แหมแต่ PE ก็ยั่วน้ำลายใช่ย่อย :D
การดำเนินธุรกิจ

TAPAC ได้รับการสนับสนุนทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาด และเทคโนโลยีในการผลิตและได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรผลิตภัณฑ์จากบริษัท Partner Industries ทำสัญญาระหว่างกันมีระยะเวลาตั้งแต่ 1 ส.ค.46-31 ก.ค.51 และสามารถต่ออายุสัญญาได้คราวละ 5 ปี มีรายละเอียดการสนับสนุนดังนี้

สิทธิในผลิตภัณฑ์(ค่าธรรมเนียม 2% ของรายได้จากผลิตภัณฑ์มีสิทธิบัตร)
 สิทธิในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีสิทธิบัตรของบริษัท
 เป็นบริษัทแรกที่จะเลือกรับสิทธิในสิทธิบัตรจากเทคโนโลยีใหม่ของ PNI

การสนับสนุนทางเทคโนโลยี(ค่าธรรมเนียม 6-7ล้านบาทต่อปี)
 การถ่ายทอดความรู้ด้านเทคนิค
 บริการทางวิศวกรรม
 การออกแบบผลิตภัณฑ์

การสนับสนุนทางการตลาด(ค่าธรรมเนียม 3% ของรายได้)
 แนะนำลูกค้า
 จัดส่งคำสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศให้กับบริษัท

ภายใต้ข้อสัญญาดังกล่าว PNI ไม่สามารถทำสัญญาให้ความช่วยเหลือในลักษณะเดียวกันกับบริษัทอื่นที่ดำเนินธุรกิจคล้ายคลึงกับ TAPAC

คิดว่าคงตอบได้หลายๆข้อสงสัยข้างบน

คนมีโชค คือ คนที่พร้อมเสมอเมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ยามโอกาสมาถึง

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Fri Jun 17, 2005 12:19 pm

2nd wind wrote: บ. ย่อย ชื่อ TAPACO MOLD (TAPM) ครับ
แรกๆผลิตแม่พิมพ์ให้ TAPACO หลังๆเริ่มทำให้นอกบริษัทด้วย ได้ปริมาณเพิ่มจนสามารถเกิดประโยชน์ของ Economics of Scale ได้
บ. เขาคาดการณ์ถูกที่ว่า TAPM จะพลิกขาดทุนปีนี้ เพราะเขาเห็นออเดอร์ของลูกค้าที่เขาหามาเพิ่มได้เอง
ขอบคุณครับ สงสัยตอนนั้นจะเบลอนะครับ 555 แต่แก้ไขให้แล้วครับ ขอบคุณอีกที


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Fri Jun 17, 2005 4:18 pm

คุณ 2ND WIND ตามตัวนี้นานยังครับ แล้ว TAPACO MOLD ตั้งเมื่อไหร่ครับ นานยังครับ ? แสดงว่า ตัวนี้น่าจะเป็นตัวผลักดันรายได้ปีนี้จริงๆ ด้วยนะครับ วันนี้ เขียวมา เป็นวันที่ 4 หลังจากประกาศงบครับ (PE ประมาณ 4 เท่ากว่า ๆ อยู่ดี) ผมขำราคาปิดวันนี้ เพราะว่า เป็นเรื่องปกติของหุ้น liquidity ต่ำ จะปิดที่ไหนก็ได้ ขอให้ขายให้ออกตอนทายก็แล้วกัน


User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Fri Jun 17, 2005 6:01 pm

Mr. Big wrote:คุณ 2ND WIND ตามตัวนี้นานยังครับ แล้ว TAPACO MOLD ตั้งเมื่อไหร่ครับ นานยังครับ ? แสดงว่า ตัวนี้น่าจะเป็นตัวผลักดันรายได้ปีนี้จริงๆ ด้วยนะครับ วันนี้ เขียวมา เป็นวันที่ 4 หลังจากประกาศงบครับ (PE ประมาณ 4 เท่ากว่า ๆ อยู่ดี) ผมขำราคาปิดวันนี้ เพราะว่า เป็นเรื่องปกติของหุ้น liquidity ต่ำ จะปิดที่ไหนก็ได้ ขอให้ขายให้ออกตอนทายก็แล้วกัน
ในปี 2545 TAPAC ได้จัดตั้งบริษัท Tapaco Mold Ltd. (TAPM) โดยถือบริษัทหุ้น 94.8% เพื่อให้บริการออกแบบ ผลิต ซ่อมแซมและปรับปรุงแม่พิมพ์สำหรับฉีดพลาสติกโดยเฉพาะ

TAPM 45 --> 46 --> 47 --> 48 = 3 งบปี รวมปีนี้

ตอบคุณ Mr. Big ครับ

ผมถือตั้งแต่เดือน 11 ปีที่แล้วครับ ซื้อมาตลอดตั้งแต่ต่ำ 10 จนถึง ต้น 9
เป็นอันดับ 2 ของพอร์ตครับ

เหตูผลที่ซื้อเพราะเริ่มคุ้นกับพวกกลุ่มชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรม จากการถือ SITHAI และ TMW มาก่อน

กลุ่มนี้เท่าที่ติดตามจะมี SITHAI TMW TAPAC SALEE CPR (อาจจะมีอีก)

ลักษณะเด่นกลุ่มนี้จะมีมาร์จินค่อนสูง ชิ้นส่วนคนละส่วนกันก็ก็อปปี้กันยาก ไม่แย่งลูกค้ากัน (อ้างมาจากที่หลายๆ บริษัทอ้างใน 56-1 ว่ากลุ่มนี้จะไม่แย่งตลาดกัน)

TAPAC มีลักษณะเด่นที่โดนใจผมหลายข้อ เช่น

- ก่อนเข้าตลาด เขาได้ลงทุนจ่ายค่าลงทุนใหญ่ๆ ไปหมดแล้ว ที่ปรากฎในงบจะมีแต่หนี้ก้อนโต D/E ratio ประมาณ 3 เท่า

- การที่เขากล้าลงทุนมากขนาดที่ทำให้ D/E ratio ประมาณ 3 เท่าได้ ส่วนหนึ่ง เพราะเขาได้ออเดอร์มาก่อนแล้ว ทำให้เขาประมาณได้ว่ามีแต่ได้กับได้ วิธีลงทุนแบบที่มีอุปสงค์รองรับอย่างนี้น่าจะสำเร็จในความคิดผม

- เหตุผลที่เข้าตลาดเน้นๆ คือ เอาตังไปลดหนี้ที่มาก ซึ่งเมื่อเอาเงินไปจ่ายหนี้ แน่นอนว่ากำไรจะพุ่งแน่นอน ที่เหลือขึ้นกับการจัดการเงินทองให้มีพอใช้ดำเนินกิจกรรมทั่วไป

- ปีที่แล้วที่บริษัทงดปันผล ตรงนี้ ผมชอบมาก เพราะคิดว่าเขาเดินเกมถูก เพราะว่า เอาเงินไปจ่ายหนี้ให้เหลือน้อยๆก่อน จะมีผลกับกำไรที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน อีกอย่างก็พึ่งจะเข้าตลาดด้วยถ้าประกาศปันผลก็คงน่าจะมีกลิ่นไม่ดีหละ

- การที่ผู้บริหารได้บอกเกี่ยวกับภาระกิจของปีนี้ (2548) ในงบปีที่แล้ว ที่ว่าจะพยายามเน้นการหาลูกค้าเอง พยายามพึ่ง เทคโนโลยีจาก PNI น้อยลง เพื่อประหยัดค่าคอม ก็แสดงให้เห็นแล้วในไตรมาสนี้ (จริงๆ ผู้บริหารก็ออกข่าวนี้มาตั้งเดือน - 2 เดือนแล้ว)

- ผู้บริหารซื้อหุ้นคืนมาตลอด (ซักวันคงเทคโอเวอร์มั้ง ยิ่งหุ้นมีน้อยๆอยู่)

- บริษัทมี BOI ใช้ได้จนถึง 2550 ส่วนขยายจะได้ถึง 2554

ส่วนข้อที่ผมกังวลเดี๋ยวมาโพสทีหลังครับ

คนมีโชค คือ คนที่พร้อมเสมอเมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ยามโอกาสมาถึง

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Sat Jun 18, 2005 7:38 am

ผมลองให้ข้อสังเกตทางการเงินดูนะครับ

ใน q2/2548 มีการขยายตัว net profit และ EBITDA เมื่อเทียบกับ 75% และ 40% ตามลำดับ และ เมื่อดูถึงผลการประกอบการ (net profit) ของ q3 และ q4 สำหรับปี 2548 ก็น่าจะดีขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบ จาก q3 และ q4 ของปีที่ผ่านมา ซึ่งทำได้เพียงราว 5 และ ราว 4 ล้านบาทตามลำดับ แสดงว่าการเติบโตของผลประกอบการของอีกสองไตรมาสที่เหลือน่าจะดีอยู่ ถ้ายึด net profit ของ q1 (9ล้านบาท) และ q2 (15ล้านบาท) ปี 2548 ที่ผ่านมาครับ ตรงนี้เป็นจุดหลักของ investment theme จริงๆ (Growth Story)

เพราะเฉพาะกำไรสุทธิ (net profit) อย่างเดียว เฉพาะ q2/2548 นั้นก็โตมากกว่า 100% ของ Q3/2547 และ Q4/2547 อีกครับ

สำหรับอัตรา net profit margin และ operating margin อยู่ที่ราว 11-12% และ 14% สำหรับ q2/2548 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราสูงที่สุดในรอบ 2 ปีเลยครับ ถือว่าเป็นภาพบวกที่ดีมากครับ และ เอาไว้ลุ้นให้ดีต่อเนื่องใน quarter 3/4 ที่เหลือ เพราะว่าการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก tapaco mold น่าจะผลักดันได้ดีอีกส่วนหนึ่ง

ปล. ผมมีข้อสังเกตคือ q2 ของ 2 ปีที่ผ่านมาเหมือนจะเป็น peak ของบริษัท


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Sat Jun 18, 2005 1:41 pm

2nd wind wrote: การดำเนินธุรกิจ

TAPAC ได้รับการสนับสนุนทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การตลาด และเทคโนโลยีในการผลิตและได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรผลิตภัณฑ์จากบริษัท Partner Industries ทำสัญญาระหว่างกันมีระยะเวลาตั้งแต่ 1 ส.ค.46-31 ก.ค.51 และสามารถต่ออายุสัญญาได้คราวละ 5 ปี มีรายละเอียดการสนับสนุนดังนี้

สิทธิในผลิตภัณฑ์(ค่าธรรมเนียม 2% ของรายได้จากผลิตภัณฑ์มีสิทธิบัตร)
 สิทธิในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีสิทธิบัตรของบริษัท
 เป็นบริษัทแรกที่จะเลือกรับสิทธิในสิทธิบัตรจากเทคโนโลยีใหม่ของ PNI

การสนับสนุนทางเทคโนโลยี(ค่าธรรมเนียม 6-7ล้านบาทต่อปี)
 การถ่ายทอดความรู้ด้านเทคนิค
 บริการทางวิศวกรรม
 การออกแบบผลิตภัณฑ์

การสนับสนุนทางการตลาด(ค่าธรรมเนียม 3% ของรายได้)
 แนะนำลูกค้า
 จัดส่งคำสั่งซื้อสินค้าของลูกค้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศให้กับบริษัท

ภายใต้ข้อสัญญาดังกล่าว PNI ไม่สามารถทำสัญญาให้ความช่วยเหลือในลักษณะเดียวกันกับบริษัทอื่นที่ดำเนินธุรกิจคล้ายคลึงกับ TAPAC

คิดว่าคงตอบได้หลายๆข้อสงสัยข้างบน

เมื่อสักครู่เพิ่งอ่านในสัญญาระหว่าง PNI กับ TAPAC เห็นได้ว่าสัญญาจะต่ออัตโนมัติเลยนี่ครับเมื่อครบ 5 ปี โดยจะมีอายุอีก 5 ปี แต่ไม่แน่ใจว่าพวกค่าธรรมเนียมต่างๆ จะปรับขึ้นแค่ไหนจากสัญญาปัจจุบันนะครับ

ปล. ผมเพิ่งทราบว่า IPO Price = 12.5 บาท เหรอครับ แสดงว่า ราคาปัจจุบัน 11.2 ยังต่ำกว่าราคา IPO ซะอีก ทั้งๆ ที่ฐานกำไรสูงขึ้นมากกว่าที่ KEST ประมาณการไว้ซะอีกครับ (50% up) ผมว่าเป้าหมายสั้นๆ น่าจะเหนือจองได้นะครับ (เห็น SNC เป็นแบบอย่าง เหนือราคา ipo หลังจากคนเห็นงบการเงินที่ดีมากๆ pe ต่ำ dividend สูง)


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Sat Jun 18, 2005 1:43 pm

ถามคุณ 2nd wind อีกนิดคือ เรื่องผู้ถือหุ้นซื้อหุ้นคืน ซื้อเยอะไหมครับ ราคาช่วงไหนเหรอ ผมไม่ได้ตามอยากทราบข้อมูลนิดนึงครับ

Last edited by Mr. Big on Sun Jun 19, 2005 7:48 am, edited 1 time in total.

User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Sat Jun 18, 2005 11:19 pm

Mr. Big wrote:ถามคุณ 2nd wind อีกนิดคือ เรื่องผู้ถือหุ้นซื้อหุ้นคืน ซื้อเยอะไหมครับ ราคาช่วงไหนเหรอ ผมไม่ได้ตามอยากทราบข้อมูลนิดนึงครับ

ปล อยากดึงให้กระทู้นี้ไปอยู่ใน 100 คน 100 หุ้นจังเลย

ชื่อผู้บริหาร ความสัมพันธ์ ประเภทหลักทรัพย์ วันที่รับเอกสาร วันที่ได้มา/จำหน่าย จำนวน ราคา วิธีการได้มา/จำหน่าย หมายเหตุ
เคซึเคะ มะซึอุระ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 22/04/2548 21/04/2548 10,000 9.13 ซื้อ
ไทอิจิ นิโนมิยะ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 05/04/2548 04/04/2548 20,000 9.36 ซื้อ
ไทอิจิ นิโนมิยะ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 27/04/2548 26/04/2548 20,000 9.23 ซื้อ
ไทอิจิ นิโนมิยะ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 18/04/2548 12/04/2548 20,000 9.28 ซื้อ
โสฬส ตั้งในธรรม ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 09/05/2548 09/05/2548 9,224 0.00 รับโอน
อะซึโนบุ โทกะ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 22/04/2548 21/04/2548 10,000 9.13 ซื้อ

เกือบแสนหุ้นครับ ราคาแถวๆ 9.2

คนมีโชค คือ คนที่พร้อมเสมอเมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ยามโอกาสมาถึง

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Sun Jun 19, 2005 5:58 am

มาดูปัจจัยเสี่ยงของ TAPAC บ้างนะครับ (เอามาจาก 56-1)

ปัจจัยเสี่ยง

1. ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้าหลักจำนวนน้อยราย

ปัจจุบัน ฐานลูกค้าของบริษัทฯยังค่อนข้างจำกัดอยู่ในกลุ่มบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องเสียงรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น โดยในช่วงปี 2545/2546ที่ผ่านมา บริษัทฯมีรายได้จากการขายสินค้าให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ 5 อันดับแรกคิดเป็นร้อยละ 84.17 ของรายได้ตามงบการเงินรวมของบริษัทฯและมีลูกค้าอยู่หนึ่งรายซึ่งสั่งซื้อสินค้าจากบริษัทฯมากกว่าร้อยละ 30 ของยอดรายได้ตามงบการเงินรวมของบริษัท

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการสูญเสียกลุ่มหลักค้าหลักของบริษัทฯมีไม่มากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาลูกค้าของบริษัทฯคัดเลือกเฉพาะผู้ผลิตที่ลูกค้าไว้วางใจในมาตรฐานและคุณภาพของการผลิตและให้บริการ เน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตรงตามที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงการให้บริการที่ครบวงจรทั้งในด้านการออกแบบเพื่อการผลิตและการผลิตแม่พิมพ์ นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯก็ได้จัดตั้งทีมการตลาดของตนเองซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่การตลาดทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น ซึ่งทีมการตลาดดังกล่าวจะทำหน้าที่หาลูกค้ารายใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น เพื่อที่ว่าบริษัทฯ
จะได้ไม่ต้องพึ่งพิงการแนะนำลูกค้าจาก PNI ทั้งหมด

2. ความเสี่ยงอันเนื่องมาจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูปธุรกิจผลิตชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรมสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นรายได้หลักของบริษัทฯ โดยในช่วงปี 2544/2545, 2545/2546 และช่วง 9 เดือนแรกของช่วงปี 2546/2547 รายได้จากการจำหน่ายชิ้นส่วนพลาสติก
สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คิดเป็นร้อยละ 82,78 และ 82 ของรายได้จากการขายรวม ซึ่งตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูปมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันในเรื่องของราคา บริษัทฯจึงได้ดำเนินการควบคุมต้นทุนเม็ดพลาสติก โดยการปรับปรุงกระบวนการผลิตและเพิ่มฝีมือแรงงานเพื่อลดของเสียในระหว่างกระบวนการผลิต และเป็นการประหยัดการใช้วัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติก ซึ่งนโยบายดังกล่าวก็ช่วยควบคุมต้นทุนเม็ดพลาสติก ต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนขายรวมได้ในระดับหนึ่ง

3. ความเสี่ยงที่จะสูญเสียลูกค้าในธุรกิจรับจ้างฉีดพลาสติกตามแบบหรือแม่พิมพ์ที่ลูกค้าส่งมาให้บริษัทฯมีโอกาสที่จะสูญเสียลูกค้าในลักษณะของการฉีดขึ้นรูปพลาสติกตามแบบหรือแม่พิมพ์ของลูกค้าค่อนข้างสูงกว่าลักษณะของการให้บริการแบบการให้บริการในกรณีที่ PNI เข้าไปร่วมออกแบบตัวผลิตภัณฑ์และแม่พิมพ์สำหรับฉีดขึ้นรูปพลาสติก และการฉีดขึ้นรูปผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีสิทธิบัตร เนื่องจากในลักษณะของการให้บริการประเภทดังกล่าว ลูกค้าจะเป็นเจ้าของแม่พิมพ์เอง และอาจว่าจ้างให้บริษัทคู่แข่งขันอื่นๆดำเนินการผลิตแทนบริษัทฯได้ หากลูกค้าเหล่านั้นพบว่าบริษัทคู่แข่งขันอื่นๆให้บริการที่ดีกว่า ด้วยต้นทุนที่เท่ากันหรือต่ำกว่า

บริษัทฯจึงได้มีนโยบายในการปรับปรุงคุณภาพของสินค้าประเภทต่างๆอย่างต่อเนื่อง และเริ่มให้บริการออกแบบกระบวนการผลิตชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มในการให้บริการแก่ลูกค้า

4. ความเสี่ยงจากผลกำไรที่อาจลดลงจากการที่สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหมดอายุบริษัทฯได้รับสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนตามบัตรส่งเสริมการลงทุน 2 บัตรหลัก ซึ่งสิทธิประโยชน์ดังกล่าวทำให้บริษัทฯได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 7 ปี สิทธิประโยชน์ตามบัตรส่งเสริมการลงทุนบัตรที่ 1 และ 2 จะหมดอายุลงในเดือนพฤษภาคม 2550 และ มีนาคม 2554 ตามลำดับ ซึ่งหลังจากที่สิทธิพิเศษตามบัตรส่งเสริมการลงทุนทั้ง 2 บัตรหมดอายุลง ก็จะทำให้ภาระภาษีจ่ายของบริษัทฯเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทฯ

อย่างไรก็ตาม การหมดอายุลงของสิทธิพิเศษตามบัตรส่งเสริมการลงทุนจะไม่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯมากนัก เนื่องจากบริษัทฯได้มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าใหม่และขยายสายผลิตภัณฑ์ ประกอบกับบริษัทฯได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตและการบริหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางผู้บริหารคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้บริษัทฯ
รักษาความสามารถในการทำกำไรในระดับที่ดีและความสามารถในการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง

5. ความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบ

ในช่วงที่ผ่านมา เม็ดพลาสติกถือเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรม ซึ่งตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาราคาเม็ดพลาสติกประเภทโพลีคาร์บอเนตและโพลีสไตลีนซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกหลัก 2 ประเภทที่บริษัทใช้ในการผลิตชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรมประเภทต่างๆมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกซึ่งการเปลี่ยนแปลงของราคาเม็ดพลาสติกในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบรวมของบริษัทฯเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2.5-7.0

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯได้วางแนวทางเพื่อรองรับความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของราคาเม็ดพลาสติกโดยสอบถามราคาเม็ดพลาสติกจากผู้ขายมากกว่า 1 รายก่อนการสั่งซื้อเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด และมีการเก็บสต็อกวัตถุดิบประเภทเม็ดพลาสติกและชิ้นงานในระหว่างกระบวนการผลิตในปริมาณที่เพียงพอที่จะใช้ผลิตสินค้าได้ประมาณ 1 เดือน นอกจากนี้
ผู้บริหารของบริษัทฯมีนโยบายที่จะให้การบริหารวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปของบริษัทฯเป็นแบบยืดหยุ่น ซึ่งมิได้กำหนดปริมาณการสำรองไว้อย่างตายตัว แต่จะให้ฝ่ายจัดซื้อของบริษัทฯติดตามข้อมูลการเคลื่อนไหวสภาวะตลาดอย่างใกล้ชิดจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลการซื้อขายในตลาด งานวิจัยต่างๆ การพูดคุยกับผู้จัดหาวัตถุดิบ ฯลฯ และร่วมกับหน่วยงานผลิตและการตลาด เพื่อวางแผนและกำหนดนโยบายการจัดซื้อวัตถุดิบให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในแต่ละขณะที่ผ่านมา เมื่อราคาวัตถุดิบที่สำคัญ เช่น เม็ดพลาสติกขยับตัวสูงขึ้นจนอาจมีผลกระทบต่ออัตราการทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ ก็สามารถเจรจากับลูกค้าเพื่อขอปรับขึ้นราคาสินต้าได้ในระดับหนึ่ง

6. ความเสี่ยงทางด้านการพึ่งพิงบริษัทที่เกี่ยวข้อง

ในปัจจุบัน บริษัทฯยังคงต้องพึ่งพิงความช่วยเหลือใน 2 ด้านจาก PNI ได้แก่ ด้านเทคโนโลยีและด้านการตลาดตามสัญญาการให้สิทธิ์ ความช่วยเหลือทางเทคนิคและที่ปรึกษาทางการตลาดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2546 และสัญญาดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2546-31 กรกฏาคม 2551 ดังนั้น บริษัทฯจึงลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิง
PNI โดย
- ฝึกฝนช่างเทคนิค ผู้ควบคุมกระบวนการผลิตและผู้ชำนาญการอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
- สร้างทีมการตลาดของบริษัทฯขึ้นมาเอง โดยในช่วงที่ผ่านมาทีมการตลาดของบริษัทฯก็ได้รับความไว้วางใจให้ติดต่อ ประสานงานกับลูกค้า และดำเนินพิธีการศุลกากร

7. ความเสี่ยงอันเนื่องมาจากอัตราแลกเปลี่ยน

ในช่วงปี 2544/2545, 2545/2546 และช่วง 9 เดือนแรกของช่วงปี 2546/2547 บริษัทฯมีรายได้จากการขายในตลาดต่างประเทศซึ่งอยู่ในรูปของเงินเหรียญสหรัฐและเงินเยนญี่ปุ่นคิดเป็นร้อยละ 44.45, 42.37 และ 45 ของรายได้จากการขายรวมในแต่ละช่วงเวลา ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นว่า ในช่วงที่ผ่านมา รายได้โดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 40 ของบริษัทฯเป็นรายได้ที่อยู่ในรูปของเงินตราต่างประเทศ ในช่วงปี 2545/2546 ที่ผ่านมา บริษัทฯมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิเป็นเงินทั้งสิ้น 1.39 ล้านบาท ที่ผ่านมา บริษัทฯไม่ได้ใช้เครื่องมือทางการเงินเช่นสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า
เพื่อป้องกันความเสี่ยงอันเนื่องมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากเห็นว่าผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมิได้มีนัยสำคัญกับผลประกอบการโดยรวมของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารมีนโยบายที่จะใช้สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า ถ้าหากทางผู้บริหารเห็นว่าผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอาจมีผลกระทบ
ต่อผลประกอบการโดยรวมของบริษัทฯอย่างมีนัยสำคัญ

8. ความเสี่ยงจากการนำเข้าชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์การเปิดเสรีทางการค้าในเขตอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอาจจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทย เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกจากต่างประเทศสามารถส่งชิ้นส่วนพลาสติกเข้ามาจำหน่ายแข่งกับผู้ผลิตในประเทศไทยได้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ผลิตในประเทศเสียฐานลูกค้าเดิมของตนได้

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรมซึ่งเป็นชิ้นส่วนพลาสติกที่มีความคงทน และมีความละเอียดสูงมีโอกาสที่จะสูญเสียลูกค้าอันเนื่องมาจากการเปิดเสรีทางการค้าในเขตอาเซียนไม่มากนัก เนื่องจากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจากญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่มีนโยบายการสั่งซื้อชิ้นส่วนส่วนใหญ่จากผู้ผลิตในท้องถิ่น ยกเว้นชิ้นส่วนบางประเภทที่ไม่สามารถผลิตในท้องถิ่นได้ และราคาของชิ้นส่วนพลาสติกนำเข้าเมื่อบวกค่าขนส่งจะทำให้ราคาไม่แตกต่างจากชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของญี่ปุ่นต่างก็ให้ความสำคัญกับการบริการและการจัดส่งสินค้าที่ตรงเวลามากกว่าในเรื่องของราคา ที่ผ่านมา บริษัทฯก็ได้เน้นการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าถึงคุณภาพของสินค้าและบริการของบริษัทฯ ทำให้โอกาสที่จะสูญเสียลูกค้ามีน้อยลง


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Fri Jun 24, 2005 5:09 pm

วันนี้ใครที่ยังถืออยู่คงได้รับปันผล 6 เดือนที่ 0.3 บาทต่อหุ้นนะครับ (xd วันที่ 27/6/48)


User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Fri Jun 24, 2005 5:51 pm

:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol:
_
_

คนมีโชค คือ คนที่พร้อมเสมอเมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ยามโอกาสมาถึง

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Fri Jun 24, 2005 6:28 pm

:D


woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Mon Jun 27, 2005 10:47 pm

พี่ถามตอบกันสองคนเองหรือครับ ไม่เหงาหรือ ขอผมมาอ่านตามเป็นเพื่อนละกันนะครับ หวังว่าคงไม่ถือสา

Impossible is Nothing

User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Tue Jun 28, 2005 12:19 am

woody wrote:พี่ถามตอบกันสองคนเองหรือครับ ไม่เหงาหรือ ขอผมมาอ่านตามเป็นเพื่อนละกันนะครับ หวังว่าคงไม่ถือสา
:) คุณ woody จะมาตอบเป็นเพื่อนก็ได้นะครับไม่ต้องเกรงใจพี่ Mr. Big เขา

เมื่อวาน XD 0.30 แล้ว - 0.40 = 10.70 Baht per Share

:x อยากให้ลงมาอีกจัง จะได้เก็บอีก

คนมีโชค คือ คนที่พร้อมเสมอเมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ยามโอกาสมาถึง

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Tue Jun 28, 2005 6:18 am

2nd wind wrote: :) คุณ woody จะมาตอบเป็นเพื่อนก็ได้นะครับไม่ต้องเกรงใจพี่ Mr. Big เขา

เมื่อวาน XD 0.30 แล้ว - 0.40 = 10.70 Baht per Share

:x อยากให้ลงมาอีกจัง จะได้เก็บอีก

คุณ 2nd wind ผมว่าให้ยืนนิ่งๆ 10.6-10.7 จะดีกว่าลงนะครับ ลงแรงๆ จะเสียวครับ

ปล. ถ้าบวกปันผล 0.3 กลับ แสดงว่า ราคาหุ้น tapac = 11 บาทครับ ก็ ok แต่คนยังเห็นคุณค่ากันน้อย ต้องรอคอย งบครั้งหน้า (ไตรมาส 3/48)ให้ประจักษ์ว่าเป็นอย่างไร ถ้าดีหรือเติบโตมากๆ เหมือนตอนงบไตรมาส 2 ผมว่ามีคนตามแน่


woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Tue Jun 28, 2005 8:43 am

ขอเวลาศึกษาซักหน่อยนะครับ แล้วจะมาร่วมแจม :P

Impossible is Nothing

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Tue Jun 28, 2005 8:58 am

woody wrote:ขอเวลาศึกษาซักหน่อยนะครับ แล้วจะมาร่วมแจม :P
:lol: 8) :lol: 8)


User avatar
2nd wind
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 581
Joined: Sun May 11, 2003 6:19 am

Posts by 2nd wind » Wed Jun 29, 2005 12:24 am

Mr. Big wrote:
คุณ 2nd wind ผมว่าให้ยืนนิ่งๆ 10.6-10.7 จะดีกว่าลงนะครับ ลงแรงๆ จะเสียวครับ

ปล. ถ้าบวกปันผล 0.3 กลับ แสดงว่า ราคาหุ้น tapac = 11 บาทครับ ก็ ok แต่คนยังเห็นคุณค่ากันน้อย ต้องรอคอย งบครั้งหน้า (ไตรมาส 3/48)ให้ประจักษ์ว่าเป็นอย่างไร ถ้าดีหรือเติบโตมากๆ เหมือนตอนงบไตรมาส 2 ผมว่ามีคนตามแน่
หายเสียวแล้วครับ เมื่อวาน 11 บาทถ้วนแล้ว แต่โวลุ่มก็น้อยไปเยอะเหมือนกัน จริงๆแล้วจะขึ้นแรง ลงแรง ยังงัยก็ได้ครับ ถ้าต้นทุนเราต่ำอยู่แล้ว

งั้นขอราคาแรงๆครับ :twisted: (แต่พื้นฐานไม่แย่ลงนะครับ)

คนมีโชค คือ คนที่พร้อมเสมอเมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง และใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ยามโอกาสมาถึง

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Wed Jun 29, 2005 6:27 am

แค่ได้ปันผลฟรีก็คุ้มแล้วครับ ตอนนี้ตลาดไม่ดี vol ก็น้อย หุ้นอย่าง TAPAC ยัง trade ทุกวันก็เอาแล้ว ผมว่า (สำหรับหุ้น PE แค่ 4 เท่า)


Post Reply