จันทร์ เม.ย. 21, 2008 10:49 pm
ชอบกระทู้นี้จังเลยค่ะ
เพิ่งหัดเล่นหุ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม ปีนี้เองนะคะ
เริ่มต้นเข้าเรียนชั้นอนุบาลด้วยหุ้นเก็งกำไรระยะสั้น
ตอนแรกได้กำไรถล่มทลายเชียว
กำไรที่ได้จากการเล่นหุ้นสองสัปดาห์มากกว่าเงินเดือนทั้งปีสมัยเป็นอาจารย์ประจำในมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่งเสียอีก
ยอมรับว่าหวั่นไหวค่ะ
เรื่องโลภนี่ไม่ต้องสงสัย
มองเห็นการเล่นหุ้นเป็นวิธีปั๊มเงินระยะสั้น
ไม่ถึงกับคิดเปลี่ยนอาชีพนะคะ
เพราะงานอาชีพที่ทำอยู่ทุกวันนี้คือความฝันที่แลกมาด้วยหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต
ทำแล้วมีความสุข แต่ในเชิงธุรกิจก็ยังต้องเหนื่อย มีภาระต้องต่อสู้อีกเยอะ
ช่วงที่ได้กำไรมาใหม่ๆ ตื่นเต้นค่ะ
คนใกล้ตัวบอกว่า ถ้าหาเงินจากหุ้นได้บ้าง อยากให้ดิฉันลดงานบางส่วนที่เหนื่อยหนักลง จะได้มีเวลาไปทำงานศิลปะ คิดสร้างสรรค์ มากขึ้น และเวลาอีกส่วนหนึ่งก็เอาไปศึกษาเรื่องการลงทุนแบบใช้เงินทำงาน แทนที่จะต้องใช้แรงกายแรงใจสุดเหวี่ยงเหมือนที่ผ่านมา
ก็ฟังดูดีนะคะ
ดิฉันก็เลยแบ่งเวลาหันมาใส่ใจกับกระดานเขียวๆแดงๆ อยู่สองสามอาทิตย์
บังเอิญเพื่อนที่สนิทกันเค้านิยมเล่นหุ้นเก็งกำไรระยะสั้น เค้าก็คอยสอนคอยแนะนำแต่หุ้นเก็งกำไร
จากวันที่เริ่มเล่นมาจนถึงสงกรานต์ (ประมาณเดือนนึง) ดิฉันก็เลยหมกมุ่นอยู่แต่หุ้นกลุ่มนี้
เพื่อนที่เล่นด้วยเค้าเก่งค่ะ ให้คำแนะนำที่ทำให้ดิฉันได้กำไรมาตลอด เงินลงทุนเพียงล้านกว่าบาท ได้กำไรมาเกือบเจ็ดแสน
จากที่เล่นตอนแรกได้กำไรก้อนใหญ่ ก็เลยเอาทุนมาเก็บ เอากำไรมาหัดเล่นเองงูๆปลาๆ โดยเพื่อนไม่ได้คอยแนะนำเหมือนเคย (เพราะเพื่อนบอกให้ใจเย็น อย่าโลภอย่ารีบ แต่ดิฉันชักโลภเลยใจร้อนไม่ฟังใคร) คราวนี้เริ่มมีขาดทุนบ้างค่ะ แต่ไม่ถึงกับมากมาย ที่ได้กำไรมาเพิ่มก็พอสมควร
แม้ว่าโดยรวมจะยังกำไร แต่การนั่งเก็งกำไรรายวันอยู่หน้าจอ ทำให้รู้สึกเครียดมากค่ะ ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานศิลปะสลายหายไปไหนหมดไม่รู้ มัวแต่ใจหายใจคว่ำกับราคาขึ้นๆลงๆที่เราควบคุมอะไรไม่ได้
เพื่อนที่เคยสอนให้เล่นหุ้นพอรู้ว่าดิฉันหัดเล่นเองแล้วได้กำไรมากกว่าขาดทุนก็ชมว่าเก่ง น่าจะเอาดีทางนี้ได้ แต่ดิฉันกลับรู้สึกการเล่นหุ้นแบบเก็งกำไรนี่ไม่ต่างกับการพนัน ช่วงที่วุ่นวายใจกับการเก็งกำไรรายวันกลายเป็นช่วงที่ขาดทุนชีวิตยังไงไม่ทราบ
เรื่อง value investor ก็แค่เคยได้ยิน ไม่เคยสนใจ
จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
หุ้นเก็งกำไรตัวหนึ่งที่ดิฉันถือไว้จำนวนมาก ด้วยความมั่นใจว่าจะต้องวิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว กลับตกดิ่ง ตายสนิท
ดิฉันผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์มาด้วยความกังวล และโกรธตัวเองที่เอาความสุขในใจไปผูกพันกับเล่นหุ้นเก็งกำไรหรือที่เรียกกันว่าหุ้นปั่น
เนื่องจากเพิ่งมาได้สติว่า
ราคาที่ขึ้นลงของหุ้นพวกนี้แทบไม่มีปัจจัยที่น่าสมเหตุสมผลใดๆ มาเป็นตัวตัดสิน นอกจากการทำราคาของพวกนักปั่นหุ้น หรือขาใหญ่
ผิดกับการลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี ที่เรายังพอใช้หลักเกณฑ์ต่างๆ มาวิเคราะห์ ได้
ถ้าเลือกเล่นหุ้นปั่น จะได้เงินมากแค่ไหน ก็คงเครียดไม่น้อยกว่าทำงานหนัก
อีกทั้งยังเสียเวลาและอารมณ์ แถมยังเสียสายสัมพันธ์ดีๆ กับ เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า คู่ค้า ที่เคยใกล้ชิดกันมา
ไม่ได้เป็นคนธรรมะธรรมโมหรอกนะคะ
แต่ดิฉันมีความเชื่อว่า การรักษาศีล หรือ รักษาความเป็นปกติของกายและใจ เป็นจุดเริ่มต้นของสมาธิและปัญญา
เมื่อชีวิตผิดปกติเสียแล้ว ทำให้ไม่มีสมาธิ ปัญญาก็เลยถดถอย
แต่เพราะยังเห็นว่าการลงทุนในหุ้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ตอนนี้ก็เลยหันมาหาความรู้ของ value inverstor เพื่อจะได้ปรับพฤติกรรมการลงทุนให้ดีขึ้น ไม่ต้องเคร่งเครียดจนเกือบเสียจริตเหมือนที่ผ่านมา
จะได้เอาเวลาและอารมณ์ไปทุ่มเทกับคนที่รักและงานที่รักได้อย่างเต็มที่
การทำงานที่รักทำให้ชีวิตมีคุณค่าค่ะ
เขียนมาซะยาว
จะบอกว่า...ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็น VI น้องใหม่ด้วยคนค่ะ