ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
Locked
ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6406
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Fri Jun 06, 2008 3:34 pm

beam wrote:หวัดดีครับคุณลูกอิสาน
เข้ามาขอความรู้บ้างครับ
ปกติผมเน้นไปทางเทคนิคัล แต่ถือรอบยาวครับ
จะลองปรับกลยุทธ์ของคุณโจไปใช้บ้างครับ
สวัสดีคุณบีม เราเป็นเพื่อนเก่ากันใช่ไหม :lol:

เรื่องเทคนิคอล ผมไม่มีความรู้เลย

เวป templeboxing น่าจะมีความรู้ด้านนี้นะใช้ควบคู่กับหลัก vi

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
newbie_12
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2898
Joined: Wed Jun 27, 2007 3:19 pm

Posts by newbie_12 » Fri Jun 06, 2008 4:10 pm

ส่วนบริษัทลูกผมไม่มีไอเดียเลยครับ
เพราะหาข้อมูลไม่ได้
แต่ถ้าเป็นบริษัทที่ผลิตเกมส์อย่างเดียว
จะหวังกำไรมากๆคงยากมากครับ
เพราะตลาดเกมส์เมืองไทยไม่น่าจะใหญ่มาก
แถมคู่แข่งเป็นบริษัทผลิตเกมส์ต่างชาติอีกมากมาย
รวมถึงความนิยมเกมส์ที่ค่อนข้างเป็นแฟชั่นไม่ยั่งยืนครับ
Confused
Prompt Now เป็นบริษัทเพื่อนผมเองครับ
เป็นบริษัทที่ทำ Mobile Game ครับ
ไม่ได้เน้นเป็น Game Online

ตอนนี้ก็ยังลุ่มๆดอนๆอยู่ครับ
อุตสาหกรรมเกมในเมืองไทย หากินยากครับ


User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Fri Jun 06, 2008 7:06 pm

ลูกอิสาน wrote:โทษทีครับ :oops:  
ช่วงนี้มีอาการเบื่อๆหุ้น และมีเรื่องเบนความสนใจคือ
ต้องต่อเติมซ่อมแซมบ้านพักหลังใหม่
เลยไม่ค่อยได้เข้าเวปครับ
ท่านใดถามไว้ จะพยายามตอบเท่าที่พอทราบครับ
ขอบคุณ tanapol ที่เข้ามาแสดงความเห็นครับ
ในโลกนี้ไม่มีคนเก่งทุกเรื่องครับ
เชี่ยวชาญกันคนละเรื่อง เก่งคนละด้าน
ทำให้โลกนี้สมดุลครับ


ตัว mfec เป็นหุ้นที่ผมติดตามบ้างห่างๆ น้องฮงถามมา

ผมไปดูข้อมูลแล้วขอคอมเมนต์เล็กๆน้อยๆครับ

*เป็นบริษัทกลุ่มโมเดินฟอร์ม เรื่องธรรมภิบาลก็ไม่น่าห่วงแล้วครับ
บริษัทประกอบธุรกิจทางด้านไอทีมี 3 ส่วนคือส่วนให้คำปรึกษา
วางแผน ส่วนวางระบบ ส่วนซ่อมบำรุง ดูงบย้อนหลัง 5 ปี
ยอดขาย กำไรก็ค่อนข้างสม่ำเสมอ
จุดเด่นคือมีผลตอบแทนเงินปันผลค่อนข้างสูง
เครดิตภาษีได้ด้วย เพราะกิจการมีงบการเงินแข็งแกร่ง
หนี้ต่อทุนต่ำ ไม่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มมากนัก
ทำให้จ่ายปันผลได้เกือบทั้งหมดของกำไรที่ทำได้แต่ละปีครับ
  คุณภาพของธุรกิจของ mfec ถือว่าค่อนข้างดี
แม้จะเป็นงานประมูลที่มีความไม่แน่นอนบ้าง
แต่เนื่องจากทุกองค์กรทั้งรัฐ เอกชน ต้องลงทุนด้านไอที
ี อีกมากและอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ดังนั้นเรืองยอดขายไม่คอ่ยน่าห่วงครับ กำไรสุทธิทำให้ประมาณ
5-7% ของยอดขายซึ่งก็ถือว่าสมเหตุสมผล

ไปดูราคาหุ้นที่ 5.1 บ. pe ประมาณการปีนี้ 8 เท่า ที่กำไร 160 ล้าน
ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ถูกและไม่แพง หวังผลตอบแทน 10-15%

ต่อปีน่าจะพอไหวครับ แต่ถ้าหวังเป็นเด้งๆคงยากครับ
และมีวอร์รอแปลงสภาพบางส่วนด้วย


ส่วนบริษัทลูกผมไม่มีไอเดียเลยครับ
เพราะหาข้อมูลไม่ได้ แต่ถ้าเป็นบริษัทที่ผลิตเกมส์อย่างเดียว
จะหวังกำไรมากๆคงยากมากครับ
เพราะตลาดเกมส์เมืองไทยไม่น่าจะใหญ่มาก
แถมคู่แข่งเป็นบริษัทผลิตเกมส์ต่างชาติอีกมากมาย
รวมถึงความนิยมเกมส์ที่ค่อนข้างเป็นแฟชั่นไม่ยั่งยืนครับ :?

ผมขอขอบคุณพี่ลูกอีสานมากนะครับที่ช่วยสละเวลามาตอบผม
 :lol:


User avatar
tanapol
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 914
Joined: Wed Jan 18, 2006 3:28 pm

Posts by tanapol » Sat Jun 07, 2008 11:18 am

ขอแก้ไขเพิ่มสักเล็กน้อยนะครับ...
ขออภัยพี่ลูกอีสานด้วยครับ...ที่ใช้กระทู้พี่เปลือง  :lol:

เรื่องรายได้ของบ้านปูที่มาจากโรงไฟฟ้าครึ่งต่อครึ่ง...
ต้องเปลี่ยนเป็นกำไรนะครับ(ขอบคุณ พี่สวนหย่อมที่ทักมาด้วยครับ)

และขอเพิ่มเติมข้อเสียของลานนาอีกอย่างครับคือ...
การที่ fix ราคาขายไว้...ทำให้เวลาต้นทุนการผลิต...
ซึ่งเป็นน้ำมันดีเซลขึ้นมา...จะทำให้ Gross
marginลดลงได้(เพราะปรับราคาขายไม่ได้)

เช่นไตรมาสที่ผ่านมา ต้นทุนก็เพิ่มสูงขึ้นถึง
ยี่สิบกว่าเปอร์เซนต์....
ดังนั้นต้องจับตาดูเรื่องของราคาน้ำมันครับ....
ถ้าเพิ่มสูง ก็อาจมีผลต่อกำไรได้มากกว่า banpu....

อีกเรื่องที่ต้องติดตามเป็น demand supply ของถ่านหิน....

ผมคิดว่า demand คงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

จากต้นทุนน้ำมันและก๊าซที่เพิ่มขึ้นมาก...

รงไฟฟ้าที่เปิดใหม่จึงหันไปใช้ถ่านหินกัน...

ขนาดเมืองไทยที่ค้านกันนักหนา...

ยังมีโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ถึงครึ่งนึงเลยครับ....


supply คงลดลดในระยะสั้นครับ....จากโรงไฟฟ้าเปิดใหม่...
และอีกไม่นานอินโด...จะลดการส่งออกถ่านหิน...
เพื่อมาใช้ในโรงไฟฟ้าที่กำลังจะเปิดใหม่ด้วย...ซึ่งคงทำให้ supply ตึงๆไปอีกสักระยะ

แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ...ถ่านหินเป็นทรัพยากรที่มีอยู่มากเหลือเกิน...
ล่าสุดที่บ้านปูไปซื้อหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจในจีน...
คือบริษัทSHANXI GAOHE ENERGY COMPANY LTD. ("GAOHE")
ก็มีเหมืองถึง 6 ล้านตันที่จะเปิดในปี 53 ด้วยครับ...
เลยไม่แน่ใจว่า supply ที่ยังคงเหลือในโลกเรา...
จะมีมากมายขนาดไหนครับ

ปล.ขออภัยพี่ลูกอีสานด้วยครับ...
ที่ต้องมาโพสในกระทู้เพิ่ม...
เพราะผมกังวลว่าคนจะอ่านแต่ข้อดี...
แล้วจะซื้อโดยไม่ดูข้อเสียที่มีมากเช่นกันครับ... :P


User avatar
Grow
Verified User
Posts: 108
Joined: Sat Jun 07, 2008 2:29 pm

Posts by Grow » Sat Jun 07, 2008 9:09 pm

ขอขอบคุณลูกอีสานมากนะครับ ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกมากมายเลยครับ
น้องใหม่ครับ แต่ก็ติดตามมาตั้งแต่คุณลูกอีสานออกรายการ Money Talk ครับ
จะติดตามไปเรื่อยๆครับ

iGrow Forever

User avatar
kin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 668
Joined: Sat Apr 19, 2008 7:13 pm

Posts by kin » Sat Jun 07, 2008 11:05 pm

สวัสดีครับพี่ลูกอิสาน อยากทราบว่าพี่ศึกษาหุ้น net-net แบบเกรแฮมบ้างมั้ยครับ
สำหรับเมืองไทยแล้ว
มันมีความน่าสนใจแค่ไหน
และเราสามารถได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
กับระยะเวลาที่ต้องรอคอยรึเปล่าครับ

ผมพบหุ้นตัวนึงที่ตอนนี้มีสินทรัพย์หมุนเวียนสุทธิสูงกว่าราคาหุ้น
คือ SPG ซึ่งเป็นกิจการที่สินค้าไม่โดดเด่นแล้วในปัจจุบัน
แต่ในช่วง 1-2ปีที่ผ่านมา
สามารถทำตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น
ประกอบกับมีการจ่ายปันผลที่ดี แต่เนื่องจากไม่ใช่ผู้นำตลาด
จึงไม่แน่ใจเท่าใดนักว่าจะรักษาระดับกำไรได้
อย่างปัจจุบันหรือทำได้ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน

หุ้นลักษณะนี้ พี่ลูกอิสานคิดว่ามันมีโอกาสที่ Mr.Market
จะปรับค่า P/E ให้เพิ่มสูงขึ้นได้หรือไม่ครับ

ขอบคุณมากครับ


User avatar
atsu
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1214
Joined: Fri Feb 06, 2004 9:55 pm

Posts by atsu » Sun Jun 08, 2008 1:16 pm

kin wrote:สวัสดีครับพี่ลูกอิสาน
อยากทราบว่าพี่ศึกษาหุ้น net-net แบบเกรแฮมบ้างมั้ยครับ
สำหรับเมืองไทยแล้วมันมีความน่าสนใจแค่ไหน
และเราสามารถได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับระยะเวลา
ที่ต้องรอคอยรึเปล่าครับ

ผมพบหุ้นตัวนึงที่ตอนนี้มีสินทรัพย์หมุนเวียนสุทธิต่ำกว่าราคาหุ้น
คือ SPG ซึ่งเป็นกิจการที่สินค้าไม่โดดเด่นแล้วในปัจจุบัน
แต่ในช่วง 1-2ปีที่ผ่านมาสามารถทำตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น
ประกอบกับมีการจ่ายปันผลที่ดี
แต่เนื่องจากไม่ใช่ผู้นำตลาดจึงไม่แน่ใจเท่าใดนักว่าจะรักษาระดับกำไรได้อย่างปัจจุบันหรือทำได้ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน

หุ้นลักษณะนี้
พี่ลูกอิสานคิดว่ามันมีโอกาสที่ Mr.Market
จะปรับค่า P/E ให้เพิ่มสูงขึ้นได้หรือไม่ครับ

ขอบคุณมากครับ
ยังไม่เข้าเกณฑ์ เนท-เนท ของเกรแฮมมั้งครับ

เพราะหุ้น เนท-เนท ของเกรแฮมต้อง คูณ 2/3 ด้วย :wink:


Tlk
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 394
Joined: Sun Nov 25, 2007 10:16 pm

Posts by Tlk » Mon Jun 09, 2008 1:22 pm

ถาคุณลูกอิสานครับ ว่า
มีสถานการณ์ใดบ้างที่จะทำให้เกิดไดลูชั่นได้บ้างครับ
ขอบคุณครับ


ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6406
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Tue Jun 10, 2008 11:47 pm

hongvalue wrote:พี่โจครับ ผมมีประเด็นของหุ้น 3 ตัวจะถามดังนี้ครับ

3.mjd ผมคาดว่ากำไรก็คงซักประมาณ .70-.75 (อ่านจาก
ประมาณการโบรกเกอร์) ดูแล้วเข้า concept high growth ,low pe ,high div

ผมกลัวแค่เรื่องจะเพิ่มทุนไหม

ประเด็นที่ต้องติดตามก็คือ เค้าสร้าง condo high rise เยอะ ไม่รู้จะหมุนเงินได้เร็วแค่ไหน
รู้สึกว่าตัวนี้จะแตกต่างจากตัวอื่นที่วางเงินดาวน์สูงถึง
30% แต่ ap lpn วางแค่ 15% เงิน 30% ตรงนี้น่าจะเอา
มาหมุนก่อสร้างได้บ้าง และไม่แน่ใจว่าเขามีที่ดินเตรียมอยู่ในมือแล้วใช่ไหม ถ้าใช่ใช้เงินดาวน์หมุน ก็น่าจะไม่ถึงกับขาดสภาพคล่อง

presale ไครมาสแรก 1705
ซึ้งเป็น 43% ของเป้าหมาย presale ปีนี้ของเขาที่ 4000 ล้าน
-และ presale ของไตรมาส 1 ที่ 1700 ล้านยังเป็น 60% ของ
Presale ทั้งปีที่แล้ว ดูๆไปก็สูงทั้ง presale และ กำไร และยัง
มีปันผลที่สูงอีก pe ประมาณ 6-7 เท่า (กำไรปีนี้ซัก 480-520)

มองว่าราคาตรงนี้ undervalue ไหมครับ
ขอบคุณพี่โจมากเลยนะครับ  :lol:

ตัว mjd ผมเคยโพสต์ในกระทู้นี้ครับ ลอกมาเลยละกัน :lol:


http://www.thaivi.com/webboard/viewtopi ... 74&start=0
ตัว MJD เท่าที่ศึกษามาบ้างแบบไม่ได้เน้นลงลึก
ตัวนี้จะเน้นตลาดบนจริงๆ
สังเกตุได้ว่าลูกค้าเป็นต่างชาติถึงประมาณ 50%
ทำให้มาร์จินน่าจะรักษาระดับได้ดีเกิน 10%
บางครั้งคนมีเงินซื้อของก็ไม่ได้คิดมากมาย
ขอให้สินค้าถูกใจ ทำเลด

แพงหน่อยก็จ่ายได้สำหรับคนรายเป็นเงินเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง
และสำหรับต่างชาติราคาก็ยังไม่แพงมาก แม้เงินบาทจะแข็งขึ้นมาก
และที่สำคัญโครงการทั้งหมดได้รับ EIA แล้ว
ดังนั้นจะไม่มีปัญหาแบบ prin ครับ


MJD รับรู้รายได้ตามเปอร์เซนต์ของงานที่ทำเสร็จ
ดังนั้นรายได้จะผันผวนไม่มาก 3
เดือนแรกของปีนี้ทำยอดขายได้แล้วประมาณ 57%
ของทั้งปีที่ผ่านมา
ผมดูจากประมาณการของโบรคเกอร์ปีนี้น่า
จะมียอดรับรู้รายได้ประมาณ 4000 ล้าน
ผมมองมาร์จินสุทธิ 12% น่าจะทำกำไร 480 ล้าน
หรือราคาตลาดปัจจุบัน 4.24  หักปันผล PE ประมาณ 6 เท่า
 ตัวเลขข้างต้นเป็นแบบ conservative หน่อยนะครับ
จริงๆอาจจะได้มากกว่านี้  ส่วนในปี 52
ยอดขายและรับรู้รายได้น่าจะสูงกว่าปี 51
เพราะยอดขายปีนี้น่าจะดี และมีโครงการใหม่ๆเปิดขาย
รวมถึงที่ร่วมทุนกับ AIG ด้วย

ถ้าดูงบการเงิน DE อาจจะสูงไปนิด แม้จะเพิ่งขายหุ้น IPO
คือเท่ากับ 1.6 เท่า
แต่คาดว่าน่าจะรักษาอยู่ที่ระดับนี้ได้
เพราะได้รับเงินมัดจำจากลูกค้า และมาร์จินก็ค่อนข้างด
ทำให้ทุนจะสูงขึ้นทันกับหน
ี้ และคงน่าเกลียดถ้าจะระดมทุนอีก
เพราะเพิ่งขาย IPO ไป

ประเด็นที่ยังคาใจ คือเรื่องเงิน IPO 900 ล้าน
นำไปซื้อที่หัวหิน 16 ไร่ หรือตกไร่ละ 56 ล้าน
  ซึ่งผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องราคาที่ดิน แต่คิดเอาเองว่าแพงมาก
โครงการนี้นำมาทำโครงการ 3000 ล้าน
คาดมาร์จินสุทธิแค่ 14% เท่านั้นเอง
 ผมไม่แน่ใจว่าใช้ที่ดินทั้งหมดเลยหรือเปล่า
หรือยังมีที่เหลือพัฒนาต่อไป ถ้า 16 ไร่ ใช้ที่ไปทั้งหมด
ผมว่าค่อนข้างแพง ท่านอื่นคิดว่าไงครับ
ผมยังไหม่กับวงการอสังหาอาจจะไม่รู้เรื่องกับเขาก็ได้



ส่วนเรื่องผู้ถือหุ้นใหญ่ ตระกลูพูลวรลักษ์
ที่บอกว่าใส่รองเท้าแตะลากดิน
ผมก็พอจะทราบข่าวเหมือนกัน แต่ก็ไม่แน่ใจเพราะตระกูลนี้ก็มีหลายสาแหรก
ไม่รู้จะเหมือนกันหรือเปล่า
และเท่าที่สังเกตุหุ้นในกลุ่มนี้ PE ลอยทุกตัวเช่น major traf sf
ประเด็นที่จะอัฟเดทเพิ่ม

1.ยอดขายไตรมาสล่าสุดอย่างที่น้องฮงโพสต์ครับ
ดีมาก เป็น 60% ของทั้งปี 50
ไตรมาสต่อๆไปก็น่าจะดีเพราะ
มีการเปิดโครงการใหม่ๆที่ทำเลค่อนข้างดี
ดังนั้นยอดรับรู้รายได้ปี 52 ก็ไม่น่าห่วงครับ

2.ได้รับผลกระทบน้อยทั้งราคาวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมัน
เพราะขายคนรวยครับ ต้นทุนเพิ่มก็ขึ้นราคา
น้ำมันแพงกระทบกำลังซื้อบริษัทที่ขายตลาดกลาง-ล่างมากที่สุด แต่กระทบตลาดบนน้อยกว่า


3.มาร์จินดีกว่าที่ผมคาด ไตรมาสล่าสุดทำได้ถึง 17.5%
เข้าใจว่ารับรู้โครงการที่กำไรสูง
ส่วนผลดีจากมาตรการลดภาษีไม่แน่ใจว่ารับรู้หรือยัง
ช่วยได้เยอะนะครับประมาณ 3% ทีเดียว


ผมประมาณยอดรับรู้รายได้ปี 51 3800 ล้าน มาร์จิน 13%
กำไร 500 ล้าน ราคา 4 บ พีอี 5.5 เท่า แบบคอนเซอร์แล้ว
ปันผล 2 ครั้ง เครดิตภาษีได


เรื่อง de ที่สูงไปนิด 1.65 เท่า ผมคิดว่ายังพอไหว
ไม่น่าจะเพิ่มทุน(ไม่มีใครรับรอง) ก็เพิ่งเพิ่มไปตอน ipo นี่เอง de
สูงกว่านี้ยังกู้เลยได้  :lol:

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6406
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Tue Jun 10, 2008 11:52 pm

newbie_12 wrote:ของ SC ตอนนี้ 11.5
พี่ลูกอิสานหันมาเก็บต่อหรือยังครับ อิอิ
วันนี้ 10.1 แล้วครับ :shock:  ลงมาเร็วมาก
คงกังวลเรื่องการเมืองที่ยังอึมครึมด้วย
ถ้ามองพื้นฐานอย่างเดียวผมก็ยังคิดว่าราคาไม่แพงครับ
แต่ถ้าดูปัจจัยเรื่องการเมืองด้วยก็เป็นความเสี่ยงเหมือนกัน
การเมืองไทยไม่มีอะไร 100% ครับ

ชั่งกันเองละครับ ผลตอบแทนและความเสี่ยง
:o

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6406
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Wed Jun 11, 2008 12:11 am

Alastor wrote: น่าจะเป็น Key Success Factor หรือเปล่าครับ?
ก็มีส่วนช่วยบ้างครับ
ผมเชื่อว่ามี 2 แรงที่ผลักดันราคาหุ้น

1.กำไร>>เราเรียกรวมว่าพื้นฐาน
2.ปัจจัยด้านจิตวิทยา-อารมณ์ของตลาด


ประเด็นแรกเป็นสิ่งที่นักลงทุนแนว vi ต้องวิเคราะห์อยู่แล้ว แต่ถ้าเข้าใจประเด็นที่สองด้วยก็จะเพิ่มผลตอบแทนได้อีกครับ ผมตอบไม่ได้ชัดเจนว่าเราจะดูอารมณ์ จิตวิทยาของตลาดได้อย่างไร (ยังไม่รู้จริง :roll: )แต่ประมาณว่าถ้าเราเข้าใจอารมณ์ตลาด เรามักจะได้ซื้อหุ้นที่ดี ที่ราคาไม่แพง เหมือนที่ Graham เปรียบเปรยเป็นนิทาน Mr. Market ครับ นอกจากนั้นเราอาจพิจารณาจิตวิทยาของนักลงทุนในตลาด ว่าเค้านิยมหุ้นพิมพ์แบบไหน ในอุตสาหกรรมใดที่กำลังจะฮอต หุ้นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ราคาต่ำหรือราคาสูง  เหล่านี้เป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนได้ครับ เราลงทุนแนว vi แต่พิจารณาไว้บ้างก็ไม่เสียอะไร :D

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6406
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Wed Jun 11, 2008 12:20 am

mineknight wrote:รบกวนพี่ลูกอีสานแชร์ประสบการณ์รอหุ้นหน่อยได้หรือไม่ครับ เนื่องจากที่อ่านๆดู พี่ใช้วิธีเลือกหุ้นที่ยังมีราคาต่ำกว่ามูลค่า พี่หาหุ้นเจอ(หุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่า)แล้วเข้าเก็บเลย หรือว่า หาเจอแล้วดูๆ ไปก่อนเผื่อจะลงมาอีกครับ

1.ถ้าผมเจอหุ้นตีแตกที่ใช่เลย ทุกอย่างชัวน์ ผมจะซื้อทีเดียวเลยครับให้มากที่สุด ถ้าไม่มีหุ้นก็จะเคาะขวาไปเลย หุ้นแบบนี้หวังผลตอบแทน 100% ขึ้นไป ผมจะไม่เกี่ยงกับการซื้อแพงเพียงแค่ 10-20% :lol:

2.หุ้นที่น่าสนใจ ราคาต่ำกว่ามูลค่า แต่มีปัจจัยความเสี่ยงบางอย่างที่เราไม่แน่ใจ หุ้นแบบนี้ผมเจอบ่อยมาก วิธีซื้อคือซื้อบางส่วน ตั้งรอ ไม่เคาะขวา หลังจากซื้อหุ้นไปแล้ว ราคาหุ้นลดลงมาอีก ปัจจัยพื้นฐานเหมือนเดิม ผมจะทยอดซื้อเพิ่ม แต่ถ้าราคาเพิ่ม ประกอบกับแน่ใจในพื้นฐานของหุ้นมากครับ ผมก็จะซื้อเพิ่มให้ครบ

หลักๆก็เป็น 2 แบบข้างต้นครับ ไม่ได้ซับซ้อนอะไร

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

Tlk
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 394
Joined: Sun Nov 25, 2007 10:16 pm

Posts by Tlk » Sat Jun 14, 2008 5:38 pm

น่าจะเปลี่ยนเป็นคอลัมน์

"ที่ปรึกษาตอบปัญหาคาใจเรื่องหุ้น"

แซวเล่นนะครับ


charun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 340
Joined: Sun Oct 10, 2004 12:43 am

Posts by charun » Sun Jun 15, 2008 9:08 pm

ขอบคุณความมีน้ำใจของน้องโจมากครับ
อ่านแล้วได้ความรู้ดี
แต่การตอบคำถามต้องใช้ความรููู้้้และเวลามาก
เหมือนกันนะครับ


ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6406
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Tue Jun 17, 2008 12:11 am

ขอ..เยาะเย้ย ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คน..ยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้..ผืนฟ้ามืดดับ เดือนลับมลาย
ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน..



ขอร้องเพลง ปลุกปลอบใจตัวเองหน่อยครับ
ยามตลาด เงียบๆเหงาๆอย่างนี้ :D   :lol:

por_jai wrote:ผมนี่แฟนพันธุ์แท
้ อ.นิเวศน์ผมตามฟังท่านพูดเสมอมา
หุ้นที่ท่านถือเป็นสัดส่วนมากๆในระยะหลัง
ท่านบอกมาตั้งแต่วันมีตติ้งใหญ่ของเวบครั้งล่าสุดแล้ว
ถ้าใครเชื่อ หรือไปศึกษาต่อเร็วๆ
หรือตามห่างๆอยู่แล้วผมว่าทุนยังพอมีmosครับ
สำคัญว่ารู้เร็วหรือเปล่า
เมื่อวานมีน้องในเวบคนนึงนั่งฟังอยู่ข้างๆผม
คนนี้ก็แฟนพันธุ์แท้เหมือนผม
เพราะไปฟังทีไรก็เจอกันทุกทีขานี้เขากล้าครับ
เขาเข้าไปถามรายละเอียดจากปากอาจารย์โดยตรงเลย
เกือบจะทุกครั้งที่เจอท่านอาจารย์
เมื่อวานผมถามทุนหุ้นตัวนี้กับเขา
เขาซื้อได้ราคาถูกใช้ได้ทีเดียวครับ
หรืออย่างบิ๊กซีที่ท่านว่าตั้งแต่มีตติ้งยุคฐานเศรษฐกิจ
ตอนนั้นก็21ต้นเองกระมังครับ
มาดูราคาวันนี้ผมว่าท่านมองขาด
ท่านอาจารย์ก็ไม่ใช่ไร้พ่ายนะครับ
ก็เห็นอยู่ว่ามีโดนบ้างเหมือนกัน
แต่มุมมองหุ้นที่เป็นผู้ชนะในตลาดของท่านนี่ร้ายกาจจริงๆครับ

ส่วนข้อจำกัดเรื่องพอร์ตใหญ่ แล้วต้องซื้อหุ้นที่มีสภาพคล่อง
เสี่ยป.ที่โจคุยกับน้องฮง
ผมมีโอกาสได้รู้จักเมื่อไม่นานมานี้เสี่ยป.ก็ซื้อหุ้นดีๆ
ถึงขนาดบริษัทจะไม่ใหญ่เท่าที่ผมทราบ
เสี่ยป.เขาไม่เคยคิดเลยครับว่าเข้าแล้วจะออกไม่ได
้เขาขอให้ดีถึงขนาดที่เขาพอใจ
เขาก็ถือมั่นคงอยู่อย่างนั้นใครจะพูดว่าอย่างไร
ผมก็ไม่เห็นเสี่ยเขาจะใส่ใจอะไร
สวัสดีครับพี่พอใจ
ไม่ได้เจอพี่นานเลย  :D  
เดาว่าพี่สบายดีมีความสุขกับการวิ่งครับ
พี่พูดถึงดร.นิเวศน์ ผมก็ไม่รู้จะเสริมอะไร เห็นๆกันอย
ู่ เชื่อไหมผมฟังดร.พูดแล้วไม่เคยเบื่อเลย
ฟังทุกครั้งก็ได้มุมมองใหม่ทุกครั้ง ทุกอย่างกระชับ ชัดเจน
จากใจถึงใจ โชคดีของเราที่ได้ท่านเป็นผู้นำแนวทางครับ
ผมยังนึกตัวเองไม่ออกว่าจะมีวันนี้ได้อย่างไร
ถ้าท่านไม่เผยแพร่แนวคิดและคอยประคับประคอง
ไม่ให้เราออกนอกลู่นอกทาง ท่านเป็นคุณครูจริงๆ
ถ้ามีโอกาสจัดมีตติ้งครั้งต่อไปเราน่าจะมีการบูชาคร
ู ระลึกถึงบุญคุณท่านเล็กๆน้อยๆนะครับ
อาจเป็นโอกาสครบรอบ 10 ปีกับvi
หรือครบรอบวันเกิดท่านก็ได้ผมเสนอไว้ก่อน

เรื่องมุมมอง ผมว่าท่านเก่งในการมองภาพใหญ่
ถ้ามองภาพใหญ่ออก รายละเอียดปลีกย่อยก็ไม่ค่อยสำคัญแล้ว
ที่จริงท่านก็พัฒนาแนวคิดมาเรื่อยๆนะครับ
สังเกตุดูว่าตอนแรกที่เริ่มลงทุน ท่านก็ไม่ได้ลงทุนในหุ้นแนวนี้

อาจเป็นเพราะท่านไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงอะไรมากมายแล้ว
เหมือน landlord คอยเก็บค่าเช่าชัวน์ๆปีละ 10-20%
ท่านก็สบายแล้วพอร์ตระดับน
ี้ จะไม่เหมือนผมที่ยังต้องเหนื่อยออกหาอาหารบ่อยๆ
แลกกับผลตอบแทนที่อาจจะมากกว่าสักหน่อย
  ดังนั้นใครจะลงทุนแนวไหน
หวังผลตอบแทนเท่าไหร่ต้องชั่งใจ
เลือกให้ถูกกับจริตความต้องการของตัวเราครับ

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

tonsum
Verified User
Posts: 9
Joined: Thu Nov 15, 2007 8:43 pm

Posts by tonsum » Tue Jun 17, 2008 1:10 am

ขอบคุณพี่ลูกอิสานสำหรับความรู้ครับ สมเป็น Peter Lynch เมืองไทยโดยแท้  เลื่อมใส ๆ

ผมว่ากระทู้นี้เป็น version 2 (second step) ต่อจากตระแกรงร่อนหุ้นได้เลยครับ ..... :lol:  :lol:


investment biker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1282
Joined: Fri Nov 10, 2006 9:22 pm

Posts by investment biker » Tue Jun 17, 2008 10:23 am

เห็นด้วยกับพี่ลูกอีสานครับ ถ้าผมไม่ได้อ่านเจอหนังสือที่ดร. นิเวศน์เขียน ผมคงเป็นบัวใต้น้ำไปอีกนานครับ

ไม่น่าเชื่อนะครับหนังสือเพียงเล่มละไม่กี่ร้อยบาท ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว  :D

In search of super stocks

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Tue Jun 17, 2008 12:29 pm

[quote="investment biker"]เห็นด้วยกับพี่ลูกอีสานครับ ถ้าผมไม่ได้อ่านเจอหนังสือที่ดร. นิเวศน์เขียน ผมคงเป็นบัวใต้น้ำไปอีกนานครับ

ไม่น่าเชื่อนะครับหนังสือเพียงเล่มละไม่กี่ร้อยบาท ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Tue Jun 17, 2008 12:33 pm

ขอ..เยาะเย้ย ทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คน..ยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้..ผืนฟ้ามืดดับ เดือนลับมลาย
ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน..


:8) ฮ่า...เย้ยฟ้าท้าดินไปเลย

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

wasan_yu
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 609
Joined: Sat May 19, 2007 3:51 pm

Posts by wasan_yu » Tue Jun 17, 2008 10:15 pm

พี่ลูกอีสานครับ  ตอนนี้หุ้นปรับตัวลงมา อยากถามว่าตัวไหนน่าสนใจบ้างครับ( จะได้ไปศึกษาต่อครับ )  ผมสนใจ PTL ในมุมมองของพี่คิดว่าน่าสนใจไหมครับ :lol:

เด็กสระบุรี

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6406
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Wed Jun 18, 2008 12:17 am

[quote="wasan_yu"]พี่ลูกอีสานครับ

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6406
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Wed Jun 18, 2008 12:23 am

[quote="investment biker"]เห็นด้วยกับพี่ลูกอีสานครับ ถ้าผมไม่ได้อ่านเจอหนังสือที่ดร. นิเวศน์เขียน ผมคงเป็นบัวใต้น้ำไปอีกนานครับ

ไม่น่าเชื่อนะครับหนังสือเพียงเล่มละไม่กี่ร้อยบาท ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

สวนหย่อม
Verified User
Posts: 912
Joined: Thu Jun 05, 2008 8:46 pm

Posts by สวนหย่อม » Wed Jun 18, 2008 12:29 am

พี่ลูกอิสานแนะนำได้ไหมครับว่าควรเิริ่มอ่านที่ไหนดี ถ้าอยากมีความรู้เรื่องอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
(เสียดายผมพลาดงานที่ asp จัดวันนี้ซะด้วยสิ  :cry: )


wasan_yu
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 609
Joined: Sat May 19, 2007 3:51 pm

Posts by wasan_yu » Wed Jun 18, 2008 8:01 am

ขอบพี่ลูกอีสานคุณครับ :lol:

เด็กสระบุรี

User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Wed Jun 18, 2008 10:21 am

ไม่ได้แวะมาคุยกับพี่โจตั้งหลายวัน คิดถึง :o

มีเรื่องมาถามครับ  :P

วีระพล  ไชยธีรัตต์ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 18/01/2551 16/01/2551 164,568 5.00 ซื้อ  
วีระพล  ไชยธีรัตต์ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 21/01/2551 18/01/2551 2,870,444 5.00 ซื้อ แก้ไขข้อมูล
วีระพล  ไชยธีรัตต์ ผู้จัดทำ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น 21/01/2551 18/01/2551 489,000 5.00 ซื้อ  
วีระพล  ไชยธีรัตต์ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 23/01/2551 22/01/2551 1,558,636 5.00 ซื้อ  
วีระพล  ไชยธีรัตต์ ผู้จัดทำ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น 23/01/2551 22/01/2551 274,900 5.00 ซื้อ  
วีระพล  ไชยธีรัตต์ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 24/03/2551 21/03/2551 2,873,043 5.00 ซื้อ  
วีระพล  ไชยธีรัตต์ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 24/03/2551 21/03/2551 1,750 2.82 ขาย  
วีระพล  ไชยธีรัตต์ ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 08/04/2551 04/04/2551 2,453,303 5.00 ซื้อ  
วีระพล  ไชยธีรัตต์ ผู้จัดทำ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น 08/04/2551 04/04/2551 477,300 0.00 รับโอน


หุ้น cwt เจ้าของซื้อเยอะเหลือเกินนนนนน
น่าจะเกือบ 10 ล้านหุ้น
แถมซื้อแพงกว่าราคาตลาดเยอะด้วย


พี่โจคิดว่าไงครับ ผมดูแล้วเอ น่าสนไหม เผื่อเจอเพชรในตม

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Wed Jun 18, 2008 11:09 am

[quote="tanapol"]ขอแก้ไขเพิ่มสักเล็กน้อยนะครับ...ขออภัยพี่ลูกอีสานด้วยครับ...ที่ใช้กระทู้พี่เปลือง

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
romee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1738
Joined: Thu Jun 07, 2007 10:08 pm

Posts by romee » Thu Jun 19, 2008 1:24 pm

ถามพี่ลูกอีสานครับ

คือผมซื้อหุ้นตัวนึงไป เพราะคิดว่ามันจะโต ดูงบแค่ปีเดียว ไม่ได้ทำความเข้าใจกับธุรกิจมันดีในตอนที่ซื้อ และประเมินราคามันยังไม่ดีพอ

แต่ตอนนี้เข้าใจมันมากขึ้นแล้วละครับ ว่ามันเป็นธุรกิจ เรื่อยๆ โตไปทีละนิดๆ แล้วตอนที่ซื้อก็แพงเกินไปจริงๆนั้นละ กับธรรมชาติธุรกิจของมันนะ

แต่ ณ ตอนนี้ผมขาดทุนไปกับตัวนี้20%แล้วคร๊าบบ :'O

ก็เลยกลับมาคิดว่า จะยอม cutloss ดีมั้ยแล้ว
ถ้ามันยังร่วงไปอีก ก็อาจจะเข้าไปซื้อใหม่ อย่างน้อยสุด ก็จะได้หุ้นจำนวนเท่าเดิม แต่ราคาลดลง

หรือจะยอมอยุ่เฉยๆ แต่ก็ไม่มั่นใจ ว่าจะเป็นการเลี้ยงหญ้าแฝก ไว้หรือเปล่านะสิครับ

ไอ้ครั้นจะซื้อเพิ่มเข้าไป ก็เห็นว่ามีหุ้นตัวอื่นในตลาดตอนนี้ที่ดีกว่านะครับ

ลังเลนะแหละครับ ง่ายๆ เพราะไม่มั่นใจในความคิดของเรา พี่ลูกอีสานเป็นหรือเปล่าครับ ถ้าเคยเป็น แล้วแก้ปัญหาแบบนี้ยังไง


ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6406
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Thu Jun 19, 2008 11:03 pm

romee wrote:ถามพี่ลูกอีสานครับ

คือผมซื้อหุ้นตัวนึงไป เพราะคิดว่ามันจะโต ดูงบแค่ปีดียว ไม่ได้ทำความเข้าใจกับธุรกิจมันดีในตอนที่ซื้อ และประเมินราคามันยังไม่ดีพอแต่ตอนนี้เข้าใจมันมากขึ้นแล้วละครับ ว่ามันเป็นธุรกิจ เรื่อยๆ โตไปทีละนิดๆ แล้วตอนที่ซื้อก็แพงเกินไปจริงๆนั้นละ กับธรรมชาติธุรกิจของมันนะ
แต่ ณ ตอนนี้ผมขาดทุนไปกับตัวนี้20%แล้วคร๊าบบ :'O

ก็เลยกลับมาคิดว่า จะยอม cutloss ดีมั้ยแล้ว ถ้ามันยังร่วงไปอีก ก็อาจจะเข้าไปซื้อใหม่ อย่างน้อยสุด ก็จะได้หุ้นจำนวนเท่าเดิม แต่ราคาลดลงหรือจะยอมอยุ่เฉยๆ แต่ก็ไม่มั่นใจ ว่าจะเป็นการเลี้ยงหญ้าแฝก ไว้หรือเปล่านะสิครับ
ไอ้ครั้นจะซื้อเพิ่มเข้าไป ก็เห็นว่ามีหุ้นตัวอื่นในตลาดตอนนี้ที่ดีกว่านะครับลังเลนะแหละครับ ง่ายๆ เพราะไม่มั่นใจในความคิดของเรา พี่ลูกอีสานเป็นหรือเปล่าครับ ถ้าเคยเป็น แล้วแก้ปัญหาแบบนี้ยังไง
สถานการณ์ตลาดหุ้นตอนนี้อยู่ในช่วงไม่ปกติ ดังนั้นอาจจะทำให้หลายท่านไม่สบายใจ พาลคิดไปต่างๆนาๆ (ผมก็คนนึง :lol: ) แต่เรื่องอย่างนี้เราควบคุมไม่ไห้เกิดไม่ได้ แต่เราควบคุมตัวเราได้ เราสามารถคิดวางแผนหาประโยชน์เพราะในที่สุดผมฟันธงไปเลยว่าหุ้นจะต้องขึ้นสูงกว่าดัชนีวันนี้ที่ 742 จุดแน่นอน แต่ไม่รู้เมื่อไหร่นะ :lol:  มันเคยเกิดขึ้นในอดีต มันเกิดขึ้นวันนี้ และแน่นอนว่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ทางออกครับ...

1.ผมไม่เห็นด้วยกับการถือเงินสดครับ เวลาหุ้นแพงเราถือ พอหุ้นลดเรากลับเปลี่ยนเป็นเงินสด แล้วแน่ใจได้อย่างไรว่าหุ้นขึ้นเราจะซื้อทัน เล่นอย่างนี้เจ็งลูกเดียว เราไม่มีทางซื้อได้ที่จุดต่ำสุดเพราะเราจะรู้เมื่อมันผ่านไปแล้วครับ

2.ให้เปรียบเทียบกับหุ้นทั้งตลาด หรือหุ้นที่เราสนใจ ถ้าต้วไหนราคาต่ำกว่ามูลค่าที่สุด เปลี่ยนไปถือตัวนั้นครับ อย่าสนใจว่าหุ้นที่เราถือจะขาดทุนไปแล้วกี่เปอร์เซนต์ มีต้นทุนเท่าไหร่ เราขายขาดทุนไปสัก 20-30% ไปซื้อหุ้นที่มีอัพไซด์ 50-100% ไม่ดีกว่าหรือ

3.ทำใจให้สบายครับ ช่วงนี้ต้องอดทน อย่าดูจอหุ้นมากเราจะกลายเป็นนายตลาดซะเอง หาการงานอื่นๆทำหรือหาหุ้นที่ไม่ซื้อไม่ได้แล้วดีกว่า

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
tanapol
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 914
Joined: Wed Jan 18, 2006 3:28 pm

Posts by tanapol » Fri Jun 20, 2008 9:51 am

สวัสดีครับพี่ลูกอีสาน....

ช่วงนี้หุ้นตกระเนระนาดเลย....แต่ผมก็คิดเหมือนพี่น่ะครับ....โอกาสดีๆก็มีอยู่

ขอเรียนถามพี่นะครับ...

ผมใช้กลยุทธ  "ดาวกระจาย" ....ต้นเหตุนึงของหุ้นลงครั้งนี้ครับ(เกี่ยวปะเนี่ย)

คือ....กระจาย....ไปสู่หุ้นที่ upside เยอะๆ(ลงมาเยอะ)....แต่% ที่ไม่มาก ตัวละ5-8%.....อาศัยว่า....ยังไง.....มันก็ต้องขึ้นไปสู่มูลค่าแท้จริงบ้างละ.....

แต่ในการลงทุนปกติ....ผมชอบ focusมากกว่า....

พี่ลูกอีสานเห็นว่าอย่างไรครับ

ขอบคุณครับ


ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6406
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Sat Jun 21, 2008 10:01 pm

[quote="สวนหย่อม"]พี่ลูกอิสานแนะนำได้ไหมครับว่าควรเิริ่มอ่านที่ไหนดี ถ้าอยากมีความรู้เรื่องอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
(เสียดายผมพลาดงานที่ asp จัดวันนี้ซะด้วยสิ

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

Locked