VI หาดใหญ่

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
Post Reply
amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Wed Jan 13, 2021 5:45 pm

กลยุทธ์วีไอปี64 ตอนที่4
คุณพีรนารถ โชควัฒนา

พิธีกรดำเนินรายการ
ดร ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา
ดร นิเวศน์. เหมวชิรวรากร

อ นิเวศน์ถามว่า อยากให้เล่าภาพในปี63 หลังจากนั้นค่อยเข้าประเด็น
พี่พี บอกว่า เป็นFailureอย่างหนักในช่วงต้นปี63
แต่อยากเล่าย้อนหลังไปในช่วงปลายปี62
ช่วงเดือนพย 62 มีปัญหาคอนโดที่จะต้องโอนปี63เยอะที่สุดในชีวิต
คือประมาณ 13-14 ห้อง แล้วบางโครงการดึงเข้าโอนในเดือน ธค 62
ผมกู้มามากแล้ว ที่โอนใหม่ต้องจ่ายเงินสดหมด
ต้องเสียเงินสดค่อนข้างเยอะ ต้องเอาจากไหนมาโอน
พอช่วงCovidมา ถือเป็นBlack swan เพราะหุ้นที่ถือเยอะสุด
ราคาลงมา ที่ 1.08 บาท อีกตัวราคาลงจาก12 เหลือ 4บาท
ผมใช้marginอยู่แล้ว ก็มีปัญหาหนักมาก
ทำให้คิดถึงอาจารย์เลยว่า ปลายปีที่แล้ว คงไม่ได้ออกรายการแน่
จบชื่อเสียงไปเลย
ส่วน อาจารย์ไพบูลย์ บอกว่าตัวเองอาจต้องปิดรายการMoneytalk
และพอร์ตก็ลดลงไป50%

พี่พีพูดต่อ Ananตอนเข้าตลาดด้วยเกณฑ์ market cap ยังไม่มีกำไรเลย
ตอนเข้าไปช่วงต่ำสุดคือ 1.75 บาท ไม่ได้นึกว่าบริษัทราคาจะลงไปลึกขนาดนั้น
ไม่ได้นึกถึงว่าจะถูกcall หรือ Force sell
ในวันที่หุ้นลงมาเรื่อยๆ ยินดีขายคอนโด และ หุ้นที่ขาดทุน
หุ้นที่ต้องขาย40-50ล้านหุ้น แต่มีBidแค่แสนหุ้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะขายออก
ถ้าขายลงไป ก็ทำร้ายตนเอง เพราะราคาจะลงไปด้วย
เงินสดก็ไม่มีเพราะโอนคอนโดไป 3ห้อง ถ้ารู้ว่ามีปัญหาแบบนี้ก็ทิ้งดาว์นคอนโดไปแล้ว
ดังนั้นเราไม่ได้เตรียมเงินสดไว้ แต่มีหุ้นที่อยู่ในบัญชีเงินสด
เราเตรียมขายเพื่อจะไปโอนคอนโดที่ต้องโอนช่วงนั้น
สิ่งที่ต้องทำ คือ หุ้นที่ถือเป็นตัวเล็ก ไม่สามารถเอาไปค้ำประกัน
ส่วนตัวที่รับ เพื่อโอนไปค้ำประกัน ก็โอนไปแล้ว แต่ก็ยังไม่พอตลอด

คอนโดคิดว่าจะขายได้ไหม ผมลดราคาก่อนเจ้าของคอนโดเสียอีก
คุณบอย ท่าพระจันทร์ โอนขายพระเครื่องง่ายกว่าผมอีก
เลยเข้าใจคนที่คิดฆ่าตัวตาย
ผมเลยมาเล่าในส่วนที่พลาดขนาดหนัก ให้คนในรายการฟัง
ผมไม่มีโอกาสที่ซื้อ แต่คิดว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
นอนไม่หลับมาหลายสัปดาห์
แหล่งแรกสุด คือ ยืมเงินจากครอบครัว แต่ไม่ใช่ทุกคนจะให้ยืม
เลยต้องหาคนที่มาซื้อbiglot ให้ได้ สุขภาพแย่ ต้องalertตลอดเวลา
คุณแม่ส่งคำเทศนามาให้พี่พีฟัง ช่วงนี้เลยได้ฟังคำเทศนา
ในที่สุด คือแก้ปัญหา ใช้สมองแก้ไม่ได้ เลยใช้วิธี
คุกเข่าสวดมนต์ ในที่สุด เราไม่คิดว่าบางคนที่เราไม่คิดรบกวน
ก็มาอาสาแก้ปัญหาให้
เขามาช่วยซื้อหุ้นไป และก็มีคนlineมาถามให้ หุ้นกู้Anan
ปลอดภัยไหม ผมก็ไปช่วยรับประกันให้ ทำให้เราดีขึ้นในเรื่องหุ้น
ทำให้ผมสามารถผ่านสิ่งเหล่านี้มาได้

ทำให้มีเวลาไปอ่าน Why we sleep ที่Bill Gatesแนะนำ
เเละเลื่อนเวลานอนจากตีหนึ่งมานอนสี่ทุ่มแทน
แต่ปัญหาก็ยังไม่หมด ผมก็อธิษฐานทุกวัน และนอนหลับได้เร็วขึ้น
สุขภาพก็ดีขึ้น
ช่วงเดือน มีนาคม และ เมษายน หนักสุด และช่วงเดือนพฤษภาคมก็เบาลงเเล้ว

ปัญหาหุ้นก็เบาลง หลังหุ้นreboundขึ้น ที่มีmarginก็พอซื้อหุ้นได้แล้ว
แต่ปัญหาคอนโดยังไม่จบ จริงๆก็ปล่อยยึดไปก็ได้
แต่ก็ไม่อยากให้ยึดคอนโดไป
อยู่ดีๆก็มีคนมาติดต่อขอซื้อคอนโด แน่นอนครับว่าราคาขายก็ขาย
ขาดทุน30-40% ผมขายก่อน developerอยู่แล้ว
โดยขายคอนโดที่ไม่ชอบ และ โอนคอนโดที่ชอบเก็บไว้โดย
ขายคอนโดที่มีอยู่ไป กำไรบางคอนโดก็ลดลงเยอะมากเทียบกับคนอื่นขายก่อนหน้า
ไม่น่าเชื่อว่าสุดท้ายสิ่งต่างๆที่เจอมา ก็ผ่านไปให้ (ลุ้นแทนพี่พีซะเหนื่อยเลย
ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเจอขนาดนี้ พี่พีไม่เคยเล่าสิ่งเหล่านี้มาเลย)

เหตุการณ์ช่วงเมษายน ที่รอดมาได้ หลังจากรู้จักกับพระเจ้าและอธิษฐานทุกวัน
ตอนที่เคยเป็นกรรมการมา2ปีของบริษัทSinger คนที่ส่งผมไปเป็นกรรมการ
ต้องการเอาผมออกจากการเป็นกรรมการ ซึ่งผมมีความรู้สึกเสียใจมาก
ว่าเราไม่เคยทำอะไรผิดเลย ผมทำเต็มที่ในฐานะกรรมการ
อันนี้อาจเป็นความประสงค์ของพระเจ้า ไม่เคยใช้marginกับหุ้นSinger
เพราะขี้เกียจมารายงานตลาดหลักทรัพย์ ตอนขายอาจโดนว่า
ผมมานั่งคิดดูว่า เขาไม่ไว้ใจในการมาเป็นกรรมการsinger
แต่คิดว่าsingerเป็นบริษัทที่ดี เลยซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นเยอะเลย
ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ว่า ถ้ายังเป็นกรรมการอยู่ก็คงไม่ได้ซื้อหุ้นนี้เยอะขนาดนี้
โดยใช้marginส่วนนึง และ เงินจากการขายหุ้นAnanส่วนนึง
ตอนนั้น คนที่เลือกซื้อหุ้นระหว่างAnanกับ Jmart เขาเลือกAnan
ผมก็ดีใจว่าทุกคนที่ช่วยซื้อหุ้นbig lotจากผม ทุกคนกำไรหมด แต่ผมขาดทุนคนเดียว
แต่กลายเป็นว่าถ้าตอนนั้น ไม่เคยคิดจะขายหุ้นAnan
แต่พอดีต้องหาเงินสดเลยต้องขายAnanไป
และหลังจากน้ันก็เลือกซื้อหุ้นอีกหลายตัวที่out performมากๆ

พี่พีพูดต่อว่า
กลายเป็นว่า failureของปีที่แล้ว กลายเป็นSuccessful Failure

เจ้าของAmazonเคยพูดไว้ว่า ไม่ต้องกลัวFailure เพราะในที่สุด
เราก็ได้เรียนรู้จากFailure
เมื่อก่อนมีความเกรงใจตอนขายหุ้น หรือ คอนโดออก
แต่ตอนนี้เคยขายหุ้นหรือคอนโด ตอนที่ขาดทุน
เราก็ขายหุ้นหรือคอนโดตอนที่กำไรได้
คุณอดิศักดิ์ จากJmart ก็มาบอกว่า เห็นคุณลงทุน และหุ้นขึ้นลงหลายรอบ
คราวหน้าก็ขายหุ้นไปบ้างก็ได้ ตอนหุ้นขึ้น
ไม่ใช่ถือตลอด ตอนหุ้นขึ้น ลง
ทำให้เราเปลี่ยนไป ขายขาดทุนได้ เปลี่ยนทัศนคติใหม่
ผมได้ตายไปและเกิดใหม่
ทุกสิ่งที่เรามีอยู่ เป็นของพระเจ้า และผมเป็นผู้บริหารแทน
บริษัทหลานปู่ที่บริหารให้ครอบครัว ไม่ค่อยขาดทุน มีการขายตอนกำไร
ตอนนี้พอร์ตตัวเอง จะไม่ใช้ความรู้สึกส่วนตัวแล้ว

มุมมองปีนี้จะเปลี่ยนไป ถ้าหุ้นขึ้นไปก็จะขายเพราะผมบริหารไม่ใช่เจ้าของ
ทำให้การตัดสินใจลงทุนดีขึ้น
เมื่อก่อนหุ้นขึ้น ก็เกรงใจเจ้าของ เลยไม่ขาย
ตอนนี้พอร์ตยังลดลงเมื่อเทียบกับพอร์ตปลายปี62
เดือนธค เริ่มคืนหนี้เงินกู้ แต่ยังไม่ได้คืนmargin
ตอนนี้ถ้ามีคนสนใจคอนโดที่ผมไม่ชอบ สามารถขายขาดทุนได้
เพราะมีผ่อนคอนโดสิบกว่าหลัง และยังต้องรอโอนอีก

อาจารย์นิเวศน์ บอกว่า จริงๆแล้ว คุณพีรนารถ รู้จักคนเยอะในวงการการลงทุน
ถ้าบอกว่ามีสินทรัพย์ที่จะขาย ก็มีหลายคนสามารถมาช่วยได้
เพราะกลุ่มวีไอที่รู้จักกันมา ไม่ใช่กลุ่มรู้จักฉาบฉวย สามารถช่วยเหลือกันได้
หุ้นที่เสนอขายเป็นBig lot ก็น่าสนใจซื้อในราคาที่สมเหตุผลตอนนั้น
แต่ที่ผ่านมา คุณพีรนารถแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
พี่พี บอกว่า หลังจากเหตุการณ์นั้นเเล้ว มีหลายคนพูดเหมือน
อาจารย์นิเวศน์ว่า ไม่รู้ว่าจะเจอหนักขนาดนี้ ไม่งั้นก็สามารถช่วยเหลือกันได้

อาจารย์ไพบูลย์ บอกว่า พี่พีถือเป็นน้อยคนที่มาเผยบทเรียนที่พลาดมา
และมาเล่าหลายครั้งแล้ว
ซึ่งถือเป็นบทเรียนให้กับนักลงทุนรุ่นใหม่จะได้เรียนรู้และระวังไว้


อาจารย์นิเวศน์ บอกว่า ถือเป็นอุทาหรณ์
นักลงทุนรุ่นใหม่ไม่เคยเจอแบบนี้ ได้ยินแต่success story

ถามเรื่องกลยุทธ์การลงทุนในปี64จะทำอย่างไร
พี่พีตอบว่า ลงทุนแบบวีไอ ลงทุนในบริษัทที่รู้จัก
ส่วนcommodityก็ไม่คุ้นเคยและไม่อยากศึกษา
ปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว
ดูบริษัทที่ช่วงq2 63 ไม่ขาดทุน ช่วงที่แย่สุด ยังมีกระแสเงินสดอยู่
ดังนั้นบริษัทเหล่านี้ ก็สามารถอยู่รอดได้ในปีนี้
บริษัทที่มีPE20-30เท่า ส่วนกลับของpeคือ กำไรคิดเป็น 3.3%สำหรับPE 30เท่า
ถ้าปันผลครึ่งนึง คิดเป็นปันผล 1.7%ก็ไม่เลว
แต่จริงๆพี่พีคงไม่ซื้อหุ้นตอนPE 30 เพราะมีภาระต้องจ่ายดอกเบี้ยmargin6%ด้วย
พี่พีซื้อหุ้นที่PE20เท่าก็พอไหว อาจขาดทุนดอกเบี้ยบ้างนิดหน่อย
ดังนั้นปีนี้ยินดีถือหุ้นที่ซื้อตอนPE 20 ถือยาวจนถึง PE 30ได้

หุ้นกลุ่มอสังหา ปีที่แล้วดูดีหลายตัว แต่ตลาดไม่ให้peสูงเลย
อาจมีปัญหาในส่วนของคอนโด แต่ถ้าเป็นส่วนแนวราบ
และราคาต่ำกว่าBook valueเยอะ PEไม่สูงมาก ก็น่าสนใจ
พี่พี ก็ยังมีหุ้นอสังหาอยู่ไม่ได้ขาย เลยต้องbalance port
อาจมีswitchในกลุ่อสังหาด้วยกัน
แต่สินทรัพย์อื่น ไม่ยุ่ง เช่น บิตคอย ทอง
ส่วนหุ้นต่างประเทศ พยายามปิดหูไม่ฟัง ถ้าไปลงทุนก็เป็นฐานคนอื่นแน่
ไม่ใช่เวลานี้ที่จะไปต่างประเทศ
ผมบริหารเงินให้คนอื่นและบริหารให้พระเจ้า กำไร30%คนถือก็appriciateแล้ว

อาจารย์ไพบูลย์ ถามถึงในเเง่มุมมองความเสี่ยง
ปรับให้เข้ากับความเสี่ยงที่ไม่Take risk อย่างไร
พี่พีตอบว่า ก็พยายามขายคอนโดออกไป และก่อนจะซื้อคอนโด
จะตอบถามพระเจ้าก่อนซื้อ

อาจารย์นิเวศน์ ถามว่าจะมีวันที่ลดขนาดพอร์ตลงโดยไม่ใช้marginหรือเปล่า
พี่พีตอบว่า มีโอกาสที่จะลดพอร์ตลง ไม่ใช้marginครับ
แต่ต้องใช้marginช่วงนี้ไปก่อน ไม่งั้นก็ไม่สามารถคืนหนี้ได้
หุ้นธนาคารดูก็ถูก แต่ไม่ได้ศึกษา
หุ้นjmartที่ซื้อ ตอนแรกขายมือถือ ตอนนี้เปลี่ยนไปปล่อยกู้แล้ว
เขามีexprosureค่อนข้างสูงอยู่แล้ว

อาจารย์ไพบูลย์เสริมว่า คุณพีรนารถบอกว่าไม่เชี่ยวชาญหุ้นกลุ่มอื่นๆ
แต่ตอนเรียนวิศวะจุฬา ได้เกียรติ์นิยมเหรียญทองอันดับหนึ่งนะครับ
Background คือ ถ้าจะศึกษาอะไรจริงๆก็สามารถทำได้
และที่บอกว่าไม่รู้จริงๆ ก็รู้มากกว่าคนอื่นได้
จริงๆคุณพีรนารถ จะลงทุนแต่สิ่งที่ตัวเองถนัด ถือเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ได้

อาจารย์ไพบูลย์ สรุปก่อนจบสัมมนาว่า
สุดท้ายเงินไม่ใช่สิ่งสุดท้ายของชีวิต ไม่ต้องมีเงินหลักหลายสิบล้าน
แต่ใช้สิ่งชีวิตอย่างมีความสุข

ขอขอบคุณ พี่พีรนารถที่มาเปิดใจถึงบทเรียนอันมีค่ากับผู้ฟังรายการนะครับ
ขอขอบคุณ อาจารย์ไพบูลย์ และ อาจารย์นิเวศน์ที่เชิญพี่พีมาออกรายการและสัมภาษณ์ประสบการณ์ในช่วงCovidด้วยครับ



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Thu Jan 14, 2021 5:52 am

เพจซั่มหุ้น หัวข้อเปิดปี2564
รวมEvent หุ้นไทยปี64

หลังจากหยุดFB liveมาตั้งแต่ปลายธค ปีที่แล้ว น้องออฟ
ก็เริ่มliveตอนแรก ที่ชื่อว่า รวมEventหุ้นไทยปี64
โดยเริ่มเกริ่นเรื่อง Covid-19ที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย
น้องออฟโชว์short note
เรามาวิเคราะห์เหตุการณ์ที่มากระทบเศรษฐกิจ และ เราวิเคราะห์ต่อว่า
ธุรกิจไหนไม่ได้รับผลกระทบ ธุรกิจไหนที่ได้รับผลกระทบ
และเราไปแยกว่าอุตสาหกรรมไหนบ้างที่ถูกกระทบ และ กระทบหนักแค่ไหน
กลุ่มที่ถูกกระทบหนักคือกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งCovidทำให้นักท่องเที่ยวหายไป
ส่วนธุรกิจที่ไม่ถูกกระทบแล้วยังได้ประโยชน์ด้วยซ้ำ
เรามาดูธุรกิจกลุ่มนี้กันก่อนครับ
กลุ่มโรงพยาบาล แยกเป็น กลุ่มที่ถูกกระทบ และไม่ถูกกระทบ
ช่วงแรกที่ไวรัส Covid-19เข้ามา มีค-เมษา คนตื่นตัวมาก
ถ้าไม่จำเป็นจะไม่เข้ามาที่รพ ดังน้ันรายได้OPDจะลดลงอย่างมาก
ดังนั้น รพ ไหนที่มีลูกค้าต่างประเทศมากกว่า50%จะกระทบมาก
บางรพ รายได้หายไปหลักพันกว่าลบ
บางรพ ก็ถูกกระทบน้อย เพราะมีรายได้จากประกันสังคมเข้ามา
ทำให้ถ้าดูงบอย่างเดียวอาจมองไม่เห็นว่า รพ นี้เคยถูกกระทบจากไวรัสเลย

กลุ่มรพ ที่ไม่กระทบ Valuationดูว่า ถูกหรือแพง
ซึ่งช่วงไวรัสมา ราคาส่วนใหญ่ลงมาทุกตัว เพราะไม่รู้ข้างหน้าจะดีขึ้นเมื่อไหร่
แต่เมื่อคนเริ่มหายตกใจ และ เริ่มเห็นว่าการขายใกล้หมด จะเริ่มมีกำลังใจ
เวลาฟื้น หุ้นเติบโตจะแพงกว่าปกติมาก น้องออฟก็เจอว่าตกรถไปเพราะถือหุ้นเต็มพอร์ต
เลยไม่ได้enjoyช่วงนี้ แต่กลุ่มนี้ต้องขุดหากัน
กลุ่มที่โตได้ จะเป็นจุดสนใจและเด่นขึ้นมา
ส่วนถัดมา กลุ่มที่โดนกระทบ
อยู่รอดหรือเปล่า ถ้ามีความเสี่ยงต้องเพิ่มทุน ก็จะหลีกเลี่ยงไปก่อน
ถ้าเลือกได้ อยากเลือกหุ้นที่รอดได้ งบกำไรขาดทุน ไม่ติดลบ และ กระเเสเงินสดเป็นบวก
PE ไม่สูง
ส่วนที่โฟกัส คือ หุ้นที่อยู่รอด จะดูต่อว่า ราคาหุ้นฟื้นหรือยัง
1.หุ้นที่รอด และราคาหุ้นฟื้นตัวไปแล้ว
2.หุ้นที่รอด และราคาหุ้นยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งเป็นกลุ่มที่น้องออฟสนใจ เช่น
กลุ่มธนาคารที่พูดคุยกันในช่วงปลายปี63
เวลาวิกฤต ปกติกลุ่มธนาคารจะโดนเทก่อน
เวลาลงแรงๆ ถ้าขึ้นก็จะขึ้นแรงด้วย บางตัวจะขึ้นถึง 30-40%
จริงๆถ้าเราเข้าไปดูว่าโดนกระทบเท่าไหร่ และ ตลาดมองลบเกินไปหรือเปล่า
บางคร้ังราคาลงมากเกินไป ก็จะเป็นโอกาสของนักลงทุนวีไอ

อีกกลุ่มนึงคือ ได้รับผลกระทบ แต่ฟื้นตัวเร็วในแง่ผลประกอบการ อีกหน่อยก็ฟื้นเร็ว
ตอนนี้น้องออฟโฟกัสกลุ่มน้ีอยู่
ดังนั้นสรุปกลุ่มที่น้องออฟสนใจ จะมีสามกลุ่มคือ
1.กลุ่มที่ไม่กระทบ และ valuationไม่แพง
2.กลุ่มที่ถูกกระทบ อยู่รอดได้ และราคาหุ้นยังไม่ฟื้น
3.กลุ่มที่ถูกกระทบ แต่ฟื้นตัวเร็วมาก

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้
วัคซีนเริ่มมาไทย สามารถใช้กับไวรัสที่กลายพันธ์
เส้นทางวัคซีนของไทย ข้อมูลจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
1.Sinovac เริ่มเข้ามาไทย กพ นี้ เริ่มส่งมอบ 200,000โดส
และทยอยส่งถึงเมษา อีก 1.8 ล้านโดส
(ประสิทธิภาพที่ทดลองที่บราซิลแค่เกิน50%มานิดเดียว)
2.AstraZeneca เริ่มส่งมอบใน พค 26ล้านโดส
และ ตค จะเริ่มถ่ายทอดความรู้ให้สยามไบโอไซเอนซ์ของไทย
ปัจจุบันยังเจรจากับ Pfizer, Moderna และอื่นๆเพื่อให้ได้วัคซีนตามาเป้า70ล้านโดส
ล่าสุดนายกระบุจัดหาวัคซีนเพิ่มอีก 35 ล้านโดส

มองว่าวัคซีนกระจายไปทั่วประเทศภายในกลางปีหน้าแล้ว
กลุ่มประชากรอย่างน้อย40-50%ได้รับวัคซีน ทำให้คนกลางที่แพร่เชื้อถูกตัดตอน
และควบคุมโรคได้ ทำให้เกิดภาพดังกล่าวตามสไลด์แนบ
ต่างประเทศเริ่มฉีดวัคซีนแล้ว ส่วนไทยอยู่ในช่วงจัดหาวัคซีน
เมื่อวัคซีนมาไทย เกิดภูมิคุ้มกันหมู่
กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว

มาตราการที่ทางรัฐช่วยเหลือลูกหนี้ สามารถดูจากFB ของธนาคารแห่งประเทศไทยได้ เช่น
1.Soft loanเพิ่ม
2.ปรับโครงสร้างหนี้ รับความช่วยเหลือ ผ่อนยอดลดลง
3.ยืดหนี้

น้องออฟได้พูดคุยกับสองสถาบันการเงินและได้ข้อมูลมาว่า
มาตราการคราวนี้ ไม่เหมือนคราวที่แล้ว
ใครที่มีปัญหาก็เข้ามาติดต่อ ยังมีแค่ไม่ถึง10%ที่ยังมีปัญหา
ก็จะปรับโครงสร้างหนี้ให้ แต่ถ้าลูกค้าที่มีปัญหาที่แก้ไม่ได้
ก็เอาสินทรัพย์มาเพื่อล้างหนี้ จะไม่เหมือนคราวที่แล้วที่freezeหนี้ไว้

หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้น บริษัทที่ไปไหว ก็จะลงทุนเพิ่มขึ้น
แต่ถ้าบริษัทไหนที่ไม่ฟื้น หลังเศรษฐกิจฟื้น ก็จะกลายไปเป็น​NPL
ซึ่งน้องออฟคิดว่า ไม่น่าจะน้อย ก็จะมีระดับนึง
หลังเศรษฐกิจฟื้น ก็จะเห็นว่ามีรายไหนไปไม่ไหวบ้าง
หวังว่า เอาใจช่วยบริษัททุกบริษัทนะครับ

หลังจากวัคซีนมา ก็มีการฉีดวัคซีนในต่างประเทศ เริ่มเปิดประเทศมากขึ้น
มีการลงทุนเพิ่ม เกิดการรักษาพยาบาล เช่น IVF และ มีการท่องเที่ยวในเฟสถัดไป
หลังจากอั้นการลงทุนจากก่อนหน้านี้

ปัญหา pain point 4 อย่าง
1.การฉีดวัคซีน60ล้านคน
2.การจัดการ npl
3.กิจกรรมที่ถูกอั้นไว้
4.การกระตุ้นเศรษฐกิจ อาศัยการบริโภคในประเทศอย่างเดียวก็อาจไม่พอ
แต่ปัจจัยจากต่างประเทศ จะกระตุ้นอย่างไร ดังนั้นรัฐบาลจะกระตุ้นกำลังซื้อ
ในประเทศก่อน
น้องออฟไม่คาดหวังว่าจะช่วยได้ แต่ถ้ามา ก็ลองหาดู อาจลงทุนเป็นรอบๆ
พอfactออกมา ก็ทำกำไรเป็นรอบไป

ให้ผู้ฟังไปคิดต่อว่า ใครได้ประโยชน์บ้าง

บางธนาคารเริ่มปรับตัว ไปเชื่อมกับส่วนต่างๆ เช่น Grab food
ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงเทรนดอกเบี้ยขาขึ้น ก็จะได้ประโยชน์

Theme ต่อมา คือ รถยนต์ไฟฟ้า ที่เปลี่ยนจากใช้น้ำมันมาใช้ไฟฟ้าแทน
กับอีกส่วนที่ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ รวมถึง IOT ที่เชื่อมโยงกับชิ้นส่วนรถยนต์
ชิปที่แต่ก่อนอยู่ในเครื่องPC จะเข้ามาในรถยนต์
ดังนั้น กลุ่มอิเลคทรอนิคส์ เช่น KCE,Delta, Hana ก็จะไม่ได้หยุดเฉพาะ 5G
Plain point ของรถยนต์ คือ ใช้เวลาchargeนาน เช่น 10-30นาที
ไม่เหมือนกับเติมน้ำมัน ใช้เวลาไม่นาน
แต่อาจใช้วิธีการเปลี่ยนแบต ดังนั้นอาจเป็นธุรกิจ ซื้อรถและพ่วงการการซื้อแบตด้วย

กลุ่มอุตสาหกรรม. วิเคราะห์โอกาสในการลงทุน

-อาหารและเครื่องดื่ม เช่น Functional drink และ ฉลากดูน่าสนใจ

-ธนาคาร มองอนาคต ยังมีdoubtถึงแม้ถูกระดับนึงก็ตาม NPL จะมาไหม
เช่น npl Aeon เพิ่มจาก3มา4% แต่ยังมีการสำรองค่อนข้างเยอะ

-Finance ชอบมาตั้งแต่ปลายปี แต่valuationเริ่มไม่น่าดึงดูด ราคาขึ้นมาแล้ว
รวมถึง financeนอกสายตาก็ขึ้นมาแล้ว
แต่มีตัวที่เช่าซื้อ บางตัวPE 8 เท่าก็ยังน่าสนใจ

-กลุ่มประกันก็ยังเฉย

-ยานยนต์ มีปัญหาเรื่องการหาชิ้นส่วนในการผลิต

สายเรือทำให้กระทบต่อการจัดหาวัตถุดิบยานยนต์ทำให้บางค่าย
ปรับประมาณการผลิตรถยนต์ลดลง ต้องติดตามดู

-ไม่ถนัดกลุ่มปิโตรเคมี บางคนชอบก็น่าทำการบ้าน

-บรรจุภัณฑ์ ชอบแต่หาตัวเล่นไม่ได้ ตัวที่เก่ง SCGP เคยลงมาพักเดียวตอนนี้เกือบAll time highแล้ว บางตัวก็เจอเรื่องกำลังการผลิต Kerryราคาก็ซื้อไม่ลงเรลย

-วัสดุก่อสร้าง น่าจะมา

-อสังหาริมทรัพย์ ชอบบางตัวที่ทำได้ดีมาก
น่าจะมาพร้อมกับธนาคาร เวลาวิกฤต ลงก่อนคนอื่น ตอนนี้ขึ้นมาเเล้ว

-รับเหมา จะมา แต่ไม่คาดหวัง บางทีจะมีstoryให้เราเห็น

-พลังงาน และ พาณิชย์ ดูน่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มไอที 5G ทำให้ดูน่าสนใจ

-การแพทย์ Q4 63 ก็ฟื้นแล้ว ปีนี้น่าจะดี รพ รอบที่แล้ว คนกลัวเยอะ คนติดน้อย
รอบนี้ คนกลัวกลางๆ แต่ติดกันเยอะ บางจังหวัด ต้องมี รพ สนามกันเลย
ดูน่าสนใจ รวมถึงการฉีดวัคซีน รอบนี้ipdในกลุ่มรพในจังหวัดที่ระบาดขึ้นทุกตัวเลย
ถ้าใครไม่รีบและรอวัคซีนได้ ให้รอAstraZeneca ดูน่าจะดีกว่า
สุดท้ายถ้าภาครัฐหาไม่ได้บางส่วน เอกชนก็จะหามาเอง
ปีนี้รพ น่าสนใจ รวมถึง รพ ที่มีคนไข้ต่างประเทศและราคาลงมาแรงก็น่าสนใจ

-สิ่งพิมพ์ ท่องเที่ยว รู้สึกเฉยๆ

-ICT และชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ story&centimentมา สุดท้ายใครทำได้ใครทำไม่ได้
ก็ต้องลองติดตามดูอีกครั้ง


4 Sector ที่น่าสนใจ:
Finance, การแพทย์ , พาณิชย์ , เลือกจากBottom up (ไม่สนภาพใหญ่ แต่ดูเป็นรายบริษัท)

Valuation
1.หุ้นดี
2.ราคาเหมาะสม

สุดท้ายขอบคุณน้องออฟที่มาสรุปเหตุการณ์และกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนครับ



miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18127
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by miracle » Fri Jan 15, 2021 12:10 pm

สวัสดีปีใหม่ ครับ

:)


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Sat Jan 16, 2021 7:02 am

กลยุทธ์วีไอปี64 ตอนที่5 ในปีแห่งการฟื้นตัว
ข้อคิด:การลงทุนในต่างประเทศ?
และเส้นทางลงทุนกับเส้นทางธรรม
โดย อาจารย์ชาย มโนภาส

พิธีกรดำเนินรายการ
ดร ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา
ดร นิเวศน์. เหมวชิรวรากร

อาจารย์นิเวศน์เริ่มคำถามแรก กับอดีตนายกThaivi
ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การลงทุนในปีนี้ไหม
เพราะเจอหุ้นที่อยู่ๆก็ขึ้นและลงทีละ20-30%
Volumnซื้อขายของSETสูง 100,000กว่าล้านบาท

อาจารย์ชายตอบว่า สำหรับผม หลักการลงทุนในการลงทุนแบบวีไอก็เหมือนเดิม
ถึงแม้สภาพแวดล้อมในการลงทุนจะเปลี่ยนแปลงไป
ผมอ่านresearchของตปท ตอนนี้ในโลกสภาวะที่คล้ายกัน
เงินล้นโลก ปริมาณเงินM1,M2 สภาพคล่องสูงล้นโลก
การเก็งกำไรก็สูง สินทรัพย์แบบบิตคอยก็ผันผวนสูง
ดอกเบี้ยต่ำ คนเลยเอาเงินไปลงทุนแบบเสี่ยงดีกว่า
ไม่แน่ใจที่ขึ้นจาก ปัจจัยพื้นฐาน หรือ การเก็งกำไร

หลักการของผมคล้ายเดิม ที่เปลี่ยนแปลงคือ
สนใจในบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น จากการอ่านresearch
ทุกอย่างจะต่อเชื่อมกันด้วยinternet
4Gที่เกิดขึ้นทำให้การเชื่อมโยงผ่านinternet
ข้อมูลข่าวสาร ทั้งข้อมูลวิเคราะห์ ด้านสาระ และบันเทิง
ข้อมูลได้รับการเชื่อมผ่าน4G
พอ5Gเกิดขึ้น ผมเชื่อว่า
การเชื่อมโยงinternet of thing (IOT)มากขึ้น ซึ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม 100 เท่า
เปรียบเหมือนกับ ถนนเปลี่ยนจาก 1 เลน เป็น 100เลน
การเชื่อมโยงของอุปกรณ์ง่ายขึ้น
เช่น Telemedical, Smart Manufacturing , Autonomous จะสนใจมากเป็นพิเศษ
ที่เปลี่ยนไปในการดู Ratio เช่น PB จะมีผลค่อนข้างมาก ซึ่งสินทรัพย์เมื่อก่อนเรามาจาก
Manufacturing base สินทรัพย์ส่วนใหญ่จะเป็นสินทรัพย์จับต้องได้(Tangible )
ต่อไปเชื่อว่า สินทรัพย์ส่วนใหญ่ก็จะกลายเป็น สินทรัพย์แบบจับต้องไม่ได้ (Intangible)
เช่นบริษัท Software company
ต้องดูทรัพย์สินมากกว่าเดิม มีpatientอะไรบ้าง Softwareอะไรบ้างที่ก่อให้เกิด
กระแสเงินสด
อะไรที่ไม่เข้าใจ ก็จะไม่ลงทุนเหมือนเดิม

อาจารย์ไพบูลย์ถามอาจารย์นิเวศน์ ว่าหุ้นที่ผันผวน ได้กำไรในเวลาเพียง1-2 วัน
อาจารย์นิเวศน์ตอบว่า ไม่ทำอยู่แล้ว ไม่สามารถปรับตัวไปลงทุนแบบนี้ได้
คนรุ่นใหม่คิดกำไรกันเป็นรายวันเช่น ต้องได้วันละแสนบาท
เขาจะทนไหวเหรอ ที่ถือหุ้นและไม่ไปไหนเลย แต่หุ้นอยู่บนกระดาน
ที่ขึ้นทุกวัน เลยย้ายไปหุ้นที่ผันผวน ตอนนี้หุ้นที่ถูกconnerกำไรวันละ
25% แต่เขาบอกว่ามีวิธีในการลงทุน
มีผู้นำในการจับตาหุ้นแต่ละตัว อาจารย์ไม่อยากไปยุ่งถึงแม้จะเจ็บใจก็ตาม
หุ้นที่ถือจะนิ่งไปอีกกี่ปี

อาจารย์ไพบูลย์บอกว่า ประวัติศาสตร์สอนเราว่า
ปีนี้จะมีนักลงทุนรวยหุ้นด้วยการลงทุนแบบนี้100คน
แต่พอผ่านไปปีนึงจะเหลือแค่5คน อีก90กว่าคนก็ตายจะตลาดไป
เป็นแบบนี้มาตลอด ใครจะเป็น5คนที่รอดซึ่งจะรวยมากๆ
และจะไปสร้างความรู้สึกว่าลงทุนแบบนี้จะได้กำไรมากๆ

กลับมาถามอาจารย์ชายว่า ที่พูดมาทั้งหมดในไทยมีไหม
อาจารย์ชายตอบว่า เมืองไทยหายาก เพราะเรายังเป็นmanufacturing base
และขึ้นกับการท่องเที่ยวด้วย(17%ของGDPในปี62)
ถ้าเป็นเทคโนโลยีสูง , Software company , Software as a service
หายาก ถ้ามีก็จะเป็นบริษัทเล็กๆ 2-3 บริษัทในตลาดต่างประเทศ
แต่หาได้เยอะในตลาดต่างประเทศ
ถ้าเป็นนักลงทุนในตลาดมา5ปี ควรศึกษาสัก1-2ปี
เพื่อศึกษาความรู้และกฏเกณฑ์ต่างๆ
แต่ถ้าใครที่คิดว่าเชี่ยวชาญอยู่แล้ว ไปลงทุนตปทก็จะได้ความรู้กว้างขวาง
นำไปใช้กับตลาดหุ้นไทยได้ แต่ต้องระวังเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราด้วย
เพราะภาพแมคโครเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน
เช่นในละตินอเมริกา อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน10%กว่า
ถ้ากำไรหุ้นแล้วมาขาดทุนค่าเงิน อยู่ตลาดหุ้นไทยจะดีกว่า

อาจารย์ไพบูลย์ถามว่า มีบลจเปิดกองทุนใหม่ๆเยอะ โดยเฉพาะ
ไตรมาสสี่ปีที่แล้ว นักลงทุนไทยซื้อกองทุนหุ้นแบบนี้ดีไหม
อาจารย์ชายตอบว่า เป็นทางเลือกที่ดี กองทุนมีหลากหลายต้องจัดสรรให้ดี
หลายกองคิดค่าธรรมเนียมค่อนข้างแพง ซื้อตรงจะดีกว่า
ถ้าเราเชื่อใจ ผจก กองทุน และถืออย่างเข้าใจ
แต่ไม่เห็นด้วยที่ซื้อกองทุนตามแห่
อยู่ดีๆNAVกองทุนลดลงอย่างมาก
ดังนั้นควรศึกษากองทุนให้ดีก่อนลงทุน เหมือนกับการซื้อหุ้น
ที่เราต้องศึกษาก่อนการลงทุน ให้รู้ว่ากิจการทำอะไรอยู่ในอุตสาหกรรมอะไร

เราต้องรู้ว่า กองทุนนี้ปันผลหรือเปล่า มีการhedgeอัตราแลกเปลี่ยนหรือไม่
ลงทุนfeeder fundกองเดียวหรือเปล่า

ปี63ลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน20%ของport
ปีนี้ก็คงสัดส่วนเท่าเดิม เพราะยังลงทุนหุ้นไทยได้ดี
ต้องรักษาสุขภาพ เพราะการลงทุนต่างประเทศ ต้องนอนดึกเพื่อดูหุ้น
บริษัทที่ขึ้นราคาสูงๆได้ในต่างประเทศ ทุกๆปีต่อเนื่องยาวนาน
มีค่อนข้างมาก แต่หายากในตลาดหุ้นไทย แต่ก็ยังมีบริษัทที่น่าสนใจเหลืออยู่บ้าง
ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Domestic play ทางด้านบริการ
แต่ถ้าพวกการผลิต ไม่ค่อยมีหุ้นในเมืองไทยมากนัก
มีบ้างซึ่งไม่ได้ลงcapexไม่มาก แต่สามารถขยายงานต่อไปเรื่อยๆ

ส่วนตลาดหุ้นเวียดนามมีpotential
อาจารย์ชายมองว่าศักยภาพในการลงทุน ไม่สามารถลงทุนได้3-4ประเทศ
ผมเลยลงทุนในต่างประเทศแค่ที่เดียว ไม่ต้องไปศึกษา accounting policy
หลายประเทศ ซึ่งมีกฏเกณฑ์ที่ไม่เหมือนกัน
การลงทุนในไทยได้ผลตอบแทนชนะเงินฝากมาหลายปี
มีecosystem ที่ทำให้การลงทุนได้ผลตอบแทนดี เช่น
มีเเหล่งข้อมูลที่ดีมากจาก Webboard Thaivi, Settrade.com,set.or.th
นอกจากนี้ มีรายการหลายรายการที่ให้ความรู้ข้อมูลข่าวสาร เช่น Moneytalk
เลยเลือกอเมริกา ซึ่งมีecosystemพอๆกับที่หาได้ในเมืองไทย
มีwebboard รายการที่ให้ข่าวสารเยอะมาก
ปัญหาคือดูไม่ทัน ก็เลยเลือกลงทุนในอเมริกา
ส่วนที่เวียดนาม ก็สนใจ ถ้าดูจาก GDP, รายได้ประชากรต่อหัว มีโอกาสเติบโตอีกมาก
แต่ได้ยินว่า นักลงทุนบางท่านไปเรียนภาษาเวียดนาม ผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้

อาจารย์นิเวศน์ ไปลงทุนที่เวียดนามแบบETFในช่วงหลัง
ส่วนอาจารย์ก็ลงทุน5 ตัวในตลาดหุ้นอเมริกา
โดยเน้นหุ้นเทคโนโลยีเป็นหลัก
ส่วนหุ้นที่ถือ market cap อย่างน้อยสุด 20,000ล้าน$
หุ้นในBig tech สามารถทำได้หลายธุรกิจและเปลี่ยนไปทำธุรกิจได้ง่ายมาก
ก็เลยมีถือหุ้นลักษณะไว้เหมือนกัน
หุ้นฮุนได ขึ้นมา20%กว่าหลังมีข่าวว่าจะพัฒนารถกับบริษัทApple

อาจารย์ไพบูลย์ บอกว่า อาจารย์ชายดำเนินชีวิตในสายธรรมด้วย
เป็นลูกศิษย์ของ พระอาจารย์ภาวนาวิสุทธิญาณเถร(แบน ธนากโร) วัดดอยธรรมเจดีย์
ปฎิบัติธรรมตลอด อายุเพียง49ปี ถึงเวลาปรับชีวิตไปทางใดทางหนึ่งมากขึ้นไหม

อาจารย์ชายตอบว่า ทุกวันนี้ที่ปฏิบัตอยู่ คู่ขนานกันไป ทั้งสายธรรมและการลงทุน
ตอนเช้าตื่นมาปฏิบัติ เดินจงกรม หนึ่ง ชม และนั่งสมาธิ หนึ่งชม
สามารถเดินในคอนโดได้เลย ถ้าจดจ่อกับการมีสติ ก็จะไปเดินในสวนสาธารณะก็ได้
อาจารย์ไพบูลย์บอก เดินจงกรม โดยอยู่กับที่ก็ได้
ส่วนการออกกำลังกาย โดยตีแบตสัปดาห์ละสองครั้ง

สำหรับการให้คำแนะนำกับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เป็นวีไอ
นักลงทุนรุ่นใหม่ไม่ควรลงทุนอะไรที่ไม่เข้าใจ โดยไม่เข้ากลไกของบริษัท
อาจารย์ชายจะไม่สนใจว่าจะชนะหรือแพ้ตลาด
เปรียบเหมือน ชอบเล่นบาส แล้วมีคนมาชวนเล่นบอล โดยมีรางวัล
ซึ่งถ้าเราย้ายไปเล่นบอล ก็อาจแพ้ได้เพราะเราไม่ชำนาญกับกีฬาใหม่
ดังนั้นผมอยู่กับที่ลงทุนแบบเข้าใจธุรกิจเป็นอย่างไร เข้าใจผู้บริหารของบริษัทนั้น

ในโลกของการลงทุนที่สภาพคล่องสูง จะมีเหนือการคาดหมาย
คนที่ไปซื้อ negative bond yield มูลค่าของบอนด์ 15ล้านล้าน $
เท่ากับmarket cap ของตลาดแนสแดกตอนนี้
เกิดจากการเก็งกำไร และ regulationของบริษัทประกันว่าต้องซื้อ
ถึงแม้ดอกเบี้ยติดลบก็ตาม
ซึ่งมูลค่าขนาดนี้อาจทำให้เกิด super bubble
ถ้าโรคระบาดหายไป เงินเฟ้อจะกลับมาเร็วมาก เพราะดอกเบี้ยของบอนด์กินดอกเบี้ยต่ำมาก
อาจารย์ไพบูลย์เสริมว่า เงินเฟ้อเพิ่ม จะทำให้เกิดการซื้อทรัพย์สินมาก และจะเกิดฟองสบู่

อาจารย์ชายไม่ห่วงว่าพอร์ตจะunderperformถ้าไม่ได้ลงทุนสินทรัพย์ที่ขึ้นมาเยอะ
แต่อาจมีเล่นบ้างเล็กน้อยเพื่อหาประสบการณ์ เช่น
เทสล่า ตอนแรกก็ไม่สนใจ พอศึกษามากขึ้น ก็เห็นเหตุผลที่ทำไมราคาขึ้น
แต่ไม่เอาเงินส่วนใหญ่มาลงทุน

ส่วนอาจารย์นิเวศน์ ไม่ลงทุนแบบนี้เลย ไม่รู้จะทำไปทำไม อายุขนาดนี้
Enjoyกับชีวิตดีกว่า
อย่างตลาดเวียดนาม ควรศึกษามากกว่านี้ แต่ก็ไปลงทุนผ่านETFดีกว่า

อาจารย์ชายบอกว่า เมืองไทยยังมีสิ่งนึงที่undervalue
ทางภูมิศาสตร์ เราเหมาะเป็นศูนย์การlogistic โดยต่อรถไฟรางเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน
รวมทั้งถนน ทำให้เพิ่มมูลค่ากับที่ดิน
ที่ดินเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านถูกมาก และเป็นfreeholdด้วย
Wealthของประเทศไทยมีโอกาสขยับขึ้นอีก จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดิน
และสำหรับคำถามเรื่องสัดส่วนในการลงทุนต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นไหมในอนาคต
อาจารย์ชายตอบว่า มีแนวโน้มจะขยายพอร์ตลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น
จะหลีกเลี่ยงบริษัทที่ไม่สามารถต่อเชื่อมกับinternet , IOTได้
บริษัทคาร์เทอพิลาร์ ผลิตรถขุดดิน ตอนนี้เป็นAutonomousแล้ว
ถ้าเราเข้าไปที่เหมือง จะไม่เห็นคนในเหมือง รถทำงานเองหมด
บริษัทที่เป็น old economy แต่ก็เอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ก็ดูน่าสนใจ
แต่valuationอาจไม่เท่าบริษัทเทคโนโลยี
มีmarket share ใหญ่กว่าอันดับสองและสามรวมกัน

สำหรับหุ้นเทคโนโลยี น่าลงทุนแต่ต้องดูว่าราคาแพงไปหรือไม่
บัฟเฟตต์ ตอนที่ซื้อapple ก็ซื้อในราคาที่ดีมาก ซึ่งห้าปีที่ผ่านมา
ชนะamazon , google (สรุปคือเลือกหุ้นที่ดีในราคาที่เหมาะสม)

สุดท้ายขอขอบคุณ อาจารย์ชาย ที่มาให้ความรู้
และขอบคุณอาจารย์ไพบูลย์ และ อาจารย์นิเวศน์ สำหรับคำถามดีๆครับ



User avatar
Nevercry.boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4624
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by Nevercry.boy » Mon Jan 18, 2021 10:42 am

จารย์หมอหนึ่งครับ
ผมกำลังจะเดินทางไปหาดใหญ่
ผมรบกวน อาจารย์ ทักหลังไมค์ มาทีครับ ขอบพระคุณอย่างสูง

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Mon Jan 18, 2021 4:02 pm

กลยุทธ์ลงทุน เอก ธำรง ภาค3
2564

แนะนำอ่านภาคหนึ่งและสองในโพสต์ด้านล่างก่อนครับ เรียงกันมาเลยเป็น 321

หรือจะกดอ่านจากลิงค์ที่แนบให้ก็ได้ครับ

ภาค1
https://www.facebook.com/10224555446661 ... xtid=0&d=n

ภาค2
https://www.facebook.com/10224555446661 ... xtid=0&d=n

อ่านจบแล้วมาต่อกันเลย

หุ้นที่ขึ้นได้เยอะมี2อย่าง

1หุ้นที่ลงมาเยอะจากสถานการณ์ชั่วคราว

ถ้าสถานการณ์เหมือนเดิมทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมราคาน่าจะกลับไปเหมือนเดิมและเติบโตขึ้นถ้าทุกอย่างดูดีขึ้นรายได้และกำไรมีโอกาสเติบโตขึ้น

2หุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงจากขนาดของตลาดที่ใหญ่มาก

แล้วบริษัทนั้นนั้นมีโอกาสที่จะกินส่วนแบ่งตลาดได้สูงแต่ตอนนี้ยังมีไม่เยอะ เมื่อไหร่ที่มีความชัดเจนระดับหนึ่งว่ามีโอกาสทิ้งห่างคู่แข่งเยอะมาก(เช่นมีเทคโนโลยี ข้อมูล โนว์ฮาวเหนือกว่าเบอร์สองมากๆ)มันจะขึ้นได้เยอะและมีโอกาสขึ้นได้เยอะอีกหลังจากทุกอย่างชัดเจนเรียบร้อย (รถอีวี เทค) แล้วพอมันชัดแบบโอกาสพลาดน้อย หุ้นมีโอกาสที่จะขึ้นล่วงหน้าหลายปี (ตัวอย่างหนึ่งคือช่วงเดือนเมษาปีที่แล้วความเข้าใจคนส่วนใหญ่วัคซีนมาอย่างเร็วคือกลางปีนี้ หลังจากโดนเซอร์กิตเบรคเกอร์สองวันติดเดือนมีนาหลังจากนั้นก็เป็นขาขึ้นชัดเจนแม้ว่าจะเป็นระยะเวลาเกินสามถึงหกเดือนก็ตาม)

ขอขยายความข้อ1

ปีที่แล้ว(ย้ำ)ผมมีคิดถึงธีมการลงทุนตอนช่วงปิดเมือง ว่าใครที่โดนโควิทเล่นงานสูงสุด (และแน่นอนยิ่งลงมาเยอะยิ่งกลับไปเยอะ มีข้อแม้อย่างเดียวคืออย่าตายก่อน)

มุมมองนี้เรียกว่า ท๊อปดาวน์ มองจากภาพใหญ่ลงไปภาพย่อยซึ่งก็คือบริษัท

ซึ่งก็คือภาพของการท่องเที่ยว

ช่วงนั้นผมคิดถึงหุ้นเรือสำราญที่ราคาตอนนั้นลงไปน่าจะ 70%

ธรรมชาตินักท่องเที่ยวที่ล่องเรือสำราญมันคือการท่องเที่ยวและพักผ่อนจริงๆ และใช้เงินไม่น้อย ดังนั้นการที่เศรษฐกิจจะกลับมาดีเหมือนเดิมและให้ความมั่นใจให้ลูกค้ากลับไปใช้บริการใหม่มันน่าจะต้องใช้เวลา

พลันคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นช่วงต้นปีที่แล้ว ที่แต่ละประเทศไม่ยอมให้เรือเทียบถ้าเลยเพราะกลัวจะมีคนติดโควิดแล้วไปติดคนในประเทศ ผู้โดยสารคงไม่น่าจะกลับมาได้ง่ายๆ โดยเฉพาะภาพจำที่เห็น และน่าจะมีความกังวลว่าการไปอยู่ในเรืออย่างน้อยหลายวันถ้ามันจะติด โอกาสก็สูง

มันจะมีอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่เหมือนกันซะทีเดียวแต่ก็เหมือนกันมากที่สุด

ผมคิดถึงสายการบิน

ซึ่งมีแนวโน้มที่ควรจะกลับมาให้บริการได้เร็วกว่าเรือสำราญ ในประเด็นการใช้เวลาอยู่ในเครื่องบินก็น้อยกว่าในเรืออย่างเห็นได้ชัด(ไม่กี่ชั่วโมง/ครั้ง) ในแง่ค่าใช้จ่ายก็น้อยกว่ามาก แล้วในการเดินทางก็ต้องใส่หน้ากากซึ่งผมคิดว่าคนคุ้นชินกันแล้ว ความปลอดภัยก็มีอยู่สูง แน่นอนผมรู้ข่าววอร์เรนบัฟเฟตขายหุ้นสายการบินทิ้ง แต่เข้าใจว่านั่นเป็นช่วงก่อนที่จะมีความชัดเจนอย่างหนึ่งซึ่งเป็นหัวใจสำคัญเกิดขึ้นตามมา

นั่นคือโซเชียล ดิสแทนส์ หรือการนั่งที่นั่งแบบมีระยะห่าง

ไม่ต้องคาดการณ์ประเมินมูลค่าอย่างรอบคอบ ก็เดาได้แล้วว่ารายได้คงหายไป 50% แล้วถ้าเป็นอย่างนี้กลุ่มนี้ก็จะไม่น่าสนใจอีกเลย (อัตรากำไรสุทธิสมมติ 20% ยังไม่น่าสนใจเลยเพราะรายได้ 100 เหลือ 50)

สุดท้ายการเดินทางด้วยเครื่องบินทุกวันนี้นั่งกันเหมือนเดิม กินอาหารได้เหมือนเดิม สิ่งที่แตกต่างอย่างเดียวคือทุกคนใส่หน้ากากเข้าหากัน

ในไทยมีอยู่4ตัว ba aav thai nok ตัวแรกเป็นตัวที่รอดแน่นอนสถานะทางการเงินเข้มแข็งมั่นคงเน้นการบินที่สมุยและเมืองรอง ตัวที่2บินไปทั่วด้วยสัดส่วนการบินช่วงปกติในประเทศ 60-70% ที่เหลือเป็นต่างประเทศ ในแง่การเงินมีความเสียวกว่าตอนแรกมาก สองตัวหลังเหมือนอยู่กลุ่มเดียวกันคือกลุ่มฟื้นฟูกิจการ

สิ่งที่น่าสนุกคือภาพมันชัดแล้วว่าวัคซีนจะมาในปีนี้เยอะมาก มีวัคซีนก็จบ แต่ดันมีโควิดระบาดรอบสอง ตอนนี้มีแต่คนมองแย่ ยอดการบินเดือนมกราไม่ดีแน่นอน(อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ช่วงหลังคนอยู่ในกรุงเทพบางพื้นที่ สมุทรปราการจะบินไปเที่ยวภูเก็ตต้องมีตรวจโควิดก่อนและลงทะเบียนนะครับ) การจราจรไม่ค่อยติดขัด โบรคส่วนใหญ่แนะนำเลี่ยงการลงทุน วันนี้ทุกอย่างดูไม่ดีเลย มันทำให้ผมคิดถึงตอนที่ทองราคาลงไปต่ำกว่าต้นทุนจากการขุดจากที่เหมือง แล้วสุดท้ายทุกอย่างมันก็จะกลับไปที่เดิมที่มันควรจะเป็น

ที่น่าสนุกกว่าเดิมคือคนรอดมีโอกาสสูงที่จะกินส่วนแบ่งการตลาดของคนที่ไม่รอดหรือคนที่ร่อแร่มาเป็นส่วนแบ่งของตัวเองได้ แล้วการเดินทางโดยเครื่องบินมันไม่ใช่การท่องเที่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์มันมีเรื่องของการเดินทางไปทำธุระด้วย ดังนั้นโอกาสเหลือที่นั่งว่างมัน <เรือสำราญ

mint centel ก็ไม่เลวตราบใดที่การท่องเที่ยวกลับมาก็กลับมาได้แต่ความน่าสนใจอาจจะน้อยกว่าสายการบินตรงที่ว่าคนจะนอนโรงแรมไหน กินอาหารที่ไหนก็ได้

มีแนบข้อมูลสำคัญๆในรูปเลยครับ มีเพิ่มเติมอีกหน่อยคือผู้บริหารเครือเอราวัณ ดุสิตธานีมีให้สัมภาษณ์เร็วนี้คิดว่าต่างชาติจะเริ่มกลับมาได้ครึ่งปีหลัง

เบื้องหลังจากใจ:สังเกตเลยว่าตั้งแต่ทำ Page นี้มา คอนเทนท์อะไรก็สู้คอนเทนท์สาระความรู้ที่ได้จากการเจอเซียน&วิเคราะห์หุ้นไม่ได้ ตอนแรกว่าจะเขียนสั้นกว่านี้มากแต่ก็เกรงใจคนที่ติดตามอ่าน มีหลังไมค์มาก็ไม่น้อย เลยเขียนยาวขนาดนี้ แต่จริงๆถ้าฟีตแบคมันดีกว่านี้เยอะคงเขียนแบบหมดเปลือก แต่เท่านี้แต่ละภาคก็ใช้เวลาไปเป็นชั่วโมงๆแล้ว

เท่านี้แล้วกันครับตอนหน้าคิดว่าน่าจะกลับมาถึงหุ้นรายตัวเอายอดไลค์&แชร์บ้างละ



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Wed Jan 20, 2021 10:02 pm

ซั่มหุ้น ปี64 20 มค 2021
ปัญหาโลกแตกในตลาดหุ้น ซื้อเมื่อไหร่&ขายเมื่อไหร่

หลังช่วงcovid จะเห็นหุ้นขึ้นเยอะมาก และมีปัญหาว่าจะขายตอนไหนดี
น้องออฟมาแชร์มุมมองเรื่องนี้
หัวข้อ
1.ซื้อหุ้นอะไรดี
2.ซื้อเมื่อไหร่
3.ขายเมื่อไหร่

1.ซื้อหุ้นอะไรดี : หุ้นที่มีปัจจัย
1.1แนววีไอ&หุ้นgrowth จับที่core business แล้วไปดูเรื่องอื่น ถ้าดีจริง แต่ราคายังไม่ขึ้น ไม่กลัวที่จะซื้อเลย
-ดูเรื่องกิจการที่ดี
-มีการเติบโต เน้นหุ้นเติบโต
-ราคาสมเหตุ&ผล ไม่ได้เน้นราคาถูก
บางครั้งนักวิเคราะห์ไปเจาะประเด็นและมาเผยแพร่ให้คนทั่วไปรู้ ทำให้ราคาวิ่งเลย
1.2แนวเก็งกำไรด้วยพื้นฐาน เช่นเก็งงบที่จะออกดี หรือ เก็งstory แต่ไม่สามารถทำต่อได้บ่อยๆ
-เก็งงบ
-เก็งstory
-เก็งการประมูลงาน
การลงทุนดูพื้นฐานเหมือนกันกับเก็งกำไรด้วยพื้นฐาน

1.3แนวเก็งกำไร กราฟเทคนิคมีหลายสาย เล่นสั้น เล่นยาว
เก็งด้วยกราฟ ไม่สนใจซื้อถูก แต่ซื้อแล้วขึ้นหรือเปล่า ต้องซื้อในแนวโน้มขาขึ้น
-เก็งแรงซื้อ
-เก็งแนวโน้มขาขึ้น
ทุกแนว มีแนวทางของตัวเอง แต่บางครั้งอาจเป็นหุ้นตัวเดียวกันได้

เวลาเป็นเพื่อนที่ดีสำหรับนักลงทุน
สายลงทุน เมื่อซื้อหุ้นที่ดี เวลาเป็นเพื่อนที่ดีของนักลงทุน
บางทีซื้อแพง เวลาก็มาช่วยทำให้เกิดกำไรในที่สุด

2. ซื้อเมื่อไหร่
2.1แนววีไอ&growth
-ดูที่ความคุ้มค่า
-upside ในเวลาหนึ่งปี หุ้นควรจะขึ้นเท่าไหร่ ถ้าส่วนต่างกว้างเช่น 30%ก็ถือเป็นโอกาสซื้อ
-ถ้าหุ้นไม่ขึ้น เราจะได้อะไร สำคัญมาก หลายครั้ง ซื้อแล้วหุ้นไม่ขึ้น
Upside จากหุ้นแพงแล้วมีโอกาสแพงได้อีก เราไปจับในจังหวะที่แพงเกินไป
สิ่งที่ได้ คือหุ้นที่แพง ถ้าเราคิดผิด ผลก็ไม่เกิด คือ ราคาไม่ขึ้น
ที่เราได้ 1. Dividend 4-5%
2.ได้ราคามาถูกเช่น PE 15 เท่า ปีหน้า PE จะลดลง เพราะหุ้นมีการเติบโต

หุ้นดี แต่อนาคตไม่ดี ก็ลงได้ ถ้าหุ้นที่ดี แต่ช่วงวิกฤตเช่น Covid ถูกdriveด้วยความกลัว
ก็มีโอกาสลงเยอะกว่าปกติ แต่ขึ้นกลับไปเป็น2เท่า
ถ้ามนุษย์ยังมีความกลัว ก็จะเกิดแบบนี้อีก คนที่รู้ก็จะใช้โอกาสนี้ซื้อหุ้นถูก
ถ้าเราเข้าใจภาพนี้ การpanicก็จะรู้ว่าควรทำอย่างไร

2.2 การเก็งกำไรพื้นฐาน
-เก็งงบ เช่น stockบวม แสดงว่ายอดขายจะโตในไตรมาสหน้า รวมถึงได้ต้นทุนดี ก็จะได้กำไรเยอะ
-storyมา
-ตัวปลดล๊อคมูลค่าหุ้น
-Upside

2.3 เก็งกำไร กราฟเทคนิค
-มีdemandเข้ามา
-ผ่านแนวต้านสำคัญ
-ทำnew high
-ย่อตัวในขาขึ้น

Fact ของการซื้อหุ้น
-เราไม่สามารถซื้อได้ที่ราคาต่ำสุด ไม่ต้องซีเรียส
-ซื้อเมื่อควรซื้อ เราจะรู้ด้วยตัวเองว่าตอนไหนน่าซื้อ บางครั้งถ้าหุ้นขึ้นไปก่อนเช่นเขียวสองวันติด ก็จะไม่ซื้อแล้ว
-ไม่ซื้อเพราะอยากซื้อ หรือ คิดว่าราคาจะขึ้น
พยายามไม่ใช้อารมณ์ในทุกขณะของการลงทุน

การประเมิน Upside (ผลตอบแทนของการลงทุน)

1.ประเมินแบบ Conservative ประเมินหุ้นที่เราประเมินได้ ถ้าไม่เข้าใจต้องหาวิธีอื่น
-ประเมิน รายได้-กำไร แบบโอกาสพลาดน้อย

2.คิดเผื่อคนซื้อ
-ทำไมจะมีคนมาซื้อต่อจากเรา
-ความเป็นไปได้ มีราคาที่คนยอมจ่าย

3.ขายเมื่อไหร่
3.1 แนววีไอ
-พื้นฐานเปลี่ยน
-Upside เหลือน้อย ไม่รอให้ถึงเป้า อาจไปก่อน เพื่อเข้าตัวใหม่
-ถึงแม้upsideเหลือน้อย แต่ไม่ขาย แล้วมองภาพใหญ่ มีโอกาสโตได้อีก หรืออยู่ในMega trend เช่นหุ้นค้าปลีก

3.2 เก็งกำไรพื้นฐาน
-เราคิดผิด
-Upside เหลือน้อย

3.3 เก็งกำไร กราฟเทคนิค
-หลุดแนวรับ
-ถึงจุดตัดขาดทุน

Factของการขาย
-เราไม่สามารถขายได้ราคาสูงสุด เป็นปกติ
-อย่าเป็นคนที่ตกใจง่ายในตลาดหุ้น
-จุดที่น่าขายที่สุดในตลาด คือจุดที่ไม่ควรขาย ส่วนใหญ่ที่ขายเพราะคนอื่นขาย เราก็ขายตาม
-ซื้อเพราะสิ่งใด ขายเมื่อสิ่งนั้นหมดไป

สุดท้ายขอขอบคุณน้องออฟที่มาให้ความรู้นะครับ



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Thu Jan 21, 2021 11:56 am

กลยุทธ์วีไอปี64 ตอนที่7 ทิวา ชินธาดาพงศ์
ดร ไพบูลย์และ ดร นิเวศน์ ดำเนินรายการ

กลยุทธ์วีไอในปี63 ของคุณมี่ หลังcrisis ทำให้หุ้นลงไป ถึง969 จุด
ทำให้การลงทุนง่ายขึ้น หุ้นตัวไหนที่เราศึกษา จะเห็นupsideแต่ละตัวได้ชัด ทำให้ลงทุนง่าย
พอถึงปี64 การvaluationตลาด EPSตลาดปีที่แล้วปิดปีที่53บาทต่อหุ้น
ปีนี้จะได้ประมาณสูงสุด 78บาท แต่พอเจอCovidตั้งแต่ต้นปี64
ทุกคนปรับEPSตลาดเหลือ62-66 บาท จริงๆแล้ว
มองด้วยPBไม่แพงแต่มีปัญหาในการมอง ปีที่แล้วเป็นปีแห่งการเล่นหุ้น
ปีนี้เป็นปีแห่งการเลือกหุ้น

ปี63 มีเหตุการณ์พิเศษ 2-3 เรื่อง
1.คนว่างงานกันเยอะ ปกติตลาดหลักทรัพย์มีคนเปิดบัญชีใหม่300,000-350,000คน
แต่ปีที่แล้วมีการเปิดบัญชีใหม่ 660,000 คน
2. ตลาดหลักทรัพย์เก็บข้อมูลปกติคนเทรดจริงแค่300,000คน
ปีที่แล้วมีคนเทรดจริง500,000คน มีน้องใหม่เข้ามา ซึ่งหลายสื่อเชียร์หุ้น
ทำให้เกิดการเก็งกำไร
ตลาดหุ้นที่ดัชนี 1,500—1,600 จุดด้วยEPSตลาดแบบนี้ คิดว่าเต็มมูลค่าไปแล้ว
อจ ไพบูลย์เสริมว่า ภัทรมองนักท่องเที่ยวปีนี้เข้ามาเพียง 2ล้านคนเอง
คุณมี่บอกว่าปีนี้การลงทุนหุ้นถือว่ายาก ต้องเลือกหุ้นที่ดี และดูกำไร(EPS)
ตลาดกลับมาอยู่ในหมวดที่มีเหตุผล
ปีที่แล้ว หุ้น100ตัว มีหุ้นunder valueให้เลือกถึง 60-70ตัว
แต่ปีนี้จะมีหุ้นunder valueให้ดูแค่20ตัว ต้องดูให้ดี
อจ นิเวศน์ บอกว่าปีนี้เปิดปีนี้ด้วยความสุดยอด ขึ้น6-7%
คุณมี่บอกว่าด้วยEPSขนาดนี้ หุ้นใหญ่จะไปไกลกว่านี้ก็ลำบาก
แต่หุ้นตัวเล็ก มีกำไรnew high
การแข่งขันทางธุรกิจยากขึ้น มีคู่แข่งจากจีนเข้ามา การวิเคราะห์หุ้นก็เหมือนกัน
ปีนี้ ต้องระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น

อจ นิเวศน์บอกว่า มีหุ้นที่ไม่ขึ้นอีกเยอะ นักลงทุนรุ่นใหม่อดทนน้อย
แค่ไม่ขึ้น3วัน ก็ไม่ถือแล้ว
สถานการณ์แบบนี้ คุณมี่มองว่าเปลี่ยน
แต่ตลาดหุ้นมีการหลอกล่อ บางทีอาจเจอ3-4ปีที่หุ้นไม่ขึ้น

คุณมี่ เคยฟังเทปmoneytalkที่ โจเอล กรีนแบตพูดถึง Magic formula แล้วชอบมาก
เพราะบางครั้งการลงทุนในแนววีไอ อาจได้ผลตอบแทนไม่ดี แค่ 5-6%ในบางช่วง
ดัชนีDJ ปี2000-2010 ไม่ค่อยไปไหน เพราะเจอวิกฤตหลายรอบ เช่น Crisis ดอดคอม , แฮมเบอร์เกอร์
แต่มีกองทุนที่ทำเฉลี่ยทบต้นได้ปีละ 18% แต่นักลงทุนในกองนี้ -11% เพราะนักลงทุนซื้อขายตลอดเวลา
อจ นิเวศน์พูดถึง ตลาดหุ้นเวียดนามที่ไม่ไปไหนหลายปี ปีนี้ขึ้นดีมาก

แต่คุณมี่ก็เชื่อในการลงทุนวีไอ และมั่นใจในตัว อจ นิเวศน์ ที่เปรียบวีไอคล้ายๆเต่า
การลงทุนแบบเต่า ลักษณะของเต่า คือ กินอะไรที่อยู่นิ่ง (หมายถึงเคลื่อนไหวช้า แต่มั่นคง)
แต่การกินของปลา ชอบกินเหยื่อที่กระดุกกระดิก และ ปลาความจำสั้น
ส่วนเต่าความจำแม่น จำฐานที่เกิดได้ วางไข่ที่หาดที่เต่าเกิด
ตอนนี้อาจเป็นช่วงที่ปลาทองกำลังเล่นหุ้นอยู่ ส่วนเต่าก็เหงาหงอยเศร้าซึม

อจ ไพบูลย์ถามคุณมี่ ถึงตลาดหุ้นเวียดนาม และ หุ้นต่างประเทศที่มีPEสูง มองว่าอย่างไร
คุณมีตอบว่า ต้องดูในแต่ละตลาด เช่น ตลาดอเมริกา เคยเข้าไปศึกษา (น้องที่เข้าไปลงทุนได้กำไรดีมาก)
พบว่ามีหุ้นกลุ่มเดียวที่ขึ้น เลยต้องศึกษาให้ดีก่อนลงทุน
การลงทุนในอเมริกา ก็คล้ายกับลงทุนในไทย คนฉลาดชนะ คนโง่แพ้
แต่ปี2008-2014 นั้น ถึงแม้คนโง่มาลงทุนในตลาดหุ้น ก็ชนะ
ไม่ต้องรู้เรื่องหุ้นเยอะ แต่ภาพรวมของธุรกิจดี GDPโต
ดังนั้นแบ่งแยกตลาดหุ้นต่างประเทศเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มแรก ตลาดหุ้นที่คนเก่งเท่านั้นถึงจะทำกำไรได้ ผมไม่สนใจ ลงทุนหุ้นไทยดีกว่า
กลุ่มที่สองที่สนใจ มีตลาดหุ้นต่างประเทศสองตลาดที่น่าสนใจ
เมืองจีนและเวียดนาม มีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างGDP
ที่เห็นได้ชัดคือ Covid กระทบรุนแรง แต่GDPของจีนและเวียดนามเป็นบวก
PE ก็ไม่ได้แพงมาก จีน A share PE 15 เท่า , H share 8 เท่า เปรียบกับ
PE ตลาดหุ้นอเมริกา 28 เท่า
ส่วนตลาดหุ้นเวียดนาม PE 20 เท่า ก็ยังมองว่าOkเมื่อเทียบกับการเติบโต
เราไปสองประเทศนี้ที่กำลังเติบโตสูง 6-7% ถึงแม้เราไม่เก่งสุด แต่เราก็โตไปกับเขาได้
อินโดนีเซียก็น่าสนใจ GDPก็โตมาก

ตอนนี้คุณมี่ ไปจีนประเทศเดียว ในสัดส่วน30%ของPort
ก่อนหน้านี้ลงทุนหุ้นเล็ก แต่ต่อมาเริ่มเปลี่ยนไปลงทุนหุ้นที่ทุกๆคนรู้จัก
(มาจากการฟังคุณตันเลือกตำแหน่งของที่ดินที่ซื้อ ต้องเป็นที่รู้จัก)
เช่น Xiaomi , กล้อง Hi-vision
เพื่อกันแรงการโกง ถึงแม้PEสูงก็ตาม Xiaomi ซื้อตั้งแต่ 10เหรียญ ตั้งแต่ April 2020

อจ ไพบูลย์ บอกว่า คนทั่วไปเลือกหุ้นรายตัวยาก แนะนำลงทุนผ่านกองทุนรวมไหม
คุณมี่ตอบว่า สามารถลงทุนผ่านกองทุน หรือ ETFได้ ยิ่งถ้าเป็นการลงทุนETFในจีน
จะมีแยกETFที่ลงทุนในแต่ละแบบ เช่น กลุ่มTechnology ซื้อ K wave เลย
ส่วน consumer ให้ซื้อ หนงฝู ขายน้ำแร่ หรือ เหมาไถ ที่ขายเหล้า
ไม่แนะนำให้ดัชนีรวม เพราะหุ้นธนาคารไม่ไปไหนเลย
เดี๋ยวนี้ กองทุนไทย เริ่มมีให้แยกซื้อแต่ละกลุ่ม หรือ หุ้นตามTrendได้แล้ว
(Fund of Fund) แต่มีข้อเสียคือ เสียค่าธรรมเนียมทั้งสองฝั่งคือค่าบริหารทั้งฝั่งไทยและจีน
อจ ไพบูลย์ เสริมว่ายังค่าธรรมเนียม Front end ตอนซื้อกองทุนด้วย
คุณมี่ พูดถึงการลงทุนในETFว่า จะไม่พยายามเก็งกำไร เข้าออก แต่จะลงทุนแบบวีไอ
และตั้งใจว่าจะถือยาว ไม่ขาย แต่การลงทุนในหุ้นไทย จะถือแค่1-2ปี
เช่น Xiaomi มองเรื่องIOT เป็น Theme ระยะยาว
ส่วนที่ลงทุนใน Hivision จะมองTheme Smart city ซึ่งจะใช้กล้องเยอะมาก
เดี๋ยวนี้นอกจากการดูเรื่องการจราจรแล้ว ยังเอามาจัดการเรื่องเวลาในการเปิด ปิดไฟจราจรด้วย
ถือเป็น Mega trend ของต่างประเทศจริงๆ



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Wed Jan 27, 2021 6:42 pm

E-AGM FTREIT 27 Jan 2021 14.00

มีผู้เข้าประชุมจำนวน 478 ราย คิดเป็นจำนวนหน่วย 2,189,873,751 หน่วย

วาระที่1 รับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในรอบปี2563 ( 1 oct 62 - 30 sep 63 )

สรุปผลการดำเนินงานทางด้านบริหารอสังหาริมทรัพย์
ภาพรวมของกองทรัสต์
อัตราการเช่าเฉลี่ย ปี63 = 83.6% เพิ่มขึ้นจากปี 62 เท่ากับ 1%
แบ่งเป็น กรุงเทพตอนเหนือ อัตราการเช่าเฉลี่ย 75% เพิ่มขึ้น 2.5%
กรุงเทพ ตะวันออก อัตราการเช่าเฉลี่ย 98% ลดลง 1.4%
EEC. อัตราการเช่าเฉลี่ย 83.8% เพิ่มขึ้น 0.9%

ภาพรวมของ port

ได้มีการลดค่าเช่าสำหรับผู้ที่เดือดร้อนจากCovid-19 นับจากมีนาคม 63 ถึงเมษายน 64 คิดเป็น 16 ลบ
ค่าเช่าที่คิดลด =0.6% ของรายได้ค่าเช่าทั้งหมด

สัญญาเช่าจะหมดอายุในปี64 คิดเป็น 29.5% ของสัญญาเช่าทั้งหมด
ทางทรัสต์พยายามจะต่อกับรายเดิม หรือ หารายใหม่ ซึ่งเป้าหมายการต่ออายุไม่ต่ำกว่า 80%ในแต่ละปี

ฐานผู้เช่าหลากหลาย ไม่มีรายใดมากกว่า 10%

ยานยนต์ 26%
Logistic. 26%
Electronic 21%
อื่นๆ 19%
ค้าปลีก 6%

แยกเป็นประเทศที่เข้ามาเช่า
Japan 46%
EU. 20%
Thai. 16%
Asia ex japan 15%
US. 3%


การบริหารจัดการหนี้ ที่มีภาระดอกเบี้ย
ปี64. 43.1% แบ่งเป็น
เงินกู้ระยะสั้น 2,858 ลบ
หุ้นกู้ที่ครบกำหนด 2,100 ลบ
ดูรายละเอียดจากรูป

ผลการดำเนินงาน
รายได้. 3,048 ลบ เพิ่มขึ้น 8.6%
ต้นทุนเช่าและบริการ 192 ลบ ลดลง 45.1%
ต้นทุนทางการเงิน 315 ลบ เพิ่มขึ้น 16%
รายได้จากการลงทุน 2,099 ลบ เพิ่มขึ้น 20%
Net profit margin 1,200 ลบ ลดลง 33.1%


เพราะมีผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

งบดุลที่แข็งแกร่ง
มีเงินลงทุนในอสังหา 41,144 ลบ
รวมสินทรัพย์ 42,870 ลบ เพิ่มขึ้น 11.4%
สินทรัพย์สุทธิ 29,975 ลบ เพิ่มขึ้น 9.0%

NAV ปรับเพิ่มเป็น 10.6203 บาทต่อหน่วย

Q: การลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมปีนี้เป็นโรงงาน คลังสินค้า หรืออะไรที่เกี่ยวข้องใช่ไหม
A: ปีนี้เน้น อุตสาหกรรมที่เติบโตให้ผลตอบแทนดี เราเน้นในIndustrial property
เช่นโรงงาน คลังสินค้าให้เช่า

วาระที่2 รับทราบงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วของกองทรัสต์
ทางผู้บริหารโชว์หน้างบดุลและไปวาระถัดไป เพราะอธิบายไปก่อนหน้าแล้ว

วาระที่3 รับทราบการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี KPMG เป็นผู้สอบกองทรัสต์ และค่าตอบแทน
ประจำปี2564 ที่เพิ่มขึ้น300,000บาท
ผมได้สอบถามถึงสาเหตุที่ปรับเพิ่มขึ้น
ทางทรัสตีให้ข้อมูลมาว่า มาจากสาเหตุที่ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า 10% และขอบเขต
ของงานเพิ่มเติมขึ้นจากข้อกำหนดของกลต ซึ่งได้เปรียบเทียบกับเจ้าอื่นเเล้วสมเหตุผลในการขึ้นราคา

วาระที่4-6 เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องและเป็นเงื่อนไขของกันและกัน
โดยเป็นการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate)ของกองทรัสต์
โดยถ้ามีวาระใดไม่ได้รับการอนุมัติ ให้ถือว่าไม่ผ่านทั้งสามวาระ

ซึ่งทั้งสามวาระได้ผ่านการอนุมัตของผู้ถือหน่วยเรียบร้อย

ดูรายละเอียดจากสไลด์ได้ครับ

วาระที่4 ต้องอนุมัติผ่าน 75%. ผลอนุมัติ 88.4599%
วาระที่5 พิจารณาอนุมัติการเสนอขาย และ จัดสรรหน่วยทรัสต์จากการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป
RO. < 30%
Non-Right offering
PPO < 20%
PO < 20% , PP < 10% รวมแล้ว <= 20%
และรวมทั้งหมดไม่เกิน 30% คิดเป็น 846.72 ล้านหน่วย

อนุมัติ 88.4533%

มีเงื่อนไขว่า คนคัดค้านไม่เกิน 10% จึงสามารถเสนอขายจัดสรรเฉพาะเจาะจงให้ผู้ถือหุ้นบางรายได้
ปรากฏว่าคัดค้านเพียง 7.5339% ก็ผ่านการอนุมัติ

วาระที่6 การพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาก่อตั้งทรัสต์ โดยแก้ไขจำนวนหน่วยทรัสต์
สอดคล้องกับ General Mandate ออกหน่วยเพิ่มไม่เกิน 846ล้านหน่วย
โดยต้องมติ 50% ผลอนุมัติ 88.4536%

Q: สัญญาที่แก้ไขมีผลแค่1ปีใช่ไหม
A: มีผลตลอดไป

วาระที่7 อนุมัติการกู้ยืม วงเงินกู้ระยะสั้นและยาวไม่เกิน 10,000 ลบ (เดิมได้ 6,000 ลบจากการอนุมัติ
เมื่อสค 63)

ผล อนุมัติ 95.977%

วาระที่8 พิจารณาอนุมัติการเข้าทำธุรกรรมที่เป็นการขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างกองทรัสต์
กับทรัสตี ซึ่งเป็นธนาคารกรุงเทพ ถือหน่วยอยู่4% เเละ บลจ บัวหลวง ซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคาร
กรุงเทพ เป็นทรัสตี

ผล อนุมัติ 94.8786%



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Wed Jan 27, 2021 10:10 pm

บทเรียนราคาแพง โดย เพจ ซั่มหุ้น

วิเคราะห์ความผิดพลาด เวลาเกิดการผิดพลาดต้องดูว่าผิดที่อะไร

-ผิดพลาดเพราะกระบวนการ ระบบคิด วิธีการลงทุน
ถ้าผิดพลาดก็มาดูเช่น วิธีคิดที่ทำให้ผิดพลาด
-ผิดพลาดที่ผลลัพธ์ ปรากฏว่าขาดทุนมักไม่ซีเรียส บางครั้งไม่สามารถหลีกเลี่ยงการขาดทุน
บางครั้งเราคิดผิด เราก็ต้องมีวิธีการจำกัดความเสี่ยง ขายขาดทุนไป
บางครั้งเราก็คิดถูก

ความผิดพลาดทำให้เราโตขึ้น เราไม่ทำซ้ำในข้อผิดพลาดเดิม
ลดการกระทำที่ไม่ควรทำ
และทำต่อในสิ่งที่ควรทำ สุดท้ายจะเจอทางที่พาเราไปเจอเป้าหมายได้

ผลลัพธ์ของการลงทุน

-การขาดทุนที่ดี บางครั้งคิดดีแล้ว แต่เจอที่ควบคุมไม่ได้ เช่น วิกฤตCovidไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
เพียงแต่เกิดแล้ว ก็เจอผลลัพธ์ต่อภาพรวม
-การขาดทุนที่แย่ คือการขาดทุนโดยไม่จำเป็น จุดไหนที่ไม่ควรซื้อ พาให้ขายในจุดที่ไม่ควรขาย
พาไปถึงผลลัพธ์ที่ขาดทุน
-การได้กำไรที่ดี เพราะทำการบ้านมาดี
-การได้กำไรที่แย่. เพราะเราพาตัวในภาวะเสี่ยง โอกาสได้เงินก็มี แต่ไม่ทุกครั้งท่ีอยู่รอดปลอดภัย
การลงทุนเป็นระยะยาว ไม่สำคัญที่วิ่งเร็วแค่ไหน สุดท้ายก็เงินหมด ตลาดวัดที่ความสม่ำเสมอ
มีการคุมความเสี่ยงอย่างดี

ถ้าเรามีวิธีการคิดที่ดี ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้

ถ้าเราไม่คิดให้ดีก่อนซื้อ เราจะต้องคิดหนักหลังจากซื้อหุ้นไปแล้ว

โดยเฉพาะมือใหม่ การลงทุนในหุ้นไม่ต้องรับ ทำการบ้านจนมั่นใจ
รู้โอกาส ความเสี่ยง เปรียบเทียบกับหุ้นอื่น จนมั่นใจ
บางตัวถ้าไม่เข้าใจ เรื่องอะไรเป็นตัวdriveกำไรของกิจการ เรายังไม่ต้องเข้าซื้อ
หลังซื้อหุ้น เเล้วก็ถือรอ
แต่ถ้าซื้อหุ้นไม่ดี ปัญหาจะตามมา ถือต่อจะขึ้นไหม แล้วถ้าลงต่อจะทำอย่างไร
อยากให้ใช้สติ ทำการบ้านให้ดี และเตรียมทางออกไว้หลายทาง

ได้รับข้อคิดจาก พี่มี่ ที่ออกเมื่อวาน ในคลิป เรื่องบทเรียนของข้อผิดพลาด (ลองหาฟังดูนะครับ)
ได้ข้อคิดดังนี้

เราเตรียมพร้อม ก็จะไม่เจอปัญหาในภายหลัง

ได้ข้อคิดจากการดูหนัง one punch ตอนไซทามาะมาช่วยฮีโร่คนอื่นที่หมดกำลังใจเพราะสู้เหล่าร้ายไม่ได้
ได้ข้อคิดว่า

ถ้ามีเวลามาผิดหวัง ทำไมไม่ใช้มันพัฒนาตัวเองละ

ดังนั้นให้เรื่องนี้เป็นข้อคิดสำหรับเพื่อนๆนักลงทุน โดยเฉพาะมือใหม่

น้องออฟฝากไว้ก่อนจบรายการว่า

บทเรียนราคาแพง ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Fri Jan 29, 2021 4:38 pm

E-AGM IRC 29 Jan 2021. 14.00

บริษัทนี้ ดร นิเวศน์ลงทุนมาอย่างยาวนาน และ ผู้บริหารก็ถือลงทุนบริษัทมาตลอด
วันนี้ได้โอกาสประชุมผ่านonlineเป็นครั้งแรก ปกติต้องเดินทางไปประชุม ที่จังหวัดอยุธยา

วันนี้ผู้เข้าประชุมด้วยตนเอง 23 ราย
มอบฉันทะ. 36 ราย
รวมทั้งสิ้น 59 ราย คิดเป็นคะแนนเสียงที่มาประชุม 76.279 % ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

วาระที่1 พิจารณารับรองรายงานการประชุมประจำปี 2562
มติ. ผ่าน

วาระที่2 รับทราบรายงานผลการดำเนินงานในปีบัญชี2563
ประธานมอบหมายให้ นายคะชิโนริ อิโตะ ประธานบริหารรายงานผลการดำเนินงานในปีบัญชี2563

1.ภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
1.1 ภาพรวมเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจไทยถูกกระทบจากสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ รวมถึงโรคระบาดCovid-19
ซึ่งส่งผลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย ส่งผลให้ยอดขายลดลงจากปี62 5,427 MB
เป็น 4,362 MB (-19.62%)

GDP ไทยปี 2563 ลดลง 6.4%

ราคาวัตถุดิบโดยรวมของบริษัทลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็น
ก. ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีบัญชี 2563 ลดลงจาก 57.48 เป็น 42.85 $ต่อบาเรล ตามทิศทางราคาน้ำมันโลก
ข. ราคายางสังเคราะห์ เฉลี่ยทั้งปี จากปี2562 ที่ 1,553.46 $ต่อตัน ลดลงไป 15.52%
ค. ราคายางธรรมชาติ เฉลี่ยทั้งปี จากปี2562 45.38 เหลือ 41 บาทต่อกก ลดลง 9.47%
ง. ราคาเคมีภัณฑ์ เช่น Zinc Oxide เฉลี่ยทั้งปี ลดลง 10กว่า%
จ. ราคา Carbon Black เฉลี่ยทั้งปีจากเดิม 38.41 บาทต่อกก ลดลง 32.5%
ฉ. ราคา Nylon เฉลี่ยทั้งปี ลดลงจาก 167.32 เหลือ 154 บาทต่อกก ลดลง 7.96%

1.2 ภาพรวมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอุตสาหกรรมยานยนต์

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์
ยอดผลิตลดลงจากปีก่อน ที่ 1,962,319 คัน เหลือ 1,605,971 คัน ลดลง 18.16%
แบ่งเป็นDomestic ลดลงเหลือ 1,537,374 คัน ลดลง 12.12%
Export ลดลงเหลือจาก 411,798คัน เป็น 326,411 คัน

2.ผลการดำเนินงาน

2.1 ด้านยอดขาย ยอดขายปี63 ลดลงจาก 5,427 เป็น 4,362 ลบ ลดลง 1,065 ลบ(-19.63%)
ก. สายธุรกิจยางนอก ยางในรถจักรยานยนต์มูลค่า 2,079 ลบ ลดลง 13%
ข. สายธุรกิจชิ้นส่วนยางอุตสาหกรรม มูลค่า 2,283 ลบ ลดลง 25%

2.2 ด้านรายได้

รายได้รวม จากปี62 5,481.27 ลบ ลดลงเหลือ 4,433.89 ลบ ลดลง 19.11%
แบ่งเป็นรายได้จากการขาย 4,034 ลบ ลดลง 19.10%จากปีบัญชีก่อน
รายได้อื่นๆ จาก การลงทุนใน ไออาร์ซี เอเซีย รีเสิร์ชจำนวน 13 ลบ
รายได้จากบริษัทคินโนะ โฮชิ 4 ลบ

รายได้จาก ไออาร์ซี เวียดนาม 22.1 ลบ

2.3 ด้านค่าใช้จ่าย
ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลง 21.10% จาก 5,284 เหลือ 4,170 ลบ
ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 166.54 เป็น 219.06 ลบ เพิ่มขึ้น 31.54%
Net profit margin 5.02%
กำไรต่อหุ้น 1.12 บาท

2.4 ฐานะทางการเงินบริษัท

สินทรัพย์ ลดลงจาก 4,849 เป็น 4,589 ลบ (ลูกหนี้และสินค้าคงเหลือลดลง)
หนี้สิน 1,040 ลบ และ ส่วนผู้ถือหุ้น 3,549 ลบ

DE = 0.29 , ROA = 4.77%
ROE 6.17% ,BV = 18.14 บาท

3 รางวัลความสำเร็จ
ได้แก่ รางวัลหุ้นยั่งยืน ,CG อยู่ระดับดีมาก ,ESG , โครงการ50ปี IRC คืนกำไรสนามยางให้ชุมชน เป็นต้น

ไม่ต้องลงมติ

วาระที่3 พิจารณาอนุมัติงบการเงิน ประจำปี2563

ผล อนุมัติ

วาระที่4 พิจารณาอนุมัติการจ่ายปันผล สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2563

จากกำไรสุทธิ 219,062,850 บาท อนุมัติในที่ประชุมจ่ายในอัตรา50%
คิดเป็น 0.5699 บาทต่อหุ้น
XD 8 Feb and pay 25 Feb 2021

วาระที่5 พิจารณาแต่งตั้งกรรมการแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ
มติ อนุมัติ

วาระที่6 พิจารณาอนุมัติกำหนดค่าตอบแทนกรรมการปี2564 เท่ากับปี2563
มติ อนุมัติ

วาระที่7 พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชีปี2564

PWC เป็นผู้สอบบัญชี โดยปีนี้ ค่าสอบบัญชีปรับเพิ่มขึ้น 26.980 บาทเป็น 1,375,580 บาท
ส่วนค่าสอบบัญชีบริษัทย่อยเท่าเดิม คือ 505,680 บาท
มติ อนุมัติ

วาระที่8เรื่องอื่นๆ
ไม่มี

Q: outlookปีนี้ กับ Covid-19 เป็นอย่างไร
A: ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของรัฐว่าควบคุมได้อย่างไร แต่จากสอบถามCEOบริษัทต่างๆ
พบว่าจะควบคุมได้ภายใน 2-4 เดือน น่าจะกระทบกับเศรษฐกิจ อาจไม่ต่างจากปีที่แล้ว
ข่าวดี คือ วัคซีนจะมาแล้ว จะกู้สถานการณ์กลับมาได้
ส่วนบริษัทก็จะพยายามทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ เพิ่มยอดขายอีก 10%จากปีที่แล้ว

Q: US มีมาตราการ Anti Dumpingมีผลอย่างไรกับบริษัท
A: กระทบต่อยางรถยนต์4ล้อ และรถบรรทุกขนาดเล็ก(LG) ไม่ใช่รถจักรยานยนต์
เลยไม่กระทบต่อเรา
US มีผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์น้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตจากต่างประเทศเข้ามาผลิต

มีข้อเสนอแนะว่า อยากให้จัดonlineทุกปี และ มีผู้เสนอขอรายงานงบการเงินจัดส่งไปที่บ้าน
ผู้บริหารรับไว้พิจารณา

ปิดประชุม 15.00 น.



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Thu Feb 11, 2021 9:16 am

เทศกาลสำคัญของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนและคนจีนทั่วโลกคือ วันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน ในปีนี้วัน "ตรุษจีน" ตรงกับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564
ในช่วงเทศกาล “ตรุษจีน” จะประกอบไปด้วย 3 วันสำคัญ คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว(วันขึ้นปีใหม่จีน) โดยเฉพาะ "วันไหว้" พี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนและคนจีนทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะด้วยวิถีชีวิตที่ทำอาชีพค้าขายเป็นหลักจึงมีความเชื่อเกี่ยวกับเทพและการขอพรเรื่องโชคลาภ โดยในวันตรุษจีนของแต่ละปีชาวจีนจะมีการตั้งโต๊ะไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่ซิงเอี้ย) กันทุกปี ตามความเชื่อที่ว่าองค์เทพไฉ่ซิงเอี้ยจะดลบันดาลให้ทำมาค้าขึ้น ทำธุรกิจได้ราบรื่น เจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง เงินทองไหลมาเทมา เป็นต้น

นอกจากการไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยแล้ว ยังมีธรรมเนียมการไหว้สิ่งอื่นๆ ในวันตรุษจีนด้วย ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัวว่าสะดวกไหว้แบบไหนบ้าง ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว

แต่.. ถ้าใครอยากไหว้ให้ครบสูตรตั้งแต่เช้ายันดึก เรามีคำแนะนำสำหรับการไหว้เจ้า “ตรุษจีน 2564” มาฝากกัน โดยหากต้องการไหว้แบบชุดใหญ่เพื่อเสริมความเฮงและความเป็นสิริมงคลในวันตรุษจีนนั้น ควรตั้งโต๊ะไหว้ทั้งหมด 4 รอบด้วยกัน ได้แก่

1. ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วงเช้ามืด
เริ่มต้นด้วยการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ไป๊เล่าเอี๊ย) ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 06.00-07.00 น. ของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นการไหว้ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเทวดาผู้คุ้มครองบ้านเรือน ที่มาปกปักดูแลให้เจ้าบ้านอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข หลังจากไหว้เสร็จ รอสักครู่จากนั้นให้เผากระดาษเงินกระดาษทองตามประเพณี แต่เนื่องจากช่วงนี้มีการรณรงค์ไม่ให้เผากระดาษและงดเผาขยะ เพื่อป้องกันฝุ่นพิษ PM2.5 จึงควรงดเผาหรือเผาเล็กน้อยพอเป็นพิธีก็พอ
ของไหว้ : เนื้อสัตว์ต้มสุก(ซาแซ) 3 อย่าง หรือ 5 อย่าง (โหงวแซ) เช่น ไก่ เป็ด หมู ฯลฯ ต่อด้วยผลไม้มงคล 5-7 อย่าง เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง ใช้ธูปในการไหว้ 5 ดอก

2. ไหว้บรรพบุรุษ ช่วงสาย
การไหว้บรรพบุรุษ (ไป๊เป้บ๊อ) เป็นการไหว้เพื่อระลึกถึงญาติพี่น้องที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีตามคติความเชื่อของชาวจีน การไหว้ครั้งนี้จะไหว้ไม่เกินเที่ยง เวลาประมาณ 10.00-11.00 น. ของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 หลังจากไหว้แล้วรอจนธูปหมด จากนั้นทุกคนในครอบครัวก็จะนำของไหว้มารับประทานร่วมกันและแจกจ่ายแบ่งปันเพื่อนบ้าน

ของไหว้ : เนื้อสัตว์ต้มสุก 3-5 อย่าง (ซาแซหรือโหงวแซ) เหมือนการไหว้ช่วงเช้า และให้เพิ่มอาหารอื่นๆ ที่บรรพบุรุษชอบหรืออาหารที่มีความหมายมงคล เช่น อาหารจานเส้น อาหารจานปลา อาหารที่มีปลาหมึกแห้ง และเมนูซุปใสหรือแกงจืด เป็นต้น ขนมมงคล เช่น จันอับ ขนมถ้วยฟู ขนมเข่ง ขนมเทียน ซาลาเปา ฯลฯ ผลไม้มงคล และกระดาษเงินกระดาษทอง ใช้ธูปในการไหว้ 3 ดอก
ข้อควรระวัง : คนจีนไม่นำเต้าหู้ขาวมาไหว้วันตรุษจีน เนื่องจากสีขาวสำหรับชาวจีนเป็นสีแห่งความโศกเศร้า และของไหว้ไม่ควรเป็นอาหารที่มีรสเผ็ด รสขม และผลไม้ที่มีหนาม เพราะจะทำให้ชีวิตมีอุปสรรคขวากหนามไม่ราบรื่น

3. ไหว้ทำทานสัมภเวสี ช่วงบ่าย
การไหว้ทำทานแก่ผีไม่มีญาติหรือสัมภเวสี (ไป๊ฮ้อเฮียตี๋) จะไหว้ตอนบ่ายเวลาประมาณ 14.00-16.00 น. ของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 พอไหว้เสร็จ รอสักครู่ จากนั้นให้จุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปให้หมด และเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับตรุษจีน
ของไหว้ : อาหารต่างๆ ที่เหลือจากการไหว้รอบเช้าและรอบสาย ข้าวสวย ขนมต่างๆ เช่น ขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล และกระดาษเงินกระดาษทอง ใช้ธูปในการไหว้เพียง 1 ดอกเท่านั้น

4. ไหว้ “ไฉ่ซิงเอี้ย” เทพแห่งโชคลาภ ช่วงดึก
สำหรับใครที่อยากไหว้เสริมดวงและเพิ่มโชคลาภ ต้อนรับความเฮงในวันตรุษจีนปีหนูทองปีนี้ ก็แนะนำให้ไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เป็นการไหว้ครั้งที่ 4 เพิ่มเข้ามา โดยฤกษ์ในการไหว้คือช่วงกลางดึกของคืนวันสิ้นปี ก่อนจะย่างเข้าวัน "ตรุษจีน" ระหว่างเวลา 23.00-01.00 น. (คืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ คาบเกี่ยวไปยังวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564) โดยมีความเชื่อว่าการไหว้เทพไฉ่ซิงเอี้ยจะทำให้เกิดโชคลาภและร่ำรวยตลอดปี
ของไหว้ : รูปภาพหรือรูปปั้นขององค์ไฉ่ซิงเอี้ย, แจกันดอกไม้สด 1 คู่, เทียนแดง 1 คู่, กระถางธูปและธูปสำหรับไหว้, น้ำชา 5 ถ้วย, ขนมอี้(สาคูแดง) 5 ถ้วย หรือข้าวสวย 5 ถ้วย, ขนมจันอับ, น้ำชา 5 ถ้วยเล็ก, ผลไม้มงคล 5 อย่าง เช่น ส้ม แอปเปิ้ลแดง องุ่นแดง กล้วยหอมทอง สับปะรด ฯลฯ, เจไฉ่ 5 อย่าง เช่น ดอกไม้จีน ฟองเต้าหู้ วุ้นเส้น เห็ดหอม เห็ดหูหนู และกระดาษเงินกระดาษทอง
วิธีการไหว้ : จุดธูป 3 ดอก 5 ดอก 9 ดอก หรือ 12 ดอกก็ได้ แล้วกล่าวคำสวดมนต์ไหว้สักการะ ดังนี้ “นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ” (3 จบ)
จากนั้นสวดบทสักการะว่า “โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา” (สวด 3 จบ 5 จบ 9 จบ หรือ 12 จบก็ได้) จากนั้นให้กล่าวชื่อและนามสกุลของตัวเอง และเรื่องที่จะขอพร จากนั้นนำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาแล้วให้ผู้ใหญ่ในบ้านถือรูปภาพหรือรูปปั้นไฉ่ซิงเอี้ยพร้อมกระถางธูปเข้าบ้าน เป็นการเชิญเทพเข้าบ้าน และของไหว้ก็ห้ามทิ้งเพราะถือเป็นของมงคลให้นำไปแบ่งกันรับประทานในครอบครัว
ทิศในการไหว้ไฉ่ซิงเอี้ยของปี 2564 (ปีฉลู) ให้ตั้งโต๊ะไหว้หันหน้าไปทาง "ทิศตะวันออก" เพราะเชื่อว่าปีนี้เทพจะเสด็จมาในทิศตะวันออก

การกราบไหว้ขอพรจาก ไฉ่ซิงเอี้ย จะทำให้กิจการเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ประสบความสำเร็จ และนำมาซึ่งโชคลาภเงินทอง นอกจากนี้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยยังช่วยดลบันดาลให้ผู้ที่บูชาให้มีลาภลอยเข้ามาในชีวิต ตลอดจนเสริมดวงในด้านความโชคดีต่างๆ ด้วย



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Sat Feb 13, 2021 6:32 am

Alibaba​ ฝ่าวิกฤติ รายได้ยังเพิ่มขึ้นมากถึง​ 37% YoY​ ใน​ December Quarter​ 20​20

รายได้จาก Cloud เพิ่มขึ้นมากถึง​ 50% YoY​ ทำกำไรได้เป็นครั้งแรก(Adjusted EBITA เป็นบวก)​

รายได้จาก​ Cainiao Logistics​ เพิ่มขึ้นมากถึง​ 51% YoY​ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกแล้ว

รายได้จาก​ New​ Retail​ เพิ่มขึ้น​มากถึง 101% YoY กำลังจะเป็นหน่วยธุรกิจที่มีรายได้มากที่สุดของ Alibaba

Net income เพิ่มขึ้นมากถึง 56% YoY

Diluted earnings per share เพิ่มขึ้นมากถึง 48% YoY

โดยใน​ December Quarter​ 2020​ Alibaba​ มีรายได้​ 221,084 ล้านหยวน (33,883 ล้านเหรียญสหรัฐ​) เพิ่มขึ้นมากถึง​ 37% YoY​

มีผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าอย่างน้อยหนึ่งครั้ง​ต่อปี​ในประเทศจีน(Annual Active Consumers)​ ของ China Retail Marketplaces 779 ล้านคน​ เพิ่ม​ขึ้น​ 22 ล้านค​น​จาก​ September Quarter​ 2020​

มี​ผู้ใช้งานในแต่ละเดือนผ่านโทรศัพท์​มือถือ​ (Mobile MAUs)​ ของ China Retail Marketplaces 902 ล้านคน​ เพิ่มขึ้น​ 21 ล้านคน​จาก​ September Quarter​ 2020​

กำไรจากการดำเนินงาน​ (Income from operations) อยู่ที่​ 49,002 ล้านหยวน (7,510 ล้านเหรียญสหรัฐ​) เพิ่มขึ้น 24% YoY​

กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย, ภาษี, ค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายตัดจ่ายทางบัญชีอื่นๆที่ปรับปรุงแล้ว(Adjusted EBITDA) ที่ไม่ได้คำนวณตามมาตรฐานบัญชีทั่วไป​ non-GAAP measurement เพิ่มขึ้น 22% YoY​ อยู่ที่​ 68,380 ล้านหยวน​ (10,480 ล้านเหรียญสหรัฐ​)

มี Adjusted EBITDA margin 31%

กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย, ภาษี​ และค่าใช้จ่ายตัดจ่ายทางบัญชีอื่นๆที่ปรับปรุงแล้ว(Adjusted EBITA) ที่ไม่ได้คำนวณตามมาตรฐานบัญชีทั่วไป​ non-GAAP measurement เพิ่มขึ้น 21% YoY​ อยู่ที่​ 61,253 ล้านหยวน​ (9,387 ล้านเหรียญสหรัฐ​)

มี Adjusted EBITA margin 28%

กำไรสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นสามัญ(Net Income attributable to ordinary shareholders) อยู่ที่ 79,427 ล้านหยวน (12,173 ล้านเหรียญสหรัฐ​) เพิ่มขึ้นมากถึง 52% YoY​ จากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ Alibaba ลงทุนอยู่

กำไรสุทธิ​(Net Income)​ อยู่ที่​ 77,977 ล้านหยวน (11,950​ ล้านเหรียญสหรัฐ​) เพิ่มขึ้นมากถึง 56% YoY​ จากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ Alibaba ลงทุนอยู่

กำไรสุทธิที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป(Non-GAAP net income)​ อยู่ที่ 59,207 ล้านหยวน (9,074 ล้านเหรียญสหรัฐ​) เพิ่มขึ้น​ 27% YoY

กำไรต่อหุ้น​ American Depositary​ Shares ซึ่งเท่ากับ​ 8​ หุ้นสามัญ
ที่ปรับลดแล้ว (Diluted earnings per ADS) อยู่ที่ 28.85 หยวน (4.42 เหรียญสหรัฐ​) เพิ่มขึ้นมากถึง 48% YoY จากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ Alibaba ลงทุนอยู่

กำไรต่อหุ้น​ American Depositary​ Shares ซึ่งเท่ากับ​ 8​ หุ้นสามัญ ที่ปรับลดแล้ว​ ที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป(non-GAAP diluted earnings per ADS) อยู่ที่ 22.03 หยวน (3.38 เหรียญสหรัฐ​) เพิ่มขึ้น​ 21% YoY​

กำไรต่อหุ้นที่ปรับลดแล้ว(Diluted earnings per share) อยู่ที่​ 3.61 หยวน​ (0.55 เหรียญสหรัฐหรือ​ 4.29​ ดอลลาร์​ฮ่องกง )​ เพิ่มขึ้นมากถึง 48% YoY จากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ Alibaba ลงทุนอยู่

กำไรต่อหุ้นที่ปรับลดแล้วที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป(non-GAAP diluted earnings per share ) อยู่ที่​ 2.75 หยวน​ (0.42 เหรียญสหรัฐหรือ​3.27 ดอลลาร์​ฮ่องกง)​ เพิ่มขึ้น 21% YoY​

เงินสดสุทธิจากกิจกรรมการดำเนินงาน(Net cash provided by operating activities) อยู่ที่​ 103,208 ล้านหยวน (15,817 ล้านเหรียญสหรัฐ​) เพิ่มขึ้น​ 7% YoY​

กระแสเงินสดอิสระที่ไม่ได้คำนวณตามหลักการบัญชีทั่วไป(non-GAAP free cash flow)​ อยู่ที่ 96,210 ล้านหยวน (14,745 ล้านเหรียญสหรัฐ​) เพิ่มขึ้น​ 23% YoY

สิ้นสุดวันที่ December 31, 2020 Alibaba มีพนักงานทั้งหมด​ 252,084 คน

Daniel Zhang ยอมรับว่าการ IPO ของ Ant Group ในอนาคตยังมีความไม่แน่นอน

ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ Fintech ใหม่ของทางรัฐบาล

รวมถึงการปรับโครงสร้างทางธุรกิจใหม่ของ Ant และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่

Alibaba ก็กำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานสอบสวนการผูกขาดอย่างใกล้ชิด จนแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน

โดยได้ตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมา เพื่อทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานตรวจสอบ

โดย Alibaba พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ต่อต้านการผูกขาดอย่างเคร่งครัด

การมีเครดิตจาก Huabei ของ Ant ไม่ใช่เหตุผลหลักที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าใน Marketplace ของ Alibaba

แต่เป็นเพราะการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ครอบคลุมและมีคุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ และความสามารถของ Alibaba ในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

การเปลี่ยนแปลงกฎของ Fintech สร้างความท้าทายให้กับ Alibaba แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสใหม่ๆให้กับ Alibaba เช่นกันในการประเมินและปรับปรุงแนวทางการดำเนินธุรกิจอีกครั้ง

ในสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูงเช่นนี้สิ่งที่ท้าทาย Alibaba คือการสร้างคุณค่าเพิ่มและส่งมอบให้กับลูกค้าด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในหลายๆด้าน

เช่น การค้าปลีกในประเทศจีน, Local Services, Cloud Computing และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีการแข่งขันสูงแต่ก็มีศักยภาพในการเติบสูงเช่นกัน

จึงต้องลงทุนสร้างนวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มและการเติบโตในระยะยาว

ในขณะที่จีนกำลังพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ Alibaba ก็ยังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์นี้

ด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ Alibaba ในด้านการค้า, บริการทางการเงิน, โลจิสติกส์ และ Cloud Computing ที่ได้สร้างมาตลอด 20 ปี

การเติบโตของการบริโภคภายในประเทศ, เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและโลกาภิวัตน์ ปัจจัยที่ขับเคลื่อนเหล่านี้สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของจีนในการพัฒนาเศรษฐกิจ

รายได้จาก​ธุรกิจ New​ Retail​ ของ Alibaba เพิ่มขึ้น​มากถึง 101% YoY ใน​ December Quarter​ 20​20

กำลังจะเป็นหน่วยธุรกิจที่มีรายได้มากที่สุดของ Alibaba

โดยมีรายได้ 51,760 ล้านหยวน(7,932 ล้านเหรียญสหรัฐ) คิดเป็น 23% จากรายได้ทั้งหมดของ Alibaba

SunArt Hypermarket ยักษ์ใหญ่ของจีนที่ Alibaba ถือหุ้นใหญ่และเปลี่ยนเป็น New Retail มียอดขายจากออนไลน์มากถึง 24% จากยอดขายทั้งหมด

same-store sales ของ Freshippo Supermarket แบบ New Retail โตแบบ double-digit

ปัจจุบัน Freshippo มี 246 สาขาทั่วประเทศจีน ส่วนใหญ่อยู่ในหัวเมืองชั้น1 และ 2

โดยขยายสาขาในหลากหลายรูปแบบ ตามพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในบริเวณนั้น

Freshippo ได้เปิดร้านในรูปแบบ Warehouse ชื่อว่า "X Membership(X)" ที่เซี่ยงไฮ้ซึ่งขายสินค้าคุณภาพสูงในราคาถูก สามารถซื้อได้โดยผู้ที่เป็นสมาชิกเท่านั้น

โดยสมาชิกมีค่าธรรมเนียมรายปีอยู่ที่ 258 หยวน(38 เหรียญสหรัฐ) มีสมาชิกแล้วเกือบ 1 ล้านคน

สามารถจัดส่งสินค้าได้ภายในครึ่งวันให้กับลูกค้าที่อาศัยอยู่ในรัศมี 20 กิโลเมตรจากร้าน

ส่วนสินค้าจากร้าน Freshippo อื่น ๆ สามารถจัดส่งให้กับลูกค้าที่อาศัยอยู่ภายในรัศมี 3 กิโลเมตรจากร้าน ได้ภายใน 30 นาทีเท่านั้น

Freshippo ยังได้เปิดตัว private brand ชื่อว่า "Hema MAX" ซึ่งจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย เช่น ข้าว, น้ำมัน, โยเกิร์ตและถั่ว

สินค้ากว่า 40% ในร้าน X เป็นสินค้าที่ขายอยู่ใน Freshippo เท่านั้น ซึ่งรวมถึงสินค้าจาก Hema MAX ด้วย และสินค้ากว่า 10% มาจากผู้ผลิตในต่างประเทศ

GMV ของ Freshippo กว่า 65% มาจากช่องทางออนไลน์

รายได้ของ Alibaba Cloud เพิ่มขึ้นมากถึง​ 50% YoY​ ใน​ December Quarter​ 20​20

ทำกำไรได้เป็นครั้งแรก Adjusted EBITA 24 ล้านหยวน(3 ล้านเหรียญสหรัฐ)

โดยมีรายได้ 16,115 ล้านหยวน(2,470 ล้านเหรียญสหรัฐ)

รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาจากลูกค้าในอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต, ค้าปลีกและภาครัฐ

ในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งระดับโลกวันคนโสด 11.11 Alibaba Cloud สามารถประมวลผลคำสั่งซื้อได้สูงสุดถึง 583,000 คำสั่งต่อวินาที

Alibaba ได้ย้ายธุรกิจอีคอมเมิร์ซขึ้นไปยัง Public Cloud เมื่อปีที่แล้ว ทำให้สามารถ, อัปเกรดและปรับใช้ Cloud Native ได้อย่างราบรื่น

ช่วยให้ Alibaba สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม

Alibaba Cloud ยังคงลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี Cloud เพื่อช่วยลูกค้าในการทำ Digital Transformation และทำให้ธุรกิจเติบโตได้

เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Alibaba Cloud ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องจากสถาบันวิจัยและองค์กรที่ปรึกษาชั้นนำเช่น Gartner และ Forrester

ตัวอย่างเช่นตามรายงานเดือนพฤศจิกายน 2020 ของ Gartner ในบรรดาผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ทั่วโลก Alibaba Cloud เป็นบริษัทจีนเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำสำหรับระบบการจัดการฐานข้อมูลภายใต้การวัด Magic Quadrant ของ Gartner

รายได้จาก​ Cainiao Network ของ Alibaba​ เพิ่มขึ้นมากถึง​ 51% YoY​ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกแล้ว

โดยมีรายได้ 11,360 ล้านหยวน(1,741 ล้านเหรียญสหรัฐ)ใน​ December Quarter​ 20​20

สาเหตุหลักมาจากปริมาณการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน(Cross-Border E-commerce) และธุรกิจค้าปลีกระหว่างประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

Cainiao Network ขยายบริการไปทั่วโลก โดยร่วมมือกับพันธมิตรด้านโลจิสติกส์จากทั่วโลก ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆอยู่เสมอ

ในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งระดับโลกวันคนโสด 11.11 Cainiao ได้ประมวลผลคำสั่งซื้อกว่า 2,300 ล้านรายการ ในขณะที่ยังลดเวลาในการจัดส่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภค

Cainiao ยังคงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับผู้ค้าทั่วโลกและลดข้อจำกัดด้านความสามารถในการขนส่งที่เกิดจากการระบาดของ COVID-19

ในเดือนธันวาคมปี 2020 Cainiao ได้ให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมากกว่า 200 เที่ยวบินสำหรับ AliExpress

ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพการจัดส่งของ AliExpress ดีขึ้นมากและลดเวลาในการจัดส่งโดยเฉลี่ยลง 3.5 วันสำหรับการจัดส่งสินค้าจากจีนไปยังตลาดต่างประเทศ

Alibaba Group Announces December Quarter 2020 Results​ Press Release
https://www.alibabagroup.com/en/news/pr ... 210202.pdf

Alibaba Group Announces December Quarter 2020 Results Presentation
https://www.alibabagroup.com/en/ir/pres ... 210202.pdf

ALIBABA REPORTS DECEMBER 2020 QUARTER EARNINGS
https://www.alizila.com/alibaba-reports ... -earnings/

DANIEL ZHANG ON ALIBABA EARNINGS AND REGULATORY ENVIRONMENT
https://www.alizila.com/aliviews-daniel ... vironment/

Alibaba Group Holding Limited (BABA) CEO Daniel Zhang on Q3 2021 Results - Earnings Call Transcript
https://seekingalpha.com/article/440285 ... nings-call

#Alibaba​ #Tmall​ #Taobao​ #AlibabaCloud #Cainiao​ #NewRetail​ #Eleme #Koubei​ #Youku
#Freshippo​ #อาลีบาบา​ #ผลประกอบการ​ #September2020

Cr:เสือใหญ่



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Tue Feb 23, 2021 8:00 am

วันก่อนผมนั่งฟังสรุปมุมมองการลงทุนของ ARK Invest มาครับ ส่วนตัวอยากเข้าใจการลงทุนของ ARK และแนวคิดของ Cathie Wood มากขึ้น วันนี้เลยเอาสิ่งที่ฟังมาบวกกับความเห็นส่วนตัวในบางจุดมาสรุปให้เพื่อนๆนะครับ เผื่อเป็นประโยชน์ในการลงทุน

Cr:Buffett code

ฟองสบู่ หุ้นและตราสารหนี้
1. เปิดคลิปมาก็ประเด็นร้อนเลยคือ ตอนนี้ตลาดหุ้นกำลังอยู่ใน “ฟองสบู่” รึเปล่า Cathie คิดว่าด้วยสถานะปัจจุบันน่าจะยังไม่เข้าข่ายฟองสบู่ เหตุผลคือแพคเกจช่วยเหลือทางเศรษฐกิจของ FED ที่น่าจะออกมาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาร้อนแรงมากๆ ซึ่งจะทำให้ Business confident และ Spending มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ตอนนี้ปัญหาเฉพาะหน้าคือจะผลิตยังไงให้เพียงพอกับ Demand ที่กำลังกลับมาหลังเปิดเมือง

ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นราคาบ้าน, ราคาหุ้น, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้นหมด การปรับประมาณการของนักวิเคราะห์ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น จากกำไรที่เริ่มฟื้นตัวจากปีที่แล้ว

2. แต่สิ่งที่น่ากังวลต่อคือถ้าอัดฉีดกันมากไปในปี 2021 ปี 2022 อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทต่างๆผลิตสินค้าออกมามากเกินความต้องการและอาจจะเกิด Correction ได้

3. Cathie มองว่าฟองสบู่ไม่น่าอยู่ที่หุ้นแต่น่าจะอยู่ที่ตราสารหนี้มากกว่า เหตุผลหนึ่งมาจากการที่บริษัทที่ Mature แล้วไม่ยอมเอาเงินที่มีไปลงทุนสร้างการเติบโตต่อ แต่เอาเงินมหาศาลเหล่านั้นไปลงทุนในตราสารหนี้แทน ที่ผ่านมาเลยทำให้ราคาตราสารหนี้พุ่งสูง และ Yield ต่ำสุดๆ

เงินเฟ้อที่กำลังมา
4. เราน่าจะเริ่มเห็นอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป เพราะปีที่แล้วต่ำมากจาก COVID อย่างไรก็ตาม FED รู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้และไม่น่าจะมีการเปลี่ยนมุมมองกับการปรับดอกเบี้ยขึ้นหรือลง เพราะเหตุการณ์นี้

5. อย่างไรก็ตาม เริ่มมีการคาดการณ์เงินเฟ้อเกิดขึ้นแล้ว ถ้าดูที่ตลาดตราสารหนี้ จะเห็นว่า Bond Yield เริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้น ถ้า FED จะมีการลด Stimulus หรือมีการทำ Tapering น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดในปี 2022-2023

6. การดูการเติบโตของ GDP ตอนนี้อาจจะใช้ไม่ค่อยได้แล้ว เพราะการคำนวณ GDP ไม่ได้เอา Output เชิง Digital เข้าไปคำนวณด้วย เช่น การที่คนใช้ Google Maps ฟรี อันนี้ถูกนับ การ Video Call ระหว่างกันใน LINE ก็ไม่ถูกนับ เช่นกัน ซึ่งเอาจริงๆของพวกนี้มี Value

หุ้น Platform และ Big Winner
7. หุ้นที่ไม่ฟองสบู่แน่นอนคือหุ้นประเภท Platform Company ซึ่งเป็นหุ้นที่สร้าง Platform ขึ้นมาให้คนมาใช้ สุดท้ายเก็บค่าใช้งานจากเทคโนโลยีที่บริษัทสร้างขึ้น

8. สำหรับหุ้นที่มีราคาถูก ตอนนี้ต้องระวังสิ่งที่เรียกว่า Value Trap หุ้นที่ราคาถูก เพราะมันมีเหตุผลของมัน เช่น หุ้นพวกนี้ไม่เคยลงทุนเพื่อให้เกิดการเติบโต ไม่เคยปรับโมเดลธุรกิจให้เติบโตไปกับโลกยุคใหม่ ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งไม่โต แถมยังถดถอยลงเรื่อยๆ ทำให้ปันผลที่เคยปันสูงก็จะลดลงเอง

9. ในอีกมุมหนึ่งหุ้นที่ ARK เลือกทั้ง 5 Platform คือ Blockchain, AI, DNA Sequencing, Energy Storage และ Robotics จะกลายเป็นหุ้น Big Winner ในอนาคต

10. และแน่นอนว่าถ้ามีหุ้น Big Winner ก็ต้องมีหุ้น Big Loser มหาศาลที่มีคุณสมบัติตรงข้ามกับหุ้น Big Winner

หุ้น New World
11. ตัวอย่างเช่นหุ้น Ride Hailing ที่อาจมีรายได้รวมกับกว่า 1.5 ล้านล้านเหรียญในปี 2030 แต่ Ride Hailing ก็มีหุ้นหลายประเภทในนั้นเช่น Platform Provider, Automaker และ Fleet-Owner

12. กว่า 80% ของ Value ทั้งหมดจะตกเป็นของ Platform Provider โดย Automaker กับ Fleet-Owner จะได้แค่ 20% จะเห็นว่าแม้อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่อยู่ใน Value Chain ที่แตกต่างกัน หุ้นจะมีมูลค่าต่างกันมหาศาล

Tesla vs Waymo
13. ที่ Waymo บอกว่า Tesla จะไม่มีทางทำ Full Autonomy ได้ (รถยนต์แบบไร้คนขับ 100%) นั่นเป็นเพราะ Waymo และ Tesla ใช้กลยุทธ์ที่ต่างกัน Tesla เป็นระบบที่อิงอยู่บน Radar และกล้องแบบชัดโคตรๆรอบตัวรถ ส่วน Waymo เน้นไปที่ Lidar และการใช้แผนที่แบบโคตรละเอียด

14. Tesla ได้เปรียบกว่าเพราะรถได้ไปขับและเก็บข้อมูลในสถานที่จริง ยิ่งมีรถมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งแม่นยำเท่านั้น โดยไม่ต้องพึ่งพิงแผนที่ Waymo ใช้เวลา 2 ปีในการพัฒนาเพื่อให้ใช้ Self-Driving ได้ในเมืองใหม่ๆ แต่ Tesla ใช้ข้อมูลจากรถของลูกค้าที่อยู่บนถนนเต็มไปหมดแล้ว เกมของ Self-Driving คือการมีรถเยอะกว่าในระยะเวลาที่สั้นกว่า กลยุทธ์ของ Tesla จึง Scalable กว่าของ Waymo (การที่ Tesla ไม่ใช้ Lidar เพราะราคาแพงก็เพื่อกดให้ราคารถของ Tesla ถูกลง มีรถเยอะขึ้น ทำ Full Self-Driving ได้เร็วขึ้น)

การเปลี่ยนแปลงของหุ้น Tech
15. นอกจากเทคโนโลยีรถแล้วก็มี Drone ที่น่าสนใจ ต้นทุนในการขนส่งของ Drone ถูกมากแค่ 8 เหรียญต่อ 10 ไมล์ แต่จะถูกกว่านั้นถ้า Drone เป็นระบบอัตโนมัติและไม่ต้องใช้คน ต้นทุนจะเหลือเพียง 25 เซนต์ การเอา Drone มาใช้ส่งของกลายเป็นอุตสาหกรรมแสนล้านเหรียญในอนาคต

16. ธุรกิจ Social Media กำลังปรับตัวเป็น E-Commerce และธุรกิจ E-Commerce กำลังปรับตัวเข้าหา Social … อุตสาหกรรม Social Commerce จะโตโหดมากๆในอนาคต ตอนนี้เป็นเพียงแค่ 5% ของ E-Commerce จะโตเป็น 20%

17. การโฆษณาออนไลน์จะยังโตอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาถูกกว่า วัดผลได้ง่ายกว่า ประสิทธิภาพสูงกว่า

Bitcoin จะขึ้นไปได้แค่ไหน?
Bitcoin มีแนวโน้มเป็นอนาคตของการจ่ายเงิน ตอนนี้รัฐบาลมีการตั้ง CBDC (Central Bank Digital Currency) พูดง่ายๆคือเป็นคริปโตของรัฐบาล ซึ่งการทำแบบนี้ยิ่งเป็นการบ่งบอกถึงการยอมรับคริปโต ยิ่งทำให้การที่ Bitcoin จะถูกแบนน่าจะน้อยลง

กลับกันคนที่ซวยจริงๆน่าจะเป็นคนกลาง หรือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพราะถ้ารัฐบาลสามารถต่อตรงถึงประชาชนได้ด้วยคริปโต ผ่าน Digital Platform ประโยชน์ของธนาคารพาณิชย์จะน้อยลงทันที

ส่วนเรื่องราคา Bitcoin ทาง ARK Invest ประเมินว่าถ้าบริษัทใน S&P500 เอาเงินสภาพคล่องส่วนเหลือลงทุนใน Bitcoin 1% จะทำราคาขึ้นไปถึง 50000 เหรียญ แต่ถ้าลง 10% จะกลายเป็น 400000 เหรียญ

ฟังแล้วก็ต้องยอมรับจริงๆว่านักลงทุนที่คิดไปในอนาคตได้เยอะๆนี่ต้องใช้ความรู้เชิงลึกและการติดตามเยอะมากๆ นักลงทุนธรรมดาแบบผมก็อาศัยฟังเยอะๆ ติดตามบ่อยๆ การลงทุนก็น่าจะดีขึ้นตามลำดับ (หวังว่า)

ภาษาอังกฤษผมไม่ค่อยแข็งแรง ถ้าเข้าใจผิดตรงไหนก็ขออภัยด้วยครับ
ใครมีแหล่งข้อมูลดีๆแชร์หน่อยนะครับ ไปด้วยกันไปได้ไกลฮะ

ไฟล์ต้นทางอยู่ที่ เว็บ ARK Invest นะครับลองเข้าไปดูเพิ่มเติมกันได้ครับ

ชอบสรุปข้อมูลหุ้นอ่านง่ายแบบนี้ อย่าลืมกด Like Page Facebook ให้กำลังใจทีมงาน Buffettcode ด้วยนะครับ
Cr:Buffett code



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Tue Feb 23, 2021 5:17 pm

จัด Port การลงทุน สไตล์ "หนีดอย"
แบบถือได้ยาวๆ 3-10 ปี
By เพจ หนีดอย

โดยจัดเป็นพอร์ทที่มีความเสี่ยงสูง
แบบไม่มีถือตราสารหนี้ และ REITs
ซึ่งอาจไม่เหมาะกับทุกคนนะครับ
เพราะคนเรารับความเสี่ยงได้ไม่เหมือนกัน

แบ่งออกมาเป็น 3 ประเภท

1. เน้นถือน้อยตัว 3-5 กองขึ้นไป
💭จีน 20% : ASP-EVOCHINA*** หรือ KT-CHINA-A** หรือ TMBCOF*
💭�ทั่วโลก 40% : ONE-UGG-RA***หรือ K-CHANGE-A** หรือ TNEXTGEN*
💭อเมริกา 20% : K-USA-A*** หรือ KF-US** หรือ K-USXNDQ-A*
💭พลังงานสะอาด (ESG) 10%: T-Globalenergy/Mrenew*** หรือ WE-TENERGY** หรือ T-ES-GGREEN*�
💭ทองคำ 10% : SCBGOLDH *** หรือ I-GOLD** หรือ SCBGOLD*

2. เน้นถือกลางๆ 8-10 กองขึ้นไป�
💭จีน 15% : ASP-EVOCHINA*** หรือ KT-CHINA-A** หรือ TMBCOF*
💭�ทั่วโลก 30% : ONE-UGG-RA***หรือ K-CHANGE-A** หรือ TNEXTGEN*�
💭อเมริกา 25% : K-USA-A*** หรือ KF-US** หรือ K-USXNDQ-A*�
💭เอเชีย 10% : MATECH-A + KFORTFLEX�
💭พลังงานสะอาด (ESG) 5%: T-Globalenergy/Mrenew*** หรือ WE-TENERGY** หรือ T-ES-GGREEN*
💭เทคโนโลยีด้านสุขภาพ 5% : TGHDIGI*** หรือ PRINCIPAL GHEALTH-A*** TGENOME�
💭ทองคำ 10% : SCBGOLDH *** หรือ I-GOLD** หรือ SCBGOLD*

3. เน้นถือเยอะตัว 11 กองขึ้นไป
💭จีน 15% : ASP-EVOCHINA + UCI + WE-CHIG + KT-ASHARES-A�
💭ทั่วโลก 25% : ONE-UGG-RA + ONE-DISC-RA + TNEXTGEN
💭อเมริกา 15% : K-USA-A + SCBUSSM�เอเชีย 10% : MATECH-A + KFORTFLEX
💭เกมส์ อีสปอร์ต 5% : LHESPORT-A
💭เทคโนโลยีด้านสุขภาพ 5% : TGHDIGI + PRINCIPAL GHEALTH-A + TGENOME
💭Cloud 5% : PRINCIPAL GCLOUD-A*** หรือ TCLOUD**
💭พลังงานสะอาด (ESG) 5% : T-Globalenergy/Mrenew*** หรือ WE-TENERGY** หรือ T-ES-GGREEN*�
💭E-commerce 5% : ONEGECOM
💭ทองคำ 10% : SCBGOLDH *** หรือ I-GOLD** หรือ SCBGOLD*

💭หมายเหตุสำหรับเครื่องหมาย *
*** = ผมชอบอันดับ 1
** = ผมชอบอันดับ 2
* = ผมชอบอันดับ 3



Post Reply