ทำไมตอนนั้นผมซื้อยานยนต์

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
คนคอน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 883
Joined: Fri Apr 17, 2009 5:52 pm

Posts by คนคอน » Wed May 05, 2010 7:28 pm

[quote="ler109"][quote="คนคอน"]พี่หมอครับ ผมอยากถามว่า ที่ roe


Chitaro
Verified User
Posts: 27
Joined: Wed Jan 28, 2009 7:59 am

Posts by Chitaro » Wed May 05, 2010 7:42 pm

ขอบคุณพี่หมอครับที่มาให้ความรู้ :bow:


กุหลาบงามหลังฝน
Verified User
Posts: 1598
Joined: Tue Aug 29, 2006 12:55 pm

Posts by กุหลาบงามหลังฝน » Wed May 05, 2010 7:58 pm

ขอบคุณครับพี่หมอ

อย่ามัวติดกับเรื่องในอดีต กังวลกับเรื่องในอนาคต จนลืมว่าปัจจุบันต้องทำอะไร

User avatar
Fon^^
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 604
Joined: Thu Jun 12, 2008 5:37 pm

Posts by Fon^^ » Wed May 05, 2010 8:01 pm

ขอบคุณค่ะ สำหรับการแบ่งปันประสบการณ์  :bow:

เมื่อใหร่จะมองธุรกิจขาดเหมือนพี่หมอบ้างนะ ^^

ผิดหนึ่งพึงจดไว้.....ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง.....ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก.....เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า.....หกซ้ำ อภัยไฉน

User avatar
gozzip
Verified User
Posts: 191
Joined: Sat Apr 18, 2009 8:28 pm

Posts by gozzip » Wed May 05, 2010 8:21 pm

ขอบคุณครับ  :D


User avatar
Sorgios
Verified User
Posts: 368
Joined: Thu Mar 11, 2010 11:46 am

Posts by Sorgios » Wed May 05, 2010 8:48 pm

ขอบคุณครับพี่หมอ

CHIN UP, Do not give up !!!

Dekfaifah
Verified User
Posts: 1220
Joined: Thu Jul 31, 2008 1:41 pm

Posts by Dekfaifah » Wed May 05, 2010 11:01 pm

โห ตอนแรกผมเข้าใจว่าพี่หมอ ถือ Stanly เยอะกว่า Sat แต่ที่ไหนได้ดูผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มี SAT ซะเยอะ
ตัวนี้ผมได้แต่มอง ก็ไม่ได้ซื้อ เพราะซื้อตัวอื่นไว้เต็มแล้ว


User avatar
nam
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1399
Joined: Mon Nov 14, 2005 12:06 am

Posts by nam » Wed May 05, 2010 11:08 pm

ขอบคุณมากครับ


User avatar
hagrid
Verified User
Posts: 566
Joined: Mon Jul 23, 2007 10:41 am

Posts by hagrid » Wed May 05, 2010 11:34 pm

ขอบคุณมากนะครับ

ขอเก็บเป็นข้อมูลสำหรับเอาไว้ซื้อรอบหน้าละกันครับ


User avatar
PaZZaHut
Verified User
Posts: 737
Joined: Tue Nov 23, 2004 7:09 pm

Posts by PaZZaHut » Thu May 06, 2010 12:50 am

สุดยดครับพี่

ขอบคุณมากที่พี่มาแบ่งปันกันครับ  ^_^

synthese(f)
n. synthesis, combining of separate elements into a complete whole; formation of a compound through the combination of simpler components (Chemistry); deductive logic

User avatar
Packky
Verified User
Posts: 856
Joined: Wed Mar 24, 2010 10:14 pm

Posts by Packky » Thu May 06, 2010 2:06 am

:bow:  :man:  :bow:


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18000
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Posts by miracle » Thu May 06, 2010 7:27 am

ขอบคุณ
ท่านประธาน มาให้ความรู้ครับ

:)

:)

saichon
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1214
Joined: Thu Feb 01, 2007 1:20 pm

Posts by saichon » Thu May 06, 2010 8:52 am

ผมก็เลยซื้อหุ้นที่เป็นสโลแกนหลักของชาววีไอ ไม่ได้ซื้อตัวที่เก่งที่สุด  ไม่ใช่ตัวที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตัวที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนแบบบัฟเฟตต์  ไม่ใช่ตัวที่มีทรัพย์สินคุ้มค่าที่สุดแบบเกรแฮม  แต่เลือกวิธีของปีเตอร์  ลินช์ บวกวิธีของชาววีไอ  คือ
4. ซื้อหุ้นตัวที่เมื่อมองไปในอนาคตแล้ว  ที่ราคาปัจจุบันถือว่า  undervalue สุดๆ


ผมชอบมุมมองพี่หมอจังครับ
:bow:  :bow:


User avatar
nasesus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1273
Joined: Tue Apr 24, 2007 3:23 pm

Posts by nasesus » Thu May 06, 2010 8:56 am

หรืออย่าง sat ทำ roe ย้อนหลังสูงกว่า 20% ติดต่อกันห้าปี ซึ่งแสดงว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมไม่สูงนัก  ก็ถ้าแข่งขันสูงบริษัทจะไม่สามารถทำ roe เหนือ 15 % ได้เลย ดังนั้น
พี่หมอครับการดูการแข่งขันในอุตสาหกรรมน่าจะดูที่อัตรากำไรสุทธิร่วมด้วยหรือป่าวครับ เพราะถ้ายิ่งแข่งกันมากกำไรสุทธิไม่น่าจะมาก

ทางที่ไม่มีไฟ ใช่ว่าไม่มีทาง เพียงแค่การก้าวไปข้างหน้าต้องใช้มากกว่าการหวังพึ่งแค่ดวงตา

Anti-Aircraft
Verified User
Posts: 807
Joined: Wed Sep 09, 2009 9:45 am

Posts by Anti-Aircraft » Thu May 06, 2010 9:02 am

[quote="saichon"]ผมก็เลยซื้อหุ้นที่เป็นสโลแกนหลักของชาววีไอ ไม่ได้ซื้อตัวที่เก่งที่สุด

อย่ายอมแพ้

jour2602
Verified User
Posts: 73
Joined: Wed Jul 16, 2008 5:19 pm

Posts by jour2602 » Thu May 06, 2010 12:28 pm

ขอบคุณ พี่หมอ ที่ให้มุมมอง และก็เหตุผลในตอนที่ซื้อหุ้นครับ  

แต่อยากทราบเหมือนกันครับว่า ตอนขาย จะดูปัจจัยอะไรบ้างครับ


User avatar
Saran
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2377
Joined: Wed Aug 27, 2003 5:22 pm

Posts by Saran » Thu May 06, 2010 12:51 pm

จากคำอธิบายที่พี่หมอบอกมา อ่านแล้วดูเหมือนทำง่ายจัง :lol:


nun08
Verified User
Posts: 558
Joined: Sat Sep 19, 2009 1:18 pm

Posts by nun08 » Thu May 06, 2010 1:09 pm

รอฟังมุมมอง แนวคิดพี่หมอครับ.........พี่หมอ มีมุมมองต่อ เทรนด์รถ ECO CAR ต่ออุตสาหกรรมรถ อย่างไรบ้างครับ


Blueblood
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3645
Joined: Thu Jan 15, 2004 12:22 pm

Posts by Blueblood » Thu May 06, 2010 3:56 pm

พี่หมอนี่ยอดคนจริงๆ ทั้งเรื่องความรู้และเรื่องจิตใจ การซื้อหุ้นตอนแย่ๆนี่ผมยังฝึกไม่สำเร็จเลย อย่างน้อยต้องเห็น sign ว่าจะดีถึงจะกล้าเข้า นับถือพี่หมอจากใจจริงๆครับ  :bow:  :bow:  :bow:

It's earnings that count

b4solid
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 918
Joined: Sun Aug 26, 2007 10:11 pm

Posts by b4solid » Thu May 06, 2010 6:30 pm

:bow: :bow:

ตอนที่ SAT มีปัญหาเรืองการเงิน ผมทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพี่หมอเลยแฮะ

ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะแฮะ


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Thu May 06, 2010 7:16 pm

น้อง blueblood ก็เป็น idol คนหนึ่งของผมนะครับ
idol ผมมีไม่กี่คนเท่านั้นเอง
ถามว่ามีใครบ้าง  
ตอบว่าส่วนใหญ่พวกเรารู้จักดีครับ   :lol:

จำได้ว่าก่อนที่ผมจะศึกษาวิธีของหนู
วิธีเดิมของผมก็ยังพอถูไถแต่ก็ยังไม่ค่อย work เท่าไหร่
วิธีของหนูกับโยสะดุดไอเดียผมอย่างแรง
ผมเห็นว่ามันสุดยอดเลยล่ะ ก็เลยปรับเอามาใช้

ผลการลงทุนก็เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน
ต้องขอบคุณบรรดา idol ของผมมาณ ที่นี้ครับ

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Thu May 06, 2010 7:17 pm

ส่วนคำถามหลายๆประเด็นที่ผมไม่ได้ตอบ
เป็นเพราะว่าผมคิดว่าประเด็นเหล่านั้นผมเองก็ไม่รู้
และคิดว่ามันเป็นเรื่องยากมากๆที่เราจะลงละเอียดขนาดนั้น
อย่างเรื่องกำไรของ sat stanly (อ้อ...ผมมีทั้งคู่พอๆกันครับเพราะตอนหลังๆผมก็ซื้อ stanly ก็เจ้า sat มันวิ่งไปมากแล้ว)
ผมก็หวังแค่มันกลับมาทำกำไรเท่าเดิมตอนปี 51 เท่านั้นเอง
อันนี้น่าจะตอบคำถามหลายๆท่านนะครับ
พอดีตอนนั้นไม่ได้ตอบเพราะตอบไม่ถูก  :lol:

แต่แค่เท่าเดิมก็เหลือเฟือแล้วครับในการดันราคาหุ้น
เท่าเดิมนี่เป็นขั้นต่ำด้วยเพราะปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตมากกว่าเดิม

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Thu May 06, 2010 7:17 pm

อ้อ.....อีกอย่างนะครับ
คิดอยู่นานว่าจะตอบดีไหมเพราะกลัวจะไปกระทบอัตตา
แต่ก็คิดว่าถ้าเพื่อนๆไม่คิดมาก  ผมว่าคำตอบต่อไปนี้จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆมากทีเดียว

จริงๆแล้วเจ้าเรื่องยากๆที่ผมไม่ได้ตอบนั้น
ไม่ใช่เหตุผลว่ามันยากอย่างเดียว
แต่ผมคิดว่าเป็นเพราะ  มันประเด็นที่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่   :shock:  :shock:  :shock:
คือประเด็นเหล่านั้นไม่ค่อยสำคัญ  ไม่ใช่ตัวสมาชิกไม่สำคัญนะครับ
สมาชิกทุกท่านสำคัญสำหรับผมมาก
ผมเล่นหุ้นเป็น(อายจัง)ก็เพราะสมาชิกช่วยอบรมสั่งสอนผมมานี่แหละครับ

ถ้าผมพูดไม่เข้าหูก็ขออภัยล่วงหน้านะครับ  :bow:  :bow:  :bow:
แต่ถ้าเข้าหูและอ่านต่อก็จะพบว่า
เวลาเลือกหุ้นแต่ละทีจะมีประเด็นหลักๆให้ตัดสินใจไม่เท่าไหร่หรอกครับ
ที่ดูยากเพราะเราไปทำให้มันยากเอง
ผมเองก็เคยลองมาแล้วทั้งวิธีที่ยากแบบสุดๆและยากแบโค-ตะ-ระ ๆๆ
ผลออกมาก็ไม่ดีเท่าไหร่

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Thu May 06, 2010 7:18 pm

คำพูดนี้ผมมาพูดทีหลังเขาด้วยซ้ำไปครับ
ทั้งปีเตอร์  ลินช์ก็พูดมาก่อน  ดร.ก็พูดมาก่อน  ใครๆก็พูดมาแล้ว
ถ้าเราต้องใช้วิธียากๆเพื่อจะเจอหุ้น  ก็แปลได้ง่ายๆว่า
จริงๆแล้วมันไม่ดีเท่าไหร่  มันถึงไม่เจอด้วยวิธีง่ายๆ

วิธีที่ดีที่ผลลองแล้วลองอีกคือวิธีที่ง่ายๆแบบนี้แหละครับ
simple  is  the  best

หรือถ้ายังทำใจไม่ได้ก็มีวิธีแก้ครับ
สมมติว่าเราวิเคราะห์ทุกแง่ทุกมุมรวมๆแล้วนับได้ 30 ข้อ
ให้เราเรียงลำดับความสำคัญของเจ้า 30 ข้อนี้
เพราะแต่ละข้อย่อมจะสำคัญไม่เท่ากันใช่ไหมครับ

เมื่อก่อนผมก็มีปัญหานี้
ผมมีข้อมูลหุ้นเต็มไปหมดเกือบ 30 ข้อได้มั้งต่อหุ้นหนึ่งตัวบางทีอาจจะมากกว่านี้2-3เท่าก็ได้ถ้าจดตัวเลขกันจริงๆ
แล้วผมก็จัดลำดับไม่ถูกว่าอะไรสำคัญกว่าอะไร
งมอยู่นานว่าเอ.....ตกลงเราควรจะตัดสินใจยังไงแน่เพราะมันเยอะไปหมด
อันนี้ก็สำคัญ  อันนั้นก็สำคัญ

แล้วพอเป็นแบบนั้น  ใจเราก็ไม่นิ่งใช่ไหมครับ
เวลาหุ้นลง  เจ้าเหตุผลทีเป็นลบก็ขยายตัวมาปรากฎต่อหน้าเราเต็มไปหมด
เราก็เลยขายทิ้งเพราะกลัว  แล้วก็ปรากฏว่าเราคิดผิด
เวลาหุ้นขึ้น  เจ้าเหตุผลบวกก็ได้ทีมั่งมันพองตัวยิ่งกว่าเจ้าตัวลบอีก  เพราะใจเรานั้นลึกๆอยากให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
ก็ตามซื้อเพราะโลภ  แล้วก็ปรากฏว่าเราคิดผิดอีก

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Thu May 06, 2010 7:19 pm

วิธีเรียงลำดับความสำคัญที่ผมลองใช้ก็ง่ายๆครับ
เรียงตามผลกระทบต่อกำไรของบริษัทในอนาคต
ถ้ากระทบมากก็สำคัญมาก ถึงแค่นี้ลองไปทำดูก่อนนะครับ

พอทำบ่อยๆเข้า
เราก็จะจำได้เองว่าปัจจัยนี้สำคัญมากเพราะกระทบกำไรบริษัทโดยตรง
ปัจจัยนั้นไม่มีความหมายอะไรเพราะไม่กระทบกำไร

แล้วพอทำบ่อยๆอีกเราก็จะพบว่าตัวที่สำคัญมากๆมีไม่กี่ตัว
ถ้าตัวหลักๆไม่พลาด

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Thu May 06, 2010 7:24 pm

[quote="jour2602"]ขอบคุณ พี่หมอ ที่ให้มุมมอง และก็เหตุผลในตอนที่ซื้อหุ้นครับ

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Thu May 06, 2010 7:31 pm

neo_potato_Th wrote:  ปีเตอร์ ลินซืเค้าเอากราฟมาพล็อตระหว่าง ยอดขายจริง กับ ยอดขายที่ควรจะเป็น ยอดขายที่ควรจะเป็นนั้นบริษัทผลิตรถยนต์เค้าวิจัยมาว่ามันต้องเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากร ดังนั้น เส้นกราฟมันจะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือค่อยๆเติบโตไปทุกปี... แต่ทีนี้ยอดขายจริงนั้น มันกลับไม่เป็นยังงั้น เพราะว่า สินค้ายานยนต์ นั้นมันเป็น economic cyclical มันจงสามารถยืดระยะเวลาในการซื้อออกไปได้ ของพวกนี้มันขึ้นอยู่กับความมั่นใจของผู้บริโภคและสภาพเศรษฐกิจของผู้ซื้อส่วนใหญ่
ประเด็นนี้สำคัญมากๆเลยนะครับ
สำคัญมากๆในตอนขาย
ถ้าใครทำได้ก็จะขายได้ที่ราคาสูงกว่าเพื่อน

ปีเตอร์ ลินช์ ทำได้
ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเขาใช้ตัวเลขอะไรจากไหน
(เคยถามดร.ในประเด็นนี้แล้ว ดร.ก็ไม่รู้)
แล้วในขณะที่คนอื่นทะยอยขายทำกำไร
ปรากฏว่า ลินช์รู้ว่ามันจะขึ้นไปกว่านั้นอีก
ก็เลยขายได้สูงกว่าใครๆ

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Thu May 06, 2010 7:35 pm

konkaikong wrote:อยากขอความรู้จากคุณหมอ หน่อยครับว่า

ตอนขาย เราควรจะสังเกตุ ตัวแปรตัวไหนบ้างครับ

สำหรับหุ้น cyclical แบบยานยนต์ นี่ครับ

ขอบคุณครับ
ผมใช้วิธีหยาบๆนะครับ
พีอี 10 เท่าผมว่า fair แล้ว
อาจจะขายเลยหรือถ้าไม่เจอหุ้นตัวอื่นก็อาจจะถือไปก่อน
เพราะหุ้นแบบนี้  ตลาดก็เคยให้พีอี 12 เท่า หรือ 15เท่าเหมือนกันครับ
ต้องลุ้นเอา  :lol:

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

Jimmy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 772
Joined: Wed Jul 18, 2007 7:09 am

Posts by Jimmy » Thu May 06, 2010 7:40 pm

แวะมาขอบคุณพี่หมออีกครั้งครับ

พี่หมอก็เป็น Idol ผมเหมือนกันครับ

รวมถึง พี่ลูกอีสาน พี่นริศ คุณบูลบลัด โีย พี่เล็ก พี่มน พี่วิบูลย์ ดร นิเวศน์ ครัีบ

:bow:  :bow:  :bow:  :bow:  :bow:

ร็อคกี้ บัลโบว : ชีวิตไม่สำคัญว่าจะต่อยได้หนักแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเรารับการโดนต่อยได้แค่ไหน (ชีวิตจุดสำคัญอยู่ที่การทนทุกข์ มากกว่าการประสบสุข)

Tlk
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 395
Joined: Sun Nov 25, 2007 10:16 pm

Posts by Tlk » Thu May 06, 2010 8:22 pm

อีกหน่ึงท่านท่ีต้่องยกน้ิวให้
โปรดรับข้าน้อยเป็นศิษย์ด้วยครับ
http://www.thaivi.com/webboard/images/s ... on_bow.gif


Post Reply