คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Wed Oct 29, 2008 1:37 pm

[quote="ปรัชญา"]รบกวน



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Wed Oct 29, 2008 1:38 pm

[quote="Pekko"]พี่วิบูลย์ครับ ตอนนี้ผมไม่อยากขอเพียงแค่รายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนจากพี่แล้ว

แต่ตอนนี้ผมอยากขอ(ยืม)ตังค์พี่วิบูลย์เพิ่มอีกต่างหาก



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Wed Oct 29, 2008 1:45 pm

[quote="osama"] หลังจากเริ่มซื้อหุ้น set 650 ตอนนั้นธนาคารมันยังไม่ล้มอะนะครับ ตอนนี้เหลือ 430 โดนศุกร์ 13 ฝันหวาน มา 2 รอบละครับ



Pekko
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 671
Joined: Fri Nov 10, 2006 7:41 pm

Posts by Pekko » Wed Oct 29, 2008 1:58 pm

[quote="VIB007"][quote="Pekko"]พี่วิบูลย์ครับ ตอนนี้ผมไม่อยากขอเพียงแค่รายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนจากพี่แล้ว

แต่ตอนนี้ผมอยากขอ(ยืม)ตังค์พี่วิบูลย์เพิ่มอีกต่างหาก



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Wed Oct 29, 2008 2:43 pm

[quote="Pekko"] [

:\/:



User avatar
oilpaint
Verified User
Posts: 54
Joined: Thu Feb 14, 2008 11:24 am

Posts by oilpaint » Wed Oct 29, 2008 5:16 pm

:(   อืม !

ตอนนี้หมดกำลังใจแล้วล่ะค่ะ มีวิธีคิดอย่างไงบ้างค่ะ พี่วิบูลย์

ทั้งพอร์ตขาดทุน 41.56% ค่ะ ptt,pttep,cpall
เหลือกระสุน 34.78 %



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Wed Oct 29, 2008 7:32 pm

[quote="oilpaint"]:(



pekkyboy
Verified User
Posts: 17
Joined: Wed Feb 27, 2008 4:24 pm

Posts by pekkyboy » Wed Oct 29, 2008 7:55 pm

กำลังใจเริ่มถดถอย ซื้อแล้วก็ลงอีก กระสุนเริ่มร่อยหรอเหมือนกันครับพี่วิบูลย์ แบ่งปันกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ทำงาน...เก็บตังค์....อดออม...เพื่อลงทุน...มุ่งแสดงว่าอิสระภาพทางการเงินที่แท้จริง (แต่ตอนนี้ประสาทจากิน...อิอิ)
ติดลบเกือบ 19% มอง devidend ที่ 7% พอครับ
อยากทราบว่าพี่วิบูลย์คิดเห็นอย่างไรครับกับหุ้นกลุ่มสื่อสาร ส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะกระทบกับรายได้ไม่มากเท่าไหร่ครับ เลยมุ่งเก็บหุ้นกลุ่มนี้หนะครับ แต่กลัวจะมาผิดทางเลยอยากรบกวนขอข้อคิดเห็นจากพี่หน่อยนะครับ

ขอบพระคุณล่วงหน้านะครับ :D

อดทนต่อความยากลำบาก ฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวง เพื่อความสำเร็จในอนาคต


phons
Verified User
Posts: 11
Joined: Sat Jun 30, 2007 7:14 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by phons » Wed Oct 29, 2008 8:29 pm




User avatar
sai
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4090
Joined: Wed Apr 30, 2008 8:18 pm

Posts by sai » Wed Oct 29, 2008 9:22 pm

รบกวนสอบถามพี่วิบุลย์ปัจจุบันถือเงินสดเท่าไรครับ และในภาวะการณ์ปกติพี่มีถือเงินสดบ้างหรือไม่ เป็นสัดส่วนเท่าไรครับพี่ ขอบคุณครับ

Small Details Make a Big Difference


User avatar
oilpaint
Verified User
Posts: 54
Joined: Thu Feb 14, 2008 11:24 am

Posts by oilpaint » Wed Oct 29, 2008 9:35 pm

ขอบคุณพี่วิบูลย์และพี่ VI ทุกคนมากค่ะ
สำหรับทุกสิ่งที่ ดี ดี
ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่า สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่  

:wink:  ขอบคุณค่ะ

Nothing Ventured Nothing Gained
         ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ

:8)  ฮืม สู้ สู้



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Thu Oct 30, 2008 1:16 pm

[quote="oilpaint"]ขอบคุณพี่วิบูลย์และพี่ VI ทุกคนมากค่ะ
สำหรับทุกสิ่งที่ ดี ดี
ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่า สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Thu Oct 30, 2008 1:46 pm

sai wrote:รบกวนสอบถามพี่วิบุลย์ปัจจุบันถือเงินสดเท่าไรครับ และในภาวะการณ์ปกติพี่มีถือเงินสดบ้างหรือไม่ เป็นสัดส่วนเท่าไรครับพี่ ขอบคุณครับ
ปกติก็มีเงินสดติดมือบ้าง
ตอนนี้ถอยมาตั้งหลักที่ 20%
หุ้นที่ขายจะเป็นหุ้นราคาเกินพื้นฐานมากกว่า
ถ้าต่ำกว่าพื้นฐานก็ยังถือต่อ
แต่ถ้าพื้นฐานเปลี่ยน ราคาเท่าไหร่ก็ขาย
เท่าที่เช็คพื้นฐานแต่ละตัวที่ถืออยู่ก็ยังโอเค
น่าจะทนภาวะเศรษฐกิจตกสะเก็ดได้สักห้าปี
เพราะบริษัทพวกนี้ผ่านปี 40 มากันทุกบริษัท
และอยู่รอดมาได้จนทุกวันนี้

รอบนี้ฝรั่งขายแบบไม่สนใจราคาพื้นฐาน
ขนเงินกลับอย่างเดียว
เพราะขาดทุนที่ต่างประเทศหนัก
GE Capitol ยังต้องเร่ขาย Leasingในเมืองไทยเลย
หลังจากเข้ามาซื้อพอร์ตสินเชื่อรถยนต์จากไฟแนนซ์ที่ถูกปิดของไทยเมื่อสิบปีที่แล้ว
ขนาดจีอียังเดี้ยง ไม่ต้องพูดถึงสถาบันการเงินเล็กๆอื่นๆ

คนที่ถือหุ้นอยู่เลยเจ็บไปตามๆกัน
คนที่รอดคือคนที่ไม่มีหุ้น
แต่ถ้าเราไม่คิดเลิกลงทุนใน 2-3 ปีนี้
และเงินในหุ้นก็ถือว่าเป็นเงินลงทุนระยะยาวอยู่แล้ว
ไม่ได้คิดเอาออกมาใช้ทำอะไร
ไม่ได้เอาออกมาซื้อรถขับโก้ๆ ซื้อบ้าน ซื้อนู้นซื้อนี่
ถ้าผ่านไปสองสามปีมันไม่ดีขึ้น
แสดงว่าเราคิดผิด
ถึงเวลานั้นคงต้องบอกว่า Value Investing มันใช้ไม่ได้ในตลาดหุ้นเมืองไทยจริงๆ
แต่เวลาเท่านั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าใช่ไม่ใช่

ตอนนี้ก็ทำมาหากินกันต่อไป
อย่าไปสนใจตลาดหุ้นมากนักก็ได้

ผมมีคำพูดของอาจารย์เบนจามิน เกรแฮม
ผู้ที่วอร์เรน บัฟเฟตให้ความนับถือเหมือนพ่อบังเกิดเกล้า
เขียนไว้ในหนังสือ Intelligence Investor
ประโยคแรก
"ราคาหุ้นผันผวนในระยะสั้น แต่ราคาหุ้นจะสะท้อนผลการดำเนินการของบริษัทในระยะยาว"

ต่อมา
"นักลงทุนไม่ควรสนใจราคาหุ้นในระยะสั้น
แต่ควรให้ความสำคัญกับเงินปันผลและผลการดำเนินงานของบริษัทมากกว่า"


และคำพูอมตะสุดท้าย
"แล้วมันจะผ่านไป"

เอามาปัดฝุ่นอ่านอีกรอบก็ได้นะครับท่าน



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Thu Oct 30, 2008 1:57 pm

pekkyboy wrote: กำลังใจเริ่มถดถอย ซื้อแล้วก็ลงอีก กระสุนเริ่มร่อยหรอเหมือนกันครับพี่วิบูลย์ แบ่งปันกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ทำงาน...เก็บตังค์....อดออม...เพื่อลงทุน...มุ่งแสดงว่าอิสระภาพทางการเงินที่แท้จริง (แต่ตอนนี้ประสาทจากิน...อิอิ)
ติดลบเกือบ 19% มอง devidend ที่ 7% พอครับ
เลิกดูตลาดหุ้นไปสักสองปีเป็นยังไงครับ
กลับไปตั้งหน้าตั้งตาทำงานหาเงินต่อไป
น่าจะช่วยลดอาการทางประสาทได้
pekkyboy wrote:อยากทราบว่าพี่วิบูลย์คิดเห็นอย่างไรครับกับหุ้นกลุ่มสื่อสาร ส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะกระทบกับรายได้ไม่มากเท่าไหร่ครับ เลยมุ่งเก็บหุ้นกลุ่มนี้หนะครับ แต่กลัวจะมาผิดทางเลยอยากรบกวนขอข้อคิดเห็นจากพี่หน่อยนะครับ

ขอบพระคุณล่วงหน้านะครับ :D
ผมไม่มีความรู้เรื่องหุ้นสื่อสารเลย
เคยตามสมัยที่จะมีการตั้งกทช กสช อะไรพวกนั้น
สุดท้ายก็เงียบไปเพราะการเมือง
จนตอนนี้ผมยังไม่รุ้เลยว่าตั้งเสร็จหรือยัง
ตั้งแล้วจะมีผลกระทบกับบริษัทไหนอย่างไรบ้าง
ผมสุดจะเดาครับ
ลองถามอาจารย์ลูกอีสานดูครับ
เผื่อจะได้อะไรดีๆ

โชคดีครับ



User avatar
oilpaint
Verified User
Posts: 54
Joined: Thu Feb 14, 2008 11:24 am

Posts by oilpaint » Thu Oct 30, 2008 5:18 pm

:arrow:    :oops:  ไอ้มดแดง อิอิอิ



noooon010
Verified User
Posts: 2712
Joined: Sat Jun 09, 2007 5:08 pm

Posts by noooon010 » Thu Oct 30, 2008 6:42 pm

พี่วิบูลย์ขอบคุณนะครับ  :D

อย่าลืมให้เวลากับครอบครัว และสังคมรอบๆข้างของคุณนะครับ

มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม


นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ


tatar_2522
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 75
Joined: Tue Oct 28, 2008 11:08 am

ขอความเห็นหน่อยครับ

Posts by tatar_2522 » Fri Oct 31, 2008 10:36 am

คิดอย่างไรกับหุ้น amata บ้างครับ มือใหม่หัดขับ



tatar_2522
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 75
Joined: Tue Oct 28, 2008 11:08 am

มือใหม่หัดขับ

Posts by tatar_2522 » Fri Oct 31, 2008 10:39 am

ขอความเห็นหุ้น amata ครับ



pekkyboy
Verified User
Posts: 17
Joined: Wed Feb 27, 2008 4:24 pm

Posts by pekkyboy » Fri Oct 31, 2008 1:24 pm

ขอบคุณพี่วิบูลย์สำหรับคำแนะนำครับ
เมื่อวานหุ้นขึ้นผมเลยขายหุ้นออกไปบางส่วน เพื่อลดแรงกดดันและรักษาสุขภาพจิตของตัวเองครับ :D  นึกขึ้นมาได้ว่าถ้าเราถือหุ้นแล้วเกิดความเครียดก็ควรจะลดพอร์ตตัวเองลงจนถึงระดับที่เราสามารถรับได้อ่ะครับ(ตามอาจารย์หลายๆท่านที่เคยแนะนำเอาไว้ :wink: )  แล้วผมก็ถอยออกมาดูหุ้นอยู่ห่างๆรอฝุ่นหายตลบ ค่อยกลับเข้าไปใหม่ ตอนนี้นั่งโหลดกระสุนไปพลางๆก่อนครับ

อดทนต่อความยากลำบาก ฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวง เพื่อความสำเร็จในอนาคต


VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Fri Oct 31, 2008 10:00 pm

[quote="noooon010"] พี่วิบูลย์ขอบคุณนะครับ



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Re: ขอความเห็นหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Fri Oct 31, 2008 10:08 pm

tatar_2522 wrote:คิดอย่างไรกับหุ้น amata บ้างครับ มือใหม่หัดขับ
ลองดูในห้องร้อยคนร้อยหุ้นครับ

สำหรับผม ผมว่าวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์คราวนี้
ธุรกิจส่งออกจะโดนเต็มๆ
เพราะผู้ซื้อไม่มีตังค์
นิคมอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของไทยจะเป็นการส่งออก
ดังนั้นการขยายการผลิตหรือการตั้งโรงงานใหม่คงน้อยลงมาก
อมตะคงหนีไม่พ้นที่จะโดนหางเลขจากรอบนี้

แต่ราคาหุ้นมันเย้ายวนใจมาก
จากราคา 14 บาทเหลือ 4 บาท
ตอนนี้มาร์เกตแคป 4,000 ล้านบาท
ลองดูซิว่าที่ดินที่เหลือมีมูลค่าเท่าไหร่
มากหรือน้อยกว่า 4,000 ล้าน
ต้องไปคิดเองหละนะเพราะผมไม่มีข้อมูล
ชั่วโมงนี้คงต้องอาศัย Asset Valuation แทนแล้วหละ

โชคดีครับ



User avatar
BABY TERMITE
Verified User
Posts: 368
Joined: Sun Aug 24, 2008 7:38 pm

Re: ขอความเห็นหน่อยครับ

Posts by BABY TERMITE » Sat Nov 01, 2008 4:16 pm

VIB007 wrote: ลองดูในห้องร้อยคนร้อยหุ้นครับ

สำหรับผม ผมว่าวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์คราวนี้
ธุรกิจส่งออกจะโดนเต็มๆ
เพราะผู้ซื้อไม่มีตังค์
นิคมอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ของไทยจะเป็นการส่งออก
ดังนั้นการขยายการผลิตหรือการตั้งโรงงานใหม่คงน้อยลงมาก
อมตะคงหนีไม่พ้นที่จะโดนหางเลขจากรอบนี้

แต่ราคาหุ้นมันเย้ายวนใจมาก
จากราคา 14 บาทเหลือ 4 บาท
ตอนนี้มาร์เกตแคป 4,000 ล้านบาท
ลองดูซิว่าที่ดินที่เหลือมีมูลค่าเท่าไหร่
มากหรือน้อยกว่า 4,000 ล้าน
ต้องไปคิดเองหละนะเพราะผมไม่มีข้อมูล
ชั่วโมงนี้คงต้องอาศัย Asset Valuation แทนแล้วหละ

โชคดีครับ
    เห็นด้วยครับ...
       พื้นฐานธุรกิจโดนเต็มๆ
       ราคาก็ลงมาแบบเต็มๆ
       ถ้าจะลงทุน ก็ต้องมีหัวใจแบบเต็มๆ
    เพราะคงต้องอดทนนานพอสมควร คุ้มไม่คุ้มอยู่ที่มุมมองครับ
 โชคดีครับ  :D

ปลวกน้อยคอยวันเติบใหญ่


User avatar
dome@perth
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4738
Joined: Fri Oct 05, 2007 1:43 am

Posts by dome@perth » Sun Nov 02, 2008 12:18 am

ผมรู้สึก อบอุ่นอย่างไงไม่รู้ครับ ในท่ามกลาง ความเยือกเย็นของตลาด ช่วงนี้เมื่อได้อ่านข้อความของเพื่อนๆชาว VI ต่างก็ให้กำลังใจกันและกัน

ผมคนนึงที่ใฝ่ฝันอยากมี อิสระภาพทางการเงิน มุ่งมั่นเก็บเงิน จากน้ำพักน้ำแรง มาลงทุน หวังไว้ว่า 15% ต่อ ปี อีก 5-10ปี จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก เหมือนทุกวันนี้

มาลงทุนปีแรก  ตอนต้นๆปี มาถึงวัน ใจไม่อยู่กะเนื้อกะตัวแล้ว แต่ก็มีกะทู้ดีๆ ในเวปนี้แหละครับ เป็นกำลัง   ติดตามอ่านทุกเช้าเย็น

ขอบคุณ คุณ VIB007 คุณลูกอิสาน คุณนริศ คุณChatchai และท่านอื่นๆที่สระเวลามาโพสต์ข้อความดีๆไว้ให้อ่าน เป็นการแบ่งปันที่ ประเสริฐครับ :bow:

"ไม่มีสุตรสำเร็จ ไม่มีทางลัด ไม่ใช่แค่โชค
หนทางจะได้มาซึ่ง ความมั่งคั่งอย่างถาวร
มันมาจาก ความขยัน ไขว่คว้า หาความรู้
เชื่อและตั้งมั้นในหลักการลงทุนที่ถูกต้อง
"


VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Sun Nov 02, 2008 7:59 pm

[quote="dome@perth"]ผมรู้สึก อบอุ่นอย่างไงไม่รู้ครับ ในท่ามกลาง ความเยือกเย็นของตลาด ช่วงนี้เมื่อได้อ่านข้อความของเพื่อนๆชาว VI ต่างก็ให้กำลังใจกันและกัน

ผมคนนึงที่ใฝ่ฝันอยากมี อิสระภาพทางการเงิน มุ่งมั่นเก็บเงิน จากน้ำพักน้ำแรง มาลงทุน หวังไว้ว่า 15% ต่อ ปี อีก 5-10ปี จะได้ไม่ต้องทำงานหนัก เหมือนทุกวันนี้

มาลงทุนปีแรก



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Sun Nov 02, 2008 8:02 pm

จดหมายจากวอร์เรน บัฟเฟตต์

Value Way, Oct 27, 08

:วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนเอกของโลกเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ ฉบับวันที่ 17 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนของเขาในสถานการณ์ปัจจุบัน

โลกการเงินการธนาคารทั้งในอเมริกาและต่างประเทศกำลังประสบหายนะ มันเป็นปัญหาที่กำลังกระจายไปถึงเศรษฐกิจโดยรวม รูรั่วเล็กๆ ที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นหลุมพรางขนาดใหญ่ ในระยะสั้นอัตราการว่างงานคงเพิ่มขึ้น และกิจกรรมทางธุรกิจคงชะลอตัว พาดหัวข่าวจะยังมีเรื่องน่ากลัวต่อไปเรื่อยๆ

ดังนั้น.....ตอนนี้ผมถึงได้ซื้อหุ้นในตลาดอเมริกา ที่ผมกำลังพูดถึงเป็นบัญชีซื้อขายหุ้นส่วนตัวของผม ที่ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้ลงทุนในอะไรเลยนอกจากพันธบัตรรัฐบาล (คำอธิบายนี้ไม่ได้รวมถึงหุ้นของ เบิร์กไชน์ที่ผมถืออยู่ที่ตอนนี้ได้มอบให้เพื่อการกุศลไปแล้ว) ถ้าตราบใดที่ราคาหุ้นยังน่าสนใจ ทรัพย์สินทั้งหมดของผมจะเป็นหุ้นในตลาดอเมริกา 100 เปอร์เซ็นต์ในเร็วๆ นี้

ทำไมนะหรือ? กฎง่ายๆ ของผม :จงกลัวเมื่อคนกำลังโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกำลังกลัว และที่แน่นอนที่สุดตอนนี้ความกลัวกำลังแผ่กระจายออกไป ไปจนถึงแม้กระทั่งนักลงทุนที่มีประสบการณ์ นักลงทุนมีสิทธิที่จะระแวงเมื่อเจอกับกิจการหรือธุรกิจที่มีหนี้สูง หรืออยู่ในตำแหน่งทางการแข่งขันที่อ่อนแอ แต่การที่จะระแวงถึงความรุ่งเรืองในระยะยาวของบริษัทที่แข็งแกร่งไม่เห็นจะเข้าท่าเลย แน่นอนว่ารายได้ของบริษัทต่างๆ ย่อมจะต้องเจอกับความไม่ราบรื่นบ้างเป็นธรรมดาของการทำธุรกิจ แต่บริษัทใหญ่ๆ ส่วนมากจะมีสถิติกำไรสูงสุดใหม่ในอีก 5 ปี 10 ปี และ 20 ปีนับจากนี้ไป

ขอผมชี้แจงเรื่องหนึ่งก่อนคือ ผมไม่สามารถทำนายการขึ้นลงของตลาดหุ้นในระยะสั้นๆ ได้ ผมไม่รู้แม้แต่นิดเดียวว่าหุ้นจะขึ้นหรือลงในระยะ 1 เดือนหรืออีก 1 ปีข้างหน้า แต่ที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือตลาดหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นพอสมควรทีเดียวก่อนที่ความรู้สึกว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น ถ้าคุณมัวแต่รอฟังเสียงของนกโรบิน นั่นหมายความว่าฤดูใบไม้ผลิได้ผ่านไปแล้ว

พูดถึงประวัติศาสตร์กันสักนิดหน่อย ในระหว่างช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ (The Great Depression 1930) ดัชนีดาวน์โจนส์ ตกต่ำเหลือเพียง 41 จุดในวันที่ 8 กรกฎาคม 1932 สภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จนกระทั่ง แฟรงคลิน ดี รูสเวลล์ (Franklin D. Roosevelt) เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนมีนาคม 1933 และก่อนหน้านั้นตลาดปรับตัวขึ้นไปแล้ว 30 เปอร์เซ็นต์  หรือคิดย้อนไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนที่อะไรก็ไม่ดีไปเสียหมดสำหรับอเมริกา, ยุโรปและแปซิฟิก ตลาดหุ้นตกลงมาต่ำสุดในเดือนเมษายน 1942 นั่นคือก่อนที่ฝ่ายพันธมิตรจะชนะสงคราม อีกครั้งในตอนปี 1980 เวลาช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่จะซื้อหุ้น ตอนที่เงินเฟ้อกำลังทะยานและเศรษฐกิจกำลังทรุด กล่าวสั้นๆ ก็คือข่าวร้ายคือเพื่อนที่ดีที่สุดของนักลงทุน มันให้โอกาสคุณได้ซื้ออนาคตของอเมริกาในราคาที่มีส่วนลด

ในระยะยาวแล้วตลาดหุ้นจะมีแต่ข่าวดี ประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านสงครามโลกมา 2 ครั้ง และปัญหาความขัดแย้งทางทหารที่อื่นๆ อีกหลายที่ เศรษฐกิจล่มสลายครั้งใหญ่ เศรษฐกิจถดถอยอีกหลายครั้ง เศรษฐกิจตกต่ำเพราะราคาน้ำมัน โรคไข้หวัดนก การลาออกที่น่าอดสูของประธานาธิบดีบางคน ถึงอย่างนั้นดัชนีดาวน์โจนส์ ยังปรับตัวไปจาก 66 ไปถึง 11,497 จุด คุณอาจจะคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่นักลงทุนจะขาดทุนในช่วงทศวรรษที่ตลาดปรับตัวขึ้นอย่างเหลือเชื่อ แต่นักลงทุนบางคนก็ยังขาดทุนในช่วงนั้นเพราะพวกเขาซื้อหุ้นตอนที่รู้สึกดีแล้วก็ขายขาดทุนเมื่อพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ทำให้พวกเขากลัว

วันนี้คนที่ถือเงินสดคงรู้สึกสบายใจ ทั้งที่จริงแล้วเขาไม่ควรคิดอย่างนั้นเลย เงินสดเป็นสินทรัพย์ที่แย่มากในระยะยาว มันแทบจะไม่ให้ผลตอบแทนอะไรเลยและมูลค่าก็มีแต่จะลดลงด้วย อันที่จริงนโยบายที่รัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาตอนนี้จะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นและบั่นทอนมูลค่าที่แท้จริงของเงินสด หุ้นยังไงก็ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินสดในช่วงทศวรรษข้างหน้า อาจจะมากกว่าเยอะด้วย นักลงทุนที่กอดเงินสดไว้กำลังพนันว่าเขาสามารถคาดเวลาเหมาะๆ ที่จะเปลี่ยนเงินสดเป็นทรัพย์สินอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี ในระหว่างที่รอความสบายใจจากข่าวดี พวกเขาได้ละทิ้งคำแนะนำของนักฮอคกี้เวิร์น เกสกี้ (Wayne Gretzky) ที่ว่าผมไถลสเกตไปในที่ๆ ลูกฮอกกี้กำลังจะไป ไม่ใช่ขยับตัวไปที่ที่มันเคยไปมาแล้ว

ผมไม่ชอบให้ความเห็นเกี่ยวกับตลาดหุ้น และขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่รู้ว่าตลาดจะเป็นอย่างไรในระยะสั้น ถึงอย่างไรก็ตามผมเองชอบคำแนะนำของร้านอาหารที่เปิดในตึกของธนาคารที่เงียบเหงาที่โฆษณาว่า พูดอะไรไป ก็กล้าใช้เงินทำอย่างนั้นด้วย  วันนี้ทั้งเงินผมและคำพูดผม ทั้งสองอย่างบอกว่า หุ้น



mousour
Verified User
Posts: 8
Joined: Sun Jul 15, 2007 8:39 pm

ขอถามเรื่องสินค้าcomudity

Posts by mousour » Mon Nov 03, 2008 3:31 pm

อยากถามเรื่องไซเคิลครับ ประมาณว่าลงทุนเหล็กดีกว่าทองไหม เช่นถ้าผมซื้อทองตอนนี้12000อีก3-4ปี ถ้าทองขึ้นไปถึง 18000ผมได้กำไร 50เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าตุนเหล็กล่ะครับ ตอนนี้เศษเหล็ก โลละ3บาท เมื่อต้นปีผมเคยเอาเศษเหล็กไปขายได้โลละ 17 บาท คือคิดว่าคุ้มกว่าซื้อทองปกติรอบของราคาเหล็กกี่ปีถึงจะมาครับแล้วดูสถิติได้จากไหนครับหรือซื้อหุ้นเหล็กดีกว่า

I am a pig from sampran.


jajam
Verified User
Posts: 40
Joined: Sun Sep 16, 2007 10:52 pm

Posts by jajam » Mon Nov 03, 2008 6:27 pm

ได้รับแล้วครับ
ขอบคุณมากๆครับผม



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Re: ขอถามเรื่องสินค้าcomudity

Posts by VIB007 » Mon Nov 03, 2008 10:46 pm

mousour wrote:อยากถามเรื่องไซเคิลครับ ประมาณว่าลงทุนเหล็กดีกว่าทองไหม เช่นถ้าผมซื้อทองตอนนี้12000อีก3-4ปี ถ้าทองขึ้นไปถึง 18000ผมได้กำไร 50เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าตุนเหล็กล่ะครับ ตอนนี้เศษเหล็ก โลละ3บาท เมื่อต้นปีผมเคยเอาเศษเหล็กไปขายได้โลละ 17 บาท คือคิดว่าคุ้มกว่าซื้อทองปกติรอบของราคาเหล็กกี่ปีถึงจะมาครับแล้วดูสถิติได้จากไหนครับหรือซื้อหุ้นเหล็กดีกว่า
ลองถามท่านประธาน"สามัญชน"ดูดีกว่าครับ
ท่านถนัดหุ้นวัฏจักร
อาจตอบคำถามเรื่องเหล็กได้ดีกว่า



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Wed Nov 05, 2008 12:55 pm

jajam wrote:ได้รับแล้วครับ
ขอบคุณมากๆครับผม
ขอบคุณผิดคนแล้วครับ
ต้องขอบคุณพี่ครรชิต
คนละกระทู้ครับ
ผมไม่ได้ส่งอะไรให้เลยนะ
เดี๋ยวเข้าใจผิดกัน



ChennyVI
Verified User
Posts: 20
Joined: Wed Dec 26, 2007 4:31 pm

Posts by ChennyVI » Thu Nov 06, 2008 8:00 pm

Marry Buffet คงเขียนถูกต้องใช่ไหมคับเกี่ยวกับ W. Buffet ที่ว่า Buffet ไม่ได้ลงทุนในหุ้นทุกเมื่อเชื่อยาม(หมายถึงลงทุนซื้อหุ้นเพิ่ม)  ในยามที่หุ้นแพงๆ เขาก็จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลกอดไว้ แล้ว Buffet จะเคลื่อนไหวจริงจังเมื่อ Mr.Market เสนอหุ้นในราคา sale สุดๆ ให้เขา

อันนี้หมายถึง "ราคาเป็นตัวกำหนดผลกำไร" ใช่ป่ะคับ

ขอถามพี่ๆ หน่อยน่ะคับว่าพอร์ตพี่ๆ มีหุ้นต่างประเทศหรือเปล่าคับ ถ้ามีแล้วตอนพี่ๆ หาข้อมูลต้องทำยังไงคับ

ปล. ติดตาม Value way ของพี่มนตรี พี่วิบูลย์ อยู่น่ะคับ คือผมไม่ค่อยได้อ่านกรุงเทพธุรกิจคับ อยากให้พี่ๆ เมตตารวมเป็นแล่มๆ ออกมาเรื่อยๆ จะเป็นพระคุณยิ่งคับ ^^

- As Albert Einstein said "God always takes the simplest way" -


Post Reply