คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
User avatar
holidaytours
Verified User
Posts: 349
Joined: Tue Sep 08, 2009 3:52 pm

Posts by holidaytours » Mon Nov 23, 2009 7:50 pm

:shock:  เป้นกระทู้ที่ยาวมาก ๆ เลยนะคับ

สิ่งทั้งหลาย ขึ้นอยู่กับใจ มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จเพราะใจ - พุทธภาษิต
งาน อาชีพเสริมทำเงินล้าน สร้างรายได้ ธุรกิจส่วนตัว รวย!


นักดูดาว
Verified User
Posts: 2513
Joined: Thu May 22, 2003 9:05 am

Posts by นักดูดาว » Tue Nov 24, 2009 10:32 am

eskimo wrote: วิธีคิดของคนไทยต่างจากคนดัชท์
ถ้าบอกคนดัชท์ว่าจะหักภาษีเขามากขึ้น 500 เหรียญเพื่อเอาไปช่วยคนจน
เขาจะยินดีให้หักเงินของเขา
แต่ถ้าบอกให้เขาเอาเงินจนวนเดียวกันไปบริจาคให้คนจน
เขาจะไม่ทำ
ปัจจัยอย่างหนึ่ง คนไทยมีทัศนคติในการทำบุญครับ
การเสียภาษีนั้นไม่ใช่บุญ แต่การช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากเป็นบุญ

"บุญ" จึงเป็นเหตุผลที่ดีในการจ่ายเงินโดยทั่วไปครับ

เสรีภาพก็เหมือนอากาศที่เราไม่อาจมองเห็นด้วยตา แต่จะรู้สึกได้ในทันทีหากมีมันอยู่เบาบางหรือขาดหายไป

-จีรนุช เปรมชัยพร


User avatar
goldman639
Verified User
Posts: 27
Joined: Thu Sep 03, 2009 12:53 pm

Posts by goldman639 » Sun Nov 29, 2009 4:20 pm

สวัสดีครับพี่ VIB007

ผมได้เข้ามาติดตามอ่านกระทู้นี้ตั้งแต่หน้าแรกประมาณ 2 เดือนแล้วยัง
ไม่ถึงครึ่งเลย แต่คิดว่าได้ความรู้ไปเยอะมากครับ จึงอยากขอฝากเนื้อ
ฝากตัวกับพี่ ๆ ที่เป็นขาประจำของกระทู้นี้ด้วยนะครับ โดยส่วนตัวแล้ว
ผมลงทุนมาประมาณปีกว่าแล้วได้ผลตอบแทนประมาณ 20% และหวัง
ว่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการลง
ทุนแบบ Value Investing ก็คงต้องขอความรู้จากพี่ ๆ ด้วยนะครับ

                                           ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

Life is an investment


User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Mon Nov 30, 2009 10:51 pm

มาทักพี่วิบูลย์ครับ(มาช่วยปั่นกระทู้)
เดินทางไปเยี่ยมพี่โจที่หาดใหญ่มาครับ
คนนี้เซียนตัวจริงครับ รู้จักหุ้นเยอะมากๆและมี case study เด็ดๆเล่าให้น้องๆฟังเยอะ

อาทิตย์หน้าผมก็มีตารางนัดเซียนท่านนึงเพื่อพบปะพูดคุยเรื่องการลงทุน
ถ้าเป็นไปได้อยากเจอเพื่อนนักลงทุนทุกอาทิตย์ได้ยิ่งดี บางทีผมว่านักลงทุนเราเนี้ยถ้าไม่คุยกับใครบางทีเราก็ตกม้าตายเอาง่ายๆครับ
ผมถามพี่โจถึงหุ้นตัวนึงที่การผลิตปีหน้าน่าจะเพิ่มได้ถึง 70-75% ว่าน่าลงทุนไหม (ขออนุญาติไม่ระบุชื่อเต็มแล้วกันหุ้นชื่อขึ้นต้นว่า l )พี่โจก็ถามกลับมาว่าแล้วมัน lock ราคาขายปีหน้าไปเยอะหรือยัง lock ที่ราคาเท่าไหร่ อะไรแบบนี้ซึ่งผมเองก็สะเพราลืมดูข้อมูลส่วนนี้ไป แล้วพี่โจก็พูดว่ามันมีระเบิดเวลาในบางส่วนธุรกิจอยู่นะ อะไรแบบนี้

ผมเองก็กลับมาค้นข้อมูลมากขึ้น และได้พบว่าการที่เราได้เล่าความคิดของหุ้นตัวนั้นๆให้กับนักลงทุนคนอื่นๆฟังแล้วโดนถามกลับมาทำให้เรากระดูกแข็งขึ้นได้จริงๆ ถ้าเราลงทุนอยู่คนเดียวตายแน่เสียเปรียบมากมาย

อย่างผมเมื่อวานเจอเซียนหุ้นคนนึงที่จามจุรี ผมก็เล่าว่าผมสนใจหุ้นถั่วเหลืองเขาก็ถามผมว่าถ้าเพิ่มกำลังผลิตมีตลาดรองรับไหม สินค้ามีจุดเด่นอะไรที่คนต้องมาซื้อด้วยเทียบกับราคานำเข้า ทำไมหุ้นตัวนี้ชอบเพิ่มทุน
อะไรแบบนี้เป็นต้น เรียกว่าผมหาคำตอบมาตอบได้ผมก็เข้าใจหุ้นถั่วเหลืองลึกขึ้น ถ้าผมไม่ได้พูดคุยกับใครผมก็อาจจะคิดไปเองว่าที่ผมหาข้อมูลมาได้มันลึกแล้ว

พี่วิบูลย์มีประสบการณ์เรื่องประมาณนี้มาแชร์บ้างไหมครับ

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP


User avatar
BABY TERMITE
Verified User
Posts: 368
Joined: Sun Aug 24, 2008 7:38 pm

Posts by BABY TERMITE » Tue Dec 01, 2009 10:23 am

hongvalue wrote:มาทักพี่วิบูลย์ครับ(มาช่วยปั่นกระทู้)
เดินทางไปเยี่ยมพี่โจที่หาดใหญ่มาครับ
คนนี้เซียนตัวจริงครับ รู้จักหุ้นเยอะมากๆและมี case study เด็ดๆเล่าให้น้องๆฟังเยอะ

อาทิตย์หน้าผมก็มีตารางนัดเซียนท่านนึงเพื่อพบปะพูดคุยเรื่องการลงทุน
ถ้าเป็นไปได้อยากเจอเพื่อนนักลงทุนทุกอาทิตย์ได้ยิ่งดี บางทีผมว่านักลงทุนเราเนี้ยถ้าไม่คุยกับใครบางทีเราก็ตกม้าตายเอาง่ายๆครับ
ผมถามพี่โจถึงหุ้นตัวนึงที่การผลิตปีหน้าน่าจะเพิ่มได้ถึง 70-75% ว่าน่าลงทุนไหม (ขออนุญาติไม่ระบุชื่อเต็มแล้วกันหุ้นชื่อขึ้นต้นว่า l )พี่โจก็ถามกลับมาว่าแล้วมัน lock ราคาขายปีหน้าไปเยอะหรือยัง lock ที่ราคาเท่าไหร่ อะไรแบบนี้ซึ่งผมเองก็สะเพราลืมดูข้อมูลส่วนนี้ไป แล้วพี่โจก็พูดว่ามันมีระเบิดเวลาในบางส่วนธุรกิจอยู่นะ อะไรแบบนี้

ผมเองก็กลับมาค้นข้อมูลมากขึ้น และได้พบว่าการที่เราได้เล่าความคิดของหุ้นตัวนั้นๆให้กับนักลงทุนคนอื่นๆฟังแล้วโดนถามกลับมาทำให้เรากระดูกแข็งขึ้นได้จริงๆ ถ้าเราลงทุนอยู่คนเดียวตายแน่เสียเปรียบมากมาย

อย่างผมเมื่อวานเจอเซียนหุ้นคนนึงที่จามจุรี ผมก็เล่าว่าผมสนใจหุ้นถั่วเหลืองเขาก็ถามผมว่าถ้าเพิ่มกำลังผลิตมีตลาดรองรับไหม สินค้ามีจุดเด่นอะไรที่คนต้องมาซื้อด้วยเทียบกับราคานำเข้า ทำไมหุ้นตัวนี้ชอบเพิ่มทุน
อะไรแบบนี้เป็นต้น เรียกว่าผมหาคำตอบมาตอบได้ผมก็เข้าใจหุ้นถั่วเหลืองลึกขึ้น ถ้าผมไม่ได้พูดคุยกับใครผมก็อาจจะคิดไปเองว่าที่ผมหาข้อมูลมาได้มันลึกแล้ว

พี่วิบูลย์มีประสบการณ์เรื่องประมาณนี้มาแชร์บ้างไหมครับ
หลังจากจอมยุทธ์หนุ่มสำเร็จวิชาเคลื่อนย้ายเส้นเอ็น (fund flow) ตอนนี้ก็เริ่มฝึกวิชาใหม่อีกแล้ว คราวนี้สงสัยจะเป็นวิชาดูดพลังแหง....

ปลวกน้อยคอยวันเติบใหญ่


User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Tue Dec 01, 2009 1:23 pm

BABY TERMITE wrote:
หลังจากจอมยุทธ์หนุ่มสำเร็จวิชาเคลื่อนย้ายเส้นเอ็น (fund flow) ตอนนี้ก็เริ่มฝึกวิชาใหม่อีกแล้ว คราวนี้สงสัยจะเป็นวิชาดูดพลังแหง....

ดีครับพี่ ขอบคุณอีกครั้งเลี้ยงรีสอท์ครับ

หลังๆผมอยากเก่งกว่าเมื่อก่อนน่ะครับเมื่อก่อนนี้ผมมองอะไรแคบๆเกินไป
ผมว่าคนที่จะได้เจอคนเก่งๆเยอะๆจะไม่มีใครคิดว่าตัวเองเก่งเลยครับ
เพราะเจอแบบนั้นใครๆก็มีแต่อยากพัฒนาตัวเอง มองไปข้างหน้า
แต่คนที่ไม่ค่อยเจอะเจอใครมักจะคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว


ตอนนี้ผมกำลังฝึกวิชาหุ้นคอมโมดิตี้จากอาจารย์ท่านนึงอยู่
อ่านข่าวต่างประเทศเยอะมาก หุ้นคอมโมนับเป็นของใหม่สำหรับผม
แล้วพอได้ไปคุยกับพี่โจผมก็พยายามจำแนวคิดดีๆมาว่ามีเคล็ดลับ
อย่างไรบ้าง ผมอยากฝึกวิชาเยอะๆน่ะครับ

เรื่องฟันโฟลผมสแกนคร่าวๆแล้วว่าหุ้นยังไม่น่าจะเป็นขาลงถ้ามองจาก
สภาพคล่องถ้ามีการปรับฐานบ้างคงเป็นปกติระดับไม่เกิน 10% ผมเลย
เอาเวลามาฝึกวิชาใหม่ๆเพิ่มและหลังๆข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศผมก็อ่านน้อยลง อย่างตอนดูไบ ผมก็ไม่ได้ตามข่าวมากแต่เห็น dollar ไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ ผมเลยมองว่าไม่น่ากลัวอะไร หลังๆฟันโฟ ผมใช้ อินดี้เป็นการสรุปมากกว่าว่าแนวโน้มดีหรือแย่ ช่วยประหยัดเวลาได้มากโขทีเดียว
ลองไปดูก็ได้รอบนี้ vix พุ่งกระจาย แต่ดอลล่าไม่ยักกะขึ้นเกิน 75
แล้วปกติถ้าดอกเบี้ย bottom แบบนี้หุ้นก็เป็นยากที่จะเป็นขาลง
ผมช็อตไปก็ไม่ค่อยได้ตังค์ ช็อตยากปีนี้คงไม่ช็อตแล้วรอปีหน้า
ตอนขึ้นดอกเบี้ยดีกว่า

หลังๆผมคิดว่าผมใช้อินดี้สแกนคร่าวๆก็พอแล้วผมว่าการที่เราทำอะไรบางอย่างโดยที่ผลลัพธ์ไม่ค่อยต่างกันแต่ประหยัดเวลาได้เยอะ
ถึงจะ smart อะไรประมาณนี้ครับพี่เพราะมีเวลาเหลือไปสร้างสรรค์
ผลงานใหม่ๆได้

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP


User avatar
Fon^^
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 604
Joined: Thu Jun 12, 2008 5:37 pm

Posts by Fon^^ » Wed Dec 02, 2009 8:37 pm

หลังจากตามอ่านมานาน

ขอบคุณพี่วิบูลย์มากๆนะคะ ที่มีความเห็นดีๆเสมอในกระทู้  ตามอ่านทุกวันค่ะ แทบจะ real time เลย

มาคารวะฮงด้วย  ฮงขยันในการหาข้อมูลมาก นับถือเซียนทั้งสองค่ะ  :bow:



User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Wed Dec 02, 2009 11:32 pm

:8) วิบูลย์ออกมาสรุปให้ฟังหน่อยสิครับ
     ไม่เอาภาษาศาลนะครับ
     ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ
     ผมตอนนี้จะได้ไปหัดว่ายน้ำถอยหลังให้ชินไว้ก่อน...ฮ่า...
     ยังจำที่วิบูลย์บอกเรื่อง
     เพื่อนที่สิงคโปร์บอกว่าเรื่องอย่างนี้ไม่มีวันเกิดขึ้นที่นั่้นได้

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า


VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Fri Dec 04, 2009 10:04 pm

[quote="por_jai"]:8) วิบูลย์ออกมาสรุปให้ฟังหน่อยสิครับ



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Fri Dec 04, 2009 10:04 pm

[quote="Fon^^"]หลังจากตามอ่านมานาน

ขอบคุณพี่วิบูลย์มากๆนะคะ ที่มีความเห็นดีๆเสมอในกระทู้



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Fri Dec 04, 2009 10:08 pm

hongvalue wrote:มาทักพี่วิบูลย์ครับ(มาช่วยปั่นกระทู้)
เดินทางไปเยี่ยมพี่โจที่หาดใหญ่มาครับ
คนนี้เซียนตัวจริงครับ รู้จักหุ้นเยอะมากๆและมี case study เด็ดๆเล่าให้น้องๆฟังเยอะ


ดีมากที่เข้ามาช่วยกันปั่นหุ้น..เอ๊ยปั่นกระทู้
สงสัยกลัวโต๊ะจีนเหลือแค่ข้าวแกง...อิ อิ

ไม่ได้เจอน้องโจนานมากแล้ว
ครั้งสุดท้ายเจอกันที่ตึกเนชั่นโน้น
หลายปีแล้วซิ
ฝากสวัสดีด้วยนะ
hongvalue wrote:พี่วิบูลย์มีประสบการณ์เรื่องประมาณนี้มาแชร์บ้างไหมครับ
ตอนนี้ยังไม่มีอ่ะ



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Fri Dec 04, 2009 10:09 pm

[quote="goldman639"]สวัสดีครับพี่ VIB007

ผมได้เข้ามาติดตามอ่านกระทู้นี้ตั้งแต่หน้าแรกประมาณ 2 เดือนแล้วยัง
ไม่ถึงครึ่งเลย แต่คิดว่าได้ความรู้ไปเยอะมากครับ จึงอยากขอฝากเนื้อ
ฝากตัวกับพี่ ๆ ที่เป็นขาประจำของกระทู้นี้ด้วยนะครับ โดยส่วนตัวแล้ว
ผมลงทุนมาประมาณปีกว่าแล้วได้ผลตอบแทนประมาณ 20% และหวัง
ว่าจะได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการลง
ทุนแบบ Value Investing ก็คงต้องขอความรู้จากพี่ ๆ ด้วยนะครับ



TavanTa
Verified User
Posts: 57
Joined: Thu Oct 08, 2009 12:03 pm

Posts by TavanTa » Fri Dec 18, 2009 7:57 pm

เข้ามาอัพกระทู้สักหน่อย

ช่วงนี้เงียบเหงาจังเลย

พี่ๆ งานรัดตัวจนลืมกระทู้นี้กันไปหมดแล้วหรือนี่......



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Fri Dec 18, 2009 9:26 pm

TavanTa wrote:เข้ามาอัพกระทู้สักหน่อย

ช่วงนี้เงียบเหงาจังเลย

พี่ๆ งานรัดตัวจนลืมกระทู้นี้กันไปหมดแล้วหรือนี่......
เป็นเรื่องปกติครับของกระทู้นี้
บางช่วงจะแรง
แล้วก็เงียบหายไป
ช่วงนี้คนปั่นกระทู้ไม่ว่าง
ท่าทางบล๊อคจะงานเข้า
เลยไม่มีเวลามาปั่นที่นี่ :lol:



User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Fri Dec 18, 2009 11:21 pm

VIB007 wrote:
เป็นเรื่องปกติครับของกระทู้นี้
บางช่วงจะแรง
แล้วก็เงียบหายไป
ช่วงนี้คนปั่นกระทู้ไม่ว่าง
ท่าทางบล๊อคจะงานเข้า
เลยไม่มีเวลามาปั่นที่นี่ :lol:

5555 รู้ใจกันจังนะครับ
บล็อกผมงานเข้าจริงครับ
ตอนเปิดบล็อกใหม่ๆจะพยายามตอบหมด
แต่เดี่ยวนี้บางคำถามก็ไม่ตอบแล้วล่ะ
บางคนก็ถามซ้ำจากที่เคยเขียน หรือถามอะไรที่สามารถ
หาได้เองตาม google หลังๆถ้าเจอลักษณะนี้ก็ไม่ตอบแล้ว
ข้ามไปเลย

จริงๆผมก็ว่าจะช่วยปั่นกระทู้นะ แต่พี่ไม่ค่อยช่วยทำมาหากินเลยอะ
จริงๆพี่เป็นคนรู้เยอะมากนะ ผมว่าหาเพื่อนคุยไม่ยากหรอก


เดี่ยวนี้ผมมีแนวการลงทุนที่เปลี่ยนไปพอสมควรแล้วล่ะ
รู้สึกว่าจับอะไรเป็นเงินเป็นทองกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย
ไม่รู้พี่ nanchan อยู่ไหม อยากขอบคุณซะหน่อย
เมื่อก่อนเคยทักเรื่องให้หาหุ้นรายตัวบ้างอย่ามองภาพตลาดอย่างเดียว
พอดีพี่สุมาอี้ก็เคยพูดว่า เขาสนใจเฉพาะคลื่นสึนามิ ไม่ใช่ระลอกคลื่นเล็กๆ
หลังๆผมก็เลยมาหันมาใช้วิธีใหม่ก็คือ ผมลองหาเหตุผลว่าถ้าหุ้นจะลงหนักๆ
น่าจะเกิดจากอะไรได้บ้าง และถ้าลงหนักจริงเราควรมีหุ้นอะไรเอาไว้ แล้วแบ่งสัดส่วนในการช็อตหุ้นเท่าไหร่

สรุปคือผมเป็น วีไอพันธ์ทางมากกว่าเพราะผมก็ยังเชื่อในเรื่องเม็ดเงินและตลาดเพียงแต่ผมเริ่มหันมาให้น้ำหนักวีไอมากกว่าเมื่อตอนต้นปี
และตอนนี้ผมก็ได้วิชาใหม่เรื่องการดูแนวโน้ม การรอตลาดลงมือ
การลดความเสี่ยงจาก bid offer มาเพิ่มเติมจากที่เมื่อก่อนไม่มี

หลังๆสนใจเรื่องคอมโมมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารกับกลุ่มเกษตร
และหลังๆนี้ก็อาศัยกราฟมากขึ้นด้วย ผมว่าวีไอพันธ์แท้คงไม่ดูกราฟแต่พอดี
ผมได้เจอกับคนที่ใช้กราฟขั้นเทพ ยอมสอนให้ผมตัวต่อตัวว่ามีวิธีดูอย่างไรบ้าง ซึ่งหลังจากผมได้เห็นของจริงผมก็กลับมาฝึกซ่อมการดูกราฟอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ผมรู้สัจธรรมว่าถ้ายังไม่เจอของจริงของแต่ละศาสตร์ อย่าลบหลู่ดีกว่า ถ้าเจอแล้วบางทีจะอึ้ง หลังๆผมถึงบอกว่าผมไม่เก่งแต่ผมโชคดีที่คนเก่งเมตตาผม คนที่สอนเอา notebook ไปสอนให้ผมตั้งหลายชั่วโมงแถมเลี้ยงฟูจิผมอีก แล้วยังให้ปฏิทินปีใหม่ผมมาด้วย แบบนี้ไม่เรียกว่าโชคดีจะให้ผมเรียกว่าอะไร เวลามีกราฟตัวไหนสวยๆ แกก็บอกผมแล้วก็เล่าพื้นฐานให้ฟัง
บางทีส่งชื่อหุ้นมาให้เป็น list เลย ถามว่าเพื่อนคนนี้เจอที่ไหนก็บอกได้เลยว่าเริ่มสนิทกันเพราะรู้จักผ่าน blog ผมหลังจากเจอกันแล้วก็เมล์คุยกันนิดหน่อย
ทุกวันนี้เป็นกัลยาณมิตรของผมอีกคนนึง ที่ฝีมือไม่แพ้เซียนๆ
แต่คนนี้รู้สึกจะไม่ได้เล่นเว็บไทยวีไอมั้งหรือเล่นแต่ไม่เคยโพสเลยเนี้ยแหละ
ผมถึงได้บอกว่าคน low profile high profit มันเยอะมาก


มีมิตรดีจริงใจและเก่ง จะกลัวอะไร  :lol:  


ป.ล.ในเมื่อพี่รู้แล้วว่าบล็อกผมยุ่งแสดงว่าพี่ก็เข้าใจและพร้อมและเลี้ยงเหลาผมเมื่อกระทู้ครบ 1 พันครั้งโดยที่ผมไม่ได้ช่วยปั่นด้วยสิ
ขอบคุณคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ  :P

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP


User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Fri Dec 18, 2009 11:30 pm

เหลืออีก 26000 ครั้งผมก็ได้เกินเหลาแล้ว
อิอิอิ ขอหูฉลาม 10 หม้อนะ
:lol:

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP


i_sarut
Verified User
Posts: 1808
Joined: Sun Apr 13, 2008 5:00 pm
www.sarut-homesite.net-->

Posts by i_sarut » Fri Dec 18, 2009 11:56 pm

hongvalue wrote:คนที่สอนเอา notebook ไปสอนให้ผมตั้งหลายชั่วโมงแถมเลี้ยงฟูจิผมอีก แล้วยังให้ปฏิทินปีใหม่ผมมาด้วย
ส่งให้ผมมั่งสิ ปฏิทินน่ะ...   :ep:

ขอถามพี่วิบูลย์ครับว่าพี่มีความเห็นเรื่อง peak oil ยังไงบ้างครับ

คือเห็นมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ฝ่ายที่เห็นด้วยก็บอกว่า น้ำมันผลิตได้น้อยลงเรื่อยๆ , การค้นพบหลุมใหม่ๆที่ใหญ่มากๆก็ไม่มี ฯลฯ

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็บอกว่า มันเป็นการสร้างเรื่องเพื่อปั่นราคาน้ำมัน เพราะบริษัทน้ำมันและประเทศผู้ค้าน้ำมันจะได้ประโยชน์เต็มๆ , น้ำมันในโลกยังมีอีกมากที่ยังไม่ค้นพบ หรือยังไม่ได้ขุด

เห็นพี่อยู่ในวงการ อยากทราบว่าพี่อยู่ฝั่งไหนครับ  :?:

"Risk comes from not knowing what you're doing" - Warren Buffet

สุดยอดของความซับซ้อนคือความเรียบง่าย

http://www.sarut-homesite.net/


Hopezz
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 161
Joined: Tue Sep 30, 2008 11:31 pm

Posts by Hopezz » Sun Dec 20, 2009 2:59 am

ผมมีความสงสัยบางอย่างครับเกี่ยวกับการขายหุ้น มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างข้องใจมานานมาก
พี่ VIB007  คุณ mon money และพี่ๆ ท่านอื่นๆ ช่วยลองอ่านความคิดความรู้สึกของผม พร้อมกับแนะนำอะไรผมซักหน่อยได้ไหมครับ

---------------------------------------------------------------------------

หุ้นบริษัท X ราคา 40 บาท/หุ้น
เรา research ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับบริษัทนี้มาเป็นอย่างดี
พื้นฐานของมันดีเหลือเกิน ซ้ำยังมี Barrier กั้นคู่แข่งได้อย่างชะงัด แถมด้วยผู้บริหารสุดเจ๋ง
เราคำนวณ Intrinsic Value ด้วย วิธีใดๆ (สมมุติว่าเป็น FCF ละกันครับ) ที่เราถนัดที่สุด
ได้ Intrinsic Value = 100 บาท/หุ้น
ดังนั้นเราจึงซื้อหุ้นมาอย่างมั่นใจ

พอมาวันหนึ่ง ราคาตะกายไปถึง 80 บาท เกิดความคิดขึ้นมาในใจ 2 อย่างว่า
1. เกือบถึงมูลค่าที่เราคำนวณแล้ว แถมมีตัวอื่นที่มี Upside Gain มากกว่าเกิดขึ้นมาแล้ว ขายตัวนี้ไปซื้อตัวนั้นดีกว่ามั้ย?
2. ไม่ได้ ยังขายไม่ได้ ราคายังไปไม่ทันจะถึง Intrinsic Value เลย

พอมาวันหนึ่ง ราคาตะกายไปถึง 100 บาท เกิดความคิดขึ้นมาในใจ 4 อย่าง
1. เต็มมูลค่าที่เราคำนวณแล้ว ขายทิ้งไปเลยละกัน มีตัวอื่นที่มี Upside Gain มากกว่ามหาศาลรออยู่ ขายตัวนี้ไปซื้อตัวนั้นดีกว่ามั้ย?
2. ไม่ได้ ยังขายไม่ได้ อารมณ์ตลาดสามารถทำให้ราคาเกิน Intrinsic Value ไปได้ ราคามันอาจจะขึ้นได้เรื่อยๆ ไม่ลงมาให้ซื้อได้อีกเลย
3. ผมไม่ขายครับ ผมมองว่าถ้าผมเป็นเจ้าของบริษัท X จริงๆ แล้วมีคนจะมาขอซื้อบริษัทผมในราคา 100 นั้น ผมว่ามันไม่คุ้มครับ ผมเก็บไว้หาเงินต่อไม่ดีกว่าเหรอ
4. ผมคิดว่ายังไงก็ต้องขายครับ Intrinsic Value จากการคิด FCF นั้นเป็นการ Forcast เงินสดที่จะเกิดขึ้นตลอดชีวิตของกิจการไว้เรียบร้อยแล้ว ผมพร้อมที่จะขายที่ราคา 100 บาทครับ เพราะผมไม่ต้องรอทั้งชีวิต ผมก็ได้เงิน 100 มาอยู่ในมือแล้ว จะเสียเวลาถือทั้งชีวิตทำไม ขายไปเลยดีกว่า?

คิดเห็นยังไงกับความรู้สึกของผมครับ ช่วยทำให้ผมกระจ่างกับความคิดที่มันตีกันไปมาแบบนี้ซักทีครับ

ขอบคุณครับ



User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Mon Dec 21, 2009 1:44 am

i_sarut wrote:
ส่งให้ผมมั่งสิ ปฏิทินน่ะ...

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP


VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Mon Dec 21, 2009 3:15 pm

hongvalue wrote:


จริงๆผมก็ว่าจะช่วยปั่นกระทู้นะ แต่พี่ไม่ค่อยช่วยทำมาหากินเลยอะ
จริงๆพี่เป็นคนรู้เยอะมากนะ ผมว่าหาเพื่อนคุยไม่ยากหรอก
ช่วงนี้ยุ่งมากๆ
เลยไม่ค่อยได้เข้ามาเท่าไหร่
เอาเป็นว่ามาช่วยๆกันปั่นหน่อยแล้วกัน

hongvalue wrote: ป.ล.ในเมื่อพี่รู้แล้วว่าบล็อกผมยุ่งแสดงว่าพี่ก็เข้าใจและพร้อมและเลี้ยงเหลาผมเมื่อกระทู้ครบ 1 พันครั้งโดยที่ผมไม่ได้ช่วยปั่นด้วยสิ
ขอบคุณคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Mon Dec 21, 2009 3:16 pm

hongvalue wrote:เหลืออีก 26000 ครั้งผมก็ได้เกินเหลาแล้ว
อิอิอิ ขอหูฉลาม 10 หม้อนะ
:lol:
พระท่านบอกว่าโลภ
ให้เดินสายกลาง  :lol:  :lol:



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Mon Dec 21, 2009 3:22 pm

[quote="i_sarut"]

ขอถามพี่วิบูลย์ครับว่าพี่มีความเห็นเรื่อง peak oil ยังไงบ้างครับ

คือเห็นมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ฝ่ายที่เห็นด้วยก็บอกว่า น้ำมันผลิตได้น้อยลงเรื่อยๆ , การค้นพบหลุมใหม่ๆที่ใหญ่มากๆก็ไม่มี ฯลฯ

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็บอกว่า มันเป็นการสร้างเรื่องเพื่อปั่นราคาน้ำมัน เพราะบริษัทน้ำมันและประเทศผู้ค้าน้ำมันจะได้ประโยชน์เต็มๆ , น้ำมันในโลกยังมีอีกมากที่ยังไม่ค้นพบ หรือยังไม่ได้ขุด

เห็นพี่อยู่ในวงการ อยากทราบว่าพี่อยู่ฝั่งไหนครับ



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Mon Dec 21, 2009 3:24 pm

[quote="Hopezz"]ผมมีความสงสัยบางอย่างครับเกี่ยวกับการขายหุ้น มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างข้องใจมานานมาก
พี่ VIB007



User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Wed Dec 23, 2009 1:07 pm

อ่านเจอประโยคสีแดงแล้วไม่เข้าใจ พี่วิบูลย์ช่วยขยายความให้ฟังหน่อยครับ

ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์....ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
สำหรับอุตสาหกรรมอะโรเมติกส์ แนวโน้มของพาราไซลีน และเบนซีน แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แม้พาราไซลีนมีแนวโน้มที่จะยังคงได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจจีน แต่แนวโน้ม
ดูเหมือนจะซบเซาลง จากกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้ามาในช่วงท้ายปี 52 นี้ และต่อเนื่องไป
จนถึงปีหน้า อย่างไรก็ดี กำลังการผลิตส่วนเกินของพาราไซลีนคาดว่าจะไปแตะระดับสูงสุดในปี
53 เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ในอนาคต จะถูกดูดซับด้วยความต้องการของโรงงานผลิต PTA
ในประเทศจีนที่จะเกิดขึ้นใหม่ระหว่างปี 54 55 ในอีกด้านหนึ่ง


โรงงานผลิต pta มาเกี่ยวอะไรด้วยครับ
และถามเพิ่มหน่อยว่า pta กับพวก ฟิลม์ประเภทต่างๆเช่น
bopp bopa bopet
เกี่ยวกันอย่างไรบ้างครับ เพิ่งเริ่มศึกษากลุ่มนี้

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP


VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Wed Dec 23, 2009 2:27 pm

hongvalue wrote:อ่านเจอประโยคสีแดงแล้วไม่เข้าใจ พี่วิบูลย์ช่วยขยายความให้ฟังหน่อยครับ

ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์....ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
สำหรับอุตสาหกรรมอะโรเมติกส์ แนวโน้มของพาราไซลีน และเบนซีน แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แม้พาราไซลีนมีแนวโน้มที่จะยังคงได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจจีน แต่แนวโน้ม
ดูเหมือนจะซบเซาลง จากกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้ามาในช่วงท้ายปี 52 นี้ และต่อเนื่องไป
จนถึงปีหน้า อย่างไรก็ดี กำลังการผลิตส่วนเกินของพาราไซลีนคาดว่าจะไปแตะระดับสูงสุดในปี
53 เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ในอนาคต จะถูกดูดซับด้วยความต้องการของโรงงานผลิต PTA
ในประเทศจีนที่จะเกิดขึ้นใหม่ระหว่างปี 54 55 ในอีกด้านหนึ่ง


โรงงานผลิต pta มาเกี่ยวอะไรด้วยครับ
และถามเพิ่มหน่อยว่า pta กับพวก ฟิลม์ประเภทต่างๆเช่น
bopp bopa bopet
เกี่ยวกันอย่างไรบ้างครับ เพิ่งเริ่มศึกษากลุ่มนี้
ในกลุ่มปิโตรเคมีแบ่งออกเป็นสองสาย
สายแรกเรียกว่า สายโอลิฟิน
ผลิตเอทิลีนโพรพิลินเป็นต้นน้ำ
แล้วแตกย่อยออกมาเป็น
Polyethylene (PE)
เอามาแครกต่อเป็น HDPE, LDPE, LLDPE
และ
Polyphopylene (PP)

ส่วนอีกสายเป็นสายอโรเมติก
ผลิตเบนซีนและพาราไซลีน
กลุ่มนี้เอามาทำต่อเป็น
purified terephthalic acid (PTA)
Polyethylene terephthalate (PET)
Polyester

ทีนี้พอโรงงานผลิตพาราไซลีนมีมากขึ้น
แต่โรงงานผลิต PTA ขึ้นมาตาม
ก็เหมือนดีมานด์มีมากขึ้นตามซัพพลาย
ทำให้ของไม่ล้นตลาด

ส่วน bopp bopa bopet
เป็นการนำ pp pa หรือ pet
มาผ่านเครื่องยืดขยายทั้งแนวตั้งแนวนอน
ทำให้ฟิล์มมีความใสและแข็งแรง
เอามาทำเป็นถุงใส่ขนมขบเคี้ยว
แต่อาจเอาไปใส่เป็นหลายชั้น
เช่นมีอลูมิเนียมฟลอยด์ มีพิมพ์ลายด้านหน้า
ปัจจุบันถุงขนมมีความหนาเกือบสิบชั้น
สามารถกันอากาศและคงความสดใหม่ของอาหารได้ดี
จึงเหมาะกับการนำไปใช้ในธุรกิจบรรจุภัณท์


อันนี้เอามาจากในเวป
ปัจจุบันเราสามารถทำให้ PP มีความใสสูง (High Clarity) ในระดับโมเลกุล PP ความใสสูงนี้ได้รับการขนานนามว่า BOPP (Biaxial Oriented Poly Propylene) ซึ่งสามารถผลิตโดยใช้ระบบ ISBM เพื่อช่วยเพิ่มความใสของ PP ทางกายภาพ คุณสมบัติดังกล่าวร่วมกับการที่ PP สามารถทนความร้อนสูงได้ถึง 120 องศา C ได้เปิดโอกาสให้ BOPP ถูกนำมาใช้กับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อย่างรวดเร็ว

In the past five years, the world bi-oriented polyamide (BOPA) film market has grown faster than any other oriented speciality film, but volumes still are small when compared to its leading competitorsbi-oriented polypropylene (BOPP) and bi-oriented polyester (BOPET) film. With average growth rates of 8%/yr, world BOPA film demand is expected to reach an estimated 126,000 tonnes in 2004, compared to world markets for packaging grades of BOPP film of 2.5 million tonnes and BOPET film of 600,000 tonnes.


http://pffc-online.com/mag/bopa_rush_0405/



User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Wed Dec 23, 2009 10:50 pm

ขอบคุณพี่วิบูลย์พี่รอบรู้

ถามจากคนที่ศึกษาพวกเรื่องฟิลม์เขาเล่าว่าเดี่ยวนี้อินเดียเวลาใส่น้ำมันเครื่องเขาใช้ถุงฟิลม์ใส่แทนถังแล้ว(ถ้าผิดช่วยแก้ไขด้วย)
อยากรู้ว่าพวกสินค้าอย่าง ฟิลม์ bopp bopa bopet พวกนี้
จะเข้าไปแทนสินค้าอะไรได้บ้างในความเห็นพี่
และสมมุติว่าผมลงทุนในหุ้นแบบนี้เราจะวิเคราะห์ spread
ของฟิลม์เราวิเคราะห์ด้านดีมานจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อย่างเดียวเลยหรือเปล่าครับ มีดีมานจากอุตสาหกรรมอะไรบ้าง
ที่ส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าพวกนี้อย่างที่พี่ยกตัวอย่างมาเรื่อง
ความสดใหม่ของอาหาร
แบบนี้ถ้าคนนิยมกินอาหารกระป๋อง หรืออาหารที่อุ่นไมโครเวฟมากขึ้น
ราคาฟิลม์พวกนี้ก็ควรจะสูงขึ้นเลยสิครับ

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP


VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Thu Dec 24, 2009 3:24 pm

hongvalue wrote:ขอบคุณพี่วิบูลย์พี่รอบรู้

ถามจากคนที่ศึกษาพวกเรื่องฟิลม์เขาเล่าว่าเดี่ยวนี้อินเดียเวลาใส่น้ำมันเครื่องเขาใช้ถุงฟิลม์ใส่แทนถังแล้ว(ถ้าผิดช่วยแก้ไขด้วย)
อยากรู้ว่าพวกสินค้าอย่าง ฟิลม์ bopp bopa bopet พวกนี้
จะเข้าไปแทนสินค้าอะไรได้บ้างในความเห็นพี่
ถามมาเป็นชุดเลยนะ
ไม่เคยไปอินเดียว่ะ
เลยไม่รู้ว่าที่โน้นเอาอะไรใส่น้ำมันเครื่อง
แต่เอาน้ำมันมาใส่ถุงก็ไม่แปลก
แต่ต้องเป็นถุงที่ทนน้ำมันได้นะ

สนใจ ฟิลม์ bopp bopa bopet
นี่สนใจบริษัทไทยฟิล์มของท่านประยุทธหรือ
สนใจบริษัทแขกกันแน่
ฟิล์มแบบนี้ส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจบรรจุภัณท์
สมัยก่อนก็ห่อกระดาษ
เดี๋ยวนี้ก็เอาขนมมาใส่ซองพลาสติก

ถามว่าไปทดแทนอะไร
ก็คงไปทดแทนบรรจุภัณท์เดิมๆ
อย่างกระดาษเป็นต้น
hongvalue wrote:และสมมุติว่าผมลงทุนในหุ้นแบบนี้เราจะวิเคราะห์ spread
ของฟิลม์เราวิเคราะห์ด้านดีมานจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อย่างเดียวเลยหรือเปล่าครับ


คงไม่ใช่
บริษัทผลิตฟิล์มส่วนใหญ่
ต้นทุนหลักๆมาจากค่าวัตถุดิบ
โดยเฉพาะเม็ดพลาสติก
ช่วงไหนราคาเม็ดลง แต่ราคาสินค้าไม่ลงก็กำไร
ช่วงไหนราคาเม็ดขึ้น แต่ราคาสินค้าขึ้นราคาตามไม่ทัน ก็ขาดทุน
คงต้องมาดูว่าใครจะบริหารจัดการกับสต็อคได้เก่งกว่ากัน

ส่วนต้นทุนอื่น
เช่นค่าเสื่อมราคา ถ้าใช้เครื่องจักรใหม่ก็ราคาสูงมาก
แต่คุณภาพของที่ได้จะดี
ถ้าใช้เครื่องจักรเก่ามาผลิตฟิล์มจะไม่คุ้ม
เพราะฟิล์มบางมากเป็นไมครอน
จึงต้องการความเที่ยงตรงสูง

ค่าแรงเมื่อเทียบกับค่าวัตถุดิบถือว่าไม่มาก
ค่าไฟก็ใช้เยอะ
เพราะเครื่องใหญ่มากขนาดเท่าบ้านชั้นเดียวสามหลัง
hongvalue wrote:มีดีมานจากอุตสาหกรรมอะไบ้าง
ที่ส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าพวกนี้อย่างที่พี่ยกตัวอย่างมาเรื่อง
ความสดใหม่ของอาหาร
แบบนี้ถ้าคนนิยมกินอาหารกระป๋อง หรืออาหารที่อุ่นไมโครเวฟมากขึ้น
ราคาฟิลม์พวกนี้ก็ควรจะสูงขึ้นเลยสิครับ
ราคาฟิล์มขึ้นหรือลง
ส่วนใหญ่จะขึ้นกับราคาเม็ดพลาสติกมากกว่า
สินค้าพวกนี้เป็นคอมมอดิตี้
ไม่ค่อยสนใจแบรนด์มากนัก
ชอบพอกับใครก็อยู่กันนานหน่อย
ไม่ชอบหน้าก็ไม่ซื้อก็ได้

แล้วซัพพลายในตลาดส่วนใหญ่จะมากกว่าดีมานด์ในตลาด
เพราะใครมีเงินก็ซื้อเครื่องมาทำได้เลย
การตลาดหาลูกค้าอยู่กันได้นานๆสำคัญกว่า

เข้าใจนะ



User avatar
hongvalue
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2703
Joined: Fri Jul 08, 2005 4:22 pm

Posts by hongvalue » Fri Dec 25, 2009 12:18 am

VIB007 wrote:
แล้วซัพพลายในตลาดส่วนใหญ่จะมากกว่าดีมานด์ในตลาด
เพราะใครมีเงินก็ซื้อเครื่องมาทำได้เลย
การตลาดหาลูกค้าอยู่กันได้นานๆสำคัญกว่า

เข้าใจนะ
งี้ถามความเห็นพี่วิบูลย์หน่อยครับ
อย่าง aj มีสินค้าทุกผลิตภัณฑ์
ตั้งแต่ bopp bopa bopet matalized film
แล้วถ้าคู่แข่งอย่าง tfi ptl ไม่มีครบทุกประเภท
แบบนี้พี่คิดว่าลูกค้าจะสั่งจากคนที่มีครบวงจรมากกว่าหรือเปล่าครับ
หรือว่าไม่เกี่ยว
ผมว่าครบวงจรน่าจะบริการลูกค้าได้ครบถ้วนกว่าแต่ข้อเสียอาจจะเป็น
แต่ละผลิตภัณฑ์ไม่ได้ผลิตเยอะ economy of scale เลยไม่เท่าคนที่
มีเฉพาะบางผลิตภัณฑ์

2.ค่า conversion fee กับ conversion cost เป็นอย่างเดียวกันใช่หรือไม่
และมันก็คือส่วนต่างระหว่างสินค้าสำหรับรูปกับเมล็ดพลาสติกใช่ไหม
พูดง่ายๆคือมันคือค่าใช้จ่ายในการแปรรูปจากเม็ดมาเป็นแผ่นฟิลม์ถูกเปล่า

3.ฟิลม์แบบ matalized น่าจะมี gross margin สูงกว่าฟิลมฺ bopp bopa เพราะเป็นการนำ bopp bopa มาเคลือบโลหะอลูมิเนียมอีกชั้นนึง
ถ้าใช่คิดว่าทำไมบริษัทที่ผลิต bopp bopa บางบริษัทไม่หันมาเพิ่มกำลังผลิตในส่วน matalized ด้วย

4.การที่ราคาน้ำมันขึ้นทำให้เม็ดพลาสติกขึ้นทำให้ส่งผลไม่ดีต่อ spread ฟิลม์ใช่ไหมครับ เพราะต้นทุนมาจาก เอาเบนซีน พาราไซลีน มาทำต่อเป็น
เม็ดพลาสติก แล้วเอาเม็ดพลาสติกไปทำฟิลม์ต่อ

สนใจเรื่องบัญชี กลยุทธ์ลงทุน fundflow แจมได้ที่ blog ผม
http://hongvalue.wordpress.com/
-ติดตาม twitter เรื่องหุ้นของผมได้ที่
http://twitter.com/hongvalue
my book
http://wp.me/pzSOv-hP


VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Fri Dec 25, 2009 11:24 am

hongvalue wrote:
งี้ถามความเห็นพี่วิบูลย์หน่อยครับ
อย่าง aj มีสินค้าทุกผลิตภัณฑ์
ตั้งแต่ bopp bopa bopet matalized film
แล้วถ้าคู่แข่งอย่าง tfi ptl ไม่มีครบทุกประเภท
แบบนี้พี่คิดว่าลูกค้าจะสั่งจากคนที่มีครบวงจรมากกว่าหรือเปล่าครับ
หรือว่าไม่เกี่ยว
ผมว่าครบวงจรน่าจะบริการลูกค้าได้ครบถ้วนกว่าแต่ข้อเสียอาจจะเป็น
แต่ละผลิตภัณฑ์ไม่ได้ผลิตเยอะ economy of scale เลยไม่เท่าคนที่
มีเฉพาะบางผลิตภัณฑ์
มีของหลายชนิดไม่น่าเกี่ยวนะ
น่าจะอยู่ที่ต้นทุนมากกว่าว่าใครถูกกว่ากัน
ในธุรกิจนี้สู้กันด้วยราคา
ยิ่งทำมากแบบ ยิ่งต้องสต๊อคของเยอะ
ยิ่งมีต้นทุนมาก
สู้ทำแบบเดียวแต่ต้นทุนถูกที่สุดในตลาดดีกว่า
hongvalue wrote: 2.ค่า conversion fee กับ conversion cost เป็นอย่างเดียวกันใช่หรือไม่
และมันก็คือส่วนต่างระหว่างสินค้าสำหรับรูปกับเมล็ดพลาสติกใช่ไหม
พูดง่ายๆคือมันคือค่าใช้จ่ายในการแปรรูปจากเม็ดมาเป็นแผ่นฟิลม์ถูกเปล่า
บริษัทพวกนี้บางทีรับจ้างผลิตด้วย
คือลูกค้าให้เม็ดมาแล้วก็Convert เป็น Film ให้
เป็นลักษณะ Tolling จึงเรียกว่า Conversion Fee

ส่วน Convertion Cost คือที่เข้าใจนะถูกแล้ว
เป็นค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนรูปจากเม็ดมาเป็นฟิล์ม
hongvalue wrote: 3.ฟิลม์แบบ matalized น่าจะมี gross margin สูงกว่าฟิลมฺ bopp bopa เพราะเป็นการนำ bopp bopa มาเคลือบโลหะอลูมิเนียมอีกชั้นนึง
ถ้าใช่คิดว่าทำไมบริษัทที่ผลิต bopp bopa บางบริษัทไม่หันมาเพิ่มกำลังผลิตในส่วน matalized ด้วย
ฟิลม์แบบ matalized มาร์จินสูงกว่าก็ใช่
แต่การผลิตต้องมีการสกรีน มีการพิมพ์
เหมือนโรงพิมพ์ย่อยๆเลย
ยุ่งยากมาก
ของเสียเยอะ

พวกโรงงานที่ผลิต bopp bopa เน้น Economy of Scale
เลยไม่อยากมาทำงานพวกนี้เพราะยุ่งยากกว่ามาก
ต้องมาทำตามแบบลูกค้า
สู้ผลิตฟิล์มดีกว่าง่ายกว่าเยอะ
เหมากันเป็นตันๆ

ส่วนโรงงานผลิตถุง
ก็ไม่อยากลงุทนเครื่องผลิต bopp bopa
เพราะเครื่องหนึ่งหลายร้อยล้านบาท
สู้ซื้อฟิล์มจากในตลาดดีกว่า
ง่ายกว่า
เลือกราคาได้ด้วย

ทำให้ซัพพลายเชนแยกออกจากันด้วยประการฉะนี้

hongvalue wrote: 4.การที่ราคาน้ำมันขึ้นทำให้เม็ดพลาสติกขึ้นทำให้ส่งผลไม่ดีต่อ spread ฟิลม์ใช่ไหมครับ เพราะต้นทุนมาจาก เอาเบนซีน พาราไซลีน มาทำต่อเป็น
เม็ดพลาสติก แล้วเอาเม็ดพลาสติกไปทำฟิลม์ต่อ
ใช่แล้ว
ราคาน้ำมันขึ้น
เม็ดพลาสติกก็ขึ้น
ราคาฟิล์มอยู่ท้ายเชนขึ้นได้ยากที่สุด

ถึงตอนนี้ก็อยู่ที่การบริหารจัดการสต็อคและต้นทุนแล้ว
ว่าใครจะแน่กว่ากัน



i_sarut
Verified User
Posts: 1808
Joined: Sun Apr 13, 2008 5:00 pm
www.sarut-homesite.net-->

Posts by i_sarut » Fri Dec 25, 2009 8:07 pm

VIB007 wrote:ฟังแล้วสรุปว่าผมเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย????
ขอโทษครับ มาขอบคุณช้าไปหน่อย พอดีเพิ่งสอบเสร็จ  :lol:

อืมม ข้อมูลมีทั้ง 2 ด้านจริงๆ

อนาคตก็น่าจะเปลี่ยนโฉม ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ จาก ซาอุฯ >> บราซิล สินะครับ

ราคาระยะยาวผมคิดว่ายังไงก็ต้องขึ้นตามเงินเฟ้อไปเรื่อยๆ ตามประสา commodity

ขอบคุณมากครับ   :P

"Risk comes from not knowing what you're doing" - Warren Buffet

สุดยอดของความซับซ้อนคือความเรียบง่าย

http://www.sarut-homesite.net/


Post Reply