งานTVI ทำให้ผมเปลี่ยนไป

กระทู้คุณค่า มีประโยชน์ ความรู้ดีดี เป็นประโยชน์เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แค่ไหนก็ตาม
User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

งานTVI ทำให้ผมเปลี่ยนไป

Posts by สามัญชน » Mon Jun 20, 2005 10:55 pm

:lol: :lol: :lol: :lol:

เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงหรือดีขึ้น ผมไม่ทราบ เปลี่ยนมากหรือน้อย ผมไม่ทราบ ที่รู้ๆ คือ เกิดความเปลี่ยนแปลงแน่ๆ และเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว


สืบเนื่องจากปัญหาที่เป็นข้อจำกัดส่วนตัวที่ไม่ได้เรียนมาทางด้านเศรษฐศาสตร์ คือ ไม่สามารถพยากรณ์อนาคตของธุรกิจระยะยาวๆได้ ( ซึ่งจะให้ดีเยี่ยมก็พยากรณ์ได้ถูกสัก 70 % ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว ) สำหรับผมในระยะสั้นๆหนึ่งถึงสองปีก็อาจจะพอบอกได้คร่าวๆว่าแนวโน้มน่าจะไปทางไหน แต่โอกาสที่จะถูกต้องตามคำพยากรณ์ก็ไม่ได้สูงมาก อาจจะมีโอกาสผิดพลาดได้ถึง 40-45% ซึ่งก็นับว่าน้อยกว่าครึ่งนิดหน่อย แต่ถ้าจะให้พยากรณ์ระยะยาวเป็นสิบปี ผมก็คิดว่าทำก็เหมือนไม่ทำ คือผิดกับถูกมีโอกาสพอๆกัน 50-50 ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา

ข้อจำกัดนี้ส่งผลกับการเลือกซื้อหุ้นในตลาดอย่างยิ่ง แม้ที่ผ่านมาจะสามารถทำกำไรได้มากพอสมควร แต่อนาคตก็ไม่แน่

:lol: :lol: :lol: :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Jun 20, 2005 10:57 pm

:lol: :lol: :lol: :lol:

ผมเห็นบัฟเฟตต์ซื้อหุ้นแล้วมักจะได้กำไรมหาศาล (โอกาสที่จะขาดทุนก็คงมีบ้างตามธรรมดา แต่โดยรวมโอกาสที่จะกำไรน่าจะมีมากกว่าขาดทุนอย่างมหาศาล ) และบริษัทที่บัฟเฟตต์เลือกก็มักจะสามารถทำกำไรต่อไปอีกได้เป็นสิบๆปี นั่นแสดงถึงว่าเขาสามารถคาดการณ์อนาคตอีกสิบๆปีได้แม่นยำมาก น่าเสียดายที่เขาไม่เคยเขียนหนังสือแนวคิดในการพยากรณ์อนาคตของธุรกิจออกมา ผมคิดว่าเขาเก็บเคล็ดลับเอาไว้ ไม่บอกมาแบบหมดเปลือก


ในเมืองไทยมีคนที่ไม่หวงความรู้ก็เห็นมี ดร.นิเวศน์ นี่แหละที่ถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ให้แบบหมดไส้หมดพุง พอที่จะเป็นที่พึ่งของคนแสวงหาความรู้ได้บ้าง


:lol: :lol: :lol: :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Jun 20, 2005 10:59 pm

:lol: :lol: :lol: :lol:

ผมติดตามอ่านแนวคิดของ ดร.นิเวศน์ผ่านหนังสือพอคเก็ตบุ๊ค หนังสือพิมพ์ เวปไซด์ อย่างสม่ำเสมอ และก็คิดว่าเข้าใจหลักการแนวคิดพอสมควร แต่ในทางปฏิบัติ ผมเห็นท่านดร.นิเวศน์ซื้อหุ้นbigc hmpro แล้วก็ งง ! ไม่เข้าใจสาเหตุ ไม่เห็นมีอะไรน่าซื้อ พี่เจ๋งเองก็ซื้อ bigc ก็งงเหมือนกัน ซื้อไปทำไม กำไรก็กลางๆ ไม่โดดเด่น อนาคตอีกสิบปียอดขายจะเพิ่มมหาศาลหรือเปล่า ก็ไม่มีใครรู้ โอกาสถูกกับผิด 50-50 หุ้นเหล่านี้ผมก็เลยไม่เคยมองเลย ผมมองแต่ตัวบริษัทที่ทำกำไรได้แล้วแบบเห็นๆ หรือตัวที่ค่อนข้างชัวร์ๆระยะสั้นๆ 1-2 ปี ถ้ามากกว่านี้ก็ทำไม่ได้


จนกระทั่งถึงวันงาน TVI ผมได้ฟังดร.นิเวศน์พูดเรื่องแนวทางการเลือกหุ้น ผมจึงถึงบางอ้อ และก็เกิดความรู้สึกทึ่งอย่างมากว่า ท่านคิดได้อย่างไรเนี่ย !!! สุดยอดจริงๆ


มีอยู่ประโยคหนึ่งท่านบอกว่า ท่านดูแนวโน้มพฤติกรรมของมนุษย์ คำพูดนี้สะดุดความคิดผมอย่างมาก ตัวท่านเองคงไม่สะดุดเพราะท่านคงชินกับความคิดของตัวเองอยู่แล้ว หรือเพื่อนๆที่คิดอย่างนี้อยู่แล้วก็คงจะไม่สะดุดและเห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้สึกเหมือนกับมีอะไรไปกระทบกับรากเหง้าทางความคิดของผมเลยทีเดียวเพราะผมไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน ไม่เคยมีคำนี้อยู่ในหัวด้วยซ้ำ ผมคิดว่าคำพูดนี้เป็นเหตุผลหลักที่อธิบายว่าทำไมท่านถึงซื้อ bigc hmpro ส่วนเหตุผลประกอบอื่นๆที่สำคัญ เช่น

:lol: :lol: :lol: :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Jun 20, 2005 11:01 pm

:lol: :lol: :lol: :lol:

1.bigc สามารถทำยอดขายได้มากขึ้นทุกปีๆละ 10 % ติดต่อกันหลายปีแล้ว โอกาสที่จะทำได้ต่อไปก็น่าจะมีอยู่สูงกว่า และด้วยแนวโน้มพฤติกรรมมนุษย์ ก็ยิ่งเสริมความเป็นไปได้มากขึ้น


2.การดำเนินธุรกิจ เมื่อถึงจุดหนึ่งซึ่งยอดขายทำได้คุ้มกับ fixed cost ที่จะต้องเสียเป็นขั้นต่ำแล้ว เมื่อใดที่ยอดขายโตมากกว่านั้น ยอดที่ทำได้จะเปลี่ยนมาเป็นกำไรในสัดส่วนที่สูงกว่าเดิมมาก เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียจะเหลือเพียง variable cost เท่านั้นเอง


3.bigc ผ่านสงครามมาแล้ว และเป็นผู้ชนะ

ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นส่วนหนึ่งว่าทำไม ที่ผ่านๆมา ท่านถึงสามารถทำกำไรได้มหาศาลทั้งในอดีตและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


:lol: :lol: :lol: :lol:


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Jun 20, 2005 11:01 pm

คือบัพเฟต โดยแมรี่ บอกว่า การพยากรณ์ เป็น 100 ปี ยาก อย่างมากก็ได้แค่ 10 ปี

การพยากรณ์ 10 ปี แกก็เน้นให้ดูอดีตเพื่อพยากรณ์ ในอนาคต ว่า 10 ปีที่ผ่านมาทำได้แค่ไหน ก็มีแนวโน้มว่าอีก 10 ปีก็น่าจะทำได้

น่าจะ นะครับ


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Jun 20, 2005 11:03 pm

:lol: :lol: :lol: :lol:

ทีนี้ผมมาลองคิดเรื่อง แนวโน้มพฤติกรรมมนุษย์ต่อ ผมพบว่ามันมีความสำคัญดังนี้

1. การพยากรณ์อนาคตของธุรกิจระยะยาวๆ ถ้าทำตรงๆ อาจจะยาก แต่ถ้าใช้ทางอ้อม ( หรืออาจจะเป็นทางลัดก็ได้ )โดยใช้พฤติกรรมมนุษย์ช่วย มันจะง่ายขึ้นมาก เพราะว่า

1.1 ธุรกิจทุกอย่างล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ โดยมีมนุษย์เป็นผู้เสพทั้งสิ้น ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ผมนึกถึงธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับมนุษย์ไม่ออกเลย แม้แต่ธุรกิจผลิตอาหารปลา อาหารสุนัข ก็เป็นเพราะความต้องการด้านใดด้านหนึ่งของมนุษย์เช่นเดียวกัน


1.2 ธุรกิจทุกอย่างย่อมพยายามที่จะแข่งขันกันเพื่อให้ชนะใจมนุษย์ผู้อุปโภคและบริโภค กลวิธีต่างๆล้วนแล้วแต่เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งสิ้น ใครทำได้ดีกว่าก็เป็นผู้ชนะไป


1.3 ผู้บริโภคเป็นกรรมการผู้ตัดสินชี้ขาด ที่จะให้ใครอยู่รอด และใครต้องเจ๊ง

1.4 การที่จะมองว่าอนาคตของธุรกิจประเภทใดจะรุ่งหรือจะร่วงทั้งในระยะสั้นๆและระยะยาวๆ จึงต้องดูที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

:lol: :lol: :lol: :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Mon Jun 20, 2005 11:07 pm

:lol: :lol: :lol: :lol:

2. ความแม่นยำในการทำนายพฤติกรรมบางอย่างของมนุษย์ มีความแม่นยำค่อนข้างสูงมาก ไม่ใช่แม่นยำในระดับ 70% เท่านั้น แต่บางเรื่องมีความแม่นยำถึง 95 % เลยทีเดียว หรือบางเรื่องอาจจะแม่นมากกว่านี้อีก เช่น

2.1 ธรรมชาติของมนุษย์ที่เคยสบายแล้วจะไม่อยากกลับไปลำบากอีก ถ้าไม่มีเรื่องสุดวิสัยจริงๆ ผมว่าคำพูดนี้มีโอกาสถูกสูงมาก อาจจะมีกลุ่มน้อยๆที่ไม่เป็นอย่างนี้ ก็เป็นธรรมดาของการวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับคนหมู่มาก ยกตัวอย่างสิ่งที่อำนวยความสะดวกของมนุษย์เช่น ไฟฟ้า มือถือ โทรทัศน์ ตู้เย็น รถยนต์ รถไฟฟ้า รถเมล์ ถนนหนทาง น้ำประปา แอร์เย็นๆ


2.2 เมื่อเคยรู้แล้ว จะให้กลับไปไม่รู้อีกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก ข้อนี้ไม่เกี่ยวกับความจำนะครับ เพราะทุกคนย่อมที่จะเคย ลืม กันทั้งนั้น แต่เป็นเรื่องที่รู้แล้วและก็จำได้ด้วยแต่หลอกตัวเองว่าไม่รู้ คิดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก เช่น เพื่อนๆช่วยเติมหน่อย ผมนึกไม่ออกแล้วอ่ะ แต่เชื่อว่ามันเป็นอย่างนี้แหละ


2.3 เมื่อเคยได้มากแล้ว จะให้กลับไปได้น้อยๆคืน จะมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาแน่ๆ ยกตัวอย่าง เงินเดือนข้าราชการ มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมากที่รัฐบาลจะสามารถลดเงินเดือนข้าราชการลงโดยไม่เกิดปัญหา แม้แต่ตอนที่ประเทศเกิดวิกฤติก็ยังทำไม่ได้เลย ทำได้แค่เพียงไม่ปรับฐานเงินเดือนเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง ยกเว้นเฉพาะหน่วยงานของเอกชนที่สามารถปลดคนงานหรือลดเงินเดือนได้ นั่นก็เป็นเพราะอำนาจต่อรองของลูกจ้างมีไม่มากพอ หรือเป็นเพราะเหตุจำเป็นจริงๆ บริษัทเจ๊งแล้วไม่มีเงินที่จะจ่ายแล้ว แต่ในแง่พฤติกรรมของมนุษย์ในส่วนที่เกี่ยวกับความชอบหรือไม่ชอบ ถามว่ามีลูกจ้างคนไหนมั้ยที่ชอบให้ถูกไล่ออก หรือถูกลดเงินเดือน คงจะมีน้อยมากจริงๆ


นึกออกแค่นี้ครับ เหนื่อยแล้ว เสนอแนะได้เต็มที่ครับ

:lol: :lol: :lol: :lol:


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Jun 20, 2005 11:11 pm

อ่านแล้วซึ้งเลย แสดงว่ามาคราวนี้คุ้มค่าจินๆ


User avatar
Tongue
Verified User
Posts: 725
Joined: Tue Dec 02, 2003 10:38 am

Posts by Tongue » Mon Jun 20, 2005 11:27 pm

แล้วพฤติกรรมคนเรา บางทีก็เหมือนๆกันในหลายประเทศครับ แบบถ้าที่หนึ่งดัง อีกที่ก็จะดังตาม
เช่น ตู้สติกเกอร์ starbuck Mcdonald hiphop

รู้สึกจะเรียก technology transferring
เพราะฉะนั้นถ้ามี สินค้าไหน หรือ ธุรกิจไหนดังๆที่อื่น แล้วเข้ามาก็มีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จเหมือนๆกัน


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Mon Jun 20, 2005 11:29 pm

พี่เจ๋งได้ทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ แบบไม่รู้ตัวแล้ว :B

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
moo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1150
Joined: Thu Jun 26, 2003 4:40 am

Posts by moo » Tue Jun 21, 2005 1:51 am

ขอบพระคุณครับ

ได้มุมมองที่ดีเพิ่มอีกครับ :D


iscssn
Verified User
Posts: 428
Joined: Sun Mar 07, 2004 11:34 pm

Posts by iscssn » Tue Jun 21, 2005 8:36 am

ขอบคุณครับ
:bow:


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Posts by ปรัชญา » Tue Jun 21, 2005 9:28 am

คุณหมออ่านขาดเลยทีเดียว


User avatar
Mon money
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 3134
Joined: Thu Jan 30, 2003 10:05 pm

Posts by Mon money » Tue Jun 21, 2005 9:49 am

คุณหมอนอกจากอ่านขาดแล้วยังมีน้ำใจ ยังสรุปแก่นสำคัญๆมาให้พวกเราได้อ่านสรุปเอาไว้อีก ท่านใดสนใจก็ควรจะsaveเก็บไว้อ่านหลายๆครั้งนะครับ

สุดท้ายครับ จะมาชวนคุณหมอเลิกบุหรี่ด้วยกันครับ :mrgreen:

เป็นบุญหนักหนาเหลือเกินที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เป็นคนไทยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ

Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Tue Jun 21, 2005 9:51 am

เช้านี้ผมเลิกแล้วครับ คุณมน


User avatar
tom
Verified User
Posts: 691
Joined: Wed Jun 25, 2003 10:55 am

Posts by tom » Tue Jun 21, 2005 10:43 am

อ่านแล้วซึ้งครับ

คิดว่าคิดไม่ผิดที่เลือกซื้อหุ้นแนวนี้

แม้จะเจ็บช้ำจาก


fancy และ cei มาพอสมควร


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Tue Jun 21, 2005 10:49 am

ไม่เคยซื้อเลย tom cei fancy ก็เลยยังไม่เจ็บ และไม่คิดการเลือกหุ้น กับแนวคิดจะเป็นแนวทางเดียวกัน

หมายถึง

เวลาซื้อหุ้น เราคิดว่าเราซื้อตัวนี้ เพราะแนว VI จริงๆ แล้วอาจจะไม่ใช่ก็ได้นะ เราอาจจะซื้อเพราะเพื่อนเชียร์ เราอาจจะซื้อเพราะเราเองคิดว่าดี เราอาจจะซื้อเพราะเห็นว่าอนาคตน่าจะดี เราอาจจะซื้อเพราะคิดว่าปลอดภัย

เป็นต้น


User avatar
tom
Verified User
Posts: 691
Joined: Wed Jun 25, 2003 10:55 am

Posts by tom » Tue Jun 21, 2005 2:19 pm

เห็นด้วยครับพี่เจ๋ง

ต้องยอมรับว่าอดีต ตอนเริ่มต้นใหม่ๆ ผมเป็นนักลงทุนประเภท ข
ไม่ยอมศึกษาและวิเคราะห์เองเท่าไหร่
เขาว่ามาเราก็ว่าตาม โดยไม่ได้ดูว่าตัวเองได้เข้าใจหุ้นตัวนั้นดีพอรึยัง
อีกอย่างตอนซื้อก็ซื้อด้วยกัน แต่ตอนขายตัวใครตัวมัน

ผมพยายามหาข้อบกพร่องจากความผิดพลาดครั้งก่อนๆ ก็พอจะมองออกนะครับว่า จังหวะการซื้อสำคัญเหนือยิ่งสิ่งใด ยิ่งเลือกหุ้นที่ดีด้วยแล้วมันก็เหมือนมีเกราะป้องกันการขาดทุนอีกชั้นหนึ่ง การติดตามข่าวสารก็สำคัญ อย่าง cei ถ้าพอรู้ข่าวว่าพื้นฐานอาจเปลี่ยนก็อาจจะขายทัน แต่โดยรวมรายย่อย(ยับ) คงไม่ทันรายใหญ่อยู่แล้วนะครับ

แต่จริงๆตอนนี้ยอมรับครับว่าได้ความรู้จากพี่ๆน้องๆ มากมาย แต่ยังไม่สามารถแปรความรู้ที่ได้ให้เป็นผลกำไรได้อย่างเป็นรูปธรรมเท่าไหร่ครับ

ก็หวังใจว่าจะได้รับความรู้จากที่นี่ต่อไป ไม่ต้องมากมาย ขอแบบน้อยๆแต่นานๆ ก็ได้นะครับอิอิ


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Tue Jun 21, 2005 10:23 pm

:lol: :lol: :lol: :lol:

ขอต่อครับ

น้อง Tongue บอกว่า
แล้วพฤติกรรมคนเรา บางทีก็เหมือนๆกันในหลายประเทศครับ แบบถ้าที่หนึ่งดัง อีกที่ก็จะดังตาม
เช่น ตู้สติกเกอร์ starbuck Mcdonald hiphop

รู้สึกจะเรียก technology transferring
เพราะฉะนั้นถ้ามี สินค้าไหน หรือ ธุรกิจไหนดังๆที่อื่น แล้วเข้ามาก็มีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จเหมือนๆกัน
ขอcopy ความเห็นของน้อง Tongue มาหน่อยนะครับ ชอบหนะครับ เอามาเป็นข้อ 3. ซะเลย

3. ลักษณะที่สำคัญอีกอย่างของ แนวโน้มพฤติกรรมมนุษย์ ก็คือ เกิดการแพร่กระจายมาสู่กันได้ เกิดการเลียนแบบกันได้ เช่น เลียนแบบดารา คนดัง คนมีชื่อเสียง คนรวย เป็นต้น

ตรงนี้ก็อาจจะเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่จะใช้พยากรณ์อนาคต คือผมว่าเมืองไทยไม่ได้อยู่แถวหน้าของโลก แต่มักจะเป็นผู้ตาม โดยเฉพาะตามอย่างอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น การตามอย่างก็มีทั้งที่เป็นเรื่องของกระแส ซึ่งมักจะขึ้นเร็วลงเร็ว หรือเป็นแนวโน้มพฤติกรรมซึ่งค่อนข้างยาวนานกว่ามาก

ดังนั้นถ้ามองอเมริกาตอนนี้ แล้วพบว่าธุรกิจใดที่สามารถเกิดขึ้นและคงอยู่แล้วก็เติบโตอยู่ได้ค่อนข้างยาวนาน ธุรกิจนั้นก็น่าจะมีแนวโน้มที่จะทำได้ในเมืองไทย และถ้าธุรกิจใดเป็นที่นิยมในกรุงเทพ ก็มีแนวโน้มที่จะทำได้ในต่างจังหวัดในระยะเวลาที่ตามหลังสัก 10-20 ปี เป็นต้น

:lol: :lol: :lol: :lol:


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Tue Jun 21, 2005 10:24 pm

:lol: :lol: :lol: :lol:

4. สรุปลักษณะของ แนวโน้มพฤติกรรมมนุษย์มักจะโน้มเอียงไปในทางที่ชอบสิ่งที่ ดีขึ้นกว่าเก่า สะดวกกว่า ราคาถูกกว่า มีคุณภาพมากกว่า ใช้ง่ายมากกว่า มีอิสระมากกว่า ตอบสนองตัวตนได้มากกว่า ได้รับการยกย่องมากกว่า เท่ห์กว่า สวยกว่า โก้กว่า มันส์กว่า อร่อยกว่า ทนกว่า นิ่มกว่า ตื่นเต้นกว่า ประหยัดกว่า ฉลาดกว่า คุ้มกว่า ของแถมเยอะกว่า อืมมมม.....พอก่อน รวมความแล้วก็คือสิ่งที่มีลักษณะ Positive กว่าเดิมมั้งครับ

:lol: :lol: :lol: :lol:


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Posts by por_jai » Tue Jun 21, 2005 10:49 pm

8) เยี่ยมยุทธจริงๆ

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Tue Jun 21, 2005 10:56 pm

:lol: :lol: :lol: :lol:

ขอบคุณครับ พี่ por jai

ปล. เพื่อนๆท่านใด มีประสบการณ์เห็นธุรกิจที่อเมริกา หรือ ยุโรป ช่วยเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ

ผมยังไม่เคยไปเลย :cry:

:lol: :lol: :lol: :lol:


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Wed Jun 22, 2005 10:28 am

สามัญชน wrote::ดังนั้นถ้ามองอเมริกาตอนนี้ แล้วพบว่าธุรกิจใดที่สามารถเกิดขึ้นและคงอยู่แล้วก็เติบโตอยู่ได้ค่อนข้างยาวนาน
กลัวจะเป็น เกิดขึ้น มีอยู่ และดับไป

สงสัยช่วงนี้จะอ่านหนังสือธรรมะมากไปหน่อย :roll:


sitti
Verified User
Posts: 109
Joined: Mon May 09, 2005 11:17 am

Posts by sitti » Wed Jun 22, 2005 3:54 pm

ถึงบางอ้อก็งานนี้แหละครับ แต่ก่อนเคยลองใช้สูตร ใช้อะไรมากมายเข้าใจก็ยาก แต่พอฟังหลักการอาจารยืกับพี่ฉัตรชัยแล้ว ก็เลยเข้าใจมากขึ้นยิ่งถ้าบวกกับการฝึกฝนอีกหน่อยผมว่า มันเยี่ยมจริงๆ


Knott
Verified User
Posts: 232
Joined: Thu Feb 12, 2004 10:59 am

Posts by Knott » Wed Jun 22, 2005 4:01 pm

กลัวจะเป็น เกิดขึ้น มีอยู่ และดับไป

สงสัยช่วงนี้จะอ่านหนังสือธรรมะมากไปหน่อย
เกิดขึ้น มีอยู่ และดับไป เป็นสัจธรรมอยู่แล้วครับ

ผมขอแค่ให้มันดับไปหลังผมก้อพอแล้ว ชาติหน้าค่อยมาหาบริษัทใหม่กัน :lovl: :lovl:

"Much success can be attributed to inactivity. Most investors cannot resist the temptation to constantly buy and sell."

User avatar
wpong
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1332
Joined: Sun Nov 02, 2003 4:04 pm

Posts by wpong » Wed Jun 22, 2005 4:44 pm

พี่สามัญชนครับ ...
ไม่ทราบมีหนังสือตีแตกของท่านดร. อยู่ใกล้ๆใหมครับ
ลองหยิบกลับมาอ่านอีกรอบสิครับ

พี่ลองดูงบ CHOTI ตอนนั้นดูสิครับ...
ดูประวัติในอดีตของมันสิครับ ..
ถ้าพี่อยู่ณ.ช่วงเวลานั้น พีจะซื้อ CHOTI ใหมครับ

ลองมาอ่านบทที่ว่าด้วยเรื่องตีแตกดูสิครับ
มีทั้งหมด 4 ครั้ง ...

พี่ชอบครั้งใหนมากที่สุดครับ


สำหรับผม ชอบเรื่อง ธนชาติครับ
อาจารย์ท่านเก่งมากในเรื่องลดความเสี่ยง
มีหุ้นกู้ที่ให้ IRR = 30%
ท่านตีแตกไป 10 ล้าน ...

ที่เหลืออีก 3 เรื่อง ผมว่าเสี่ยงพอควร ถ้าจะถือยาว
:D


โสภณ
Verified User
Posts: 28
Joined: Sat Jan 10, 2004 9:44 pm

Posts by โสภณ » Wed Jun 22, 2005 5:51 pm

ผมติดตามอ่านแนวคิดของ ดร.นิเวศน์ผ่านหนังสือพอคเก็ตบุ๊ค หนังสือพิมพ์ เวปไซด์ อย่างสม่ำเสมอ และก็คิดว่าเข้าใจหลักการแนวคิดพอสมควร แต่ในทางปฏิบัติ ผมเห็นท่านดร.นิเวศน์ซื้อหุ้นbigc hmpro แล้วก็ งง ! ไม่เข้าใจสาเหตุ ไม่เห็นมีอะไรน่าซื้อ พี่เจ๋งเองก็ซื้อ bigc ก็งงเหมือนกัน ซื้อไปทำไม กำไรก็กลางๆ ไม่โดดเด่น อนาคตอีกสิบปียอดขายจะเพิ่มมหาศาลหรือเปล่า ก็ไม่มีใครรู้ โอกาสถูกกับผิด 50-50 หุ้นเหล่านี้ผมก็เลยไม่เคยมองเลย ผมมองแต่ตัวบริษัทที่ทำกำไรได้แล้วแบบเห็นๆ หรือตัวที่ค่อนข้างชัวร์ๆระยะสั้นๆ 1-2 ปี ถ้ามากกว่านี้ก็ทำไม่ได้
ผมก็มีคำถามกับบทความของ ดร.นิเวศน์ ในเรื่อง "อาณาจักร"
ก็มาถึงบางอ้อในงานนี้เช่นเดียวกันครับ

เมื่ออ่านบทความเรื่อง "อาณาจักร" ผมก็พยายามหาคำตอบว่า
หุ้นอะไรที่กำลังสร้างอาณาจักรที่จะเฟื่องฟูต่อไปในอนาคต
คำตอบที่ได้จากในงานคือ Modern Trade ที่เป็นอันดับต้นๆ


User avatar
สามัญชน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 5162
Joined: Sat Aug 16, 2003 8:58 pm

Posts by สามัญชน » Wed Jun 22, 2005 7:09 pm

:lol: :lol: :lol: :lol:

ตอบน้องพงศ์ครับ

หนังสือตีแตกของพี่ไม่อยู่แล้วครับ มีน้องคนหนึ่งยืมไป แต่ผมจำไม่ได้ว่าคนไหนยืม ตอนนี้ยังไม่คืนเลย ฮ่าๆๆๆ

เท่าที่จำได้ เหตุผลที่ท่านดร. ซื้อ CHOTI ก็เพราะเรื่องค่าเงินบาทมั้งครับ จากเดิมที่กลุ่มส่งออก เคยขายได้ 1 ดอลลาร์ แลกเป็นเงินไทยได้ 25 บาท พอมาแลกได้ 45 บาท ท่านก็จัดการ CHOTI และกลุ่มส่งออกซะเรียบเลย

ส่วนตัวงบการเงินของCHOTI พี่จำไม่ได้ แต่เดาว่าคงจะอยู่ในลักษณะที่มีหนี้เป็นเงินต่างชาติน้อยๆกระมังครับ หรือไม่ก็คงไม่มีอะไรน่าเกลียด อยู่ในเกณฑ์ที่พอยอมรับได้หรือเปล่า

:lol: :lol: :lol: :lol:


genie
Verified User
Posts: 1474
Joined: Tue Feb 04, 2003 12:55 pm

Posts by genie » Wed Jun 22, 2005 11:46 pm

สิ่งที่คุณสามัญชนกล่าวไว้ เหมือนทฤษฎ๊การบริโภคของ เซอร์ จอห์น เมอร์นาด เคนส์ เด๊ะเลยครับ โดยเฉพาะในส่วนการขยายทฤษฎี โดย ดูเซ็นเบอรี่ เรื่อง Relative Consumption เป็นไปในลักษณะเดียวกันเลยครับ ไม่น่าเชื่อนะครับไม่เคยเรียนเศรษฐศาสตร์


User avatar
plagapong
Verified User
Posts: 130
Joined: Mon Jun 23, 2008 5:25 pm

Posts by plagapong » Sun Oct 05, 2008 4:50 pm

รู้สึกโชคดีจริงๆ ได้อ่านกระทู้นี้

ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ...


Post Reply