ครบเครื่อง เรื่อง PE

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
User avatar
kotaro
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1489
Joined: Tue Jul 29, 2003 9:54 pm

ครบเครื่อง เรื่อง PE

Posts by kotaro » Fri Mar 26, 2004 9:34 pm

เอามาให้อ่านครับ

จาก Analyzing Companies and Valuing Shares


PE

เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและมีประโยชน์ในการคิดหามูลค่าหุ้น ( valuation )

วิธีคำนวณ ก็ เอาราคาหุ้น (price) หารด้วย กำไรต่อหุ้น(earning per share) ค่าที่ได้ก็จะออกมาว่าเป็นจำนวนกี่เท่าซึ่งค่านี้บอกว่าต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะคุ้มทุน

กำไรต่อหุ้น คำนวณจาก กำไรหลังหักภาษี หารด้วย จำนวนหุ้น

แม้ว่าค่านี้จะอาศัยข้อมูลในอดีตมาคิด แต่ PE ก็สามารถใช้ forecast EPS มาคิดได้ ซึงก็มีประโยชน์อย่างมากในการคำนวณ valuation

เวลาดู PE ต้องดู 2 อย่างควบคู่กันไป

1. growth of earning
2. quality of earning

การที่ดูอะไรอย่างเดียว อาจทำให้คำนวณผิดได้ ต้องดูด้วยว่า growth ที่ได้มา มาจากอะไร ไม่ได้มาจากกำไรพิเศษ ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

ปกติ PE ต่ำๆ จะน่าสนใจกว่า PE สูงๆ แต่ก็ไม่เสมอไป มีหลายสถานะการณ์ที่ PE ต่ำๆ แต่ไม่ได้หมายความว่า หุ้นน่าสนใจหรือหุ้นถูก

สถานะการณ์ที่ทำให้ PE ต่ำ แต่ไม่น่าสนใจ เช่น

1. uncertainly over a company's prospects for earning
2. a highly cyclical sector
3. company serving volatile markets
4. a sector with overcapacity and weak pricing power
5. a sector or company with consistently low returns and not adding economic value
6. a mature sector, with little prospect of growth
7. a company which is ex growth
8. poor management
9. poor cash generation
9. week balance sheet

ในทางกลับกัน หุ้นที่มี PE สูง ก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นมีราคาแพงเสมอไป

สถานการณ์ที่ทำให้ PE สูง แต่ไมได้หมายความว่าหุ้นแพง
1. companies with an excellent growth record and prospects for growth
2. a high-growth sector
3. high confidence in the company's forecasts
4. predictable/stable revenues
5. strong market shares
6. high barriers to entry
7. companies that have strong pricing power
8. companies that have high margins and produce excellent ROCE and add value
9. strong cash generation

Re-ratings and de-ratings

เมื่อคุณหาหุ้นที่มี PE ต่ำๆได้ ถ้าบริษัทนี้ดูแล้วน่าจะดีกว่า rating ที่มีอยู่ตอนนี้ คุณก็อาจจะปรับ rating ใหม่ขึ้นไปได้เรียกว่า re-ratings เช่นบริษัทตอนนี้มี PE อยู่ เท่ากับ 8 แต่คุณคิดว่าบริษัทนี้ PE น่าจะอยู่ ที่ 10 ก็แสดงว่าราคาหุ้นยังสามารถ upside ได้อีก 25%
แต่คุณก็ต้องมั่นใจในการประเมินของคุณนะครับ

ปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิด re-ratings ก็คือผลการดำเนินงานเป็นไปตามที่คาดหวังหรือมากกว่าที่คาดหวัง

เช่นเดียวกัน de-ratings ก็คือการปรับ rating ให้ต่ำลงมาเนื่องจากคิดว่า PE ของบริษัทน่าจะต่ำกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

ข้อดีข้อเสียของ การใช้ PE

ข้อดี ของการใช้ PE

1. ง่ายต่อการคำนวณ
2. ใช้กันอย่างแพร่หลาย
3. สามารถใช้ forecast มาคำนวณได้
4. earning เป็นค่าที่วัดในส่วนของผู้ถือหุ้น

ข้อเสียหรือข้อควรระวัง ของการใช้ PE

1. ไม่ได้นำ หนี้มาคำนวณ
2. gearing up/ หรือการซื้อหุ้นคืน ทำให้ earning สูง ทำให้ ตกแต่งค่า PE ได้
3. การนำมาเปรียบเทียบต้องระวัง นโยบายทางบัญชีของบริษัทหรือประเทศที่ต่างกัน
4. ไม่สามารถนำมาใช้ในพวก loss-making early-stage growth หรือ cyclical business
5. ไม่ได้นำ cash generation มาคำนวณ
6. ไมได้นำ investment returns มาคำนวณ

PE relative

คือนำค่า PE ของบริษัทมาเที่ยบกับ PE ของตลาด

เช่น PE ตลาดเท่ากับ 20 PE บริษัทเท่ากับ 15 ก็แสดงว่ามี relative = 75%
แต่ถ้า PE บริษัท เท่ากับ 30 แสดงว่ามี relative = 150%

บริษัทที่มี relative มากกว่า 100 มักจะเป็นบริษัทที่ถูกคิดว่าน่าจะมี growth และ quality ที่ดีกว่า ตลาดโดยรวม

ข้อดีข้อเสีย ของ PE relative ก็เหมือนกับ PE

Last edited by kotaro on Sun Mar 28, 2004 7:17 pm, edited 2 times in total.
“Laughter is timeless. Imagination has no age. And dreams are forever.” ― Walt Disney Company

User avatar
moo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1150
Joined: Thu Jun 26, 2003 4:40 am

Posts by moo » Fri Mar 26, 2004 9:38 pm

ขอบคุณครับ


CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 9795
Joined: Thu Jun 05, 2003 4:13 pm

Posts by CK » Sat Mar 27, 2004 7:37 am

เรียนคุณหมอ ผมจะขออนุญาตทำ link พิเศษไว้นะครับ สำหรับกระทู้นี้
เอาไว้ให้นักลงทุนใหม่ๆ สามารถคลิ๊กเข้ามาดูโดยตรง


User avatar
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 3134
Joined: Thu Jan 30, 2003 10:05 pm

Posts by Mon money » Sat Mar 27, 2004 11:06 pm

ผมแปลกใจมากครับ ของดีๆแบบนี้แต่ทำไมคนอ่านกันน้อย

อ่านกันมากๆ จะเกิดปัญญา ปัญหาหมดไปนะครับ

เป็นบุญหนักหนาเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เป็นคนไทยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ

เพื่อนพูห์
Verified User
Posts: 118
Joined: Thu Feb 12, 2004 11:08 pm

Posts by เพื่อนพูห์ » Sun Mar 28, 2004 2:33 pm

ขอบคุณครับ


ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6398
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Sun Mar 28, 2004 3:10 pm

มีประโยชน์มากครับคุณหมอ...
ขอบคุณครับ

เช่น PE ตลาดเท่ากับ 20 PE บริษัทเท่ากับ 75 ก็แสดงว่ามี relative = 75%
แต่ถ้า PE บริษัท เท่ากับ 30 แสดงว่ามี relative = 150%
ไม่แน่ใจว่าตัวเลขพีอีบริษัทเป็น 15 หรือเปล่าครับ

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
kotaro
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1489
Joined: Tue Jul 29, 2003 9:54 pm

Posts by kotaro » Sun Mar 28, 2004 7:16 pm

ขอบคุณครับ คุณลูกอีกสาน

พิมพ์เยอะแล้วเมาไปหน่อยครับ :lol:

“Laughter is timeless. Imagination has no age. And dreams are forever.” ― Walt Disney Company

User avatar
someOne
Verified User
Posts: 253
Joined: Mon Apr 21, 2003 1:34 am

Posts by someOne » Sun Mar 28, 2004 7:29 pm

ภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะแข็งแรงครับ วานผู้รู้แปลให้หน่อยขอรับ :lol:

ด้วยความเคารพ

From someOne
--------------------
Knowledge Access Investment

Invisible hand
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 360
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:34 am

Posts by Invisible hand » Mon Mar 29, 2004 1:46 am

ขอบคุณครับเป็นข้อมูลที่ให้ความรู้ดีมากและเป็นประโยชน์มากครับ ผมเลยของอนุญาตขยายความต่อจากเนื้อหานะครับ


สถานะการณ์ที่ทำให้ PE ต่ำ แต่ไม่น่าสนใจ เช่น

1. uncertainly over a company's prospects for earning
อย่างจะเห็นได้ว่าช่วงนี้หุ้น bank หรือ finance จะมี P/E ต่ำเพราะมีความไม่แน่นอนเรื่องแผนแม่บทและการควบรวมกิจการ รวมถึงปัญหา NPL ที่อาจจะต้องทำให้บางธนาคารต้องตั้งสำรองเพิ่ม
หรือหุ้นประเภทที่ต้องขึ้นกับโชคชะตา ดินฟ้าอากาศ โรคระบาด เช่นหุ้นกลุ่มเกษตรก็เข้าข่ายครับ

2. a highly cyclical sector
อย่างกลุ่มปิโตรเคมีหรือ cyclical อื่นๆ ก็ไม่ควรจะได้ P/E ที่สูงครับ

3. company serving volatile markets
อาจจะเป็นกลุ่มอิเลคทรอนิกส์และหุ้นส่งออกครับ

4. a sector with overcapacity and weak pricing power
ช่วงนี้ตลาดเมืองไทยไม่ค่อยมีภาวะ oversupply เท่าไหร่แล้ว แต่หุ้นประเภทรับจ้างผลิตก็มักจะมี pricing power ต่ำครับ เช่น อิเลคทรอนิกส์ หรือหุ้นที่มีหน้าตาสินค้าเหมือนๆ กันหมด เช่น พวกหุ้น commodity ทั้งหลาย

5. a sector or company with consistently low returns and not adding economic value
economic value added จะเกิดขึ้นเมื่อ roe มากกว่า cost of equity หรือ roce สูงกว่า cost of capital ( WACC ) ดังนั้น sector ไหนที่ roe ต่ำทั้ง sector ก็จะเข้าข่ายนี้ครับ หากให้ cost of equity ตอนนี้ซัก 10-12% หากหุ้นตัวไหน roe ต่ำกว่านี้ติดต่อกันนานๆ ก็เข้าข่ายครับ หุ้นหลายตัวที่ bv สูงเพราะเก็บเงินสดไว้เยอะๆ ไม่ปันผลมักจะมี roe ต่ำครับ

6. a mature sector, with little prospect of growth
ก็น่าจะเป็นสิ่งทอนะครับ

7. a company which is ex growth
อันนีไม่แน่ใจว่า ex ย่อจากอะไรนะครับ

8. poor management
ก็มีอยู่ให้เห็นเยอะครับอันนี้คงต้องอาศัยประสบการณ์ในการลงทุนไปเรื่อยๆ ครับ ประเภทที่กู้เงินธนาคารหรือเอาเงินที่ควรจะจ่ายปันผลออกไปมาให้บริษํทในเครือกู้อันนี้ก็ชัดเจนครับ หรือประเภทชอบลงทุนในธุรกิจที่ตนเองไม่ถนัดหรือ diworsification ครับ

9. poor cash generation
อันนี้คงโทษผู้บริหารไม่ได้ทั้งหมดบางที่เป็นธรรมชาติธุรกิจ หุ้นประเภทนี้ก็มักจะ p/E ต่ำครับ เช่น หุ้นประเภทที่ a/r ( account receivable ) day สูงกว่า a/p ( account payable ) day มากๆ หรืออธิบายง่ายๆ คือ ต้องจ่ายเงินค่าวัตถุดิบไปเร็วกว่าที่จะเก็บเงินได้ครับ หุ้นพวกนี้เวลาจะเพิ่มยอดขายทีจะต้องใช้ working capital สูงมากครับ

9. week balance sheet
ก็เป็นหุ้นที่หนี้มากครับ และอาจจะมีการวางแผนทางการเงินไม่เหมาะสมทำให้เสี่ยงกับการขาดสภาพคล่องทางการเงินครับ


ในทางกลับกัน หุ้นที่มี PE สูง ก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นมีราคาแพงเสมอไป

สถานการณ์ที่ทำให้ PE สูง แต่ไมได้หมายความว่าหุ้นแพง
1. companies with an excellent growth record and prospects for growth
2. a high-growth sector
3. high confidence in the company's forecasts
ก็เป็นหุ้นที่ขายสินค้าที่ทุกคนต้องใช้และต้องกลับมาซื้อใหม่เรื่อยๆ ทำให้ความผันผวนของกำไรต่ำครับ อย่างหุ้นส่งออกจะไม่เข้าข่ายนี้แน่นอนครับเพราะว่านักลงทุนอย่างเราคาดการณ์อะไรยากเพราะเราไม่มีโอกาสเห็นการผลิตและ order ของเค้าครับ

4. predictable/stable revenues
5. strong market shares
ก็มักจะเป็นหุ้น blue chip หลายตัวที่มี mkt share อันดับ 1,2 แต่หุ้น small cap หลายตัวก็มี mkt share อันดับ 1 ใน segment หรือ industry ของตัวเองได้ครับ

6. high barriers to entry
อย่างหุ้นบันเทิงหลายตัวก็เข้าข่าย เช่น bec major เพราะการเข้ามาทำได้ยาก หุ้นมือถือก็น่าจะใช่ครับเพราะหากจะมีใครเข้ามาใหม่ต้องลงทุนสูงถึง 40,000-50,000 ล้าน หุ้นพลังงานหลายตัวก็ใช่เพราะคงไม่มีใครมาแข่งกับ ptt ในธุรกิจท่อก๊าซได้

7. companies that have strong pricing power
เมืองไทยไม่ค่อยมีหุ้นที่เป็น monopoly โดยธรรมชาติธุรกิจครับ นึกไม่ค่อยออกเหมือนกันครับ ถ้าเอากิจการนอกตลาดที่นึกออกน่าจะเป็นพวกร้านอาหารญี่ปุ่น fuji มั้งครับ บางอย่างต้นทุนก็ไม่น่าแพงแต่ก็ขายแพงจังแต่เราก็ยอมกิน อ้อ cpn หรือ mbk-pd ก็อาจจะมองว่ามี pricing power ค่อนข้างสูงได้ครับเพราะทำเลที่ตั้งดีและห้างดีๆ ก้มีไม่มากครับ หรือ LH ก็อาจจะมี pricing power บ้างเพราะสามารถขายบ้านได้แพงกว่าชาวบ้านทั้งๆ ที่ทำเลเดียวกันและเนื่อที่เท่ากัน

8. companies that have high margins and produce excellent ROCE and add value
มีหลายตัวครับ ก็ได้แก่หุ้นที่ roe สูงทั้งหลาย อันนี้หมายถึงจะต้องมี roe สูงเฉลี่ยติดกันหลายๆ ปีนะครับ เพราะหุ้น cyclical จะมี roe สูงตอนที่ cycle ดีและจะขาดทุนตอน cycle แย่ หากดู roe ปีเดียวจะได้หุ้น cyclical เข้ามา

9. strong cash generation
ก็ตรงข้ามกับเมื่อกี้ หุ้นพวกนี้คือหุ้นที่ขายเป็นเงินสดและซื้อสินค้าเป็น credit term ข้อดีคือยิ่งยอดขายเพิ่ม cash flow ยิ่งเพิ่มคือ ไม่ใช้ working capital เลย หุ้นประเภทนี้ได้แก่หุ้นค้าปลีก อย่าง makro bigc se-ed hmpro 7-11 และหุ้นบางตัวที่มีลูกค้าเป็นคนทั่วๆ ไปอย่างเราๆ และต้องจ่ายเงินสดทันที่ที่ซื้อสินค้าหรือบริการ เช่น major egv ครับ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Mar 29, 2004 1:55 am

Thank you ครับ :D :D :D


User avatar
harry
Verified User
Posts: 4200
Joined: Tue Oct 07, 2003 11:12 pm

Posts by harry » Mon Mar 29, 2004 2:02 am

นี่แหละ ลูกผู้ชายตัวจริง


อ้อ! พี่ invisible hand ตัวจริง

Expecto Patronum!!!!!!

CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 9795
Joined: Thu Jun 05, 2003 4:13 pm

Posts by CK » Mon Mar 29, 2004 8:37 am

7. a company which is ex growth

คิดว่าเป็น exponential growth คือเติบโตแบบก้าวกระโดดนะครับ
เช่น ATC ช่วงปีที่แล้ว


Ont

Posts by Ont » Mon Mar 29, 2004 4:07 pm

7. a company which is ex growth

รึอาจจะหมายถึงบริษัทที่เคยเติบโตแบบก้าวกระโดดในอดีต แต่อาจะไม่ได้รับประกันว่าจะเติบโตเช่นเคยอีกในอนาคตรึเปล่าครับ
ร่วมแสดงความคิดเห็นครับ เผอิญนึกถึงคำพวก ex-husband ex-girlfriend น่ะครับ 8)


ป๋มเองแหละ

Posts by ป๋มเองแหละ » Tue Mar 30, 2004 1:57 am

Invisible hand wrote:7. a company which is ex growth
อันนีไม่แน่ใจว่า ex ย่อจากอะไรนะครับ
ป๋มเดาว่า Exclude กั๊บป๋ม
ขอบคุณมากๆครับ อาจารย์ใหญ่ โรงเรียน VI


User avatar
Banchap
Verified User
Posts: 247
Joined: Sat Jul 05, 2003 1:14 pm

Posts by Banchap » Tue Mar 30, 2004 5:33 am

Invisible hand wrote: 7. a company which is ex growth
อันนีไม่แน่ใจว่า ex ย่อจากอะไรนะครับ
น่าจะเป็นบริษัทที่การเติบโตถดถอย หรือติดลบนะครับ
(เดาว่าเหมือน XD = ไม่ได้ปันผล)


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Thu Jul 21, 2005 11:18 pm

กระทู้เก่า แต่มีคุณค่า
ยังไงผมขออนุญาติพิมพ์เก็บไว้อ่านด้วยนะครับ :mrgreen:

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
yoyo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4833
Joined: Sun Feb 16, 2003 12:17 pm

Posts by yoyo » Thu Jul 21, 2005 11:18 pm

Ont wrote:7. a company which is ex growth

รึอาจจะหมายถึงบริษัทที่เคยเติบโตแบบก้าวกระโดดในอดีต แต่อาจะไม่ได้รับประกันว่าจะเติบโตเช่นเคยอีกในอนาคตรึเปล่าครับ
ร่วมแสดงความคิดเห็นครับ เผอิญนึกถึงคำพวก ex-husband ex-girlfriend น่ะครับ 8)
ผมว่าน่าจะเป็นแบบนี้จะครับ
บริษัทที่เติบโตในอดีต


User avatar
bigshow
Verified User
Posts: 730
Joined: Mon Mar 29, 2004 2:09 am

Posts by bigshow » Fri Jul 22, 2005 7:39 am

:cool:

เป็นคนเลว ในสายตาคนอื่น ดีกว่าโกหกตัวเอง ให้เทิดทูนบูชา ติดกับมายาคติ ที่กะลาครอบ

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Fri Jul 22, 2005 8:17 am

เป็นบทความที่ดีมากครับ ถูกต้องตามทฤษฎี และไม่ชวนปวดหัวจนเกินไป

คุณชนินท์ ว่องกุศลกิจให้สัมภาษณ์ในบิสวีค ว่าราคาถ่านหินปี 2549 จะร่วงจาก 52 เหรียญเหลือแค่ 45-48 หรืออาจจะต่ำกว่านั้นอีก 10-20 เปอร์เซ็นต์ ถึงได้เข้าใจว่าทำไม BANPU ถึงร่วงลงอย่างแรงจนเหลือ พีอี แค่ 7.5 คนที่ไม่เข้าใจ ไม่ติดตามข่าวสาร ดูแต่พีอีอย่างเดียวจะเข้าใจว่าถูกเพราะพีอีต่ำ แต่ลองคิดดูว่าถ้าปี 49 บ้านปูกำไรลดลงสัก 40 เปอร์เซ็นต์ ถ้าราคาหุ้นเท่าเดิม พีอีจะวิ่งไปอยู่ที่ 12.4 ได้เองภายใน 1 ปี ซึ่งไม่ใช้ราคาที่ถูกเลยสำหรับหุ้นพลังงาน

ดูถูกตลาดไม่ได้เลยนะเนี่ย เราเองต่างหากที่ไม่รู้เท่าทัน

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

User avatar
ch_army
Verified User
Posts: 1352
Joined: Thu Sep 04, 2003 11:17 am

Posts by ch_army » Fri Jul 22, 2005 6:31 pm

เอ อันนี้ผมไม่ได้ อ่านได้ไงเนี่ย สงสัยช่วงนั้นไม่ได้เ