VI บ้าน ๆ

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
Post Reply
theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Thu Mar 05, 2015 8:56 pm

ลูกไม้...หล่นไม่ไกลต้น 1
(Theenuch_Team Money Talk 4)

.....................
ใครที่ติดตามบทความของผู้เขียนอยู่เสมอ
คงคุ้นเคยเรื่องการสอนลูกเรื่องเงิน และนิสัย
ประหยัด จนมีเงินเหลือไปลงทุนให้งอกเงยได้
บ่อยครั้งได้เล่าถึงวิธีคิด...ที่ปฏิบัติง่ายและได้ผล
......................

วันนี้..ลูกชายอายุ 14 หล่นไม่ไกลต้นแล้ว
อยากเล่าเพื่อเป็นกำลังใจให้พ่อแม่นะคะ
เริ่มที่นิสัย “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” ก่อนเลย
.......................

ทุกๆ วันศุกร์..ชอบไปทานอาหารร้านนึง
ใครอยู่ "รังสิต" คงรู้จัก."ท้าพิสูจน์" สะพานแดง
อร่อย ราคาถูก กับข้าว 3 อย่าง ข้าวเปล่า+น้ำเปล่า
สำหรับ 3 คน ราคา 170-200 บาท เท่านั้นค่ะ
......................

ร้านประจำ...โทรสั่งล่วงหน้าได้...มีอยู่ครั้งนึง
สั่ง “เต้าหู้ทรงเครื่อง” “ต้มยำกุ้ง” และ “ลาบหมู”
ลูกเลิกเตะฟุตบอล ก็ไปทานกันเลย (แบบนี้เสมอ)
ลูกบอก...ที่จริงวันนี้อยากทาน “ยำปลาสลิด”
บอกไปว่า..สั่งเพิ่มได้ (ย้ำแล้ว ย้ำอีกว่า...สั่งเพิ่มได้)
.
ลูกคะเนปริมาณอาหารกับความต้องการของตัวเอง
แล้วตอบว่า “รอศุกร์หน้าก็ได้...คุณแม่อย่าลืมนะ”
ตั้งแต่เล็กๆ สอนเสมอว่า “อย่ากินทิ้งขว้าง”
และฝึกให้รู้จักรอ...เขาจึงรู้จักประมาณ..และรอได้
......................

วันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าไปซื้อของใช้ที่ห้าง
ก็ทานข้าวง่ายๆ ที่ศูนย์อาหารของ Big C
หรือของห้างโลตัส (ที่นี่มีน้ำดื่มฟรีด้วยค่ะ)
ลูกยังพอใจไอศครีมโคน 10 บาท...เหมือนเดิม
นานๆ ครั้งจะทานบุฟเฟต์ญี่ปุ่น หรืออื่นๆ (ถ้ามีบัตรลด)
.
(ยังทานเหมือนครอบครัวที่มีรายรับ 15,000-30,000
แม้..รายรับเฉลี่ยมากกว่าค่าสูงสุดด้านบน..หลายๆๆๆ..ๆๆ..ๆ เท่า )
**สอนลูกเสมอว่า **เมื่อดอกผลจากการลงทุนเพิ่มในอัตราเร่ง
แต่รายจ่ายไม่ค่อยเพิ่ม เงินก็เหลือ เราก็ re-invest ไปเรื่อย..ในที่สุดเงินลงทุนก็ยิ่งโตเหมือน snow ball **
.
เขาเข้าใจ และมีความสุขที่ได้เห็น snow ball โตขึ้นเรื่อยๆ **

.....................

ปลูกฝังอย่างไร....ได้อย่างนั้นค่ะ
ประโยคที่ว่า “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” นั้นจริง
โปรดติดตามตอนต่อไป..สัปดาห์หน้า ( รอได้มั้ยคะ ^__^ )
.
"ปฏิเสธอย่างไรถ้าไม่ให้ในสิ่งที่ลูกขอ" (นำมาฝากอีกเรื่องค่ะ)
https://www.facebook.com/MoneyTalkTV/ph ... 14/?type=1
(อ่าน comment ด้วยนะคะ...นำ link ดีๆ มาแปะให้เยอะเลยค่ะ)


Nutth147
Verified User
Posts: 239
Joined: Thu May 23, 2013 4:19 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by Nutth147 » Thu Mar 05, 2015 9:57 pm

คุณลูกชายน่ารักมากๆเลยอ่ะ ทำให้นึกถึงหนั่งสือที่กำลังอ่านอยู่ชื่อThe Millionaire Next Door

(เป็นหนังสือที่นักเขียน 2 คนออกไปทำ Research ถามคำถามผู้ที่มี ความมั่นคั่งมากกว่า 1,000,000 US ทั่วอเมริกา )
มีคำถามชุดหนึ่งที่เขาพบว่า ผู้มีความมั่งคั่ง หรือที่เรียกว่า Millionaire จะตอบว่า Yes 3 ข้อ

1. Were your parents very frugal ?
2. Are you Frugal ?
3. Is your spouse more Frugal than you are ?

555555  ไม่ต้องสือก็รู้ว่าถ้าถามพี่จะได้คำตอบว่าอะไร ^.^

แอบฝากภาพข้อคิดจากหลวงปูชาที่ผมชอบมากๆครับ
Attachments
Evernote Camera Roll 20150101 071027.png
Evernote Camera Roll 20150101 071027.png (22.38 KiB) Viewed 2714 times

ความจนนั้นเกิดได้จากสองสาเหตุ คือ จนเพราะไม่มี กับ จนเพราะไม่พอ
ความรวยก็ประกอบด้วยองค์สอง คือ รวยเพราะมีมาก และ รวยเพราะพอเพียง

theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Fri Mar 06, 2015 1:49 am

Nutth147 wrote:คุณลูกชายน่ารักมากๆเลยอ่ะ ทำให้นึกถึงหนั่งสือที่กำลังอ่านอยู่ชื่อThe Millionaire Next Door

(เป็นหนังสือที่นักเขียน 2 คนออกไปทำ Research ถามคำถามผู้ที่มี ความมั่นคั่งมากกว่า 1,000,000 US ทั่วอเมริกา )
มีคำถามชุดหนึ่งที่เขาพบว่า ผู้มีความมั่งคั่ง หรือที่เรียกว่า Millionaire จะตอบว่า Yes 3 ข้อ

1. Were your parents very frugal ?
2. Are you Frugal ?
3. Is your spouse more Frugal than you are ?

555555  ไม่ต้องสือก็รู้ว่าถ้าถามพี่จะได้คำตอบว่าอะไร ^.^

แอบฝากภาพข้อคิดจากหลวงปูชาที่ผมชอบมากๆครับ
ขอบคุณค่ะ...น้องนัทรู้จริง :oops:
ถ้าถามลูกพี่ ก็จะได้คำตอบเดียวกันด้วยค่ะ ^__^

...............
ชอบหนังสือเล่มเดียวกันเลย!
The Millionaire Next Door
สอนให้เราสมเหตุสมผล...อยู่กับ "แก่น"
ไม่ให้ความสำคัญกับ "เปลือก" ภายนอก

เศรษฐีตัวปลอมในหนังสือต้องสร้างเปลือก
ยิ่งต้องการเปลือกที่หรูและดูดีมากเท่าใด
ก็ต้องแลกด้วยการจ่ายเงินมากขึ้นเท่านั้น
หยุดไม่ได้...หยุดสร้าง ก็หยุดสุข
อาจจะเรียกได้ว่า "กลวง" ข้างใน

ซึ่ง The Millionaire ตัวจริงจะ "ก้าวข้าม" กับดักนี้ไปได้

................

และขอบคุณมาก
สำหรับข้อคิดจากหลวงปู่ชา
อ่านแล้วชอบ และเห็นด้วยมากค่ะ

พี่ว่าสอดคล้องกับเรื่องการเลี้ยงลูกด้วย
เราต้องสร้าง "อุปนิสัย" ที่คาดว่าน่าจะ
กำหนดชะตาชีวิตของลูก...ไปในทางที่ดี

การจะสร้าง "อุปนิสัย" ก็ต้องเริ่มต้นด้วย "การระวัง"
"ความคิด ความประพฤติ และความเคยชิน"
ซึ่งเกี่ยวโยงกันเป็นทอดๆ ลงมา...ลึกซึ้งมากเลยค่ะ


กูรูขอบสนาม
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 987
Joined: Fri Jun 08, 2007 8:29 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by กูรูขอบสนาม » Sat Mar 07, 2015 10:23 am

อย่างคุณนุชต้องเป็น the Millionaire Women Next Door :P
เคยย่อคร่าวๆไว้แล้วในกระทู้นี้

http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f ... or#p335552

ชีวิตเกิดและตายเพียงอย่างละหน ส่วนที่เหลือตรงกลางต้องค้นพบเอง

jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 397
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by jverakul » Sat Mar 14, 2015 10:58 am

ขอแนะนำหนังสือครับ น่าสนใจดีครับ

Code: Select all

 วิธีพัฒนาสู่สมองแห่งพุทธะ คุณก็ทำได้ง่ายๆ / ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 	
	

        ฉบับนี้ขออ้างอิงสาระจากหนังสือชื่อ “ทำทีละอย่าง” (Just One Thing) ว่าด้วยการพัฒนาสู่สมองแห่งพุทธะ ภาคต่อจากหนังสือเล่มก่อนหน้า คือสมองแห่งพุทธะ (buddha’ brain) ผู้เขียนคือ ดร.ริค แฮนสัน ซึ่งเป็นทั้งนักประสาทวิทยา และผ่านการเจริญสติภาวนามาไม่น้อยกว่า 30 ปี ขณะที่ผู้แปลคือ ดร.ณัชร สยามวาลา ก็สั่งสมประสบการณ์การเจริญสติภาวนามาอย่างยาวนานเช่นกัน
       
       ด้วยกระแสความตื่นตัวระดับโลกที่สนใจถึงคุณประโยชน์ของการเจริญสติภาวนา ในมุมมองความสัมพันธ์กับประสาทวิทยา ซึ่งเป็นการศึกษาการทำงานของสมองและอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทอื่นๆ หนังสือแนวนี้จึงมีออกมามากมาย และหนังสือ 2 เล่มข้างต้นก็มีการแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 12 และ 24 ภาษาตามลำดับ

วิธีพัฒนาสู่สมองแห่งพุทธะ คุณก็ทำได้ง่ายๆ / ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล
        หนังสือเล่มนี้แนะการฝึก 52 วิธี เพื่อพัฒนาจิตใจและสมองอย่างง่ายๆ ที่สามารถทำได้คราวละวิธีหรือทีละอย่างเป็นประจำทุกวัน ซึ่ง ดร.ริค แฮนสัน ยืนยันว่าวิธีการเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาสิ่งดีๆ ในตัวคุณได้มากมาย ทั้งความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจ การเห็นคุณค่าภายในตัวเอง และความสามารถฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากสถานการณ์อันเจ็บปวด
       
       อีกทั้งยังจะเกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ความอยู่เย็นเป็นสุข มีไหวพริบดี มีปัญญา รวมไปถึงเกิดความสุขสงบภายใน สอดคล้องกับบทสรุปของหนังสือเล่มก่อนหน้า (สมองแห่งพุทธะ) ที่ว่า
       
       “ถ้าคุณเปลี่ยนสมองของคุณได้ก็เปลี่ยนจิตใจได้ ถ้าคุณเปลี่ยนจิตใจได้ก็เปลี่ยนสมองได้ ถ้าคุณเปลี่ยนสมองและจิตใจได้ก็เปลี่ยนชีวิตได้”
       
       เพราะสมองมีรูปแบบตามสิ่งที่ใจเกาะเกี่ยวอยู่ เช่นคนที่หมกหมุ่นอยู่กับความกังวล การตำหนิตัวเองหรือมีความโกรธแค้น สมองคนนั้นก็จะมีรูปแบบเป็นลบ (-) ที่มีความกังวล มีความรู้สึกต่ำต้อยน้อยใจ และมักหงุดหงิดง่ายต่อคนอื่น
       
       ในทางกลับกัน ถ้าจิตใจคุณมีแต่ความรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะทุกอย่างดีอยู่แล้ว มองเห็นสิ่งที่ดีงามในตัวคุณและรู้จักปล่อยวาง สมองคุณก็จะค่อยพัฒนาไปในทางที่มีความสุขุม เยือกเย็น มีความมั่นใจในตัวเอง และมีความสุขสงบภายใน

        แต่ผู้เขียนยกตัวอย่างที่ดูแปลก ที่พบว่ามีแง่มุมความงามอยเช่น กระจุกหญ้าที่งอกขึ้นมาจากรอยแยกบนขอบถนน เสียงหวูดรถไฟที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากสถานี กลิ่นอบเชย ความโค้งเว้าของถนนหลวง มีดทำครัว ใบหน้าของนางพยาบาล ความกล้าหาญ น้ำตกที่ไหลจากหน้าผา โดนัทเคลือบน้ำตาล สัมผัสของผ้าแคชเมียร์ ผลพิสูจน์ของโจทย์เรขาคณิต เหรียญเก่าๆ และแม้กระทั่งงู
       
       ตัวอย่างเหล่านี้ยืนยันกับเราได้ว่า มีสิ่งสวยงามอยู่มากมาย แต่คนจำนวนมากไม่ค่อยรู้สึกชื่นชมมันจนมีคนชอบมาบ่นว่า “ทำไมชีวิตดูไม่ค่อยน่าเพลิดเพลินเสียเลย”
       
       ดร.ริกแนะว่า เมื่อคุณพบกับความงามที่มีอยู่ในสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน บางทีหัวใจของคุณอาจจะเปิด จิตใจก็จะผ่อนคลายลง แล้วอาจจะมีความสนุกสนานเพลิดเพลินอยู่ในนั้น และเกิดรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้นะ
       
       การได้พบกับความงามนั้น จะผ่อนคลายความเครียด ช่วยหล่อเลี้ยงความหวังและคอยเตือนเราว่า ชีวิตยังมีอะไรมากไปกว่าแค่คิดเอา แต่กัดฟันสู้กับภารกิจมากนัก
       
       วิธีทำ... ลองใช้เวลาสักชั่วขณะในแต่ละวัน เพื่อเปิดรับความงามโดยพยายามมองไปยังสิ่งต่างๆ รอบตัวคุณ โดยเฉพาะสิ่งที่คนทั่วไปเห็นเป็นสิ่งธรรมดาๆ และมักไม่ใส่ใจกัน เช่น ท้องฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า หญ้า วัชพืช วิวทิวทัศน์ที่คุ้นเคยหรือทางเดินริมถนน
       
       ขอให้เปิดรับสิ่งต่างๆ ที่อยู่นอกกรอบของคำว่า “ดูดี” หรือ “สวย” ลองหาความงามในสิ่งที่คาดไม่ถึงกัน จนคุณเองก็ยังประหลาดใจ
       
       เมื่อเปิดรับความรู้สึกของการรับรู้ความงามที่ไร้ขอบเขตที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเห็นความงามของสิ่งที่อยู่เบื้องบน ที่อยู่เบื้องล่างและความงามที่แผ่ขยายออกไปทั่วทุกทิศ ราวกับว่าคุณกำลังลอยอยู่ในทะเลที่เต็มไปด้วยกลีบกุหลาบ
       
       โดยเฉพาะเมื่อตระหนักรู้ถึงความงามในคนอื่น เท่ากับยอมรับในลักษณะนิสัย ทางเลือก และความปรารถนาของเขา และเข้าให้ถึงความงามแม้แต่เป็นความล้มเหลวก็ยังดูว่าสง่างาม เพราะเขามีความมุ่งมั่นแฝงอยู่จึงเกิดปัญญาที่ผุดขึ้นมาให้พร้อมจะยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น
       
       นี่เป็นความงามในจิตใจของคุณเอง โดยต้องไม่หนีความจริง ที่ว่า คนอื่นมีแง่มุมความงามได้ คุณก็มีได้เช่นกัน โดยให้สร้างสรรค์ความงามด้วยมือ ด้วยคำพูดและด้วยการกระทำของตัวคุณเอง  

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "

jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 397
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by jverakul » Sat Mar 14, 2015 11:43 am

ขออภัยครับ :oops: ลืมแนบแหล่งข่าวครับ

http://manager.co.th/goodhealth/ViewNew ... 0000016846

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "

wilai
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 331
Joined: Tue Jul 13, 2010 5:27 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by wilai » Sun Mar 15, 2015 7:39 am

แนะนำหนังสือครับ
The power of NOW พลังแห่งจิตปัจจุบัน


theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Sun Mar 15, 2015 8:03 pm

กูรูขอบสนาม wrote:อย่างคุณนุชต้องเป็น the Millionaire Women Next Door :P
เคยย่อคร่าวๆไว้แล้วในกระทู้นี้

http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f ... or#p335552
ขอบคุณมากเลยค่ะคุณ "กูรูขอบสนาม"
ตามไปอ่านมาแล้วพบว่าเหมือนๆ ตัวเองมากเลยค่ะ

อ่านแล้วคิดไปว่า ซักวันหนึ่งเราจะเป็น "เศรษฐีนี" 55+
ไม่หรอกค่ะ ล้อเล่น...แค่นี้ก็พอใจแล้วค่ะ
พอให้เราสามารถมีเวลาส่วนตัวมากขึ้นกว่าตอนทำงานประจำ
มีเวลาดูแลลูกมากขึ้น...ไม่ต้องเอาเขาติดไปโรงพยาบาลตอนปิดเทอม
ในวัยเกษียณพอจะมีความเป็นอยู่ที่ดีได้ โดยไม่กวนลูกจนเกินไป

และสามารถทำงานที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่นโดยไม่ต้องหวังผลตอบแทนได้....ก็พอแล้วใจค่ะ

ส่วนความในเรื่องความมั่งคั่งนั้น
คาดว่าจากนี้ พอร์ตก็จะค่อยๆ โตไปเรื่อยๆ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ...มีประโยชน์มากๆ
ยัง copy "the Millionaire Women Next Door"
ไปให้น้องๆ ผู้หญิงที่รู้จักกันอ่านหลายคนค่ะ :D


theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Sun Mar 15, 2015 8:25 pm

jverakul wrote:ขออภัยครับ :oops: ลืมแนบแหล่งข่าวครับ

http://manager.co.th/goodhealth/ViewNew ... 0000016846
ขอบคุณมากเลยค่ะ...น้อง jverakul

wilai wrote:แนะนำหนังสือครับ
The power of NOW พลังแห่งจิตปัจจุบัน
ขอบคุณมากเลยค่ะคุณ wilai

ดีจังใครที่แวะเข้ามากระทู้นี้
นอกจากความคิดเห็นที่มีประโยชน์ที่พวกพูดคุยเรามาแลกเปลี่ยนกัน
ยังได้หนังสือดีๆ กลับไปอ่านอยู่เสมอๆ ด้วยค่ะ :)


wilai
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 331
Joined: Tue Jul 13, 2010 5:27 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by wilai » Sun Mar 15, 2015 9:46 pm

The power of NOW เล่มนี้ ตอนอ่านคำนำนี่
ทำนองว่า ขณะอ่านอาจบรรลุธรรมได้เลยทีเดียว

ผมเลยตั้งใจอ่าน ดีจริงครับ คำพูดของเขาตรงเข้าไป
กระทบใจของเราในหลาย ๆ เรื่อง เช่น เรื่องอัตตา ความคิด อารมณ์ฯ

ถ้าจะให้ดี น่าจะอ่านตอนที่ใจสงบ เขาแนะนำวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ ไว้ด้วย
อ่านรวดเดียวไม่จบ และคาดว่าต้องอ่านหลาย ๆ รอบเหมือนหนังสือแนว vi
ที่ท่าน อจ. นิเวศน์ เคยบอกไว้ว่า ต้องมีอยู่ใกล้มือ ไว้หยิบมาอ่านทบทวนอีก
อ่านรอบต่อ ๆ มา จะเข้าใจความหมายลึกซึ้งขึ้นอีกครับ


wilai
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 331
Joined: Tue Jul 13, 2010 5:27 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by wilai » Sun Mar 15, 2015 9:49 pm

สมองแห่งพุทธะ และ ทำทีละอย่าง
ผู้แต่งคนเดียวกันครับ ดีทั้งสองเล่ม


theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Mon Mar 16, 2015 1:16 pm

wilai wrote:The power of NOW เล่มนี้ ตอนอ่านคำนำนี่
ทำนองว่า ขณะอ่านอาจบรรลุธรรมได้เลยทีเดียว

ผมเลยตั้งใจอ่าน ดีจริงครับ คำพูดของเขาตรงเข้าไป
กระทบใจของเราในหลาย ๆ เรื่อง เช่น เรื่องอัตตา ความคิด อารมณ์ฯ

ถ้าจะให้ดี น่าจะอ่านตอนที่ใจสงบ เขาแนะนำวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ ไว้ด้วย
อ่านรวดเดียวไม่จบ และคาดว่าต้องอ่านหลาย ๆ รอบเหมือนหนังสือแนว vi
ที่ท่าน อจ. นิเวศน์ เคยบอกไว้ว่า ต้องมีอยู่ใกล้มือ ไว้หยิบมาอ่านทบทวนอีก
อ่านรอบต่อ ๆ มา จะเข้าใจความหมายลึกซึ้งขึ้นอีกครับ
wilai wrote:สมองแห่งพุทธะ และ ทำทีละอย่าง
ผู้แต่งคนเดียวกันครับ ดีทั้งสองเล่ม
จดไว้แล้วค่ะ วันไหนออกไปห้างจะไปซื้อ...ขอบคุณมากเลยค่ะ :D


theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Mon Mar 16, 2015 1:40 pm

**เรื่องที่ลูกรู้ แต่เราไม่รู้** น่าจะมีประโยชน์สำหรับผู้อื่นด้วยค่ะ
................

เพื่อนที่รู้ว่าลูกซ่อมของเก่าใช้ได้โดยไม่ถือสา
นำรองเท้า stud ที่สภาพพังนิดหน่อยมาให้
ลูกเอาไป claim เป็นรองเท้าใหม่แกะกล่องมาเลย ราคา 4,600 บาท
66181_821232161296977_6462415645089131127_n.jpg
66181_821232161296977_6462415645089131127_n.jpg (31.85 KiB) Viewed 2306 times
...............

ที่แรกตอนลูกบอก งง..ไม่เคยรู้มาก่อนว่า claim ได้
ลูกบอกว่ารองเท้าคู่นี้อยู่ในระยะประกัน คือ 2 ปี หลังวันผลิตที่ระบุด้านใน
.
ปกติเวลาไม่แน่ใจอะไรต้องตรวจสอบ และหาอ่านก่อนเสมอจึงจะเชื่อ
แต่กับธีร์นั้น เขาเป้นเด็กที่ เวลาเขาสนใจอะไรเขาจะ "รู้ลึก รู้จริง"
เลยไม่ต้องตรวจสอบ....พาไปเปลี่ยน พบว่าเปลี่ยนได้จริงค่ะ
...............

เราก็ห่วงเรื่องจริยธรรม...ถามไปว่าบอกเพื่อนหรือเปล่าว่าเคลมได้
และให้เอาไปคืนเพื่อนเถอะ...ลูกบอกว่า..บอกตั้งแต่วันที่เพื่อนให้แล้ว
เพราะเขารู้เงื่อนไขนี้...จึงรีบดูวันผลิตก่อนเลย...และบอกเพื่อนไปว่า
เคลมได้ภายใต้เงื่อนไข "ไม่เกิน 2 ปี นับจากวันผลิต รุ่นเดิม เบอร์เดิม"
เพื่อนบอกว่า "เบอร์เดิม" งั้นไม่เอาเพราะคับแล้ว และไม่มีน้องรอใส่ของต่อ
(ธีร์เป็นเด็กที่เท้าเล็ก...เขาจะใช้รองเท้าต่อจากเพือ่นรุ่นเดียวกันได้)
.................

อีกหนึ่งในคุณสมบัติความเป็น "ธีร์" ที่คุณแม่ภูมิใจ
.................

[Nike + Adidas] วิธีดูวันที่ผลิตรองเท้า มีวิธีดูทั้งป้ายเก่าและใหม่
http://www.u-basketball.com/board/index ... ic=27839.0

ให้น้องธีร์หาให้ค่ะ...ตามนี้ค่ะ ได้ทั้ง Nike และ Adidas เลยค่ะ
น้องธีร์เขาขายรองเท้าด้วยนะคะ...สั่งจากเวปต่างประเทศมาขาย
และของตัวเองที่ใส่คับแล้วสภาพยังดีก็เอาไปขายค่ะ...ปกติเราจะบริจาด
แต่เรื่องนี้เห็นว่าจะฝึกนิสัยการค้าขายได้จึงยอมให้เขาทำตามที่เขาต้องการค่ะ
ฝึกอะไรได้หลายอย่างเลย..การเจรจาต่อรอง การรับเงินสดก่อนส่งมองของ
การก้าวข้ามความอายที่จะเอาของไปขาย ฯลฯ ^__^
...................

นำลงใน fb มีคนมาถามเยอะ...ว่าสอนยังไง?...ตอบไปแบบนี้ค่ะ

แนวคิดในการสอนเรื่องเงินที่ใช้คือแบบนี้ค่ะ (ค่อยๆ สอนสะสมมาตั้งแต่รู้จักค่าของเงิน)
.
ให้เงินน้อยๆ เข้าไว้ค่ะ (แม้เราจะมีเงินพอให้มากกว่านั้น)
.
อยากได้อะไร ต้องใช้เงินตัวเองสมทบเสมอ ให้ใช้ได้แค่ 10% ด้วยค่ะ
เช่น มีเงินเอง 10,000 บาท อยากได้จักรยาน 3,000 บาท แม่จ่ายให้ 50% สมทบ 50% (1,500 บาท)
มีเงินเก็บ 10,000 ที่จริงพอจ่ายสมทบ แต่ด้วยเงื่อนไข 10% ของเงินเก็บ
เขาจะสมทบเงินเพื่อซื้อได้ต้องมีเงินของตัวเองอย่างน้อย 15,000 บาท
.
เพื่อฝึกนิสัยรอคอย อดเปรี้ยวไว้กินหวาน และไม่วิ่งเป็นหนูถีบจักร ไปตลอดชีวิต
(ถ้าหาเงิน สะสมเงินครบ จำนวนหนึ่งเพื่อซื้อของที่อยากได้จนหมดเงิน แล้วก็เก็บใหม่
แล้วใช้จนหมดแล้วเก็บใหม่...แบบนี้จะต้องเป็นหนูถีบจักรไปตลอดชีวิต)
.
เงินที่เก็บได้ 15,000 ถ้าซื้อของไปแค่ 1,500 เหลือ 13,500 บาท
ถ้านำไปไว้ถูกที่ถูกทาง อาจทำเงินเพิ่มให้เราอีกเท่าตัวได้โดยไม่ต้องถอนเงินต้นออกมาใช้เลย
ถ้ามีความรู้ และให้ระยะเวลานานพอ
.
ถ้าจะหา เช้า กินค่ำ หาเดือนกินเดือน หรือหาปี กินปี (รอโบนัสด้วย)
เพื่อจะใช้หมดแล้วหวังเก็บใหม่ได้ตราบเท่าที่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือน....แบบนั้นผิดค่ะ
เพราะต้องพึ่งเงินเดือนตลอดไป หยุดไม่ได้ หยุดเมื่อไหร่ ไม่มีเงินทันที เท่ากับเราตกเป็นทาสของเงินค่ะ
.
แต่ถ้ามีเงินมากพอแล้วมีอิสรภาพทางการเงินแล้ว (ใช้เฉพาะดอกผลโดยไม่ต้องยุ่งกับเงินเก็บก็อยู่ได้)
เราจะเลือกที่จะทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือทำธุรกิจของตัวเอง หรือจะไม่ทำงานก็ย่อมได้
ถ้าทำก็ยิ่งมีเงินเติมเข้าระบบการออมการลงทุนไปเรื่อย เงินก็จะโตเป็นทวีคูณค่ะ^__^
.
ต้องสอนให้เขาเข้าใจเรื่องนี้แต่ต้น...ก่อนถึงวันเรียนจบไปทำงานค่ะ ^__^

...........................

เขาขายหลายอย่างค่ะ ชุดกีฬา (ฟุตบอล) รองเท้ากีฬา (สั่งจากต่างประเทศ)
ไพ่สวยๆ สำหรับเล่นกล ขายพร้อมสอนเล่นกล 1 อย่าง ขายมีดฝึกควง (ของเล่นกล...ไม่มีคมค่ะ)
และรับจัดหา เวลาที่ใครอยากได้อะไร บางทีมีการแสดงคนต้องใช้อุปกรณ์
เขาจะรับมาหาให้ค่ะ แล้วบวกๆ กำไรเข้าไป...เช่น หน้ากาก อุปกรณ์เล่นกล
ช่วยออกแบบการแสดงที่ใช้ของเล่นกล เช่น นิ้วมือที่มีไฟกระพริบ ทุกคนต้องใส้
ใส่คนละ 2 อัน 8 คน ก็ 16 อัน ยังมีอื่นๆ ....ทำนองนี้ค่ะ

เวลาไปห้างเขาชอบเดินไปตรงโน้นตรงนี้ ช่างสังเกตมากๆ
เวลาใครต้องการอะไรเขาจะนึกออกหมดว่าควรจะไปซื้อให้ที่ไหนค่ะ
หวังว่าคงพอค้าขายได้ในอนาคตค่ะ เรียนอินเตอร์ดังนั้นในวันข้างหน้า
ถ้าเขาโตขึ้นและมีโอกาสไปต่างประเทศ...นิสัยที่เขาเป็นอยู่น่าจะพอมีประโยชน์ค่ะ
..........................

เขาหาเงินได้มากตั้งแต่อายุน้อยๆ ค่ะ และเข้าใจเรื่องของการลงทุนในหุ้นระยะยาว
จึงฝากเงินให้มาลงทุนในหุ้นด้วยค่ะ แยก port ให้เขาต่างหาก (ใช้ชื่อคุณแม่)
มีผลทางจิตวิทยาค่ะ เงินที่งอกเงย ทำให้เจ้าของเงินยิ่งภูมิใจ และอยากหามาทำให้งอกเงย
และจะรู้จักรอคอยค่ะ...หุ้นที่เขาซื้อเขาก็ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทด้วย
เวลานั่งรถไปเห็นสาขาของคุ่แข่ง ก็มีเปรียบเทียบหลายอย่าง และติดตามข่าว
การขยายสาขาของทั้งหุ้นที่เขาถือและของคู่แข่งด้วยค่ะ (เป็นเบื้องต้น..แต่น่าจะดีในระยะยาว)

..........................

หวังให้เขาพึ่งตัวเองได้ และน่าจะรักษาทรัพย์ที่เราหาไว้ให้ได้
ถ้าไม่รู้จักการบริหารเงินที่ดี มีให้เท่าไหร่ก็หมด เผลอๆ พ่อแม่ตายไม่นานเงินก็หมด
ถ้าการบริหารเงินที่ดีติดตัวเขาไป เราก็หมดห่วงได้...ตายตาหลับค่ะ ^__^


theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Thu Mar 19, 2015 12:23 pm

เครดิตภาษีเงินปันผล..อีกข้อดีของการลงทุนระยะยาว
(Theenuch_Team Money Talk 4)

.........................

เมื่อบริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิ
บริษัทฯ ต้องจ่ายภาษี 2 ครั้ง คือ
.
ภาษี (1) ภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ
30 หรือ 25 หรือ 20 หรืออื่นๆ...จากนั้นก็จ่ายภาษี (2)
.
ภาษี (2) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 10%
เพื่อนำส่งกรมสรรพากรในนามของผู้ถือหุ้นอีก
.
ซึ่ง ตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
กำหนดให้ผู้ถือหุ้นขอคืน ภาษี (1) ได้
..........................
1.PNG
1.PNG (418.31 KiB) Viewed 2268 times
ภาพที่ 1 นั้น คือใบแจ้งปันผลเข้าบัญชีเงินฝาก
ในภาพบริษัทฯ เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 20 %
เราก็นำมาเข้าสูตรคำนวณตามภาพที่ 2
2.PNG
2.PNG (129.39 KiB) Viewed 2268 times
.
ปันผล 1,350,000 เสียภาษีนิติบุคคล 20 %
คิดเครดิตภาษีได้ 337,500 บาท ไม่น้อยเลย
.
เราก็ทำแบบนี้กับหุ้นทุกๆ ตัวที่ได้รับปันผล
จะช่วยให้เราวางแผนบริหารภาษีได้แม่นยำ
เพื่อให้สามารถขอเครดิตภาษีคืนได้ในปีหน้า
...........................
คืนภาษี.png
คืนภาษี.png (191.88 KiB) Viewed 2268 times
ปีนี้ผู้เขียนก็ได้รับเครดิตภาษีคืนจากปีที่แล้ว
220,000+ บาท..จึงมีเงินเพิ่มเข้ามาอีกยอดตามตาราง
(ปีที่แล้วผู้เขียนพลาดเล็กน้อย...ซื้อ LTF น้อยเกินไปค่ะ)
3.png
3.png (17.68 KiB) Viewed 2268 times
...........................

ถ้าไม่ได้ลงทุน ผู้เขียนคงต้องทำงานจนอายุ 60
การลงทุนในหุ้นระยะยาวที่ให้ปันผล
เป็น passive income ส่งผลให้มีรายรับมากพอ
เลือกลาออกเพื่อมาทำงานที่รักอย่าง Money Talk
เป็นประโยชน์แก่สังคมโดยไม่หวังผลผลตอบแทนได้ค่ะ

.
ตอนทำงานก็ไม่ต้องหวังรวยจากเงินแปลกๆ (ถ้ามี)
.
ตามตารางคิดปันผลหุ้นเพียง 1 ตัว (จากหุ้น 5 ตัว ที่ถืออยู่)
เพราะเพิ่งได้ใบแจ้งมาแค่ตัวเดียวค่ะ
ถ้ามีบำนาญอย่างเดียวก็คงไม่พอดำรงชีพ
.
กว่าจะมีวันนี้ได้...ผู้เขียนก็ต้องผ่านช่วงชีวิตที่ทำงานหนัก
และขยันออมอย่างจริงจัง...เพื่อให้มีเงินมาลงทุนเพิ่ม
ต้องกำหนดเป้าหมาย และลงมือทำอย่างตั้งใจด้วยค่ะ

.
ซึ่ง ผู้อ่านทุกๆ ท่านก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ
>> "กำหนดเป้าหมาย" และ "ลงมือทำอย่างตั้งใจ" <<

...........................

นำ clip "เครดิตภาษีเงินปันผลอย่างถูกวิธี" มาฝากด้วย
อธิบายได้เข้าใจง่ายมากๆ..click ชมกันเลยค่ะ
.
https://www.youtube.com/watch?v=stA1L8GfRYI
.


Leesak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 122
Joined: Wed Nov 24, 2010 12:46 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by Leesak » Thu Mar 19, 2015 3:27 pm

ขอบคุณครับความรู้เรื่องเครดิตภาษี


theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Thu Mar 19, 2015 3:33 pm

Leesak wrote:ขอบคุณครับความรู้เรื่องเครดิตภาษี
ยินดีค่ะ :D


Nutth147
Verified User
Posts: 239
Joined: Thu May 23, 2013 4:19 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by Nutth147 » Fri Mar 20, 2015 1:47 pm

พี่นุชครับ ผมสอบถามเรื่องเครดิตภาษีอีกหน่อยครับ

เช่น ปลายปี เรามีอัตราภาษีที่จะต้องเสีย น้อยกว่า จำนวนเครดิตภาษีที่เรามี
สมมุติว่า เรามีรายได้สุทธิ(หลังหักหมดรวมปันผลและเครดิตแล้ว) 3 แสน
เราต้องเสียภาษี 7500 บาท(ฐาน 5%)

แต่เรามีเครดิตภาษี 14,000 บาท และ บริษัทมีการหักที่จ่ายไป 3% เช่น 10,000 บาท
รวมเท่ากับ เราจ่ายไปแล้ว 24,000 บาท

แบบนี้ สัมพากร จะคืนเงินเราในส่วนของ 10,000 ที่บริษัทหัก และเครดิต (14,000-7,500) = 6500 บาท

ผมเข้าใจถูกไหมครับว่า ในส่วนเครดิตภาษี เมื่อมีเกินกว่าอัตราภาษี เราก็จะได้รับคืนด้วย

ความจนนั้นเกิดได้จากสองสาเหตุ คือ จนเพราะไม่มี กับ จนเพราะไม่พอ
ความรวยก็ประกอบด้วยองค์สอง คือ รวยเพราะมีมาก และ รวยเพราะพอเพียง

lukechin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 97
Joined: Wed Jun 13, 2007 5:38 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by lukechin » Fri Mar 20, 2015 8:52 pm

อยากสอบถามคุณนุชหน่อยครับว่า คิดเห็นอย่างไรกับการที่เน้นการประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ให้ลูกเรียนอินเตอร์อ่ะครับ

คือผมก็มีลูกยังเล็กอยู่ 2 คน เลยสงสัยว่าทำไมถึงต้องให้เรียนอินเตอร์ ไม่เรียนรร.ธรรมดา หรือรร.สองภาษา ซึ่งก็จะประหยัดเงินได้อีกเยอะเลยครับ

ขอบคุณครับ

"ซื้อหุ้นของกิจการที่ดี มีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ ในเวลาที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ และถือมันไว้ตราบที่มันยังเป็นธุรกิจที่ดี (ถึงแม้ว่าราคาจะเกินมูลค่าที่แท้จริงไปก็ตาม)"

ลูกหิน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1217
Joined: Wed Aug 15, 2012 6:47 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by ลูกหิน » Fri Mar 20, 2015 9:11 pm

ระบบความคิดครับ อันนี้ถ้าปล่อยไว้นานจนเป็นนิสัยพื้นฐานจะแก้ไขไม่ได้ครับ ผมก็มีลูกสองคนครับ ปีนี้ย้ายโรงเรียน ค่าเล่าเรียนรวมแรกเข้าปีนี้ก็สองแสนกว่าครับ เหนื่อยเหมือนกันครับ


ลูกหิน
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1217
Joined: Wed Aug 15, 2012 6:47 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by ลูกหิน » Sat Mar 21, 2015 8:54 am

มาขยายความเพิ่มเติมนะครับ ผมเลือกที่จะให้ลูกทั้งสองคนเรียนอินเตอร์ เพราะระบบความคิดครับ การพัฒนาระบบความคิดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ เพราะระบบการศึกษาของไทยเน้นให้ท่องจำเป็นหลัก การปรับเปลี่ยนและแก้ไขปัญหาเป็นไปได้ยากครับ เพราะถูกสอนมาให้จำเป็นหลักไม่ใช้คิดประมวลผลและแก้ไขปัญหา ทั้งที่ระบบไทยเรียนเลขและวิทยาศาสตร์เก่งกว่ามากตอนเรียน แต่พอโตขึ้นสิ่งเหล่านี้กลับไม่สามารถนำมาประยุกและใช้ประโยชน์ได้เท่าไร ส่วนสองภาษาผมไม่แนะนำครับ เพราะมีลูกเพื่อนๆเรียนอยู่ สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือแค่พอใช้ทั้งสองภาษา จะเด่นไปทางอินเตอร์ก็ไม่ใช่ จะเป็นไทยๆเลยก็ไม่ใช่ครับ ถ้าเลือกได้ผมคิดว่าควรเลือกระบบไทยเลยหรือไม่ก็อินเตอร์เลยครับ
ส่วนที่เราได้จากโรงเรียนอินเตอร์ที่สำคัญที่สุดคือระบบความคิดครับ รองมาเป็นภาษาครับ ส่วนขอเสียคือ เราต้องพยายามสอนวัฒนะธรรมไทย การเคารพผู้ใหญ่ การไม่ฟุ้งเฟ้อ ไม่วัตถุนิยม และสิ่งดีอื่นๆที่คนไทยมี ซึ่งอาจจะเป็นด้านตรงข้ามกับสิ่งที่เค้าเห็นมาที่โรงเรียนนะครับ เพราะระบบนี้เค้าจะสอนให้กล้าคิดกล้าทำ ว่ากันด้วยเหตุและผลเป็นหลัก ครูก็ผิดได้ โต้แย้งได้ และสอนให้ช่วยตนเองและเอาตัวรอดได้ดีครับ
เปรียบเสมือนเราลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้ปันผลเลยเป็นเวลายี่สิบปี กว่าจะเริ่มเห็นผลคือเค้าเรียบจบและทำงานครับ เราต้องอดทนและเสียสละอย่างมากในสิ่งที่เราต้องรอดูผลในอนาคตครับ ซึ่งสุดท้ายอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ แต่ผมก็คิดว่าทำในสิ่งที่ดีที่สุดในเวลาปัจจุบันแล้วครับ
เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าเราให้เค้าเรียนแบบธรรมดา แล้วเอาเงินที่เหลือมาสร้างอพาร์ทเม้นให้สักหลัง พอเค้าเรียนจบก็เก็บค่าเช่าได้เดือนละแสนกว่าบาทมันอาจจะดีกว่าก็ได้นะครับ แต่สุดท้ายผมเลือกความรู้มาก่อนครับ เพราะมันติดตัวและต่อยอดไปได้ตลอดครับ
แก้ไขตัวเลขด้านบนนะครับปีนี้ย้ายโรงเรียนค่าแรกเข้ารวมค่าเทอมสองคนสองล้านกว่าครับ ปีต่อๆไป ปีละล้านครับสำหรับสองคน หนักมากอยู่ครับ พยายามประหยัดสุดขีดอยู่ครับ แต่ถ้าเทียบกับคุณนุชผมยอมแพ้ครับประหยัดไม่ได้ขนาดนั้นครับ นับถือคุณนุชมากๆครับ ทั้งการสอนลูกและการใช้ชีวิต
ถ้ายังตัดสินใจไม่ถูกผมแนะนำให้ไปทุกโรงเรียนที่เราสนใจ เข้าไปดูและพูดคุยกับเด็กโตๆในโรงเรียนหลายๆคนครับ เพราะเมื่อโตขึ้นลูกเราก็คงหนีไม่พ้นพื้นฐานโดยเฉลี่ยของโรงเรียนนั้นๆครับ อาจจะดีกว่าก็นิดหน่อย ลองดูเป็นแนวทางนะครับเผื่อมีประโยชน์ครับ :)


theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Wed Mar 25, 2015 8:14 am

Nutth147 wrote:พี่นุชครับ ผมสอบถามเรื่องเครดิตภาษีอีกหน่อยครับ

เช่น ปลายปี เรามีอัตราภาษีที่จะต้องเสีย น้อยกว่า จำนวนเครดิตภาษีที่เรามี
สมมุติว่า เรามีรายได้สุทธิ(หลังหักหมดรวมปันผลและเครดิตแล้ว) 3 แสน
เราต้องเสียภาษี 7500 บาท(ฐาน 5%)

แต่เรามีเครดิตภาษี 14,000 บาท และ บริษัทมีการหักที่จ่ายไป 3% เช่น 10,000 บาท
รวมเท่ากับ เราจ่ายไปแล้ว 24,000 บาท

แบบนี้ สัมพากร จะคืนเงินเราในส่วนของ 10,000 ที่บริษัทหัก และเครดิต (14,000-7,500) = 6500 บาท

ผมเข้าใจถูกไหมครับว่า ในส่วนเครดิตภาษี เมื่อมีเกินกว่าอัตราภาษี เราก็จะได้รับคืนด้วย
น้องนัทเข้าใจถูกแล้วค่ะ และอย่าลืมนำภาษีที่หีก ณ ที่จ่าย 10% ของเงินปันผลมาคิดด้วยนะคะน้องนัท :D


theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Wed Mar 25, 2015 10:01 am

lukechin wrote:อยากสอบถามคุณนุชหน่อยครับว่า คิดเห็นอย่างไรกับการที่เน้นการประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ให้ลูกเรียนอินเตอร์อ่ะครับ

คือผมก็มีลูกยังเล็กอยู่ 2 คน เลยสงสัยว่าทำไมถึงต้องให้เรียนอินเตอร์ ไม่เรียนรร.ธรรมดา หรือรร.สองภาษา ซึ่งก็จะประหยัดเงินได้อีกเยอะเลยครับ

ขอบคุณครับ
เป็นคำถามที่ดีค่ะ...และถูกถามอยุ่บ่อยครั้งมากๆ

คำถามที่คุณ lukechin ถามมานั้น...กลับไปเฉียดเรื่อง "จุดยืน" ที่เคยติดค้าง' ไว้ยังไม่ได้ตอบพอดีเลยค่ะ
คำตอบจะเป็นเชิงอภิปราย และชวนคิดตามไปเป็นช่วงๆ อาจต้องใช้สมาธิกันมากหน่อยถึงจะเข้าใจ
(จะออกตัวว่าถ้าตอบวกวนอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง...ก็ขออภัย...เพราะ (คนตอบอ้างว่า)เป็นเชิงปรัชญาเล็กน้อยค่ะ :B )
..................

อย่างแรกเลยอยากดึงกลับมาเรื่องการมองภาพใหญ่ในชีวิต
ซึ่งจะพบว่า "การศึกษา" เป็นเพียง
หนึ่งในช่วงของชีวิตที่ประกอบกันเป็นภาพใหญ่ของคนหนึ่งคนค่ะ

เราก็จะทอนความสำคัญเรื่องการศึกษาลงไประดับหนึ่ง
แม้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ แต่การเลือกระบบการศึกษาก็ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตอยู่ดีค่ะ

...................

คราวนี้เรามามองเล็กลงมาอีก มาที่ระบบการศึกษา

เมื่อระบบการศึกษามีให้เลือกหลายหลาย ไทย สองภาษา และอินเตอร์
สิ่งที่เราจะพบเห็นก็คือ...คนในสังคมก็จะเลือกเรียนที่แตกต่างกันไปค่ะ...ตามแต่จะสะดวก

ซึ่งเป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ...แต่อินเตอร์อาจมีคนเรียนน้อยกว่าค่ะ
ในทางกลับกัน หากคนเรียนอินเตอร์...ถามกลับมาทำไมคนที่เรียนโรงเรียนไทย
จึงไม่ให้ลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ หรือ สองภาษา
คำตอบที่ได้รับก็จะเป็นเหตุ และผลของคนที่เลือกระบบนั้นๆ
(ซึ่งไม่มีถูก หรือผิด มีแต่เหมาะกับปรัชญาที่เรายึดถือ และบริบทของเราหรือไม่ค่ะ)
.....................

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า "ความหลากหลาย" เป็นเรื่องธรรมดา
บางทีคำอธิบายของคนที่เลือกต่างกัน
ก็อาจจะขัดๆ ไปจากความรู้สึกของเราก็เป็นได้
(หากเราไม่มองว่า "เป็นธรรมดา" แต่ต้น)
......................

เพราะ "ปรัชญาการศึกษา" ในความหมายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน
ส่งผลให้เราเลือกระบบการศึกษาให้ลูกแตกต่างกันด้วยค่ะ
.....................

อันนี้อภิปรายกันสนุกๆ แบบเพื่อนๆ ชวนกันคุยนะคะ
(นึกภาพว่าเรานั่งล้อมวงอยู่ที่ชานบ้านๆ ของพวกเรานะคะ)

โดยลองตั้งโจทย์ที่ท้าทายอย่างนี้เลยดีมั้ยคะ


***ถ้าระบบการศึกษาทั้งสามแบบมีราคาเท่ากันล่ะ?***
การตัดสินใจเรียนระบบใด คงไม่สร้างความแตกต่าง
มากเท่าตอนที่ราคามันห่างกันมากๆ (หรือเปล่านะ :mrgreen: )

.
และถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ
คนที่เลือกโรงเรียนไทย...จะไปเลือกเรียนอินเตอร์มากขึ้นหรือไม่?...เพราะเหตุใด?***

........................

เข้าใจที่อารมณ์ที่คุณ lukechin ถาม และแอบขำตัวเองด้วยนิดหน่อยจริงๆค่ะ
(ประมาณว่า..ทำไม๊ คนที่งกๆ ขนาดนี้...ยอมจ่ายแพงเพื่อเลือกเรียนอินเตอร์ 55+)
.........................

เมื่อชวนให้คิดตามกันว่า "การศึกษาคือส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ของชีวิต" เรียบร้อยแล้ว

ก็ขอชวนกลับไปตอบเรื่องภาพใหญ่กันอีกครั้งดีกว่านะคะ
.........................

สิ่งที่สำคัญมากไปกว่าการเลือกระบบการศึกษาแบบใด คือ...
"เอกภาพในการตัดสินใจ" เลือกค่ะ...ในทุกๆ เรื่องของชีวิตเราเอง
รวมทั้งเรื่องการเลือกระบบการศึกษาให้ลูกด้วย

ซึ่งไม่่ว่าจะเลือกระบบการศึกษาใด
การตัดสินใจเลือก และรับผิดชอบต่อผลของการเลือกของตนเองนั้นสำคัญที่สุดค่ะ

เมื่อมองแบบนี้เราจะพบว่า ไม่ว่าใครจะเลือกจะเลือกระบบใด ล้วนแต่ดีทั้งสิ้นค่ะ

เพราะการตัดสินใจสุดท้ายคือ "เลือกเรียนระบบใด" นั้นเป็นตอนท้ายๆ ของกระบวนการเลือกโรงเรียนแล้วค่ะ
ก่อนหน้านั้น ทุกๆ คนก็จะมีปรัชญาการศึกษาที่เราศรัทธาอยู่ในใจ และทราบผลที่แตกต่างกันของแต่ละระบบอยู่แล้ว
เมื่อนำมาจับคู่กับบริบท...ของชีวิตครอบครัวของเราเอง แล้วพบว่าแบบใด work ก็ตัดสินใจเลือกแบบนั้นไป
.
เชื่อว่าหลายๆ บ้านเลือกไม่ได้ตรงกับที่ต้องการมากที่สุดด้วยปัจจัยหลายอย่าง
อาจเพราะแต่ละระบบ เมื่อมีข้อดีด้านหนึ่ง ก็มีข้อเสียหรือไม่เหมาะกับเราอยู่อีกด้านหนึ่งด้วยเสมอ
แต่ละบ้านก็เอามาเปรียบเทียบและ "ชั่งใจ" แล้วจึงเกิดเป็น "การตัดสินใจสุดท้าย" ผลก็คือ
แบบของโรงเรียนที่แตกต่างกันไปนั่นเอง...ถ้าไล่เรียงมาแบบนี้....น่าจะสมเหตุสมผล และยิ่งดูเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นอีก

.........................

ขอกลับมาที่เรื่องเล็กสุดนะคะ
ว่าโดยส่วนตัวทำไมจึงเลือกเรียนอินเตอร์ทั้งที่ประหยัดสุดๆ
เลยดูเหมือนการเลือกให้ลูกเรียนอินเตอร์อยู่คนละขั้วกับตัวตนใช่มั้ยคะ 55+

ที่จริงนิสัยประหยัดของตัวเองนั้นเป็นธรรมชาติมากๆ ค่ะ ทำได้แบบไม่ต้องฝึนใจอะไร
สำหรับคนอื่นอาจต้องมีกุศโลบายในวิธีคิดว่า...จะเลือกความสุขชั่วขณะตรงหน้า
หรือจะละความสุขตรงหน้าลงนิดหน่อยเพื่อที่จะเก็บเงินไว้ลงทุน....ใช่มั้ยคะ

แต่โดยส่วนตัวนั้น การเลือกประหยัดกินอยู่ ใช้สอย นั้นคือฐานนิสัยค่ะ
และไม่ถือว่าเป็นการละความสุขตรงหน้าเพื่อออมแต่อย่างใดค่ะ (งกแต่เกิดนั่นเองค่ะ)
ยังคงมีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนั้นค่ะ...แม้ว่าวันนี้อาจใช้จ่ายได้มากขึ้นแล้วก็ตาม

ถ้ารู้แบบนี้แล้ว...น้ำหนักเรื่องการประหยัดแบบสุดขั้วแต่ทำไม
จึงเลือกโรงเรียนอินเตอร์ก็จะถูกลดทอนลงได้บ้างแล้วใช่มั้ยคะ
.....................

ที่เลือกอินเตอร์ทั้งที่แพง เพราะแบบที่คุณ "ลูกหิน" ช่วยอธิบายไว้นั้น
ตรงกันแทบหมดค่ะ...ต้องขอบคุณคุณลูกหินด้วยค่ะ...ชอบระบบการเรียนการสอน
.
และเป็นเรื่องของการคำนวณค่าใช้จ่ายในบ้านลูกเดียวเลยค่ะ
พอเราคำนวณว่า อืม...มันพอนะ ณ วันที่เลือก เราก็มองภาพใหญ่ตัวเองต่อจากนั้นทันทีว่า
พอวันนี้ วันหน้าจะพอมั้ย คำนวณไป คำนวณมา...น่าจะพอ ก็เลือกเลยค่ะ
...................

ในคำตอบนี้...ตอบแบบอภิปรายปรัชญากว้างๆ ไปก่อน
.
เดี๋ยวว่างๆ จะมาตอบคำตอบที่จำเพาะเจาะจง
ว่าเหตุใดจึงเลือกให้ลูกเรียนอินเตอร์ต่อไปนะคะ :D


theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Sun Mar 29, 2015 12:36 pm

ดอกเบี้ยบัตรเครดิต...คิดให้เป็น
(Theenuch_Team Money Talk 4)

...................

ตั้งแต่เกิดจนโตมาป่านนี้ เรารับรู้ตรงกันว่า 1 เดือนมี 30-31 วัน
แต่ถ้าเป็นหนี้บัตรเครดิต..1 เดือน ถูกคิดดอก 60 วัน (นะฮัฟ)
(OMG!) นี่คือสิ่งมหัศจรรย์ อันดับที่เท่าไหร่ของโลกกันเนี่ย ?

(ใครที่ชอบบ่นว่า.."ไม่มีเวลา...อยากมีเวลามากกว่านี้จัง"
เป็นหนี้บัตรสิ..เวลาของคุณจะเพิ่มเป็นสองเท่าทันที (เอ่อ..จะดีหรือ?) )
...................

สมมติ..นาย ข. เพิ่งกู้ซื้อบ้าน แต่อยาก “เพอร์เฟค” ไปเลย
เงินไม่พอซื้อเฟอร์ฯ นิดหน่อย จึงใช้บัตรเครดิต ไป 40,000
ไหนจะ ผ่อนบ้าน/รถ...จ่ายขั้นต่ำละกัน..ดีที่ไม่รูดเพิ่มเลย
......................

**ระยะปลอดหนี้ 50 วัน**...จำตัวเลขนี้ดีๆ นะคะ
มันคือ “สวรรค์”...สำหรับคนที่ใช้และจ่ายคืน 100%
แต่เป็น “50 วัน หลอนๆ” สำหรับคนที่มียอดค้างชำระค่ะ

......................

สรุปยอด ทุกวันที่ 20 กำหนดชำระวันที่ 10 เดือนถัดไป
รูดซื้อ 27 มีค..สรุปยอด 20 เมย. ต้องจ่าย 10 พค.
ใบแจ้งหนี้งวดแรก 40,000 หรือ จ่ายขั้นต่ำ 4,000
ถ้าจ่ายทั้งก้อน 40,000 ก็จบ..ไม่เสียดอกซักบาท
แต่ตามที่สมมติ...นาย ข.เลือกจ่ายขั้นต่ำตลอดไป
....................
ดอกเบี้ยบัตรเครดิต...คิดให้เป็น.png
ดอกเบี้ยบัตรเครดิต...คิดให้เป็น.png (733.99 KiB) Viewed 1798 times
ดอกเบี้ย...จะคิดจากสองส่วนนี้เสมอ ดังนี้ค่ะ
.
ดอกเบี้ยส่วนที่ 1 ก่อนวันชำระเงิน (ดบ.1)
-ช่วงที่ 1 (ดบ.1.1)_วันที่รูดซื้อ-วันสรุปยอด
-ช่วงที่ 2 (ดบ.1.2)_วันสรุปยอด – วันครบกำหนดชำระ
.
ดอกเบี้ยส่วนที่ 2 หลังวันชำระเงิน (ดบ.2)
.
ดังนั้น...ยอดปรากฏให้ใบแจ้งหนี้งวดที่ 2 ทั้งสิ้น
=(40,000-4,000) +ดบ.1.1 + ดบ 1.2 + ดบ.2
=36,000 + 547.95 + 416.44 + 197.26 = 37,161.64
...................

งวดที่ 2 เป็นต้นไป ไม่รูดเพิ่มอีกเลย
จำนวนวันที่นำมาคิดงวดถัดๆ ไปจึงเท่ากันทั้งหมด
.
ส่วนแรก คือ "วัน (ที่เคย) ปลอดดอกเบี้ย 50 วัน"
ช่วงที่ 2 วันครบชำระ-วันสรุปยอดครั้งถัดไป (10.-19 _10 วัน )
(เพื่อให้ง่าย...สมมติให้ 1 เดือน มี 30 วัน เท่ากันหมด)
(ที่จริง เดือนที่มี 31 วัน จะถูกคิดเพิ่มอีก 1 วันด้วยค่ะ)
...................

ผ่อนขั้นต่ำ+ดอก ไป 21 งวด จ่ายไปตั้ง 45,410.46
เงินต้นยังเหลืออีกตั้ง 9,815.39 (เกือบหมื่นอ่ะ!)
บังเอิญ นาย ข.มาเห็นตารางที่ Money Talk คำนวณให้ดู
เลย (เจ็บจิ้ด) กัดฟันจ่ายส่วนที่เหลือโดยพลัน
...................

สรุป นาย ข.ซื้อของล่วงหน้ามูลค่า 40,000 บาท
ในราคา 55,225.85 เพิ่มมาตั้ง 15,228.85
หรือคิดเป็น 38.06 % ของ เงินต้น 40,000
...................

จัดสินเชื่อ / ไฟแนนซ์ให้ตัวเองกันดีกว่า (ตามตารางที่ 2 )
อดใจรอ 20 เดือน ทยอยสะสมเงินจนพอซื้อด้วยเงินสด
ถ้าอยากใช้บัตรเครดิต...รอ โปร 0% 10 งวด ...ก็ยังดี
(แม้ไม่ได้ดีที่สุด...แต่ดีกว่าแบบจ่ายขั้นต่ำแน่นอนค่ะ)


><><><><><><><><><><><

หมายเหตุ-
จัดสินเชื่อให้ตัวเองใช้ได้กับทุกๆ เรื่องค่ะ
(ซื้อบ้านอาจไม่ไหว (กู้แบงค์ไปเถอะค่ะ) )
รถยนต์พอได้...ถ้าเก็บได้สัก 30-50%
จัดไฟแนนซ์น้อยลง...ก็เสียดอกน้อยลงค่ะ


theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Sat Apr 04, 2015 10:32 am

กตัญญู / อกตัญญู ต้องดูยาวๆ
(Theenuch_Team Money Talk 4)

....................

เคยมี (หลายคน) มาปรึกษาว่า.."พ่อแม่" เป็นคนใจอ่อน
ชอบให้ญาติและคนอื่นๆ ยืมเงิน..แล้วไม่เคยได้คืน
ลูกทำงานหาเงินให้ตัวเป็นเกลียว..ไม่เหลือเก็บ
แถมเป็นหนี้...เพราะกดเงินสดจากบัตรมาให้อีก
ถ้าไม่ให้...ก็กลัวถูกครหาว่าเป็น "ลูกอกตัญญู"
....................

แนะนำวิธีคิดไปว่า...“กตัญญู” คือ
“ตอบแทนบุญคุณ_แบบมีสติ_ทุกคนรอด”
หยุดให้เงินสด หยุดกดบัตรสินเชื่อมาให้
จะถูกต่อว่าอะไรให้นิ่งเฉย…ไม่ต้องเถียง
ก้มหน้าก้มตาทำงาน...ใช้หนี้ให้หมด
ซื้อปัจจัยสี่ให้ ...ให้ "เงินสด" น้อยที่สุด
...................

ถ้าตอบแทนแบบ “ให้โดยไม่ไตร่ตรอง”...วันนี้
วันหน้าจะแย่ "ทั้งพ่อแม่_ทั้งเรา"...พากันลงเหวหมด
ป่วยไข้..ไม่มีเงินรักษา..จะยิ่งทรมานทั้งกายและใจ
...................

ถ้าวันนี้...เราไม่ให้เงินตามที่พ่อแม่ขอ
แล้ว "คนอื่น" รีบตัดสินว่า อกตัญญู / เนรคุณ
.
วันข้างหน้า..ถ้าเราตั้งตัวไม่ได้
ไม่มีปัญญาดูแลพ่อแม่..ไม่มีเงินค่ารักษา
ในยามท่านเจ็บป่วยด้วยโรคผู้สูงอายุรุมเร้า
“คนอื่น” ที่ตัดสินเรา...จะให้เรายืมเงินหรือไม่?
.
และ...ก็ถูก “คนอื่น” ตัดสินว่าอกตัญญูอยู่ดี
..................

คำตัดสินเผินๆ จากคนที่ไม่รู้เหตุผลที่แท้
เราจะใส่ใจ...จนพาชีวิตไปย่ำแย่หรืออย่างไร?
.
รู้หรือไม่?..คนชอบนินทา...เวลาไม่รู้จะนินทาใคร
ก็นินทาได้กระทั่งหมาแมว (จริ๊ง!..อย่าได้แคร์)
.................

รีบสร้างเนื้อ สร้างตัว ให้มั่นคงโดยเร็ว
ดึงทุกชีวิตที่กำลังจะดิ่งเหวขึ้นมาก่อน
.
ชีวิตเราไม่ได้สิ้นสุดลงแค่วันนี้หรอกค่ะ
ยอม "ดูเหมือน_อกตัญญู" วันนี้ เพื่อจะ
"กตัญญู_จริงๆ" ในวันหน้า...ก็ยังไม่สาย
....................

ทุกเรื่องในชีวิตต้อง "ดูยาวๆ" และ "มองภาพใหญ่"...เสมอค่ะ
.


User avatar
Nevercry.boy
Verified User
Posts: 4617
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by Nevercry.boy » Sat Apr 04, 2015 7:36 pm

ความเป็นผู้ชาย บ้า ๆ คนหนึ่ง บางครั้งมันก็พูดยาก
มากไป น้อยไป เราใช้อะไรวัด

เสื้อตัวนี้ ตัวใหญ่ หรือเป็นเพราะเราตัวเล็ก
ก๊วยเตี๋ยวชามเล็ก หรือวันนั้นเราหิว
เส้นทางเดินทางมันไกล เราเดินช้าหรือเราหลงทาง
และแม้แต่ว่าเราไปค้นพบความฝันหนึ่งแล้ว แต่เป้าหมายของเรามันเลยไกลออกไปอีก
มันเป็นเพราะเราละโมบ โลภมาก หรือ เราเข้าใจผิดมาตั้งแต่ต้น

................................

ไม่ได้มาทักคุณนุช นาน ๆ ฝาก เพลง "คิดถึง" ของ พี่ตูน ไว้หน่อยครับ
มิวสิค โดย เรย์ แมคโดนัลล์ ฝีมือแสดง ของคุณเรย์ นี่ เฉียบ ขาดไปเลย



คิดถึงนะครับ คุณนุช

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/

theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Sat Apr 04, 2015 11:46 pm

Nevercry.boy wrote:ความเป็นผู้ชาย บ้า ๆ คนหนึ่ง บางครั้งมันก็พูดยาก
มากไป น้อยไป เราใช้อะไรวัด


เสื้อตัวนี้ ตัวใหญ่ หรือเป็นเพราะเราตัวเล็ก
ก๊วยเตี๋ยวชามเล็ก หรือวันนั้นเราหิว
เส้นทางเดินทางมันไกล เราเดินช้าหรือเราหลงทาง
และแม้แต่ว่าเราไปค้นพบความฝันหนึ่งแล้ว แต่เป้าหมายของเรามันเลยไกลออกไปอีก
มันเป็นเพราะเราละโมบ โลภมาก หรือ เราเข้าใจผิดมาตั้งแต่ต้น


................................

ไม่ได้มาทักคุณนุช นาน ๆ ฝาก เพลง "คิดถึง" ของ พี่ตูน ไว้หน่อยครับ
มิวสิค โดย เรย์ แมคโดนัลล์ ฝีมือแสดง ของคุณเรย์ นี่ เฉียบ ขาดไปเลย



คิดถึงนะครับ คุณนุช
ดีใจที่เห็นข้อความมาแวะมาทักทายกัน...ดีใจที่ยังคิดถึงกันเสมอนะคะ
นึกถึงอยู่เหมือนกัน...ว่าคุณ NB หายไปไหนนานแล้ว

เพลงที่นำมาฝากเพราะมากเลยค่ะ ฟังไปหลายรอบเลย...คุณเรย์ แสดงดีจริงๆ

ฟังเนื้อเพลงช่วงแรกๆ และข้อความที่คุณ NB เขียนมา
รู้สึกว่าคุณ NB อาจทบทวนอะไรอยู่และอาจรู้สึกเหนื่อยๆ มั้ยนะ

ไม่ใช่คุณ NB คนเดียวหรอกที่เคยมีคำถามกับตัวเองแบบนั้น..เราก็เคยเป็น
งั้นเราขอเป็น "ผู้หญิง บ้า ๆ คนหนึ่ง" เป็นเพื่อนคุณ NB นะ...โอเคมั้ยคะ 55+

คุณ NB เข้มแข็งอยู่แล้ว...แล้วทุกอย่างจะจะผ่านไป
หลังทบทวนคุณ NB ต้องได้คำตอบดีๆ และมองไปข้างหน้าเสมอ เราเชื่ออย่างนั้น

................
มีเพลงมาฝากค่ะ....ชอบเพลงของ "พี่ตูน" เหมือนกันเลย



เพลงนี้ฟังแล้วมีพลัง...หวังว่าคุณ NB ฟังแล้วจะรู้สึกมีพลังเหมือนกัน
...............

"เจ้าลูกชาย" เป็นยังไงบ้างคะ...ป่านนี้คงโตเป็นหนุ่มน้อย...ไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้วมั้งคะ
ว่างๆ แวะมาเล่าเรื่อง "เจ้าลูกชาย" บ้างนะคะ...คิดถึง ไม่ได้ฟังเรื่องเขานานแล้ว


User avatar
Nevercry.boy
Verified User
Posts: 4617
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by Nevercry.boy » Mon Apr 06, 2015 8:59 am

theenuch wrote:
ฟังเนื้อเพลงช่วงแรกๆ และข้อความที่คุณ NB เขียนมา
รู้สึกว่าคุณ NB อาจทบทวนอะไรอยู่และอาจรู้สึกเหนื่อยๆ มั้ยนะ
อึ้งไปนิด ๆ นี่คุณนุช ฝึกถึงขั้นอ่านใจคนได้เลยหรือครับ (?)
ใช่ครับ ช่วงนี้เป็นอย่างนั้น
theenuch wrote:
งั้นเราขอเป็น "ผู้หญิง บ้า ๆ คนหนึ่ง" เป็นเพื่อนคุณ NB นะ...โอเคมั้ยคะ 55+
ผมต่างหากครับที่ต้องขอ add friend
ผมมักจะแอบอ่านข้อความคุณนุชเป็นเพื่อนนะครับ โดยเฉพาะเวลาเดินทาง
เป็น ไซเรนท์แฟนคลับ ตลอดครับ ชอบกดบวก แต่ไม่เผยตัว 555

ปล. นารูโตะ อวสานแล้วนะครับคุณนุช ตอนจบของเด็กกำพร้าที่เพื่อน ๆ ไม่เอา มาถึงบทสรุปแล้ว

Image

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/

User avatar
Nevercry.boy
Verified User
Posts: 4617
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by Nevercry.boy » Mon Apr 06, 2015 9:22 am

theenuch wrote: ...............

"เจ้าลูกชาย" เป็นยังไงบ้างคะ...ป่านนี้คงโตเป็นหนุ่มน้อย...ไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้วมั้งคะ
ว่างๆ แวะมาเล่าเรื่อง "เจ้าลูกชาย" บ้างนะคะ...คิดถึง ไม่ได้ฟังเรื่องเขานานแล้ว
ผมเรียกว่า เจ้ามอนส์เตอร์น้อย ครับ เมื่อกี้เพื่อไปส่งมันไปโรงเรียน เพราะโรงเรียนเค้าขอสลับวันหยุดกับวันอื่นเนื่องจากเค้าจะจัดกิจกรรม

เนื่องจากผมอยู่กับ ไอ้เจ้ามอนส์เตอร์น้อย สัปดาห์ละ วัน โดยเฉลี่ย บางที สองวัน มากสุด "เวลาคุณภาพ" คือสิ่งที่ผมต้องวางแผนในการใช้ และผมมักจะใช้เวลาจุดนี้กับเค้าค่อนข้างมาก

เริ่มจาก ตื่นเช้า ไม่ว่าผมจะงัวเงียแค่ไหน มันจะต้องขึ้นมานั่งขย่มบนตัวผมแล้วก็เกาะแกะ เกาะแกะ จนการ์ตูน (ที่อยากดู) จบ สองพ่อลูกก็จะลงไปกินข้าว และฟังเสียงบ่นของ อากู๋ อากิ๋ม ม๊า ก๋ง รวมถึง สารพัด คนใช้และแม่บ้าน ถึงวีรกรรมต่าง ๆ ของเจ้ามอนส์เตอร์

ผมก็หัวเราะ แหะ ๆ เจ้ามอนส์เตอร์น้อย ทำหน้าเฉ๊ย ประมาณว่า รายเหรอ ทำมายเหรอ ไม่รู๊ ไม่รู๊

อาบน้ำ ขับรถออกจากบ้าน สองคนพ่อลูก ไปฟาร์มม้า

...................

ระยะเวลาจากบ้านไปฟาร์มม้า มากพอสมควร ประมาณ 40 นาที ไม่รวมเวลาพักกิน ไอซ์ชอคโกแลต (ของเด็ก) และกาแฟดำขมปี๋ (ของผม)

คุณนุช ระยะเวลานี้จะเป็นเวลาที่ผมชอบมาก เราได้นั่งคุยกันไป เรื่องโรงเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องครู เรื่องโดนทำโทษ โดนแกล้ง เรื่องเรียนเรื่องใหม่ ๆ เรื่องยาก ๆ เรื่องง่าย ๆ เรื่องไร้สาระ เรื่องการ์ตูน สารพัดสารเพ

ผมรู้สึกดีที่มันเริ่มคุยกับผม ผมก็บอกมันเสมอว่า I'm not just your Dad, I'm your friend too.
ส่วนใหญ่เค้าก็เรียกผมว่า Dad บางทีก็ Big buddy.

เสร็จกิจกรรมหามื้อกลางวันทาน กลับบ้าน ไปว่ายน้ำ ก็เพลียแล้ว เล่านิทานก่อนนอน (ที่ไม่มีที่ไหนในโลก ให้ฟัง เพราะ พ่อแต่งเอง) จนหลับไป

ดูเค้าหลับ บางคืนเห็นเค้าละเมอตื่น ก็ยังนึก ว่าคืนที่เราไม่อยู่ มันจะยังไง

................................

................................

มันคงเป็นอะไรบางอย่าง หวังว่า คุณครูที่ชื่อ "ความอดทน" จะมาช่วยเหลือเค้าในยามจำเป็น
เหมือนที่เคยช่วยเหลือเราที่ผ่านมา

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/

theenuch
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Thu Jul 22, 2010 6:35 am

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by theenuch » Mon Apr 06, 2015 5:47 pm

Nevercry.boy wrote:
อึ้งไปนิด ๆ นี่คุณนุช ฝึกถึงขั้นอ่านใจคนได้เลยหรือครับ (?)
ใช่ครับ ช่วงนี้เป็นอย่างนั้น
..................
ผมต่างหากครับที่ต้องขอ add friend
ผมมักจะแอบอ่านข้อความคุณนุชเป็นเพื่อนนะครับ โดยเฉพาะเวลาเดินทาง
เป็น ไซเรนท์แฟนคลับ ตลอดครับ ชอบกดบวก แต่ไม่เผยตัว 555
...................
อวสานของเด็กที่เพื่อนๆ ไม่เอา...มีบทสรุปว่างยังไงคะ?

เราเป็นเพื่อนกันและกันค่ะ...ตกลงอ่านใจถูกใช่มั้ยคะ
เดี๋ยวคงต้องพัฒนาไปเป็นอาชีพเสริมซะแล้ว 55+ :B
Nevercry.boy wrote:
คุณนุช ระยะเวลานี้จะเป็นเวลาที่ผมชอบมาก เราได้นั่งคุยกันไป เรื่องโรงเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องครู เรื่องโดนทำโทษ โดนแกล้ง เรื่องเรียนเรื่องใหม่ ๆ เรื่องยาก ๆ เรื่องง่าย ๆ เรื่องไร้สาระ เรื่องการ์ตูน สารพัดสารเพ

ผมรู้สึกดีที่มันเริ่มคุยกับผม ผมก็บอกมันเสมอว่า I'm not just your Dad, I'm your friend too.
ส่วนใหญ่เค้าก็เรียกผมว่า Dad บางทีก็ Big buddy.


ดูเค้าหลับ บางคืนเห็นเค้าละเมอตื่น ก็ยังนึก ว่าคืนที่เราไม่อยู่ มันจะยังไง

................................

มันคงเป็นอะไรบางอย่าง หวังว่า คุณครูที่ชื่อ "ความอดทน" จะมาช่วยเหลือเค้าในยามจำเป็น
เหมือนที่เคยช่วยเหลือเราที่ผ่านมา

อ่านเรื่อง "เจ้ามอนส์เตอร์น้อย" แล้วมีความสุข มีชีวิตชีวาค่ะ
รู้เลยว่าตอนที่นึกไปเล่าไปนี้ คุณ NB ลืมเรื่องเหนื่อยๆ ไปได้พักนึงทีเดียว
คงเป็นเพราะ "เจ้ามอนส์ดตอร์น้อย Effect" ...ดีค่ะ...อยากให้เป็นแบบนี้แหละ

วันไหนเหนื่อยก็นึกถึงเขา และมาเล่าสู่กันฟังนะคะ
ทั้งเรื่องที่เหนือยๆ และเรื่องของเขา...ยินดีรับฟังเสมอค่ะ
..................

ต่อจากนี้เขาจะคุยกับเรามาขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ...

และคืนที่ "ตัว" คุณพ่อไม่อยู่...มันจะยังไง
มาช่วยตอบค่ะ....ฺBig Buddy อยู่ในใจ "เจ้ามอนส์เตอร์น้อย" เสมอค่ะ

และสีแดงนั้น...แน่นอนที่สุดค่ะ :D


User avatar
kotaro
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1489
Joined: Tue Jul 29, 2003 9:54 pm

Re: VI บ้าน ๆ

Posts by kotaro » Mon Apr 06, 2015 7:32 pm

พึ่งเข้ามาอ่านห้องนี้ครับ ดีมากๆเลย

อ่านข้อความที่เป็นแค่เพียงตัวหนังสือ แต่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของมิตรภาพ
อ่านแล้วอิ่มเอิบหัวใจมากครับ

เข้าใจความรู้สึกของพี่ NB ครับ. เวลาอยู่กับลูกจะมีความสุขแค่ไหน

ทุกวันนี้ผมบอกภรรยาบ่อยๆ ว่าตัวเองโชคดีมากๆที่มีลูก

มีลูกแล้ว ความสุขหาง่ายมากๆครับ แค่ได้เห็นลูก ยิ้ม หัวเราะ ก็มีความสุขมากๆแล้ว

สวัสดีพี่นุชด้วยครับ :D

“Laughter is timeless. Imagination has no age. And dreams are forever.” ― Walt Disney Company

Post Reply