คนอยู่บ้านเล่นหุ้นไม่ใช่อาชญากร

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
ceiling
Verified User
Posts: 1
Joined: Tue Jan 27, 2004 8:52 am

คนอยู่บ้านเล่นหุ้นไม่ใช่อาชญากร

Posts by ceiling » Tue Jan 27, 2004 9:57 am

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ และ พี่ๆทุกท่าน
แหะ แหะ ใช้ชื่อที่ฟังดูเป็น Speculator มากไปนิด โดยเฉพาะใน Forum ของ Value Investor แห่งนี้
ขอแนะนำตัวก่อนนะคะ
ตอนนี้อายุ 27 ปีค่ะ
ปริญญาตรี การเงิน เกียรตินิยมจากจุฬาฯ 8)
ปริญญาโท การเงิน จากมหาวิทยาลัย Top 5 ในอังกฤษ 8)
ทำงานในวงการหลักทรัพย์ของเมืองไทยมา 4 ปี

เริ่มลงทุนในหุ้นด้วยเงิน 3-4 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2544 (SET index ประมาณ 290 จุด) ได้อัตราผลตอบแทนที่ (โดยส่วนตัวแล้ว) ถือว่าน่าพอใจ ลงทุนทั้งตามเทคนิค ระยะกลาง และถือหุ้นพื้นฐานดีระยะยาว ไม่มีข้อมูล Inside :D

ตอนนี้ กำลังจะออกจากงาน มาซื้อขายหุ้นอย่างเดียว กระแสสังคมต่อต้านแรงมาก หลายคนคิดว่าเป็นการเดินลงเหวเลยทีเดียว คือยังไงยังไงคนก็คิดว่าเป็นการพนันอยู่ดี :roll:

****คิดว่าถ้าเรามีความรู้พอ ตั้งใจจริงและมีวินัยแล้ว อาชีพนักลงทุนก็เป็นทางเลือกหนึ่งของชีวิตนะคะ****
****อยากให้เพื่อนๆ และ พี่ๆเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ****


คลายเครียด

Posts by คลายเครียด » Tue Jan 27, 2004 10:38 am

โชคดีครับ
ควบคุมความโลภให้ได้ด้วย
ควบคุมไม่ได้ ต่อให้ปริญญาเอกอีกสามใบก็ช่วยไม่ได้
ผมเป็นอาชญากรก่อนหน้าคุณตั้งยี่สิบปีแล้ว ฮาๆๆๆ


เพนกวิน

Posts by เพนกวิน » Tue Jan 27, 2004 10:54 am

ความมีวินัยในการลงทุน = ความโลภ + ความกลัว

การพนัน........นักลงทุน --------> แตกต่างกันเช่นไร ? ตอบ :wink:


User avatar
ayethebing
Verified User
Posts: 2125
Joined: Mon Jul 07, 2003 8:30 pm

Posts by ayethebing » Tue Jan 27, 2004 11:11 am

คำคมวันนี้ "คนส่วนมากมักจะผิดในเรื่องการตัดสินใจให้คนอื่น"

เชื่อตัวเองดีที่สุดครับ แหะ แหะ แต่เห็นด้วยกับยอดเซียนแห่งพันทิพดอทคอม เฮีย คค ครับ ว่าการควบคุมความโลภและความกลัว (อันหลังผมเพิ่มเอง) สำคัญที่ซู้ด

ขอนไม้อันนิ่งสงบ

นายไช้
Verified User
Posts: 14
Joined: Tue Jan 13, 2004 1:27 pm

Posts by นายไช้ » Tue Jan 27, 2004 11:20 am

สวัสดีครับ

ผมนายไช้ครับ แนะนำตัวด้วยคน

จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วยกับหัวข้อกระทู้นะ แต่อยากแนะนำว่า การลงทุนกับการทำงานประจำในบริษัท ไม่เห็นจะขัดแย้งกันตรงไหน หากว่าคุณสามารถบริหารเวลาได้ เพราะการลงทุน หากเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่จำเป็นต้องมานั่งเฝ้าจอดูความเคลื่อนไหวของราคา กลางวันทำงาน เย็นๆก็มาตรวจสอบดูซักทีว่าพอร์ทเคลื่อนไหวอย่างไร

ยกเว้นคุณจะเบื่องานประจำมาก อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่งครับ

นายไช้


Chlorophyle
Verified User
Posts: 93
Joined: Fri Jan 23, 2004 11:53 am

Posts by Chlorophyle » Tue Jan 27, 2004 11:55 am

ถ้าตัดสินใจอย่างนั้นแล้ว น่าจะหางานอดิเรก เช่นปลูกต้นไม้ควบคู่กันไปด้วยนะก็จะดีนะครับ


mbr

Posts by mbr » Tue Jan 27, 2004 1:06 pm

ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำดีที่สุดครับ แต่ทั้งนี้ขอให้หาเหตุผลให้ตนเองก่อนตัดสินใจครับ


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Tue Jan 27, 2004 1:41 pm

คุณสมบัติการศึกษาเหล่านี้

ถ้านำไปยื่นสมัครเป็นอาจารย์สอนหนังสือหรือสมัครงาน

ผมว่า....ประสพความสำเร็จอย่างสูง


แต่ในตลาดหุ้น คุณเหลียวมองไปรอบๆตัวซิ
คุณศิริวัฒน์ เคยเป็นโบรกเกอร์เก่าอยู่หลายปี กระดูกเบอร์1 เกรดA
ยังไปขายแซนวิทเลย


(ล้อกันเล่นนะครับอย่าซีเรียดไม่ได้ดูถูกเกียรตินิยมอะไร นับถือความสามารถอีกต่างหาก)

(ก็ผมเป็นเด็กบ้านนอกจบประถม4 เข้าตลาดหลังเฮียคลายเครียดมาสักแถวปี2ปี เคยเสียท่าเพราะอารมณ์เป็นใหญ่ ไม่ใช่เจ้าอารมณ์หรืออาแต่ใจ แต่อารมณ์ตลาดมันพาไป อิอิ)

ก็ขอให้คุณโชคดี ปลอดภัยในการลงทุน เก็บเกี่ยวประสพการณ์ไว้สอน
นักลงทุนรุ่นต่อๆไป แต่ผมยังทำงานทุกวันลงทุนในตลาดคืองานอดิเรกวันละ3-4ชั่วโมง แต่ที่รู้จักมาผมว่ารู่นบุกเบิกจริงคงเป็นเฮียคลายเครียด ก่อนนักวิเคราะห์ที่มาออกทีวี ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ อีกต่างหาก555 ขอโทษที่พาดพิงครับเฮีย

Last edited by ปรัชญา on Tue Jan 27, 2004 7:55 pm, edited 1 time in total.

Sin

Posts by Sin » Tue Jan 27, 2004 2:00 pm

ผมก็มีประสบการณ์คล้ายกับคุณคนที่ตั้งกระทู้นั่นล่ะครับ ผมจบปริญญาโท MBA จากอเมริกาตอนอายุ 26 ภายในเวลา 2 ปีจากเงินที่เล่นหุ้น 6 หลักพอร์ตผมก็มีเงิน8หลัก ตอนนั้นผมก็มีจิตใจฮึกเหิมครับลาออกมาเล่นหุ้นเลย ผลเหรอครับผมแทบหมดหมดตัวเพราะความโลภ เพราะเอากำไรที่เหลือไปซื้อเฉลี่ยตัวที่ขาดทุนอยู่ตัวเดียวครับ คือเอกสิน แล้วก็ได้ผลเฉลี่ยจนขาดทุนอยู่ 25 สตางค์ ผมกะว่ามันRebound ผมก็หลุดแล้ว ผมคงออกจากตลาดทัน ผลหรือครับ ปิด 56 ไฟแนนซ์
แม้ว่าทุกวันนี้ผมจะกำไรจากหุ้นรอบนี้กว่า700% และผมก็ล้างพอร์ตไปตั้งแต่ต้นปีแล้วด้วย ผมก็ไม่เคยลืมความเจ็บปวดในอดีต แม้ธุรกิจที่ผมทำ ผลตอบแทนมันจะเทียบไม่ได้กับการได้หุ้นรอบนี้ แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะทิ้งธุรกิจที่มันหล่อเลี้ยงชีวิตเรา ทุกวันนี้ผมก็ไม่เคยเล่นหุ้นด้วยเงินทั้งหมด ผมไม่ได้ห้ามใครลาออกจากงานมาเล่นหุ้นเพราะผมก็ทำมาแล้ว แต่ชีวิตที่ไม่ได้เล่นหุ้น5-6ปี มันแทบทำให้เราเป็นบุคคลล้มละลาย เชื่อผมเถอะครับมีความสามารถอย่าทิ้งงานที่เราทำอยู่เลย เพราะพออายุมากๆ เวลาหุ้นตกถ้าพลาดคุณจะทำอะไรล่ะ


User avatar
มดง่าม
Verified User
Posts: 584
Joined: Fri Jun 20, 2003 1:37 pm

Posts by มดง่าม » Tue Jan 27, 2004 2:02 pm

:? :D 8) :lol: คุณก็คือผุ้บริหารholding co., ltd.ไงครับ

เหงาให้ตาย ถ้าไม่ใช่เธอ(หุ้นดี) ไม่เอา
ขอให้โชคดีในการลงทุนครับ

man
Verified User
Posts: 245
Joined: Tue Jun 17, 2003 10:25 pm

Posts by man » Tue Jan 27, 2004 2:23 pm

ทำงานอยู่ในวงการหลักทรัพย์ คุณได้อยู่ท่ามกลางข้อมูลข่าวสาร ข้อดี

ออกจากงานคุณมีเวลาวิเคราะห์เสาะหาหุ้นมากขึ้น

ออกจากงานมีเวลาทำสิ่งที่อยากทำมากขึ้น แล้วสักพักอาจเบื่อเพราะมีเวลาว่างมากไป

สังคมอาจค่อนแคะว่าเล่นหุ้นอย่างเดียวไม่มีประโยชน์กับสังคม ไม่สร้างผลผลิต

สังคมอาจแอบอิจฉาว่าสบายจังหาเงินได้ไม่ต้องเปิดโรงงาน หาลูกค้า อบรมพนักงาน

สรุปว่าทุกสิ่งทุกเรื่องราวล้วนมีสองด้าน อยู่ที่เราเลือกและตัดสินใจว่านี่คือ เรา

ขอให้โชคดีและมีความสุขในสิ่งที่เราเลือก :lol: :D :P :o :lol:


เม่านัอย

Posts by เม่านัอย » Tue Jan 27, 2004 4:39 pm

ขอฝากตัวด้วยคนครับ ตามอ่านมานาน เห็นด้วยกับคุณsinครับ คนเราควรจะมีรายได้หลายทางไว้นะครับ


Boring Stock lover

Posts by Boring Stock lover » Tue Jan 27, 2004 6:59 pm

ผมว่าการทำงาน เป็นการสร้างฝันให้เป็นจริงนะครับ มันเป็นประสพการณ์ที่ดีที่ทำให้เข้าใจตัวเอง และพัฒนาตัวเอง Man should find their edge...

การสร้างคน พัฒนาลูกน้องให้ดีขึ้น ก็เป็นความสุขยามที่สำเร็จ

การเล่นเกมต่อรองกับเจ้านาย ก็เป็นความสนุกในการฝึกศิลปการจูงใจเพื่อ Win Win

การทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ก็เป็นสิ่งท้าทายความสามารถ อย่างมาก

การทำงานเป็นเรื่องสนุก และได้เงินเป็นของแถม

ก็ถ้าชอบการลงทุนจริงๆ สนุกกับเกมส์นี้ ทำกับบริษัทใหญ่ๆ ใช้เงินคนอื่นมาเล่น และเล่นบนโต๊ะที่คุยกันที ระดับมากกว่า US$500mil น่าจะมันกว่านะ


Guest

Posts by Guest » Tue Jan 27, 2004 7:22 pm

ถ้าไม่เป็นลูกจ้างแน่นอน ผมว่าลงทุนไม่ได้แตกต่างครับ ขอเพียงมีความตั้งใจจริง สำเร็จได้แน่นอนครับ


+++ unlog

Posts by +++ unlog » Tue Jan 27, 2004 7:26 pm

แปลกง่ะ
สำหรับผม
ผมคิดว่า

การเป็นนักลงทุนที่ ประสพความสำเร็จ น่าจะเป็น งานที่หนัก
ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ มากกว่านะครับ

ในการที่จะประสบผลสำเร็จ ในระยะยาว ในระยะ 30 ปีขึ้นไป
และผมคิดว่า มันไม่ได้เท่ห์ ไม่ได้สนุก และสวยหรูอย่างที่คิดกันหรอกครับ

เพราะ บางที ระยะของหมีอาจกินเวลา2-3 ปี
สำหรับคนอายุน้อย ผมว่าเป็นเรื่องยากที่จะผ่านจุดแบบนี้ไปได้
ถ้ายังมีพลังและ ความแข็งแกร่งของจิตใจไม่เพียงพอ....

แต่ยังไง ก็ขอให้คุณตัดสินใจด้วยตัวเอง
และโชคดีครับ

อิอิ....


User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2413
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Posts by ลุงขวด » Tue Jan 27, 2004 9:23 pm

อายุ27 ปี คุณวุฒิ ก็ สูง ได้ถึงปริญญาโท เป็นผม ผมขอทำงานต่อไปสักพักดีกว่า โดดมาลงทุนในหุ้นด้วยตนเอง......ไม่พอหรอกครับ เงิน 3-4 ล้าน จะมาสู้กับตลาดหุ้น ที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายและเร็ว......การทำงานนี่ได้เงินเดือนและมีเงินสะสม(มีแต่ได้ ไม่ขาดทุน) การกระโดดเข้าตลาดหุ้นอย่างเต็มตัวผมว่า มีความเสี่ยงครับ...........นักลงทุนหลายคน ใช้เงินทำงาน นั่นหมายถึง เขาต้องมีเงินมากกว่า 3-4 ล้านบาท ในความคิดของผม การใช้เงินทำงาน นี่ ผมว่า น่าจะมีเงินสะสม สัก 10 ล้าน ได้อัตราผลตอบแทนเงินมาทำงานปีหนึ่ง สัก 15-20% ก็จะได้ 1.5-2.0 ล้านบาทต่อปี หรือ เดือนละ 125,000-166,000 บาท นี่ละเป็นหนทางจะนำไปสู่อิสระเสรีภาพทางการเงินได้

ในความคิดของผม การได้ทุกปี โดยมีผลตอบแทน 15-20% ไม่เคยขาดทุนในปีไหนเลย ผมก็ว่า น่าจะประสบผลสำเร็จในการใช้เงินทำงานแล้วครับ........ส่วนใครที่ ได้ มากกว่านี้ ก็ นับว่า เป็นความสามารถส่วนบุคคล ซึ่งมีน้อยมากในตลาดหลักทรัพย์


Boring Stock lover

Posts by Boring Stock lover » Tue Jan 27, 2004 9:37 pm

สวัสดีครับ ลุงขวด หวังว่าสุขสบายดี ไม่ทราบว่ายังถือหุ้นคล่องคออยู่หรือเปล่าครับ นี่ก็ใกล้ประกาศผลดำเนินงานแล้ว ผมรอประกาศปันผลอยู่

ผมว่ามีเงินสะสม 10ล้าน แล้วกล้านำมาลงทุนในหุ้นทั้งหมดนี่ ผมนับถือจริงๆ ในช่วงนี้ผมว่าถ้าใครหาได้ 50 ล้านแล้วอยากออกมาเล่นหุ้นอย่างเดียวก็น่าจะ OK.....


Sin

Posts by Sin » Tue Jan 27, 2004 9:48 pm

เมื่อก่อนถ้าตอนอายุยังน้อยผมต้องไม่เชื่อลุงแน่ แต่มาปัจจุบัน พอมันผ่านประสบการณ์ชีวิตมาระดับหนึ่ง ถ้าผมฟังคนแก่ผมคงไม่ต้องเจอประสบการณ์อันเลวร้ายช่วงที่หุ้นตกๆ แล้วไม่ได้เล่นหุ้น แถมว่างงานอีกต่างหาก


Sin

Posts by Sin » Tue Jan 27, 2004 9:51 pm

เมื่อก่อนถ้าตอนอายุยังน้อยผมต้องไม่เชื่อลุงแน่ แต่มาปัจจุบัน พอมันผ่านประสบการณ์ชีวิตมาระดับหนึ่ง ถ้าผมฟังคนแก่ผมคงไม่ต้องเจอประสบการณ์อันเลวร้ายช่วงที่หุ้นตกๆ แล้วไม่ได้เล่นหุ้น แถมว่างงานอีกต่างหาก เหมือนลูกหมาตกน้ำล่ะครับ


CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 9795
Joined: Thu Jun 05, 2003 4:13 pm

Posts by CK » Tue Jan 27, 2004 10:28 pm

ขอแจมบ้างครับ

ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะ semi-retire ก็ต่อเมื่อรายได้จากปันผลอย่างเดียว
ของหุ้นที่ถืออยู่ เท่ากับรายรับปัจจุบันบวกอัตราเงินเฟ้อครับ

semi-retire ก็คืออยู่บ้านเล่นหุ้นเป็นอาชีพครับ (ซื้อๆขายๆ)

และจะ retire จริงๆ คือเลิกทำงาน (ทั้งเล่นหุ้นด้วย) เมื่อรายรับจาก
ปันผลอย่างเดียวเป็น 2 เท่าของรายรับปัจจุบัน บวกอัตราเงินเฟ้อ

ตามการคำนวณ ถ้าทำได้เท่า average ของ 4 ปีที่ผ่านมา อืม ก็จะ
semi-retire ได้ประมาณปี 2562 :)

ในระหว่างนี้ก็เล่นหุ้นเป็นงานอดิเรกไปก่อน :lol:

ข้อคิดเล็กน้อยเพิ่มเติมสำหรับคุณลิ่งครับ

ถ้าไม่ได้ทำงานนานๆแล้ว กลับไปสมัครใหม่จะยากมากจริงๆครับ
อาจจะเป็น one way ticket to the blue ก็ได้ครับ


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Tue Jan 27, 2004 10:47 pm

CK wrote:ขอแจมบ้างครับ

ผมตั้งเป้าไว้ว่าจะ semi-retire ก็ต่อเมื่อรายได้จากปันผลอย่างเดียว
ของหุ้นที่ถืออยู่ เท่ากับรายรับปัจจุบันบวกอัตราเงินเฟ้อครับ

semi-retire ก็คืออยู่บ้านเล่นหุ้นเป็นอาชีพครับ (ซื้อๆขายๆ)

และจะ retire จริงๆ คือเลิกทำงาน (ทั้งเล่นหุ้นด้วย) เมื่อรายรับจาก
ปันผลอย่างเดียวเป็น 2 เท่าของรายรับปัจจุบัน บวกอัตราเงินเฟ้อ

ตามการคำนวณ ถ้าทำได้เท่า average ของ 4 ปีที่ผ่านมา อืม ก็จะ
semi-retire ได้ประมาณปี 2562 :)

ในระหว่างนี้ก็เล่นหุ้นเป็นงานอดิเรกไปก่อน :lol:


ไอเดียคุณเล็กนี่ คมลึก

ได้มากเท่าไหร่ล่ะลูกพี่ เงินเฟ้อมันไม่วิ่งขึ้นไปเรื่อยๆหรือครับดอกเบี้ยก็ทำท่าจะลุกขึ้นจากหลุมปลายปีนี้แล้ว

ดูบัตรเครดิต ดูรถยนต์ป้ายแดง ดูเสื้อผ้าที่แพง ดูแก๊สขึ้นราคา ดูลูกเราใกล้เข้ามหาลัย เอ๊ย....คิดมากไปมั๊งผมนะไม่ได้ว่าคุณเล็ก คงต้องทำงานไปเรื่อยๆล่ะครับ ปล่อยภรรยาเฝ้าคอมคนเดียวก็พอแล้ว เพราะหุ้นคนละพอท์ต
ข้อคิดเล็กน้อยเพิ่มเติมสำหรับคุณลิ่งครับ

ถ้าไม่ได้ทำงานนานๆแล้ว กลับไปสมัครใหม่จะยากมากจริงๆครับ
อาจจะเป็น one way ticket to the blue ก็ได้ครับ


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Tue Jan 27, 2004 10:58 pm

คณ ceiling ครับ  เส้นทางที่คุณกำลังคิดที่จะเดินนั้นเป็นเส้นทางที่ผมตัดสินใจเดินมาเป็นเวลา 2 ปีกว่าแล้วครับ  เป็นการตัดสินใจที่ยากมากในความรู้สึกของผม  สิ่งที่คุณต้องเผชิญก็คือการไม่ยอมรับของคนในสังคม  บอกตามตรงว่าผมยังไม่สามารถที่จะบอกผู้คนทุกคนได้ว่าผมมีเงินเลี้ยงชีพจากไหน  ถ้าต้องการคำปรึกษา PM มาคุยกันก็ได้ครับ

Last edited by chatchai on Fri Nov 09, 2007 8:16 pm, edited 1 time in total.

Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14783
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Tue Jan 27, 2004 11:10 pm

ผมเล่นหุ้นเต็มเวลาครับ คือ ตื่นนอน จนกระทั่งตลาดปิด

ที่ทำได้เพราะทำธุรกิจเล็กๆ พออยู่รอดได้ครับ

และเมื่อตลาดปิดก็ยังไม่ทำอาชีพเสริมอีก

สรุปคือ

ที่ผมเล่นหุ้นได้เต็มเวลา เพราะมี งานประจำ มาจ่ายรายจ่ายประจำ เพียงแต่ผมเลือกเฉพาะงานที่ไม่ต้องทำเองตลอดเวลา

ทำให้มีเวลามาเล่นหุ้นเต็มเวลาได้

และผมไม่จำเป็นต้องดึงกำไรจากหุ้นมาเป็นค่าใช้จ่าย แม้แต่วอเรน บางปี การลงทุนยังติดลบ ตัวเลขกำไร 23 ต่อปี ทบต้น 45 ปี เป็นตัวเลขเฉลี่ย

..............................................................................................

ขอให้โชคดี ร่ำรวย ชี่ ชี่ ชี่ ฮ่า ฮ่า ริบ ร่า ร่า อิอิ ร้องไม่เป็น


User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2413
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Posts by ลุงขวด » Wed Jan 28, 2004 8:53 am

ตอบคุณ Boring Stock Lover- ผมสบายดีครับ ก็ยังถือหุ้นอยู่ครับ นักลงทุนระยะยาวนี่ครับ ใช้เงินทำงานอยู่ เพราะ อายุ 57 ปีแล้ว ว่าจะ retire ตนเอง แต่ก็ยังมีธุรกิจเล็ก ๆ ที่ รอวัน ยุติลง

ผมลงทุนในหุ้นปันผล ก็หวังว่า รายได้ส่วนใหญ่จะมาในเดือน เมษา พฤษภาคม ก็คงไม่ทำให้ผิดหวังเหมือนทุก ๆ ปี นั่นแหละ แต่ราคาหุ้นมันไม่ค่อยไปไหน มีบางตัวลดตามตลาดด้วย แต่ตัวที่ถือมาก ๆ นั่น ไม่ลงเพราะ ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น ตัวนี้อยู่ในกลุ่ม textile ส่วนอีกตัวที่ลงทุนมากรองมา ก็ อยู่ในกลุ่มประกัน ซึ่งไม่ค่อยมีการซื้อขาย แต่ให้ปันผลปีนี้น่าจะ สัก 3 บาท ในขณะที่ราคา อยู่ประมาณ 50 บาท ก็ได้ถึง ร้อยละ 6% นับว่าไม่เลวทีเดียว (เพราะลงทุนตัวนี้มายาว ทุนแค่เพียง ประมาณ 30 บาท ถ้าคิดจากทุนผมเองก็ ได้ ร้อยละ 10% นับว่า เป็นหุ้นที่เหมาะแก่การลงทุนระยะยาว).......เวลา ลงทุนยาว ๆ นี่ ต้นทุนเราจะต่ำลงเรื่อย ๆ เมื่อราคาหุ้นมันขยับปีละนิด หน่อย ทำให้ได้ Divident Yield สูงขึ้น นั่นเอง.........ส่วนหุ้น textile ที่ถือ นั่นเพราะ เห็นว่า ฝ่ายบริหารดีครับ โปร่งใสดี ชอบมากที่เขาเคยบอกว่า ถ้าปีไหนเกิดขาดทุน ก็ยังคงจ่ายปันผลปีละ 2 ครั้งเช่นเดิม เช็คดูในอดีต เขาก็เจอวิกฤตอยู่ปี ขาดทุนเพียงเล็กน้อย ก็ยังปันผลตามที่เขาวางไว้ เลยได้ทุ่มกับตัวนี้ ตลอด ถ้ามีเงินเหลือก็จะแล ดู ตัวนี้เป็นตัวแรก..........สำหรับ fancy หุ้นในดวงใจ ก็ยังถือ อยู่ ไม่ได้ไป ยุ่งเกี่ยวกับเขา แต่ผิดหวังมากเพราะ ผมคาดว่าน่าจะทำได้ eps สัก 1 บาทต่อหุ้น นี่ได้แค่ประมาณ 0.60 บาท ผมหวังมากเกินไปครับ ในตัวหุ้นตัวนี้


User avatar
tonyprc
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 72
Joined: Thu Mar 13, 2003 11:21 am

Posts by tonyprc » Wed Jan 28, 2004 9:31 am

ผมว่าประเด็นมันอยู่ที่วิธีการใช้เงิน ไม่ใช่วิัธีการหาเงินนะครับ

มีเงินมากเท่าำไรแต่ก็ใช้หมด จะมีประโยขน์อะำไร

ค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยไม่ถึง 200 บาืิท/วัน ทำไมเขาถึงเลี้ยงชีพอยู่ำได้

เงิน 4 ล้่านบาท ซื้อ SUC รอปันผล 1.25 บาท/หุ้น ได้ผลตอบแทนเกิน 5 % คิดเป็นเงินเท่าำใ้ด

ุถามตัวเราเองว่าจริงๆ แล้ว เราใช้้เงินเท่าไหร่


ake...

Posts by ake... » Wed Jan 28, 2004 4:00 pm

ช่วง 2 วันที่ผ่านมานี้เป็นอย่างไรบ้างครับ วันจันทร์กับวันพุธของสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน มกราคมนี้ และตลอดทั้งเดือนนี้ ดัชนีลดลงเรื่อยๆ หากคุณคิดว่าเฉยๆ ไม่ฟุ้งซ่านมากก็ ทำเลยครับ

ปีนี้เค้าว่าจะยากกว่าปีที่แล้ว ส่วนปีที่แล้วเค้าบอกว่าคนที่ลงทุนก่อน เรียกว่าคนกล้า ปีก่อนโน้นไม่รู้เปรียบอย่างไร

ลองดูครับ คุณมีเงิน 4 ล้านบาทถ้าลงทุนได้ปีละ 10% ผมก็คิดว่าน่าจะทำได้นะครับ

การเล่นหุ้นผมมองเหมือนการที่เราเปิดบริษัทนึงมากกว่า เราเป็นเจ้าของกิจการของเราเอง เป็นโฮลดิ้งคัมปะนีหากเราลงทุนในหุ้นที่มากตัวหลายกลุ่ม

คุณคิดว่างานประจำที่ทำรับเงินเดือนมันมั่นคงกันมากนักเหรอครับ ผมว่าวัยนี้การทำอะไรทุกอย่างเป็นความเสี่ยงหมดแหละครับ


Guest

Posts by Guest » Wed Jan 28, 2004 4:14 pm

การทำงาน และการลงทุน มันเหนื่อยเหมือนกันครับ ต่างกันตรงการทำงาน คือ เราทำงานเพื่อให้คนอื่นได้เงินครับ ส่วนการลงทุน คือ เราทำงานเพื่อให้เราได้เงินครับ

ลุงขวด ต้องหมายถึงตัวที่ผมถือด้วยแน่นอนเลย เอ ผู้บริหารเค้าบอกขนาดนั้นเลยหรือครับ ว่ายังไงๆก็ปันผลปีละ 2 ครั้ง แน่นอน มีบอกขั้นต่ำไหมครับ ว่าจะสักกี่บาท


Solo
Verified User
Posts: 627
Joined: Thu May 15, 2003 9:37 pm

Posts by Solo » Wed Jan 28, 2004 8:55 pm

ผมว่า ถ้าคุณ คิดว่า กระทิง ยังไม่จบ

ผมขอมองตรงข้าม นะครับ อาจจะจบแล้วก็ได้

ถ้ายังไม่ลาออกจากงาน ผมอยากให้ ทำงานต่อไปดีกว่า ครับ

ถ้าเบื่อที่เก่า ก็หาที่ใหม่ทำครับ จะได้เปลี่ยนบรรยากาศ

ผมว่า ทุกคน เวลาทำงานไปสักพักหนึ่ง ก็จะเริ่มเบื่อ หรือ มองว่า ตอนนี้ เป็น โอกาสทองที่จะทำเงินจากตลาดหุ้น ได้มากมาก จึงอยากจะลาออกมา เพื่อ ทำกำไรได้เต็มที่

ผมขอทำนายว่า กระทิงรอบนี้ น่า จะจบไปแล้ว อาจจะมี rebound ก็ ไม่มาก แล้ว ทำ new low ลงไป ถ้าไม่แม่นกราฟจริง ซื้อแล้วก็ขายไม่ได้ครับ

หรืออีกทางหนึ่ง เมื่อพลาด คุณ กล้าขายขาดทุน เพื่อดูทิศทาง ที่ ชัดเจนไหมครับ

ขอให้ คิด คิด คิด ให้ดี ก่อนลาออกจากงาน นะครับ

ตลาดมี กระทิง และก็ มี ตลาดหมี ด้วยนะครับ

ตลาดกระทิง นานนานมาที แต่ตลาดหมี ถ้าเกิด จะ คงอยู่นานมาก จน ทุกคนเบื่อ

เพราะถึงเวลาตลาดหมี ทุกโบรก ก็จะ บอกว่า ลงต่อ ลงต่อ ให้ขาย ขาย ขาย

ขอให้ไตร่ตรอง ดีดี และ โชคดี กับการตัดสินใจ และการลงทุนครับ

ควรลงทุนอย่างรอบคอบ ในหุ้นดีและราคาไม่แพง ครับ

Boring Stock lover

Posts by Boring Stock lover » Wed Jan 28, 2004 9:14 pm

ยินดีที่ได้ยินว่าลุงขวดสุขสบายดี จากวันที่เจอลุงขวดวันนั้น จนวันนี้ก็ยังระลึกถึงอยู่

ธุรกิจที่ลุงขวดว่าเล็ก ของที่ผมทำก็คงมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

ช่วงนี้ก็ยังเพียรหารายได้ มาเพิ่มเติมหุ้นดีๆ อยู่ตลอด หวังให้เงินทำงานแทนจนถึงจุดที่ทำให้เราคลายความกังวลใจในแง่เงินลง จะได้ใช้เวลา ทำในบางสิ่งได้สดวกมากขึ้น

เรื่อง Fancy และหุ้นในกลุ่ม Textile ก็ยังติดตามและรอดูผลประกอบการอยู่

เรื่องการถือหุ้นระยะยาว แล้วมองว่าราคาต้นทุนหุ้นที่ถือลดลงนั้น ผมเห็นด้วยและได้รับประสพการณ์ที่ดีมา แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่สามารถอธิบายให้คนรอบข้างเข้าใจได้ว่า มันดีกว่าการเล่นรอบหรือซื้อมาขายไปยังไง

เรื่องการจ่ายปันผลก็เช่นกัน ผมก็ชอบบริษัทที่มีความมั่นคงในการจ่ายปันผลคงที่และค่อยๆเพิ่มขึ้นมากกว่า บริษัทที่จ่ายตามสัดส่วนผลประกอบการ


User avatar
harry
Verified User
Posts: 4200
Joined: Tue Oct 07, 2003 11:12 pm

Posts by harry » Wed Jan 28, 2004 9:52 pm

ถึงลุงขวดครับ

คิดว่า แฟนซี ปี 47 จะดีขึ้นมั้ยครับ แล้วน่าถือยาว อย่างที่บอกมากขนาดไหนครับ ผมก็เก็บได้บ้างเหมือนกัน ว่าจะเก็บเพิ่ม

แล้วหุ้นประกันนี่ เห็นดีหลายตัว ลุงขวดแนะนำอะไรบ้างครับ ขอบคุณครับ

Expecto Patronum!!!!!!

Post Reply