คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
thanwa
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 1011
Joined: Sat Feb 08, 2003 10:31 pm
www.facebook.com/18thanwa-->

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by thanwa » Fri Aug 29, 2003 9:37 pm

คุณวิบูลย์ครับ

ที่วันงานสัมนาก้าวแรกขอบการลงทุนแบบเน้นคุณค่า
ทราบข่าวจากคุณเจ๋งว่า คุณวิบูลย์เป็นแฟนพันธุ์แท้ของวอร์เรน บัพเฟต์คนหนึ่ง
วันนั้นคุณวิบูลย์โชว์หนังสือ Thailand Company Handbook ที่คุณยีนกำลังรวบรวมการสั่งซื้ออยู่ พร้อมทั้งเลือก 20-30 หุ้นที่มีลักษณะเข้าข่ายน่าสนใจตาม criteria ของวอร์เรน



Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14783
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Sat Aug 30, 2003 12:58 am

>>> thanwa
wiboon have not came to read in TVI yet

or wiboon has not came to visit our website yet

Oh can you correct my english thanwa

After we have the exactly hotel and time

Dr.prapan will call him to join us

Now Dr. prapan wait for the decision of Genie



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 2:30 pm

คุณธันวา และเพื่อนๆครับ
ต้องขอโทษครับที่ตอบช้า ผมไม่ค่อยได้เข้าเน็ต ยกเว้นเวลาทำงานก็เลยกลัวเจ้านายว่าเอา ต้องออกตัวก่อนว่าผมไม่สามารถยกตัวเป็นผู้รู้ที่แท้จริงได้ เพราะได้แต่อ่านหนังสือการลงทุนหลายๆเล่ม (ประมาณ 30 เล่ม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) และทดลองวิชาด้วยตัวเอง เคยอ่านกระทู้หลายๆกระทู้แต่ไม่กล้าตอบเพราะยังลองวิชาอยู่ แต่หัวข้อหลายๆหัวข้อน่าสนใจมากครับ ปัจจุบันมีพอร์ตการลงทุนอยู่ไม่กี่ล้านบาท ถืออยู่ 3-4 บริษัท ยังไม่ขาดทุนครับ และผมคิดว่าวิธีการลงทุนของผมที่ไม่เปลียนบริษัทบ่อยๆ และ ถือยาวๆ ไม่มีวันขาดทุน กำไรน้อยกำไรมากก็แล้วแต่จังหวะของแต่ละคน

ผมขายหุ้นน้อยมากแทบไม่ขายเลย ถ้าปัจจัยระยะยาวของบริษัทไม่เปลี่ยน ส่วนใหญ่จะซื้อเพิ่มมากกว่า เคยคุยกับเพื่อนเรื่องการลงทุนแนวนี้ มันกลับหาว่าผมบ้า ญาติพี่น้องก็ดูแคลนว่าวิธีนี้ใช้กับตลาดเมืองไทยไม่ได้ แต่ผมก็ยังคงยึดแน่นกับการลงทุนแนว Value อย่างเหนียวแน่นโดยถือเอา Warren Buffet และ Phillip Fisher เป็นปรามาจารย์ ขอต่อกระทู้ต่ออีกอันนะครับ เจ้านายเรียก



User avatar
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 3134
Joined: Thu Jan 30, 2003 10:05 pm

Posts by Mon money » Mon Sep 01, 2003 3:04 pm

อ่านมากขนาดนี้แล้วลองฝึกดู ผลที่ออกมาก็ได้ผลดี คุณวิบูลย์ต้องรับเป็นแขกในงาน TVI meeting ของผมแล้วล่ะครับ ผมจะคุยเรื่องBuffettologyซึ่งคุณวิบูลย์ก็อ่านมามาก มาช่วยแชร์กันหน่อยให้เกิดสีสันในงานจะดีไหมครับ? มัดมือชกแล้วนะครับ ห้ามปฎิเสธ!



ประจวบ
Verified User
Posts: 304
Joined: Mon Feb 03, 2003 11:42 pm

Posts by ประจวบ » Mon Sep 01, 2003 3:10 pm

แล้วสรุปว่าจัดงานtvi meetingวันไหน เวลา และสถานที่แน่นอนครับ จะได้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ

หนักแน่นในแนวทางviพันธ์แท้


VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 3:18 pm

ขอเข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ ไม่ต้องฟังผมบ่นมาก ในหนังสือ Company Handbook จะมีรายละเอียดและการวิเคราะห์คร่าวๆของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด แต่ข้อมูลบางอันจะผิดนะครับต้องระวัง แต่ผมคิดว่าเราสามารถลดเวลาวิเคราะห์ลงไปได้มากมากเลยครับ ผมทนอ่านข้อมูลของทุกบริษัทเลยครับ ใช้เวลาหลายวัน พบบริษัทดีๆมากมาย

ปัญหาคือมันเป็นบริษัทที่ผมไม่รู้จักทั้งชื่อบริษัทและสินค้าที่บริษัทผลิต ผมไม่ลงทุนในบริษัทที่ผมไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าหรือบริษัทที่ผมไม่เคยใช้สินค้าและบริการแน่นอน แต่ผมก็ดึงบริษัทเหล่านั้นออกมาเป็น Watch List ของผมและจะใช้เวลาศึกษาบริษัทเหล่านั้นให้มากขึ้นก่อนลงทุน

ข้อผิดพลาดของนักลงทุนส่วนใหญ่คือเราสนใจในราคาหุ้นมากเกินไป มากกว่าผลประกอบการของบริษัท และถึงแม้เราจะสนใจผลประกอบการของบริษัท เราก็สนใจในกำไรต่อหุ้นแต่ละไตรมาศมากเกินไป ทำให้เราลืม Longterm Economic ของบริษัทนั้นไป ทำให้บริษัทดีๆมีราคาต่ำเกินกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Intrinsic Value) ของมัน และสิ่งนี้ทำให้ Buffet กลายเป็นมหาเศรษฐีของโลก



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 3:21 pm

ตอบคุณ Mon Money
ผมพร้อมจะแชร์ครับ แต่ก็พบว่า Buffetology ของ Mary Buffet มีข้อผิพลาดครับ



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 3:37 pm

TVI Meeting เจอกันแน่นอนครับ

แต่ตอนนี้ขอตอบคุณธันวาก่อนเรื่องตระแกรงร่อน

ผมคิดว่าทุกคนอยากประสบความสำเร็จจากการลงทุน แต่ส่วนใหญ่มีความอดทนไม่พอ เราทนเห็นราคาหุ้นที่เราถืออยู่ตกไม่ได้ เราทนเห็น SET INDEX พุ่งแซงหน้าเราไปไม่ได้ เราทนการยั่วยวนของการทำกำไรจากหุ้นที่เราถืออยู่ไม่ได้ ทำให้เราหลุดออกจากแนวทางของ Value Investing และผมก็เห็นมากับตาที่เห็นคน Value หันไปเล่นเก็งกำไรอย่างสนุกสนานในช่วงนี้

หลักปฎิบัติสำหรับ Value Investor คือ
1) รู้จักบริษัทของคุณเป็นอย่างดี
2) ผู้บริหารไว้ใจได้แค่ไหน
3) ราคาเป็นสิ่งสุดท้ายที่ Value Investor จะดู ขณะที่นักลงทุนแนวอื่นจะดูราคาก่อนสิ่งใด

คุณเป็นนักลงทุนแบบไหน?



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 3:50 pm

ลืมข้อ 4) ถือหุ้นให้นานที่สุดเพื่อให้บริษัทที่ถืออยู่แสดงศักยภาพในระยะยาวออกมา

Phillip Fisher บอกเอาไว้ว่าต้องถือหุ้นอย่างน้อย 3 ปี ระยะเวลาที่ต่ำกว่านั้นจะไม่พอสำหรับโครงการหรือสิ่งต่างๆที่บริษัททำอยู่จะแสดงผลระยะยาวออกมา

คุณถือหุ้นตัวหนึ่งนานแค่ไหน?

คุณธันวาครับ ผมว่าตะแกรงตัวแรกน่าจะเป็นตัวเราเองแทนที่จะเป็นตัวบริษัท ว่าเรามีความพร้อมแค่ไหนในทางจิตวิญญานที่จะยึดมั่นในแนวทางและทนต่อความขึ้นๆลงๆของตลาดหุ้นได้

Warren Buffet บอกว่าถ้าทนเห็นหุ้นที่เราถืออยู่ราคาตกลงไป 50% แล้วเฉยๆไม่ได้ แสดงว่าเราไม่พร้อมสำหรับตลาดหุ้น (Warren แนะนำให้คุณออกจากตลาดไปเลยครับ)



CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 9795
Joined: Thu Jun 05, 2003 4:13 pm

Posts by CK » Mon Sep 01, 2003 4:04 pm

คุณวิบูลย์

เห็นหุ้นที่เราถืออยู่ตกไป 50% ผมเฉยๆไม่ได้หรอกครับ
และก็ไม่ยอมออกจากตลาดด้วย

เมื่อราคาหุ้นบริษัทที่ผมถือตก 50% ผมทำสองอย่างครับ

1) หาข้อมูล - ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทฯอย่างละเอียดอีกครั้ง
หาสาเหตุให้ได้ว่าทำไมมันตกไป 50% ได้

2) ปฎิบัติการ
- ถ้าตกเพราะบริษัทพื้นฐานเปลี่ยนถาวร ขายหมดพอร์ต
- ถ้าตกเพราะตลาดตื่นตกใจ แต่พื้นฐานบริษัทยังดี ซื้อเพิ่ม



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 4:16 pm

หลังจากร่อนตัวเราเองแล้ว เราก็มาดูบริษัทที่เราจะฝากผีฝากไข้ดูแลเงินลงทุนของเราไปสัก 10-20 ปีว่ามีหรือเปล่า (ผมหมายถึง 10-20 ปีจริงๆนะครับ) เหมือนเราร่วมลงทุนเป็นเจ้าของบริษัทหนึ่ง โดยที่เราไม่ต้องไปบริหารเอง แต่ผู้บริหารจะนำเงินเราไปจัดการให้การผลิตสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภค ถ้าผู้บริหารทำได้ดี บริษัทก็จะเติบโตขึ้น ส่วนลงทุนของเราก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลที่มากขึ้น รวมถึงมูลค่าของบริษัทก็จะมากขึ้น (ราคาหุ้นสูงขึ้น) แต่ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้น 50-100% ในหนึ่งเดือนเหมือนปัจจุบันนี้ ผมขอเรียกมันว่าความบ้าคลั่งครับขอให้ระวัง

คุณมีบริษัทที่คุณฝากชีวิตแล้วหรือยังครับ?

ถ้ามี ก็ลุ้นให้บริษัทของเราเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ นะครับ (ผลประกอบการดีขึ้นเรื่อยๆนะครับ ไม่ใช่ราคาหุ้นระยะสั้นพุ่งไม่ยอมหยุด)

ถ้าไม่มีก็อย่าท้อ เฝ้าค้นหาและศึกษา สักวันโอกาสจะเป็นของเรา

Last edited by VIB007 on Fri Oct 03, 2003 5:09 pm, edited 1 time in total.


VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 4:20 pm

ตอบคุณ CK

ถ้าผมมั่นใจในบริษัทของผมและคิดว่าที่ราคาตกเป็นเรื่องชั่วคราว ผมจะซื้อเพิ่มเหมือนกันครับ (และซื้อเยอะด้วย)



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 4:28 pm

เนื่องด้วยผมไม่มีเวลาตอบกระทู้อื่นๆ ผมขอใช้กระทู้นี้ตอบคำถามสำหรับเพื่อนๆที่มีข้อพูดคุยกับผม วิบูลย์ (007) เพียงกระทู้เดียวนะครับ สัญญาว่าจะเปิดกระทู้นี้ทุกวันที่อยู่ออฟฟิศและไม่ได้ไปต่างจังหวัด (ผมเดินทางบ่อย)



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 4:45 pm

ต่อเรื่องตระแกรงร่อนของคุณธันวา

ขอให้ผู้สนใจอ่านดูในรายชื่อบริษัทใน Company Handbook ว่ามีบริษัทไหนบ้างที่เรารู้จักชื่อบริษัทและสินค้าเป็นอย่างดี บอกตัวเองว่าเราจะไม่ลงทุนในบริษัทที่เราไม่รู้จัก

สมมุติว่าเป็นบริษัท ก ที่เรารู้จักเพราะใช้สินค้าบริษัทนี้มานานและเพื่อนๆก็ใช้สินค้าชนิดนี้เหมือนกัน

อันดับแรกดูที่โปรไฟล์สั้นๆด้านบนซ้ายมือว่านอกจากสินค้าที่เราใช้แล้ว บริษัทนี้ยังทำอะไรอย่างอื่นอีกหรือเปล่า

ดูแล้วก็จำเอาไว้ท่องให่ขึ้นใจ และลองถามๆคนที่เคยใช้สินค้าและบริการว่าใช้ดีหรือเปล่า (Phillip Fisher เรียกขบวนการนี้ว่า Scatterbut)

จากนั้นดูที่ผู้ถือหุ้นและกรรมการครับว่ามีใครที่เราเคยเห็น เคยฟัง เคยคุย เคยได้ยินว่ามีคดีอะไรเป็นเรื่องเป็นราวในทางไม่ดีบ้างหรือไม่ ผมเดาเอาว่าส่วนใหญ่เราคงไม่เคยได้ยินชื่อคนเหล่านี้

ให้ข้ามตารางราคาหุ้นไปก่อน (บางทีผมก็แอบดูก่อนเหมือนกัน)



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 4:57 pm

มีผลประกอบการปี 2002 รายไตรมาศให้ดูเล่นๆ แต่ผมคิดว่าผลประกอบการปีเดียวคงมีประโยชน์ไม่เท่าไหร่

ให้ดูที่หน้าสองขวามือ
ดูยอดขายในช่วงห้าปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ถ้าขึ้นเรื่อยๆก็น่าสนใจ ถ้าตกลงเรื่อยๆก็ขอลาก่อน

ดูใน Income Staement ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ เช่นมี Opearting Expense ที่ไม่ inline กับยอดขาย เราคงดูรายละเอียดในที่นี้ไม่ได้ต้องดูผลประกอบการฉบับเต็ม

มาถึงสิ่งที่คนสนใจมากที่สุด ดูกำไรครับ ถ้าขาดทุนทุกปีหรือขาดทุนปีเว้นปี ผมก็ขอลาก่อนเหมือนเดิม ยกเว้นผู้รู้ที่ต้องการหา Turnaround Stock แต่ผมขอบาย Warren Buffet บอกว่า Turnaround mostly never trun

Peter Lynch ซื้อ Chyrsler ครับแต่ ปรามาจารย์ Buffet เราไม่เคยชายตาดูหุ้นตัวนี้เลยครับ ขอบอก



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 5:12 pm

มาถึง Balance Sheet
ดู Working Capital ว่าเป็นบวกหรือเปล่า แต่มีบางบริษัทที่เก็บเงินลูกค้าก่อนแต่จ่ายเงินซัพพลายเออร์ทีหลัง Working Capital ก้อาจเป็นลบได้ เช่นพวก Discount Store พวกนี้เอาเงินลูกค้าไปหมุนเล่นก่อนสัก 3 เดือนก่อนจ่ายซัพพลายเออร์ ซัพพลายเออร์มีแต่ซีดกับซีดเวลาทำธุรกิจกับพวกนี้

ดูหนี้ Debt (Long-term Debt) ว่าเป็นกี่เท่าของกำไรสุทธิ คนส่วนใหญ่ชอบดู Debt/Equity Ratio อย่างพวกนักวิเคราะห์ตาม Broker ทั้งหลาย แต่ผมไม่ได้คิดจะ Liquid บริษัทผม ผมจึงสนใจ D/E มากกว่า ถ้ามากก็ขอลาก่อน ชาตินี้คงไม่มีวันใช้หนี้หมด

ดู Retain Earning ว่าเพิ่มขึ้นทุกปีหรือเปล่า ถ้าลดลงต้องถามว่าเอาไปทำอะไร

ดู Share Holder Equity ว่าสอดคล้องกับ Retain Earning หรือไม่



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 5:32 pm

ผมชักเหนื่อยในการพิมพ์แล้วครับ ผมไม่ชอบบอกรายชื่อหุ้นตรงๆหรอกครับ เพราะแต่ละคนมี Circle of Competence ไม่เหมือนกัน ผมถือว่าถ้าอยากเป็นนักลงทุนต้องทำการบ้านครับ ไม่ใช่ซื้อหุ้นตามพรายกระซิบ ถ้าไม่อยากทำการบ้าน ผมแนะนำให้ซื้อกองทุนครับ ไม่ต้องมาลงทุนให้เสี่ยงขาดทุนเปล่าๆ หรือนอนไม่หลับเวลาหุ้นตก สำหรับผมเอง ถ้าตลาดหุ้นปิดไปสามปีผมยังเฉยๆ ทุกวันนี้หลับสบายทุกวันครับไม่ว่าหุ้นจะขึ้นจะลง



User avatar
yoyo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4833
Joined: Sun Feb 16, 2003 12:17 pm

Posts by yoyo » Mon Sep 01, 2003 5:39 pm

ผมก็ชอบเปิดดู company handbook เรื่อยๆเหมือนกัน
แต่ตอนแรกๆต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับแต่ละรายการของเค้าพอสมควร
ว่าอะไรเป็นอะไร ละใช้อะไรมาคิด ratio
จุดนึงเลยที่เห็นได้ชัด
ROE ROA เค้าใช้ กำไรก่อนภาษีและดอกมาคำนวน
และก็ E กะ A ก็ไม่ได้ใช้ของปีปัจจุบันปีเดียวแต่จะใช้
ของปีนี้เฉลี่ยกะปีที่แล้ว
ยังมีอีกหลายๆจุดครับที่ผมยังงงๆ แต่มีคนดูกันหลายๆคนก็ดีครับ
ผมสงสัยอะไรจะได้ถามได้ อย่างในหมวดประกันนี่ผมไม่ค่อยรู้ ratio ของกลุ่มนี้เท่าไหร่
ขอบคุณมากครับพี่วิบูลย์



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 5:59 pm

ส่งท้ายครับก่อนผมออกจากออฟฟิศ
ให้ดู Profit Margin ผมชอบหุ้นที่มีมาร์จินเยอะๆ เกิน 10% ครับ

อีกตัว ดู Return on Equity (ROE) ครับ ตัวนี้หมายถึงผู้บริหารนำเงินลงทุนเราไปจัดการได้ดีแค่ไหน ผมขอเกิน 15% ครับ แต่ขอแบบสมำเสมอนะครับ ไม่ใช่ปีนี้ 25% แต่ปีที่แล้ว 5%

ขอให้โชคดีครับ แล้วเจอกัน



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 6:03 pm

ตอบน้อง Yoyo

Congratulation ครับที่จะได้ไปเรียนต่อ ขอให้ประสบความสำเร็จ

ข้อมูลใน Company Handbook คงใช้ได้คร่าวๆ แต่เราต้องทำการบ้านต่อครับ ข้อมูลในนั้นไม่เพียงพอให้เราหา Intrinsic Value ครับ



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Mon Sep 01, 2003 6:05 pm

ตอบน้อง Yoyo

พี่ก็ไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจประกันเหมือนกัน ลงทุนในธุรกิจที่เราถนัดดีกว่าครับ



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Sep 01, 2003 6:50 pm

ถามคุณ VIB007 คุณวิเคราะห์งบการเงินโดยไม่ได้เปรียบเทียบกับราคาหุ้นเลยเหรอครับ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าหุ้นที่ดี มีผู้บริหารดี สินค้าดี มี Durable มีราคาแพงเกินไปหรือเปล่า และคุณสนใจตัวเลขในงบกระแสเงินสดอย่างไรบ้างครับ ไม่ทราบว่า Buffett ใช้งบกระแสเงินสดในการวิเคราะห์บ้างหรือเปล่าครับ



thanwa
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 1011
Joined: Sat Feb 08, 2003 10:31 pm
www.facebook.com/18thanwa-->

Posts by thanwa » Mon Sep 01, 2003 11:47 pm

ยอดเยี่ยมมากครับคุณวิบูลย์
concept การลงทุนของคุณวิบูลย์น่าสนใจมาก
ผมอยากไปฟังคุณวิบูลย์มั่งแล้ว คราวนี้ขอเป็นผู้ฟัง
ความจริงแล้ว คนเก่งๆ ในห้องนี้เยอะจริงๆ
ถ้าผลัดกันมาให้ความรู้เพื่อนๆ คงจะดี

ผมเพิ่งได้หนังสือ Thailand Company Book มา
มีข้อมูลหลายตัวที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ
อย่าง long term debt ที่คุณวิบูลย์พูดถึงนี่ หมายถึงบรรทัด total debt หรือเปล่า
ส่วน D/E ratio นี่ดูตรง total debt % equity หรือเปล่า ของบางตัวทำไมมันดูแปลกๆ
ช่วยแนะนำหน่อยครับ คุณวิบูลย์น่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ เห็นใช้เวลาดูข้อมูลจากเล่มนี้หลายอาทิตย์เชียว

:wink: :wink:



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Tue Sep 02, 2003 10:19 am

ตอบคุณชาติชาย
นักลงทุนคุณค่าจะดูราคาเป็นสิ่งสุดท้ายครับ หลังจากวิเคราะห์ธุรกิจมาอย่างดี ผมไม่อยากให้เราสนใจในราคาหุ้นมากนักครับ สนใจในผลประกอบการธุรกิจข้างหน้ามากกว่า แต่ถ้าจะถามว่าจะซื้อหุ้นเมื่อไรก็ต้องบอกว่าซื้อเมื่อราคาบนกระดานต่ำกว่า Intrinsic Value มากๆครับ

Warren Buffet บอกว่าถ้าจะ take advantage กับ Mr.Market เราต้องมองไกลๆ และ ประเมินมูลค่าธุรกิจให้ช่ำชองเหนือกว่าชาวบ้านครับ

อย่างที่ผมบอกน้อง Yoyo แหละครับว่าข้อมูลในหนังสือไม่พอ ต้องใช้ Cashflow Statement ด้วยครับตัวนี้สำคัญมาก เพื่อหามูลค่าของกิจการ

ไม่ทราบคุณชาติชายมีวิธีหามูลค่ากิจการอย่างไรบ้างครับ



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Tue Sep 02, 2003 10:41 am

ตอบคุณธันวา
Long Term Debt คือ Total Debt ในหนังสือครับ

D/E ของผม หมายถึง Debt/Earning (Debt/Net Profit) ครับ ต้องหารเอาเองครับ

ในหนังสือจะเป็น total debt % equity = Debt/Equity ครับ

ผมสนใจ Debt/Earning ครับว่าบริษัทเรามีความสามารถในการจ่ายหนี้เท่าไหร่ Worst Case Senario คือว่าถ้านำกำไรที่ได้แต่ละปี ไปจ่ายหนี้หมดจะใช้เวลากี่ปี สำหรับผม ผมยอมอดค่าขนมได้ไม่เกิน 3-4 ปีครับ

ขอให้สนุกกับการอ่านของที่น่าเบื่อ (สำหรับคนทั่วไป) ครับ

มีอะไรก็โพสมาคุยกันครับ



_THiNK_

Posts by _THiNK_ » Tue Sep 02, 2003 11:27 am

ตามมาฟังครับ ชอบมาก

จะยกนิ้ว(โป้ง - แปลว่ายอดเยี่ยม ไม่ใช่โกรธ)ให้
แต่ไม่มีรูปอ่ะ จินตนาการเอาเิองนะครับ

น้องยีน หาไอคอนมาเพิ่มหน่อยดิครับ อิ อิ :wink:



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Tue Sep 02, 2003 12:22 pm

ทำไมคุณ VIB007 ใช้ Earing ในการคำนวณ ว่าบริษัทจะใช้เวลากี่ปีถึงจะชำระหนี้หมดละครับ ในเมื่อ Earing ไม่ใช้เงินสดรับของกิจการนี่ครับ ผมจะใช้ Free Cash Flow เป็นตัวคำนวณมากกว่าครับ คือ Total Debt/ Free Cash Flow ครับ น่าจะได้ค่าที่ใกล้เคียงกว่านะครับ

ในการคำนวณหามูลค่ากิจการนั้น ผมจะใช้ Discount Free Cash Flow รวมกับ Net Cash เป็นหลักครับ ผมคิดเหมือนกับผมเป็นเจ้าของกิจการคนเดียว ผมลงทุนในกิจการ (ราคา*จำนวนหุ้น ซึ่งก็คือ Market Cap. ของกิจการนั้นเอง) แล้วผมได้รับผลตอบแทนเท่าไร (ผลตอบแทนในที่นี้ ผมหมายถึงเงินสดที่อยู่ในกิจการ ถึงแม้จะยังไม่ได้จ่ายปันผลมาให้ก็ตาม)



Guest

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by Guest » Tue Sep 02, 2003 12:44 pm

คุณชาติชายครับ
ต้องยอมรับว่าคุณชาติชายยอดเยี่ยมมากที่จับผิดได้ ถูกแล้วครับ จริงๆต้องใช้ Free Cash Flow เป็นตัวหาร Debt ถึงจะถูกต้องที่สุด แต่ที่ผมให้ดูโดยใช้ Earning เป็นตัวหารเพราะดูง่ายเป็นการใช้อย่างง่ายๆดูอย่างรวดเร็ว สำหรับมือใหม่นะครับ แล้วข้อมูลใน Company Handbook ก็ไม่ได้แสดง Free Cash Flow ให้ดูด้วยครับต้องคำนวณจาก Cashflow Statement ที่ไม่ได้แสดง

การหา Discount Free Cashflow จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่ายเพราะหลักการไม่ได้ซับซ้อนอะไร แต่ตัวแปรต่างๆจะทำให้การหามูลค่าผิดกันยังกับฟ้ากับดิน เช่น การใช้ Discount Rate ที่ 10% และ 15% ก็ให้ตัวเลขกิจการที่ต่างกันมากเป็นเท่าตัวทีเดียว

ผมว่าคุณชาติชายมีความรู้ขนาดนี้ ต้องเปิด Course สอนเรื่อง Valuation เป็นวิทยาทานแก่น้องๆ แล้วละครับ

อยากถามเพื่อนๆว่ามีใครร่อนตระแกรงแล้วเจอธุรกิจที่เข้าตาหรือยังครับ (ขอให้ลืมราคาหุ้นชั่วคราว เรานักลงทุนคุณค่าควรสนใจธุรกิจมากกว่าราคาหุ้นครับ) โพสมาคุยกันหน่อย



CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 9795
Joined: Thu Jun 05, 2003 4:13 pm

Posts by CK » Tue Sep 02, 2003 1:22 pm

คุณวิบูลย์ครับ ผมเห็นด้วยอย่างมากเรื่อง จุดอ่อนของ FCF และ DCF

เหตุผลของผมคือ FCF เองไม่ได้ยุติธรรมกับธุรกิจที่มีพื้นฐานแตกต่าง
กันโดยสิ้นเชิง เช่น การเทียบ FCF ระหว่างธุรกิจค้าปลีกกับธุรกิจประกัน
จะได้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน และไม่เป็นธรรมอย่างมาก เพราะวงจร cash flow
เองก็แตกต่าง หัวใจของการบริหารเงินสดก็แตกต่างกันครับ แต่ก็ยอมรับ
ว่ายังดีกว่า Earning นิดหน่อย

กระนั้นก็ตาม ผมไม่ค่อยสันทัดเรื่อง details ก็เลยดูแต่ earning อย่าง
เดียว เพราะได้ภาพหยาบๆแล้ว

สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดในการลงทุนคือ risk versus return ครับ ราคา
เป็นเรื่องรอง งบการเงินเป็นเรื่องรอง เทคนิคก็เป็นเรื่องรอง

ปกติถ้าผมถูกใจหุ้นตัวไหนก็ซื้อเลยครับ เริ่มจากน้อยมากๆ และไม่เกี่ยง
เรื่องราคาเลย ต่อให้รู้ว่านี่คือยอดดอย (ตามภาษามนุษย์หุ้น) แล้วค่อยๆ
ศึกษาเพิ่มเติม ซื้อมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ถ้ามันดีจริง (ในแง่ความคุ้ม
ทุน) หรือขายทิ้งไปเลยถ้ามันไม่ดีอย่างที่คิด เวลาซื้อหรือขายไม่เคยดู
ด้วยครับว่ากำไรหรือขาดทุนอยู่ ให้ mr market กำหนดครับ

แต่ความเสี่ยงของหุ้นจะเป็นตัวกำหนดวิธีการซื้อขายหุ้นของผมครับ

หุ้นที่ความเสี่ยงสูงต้องการการติดตามข่าวสารและดูแลมาก ถ้าไม่มีเวลา
เฝ้าจอตามข่าว ผมจะหลีกเลี่ยง ในขณะเดียวกัน ถ้ามีเวลามากก็จะเท
น้ำหนักให้กลุ่มนี้มากขึ้น เพราะโดยปกติแล้ว หุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง
มักจะมีความเสี่ยงสูง



VIB007
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2035
Joined: Thu Aug 14, 2003 2:09 pm

คุณวิบูลย์ ขอรายชื่อหุ้นที่ผ่านตะแกรงร่อนหน่อยครับ

Posts by VIB007 » Tue Sep 02, 2003 1:38 pm

เมื่อกี้ลืม Lockin ครับเลยโผล่เป็น Guest

ผม วิบูลย์-007 เองครับ ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่เซียนหุ้น แต่อาศัยอ่านมากและทดลองวิชาที่หาความรู้มา โดยมี Warren Buffet และ Phillip Fisher เป็นสรณะ สำหรับท่านที่ยังสับสนกับชีวิตการลงทุนอยู่ว่าจะไปทางไหนดี ผมแนะนำให้เลือกเส้นทางที่เราถนัดที่สุดและมุ่งมั่นในแนวทางนั้นไม่เปลี่ยนแปลง ผมไม่ได้บอกว่าการเก็งกำไรเป็นสิ่งที่ผิด แต่มันไม่เหมาะกับผมแค่นั้นเอง สำหรับผม ผมชอบพวกเก็งกำไรครับเพราะทำให้นักลงทุนคุณค่าอย่างผมมีโอกาสในการลงทุน

สำหรับตัวผมเอง ผมคิดว่าคนที่มุ่งมั่นในแนวคุณค่าจริงๆมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ทนกับการเป็นนักลงทุนคุณค่าได้ไม่นานก็หลงเสน่ห์การเก็งกำไรต่อไป เพราะการลงทุนแบบ Value นั้นมันน่าเบื่อ ไม่น่าตื่นเต้น มันไม่มีรสชาดเท่าเก็งกำไร ก็เลยกลายพันธุ์จาก Value ตัวจริงที่สนใจในผลประกอบการบริษัท กลายเป็น Speculator ที่สนใจในราคาหุ้นมากกว่าผลประกอบการ

Warren Buffet ลงทุนซื้อหุ้นที่จะถือตลอดชีวิตปีละ 1-2 ครั้งเท่านั้นเอง ครั้งละ 500-1000 ล้านเหรียญ ขณะที่ซื้อ Abritage เล็กน้อยเพียงปีละ 70 ล้านเหรียญเพื่อคลายเครียดจากการยึดมั่นในหลักการลงทุนแบบคุณค่า

แต่ Charlie Munger บอกว่า Buffet เสียเวลาเปล่าแต่ก็ยอมให้ Buffet ทำ Abritage เพื่อไม่ให้ชีวิตมันน่าเบื่อเกินไป

คุณซื้อขายหุ้นปีละกี่ครั้งครับ?



Post Reply