VI หาดใหญ่

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
Post Reply
amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Thu Apr 19, 2018 11:06 pm

AGM SQ 18 April 2018 13.30

วาระที่หนึ่ง เรื่องแจ้งให้ทราบ
คุณสมบูรณ์ ประธานกรรมการ มีเรื่องแจ้งให้ทราบตามระเบียบ

วาระที่สอง รับรองรายงานการประชุมปี2560

วาระที่สาม
พิจารณารับทราบผลการดำเนินงาน ปี 2560
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณ ศาศวัต
ปริมาณการผลิต เพิ่มขึ้น 4.3% เป็น 49.9 ล้านลบเมตร
แม่เมาะเจ็ด ผลการผลิตลดลง เพราะอยู่ในช่วงปลายของสัญญา ปกติช่วงปลายจะน้อย
แม่เมาะแปดเพิ่มขึ้น เป็นช่วงเริ่มต้นของสัญญาเป็นปีที่สอง ปีหน้าเป็นปีfull production คาดยอด 4 เท่าของปีที่แล้ว
โครงการหงสาก็เพิ่มขึ้น ผลงานดีกว่าปี59
รายได้เพิ่มขึ้น 9% เพราะแม่มาะแปดเพิ่ม แต่แม่เมาะเจ็ดลด
รายได้แบ่งออกเป็น
1.แม่เมาะแปด 44%
2. แม่เมาะเจ็ด 29%
3. โครงการหงสา 27%
ปีนี้แม่เมาะแปดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น
กำไรเพิ่มขึ้น 11% ,GP เพิ่มขึ้นจาก 1169 ลบ เป็น 1183 ลบ
กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 360 ลบ
Back log เท่ากับ 35,448 ลบ
เหมืองดีบุกจะเริ่มในQ3 18
คำถาม พม่ามีการประท้วงต่างชาติไม่ให้ทำผิวหน้าดิน กระทบต่อบริษัทหรือไม่
ตอบ ของเราเหมืองดีบุกทำมาร้อยปี สร้างรายได้ให้เขา ชาวบ้านได้ประโยชน์ตอนนี้ไม่มีการประท้วง
คำถาม จากเหตุการณ์ดินสไลด์ที่แม่เมาะแปด เราต้องชดใช้หรือไม่
ตอบ เราไม่ต้องชดใช้ ดินสไลด์จากที่อื่นมาโดนผิวดินของเรา เรากำลังขอบรรเทาผลกระทบ
จากการไฟฟ้า ดังนั้นรายได้ที่จะโตของแม่เมาะเฟสแปดจะไม่โตถึงสี่เท่าอย่างที่บอกช่วงแรก
เราต้องขนดินสองล้านคิวออกไปจากที่ดินสไลด์ และเรามีการทำประกันไว้
วาระที่สี่
ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรโรงงานแม่เมาะแปด
และ ค่าแรงเพิ่มขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ส่วนนึง ราคาต่อหน่วยของโครงการแปดปรับลดลงเล็กน้อยจากปี59 ตามสัญญา
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 322 เป็น 360 ล้านบาท

คำถาม
1.ถามว่า Backlog อยู่ในวัตถุดิบ หรือ งบการเงิน ครับ
2.ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์เพิ่มขึ้น 4,xxxกว่าล้านบาท ที่เราลงทุนก่อให้เกิดรายได้อย่างไร
3.ภาษีค้างจ่ายไม่มีการตั้งยอด แสดงว่าเราไม่ต้องชำระในเดือนพค ใช่ไหม
ตอบ
1.backlog ไม่อยู่ในงบดุล และ ไม่ใช่สินค้าคงเหลือด้วย
2.ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์หลักๆมาจากเครื่องจักรโครงการแปด
เราคาดการณ์IRR = 10-12% เป็นผลตอบแทนที่คาดหมายจากที่ลงไป 7,000 ลบ
เกิดการสไลด์ของหน้าดินขึ้น ทำให้โครงการหยุดไปสองเดือน
3.เราชำระภาษีนิติบุคคลเรียบร้อยไม่มีการชำระเพิ่มเติม

คำถาม หนี้สินต่อทุนสูง อยากทราบเพดานไม่เกินเท่าไหร่
ตอบ ตามเงื่อนไขการกู้ยืม D/E or interest bearing debt < 2:1 ซึ่งปีที่แล้วอยู่ในเกณฑ์
แต่ถ้ามีโครงการใหม่ ก็ต้องระดมทุนจากการก่อหนี้ แต่ก็หวังว่าโครงการแปดและหงสาก่อให้เกิดกำไร
เพื่อทำใหสัดส่วนไม่เกินสองเท่า ดูcash flow ,working capของโครงการใหม่อีกที


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Tue Apr 24, 2018 11:10 pm

AGM CPF 24 apr 2561
วาระที่สอง
คุณกอบกุล เป้นผู้รายงานสรุป
ปีที่แล้วมีรายได้ 501,507 ล้านบาท เติบโต 8%
แบ่งรายได้ออกเป็น
1.รายได้ขายในประเทศ 30% แบ่งเป็นธุรกิจสัตว์บก 25% และ ธุรกิจสัตว์น้ำ 5%
2.รายได้ส่งออก 6%
3.รายได้จากต่างประเทศ 64%
รายได้เพิ่มขึ้นจากรายได้ส่งออกเพิ่มขึ้น 6% และรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 13%
กำไรสุทธิรวม 15,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4%
เกิดจากการขายเงินลงทุน , ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น และเสียภาษีน้อยลงจากการเปลี่ยนแปลงภาษีของUS

บริษัทได้รับการให้เข้าไปร่วมเป็นสมาชิแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560
ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มดัชนีความยั่งยืนมาต่อเนื่องปีที่3
ได้รับการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิก FTSE4Good Index ประเภทตลาดเกิดใหม่เป็นปีแรก
บริษัทได้รับการประเมินผลการกำกับดูแลกิจการประจำปี 2560
คุณดิเรก สรุปว่าที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงาน ไม่ต้องลงคะแนนเสียง

วาระที่3 พิจารณาอนุมัติงบการเงินและบัญชีกำไรขาดทุนก่อน
รายได้ส่วนใหญ่มาจากบริษัทลูก ของงบเฉพาะกิจ 45,856 ลบ ส่วนงบรวม 515,197 ลบ

วาระที่4 จัดสรรกำไรและจ่ายปันผล
ปีที่แล้วก็มีการจัดสรรกำไรสุทธิเพิ่มเป็นทุนสำรองตามกฎหมาย 108 ลบ คิดเป็น 0.93 ของกำไรสุทธิประจำปี
คิดเป็นร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียน
ส่วนการจ่ายปันผล จะจ่ายหุ้นละ 0.75 บาท แต่จ่ายครึ่งปีแรกไปแลว 50 สต เหลือจ่ายอีก 25 สต
คิดเป็น 42% ของกำไรสุทธิของปี 2560
เป็นการจ่ายปันผลจากบริษัทย่อยที่เสียภาษี 20% XD 4 May 18 , pay 23 May 18


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Wed Apr 25, 2018 8:07 pm

AGM EPCO 25 April 2018 10.00
รายได้ของบริษัท ประกอบไปด้วย
1. ธุรกิจสิ่งพิมพ์ 48%
2. ธุรกิจไฟฟ้า จากบริษัทย่อย EP 52%
1 ธุรกิจสิ่งพิมพ์ ส่วนโบวชัวร์ลดลง เพราะอยู่ในช่วงไว้อาลัย ไม่ค่อยมีโฆษณา
ประกอบกับเอกชนควบคุมค่าใช้จ่าย เลยลงโฆษณาลงหนังสือพิมพ์
และ นิตยสารหลายเล่มปิดไป
ปีที่แล้วมาเริ่มทำ Packaging รายได้คิดเป็น 5%ของสิ่งพิมพ์

2 โรงไฟฟ้า ที่อยู่ภายใต้ EP
2.1 โครงการไฟฟ้าญี่ปุ่น
- Kyoto 10 MW เริ่มจ่ายไฟตั้งแต่ 21 พย 59
- Kurihara1 capacity 11.68 MW
2.2 โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม
- PTTC 120MW ที่นิคมลาดกระบัง ไฟฟ้าจองเต็มแล้ว ส่วนstreamขาดอีกสองเจ้าจะจบปีนี้
- SSUT2 240MW ที่นิคมบางปู
2.3 Solar Farm
- ปราจีนบุรี 5 MW
- บ่อพลอย 10 MW
- ลพบุรี 5 MW
2.4 Solar roof
- EPCO 0.3 MWdc
- KMC 1.07 MWdc
- TOYOTA Kaset 0.13 MWdc
อยู่ระหว่างดำเนินการอีก2ที่ คือ Kingpac 2.08 MW, thai-Lysaght 0.28 MW
บริษัทย่อย EP จะยื่น Filing ภายในต้น พค และ สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ภายในต้นปีหน้า
ผู้ถือหุ้น EPCO มีสิทธิจองหุ้น EP ตามสัดส่วนที่ถือ

ปีที่แล้ว ผลกำไรของ EP ไม่ได้จ่ายปันผลออกมา โดยเอาเงินไปลงทุนต่อ
ทำให้กำไรขอบบริษัทลดลง ประกอบ Q4 Stream turbi ไม่ทำงาน ต้องซื้อไฟจากรัฐ กำลังclaim ค่าเสียหาย
จากผู้ผลิต ดังนั้น ส่วนPPTC รายได้ลดลง ทำให้กำไรบริษัทลดลงด้วย แต่Q1 กลับมาทำงานได้ปกติแล้ว
ส่วน SSUT2 ลูกค้าจากสมุทรปราการโคเจน ทยอยมาเป็นลูกค้าเราเนื่องจากอายุใกล้หมด
ดังนั้น SSUT2 รายได้โตต่อเนื่อง


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Thu Apr 26, 2018 5:23 pm

AGM PYLON 26 April 2018 13.30

เนื่องจากบริษัทไป Opp day ทุกไตรมาส เลยไม่ได้สรุปผลงานจากปีที่ผ่านมา

แต่พอวาระที่3 สำหรับงบการเงิน กำไรสุทธิของงบรวม net profit margin
ลดลงมาตั้งแต่ปี 58 16.34% ,ปี 59 15.98% จนมาปีที่แล้วลดลงเหลือ 14.04%

เลยถามดูว่าทำไม net profit marginลดลงตลอด อยากทราบเหตุผล
คุณ Chanet CEO ตอบว่า ได้อธิบายรายละเอียดตอน opp day เมื่อต้นปี
ปีที่แล้ว โครงการของภาครัฐออกมาน้อย ส่วนภาคเอกชนก็มีการเลื่อนหลายโครงการ
ทำให้รายได้ปีที่แล้ว 715.6 ลบ กำไร 101 ลบ
ปีนี้มีงานที่คาดว่าจะได้ เป็นงานรถไฟฟ้าสายหนึ่งในทั้งหมดสามสาย
D/ E ratio ลดลงจาก 0.28 เท่า เหลือ 0.22 เท่า

ส่วนคำถามต่อไป เรื่องการปันผล ว่ามีนโยบายอย่างไร ปีนี้จ่ายปันผล 20 สตางค์
คุณ Chanet ตอบว่า การจ่ายปันผลขึ้นกับผลประกอบการว่ามีกำไรมากน้อยแค่ไหน
ส่วนตัวผมเห็นว่าบริษัทนี้จะพยายามจ่ายปันผลออกให้มากที่สุด

ส่วนคำถามเรื่องการเลือกกรรมการใหม่กลับมาดำรงตำแหน่ง
มีคำถามจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยเรื่องถ้าอายุการเป็นกรรมการเกิน 9 ปี
ไม่น่าจะต่ออายุของกรรมการอีก
คุณเสรี จินตเสรี ตอบว่าก็อยากให้มีกรรมการเข้ามาแทนกรรมการเก่า
แต่มีปัญหาว่าไม่มีผู้อาสาสมัครมาเป็นกรรมการ เลยต้องให้กรรมการคนเดิมเป็นต่อ
ประชุมเสร็จ 14.20 น


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Thu Apr 26, 2018 6:21 pm

AGM ROJNA 26 April 2018 10.00

วันนี้ดูคุณ จิระพงษ์ กรรมการผู้จัดการ อารมณ์ดี ตอบคำถามผู้มาประชุมอย่างละเอียด

ผลการดำเนินงาน
ธุรกิจหลัก
1.นิคมอุตสาหกรรมปีที่แล้ว สภาพทรงๆไม่เติบโตมากนัก ลูกค้าเปลี่ยนจาก ญี่ปุ่นมาเป็นจีน
ซึ่งตอนนี้เป็นลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัท
ปีที่แล้วเราเซนต์สัญญาไป 400 ไร่ โดยประมาณเป็นการขาย การบันทึกรายได้ต่อเมื่อโอนที่ดินเท่านั้น
ปีที่แล้วโอนที่ดินค่อนข้างบ่อย Q1 มีการโอนต่อ ลูกค้าเซนต์สัญญาไปแล้ว เรามีBacklogอีก400ไร่
ที่จะเซนต์สัญญา เราต้องดูลูกค้าระยะยาว ยังมีกำลังเจรจาอีก 500-600 ไร่ ส่วนใหญ่มาจากจีน
ดูแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไป การมีEECช่วยได้ระดับนึง เราอยากเห็นรูปลักษณ์ที่เห็นชัดก่อนว่าจะมีการพัฒนาแค่ไหน
เราต้องดูสิทธิประโยชน์ที่ได้ง่ายสุด ต่อมาต้องดูinfrastructure
คู่แข่งสมัยก่อนไม่เยอะ ทางเลือกของลูกค้าไม่มาก แต่ตอนนี้ทุกประเทศแข่งขันกับเรา
2.ธุรกิจไฟฟ้าค่อนข้างดีขึ้น เพราะมีการปรับค่าไฟ2ช่วง
3.Property มีการขายที่ดินสุขุมวิท66 ช่วงกลางปี ซึ่งไม่ใช่ธุรกิจหลัก ต้องรอจังหวะ
การขายที่ดินออก สร้างเสร็จขายจะกำไรน้อยกว่าการขายที่ดิน
ปีนี้มีการบันทึกรายได้จากการขาย TICON ซึ่งต้องดูauditorว่ารายได้จะเข้าQ1 หรือเปล่า
การขายที่ดินปีนี้คาดว่าจะมากกว่าปีที่แล้ว 5-10%
ส่วนการขายไฟก็มากกว่าปีที่แล้วจาก Rojana power


Q: ผมเริ่มถามว่า
1.หลังจากขายส่วนTicon ไป รายได้ที่เป็นrecurring incomeส่วนนี้หายไป มีแผนอย่างไรในการหารายได้มาชดเชย
2.หลังจากขายTiconไป เงินที่ได้วางแผนไปทำอะไรบ้าง
3.อยากให้comment ลูกค้าที่เป็นชาวจีนเปรียบเทียบกับลูกค้าเดิมที่เป็นชาวญี่ปุ่น
คุณจิระพงษ์ตอบว่า
ตอบ ข้อ 1,2 เราเป็นบริษัทแรกๆที่เริ่มมี multisource income โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 97-98
เราเป็นคนทำโรงไฟฟ้าโรงแรก ทำsolar cell ตั้งแต่รุ่นได้adder 8 บาท
ขายน้ำ ซื้อหุ้นTiconเพื่อลงทุนหารายได้เสริม
เราขายTicon ไปในราคา 8,000 ลบ เพราะyieldลดลงมาตลอดช่วงที่ผ่านมา
ส่วนโครงการที่จะไปทรัพย์สินใหม่ มีการแข่งขันกันสูงเนื่องจากดอกเบี้ยต่ำ คนไปกู้มาแข่งซื้อเยอะมาก
เงินที่มาได้กะว่าจะคืนเจ้าหนี้ 4,000ลบ ตอนนี้คืนไปพันกว่าล้านบาท
ส่วนที่เหลือก็เตรียมไว้ลงทุนโครงการใหม่
3. บริษัทญี่ปุ่นเวลามาจะเป็นระบบ เช่น ธุรกิจแรกมา จะพาลูกหลาน หรือบริษัทsupportตามมาด้วย
ทำให้เราคาดการณ์ได้ง่าย ส่วนบริษัทจีนจะมาเดี่ยวๆ ไม่มีsupply chain

Q: อยากให้อับเดทลูกค้าที่อยุธยา
A: ที่อยุธยาจะเหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำมาก
ส่วนEEC ปริมาณน้ำจะไม่มาก ส่วนใหญ่จะเหมาะกับอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์
ส่วนfood industry จะอยู่ทางภาคกลาง รวมปทุมธานี

Q : อยากทราบความคืบหน้าของโครงการที่พม่า
A : เรามีส่วนแค่นิคมอุตสาหกรรมที่ทวาย พื้นที่ 1,000 ไร่
ต้องรอถนน และ ไฟฟ้าเสร็จก่อน จึงเริ่มในส่วนนิคมได้
ล่าสุดจะมีการประชุม ระหว่างรัฐบาลต่างๆในช่วง พค 18
วาระที่8 ได้อนุมัติวงเงินในการออกหุ้นกู้ 5,549 ลบ อายุ 3-7 ปี ดอกเบี้ยในช่วง 3.4-4.75%
วัตถุประสงค์ไปออกใหม่ทดแทนหุ้นกู้ที่จะหมดอายุ ได้ดอกเบี้ยจ่ายที่ต่ำลง
จบการประชุม 11.40 น


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Mon Apr 30, 2018 10:42 pm

AGM QHPF 30 Apr 18 9.00 ที่คิวเฮ้าส์ ลุมพินี ชั้น 4
กองทุนอสังหาริมทรัพย์กองแรกที่จัดประชุมประจำปี จัดก่อนกลต กำหนดให้ทุกกองอสังหาเริ่มจัดในปีหน้า
เป็นหนึ่งในห้ากองทุนอสังหาที่บริหารโดย บลจ LH จำกัด คือ QHPF หรือ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ควอลิตี้ เฮ้าส์ ซึ่งทุกกองทุนที่บริหารโดย บลจ LH จ่ายปันผลทุก2เดือน
คนที่ลงทุนในกองนี้ส่วนใหญ่จะเกษียณจากงานได้รอรับปันผลจากกองทุน

กองทุน QHPF เริ่มต้นโครงการโดยมีเงินทุน 7,863 ลบ ตอนนี้มูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 9,456 ลบ เพราะ
กองทุนสามารถสร้างรายได้ ได้มากกว่าที่คาดไว้ตอนต้น โดยประกอบไปด้วย ตึก 3 แห่งคือ
1.QH เพลินจิต อายุโครงการเหลือ 19 ปี Occupancy 97%
2.QH ลุมพินี อายุโครงการเหลือ 17 ปี Occupancy 99%
3.โครงการอาคารให้เช่า เวฟ เพลส อายุโครงการเหลือ 12 ปี Occupancy 100%
Occupancy ทั้งโครงการเท่ากับ 98% ราคาค่าเช่าเฉลี่ย 783.18 บาทต่อตรม

อาคารสำนักงาน 1,2 สัญญาเช่าประมาณ 3 ปี แล้วต่อใหม่ สามารถขึ้นค่าเช่าได้
ส่วนเวฟ เพลส สัญญาเช่า 5-10 ปี ถึงจะขึ้นเช่าในสัญญาใหม่ได้
ปีที่แล้วมีการrenovate ทั้งสามตึกใช้งบไป 27 ลบ
เงินปันผลได้จ่าย 7.xx% สูงกว่ากองอสังหาในตลาด 6.2%

สาเหตุที่ไม่แปลงเป็นREITsเหมือนหลายกองเมื่อปีที่แล้วเพราะ
ยังไม่มีแผนเพิ่มสินทรัพย์ และ สิทธิประโยชน์เดิมของproperty fund ส่งผลดีต่อผู้ถือหน่วยมากกว่า
เพราะไม่ต้องเสียภาษีสำหรับการดำเนินการ

ค่าตรวจสอบบัญชีปี 2561 เพิ่มขึ้น 2% = 816,000 ลบ เพราะ
1. ต้องมีการทำสรุปบัญชีเพื่อประชุมกับผู้ถือหน่วย
2.ค่าแรงเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2555 แต่ทางบลจขอไม่ให้ขึ้นตอนนั้น ปีที่แล้วผลประกอบการดีขึ้น จึงให้เพิ่มค่าตอบแทน
ผู้สอบบัญชีได้

มีผู้สอบถามว่า กองที่เปิดพร้อมกัน คือ SPF ได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า ให้แนะนำว่าควรทำอย่างไร
ผู้บริหารตอบว่า กองSPF ให้ผลตอบแทนดี เพราะช่วงนี้การท่องเที่ยวบูมมาก ทำให้SPFได้รับค่าเช่า
และค่าธรรมเนียมการจอดเครื่องบินมาก แต่การลงทุนต้องมีการกระจายความเสี่ยง ไม่ควรลงแค่
กองเดียว ยกตัวอย่างเช่น ช่วงไข้หวัดนก รายได้ของกองนั้น หายไปเพราะไม่มีคนไปเที่ยว
ดังนั้นเราไม่ควรเน้นที่ผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวในการลงทุน ถึงแม้QHPFจะให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่า
แต่รายได้สม่ำเสมอมากกว่า ดังนั้นควรลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงไปหลายกองทุน
จบการประชุม 11.20 น.


User avatar
AnieLee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1187
Joined: Fri Jul 25, 2014 3:11 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by AnieLee » Tue May 01, 2018 10:35 pm

romee wrote:สวัสดีปีใหม่ไทยครับ พี่ พ้อง น้อง เพื่อน ทุกท่านในห้องVI หาดใหญ่

ต้องขอบคุณพี่อมร และพี่AnieLee ที่ขยันโพสให้คนอื่นได้อ่านติดตาม ทั้งAGM และมีตติ้งจากหาดใหญ่

โยนหินถามทางครับ ถ้าสาขากทม. อยากนัดเจอกันเองบ้าง สนใจเจอะเจอกันมั้ยครับ แต่คงไม่ใช่มาหาหุ้นเด็ดแน่ๆ

อาจจะThemeประมาณ เม้ามอย แชร์ปูมหลัง ว่าบาดเจ็บจากหุ้นตัวไหน-ยังไง ให้คนอื่นๆได้ครื้นเครง ตามแนวทาง "ดอยของท่าน คือสุขของเรา" :rofl:
เจอกับแบบนัดบอด ไม่ต้องรู้จักloginกันก็ได้ครับ เพราะเวลากลับมาด่า เอ้ย มาเม้นในทู้นี้ จะได้เต็มที่ ไม่ต้องรักษาฟอร์มกัน :oops:

ถ้าหาวัน เวลา สถานที่ได้ เด๋วแจ้งให้ทราบคับ

อ่ะ มาแล้วก็ทำตัวมีประโยชน์นิดนึง
ฝ่ายมองโลกแง่บวก
ข้อมูลเชิงสถิติเอามาจากเวบ siamquant นะครับ เขาบอกว่า หุ้นลงจาก 1840 มาถึง ตอนนี้แถว 1760 แกว่งตัวยังไม่ถึง ค่า-2SD ด้วยซ้ำ หรือก็คือโอกาสหลุดกรอบ95%ของค่าปกติ

ค่าที่ถือว่าขึ้นลงผิดปกติของSET ในวันนึงต้องสัก3% ตอนนี้SET 1760ก็แสดงว่าถ้าจะผิดปกติ ต้องลงเกิน53จุดต่อวัน (เป็นลมแปร๊บ 55555)
ยิ่งถ้าเราอยู่ในตลาดนานๆเป็น10ปี โอกาสจะเจอการแกว่งตัวที่มากๆของSET แบบนี้มีเยอะมาก

ฝ่ายมองโลกแง่ลบ
1.ใช้หลัก market breath indicator
อธิบายสั้นๆ ดูว่าหุ้นในตลาดทั้งหมด มีอัตราส่วนการทำnew high, new low กันเท่าไร, ถ้าฝั่งnew lowมาก ก็แสดงว่าโอกาสตลาดลงก็มากตาม
ตอนนี้อัตราส่วนฝั่งnew low เยอะมากกกก
อัตราส่วนนี้ไม่ได้บอกว่าให้ขาย หรือซื้อนะจ๊ะ แค่บอกแนวโน้มของตลาดเท่านั้น คนอ่านจะเอาไปใช้งานยังไงก็อีกเรื่อง

2.คนใช้หลัก Fund Flow
บอกว่าถ้าเล่นหุ้นตามหรั่ง มักทำกำไรได้ สาเหตุเพราะเม็ดเงินในไทยมันมีจำกัด ถ้าหรั่งขายออกไปเยอะเกินค่าๆนึง แสดงว่าตลาดมักจะเป็นขาลง
นึกภาพเล่นไพ่ป็อกในวง แล้วขาใหญ่มันเลิกอ่ะ เม็ดเงินในวงไพ่ก็น้อยลง โอกาสที่เราจะได้กำไรเยอะๆ ก็น้อยตาม ถ้าไม่เก่งจิง
(จะว่าไปสัญญาณหรั่งขายมีตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้วด้วยซ้ำนะจ๊ะ)

ถ้าชาวไร่(ไล่ราคา)ก็คงงดเข้าซื้อ หรือถ้าคันมือก็เข้าแต่น้อย อย่ามูมมาม
แต่ถ้าชาวสวน(แทงสวน)ก็เต็มที่เลยจ้า ขอให้ได้ ขอให้โดนตัวเด็ดๆ
ส่วนชาว ขุด ลอก (ลอกหุ้น) ก็เลือกคนลอกดีๆ ดูอัตรา win rate ของตัวเองไว้บ้าง....ถ้าน้อยเกิน30% แนะนำลองสร้างพอร์ตแทงสวน การตัดสินใจของตัวเองดู อาจจะรวยก็ได้นะ 55555555
ก็ดีเหมือนกันนะครับ สำหรับการนัดมีทติ้งคุยกัน ยิ่งช่วงนี้ ตลาดไม่ค่อยดี อาจเป็นโอกาสในการมองหากิจการที่น่าสนใจก็ได้นะครับ ^ ^
รวมถึงการปลอบใจกันยามติดหุ้นด้วยครับ หุหุ

####################################################
ความสำเร็จจากการลงทุน ไม่ได้เกิดจาก "การซื้อของดี" แต่มาจาก "การซื้อของได้ดี" ต่างหาก

amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Wed May 02, 2018 10:40 am

AGM WHA 30 Apr 18 14.00

วาระที่2 สรุปผลการดำเนินงานปีที่แล้ว

ธุรกิจประกอบไปด้วย4ส่วน

1.นิคมอุตสาหกรรม
1.1 ยอดขายที่ดินของนิคมอุตสาหกรรม 976 ไร่
1.2 ในพื้นที่EEC เปิดนิคมHESIE4หรือHemaraj Eastern Seaboard Industrial Estate4 ในส่วนของ Industrial Estates/Lands เนื่องจากมีประกาศส่งเสริมนิคมในเขตEECปลายปีที่แล้ว ที่ให้สิทธิพิเศษบริษัทในกลุ่ม Auto,Robotic
และอุตสาหกรรมการบิน&Logistic.
1.3 นิคมอุตสาหกรรมจาก Vietnam 3,100ไร่ ได้EIAเมื่อมีคที่ผ่านมา
เราร่วมทุนกับpartnerที่เวียดนาม

2.Logistic พัฒนาพื้นที่การเช่า 2.1ล้านตรม เพิ่มขึ้น 161,588 ตรม
มีการแปลง WHAPF เป็น WHART ทำให้มีพื้นที่ให้เช่ามูลค่า 28,000 ลบ
มีการขาย สินทรัพย์ของนิคมเหมราชเข้า HREITsเมื่อต้นปี61อีก 9,000 ลบ
รวมแล้วมีขนาดสินทรัพย์กว่า 50,000 ลบ

3.Utility & Power
3.1 Whaup ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตอนนี้ถืออยู่ 70% มีvolumnขายน้ำกว่า 100ล้านคิวต่อปีเติบโตตามนิคมอุตสาหกรรมที่ขยาย
3.2 ธุรกิจไฟฟ้า กำลังการผลิตเพิ่มจาก 350 to 478 MW โรงไฟฟ้าSPPทยอยขึ้นระหว่างปี รายได้ไฟฟ้าโตขึ้น
ธุรกิจไฟฟ้า เรามี3partner ได้แก่ Glow,Gulf,Gungul

4. Digital Platform
4.1 Fibre optic ทำให้กับโรงงานใน 5 นิคมอุตสาหกรรม ปีนี้ทำเพิ่มอีกที่เหลือ 4 นิคม
4.2 ทยอยให้บริการเกี่ยวกับ Data center

ผลประกอบการ
1. รายได้ลดลงเนื่องจากปลายปี59มีการจำหน่ายสินทรัพย์เข้ากองREITs 6,200 ลบ (HREITs,WHART)
ถ้าไม่รวมส่วนนี้ รายได้ใกล้เคียงกับปี59 แต่มีการโอนที่ดินปีที่แล้วมากขึ้น ทำให้รายได้การขายที่ดินสูงขึ้น785ลบ
เป็น 3,210 ลบ GPของการขายที่ดินเพิ่มขึ้นจาก 36% เป็น 51%
อัตราการทำกำไรเพิ่มขึ้นจาก 2,800 เป็น 3,200 ลบ ถือเป็น new high recordของบริษัท

2.รายได้จากการขายเข้าREITsลดลงจาก 1.1หมื่นล้านบาท เหลือ 3พันล้านบาท
ส่วนรายได้ขายเข้ากองREITsลดลง มีการขายเข้าWHART1กองเดียว

3.รายได้ให้เช่าลดลงจาก 1,688 ลบ เป็น 1,148 ลบ เพราะมีการขายเข้ากองREITsปลายปี59

4.รายได้น้ำเพิ่มขึ้นจากการจ่ายน้ำเพิ่มให้ลูกค้า 8.4% เพราะลูกค้าในนิคมได้รับการจ่ายไฟจากโรงไฟฟ้าSPP
เพิ่มขึ้นรวมถึงปิโตรเคมี เลยใช้น้ำเพิ่มขึ้น รวมถึงได้รับค่าธรรมเนียมการจัดสรรน้ำซึ่งเป็นรายได้ไม่ประจำเพิ่มขึ้น

5.ส่วนแบ่งกิจการร่วมค้า SPP CODเพิ่ม4โรง บวก 1 โรงปลายปี2016

6.ดอกเบี้ยจ่ายลดลง เงินต้นของเงินกู้ลดลง cost of fundลดลง เพราะเครดิตดีขึ้น

7. ส่วนแบ่งรายได้ของ Data center น้อยมากเพราะพึ่งเริ่มได้ไม่ถึง2 เดือน
หลังจากที่มีการประกาศEEC เชื้อชาติจีนเข้ามามากขึ้นส่วนญี่ปุ่นกลับมาเป็นปกติ
ยอดรวมพื้นที่พร้อมขาย 12,000 ไร่ อยู่ใน EEC 9,000 ไร่ พื้นที่พัฒนา 2.1ล้านตรม
ธุรกิจน้ำกำลังการผลิต 155ล้านคิว ผลิตให้ลูกค้าหนึ่งร้อยล้านคิว ส่วนไฟฟ้า กำลังการผลิต 478 MW
มีlocationที่ไม่ได้อยู่ในDowntown แต่ไม่ไกลจากDowntownนัก
ท่อส่งแก๊สธรรมชาติส่งไปที่ HESIE2,4

ธุรกิจที่เติบโตในอนาคตคือ Solar roottop ในพื้นที่ 2.1ล้านตรม
เรามีpartnerที่แข็งแรงคือ Gulf,Glow,Bgrim,Gungul
ยอดรวมพื้นที่พร้อมขาย 12,000 ไร่ market share เป็น 50%
ตอนนี้มี 9 นิคม และ จะมีอุตสาหกรรมใหม่เพิ่มอีก3แห่งในไทย 1แห่งในเวียดนามรวม 13 นิคม
ส่วนLogistic มีญี่ปุ่นคิดเป็น 38% อุตสาหกรรมในเชิง 3rd party logistic for consumer product
รายได้ค่าเช่ายังเติบโต
Utility เพิ่มขึ้น 13% เพราะมีการจ่ายไฟและน้ำเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา
ไฟฟ้า 478MW ยังมีpipeline 64.5 MW (COD 30 MWต้นปี61) ตอนนี้ 50x MW
ส่วน Digital platform, Fttx เดินสายFibre ลงดินใน4นิคมอุตสาหกรรมแล้ว

อัตราการทำกำไร
1. ธุรกิจให้เช่า 51% ลดลงจาก 67% มีการเปลี่ยนจาก Build to suit to Ready to build
2. Marginของการขายที่ดินสูงขึ้นค่อนข้างชัดเจน เพราะต้นทุนเดิมต่ำ sell to REITs margin 45%
3. HREITs ขนาดกองโตขึ้น ทำให้ได้ปันผลสูงขึ้น และ ค่าบริหารสูงขึ้น มีค่าธรรมเนียมจากลูกค้าหนึ่งรายเป็นค่าผ่านทาง 200 ลบ
4. Utility น้ำเพิ่มขึ้น เป็น 44% จากการเปลี่ยนสัดส่วนน้ำที่มี value added มากขึ้น ส่วนธุรกิจพลังงานร่วมทุนกับPartner ก้าวกระโดด จาก 965 ไปที่ 1,926
5. GP ของ ธุรกิจที่มีรายได้ประจำจะมีอัตราการทำกำไรสูงกว่า ธุรกิจที่ไม่ใช่รายได้ประจำ

D/E ลดลง , Gearing ratio ลดลงเหลือ 1.2 เท่า
ROE 15% มีroom improveอยู่


IndyVI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1263
Joined: Fri Jul 12, 2013 9:11 am

Re: VI หาดใหญ่

Posts by IndyVI » Sat May 05, 2018 8:46 pm

https://www.finnomena.com/tanhnanchya/sale-stock/

“แปะป้าย SALE แต่ไม่ซื้อ” – ความแปลกแต่จริงของตลาดหุ้น
E755157C-E276-4418-9DA7-D4E296E80F39.jpeg
E755157C-E276-4418-9DA7-D4E296E80F39.jpeg (51.66 KiB) Viewed 3631 times
“ซื้อถูก ขายแพง” นี่คือคำแนะนำที่เราได้ยินกันจนชินหู เรารู้ว่านี่คือกลยุทธ์ที่ควรทำ ฟังอย่างไรก็ดูมีเหตุผล

ทว่าเอาเข้าจริง หลายคนกลับไม่สามารถทำตามคำแนะนำนี้ได้ ทั้งที่ประโยคนี้เข้าใจง่าย แต่กลับทำยากเสียอย่างนั้น

คนส่วนใหญ่มักจะ “ซื้อแพง ขายถูก”

น่าแปลกดี หุ้นคงเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่คนชอบซื้อแพงๆ เวลาถูกๆ กลับไม่ซื้อ ตรงกันข้ามกับสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ อาหาร ที่เรามักจะต้องการซื้อในราคาถูก

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ? หุ้นต่างจากสิ่งอื่นๆ ที่เราต้องใช้เงินแลกซื้อมาตรงไหน? วันนี้เลยขอชวนทุกคนไปค้นหาคำตอบกันค่ะ

อรรถประโยชน์ของหุ้นนั้น ไม่เหมือนกับสินค้าอุปโภคบริโภค

อรรถประโยชน์ (Utility) เป็นแนวคิดหนึ่งที่ใช้ในวิชาเศรษฐศาสตร์บ่อยมาก แปลง่ายๆ ก็คือความพอใจที่เราจะได้รับจากสิ่งใดก็ตาม

ผู้เขียนไปเจอบทความหนึ่งน่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งได้ระบุคำกล่าวของ Robert Cialdini ผู้เขียนหนังสือชื่อ Influence ไว้ว่า

“พื้นฐานของสิ่งที่เราต้องการครอบครองสุดๆ นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด อรรถประโยชน์ที่เราจะได้รับจากสิ่งนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนเช่นกัน มีแต่ความต้องการจะครอบครองของเราเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง”

แปลง่ายๆ คือ คุณลักษณะของอะไรก็ตามที่เราต้องการหรือไม่ต้องการนั้นไม่ได้เปลี่ยน มันยังสร้างความพอใจให้เราเท่าเดิม มีแต่ใจของเรานั่นละที่เปลี่ยน

เพราะฉะนั้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมพอเราเห็นป้าย SALE ของสินค้าใดๆ ก็ตามที่เราหมายตาไว้ เราถึงรีบกระโจนเข้าใส่ เนื่องจากเรารู้คุณสมบัติมันดี รู้ว่ามันสามารถทำให้เราพอใจได้ ยิ่งราคาถูกลงแบบนี้อีกยิ่งคุ้ม

ในทางตรงกันข้าม อรรถประโยชน์ของหุ้นนั้นไม่ได้เดาง่ายๆ และไม่ได้คงที่เหมือนสินค้าอุปโภคบริโภค มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เรื่องราวคงจะง่ายขึ้นหากสิ่งที่กำหนดอรรถประโยชน์นั้นมีเพียงแค่พื้นฐานของบริษัท ทุกคนคงจะซื้อขายหุ้นกันตามความเป็นจริง ทว่า! นี่คือตลาดหุ้น และตลาดหุ้นเคลื่อนไหวด้วย “อารมณ์” ของผู้เล่นต่างหาก ฉะนั้น อรรถประโยชน์ของหุ้นแต่ละตัวจะถูกผูกกับความคาดหวังด้วยอารมณ์ของผู้ซื้อขาย

ยิ่งโอกาสกำไรมากเท่าไร อรรถประโยชน์ของหุ้นตัวนั้นก็จะพุ่งขึ้นเท่านั้น ทำให้คนกระโจนเข้าใส่ในเวลาที่หุ้นไต่ระดับราคาขึ้นเรื่อยๆ ในทางตรงกันข้าม ยิ่งมีโอกาสขาดทุนมากเท่าไร อรรถประโยชน์ของหุ้นตัวนั้นก็จะดิ่งตาม คนก็ไม่กล้าซื้อหุ้นที่ราคาถูกลงๆ นั่นเอง

สังคมก็มีส่วน

หากเราตั้งสมมติฐานว่าคนส่วนใหญ่ประเมินอรรถประโยชน์ในรูปแบบที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น เราก็พอจะสรุปได้ว่าคนส่วนใหญ่มักตัดสินใจแบบเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน

เมื่อราคาหุ้นขึ้น เราเห็นคนส่วนใหญ่ซื้อ เราก็ซื้อตามเพราะเชื่อว่าถ้าไม่ดีจริงคนคงไม่ซื้อหรอก ต้องรีบซื้อด้วยเดี๋ยวจะตกรถ
เมื่อราคาหุ้นลง เราเห็นคนส่วนใหญ่ขาย ไม่กล้าซื้อ เราก็พาลกลัวไปด้วย

ในอีกสถานการณ์หนึ่ง หากเราเดินห้างฯ แล้วเจอกลุ่มคนมุ่งเข้าหากองสินค้า SALE เราก็มีแนวโน้มจะเข้าไปด้อมๆ มองๆ ด้วยเช่นกัน
ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยานี้เรียกว่า Bandwagon Effect ซึ่งว่าด้วยการที่เรามักจะทำตามคนหมู่มาก เพราะเราไม่อยากจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว กลัวว่าถ้าไม่ทำตาม ก็จะพลาดอะไรดีๆ ไป

สังคมไม่พอหรอก ต้องเพิ่ม “ความกลัวขาดแคลน” เข้าไปด้วย

ความขาดแคลนหรือ Scarcity เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งให้คนเราเผลอทำอะไรไปตามอารมณ์ เพราะกลัวว่าสิ่งนั้นที่เราเล็งไว้จะไม่อยู่ให้เราได้ครอบครอง เรามักจะให้คุณค่าสูงๆ กับอะไรก็ตามที่มีจำนวนน้อย ลองสังเกตสิ ของหายากมักมีราคาแพงทั้งนั้นเลย

ความกลัวขาดแคลนนั้นจะถูกเร่งด้วย 2 สถานการณ์ คือ ความเสียหาย และ การแข่งขัน

มาเริ่มที่ความเสียหายกันก่อน
ในตลาดหุ้นคงหนีไม่พ้นการขาดทุนนั่นเอง เรามักจะไม่กล้าซื้อเพิ่มเมื่อราคาหุ้นตกลงมา เพราะเราเพิ่งจะเสียหายจากหุ้นที่ถืออยู่ เรามองว่ามันเป็นช่วงที่โอกาสเสียมีมากกว่าโอกาสได้ เมื่อราคาหุ้นขึ้น ทุกอย่างก็จะกลับตาลปัตร คนซื้อเพิ่มเพราะมองว่าโอกาสขาดทุนมีน้อยกว่าโอกาสได้กำไร

ในทางกลับกัน เมื่อสินค้าแปะป้าย SALE เราจะรีบพุ่งเข้าไปซื้อเพราะรู้ว่าถ้าหากหมดช่วงเวลา SALE เราจะเสียโอกาสในการได้ของราคาถูก อีกสิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสินค้า SALE กับหุ้นราคาถูกคือ “ระยะเวลา” นั่นเอง เพราะเรารู้ว่าเทศกาล SALE จบวันไหน แต่เราไม่มีทางรู้เลยว่าหุ้นจะตกถึงเมื่อไร

มาดูปัจจัยที่ 2 กันต่อ นั่นก็คือการแข่งขัน
ยิ่งคนแข่งกันช่วงชิงมากเท่าไร สิ่งนั้นก็ยิ่งดูมีค่า การแข่งขันถือเป็นคุณสมบัติของตลาดหุ้นเลยก็ว่าได้ เวลาหุ้นขึ้น คนมักจะแข่งกันซื้อเพราะหุ้นดูมีค่า ดูมีอนาคต และในเวลาที่หุ้นขึ้นเอาๆ นั้น คนก็จะมองว่าหุ้นราคาถูกนั้นหายาก (ตามแนวคิด Scarcity) ต้องรีบซื้อเก็บไว้ก่อน แต่พอหุ้นตกก็แข่งกันขายเพราะเริ่มรู้สึกว่าหุ้นไม่น่าสนใจแล้ว การหาหุ้นแพงๆ ขายในช่วงหุ้นตกนั้นก็ทำได้ยาก เลยรีบชิงขายก่อน ไม่มีใครแย่งกันซื้อหุ้นราคาตกเพราะเห็นว่ามันไม่น่าดึงดูด

ทางด้านของ SALE ไม่ต้องอธิบายมากมายเลย เพราะเราน่าจะคุ้นตากับการแข่งขันแย่งชิงของ SALE แล้วละ

เราจึงสรุปได้ว่าข้อแตกต่างหลักที่ทำให้คนปฏิบัติต่อหุ้นถูกและของ SALE ไม่เหมือนกันคืออรรถประโยชน์ที่ต่างกัน สินค้าทั่วไปนั้นค่อนข้างคงที่ แต่หุ้นนั้นมีความแปรปรวนกว่า ยิ่งบวกรวมกับพฤติกรรมหมู่ของคนส่วนมากด้วยแล้ว ก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมนักลงทุนถึงไม่ทันได้ควบคุมจิตใจ เพื่อต่อกรกับปัจจัยรายล้อมต่างๆ ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำคือวางแผนการลงทุนให้ชัดเจนและปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด การมีแผนที่ชัดเจนนั้นเปรียบเสมือนการมีที่ยึดซึ่งจะช่วยไม่ให้จิตใจเราเขว ที่สำคัญคืออย่าลืมไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง อย่าให้อารมณ์ความรู้สึกของคนรอบข้างมาเป็นตัวกำหนดการกระทำของเรา สุดท้ายแล้วก็ขออวยพรให้ทุกท่านโชคดีกับการลงทุนค่ะ

ที่มาบทความ: โพสต์ทูเดย์

Investment success doesn’t come from “buying good things,” but rather from “buying things well.
# Howard Mark #

User avatar
AnieLee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1187
Joined: Fri Jul 25, 2014 3:11 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by AnieLee » Sun May 06, 2018 8:10 am

พอราคาหุ้นลงมากๆ ตอนจะเคาะซื้อมานี่ ความรู้สึกเสียวมากๆ นะครับ มันกลัวกับความรุนแรงของราคาที่ลงมาพอสมควรเลย ฮ่าๆๆๆ และต้องพยายามฟืนเคาะซื้ออีกด้วย แถมหลังจากเคาะมา อย่างไปดูราคามัน จะยิ่งเสียว ถ้าราคาลงต่อ และที่คิดว่าสำคัญคือ แผนการซื้อถัว ^ ^

ที่ผ่านมา พลาดก็เยอะ ได้ผลดีก็มากตอนที่ไปเคาะสวนตอนราคาลงแรงๆ / ที่พลาดๆ สวนเคาะซื้อมาตอนราราลงแรง ก็มี sq tcj (ดีที่ไม่เคาะถัว smpc ที่ลงมาหลังปันผล) ส่วนตัวที่ได้ผลดี ก็รอบหลังสุด ก็มี vnt htc cbg ที่เคาะสวนไป แล้วราคาฟื้นตัวมาพอสมควร

สุดท้าย ถ้าไม่เคยเคาะสวนตอนราคาลงแรง เราก็คงไม่กล้าแน่ๆ และถ้าเคาะสวนมาตอนราคาหุ้นลงแรงๆ แล้วพลาด เราก็ขยาดอีก ครั้งต่อไปก็อาจไม่กล้า แต่ถ้าเคาะสวนมาแล้ว กำไรดี ก็อาจกล้ามากขึ้นในการเคาะสวนราคาหุ้นลงและอาจเคาะมากกว่าเดิม สุดท้าย อย่าลืมว่า ความล้มเหลวหรือความสำเร็จในอดีต ไม่สามารถยืนยันว่า จะเกิดเหตุการณ์ที่เหมือนเดิมติดต่อกันได้เสมอ ดังนั้นต้องระมัดระวังอยู่ตลอดไม่ว่าการเคาะซื้อสวนราคาหุ้นที่ลงมาเสมอ

####################################################
ความสำเร็จจากการลงทุน ไม่ได้เกิดจาก "การซื้อของดี" แต่มาจาก "การซื้อของได้ดี" ต่างหาก

User avatar
AnieLee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1187
Joined: Fri Jul 25, 2014 3:11 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by AnieLee » Sun May 06, 2018 11:27 am

ภาพแจ๊คหม่าหน้ายาว เกิดจากการย่อภาพตามสัดส่วนที่เว็บอนุญาต ทำให้ภาพดูแปลกไปนะครับ ^ ^
Attachments
IMG_3656.JPG
IMG_3656.JPG (243.06 KiB) Viewed 3565 times

####################################################
ความสำเร็จจากการลงทุน ไม่ได้เกิดจาก "การซื้อของดี" แต่มาจาก "การซื้อของได้ดี" ต่างหาก

IndyVI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1263
Joined: Fri Jul 12, 2013 9:11 am

Re: VI หาดใหญ่

Posts by IndyVI » Sun May 06, 2018 11:09 pm

:wall: :wall:


Investment success doesn’t come from “buying good things,” but rather from “buying things well.
# Howard Mark #

leky
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1803
Joined: Sun Aug 08, 2010 12:01 am

Re: VI หาดใหญ่

Posts by leky » Tue May 08, 2018 3:57 pm

AnieLee wrote:พอราคาหุ้นลงมากๆ ตอนจะเคาะซื้อมานี่ ความรู้สึกเสียวมากๆ นะครับ มันกลัวกับความรุนแรงของราคาที่ลงมาพอสมควรเลย ฮ่าๆๆๆ และต้องพยายามฟืนเคาะซื้ออีกด้วย แถมหลังจากเคาะมา อย่างไปดูราคามัน จะยิ่งเสียว ถ้าราคาลงต่อ และที่คิดว่าสำคัญคือ แผนการซื้อถัว ^ ^

ที่ผ่านมา พลาดก็เยอะ ได้ผลดีก็มากตอนที่ไปเคาะสวนตอนราคาลงแรงๆ / ที่พลาดๆ สวนเคาะซื้อมาตอนราราลงแรง ก็มี sq tcj (ดีที่ไม่เคาะถัว smpc ที่ลงมาหลังปันผล) ส่วนตัวที่ได้ผลดี ก็รอบหลังสุด ก็มี vnt htc cbg ที่เคาะสวนไป แล้วราคาฟื้นตัวมาพอสมควร

สุดท้าย ถ้าไม่เคยเคาะสวนตอนราคาลงแรง เราก็คงไม่กล้าแน่ๆ และถ้าเคาะสวนมาตอนราคาหุ้นลงแรงๆ แล้วพลาด เราก็ขยาดอีก ครั้งต่อไปก็อาจไม่กล้า แต่ถ้าเคาะสวนมาแล้ว กำไรดี ก็อาจกล้ามากขึ้นในการเคาะสวนราคาหุ้นลงและอาจเคาะมากกว่าเดิม สุดท้าย อย่าลืมว่า ความล้มเหลวหรือความสำเร็จในอดีต ไม่สามารถยืนยันว่า จะเกิดเหตุการณ์ที่เหมือนเดิมติดต่อกันได้เสมอ ดังนั้นต้องระมัดระวังอยู่ตลอดไม่ว่าการเคาะซื้อสวนราคาหุ้นที่ลงมาเสมอ

อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ การเคาะสวนถ้าหุ้นลงแรงมาก ๆ ถ้าไม่จำเป็นผมจะไม่ทำ ยกเว้นว่าเราเล็งหุ้นตัวนั้นมานานและเรามองว่าที่ราคานั้นโอเค แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้ว่ามันอาจจะร่วงลงไปได้อีก

ยิ่งถ้าเป็นการลงหนัก ๆ ของหุ้นเพียงตัวใดตัวหนึ่ง ยิ่งต้องระวัง เพราะอาจจะเกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานบางอย่างที่อาจจะเปลี่ยนไป บางทีเราอาจจะไม่ทราบแต่คนข้างในทราบ

แต่ถ้าเป็นการลงหนัก ๆ แบบความแพนิคของตลาด แบบนี้ผมจะสบายใจกว่าครับ เพราะบางครั้งอาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้นลท.ในตลาดกลัวกันมาก และทำให้หุ้นบางตัวราคาลงมาด้วย ทั้ง ๆ ที่พื่นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลงอันนี้ก็อาจจะเป็นโอกาสได้ของดีราคาถูก

ที่สำคัญคือ นลท.ในตลาดไม่ได้มีคนที่ซื้อหุ้นจากข้อมูลทางปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว มีทั้งสายเทคนิค สายโรบอต ซึ่งพวกนี้ผมกว่าน่ากลัวครับ เพราะพอหุ้นลงหนัก ๆ กราฟดิ่งตัดค่าเฉลี่ยทุกค่า ตามวิธีการเล่นของพวกเค้าก็คือ ทิ้งทุกราคา นั่นแปลว่า หุ้นลงหนักแรงขายกลับยิ่งหนักครับ

"Become a risk taker, not a risk maker"

User avatar
romee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1733
Joined: Thu Jun 07, 2007 10:08 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by romee » Wed May 16, 2018 11:18 pm

เฮลโหลววววว งบออกเกือบหมดแล้ว
พวกบวกกระจายเราไม่เอามาคุย เพราะเราไม่มี :la:

เรามาคุยพวกกลุ่มวงแตกกันเถอะ ว่ามีตัวไหนบ้าง

มาดูอดีตหุ้นดาวเด่นในเวบนี้กัน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นน้ำผลไม้หนูมาลี, หุ้นลีซซิ่งศรีสวาท, หรือร้านขายมือถือที่มีบริษัทลูกหลายเจ้า, หุ้นขายพรมที่บินไม่ออก, หุ้นกลุ่มอิเล็กที่ลงเกือบทั้งอุตสาหกรรม, หุ้นทีวีดิจิตอลของคุณพิช, หุ้นทำเบาะรถยนต์ :|

หลายตัวก็โตมีกำไรดี แต่ไม่ทันใจตลาด, หลายตัวแค่ยอดขายชะลอออกไปนิดหน่อย พี่ก็ร่วงยังกะงบขาดทุน

ไม่รู้ว่าใครโดนตัวไหนกันบ้างป่ะครับ เรามาปรับทุกข์กันเถอะ ว่าโดนตัวไหนกันบ้างฮ่ะ :B
12516.jpg
12516.jpg (23.58 KiB) Viewed 3141 times

เราเสียพลังงานไปกับการคาดเดาว่า"ราคา"มันจะขึ้นหรือลง
แต่เราไม่เคยคิดเลยว่าถ้า"ราคา"ไปอยู่ตรงนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น...
Mudley live

satit
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 232
Joined: Thu Jul 22, 2010 2:44 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by satit » Thu May 17, 2018 6:26 pm

กำลังชำในอยู่ครับ กำลังเข้าถ้ำผนึกลมปราณใหม่อยู่ครับ ดูเหมือนตลาดจะลงโทษรุงแรงขึ้นเรื่อยๆกับงบที่แย่กว่าคาด


User avatar
romee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1733
Joined: Thu Jun 07, 2007 10:08 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by romee » Thu May 17, 2018 10:14 pm

satit wrote:กำลังชำในอยู่ครับ กำลังเข้าถ้ำผนึกลมปราณใหม่อยู่ครับ ดูเหมือนตลาดจะลงโทษรุงแรงขึ้นเรื่อยๆกับงบที่แย่กว่าคาด
ว่าแต่คุณ satit โดนตัวไหนมา พอใบ้แบ๊ะๆได้มั้ยฮ่ะ เผื่อจะช่วยกันดูและซ้ำเติม เอ้ยให้กำลังใจเพิ่มเติม

ถ้าเป็นสายการลงทุนแบบพี่ leky หรือสไตล์พี่โจ ก็มักจะบอกว่า "อย่าไปซื้อหุ้นฮอตฮิตในเวบ หรือหุ้นที่วิ่งไล่ราคามากเกินไป เพราะเวลากำไรก็ดีไป แต่เวลามันร่วง โหดร้ายเหลือทน" :wall: :wall: :wall:

อ่ะ เดี๋ยวหาว่าคุยแต่กลุ่มแย่ๆ เอาข้อมูลด้านบวกมาให้ดูบ้างละกันครับ

กลุ่มที่ดูผ่านๆแล้วกำไรดี ก็มีอุตสาหกรรมรถยนต์, ค้าปลีก, รพ.(น่าจะเพราะต้นปีมีไข้หวัดระบาด)
แต่ก็ต้องดูต่อเองนะครับ ว่าดีชั่วคราวไตรมาสเดียว หรือดีทั้งปี

อีกเรื่องครับ ตอนนี้เห็นบางโบรกก็มีโปรโมชั่น สำหรับคนมือใหม่เงินเดือน2หมื่น ก็เปิดบัญชีมาจิ้น ดอกเบี้ยร้อยละ5.5%ต่อปี....เบิ่ดคำสิเว่า :la:

เราเสียพลังงานไปกับการคาดเดาว่า"ราคา"มันจะขึ้นหรือลง
แต่เราไม่เคยคิดเลยว่าถ้า"ราคา"ไปอยู่ตรงนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น...
Mudley live

amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Sat May 19, 2018 9:08 am

ดร นิเวศน์ ได้ลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามมากว่า 5 ปี และ แชร์ประสบการณ์ในการลงทุนร่วมกับคุณ วิน พรหมแพทย์ให้กับรายการ Hard Topic “ตลาดหุ้นเวียดนามโตต่อหรืออิ่มตัว”
ที่มี คุณ เนาวรัตน์ เป็นพิธีกร เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561

ดร นิเวศน์ และ คุณ วิน ให้เหตุที่สนใจตลาดหุ้นเวียดนาม

1. ประเทศเวียดนามเหมือนไทยเมื่อ20ปีก่อน ที่กำลังค่อยๆเจริญเติบโต ที่มีอัตราการเติบโตของเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ ที่ยังต่ำอยู่มีโอกาสเจริญเติบโตสูงในอนาคต
2. รายได้ประชากรชนชั้นกลางเริ่มขยับขึ้น สอดคล้องการบริโภคที่สูงขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ที่สูงขึ้นทดแทนมอเตอร์ไซด์
3. บริษัทชั้นนำที่ผลิตมือถือย้ายฐานการผลิตมาที่เวียดนาม ทำให้ยอดส่งออกเติบโต2digits
4. การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ประมาณ 15 ล้านคนต่อปี สูงขึ้นจากอดีตค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน
5. รัฐวิสาหกิจประมาณ 100 กว่าแห่ง จะทยอยจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งโฮจิมินและฮานอย
6. จะupgrade เป็น Emerging market ในอีกไม่กี่ปี ทำให้ต่างชาติลงทุนเพิ่มมากขึ้น
7. หุ้นขนาดกลางหลายบริษัทจ่ายปันผล 10%
8. ดร บอกว่าช่วงที่ลงทุนเมื่อ4ปีที่แล้ว เวียดนามพึ่งผ่านวิกฤตรอบเล็กๆมาแล้ว

ดร นิเวศน์ได้แชร์ประสบการณ์ในการลงทุนให้ผู้ชมฟัง

1. การลงทุนในตลาดหุ้น ต้องศึกษาก่อนเข้าลงทุน ไม่ใช่การเข้าไปหุ้นแบบหว่าน
2. ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย อาจไม่ประสบความสำเร็จในตลาดเวียดนาม
3. หุ้นขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ ชาวต่างชาติเช่น คนไทยจะซื้อ เนื่องจาก FL เต็ม
เลยต้องซื้อในราคาpremium up 30%
4. ต้องมีการแก้ไขกฏเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ก่อนเข้าตลาดEmerging Market
5. มีความเสี่ยงเรื่องค่าเงิน เพราะ ถ้าค่าเงินบาทแข็ง จะทำให้เกิดผลขาดทุนจากค่าเงิน
ปีที่แล้ว ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 7-8%
6. หุ้นขนาดกลางช่วงที่ผ่านมา ราคาไม่ค่อยขึ้น เพราะคนที่นั่นไม่นิยมเล่นหุ้น ดังนั้น
หุ้นจะขึ้นจากกองทุนต่างประเทศที่ลงทุนเฉพาะหุ้นใหญ่ ปีที่แล้วหุ้นขึ้น เยอะมาจากหุ้นขนาดใหญ่แค่10ตัว
7. การลงทุนในกองทุนรวมถือเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งในการลงทุนต่างประเทศ

สุดท้ายก็เป็นวิจารณญาณของนักลงทุนว่าจะลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศหรือไม่


IndyVI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1263
Joined: Fri Jul 12, 2013 9:11 am

Re: VI หาดใหญ่

Posts by IndyVI » Tue May 22, 2018 12:33 pm


สรุป “หลักการ” ประสบความสำเร็จของ Ray Dalio

.
Cr. ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน Tam-eig
.
สรุป “หลักการ” ประสบความสำเร็จของ Ray Dalio สุดยอดนักลงทุน Hedgefund ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ด้วยมูลค่าของสินทรัพย์ที่เค้าบริหารสูงถึง 1.6 แสนล้านเหรียญ หรือกว่า 5 ล้านล้านบาท!!! ทำให้เค้าเนื้อหอมมากในยุคนี้ครับ
.
=============
.
คุณ Ray Dalio ใจดีครับนอกจากจะมีหนังสือ “Principles” ที่ขายดีฮิต ติดชาร์ต ทั่วโลกแล้ว
ล่าสุดยังทำคลิปน่ารักๆสรุปสั้น ว่าหลักคิดที่ไม่ว่าคุณ จะเป็นใคร เป็นนักลงทุน หรือทำอาชีพอะไรก็ตาม คุณเองก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ และสามารถเอาแนวคิดนี้ไปใช้ได้เช่นกัน
.
=============
.
คุณ Ray Dalio ย้ำเสมอว่าโอกาสมีอยู่รอบตัว เช่นเดียวกับความเสี่ยงที่มีอยู่รอบกาย สิ่งสำคัญอย่าปล่อยให้ EGO ของคุณ และจุดบอดที่มองไม่เห็นของคุณมาทำลายความสำเร็จของคุณเป็นอันขาด
.
จงเปิดใจให้กับความคิดใหม่ๆ และเปิดใจให้กับคนในทีมของคุณ แล้วจะพบว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
.
สู้ๆครับ ทุกท่าน

:)
.
===============
.
ชวนทุกท่านอ่าน ตาม link ข้างล่างเลยครับ
.
Ep.1 “พื้นฐานหลักการสู่ความสำเร็จ”:
https://goo.gl/p5cV1f
.
Ep.2 “ยอมรับความจริงและหาทางรับมือกับมันให้ได้”
https://goo.gl/T7CCmq
.
Ep.3 “5 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ”
https://goo.gl/42Vy5Q
.
Ep.4 “รับมือสถานการณ์ที่เลวร้าย”
https://goo.gl/BacgVw
.
Ep.5 “ทุกสรรพสิ่งคือหุ่นยนต์และมีกลไกของมัน”
https://goo.gl/hJtvn4
.
Ep.6 “2 ขวากหนามที่ใหญ่ที่สุดที่ขวางทางสำเร็จของคุณ”
https://goo.gl/f14DHf
.
Ep.7 “อยากประสบความสำเร็จ.... คุณต้องเปิดใจ”
https://goo.gl/R3Bu5m
.
Ep.8 “ก้าวข้ามอุปสรรคในชีวิตให้ได้”
https://goo.gl/EU4aHi
.
ส่วนท่านไหนที่ถนัดภาษาอังกฤษ ก็รับฟังเต็มๆได้เลยครับ:
https://goo.gl/E4zw8W
.
===============
.
คุณ Ray Dalio บอกทิ้งท้ายว่า ไม่ต้องสนใจ “หลักการ” ที่เค้าเล่าให้ฟังทั้ง 8 ตอนนี้ก็ได้ครับ แต่ให้มองว่ามีอะไรบ้างที่เราสามารถเอาไปใช้ได้ เพราะชีวิตเป็นของคุณ
.
เค้าแค่หวังว่า คุณจะกล้าเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง พัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง และมีเส้นทางชีวิตที่ดีที่สุด เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะมีได้
.
สู้ๆ และเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านครับ

:D
=============
.
ขอบคุณข้อมูลจาก Principles
.
=============

Investment success doesn’t come from “buying good things,” but rather from “buying things well.
# Howard Mark #

amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Fri May 25, 2018 6:25 am

"สมคิด" ย้ำทุกฝ่ายรักษาโมเมนตั้มเศรษฐกิจให้โตต่อเนื่อง ไม่ห่วงราคาน้ำมันพุ่ง
Source: IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ | 23 May 2018 11:51

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ค. 61)--นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา "Game Changer…เกมใหม่ เปลี่ยนอนาคต" ว่า จากการที่ตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวได้ถึง 4.8% ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีและน่าพอใจ เพราะเห็นการขยายตัวในหลายภาคธุรกิจ ทั้งภาคเกษตร การลงทุนภาคเอกชน อัตราการใช้กำลังการผลิต หรือการท่องเที่ยว
"ตัวเลข 4.8(%) เป็นตัวเลขที่ดีแต่ไม่แปลกใจ เพราะเป็นสิ่งที่เราพยายามมาตลอด ซึ่งจริงๆ น่าจะทะลุได้ตั้งแต่ไตรมาสที่แล้ว แต่การเบิกจ่ายยังล่าช้า ผมขอให้ทุกฝ่ายรักษาโมเมนตั้มที่ดีไว้ เพราะจะทำให้เราโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ" นายสมคิด กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่เคยพูดไว้ตลอด 3 ปีที่เข้ามาทำงานคือ สามารถหยุดการทรุดตัวของเศรษฐกิจได้แล้ว และเดินหน้าการปฏิรูปวางโครงสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสวางโครงสร้างไว้เมื่อปี 2548 แต่ก็พลาดโอกาสไป แต่ครั้งนี้จะไม่ยอมให้พลาดโอกาสนั้นอีก
สิ่งที่ตนเองมองเห็นคือโลกกำลังเปลี่ยน และหลายสิ่งกำลังเปลี่ยนไป แม้ที่ผ่านมาอาจจะกินบุญเก่ามาเยอะแล้วจากเสาหลักเศรษฐกิจในด้านต่างๆ เช่น การลงทุน การส่งออก การใช้จ่ายภาครัฐ แต่จำเป็นต้องวางโครงสร้างในแนวลึกด้วยตัวแปรต่างๆ ประกอบไปด้วย 1.การเพิ่มมูลค่า สร้างมาตรฐานและคุณภาพให้กับภาคผลิตและภาคบริการ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่น ต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์ 2.ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่และสตาร์ทอัพ ให้โอกาสคนตัวเล็กมีโอกาสประกอบธุรกิจ เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
3.ด้านดิจิทัล ส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ดิจิทัล โดยเมื่อวานได้มีโอกาสหารือกับผู้บริหาร Google ซึ่งทาง Google จะเพิ่มทีมงานโดยทำงานร่วมกับบริษัทในไทยในการสร้าง Google for Thailand เพื่อเพิ่มช่องทางการเรียนรู้ความต้องการของตลาดในประเทศไทย จึงได้ฝากให้ทาง Google เข้ามาช่วยอบรมบุคลากรของไทยให้เข้าถึงดิจิทัลให้มากขึ้น 4.การส่งเสริมภาคบริการแบบครบวงจร สร้างห่วงโซ่ทางธุรกิจให้สามารถสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถต่อยอดธุรกิจท่องเที่ยวได้ 5.การขยายเศรษฐกิจไปยังต่างจังหวัด การพัฒนาเมืองรอง และ 6. ประเทศไทยต้องมีความโดดเด่น ซึ่งไทยได้เปรียบในด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางทั้งในกลุ่ม CLMVT และอินโดแปซิฟิค จึงต้องใช้โอกาสนี้ในการสร้างความโดดเด่นทางธุรกิจและการพัฒนาความร่วมมือ
เมื่อสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศได้แล้ว สิ่งที่ต้องพยายามต่อไปคือการสร้างความยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคแรงงานและภาคเกษตร โดยรัฐบาลจะเข้าไปดูแลคนระดับล่างและระดับกลางให้มากยิ่งขึ้น พยายามทำงานจนกว่าจะหมดเวลา อดทนต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และพยายามวางพื้นฐานเพื่ออนาคตและคนรุ่นต่อไป
"สิ่งที่จำเป็นเพื่อการก้าวสู่อนาคตคือต้องมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศ มีความมุ่งมั่น และคิดจะทำเพื่อส่วนร่วม อย่ายอมรับกับสภาพที่เกิดขึ้น แต่ต้องกุมสภาพและบริหารให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นระดับแมคโครหรือระดับภาคเอกชน"
รองนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า เป็นสิ่งที่ไม่น่ากังวล กระทรวงพลังงานยังมีกองทุนน้ำมันที่สามารถดูแลได้ ซึ่งต้องติดตามราคาน้ำมันว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ขณะที่กระทรวงการคลังมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ยังสามารถดูแลคนจนได้อย่างน้อยถึงสิ้นปีนี้ ส่วนเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทางกระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบและดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว
"อย่ากังวลจนเกิดเหตุ ราคาน้ำมันเคยเกิน 100 (ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล) ไปแล้ว แต่เราไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เราจะตั้งอยู่บนความไม่ประมาท" นายสมคิด กล่าว


--อินโฟเควสท์ โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ธนวัฏ/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--

All rights reserved. INFORMATION DISCLAIMER applies (http://goo.gl/4mfKZ3).


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Sun May 27, 2018 11:08 pm

MoneyTalk@SET 27 พค 2018 ช่วงที่1

อ ไพบูลย์ แจ้งกำหนดการ MoneyTalkคราวหน้า วันอาทิตย์ที่ 10 มิย 2018
ช่วงที่1 หุ้นเด่นต้องจับตา
1. คุณ ปรียนาถ สุนทรวาทะ CEO BGRIM
2. คุณ ภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ CFO TPIPP
3. คุณ สุวิทย์ ยอดจรัส CEO AUCT
4. คุณ ทรงพล ชัญมาตรกิจ CEO TVD
หัวข้อสอง ทำไมวิกฤตถึงจะมา และ หากวิกฤตมา จะต้องทำอย่างไร
1. คุณ ปริญญ์ พานิชภักดิ์ บล CLSA
2. คุณ สมจินต์ ศรไพศาล บลจ ทหารไทย
3. คุณ มนตรี ศรไพศาล บล MBKET
4. ดร นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผู้เชี่ยวชาญการลงทุน

ส่วนเดือนกรกฏาคม ก็มีงานMoneyTalk ดังนี้
วันที่ 1 กค มีงาน MoneyTalk@MAI จัดที่ Centara @ Central World และ วันที่ 14 กค MoneyTalk@SET

เริ่มเข้าเนื้อหาสัมมนา
หัวข้อแรก หุ้นเด่นต้องจับตา


1.คุณ อัญรัตน์ พรประกฤต CEO Jubilee
2.คุณ ทรงวิทย์ ฐิติปุณญา CEO ASAP
3.คุณ ปิยะ พงษ์อัชณา Director JMT
4.คุณ ธิดา แก้วบุตตา ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์SAWAD

อ เสน่ห์ บอกว่าหุ้นเด่นเหล่านี้ต้องจับตา เป็นหุ้นที่ใกล้ชิดกับรายการ ส่วนใหญ่เป็นสปอนเซอร์
วันนี้ท่านผู้ชมจะได้ฟังเรื่องราว และ พัฒนาการ หรือ แผนการของบริษัททั้ง4บริษัท
หมอเค เสริมว่า ตอนนี้สภาวะตลาดหุ้นได้แบ่งนักลงทุนออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มแรก เก็บเงินสด ( หมายถึงขายหุ้นออกไปหมดแล้ว )
กลุ่มที่สอง ติดดอยอยู่ข้างบน กลุ่มนี้จะเปลี่ยนการลงทุนเป็นแบบอื่นได้ไหม
ให้ผู้ชมได้ฟังและคิด แล้ววิเคราะห์เพื่อไปตัดสินใจในการลงทุนต่อไป

เริ่มจากการเข้าใจธุรกิจก่อน คุยทีละบริษัท และ รับทราบผลประกอบการของธุรกิจ

1 .ASAP

คำถาม หมอเคเกริ่นก่อนว่า บริษัท ASAP มาขึ้นเวทีครั้งแรก อยากให้ASAPแนะนำธุรกิจก่อน
เราทำธุรกิจรถเช่า ประเภทอะไรบ้าง เหมือนหรือแตกต่างจากธุรกิจคู่แข่งอย่างไร

คุณ ทรงวิทย์ เล่าว่า บริษัทASAPทำธุรกิจให้เช่ารถ
บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์มาปีกว่า โดยบริษัทเริ่มจากให้เช่าระยะยาวก่อนเมื่อ 11 ปีก่อน
ในอดีตการลงทุนเครื่องจักรต้องใช้เงินทุนมาก ปัจจุบันต้องเปลี่ยนแปลง ทั้งหน่วยงานเอกชน
และ หน่วยงานราชการ ก็เปลี่ยนการซื้อเป็นการเช่า
ตอนนี้เรามีให้เช่ารถระยะสั้นที่สนามบินที่AOTบริหารทั้ง7แห่งในไทย ใช้ชื่อ ASAP
บางที แตกเป็นการให้เช่าระยะสั้น ใช้ชื่อ asap GO และสามารถไปคืนต่างสถานที่ได้
มีโปรแกรมที่จะคำนวณระยะทาง ค่าใช้จ่ายอยู่ใน smart phone ต่อมาบริษัทจะมีแผนเปิดแฟรนไชส์ให้เช่ารถ
สมัยก่อน ผมเป็นDealer แบรนด์ Nissan ต่อมาทำDealer แบรนด์Toyota ในกรุงเทพ
ตอนนี้สัดส่วนPortfolio 90% เป็นการเช่าระยะยาว อีก 10%เป็นการเช่าระยะสั้น
ลูกค้าหลัก เป็นหน่วยงานเอกชน 80% ที่เหลือเป็นราชการ 20%
บริษัทเราพึ่งเข้าตลาดมา ขยายรถมากกว่าคู่แข่ง เราไม่ได้พึ่งเติบโตตอนเข้าตลาดหลักทรัพย์
แต่เราเติบโตมาตั้งแต่5ปีก่อน คิดเป็นเติบโตปีละ 20กว่า%
ต้นทุนต่อหน่วยในการเช่าดีกว่าซื้อแน่นอน ทำให้เราเสนอให้กับเอกชนเช่ารถแทน

คำถาม เคยได้ยินว่า ASAP มากับtrendของโลก ช่วยอธิบายให้ผู้ชมฟังได้ไหมครับ
คุณทรงวิทย์ตอบว่า เป็นเทรนของโลกนี้จริงๆ หลายองค์กรคิดได้เองโดยไม่ต้องชี้นำ
นักท่องเที่ยว ครึ่งนึง ที่มาเอง ก็มีการbookingการเช่ารถมาล่วงหน้า โดยมีใบขับขี่สากล
คนที่ขับพวงมาลัยซ้ายมาไทย ก็สามารถปรับตัวได้ในที่สุด ไม่น่าจะมีปัญหา

คำถาม มีการตัดราคาจากคู่แข่งใช่ไหม ลูกค้ามาจากการแย่งลูกค้าเจ้าอื่นใช่ไหม
ปกติมี retention rate กี่% เกิดอะไรขึ้นถ้าเช่า5ปี แล้ว ลูกค้ายกเลิกสัญญาก่อน
คุณทรงวิทย์ อ้างถึงมือถือ สมัยก่อนค่าโทรคิดเป็นนาทีละ3-30 บาท เหมือนจ่ายค่าโทรไปเมืองนอก
ทุกธุรกิจ price warเป็นเรื่องปกติ
จริงๆลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาเป็นลูกค้าใหม่ เรามีportfolio หมื่นกว่าคัน โดย 70-80%เป็นลูกค้าใหม่
สัญญามีตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป แต่ที่เหมาะสมคือสัญญา 4 ปี retention rate 80%กว่าๆ
เป็นการแข่งขันเรื่องการให้บริการมากกว่าเรื่องราคา
ลูกค้าประเภทองค์กร 80% มาจากธุรกิจ E-commerceซึ่งมาแรงมาก เช่น ค้าปลีก
เรามีทุกแบรนด์ แต่แบรนด์หลักเป็น Toyota ในแง่การจัดการบริหาร และ ต้นทุนเราทำได้ดีกว่าคู่แข่ง

คำถาม บริษัทแข่งขันกับ AVIS หรือ แบรนด์ต่างประเทศอย่างไร ความโดดเด่นของASAPคือเป็นผู้เล่นที่ขยายfleetรถ
จำนวนมากอย่างรวดเร็วกว่าคู่แข่งมากๆ ASAPมองเห็นโอกาสอะไรไหม
กลัวไหมว่าการขยายมากๆจะเกิดoversupplyไหม
คุณทรงวิทย์ตอบว่า แบรนด์เราเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เป็นการจัดการเรื่อง product
Challengeกับลูกค้าว่า ถ้าลูกค้าเอารถไปใช้ แล้ว mile เกิน 50,000 ให้ใช้ฟรี
ตอนนี้เรามีfleetรถ 10,000 กว่าคัน เราสามารถดึงรถมีไมล์เกินห้าหมื่นไมล์ออกและ นำรถไปทดแทนได้
ปกติเจ้าอื่น จะต้องใช้ให้คุ้มก่อน เช่น สี่ปี ตัดค่าเสื่อมหมดแล้วค่อยเอาไปขาย แต่เราไม่ได้คำนึงถึงค่าเสื่อมในการให้บริการ
Partner เรามีแค่ Toyota เป็นหลัก ส่วนยี่ห้ออื่น เราก็ได้ราคาพิเศษ เช่นรถยุโรปซื้อทีละสิบคัน ได้ราคาดี
ส่วนเรื่องการประกันภัย คือ บริษัทเมืองไทยประกันภัย และ แอกซ่าประกันภัย ก็ดูแลให้เรา
AOTมีสนามบิน 7 ที่ ที่เราให้บริการอยู่ และเขาเริ่มมีการขยายสนามบินออกไปอีก

2 Jubilee

ถาม เราเจอคุณอัญทุกปี อยากให้คุณอัญupdateว่า 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ Q2 17 – Q1 18
ผลการดำเนินงานดีมาตลอด ทั้งที่มีแต่คนบอกว่า เศรษฐกิจไม่ดี ช่วยอธิบายว่าดีจากอะไร

คุณอัญตอบว่า เรามีการนำข้อมูลมาบริหารจัดการ เราเก็บข้อมูลจาก 125 สาขาทั่วประเทศ
นำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาทุกส่วนขององค์กร
เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไหนที่ลูกค้าชอบ
เรามีนวัตกรรม เช่น Celebrity of Love
จี้เพชรหนึ่งแบบ ใส่ได้สองแบบ ตัวอย่างเช่น จี้เพชรราคา 22,900 บาท ใส่ได้สองรูปแบบ
เราจะเพิ่มvalue added ให้กับ product ได้อย่างไร
แหล่งผลิตของเพชรมาจากเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเพชรที่ดีที่สุดของโลก
บริษัททำงานร่วมกับบริษัทญี่ปุ่นที่มีนวัตกรรม และ มี value added
อีกส่วนคือการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ลูกค้าสามารถfeed back ให้เราอย่างreal time
การทำทั้งหลายภาคส่วน รวมถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กร เราต้องกระชับเข้ามา
ให้การบริการให้ทันท่วงที เราต้องมองทุกรายละเอียดที่สำคัญ แก้ไขกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์ของลูกค้า
ปัจจุบัน บริษัททำเครื่องประดับ เราแก้ไขภายในองค์กร
ตลาดเครื่องประดับเพชร ภายในประเทศและต่างประเทศยังเติบโต
มีdemandเข้ามามากกว่าsupply แหล่งข่าวจากเดอ เบียร์ บอกว่า จีนมีความชอบเครื่องประดับเพชรมากขึ้น
สมัยก่อน คนรุ่นนั้นคิดว่าเป็นการลงทุน แต่จากการวิจัย คนจีนรุ่น millioniam
การใส่เครื่องประดับจะบ่งบอกตัวเขาเอง ซึ่งล้อตามเทรนของอเมริกา
ตอนนี้นักท่องเที่ยวจีนก็มาซื้อเครื่องประดับ ซึ่งอยู่ในส่วน 5%ของทั้งหมด ที่เหลือ 95% เป็นคนในประเทศมาซื้อ
Sparking club มีสมาชิก140,000 กว่าราย มีการซื้อซ้ำจากสมาชิกเก่าประมาณ 60% ซื้อซ้ำทุกสองปี
และ อีก 40% เป็นการซื้อใหม่จากคนไทยและต่างชาติ
ตลาดWedding (งานแต่งงาน) ปีนี้มีการแต่งงานมากกว่าทุกปี แหวนเพชรถือเป็นสิ่งที่ต้องซื้อก็เติบโตไปด้วย

ถาม ส่วนตลาดออนไลน์ เราสามารถเปิดตลาดในออนไลน์แทนการเปิดshopได้ไหม

คุณอัญตอบว่า ในช่วง 3-4 ปีข้างหน้าจะเติบโตจากตลาดออนไลน์
แต่ตอนนี้การซื้อขายเครื่องประดับต้องเกิดจากการเข้าไปลองสวมดูก่อนตัดสินใจซื้อที่ร้าน
ต่อไปช่องทางค้าขายของเราจะเป็น omi-channel ( online + offline )

หมอเคถามว่าสัดส่วนในการซื้อในส่วน wedding กี่%

ตอบว่า 30% จากงาน wedding แต่อีก 70% เป็นการซื้อทั่วไป
ราคาเพชรเติบโตมาก จากช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาจากปลายปี 2017 demandเพิ่มมากกว่าsupply

อ เสน่ห์ บอกว่า นาฬิกาใส่กันน้อยลง เพราะสามารถดูเวลาได้จากsmartphone
โอกาสที่เพชรจะเจอแบบนาฬิกาบ้างไหม

คุณอัญตอบว่า กลุ่มMillionaim สำหรับเครื่องประดับเพชรมีโอกาสเติบโตมากขึ้น
แต่เราก็เพิ่มนวัตกรรมเข้าไปทำให้ใส่ได้หลายรูปแบบ
Positioning ด้านprice เป็นแบบ Best Value ซึ่งแหล่งเพชรมาจากแหล่งดีที่สุดในระดับโลก
ต้นทุนในการบริหารจัดการต่ำกว่า รวมถึงเพิ่มนวัตกรรมเข้าไป ทำให้ลูกค้าได้ Best Value

เรามาต่อเรื่องหนี้สิน จากการปล่อยหนี้

3 SAWAD

หมอเคบอกว่าราคาลงมาเยอะ ที่ผ่านมากำไรเติบโตทุกไตรมาส
แต่ปลายปีที่แล้วกำไรเริ่มนิ่งมาจากการปรับโครงสร้างองค์กร

คุณธิดาตอบว่า การปรับโครงสร้างของบริษัท แตกต่างจากJubilee
ต้นปีที่แล้ว SAWADลงทุนในBFIT ซึ่งมีlicense บง (บริษัทเงินทุน) และมีกฏเกณฑ์การปล่อยกู้ที่ชัดเจน
เราต้องปรับตัวตาม ในฐานะผู้ถือหุ้นBFIT โดยSAWAD เปลี่ยนเป็น Holding company
ในช่วงที่ปรับโครงสร้าง สิ่งที่ได้ คือ กฎหมายใหม่
ปกติคนทำสินเชื่อ ใครๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องlicense ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
บริษัทจำกัด และ บริษัททำธุรกิจพาณิชย์ ก็ปฏิบัติตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ส่วนนึงของบริษัทSAWADเป็น Non bank คือ เงินสดทันใจ เป็นการกู้ยืมแบบไม่มีหลักประกัน
เราได้มีโอกาสปล่อยสินเชื่อภายใต้ พรบ สถาบันการเงิน
บริษัทลูกที่ซื้อมาทำการปล่อยกู้มากขึ้น
พรบ สถาบันการเงินทำให้เราปล่อยสินเชื่อได้ดอกเบี้ยสูงกว่า15%แต่ไม่เกิน 36%
เวลาปฏิบัติตามกฎหมาย ขายทรัพย์สินจากSAWADให้บริษัทลูก BFIT

คำถาม ปัจจุบัน หน้าที่ของบริษัทSAWAD และBFIT แตกต่างกันที่productอย่างไร

คุณธิดาตอบว่า BFIT รับจำนำทะเบียนรถที่มีหลักประกัน และมูลค่าต่ำกว่า 10 ลบ
ส่วน SAWADจะปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักประกัน เป็นสินทรัพย์อื่น หรือ ทะเบียนรถที่มีหลักประกัน
มีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท
BFITรับเงินฝากได้ ยกเว้นบัญชี ออมทรัพย์ และ ประจำ เช่น ธุรกิจเงินฝากเริ่มจาก 1 ล้านบาท
ส่วนดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นที่ 5 ล้านบาท
ระบบถูกปรับเรียบร้อย เราสื่อสารกับสาขาทั้ง 2,500 สาขาเรียบร้อย
ตอนนี้ รายได้ 50% มาจากรถกระบะ ,15% รถพ่วง ,25% มอเตอร์ไซต์ และที่เหลือเป็นสินทรัพย์อื่นๆ
ตอนนี้มีแผนขยายสาขาอีก 200-300 สาขา เป้าในอนาคตคือ 3,500 สาขา

ถามว่า บริษัทเห็นมีทิศทางในการตัดราคากันหรือยัง

คุณธิดาตอบว่า เร็วๆนี้ คู่แข่งมีpromotionลดราคาลงมาในช่วงQ2
ส่วนใหญ่มุ่งไปหาลูกค้าที่หลักฐานในการกู้ มีรายได้เป็นหลักแหล่งมากกว่า มีเครดิตบูโร
แต่เราเน้น assetที่มาค้ำประกันคุ้มค่าในการปล่อยกู้ไหม มากกว่าดูที่รายได้ของผู้กู้
การแข่งขันแบ่งกลุ่มกันชัดเจน เราทำNano financeด้วย แต่สัดส่วนไม่ค่อยเยอะ

ถาม ยอดขายรถมีแนวโน้มลดลงมีผลกระทบต่อบริษัทหรือไม่

คุณธิดาตอบว่า ตลาดของเรา คือต้องมีรถเรียบร้อยก่อน ผ่านกระบวนการผ่อนกับธนาคารมาเรียบร้อย
ถ้าเดือดร้อนเรื่องเงิน จึงมาจำนำกับเรา เลยไม่ได้ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

ถาม ที่ผ่านมามีข่าวทั้งกฏของแบงค์ชาติจะมาควบคุมดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อ และเริ่มจะใช้ IFRS9 มันจะกระทบ
กับเรามากไหม และ เราจะรับมืออย่างไร coverageพอไหม

คุณธิดาตอบว่า จากข่าวกระทรวงการคลังจะเข้าควบคุมธุรกิจที่ไม่มีเจ้าภาพดูแล
กำลังร่างกฎหมาย พึ่งผ่านPublish hearing มา
ส่วนบริษัทเรามี regulator ดูแลแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้มีผลกระทบกับบริษัทเรา
การปล่อยสินเชื่อปล่อยผ่าน พรบ สถาบันการเงิน ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยไม่เกิน36%
ซึ่งมากกว่า พรบ แพ่งและ พาณิชย์ ไม่เกิน15%

4 JMT บริษัทที่เชี่ยวชาญการตามหนี้

ถามคุณปิยะ ถึงทิศทางNPLในปัจจุบัน ทั้งมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ตอนนี้เป็นอย่างไร เอื้อให้กับการซื้อหนี้มา
บริหารกับรับติดตามหนี้ของJMTอย่างไรบ้าง

ตอบจากข้อมูลแบงค์ชาติ สินเชื่อรายย่อย มี NPL ที่เติบโต โดยเฉพาะบัตรเครดิต และ personal loan
แต่จริงๆ หนี้สินเชื่อบ้านก็มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย
NPL 2%กว่า แต่NPLมีมูลค่าสูงขึ้นด้วยจากปริมาณที่ปล่อยกู้มากขึ้น
ทำให้เรามีโอกาสในการปล่อยกู้ในส่วนนี้ด้วย
ธุรกิจรับจ้างตามหนี้ 25,000 กว่าล้านบาท ลูกหนี้ 600,000 ราย คิดเป็น 10% ของรายได้
อีกธุรกิจซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ซื้อหนี้มาบริหารที่ไม่มีหลักประกัน มูลค่า 130,000 ลบ
ลูกหนี้คิดเป็น 3ล้านคน ซึ่งอยู่ในบริษัท JMT
อีกธุรกิจ เริ่มซื้อ ตั้งแต่ช่วง เดือน เมย 18 คือ หนี้ที่มีหลักประกัน คือ สินเชื่อบ้าน คอนโด บ้านเดี่ยว ทาวเฮ้าส์
เราซื้อหนี้ที่เราถนัด เรามีคนตามหนี้ 2,600คน เราไม่ต้องการซื้อมาเพื่อไปฟ้องลูกค้า (เราต้องการเพื่อสร้างกำไร)
ถ้าทำอย่างนั้น คือ การฟ้อง จะทำให้ต้นทุนสูง เราน่าจะเป็นคนกลางในการตามหนี้
เราทดลองซื้อเข้ามา 200 ลบตอน เมย 17 พอเราเข้าไปคุยกับลูกค้า เราพลิกกลยุกต์ โดยไปซื้อส้มที่ปากคลองตลาด
มาเยี่ยมลูกค้า ปรากฏว่าลูกค้าจ่ายเงิน เราได้เงินคืน 9 ลบในระยะเวลา 7วัน ทุกอย่างต้องทดลอง
เราซื้อสะสมมาอีก 2,100 ลบ ตอนนี้เรามีหนี้แบบหลักประกัน 2,300 ลบ
หนี้ที่ไม่มีหลักประกันจะอยู่ที่ JMT Network Services
ส่วนหนี้ที่มีหลักประกันจะอยู่ที่ J Asset Management (JAM) ซึ่งเป็นลูก JMT
ปีนี้เราได้ตั้งงบที่จะซื้อหนี้ที่มีหลักประกัน 4,000 ลบ
และหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน 1,000 ลบ
ตัวเลขปรับเพิ่มตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก
Jmart ถือหุ้น JMT 56%
เรามีJMart ขายมือถือ มีบริษัทลูก7 บริษัท
บริษัทที่มีsynergy คือมีการปล่อยสินเชื่อ ได้แก่ J Fintech , Singer etc
J venger พัฒนาplatform digitalให้กับบริษัทในกลุ่ม
เราวางplatformแบบ Digital มีการตามหนี้แบบ ใช้AI

หมอเคถามว่าใช้Robotตามหนี้ใช่ไหม

คุณปิยะตอบว่า เราเริ่มจากการแชตไปตามหนี้ก่อน เรากำลังเรียนรู้ หุ่นยนต์เก็บสถิติการถามตอบ
เพื่อให้platform แม่นยำ นี่คือการsynergy กับ Jmart
Singerมีnetwork และ JMT ก็ฝากsingerไปดูแลลูกค้าอีกที มีคนภาคสนาม หลายพันคน ไปช่วยตามหนี้ด้วย
เราใช้วิธีเข้าไปคุยกันถึงบ้าน ทำให้เราลดต้นทุนในการติดตามหนี้
หนี้จากsinger,Jmart มือถือ ซึ่งก็คือ JMT ซื้อหนี้จาก Jmart ซึ่งเป็นลูกค้ามือถือกว่าแสนกว่าราย
ทำอย่างไรที่สามารถแก้ปัญหาของลูกค้าได้
เราพัฒนา mobile application จ่ายดี
ผมอยู่มาตั้งแต่ก่อตั้ง เวลาตามหนี้สมัยก่อนไม่มีfax เวลาไปหา ลูกค้าไปแอบซ่อน
ไม่อยากเจอ อยากคุยโทรศัพท์ เราเลยพัฒนาmobile application จ่ายดี
เราสามารถเช็คคะแนนจากapplication จ่ายดีได้
ผมออกpromotionเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ใครจ่ายหนี้ JMT ได้รับคูปองลดราคามือถือเวลาไปซื้อด้วย
ลูกค้าติดต่อมาเป็นร้อยคน JMTได้รับอานิสงค์จากการsynergy
JMT มีอัตราการเติบโต 40%กว่า มาจากทรัพยากรบุคคลเป็นสิ่งมีค่าสุด ถึงเราพัฒนาplatform digital
ก็ต้องให้บุคลากรของเราไปทำอย่างอื่นในอนาคตได้ด้วย จาก platform ใหม่

ถาม ในธุรกิจติดตามหนี้ เข้าใจว่า นอกจากวัดกันที่ความคุ้มค่าในการซื้อหนี้แล้ว อีกประเด็นหนึ่ง
คือ เหมือน 2-3ปีที่ผ่านมา เราทำsuccess rate สูงขึ้นเกิดจากอะไร ตัวอย่างเช่น หนี้100ล้าน
เก็บได้เท่าไหร่ในแต่ละปี ถ้าเก็บขึ้นได้ แสดงว่าเราเก่งขึ้นเรื่อยๆ

คุณปิยะตอบว่า เกิดจากคนเก็บกับลูกค้าที่จ่ายหนี้
ปี 2016 เราเก็บหนี้ได้จากกลุ่มคนที่มีหนี้ 3 ล้านบาท จาก 1,000 ลบ
ปีต่อมาเก็บได้เพิ่มอีก 800 ลบ
ลูกค้าที่เดินมาจ่ายเรา 250,000 คน
การทวงหนี้ โดยวันนี้ถ้าเขาไม่มีเงิน ยกตัวอย่างตอน
หนี้จากปี 2006 ปีนิ้คิดเป็น 12ปี ตอนนี้ลูกหนี้เหล่านี้ยังจ่ายหนี้ให้เราอยู่
เรามีวิธีคุยกับลูกค้าในแต่ละประเภท เช่น ล้มละลาย ตกงาน หายสาบสูญ ต้องทำอย่างไร
สิ่งที่คุยกับลูกค้าโดยไม่ใช้วิธีรุนแรง เวลาเขายืนขึ้นมาได้เชื่อไหมว่า
ลูกหนี้ 3 ล้านคนจากสัญญา 5-6 ล้านสัญญา หมายความ หนึ่งคนมีหนี้หลายสัญญา
ผมมองต่าง ลูกค้าโดยเริ่มจากบัตรเครดิต ไป สินเชื่อรถ ต่อไปคือสินเชื่อบ้าน
ตัวที่เราอยู่ได้ คือ พยายามช่วยให้เขารอด การเก็บหนี้คือการทำให้เขารอด บางคนอยู่ตั้งแต่เข้าตลาดใหม่
อายุ30ปี ตอนนี้อายุ42ปี ดอกเบี้ยเรายังคิดเท่าเดิม สถานะเปลี่ยน ส่วนใหญ่จะดีขึ้น จะกลับมาจ่าย
โครงสร้างเราเติบโตจากลูกค้าเก่า หนี้ ปี 2006 พอมาถึงปี 2011 เรา amortize หมดแล้ว ดังนั้น
ถ้าเราเก็บเงินมาได้เท่าไหร่ จะเป็นรายได้หรือกำไรทั้งหมด

ช่วงครึ่งหลัง ผลประกอบการ และ ทิศทางของบริษัทในอนาคต

1.Asap

ถามเรื่องผลการดำเนินงาน Q1เป็นที่พอใจไหม ทั้งปีจะโตราวๆนี้ไหม
ปีนี้ตั้งเป้ารถเช่าโตกี่คัน ผ่านมาครึ่งปี ตามเป้าไหม

คุณทรงวิทย์ตอบ ผลการดำเนินการ Q1 2018 เรามีการเติบโตของรายได้ Q-Q 25% เป็นไปตามคาดการณ์
อาจไม่มากในแง่กำไร เรามีการลงทุนด้านบุคลากร ผู้บริหาร และ ลงทุนเรื่องระบบ
เราคาดการณ์การเติบโตในปีนี้ โดยปรับเป้าเพิ่มเป็น 30-40%
เรารับรู้รายได้ค่อนข้างเร็ว เช่น ปล่อยรถเช่า lotใหญ่ จะรับรู้กำไรทันที
แต่ถ้าเป็นระยะยาว ก็รับรู้รายได้ตามสัญญา

ถาม ตอนนี้ราคาน้ำมันแพง มีผลกระทบต่อการเช่ารถหรือไม่

คุณทรงวิทย์ตอบว่า รายได้หลักมาจากภาคธุรกิจ องค์กรเช่าเพื่อขยายธุรกิจ
ดังนั้นราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่ประเด็นหลักในการทำธุรกิจ
แต่เพียงหาทางลดต้นทุนเท่านั้น ตอนสมัยน้ำมันขึ้นไป 40 บาทต่อลิตร ยอดการเช่าเมื่อ 8 ปีที่แล้วก็ไม่โดนกระทบ
รวมถึง เทคโนโลยีของรถในปัจจุบันทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เราก็เตรียมรถ Eco car มา support
ส่วนผู้บริหาร ก็รถไฮบริค หรือ EV มาsupport
รถเช่าในระยะยาว( long term) น่าจะโตต่อเนื่องไปอีกนาน
ไทยเคยบริโภครถยนต์เกิน 1 ล้านคันในช่วงที่ผ่านมา ตอนนี้ยอดขายรถของไทยถดถอยมาอยู่4แสนคัน
และค่อยๆฟื้นขึ้น ช่วงสิ้นQ1 18 มีการเติบโตของรถทุกค่าย ตัวอย่างเช่น โตโยต้าโต 10%
ดังนั้นจึงมองว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้มีการบริโภคมากขึ้นถึง9แสนคัน และ มีโอกาสแตะหนึ่งล้านคันได้อีกครั้ง
พฤติกรรมเปลี่ยนการเช่ารถก็มีมากขึ้น ทำให้เรามีโอกาสเติบโต 30-40%ต่อปี

Trend รถเช่าปลายทาง
การเดินทางของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในอนาคต ต่อไปก็ไม่ได้เอารถวิ่งไปในต่างจังหวัด แต่ขึ้นเครื่องบินไปแทน
ปลายทางแต่ละจุด ต้องมีรถไว้ใช้บริการ ดังนั้นมีโอกาสโตขึ้นอย่างมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาไทยเพิ่มขึ้น
อีกธุรกิจ azap GO ซึ่งมีแสดงไว้ที่หน้าห้องสัมมนา ถือเป็น car sharingส่วนนึง
ตอนครบสัญญาเช่ารถ เรามีจำหน่ายรถผ่านการประมูลทาง online
เดือนหน้า มิย เปิด ASAP Autopark franchise ต่อไปเราจะเปิดแฟรนไชส์การเช่ารถขึ้นมา
อีก3-5ปีข้างหน้า ธุรกิจเราจะครบวงจร ได้แก่ การให้เช่าระยะยาว car sharing ขายรถมือสอง เป็นต้น

2. Jubilee

คำถาม ผลการดำเนินงาน Q1เป็นอย่างไร เข้าใจว่ากลับมาเติบโตดีอีกครั้ง หลังจากนิ่งๆมาสักพัก
เกิดอะไรขึ้น และ GPM ก็new highอีก เพราะอะไร เราจะmaintainการเติบโตไปตลอดทั้งปีได้ไหม

คุณอัญตอบว่า ผลการดำเนินงานของQ1 ค่อนข้างดีทั้งรายได้โต 8%และกำไรโต 41% SSS growth ก็โต 7%
เราเน้นที่สาขา 125 สาขา เรามุ่งเน้นทำยอดขายจากสาขาเดิม ควบคุมค่าใช้จ่ายสาขาได้ดีขึ้น
การเพิ่ม value added และ สินค้ามีนวัตกรรม ก็มีส่วนทำให้ยอดขายดีขึ้น
เราตั้งเป้า sales growth 10% ( SSS growth 8-9% และ ที่เหลือมาจากการขยายสาขาเพิ่มเติมในQ3,Q4 2018)
สัดส่วนรายได้ 1H คิดเป็น 40-50% , 2H รายได้ 50%กว่า ของรายได้ทั้งหมด

ปัจจัยในการเปิดสาขาเพิ่ม
1 ถ้าlocationเดิม เราrenovateสาขาเดิม
2 สาขาใหม่ มีmallใหม่ๆมาเปิด ก็ทำให้เราเปิดสาขาใหม่

ปีนี้ จะเปิดเพิ่มในแบรนด์ Jubilee 5 สาขา และอีกแบรนด์ Forevermark 3-5 สาขา
125 สาขาที่มี แบ่งออกเป็น 46 สาขาอยู่ในกรุงเทพ ที่เหลือ อยู่ที่ต่างจังหวัดเกือบ80สาขา
ดังนั้นเรามีโอกาสขยายสาขาในต่างจังหวัด
ยอดขายในต่างจังหวัด 56% และมีการขยาย SSS growth ดีกว่าสาขาในกรุงเทพ
Q1 เราขายจำนวนชิ้นมากขึ้น และ ชิ้นใหญ่ขึ้น
เราพยายามขายปริมาณมากขึ้น และ ชิ้นใหญ่ขึ้น
เวลาห้างขยายไปต่างจังหวัด เราก็มีโอกาสขยายตามห้างไปด้วย
ทำให้มีโอกาสขยายสาขามากขึ้น และ เพิ่มยอดขายได้
ลูกค้าในต่างจังหวัดส่วนใหญ่ซื้อเป็นเงินสด ช่วงหลังๆเริ่มมีการใช้บัตรเครดิตขึ้นมาบ้าง
ดังนั้นพฤติกรรมcashlessในต่างจังหวัดยังมีน้อย แต่ก็มีโอกาสโตขึ้น
ตอนนี้ทางธนาคารก็เริ่มโปรโมตใช้QR code แต่บัตรเครดิตน่าจะโตมากกว่าเพราะสามารถสะสมแต้มได้
ส่วนสินค้า Hello Kitty สามารถrecruitลูกค้าใหม่ๆเข้ามา ปีนี้เราจะมีสินค้ามาsurprise
มีนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาทุกเดือนในช่วงครึ่งปีหลัง

คำถาม สัดส่วนรายได้จากHello Kitty คิดเป็นกี่%ของรายได้ทั้งหมด
คุณอัญเฉลยว่า Hello kitty คิดเป็นสัดส่วนรายได้ไม่เกิน 5%ของรายได้ทั้งหมด

คำถาม ถ้ากระแสเศรษฐกิจดี ส่งผลต่อเราอย่างไร

คุณอัญตอบว่า productของเราเริ่มต้นจากราคาหมื่นต้นๆ ถ้าเศรษฐกิจดี เราได้ผลบวกด้วย

3.SAWAD

Q1 งบการเงินถูกปรับปรุง เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่มีการปรับปรุงทุกไตรมาส
งบการเงินQ1 17 สูงขึ้น 800 ลบ (ย้ายรายได้จากQ4 16 มา)
แต่ Q1 18 ไม่มีการย้ายรายได้จาก Q4 17 มาเพื่อให้ถูกต้องตามหลักการบัญชี ทำให้รายได้Q1 18 เติบโตน้อย

เป้ารายได้ ในการปล่อยสินเชื่อแบบมีหลักประกันโต 20-30% ในปีนี้
เมื่อportโตขึ้น รายได้เราก็จะตามมาเอง
ทิศทางของyield หมายถึงรายได้ดอกเบี้ยของปีนี้ เรารับรู้รายได้จากการปล่อยสินเชื่อปีที่แล้ว
Yieldจะต่ำกว่าปกติ ได้yieldประมาณ 19-21% ของเดิมจะสูงกว่านี้
ตอนนี้ทยอยรับรู้รายได้ปีนี้ เมื่อเราวางโครงสร้างเสร็จแล้ว Net Yield ประมาณ 23%
อาจต้องใช้เวลานิดนึง ถึงจะเห็นทิศทางYieldที่ดีขึ้น
ส่วน NPL ที่สูงขึ้นในQ1 18 เพราะลูกค้า SMEหนึ่งรายมาชำระล่าช้า ปกติSMEเป็นสัดส่วน10%
ซึ่งตอนนี้ลูกค้ารายนี้มาชำระเรียบร้อย
ส่วนที่ตั้งสำรองไปในQ1 ก็จะบวกกลับมาในQ2 18
เรามีการออกหุ้นกู้ เพื่อสามารถปล่อยกู้ได้มากขึ้น
ต้นทุนการรับฝากจะถูกกว่ารายได้จากการกู้เงิน
ตอนนี้ DE ratio = 2เท่า มีโอกาสปล่อยกู้ได้อีก

4. JMT

คำถาม Growth Q1 เป็นอย่างไร แนวโน้มครึ่งปีหลังจะดีต่อเนื่องไหม

คุณปิยะอธิบายถึงผลประกอบการดังนี้

1.ปี2017 Y-Y growth 47% แต่เนื่องจากการปรับเปลี่ยนการรับรู้รายได้เพิ่มเป็น 12 ปี
ทำให้รับรู้รายได้เข้ามาเร็วขึ้นในปีนี้ 15 ลบ
2. เพิ่มรายได้จากหนี้ที่มีหลักประกัน ปีที่แล้วส่วนนี้ช่วยได้ 3% ปีนี้จะรุกมากขึ้น จะcontribute 20%
3.Focus ค่าใช้จ่ายโดยการsynergy ระหว่างบริษัทในกลุ่ม และ คู่ค้าด้วย ปี 2021 ตั้งเป้ากำไร 1,000 ลบ
ตอนนี้กำไร 400 ลบ เกิดจาก หนี้มีหลักประกันที่โตเรื่อยๆ วิธีการรับรู้รายได้จากcapital gainเป็นหลัก
โดยขายบ้านในมือภายใน 5.5 ปี ตามกฎของแบงค์ชาติ และเอาส่วนกำไรมารับรู้รายได้
ถ้าขายไม่ทัน 5.5ปี บริษัท J ซึ่งเป็นบริษัทลูกของJMARTสามารถรับซื้อได้ในราคาทุนในปีหน้า
ปีนี้ หนี้รายย่อย ถ้าตลาดบ้านโตในสัดส่วนนี้ หนี้หลักประกันจะเพิ่มเป็น 50%ของportทั้งหมด
ส่วนธุรกิจประกันภัย เราไปถือใน ฟิลิบป์ประกันภัย และเปลี่ยนชื่อเป็น J Insurance ซึ่งต่อยอดกับ JMART
เรามีbig dataของฐานลูกค้า 7 ล้านคน ทำอย่างไรให้ธุรกิจมีเสน่ห์มากขึ้น
โดยรวมธุรกิจนี้ J insurance ยังไม่เกิดดอกผล
ส่วนที่ไปต่างประเทศ คือประเทศกัมพูชา เราทำธุรกิจตามหนี้เจ้าเดียว โดยมีpartnerจากไทย
ทำรายได้แค่ 1% ของรายได้ทั้งหมด แต่ NPL 1% ขยับเป็น 7% ซึ่งเราต้องปรับจากknowhowที่นี่
เพื่อตามเก็บหนี้ให้ดีขึ้น ส่วนที่เวียดนามได้ดีลจากstandard chartered อยากให้เราไปซื้อหนี้ธุรกิจFinance
ที่เวียดนาม โดยจะเดินทางไปในวันที่ 29 พค 18
เมื่อสองปีก่อน เราก็ซื้อหนี้มาจาก standard charteredมาก็ได้กำไรดี

ขอขอบคุณ วิทยากรทุกท่านที่ให้ข้อมูลของแต่ละบริษัท รวมถึง พิธีกร อ เสน่ห์ และ หมอ เค มากครับ


dr1
Verified User
Posts: 817
Joined: Tue Jul 13, 2010 2:44 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by dr1 » Mon May 28, 2018 10:34 am

ขอบคุณพี่amornkowa,อ.leky สำหรัยความรู้และความเห็นล้ำค่าฮะ
มีตติ้งเที่ยวนี้ที่หาดใหญ่ ผมพยามจดมาฝากเพื่อนๆ ช่วยกันมาเสริมมาแก้นะฮะ

Q1/61ครั้งที่36 ครบ9ปี
จองเต็มเกิน 1นาที ช้ากว่าทุกครั้ง อ.ลงกระทู้จากสวิส ผมจองจากปลั๊กไฟ เอ๊ยคูต้า
ท่านsaichonนั่งรอจองที่ออฟฟิส บ้านไม่มีคอมพ์ อ.ถึงกับถามว่าหุ้นโซระ(กระทู้นี้ หน้า79)ทำให้เป็นเยี่ยงนี้เชียวฤ..
ผอร์ทลดลง5%เพราะตลาดไม่เอื้อ+เลือกหุ้นผิดหลายตัว
ดัชนีปีนี้พอๆกับปีที่แล้ว หุ้น200ใน700ตัวขึ้น โดยเฉพาะตัวใหญ่ดึงดัชนีไว้ เช่น สผ.(+40%ปตท.(+30%)bdsmเอ๊ยms(+30%)
สะดุดตกหลุมบ่อ ก็พักให้หายเคล็ด (ปาดน้ำตา)แล้วเดินหน้ากันต่อไป อ.บัฟเฟต์ยังเจอหุ้นตก50%3-4ครั้ง
ครั้งนี้จิ๊บๆ อย่าเสียกำลังใจ ผอร์ทใหญ่ เค้าก็มีแนวลงทุนหุ้นใหญ่ของเค้า
ใครผอร์ทเล็ก เห็นช้างขี้ ก็อย่าไปขี้ตามช้าง(เราขี้แพะ..)ก็ใช้หุ้นเล็กเร็วกว่า

Q: ที่เค้าว่าลงทุนยังไงก็ได้ ให้ตรงจริต ดีมั้ย
A: ถ้าจริตชอบเสี่ยงเก็งกำไรระดับที่เป็นการพนัน เจ๊งขาดทุนล่ะ
ดีกว่ามั้ย ถ้าเปลี่ยนจริตเป็นลงทุนแล้วกำไรได้ผล

Q: งั้นเริ่มลงทุนอย่างไร หาข้อมูลจากไหน
A: ไม่มีทางลัด ภาพใหญ่ก็อ่านข่าวทั่วไปไปเรื่อยๆ(หนังสือพิมพ์ปิดไปเยอะจนต้องมาอ่านforbes thailand) สะสมbig dataในสมอง
พอถึงจุดนึงก็จะสะดุดข่าวว่า จะทำให้เกิด "กำไรเพิ่ม"ในหุ้น"กลุ่มใหน"
ทีนี้ก็มาถึงตัวหุ้น ต้องเริ่มจากอ่านข้อมูลตัวบริษัทจาก56-1 เริ่มอ่านจากหุ้นตัวที่สนใจก่อน จะง่ายกว่าเริ่มอ่านจากทั้งกลุ่มอุตสาหกรรม ง่ายกว่าตะลุยอ่านหุ้นทุกตัวตั้งแต่อักษรAไปถึงZ
ถ้าจะเริ่มจากตารางร่อนหุ้นในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือsiamchartก็พอได้ แต่ถ้าใช้social network มักได้ข้อมูลลับ ที่มีลวง,พราง, bias

พอใด้หุ้นที่"มีแนวโน้มว่ากำไรโต" ก็มาดูราคา,ความคุ้มค่า กันต่อ
ส่วนใหญ่ก็ประเมิน"คุณค่า"จากPE ถ้าขี้เกียจๆก็เอามาร์เก๊ตแคปหารด้วยกำไรทั้งก้อนดูคร่าวๆ
PEGแบบอ.ลินช์ ก็ต้องดูยาวๆ3ปีขึ้นไป ถ้าจะยอมซื้อแพงPEGเกิน1ก็ต้องดูbusiness modelด้วย ว่าชนะขาดจริงๆ

จะเริ่มฝึกพื้นฐานเป็นเซียนให้ดีๆ ควรเริ่มจาก"ข้อเท็จจริง(fact)" มากกว่า"ความเห็นส่วนใหญ่(consensus)"
จนมีไอเดียเป็น"ลายเซ็น"(signature)และสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือน
เชื่อลึกๆว่า ไม่สามารถไปเลือกใครมาปั้นหรือเปลี่ยนใด้ ลูกศิษย์ต้องตามหาอาจารย์ของตัวเองให้พบ
ส่วนตัว จะรู้สึกดีมากๆ เวลามีคนมาบอกว่า"ชีวิตเปลี่ยนเพราะทำตามที่พี่บอก"

Q :ถ้าขี้เกียจหาข้อมูล,ความเห็นเอง นักวิแคะกับโบรค เชื่อได้แค่ไหน
A : บทวิเคราะห์ ส่วนใหญ่แม่นแค่ครั้งเดียว (ท่านsyjเสริมว่านักวิแคะบางคน ผิดแล้วผิดอีก ผิดเกินสามทีน่าจะถอนใบอนุญาต)
นักวิเคราะห์ที่ค่อนข้างดีคือคุณกวี โบรคที่บทวิเคราะห์โอเคตอนนี้น่าจะASP,PATRA
ถ้าลงทุนแบบวีไอแล้วไม่ใช่จริตเลยก็น่าจะไปซื้อกองทุน
กองทุนดัชนีตอนนี้ขุนศึก ค่าบริหารต่ำสุด ต่ำกว่าม่วง
กองทุนทั่วไป pat(ชื่อโบรคนะจ๊ะ มิใช่พี่แพะสุดหล่อ)มีแนวที่เป็นfundamental
กรุงเก่า ผจก.ออกไปแล้ว,ABD ห้าปีหลังมานี้ดูแย่,royal lotus tenpowerดูดี แต่ไม่แน่ใจ
หรือลงทุนหุ้นปันผลกระจายหลายๆตัวไปก็ได้

samatah

dr1
Verified User
Posts: 817
Joined: Tue Jul 13, 2010 2:44 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by dr1 » Mon May 28, 2018 11:07 am

Q: งั้นขอหลักการลงทุนผอร์ทหุ้นปันผล พร้อมชื่อหุ้นเลย
เพราะซื้อหุ้นปันผลทีไร ปันเสร็จ มันลงจนอยากเอาปันผลไปคืน..

A: ก็ต้องเลือกหุ้นที่ปันผลปีละครั้ง ซื้อก่อนปันผลสักห้าหกเดือน ช่วงQ3จะดีที่สุด เพราะเริ่มเดากำไรและปันผลได้
ซื้อแล้วถือยาว หุ้นไม่ไปไหนก็ยังได้ปันผล และให้ระวังหุ้นที่ปันผล3%มานานๆแล้วอยู่ดีๆปันผล15%(ท่านfonfonจากชุมพรว่าเพร็บ)
หุ้นที่เลือกมาให้เลือก ก็ปันผลเกิน5% ไม่วัฎจักร กระจายความเสี่ยงพอควร

Class A
ลีสซิ่งคำถาม
เหล็กทีหน้าทีหลัง
ผู้ชนะ(เพลงประกอบ "เด็กชายคนนั้นดูหงอยเหงา ในมือของเค้ามี.."ชนะแล้วทำไมหงอย..)
สมิต
รถเช่าชื่อเหมือนธนาคาร(ระวังผันผวนจากภาษี)
ประกันภัยชื่อเหมือนน้ำมันพืช(ระวังน้ำท่วมใหญ่)

ClassB
ตู้ไฟอ้าสิฟะ
ท่อแอร์
สิ่งพิมพ์พิเศษลูกขายไอที,ช้อนโต๊ะ
บ้านคุณภาพ

ปกติแล้วหุ้นมันก็จะดีมาตลอดนะ จนเราเข้าไปซื้อนั่นแหละ ซื้อแล้วลงเลย ฮา

samatah

dr1
Verified User
Posts: 817
Joined: Tue Jul 13, 2010 2:44 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by dr1 » Mon May 28, 2018 2:20 pm

อ.worapong(กำลังจะย้ายไปบางกอกเพื่อวางแผนการศึกษาของน้องอชิ(อายุ4เดือน)อ.วางแผนระยะยาวจริงๆ)

ปีนี้บัฟเฟต์ เล่าเรื่องขายหมูหุ้นตัวแรก cityservicesตอนเด็กๆ แล้วหุ้นขึ้นไปสี่เด้ง
อันนี้สอนให้ต้องอดทน ซื้อหุ้นดีๆไว้ แล้วไม่ต้องรีบขาย
แต่ที่เด็ดกว่า คือถ้าซื้อs&p500ไว้ จะได้แปดพันกว่าเด้ง(หมื่นกลายเป็น81ล้าน)
สอนให้มองยาว และก็คงต้องลงทุนในหุ้น
เมกาเป็นที่ๆมีกิจการดีที่สุดในโลกอยู่ตลอดเวลา คนเก่งๆที่เป็นหัวกะทิก็เข้าเมกาสร้างผลผลิตตลอดมา
แต่เรื่องขายหมูไปซื้อควาย อ.ก็เคยทำนะ ตอนขายหุ้นรถไฟฟ้าใต้ดินฮ่องกงแล้วไปซื้อไอบีเอมที่เมกาตามบัฟเฟต์

ตอนนี้อ.มีหุ้นไทยไม่ถึง10%กำลังจะปรับผอร์ทหุ้นไทย:หุ้นเมกาให้50:50

พอมาดูหุ้นไทยก็พบว่า หุ้นดีๆแพงแน่ๆ หุ้นมีสตอรี่แต่ไม่ชัวร์ก็แพง หุ้นแพงๆก็ไม่แน่ว่าจะดี
แนวโน้มดอกเบี้ยขึ้น พวกพันธบัตรระยะยาวโดนก่อน ฝากเงินก็ยังดอกเบี้ยต่ำมาก
ก็เลยวางแผนกระจายหุ้นหลายๆตัวที่ปันผลดี คิดว่าน่าจะดีกว่าฝากเงิน
ปันผลโต5% หุ้นโตสัก5%ก็ได้10%แล้ว
ถ้ากังวลหุ้นตกก็กระจายหลายๆตัว จากสามเป็นหกตัว แต่ถ้าหวังcapital gainก็ไม่ควรลงทุนหุ้นปันผลนะ

หุ้นที่ลงทุนไว้แล้วมาแชร์ไอเดียให้สมาชิกไปเลือกกันดูก็มี

โฮลดิ้งมือถือดาวเทียม
ปันผลดีกว่าลูกมือถือ ไม่โตแล้วเพราะฐานใหญ่ ต้นทุนคงที่ถ้าไม่มีประมูลคลื่นเพิ่ม(เข้าใจว่า5Gจะใช้ที่มีอยู่พอ) ถ้าเพิ่มรายได้ได้ กำไรจะเพิ่มมาก data,fiberทำให้กำไรโตได้เป็น10%
อาจชนะอีกสองเจ้าได้จากฐานลูกค้าใหญ่จนมีeconomy of scale(ถ้าอีกสองก๊กนั่นรวมกันจะเป็นไงฮะ..)

ลีสซิ่งคำถาม (อันนี้ซ้ำกับโพยอ.ลูกอิสาน)

ปั๊มใบไม้
โรงกลั่นกำไรผันผวน แต่พลังงานทดแทนที่เพิ่มมาทำให้สม่ำเสมอมากขึ้น ปันผลสม่ำเสมอและดีขึ้นเรื่อยๆ

ตู้เติมเงิน
ใหญ่ที่สุด มีเป็นแสนตู้ อาจโดนdisruptจากจ่ายผ่านมือถือ แต่ยังมีลูกค้าเด็กนักเรียนที่ไม่มีบัญชี จ่ายเงินซื้อของผ่านตู้อยู่เยอะมาก ราคาลงจนปันผลได้5-6%
Shareholder friendly มาก ไม่เหนียวปันผล มีซื้อหุ้นคืนอีก5%รวมกันได้ผลตอบแทน10%

ที่ดินและบ้าน
มีrecuring incomeจากลูกดี เช่นโรงแรม อพาร์ทเมนท์เมกา ที่ซื้อมาซ่อมให้เช่าระหว่างรอขายเอากำไร
อสังหาก็เริ่มดีขึ้นในปีสองปีนี้ ไม่แย่ ทุกcrisisจะเห็นโอกาสแล้วได้ธุรกิจใหม่มาทุกครั้ง เช่นโปรเรื่องบ้าน ท่าเรือบิน21

Mfake
ปันผลดี5% กำไรเริ่มลด ไม่รู้turnมั้ย(turn upside downหรอฮะ..)

บ้านคุณภาพ
รายได้ปันผลไม่โตมาก แต่มั่นคง ปันผล6%

หุ้นไอทีชื่อเหมือนปั๊ม(แต่ไม่มีกลุ่ม)
ปันผล7%ขายเมนเฟรมให้แบงค์(มีnich) แต่ไม่รู้ว่าถ้าแบงค์พัฒนาไอทีเองจะกระทบมากมั้ย

ท่อแอร์(นี่ก็ซ้ำโพย)
กำไรดีขึ้นจากลดต้นทุน

โซล่าร์ฟาร์มเจ้าแรก
นิ่งมาจาก200MWเพิ่งมีข่าวอีก30จากญี่ปุ่น อาจได้ส่วนแบ่งจาก400ในอนาคต
ระวังadderหมดในปี63

ประกันภัยชื่อเหมือนน้ำมันพืช
ไม่โตแต่เป็นรายใหญ่ MDใหม่มากำไรปันผลดีขึ้น

แบ็งค์เล็กชื่อฝรั่ง
กำไรกำลังโตเพราะซื้อassetมาจากสแตนชาร์ต ผลจากรถคันแรกเริ่มหมดแล้ว

ปาล์มยูนิ
วัฐจักร แต่เพิ่งผ่านจุกแย่มา Q1โต60% ฝนมาเยอะ ทำให้ดีไปอีกปีสองปี

samatah

dr1
Verified User
Posts: 817
Joined: Tue Jul 13, 2010 2:44 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by dr1 » Tue May 29, 2018 12:02 pm

โพสต์สุดท้ายของมี้ตติ้งQ1ละนะฮะ ปกติผมจะพยามลงหน้าจอเดียวให้หมด แต่เที่ยวนี้ตอนคืนวันอาทิตย์
จิ้มอยู่ดีๆหลุดหายหมด หน้ามืดเบย เลยต้องจิ้มใหม่แบ่งมาลง

หุ้นเล็กหุ้นน้อยต้องเป็นท่านAnieLeeมาลงให้ฮะ ขอบพระคุณสำหรับพระเครื่ององค์ทองที่มาฝากผมฮะ จะได้เอาทางพระเข้าข่มขย่มจิตให้ตก แข่งกับหุ้นตกฮะ
ขอให้ท่านAnieLeeรวยหุ้นบัตรเครดิตกับหุ้นบัตรม่วง ผอร์ทฉูดถึงสามคอมม่าในเร็ววันด้วยเทิ้ด..เจ้าประคู้ณณ..

คือมี้ตติ้งเที่ยวนี้ผมก็..มุขเดิมล่ะฮะ เที่ยวถามไปหมดว่าถือหุ้นตัวใหนเยอะสุด
โดยเฉพาะท่านsaichon เซียนหุ้นหลายเด้งคนดัง(ภาพประกอบความหล่อกับหุ้นหลายเด้งอยู่ในหน้า50 กระทู้นี้)
ก็พบว่าทั้งท่านsaichon(รีบเอารูปมาลงเร็วๆนะจ๊ะ จะได้หลุดดอยกันซะที) และเพื่อนๆ ส่วนใหญ่เค้ามีโรงไฟฟ้าลาวฝายน้ำล้นกัน ในงานก็มีคนถามเรื่องนี้ด้วย

Q : เห็นถือหุ้นโรงไฟฟ้พลังน้ำเยอะมาก คิดอย่างไร มีความเสี่ยงอะไรบ้าง(ที่จะทำให้วีไอตายหมู่มั้ย ในวงเล็บนี่ผมเติมให้)
A : ไซยะ 1200MW ถือ37%มี400MW ดูไม่เยอะ แต่ฝายน้ำล้นปั่นไฟใด้24ชั่วโมง แดดก็6ชั่วโมง ถ้าเป็นเขื่อนก็ไม่24ชั่วโมง
(พี่charunเสริมว่า การสึกหรอเทอร์ใบน์ต่ำมาก ไม่มีค่าเชื้อเพลิง)
เดิมก่อนมีเขื่อนที่จีน น้ำโขงไหลในช่วง1,200-16,000ลบม. พอมีเขื่อนก็เป็น2,400-12,000
คือน้ำน่าจะดีกว่าสถิติ50ปีที่ผ่านมา
เดิมคำนวน ใช้ดอกเบี้ย6% ถ้าลดดอกเบี้ยจากrefinanceได้ กำไรจะดีขึ้นอีก
มีwarrant รอที่ราคา6บาท? (รอลากใช่มั้ยฮะ..)
Peakกำไรไซยะ จะอยู่มี่3-4,000ล้าน +ของเก่าอื่นๆอีกพอควร
ทั้งโปรเจครายได้500,000ล้าน ลงทุน130,000ล้าน ตอนแรกเก็งว่าปี62น่าจะกำไร8,000เป็นเงินที่ไม่ต้องตัดค่าเสื่อม
แต่บ.เอาไปจ่ายหนี้คืน เลยกำไรไม่โดด (63กำไร4,000) แต่อย่างไรก็ตาม อีก15ปีต่อจากนี้ กำไรจะโตตลอด
ค่าไฟก็ไม่มีadderมาให้กังวล ส่วนของหุ้นที่ไปซื้อมากจากBEMก็ PE=7 เอง
ความเสี่ยงสิ่งแวดล้อม ก็ฝ่าด่านNGOมาได้ สร้างบันไดปลาวางไข่ไป20,000ล้าน ตัวฝายทนแผ่นดินไหวได้7ริคเตอร์ สรุปว่าความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ

วีไอสายลอก ชอบเสี่ยงสุดเว็กซ์ รายงาน

samatah

amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1615
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Tue May 29, 2018 10:42 pm

dr1 wrote:ขอบคุณพี่amornkowa,อ.leky สำหรัยความรู้และความเห็นล้ำค่าฮะ
มีตติ้งเที่ยวนี้ที่หาดใหญ่ ผมพยามจดมาฝากเพื่อนๆ ช่วยกันมาเสริมมาแก้นะฮะ

Q1/61ครั้งที่36 ครบ9ปี
จองเต็มเกิน 1นาที ช้ากว่าทุกครั้ง อ.ลงกระทู้จากสวิส ผมจองจากปลั๊กไฟ เอ๊ยคูต้า
ท่านsaichonนั่งรอจองที่ออฟฟิส บ้านไม่มีคอมพ์ อ.ถึงกับถามว่าหุ้นโซระ(กระทู้นี้ หน้า79)ทำให้เป็นเยี่ยงนี้เชียวฤ..
ผอร์ทลดลง5%เพราะตลาดไม่เอื้อ+เลือกหุ้นผิดหลายตัว
ดัชนีปีนี้พอๆกับปีที่แล้ว หุ้น200ใน700ตัวขึ้น โดยเฉพาะตัวใหญ่ดึงดัชนีไว้ เช่น สผ.(+40%ปตท.(+30%)bdsmเอ๊ยms(+30%)
สะดุดตกหลุมบ่อ ก็พักให้หายเคล็ด (ปาดน้ำตา)แล้วเดินหน้ากันต่อไป อ.บัฟเฟต์ยังเจอหุ้นตก50%3-4ครั้ง
ครั้งนี้จิ๊บๆ อย่าเสียกำลังใจ ผอร์ทใหญ่ เค้าก็มีแนวลงทุนหุ้นใหญ่ของเค้า
ใครผอร์ทเล็ก เห็นช้างขี้ ก็อย่าไปขี้ตามช้าง(เราขี้แพะ..)ก็ใช้หุ้นเล็กเร็วกว่า

Q: ที่เค้าว่าลงทุนยังไงก็ได้ ให้ตรงจริต ดีมั้ย
A: ถ้าจริตชอบเสี่ยงเก็งกำไรระดับที่เป็นการพนัน เจ๊งขาดทุนล่ะ
ดีกว่ามั้ย ถ้าเปลี่ยนจริตเป็นลงทุนแล้วกำไรได้ผล

Q: งั้นเริ่มลงทุนอย่างไร หาข้อมูลจากไหน
A: ไม่มีทางลัด ภาพใหญ่ก็อ่านข่าวทั่วไปไปเรื่อยๆ(หนังสือพิมพ์ปิดไปเยอะจนต้องมาอ่านforbes thailand) สะสมbig dataในสมอง
พอถึงจุดนึงก็จะสะดุดข่าวว่า จะทำให้เกิด "กำไรเพิ่ม"ในหุ้น"กลุ่มใหน"
ทีนี้ก็มาถึงตัวหุ้น ต้องเริ่มจากอ่านข้อมูลตัวบริษัทจาก56-1 เริ่มอ่านจากหุ้นตัวที่สนใจก่อน จะง่ายกว่าเริ่มอ่านจากทั้งกลุ่มอุตสาหกรรม ง่ายกว่าตะลุยอ่านหุ้นทุกตัวตั้งแต่อักษรAไปถึงZ
ถ้าจะเริ่มจากตารางร่อนหุ้นในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือsiamchartก็พอได้ แต่ถ้าใช้social network มักได้ข้อมูลลับ ที่มีลวง,พราง, bias

พอใด้หุ้นที่"มีแนวโน้มว่ากำไรโต" ก็มาดูราคา,ความคุ้มค่า กันต่อ
ส่วนใหญ่ก็ประเมิน"คุณค่า"จากPE ถ้าขี้เกียจๆก็เอามาร์เก๊ตแคปหารด้วยกำไรทั้งก้อนดูคร่าวๆ
PEGแบบอ.ลินช์ ก็ต้องดูยาวๆ3ปีขึ้นไป ถ้าจะยอมซื้อแพงPEGเกิน1ก็ต้องดูbusiness modelด้วย ว่าชนะขาดจริงๆ

จะเริ่มฝึกพื้นฐานเป็นเซียนให้ดีๆ ควรเริ่มจาก"ข้อเท็จจริง(fact)" มากกว่า"ความเห็นส่วนใหญ่(consensus)"
จนมีไอเดียเป็น"ลายเซ็น"(signature)และสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่เหมือนใคร ไม่มีใครเหมือน
เชื่อลึกๆว่า ไม่สามารถไปเลือกใครมาปั้นหรือเปลี่ยนใด้ ลูกศิษย์ต้องตามหาอาจารย์ของตัวเองให้พบ
ส่วนตัว จะรู้สึกดีมากๆ เวลามีคนมาบอกว่า"ชีวิตเปลี่ยนเพราะทำตามที่พี่บอก"

Q :ถ้าขี้เกียจหาข้อมูล,ความเห็นเอง นักวิแคะกับโบรค เชื่อได้แค่ไหน
A : บทวิเคราะห์ ส่วนใหญ่แม่นแค่ครั้งเดียว (ท่านsyjเสริมว่านักวิแคะบางคน ผิดแล้วผิดอีก ผิดเกินสามทีน่าจะถอนใบอนุญาต)
นักวิเคราะห์ที่ค่อนข้างดีคือคุณกวี โบรคที่บทวิเคราะห์โอเคตอนนี้น่าจะASP,PATRA
ถ้าลงทุนแบบวีไอแล้วไม่ใช่จริตเลยก็น่าจะไปซื้อกองทุน
กองทุนดัชนีตอนนี้ขุนศึก ค่าบริหารต่ำสุด ต่ำกว่าม่วง
กองทุนทั่วไป pat(ชื่อโบรคนะจ๊ะ มิใช่พี่แพะสุดหล่อ)มีแนวที่เป็นfundamental
กรุงเก่า ผจก.ออกไปแล้ว,ABD ห้าปีหลังมานี้ดูแย่,royal lotus tenpowerดูดี แต่ไม่แน่ใจ
หรือลงทุนหุ้นปันผลกระจายหลายๆตัวไปก็ได้
ขอบคุณหมอหนึ่งมากๆครับ
คราวนี้จองไม่ทันแต่ยังได้หมอหนึ่ง
ช่วยสรุปเนื้อหามาให้ครับ


User avatar
AnieLee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1187
Joined: Fri Jul 25, 2014 3:11 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by AnieLee » Wed May 30, 2018 12:04 am

ขอบคุณครับ พี่หมอหนึ่ง

ช่วงนี้ ผมกำลังแกะสมุดจดโน๊ตที่จดสาระในการมีทติ้งมาพิมพ์ใน Microsoft Word ครับ คงใช้เวลาสักพักครับ เพราะทำเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น หากทำสรุปเสร็จ ก็จะรีบมาโพสข้อมูลแชร์ครับ จะพยายามสรุปเนื้อหาให้ไวครับ

รอกันหน่อยนะครับ

####################################################
ความสำเร็จจากการลงทุน ไม่ได้เกิดจาก "การซื้อของดี" แต่มาจาก "การซื้อของได้ดี" ต่างหาก

saichon
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1212
Joined: Thu Feb 01, 2007 1:20 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by saichon » Wed May 30, 2018 4:19 pm

dr1 wrote: คือมี้ตติ้งเที่ยวนี้ผมก็..มุขเดิมล่ะฮะ เที่ยวถามไปหมดว่าถือหุ้นตัวใหนเยอะสุด
โดยเฉพาะท่านsaichon เซียนหุ้นหลายเด้งคนดัง
อายจัง...
ท่านพี่dr1 ให้เกียรติผมเสมอเลยครับ

จะมาสารภาพว่า ผมเคยได้หุ้นหลายเด้งก็จริง..
แต่ตอนพลาดท่า
ผมก็โดนคืนหลายเด้งเหมือนกันครับ555+ :drink: :drink:

ซื้อหุ้นตัวที่เมื่อมองไปในอนาคตแล้ว ที่ปัจจุบันราคายัง undervalue ที่สุด

User avatar
AnieLee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1187
Joined: Fri Jul 25, 2014 3:11 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by AnieLee » Wed May 30, 2018 11:05 pm

มีทติ้งภาคใต้ Q1/2561 ณ โรงแรมนิวซีซั่น วันที่ 27/05/61

(ตอนแรกว่าจะคัดเอาเนื้อหาเฉพาะที่พี่หมอหนึ่งยังไม่ได้โพส พอมาคิดอีกที ก็โพสตั้งแต่ต้นเลย อันไหนซ้ำ ก็ขออภัยด้วยครับ แต่บางท่อน โดยเฉพาะชื่อหุ้น อาจอ้างอิงไปที่โพสพี่หมอหนึ่งนะครับ)

ดัชนีปีนี้พอๆกับปีที่แล้ว หุ้น200ใน700ตัวขึ้น โดยเฉพาะตัวใหญ่ดึงดัชนีไว้ เช่น PTTEP +40% PTT +30% BDMS +30%เส้นทางนี้ ก็คงต้องสะดุดตกหลุมบ่อบ้าง ไม่ได้ Smooth อยู่เรื่อยๆ เพียงแต่ว่า เราเจออุปสรรค ไม่ใช่จะหยุด ก็ต้องมีพักหน่อย พอตั้งตัวได้ ก็เดินต่อไป ตัวอย่าง วอเร็น บัฟเฟตต์ กว่าจะรวยอันดับต้นๆ ของโลกได้ มีตั้งหลายครั้งที่หุ้นของเค้าลงไปมากกว่า 10% แต่มีอยู่ 4 ครั้งที่หุ้นลงไปมากกว่า 50% แสดงว่า ที่พวกเราเจอในตลาดหุ้นไทย ยังเล็กน้อยมาก อย่าเพิ่งเสียกำลังใจไป

มนุษย์ทั่วไปชอบการเก็งกำไร หากการเก็งกำไรทำให้เราขาดทุน ทำไมเราไม่เปลี่ยนจริตของเรา เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุน มันอาจจะยากหน่อย แต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

คำถาม: ลงทุนหุ้นปันผลแล้ว ไม่ได้กำไรเลย และวันที่ XD ราคาหุ้นกลับตกลงมาก มีวิธีการลงทุนหุ้นปันผลอย่างไร
คำตอบ: ก่อนที่จะปันผล ราคาหุ้นได้ price in เงินปันผลไปเรียบร้อยแล้ว การซื้อหุ้นปันผล ควรซื้อแบบลงทุนระยะยาว หรือซื้อก่อน XD 5-6 เดือน เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ ซื้อตอนผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมา และควรเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลเพียงครั้งเดียว เพราะค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า กำไรดี หากตลาดไม่ผันผวนมาก หากงบ Q3 ออกมาแล้ว ราคาหุ้นมักไม่ค่อยลง
หุ้นปันผลที่เข้าเงื่อนไข เช่น ไม่มีความเสี่ยงมาก, มีลูกค้ากระจายตัว, ไม่ใช่หุ้นวัฏจักร แบ่งเป็น 2 ระดับ (ดูโพสของพี่หมอหนึ่งครับ)

การลงทุนหุ้นปันผล ก็ควรที่จะกระจายตัวเช่นเดียวกัน
หุ้นที่ขึ้นมากที่สุด บัตรเคที่ (สิ่งที่พลาดไปคือ ไม่น่าเชื่อว่าจะกำไรมากขนาดนี้) หุ้นลงมาที่สุด ก่อสร้างโตโย
หุ้นที่เปลี่ยนชื่อบ่อย มีโอกาสที่จะเป็นหุ้นปั่นหรือหุ้นที่ไม่ดี ควรระวัง (หม้อร้อน ไม่มีที่ว่างให้กับอันดับที่ 2 ในธุรกิจแนวนี้) ยกเว้น ที่เปลี่ยนชื่อเพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจของเค้า (ไม่ได้ทำ leasing)
ธุรกิจการให้สินเชื่อแบบ SAWAD, MTC เริ่มมีคู่แข่งเข้ามาแข่งขันในตลาดมากขึ้น มีการควบคุมจากภาครัฐฯ มากขึ้น ทำให้ไม่แน่ใจว่า มี MOS มากไหม แต่ที่แน่ๆ ราคานี้ มี MOS มากกว่าแต่ก่อน
หนังสือ ดร. ที่เพิ่งเขียน บอกว่า ปัจจุบัน กำไรมากๆ น่าจะไม่มีแล้ว แกก็เลยเปลี่ยนแนวทางมาลงทุนแบบลงทุนในหุ้นที่ดี PE ต่ำ มีกำไร ปันผลสัก 5% อจ ให้ความเห็นว่า ก็แบบที่บอกเรื่องหุ้นปันผลที่ อจ คิดจะมาซื้อหุ้นปันผล สำหรับพอร์ตของ ดร. หลายพันล้าน ปันผลสัก 10% ก็ได้มากมาย พอพอร์ตใหญ่ๆ เป้าหมาย ไม่ใช่ทำกำไรได้ผลตอบแทนมากๆ แต่เป็นการรักษาพอร์ตไปเรื่อยๆ ด้วยมหัศจรรย์เงินปันผล ก็ทำให้เงินเพิ่มขึ้นมากอยู่แล้ว ดร. ก็ฉลาดและเก่งจริงๆ แต่พวกเราก็อย่าแบบว่า “เห็นช้างขี้ ก็ขี้ตามช้าง” พอร์ตเล็กอย่างพวกเรา เน้นสไตส์หุ้นเติบโต หุ้น small cap ดีกว่า ไม่งั้นไม่ทันกิน เงินปันผล 10% กว่าจะได้เท่าตัว ก็ราว 7 ปีแล้ว ก็อาจรอกันไม่ไหว และอาจจะเผลอไปแนวทางอื่นอีกด้วย ก็คงต้องเพิ่มความเสี่ยงสักหน่อย น่าจะดีกว่า แต่ถ้าใครจะใช้แนว ดร ก็ไม่ว่าไร ปลอดภัยอยู่แล้ว

####################################################
ความสำเร็จจากการลงทุน ไม่ได้เกิดจาก "การซื้อของดี" แต่มาจาก "การซื้อของได้ดี" ต่างหาก

User avatar
AnieLee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1187
Joined: Fri Jul 25, 2014 3:11 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by AnieLee » Fri Jun 01, 2018 11:12 pm

(ต่อ) มีทติ้งภาคใต้ Q1/61

คำถาม: ขอวิธีการร่อนหุ้น – คำตอบ: ก็ต้องใช้เวลา ก็ต้องเริ่มจากก้าวแรกก่อน มีตัวอย่างเพื่อนนักลงทุนท่านหนึ่ง ก็เริ่มอ่านข้อมูลกิจการไปได้ตั้ง 500 กว่าบริษัทแล้ว ก็คงต้องอ่านไปเรื่อยๆ แต่ถ้าจะหว่านอ่านไปเรื่อยๆ อาจจะท้อ ก็อ่านบริษัทที่สนใจก่อน และอ่านทุกบริษัทในกลุ่มนั้นไปด้วยเลย แนวทางนี้ ไม่มีทางลัดครับ คงต้องอ่านไปเรื่อยๆ เท่านั้น

มีผู้เข้าร่วมประชุมให้ความเห็นว่า หลังออกงบการเงิน ก็สแกนหาหุ้นจากหนังสือพิมพ์โดยไล่ดูอัตราส่วนทางการเงินคร่าวๆ และกรองไปเรื่อยๆ
อจ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า ในอดีต อจ ก็เคยทำเช่นเดียวกัน ปัจจุบัน ก็มี siam chart ที่ให้ข้อมูลแนวนี้ด้วยเช่นกัน แล้วแต่ใครถนัดดูข้อมูลจากไหน นี่เป็นวิธีการถูกต้อง วอเร็น ก็ทำแบบนี้เช่นกัน ไม่ใช่ไปหาหุ้นจาก line, จาก fb เพราะข้อมูลหุ้นจากแหล่งนั้น อาจผ่านการปรุงแต่งมาแล้วจากผู้เขียน

ส่วนใหญ่แล้ว สนใจหุ้นก่อน แล้วไปเจาะหาข้อมูลกิจการ หากมีแนวโน้มว่า รายได้และกำไรจะโต เราก็มาศึกษากิจการนั้นก่อน และเราก็ต้องมองความคุ้มค่าของมันด้วยเช่นกัน อย่างเช่น หุ้นบางตัว กำไรโตก็จริง แต่ราคาหุ้นวิ่งไปแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์ บางบริษัท ผบห อาจให้ข้อมูลว่า กำไรจะโต เราก็ต้องดูว่า ผบห น่าเชื่อถือได้หรือไม่ การดูว่า กิจการไหนจะโต ก็ดูจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม เช่น ช่วงนี้ น้ำมันแพง หุ้นไหน จะได้ประโยชน์ และหุ้นที่เกี่ยวข้องมีตัวไหนบ้าง พอเราอ่านข่าวทุกวัน เราก็ต้องพอที่จะเชื่อมโยงได้ว่า มีหุ้นตัวไหนบ้างที่พอจะได้รับประโยชน์ ตัวอย่างเช่น carbon black ราคาขึ้นมา หุ้นที่ตายแน่ๆ ก็หุ้นยาง บางทีอาจจะไม่ชัดเจนมากนัก คงไม่มีใครมาบอกอย่างชัดเจน ต้องคิดเอาเองว่า ตัวไหน และช่วงนี้ เม็ดพลาสติก ราคาขึ้นตามราคาน้ำมัน หุ้น packaging ตายหมด หรือหุ้นที่ใช้เม็ดพลาสติกก็อาจแย่ อจ เอง ก็มีพลาด เช่น หุ้น"ท่อน้ำ" ก็มีผลบ้าง เพราะใช้ HDPE ด้วย

บทวิเคราะห์ฯ ราวๆ ครึ่งหนึ่งจะแม่น โดยทั่วไป บทวิเคราะห์โบรคฯ มักคาดการตัวเลขเพียง 1 ปี พอปีถัดไป ก็ให้ตัวเลขแบบง่ายๆ เช่น โต 5% หรือ 10% ในความเป็นจริง ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้มาก และหากมีปัจจัยดีใดๆ เข้ามา ก็มักจะมาปรับตัวเลขอีกรอบภายหลัง บางที ก็ปรับแทบทุกเดือน ความเห็นส่วนตัวของ อจ บทวิเคราะห์ของ Broker ที่น่าเชื่อถือ มี Asia Plus, ภัทร

คำถาม: ขอความเห็นเรื่อง "หุ้นค้าปลีกที่ออกจากตลาดไปแล้ว" ปันผลมากถึง 42 บาท ในขณะที่ "หุ้นค้าปลีกแม่" ปันผลน้อย - คำตอบ: "หุ้นค้าปลีกแม่" กู้เงินมาซื้อกิจการ "หุ้นค้าปลีกที่ออกจากตลาดไปแล้ว" ก็พยายามที่จะหาเงินมาจ่ายเงินกู้ กรณีที่ "หุ้นค้าปลีกที่ออกจากตลาดไปแล้ว" กำไรมากๆ ก็รีดเงินปันผลมาจาก "หุ้นค้าปลีกที่ออกจากตลาดไปแล้ว" / (แชร์โดยผู้ร่วมมีทติ้ง) นอกจากนี้ "หุ้นค้าปลีกที่ออกจากตลาดไปแล้ว" เองยังมีความสามารถในการกู้เงินได้อีกมาก ก็เลยเอาเงินของ "หุ้นค้าปลีกที่ออกจากตลาดไปแล้ว" มาช่วยบริษัทแม่
หุ้นที่จะออกจากตลาด
• ดูธรรมาภิบาลของคนที่ซื้อ
• มีการไซฟ่อนเงินหรือไม่
• มีปัจจัยอื่นๆ อีกมาก (ไม่ควรไปเสี่ยงกับหุ้นที่จะ delist)

ข่าวการควบรวม แบงค์รัฐฯ 2 แห่งในตลาดฯ มีความเป็นไปได้ในทางทฤษฏี แบงค์รัฐฯ ไม่ควรมีหลายแห่งที่จะมาแข่งขันกันเอง ด้านกลุ่มลูกค้าของธนาคารรัฐฯ ก็เป็น Niche เช่น มีลูกค้าข้าราชการมาก ก็ล้วนแต่ใช้ธนาคารรัฐฯ และเป็นกลุ่มที่มีรายได้ secure ด้วย รวมทั้งอาจ bundle ส่วนต่างๆ ไปด้วย เช่น ขายบัตรเครดิตให้กับข้าราชการ ก็มีจุดเด่นและข้อได้เปรียบเอกชนมากอยู่ ต่างกับการบินไทย ที่ลูกค้าข้าราชการน้อยมาก แถมมีคู่แข่งก็มีโปรโมชั่นด้วย

ถ้าหุ้นแบงค์รัฐฯ(มีลูกเป็นบัตรเครดิตในตลาดฯ) ปันผลมากกว่า 5% ก็ซื้อได้ แต่ความเป็นจริง ปันผลไม่ถึง / "หุ้นธนาคารเก่าแก่ของไทย สีน้ำเงิน" Debt ต่ำมาก Conservative มาก ถ้าเค้าอยากโต ก็สามารถโตได้ แต่ขึ้นกับ ผบห

หุ้นสนามบิน ราคาหุ้นค่อนข้างแพง ถึงแม้ว่ากำไรมันจะโตก็ตาม

.....มีต่อในวันถัดไปครับ

####################################################
ความสำเร็จจากการลงทุน ไม่ได้เกิดจาก "การซื้อของดี" แต่มาจาก "การซื้อของได้ดี" ต่างหาก

jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 375
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by jverakul » Sat Jun 02, 2018 1:06 pm

dr1 wrote:Q: งั้นขอหลักการลงทุนผอร์ทหุ้นปันผล พร้อมชื่อหุ้นเลย
เพราะซื้อหุ้นปันผลทีไร ปันเสร็จ มันลงจนอยากเอาปันผลไปคืน..

A: ก็ต้องเลือกหุ้นที่ปันผลปีละครั้ง ซื้อก่อนปันผลสักห้าหกเดือน ช่วงQ3จะดีที่สุด เพราะเริ่มเดากำไรและปันผลได้
ซื้อแล้วถือยาว หุ้นไม่ไปไหนก็ยังได้ปันผล และให้ระวังหุ้นที่ปันผล3%มานานๆแล้วอยู่ดีๆปันผล15%(ท่านfonfonจากชุมพรว่าเพร็บ)
หุ้นที่เลือกมาให้เลือก ก็ปันผลเกิน5% ไม่วัฎจักร กระจายความเสี่ยงพอควร

Class A
ลีสซิ่งคำถาม
เหล็กทีหน้าทีหลัง
ผู้ชนะ(เพลงประกอบ "เด็กชายคนนั้นดูหงอยเหงา ในมือของเค้ามี.."ชนะแล้วทำไมหงอย..)
สมิต
รถเช่าชื่อเหมือนธนาคาร(ระวังผันผวนจากภาษี)
ประกันภัยชื่อเหมือนน้ำมันพืช(ระวังน้ำท่วมใหญ่)

ClassB
ตู้ไฟอ้าสิฟะ
ท่อแอร์
สิ่งพิมพ์พิเศษลูกขายไอที,ช้อนโต๊ะ

บ้านคุณภาพ

ปกติแล้วหุ้นมันก็จะดีมาตลอดนะ จนเราเข้าไปซื้อนั่นแหละ ซื้อแล้วลงเลย ฮา
คุณหมอครับ ไม่เฉลยชื่อย่อหุ้นหมือนแต่ก่อนแล้วเหรอครับ เพราะบางตัวผมก็ไม่รู้จัก(ตามสีระบาย) หรือว่ามีกฏของสมาคมใหม่ห้ามเฉลย
ผมมันสายลอกการบ้านครับ ได้จากมิตติ้งนี้ไปก็ไม่น้อย 555

ขอบคุณคุณหมอ และ คุณ AnieLee ด้วยครับ ที่เอารายละเอียดการมิตติ้ง มาให้ได้อ่านกันทุกครั้ง เหมือนได้ไปนั่งฟังด้วยตัวเองเลย :bow: :bow: :bow:

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "

Post Reply