Investing in Cylical Stocks

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sat Oct 28, 2006 11:57 pm

วิธีค้นหาหุ้นวัฏจักร  

เมื่อก่อนผมใช้วิธีอ่านหนังสือพิมพ์ไปเรื่อยๆ  เคยเจอข่าว  "ค่าระวางเรือสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์"  ข่าวแบบนี้ก็จะช่วยให้เราสะดุดตาและเริ่มให้ความสนใจ

ผมยังเคยเจอข่าว  "วัสดุก่อสร้างขาดตลาดอย่างหนัก  ผู้รับเหมาร้องขอเลื่อนส่งงาน"  ข่าวแบบนี้ก็จะทำให้เราเริ่มสนใจวัสดุก่อสร้าง  เป็นต้น

แต่ปัจจุบันนี้ ผมคิดว่าการใช้วิธีเดิมๆจะค่อนข้างช้า  หมายความว่าเรารู้ตอนที่ใครๆก็รู้  และรู้กันทั้งประเทศแล้ว และราคาหุ้นมักจะปรับตัวกันไปบ้างแล้วแม้บางตัวอาจจะแพงไป บางตัวอาจจะยังถูก  แต่ก็ถือว่าช้าอยู่ดี  ปัจจุบันนี้เราจึงต้องดักหน้าก่อน  พยายามมองให้ออกก่อน  เราถึงจะได้เปรียบแบบมากๆหน่อย

จากการศึกษา  วิธีที่จะดักหน้ากลุ่มนี้เราควรจะรู้เสียก่อนว่ากลุ่มนี้ทั้งหมดนั้นประกอบไปด้วยอะไรบ้าง  เท่าที่ดูๆผมจะแบ่งกลุ่มเพื่อให้สังเกตุง่ายๆพร้อมคุณสมบัติและโทษสมบัติแต่ละกลุ่มดู

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Oct 29, 2006 12:05 am

วัฏจักรแบบท้องถิ่น   หมายถึงในประเทศครับ

เช่น อสังหา  วัสดุก่อสร้าง  ยานยนต์  หลักทรัพย์  โรงพยาบาล

- ความถี่  เกิดขึ้นได้บ่อยๆ  วงจรสั้น  ความรุนแรงน้อย

- ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ  เงินเฟ้อเงินฝืดในประเทศ

- ความแม่นยำในการพยากรณ์  มีน้อย  เพราะขึ้นกับทำเล  อุปสงค์/อุปทาน ในประเทศด้วย  และการเปลี่ยนแปลงใดๆมีผลกระทบต่อการพยากรณ์มาก

วัฏจักรสากล

เช่น เดินเรือ  โลหะ กระดาษ  ปิโตรเคมี  หลักทรัพย์

- ความถี่  วงจรค่อนข้างยาว  เกิดขึ้นนานๆครั้ง  ความรุนแรงมาก(ได้กำไรมาก  อิอิ)

- ขึ้นกับสัดส่วนอุปสงค์/อุปทานของโลก

- ความแม่นยำในการพยากรณ์  มีมาก  เพราะไม่ขึ้นกับทำเล  ไม่ขึ้นกับอุปสงค์/อุปทานในประเทศนัก  และการเปลี่ยนแปลงใดๆมีผลกระทบต่อการพยากรณ์น้อย  เพราะตลาดโลกมีขนาดใหญ่มาก

ปล. กลุ่มหลักทรัพย์นั้นผมจัดให้อยู่ทั้งสองกลุ่มเพราะคิดว่าไม่ตรงกับอันใดอันหนึ่งเสียทีเดียว  ส่วนกลุ่มยานยนต์นั้นอาจจะเริ่มเข้าสู่กลุ่มที่สองถ้าสัดส่วนการส่งออกค่อยๆสูงขึ้นอย่างในปัจจุบัน

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Oct 29, 2006 12:31 am

วิธีเลือกจังหวะซื้อขาย

ปีเตอร์ ลินช์  เคยบอกว่าให้ซื้อตอน p/e สูงๆ และขายตอน p/e ต่ำๆ  หลักการอันนี้ดูจะกลับตาลปัตรกับหุ้นเติบโตหรือแม้แต่หุ้นทั่วๆไป  แต่เป็นเรื่องจริงครับ  

แต่ถ้าเรายึดตามตัวอักษรเป๊ะๆ  เราอาจจะไปซื้อตอนช่วงกลางๆของวัฏจักรก็ได้  เพราะช่วงนั้น p/e ก็สูงเช่นเดียวกัน  และถ้าวัฏจักรเต็มๆมีระยะเวลา 20 ปี  เราก็ต้องรอตั้งสิบปีกว่าจะถึงขาขึ้น  รอกันจนหน้าเหี่ยวพอดีและก็เสียโอกาสในการทำเงินไม่ใช่น้อยๆเรย......จึงต้องศึกษาเพิ่มเติมเสียหน่อย

ผลการศึกษา พบว่า

1. เราใช้วิธีดักหน้าไว้ก่อนเลย  เช่นเรารู้วงจรของธุรกิจว่าใช้เวลากี่ปีๆ  เราก็คำนวณไปล่วงหน้าว่าอีกกี่ปีจึงจะถึงรอบขาขึ้น  แล้วเราก็จ้องตลอดว่ามัน  ใช่ หรือยัง

2. สัญญาณที่บอกว่า ใช่  ก็เช่น  บริษัทเริ่มได้กำไรมากขึ้น และมากขึ้นอย่างชัดเจนด้วยนะ

3. เช็คข่าวว่าบริษัทอื่นที่ทำธุรกิจคล้ายๆกัน ได้กำไรมากขึ้นเหมือนกันหรือเปล่า (ถ้าเป็นกลุ่มสากลมักจะได้กำไรไปด้วยกัน  แต่ถ้าเป็นกลุ่มท้องถิ่นจะยากหน่อย อาจจะค่อยๆทยอยกันมาก็ได้)

4. เช็คยอดขาย  อันนี้จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ  ร่วมกับสต็อคสินค้าเริ่มลดลง  

5. เช็คบทวิเคราะห์ทั่วโลก(กลุ่มท้องถิ่นจะทำแบบนี้ไม่ได้  แต่กลุ่มสากลจะทำได้ง่าย  และงานนี้จะไม่มีใครเป็น inside ตัวจริง  ทุกคนจะพอๆกันเป็นการลดความเสียเปรียบ)

6. บทวิเคราะห์ที่ว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อน  เพราะนักวิเคราะห์เองก็อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน(ระแวงไว้หน่อยก็ดีครับ) เขาอาจจะใช้ความเห็นมากกว่าข้อเท็จจริงก็ได้  หรืออาจจะใช้ข้อเท็จจริงแต่นำเสนอข้อเท็จจริงไม่หมด  หรือจริงๆแล้วเจตนาบริสุทธิ์แต่รู้ไม่หมด ไม่รอบด้านพอ  จึงต้องเช็คงานวิจัยจากสถาบันการศึกษาด้วยจะเชื่อถือได้มากกว่า

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Sun Oct 29, 2006 5:06 am

แต่หลักการนี้  ใช้ไม่ได้กับหุ้นวัฏจักร  เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทแค่ประคองตัวไม่ให้เจ๊งในช่วงที่เลวร้ายของวัฏจักรก็ถือว่าดีแล้ว  และเมื่อรอบขาขึ้นมาถึง  บริษัทเหล่านี้จะทำกำไรได้จนคุ้มค่าที่รอคอยเลยทีเดียว
หลักการตรงนี้ ผมมีประสบการณ์กับกลุ่มสถาบันการเงินคือ ธนาคารพาณิชย์ ช่วงลดค่าเงินบาทและปิดสถาบันการเงิน ถ้าธนาคารพาณิชย์ที่สามารถอยู่รอดโดยไม่ถูกปิดไปในช่วงนั้น และประคองสถานการณ์มาได้

กลับไปดูย้อนหลังได้ BBL KBANK SCB BAY นับจากวันตกต่ำจนถึงวันนี้ ก็หลายเด้งเอาการครับ บางตัวเคยมีราคาต่ำกว่า PAR และ Book Value มากโข แต่นักลงทุนในช่วงนั้น หนีตายเลยครับ เพราะ เผชิญกับภาวะ การตกงานของ White Collar จำนวนมาก ไม่มีใครกล้าเข้าไปลงทุนในช่วงเวลาดังกล่าว แต่ถ้าใครกล้าจนถึงวันนี้ก็รับทรัพย์ไปมากโขครับ  :lol:

หรืออย่าง KK นั้น ขนาดเกือบถูกปิด และเป็น 2 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ทางการยอมให้เปิดต่อ ตอนนั้นใครจะไปคิดว่า ราคาเคยตกต่ำเหลือ 2-3 บาท แต่พอหลุดวิกฤตตรงนั้น กำไรก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก จนราคาปัจจุบันขึ้นไปกว่า 10 เด้ง คือ 30 กว่าบาทมาแล้ว

เห็นด้วยกับคุณสามัญชนครับ ในประเด็นนี้

ตรงประคองไม่ให้เจ๊งนี่หละครับ ทำเอานักลงทุนในช่วงนั้น 2 จิต 2 ใจ เพราะก็เห็น ๆ อยู่ว่า หลายธนาคารถูกปิดในช่วงนั้น ผสมโรงกับ Finance เกือบ 60 แห่งที่ถูกปิดตัวในช่วงเวลาดังกล่าว

ถามว่า ถ้าย้อนกลับไปช่วงเวลาดังกล่าวจริง ๆ ช่วงเวลานั้น ต้องบอกว่า Risk สูง ผลตอบแทนสูงจริง ๆ ครับ


User avatar
Rocker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4135
Joined: Wed Apr 06, 2005 11:28 pm

Posts by Rocker » Sun Oct 29, 2006 4:10 pm

[quote="สามัญชน"]วิธีเลือกจังหวะซื้อขาย

ปีเตอร์ ลินช์


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Oct 29, 2006 7:49 pm

ดักหน้าหมายถึงใช้วิธีจ้องไว้ก่อนอ่ะครับ  ไม่ถึงกับซื้อดัก  เพราะถ้าซื้อแล้วปรากฏว่ายังไม่ใช่ของจริงเราอาจจะขาดทุนก็ได้  (เพราะระยะเวลาของวงจรเหล่านี้ไม่ถึงกับเป็นตัวเลขเดิมเป๊ะๆ  สามารถคลาดเคลื่อนได้พอสมควรครับ)

พองบออกครั้งที่ 1. ถ้าปรากฏว่าเป็นไปตามคาด เราสามารถเริ่มกระบวนการข้อ 2-6 ได้เลย  อาจจะไม่ต้องรองบQที่ 2 ,3

โดยส่วนใหญ่ช่วงนี้ราคาหุ้นมักจะยังไม่ขึ้นมากครับ

ถ้าเป็นปีเตอร์ ลินช์ เขาอาจจะรอให้ราคาขึ้นไปหนึ่งเด้งเสียก่อนเพื่อความชัวร์แล้วค่อยไล่ซื้อครับ

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sun Oct 29, 2006 8:21 pm

เข้ามาเรียนได้อะไรเยอะเลยครับ ขอบคุณพี่หมอมากๆครับ :D

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Sun Oct 29, 2006 8:24 pm

มาเรียนจากคุณหมอศรรามด้วยคนครับ :cheers:


thawattt
Verified User
Posts: 1141
Joined: Wed Jan 25, 2006 6:06 pm

Posts by thawattt » Sun Oct 29, 2006 8:57 pm

ดักหน้าหมายถึงใช้วิธีจ้องไว้ก่อนอ่ะครับ  ไม่ถึงกับซื้อดัก  เพราะถ้าซื้อแล้วปรากฏว่ายังไม่ใช่ของจริงเราอาจจะขาดทุนก็ได้  (เพราะระยะเวลาของวงจรเหล่านี้ไม่ถึงกับเป็นตัวเลขเดิมเป๊ะๆ  สามารถคลาดเคลื่อนได้พอสมควรครับ)
ขออนุญาตคุณหมอสอบถามเพิ่มเติมนะครับ

กรณีที่เรารอผลการดำเนินงาน แล้วปรากฏว่า ผลงานมันกระเตื้องขึ้นก็จริง แต่ยังไม่เสถียร กล่าวคือ ฟื้นไตรมาส 1 และชลอต่อในไตรมาสถัดมา เป็นต้น แบบนี้ควรทำอย่างไร

หรือผลงานยังไม่เห็นเด่นชัดเลย แต่มีข้อมูลว่ามีการขยายกิจการมาก และราคาก็ปรับขึ้นอย่างแรง ผมเคยเจอกิจการโรงแรมแห่งหนึ่งคือ โรงแรมช้าง ผลงานก็ยังไม่ออกมาว่าจะดีมาก ๆ  แต่ก็มีการเก็งกำไรเข้าไปดักรอ จนขึ้นไปเกือบเด้งกว่า ๆ เป็นต้น แล้วผลงานก็เริ่มออกมาดี แต่ราคาก็ขึ้นไปรอรับเรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้ว

ไม่รู้ว่า จังหวะการดักรอนั้น ในทางปฏิบัติ มันจะดักรอได้จริงหรือไม่

ถ้าดักรอไม่ทัน มันก็ขึ้นไปรอรับเรียบร้อย คนวงในมักจะรู้ข้อมุลตรงนี้ก่อนครับ

แต่ถ้าดักรอผิด ก็มีโอกาสติดดอยสูงเหมือนกัน

ตรงนี้หละครับ จะ Balance อย่างไรดีครับ

สรุปคือ

รอชัวร์ ๆ คนอื่น ๆ ก็แย่งกันซื้อเมื่อเริ่มชัดเจนมาก ๆ
ไม่รอดักซื้อก่อน ก็มีโอกาสติดดอยครับ


Viewtiful Investor
Verified User
Posts: 1477
Joined: Sun Dec 05, 2004 2:22 pm

Posts by Viewtiful Investor » Mon Oct 30, 2006 7:05 am

ขออนุญาต Save ไว้อ่านแก้ความอยากนะครับ

เมื่อไหร่เมืองไทยมี Option รายหุ้น คงได้รวย(เจ็ง)กันจาก Cylical Stock แบบสุดๆไปเลย :lovl:

I do not sleep. I dream.

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Oct 30, 2006 9:55 am

thawattt wrote
กรณีที่เรารอผลการดำเนินงาน แล้วปรากฏว่า ผลงานมันกระเตื้องขึ้นก็จริง แต่ยังไม่เสถียร กล่าวคือ ฟื้นไตรมาส 1 และชลอต่อในไตรมาสถัดมา เป็นต้น แบบนี้ควรทำอย่างไร
ตรงนี้ในทางปฏิบัติ  เมื่อเราทำข้อ 2-6 เราก็จะได้คำตอบครับว่ามันจะเสถียรหรือไม่  ถ้าคิดว่าไม่เราก็อาจจะยังไม่เสี่ยง  แต่ถ้าใช้ก็ลุยเลย
หรือผลงานยังไม่เห็นเด่นชัดเลย แต่มีข้อมูลว่ามีการขยายกิจการมาก และราคาก็ปรับขึ้นอย่างแรง ผมเคยเจอกิจการโรงแรมแห่งหนึ่งคือ โรงแรมช้าง ผลงานก็ยังไม่ออกมาว่าจะดีมาก ๆ  แต่ก็มีการเก็งกำไรเข้าไปดักรอ จนขึ้นไปเกือบเด้งกว่า ๆ เป็นต้น แล้วผลงานก็เริ่มออกมาดี แต่ราคาก็ขึ้นไปรอรับเรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้ว
โรงแรมอยู่ในกลุ่มวัฏจักรท้องถิ่นซึ่ง
- ความแม่นยำในการพยากรณ์  มีน้อย เพราะขึ้นกับทำเล  อุปสงค์/อุปทาน ในประเทศด้วย  และการเปลี่ยนแปลงใดๆมีผลกระทบต่อการพยากรณ์มาก
จึงเป็นข้อจำกัดพอสมควรครับ  ผมจึงแก้ปัญหาโดยไม่ไปยุ่งกับมันครับ  เว้นเสียแต่เราจะมี inside

สำหรับคนบ้านนอกอย่างผม  จึงชอบกลุ่มวัฏจักรสากลครับ

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Mon Oct 30, 2006 10:01 am

สามัญชน wrote:สำหรับคนบ้านนอกอย่างผม
เดี๋ยวนี้กลายเป็นประโยคคลาสสิกที่ฟังดูเก๋ไก๋ไปแล้ว  :wink:

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

nam
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1386
Joined: Mon Nov 14, 2005 12:06 am

Posts by nam » Mon Oct 30, 2006 10:06 am

ส่วนใหญ่ คนบ้านนอก ในเวบนี้ มีคอกนาหมื่นไร่ทั้งนั้น
ยกเว้นข่อย มี100 ตรว. (น้ำไม่ท่วม) :)


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Oct 30, 2006 10:07 am

แต่อีกไม่นานผมจะไปอยู่กรุงเทพครับ  เมื่อนั้นข้อจำกัดนี้จะลดลง(หรือเปล่าไม่รู้  แต่ที่รู้ๆคือ  หมดข้ออ้างแว้ว....) :la:

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
khun_parinya
Verified User
Posts: 176
Joined: Sat Jun 18, 2005 8:27 pm

Posts by khun_parinya » Tue Oct 31, 2006 12:38 pm

"สันดานหุ้นวัฐจักร" เป็นสิ่งที่ต้องใช้การทอยลูกเต๋าเท่านั้นครับ เพื่อทำความเข้าใจมัน


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Tue Oct 31, 2006 12:42 pm

[quote="สามัญชน"]แต่อีกไม่นานผมจะไปอยู่กรุงเทพครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

nowkung
Verified User
Posts: 208
Joined: Tue Feb 28, 2006 5:28 pm

Posts by nowkung » Wed Nov 01, 2006 11:05 am

ขอ  :bow:  คุณสามัญชนครับ

ตลาดหุ้นให้โอกาสกับคนโง่ๆเสมอ

User avatar
apichai214
Verified User
Posts: 206
Joined: Thu Mar 02, 2006 8:34 pm

Posts by apichai214 » Thu Nov 02, 2006 2:49 pm

ถ้า พี่หมอสามัญชน เข้ามากทม.เมื่อไหร่   จัดอบรม เรื่องหุ้นวัฏจักร ผมขอจอง 1 ที่นะครับ :cheers:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Thu Nov 02, 2006 3:28 pm

ที่นี้......มีกรณีตัวอย่างมาพอดี   อยากทราบความคิดเห็นจากเพื่อนๆครับว่าคิดกันยังไงบ้าง

กรณี  ATC ครับ  งบออกแล้วสวยงามมากทีเดียว  เพื่อนๆคิดกันยังไงบ้าง

ไม่มีถูกไม่มีผิด สบายใจได้ครับ.........

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

Viewtiful Investor
Verified User
Posts: 1477
Joined: Sun Dec 05, 2004 2:22 pm

Posts by Viewtiful Investor » Thu Nov 02, 2006 6:27 pm

ATC ออกมาดี WG น่าจะขายของได้ราคาดีด้วยหรือเปล่าครับ?

เขินที่ถือ WG จัง ด่าไว้เยอะเรื่องขี้เหนียวปันผล แต่ซื้อเมื่อไหร่ก็กำไร เลยต้องมีไว้ให้อุ่นใจ ทั้งๆที่ไม่ได้วิเคราะห์อะไรลึกซึ้งเลย  :oops:

I do not sleep. I dream.

007-s
Verified User
Posts: 2496
Joined: Sat Feb 04, 2006 11:38 am

Posts by 007-s » Thu Nov 02, 2006 6:40 pm

เกือบพลาดกระทู้ดีๆแบบนี้ไปเสียแล้ว
ขอเข้ามาเรียนด้วยคน


ขอบคุณมากค่ะ

:D


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Thu Nov 02, 2006 9:41 pm

[quote="สามัญชน"]ที่นี้......มีกรณีตัวอย่างมาพอดี

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

sunrise
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2265
Joined: Mon Oct 11, 2004 10:57 am

Posts by sunrise » Fri Nov 03, 2006 9:21 am

ATC
จังหวะเด้งในขาลงครับ
ผมเชื่อว่า วงจรมันหมดแล้ว แต่ว่าเป็นการลงอย่างช้าๆ แล้วจะมีสะอึก ดีๆหายๆ เป็นพักๆ

เหมือนหุ้น เรือคงมีดีๆหายๆ เป็นพักๆ
แต่เพื่อนที่ถือหุ้นเรือตู้
ผมฟันธงให้ขายมันให้หมดนะครับ
บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็ขาดทุน
ค่าระวางก็ลดลงอย่างน่าใจหาย
ค่าน้ำมันก็ยังแพงอยู่ พวก surcharge ที่จะมารองรับ ก็ไม่พอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ในอีก 3ปีข้างหน้า
มีแต่เรือใหญ่ยักเข้ามาวิ่งให้คนปวดหัวว่าจะหาของมาloadขึ้นมันได้ยังไง
supply over demand
อย่างไม่น่าเชื่อ ผมว่าจะเป็นรอบลงของ เรือตู้อย่างชัดเจนละครับ

ส่วนเรือเทกอง
จะไปได้เรื่อยๆ เพราะว่าคนต่อเรือเทกองไม่ได้
ท่าต่อเรือเอากำลังไปต่อเรื่อตู้หมด
ดังนั้น เรือเทกองน่าจะประครองตัวได้อีกระยะหนึ่งสบายๆ แต่คงไม่โตมากๆ ให้เห็นอีกแล้วครับ

ถ้าเล่นหุ้นวงจร เล่นช่วงวงจรใหญ่ของมันดีกว่าครับ

การลงทุนคือความเสี่ยง
แต่ความเสี่ยงสูงคือ ไม่รุ้ว่าอะไรคือจุดชี้เป็นชี้ตายของบริษัท
ความเสียงสุงที่สุด คือ ไม่รู้ว่าเลยว่าตัวเองทำอะไรอยู่

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sat Nov 04, 2006 11:55 pm

naris บอกว่า
1เงินทุน ที่เข้าไปหาผลประโยชน์จากการขึ้นลงของโภคภัณฑ์ เช่นการจ้างวานหรือแกล้งหยุดกำลังการผลิต หรือการกว้านซื้อสินค้าในตลาดล่วงหน้าทำให้สต็อคหายไป ทั้งๆที่มันไม่ได้หายไปไหนเลย(เพื่อให้เป็นข่าวเกี่ยวกับกับsupplyที่ลดลง)
คิดเหมือนกันเลยครับ  ผมว่าเรื่องเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้และเกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย  (ยกเว้นผู้บริโภค)

ผมเคยคิดว่าในเรื่องสังกะสีนั้น demand ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านตัน  supply อยู่ที่ 10.6 ล้านตัน (ตัวเลขสมมติครับแต่ก็ใกล้เคียง)

ปริมาณที่แตกต่างกันเพียงปีละสี่แสนตันเท่านั้นเองที่ผลักดันให้ราคาสังกะสีเพิ่มขึ้นจาก 1,000 เหรียญ/ตัน  เป็น 4,000 เหรียญต่อตัน  จะเห็นว่าเพิ่มขึ้นมหาศาลมากลองเอา (11,000,000*4,000)  ทีนี้สมมติว่าจะมีเหมืองใหม่หลายๆเหมืองเกิดขึ้นและสามารถผลิตได้ แปดแสนตัน(สมมติ)และจะทำให้ราคาสังกะสีร่วงไปอยู่ที่ 1,000 เหรียญ/ตันเหมือนเดิม(11,000,000*1,000) ต่างกันถึง 33,000,000,000(สามหมื่นสามพันล้านเหรียญ) ถ้าผมเป็นเจ้าของเหมืองหรือกองทุน hedgefund  ทำไมผมจะไม่ยอมจ้างให้เขาหยุดความคิดที่จะผลิตเสียล่ะ

ถ้าผมไม่อยากลงเงินคนเดียว  ผมหาสมัครพรรคพวกมาลงขันก็ได้  ก็เจ้าของเหมืองสังกะสีทั้งหมดนั่นแหละลงขันกัน  เราก็จ้างคนที่จะผลิต  สมมติว่าคุณจะผลิตแปดแสนตันใช่ไหม  คุณเอาไปเลย 800,000*4,000 (ใช้เงินเพียงสามพันสองร้อยล้านเหรียญ)โดยไม่ต้องเหนื่อยและเสี่ยง ที่จริงใช้เงินแค่ครึ่งเดียวก็ได้ผลแล้ว  ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย  แม้สุดท้ายจะฮั้วแตกก็ตาม แต่ยิ่งยืดระยะเวลาออกไปได้นานเท่าไหร่ก็ได้ประโยชน์นานเท่านั้นซึ่งดีกว่าไม่ยืดเลย

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Sun Nov 05, 2006 12:01 am

sunrise wrote
ATC
จังหวะเด้งในขาลงครับ
ผมเชื่อว่า วงจรมันหมดแล้ว แต่ว่าเป็นการลงอย่างช้าๆ แล้วจะมีสะอึก ดีๆหายๆ เป็นพักๆ
เห็นด้วยครับ

กรณีนี้จึงไม่ผ่านตั้งแต่ข้อ1.ที่บอกว่า
เราใช้วิธีดักหน้าไว้ก่อนเลย  เช่นเรารู้วงจรของธุรกิจว่าใช้เวลากี่ปีๆ  เราก็คำนวณไปล่วงหน้าว่าอีกกี่ปีจึงจะถึงรอบขาขึ้น  แล้วเราก็จ้องตลอดว่ามัน  ใช่ หรือยัง
โดยในส่วนปิโตรเคมีนั้นได้เริ่มอยู่ในช่วงขาขึ้นของธุรกิจมาประมาณ3-4ปีแล้ว(จากรอบเดิมซึ่งยาวนานเป็นสิบๆปี)

มีผู้รู้บางท่านบอกว่าช่วงปี 2550นี้จะเริ่มเป็นช่วงขาลงแต่จะลงสั้นๆประมาณ 3-4ปีก็จะกลับเป็นขาขึ้นอีก  โดยบอกว่าวัฏจักรปิโตรเคมีหนึ่งรอบจะกินเวลาประมาณ 7 ปี  

แต่ในความเห็นผมนั้นเห็นว่าน่าจะยาวนานกว่านี้มากเพราะประวัติศาสตร์เป็นอย่างนั้น  และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเคมีล้วนแล้วแต่เคยผ่านช่วงเวลาขาลงติดต่อกันอย่างยาวนานทั้งสิ้น  อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ  หลังจากวัฏจักรขาขึ้นครั้งนี้  ประเทศต่างๆก็เริ่มสนใจลงทุนในด้านนี้เพิ่มขึ้นโดยมีทั้งเปิดบริษัทใหม่และขยายกิจการของบริษัทเดิม  

ผมจึงเดาว่า supply จะเพิ่มขึ้นมหาศาลทั้งจากจีน อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น (เพื่อนๆที่สนใจสามารถหาอ่านได้ใน 56-1ของ ATC)ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเป็นขาลงของธุรกิจปิโตรเคมีอีกยาวนานซ้ำรอยประวัติศาสตร์เดิมๆ

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

User avatar
Rocker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4135
Joined: Wed Apr 06, 2005 11:28 pm

Posts by Rocker » Mon Nov 06, 2006 1:14 am

เห็นเช่นที่ท่านหมอสามัญชนว่าแล้วผมถึงบางอ้อเลยยย  :bow:

เลยไม่แปลกใจเลยว่าทําไม OPEC ถึงลดกําลังการผลิต นํามัน ลง อีกทั้งมีข่าวสงครามในตะวันออกกลางและความรุนแรงที่จะกระทบ ออกมาเป็นระยะๆ

ท่านพี่หมอสามัญครับ ขอ case studyเพิ่มหน่อยครับกรณีที่applyกับ
commodities ได้หลายๆประเภทอะครับ   :bow:


User avatar
Rocker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4135
Joined: Wed Apr 06, 2005 11:28 pm

Posts by Rocker » Mon Nov 06, 2006 1:33 am

สามัญชน wrote:sunrise wrote
เห็นด้วยครับ

กรณีนี้จึงไม่ผ่านตั้งแต่ข้อ1.ที่บอกว่า
เราใช้วิธีดักหน้าไว้ก่อนเลย


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Nov 06, 2006 10:34 pm

Rocker asked
ท่านพี่หมอสามัญครับ ขอ case studyเพิ่มหน่อยครับกรณีที่applyกับ
commodities ได้หลายๆประเภทอะครับ  
เริ่มที่ประเภทท้องถิ่นนะครับ  อย่างในกลุ่มอสังหานั้น  รอบอาจจะสั้นกว่า  บางทีประมาณ 4-5 ปีก็อาจจะกลับมาอีกแล้ว  ปัจจัยที่มีผลก็เช่น ดอกเบี้ยปัจจุบันคงไม่ขึ้นไปอีก  อาจจะคงตัวหรืออาจจะลดลงก็ได้(ฟังข่าวเมื่อวานนี้ครับ)

แต่ด้วยความที่เป็นท้องถิ่น  เราจึงควรรู้ทำเลที่ตั้ง  การจราจร เพราะเรื่องเหล่านี้มีผลกับยอดขายสูง  ถ้าเราไม่รู้ก็จะเป็นการเสี่ยง (ซึ่งตัวผมไม่รู้) แต่ถ้าใครรู้ก็จะน่าสนใจ และที่ผ่านมา 2-3 ปี อสังหาเจ็บหนัก(จากเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ดอกเบี้ยขาขึ้น วัตถุดิบแพง) ราคาจึงค่อนข้างถูก  แต่ก็ต้องลงละเอียดเป็นตัวๆ เช่น PRIN เป็นต้น ส่วนกลุ่มวัสดุก่อสร้าง  ยานยนต์  หลักทรัพย์  โรงพยาบาล ก็แตกต่างกันในรายละเอียดและระยะเวลาเหมือนกันครับ

ส่วนประเภทสากลซึ่งรอบยาวๆและใหญ่ๆนั้น  ผมยังหาหุ้นไม่เจอ  เท่าที่เห็นแม้กลุ่มเหล็กจะราคาถูกมากๆ  ต่อให้ Q3 นี้กำไรออกมาสวยงามสุดๆก็ยังไม่ค่อยน่าสนใจนักเพราะโอกาสเป็นขาลงของรอบใหญ่มีมากกว่า  เว้นเสียแต่จะซื้อตัวที่ถูกมากๆในฐานะหุ้นก้นบุหรี่  เช่น GSTEEL (ถ้างบสวยนะครับ ถ้าไม่สวยก็ผ่านไป) เป็นต้น

ทุกความเห็นย่อมเปลี่ยนไปตามความรู้ การเรียนรู้ย่อมไม่มีจุดสิ้นสุด

phobenius
Verified User
Posts: 1976
Joined: Sun Nov 16, 2003 11:40 am

Posts by phobenius » Tue Nov 07, 2006 12:29 am

[quote="สามัญชน"]Rocker asked


Saitthasak
Verified User
Posts: 174
Joined: Fri Oct 01, 2004 9:50 pm

Posts by Saitthasak » Sun Jan 28, 2007 10:58 am

เก็บไว้อ่าน


Post Reply