พี่ Jeng ขอรายชื่อ 7 เซียนซามูไรหน่อยครับ (Please&ซิลวูเ

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
User avatar
นาย อนุสรณ์ สวัสดี
Verified User
Posts: 143
Joined: Sun Jun 22, 2003 11:53 pm

พี่ Jeng ขอรายชื่อ 7 เซียนซามูไรหน่อยครับ (Please&ซิลวูเ

Posts by นาย อนุสรณ์ สวัสดี » Mon Sep 15, 2003 10:10 am

เมื่อวานจำได้ว่ามีคนพูดขอพี่ แล้วผมก็ดันพูดแทรกขึ้นมา เดี๋ยวผมจะโดนสาปแช่งเอา ถ้าโดนสาปทั้งวงก็คำสาปแรงเป็น 7 -8 เท่า น่าขนลุกครับ พี่ช่วยผมหน่อยนะ

จริง ๆ ผมก็อยากได้ด้วยแหละ แต่ผมเล็งแค่ตัว O_ _ ครับ

เมื่อวานพี่พูดได้สนุกมากครับ ได้สาระด้วย

เมื่อวานพอฟังเสร็จ ผมก็ได้ไปซื้อหนังสือ ราคาหุ้นและการปรับโครงสร้างทางการเงิน ของ คุณอุทัย อัศวารักษ์ fpm consultant เล่มแดง ๆ มาอ่านครับ เมื่อก่อนเคยเห็นครับ แต่คิดว่าไม่เกี่ยวกับการสะสมหุ้น คิดว่าเป็นของพวกผู้บริหารกิจการ ตอนนี้เลยตาสว่างเลยครับ เราต้องทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของกิจการ ต้องขนาดคำนวณได้ตามหนังสือเลย แล้วผมว่าจะไปหา Workbook ที่พี่บอกไว้ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยด้วยครับ

ขอบคุณสำหรับความรู้และความสนุกสนานครับ
อันนี้ของคุณถึงพี่ Mon Money และพี่ VIB007 ด้วยครับ

อนุสรณ์

ปล. สงสัยว่าผมจะนิสัยคล้าย ๆ พี่ VIB007 ครับ ชอบเก็บหนังสือ :D


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 10:15 am

พี่เคยค้น ROE ทั้งตลาดว่ามีตัวไหน ROE สูง เกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ปรากกฏว่าเจอ 7-8 ตัว

คือ TPCORP SGF FANCY VNG OCC OHTL

อีก 1 - 2 ตัวจำไม่ได้ ถ้าใครรู้ช่วยบอกด้วย

แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาปัจจุบันน่าซื้อ เพียงแต่บอกได้ว่าเป็นกิจการที่น่าจะเป็น DCA = Durable competitve advantage

น่าจะเป็น แต่จะเป็นหรือไม่ต้องไปดูอีกที

จริงๆแล้วที่อเมริกา เฉลี่ย ROE เกิน 12 ถือว่าดี

ในเมืองไทย เกิน 20 เกิน 25 ถือว่าเยี่ยมแล้วครับ


User avatar
นาย อนุสรณ์ สวัสดี
Verified User
Posts: 143
Joined: Sun Jun 22, 2003 11:53 pm

Posts by นาย อนุสรณ์ สวัสดี » Mon Sep 15, 2003 10:19 am

ขอบคุณครับพี่ Jeng ตอบทันใจเลย

ส่วนอีก 1 - 2 ตัว ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยววันนี้ผมจะลองไปไล่ดูในหนังสือพิมพ์กรุงเทพ ฯ ธุรกิจครับ ว่าตัวไหนเกิน 30 บ้าง ผมจะลองเอามา Post เทียบดูครับ

อนุสรณ์


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 10:22 am

อนุสรณ์ ถ้าเอาเกิน 25 ทั้งตลาดมีกี่ตัว น่าจะดีกว่า เดี๋ยวพี่จะทำด้วย

แต่ควรดูย้อนหลังว่า ต้องเกิน 25 อย่างน้อย 3 ปี คือปี 2002 2001 2000 ครับ


User avatar
นาย อนุสรณ์ สวัสดี
Verified User
Posts: 143
Joined: Sun Jun 22, 2003 11:53 pm

Posts by นาย อนุสรณ์ สวัสดี » Mon Sep 15, 2003 10:27 am

รับทราบครับผม เดี๋ยววันนี้จะเข้าไปค้นในห้องสมุดครับ ผมคงดูหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจฉบับวันจันทร์เป็นหลักครับ คง post ได้ตอนดึก ๆ ครับ

อนุสรณ์


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Sep 15, 2003 10:41 am

ผมขอแย้งนิดหนึ่งนะครับ คิดว่าคงไม่โกรธกันนะครับ เรื่อง ROE นี่ ผมเห็นว่ามันไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไรกันการคำนวณ เนื่องจากว่า มาตรฐานในการลงบันทึกมูลค่าสินทรัพย์แต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน ซึ่งส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นแต่ละบริษัทไม่มีมาตรฐานเดียวกันด้วย เช่น มูลค่าที่ดิน บางบริษัทก่อตั้งมานาน ซื้อที่ดินมากว่า 30 ปี บันทึกราคาซื้อเมื่อ 30 ปีก่อน อาจจะแค่ 100 ล้านบาท แต่ราคาตลาดปัจจุบันอาจจะสูงถึง 1000 ล้านบาท ส่วนผู้ถือหุ้นก็ต่ำกว่าความเป็นจริง เทียบกับอีกบริษัทที่เพิ่งก่อตั้ง ซื้อที่ดินเมื่อไม่นานเท่าไร ราคาที่บันทึกก็สูงใกล้เคียงกับราคาตลาด เมื่อนำ ROE ทั้งสองบริษัทมาคำรนวณตัวเลขตามบัญชี บริษัทแรกอาจจะมีค่า ROE สูงกว่า เนื่องจาก E นั้นบันทึกต่ำกว่ามูลค่าที่แม้จริง ทั้งๆที่อาจจะบริหารไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับบริษัทหลังก็ได้ แต่เนื่องจากการบันทึกมูลค่าที่ดินต่ำกว่าความเป็นจริง ภาพที่ออกมาจึงผิดเพี้ยนไป ดังนั้นเราไม่ควรที่จะวิเคราะห์บริษัทด้วยตัวเลขตามบัญชีอย่างง่ายๆ แล้วเลือกลงทุนนะครับ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 10:46 am

เห็นด้วยครับ คุณ chatchai ว่าต้องดูในรายละเอียดอีกที

แต่ที่คุยกับน้องอนุสรณ์ ไว้ คือเรากำลังพยายามมองหา ว่าหุ้นในตลาด ทั้ง 400 กว่าตัว มี กี่ตัวที่ ROE สูงๆ ครับ เช่นเราอาจจะได้ว่า มี 50 ตัวที่ ROE สูงกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ และต้องติดต่อกัน อย่างน้อย 3 ปี

แล้วเราค่อยมาดูเรื่องอื่นๆอีกครับ


User avatar
นาย อนุสรณ์ สวัสดี
Verified User
Posts: 143
Joined: Sun Jun 22, 2003 11:53 pm

Posts by นาย อนุสรณ์ สวัสดี » Mon Sep 15, 2003 10:51 am

เรื่องราคาที่ดิน คงต้องรบกวนคุณอ้อแล้วครับ เพราะเมื่อวานได้นั่งโต๊ะเดียวกับคุณอ้อ เห็นว่าคุณอ้อเรียนมาทางประเมินราคาที่ดินที่เอแบค คุณ genie ครับ รบกวนให้คุณอ้อ มาวิจารณ์รายชื่อได้ไหมครับ หรือถ้า คุณ chatchai จะช่วยประเมินให้ได้ไหมครับ แต่ผมเอารายชื่อมาลงก่อน ตอนดึก ๆ แล้วค่อยคัดกันอีกทีว่าจะต้องเอาตัวไหนออก ตัวไหนเข้า คงต้องเอาวันที่ประเมินราคา กับทรัพย์สินมาคิดด้วยตามที่คุณ chatchai บอกครับ :idea:

อนุสรณ์ :D


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Sep 15, 2003 11:04 am

ผมก็ไม่ทราบเรื่องการประเมินราคาที่ดินหรอกครับ เพียงแต่เตือนไว้นะครับ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่รายการที่ดินเท่านั้น เราควรจะตรวจสอบคุณภาพสินทรัพย์รายการใหญ่ๆให้ละเอียดด้วยครับ ไม่ว่า ลูกหนี้การค้า สินค้าคงคลัง เงินลงทุนระยะสั้น เงินลงทุนบริษัทย่อยและบริษัทร่วม หรือแม้กระทั่งสินทรัพย์อื่น คุณรู้ไหมบางบริษัทสามารถนำค่าโฆษณามาลงเป็นสินทรัพย์ได้ด้วยนะครับ แทนที่จะเป็นค่าใช้จ่าย


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 11:07 am

ปกติแล้ว ผมอยากจะดู

1. ROE สูง และโต และโตต่อเนื่องหรือไม่
2. EPS สูง และโต และโตต่อเนื่องหรือไม่
3. FCF มากหรือไม่
4. DCF เพื่อหา intrinsic value กำลังทำอยู่ จากความช่วยเหลือของภรรยา
5. หนี้สินสูงหรือไม่
6. คู่แข่งเยอะหรือไม่
7. เป็น DCA = Durable competitive advantage หรือไม่

แล้วค่อยมาว่ากันว่า ราคาปัจจุบันน่าซื้อหรือไม่

ถ้ามีอะไรอีก คุณ chatchai ช่วยเสริมด้วยนะครับ

เอาแบบที่คุณ chatchai คิด เรียงเป็นข้อๆ ก็ดีเหมือนกัน ว่าดูอะไรก่อน


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Sep 15, 2003 11:16 am

ผมขอเสริมเรื่องการจ่ายเงินปันผลด้วยครับ เนื่องจากผมไม่มีเงินเดือนครับ ต้องรับเงินปันผลมาใช้ประทังชีวิต และที่สำคัญอีกจุดครับ คือประวัติการบริหาร ไม่เพียงแต่เรื่องธรรมาภิบาลเท่านั้นนะครับ อาจจะมีเรื่องการบริหารทางการเงินด้วยว่ามีฝีมือแค่ไหน โดยดูจากงบกระแสเงินสดครับ ถ้าคุณดูงบกระแสเงินสดแล้วคุณจะรู้ว่ากำไรที่บริษัทได้มานั้นมีคุณภาพแค่ไหน สามารถแปรสภาพจากกำไรตัวเลขเป็นเงินสดมากน้อยแค่ไหน บริษัทได้เงินสดมาจากแหล่งใด และใช้เงินสดที่มีอยู่อย่างไร สอดคล้องและเหมาะสมหรือไม่ Cash is King


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 11:29 am

ผมขอเติมข้อที่คุณฉัตรชัยเสริมไว้นะครับ

1. ROE สูง และโต และโตต่อเนื่องหรือไม่
2. EPS สูง และโต และโตต่อเนื่องหรือไม่
3. FCF มากหรือไม่ และเปลี่ยนตัวเลขเป็นเงินสดได้มากแค่ไหน
4. DCF เพื่อหา intrinsic value กำลังทำอยู่ จากความช่วยเหลือของภรรยา
5. หนี้สินสูงหรือไม่
6. คู่แข่งเยอะหรือไม่
7. เป็น DCA = Durable competitive advantage หรือไม่
8. ดูเรื่องเงินปันผล
9. ดูผู้บริหาร พูดจริง ทำจริงได้แค่ไหน มีฝีมือ มีธรรมมาธิบาล แค่ไหน


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 1:15 pm

อืม อีก 2 ตัวนึกออกแล้ว

รู้สึกจะเป็น PTTEP กับ PSL

ครับ อนุสรณ์


ปีเตอร์ ชาง

Posts by ปีเตอร์ ชาง » Mon Sep 15, 2003 1:51 pm

อิอิ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 1:59 pm

แหม เห็นเรือแขก เป็นไม่ได้นะคุณ ปีเตอร์ ชาง อิอิ


ปีเตอร์ ชาง

Posts by ปีเตอร์ ชาง » Mon Sep 15, 2003 4:02 pm

ผมไม่ได้ อิอิ เรื่องเรือแขกนะครับ

ผมขำคุณเจ๋งนะสิ

คุณ jeng บอกว่าไม่เหมือนผม อิอิ แต่จริงๆ แล้วคุณ jeng เหมือนผมแทบทุกอย่างเลยครับ หมายถึงอาการหลังอ่านหนังสือใน series buffetology จบ

ปีที่แล้ว ผมก็ควานหาหุ้นด้วย ROE นี่แหละ

ตอนนี้ใช้ตัว ROE น้อยลงแล้ว แล้วก็เห็นสอดคล้องกับคุณ chatchai ครับ

ROE เป็นตัวเลขมหัศจรรย์นะครับ แฟนคุณ jeng เป็นนักบัญชีลองถามเขาดูเรื่องสมการของดูปองค์ครับ แล้วคุณ jeng จะเข้าใจ ROE ในอีกมิติหนึ่ง และรู้ว่ามันคืออะไร และมองกว้างๆจะเห็นว่า หุ้นที่มี ROE สูงๆนั้น เพราะอะไร บางตัวไม่ใช่ดีนะครับ เน่าเลยแหละ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 4:33 pm

แหมก็รู้อยู่ ถ้า E มันน้อยมากๆ แบบว่าขาดทุนมา มากๆ มันก็ต้องเน่า อยู่แล้ว

ส่วนสมการที่ว่า เดี๋ยวจะลองถามดู ไม่แน่ใจว่าเธอจะรู้หรือเปล่า เพราะเธอก็ทิ้งเรื่องวิเคราะห์มาเป็น 10 ปีแล้ว

อืม แต่ที่แน่ๆ เธอบอกว่า วอเรน บัพเฟต นี่เก่งจริงๆ ที่ใช้ ROE เป็นตัวแรกๆ และเธอบอกว่า ดัชนีตัวอื่นๆ ดูดีแต่คลาดเคลื่อนเยอะ ใช้การอะไรไม่ค่อยได้

ไม่รู้เหมือนกัน ผมก็อ่านอยู่เล่มเดียว

ถึงแม้อาการหลังอ่านจะเหมือนกัน แต่คงไม่เหมือนกันทีเดียว หลังจากการอ่านไปประมาณ 1 ปี

1. ผมยังโม้อยู่
2. ผมยังอ่านเล่มเดิมอยู่เลย แต่ได้มิติที่ลึกซึ้งขึ้นนะ

เพราะแรกๆผมอ่าน แล้วผมไม่ปิ๊ง ROE เลยครับ

ผมปิ๊ง EPS GROWTH ที่วิเคราะห์ย้อนหลัง 10 ปี แล้วทำนาย 10 ปีในอนาคต


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 5:22 pm

อิอิ ขอ debate เรือง ROE ต่อ เผื่อว่าผมจะได้ตาสว่างขึ้น

สำหรับผมแล้ว

ROE หรือ Return on equity คือ ความสามารถของผู้บริหาร ที่จะทำกำไร จากสินทรัพย์ ทั้งที่มีตัวตน และไม่มีตัวตน ให้เกิดเป็นกำไร

ที่คุณฉัตรชัยเตือนไว้ถูกแล้วว่า บางบริษัท ลงที่ดิน หรือ อย่างอื่นต่ำกว่ามูลค่า ทำให้ ROE สูง แต่ไม่แฟร์ เพราะจริงๆแล้ว ถ้าลงที่ดิน หรืออย่างอื่นตามจริง ROE จะต่ำ ข้อนี้ ดีครับ ผมจะระวัง

ที่คุณปีเตอร์ ชางเตือนไว้ว่า ROE สูงแต่บริษัทเน่า ข้อนี้ก็ดีครับ เพราะบริษัท ขาดทุนมานาน ทำให้ E น้อยมาก พอกำไรนิดเดียว ROE ก็จะสูง

ส่วนผมเอง เน้นดู ROE ตามหนังสือ The New Buffetology ครับ

หมายถึง กำลังหาบริษัทที่มี ROE สูง และสูงอย่างสม่ำเสมอ 10 ปี

เช่น ROE ตลอดระยะเวลา 10 ปี สูงเกิน 20 เปอร์เซ็นต์
เป็นต้น

คราวนี้ ROE สูงอย่างเดียวก็คงไม่พอ

เพราะตามหลักในหนังสือก็เน้น ว่า EPS ก็ต้องโต

เมื่อผมเข้าใจ ROE ว่าถ้ามีการปันผล แต่ยังคงรักษา ROE ไว้ได้คงเดิม แสดงว่ามี Growth ข้อนี้ได้เรียนรู้จาก คุณมน ครับ

สูตรที่คุณมนให้มา G = (1-D)*ROE

เช่น ROE เท่ากับ 30 ปันผล 20 เปอร์เซ็นต์
G = (1-.2)*30 = 24 เปอร์เซ็นต์

เมื่อดู EPS แล้วก็ต้องพิจารณาต่อว่า ถ้า ROE สูงแต่หนี้มาก ซึ่งไม่เข้าหลักในหนังสือแน่นอน

เพราะถ้าบริษัทเป็น Durable competive advantage จริง หนี้ต้องน้อยลงเรื่อยๆ

คือหมายถึงบางบริษัท ROE สูง แต่สูงเพราะกู้เงินมามาก เช่น 10 เท่าของกำไร ผมก็ไม่เอาครับ เพราะกว่าจะคืนเงินกู้ อาจจะต้องทำกำไร ไปคืนเงินกู้ เป็น 10 ปีเป็นต้น

สรุปคือ

1. ดู ROE ย้อนหลัง 10 ปี
2. ดู EPS ย้อนหลัง 10 ปี
3. ดูหนี้สิน
4. ดูเรื่องอื่น เช่นคู่แข่งเยอะหรือไม่ ผู้บริหาร หรืออะไรก็ได้ที่มีให้ดู

แต่ข้อ 1. กับ ข้อ 2. เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วครับ ว่าบริษัทนั้นๆ มีความสามารถจริงแค่ไหน

ไม่ทราบว่า คุณปีเตอร์ ชาง มีอะไรจะเสริมให้น้องๆ ที่เข้ามาใหม่ๆ เข้าใจอะไรเพิ่มเติมได้บ้างครับ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 5:37 pm

ระหว่างที่รอคำตอบจากคุณปีเตอร์ ชาง ที่ชอบทำให้ผมขำกลิ้ง เป็นรองเฉพาะเฮียปรัชญา

ผมขอเรียนถามคุณฉัตรชัย ต่อว่า

ในมุมมองของผม

ถ้ามีบริษัทหนึ่ง
ROE 30 เปอร์เซ็นต์ 10 ปีซ้อน
ปันผล 20 เปอร์เซ็นต์ 10 ปีซ้อน
EPS โตตลอด 10ปีซ้อน
และหนี้น้อยด้วย
ไม่ต้องเพิ่มทุน ไม่ต้องออกวอแร้น

ผมจะสรุปได้หรือไม่ว่าบริษัทนี้ ได้นำเงินสดส่วนที่เหลือไปต่อเงิน ให้ได้ผลตอบแทนกลับมาสู่ผู้ถือหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลา 10ปี

ผมจะสรุปได้หรือไม่ว่า FCF ของบริษัทนี้มีไว้เพื่อ ปันผล และเพื่อต่อเงิน

ผมจะสรุปได้หรือไม่ว่า บริษัทดังกล่าว มีการความสามารถในการทำกำไรจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ได้ดีอยู่แล้ว

หรือยังมีอะไรแอบแฝงอยู่จนกระทั่งเราต้องย้อนกลับไปดู FCF ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาอีก

ขอบคุณมากครับ ถามจริงๆนะครับ ไม่ได้ลองของ เพราะในหนังสือทั้ง 3 เล่มไม่ได้เน้น FCF เลย


User avatar
นาย อนุสรณ์ สวัสดี
Verified User
Posts: 143
Joined: Sun Jun 22, 2003 11:53 pm

Posts by นาย อนุสรณ์ สวัสดี » Mon Sep 15, 2003 7:40 pm

อืม ... คุยอะไรกัน.. ท่าทางจะยาก... :shock: ผมขอแปะที่หามาวันนี้ก่อนนะครับ... ถ้าผิดก็แก้ทีหลัง... แหะ ๆ :lol:

อยู่ที่หอสมุดกลาง จะหากรุงเทพธุรกิจก็มีคนหยิบไปอ่านซะแล้ว

จาก หนังสือพิมพ์ Post Today วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2546 หน้า B6
ถ้าเอาเฉพาะ ROE เกิน 25% มี 63 ท่าน

TAF KBANK DCC SCP SSI SSSC VNG ATC OCC ADVANC AIT SHIN KKC METCO DELTA PTT PTTEP BEC GMMM AEONTS ASSET FNS SGF POMPUI TIPCO TUF TVO UFM SIKRIN FANCY OGC BH DISTAR RCI SMPC STRD PRANDA PATKOL AJ CSC SE-ED SSPORT AMATA AP HEMRAJ LALIN LH NOBLE PF PLE SPALI PPPC CPH PG TPCORP ASIMAR PSL THAI TTA AH IRC STANLY BTC

แต่ถ้า 1. มีค่า ROE เกิน 25% และ
2. ปันผลมากกว่า 0
มีผู้เข้ารอบดังนี้
TAF DCC VNG OCC ADVANC SHIN DELTA PTT PTTEP BEC GMMM AEONTS ASSET FNS TIPCO TUF TVO FANCY OGC PRANDA PATKOL SE-ED AMATA AP LALIN LH NOBLE PLE PPPC PG TPCORP ASIMAR THAI TTA AH STANLY
รวม 36 ท่าน

พอจะไปหาข้อมูลหนังสือพิมพ์ย้อนหลัง เจ้าหน้าที่ห้องสมุดบอกไม่มี
หกโมงเย็นแล้ว ไปหาหนังสือรวมบริษัทจดทะเบียนที่เศรษฐศาสตร์ก็คงจะห้องสมุดปิดแล้ว
ว่าแล้วก็เล่น net ในห้องสมุดซะเลย เข้าไปดู set

เรามาคัดรอบสองดีกว่า ดูที่ความสม่ำเสมอของ ROE กับปันผล

ผู้เข้ารอบ 11 ท่าน พร้อมข้อมูลและเหตุผลครับ :D

Code: Select all

NAME              ROE    DIV Y%   P/BV   PRICE

TAF                  34.3      10.7          3.6        103.00   ปันผล 4 ปี ROE ดีขึ้นเรื่อย ๆ จาก 5 ไป 36
OCC                 38.1       4.1            2.9         12.20    ปันผล 4 ปี ROE ค่อนข้างคงที่ที่ 30 กว่า
DELTA            27.2       9.7            2.6         28.75   ปันผล 5 ปี ROE แกว่ง 20 - 30
PTTEP            34.1       4.2            2.6       161.00   ปันผล 4 ปี ROE ขึ้นจาก 12 ไป 30 กว่า
BEC                  30.4       3.5            6.9        240.00  ปันผล 5 ปี ROE ขึ้น จาก 15 ไป 30
TUF                  25.5       4.3            2.5         29.25   ปันผล 5 ปี ROE อยู่แถว 17 - 20
FANCY            28.5       14.4          3.9         12.50   ปันผล 5 ปี ROE จาก 21 ไป 59 แล้วก็ร่วงมา 28
SE-ED             25.6        5.7            3.6         7.90    ปันผล 4 ปี ROE ไต่จาก 0.65 ไป 27 ลงมาที่ 19 แล้วก็ขึ้นไป 25 
PG                     25.0        4.1            2.4        11.00  ปันผล 5 ปี ROE แกว่ง ระหว่าง 14 กับ 25
TPCORP         33.8        2.8           2.3         24.80  ปันผล 5 ปี ROE แกว่ง 26 - 36
STANLY          28.1        1.2           5.5         352.00 ปันผล 4 ปี ROE ไต่จาก 8 ไป 28
ผู้ที่ผมไม่แน่ใจ :?

VNG(ค่า roe ค่อย ๆ เลื้อยลงดิน ปันผลแค่ 2 ปี) ADVANC(เพิ่งจะจ่ายปันผล) GMMM(มีข้อมูลแค่2ปี) AEONTS(มีข้อมูลแค่2ปี) ASSET(มีข้อมูลแค่2ปี) FNS(มีข้อมูลแค่2ปี) TVO(roe ลดจาก 35 ไป 19 ปันผลก็ลดจาก 16% ไป 4%) OGC(roeลดเฉย ๆ ) LALIN(มีข้อมูลแค่2ปี) PLE(มีข้อมูลแค่2ปี) PPPC(ปันผลแค่3ปี roe แกว่งไปมา18-50) AH(มีข้อมูลแค่2ปี)

ผู้ที่ควรระมัดระวังบ้าง :wink:

DCC(ปันผล2ปี) SHIN(ปันผล1ปี) PTT(ปันผล2ปี มีข้อมูลแค่3ปี) TIPCO(roe ลดจาก 300 เหลือ 29 ปันผลครั้งเดียว) PRANDA(ปันผลมาแค่ 2 ปีเอง) PATKOL(ปันผลปีเดียว) AMATA(ปันผล2ปี) AP(ปันผล1ปี) LH(ปันผล2ปี) NOBLE(roe ติดลบ2ปี ปันผล1ปี) ASIMAR(roe ติดลบ3ปี ปันผล1ปี) THAI(ปันผล2ปี) TTA(roe ลดจาก200เหลือ60 ปันผล2ปี)

ปล. ข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่เป็นเหตุให้ฟ้องร้องใด ๆ ทั้งสิ้น ( ถึงจะฟ้อง ผมก็ไม่มีให้ จนมาก ๆ เลย ดังนั้น กรุณาอย่าฟ้องเลยนะ ) :cry:
ปล. นี่ไม่ใช่การใบ้หุ้น เราแค่เลือกเอาข้อมูลมาแฉ :lol:
ปล. หากเจ้าของ web พบว่า บทความเป็นอันตรายต่อ web ต่อผู้อ่าน ต่อผู้เขียน ( อันนี้สำคัญ ) กรุณาลบได้เลยครับ พร้อมกับทำลายหลักฐาน :roll:
ปล. (อีกแล้ว) ช่วยวิจารณ์เยอะ ๆ ครับ เพราะผมเพิ่งหัดสะสมหุ้นได้เดือนกว่า ๆ เอง

ขอบคุณที่อ่าน :D
อนุสรณ์


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Sep 15, 2003 8:07 pm

เป็นคำถามที่ยากมากครับ ผมไม่เคยวิเคราะห์กระแสเงินสดร่วมกับ ROE เลยครับ โดยมากผมจะดูจากงบการเงินเลยมากกว่า ซึ่งถ้าบริษัททำได้ตามที่กล่าว โดยไม่มีการขายเงินลงทุนหรือสินทรัพย์ถาวรเพื่อนำเงินมาลงทุน ก็น่าจะเรียกได้ว่าบริษัทได้เงินจากการดำเนินงานมาเพื่อจ่ายเงินปันผลและลงทุนต่อเพื่อขยายยอดขายและกำไรสุทธิครับ แต่ผมกลัวว่าบริษัทจะไม่มีเงินสดเหลือพอที่จะชำระหนี้นะครับ เนื่องจากบริษัทจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงพอสมควร และบริษัทก็มีภาระที่จะต้องลงทุนใน Working Cap. ที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นตลอด 10 ปีด้วย รวมทั้งลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพื่อทดแทนของเดิมและขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นด้วย

Last edited by chatchai on Mon Sep 15, 2003 8:46 pm, edited 1 time in total.

ปีเตอร์ ชาง

Posts by ปีเตอร์ ชาง » Mon Sep 15, 2003 8:27 pm

ผมจะไปแนะอะไรครับ ผมใหม่กว่าน้องๆหลายๆคนอีก อิอิ

คุณ chatchai เอาแบบง่ายๆได้ไหมครับ ผมอ่านแล้วงงอ่ะครับ ยิ่งเวบนี้ ผมอ่านใน browser มันไม่มีสระอยู่ด้วย ยิ่งงงใหญ่ อิอิ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 10:13 pm

ขอบคุณมากครับ คุณ ฉัตรชัย ผมจะไปหัดสังเกตุ

Code: Select all

โดยไม่มีการขายเงินลงทุนหรือสินทรัพย์ถาวรเพื่อนำเงินมาลงทุน
ว่าเมื่อเกิดการขายเงินลงทุน แล้วจะมีผลต่ออะไรบ้าง

ขอบคุณมากครับ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 10:25 pm

น้องอนุสรณ์ นี่ขยันจริง ขออวยพร ให้เป็นเศรษฐีพันล้านก่อนอายุ 40

ขอให้ขยันอย่างต่อเนื่อง แบบพี่ครรชิต พี่ปรัชญา นะครับ รับรองสำเร็จ วิชา VI แน่นอน

อิอิ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 10:34 pm

ที่คุณปีเตอร์ ชาง พูดไว้เรื่อง ROE ก็ต้องมีส่วนถูก เพราะในหนังสือ The New Buffetology ไม่ได้พูดถึง ROE เลย พูดแต่ EPS GROWTH เท่านั้น

ส่วน ROE จะไปอยู่ใน Buffetology กับ Work book

สงสัย พักหลังๆ Mary ก็เลิกใช้ ROE เหมือนคุณปีเตอร์ ชางเหมือนกัน

อิอิ


ประจวบ

Posts by ประจวบ » Mon Sep 15, 2003 10:51 pm

the new buffettologyก็ใช้roe ครับ
บริษัทที่จะผ่านchecklist ของเค้าต้องมีroe มากกว่า12 และroa มากกว่า12ด้วยครับ
เพราะถ้ามีroe สูงเพียงอย่างเดียวแสดงว่ามีตัวช่วยคือหนี้มาก หรือไม่ก็ต้องลงทุนสูง
บริษัทที่คุณjeng ค้นคว้ามา หลายบริษัทมีroe สูง แต่roaต่ำแสดงว่าหนี้มาก ดังนั้นควรจะดูเปรียบเทียบกับroaด้วยครับจึงจะวัดdcaได้จริง


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Sep 15, 2003 10:57 pm

ถ้ามีการขายเงินลงทุน ก็แสดงว่าเงินสดจากการดำเนินงานไม่พอนะซิครับ ถึงต้องหาเงินสดจากแหล่งอื่นมาเพิ่มเติม


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 11:00 pm

ขอบคุณครับ พี่ประจวบที่ช่วยชี้แนะ

ที่ผมหมายถึงว่า The new bufftology ไม่ใช้ ROE ผมขอแก้นะครับ เขาใช้ แต่ไม่เน้น ไม่มีตัวอย่างเรื่อง ROE ให้คำนวณมากๆ แบบ สองเล่มแรกครับ

แต่ Mary ก็มีเขียนไว้เหมือนกัน

ส่วนเรื่อง ROE สูง ต้องดูเปรียบเทียบกับ ROA เห็นด้วยครับ

เพราะถ้าหนี้มาก ผมไม่เอาก่อนเลย

ขอบคุณมากครับ พี่ประจวบ


User avatar
นาย อนุสรณ์ สวัสดี
Verified User
Posts: 143
Joined: Sun Jun 22, 2003 11:53 pm

Posts by นาย อนุสรณ์ สวัสดี » Mon Sep 15, 2003 11:00 pm

ขอบคุณครับพี่ Jeng


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 15, 2003 11:07 pm

พี่ประจวบครับ ขอถามนิดหนึ่งนะครับ สำหรับพี่แล้ว

ROE กับ ROA เท่าไร ที่พี่คิดว่าบริษัทนี้น่าสนใจที่จะศึกษาลึกต่อไป


Post Reply