แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
Post Reply
miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Thu Jun 22, 2017 7:12 pm

หมดเวลาในการนับถอยว่าเมื่อไร พรบ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ออก
-----------------------------------------------------------------------
พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐
ประกาศวันที่ 22 มิถุนายน 2560
มีผลวันถัดไปที่ประกาศในราชกิจฯ คือวันที่ 23 มิถุนายน 2560
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 065/59.PDF
----------------------------------------------------------------------
ตอนนี้เกมกลับไปอยู่ที่ กสทช ว่าเมื่อไร และ เท่าไร
:)

:)

amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1683
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by amornkowa » Fri Jun 23, 2017 6:46 pm

miracle wrote:ไปสัมมนา TVI ของรุ่น 12 ในรอบของคุณชาย และ อจ ไพบูลย์
ทำไมเลือก วันที่ไม่มีใครไปฟังบรรยาย เพราะ ว่าไปฟังคุณชาย บรรยาย เพราะไม่เคยได้ฟังแบบเต็มๆแบบเป็นทางการซักครั้งหนึ่ง แต่รู้ว่า คนนี้บรรยายได้ ถึงแก่นสาร เพราะที่รู้ว่า (ได้ฟังมาจากในรายการ Money Talk ที่พี่ชายไปออกนั้น ) พี่ชายเป็นนักการตลาด (Sales) มาก่อน ถ้าเป็นนักลงทุนได้ต้องมีดี และไม่เพียงแค่นั้น ได้อ่านผลงานการเขียนของพี่ชาย มาซักระยะหนึ่งแล้ว สิ่งที่ได้คือวิธีการคิดในการลงทุนที่ไม่เหมือนใคร เขียนให้อ่านแบบหมดไส้หมดพุง ขอไปนั่งฟัง แล้วได้ฟังบรรยายของ อจ.ไพบูลย์เป็นของแถมอีกต่างหาก
ไปเที่ยวนี้ไม่เสียหาย ได้ตามที่คาดหวังไว้ อธิบายและชี้ให้เห็นว่า ทุกอย่างมีคำตอบถ้านักลงทุนคิด โดยใช้เวลา จากการประมวลผลของสิ่งที่ได้เห็นได้ฟังได้อ่านมา (เสียเวลาปลูกแล้วเราต้องได้กินผล) หลายต่อหลายคำถามในช่วง Assignment ตอนท้ายเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เกิดการฝึกสมองอย่างมากๆครับ

จบจากช่วงของคุณชาย ไปทานข้าว อาหารอร่อยและหลากหลายกว่า หลากต่อหลายครั้งที่ได้ไปร่วมงาน TVI กินอิ่มหนังตาหย่อนเลยทีเดียว แต่วิธีการคือไปเดินเข้าฟอร์จูนไปจ่ายค่าบริการหน่อย
สิ่งที่เห็นที่ฟอร์จูนคือ คนน้อยมากๆ ร้าน IT ที่ขายคอมพิวเตอร์หดตัวไปอย่างน่าใจหาย ตอนนี้สิ่งที่เห็นคือ มีโซนกล้องที่เพิ่มพื้นที่ขึ้น (น่าเสียดายที่หุ้นตัวนี้อ่านออกแค่ช่วง Turn Around คิดไปไกลกว่านั้น ติดปัญหาว่า มองแล้วว่า กล้องมันสู้มือถือไม่ได้ มันเป็นจริงแบบนั้นหรือเปล่ารอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป) จ่ายค่าบริการยังไม่ครบแต่ต้องเดินกลับแล้วไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยกลับมาจ่ายใหม่อีกครั้งละกัน

นั่งฟังบรรยาย อจ ไพบูลย์ ต้องขอบคุณเพลง เงิน เงิน เงิน ของ คุณเพลิน พรหมแดน (ดูได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=baM0Elk9NvI) ที่คุณตรีนุชหามาให้ได้ฟังในการบรรยายครั้งนี้
แล้วก็บทสวดอภิญญหปัจจเวก (ฟังได้จากที่นี้ https://www.youtube.com/watch?v=LkwU9BEbEjA) ตอนบวชอยู่ก็ไม่รู้ว่าชื่อบทคืออะไร เพิ่งจะมารู้ตอนนี้
สิ่งที่อาจารย์ไพบูลย์ บรรยายครั้งนี้ ไม่เหมือนครั้งที่ผมไปอบรมกับ TVI ในรุ่นที่ 3 เมื่อหลายปีที่แล้ว ฟังรอบนี้ดีขึ้นกว่ารอบที่แล้ว ที่ไม่เข้าหัวเลยแต่ทว่า สิ่งที่ได้คือ ทางโลกกับทางธรรมนั้น ทำอย่างไรให้มันไปด้วยกันให้ได้ แต่ในความเป็นจริงนั้น ไปด้วยกันไม่ได้เลย

รอบนี้ถือว่า ได้ความรู้เพิ่มขึ้น ตามที่คาดหวังไว้

ปล มีแต่นักลงทุนหน้าใหม่ๆ ไม่คุ้นหน้าจริง นอกจากกรรมการ TVI แหละที่คุ้นหน้ากันประจำ

:)


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1683
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by amornkowa » Fri Jun 23, 2017 8:43 pm

รอบของพี่ thaivi5 อ ไพบูลย์ไม่สบายเลยไม่ได้มาสอน น่าเสียดายมาก
ส่วนคุณชาย สอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
โดยรวมหลักสูตรนี้ปูพื้นฐานให้ไปศึกษาต่อครับ


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sat Jun 24, 2017 12:17 am

amornkowa wrote:รอบของพี่ thaivi5 อ ไพบูลย์ไม่สบายเลยไม่ได้มาสอน น่าเสียดายมาก
ส่วนคุณชาย สอนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
โดยรวมหลักสูตรนี้ปูพื้นฐานให้ไปศึกษาต่อครับ
นี้คือพื้นฐานที่น่าคิดว่าไปอย่างไร
เพราะ ทุกวันนี้การลงทุนมันยากมากๆ ที่คาดเดาว่าในอนาคตเป็นเช่นไร
เหมือน INTEL VS ARM
โดยในอดีตนั้น INTEL เป็นเจ้าตลาดเซมิคอนดักเซอร์ ในส่วนของ Chipset และ CPU เรียกได้ว่าเกือบผูกขาด
แต่เมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงเป็นยุคของ Smart Phone ในยุคของ iOS และ Anroid
Intel ก็ยังออก CPU ในส่วนของ Smart Phone มา แต่ทว่า มีการพัฒนา แต่ทว่า แพ้ ARM
น่าศึกษาอย่างมากๆ ในกรณีแบบนี้
ยิ่งเป็นตลาดของ Internet of Things ด้วยแล้ว Intel ก็ออกมา แต่ทว่าก็แพ้ที่ใช้ ARM เช่นเดิม
แต่ ARM ตอนนี้ก็มีปัญหาว่า X86 ที่ INTEL พัฒนานั้น Intel ก็เก็บไว้กับตัวมิให้คนอื่นมาใช้งานง่ายๆ
ดังนั้น ถ้าหาก ARM ทำให้ MS ทำงานได้ ก็ต้องไปซื้อ สิทธิบัตรของ INTEL ซิ Intel ไม่ยอม หรือไม่ให้ใช้งาน
ดังนั้นน่าจับตา เพราะในยุคนี้ไม่ได้พึ่งพา MS เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะ Linux ในหลายหลากตระกูลเริ่มมีบทบาทเพิ่มมาขึ้น (ของฟรีไม่ต้องเสียค่า License ที่แพงแสนแพงและยุ่งยากมากๆ)
อันนี้เป็นตัวอย่างที่ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว มีคนบอกว่าใช้ CPU ของ ARM ต้องบอกว่าได้มันน้อยคนจริงๆที่รู้จัก
แต่ปัจจุบัน พื้นฐานการพัฒนาไปตกอยู่ที่ ARM แล้ว

เวลาเดินไปข้างหน้า บางที่กิจการที่เราคิดไว้ว่ามันดี ก็เปลี่ยนแปลงได้

ในเมืองไทย ก็มีให้เห็น องค์กร 100 ปี
ของเทียบสององค์กร องค์กรแรกคือ IEC ใครคิดว่า เมื่อ 100 ปี ซึ่งเป็นตอนเริ่มต้นของกิจการนี้ ทำด้านรถไฟ แต่ปัจจุบัน ไปทำพลังงานทางเลือกและโดน SP อยู่ รอไปอย่างเร็วสุดๆๆคือปี 2561 กลับมาจากหลุม หรือเปล่ายังไม่รู้เลย
ส่วนอีกกิจการ อันนี้เกิดในสมัยรัชกาล 6 คือปูนใหญ่ ปัจจุบัน รายได้เริ่มเปลี่ยนไปทางปิโตรเคมี + ก่อสร้าง มิใช้มาจากปูนเท่าไร
ใน US เองก็เช่นกัน บริษัทที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงกิจการแล้ว ยังทำกิจการเดิมมาเป็น 100 ปี นั้นมีอยู่ 6-7 รายจาก 100 รายเท่านั้น
ดังนั้น อาชีพที่เห็นแก่ตัวคือนักลงทุน คือเปลี่ยนกิจการได้ตลอดเวลา บนพื้นฐานของความรู้ของนักลงทุน
คือ งบการเงินอ่านให้เป็น การคาดเดาอนาคตของกิจการให้ออกให้แม่นยำ

ตอนนี้อีกเคสที่น่าสนใจคือ CEO ของ UBER โดนกดดันให้ลาออกจากกิจการที่ตัวเองสร้างมา
เพื่อวัฒนธรรมขององค์กรที่เปิดออกมาทำให้ยอมรับกันไม่ได้ พร้อมทั้งผลประกอบการที่ยังคงขาดทุนอยู่

ทำให้นึกถึงตอนยุค Internet Boom! (ปี 1995-2000) ที่หุ้นที่เป็นกิจการที่ขาดทุน แต่เกาะกระแสเข้าตลาดหุ้น นักลงทุนสามารถทำกำไรเป็นกอบเป็นกำได้ ในช่วงเวลานั้น
เช่นบริษัทที่ทำกิจการพัฒนาระบบปฏิบัติการของ Linux สายพันธ์หนึ่ง ขาดทุนตลอด เข้ามาราคาหุ้นเพิ่มเป็น 10 เท่าจากราคา IPO แต่สุดท้ายเมื่อฟองสบู่แตก ก็ไม่เหลืออะไรให้เลย
ดังนั้น Startup ที่เปลี่ยนโลกต้องดูในบริบท ว่าจุดไหน แล้วทำกำไรจากไหน
แต่บางบริการนั้น เปลี่ยนการดำเนินธุรกิจได้ แต่ทว่า มันไม่ได้กำไรอย่างที่คิด แต่เป็นการขาดทุนมากๆ


เล่าซักยาวเลย
:)

:)

amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1683
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by amornkowa » Sat Jun 24, 2017 4:54 pm

ชอบอ่านที่น้องmiracleเขียนมากๆครับ
จะคอยตามอ่านะครับ


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Mon Jun 26, 2017 12:11 am

ทำไมพัฒนาเรื่องของแบตเตอรี่กันมามากในช่วงนี้
เรื่องของแบตเตอรี่นั้น มีการพัฒนากันเรื่อยมานานแล้ว ในยุคที่ผมรู้จักแบตเตอรี่นั้นเป็นพวกแบตที่ต้องเติมน้ำกลั่น
เห็นคุณพ่อเอารถกระบะที่มีหลังคา ยี่ห้อดัสสัน สีเขียว มาเติมน้ำกลั่นบ่อยๆ
ยุคต่อมาของแบตที่รู้จักคือ แบตไฟฉาย ไล่ตั้งแต่ ก้อนใหญ่ (เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าใช้งาน) ก้อนกลาง(ก็เหมือนกับก้อนใหญ่หาอุปกรณ์ใช้งานยากมากๆ) ก้อนเล็ก คือ AA ในปัจจุบัน แล้วก็ AAA พวกนี้ที่รู้จักเพราะว่าบ้านของปลีกอยู่ในช่วงตั้งแต่เด็กๆจนจบป.ตรี ทำงานแล้วอยู่ระยะก็ยังขายอยู่
ยังจำความได้ตอนเด็ก เล่นรถไฟของเล่น โดยไปนั่งอยู่บนรถไฟ ซึ่งใส่ถ่านก้อนใหญ่ 6-8 ก้อน วิ่งอยู่บนรางรถไฟ โดยความยาวของรางประมาณ 10 เมตรวิ่งเป็นวงกลม ชุดรถไฟนี้เป็นญาติซื้อมาให้จากต่างประเทศ (ตอนย้ายบ้านขายทิ้งไปน่าเสียดายมากๆ)
ส่วนแบตอีกตระกูลที่ได้รู้จักคือแบตที่ใช้ในรถยนต์พวกไม่ต้องเติมน้ำกลั่นในปัจจุบัน นั้นเอง
ยิ่งแบตขนาดเล็กยิ่งจุไฟฟ้ามากขึ้น ทำไมเป็นแบบนั้น เพราะว่า แรงพลักดันจากการพัฒนาการสำรวจอวกาศเป็นปัจจัยหนึ่งในพัฒนาเรื่องนี้
เรียกได้ว่า น้ำหนักที่ส่งขึ้นไปในอวกาศ และกำลังไฟฟ้า ที่ใช้งาน ยิ่งนับวิ่งขนาดยิ่งเล็ก ปริมาณไฟฟ้ายิ่งมากขึ้น
เราได้เห็นภาพจากอุปกรณ์วิทยาศาสตร์จากยานสำรวจอวกาศบนดาวอังคารได้ จากยานอวกาศที่ไปยังดาวเคราะน้อยได้
ไม่เพียงแค่นั้น อีกปัจจัยที่ทำให้แบตพัฒนาได้เร็ว คือ แบตเตอรี่ใน อุปกรณ์สื่อสาร นั้นคือมือถือ หากยุคถือกระติกน้ำร้อน อันนี้เรียกได้ว่า แบตคือกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมหนึ่งใบเลย ต่อมายุคกระดูกหมา พกแล้วเท่มากๆๆ แล้วค่อยเล็กลงมาจนยอดฮิต 3310 ,3320 ของ Nokia พัฒนาเรื่อยมาจนเป็น iPhone ,SS Note 7 (ดังมาเรื่องแบตระเบิดเพราะขั้วไฟฟ้าอยู่ใกล้กัน)
ไม่เพียงแต่นั้น Notebook เป็นอีกสิ่งที่ทำให้ขนาดของแบตเตอรี่เล็กลง ยุคแรกๆ เรียกได้ว่า หนักมากๆ น้ำหนักของเครื่องมากกว่า 80% คือน้ำหนักของแบต ต่อมาน้ำหนักแบตลดลงเรื่อยๆ น้ำหนัก Notebook ก็ลดลงมาตามลำดับ ตอนนี้น้ำหนักของ Notebook รุ่นที่เบาและบาง คือต่ำกว่า 1 กิโลกรัม กับการใช้งานเป็นวันๆได้
ไม่เพียงแค่นั้น ถ้าหากใครเคยได้อ่านสิ่งที่เขียนเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าไป เมื่อก่อนนี้น้ำหนักรถเป็นตันๆ ขึ้นเนินไม่ได้ในช่วงปี 1900's นั้นเอง แต่ทว่าในปัจจุบัน น้ำหนักลดลงมากๆ ขึ้นเนินได้ น้ำหนักรถเบาขึ้น ใช้งานได้นานขึ้น ระยะได้ไกลขึ้น
นาฬิกาบนข้อมูล อันก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง คือการพัฒนาของแบตตระกูลกระดุก เม็ดเล็กๆเหล่านี้ น่าก็น่าสนใจเช่นกัน แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดไป ต้องหามานั่งอ่านแล้วว่าเป็นเช่นไร

เมื่อเห็นแบบนี้ก็เรียกได้ว่าพัฒนากันมาไกลมาก
ของเดิม Ni-Cd เป็น ลิเทียม ในปัจจุบัน ผ่านมายาวนานมากๆ
แล้วในอนาคตไม่ใช่ลิเทียมแต่ลงไประดับของพันธะทางด้านเคมีเป็นตัวกักเก็บพลังงานในรูปของแบตเตอรี่
แต่มันจะใช้จริงเป็นที่แพร่หลายหรือเปล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Tue Jun 27, 2017 11:01 pm

คําสั่งนายทะเบียนที่๒๑/๒๕๖๐
เรื่อง ให้ใช้แบบ ข้อความและอัตราเบี้ยประกันภัย กรมธรรม์ประกันภัยเพื่อการใช้เรือกลเดินทะเล
เฉพาะเขตที่ใช้ในกิจการพิเศษประเภทเจ็ตสกีเพื่อเช่า
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 170/14.PDF

คําสั่งนายทะเบียนที่ ๑๖/๒๕๖๐
เรื่อง แก้ไข เปลี่ยนแปลง อัตราเบี้ยประกันอัคคีภัย และ อัตราเบี้ยประกันภัยการประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 170/12.PDF

คําสั่งนายทะเบียนที่ ๑๕/๒๕๖๐
เรื่อง แก้ไข เปลี่ยนแปลงอัตราเบี้ยประกันภัย (รายปี) สําหรับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสําหรับที่อยู่อาศัย
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 170/11.PDF

คําสั่งนายทะเบียนที่ ๑๔/๒๕๖๐
เรื่อง แก้ไข เปลี่ยนแปลง อัตราเบี้ยประกันอัคคีภัยตามลักษณะของภัย
สําหรับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 170/10.PDF

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sun Jul 02, 2017 11:30 pm

ใครได้ถ้วยนี้(ฟีฟา คอนเฟเดอเรชันส์ คัพ) จะได้ไม่ได้ถ้วยบอลโลก
อันนี้ถ้าตามหลักของจิตวิทยาการลงทุน นั้นเป็นสิ่งเรียกได้ว่าตัวอย่างน้อยไป
เพราะ ฟีฟา คอนเฟเดอเรชันส์ คัพ จัดขึ้นมาไม่ถึง 10 ครั้งเลย จัดเพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศที่เป็นเจ้าภาพบอลโลกในอีก 1 ปีถัดไปนั้นเอง
แต่อันนี้เป็นแค่เพียงแค่มุมมอง ว่า ใครที่ได้ถ้วย ฟีฟา คอนเฟเดอเรชันส์ คัพ นี้ ในอดีตที่ผ่านมานั้น
ไม่เคยได้ก้าวไปหยิบถ้วยแชมป์โลก เลย
แต่งานนี้ต้องดูกันต่อไปว่า ใช่หรือเปล่า เพราะ ตัวอย่างมันน้อยเกินไป

ปล ประเทศที่บ้าในเรื่องสถิติคือ US
ลองหาอ่านได้ ตอนที่ชิงแชมป์ NBA หรือ NFL ก็ได้ มีสถิติออกมาเต็มไปหมดเลย
และมีการทายการแข่งขันกับผลการเลือกตั้งปธน. อีกต่างหาก
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Tue Jul 04, 2017 11:23 pm

วงการหนังสือการ์ตูนกับการลอยแพ
ระยะหลังมีการลอยแพหนังสือการ์ตูนโดยค่ายการ์ตูนลิขสิทธิ์ เนื่องจากยอดขายที่ลดลงสำหรับหนังสือเล่ม
ซึ่งได้รับผลกระทบจากการอ่านหนังสือการ์ตูนบน Web site ที่แบ่งปันกัน โดยไม่มีลิขสิทธิ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
อำนาจการกฏหมายไม่สามารถจัดการได้ (แต่ทีเรื่อง OTT จัดการได้ งง ไหมละ)
เมื่อมีการลอยแพเกิดขึ้น หนังสือการ์ตูนบางเล่ม ออกมาปีละ 1-2 เล่มหรือ สองปี เล่มก็มี บางเรื่องนิติดตามกันมาตั้งแต่สมัยประถม จนปัจจุบันทำงานแล้ว อายุเท่านี้ยังไม่จบ (ไม่มีภาคต่อรันยาวเลย) เรียกได้ว่า อ่านกันจนลืม
ไปเลยว่าเล่มก่อนหน้าถึงไหนแล้ว
เมื่อเป็นแบบนี้ มันก็เกิดช่องว่าง การลอยแพเกิดขึ้น ก็ทำให้เกิดการพิมพ์ ออนดีมาน (Print on demand) จากสำนักพิมพ์ที่ไม่ได้รับลิขสิทธิ์เกิดขึ้นมา หรือมีการย้ายค่ายพิมพ์ได้รับช่วงลิขสิทธิ์ต่อก็มี ซึ่งถ้าหากใครติดตามของเดิมแล้วรู้ว่ามีแบบนี้ก็ติดตามกันต่อไป แต่การ์ตูนที่พิมพ์ย้อนของในเล่มที่สำนักพิมพ์เดิมเคยพิมพ์จะมียอดการซื้อน้อยกว่า เล่มที่ต่อเนื่องจากของเดิม
การพิมพ์ออนดิมาน คือ การสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า โอนเงินก่อน จัดพิมพ์ตามจำนวนที่ได้รบการสั่งซื้อ เมื่อก่อนนี้ส่วนใหญ่ที่ดำเนินการทำคือ พิมพ์พวกนิตยสารต่างประเทศ จัดส่งในเมืองไทย นั้นเอง โดยที่ผู้อ่านไม่รู้ว่าพิมพ์ที่ไหน กระดาษเหมือนของนอกใช้งาน ทุกอยา่างต้องได้มาตรฐานเดียวกับนิตยสารที่จัดจำหน่ายในเมืองนอกนั้นเอง
เมื่อเกิดการกลายร่างจากเดิมพิมพ์เฉพาะนิตยสารต่างประเทศ การ์ตูนก็ดำเนินการเลียนแบบ แบบบ้าง และคราวนี้เมื่อเกิดการพิมพ์ออนดีมาน ทำให้รู้ว่า การ์ตูนเรื่องไหนที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้อ่านในเมืองไทย
บางเรื่องมาเงียบๆ แต่กระแสดี ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้าหากเป็น Gen X ปลายๆ หรือ Gen Y นั้นรู้ว่าตัวเองชอบการ์ตูนอะไรบ้าง นั้นเอง
ที่บ้านเรียกได้ว่า คลังย่อยของร้านหนังสือการ์ตูนเลยทีเดียว มีหลายต่อหลายเรื่องที่เก็บไว้อ่าน ถ้ามีเวลาก็อ่านซ้ำ เนื่องจากความสนุกของเนื้อหาเรื่อง สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากการอ่านบน Kindle คือ มันได้ขยับนิ้ว สามารถอ่านที่ไหนก็ได้ถ้าหากเราพกพาไป ถ้าหาไม่ได้พกพาไป ก็ต้องอดใจว่า กลับมาบ้านอ่านต่อในเล่มถัดไป (แต่ถ้าเป็น Kindle คือเปิดอ่านต่อได้เลย จนกว่าไม่มีให้อ่านนั้นเอง)
คำถามที่น่าจะถามในเรื่องนี้ ลอยแพจากปริมาณการขายลดลง นั้นถ้าหากลงไปในสาเหตุคือ ร้านเช่าการ์ตูนเป็นลูกค้าหลักๆ ในการขายการ์ตูนนั้นเอง หากจำนวนร้านเช่าการ์ตูนยังอยู่ในปริมาณเท่าเดิม ผู้จัดจำหน่ายการ์ตูนก็ยังคงอยู่ได้น้้นเอง ร้านพวกนี้มีร้านที่เกิดแข่งขันในละแวกเดียวกัน แต่ทว่าเมื่อเปิดมานานก็มีการสะสมหนังสือไว้จำนวนมาก แต่เมื่อคนไม่เข้ามาเช่าการ์ตูน ไม่ใช่เกิดแค่ร้านเดียวแต่เกิดเป็นลูกโซ่เลย คือ ไม่มีพร้อมๆกันหรือเวลาใกล้เคียงกัน จนกระทั่งต้องปิดตัวลงนั้นเอง มันจึงสะท้อนกลับไปยัง สำนักพิมพ์ และกระทบต่อผู้อ่านที่ต้องการเก็บสะสมหนังสือการ์ตูนไว้นั้นเอง

อันนี้ได้เคยเขียนไว้ตั้งนานแล้ว แต่ทว่า ต้องเขียนซ้ำเพราะมีอะไรบ้างอย่างที่ทำให้สะกิดใจ เพราะการลอยแพเรื่องที่ไม่ค่อยได้อ่านไม่เป็นไร แต่ทว่าเรื่องที่อ่านมากนานตั้งหน้าตั้งตารอคอย แบบนี้เสียความรู้สึกจริงๆ แล้วต้องลุ้นว่าการ์ตูนที่อ่านในปัจจุบันจะเหลือรอดอ่านจนจบซักกี่เรื่องในตอนนี้ เมื่อก่อนนี้พิมพ์จบหรือไม่จบ ขึ้นกับว่าสำนักพิมพ์ล้มหายตายจากหรือไม่ ลิขสิทธิ์หมดอายุหรือไม่ ผู้แต่ง/ผู้วาดเสียชีวิตหรือเลิกเขียนไปก่อนหน้าไม่ ....
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นต้องลุ้นว่า สำนักงานพิมพ์อย่าลอยแพเข้าไปด้วย
เรื่องนี้สอนให้รุ้ว่า ความเสี่ยงมันไม่ใช่ว่า มีเฉพาะตอนที่เราดู ตอนที่เรามองเข้าไปในกิจการเท่านั้น แต่ทว่าเมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไป ความเสี่ยงอาจจะมีการปรับลดหรือเพิ่มก็ต้องต้องประเมินความเสี่ยงอยู่เสมอ
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Wed Jul 05, 2017 11:46 pm

ภาพขัดแย้ง
ถ้าหากใครติดตามข่าวในช่วงปี 2559 ทั้งปีนั้น ข่าวชิ้นหนึ่งที่ออกมาเรื่อยโดยตลอดคือ
การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กลับเข้าสู่ระบบ การออกใบอนุญาตไมโครไฟแนนซ์ก็ดี ซึ่งคิดดอกเบี้ย36%
ทำหนี้ภาคครัวเรือนจากการปล่อยกู้โดยแขกหรือนอกระบบต่างๆเข้าสู่ระบบ
แต่ปี 2560 นี้กลายเป็น ผู้ควบคุมกฏมาจำกัดการปล่อยสินเชื่อ แล้วสิ่งที่ทำเมื่อปีที่แล้ว (2559) ละ
ในเมื่อควบคุมสินเชื่อ แล้วปัญหาหนี้สินนอกระบบให้ย้ายเข้ามาในระบบนั้น ทำเสร็จสิ้นตามกระบวนความหรือยัง
เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะว่า ควบคุมสินเชื่อครัวเรือนตอนนี้กลับกลายไปเป็นได้ว่า สิ่งที่ทำมาปีที่แล้ว(2559) สูญเปล่าหรือเปล่า มันก็ยังอยู่ใน Vicious Cycle อยู่หรือเปล่า
ตอนนี้กลายเป็นภาพขัดแย้งกับสิ่งที่ด้านปกครองกับด้านการเงิน เกิดขึ้น มันไม่ควรทำให้ทิศทางประเทศที่พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆในรอบด้าน สะสางปัญหาที่สะสมมาให้ค่อยๆ คลี่คลายลง แต่มันทำให้กลายเป็นปัญหาตรงกันข้ามกับสิ่งที่ทำ
อีกอย่างผู้ควบคุมกฏในยุคนี้ โยนหินถามทางตลอดเวลา ไม่เปิดออกมา ให้รู้ว่าทิศทางไปทางไหน เป้าหมายมันสอดประสาน/สอดคล้องกับสิ่งในอดีตหรือเปล่า อดีตเปลี่ยนหัวปุ๊บทุกอย่างเปลี่ยน แต่ปัจจุบันทิศทางต้องไปเหมือนกันหมด
มันเลยมีข้อสงสัยว่า ทำไปเพื่ออะไร ในตอนนี้ที่ควบคุมหนี้สินภาคครัวเรือน
ในอดีตตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ภาคครัวเรือนเป็นหนึ่งตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไล่ตั้งแต่มาตรการ ซื้อรถยนต์คันแรก,บ้านหลังแรก,Shopping ช่วยชาติ,ลดภาษีการมีบุตร นั้นเอง กระตุ้นการใช้โดยภาครัฐ แล้วภาคการเงินการธนาคารก็ปล่อยสินเชื่อให้แบบเมามันส์เลยทีเดียว ตัวเลขทางเศรษฐกิจก็ดีขึ้น แต่เมื่อต่างคนต่างไม่สอดประสานกัน มันจะทำให้เกิดการขัดแย้งกัน แล้วแบบนี้มันทำให้ตัวเลขที่วาดไว้หรือที่ทำมาแล้วนั้น สำเร็จในช่วงที่เหลือของปี 2560 หรือเปล่า เป็นสิ่งที่น่าคิดอยู่อย่างหนักเลยทีเดียว

ในอดีตที่ยุคราชวงศ์ของประเทศยักษ์ใหญ่ ถ้าเศรษฐกิจดี ปากท้องชาวบ้านอิ่ม ทำมาค้าขายดี ไม่มีปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติต่างๆ เป็นช่วงรุ่งโรจน์แห่งยุคสมัย แต่ถ้าเมื่อไร เศรษฐกิจขัดสน ปากท้องชาวบ้านอดยาก/ยากแค้น มีปัญหาภัยธรรมชาติ เมื่อนั้นความวุ่นวายภายในชาติเกิดขึ้น อยู่เสมอ

ฝากไว้ให้คิด ละกันในเรื่องเหล่านี้
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sun Jul 09, 2017 10:18 am

miracle wrote:วงการหนังสือการ์ตูนกับการลอยแพ
:)
เคสนี้สรุปว่า สร้างกระแสให้กับการ์ตูนที่ลอยแพ ทำให้รู้ว่า กระแสของหนังสือการ์ตูนดีอยู่หรือไม่
ถ้าหากไม่สร้างกระแสก็ไม่รู้ว่า ถ้าหากพิมพ์ออกมาแล้วไซร้ หรือได้ลิขสิทธิ์มาคุ้มค่าหรือไม่
การสร้างกระแสของไทยนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้มีทั้งด้านดีและด้านลบ แถมได้รู้ว่ากำลังซื้อมีอยู่หรือเปล่า
ซึ่งคนที่มีกำลังซื้อในตอนนี้คือ GEN X และ Y ที่เป็นคนในรุ่นที่อ่านการ์ตูนเป็นชีวิตจิตใจ
ถึงแม้นว่าทำงานแล้วก็ตาม ก็ยังติดตาม/ให้ความสนใจกับชีวิตในวัยเด็กอยู่นั้นเอง

น่าเสียดายว่า กระแสแบบนี้ไม่เกิดในเรื่องด้านการเงินบ้าง ถ้าเกิดมันจะดีมากๆ
เพราะมันเป็นเกราะป้องกันให้แก่ประชาชนในการทำธุรกรรมต่างๆ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เปิดเผยเพราะมันทำให้เสียชื่อเสียง แต่ทว่าถ้าเปิดมาให้ประชาชนเป็นหูเป็นตา
สอดส่องให้ มันดีกว่าหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเป็นประเด็นแล้วค่อยเป็นข่าว ก็อาศัยกระแสทำให้ประชาชนรู้
แล้วเข้าใจว่า ป้องกันตัวเองอย่างไรดีกว่าหรือเปล่าหนอ
หน่วยงานเดียวมันทำไม่สำเร็จ ต้องอาศัยว่าใครโดนอะไรมาแบ่งปันบ้าง รายละเอียดว่าโดนเพราะอะไร
แล้วคุยระหว่างกันหาทางแก้ไขกันนั้นแหละคือการพัฒนาจากการบทเรียนที่ผ่านมา

รู้เรียน เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะป้องกันการเกิดซ้ำ
ถ้าหากเจอเหตุการณ์เดิมซ้ำเหมือนคนแรก แสดงว่า ไม่ได้รับการแก้ไข
แต่หากเจอเป็นเหมือนครั้งแรกละครั้งที่สอง ควรพิจารณาได้แล้วว่า มันคืออะไร
:)

:)

nut776
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3321
Joined: Thu Feb 05, 2004 9:46 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by nut776 » Sun Jul 09, 2017 2:17 pm

miracle wrote:ภาพขัดแย้ง
ถ้าหากใครติดตามข่าวในช่วงปี 2559 ทั้งปีนั้น ข่าวชิ้นหนึ่งที่ออกมาเรื่อยโดยตลอดคือ
การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กลับเข้าสู่ระบบ การออกใบอนุญาตไมโครไฟแนนซ์ก็ดี ซึ่งคิดดอกเบี้ย36%
ทำหนี้ภาคครัวเรือนจากการปล่อยกู้โดยแขกหรือนอกระบบต่างๆเข้าสู่ระบบ
แต่ปี 2560 นี้กลายเป็น ผู้ควบคุมกฏมาจำกัดการปล่อยสินเชื่อ แล้วสิ่งที่ทำเมื่อปีที่แล้ว (2559) ละ
ในเมื่อควบคุมสินเชื่อ แล้วปัญหาหนี้สินนอกระบบให้ย้ายเข้ามาในระบบนั้น ทำเสร็จสิ้นตามกระบวนความหรือยัง
เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะว่า ควบคุมสินเชื่อครัวเรือนตอนนี้กลับกลายไปเป็นได้ว่า สิ่งที่ทำมาปีที่แล้ว(2559) สูญเปล่าหรือเปล่า มันก็ยังอยู่ใน Vicious Cycle อยู่หรือเปล่า
ตอนนี้กลายเป็นภาพขัดแย้งกับสิ่งที่ด้านปกครองกับด้านการเงิน เกิดขึ้น มันไม่ควรทำให้ทิศทางประเทศที่พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆในรอบด้าน สะสางปัญหาที่สะสมมาให้ค่อยๆ คลี่คลายลง แต่มันทำให้กลายเป็นปัญหาตรงกันข้ามกับสิ่งที่ทำ
อีกอย่างผู้ควบคุมกฏในยุคนี้ โยนหินถามทางตลอดเวลา ไม่เปิดออกมา ให้รู้ว่าทิศทางไปทางไหน เป้าหมายมันสอดประสาน/สอดคล้องกับสิ่งในอดีตหรือเปล่า อดีตเปลี่ยนหัวปุ๊บทุกอย่างเปลี่ยน แต่ปัจจุบันทิศทางต้องไปเหมือนกันหมด
มันเลยมีข้อสงสัยว่า ทำไปเพื่ออะไร ในตอนนี้ที่ควบคุมหนี้สินภาคครัวเรือน
ในอดีตตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ภาคครัวเรือนเป็นหนึ่งตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไล่ตั้งแต่มาตรการ ซื้อรถยนต์คันแรก,บ้านหลังแรก,Shopping ช่วยชาติ,ลดภาษีการมีบุตร นั้นเอง กระตุ้นการใช้โดยภาครัฐ แล้วภาคการเงินการธนาคารก็ปล่อยสินเชื่อให้แบบเมามันส์เลยทีเดียว ตัวเลขทางเศรษฐกิจก็ดีขึ้น แต่เมื่อต่างคนต่างไม่สอดประสานกัน มันจะทำให้เกิดการขัดแย้งกัน แล้วแบบนี้มันทำให้ตัวเลขที่วาดไว้หรือที่ทำมาแล้วนั้น สำเร็จในช่วงที่เหลือของปี 2560 หรือเปล่า เป็นสิ่งที่น่าคิดอยู่อย่างหนักเลยทีเดียว

ในอดีตที่ยุคราชวงศ์ของประเทศยักษ์ใหญ่ ถ้าเศรษฐกิจดี ปากท้องชาวบ้านอิ่ม ทำมาค้าขายดี ไม่มีปัญหาเรื่องภัยธรรมชาติต่างๆ เป็นช่วงรุ่งโรจน์แห่งยุคสมัย แต่ถ้าเมื่อไร เศรษฐกิจขัดสน ปากท้องชาวบ้านอดยาก/ยากแค้น มีปัญหาภัยธรรมชาติ เมื่อนั้นความวุ่นวายภายในชาติเกิดขึ้น อยู่เสมอ

ฝากไว้ให้คิด ละกันในเรื่องเหล่านี้
:)

เขาไม่คุยกันเหรอไง ธปท กะ รัฐบาล
รถคันแรก เพิ่งซา น่าจะรอสัก หกเดือน ปีนึงก่อน
เวลาทำ กะควรค่อยๆลด เป็นขึ้นบันได



ส่วน เรื่อง มังงะ อยากให้ทำลง kindle แบบ eink
น่าจะปวดกระบาล น้อยกว่า หนังสือ
เพราะ ไม่ต้องกังวลเรื่อง ฟอนท์ไทย ที่จะแสดงผลเพี้ยนๆ
ตัวหนังสือ ในมังงะ กะทำเป็นต้นฉบับแล้วสแกน เป็น pdf
น่าจะ เวิร์ค

ถ้ามังงะ ทำลง kindle ผมอาจจะกลับมาอ่าน
ถ้าแชร์ไอดี ได้บ้างด้วยกะดีเลย

พวก สนพ น่าจะลอง มองเป็นทางเลือก
ไม่รู้คุยกะ อะเมซอนได้ป่าว

show me money.

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Mon Jul 10, 2017 4:27 pm

nut776 wrote: ส่วน เรื่อง มังงะ อยากให้ทำลง kindle แบบ eink
น่าจะปวดกระบาล น้อยกว่า หนังสือ
เพราะ ไม่ต้องกังวลเรื่อง ฟอนท์ไทย ที่จะแสดงผลเพี้ยนๆ
ตัวหนังสือ ในมังงะ กะทำเป็นต้นฉบับแล้วสแกน เป็น pdf
น่าจะ เวิร์ค

ถ้ามังงะ ทำลง kindle ผมอาจจะกลับมาอ่าน
ถ้าแชร์ไอดี ได้บ้างด้วยกะดีเลย

พวก สนพ น่าจะลอง มองเป็นทางเลือก
ไม่รู้คุยกะ อะเมซอนได้ป่าว
เมื่อลงขายบน Amezon ไม่มีเขตประเทศที่ชัดเจน ทำให้ไม่สามารถทำได้
เพราะลิขสิทธิ์ครอบคุลมแต่ประเทศไทยเท่านั้น คือ จัดจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้น
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sat Jul 15, 2017 9:19 pm

ขอไล่เรียงพรก การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนี้

พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... /065/1.PDF

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๓/๒๕๖๐ เรื่อง มาตรการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 176/21.PDF

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตทำงานและการอนุญาตให้ทำงานตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... /177/6.PDF

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การอนุมัติพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... /074/1.PDF

ในความคิดเห็นส่วนตัวนั้น ทำไมต้องออก พรก ตัวนี้
เนื่องจาก แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยนั้น เป็นแรงงานที่มาทดแทนแรงงานชั้นไม่มีฝีมือ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง ในระยะสั้นเป็นผลดีต่อการก่อสร้าง คือ มีแรงงานในการดำเนินธุรกิจ แต่ในระยะยาวคือ แรงงานเหล่านี้ ก็กลับไปยังประเทศของตัวเอง เพื่อพัฒนาประเทศต่อไป หากประเทศของตัวเองมีศักยภาพในการพัฒนาประเทศ เป็นประเด็นหนึ่ง
ประเด็นต่อมาคือ เรื่องการค้ามนุษย์ที่ไทยโดย US ติด Black list นั้นเองเป็นตัวกดดัน ต้องดำเนินการให้คลี่คลาย เพื่อให้เกิดการค้าขาย
ที่คิดต่อมาคือ เมื่อผู้ประกอบการเล่งเห็นเรื่องความเสี่ยงในเรื่องของแรงงานเกิดขึ้น ต้องมีการปรับตัวเพื่อรับมือนั้นคือต้องนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ /หาวิธีทางในการหาแรงงานเพื่อดำเนินการทางธุรกิจ (ธุรกิจต้องเดินต่อไป เพราะลงนามในสัญญาแล้ว ถ้าทำไม่เสร็จในระยะเวลาก็โดนปรับ แถมอาจจะเป็นข้ออ้างให้ขยายระยะเวลา เพราะเกิดผลกระทบได้อีกต่างหาก โดยไม่โดนปรับ จากการส่งงานที่ล่าช้านั้นเอง)
ดังนั้น การออกมาเป็นชุดเพื่อ ให้ภาคเอกชน รับรู้เรื่องความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาเพิ่มขึ้น ต่อไปในอนาคต นั้นเอง
ว่าธุรกิจต้องเดินไปในแนวทางไหน ถ้าไม่ทำเลย ความเสี่ยงก็ไม่มีเปิดให้เห็นนั้นเอง
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Fri Jul 21, 2017 8:54 am

โครงการ The Intelligent Investor Club
ต้องขอบคุณ TVI ที่จัดโครงการดีๆ อันนี้ขึ้น ซึ่งประชาคมนี้ได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าต่อไป
โดยที่มีการแบ่งปันข้อมูลกันเกิดขึ้นทางด้านทางออนไลน์และออฟไลน์

งานแบบนี้หากไม่ได้คนเบื้องหลัง ที่ค่อยดูแล คือทีมงานของสมาคม หรือ เพื่อนสมาชิกที่แบ่งปันข้อมูลนั้น ก็คงทำให้งานกร่อยไปครับ

ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับ

อนึ่ง ที่ไปไม่ได้เพราะติดภาระกิจสำคัญที่ต่างจังหวัดครับ น่าเสียดายอย่างมาก เลยให้สำรองไปแทนละกันครับ
โอกาสหน้าฟ้าใหม่ คงได้ไปครับ
:)

:)

User avatar
shanghaigeny
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3198
Joined: Sun Apr 24, 2011 9:19 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by shanghaigeny » Fri Jul 21, 2017 3:10 pm

miracle wrote:โครงการ The Intelligent Investor Club
ต้องขอบคุณ TVI ที่จัดโครงการดีๆ อันนี้ขึ้น ซึ่งประชาคมนี้ได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าต่อไป
โดยที่มีการแบ่งปันข้อมูลกันเกิดขึ้นทางด้านทางออนไลน์และออฟไลน์

งานแบบนี้หากไม่ได้คนเบื้องหลัง ที่ค่อยดูแล คือทีมงานของสมาคม หรือ เพื่อนสมาชิกที่แบ่งปันข้อมูลนั้น ก็คงทำให้งานกร่อยไปครับ

ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ครับ

อนึ่ง ที่ไปไม่ได้เพราะติดภาระกิจสำคัญที่ต่างจังหวัดครับ น่าเสียดายอย่างมาก เลยให้สำรองไปแทนละกันครับ
โอกาสหน้าฟ้าใหม่ คงได้ไปครับ
:)
ว้า น่าเสียดายจัง พี่ miracle ไม่ได้ไป ผมหล่ะอยากเห็นตัวจริงพี่จัง :P
ผมแอบติดตามอ่านกระทู้พี่ ตลอดเลย โดยเฉพาะห้องนี้ :mrgreen:


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sat Jul 22, 2017 10:40 pm

miracle wrote:เดิมพันของรัฐ ในเรื่องน้ำท่วม
เพิ่งเลยวันวิสาขบูชาไม่นาน ประมาณ 7-8 วันมาเนี่ย ข่าวน้ำท่วมเริ่มเผยแพร่ออกสื่อหลักกันแล้ว
ไล่ตั้งแต่ที่พะเยาะ ที่สุโขทัย ที่เชียงใหม่
ทำให้คิดถึง มหาอุทกภัย 2554 สถานการณ์ตอนนั้น ก็เริ่มจากทางภาคเหนือ กับภาคตะวันตก
มวลน้ำเริ่มสะสมเรื่อยๆ โดยที่เขื่อนเองก็เก็บกักน้ำไว้ จนเต็ม จนต้องปล่อยให้ล้น เลยทีเดียว
มาปีนี้ ยังเพิ่งเริ่มต้นก็มีข่าวคราวในเรื่องน้ำท่วมออกมาแล้ว
ดังนั้น การเดิมพันของรัฐ มันสูงในเรื่องน้ำท่วม จากผลกระทบปี 2554 ทุกประเทศที่ลงทุนในประเทศไทยนั้น
กดดันรัฐอย่างมากมาย ในเรื่องนี้
ดังนั้น ปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ต้องจำตาว่า เมื่อพ้นไปแล้ว น้ำในเขื่อนจะมีเท่าไร แล้ว
ปีหน้า จะรับมือได้หรือไม่ ต้องดูกันต่อไป
:)
อันนี้เขียนไว้ตอน พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา
ตอนนี้สถานการณ์หลังจากพายุลูกแรกกำลังผ่านพ้นไป
ณ วันที่ 22 กรกฏาคม 2560
เขื่อนภูมิพลมีน้ำประมาณ 46%
เขื่อนสิริกิตต์ มีน้ำประมาณ 53%
ถ้าดูแบบนี้ยังห่างไกลจากปี 2554 แต่ทว่า มันเพิ่งจะลูกแรก เท่านั้น
งานนี้ต้องวัดฝีมือในการบริหารการจัดการน้ำของรัฐบาล แล้วว่า
น้ำท่วมหรือไม่
เพราะบางเขื่อน ในภาคอีสานเช่น เขื่อนน้ำอูน ตอนนี้กักเก็บ อยู่ที่ 79%
โดยความสามารถกักเก็บได้ 520 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าเป็นเขื่อนขนาดกลางค่อนเล็ก
แต่ทำให้เห็นว่า การบริการจัดการน้ำอาจจะมีข้อผิดพลาดในบางแห่ง
ดังนั้นประมาณไม่ได้

หลังจากปี 2554 นั้นที่บอกว่า ลงทุน คำถามในใจคือ ลงทุนเพื่อทดแทนการผลิตของเดิมหรือ ลงทุนใหม่ๆ
สังเกตได้ว่า ส่วนใหญ่คือลงทุนเพื่อทดแทนของเดิม เพราะ ยังไม่พิสูจน์ว่า งบที่ลงทุนเรื่องการจัดการน้ำ
นั้นได้ผลหรือเปล่า ปีนี้และปีหน้า (2560-2561) เป็นปีที่วัดฝีมือของรัฐในเรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างแท้จริง
ถ้าผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ก็เรียกความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคลงทุนได้มากกว่าการที่ลงทุนเรื่องระบบรางเสียอีก

สิ่งที่ระวังตอนนี้ อาจจะมีข่าวที่กลบ ข่าวเรื่องน้ำ คือพวกข่าวการบ้านการเมือง นั้นเองต้องระวัง
เพราะ มันจะเป็นแบบนี้เสมอ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Fri Jul 28, 2017 8:10 am

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สจ. ๓๒/๒๕๖๐ เรื่อง ยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับการรายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... /189/5.PDF
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สจ. ๓๓/๒๕๖๐ เรื่อง การรายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... /189/7.PDF
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สจ. ๓๔/๒๕๖๐ เรื่อง ข้อกำหนดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่างประเทศที่มีหรือจะมีหุ้นเป็นหลักทรัพย์ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ในประเทศไทย (ฉบับที่ ๒)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 189/12.PDF
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. ๓๕/๒๕๖๐ เรื่อง รายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวม (ฉบับที่ ๖)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 189/13.PDF
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. ๓๖/๒๕๖๐ เรื่อง หนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม เพื่อผู้ลงทุนทั่วไป กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย และกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนประเภทสถาบัน (ฉบับที่ ๕)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 189/14.PDF
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. ๓๗/๒๕๖๐ เรื่อง หนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม เพื่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (ฉบับที่ ๒)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 189/16.PDF
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. ๓๘/๒๕๖๐ เรื่อง หลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการโฆษณาและการส่งเสริมการขายสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับที่ ๓)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 189/17.PDF
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. ๓๙/๒๕๖๐ เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุนรวม เพื่อผู้ลงทุนทั่วไป กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนประเภทสถาบัน และกองทุนส่วนบุคคล (ฉบับที่ ๗)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 189/19.PDF
ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. ๔๒/๒๕๖๐ เรื่อง การจำหน่ายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ประเภทหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทที่ออกตราสารทุน (ฉบับที่ ๖)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 189/20.PDF
ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. ๔๓/๒๕๖๐ เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ (ฉบับที่ ๓)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 189/24.PDF
ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. ๔๔/๒๕๖๐ เรื่อง การเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ต่อกรรมการหรือพนักงาน (ฉบับที่ ๓)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 189/26.PDF
ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. ๔๕/๒๕๖๐ เรื่อง การยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๑๔)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 189/27.PDF

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sat Jul 29, 2017 10:38 pm

เจ้าหนี้ VS เจ้าของ
อันนี้เป็นหลักคิดของปรมาจารย์ เกรแฮม ที่เขียนไว้ในหนังสือ intelligent investor
(มีแปลโดยพี่พรชัยหรือพี่ Web นั้นเอง)
เจ้าหนี้นั้นเป็นผู้ถือตราสารหนี้ คือให้เงินบริษัทกู้ยืม ไปขยายกิจการ โดยหลักไม่ต้องรับความเสี่ยงอะไรมากมาย สิ่งที่พิจารณาคือ กิจการนั้นมีปัญหารับชำระหนี้ตามเวลาหรือไม่ หนีหนี้หรือไม่ มีปัญญาจ่ายดอกเบี้ยตรงเวลา เงินต้นที่ให้ไปไม่เป็น 0
เจ้าของกิจการ นั้น คือผู้ถือหุ้นของบริษัท รับความเสี่ยง ทุกๆเรื่องที่เกี่ยวกับบริษัท ไม่ว่า เงินสดไม่พอต้องหาเงิน กู้เงิน หรือเพิ่มทุน ทำธุรกิจแล้วผิดกฏหมายก็โดนฟ้องร้อง ขายไปแล้วเก็บเงินไม่ได้ทำให้กิจการย่ำแย่ไม่มีเงินสดมาหล่อเลี้ยงบริษัท เป็นต้น
จากสิ่งข้างบนเห็นได้ว่า เจ้าหนี้นั้นความเสี่ยงต่ำกว่าเจ้าของ สิ่งที่เจ้าหนี้ได้คือ ดอกเบี้ย แต่ข้อแม้นคือรักษาเงินต้นด้วย ส่วนเจ้าของสิ่งที่ได้คือกิจการที่เติบโต มีปันผลจ่ายให้ หรือสามารถขายหุ้นที่ถือครองได้ราคาสูงขึ้นนั้นเอง
ดังนั้น ผลตอบแทนของเจ้าหนี้นั้นควรต่ำกว่าผลตอบแทนของเจ้าของนั้นเอง
แต่มีบางครั้งที่เกิดเหุตการณ์ที่ผิดปกติ คือ เจ้าหนี้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเจ้าของ นั้นเอง
มันแปลกไหม ว่าทำไมเจ้าหนี้ถึงได้ผลตอบแทนสูงกว่าเจ้าของ แล้วตอนนั้นเศรษฐกิจมันดีหรือมีปัญหาละ
หรือบ่อน้ำของตราสารหนี้มันไม่เพียงพอต่อการระดมทุนโดยใช้ช่องทางนั้นหรือเปล่า

อีกอย่างหนึ่งที่น่าจะชี้ไว้ในที่นี้ คือ
เมืองไทยชอบเปรียบต้นทุนของค่าเสียโอกาสของการลงทุนคือการฝากธนาคารพาณิชย์
แต่ทว่า มันไม่ใช่แค่นั้นซิ เดี๋ยวนี้มีช่องทางเพิ่มขึ้นคือ สหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ยอมรับเงินฝากจากสมาชิก ผลตอบแทนของดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ราว 2-4% สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ นั้นคือ ความสะดวกในการถอนเงิน หรือ ฝากเงินนั้นเอง ส่วนที่ปันผลขอผู้ถือหุ้นของสหกรณ์นั้น ต่ำสุดคือ 4% แต่ที่ถามๆมาหลายแห่ง (ถามเพื่อนที่เป็นสมาชิกสหกรณ์หลายแห่ง ก็อยู่ที่ระดับ 5% นั้นเอง) ยังไม่รวมกับเงินที่กู้ยืมไปจ่ายดอกเบี้ย แล้วมีการได้คืนดอกเบี้ยที่จ่ายไปตอนปลายปี ซึ่งแล้วแต่แห่งอยู่ระดับ 5-20% เลยทีเดียว

ในเรื่องความรู้ด้านการลงทุนของสหรัฐหรือยูโร หรือในเมืองไทย ไม่ได้มีสหกรณ์ในการลงทุนนั้นเอง
ทำให้ไม่ได้นำมาเปรียบเทียบเรื่องต้นทุนค่าเสียโอกาสไว้นั้นเอง

ถ้าหากคิดแบบต้นทุนของค่าเสียโอกาส ในการลงทุน โดยใช้รูปแบบของสหกรณ์นั้นเอง

ลองเอาไปคิดดูละกันว่า ปัจจุบันทำไม การลงทุนในตลาด(ห)ลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นั้นไม่ค่อยดีในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเอง
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sun Aug 06, 2017 9:31 pm

การขาดดุลงบประมาณของรัฐ
การตั้งงบประมาณประจำปีของรัฐนั้นมีทั้งการตั้งงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปี
โดยด้านรายรับนั้นมาจาก ภาษี(ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) ,ค่าอากรสแตมป์ต่างๆ (กรมสรรพาสามิต) ,ค่าธรรมเนี่ยมต่างๆ
ส่วนรายจ่ายนั้นมีรายจ่ายประจำ (เงินเดือน,โบนัส ...) รายจ่ายงบลงทุน และ รายจ่ายผูกพัน จากปีก่อนๆ
ถ้าหากปีไหนที่ขาดทุนงบประมาณแสดงว่า รายรับน้อยกว่ารายจ่าย นั้นเอง
การขาดทุนงบประมาณ นั้น ต้องหาเงินมาเพิ่มเติมโดยการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อชดเชยการขาดทุนงบประมาณ
นั้นคืออะไร คือการที่นำเงินในอนาคตมาใช้ในปัจจุบันนั้นเอง แล้วในอนาคตรัฐบาลจะหาเงินจากแหล่งไหนมาชดเชยละ ถ้าหากมองรายได้หลักๆของรัฐก็คือการขึ้นภาษี หรือการทำให้รายได้ของประชากรหรือ นิติบุคคลมีเพิ่มขึ้นนั้นเอง
แต่ภาพมันขัดแย้งในระยะสั้นที่ รัฐต้องกระตุ้นเศรษฐกิจให้จุดติดด้วย
ถ้าหากมองกันลึกในระยะสั้น ลดภาษีทำให้เงินในกระเป๋าประชาชนมากขึ้น นั้นคือรัฐหวังว่า เมื่อมีเงินในกระเป๋าประชาชนมากขึ้นแล้วไซร้จะเกิดการจับจ่ายใช้สอย คือสามารถเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อขายสินค้าได้เพิ่มขึ้นนั้นเอง แต่ทว่า ปัญหาตามมาคือ การขายสินค้าออนไลน์ ยังไม่มีกฏหมายในการรองรับว่า ต้องจ่ายภาษีอย่างไร นั้นเอง
ทำให้รัฐต้อออกมาตรการควบคุมเพื่อมิให้ภาษีมูลค่าเพิ่มมีช่องโหว่งดังกล่าว และการจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพด้วย

มองต่อไป การขาดดุลงบประมาณนั้น มันเหมือนว่า ประชาชนทุกคนในชาติมีหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่เป็นหนี้สาธารณะคือทุกคนเฉลี่ยกันไป แต่เมื่อวันที่รัฐไม่มีเงินจ่ายหนี้ วันนั้นก็จะทำให้รู้ว่า ประชาชนไม่สามารถใช้เงินสกุลของประเทศนั้นได้ นั้นคือประเทศล่มสลายในเวทีโลกนั้นเอง
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sat Aug 12, 2017 4:46 pm

ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ประกาศในราชกิจจานุเษกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (หาใน BOT ไม่เจอะเจอ ต้องรอในราชกิจฯ แน่นอนสุด)
ลองอ่านดูแล้ว ประเมินผลกระทบต่อตัวท่าน และอุตสาหกรรมภาพรวมละกัน ว่าโดนกันมากน้อยแค่ไหน
แต่ละบริษัทกระทบไม่เท่ากัน

ปล
1. สงสัยว่า ทำไม BOT ไม่เอาเกณฑ์เรื่องสินทรัพย์มาเกี่ยวด้วย โดยเฉพาะพวกที่ถือหุ้นในสหกรณ์ หรือ หุ้นในตลาด(ห)ลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมไปถึง ผู้ที่ถือตราสารหนี้โดยตรง หรือ ถือพันธบัตรรัฐบาลโดยตรง
2. สงสัยต่อว่า เอาแต่ เงินที่เข้าบัญชีเงินเดือน ไม่ใช่ เงินเดือนมาคิด แล้วแบบนี้ไซร้ มันมีความได้เปรียบเสียเปรียบกันอยู่ เพราะ Net income ของมนุษย์เงินเดือน นั้นหากสมัครสมัครสหกรณ์ โดยฝากเงินอัตโนมัติ /ส่งหุ้น/ตัดเงินกู้ของสหกรณ์ มันทำให้ Net income ลดลง แต่ถ้าหากเป็นข้าราชการ มีทั้งตัดอัตโนมัติและส่งเอง เพราะว่า ต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมก่อนแล้วบรรจุใหม่ เกิดขึ้นนั้นเอง แสดงว่าไม่ได้ไปคุยกับกรมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้เกิดช่องนี้เกิดขึ้น
3. ของเดิมไม่โดน แต่มีเงื่อนไข ลองอ่านเองในเอกสาร
4. ในประกาศมีเรื่องค่าธรรมเนี่ยมไว้ แต่ไม่ได้เขียนให้ล้อมคอกว่า ค่าธรรมเนี่ยมต้องเปิดเผยอย่างไร หรือมันอยู๋ฉบับอื่นๆ อันนี้ทำแล้วทำให้มันชัดเจนไปเลย เดี๋ยวก็ต้องเดินไป BOT ร้องเรียนกันอีก

------------------------------------------------------------------------------
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. ๑๒/๒๕๖๐ เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 201/30.PDF
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. ๑๓/๒๕๖๐ เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 201/41.PDF
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. ๑๔/๒๕๖๐ เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับสถาบันการเงิน
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 201/53.PDF
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. ๑๕/๒๕๖๐ เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 201/62.PDF

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Thu Aug 24, 2017 9:21 pm

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์การขอรับความเห็นชอบการใช้บริการบุคคลภายนอก และการรับรองระบบสารสนเทศ พ.ศ. ๒๕๖๐
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... /208/7.PDF

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์การขอรับความเห็นชอบการใช้บริการบุคคลภายนอก และการรับรองระบบสารสนเทศ พ.ศ. ๒๕๖๐
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 208/11.PDF

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง แนวทางการเข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการสำหรับธุรกิจประกันภัย (Insurance Regulatory Sandbox)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 208/15.PDF

---------------------------------------------------------------------------------------
อันนี้เป็นความคืบหน้าในด้านของประกันวินาศภัยและประกันชีวิต
ในส่วนของ Cyber Security และการขายในช่องทาง Online หรือช่องทางใหม่ๆ ในอนาคต หรือเครื่องมือใหม่ นั้นเอง
โดยออกมา 3 ฉบับ ก็สอบถามบริษัทได้เลยว่า มีพร้อมหรือเปล่า

ปล มาตรฐาน Cyber Security น่าสนใจแหละ ในเมื่อคปภ ประกาศชัดเจนแล้ว
ส่วนด้าน ธปท และ กลต ยังไม่เห็นประกาศแบบนี้ออกมา ต้องรอดูว่า จะลอกเลียนแบบกันมาหรือเปล่า
ISO27000 Series เป็นหัวใจแหละนี้ ทำให้ บริษัทที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการไปด้วย
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sat Sep 02, 2017 1:38 am

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๖๐
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 216/26.PDF

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๖๐
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 216/16.PDF
ประกาศวันที่ 1 กันยายน 2560 มีผลอีก 180 วัน หลังจากประกาศ
คงมีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นในการตั้งคณะกรรมการความเสี่ยงจำนวน 5 ท่านของแต่ละบริษัท
อันนี้ ต้องดูกันต่อไปว่า เป็นเช่นไร
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sat Sep 02, 2017 1:45 am

miracle wrote:ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๖๐
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 216/26.PDF

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. ๒๕๖๐
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 216/16.PDF
ประกาศวันที่ 1 กันยายน 2560 มีผลอีก 180 วัน หลังจากประกาศ
คงมีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นในการตั้งคณะกรรมการความเสี่ยงจำนวน 5 ท่านของแต่ละบริษัท
อันนี้ ต้องดูกันต่อไปว่า เป็นเช่นไร
:)
ขอแก้ไขนิดหน่อย คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีอย่างน้อย 5 ท่าน ได้รับมติแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นกรรมการบริหารความเสี่ยง
ดังนั้นต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริษัทว่า ให้ผู้ถือหุ้นเลือก หรือ คณะกรรมการเลือกกันเอง

ส่วนอีกข้อ "กรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นกรรมการในคณะกรรมการบริษัท"
และอีกข้อ "กรรมการบริหารความเสี่ยงรายอื่นต้องเป็นกรรมการในคณะกรรมการบริษัท หรือเป็น
ผู้บริหารของบริษัท หรือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงในการดําเนินธุรกิจ
ของบริษัท "

และมีหน่วยงานเฉพาะในเรื่องความเสี่ยงในบริษัทประกันภัย และ ประกันชีวิตแล้ว
มีการทบทวนความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งหรือเกิดเหตุการณ์ที่กระทบอย่างมากกับบริษัท

รอดูกันต่อไปว่า บริษัท ประกันชีวิต และ ประกันวินาศภัย แต่ละบริษัท แต่งตั้งใครเป็น กรรมการความเสี่ยงในระยะเวลาอันใกล้นี้
(180 วันหลังจากวันที่ 1 กันยายน 2560 ที่บังคับใช้)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sat Sep 02, 2017 6:29 pm

ทำไมช่วงนี้บอกว่า เศรษฐกิจฟื้น
หลายหน่วยงานที่เกี่ยวภาคเศรษฐกิจ นั้นรายงาน ตรงกันว่า เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
คำว่าฟื้นตัวนั้นเป็นการเปรียบเทียบ คิดออกมาเป็น ร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
หรือก่อนหน้านั้นเอง
ซึ่งหากมองย้อนกลับไปนั้น วิกฤติปี 2008 เป็นต้นมา นอกจาก เม็ดเงินเรื่อง QE ,ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของ US ,เพดานหนี้
แล้ว ทุกอย่าง มันเหมือน ลดลง ถ้ามองจากข้อมูลดิบ
ถ้ายกตัวอย่างเมืองไทย คือ ตลาดรถยนต์-มอเตอร์ไซด์นั้น ฟื้นฟู จากโครงการรถยนต์คันแรก ,บ้านหลังแรก แต่ยอดไม่เท่ากับปี ก่อนมีโครงการรถยนต์คันแรก หรือ บ้านหลังแรก ยังไม่กลับไปจุดนั้น แต่มีการขยายตัวให้เห็นกันแล้ว (จุดกลับตัว)
ดังนั้นต้องระวังเรื่องการประกาศตัวเลขดังกล่าวไว้ด้วย (เคยเตือนไปนานแล้วในเรื่องการให้ ร้อยละหรือ เปอร์เซ็นต์)
ซึ่งเรื่องของตัวเลขนั้น มันขึ้นอยู่กับว่า สนใจอะไร หรือ ต้องการให้ข้อมูลในด้านไหนออกไป นั้นเอง
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sun Sep 03, 2017 10:27 pm

The Mask Singer ความสำเร็จของคนหมดไฟ
รายการ The Mask Singer เป็นรายการของประเทศเกาหลีใต้ ที่ Work point ได้รับลิขสิทธิ์มาเผยแพร่ในประเทศไทย
โดย season ที่ 1 นั้นรับความประสบความสำเร็จอย่างมากมาย กระแสดีกว่าละครน้ำเน่าของช่อง 3 และช่อง 7 (รวมถึง 33 และ 35 ) ได้ออกออากาศทั้งในรูปแบบของ Digital TV ,Facebook live และ Youtube live พร้อมกัน
โดยนักร้องที่มารายการนี้ มีทั้งนักร้องที่โด่งดังในอดีต และนักร้องสมัครเล่น เป็นระดับ CEO ของบริษัทที่คาดไม่ถึง
สังเกตได้ว่า นักร้องที่มารายการนี้ กระแสไม่ใช่กระแสหลักในปัจจุบัน แต่เมื่อก่อนนี้ เป็นกระแสหลักเลยทีเดียว เพราะนักร้องที่มานั้น เรียกได้ว่า มีกลุ่มแฟนที่มีกำลังซื้อ คือ ยุค 80s หรือ 90 หรือ 2000s โดยมีทั้งพวกบ้านทั้ง AF หรือ เดอะสตาร์ มาร่วมร้องด้วย
เพลงที่แข่งกันไม่ใช่ว่ามีเพลงไทย เพลงสากล มีเพลงจีน เพลงเกาหลี ด้วย เรียกได้ว่า คนดูย้นอหลังกันจนยอดวิวของเหล่านักร้องหน้ากากเพียบ ไม่พอทำให้ เพลงหรือ MV ต้นฉบับกลับมาฮิตอีกครั้งหนึ่ง
หลายต่อหลายครั้งที่นักร้องหน้ากากเมื่อถอดหน้าออกมา ยอมรับว่า หมดไฟ แต่เมื่อมารายการนี้ กลับมีไฟ มีแรงทำงานในวงการอีกครั้งหนึ่ง
ไม่เพียงแค่นักร้องเท่านั้น ตัวคอมเม้นเตเตอร์ เองก็เป็นสร้างสีสันให้แก่รายการมากๆ เพราะว่า หยดมุกตลก มุกฮา อย่างมากมาย
เรียกได้ว่า ถามตอบ 2 นาที เป็น Hilight ของรายการ เรียกเสียงฮาได้อย่างมากมาย แถมการทายเหล่านักร้องหน้ากากทั้งหมดนั้น มีเสนาหอย ซึ่งทายถูกเพียง 1 ครั้งเป็นผู้สร้างความบันเทิง ไม่เพียงแค่นั้น เหล่าชายหนุ่นเฝ้าคอย คุณไอซ์ มาเป็นอคมเม้นอีกต่างหากในบางตอน
รายการนี้ต่อยอดคือ การจัดคอนเสิร์ต ซึ่ง กระแสตอบรับค่อนข้างดีที่เดียว เพราะ คนเดียวหายแน่นอน พอร่วมกลุ่มรวมกลุ่มเท่านั้นแหละ จับหลายกลุ่มพร้อมกัน แถมเป็นกลุ่มของผู้มีกำลังซื้ออีกต่างหาก ทำให้บัตรขายดี
ไม่เพียงเท่านั้น สร้างเป็น Spot คั่นรายการ เป็นเหล่า SD ของ หน้ากากมาสร้างเป็นมุก ในช่วงที่คั่นเวลา เหมาะมากๆ มันเป็นการสร้าง Character (ตัวละคร) เพื่อนำไปต่อยอด เป็นค่ายเพลงของตัวเอง หรือ นำไปโปรโมทสินค้าต่อไป ซึ่งมีการโปรโมทสินค้าทางการเกษตร โดยหน้ากากทุเรียน หน้ากากมังคุด แล้วนั้นเอง
เนี่ยแหละรายการที่โดดเด่นในช่วงเวลานี้ ที่เอาชนะละครน้ำเน่าที่ครองเวลา Prime time คือ 20.00-22.00 น.ได้นั้นเอง

เคสนี้ ยังไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง ในความประสบความสำเร็จของรายการนี้
หวังว่าจะมีรายการอื่นๆ ที่เป็นในแนวทางนี้ออกมา

ปล. ช่วงนี้รายการแข่งร้องเพลง มาครองหน้าทีวี ทุกวันเลย แทบทุกช่องต้องมี
ซึ่งเหมือนช่วงหนึ่งที่มีแต่รายการข่าว เต็มไปหมด เช้า กลางวัน เย็น สามเวลาหลังอาหาร
ระวังคนดูเบื่อ อาจจะเป็นช่วงนี้กระแสของการสร้างแบรนด์ด้วยตัวเองนั้นเอง
รอดูต่อไปว่า อนาคตเป็นเช่นไร หนอ
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Wed Sep 06, 2017 6:18 pm

Debt Limit 2017 มิใช่เรื่องไกลตัว
Debt limit ตอนนี้มาถึงช่วงที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง อยู่ในช่วงที่ต้องเพิ่มเพดานหนี้อีกครั้งหนึ่ง
ทุกๆคนมองว่า เพิ่มได้แน่นอน แต่ทว่ามันมีขั้นตอนกระบวนการในการดำเนินการอยู่นั้นคือ
การส่งเรื่องเข้าสภาล่างและสภาบนของ US เพื่ออนุมัติผ่านกฏหมายขยายวงเงิน Debt limit
ก่อนที่ ปธน.ลงมือต่อไป
จุดนี้เอง เป็นจุดที่ต้องลุ้นว่า เกมการเมืองของ US เป็นเช่นไร เพราะ อำนาจอยู่ที่สภาล่างและสภาบน
ในการผ่านก่อนนั้นเอง ถ้าหากสภาไม่ได้ดำเนินการ หรือ โหวตไม่ผ่าน มันก็ไม่สามารถขยายวงเงินได้นั้นเอง

ผลกระทบของ Debt limit ในรอบนี้ คืออะไร
1. เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลบางส่วน โดนพักงาน บางส่วนก็หมดสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไป เพื่อตัดทอนค่าใช้จ่ายลง
ให้อยู่ใน งบประมาณที่ได้จัดทำ
2. การตัดลดเครดิต ของประเทศ เรื่องนี้ บริษัทจัดอันดับได้ดำเนินการขั้นตอนการขู่ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อพิจารณา
การปรับลงเครดิตลง หากปัญหานี้ถึงทางตันนั้นเอง
3. การลดลงของตลาดหุ้นอีกครั้งหนึ่ง เพราะในปัจจุบัน รัฐเป็นผู้ใช้จ่ายเงินเข้าระบบมากกว่าเอกชน
มีโครงการที่ดำเนินการอยู่ก็หยุดชะงักลงนั้นเอง

ถามว่าประเทศไทยกระทบไหม ลองกลับไปมอง Debt limit ครั้งล่าสุดที่ Government Shutdown ไป 1 อาทิตย์ก็ได้รับผลกระทบ "ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้" นั้นเอง

ทุกครั้ง Debt limit สามารถขยายได้ แต่ทว่าเรื่องของการเมืองก็ต้องมีอยู่ดี

ปล ตอนนี้ US มีแรงกดดันในด้านการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบของพายุที่มีผลต่อรัฐแท็กซัสด้วย
ซึ่งความเสียหายระดับ 6-7 หมื่นล้านเหรียญนั้นเอง โครงการฟื้้นฟูก็ติดอยู่ด้วย
ความเสียหายคนที่รับไปคือบริษัทประกันวินาศภัย นั้นเอง
คราวพายุแคทธิริน่าในจดหมายของบัฟเฟตก็เขียนไว้อยู่เหมือนกัน ว่าเป็นความเสียหายมหาศาล
แต่เมื่อหลังจากเกิดแล้ว เบี้ยประกันวินาศภัยเพิ่มขึ้น แต่ทว่าใครกล้ารับภัยนี้แหละ เมื่อมันเกิดขึ้นก็ทำให้ค่าเบี้ยสูงนั้นเอง
ระวังว่ามีการขายสินทรัพย์เพื่อเอาเงินไปเครมประกันหรือเปล่า ต้องดูกันต่อไป

:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Sat Sep 09, 2017 10:46 pm

แสตมป์ 7-11
ปี 2017 เป็นปีที่แสตมป์ 7-11 นี้แจกแบบถล่มทลายมากกว่าปีไหนๆที่ทำโปรโมทชั่นนี้มาเลย
ตอนนี้เดินดูในร้าน ต่ำที่สุดที่แจกแสตมป์ 3 บาทคือ ซื้อ 20 บาท แล้วไม่ใช่ได้แค่ 1 ดวงได้สองดวง(6 บาท)เสียด้วยซิ
และไม่พอ ที่แปลกใจในปีนี้ มีพวกปลากระป๋องเข้ารายการด้วย 2 กระป๋อง 26 บาท ได้ 3 บาทสองดวง
มีน้ำส้มขวดละ 12 บาทซื้อ 1 ขวดได้ 1 Stamp อีกต่างหาก เอาซิ น้ำจิ้มแบบนี้แล้วไซร้ จะเป็นเช่นไหรหนอหลังจากจบโปรโมทชั่นนี้แล้ว
ไม่เพียงแค่ แสตมป์เท่านั้น ถ้าหากใช้ E-stamp นั้นสามารถได้เพิ่มอีก 1 ดวงต่างหาก (แต่ไม่ได้ใช้น่าเสียดาย)
ไม่เพียงแค่นั้น ที่น่าสงใจคือ True Wallet เข้ามาแจมด้วยซิ งานนี้เป็นการทำ Together (ไปด้วยกันของค่ายทรู)
แถมแสตมป์เพิ่มเติมด้วย ถ้าหากให้ True Wallet ในการเก็บ Stamp เอาซิปีนี้จัดเต็มที่เลย

ไม่เพียงแค่นั้น สังเกตได้ว่า สงครามตู้แช่ช่วงนี้ออกมาเพียบเลย
ไม่ว่า น้ำชา ,น้ำมะพร้าว ,น้ำเปล่า,น้ำเกลือแร่,น้ำส้ม มีทั้งลดราคา , Stamp อันนี้อ่านที่ติดบนตู้แช่ใสๆ เลยทีเดียวว่าเลือกอะไรดีหนอ

ในเมื่อจัดแบบเต็มแบบนี้แล้ว Supplier ไม่ได้ขายช่องทางที่ 7-11 อย่างเดียว แล้วช่องทางอื่นๆ มีส่วนลดหรือเปล่า
เช่น ร้านโชว์ห่วย หรือ บรรดา โลตัส หรือ BigC ที่ขายของคล้ายๆ กัน ก็น่าจะสามารถทำได้เหมือนกัน
สิ่งนี้น่าสนใจว่า โลตัส กับ BigC ที่ซื้อกันได้ราคาต่ำกว่า 7-11 อยู่แล้ว

ตอนนี้ถ้ามองในมุมของ Supplier คือผลิตเพื่อให้ได้ Save Cost ประคองตัวให้รอดไป ถ้าคนอื่นๆตายของตายเป็นคนสุดท้ายละกัน ช่วงชิงกำลังซื้อให้มากที่สุดก่อน หรือเอาเงินสดมาใส่กระเป๋าก่อนหน้าเปล่า

อีกสิ่งที่สังเกตได้ ว่าถ้าหากสินค้า A มีสองผลิตภัณฑ์ คือ 1 กับ 2 แล้วไซร้ หาก 1 ทำการแจก Stamp แล้ว เมื่อจบระยเวลา 2 ก็ทำโปรโมทชั่นเหมือน 1 เหมือนกันแบบว่าจำนวน Stamp หรือส่วนลดนั้นเอง
เอาซิในปัจจุบันเป็นแบบนี้เลยทีเดียว

ปล. ส่วน online ตอนนี้ ลดกันอย่างน้อยๆคือ 15% เลยทีเดียว แล้วไม่ได้แข่งกันลดราคาอย่างเดียวเท่านั้น
การจัดส่งก็ต้องแข่งขันกันได้ เมื่อเร็วๆนี้ ก็ซื้อหนังสือการ์ตูนมาอ่านเจอะเจอ พนักงานของบริษัท startup มาเรียกเก็บค่าส่งปลายทางอีก ซึ่งต้นทางจัดการแล้ว ส่วนอีกกรณีจัดส่งโดยที่ไม่ต้องบอกว่าบ้านอยู่ไหนเลย ส่งถูกบ้านอีกต่างหาก
ซึ่งปกติ ไปรษณีย์ส่งได้ โดยที่ไม่ต้องถาม แต่นี้รายอื่น ก็ต้องคิดหนักแล้วสำหรับบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด แล้วว่า ทำอย่างไร หนอ ให้เข้าถึงได้ แบบคู่แข่ง

อีกอย่าง คู่แข่งใช้กองทัพมดคือ แมงกะไซด์ในการจัดส่ง ไม่ติดเวลาอีกต่างหาก แต่ส่งได้น้อยเท่านั้นเอง
:)

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Mon Sep 11, 2017 11:30 pm

ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กม. ๒๑/๒๕๖๐ เรื่อง การกำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ และการขออนุมัติโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 222/48.PDF

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สม. ๔๒/๒๕๖๐ เรื่อง การกำหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคำขอต่าง ๆ (ฉบับที่ ๔๖)
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ ... 222/42.PDF

:)

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 17999
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: แปลกใจ ช่วงนี้นักลงทุนคิดอะไรอยู่

Posts by miracle » Wed Sep 13, 2017 11:04 pm

คลัง VS ธนาคารแห่งประเทศไทย
ตอนนี้โจทย์ของคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย นั้นมีเรื่องของดอกเบี้ยนโยบาย ค่าเงินบาท ซึ่งเดิมพันถึงเสถียรภาพของเศรษฐกิจประเทศไทย ว่าเดินไปทางไหน
เปิดไพ่ของคลังคือ ต้องการดอกเบี้ยลดลง แต่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ได้เป็นผู้กำหนดดอกเบี้ย กลับกลายเป็น คณะกรรมการ กนง เป็นผู้กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ทว่า ถ้าหากใครติดตามข่าว ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ไม่ได้ปล่อย Supply ออกมา ทำให้ดอกเบี้ยจริงๆ แล้วมันต่ำใกล้ๆหนึ่งสำหรับพวกดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่แล้ว
ธนาคารแห่งประเทศไทย ดูแลสามขายไม่ได้พร้อมกัน ดูได้อย่างมากแค่ 2 ขา เท่านั้น ดังนั้นศึกนี้เป็นศึกเหมือนเดิมอีกกระมั้ง

ประเทศไทย ได้เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ จากประเทศไทยผลิต โดยใช้กำลังแรงงาน เป็นประเทศที่เน้นเรื่องบริการเป็นหลัก ไล่ตั้งแต่ การท่องเที่ยว การพัฒนาทางด้านซอฟแวร์ จาก EEC (ระเบียบตะวันออกที่มาทดแทน อีสเทอร์ซีบอร์ด ในอดีตที่เป็นพวกปิโตเคมีนั้นเอง)

ต้องดูกันต่อไป ยกต่อไปคืออะไรหนอ

ปล ระวังเรื่องน้ำในเขื่อนด้วยละกัน
โดยเฉพาะเขื่อนกิ่วคอหมา ที่จังหวัดลำปาง ตอนนี้จุประมาณ 93% ของเขื่อนแล้ว ถ้าหากไม่รีบปล่อยน้ำแล้วพายุเข้าเดียวงานเข้าอีก ไม่แน่ใจว่าผู้มีอำนาจกล้าปลด ผู้ที่ดูแลไหม งานนี้ได้ลั่นวาจาไว้แล้วนิ
ส่วนอีกเขื่อนที่น่ากังวลว่าหลังจากพายุลูกนี้เข้า น่าจะใกล้ๆ 100% คือเขื่อนสิริกิตต์ตอนนี้ 74% ขึ้นมาเรื่อยๆ ถ้าพายุลูกใหม่เข้ามาโดนเต็มๆ ก็ประมาณ 90% ได้เลย
ขอให้ผู้มีอำนาจ พูดจริงและทำจริง ไม่ใช่ ออกมาแล้วไม่ทำละ แล้วใครจะเชื่อถือกันต่อไป เชือดไก่ให้ลิงดูด้วยจะดีมากๆ ไม่งั้นประชาชนเดือดร้อน หรือว่าต้องการใส่เงินลงไปช่วยเหลือ
:)

:)

Post Reply