ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
YONGYEE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 512
Joined: Wed Apr 23, 2008 11:03 pm

Posts by YONGYEE » Mon May 12, 2008 11:27 pm

ขอบคุณคุณลูกอีสานครับสำหรับความเห็นเรื่อง CSC ผมก็ลุ้นเรื่องขายที่ดินอยู่เหมือนกันครับ แล้ว S&P คุณลูกอีสานได้ติดตามบ้างหรือเปล่าครับ ผมว่าสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่ม minor เยอะขึ้นเรื่อยๆนะครับ มีการเก็บหุ้นทุกวัน แม้ว่ากำไรจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Tue May 13, 2008 7:45 am

:P สุดยอดกระทู้ทรงคุณค่าแห่งปีเลยครับ

อ่านแล้วเลยไม่ได้แปลกใจ  
ที่น้องลูกอิสานได้ผลตอบแทนปี2550
พอท์ตโตขึ้น  160%
ฝีมือครบเครื่อง  สุดยอดเยี่ยม

ท่านประธาน  สามัญชน  ปี  2550  ก็มีผลตอบแทน  160%
จะเปิดเผยเคล็ดลับเมื่อไหร่ล่ะครับ  
ผลงานที่ประทับใจก้  pdi  stpi
ที่ผมยังหาไม่เจอ  ยังมีอะไรบ้าง


น้องนริศ  ปี  2550  ก้  160%  เป็นผลตอบแทน
เปิดเผยเคล็ดลับเมื่อไหร่
นักลงทุนรุ่นใหม่  คงได้วิธีหาปลา+จับปลา
มีเป้าหมายและไอเดียดีดี

3ท่านนี้  เป็นวิทยากรงานมีตติ้ง  TVI
คงต้องบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์

ขอบคุณครับ   :D

Image


User avatar
newbie_12
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2898
Joined: Wed Jun 27, 2007 3:19 pm

Posts by newbie_12 » Tue May 13, 2008 8:15 am

เรียนถามพี่ลูกอีสานครับ

สนใจตัว draco ครับ ไม่ทราบพี่ลูกอีสานคิดว่ายังไงมั่งครับ ปัญหาที่ผมกลัวก็คือ เรื่องการตัดราคาจากคู่แข่ง และธุรกิจค่อนข้างที่จะเข้ามาแข่งขันได้ง่าย แต่ในขณะที่ PE ตอนนี้แค่ประมาณ 3-4

พี่คิดว่าอย่างไรครับ


vivitawin
Verified User
Posts: 1922
Joined: Sun Oct 22, 2006 10:40 pm

Posts by vivitawin » Tue May 13, 2008 5:13 pm

ขอบคุณครับพี่ลูกอิสาน ยอดเยี่ยมจริงๆ
:cool:


User avatar
dunkphunkorn
Verified User
Posts: 161
Joined: Thu Nov 23, 2006 10:22 pm

Posts by dunkphunkorn » Wed May 14, 2008 8:48 am

ขอบคุณคำแนะนำที่ดีและมีประโยชน์นะครับ พี่ลูกอีสาน

สมแล้วที่เค้าบอกไว้ว่า อัจฉริยะ มาจากพรสวรรค์ 1%

อีก 99 % มาจากหยาดเหงื่อและความพยายาม  :bow: [/img]

นักลงทุนฝึกหัดครับ

User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Fri May 16, 2008 2:53 pm

พี่ โจโจ้ สุดหล่อครับ
หลังๆ ผมเริ่มมองว่า vi หลายคนที่เล่นหุ้นได้เยอะมาก

ไม่ได้มีแนวคิด ซื้อหุ้นเพราะอยากเป็นเจ้าของกิจการที่ดี

ต้องดูออกว่าหุ้นตัวไหน มี driver เรื่องผลประกอบการ

หรือ เก็งงบรายไตรมาส

ผมเองก็คิดว่ากว่า buffet จะรวยเนี้ย เขารวยด้วยการเล่นแบบนี้

หรือว่ารวยด้วยการเก็ง eps แล้ว พอรวยจนเล่นตัวเล็กไม่ได้

ค่อยเอาเงินไปซื้อหุ้นใหญ่ๆ แล้วพวกเราก็มาดูว่าปัจจุบันเขาถือหุ้นอะไร

ก็เลยมองว่า buffet รวยเพราะแบบที่มี dca

เท่าที่ดูพี่โจไม่ได้เล่นหุ้น pe สูงอย่าง ร.พ. ค้าปลีก เลย
พี่ โจคิดว่าจริงๆแล้ว dca fiveforce ที่ดีเนี้ย สำคัญแค่ไหนครับ

หรือว่าสำคัญคือหาหุ้นที่จะ beating expecting mr.market อย่างเดียวก็พอ

ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้า

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP

...
Verified User
Posts: 1817
Joined: Fri Nov 17, 2006 9:25 am

Posts by ... » Fri May 16, 2008 4:59 pm

ตั้งแต่ย้ายกระทู้มาห้องนี้พี่โจหายไปเลย  :cry:

แมงเม่าบินเข้ากลางใจ

User avatar
poppo
Verified User
Posts: 1356
Joined: Sun Jul 17, 2005 9:22 pm

Posts by poppo » Fri May 16, 2008 9:45 pm

พึงได้เข้ามาอ่านวันนี้เอง ยอมรับว่าพี่ลูกอิสานนี่ อย่างเต๊บจริงๆ ขอคารวะ :bow:

อยากขอความกรุณาให้ชาวเวบช่วยกันถาม และพี่ลูกอิสานช่วยเข้ามาตอบอย่างสม่ำเสมอ ผมว่าไม่แพ้กระทู้ตระแกรงร่อนหุ้น หรือกระทู้ตอบคำถามของคุณ IH ใน greenbull เลยล่ะครับ

จงทนอด และอดทน

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6404
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Tue May 20, 2008 8:15 pm

โทษทีครับตอบช้าไปนิด
ช่วงที่ผ่านมาไม่ค่อยสะดวกน่ะครับ

อยากให้เป็นแบบเพื่อนถาม เพื่อนตอบ
ไม่อยากให้ยกขึ้นหิ้งแถมใส่หัวโขน อย่างนั้นคงไม่ดีเท่าไหร :lol:
และก็แน่นอนว่า"ความเห็นของเพื่อน" อย่าเอาสาระเป็นถูกผิด
เงินคนละกระเป๋ากันนาครับ


[quote="AuI_a VI"]ขอถามแบบโง่ๆหน่อยครับ ว่า จุดที่พี่ลูกอีสานเริ่มstable คือ อ่านเกมขาด คาดตลาดและผลประกอบการในอนาคตได้ดี

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6404
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Tue May 20, 2008 8:52 pm

YONGYEE wrote:S&P คุณลูกอีสานได้ติดตามบ้างหรือเปล่าครับ ผมว่าสัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่ม minor เยอะขึ้นเรื่อยๆนะครับ มีการเก็บหุ้นทุกวัน แม้ว่ากำไรจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
S&P ผมตามแบบห่างๆครับ ข้อมูลอาจจะไม่ครบถ้วนแต่ผมขอมองแบบภาพรวมๆเป็นประเด็นๆดังนี้ครับ..

- การวางแผนทางการเงินคงต้องปรับปรุง ประเด็นที่หลายท่านพอทราบคือการออกวอร์แรนต์ทั้งที่ไม่มีโครงการที่จะใช้เงิน เมื่อมีการแปลงวอร์เป็นหุ้นสามัญเงินก็ท่วมบริษัท จำนวนหุ้นโตมากกว่ากำไรโต ราคาหุ้นก็ไม่ไปไหน ตอนนี้ก็เงินยังท่วมบริษัทครับ ถ้าไม่มีโครงการใช้เงินน่าจะคืนให้ผู้ถือหุ้นไปหาประโยชน์ทางอื่นบ้างครับ

- เมื่อพูดถึงสินค้าบริษัท ทุกคนน่าจะนึกถึงเบอเกอรี่ที่เด่นมาก คู่แข่งในตลาดเดียวกันมีน้อย ส่วนสินค้าที่ผมรู้สึกว่าไม่โดดเด่นสักเท่าไหร่คือร้านอาหาร ทั้งร้านเบอรเกอรี่และร้านอาหารมีตลาดในประเทศเป็นหลัก โอกาสที่จะขยายอีกมากๆคงยากแล้ว แต่มีตลาดนึงที่ผมคิดว่า s&P ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรน่าจะทำให้ดีกว่านี้นั่นคือตลาดต่างประเทศ ผมเคยอ่านเจอว่าอาหารไทยได้รับความนิยมอันดับ 4 ของโลก แต่น่าเสียดายร้านอาหารไทยหลายแห่งในต่างประเทศมีเจ้าของเป็นอาเซียนชาติอื่น หรือร้านที่เป็นเครือข่ายมีการควบคุมคุณภาพ มีอยู่น้อยมาก อย่าง blue elephant ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นของคนไทยหรือเปล่า S&P มีธุรกิจและความรู้ด้านนี้ มีร้านอาหารไทยที่จับตลาดบนอย่างภัทรา ตลาดกลาง ล่าง เช่น patio แต่ผมกลับรู้สึกว่าทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น คือรายได้ร้านอาหารไทยในต่างประเทศโตน้อยมาก ทั้งที่เป็นตลาดใหญ่โตมหาศาล ผู้บริหารเคยพูดทำนองว่าที่ขยายได้น้อยเพราะเป็นธุรกิจที่ต้องมีการควบคุมคุณภาพสูง กุ๊กหายาก ผมไม่รู้ว่าเป็นข้ออ้างหรือเปล่า คือตลาดอยู่ที่นั่น เงินทองกองอยู่ แต่เรากลับก้มลงเก็บทีละมือ ทีละเหรียญแทนที่จะกอบเอาโกยเอา  อาจจะเป็นเพราะว่าลูกหลานตระกูลไรวาเติบโตขึ้นมาแบบพร้อมทุกอย่างแค่บริหารสบายๆรับเงินปันผลปีนึงๆก็ใช้เงินไม่หมดแล้ว การดิ้นรนขวนขวายเพื่อเพิ่มกำไรมากๆ ทำให้ต้องเหนื่อยมากๆ คงไม่ค่อยอยู่ในความคิด   ส่วนที่ MINT เข้าซื้อ s&P ผมมองว่านอกจากสายสัมพันธ์ที่มีธุรกิจร่วมทุนก่อนหน้านี้แล้ว Bill คงเห็นศักยภาพของธุรกิจร้านอาหารไทยในประเทศและที่สำคัญในต่างประเทศ ที่ MINT ไม่มี know how ด้านนี้ แต่ s&P มี ผมก็หวังว่าหลังจาก mint เข้ามาน่าจะเพิ่มความกระตือรือร้นของ s&P ได้บ้าง ถ้ามองไปไกลๆมากผมหวังให้ mint ถือหุ้นใหญ่ s&p เลยครับ :lol:

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6404
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Tue May 20, 2008 11:23 pm

newbie_12 wrote:เรียนถามพี่ลูกอีสานครับ
สนใจตัว draco ครับ ไม่ทราบพี่ลูกอีสานคิดว่ายังไงมั่งครับ ปัญหาที่ผมกลัวก็คือ เรื่องการตัดราคาจากคู่แข่ง และธุรกิจค่อนข้างที่จะเข้ามาแข่งขันได้ง่าย แต่ในขณะที่ PE ตอนนี้แค่ประมาณ 3-4
พี่คิดว่าอย่างไรครับ
ผมมอง draco เป็นหุ้นที่ราคาถูกแต่ภาพข้างหน้ามัวๆมองไม่ชัดเจนครับ มองย้อนหลังไปหลายปี หุ้นตัวนี้กำไรทรงๆทรุดๆเพิ่งปีที่แล้วและต้นปีนี้เองที่ทำกำไรได้ดี เหตุผลที่บริษัทแจ้งนักลงทุนคือมีการขยายตลาดไปสู่กลุ่มยานยนต์ รวมถึงความนิยมของโทรทัศน์แอลซีดี ประเด็นแรกเป็นเหตุผลที่ดีเพราะไทยเป็นฮับการผลิตยานยนต์แน่นอนแล้ว ธุรกิจใดๆที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้จะได้รับผลดี ยอดซื้อขายไม่ค่อยแปรปรวนเป็นไตรมาส รวมถึงเป็นการขายในประเทศ ที่ได้รับผลดีจากเงินบาทแข็งค่าและมีความได้เปรียบคู่แข่งจากต่างประเทศแน่นอน ส่วนประเด็นความนิยมในโทรทัศน์แอลซีดีซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มคอนซูเมอร์ผมไม่แน่ใจว่าระยะยาวจะสู้กับคู่แข่งต่างประเทศได้หรือเปล่า เพราะเป็นการเน้นผลิตในปริมาณมากๆซึ่งผู้ผลิตในต่างประเทศน่าจะเก่งกว่า

เรื่องการแข่งขันพูดตรงๆผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เดาๆจากการอ่านข้อมูลเป็นการผลิตสินค้าขั้นต้นซึงไม่น่าจะยากที่คู่แข่งจะเข้ามา ใครซื้อขายตัวนี้ก็ต้องติดตามข้อมูลพื้นฐานแบบใกล้ชิดครับ  ก่อนหน้านี้ draco ซื้อขายที่พีอีค่อนข้างต่ำ ทั้งที่งบการเงินดีมาก เหตุผลก็คงเพราะผู้บริหารไม่เคยเปิดตัวกับนักลงทุนเลย แต่มีสัญญานที่ดีที่เร็วๆนี้มีการประกาศแตกหุ้น ตลาดก็ตอบรับค่อนข้างดี เหมือนหญิ่งสาวที่หน้าตาค่อนข้างดี แต่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่สนใจตัวเอง แต่วันดีคืนดีลุกขึ้นมาแต่งหน้าทาปาก หนุ่มๆก็ต้องหันมาสนใจเป็นธรรมดา.. :lol:

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
ก้อนหิน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2344
Joined: Wed Feb 09, 2005 1:31 pm

Posts by ก้อนหิน » Wed May 21, 2008 12:34 am

:cool: สุดยอดจริงๆครับ แวะมาตอบบ่อยๆนะครับ จะพยายามคิดคำถามมาถามครับ

ถามว่า
1. ถ้าให้เลือกลำดับความสำคัญที่พี่ลูกอีสานดูในการที่จะซื้อหุ้นแต่ละตัวนี่พี่ลูกอีสาน จะดูตัวไหนก่อนครับ

2. พี่ชอบ หุ้นที่ Business Model ยอดเยี่ยมราคาสมเหตุสมผล หรือ หุ้น พอไหว แต่ราคาถูก มากกว่ากันครับ

3. VI แนวทางของใครที่พี่ลูกอีสานชอบที่สุดครับ

ขอบคุณครับ


User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Wed May 21, 2008 10:47 am

พี่ลูกอีสานครับ บอดี้โกบ ราคาลงมาตลอดเลย

น่าสนใจไหมครับ

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6404
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Wed May 21, 2008 9:53 pm

hongvalue wrote:พี่ โจโจ้ สุดหล่อครับ
หลังๆ ผมเริ่มมองว่า vi หลายคนที่เล่นหุ้นได้เยอะมาก
ไม่ได้มีแนวคิด ซื้อหุ้นเพราะอยากเป็นเจ้าของกิจการที่ดี
ต้องดูออกว่าหุ้นตัวไหน มี driver เรื่องผลประกอบการ
หรือ เก็งงบรายไตรมาส
ผมเองก็คิดว่ากว่า buffet จะรวยเนี้ย เขารวยด้วยการเล่นแบบนี้
หรือว่ารวยด้วยการเก็ง eps แล้ว พอรวยจนเล่นตัวเล็กไม่ได้
ค่อยเอาเงินไปซื้อหุ้นใหญ่ๆ แล้วพวกเราก็มาดูว่าปัจจุบันเขาถือหุ้นอะไร
ก็เลยมองว่า buffet รวยเพราะแบบที่มี dca

เท่าที่ดูพี่โจไม่ได้เล่นหุ้น pe สูงอย่าง ร.พ. ค้าปลีก เลย
พี่ โจคิดว่าจริงๆแล้ว dca fiveforce ที่ดีเนี้ย สำคัญแค่ไหนครับ

หรือว่าสำคัญคือหาหุ้นที่จะ beating expecting mr.market อย่างเดียวก็พอ
ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้า

ผมพยายามมองอะไรให้ง่ายๆเข้าไว้ครับ
คือเรื่องซื้อหุ้นอย่างไรให้กำไร หรือพูดอีกอย่างว่าซื้อหุ้นอะไรที่ราคาขึ้น ถามต่อไปว่าอะไรที่ drive ราคาหุ้น บางคนบอกว่าก็มีคนซื้อมากกว่าคนอยากขายน่ะซิ ก็ไม่ผิดครับ แต่การที่มีคนอยากซื้อมากกว่าคนอยากขายเค้าก็คงมีเหตุผลซึ่งน่าจะเป็นอย่างนี้ครับ..

1.ซื้อเพราะหุ้นตัวนั้นราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน
2.ซื้อเพราะคาดว่าราคาจะขึ้น ประเด็นนี้หลากหลายหน่อย มีคนมา multipulate ราคาให้สูงขึ้นก็นับเป็นข้อนี้

แน่นอนว่าเราสนใจข้อแรก ข้อที่สองนี่เราควบคุมอะไรไม่ได้ ไม่มีแต้มต่อเลย เราก็ไม่ควรจะไปสนใจ ข้อแรกก็แน่นอนว่าพื้นฐานของกิจการประเด็นใหญ่คือกำไร ถ้าเป็นกำไรจริงๆไม่มีกลการบันทึกบัญชีซ่อนเร้น นักลงทุนทุกคนสนใจกำไร กำไรนี่เองที่ drive ราคาหุ้น เราก็หาหุ้นที่กำไรจะเพิ่มซิครับ ถ้าหาเจอแล้วก็ตามมาดูที่ราคาว่าตอบรับกับกำไรในอนาคตหรือยัง ถ้ายังเราก็หาประโยชน์จากส่วนต่างนั้น ทำให้ตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุปอีกครั้งว่า ราคาหุ้นขึ้นอยู่กับกำไรที่กิจการทำมาหาได้


น้องฮงถามต่อว่าเอ ถ้าเราสนใจกำไรรายปี รายไตรมาสอย่างนี้มิกลายเป็นนักเก็งกำไรเหรอ แถมไม่ทำตัวเป็นเจ้าของกิจการ เรื่องนี้ผมไม่มีไอเดีย แต่ผมลองมองย้อนกลับไปดูนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากๆอย่างวอร์เรน  ดร.นิเวศน์หรือเสี่ยป. ทุกคนรู้ว่าทั้งสามท่านประสบความสำเร็จมาก มีเงินลงทุนมากถึงมากที่สุด ทุกคนดูหุ้นที่ท่านลงทุน แล้วสรุปเอาว่าท่านรวยมากจากหุ้นแบบนี้ ประเภทนี้ แต่ประเด็นที่ผมอยากตั้งคำถาม คือท่านลงทุนในหุ้นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นหรือเปล่า หรือเพิ่งมาลงทุนเมื่อท่านมีเงินลงทุนมากแล้ว

-ผมลองจินตนาการตัวเองว่าถ้ามีเงินระดับหลายร้อยล้าน หรือถึงล้านล้าน ซึ่งแน่นอนว่ามีข้อจำกัดในการย้ายเงินทุน เวลาลงทุนก็ลงทุนในหุ้นเล็กๆไม่ได้ ต้องลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งแน่นอนว่าต้องมี dca แม้จะรู้ว่าได้รับผลตอบแทนไม่มากนักก็ตาม มีเงินพันล้านทำใด้แค่ปีละ 10% ก็คือ 100 ล.ใช้ชาตินึงก็ไม่หมด แต่ถ้าเรามี 100,000 ทำให้ 10% คือ 10,000 บ. ซึ่งเอาไปทำอะไรแทบไม่ได้เลยในยุคของแพงอย่างนี้ นั่นคือนักลงทุนที่มีชื่อเสียงลงทุนในหุ้นแบบที่เราเห็น เป็นเพราะสถานการณ์บังคับกลายๆให้ต้องลงทุนอย่างนั้น ได้ผลตอบแทนต่ำๆแลกกับความยั่งยืน มั่นคง มองในอดีตวอร์เรนทำผลตอบแทนได้สูงถึงปีละ 30-50% ซึ่งคงไม่ใช่เพราะลงทุนในหุ้นที่มี dca น่าจะเป็นหุ้นก้นบุหรี่มากกว่า ดร.นิเวศน์ก็เช่นกัน ท่านกำไรในหุ้นส่งออกหลังลอยตัวเงินบาท ไม่ใช่หุ้นที่มี dca แบบที่เรานิยมในปัจจุบัน สุดท้ายคือเสี่ยป. ท่านประสบความสำเร็จจากหุ้นเก็งกำไร พอรวยท่านก็ล้างมือในอ่างทองคำ ไม่ต้องไปเสี่ยงกับหุ้นเก็งกำไรและเสี่ยงทางกฎหมายกับกลต. ได้ผลตอบแทนปีละ 10-15% ก็ใช้ไม่หมดแล้ว

ถามว่านักลงทุนรายย่อยทั่วไป มีข้อจำกัดอย่างนักลงทุนรายใหญ่หรือเปล่า จำเป็นหรือที่เราต้องลงทุนเหมือนกับนักลงทุนพอร์ตใหญ่ ทำไมไม่ใช้จุดแข็งของนักลงทุนพอร์ตเงินน้อยเพื่อสร้างความได้เปรียบ เรากำลังเห็นช้างขี้ ขี้ตามช้างอยู่หรือเปล่า :roll:

สรุปว่าตอนนี้ผมชอบหุ้นที่ราคาต่ำกว่าพื้นฐาน ไม่เกี่ยงว่าจะมี dca หรือไม่ จะยั่งยืนหรือระยะสั้นไม่สนใจ และผมก็ไม่คิดว่าเป็นความผิดอะไรที่คนพอร์ตใหญ่ๆจะแนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่มั่นคง มีdca ต้องวิเคราะห์ five forces เค้าก็ถูกของเค้า เราก็ถูกของเรา ลงทุนให้เหมาะกับสถานะของตัวเราเองดีที่สุดครับ :o

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Wed May 21, 2008 10:55 pm

ผมก็เคยคิดลงทุนลักษณะที่คุณลูกอิสานคิดมาก่อน

ขอสอบถามต่อว่า  คุณลูกอิสานเคยมีประสบการณ์ไหมว่า  

เราคาดการณ์กำไรจะเพิ่มขึ้น  และคิดว่าราคายังต่ำ  เมื่อประกาศผลการดำเนินงานก็กำไรเพิ่มตามที่เราคาด  แต่ราคากลับนิ่งสนิท

หรือว่าราคาจะวิ่งขึ้นตอบรับตามที่เราคาดทุกบริษัท

สำหรับผมแล้ว  คาดการณ์อนาคตไม่เก่ง  ผมคงไม่สามารถลงทุนลักษณะนี้ได้ดีแน่ๆ   :lol:

จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี

icque
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 470
Joined: Wed Oct 10, 2007 10:35 pm

Posts by icque » Thu May 22, 2008 12:19 am

[quote="chatchai"]ผมก็เคยคิดลงทุนลักษณะที่คุณลูกอิสานคิดมาก่อน

ขอสอบถามต่อว่า


b4solid
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 912
Joined: Sun Aug 26, 2007 10:11 pm

Posts by b4solid » Thu May 22, 2008 12:27 am

หาไม่เจอย้ายมาอยู่นี่เอง ผมว่าคุณลูกอีสาน น่าจะเขียนหนังสือสักเล่มนะครับ เพื่อประโยชน์ต่อชาวโลก :lol:


Reminiscence of 3 Dogs
Verified User
Posts: 898
Joined: Thu Feb 01, 2007 10:20 am

Posts by Reminiscence of 3 Dogs » Thu May 22, 2008 1:32 am

ลูกอิสาน wrote:
สรุปว่าตอนนี้ผมชอบหุ้นที่ราคาต่ำกว่าพื้นฐาน ไม่เกี่ยงว่าจะมี dca หรือไม่ จะยั่งยืนหรือระยะสั้นไม่สนใจ และผมก็ไม่คิดว่าเป็นความผิดอะไรที่คนพอร์ตใหญ่ๆจะแนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่มั่นคง มีdca ต้องวิเคราะห์ five forces เค้าก็ถูกของเค้า เราก็ถูกของเรา ลงทุนให้เหมาะกับสถานะของตัวเราเองดีที่สุดครับ :o
เห็นด้วยครับ

bid please!!

User avatar
krisy
Verified User
Posts: 736
Joined: Mon Sep 03, 2007 12:51 am

Posts by krisy » Thu May 22, 2008 10:18 am

ในกรณีที่ดูกำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นตัว drive ราคาหุ้นนั้น ก็คล้ายกับการเล่นแบบเก็งผลประกอบการแต่ละไตรมาสเลย เพียงแต่ว่าพี่ลูกอิสานคงเน้นที่หุ้นที่ยังราคาถูกอยู่และมีอนาคต เพราะ Buy on expectation but Sell on fact ถ้ายังดูดี เราก็ยังคบกันต่อ ถูกไหมค่ะ

เล่นแนวไหนก็ไม่สำคัญเลย ถ้าเป็นแนวที่เหมาะกะเราและได้กำไร

อย่างที่คุณ chatchai พูดไว้ เรากำลังเจอเลยค่ะ งบดี ราคาไม่ขยับ กำลังหาอยู่ว่าตูทำผิดตรงไหนเนี่ย  :cry:

.....Give Everything but not Give Up.....

chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Thu May 22, 2008 11:10 am

icque wrote:แล้วส่วนใหญ่พี่ chatchai ลงทุนแบบไหนครับ อยาก

ทราบรูปแบบการลงทุนครับ
ช่วงปีที่แล้ว  ที่ทางเวบได้จัดงานสัมมนาขึ้น  คุณ IH ได้เขียนบทความชิ้นหนึ่งแจกผู้ที่มาร่วมงาน

ในบทความมีเนื้อหาส่วนหนึ่งพูดถึงเรื่อง  ซื้อแล้วขายกับซื้อแล้วถือ  อะไรดีกว่ากัน?

ซึ่งผมมีแนวคิดเหมือนคุณ IH ครับ  เลยลงทุนถือ WG บริษัทเดียวมา 6 - 7 ปีแล้ว
krisy wrote:เล่นแนวไหนก็ไม่สำคัญเลย ถ้าเป็นแนวที่เหมาะกะเราและได้กำไร
ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ครับ  เหมือนที่ใครๆชอบพูดว่า  ไม่ต้องสนว่าแมวสีอะไรขอให้จับหนูได้เป็นพอ

ผมว่าเป็นความคิดที่มองแต่เป้าหมายเป็นหลักเกินไป  จนบางครั้งละเลยความถูกต้องของหลักการ

จงอยู่เหนือความดี อย่าหลงความดี

beammy
Verified User
Posts: 3345
Joined: Mon Jan 03, 2005 8:09 pm

Posts by beammy » Thu May 22, 2008 11:15 am

คำถามของพี่ฉัตรชัยเป็นแนวคิดอย่างหนึ่งของ Value Investment เลยครับ

ซื้อหุ้นที่ราคาต่ำกว่าพื้นฐาน และรอให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าของมัน

เมื่อไหร่คนอื่นจะเห็นคุณค่า เมื่อนั้นราคาจะขยับตาม ครับ

ผมกำลังสงสัยว่า หุ้นพื้นฐานดี แต่ราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่น่าจะเป็น ราคาจะวิ่งได้ต่อเมื่อมีนักเก็งกำไรมารับช่วง หรือป่าว ครับ

หรือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันจะวิ่งในกรอบเวลาที่เราคาดหวังไว้  :roll:

รบกวนพี่ลูกอิสาน หรือท่านอื่นๆ ด้วยครับ  :8)  ...


User avatar
newbie_12
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2898
Joined: Wed Jun 27, 2007 3:19 pm

Posts by newbie_12 » Thu May 22, 2008 11:22 am

สรุปว่าตอนนี้ผมชอบหุ้นที่ราคาต่ำกว่าพื้นฐาน ไม่เกี่ยงว่าจะมี dca หรือไม่
จะยั่งยืนหรือระยะสั้นไม่สนใจ และผมก็ไม่คิดว่าเป็นความผิดอะไรที่คนพอร์ตใหญ่ๆจะแนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่มั่นคง มีdca ต้องวิเคราะห์ five forces เค้าก็ถูกของเค้า เราก็ถูกของเรา ลงทุนให้เหมาะกับสถานะของตัวเราเองดีที่สุดครับ Surprised
รบกวนถามพี่ลูกอิสานครับ

การลงทุนในแนวนี้ หากถึงรอบของวิกฤษเศรษฐกิจ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ตลาดหุ้นตกต่ำอย่างรุนแรงในช่วงเวลาหนึ่ง มันจะทำให้เราขาดทุนอย่างหนักหรือเปล่าครับ


icque
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 470
Joined: Wed Oct 10, 2007 10:35 pm

Posts by icque » Thu May 22, 2008 12:56 pm

chatchai wrote:
ช่วงปีที่แล้ว


User avatar
poppo
Verified User
Posts: 1356
Joined: Sun Jul 17, 2005 9:22 pm

Posts by poppo » Thu May 22, 2008 2:06 pm

icque wrote: การลงทุนแบบพี่ chatchai เป็นเน้นลวทุนแบบ super stock ส่วนพี่ลูกอีสานเน้นแบบ turnaround ผมเข้าใจถูกหรือเปล่า
ผมว่าเป็น vi ทั้งคู่

พี่ลูกอิสานเป็นคนที่ขยันหาหุ้นมาก ทำการบ้านมาก พี่เขาถือว่าหุ้นทุกตัวมีมูลค่าของมันแม้จะเป็นหุ้นปั่น หุ้นมี dca หุ้นทุกตัวมีไว้ขายเมื่อถึงหรือเกินราคาเป้าหมาย

ส่วนพี่ฉัตรชัยมีทัศนคติลงทุนแบบร่วมเป็นเจ้าของด้วย ไม่อยากเปลี่ยนตัวลงทุนบ่อย ถือแล้วก็ตามอย่างใกล้ชิด ถ้าได้ตามกรณี นิทานอีสปของ wg จะเข้าใจในความเป็นนักลงทุนแบบพี่ฉัตรชัยได้ดีขึ้นครับ

จงทนอด และอดทน

YONGYEE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 512
Joined: Wed Apr 23, 2008 11:03 pm

Posts by YONGYEE » Thu May 22, 2008 5:15 pm

ผมเห็นด้วยกับคุณลูกอีสานครับ หากว่าเรายังคงมีเงินลงทุนไม่มากพอก็ควรจะหาวิธีลงทุนที่เติบโตได้เร็วก่อน แต่ใช่ว่าเราจะละเลยความเสี่ยง และไม่มีความรู้ในการวิเคราะห์ เพียงแต่ว่าเรายอมเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น เพื่อผลตอบแทนที่มากขึ้นและเหมาะสมกับจำนวนเงินและอายุของเรา ในขณะเดียวกัน เราก็เปลี่ยนแนวทางลงทุนให้เป็นแนว Value มากขึ้น ตามอายุ และจำนวนเงินใน port ของเรา ซึ่งแต่ละคนสัดส่วนตรงนี้ก็ไม่เหมือนกัน
ผมเองก็ใช้วิธีการนี้เหมือนกัน แต่อาจจะเริ่มตั้งแต่เก็งกำไร, inside จนปัจจุบันก็เป็นแบบกึ่งๆ (พยายามก็ศึกษาตามคุณลูกอีสาน) แล้วสุดท้ายเมื่อถึงจุดหนึ่งก็คงลงทุนแบบ ดร.นิเวศน์
มีใครมีความเห็นแบบอื่นๆบ้างครับ


lina5599
Verified User
Posts: 11
Joined: Mon Apr 07, 2008 11:00 am

Posts by lina5599 » Thu May 22, 2008 6:30 pm

ขอถามพี่ลูกอีสานว่า pttar เป็นหุ้น vi หรือเปล่าคะ ทำไมราคาถึงลดลงอย่างเร็ว และแรงมากๆ ราคาตอนนี้ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานแล้วหรือยังคะ น่าสนใจซื้อหรือเปล่าคะ


User avatar
tanapol
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 911
Joined: Wed Jan 18, 2006 3:28 pm

Posts by tanapol » Thu May 22, 2008 9:12 pm

ผมว่านักลงทุนหลายท่าน.....จะเห็นด้วยมากกับแนวทางของพี่ลูกอีสานนะครับ...รวมถึงผมด้วย....อิอิ.....เพราะ....

มันเป็นแนวทางที่คนส่วนใหญ่....คิดว่าได้เห็นผลตอบแทนที่เร็ว....ถึงใจ....ขั้นเทพ.....

แต่หารู้ไม่นะครับ....ว่าคนที่จะทำได้แบบพี่ลูกอีสานนั้น.....มีน้อยมากๆๆๆๆ

แต่แนวทางพี่ฉัตรชัย หรือ ดร.นิเวศน์....น่าเบื่อ....ช้า....อืดอาด......ไม่ทันใจวัยรุ่นเช่นเรา....หลายคนคิดเช่นนั้น....

แต่ผมว่า.....ให้จัดคนฝั่งละร้อยคนแบบ random....มาลงทุนแข่งกัน....ให้ความรู้ ทักษะ ทางธุรกิจ ทางการลงทุนที่ใกล้เคียงกัน....

ผมเดาได้เลยว่า คนที่ลงทุนแนวทางพี่ฉัตรชัย.....จะประสบความสำเร็จมากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

ผมแค่ฝากข้อคิดให้หลายๆท่านนะครับ....รวมทั้งตัวผมเองด้วย....

ถ้าจะรักการลงทุนแนวพี่ลูกอีสาน.....ต้องเซียน....ต้องฉลาด....ต้องขยัน.....แบบพี่ลูกอีสานนะครับ.....

อย่าเห็นแค่ผลตอบแทนของพี่เค้า.....แล้วเราจะมาปรับพอร์ตกันสนุก....เพราะการประสบความสำเร็จระดับนี้ได้....ผมว่ายากมากเลยอะ..... :P

ปล.ขอบคุณพี่ลูกอีสานมากนะครับ สำหรับความรู้ดีๆ....ที่แบ่งปันให้โดยไม่มีสิ่งใดตอบแทนเลย


Reminiscence of 3 Dogs
Verified User
Posts: 898
Joined: Thu Feb 01, 2007 10:20 am

Posts by Reminiscence of 3 Dogs » Thu May 22, 2008 9:37 pm

ผมส่ง PM ไป ไม่แน่ใจคุณลูกอีสานได้รับหรือเปล่า
ถ้าไม่สะดวกตอบก็ไม่เป็นไรครับ
แต่ช่วยตอบกลับ PM ว่าไม่สะดวกตอบก็ได้ครับ
คือพอเงียบหายไป ผมนึกว่าไม่ได้ PM ก็เลยส่งซ้ำไปอีกน่ะสิครับ

bid please!!

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6404
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Fri May 23, 2008 12:29 am

hongvalue wrote:พี่ลูกอีสานครับ บอดี้โกบ ราคาลงมาตลอดเลย

น่าสนใจไหมครับ

bgt ผมมองเห็นหุ้นเติบโตนะ เหตุผลคือบริษัทมีการทำซ้ำในสิ่งที่ประสบความสำเร็จไปเรื่อยๆ ในที่นี้คือการขยายสาขา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แน่นอนว่ายอดขายหรือกำไรก็น่าจะเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาหุ้น   สินค้าของบริษัทถึงแม้หลายคนหรือตัวผมเองไม่นิยมซื้อมาใส่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นๆจะเป็นเหมือนเรานะครับ เค้ามีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายชัดเจน เรานักลงทุนทั่วไปอาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย นอกจากนั้นผู้บริหารก็ดูมีความตั้งใจในการทำงานดีมากครับ

ส่วนข้อด้อย เนื่องจากระยะนี้เป็นยุคข้าวหายาก ของแพง ในขณะที่สินค้าของ bgt ตามภาษาเศรษศาสตร์เรียกว่ามีความยืดหยุ่นของอุปสงค์สูง( ลูกค้ายืดการซื้อสินค้าไปได้ ในที่นี้คือใส่ของเก่าไปก่อน) ผมไม่แน่ใจว่าจะมีผลต่อกำลังซื้อหรือเปล่า ถ้าตลาดส่วนใหญ่อยู่ในเมือง ผมคิดว่าน่าจะมีปัญหา แต่ต่างจังหวัดไม่แน่ใจเพราะกลุ่มเป้าหมายอาจได้รับผลดีจากราคาพืชเกษตรที่ขึ้นตามราคาน้ำมัน  นอกจากนั้นผลประกอบการไตรมาสล่าสุดดูไม่ดี เพราะยอดขายเพิ่มขึ้นมาก แต่กำไรเท่าเดิม สาเหตุเพราะกำไรขั้นต้นลดลง คงต้องติดตามว่าไตรมาสต่อๆไปบริษัทจะทำได้ดีขึ้นหรือเปล่าครับ..

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
Ryuga
Verified User
Posts: 1771
Joined: Wed Nov 08, 2006 8:18 pm

Posts by Ryuga » Fri May 23, 2008 1:00 am

พี่ลูกอิสานเท่ห์ระเบิดเลย  :cool:  :cool:  :cool:
พี่ลูกอิสาน wrote:ลงทุนให้เหมาะกับสถานะของตัวเราเองดีที่สุดครับ :o
เห็นด้วยมากเลยครับ เป็นปรัชญาการบริหารพอร์ตแบบพอเพียง  :cheers:
b4solid wrote:หาไม่เจอย้ายมาอยู่นี่เอง ผมว่าคุณลูกอีสาน น่าจะเขียนหนังสือสักเล่มนะครับ เพื่อประโยชน์ต่อชาวโลก :lol:
นั่นสิครับ พี่ลูกอิสานน่าจะเขียนหนังสือนะครับ หนับหนุน หนับหนุน  :cheers:  :cheers:  :cheers:


Locked