นริศสอนน้อง

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sat Oct 23, 2010 8:44 am

Green wrote:ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ ด้วยอีกคนนะครับ

คือ ผมอยากถามคุณนริศ เรื่อง การขายหุ้นอ่ะครับ ว่ามีหลักแนวคิดในการตัดสินใจ ขายหุ้นอย่างไรบ้าง หรือพูดง่ายๆ คือทำไงไม่ให้ขายหมู หน่ะครับ
เรื่องนี้ผมก็หาอาจารย์อยู่เหมือนกันครับ 555
แต่ผมว่าเป็นเรื่องปกติของคนที่เจอหุ้นที่ดีๆ ถึงเราขายได้ราคาสูงอย่างไร สักวันหนึ่งก็ต้องขายหมู เพราะราคาหุ้นคงจะขึ้นตามผลประกอบการ

แต่ถ้าเอาหลักคิดบางหลักสำหรับตัวผมเองก็พอจะมีบ้างเช่น
เราต้องรู้ก่อนว่า หุ้นที่เราถืออยู่เป็นหุ้นประเภทไหน เช่นหุ้นโตเร็ว หุ้นเทรินอะราว หุ้นวัฎจักร หุ้นแอสแสทเพลย
เราต้องตั้งราคาเป้าหมายในใจไว้ ถ้ามันถึงราคาในใจให้ทะยอยปล่อยเป็นสเต็ปๆไป
เราต้องมีหุ้นในใจพร้อมกับเป้าหมายในใจว่าแต่ละตัวจะถือไม่เกินเท่าไหร่ และตอนนี้มีอัพไซด์อยู่เท่าไหร่ และทำการสวิทย์จากตัวที่เราต้องการจะขายเข้าตัวที่ต้องการจะซื้อ ถ้าไม่มีหุ้นที่ถูกใจก็ถือเงินสดไปก่อน
แต่ถ้าหุ้นตัวไหนเราไม่มั่นใจ เช่นเป็นหุ้นวัฎจักร ถ้าราคาเราพึงพอใจแล้ว ก็จะขายเอาทุนออกมาก่อน และที่เหลือก็รอจังหวะทะยอยขายขาเดียว
และสุดท้ายท่องไว้เสมอว่า. คนขายหมู แสดงว่า เรามีกำไร....ไม่เป็นไร. ขอแค่ อย่าไปซื้อควายเข้ามาแทนก็แล้วกัน

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
solomon999
Verified User
Posts: 47
Joined: Tue Jun 15, 2010 4:29 am

Posts by solomon999 » Sat Oct 23, 2010 9:56 am

"และสุดท้ายท่องไว้เสมอว่า. คนขายหมู แสดงว่า เรามีกำไร....ไม่เป็นไร. ขอแค่ อย่าไปซื้อควายเข้ามาแทนก็แล้วกัน
"
ประโยคสุดท้ายโดนใจอย่างแรงงงง

คิดดีทำดี มีความสุข สนุกกับการลงทุน

User avatar
dome@perth
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4736
Joined: Fri Oct 05, 2007 1:43 am

Posts by dome@perth » Sat Oct 23, 2010 10:42 am

เรื่องนี้ผมก็หาอาจารย์อยู่เหมือนกันครับ 555
อาจารย์ ขาย หมู
ลูกศิษย์ ขาย ลูกหมู

5555

"ไม่มีสุตรสำเร็จ ไม่มีทางลัด ไม่ใช่แค่โชค
หนทางจะได้มาซึ่ง ความมั่งคั่งอย่างถาวร
มันมาจาก ความขยัน ไขว่คว้า หาความรู้
เชื่อและตั้งมั้นในหลักการลงทุนที่ถูกต้อง
"

Green
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2367
Joined: Thu Mar 31, 2005 7:06 pm

Posts by Green » Sat Oct 23, 2010 7:29 pm

naris wrote:
Green wrote:ขอสมัครเป็นลูกศิษย์ ด้วยอีกคนนะครับ

คือ ผมอยากถามคุณนริศ เรื่อง การขายหุ้นอ่ะครับ ว่ามีหลักแนวคิดในการตัดสินใจ ขายหุ้นอย่างไรบ้าง หรือพูดง่ายๆ คือทำไงไม่ให้ขายหมู หน่ะครับ
เรื่องนี้ผมก็หาอาจารย์อยู่เหมือนกันครับ 555
แต่ผมว่าเป็นเรื่องปกติของคนที่เจอหุ้นที่ดีๆ ถึงเราขายได้ราคาสูงอย่างไร สักวันหนึ่งก็ต้องขายหมู เพราะราคาหุ้นคงจะขึ้นตามผลประกอบการ

แต่ถ้าเอาหลักคิดบางหลักสำหรับตัวผมเองก็พอจะมีบ้างเช่น
เราต้องรู้ก่อนว่า หุ้นที่เราถืออยู่เป็นหุ้นประเภทไหน เช่นหุ้นโตเร็ว หุ้นเทรินอะราว หุ้นวัฎจักร หุ้นแอสแสทเพลย
เราต้องตั้งราคาเป้าหมายในใจไว้ ถ้ามันถึงราคาในใจให้ทะยอยปล่อยเป็นสเต็ปๆไป
เราต้องมีหุ้นในใจพร้อมกับเป้าหมายในใจว่าแต่ละตัวจะถือไม่เกินเท่าไหร่ และตอนนี้มีอัพไซด์อยู่เท่าไหร่ และทำการสวิทย์จากตัวที่เราต้องการจะขายเข้าตัวที่ต้องการจะซื้อ ถ้าไม่มีหุ้นที่ถูกใจก็ถือเงินสดไปก่อน
แต่ถ้าหุ้นตัวไหนเราไม่มั่นใจ เช่นเป็นหุ้นวัฎจักร ถ้าราคาเราพึงพอใจแล้ว ก็จะขายเอาทุนออกมาก่อน และที่เหลือก็รอจังหวะทะยอยขายขาเดียว
และสุดท้ายท่องไว้เสมอว่า. คนขายหมู แสดงว่า เรามีกำไร....ไม่เป็นไร. ขอแค่ อย่าไปซื้อควายเข้ามาแทนก็แล้วกัน
ขอบคุณมากคร้าบบ


chatchaithai
Verified User
Posts: 32
Joined: Tue Jul 13, 2010 9:44 pm

ขอบคุณพี่นริศ ครับ

Posts by chatchaithai » Tue Oct 26, 2010 10:54 am

[quote="naris"][quote="chatchaithai"]เรียนถามพี่นริศครับ


chatchaithai
Verified User
Posts: 32
Joined: Tue Jul 13, 2010 9:44 pm

Posts by chatchaithai » Tue Oct 26, 2010 10:59 am

ขอบคุณพี่ นริศ ครับ ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยคนครับ ผมวิศวะ มข.รุ่น 38 เป็นviฝึกใหม่ได้ 5 เดือน แล้วครับ หลังจากดำนำ้มา 4 ปี ขาดทุนนิดหน่อย


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Tue Oct 26, 2010 2:34 pm

chatchaithai wrote:ขอบคุณพี่ นริศ ครับ ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยคนครับ ผมวิศวะ มข.รุ่น 38 เป็นviฝึกใหม่ได้ 5 เดือน แล้วครับ หลังจากดำนำ้มา 4 ปี ขาดทุนนิดหน่อย
ถือว่าแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันดีกว่าครับ และทางที่ดีไม่ควรถามระบุเจาะจงหุ้นรายตัวนะครับ เพราะจะได้ป้องกันกับคนที่มาหวังผลประโยชน์แอบแฝงครับ และถ้าเรื่องไหนถ้าตอบได้ก็จะพยายามตอบครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

Green
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2367
Joined: Thu Mar 31, 2005 7:06 pm

Posts by Green » Tue Oct 26, 2010 4:21 pm

ผมขอถามคุณนริศอีกข้อนะครับ ว่าชอบหุ้นแบบไหน ใน 6 กลุ่มของ ปีเตอร์ ลินซ์ หรือว่าเน้นแบบเลือกว่า ตัวไหนถูกต่ำกว่ามูลค่าของมัน ครับ

และมีการปรับพอร์ตสำหรับหุ้นพวกนี้อย่างไร ครับ


User avatar
Narongwart
Verified User
Posts: 12
Joined: Thu Nov 04, 2010 3:18 pm

Posts by Narongwart » Sat Nov 06, 2010 10:33 pm

สวัสดีครับพี่นริศ ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยคนครับ
พึ่งเริ่มศึกษาครับ ขออ่านไปเรื่อยๆก่อน สักวันคงได้มาขอความรู้จากพี่แน่ๆเลยครับ  :D

การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนกับตัวเอง

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sun Nov 07, 2010 6:27 pm

Green wrote:ผมขอถามคุณนริศอีกข้อนะครับ ว่าชอบหุ้นแบบไหน ใน 6 กลุ่มของ ปีเตอร์ ลินซ์ หรือว่าเน้นแบบเลือกว่า ตัวไหนถูกต่ำกว่ามูลค่าของมัน ครับ

และมีการปรับพอร์ตสำหรับหุ้นพวกนี้อย่างไร ครับ
ชอบหุ้นเติบโตเป็นอันดับหนึ่งครับ สาเหตุเพราะว่า ถ้าเราเจอหุ้นที่ถูกและดี เราไม่ต้องทำการบ้านบ่อยครับ ซื้อและถือตัวหนึ่งๆอาจจะได้ถือยาวๆ5-10ปี ผลตอบแทนเกิน25%ทบต้น สบายๆเลยครับ :)

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
PRO_BABY
Verified User
Posts: 1584
Joined: Sat Oct 11, 2003 4:26 pm

Posts by PRO_BABY » Sun Nov 07, 2010 9:24 pm

สวัสดีครับพี่นริศ ขอความรู้ในการตัดสินใจซื้อหุ้นเข้าพอร์ทครับ
ใช้เวลานานไหมในการซื้อหุ้นแต่ละตัวเข้าพอร์ทเช่น
ต้องดูงบแต่ละไตรมาสแล้้วทยอยซื้อ หรือศึกษาจนมั่นใจแล้วซื้อทีเดียวเลยครับ
:lol: ขอบคุณครับ

--ผลของอนาคตเกิดจาก<====ปัจจุบัน ผลของปัจจุบันเกิดจาก<===อดีต
--ทุกอย่างเชื่อมโยง มีเหตุ====> มีผ

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Mon Nov 08, 2010 8:52 am

PRO_BABY wrote:สวัสดีครับพี่นริศ ขอความรู้ในการตัดสินใจซื้อหุ้นเข้าพอร์ทครับ
ใช้เวลานานไหมในการซื้อหุ้นแต่ละตัวเข้าพอร์ทเช่น
ต้องดูงบแต่ละไตรมาสแล้้วทยอยซื้อ หรือศึกษาจนมั่นใจแล้วซื้อทีเดียวเลยครับ
:lol: ขอบคุณครับ
แล้วแต่ความยากง่ายของกิจการและความถูกของราคาหุ้นครับ
ถ้ากิจการที่เราเคยดูเคยศึกษามาแล้ว เป็นหุ้นที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว และราคาเป็นขาลง ถ้าราคาลงมาถึงจุดที่ต้องการก็จะซื้อไปครึ่งและตั้งรับในขาลงครับ  ส่วนถ้าเป็นหุ้นใหม่ที่งบกำลังเทริน และเพิ่งจะศึกษาได้ยังไม่ถ่องแท้มาก จะซื้อตามความมั่นใจของข้อมูลที่มีครับ ถ้าดูง่ายก็ซื้อทีเดียวครบเลยในกรอบของราคาที่ตั้งใจไว้ แต่ถ้าไม่มั่นใจอาจจะขอดูงบอีกสักไตรมาสสองไตรมาสรอความชัดเจน ถ้าราคาไม่ไปไกลก็ลงทุนเพิ่มครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
PRO_BABY
Verified User
Posts: 1584
Joined: Sat Oct 11, 2003 4:26 pm

Posts by PRO_BABY » Mon Nov 08, 2010 9:15 am

naris wrote:
PRO_BABY wrote:สวัสดีครับพี่นริศ ขอความรู้ในการตัดสินใจซื้อหุ้นเข้าพอร์ทครับ
ใช้เวลานานไหมในการซื้อหุ้นแต่ละตัวเข้าพอร์ทเช่น
ต้องดูงบแต่ละไตรมาสแล้้วทยอยซื้อ หรือศึกษาจนมั่นใจแล้วซื้อทีเดียวเลยครับ
:lol: ขอบคุณครับ
แล้วแต่ความยากง่ายของกิจการและความถูกของราคาหุ้นครับ
ถ้ากิจการที่เราเคยดูเคยศึกษามาแล้ว เป็นหุ้นที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว และราคาเป็นขาลง ถ้าราคาลงมาถึงจุดที่ต้องการก็จะซื้อไปครึ่งและตั้งรับในขาลงครับ

--ผลของอนาคตเกิดจาก<====ปัจจุบัน ผลของปัจจุบันเกิดจาก<===อดีต
--ทุกอย่างเชื่อมโยง มีเหตุ====> มีผ

User avatar
PRO_BABY
Verified User
Posts: 1584
Joined: Sat Oct 11, 2003 4:26 pm

Posts by PRO_BABY » Mon Nov 08, 2010 9:24 am

ขอบคุณครับ :lol:
ผมขอต่อเลยครับ
-ในการเสาะหาหุ้นที่จะลงทุน อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้พี่นริศสนใจที่เข้าไปศึกษา เจาะลึกกิจการนั้นๆ จนนำไปสู่ การลงทุนครับ
-พอเจอกิจการที่สนใจสิ่งแรกที่ศึกษาคืออะไรครับ
-เมื่อศึกษาแล้ว สนใจที่จะลงทุน ให้ความสำคัญกับ สภาพคล่อง ความนิยม ไหมครับ
ขอบคุณครับ
 :D

--ผลของอนาคตเกิดจาก<====ปัจจุบัน ผลของปัจจุบันเกิดจาก<===อดีต
--ทุกอย่างเชื่อมโยง มีเหตุ====> มีผ

เกล้า
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1160
Joined: Thu Jul 15, 2010 12:19 pm

Posts by เกล้า » Mon Nov 08, 2010 11:53 am

สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวกับสื่อทีวีดาวเทียมพี่นริศมีความเห็นอย่างไรครับสำหรับการเติบโต2-3ปีนี้..ท่ามกลางความแข่งขันที่สูงขึ้นผมอยากขอความเห็นสำหรับมุมมองภาพยาวๆสำหรับอุตสาหกรรมนี้จากพี่นริศครับขอบคุณครับ :D  :D  :D


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Mon Nov 08, 2010 8:49 pm

[quote="PRO_BABY"]ขอบคุณครับ :lol:
ผมขอต่อเลยครับ
-ในการเสาะหาหุ้นที่จะลงทุน อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้พี่นริศสนใจที่เข้าไปศึกษา เจาะลึกกิจการนั้นๆ จนนำไปสู่ การลงทุนครับ
-พอเจอกิจการที่สนใจสิ่งแรกที่ศึกษาคืออะไรครับ
-เมื่อศึกษาแล้ว สนใจที่จะลงทุน ให้ความสำคัญกับ สภาพคล่อง ความนิยม ไหมครับ
ขอบคุณครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Mon Nov 08, 2010 9:19 pm

[quote="tinithemandindang"]สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวกับสื่อทีวีดาวเทียมพี่นริศมีความเห็นอย่างไรครับสำหรับการเติบโต2-3ปีนี้..ท่ามกลางความแข่งขันที่สูงขึ้นผมอยากขอความเห็นสำหรับมุมมองภาพยาวๆสำหรับอุตสาหกรรมนี้จากพี่นริศครับขอบคุณครับ :D

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

เกล้า
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1160
Joined: Thu Jul 15, 2010 12:19 pm

Posts by เกล้า » Mon Nov 08, 2010 9:39 pm

ขอบคุณครับพี่นริศสำหรับมุมมองของอุตสาหกรรมทีวีดาวเทียม.. :D  :D  :D


User avatar
PRO_BABY
Verified User
Posts: 1584
Joined: Sat Oct 11, 2003 4:26 pm

Posts by PRO_BABY » Mon Nov 08, 2010 11:05 pm

ขอบคุณมากๆครับ
:)

--ผลของอนาคตเกิดจาก<====ปัจจุบัน ผลของปัจจุบันเกิดจาก<===อดีต
--ทุกอย่างเชื่อมโยง มีเหตุ====> มีผ

User avatar
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 10532
Joined: Tue Sep 18, 2007 7:17 pm

Posts by Paul VI » Tue Nov 09, 2010 8:25 am

มุมมองเยี่ยมเลยครับ  :bow:

เพิ่ม COC ได้อีก 1 อย่างแล้ว


จอหงวน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 196
Joined: Fri Jul 16, 2010 2:46 pm

Posts by จอหงวน » Sat Nov 13, 2010 8:23 pm

มีอะไรสะดุดหรือโดนใจให้คุณนริศลงทุนใน HTECH และลงทุนเพิ่ม
และอะไรทำให้ขายหมู KIATไปครับ
มันเป็น growth stock ทั้งคู่


User avatar
CHOOKY
Verified User
Posts: 540
Joined: Wed Jun 09, 2010 10:20 pm

Posts by CHOOKY » Sun Nov 14, 2010 9:25 am

สวัสดีครับพี่นริศ ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยคนนะครับ ผม มข. รุ่น36 เรียนคณะเดียวกะ PRO_BABY เค้าครับ

ขอสอบถามเลยนะครับ
-synex พอจะมีจุดแข็งอะไรมั้ยที่พอจะสู้กับ SIS ได้ในระยะยาว
-ร้านค้า Dealer ของ SYNEX ซึงเกือบทั้งหมดเป็นร้านในท้องถิ่น จะสามารถต้านทาน hardware houseฯ ซึ่งมีร้านตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ได้มั้ยครับ
ปล. ผมเข้าใจว่า sis ถือหุ้น hardware house

ขอบคุณมากครับ

"ค้นหาคุณค่าให้พบ แล้วซื้อหุ้นกิจการที่ดีนั้น ซึ่งมีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี และยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง"

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Wed Nov 17, 2010 5:46 am

CHOOKY wrote:สวัสดีครับพี่นริศ ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยคนนะครับ ผม มข. รุ่น36 เรียนคณะเดียวกะ PRO_BABY เค้าครับ

ขอสอบถามเลยนะครับ
-synex พอจะมีจุดแข็งอะไรมั้ยที่พอจะสู้กับ SIS ได้ในระยะยาว
-ร้านค้า Dealer ของ SYNEX ซึงเกือบทั้งหมดเป็นร้านในท้องถิ่น จะสามารถต้านทาน hardware houseฯ ซึ่งมีร้านตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ได้มั้ยครับ
ปล. ผมเข้าใจว่า sis ถือหุ้น hardware house

ขอบคุณมากครับ
Synex ก็มีจุดแข็งของตนเองพอสมควรครับ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับร้านค้ามายาวนานกว่าSiS  เพราะอยู่ในวงการนี้มาก่อน หรือการกระจายตัวไปต่างจังหวัด มีฐานที่ก้าวงกว่าSiS และตลาดต่างจังหวัดน่าจะมีการเจริญเติบโตที่มากกว่าในกรุงเทพ เพราะมีฐานผู้ใช้ที่ต่ำกว่ามาก และทางSynex มีสินค้าประกอบที่ครบ hdd ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นสินค้าขายดีในตอนนี้ นโยบายการปล่อยเครดิตก็ผ่อนคลายกว่าSiS

ส่วนเรื่องHWH ผมว่าไม่มีผลต่อตลาดโดยรวมหรอกครับ ร้านค้าitมีหลายหมื่นร้านค้า ทางHWH มีเพียง100เองครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Wed Nov 17, 2010 6:06 am

จอหงวน wrote:มีอะไรสะดุดหรือโดนใจให้คุณนริศลงทุนใน HTECH และลงทุนเพิ่ม
และอะไรทำให้ขายหมู KIATไปครับ
มันเป็น growth stock ทั้งคู่
ที่จริงไม่ค่อยอยากจะตอบครับ แต่ถ้าจะไม่ตอบก็จะกลายเป็นหยิ่งๆไม่อยากตอบไปเสีย :lol:

ช่วงที่ขายkiat ตอนนั้นคิดว่าราคามันค่อนข้างจะขึ้นมารับข่าวอนาคตมากเกินไป จริงๆไม่ได้ขายแต่kiat ก็ขายตัวอิ่นที่ราคาoverขึ้นราคารับข่าวเช่นกัน แต่โดยนิสัยผมปกติจะถือหุ้น100% ช่วงนั้นถ้าไม่เจอตัวที่จะซื้อ ราคาสิบต้นๆคงไม่ขายเหมือนกันครับ แต่ตอนนั้นเจอพี่เหมราคาไม่ถึงบาทและนายตลาดยังไม่มีการรับรู้รายได้ กำไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากโรงไฟฟ้า ราคาจึงอันเดอร์อยู่ และค่อนข้างชัวร์กว่ากันเยอะ เลยขอสวิทย์ครับ ส่วนตอนนั้นทำไมไม่ขายhtech เพราะราคาตอนนั้นประมาณ3บาทผมมองว่าราคายังอันเดอร์พอสมควรครับ และตอนนั้นผมสวิทย์หลายๆตัวเข้าพี่เหมก็มากพอควรแล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่จะขายhtechครับ แต่ผมคิดผิดคิดถูกอย่างไรคงจะต้องดูในอนาคตครับ ส่วนการซื้อhtechเพิ่ม น่าจะเป็นการเพิ่มให้เต็มจำนวนเลขสวยๆหรือเปล่าครับ เพราะผมจำได้ว่า ไม่ได้เพิ่มจำนวนอย่างมีนัยยะสำคัญอะไร และไปดูในพอร์ตตอนนี้จำนวนหุ้นก็เท่าๆเดิมกับช่วงปิดสมุดทะเบียนครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
CHOOKY
Verified User
Posts: 540
Joined: Wed Jun 09, 2010 10:20 pm

Posts by CHOOKY » Wed Nov 17, 2010 8:38 pm

naris wrote:
CHOOKY wrote:สวัสดีครับพี่นริศ ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยคนนะครับ ผม มข. รุ่น36 เรียนคณะเดียวกะ PRO_BABY เค้าครับ

ขอสอบถามเลยนะครับ
-synex พอจะมีจุดแข็งอะไรมั้ยที่พอจะสู้กับ SIS ได้ในระยะยาว
-ร้านค้า Dealer ของ SYNEX ซึงเกือบทั้งหมดเป็นร้านในท้องถิ่น จะสามารถต้านทาน hardware houseฯ ซึ่งมีร้านตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ได้มั้ยครับ
ปล. ผมเข้าใจว่า sis ถือหุ้น hardware house

ขอบคุณมากครับ
Synex ก็มีจุดแข็งของตนเองพอสมควรครับ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์กับร้านค้ามายาวนานกว่าSiS

"ค้นหาคุณค่าให้พบ แล้วซื้อหุ้นกิจการที่ดีนั้น ซึ่งมีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี และยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง"

Warmkung
Verified User
Posts: 20
Joined: Sat Oct 16, 2010 7:21 am

Re: นริศสอนน้อง

Posts by Warmkung » Sat Nov 27, 2010 10:23 am

อ่านมาจนถึงหน้าที่ 28 ทำให้ได้เข้าใจว่า ...

นักลงทุนที่ดีไม่ใช่เพราะโชคดี แต่เป็นเพราะตั้งใจและเข้าใจในกิจการที่ลงทุนอย่างแท้จริง

ผมยังเป็นมือใหม่ ตอนนี้กำลังมองว่าธุรกิจสื่อสาีีรในไทยยังสามารถโตได้อีกมากในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า เพราะเป็นช่วงการไหลเข้าของเทคโนโลยีโดยเฉพาะ Smart phone ซึ่งรายได้ต่อ user จะมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป แถมยังเป็นรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนในทุกเดือน ง่ายต่อการวางแผนธุรกิจ อีกทั้งจำนวนผู้ใช้เยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยดูได้จากสมัยมี smart phone ใหม่ๆ มีแต่คนรวยๆ เท่านั้นที่ใช้ แต่ปัจจุบัน ลงมาถึงคนระดับกลางประมาณเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว และตอนผมไป Hongkong ก็ยิ่งเจอเหตุผลที่สนับสนุน ก็คือ คนที่เมืองที่นั่น 100% ใช้ smart phone ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ไทยกำลังจะเป็นในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เป็น Semi Monopoly เพราะค่อนข้างยาก ที่จะมีผู้ให้บริการรายใหม่ เข้ามาในตลาด เนื่องจาก Brand loyalty และ High capital investment

พี่มีแนวคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ ...


Tlk
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 395
Joined: Sun Nov 25, 2007 10:16 pm

Re: นริศสอนน้อง

Posts by Tlk » Sat Nov 27, 2010 3:29 pm

ในประเด็นเร่ืองการถือครองหุ้นพี่ นริศ ถือทีละกีตัวและให้นำ้หนักแต่ละตัวโดยมีอะไรเป็นเกณฑ์ครับ


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Re: นริศสอนน้อง

Posts by naris » Mon Nov 29, 2010 2:29 pm

Warmkung wrote:อ่านมาจนถึงหน้าที่ 28 ทำให้ได้เข้าใจว่า ...

นักลงทุนที่ดีไม่ใช่เพราะโชคดี แต่เป็นเพราะตั้งใจและเข้าใจในกิจการที่ลงทุนอย่างแท้จริง

ผมยังเป็นมือใหม่ ตอนนี้กำลังมองว่าธุรกิจสื่อสาีีรในไทยยังสามารถโตได้อีกมากในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า เพราะเป็นช่วงการไหลเข้าของเทคโนโลยีโดยเฉพาะ Smart phone ซึ่งรายได้ต่อ user จะมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป แถมยังเป็นรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนในทุกเดือน ง่ายต่อการวางแผนธุรกิจ อีกทั้งจำนวนผู้ใช้เยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยดูได้จากสมัยมี smart phone ใหม่ๆ มีแต่คนรวยๆ เท่านั้นที่ใช้ แต่ปัจจุบัน ลงมาถึงคนระดับกลางประมาณเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว และตอนผมไป Hongkong ก็ยิ่งเจอเหตุผลที่สนับสนุน ก็คือ คนที่เมืองที่นั่น 100% ใช้ smart phone ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ไทยกำลังจะเป็นในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เป็น Semi Monopoly เพราะค่อนข้างยาก ที่จะมีผู้ให้บริการรายใหม่ เข้ามาในตลาด เนื่องจาก Brand loyalty และ High capital investment

พี่มีแนวคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ ...
ส่วนตัวพี่คิดว่าโดยนิสัยคนเรา ต้องการความสะดวกสบายเป็นที่ตั้ง โดยมีข้อจำกัดในด้านราคาเป็นวาลล์ที่จะให้เปลี่ยนแปลงเร็วหรือช้า

ในเรื่องสมาร์ทโฟนพี่ก็มองว่ามันก็เครืื่องใช้ไฟฟ้าตัวหนึ่งที่ไว้ตอบสนองความสะดวกสบายของคน(ที่ยังมีกิเลส)เพราะฉะนั้นการตอบสนองนี้จะเร็วมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นกับราคาเป็นปัจจัยหลัก ใน5ปีข้างหน้าพี่ว่าเป็นไปได้สูงที่สมาร์ทโฟนจะมีสัดส่วน80-90%ของมือถือ

ส่วนว่าใครจะประสบความสำเร็จในตลาดนี้มากน้อยเพียงใด ขึ้นกับจุดขาย(positioning) การรับรู้ของผู้บริโภค และราคา เป็นองค์ประกอบ

ในตัวBB ก็มีคนถามความคิดเห็นพี่ว่าคิดอย่างไรมันจะยั่งยืนแค่ไหน ถ้ากระแสความเห่อมันหายไปแล้วทำไง. ส่วนตัวพี่คิดว่าบางครั้งเราต้องแยกกระแสความนิยมกับความจำเป็นในการสื่อสารให้ออก เช่นทางUS ผู้ใช้ส่วนมากของBBเป็นกลุ่มองค์กร(ไว้ใช้ในเรื่องงาน)แต่ในไทยผู้ใช้ยังเป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานเป็นส่วนใหญ่ที่ไว้ติดต่อในเรื่องงานอดิเรก ส่วนมากคำว่ากระแสจะอยู่ชั่วครั้งชั่วคราว และที่เจอส่วนมากจะเอาไว้อวดความเท่ ความดูดี
ส่วนในไทยตอนนี้พี่ว่าคนใช้BBมีทั้งสองกลุ่ม คือกลุ่มที่ใช้เพื่อให้ตนเองดูดี กับกลุ่มทีใช้เพรามีสังคมส่วนตัวในBBแล้ว มันจะคล้ายๆเฟซบุ๊คที่พอมีกลุ่มสังคมที่ได้ติดต่อกันจนเลิกใช้ไม่ได้ เพราะเพื่อนจะหาย สังคมจะหาย นอกซะจากจะเลิกใช้กันทั้งกลุ่มโดยมีสินค้าทดแทนที่ดีกว่า(ซึ่งตอนนี้พี่ยังมองไม่เห็น) และยังมีตลาดองค์กรให้เขาเข้าไปเจาะได้อีกมากมาย

ส่วนไอโฟน พี่คิดว่าpositionเขาค่อนข้างชัดเจนเช่นกัน เขามีสาวกแอปเปิ้ลแหว่งที่ใช้แมค ใช้ไอโฟน และไอแพด ที่ค่อนข้างมีระบบที่ดี มีหน้าตาที่ดี เปรียบตนเองเป็นไฮโซ

ส่วนที่ต้องการเวลาพิสูจน์อีกระยะคือระบบแอนดรอยด์ซึ่งกำลังมาแรง แต่จะมีข้อเสียเปรียบในเรื่องแบรนด์ที่เครื่องฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจจะตอบสนองได้ไม่ดี ทำให้คนอาจจะคิดว่าระบบไม่ดี แต่ด้วยโครงสร้างที่เน้นความฟรีจึงทำให้อนาคตน่าจะเกาะกลุ่มอยู่ในตลาดแมสได้ไม่ยาก ส่วนแบรนด์ไหนจะสร้างจุดยืนให้ตนเองได้ในแอนดรอยด์ต้องตามดูต่อไป
ไม่รู้ตอบตรงจุดหรือเปล่าครับ :lol:

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Re: นริศสอนน้อง

Posts by naris » Mon Nov 29, 2010 2:38 pm

Tlk wrote:ในประเด็นเร่ืองการถือครองหุ้นพี่ นริศ ถือทีละกีตัวและให้นำ้หนักแต่ละตัวโดยมีอะไรเป็นเกณฑ์ครับ
พี่จะมีกฎที่เป็นแนวทางอยู่คร่าวๆเช่น
หลักเก้าอี้สามขา หมายความว่าจะไม่เน้นอะไรที่มากเกินไป เอาไว้ป้องกันความโลภบังตาข้อเท็จจริงของตนเอง
หลักความสบายใจในการถือครอง ความสบายใจนี่ครอบคลุมทั้งการรอบรู้ในตัวหุ้นนั้นๆและราคาที่ถูกหรือแพงเพราะฉะนั้น ถ้าตัวไหนยิ่งรู้มาก รู้ลึก ก็อาจจะถือครองได้นานกว่า แต่ถ้าเริ่มอึดอัดก็ขายเท่าที่เราอึดอัด ถ้าสบายใจก็ถือต่อ
หลักของการซื้อกิจการเพื่อลงทุน ไม่ใช่เล่นรอบ ถ้าจะมีการเล่นรอบเพื่อความสนุกจะต้องเป็นสัดส่วนที่น้อยและไม่มีผลต่อพอร์ตรวมเขาเรา

ที่ผ่านมาก็เคยถือหุ้นมากที่สุดประมาณ20ตัว และน้อยที่สุดก็สามตัวครับ แต่เฉลี่ยๆก็ราวๆ8-10ตัวครับ มากน้อยตามหลักความสบายใจ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

Warmkung
Verified User
Posts: 20
Joined: Sat Oct 16, 2010 7:21 am

Re: นริศสอนน้อง

Posts by Warmkung » Fri Dec 03, 2010 2:53 pm

[quote="naris"][quote="Warmkung"]อ่านมาจนถึงหน้าที่ 28 ทำให้ได้เข้าใจว่า ...

นักลงทุนที่ดีไม่ใช่เพราะโชคดี แต่เป็นเพราะตั้งใจและเข้าใจในกิจการที่ลงทุนอย่างแท้จริง

ผมยังเป็นมือใหม่ ตอนนี้กำลังมองว่าธุรกิจสื่อสาีีรในไทยยังสามารถโตได้อีกมากในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า เพราะเป็นช่วงการไหลเข้าของเทคโนโลยีโดยเฉพาะ Smart phone ซึ่งรายได้ต่อ user จะมากกว่าผู้ใช้ทั่วไป แถมยังเป็นรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนในทุกเดือน ง่ายต่อการวางแผนธุรกิจ อีกทั้งจำนวนผู้ใช้เยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยดูได้จากสมัยมี smart phone ใหม่ๆ มีแต่คนรวยๆ เท่านั้นที่ใช้ แต่ปัจจุบัน ลงมาถึงคนระดับกลางประมาณเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว และตอนผมไป Hongkong ก็ยิ่งเจอเหตุผลที่สนับสนุน ก็คือ คนที่เมืองที่นั่น 100% ใช้ smart phone ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ไทยกำลังจะเป็นในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เป็น Semi Monopoly เพราะค่อนข้างยาก ที่จะมีผู้ให้บริการรายใหม่ เข้ามาในตลาด เนื่องจาก Brand loyalty และ High capital investment

พี่มีแนวคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ ...[/quote]
ส่วนตัวพี่คิดว่าโดยนิสัยคนเรา ต้องการความสะดวกสบายเป็นที่ตั้ง โดยมีข้อจำกัดในด้านราคาเป็นวาลล์ที่จะให้เปลี่ยนแปลงเร็วหรือช้า

ในเรื่องสมาร์ทโฟนพี่ก็มองว่ามันก็เครืื่องใช้ไฟฟ้าตัวหนึ่งที่ไว้ตอบสนองความสะดวกสบายของคน(ที่ยังมีกิเลส)เพราะฉะนั้นการตอบสนองนี้จะเร็วมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นกับราคาเป็นปัจจัยหลัก ใน5ปีข้างหน้าพี่ว่าเป็นไปได้สูงที่สมาร์ทโฟนจะมีสัดส่วน80-90%ของมือถือ

ส่วนว่าใครจะประสบความสำเร็จในตลาดนี้มากน้อยเพียงใด ขึ้นกับจุดขาย(positioning) การรับรู้ของผู้บริโภค และราคา เป็นองค์ประกอบ

ในตัวBB ก็มีคนถามความคิดเห็นพี่ว่าคิดอย่างไรมันจะยั่งยืนแค่ไหน ถ้ากระแสความเห่อมันหายไปแล้วทำไง. ส่วนตัวพี่คิดว่าบางครั้งเราต้องแยกกระแสความนิยมกับความจำเป็นในการสื่อสารให้ออก เช่นทางUS ผู้ใช้ส่วนมากของBBเป็นกลุ่มองค์กร(ไว้ใช้ในเรื่องงาน)แต่ในไทยผู้ใช้ยังเป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานเป็นส่วนใหญ่ที่ไว้ติดต่อในเรื่องงานอดิเรก ส่วนมากคำว่ากระแสจะอยู่ชั่วครั้งชั่วคราว และที่เจอส่วนมากจะเอาไว้อวดความเท่ ความดูดี
ส่วนในไทยตอนนี้พี่ว่าคนใช้BBมีทั้งสองกลุ่ม คือกลุ่มที่ใช้เพื่อให้ตนเองดูดี กับกลุ่มทีใช้เพรามีสังคมส่วนตัวในBBแล้ว มันจะคล้ายๆเฟซบุ๊คที่พอมีกลุ่มสังคมที่ได้ติดต่อกันจนเลิกใช้ไม่ได้ เพราะเพื่อนจะหาย สังคมจะหาย นอกซะจากจะเลิกใช้กันทั้งกลุ่มโดยมีสินค้าทดแทนที่ดีกว่า(ซึ่งตอนนี้พี่ยังมองไม่เห็น) และยังมีตลาดองค์กรให้เขาเข้าไปเจาะได้อีกมากมาย

ส่วนไอโฟน พี่คิดว่าpositionเขาค่อนข้างชัดเจนเช่นกัน เขามีสาวกแอปเปิ้ลแหว่งที่ใช้แมค ใช้ไอโฟน และไอแพด ที่ค่อนข้างมีระบบที่ดี มีหน้าตาที่ดี เปรียบตนเองเป็นไฮโซ

ส่วนที่ต้องการเวลาพิสูจน์อีกระยะคือระบบแอนดรอยด์ซึ่งกำลังมาแรง แต่จะมีข้อเสียเปรียบในเรื่องแบรนด์ที่เครื่องฮาร์ดแวร์บางรุ่นอาจจะตอบสนองได้ไม่ดี ทำให้คนอาจจะคิดว่าระบบไม่ดี แต่ด้วยโครงสร้างที่เน้นความฟรีจึงทำให้อนาคตน่าจะเกาะกลุ่มอยู่ในตลาดแมสได้ไม่ยาก ส่วนแบรนด์ไหนจะสร้างจุดยืนให้ตนเองได้ในแอนดรอยด์ต้องตามดูต่อไป
ไม่รู้ตอบตรงจุดหรือเปล่าครับ :lol:[/quote]

ตรงมากคร้าบ

ขอบคุณนะครับที่แบ่งปันความรู้ให้น้องใหม่กำลังเริ่ม VI อย่างผม

ไว้ถ้ามีอะไรสงสัยจริงๆ จะมารบกวนพี่อีกนะครับ ^^ .... ถ้าไม่ค่อยสงสัยเท่าไหร่จะพยายามไม่ถามเห็นคนถามพี่เยอะมาก


Post Reply