เป็นบทความที่ดีมากๆๆเลยครับ รบกวนขอด้วยคนครับ
ขอให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคุณbatigoal ส่งผลให้คุณbatigoalได้รับแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ ![]()
กรุณารอสักครู่...
เป็นบทความที่ดีมากๆๆเลยครับ รบกวนขอด้วยคนครับ
ขอให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคุณbatigoal ส่งผลให้คุณbatigoalได้รับแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ ![]()
รบกวนด้วยครับ vkvee572@gmail.com ขอบคุณครับ
เป็นน้องใหม่เข้ามาในบอร์ดนี้ไม่นานครับ
แต่อ่านแล้วโดนมากเลยครับ ขอรบกวน
ด้วยคนครับ
ขอบคุณมากครับ
จากรูปที่นำแต่ละหัวข้อมาจัดเรียงเป็นช่องๆ ไม่ทราบว่ามีนัยสำคัญอะไรมั้ยครับ
อย่างเช่น บางหัวข้ออาจจะมีความเกี่ยวข้องกันมาก จึงออกแบบตารางมาแบบนี้
เพื่อให้การวิเคราะห์ออกมาเป็นระบบ ตามลำดับ
น่าสนใจมากครับ กำลังมีปัญหาเรื่องการสรุปภาพรวมของกิจการ
และก็กำลังสนใจเรื่อง business model พอดี
รบกวนขอด้วยคน ที่ bu.my.files@gmail.com ครับ
ขอบคุณมากๆครับ
คนที่คิดขึ้นมาเค้าต้องการเรียงให้เข้าใจง่ายนะครับBenzkrub เขียน:จากรูปที่นำแต่ละหัวข้อมาจัดเรียงเป็นช่องๆ ไม่ทราบว่ามีนัยสำคัญอะไรมั้ยครับ
อย่างเช่น บางหัวข้ออาจจะมีความเกี่ยวข้องกันมาก จึงออกแบบตารางมาแบบนี้
เพื่อให้การวิเคราะห์ออกมาเป็นระบบ ตามลำดับ
จาก Chart จะเห็นได้ว่า ด้านขวาของ Chart จะเป็นส่วนที่บริษัทจะต้องทำธุรกรรมกับลูกค้า
ส่วนด้านซ้ายมือ จะเป็นสิ่งที่บริษัทต้องบริหารจัดการภายใน
ตรงกลางก็คือจุดที่บริษัทเสนอสินค้าให้ และเป็นจุดที่ลูกค้าจะมารับไป
ส่วนข้างล่างทางด้านขวา รายได้ของบริษัทนั้นๆ จะมาจากอะไรบ้าง
ทางด้านล่างซ้าย ก็คือกิจกรรมต่างๆ ที่เราต้องทำเพื่อให้เกิดธุรกิจนั้นๆ ขึ้นมา ว่ามันจะมีค่าอะไรบ้าง
เวลาที่เราจะเปรียบเทียบบริษัทต่างๆ จะได้รู้ว่า บริษัทในอุตสาหกรรมนั้นๆ ทำอะไรกันบ้าง และจะทำให้รู้ได้ว่า บริษัทไหนมีจุดเด่นและจุดด้อยอย่างไรครับ
ตัวอย่าง
จากตัวอย่างด้านบนที่ผมโพสไป คือ Business model ของ Playstation และ Xbox หรือพูดง่ายๆ ก็คือธุรกิจเกมส์คอนโซล(เครื่องเกมส์ที่ต้องต่อทีวีเล่น)
ก่อนหน้านี้ ธุรกิจนี้ต้องแข่งกันทำเครื่องเกมส์ให้มีประสิทธิภาพสูง ภาพสวยไหลลื่น ดังนั้นแล้ว เครื่องเกมส์ก็จะต้องมีประสิทธิภาพที่สูง
สิ่งที่ตามมาคือ ต้นทุนในการผลิตเกมส์จะสูง ซึ่งบริษัท Sony และ Microsoft ต้องยอมขายเครื่องเกมส์พวกนี้ในราคาที่ ขาดทุน
แล้วเค้าจะเอารายได้จากไหน ถ้าขายเครื่องขาดทุน
ฺเค้าก็คิดว่า คนที่ซื้อเครื่องเกมส์ไป ยังไงในวันข้างหน้าก็ต้องมาซื้อเกมส์ไปเล่นอย่างแน่นอน
ดังนั้น รายได้ที่เค้าจะเอามาชดเชยจากการขายเครื่องขาดทุนก็คือส่วนแบ่งจาก Software Game ที่บริษัทสร้างขึ้นมาเอง
หรือส่วนแบ่งรายได้จากพันธมิตรที่ผลิตเกมส์ให้กับเครื่อง Playstation หรือ Xbox
สรุปก็คือ ขายเครื่องขาดทุนไปก่อน แต่จะได้รายได้กลับมาจากส่วนแบ่งของการขายเกมส์
ยิ่งมีคนซื้อเครื่องเกมส์เยอะ ก็ยิ่งมีคนอยากมาผลิดซอฟแวร์เกมส์ให้เพราะมีโอกาสขายได้เยอะ
มาดูอีกกรณีกัน
ซึ่งบริษัท Nintendo ได้คิดออกไปนอกกรอบ นั่นก็คือการผลิตเครื่องเล่นเกมส์ที่มีขนาดกระทันรัด ไม่เน้นประสิทธิภาพที่สูงมาก
ไม่จำเป็นต้องมีกราฟฟิกที่สวยสุดยอด แต่จะเน้นที่การบังคับเกมส์แบบพิเศษผ่านทางคันบังคับแบบพิเศษ
นั่นคือการเคลื่อนที่ของมือแทนที่จะใช้นิ้วกดเหมือนแต่ก่อน
สิ่งที่ตามมาก็คือ ต้นทุนในการผลิตไม่สูงมาก ทำให้ Nintendo สามารถทำกำไรได้ตั้งแต่ตอนที่ขายเครื่องเกมส์เลย
เมื่อเครื่องเกมส์ของเค้าแปลกใหม่และโดนใจผู้บริโภคแถมราคาก็ไม่แพง เลยทำให้ขายดีมาก ซึ่งเมื่อขายดีมาก
ก็จะมีบริษัทซอฟแวร์อยากจะมาเป็นพันธมิตรด้วยเยอะ เพราะเครื่องเกมส์มีอยู่ในมือผู้บริโภคเยอะ
ก็จะทำให้ซอฟแวร์เกมส์มีโอกาสขายได้เยอะเช่นเดียวกัน ซึ่งบริษัท Nintendo ก็จะได้กำไรจากส่วยแบ่งตรงนี้อีก
เมื่อเทียบกันแล้ว นักลงทุนอย่างเราๆ ก็คงเลือกที่จะลงทุนกับบริษัทอย่าง Nintendo ที่ได้กำไรตั้งแต่เริ่มต้นขายเครื่อง
มากกว่า Sony หรือ Microsoft แน่นอนครับ
หนังสือต้นฉบับ
อ่านที่คุณ batigoal อธิบาย จะได้เปิดดูไปด้วย
อย่างรูปข้างบน อยู่หน้าที่ 83 ของหนังสือ (แต่เป็น 89/288)
ของคู่แข่ง Xbox อยู่หน้า 82
หนังสือธุรกิจ แต่ออกแบบยังกะหนังสือศิลปะเลย