การตกผลึกแนวคิดของเซียน

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

การตกผลึกแนวคิดของเซียน

Posts by naris » Sat Jul 16, 2005 2:26 am

:D ทำไมในตลาดจึงมีแต่คนร่ำรวยจากหุ้นอยู่ไม่กี่คน แต่มีคนที่ขาดทุนกับหุ้นอยู่เป็นจำนวนมาก

:D สาเหตุหนึ่งที่ผมพอจะสัมผัสได้จากหลายท่านที่ประสบความสำเร็จคือ แต่ละท่านมีแนวความคิดที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง มีจุดยืนที่มั่นคงหรือมีกฎที่ตายตัว แต่มีกลยุทธ์ที่ปรับเปลี่ยนตามสภาวะโอกาสได้ตลอดเวลา ดั่งเช่น ต้นไผ่ที่มีรากหยั่งลึกในดินอย่างมั่นคง แต่มีกิ่งก้านที่โน้มไหวตามลมได้เสมอในเวลาที่มีพายุ
:D คำถามต่อมาสำหรับนักลงทุนมือใหม่หลายๆท่านคือ "ทำอย่างไร เราจึงจะมีแนวความคิดได้อย่างพวกพี่ๆและอาจารย์ทั้งหลายเหล่านั้น"
:D ผมขออนุญาติสรุปประเด็น การตกผลึกทางแนวความคิดให้นักลงทุนมือใหม่ที่สนใจเล่น(ลงทุน)หุ้นไว้พิจารณาเป็นหลักยึดเหนี่ยวทางการลงทุน ไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อของบรรดาเจ้ามือทั้งหลาย
:D ความหมายของ"แนวความคิด"คือ "การประมวลผลทางสมองที่เกิดจากการสะสมประสบการณ์ทางความคิดของบุคคลนั้นๆได้พบเจอมาในอดีต เช่นถ้าผมถามว่า เจ้าแท่งพลาสติกสีเงิน พับได้ มีเสา มีปุ่มตัวเลขให้กด อยู่ในกระเป๋ากางเกงของผมคืออะไร เกือบ100%จะต้องตอบได้ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือ แต่ถ้าผมเอาคำถามนี้ไปถามชาวอัฟริกาใต้ที่ล้าหลัง แน่นอนเขาคงตอบไม่ได้เกือบ100%
เช่นกันสำหรับคำถาม1คำถามที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้น การตีความ ณ.จุดใดจุดหนึ่งของวันนั้น ของนักลงทุนที่ขายหุ้น เพราะเขาคิดว่าหุ้นตัวนั้นจะลง กับนักลงทุนที่ซื้อ เพราะคิดว่าหุ้นตัวนั้นจะขึ้น และผลที่ตามมาส่วนมากคนที่มีการตกผลึกทางแนวความคิดมักจะเป็นฝ่ายถูกอยู่เสมอๆ เพราะแนวความคิดเขาเฉียบคมและไม่มีอารมณ์มาเกี่ยวข้องอยู่นั่นเอง

Last edited by naris on Sat Jul 16, 2005 3:21 am, edited 2 times in total.
ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sat Jul 16, 2005 2:53 am

:D แล้วแนวความคิดของเราจะเริ่มตกผลึกได้อย่างไร
อย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า แนวความคิดของเรามาจาก ประสบการณ์ที่สมองเราบันทึกรูป รส กลิ่น เสียง ความรู้สึก อย่างถูกๆผิดๆ และนำมาประมวลผลสั่งการออกมา เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องการให้แนวความคิดของเราตกผลึกได้ต้องมีองค์ประกอบดังนี้
1.เราต้องมีความเชื่อความศรัทธาและความชอบในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ เช่น ทุกๆคนชอบในการเล่นหุ้น และเชื่อว่าหุ้นทำให้เรารวยหรือเป็นอิสระภาพทางการเงินได้ เราจึงเล่น(ลงทุน)หุ้น แต่สำหรับคนที่เขาไม่ชอบหุ้น หรือคิดว่ามันจะทำให้ขาดทุน เขาก็คงจะไม่เล่นเช่นกัน
2.เราต้องมีความพยายามที่จะศึกษาและค้นคว้าหาแนวความคิดของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จเท่าที่เราจะศึกษาได้(ทั้งแนวพื้นฐานและแนวเทคนิค) เพื่อนำมาเก็บไว้เป็นmemoryพื้นฐานในสมองของเรา สำหรับประมวลผลในขั้นต่อไป
3.เราต้องริเริ่มคิดโดยใช้เหตุผลของสิ่งที่เรารับรู้เข้ามา ประมวลผล ดูเหตุที่เกิดขึ้น หาคำตอบที่น่าจะเป็น และติดตามเฝ้าดูผลที่เกิดขึ้นจริง ว่าตรงกับที่เราคาดคิดไว้หรือไม่
เช่น เราอาจติดตามการเคลื่อนไหวของหุ้น10ตัวโดยกระจายทั้งหุ้นดี หุ้นวัฎจักร หุ้นเน่า หุ้นปั่น ติดตามการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นทั้งระยะสั้น-ระยะกลาง-ระยะยาว ดูการเคลื่อนไหวเปรียบเทียบกับSET และปัจจัยพื้นฐาน
การคิดและประมวนผลระยะแรกอาจใช้เวลามากพอควร แต่ถ้าเราหมั่นฝึกฝนลับสมองเราอยู่บ่อยๆก็จะเร็วขึ้น เช่น เมื่อเราขับรถยนต์ใหม่ๆสมองต้องสั่งการ
ให้เท้าซ้ายเหยียบครัช เท้าขวาเหยียบเบรก แต่ถ้าเราฝึกฝนจนชำนาญ สมองเราจะสั่งการโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่รู้ตัว
หรือบางท่านอาจบอกว่ามันคือsenseอธิบายไม่ได้ แต่ผมว่ามันคือจิตใต้สำนึกที่เกิดจากการฝึกฝน ประมวลผล และสั่งการอยู่บ่อยๆนั่นเอง

Last edited by naris on Sat Jul 16, 2005 10:14 am, edited 1 time in total.
ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sat Jul 16, 2005 3:19 am

:D ถ้าสังเกตุกันให้ดีๆที่ผมพูดไปนั้นคือหลัก อิทธิบาท4(ฉันทะ-วิริยะ-จิตตะ-วิมังสา) ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อธิบายไว้สำหรับบุคคลที่ต้องการจะยิ่งใหญ่ต้องยึดหลัก4ข้อดังนี้
ข้อที่1ตรงกับ ฉันทะ คือความชอบในสิ่งนั้นๆ
ข้อที่2ตรงกับ วิริยะ คือความเพียรพยายาม
ข้อที่3ตรงกับ จิตตะ คือความใส่ใจ และ วิมังสา คือความไตร่ตรอง

:D สรุปไม่ว่าจะเป็นแนวความคิดสำหรับนักลงทุนทั้งชีวิตอย่าง วอเรนต์ บัฟเฟตต์, ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร หรือนักเล่นเงินตัวฉกาจอย่าง จอร์ส โซลอส  ก็มีโอกาสทำเงินเป็น1000 เป็น10000ล้านได้เช่นกัน แต่นักลงทุนมือใหม่ควรพิจารณาไว้ด้วยว่า
    นักลงทุนแบบดร.นิเวศน์ เปรียบเสมือนเรากำลังเลือกบริษัทที่เราต้องการเป็นเจ้าของ ถ้าเราเลือกดี โอกาสขาดทุนน้อยมาก ถ้าเราสามารถหาบ.ที่มีผลตอบแทนเฉลี่ย15%ทบต้น30ปี เงิน1ล้าน จะกลายเป็น64ล้านบาท ในวัยเกษียณของเรา
    แต่คิดจะเป็นนักเล่นเงิน หรือสนุกกับการเล่นรอบของหุ้น ถ้าหน้าตักเรามีไม่มากพอที่จะเป็นเจ้ามือ โอกาสที่เราจะถูกเจ้ามือคุมเกมและกินรวบเรามีโอกาสสูง
    เพราะฉะนั้นเราควรจะเรียนรู้ให้ครบทุกด้านแต่เลือกที่จะตกผลึกแนวความคิดของเราไปในทางvalueแบบอาจารย์ของผมจะดีกว่านะครับ

Last edited by naris on Fri Sep 11, 2009 1:15 pm, edited 2 times in total.
ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6423
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Sat Jul 16, 2005 9:58 am

ที่ท่านนริศสรุปไว้น่าจะถูกต้องแล้ว :D

เพราะโดยทั่วไปคนที่จะประสบความสำเร็จไม่ว่าในเรื่องอะไรก็ตาม
ก็คงต้องเริ่มจากมีความตั้งใจหรือศรัทธาในสิ่งนั้นก่อน หลังจากนั้นก็เป็นการลงมือทำ ได้ผลอย่างไรแล้วก็นำมาทบทวน ไตร่ตรอง หาวิธีที่ดีที่สุด หลังจากนั้นก็เป็นการพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้น เสมือนการลงทุนก็เช่นกัน

วันนี้เราคิดว่าเรารู้ดีแล้ว พอวันข้างหน้ากลับมีสิ่งที่ดีกว่า เยี่ยมกว่า
การลงทุนทำให้เราได้เรียนรู้ทุกวันจริงๆครับ แม้หลักการไม่เปลี่ยน
แต่กลยุทธิ์วิธีเราสามารถปรับเปลี่ยน ประยุกต์ให้เหมาะสมได้ครับ

คนส่วนใหญ่ที่เข้ามาเล่นหุ้น ขาดทุนมากถึง 90%
ผมเห็นด้วย แต่ถ้าเราเลือกเดินถูกทาง คือลงทุนตามพื้นฐานที่ควรจะเป็น ผมมองว่าโอกาสขาดทุนมีน้อยมาก น่าจะน้อยกว่า 10% อีก 90% น่าจะกำไรหรืออย่างน้อยเสมอตัว แค่เปลี่ยนวิธีการลงทุน ตัวเลขคนขาดทุน-กำไร ผกผันต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะครับ

เคยจำพี่เจ๋งพูดได้ว่า บริษัทในตลาดหุ้นส่วนใหญ่มีกำไรทุกปี ดังนั้นมูลค่าตลาดก็ควรจะเพิ่มขึ้นทุกปี(มีเงินงอกขึ้นมาทุกปี) คนที่ลงทุนส่วนใหญ่ก็น่าจะมีกำไรจากการถือหุ้น ดังนั้นเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่กลับขาดทุน :?

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sat Jul 16, 2005 12:17 pm

:D ผมขออนุญาติเอาหลักคำสั่งสอนอีกข้อของพระสัมมามัมพุทธเจ้าที่ผมเคยโพสท์ก่อนหน้านี้มาให้พิจารณาไว้ด้วยคือ
พละ5 หมายความว่าการจะทำะไรให้เกิดพลังจะมีองค์ประกอบ5อย่างดังนี้
1.ศรัทธา
คือความเชื่อมั่นในสิ่งนั้นๆ ให้มีความเชื่อมั่นในแนวVI
2.ปัญญา คือความรู้ความเข้าใจในสิ่งนั้นจริงๆ คิด-ไตร่ตรองบ. ที่เราจะลงทุนโดยใช้ปัญญา
3.วิริยะ คือความเพียรพยายาม มุ่งมั่นหาข้อมูลและสิ่งที่ต้องการอยากรู้
4.สมาธิ คือความจดจ่อ แน่วแน่ ไม่ตัดสินใจอะไรเร็วเกินไป
5.สติ คือความระลึกได้ รู้ว่ากำลังทำอะไร
เราจะสังเกตุเห็นว่า1จะจับคู่กับ2
ถ้าศรัทธาสูง แต่ ปัญญาต่ำ ก็งมงาย
ถ้าศรัทธาต่ำ แต่ ปัญญาสูง ก็พวกEGOสูง ไม่รับฟังใคร
และ3จะคู่กับ4
ถ้าวิริยะสูง แต่ สมาธิต่ำ ก็พวกไฮเปอร์แอกทีฟ
ถ้าวิริยะต่ำ แต่ สมาธิสูง ก็พวกเฉื่อยชา

และการที่จะทำให้4ข้อแรกสมดุล และสมบูรณ์ก็คือข้อที่5 คือความมีสติ คิดและทำทั้ง4ข้ออย่างมีสติ
อย่างมงาย คิดเหตุและผลอย่างเป็นธรรม
อย่าEGOสูงเพราะเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว
อย่าคิดเร็วทำเร็ว หูเบาฟังข่าวลือแล้วซื้อขาย
อย่าตัดสินใจช้า ถ้าปัจจัยพื้นฐานของเหตุและผลเปลี่ยนแปลง

ผมเชื่อว่า นักลงทุนมือใหม่ทุกคนจะประสบผลสำเร็จได้ถ้ายึดแนวทางปฎิบัติตามขั้นต้น

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
moo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1150
Joined: Thu Jun 26, 2003 4:40 am

Posts by moo » Sat Jul 16, 2005 2:44 pm

น่าสนใจ และ เห็นด้วยมากๆครับ

ทุกเรื่องราวในโลก ล้วนต้องใช้สติกำกับ
ซึ่งเปรียบเสมือนรถยนต์ ที่ต้องมีเบรก
ขาดสติ ก็เหมือนขาดเบรก ยุ่งตา.. :mrgreen:

ถ้าคุณหัวเสีย คุณจะเสียหัว

User avatar
moo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1150
Joined: Thu Jun 26, 2003 4:40 am

Posts by moo » Sat Jul 16, 2005 3:08 pm

ต่อ ปัญหาก็คือ
แทบทุกครั้งที่เราจะทำอะไรลงไป
วางแผน เรียบเรียง คำนวณ มาอย่างดี

พอมาถึงจุดที่จะตัดสินใจ

บางครั้งกลับใช้อารมณ์ชั่ววูบ
ทำในสิ่งที่กลับตาลปัตรกับที่วางแผนไปเลย :mrgreen:

อย่างที่กล่าวกันครับว่า
สติไม่มา ปัญญาไม่เกิด


หุ้นๆๆๆๆ วอลุ่มไม่มา ราคาไม่ไป :wink:

ถ้าคุณหัวเสีย คุณจะเสียหัว

Stock Broker
Verified User
Posts: 2509
Joined: Fri Aug 01, 2003 12:07 am

Posts by Stock Broker » Sat Jul 16, 2005 5:56 pm

ขาดทุนเพราะชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากครับ

บางครั้งบริษัทมันก็อยู่ของมันดีๆ เราก็เล็งแล้วเล็งอีกว่าน่าจะดี แต่ตอนราคาหุ้นมันอยู่นิ่งๆ ดันรอดู ตอนราคาหุ้นมันลดราคาให้ซื้อได้ถูกๆ ก็ดันไม่เอา แต่ตอนราคาหุ้นไล่ขึ้นแพงลิบ ดันทะลึ่งไปซื้อซะนี่

ทั้งๆ ที่มันก็ไอ้บริษัทเดิมๆ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14783
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Sat Jul 16, 2005 6:23 pm

คนที่สรุปได้ต้องเป็นเซียน แสดงว่า คุณ naris เป็นเซียนไปแล้ว

เย้ :cool:


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sat Jul 16, 2005 10:26 pm

ไม่บังอาจครับพี่เจ๋ง ผมยังอ่อนหัดกว่าพวกพี่ๆอีกมากครับ :bow:

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

Britannica
Verified User
Posts: 185
Joined: Fri Jan 14, 2005 12:14 am

Posts by Britannica » Sat Jul 16, 2005 10:32 pm

เรื่องบางเรื่องอย่างเช่น นิพพาน

เป็นเรื่องเฉพาะตัว รู้ได้ด้วยตัวเอง

ไม่จําเป็นต้องบอกใคร

คนที่ป่าวประกาศปาวๆ ว่าบรรลุนิพพานแล้ว

ร้อยทั้งร้อยยังห่างไกล


ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6423
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Sat Jul 16, 2005 10:52 pm

บางคนรู้แล้ว ยังเผื่อแผ่ให้คนอื่นได้รู้
ผมมองว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับ

ความรู้ในโลกนี้ หากรู้แล้วเก็บเอาไว้คนเดียว โลกคงไม่เจริญอย่างทุกวันนี้
แม้แต่ละศาสนา ศาสดาเมื่อรู้แจ้งหลักธรรมแล้ว ก็นำมาเผยแพร่ให้เราได้รู้ทางชีวิต

ที่จริงเราน่าจะขอบคุณผู้รู้เหล่านั้นนะครับ

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

Britannica
Verified User
Posts: 185
Joined: Fri Jan 14, 2005 12:14 am

Posts by Britannica » Sat Jul 16, 2005 10:59 pm

ผมไม่ได้มีเจตนาจะต่อว่าอะไรคุณnarisเลยครับ คุณลูกอีสาน


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sat Jul 16, 2005 11:03 pm

ปล.ที่มาเขียนมาเล่าให้ฟังนี้ ส่วนตัวผมมีวัตถุประสงค์เดียวคือ
ต้องการให้นักลงทุนแนวVIหน้าใหม่ได้มาศึกษา และจงมั่นใจในแนวVI และนำไปหล่อหลอมให้เป็นแนวความคิดของตนเองให้จงได้
เพราะแต่ละท่านจะมีลักษณะนิสัยในการลงทุน และปัจจัยพื้นฐานไม่เหมือนกัน ทำให้ผมเองนึกถึงตัวเองตอนเริ่มลงทุนใหม่ๆว่า เรายังไม่มีหลักยึดเหนี่ยวในการลงทุน
จนได้มาเจอเวปนี้ ได้เจอลายแทงขุมทรัพย์ที่พวกพี่ๆทั้งหลายได้ทิ้งไว้ให้กับน้องๆรุ่นหลัง
ถึงแม้นผมจะลงทุนในตลาดมาแค่1ปี6เดือน แต่ผมมีธุรกิจของตนเองมาเกือบ15ปี ได้มองเปรียบเทียบถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจของบริษัทต่างๆ ผมจึงเป็นแนวVIได้รวดเร็วกว่าคนที่ยังไม่เคยฝ่าวิกฤตNPL
ผมยังอยากจะยืนยันให้น้องๆที่ยังติดเล่นพนันทั้งหลายว่าVIทำเงินให้เราได้จริงๆจากพอร์ตที่ยังเขียวอื๋อจากที่เริ่มเล่นตอนindex770จุด ถ้าไม่ใช่แนวVIป่านนี้พอร์ตผมคงลบอย่างน้อยคือ13%เท่ากับindexที่ลดลง
ส่วนผมถ้าพอร์ตถึงเลข9หลักเมื่อไหร่ ถึงจะคิดว่าตัวเองเก่ง...แต่ตอนนี้ผมขอเป็นเต่าก่อนครับ :mrgreen:

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

Stock Broker
Verified User
Posts: 2509
Joined: Fri Aug 01, 2003 12:07 am

Posts by Stock Broker » Sat Jul 16, 2005 11:09 pm

ยังไงก็จะติดตามความเห็นดีๆ ต่อไปนะครับ คุณ naris

ขอบคุณที่โพสต์เรื่องดีๆ ให้อ่านกัน


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Sun Jul 17, 2005 7:32 am

:cool:

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

Glorious Graham
Verified User
Posts: 69
Joined: Thu Apr 28, 2005 10:42 am

Posts by Glorious Graham » Sun Jul 17, 2005 8:52 am

สรุปได้ดีครับผม แต่ทำยังไงถึงสามารถตกผลึกทางความคิดได้เร็วขึ้นครับ มีสิ่งไหนเป็นตัวเร่งได้หรือไม่

ส่วนตัวผมคิดว่าการอ่านหนังสือในแนวที่เราชอบ น่าจะถือว่าเป็นตัวเร่งในการตกผลึกได้เร็วขึ้นนะครับ


iscssn
Verified User
Posts: 428
Joined: Sun Mar 07, 2004 11:34 pm

Posts by iscssn » Sun Jul 17, 2005 11:31 am

เข้ามาขอบคุณ คุณนริศ ครับ สรุปได้ดีและเป็นแนวคิดที่ดี


User avatar
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 3134
Joined: Thu Jan 30, 2003 10:05 pm

Posts by Mon money » Sun Jul 17, 2005 9:29 pm

ผมเป็นวิศวกรครับ สมัยจบใหม่ๆโดนส่งไปคุมงาน ลูกน้องสามสิบคน

เหมือนคนเล่นสนุ๊กเกอร์ไม่เป็น ส่งคิวให้ก็สอยเลย ปรากฎว่าพื้นโต๊ะกระจาย หมดสภาพ

สองปีต่อมาได้ คนแนะนำดี ชีวิตก็ดีมาตลอด

เป็นวิศวกรนานๆเข้าแก่วัดครับ ร้อยทั้งร้อยใช้กะจากประสบการณ์เป็นส่วนใหญ่ ใช้chartที่เขาทำเป็นมาตราฐานออกแบบ คำนวณผิดยังรู้เลยว่าผิด ทำบ่อยๆเข้าก็จะเกิดความชำนาญ

ถามว่าทำอย่างไงให้ชำนาญเร็วๆ ผู้ที่แนะนำและพาผมออกจากโลกที่ไม่ได้เรื่องในช่วงสองปีแรกของการทำงานบอกว่า ประสบการณ์ตามเวลาตามมาตราฐานนั้นมักเรียกว่า ประสบการณืผ่านงานมาแล้ว 2ปี 5 ปี แต่ถ้าคนไหนทำงานมาก ทำงานหนักมาก่อน แน่นอนประสบการณ์สองปีเหมือนกัน แต่ชำนาญกว่าแยอะ

สรุป ตนเป็นที่ผึ่งแห่งตน คนแนะก็ได้แค่แนะ ถ้าตนไม่ปฎิบัติก็ไม่เกิดผล

เป็นบุญหนักหนาเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เป็นคนไทยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sun Jul 17, 2005 10:12 pm

ครับ น้องคนนี้จะหมั่นฝึกฝนวิชาให้บ่อย จะได้มีsenseที่แม่นยำขึ้น เหมือนพี่ๆทั้งหลาย :mrgreen:

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

เทียน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 426
Joined: Sun Aug 17, 2003 10:45 pm

Posts by เทียน » Mon Jul 18, 2005 1:19 pm

เยี่ยมครับ ขอชมคุณนริศ สำหรับประสบการณ์ 1ปี 6เดือน แล้วมองได้ทะลุขนาดนี้


User avatar
kmphol
Verified User
Posts: 417
Joined: Fri May 02, 2008 12:59 pm

Posts by kmphol » Tue May 06, 2008 3:20 pm

เห็นด้วยกับคุณนริสครับ ที่ใช้แนวทางของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้มาสองพันกว่าปีแล้ว ผมเองก็ยึดหลักทางสายกลาง และ หลักความพอเพียงมาใช้กับชีวิตในทุกทุกเรื่อง


User avatar
Nstar
Verified User
Posts: 15
Joined: Mon Jul 07, 2008 8:53 pm

Posts by Nstar » Wed Jul 09, 2008 11:43 pm

ขอบคุณมากนะคร้าบบบ :8)

การวิเคราะห์เป็นพื้นฐานของการวางแผน

การวางแผนเป็นรากฐานของความสำเร็จ

แต่หากปฏิบัติตามแผนโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์แล้ว

เมื่อนั้นคงไม่สามารถก่อเกิดความสำเร็จได้

User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Mon Aug 18, 2008 9:16 am

ยกขึ้นมาอ่าน

ก่อนตลาดจะเป็นขาขึ้น


noooon010
Verified User
Posts: 2712
Joined: Sat Jun 09, 2007 5:08 pm

Posts by noooon010 » Mon Sep 01, 2008 8:30 pm

Mon money wrote: สรุป ตนเป็นที่ผึ่งแห่งตน คนแนะก็ได้แค่แนะ ถ้าตนไม่ปฎิบัติก็ไม่เกิดผล
อันนี้โดนมากๆครับ ขอบคุณนะครับพี่มน :D

อย่าลืมให้เวลากับครอบครัว และสังคมรอบๆข้างของคุณนะครับ

มีสติ และมีความสุขกับการลงทุนนะครับผม


นักลงทุนที่เก่งที่สุดมิใช่คนที่ซื้อขายไวที่สุด
แต่คือคนที่นำสติกลับมาได้เร็วที่สุด
หลายครั้งส่งคำสั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ผลตอบแทนมากกว่าซื้อผ่านnetหากเราขาดสติ

User avatar
fsuitra
Verified User
Posts: 30
Joined: Sat Sep 13, 2008 2:57 pm

6

Posts by fsuitra » Fri Oct 10, 2008 4:02 pm

VIน้องใหม่รายงานตัวครับผม พี่ๆครับผม    โดยส่วนตัวผมเชื่อมั่นว่าการอ่านคือตัวเร่งการตกผนึกที่สำคัญครับผม  อยากให้พี่นริศกับพี่ๆทั้งหลายช่วยแนะนำหนังสือที่พีี่อ่านกันครับผม ถ้าไม่เป็นการรบกวนมากขอเป็นชื่อด้วยนะครับผม


User avatar
dome@perth
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4737
Joined: Fri Oct 05, 2007 1:43 am

Posts by dome@perth » Sat Jul 25, 2009 10:10 am

ผมอ่านกระทู้นี้หลายรอบมาก ตั้งแต่ 2ปี ซ้ำแล้วซ้ำอีก
เพื่อเตือนตัวเอง และพยายามฝึกฝนตามเจ้าของกระทู้ชี้แนะ

หวังว่าวันหนึงจะตกผลึก แล้วจะมาโพสต์ในกระทู้นี้
แต่...ยังไม่ตกผลึก คิดว่ากำลังเข้มข้นขึ้น
ขอเคี่ยวต่ออีกหน่อยหวังว่าไม่นานคงตกลึกได้

แต่...ทนไม่ไหวที่จะเข้าโพสต์เพื่อ ยกกระทู้ขึ้นมา
ให้เพื่อนๆน้องได้อ่าน โดยเฉพาะเพื่อนสนิทผม
คนหนึง ที่กำลัง "ซื้อหุ้น" เหมือน "ซื้อหวย"
เลิกเถอะ....มาฝึกฝนเพื่อตกผลึก "VI" ดีกว่า

ขอบคุณครับ ชง

"ไม่มีสุตรสำเร็จ ไม่มีทางลัด ไม่ใช่แค่โชค
หนทางจะได้มาซึ่ง ความมั่งคั่งอย่างถาวร
มันมาจาก ความขยัน ไขว่คว้า หาความรู้
เชื่อและตั้งมั้นในหลักการลงทุนที่ถูกต้อง
"

Boyadvance
Verified User
Posts: 495
Joined: Fri Mar 20, 2009 1:51 pm

Posts by Boyadvance » Sat Jul 25, 2009 10:36 pm

ขอบคุณ คุณพี่ dome@perth  ที่นำกระทู้ดีดีกลับมาอีกครั้ง

แต่จะว่าไปการตกผลึก ทางความคิด  นี้ใช้ได้กับทุกสาขาวิชาเลย
แต่น้อยคนนักที่จะเห็นความสำคัญ  เพราะต้องใช้ความพยายาม อดทน และเวลา


slowseaa
Verified User
Posts: 28
Joined: Sun Aug 02, 2009 4:46 pm

Posts by slowseaa » Mon Aug 03, 2009 11:26 am

กระทู้นี้ดีมากเลยครับ ทำให้หลายๆ คนน่าจะฉุกคิดขึ้นได้ กับสิ่งที่เราทำอยู่ปัจจุบัน เเละสิ่งที่เราอยากเหนในอนาคต


nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3327
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Posts by nut776 » Fri Sep 11, 2009 12:58 pm

very long time i lost my way of vi
thank for good topic

show me money.

Post Reply