รุ้งกินน้ำ

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
Post Reply
User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:02 pm

หลายเดือนต่อมา
วันนั้น เล้งเล่นแพ้ไปสัก 4-5 กระดานแล้ว และเริ่มหงุดหงิดแกมเบื่อ

+ อั๊วชักเบื่อเล่นหมากรุกกับป๊าแล้ว....... วันหลังอั๊วจะไม่เล่นอีกแล้ว
/ เล่นอีกตาๆ ............. แล้วไปกินข้าวกัน

กระดานต่อมานี้ พ่อจะดูเหมือนอ่านหมากเล้งไม่ขาด
ทั้งๆที่เล้งก็เดินหมากด้วยความมุทะลุ แต่แล้วเล้งก็ได้รุกฆาต
และชนะพ่อไปแบบเฉียดฉิว

ตอนนั้นเล้งเข้าใจว่า พ่อแพ้เพราะใจพ่อไม่นิ่งหรือเผลอเรอ
เนื่องจาก เห็นความมุ่งมั่นอันตึงเครียดของเขา

/ ..........ป๊าแพ้แล้ว......วันนี้พอแค่นี้ก่อน
+ ป๊าอย่าเพิ่งเลิกดิ....... อั๊วเพิ่งชนะแค่กระดานเดียวป๊าก็เลิกแล้ว
ป๊ากลัวแพ้อั๊วหลายๆกระดานอั๊วรู้

พ่อได้แต่ยิ้มน้อยๆ แล้วบอกว่า

/ ..พอแล้ว...... พอแล้ว.......... ได้เวลากินข้าวแล้ว
+ ป๊าไม่ต้องเอาเรื่องกินข้าวมาอ้าง .........ป๊ากลัวแพ้อีก.........อั๊วรู้

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:03 pm

เหตุการณ์บนกระดานหมากรุกยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี
แล้วเล้งก็มักจะชนะพ่อได้ในกระดานสุดท้ายเสมอๆ
หลังจากที่แพ้มาตลอดในกระดานต้นๆ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือ

...............คำพูดพร่ำบ่นบนกระดาน.......

ประโยคแล้ว ประโยคเล่า ประโยคเก่าๆ ความหมายเดิมๆ
วนเวียนมา แล้วเวียนวนไป ซ้ำแล้วซ้ำอีก

เขาแค่คิดว่า พ่อบ่นได้ก็บ่นไป ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่
เพราะเมื่อพ่อเริ่มพูดคำแรก เล้งก็นึกไล่ไปจนจบคำสุดท้ายแล้ว
ยกเว้นบางที ก็มีประโยคใหม่ๆ เริ่มแปร่งหูเข้ามาเพิ่มเติมบ้าง

+ กระดานนี้ อั๊วแพ้อีกแล้วอ่ะ ..............ตั้งใหม่ๆ
/ หมากรุกแพ้ ลื้อตั้งกระดานเล่นใหม่ได้........แต่บางอย่างต้องระวัง
เพราะบางอย่างมันเริ่มต้นใหม่ไม่ได้
+ ป๊าบ่นอะไรของป๊า..............เอ้า..............ตาป๊าเดินแล้ว

จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี และหลายปีผ่านไป
เล้งก็มีโอกาสเดินหมากรุกกับพ่อ น้อยลงๆๆ
พ่อมีภาระหน้าที่การงานมากขึ้น
ส่วนเล้งก็มีกิจกรรมต่างๆมากมายที่ดึงเวลาไปในช่วงวัยรุ่น

แล้วกาลเวลาก็ทำหน้าของมัน......แปรสภาพเด็กคนนี้
จากนักเรียน...................กลายมาเป็น...........นักศึกษา
จากนักกีฬาสนาม.......... กลายมาเป็น...........นักกีฬาหมากกระดาน
และสุดท้าย
จากคนทำงาน...............กลายมาเป็น...........นักลงทุน

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:03 pm

.............ในช่วงแรกที่ก้าวเข้ามาในตลาดหุ้น เขาได้สูญเงินเป็นจำนวนมากจากการเล่นหุ้น
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรยากเย็น คงเหมือนกับซื้อขายสินค้าทั่วๆไป
ที่เขาคุ้นเคย....ซื้อถูกมาขายแพง ตามประเพณีการค้าขาย ... แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด

เขาตกอยู่ในภาวะเครียดจัดและได้ก็ปรึกษาเรื่องนี้กับคนรู้จักหลายคนๆ ...... แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น
เล้งจึงได้ระบายเรื่องนี้ให้พ่อของเขาฟัง ทั้งๆที่รู้ว่าพ่อนั้นไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลย

/ เล้ง......ทำไมลื้อวางเดิมพันกับเกมที่ตัวเองไม่ถนัดด้วยวงเงินที่สูงอย่างนั้น
ตอนเด็ก... ป๊าเคยถามตอนเล่นหมากรุกว่า.......พนันกันด้วยเงินเท่าค่าขนมไปโรงเรียนไม๊
ถ้าแพ้เล้งอดค่าขนม ถ้าชนะป๊าให้สองเท่า....เล้งยังไม่ยอมเลย
+ ก็ตอนนั้นอั๊วรู้ว่า............กำลังเล่นกับเซียนนี่

/ แล้วที่ลื้อเจออยู่นี่มันสนามแข่งหมูเหรอ...........เขาว่ามันเหมือนถ้ำเสือเชียวนา
+ แหมป๊า...........ไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วจะได้ลูกเสือเหรอ
/ แต่ถ้าลื้อไม่รู้วิธีจับเสือ......แล้วยังไปเข้าถ้ำเสือ นอกจากไม่ได้ลูกเสือแล้ว
ลื้อยังจะถูกแม่เสือคาบไปเป็นอาหารเย็นให้ลูกเสืออีกน่ะสิ

/ ป๊าเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเซียนในวงการหมากรุกให้เล้งฟังละกัน
แต่มันอาจไม่เหมือนกับวงการหุ้นหรอกนะ........ แต่ฝากให้ลื้อเอาไปคิดต่อเอง

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:04 pm

/ ในวงการหมากรุก เซียนที่ รู้มือรู้เหลี่ยมกันดี ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเล่นกินกันเอง
ยิ่งในละแวกเดียวกัน ไม่ต้องพูดถึง ใครมือระดับไหน ใครเล่นกับใครได้ เล่นกับใครไม่ได้
ในถิ่นเดียวกัน............ มันรู้ถึงกันหมด

/ เซียนที่เป็นนักพนันน่ะ เขาเลยต้องออกเดินสาย ไปท้าพนันกับนักเล่นต่างถิ่น เล่นไปไม่นาน
ก็ต้องย้ายที่ไปเรื่อยๆ เพราะ ถ้าไปเจอหมู หลอกกินเขาได้ไม่นาน เสียบ่อยๆ เขาก็เริ่มสงสัย
พอรู้ว่าเป็นเซียนมาจากที่อื่น...เขาสู้ไม่ได้... เขาก็เลิกเล่นด้วย

/ แต่บางที............. เซียนเดินสาย....ดันไปเจอกับ...เซียนเหยียบเซียน
มีคนหนึ่งเป็นเซียน......ลักษณะที่ว่านี้.........อยู่แถวสวนพลู
คนนี้เหนือมาก.... ทุกตาที่เล่น ทุกก้าวที่เดิน เขาจะเดินหมากแบบชนิดที่ว่าเรียบๆ ง่ายๆ
มีแพ้บ้างชนะบ้าง สลับกันไป แต่ไม่ว่าแพ้หรือชนะ จะสูสีมาก เฉือนกันแค่ก้าวสองก้าว
หลายๆกระดานออกเสมอ

/ คนเล่นด้วยไม่ว่าใครหน้าไหน อยู่ถิ่นเดียวกันหรือมาจากต่างถิ่น
จะไม่รู้สึกเลยว่าหมอนี่เป็นเซียน แล้วจะรู้สึกเหมือนกันหมดว่า
ที่ตัวเองชนะตอนแรกมาจากฝีมือตัวเอง
แต่ที่แพ้ในกระดานหลังๆ มาจากที่ เดินไม่ระวัง
แล้วก็เสียเดิมพันเยอะหน่อย เมื่อเทียบกับกระดานต้นๆ
.. ก็แค่นั้น... ไม่เคยเสียหมดตัวแต่ก็ไม่เคยได้เงินกลับบ้าน

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:04 pm

/..........แล้วคนนี้แหละก็คือ...............คนที่สอนป๊าเล่นหมากรุก
เขาบอกว่า หมากรุกมันเรียบง่าย แต่ความซับซ้อนมันอยู่ในจิตใจ
บังคับหมากน่ะมันง่ายๆ .........เอามือจับหมากเดินก็จบ
แต่บังคับจิตใจตัวเองนี่สิ........... ยากกว่ากันเยอะ
/ เขาสอนป๊าว่า............เซียนที่แท้น่ะ ไม่ได้เดินหมากบนกระดานนะ........
+ ตลกแล้วป๊า ......ไม่เดินหมากบนกระดาน.......แล้วไปเดินหมากบนเสื่อเหรอ

/ ไม่ใช่อย่างนั้น.....เขาสอนป๊าว่า.........จะต้องเดินหมากบนหัวใจของคู่ต่อสู้
+ ไม่เข้าใจอ่ะ
/ เดินหมากในรูปแบบ....... ที่ทำให้หมากฝ่ายตรงข้ามถูกบังคับเดิน
+ ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี........ หมากอีกฝ่ายก็ต้องเดินได้อย่างอิสระตามใจคนเล่นไม่ใช่เหรอ

/ นั่นแหละๆ.....การเดินหมากที่ทำให้ฝ่ายตรงข้าม คิดว่าตัวเองเดินได้อย่างอิสระ
เลือกเดิน เลือกกินตามความสมัครใจของตัวเองนี่แหละ ............ลึกซึ้งที่สุดแล้ว
/ เดินโดยไม่รู้ว่าถูกบังคับ........กินฝ่ายตรงข้ามโดยไม่รู้สึกว่าถูกหลอก
แพ้โดยที่รู้สึกแค่ว่าตัวเองเดินไม่ระวังหรือแค่เผลอไผล และไม่รู้สึกว่าคู่แข่งที่เล่นอยู่เป็นเซียน

+ อือม์.............ยังไงต่อ
/ ก็เท่านี้แหละ......เพราะป๊าเชื่อว่า.... ลื้อกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้

เล้ง เก็บเอามาคิดอยู่หลายคืน... ว่าทำไมพ่อวกมาพูดเรื่องหมากรุกอีก... ทั้งๆที่เขากำลังเครียดเรื่องหุ้น
แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร... เพราะตัวเองก็ไม่ได้คาดหวังคำแนะนำจากพ่อในเรื่องหุ้น......ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:05 pm

แต่แล้วเขาก็นำสิ่งที่พ่อพูด..................กลับมาทบทวนอีกครั้ง
ควบคู่กันกับการนึกย้อนถึง.................สิ่งที่เขาพบมาในตลาดหุ้น นับตั้งแต่เริ่มต้น

แล้วเขาก็พบกับ...........แสงสว่าง ..................จากคำพูดของพ่อ

ตอนนี้เขารู้สึกตัวแล้วว่า .............เขากำลังตกอยู่ในวงล้อมของเซียน

เขาเห็นเซียนด้านต่างๆ ตลอดเส้นทางการเล่นหุ้นของเขา

เขาก้าวเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น ด้วยความเชื่อที่มาจากการชี้นำของ
....เซียนด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด.....ที่คอยสร้างภาพแห่งความโปร่งใส
..... บริสุทธิ์ ยุติธรรม ให้กับการลงทุนในตลาดหุ้น

เขาอ่านงบการเงิน ที่ทำออกมาจากมือของเซียนด้านบัญชีและการเงิน
......ซึ่งแม้แต่เซียนด้วยกัน..................... บางทียังหลงกล

เขาดูกราฟและใช้เครื่องมือทางเทคนิค ต่อสู้อยู่กับ เซียนด้านเทคนิค
......ที่มีความพร้อมกว่าทั้ง เครื่องมือ โปรแกรม และเทคนิคล่อลวงอันแพรวพราว

เขากำลังอ่านข่าวสารและรับรู้ข้อมูลที่ปล่อยออกมาจากเซียนที่ใช้สื่อเป็นอาวุธ
......ผ่านตามสื่อต่างๆ ทั้งในรูปแบบของสื่อสารมวลชนและบทวิเคราะห์ต่างๆ

เขากำลังใช้เงินทุนของตัวเองต่อสู้กับเซียนอื่นๆ ที่มีเงินทุนอันมากมายมหาศาล

ที่สำคัญ........................ เขากำลังเผชิญหน้ากับเซียนทั้งหมดนี้พร้อมๆกัน
และ ยิ่งไปกว่านั้น ..... เซียนบางกลุ่มยังมีการร่วมมือกันในเบื้องหลังอีกด้วย

โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบน กระดานหุ้นอิเลคทรอนิคส์.......อันพริ้วไหว......ที่อยู่ต่อหน้าเขานั่นเอง

ซึ่งเขา........................ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:05 pm

เขาพบแล้วว่า....กระดานหุ้นนี้มันลึกซึ้งและซับซ้อนกว่ากระดานหมากรุกที่เขาคุ้นเคยนัก
แต่ที่ผ่านมา.......ทำไมเขาใช้เวลาในการตัดสินใจเดินหมากในกระดานหุ้น
.......รวดเร็วเหลือเกิน............ในแต่ละก้าว

เขานึกย้อนกลับไปทบทวนอีกครั้งว่า......เวลาเดินหมากรุกบนกระดานเล็กๆ
เขาใช้เวลาครุ่นคิดบางกระดาน นานนับชั่วโมง ทั้งๆที่ ก็ไม่ได้มีเดิมพันอะไร
..........มุ่งหวังที่ผล แพ้-ชนะ เท่านั้น.........

แต่กับการตัดสินใจซื้อหุ้นเต็มวงเงินของพอร์ต เขากลับใช้เวลาคิดแค่ชั่วแล่น
ทั้งๆที่ผลของมันอาจกระทบต่อฐานะทางการเงินของเขาได้อย่างมากมาย

เขาสำนึกแล้วว่า.................เขาได้ประมาทต่อการเดินหมากบนกระดานนี้เพียงใด

อีกนานแรมปี นับจากวันนั้น
กว่าที่เขาจะสามารถปรับสมดุลของการใช้เวลา
เพื่อกลั่นกรองข้อมูลสำหรับใช้ในการตัดสินใจ
ตลอดจนพัฒนารูปแบบการเดินหมากบนกระดานหุ้น
ให้เหมาะสมและลงตัว อย่างที่เคยทำได้ในกระดานหมากรุก
เหมือนครั้งที่เป็นแชมป์กีฬามหาวิทยาลัย

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:06 pm

หลังจากทำความสะอาดกล่องหมากรุกและนำเก็บเข้าที่เดิมแล้ว

เล้งได้ทบทวนอดีต.........นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่พ่อพยายาม
ปลูก-ฝัง-เพาะ-บ่ม-อบ-รม-เคี่ยว-เข็น-ผลัก-ดัน
...................... ผ่านมาทางกระดานหมากรุก

เขาซาบซึ้งแล้วว่า......... คำพร่ำบ่นบนกระดาน.......ของพ่อมีค่าแค่ไหน
นึกถึงบางประโยคที่พ่อคอยเน้นย้ำ
เพื่อชี้นำให้ชีวิตเขาเดินมาอย่างมีทิศทาง

/ หมากรุก.........จะเดินให้ชนะ......ยังต้องคิด
...หมากชีวิต.......ถ้าไม่คิด................จะเดินให้ชนะได้อย่างไร

นึกถึงตอนเด็กที่เคยสงสัยว่า ทำไม พ่อถึงยอมแพ้ให้เขาในกระดานสุดท้าย

นึกถึงตอนที่เขาเข้าใจสิ่งนี้ได้เอง ในอีกหลายปีต่อมา

ว่าเป็น เพราะ พ่อกลัวว่าถ้าเขาแพ้ตลอด เขาจะเบื่อและอาจเลิกเล่นหมากรุกไปเลย
แต่ถ้าปล่อยให้เขาชนะเรื่อยๆ
มันก็ไม่มีอะไรท้าทายให้เขาเล่นต่อและจะคิดว่า
ไม่มีอะไรต้องเรียนรู้จากมันอีกแล้ว

นึกถึงพ่อของเขาที่ไม่เคยยึดติดกับสีของหมากอย่างที่เซียนหลายๆคนเป็น
เวลาเล่นกับเขาจะเลือกใช้หมาก.....สลับสี....ไปมา
บางครั้งเดินด้วยหมากสีแดง บางครั้งเดินด้วยหมากสีเขียว
ดังนั้น ภาพที่ปรากฏบนกระดานหมากรุก ที่ผ่านสายตาของเขาอย่างชินตา ก็คือ

....เดี๋ยวหมากสีแดงก็ชนะหมากสีเขียว......เดี๋ยวหมากสีเขียวก็ชนะหมากสีแดง.....

/ เล้ง..... ตัวหมากแดงและหมากเขียวน่ะ มันไม่เคยแพ้ชนะกันเด็ดขาดหรอก
เกมหมากรุกมันไม่เคยจบ ตัวหมากทั้งสองสียังคงอยู่เหมือนเดิม
เพียงแต่คนเล่นเท่านั้นเอง...............ที่เปลี่ยนหน้าไป

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:06 pm

บางครั้ง..........เขาเองก็ยังเคยคิดเล่นๆ ว่า......

แท้จริงแล้ว เขาเองก็เป็นหมากตัวหนึ่งบนกระดานชีวิตของพ่อ...... ที่พ่อรักและหวงแหนมาก
เดินหมากตัวนี้ด้วยความระมัดระวัง หลังจากเคยสูญเสียหมากสำคัญไปครั้งหนึ่ง

เล้งเพิ่งทราบความจริง ในสิ่งที่เคยสงสัย จากอาของเขาเมื่อไม่กี่ปีมานี้
สำหรับเรื่องที่พ่อของเล้งเลิกเล่นหมากรุก........แล้วมาเริ่มเล่นใหม่อีกครั้งกับเขาเพียงคนเดียว

ทำให้เขายิ่งตระหนักว่า..............พ่อรักและหวังดีกับเขาเพียงใด

เพราะการ เดินหมากรุกแต่ละก้าวกับเขา
มันจะทำให้พ่อต้องเจ็บปวดกับอดีตที่ผุดขึ้นมาตอกย้ำ...............แต่พ่อก็ยอม

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:06 pm

อาของเล้ง เล่าให้ฟังว่า

* เฮียเขาเป็นเซียนหมากรุก สมัยก่อน ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องไปร้านกาแฟที่ปากซอย
เล่นหมากรุกเอาแค่ค่ากาแฟกับปาท่องโก๋
เพราะในย่านเดียวกันไม่มีใครกล้ามาพนันเงินด้วยแล้ว

* แต่มีอยู่วันหนึ่งมีเซียนต่างถิ่น มาท้าแข่ง
วางเดิมพันกันด้วย มีทั้งจับวงนอก เล่นวงในอยู่หลายกลุ่มของทั้งสองฝั่ง
ตกลงกันว่า......เล่นกระดานเดียว..... แล้วไม่จำกัดเวลา

*เฮียเขาเองเดิมพันไม่เยอะพอสนุกๆ
แต่คนอื่นที่ถือหางนี่ ทุ่มกันหนักหน่อย
เพราะเห็นว่าเล่นแค่กระดานเดียว
ตอนนั้นเจ็กอยู่ในร้านกาแฟด้วย ดูอยู่แค่ครึ่งชั่วโมง
สักพักเจ็กก็กลับมาที่ร้านแล้วขับรถไปส่งของให้ลูกค้า

* ตอนหลัง มารู้ว่า เฮียเขาเล่นติดพันอยู่สักชั่วโมงนึงได้
แล้ว อาม้าของเล้งก็มาตามให้ขับรถไปส่งของให้ลูกค้าอีกเจ้า
แต่ป๊าของเล้ง เกี่ยงว่าให้รออีกเดี๋ยว ...... ขอเล่นให้จบก่อน

* รออีกครึ่งชั่วโมง อาม้าลื้อ ก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ
อาป๊าลื้อเลยคิดว่าคงไม่มีอะไรด่วนมาก...... เลยเดินหมากต่อด้วยความเย็นใจ

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:07 pm

* แต่จริงๆแล้ว อาม้าลื้อขับรถไปส่งของเอง ทั้งๆ ที่ยังขับรถไม่แข็ง
แต่เพราะต้องการจะไปเก็บเงินค่าสินค้าเดิมที่ครบกำหนดด้วย

* พอดีลูกค้าเขาโทรมาอีกที บอกว่ารอได้ไม่นาน
เพราะตัวเถ้าแก่กับเถ้าแกเนี้ยมีธุระด่วนกำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน
อาม้าลื้อเขาห่วงว่า เดี๋ยวจะหมุนเงินในร้านไม่ทัน ก็เลยรีบไป

* หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง เด็กที่ร้านไปกระซิบที่หู บอกเฮียที่กำลังเดินหมากอยู่ว่า.....
......... อาซ้อขับรถชนกับรถหกล้อ.........ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล......

* ตอนนั้นหมากกำลังสูสี แต่เฮียเขาทิ้งกระดานกลางคันไม่ได้
เพราะนักพนันมันล้อมวงอยู่เต็มร้าน
แต่แล้วอีกไม่ถึง 10 นาที....เซียนฝ่ายตรงข้ามก็รุกฆาต....แล้วเฮียเขาก็แพ้
ตอนนั้นคนในวงพนันยังไม่รู้เรื่อง
บางคนยังด่าไล่หลังว่า.......ทำพวกเขาเสียเงินไปเยอะ

*แล้วเฮียเขาก็รีบไปโรงพยาบาล ..... แต่ไม่ทัน...... อาม้าลื้อสิ้นลมก่อน

* ช่วงงานศพ วันทั้งวัน อาป๊าลื้อนั่งนิ่ง บางช่วงก็น้ำตาไหล ไม่พูดจากับใคร
พึมพำอยู่แต่ว่า..........................................................แพ้ทั้งสองกระดานๆ

*แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจนะ เพราะคนที่อยู่ในวงพนันนก็ยืนยันตรงกันว่า
เฮียเขาเล่นกับเซียนต่างถิ่นแค่......................................กระดานเดียว

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 5:07 pm

เราอาจจะมีชีวิตอยู่ในวันนี้................................... ด้วยความหวังของวันพรุ่งนี้
แต่จะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ............................... ท่ามกลางการแข่งขันในสังคม

..................................... Pantip Theater……………………………………
…………..…...…. ขอขอบคุณท่านผู้ชมทุกท่าน.............................................

........โปรดปรับสายตาให้ชินกับความสว่างก่อนเดินออกจากโรงภาพยนตร์........
ขออวยพรให้ท่านประสบความสำเร็จกับการเดินหมากในกระดานชีวิตของท่าน


...............................แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า...............................................

............................................สวัสดี..............................................................


จากคุณ : The Rounder - [ 4 พ.ค. 47 05:57:05 ]

จากคุณ : น้องส้มเด็กดี - [ 11 ก.พ. 52 10:14:36 ]

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

กระบี่อยู่ที่ใจ
Verified User
Posts: 307
Joined: Thu Sep 28, 2006 2:35 pm

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by กระบี่อยู่ที่ใจ » Sun Oct 02, 2011 5:24 pm

พี่ป้อมนี่ จัดหนักจริงๆ
ถึงว่ามิตรรักแฟนเพลง
ติดตามเหนียวแน่น
พี่คนนี้มีแต่ให้
ไม่ขอ กรูก็จะให้ ฮา

ระวังนะพี่ เดี๋ยวเจ้ามือเค้าหมั่นไส้
ส่งคนมาเช็คบิล 555

กรมอุตุฯ แจ้งวิกฤตน้ำท่วมปีนี้หนักแล้ว
ยังหนาวเร็ว หนาวนานข้ามปี......
ใครที่อยู่เหนือ อยู่ดอย
ควรเตรียมผ้าห่มซัก 3-4 ชั้น
จะเอาอยู่หรือเปล่าพี่
ก็ว่ากันไป ตามดูกานปาย....
ขอให้เป็นไปตามลายแทงพี่ป้อม
จริงๆเหอะ พ่อจะ..... :mrgreen:


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Sun Oct 02, 2011 8:31 pm

:8) พี่กระบี่มาโพสมั่งคุยมั่งก็ดีครับ
จริงๆผมบอกหลายทีแล้ว
กระทู้นี้เลอะๆเทอะๆ คุยกันขำ ขำ
ผมคิดอะไรก็เอามาโพสไว้ดูทบทวนว่าช่วงนั้นช่วงนี้เกิดไรกะตลาดบ้าง
เล่นหุ้นนี่มันซีโร่ซัมเกม เราได้ก็ได้เงินคนอื่นมา
มือของคนที่มาเล่นกะเราเป็นระดับชาติทั้งนั้น
ผมก็อาศัยบุญที่ได้จากที่โพสเผื่อแผ่พรรคพวกนี่แหละครับ
คุ้มครองตัวเองให้รอดปลอดภัย
เจตนาในการให้นั้นน่าจะสำคัญกว่า
เรื่องที่มองว่าตลาดจะเป็นอย่างไร
เราไม่มีวันรู้หรอกครับ
เราทำได้ก็แค่คิดอย่างไร มองอย่างไร ก็ตัดสินใจทำไปอย่างนั้น
เลือกเดินมาทางนี้แล้ว
บางเรื่องเราเองก็ไม่เข้าใจว่าผลไหงมันออกมาอย่างนั้น
แต่ก็ต้องทำใจครับ
เราทำดีที่สุดที่จะทำได้แ้ล้ว ผลจะออกมาอย่างไร
อาจเป็นอย่างอื่นก็ได้ที่จัดสรรมาให้ซะละมากกว่า...

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
Packy_Kittiworawut
Verified User
Posts: 242
Joined: Thu Oct 07, 2010 5:07 pm

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by Packy_Kittiworawut » Sun Oct 02, 2011 9:07 pm

บทความนี้ ผมขอขอบคุณมาก มาก มาก มาก เลยครับพี่ป้อม


jack_jack
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 473
Joined: Mon Jul 12, 2010 5:22 pm

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by jack_jack » Sun Oct 02, 2011 9:48 pm

พี่ป้อมครับ
อย่าพึ่งเบื่อนะครับ ถ้าเห็นชื่อผมโพสท์เหมียนเดิมตลอด
"ขอบคุณมากๆครับ :mrgreen: "


smith_sanguan
Verified User
Posts: 3348
Joined: Sun Apr 15, 2007 10:55 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by smith_sanguan » Mon Oct 03, 2011 8:59 am

ไม่ใช้ลูกศร สี่เขียวตรงๆ หรือพี่ป้อม รอดูเส้นเขียว800 รับไหวไม๊ :D

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Mon Oct 03, 2011 9:38 am

:8) พี่สมิทธิคร้าบ
เช้านี้ตอนไหนว่างๆผมแนะนำนะ
ลองเปิดดูกราฟพี่หั่ง
แฮ่...ลงไปเท่ากับตอนพค.09แล้ว

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Mon Oct 03, 2011 9:46 am

:8) บทความใหม่ของอาจารย์ชื่อน่ากัวจัง
"จอดไม่ต้องแจว"
...เฮ้ยม่ายช่าย..."คนแจวเรือ"...เฟ้ย

โลกในมุมมองของ Value Investor 1 ตุลาคม 2554
ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ผมเพิ่งกลับจากการท่องเที่ยวที่อิตาลีและอังกฤษ และก็เช่นเคย ผมมีข้อสังเกตจากสิ่งที่พบเห็น
เรื่องแรกก็คือ ผมเพิ่งตระหนักว่าพนักงานบริการ เช่น พนักงานเสิร์พอาหารตามภัตตาคารโดยเฉพาะในอิตาลีนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายอายุประมาณ 30-40 ปี ที่เป็นผู้หญิงมีจำนวนน้อยมาก นี่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ เพราะในบ้านเราหรือในประเทศแถบเอเชียผมมักจะเห็นผู้หญิงมากกว่ามาก นั่นทำให้ผมคิดไปว่า งานในประเทศอิตาลีหรืออาจจะเป็นในหลาย ๆ ประเทศในยุโรปคงจะหายากมายาวนาน งานเสิร์พอาหารคงเป็นงานที่มีรายได้ดีมีคนแย่งกันทำและทำให้ผู้ชายเข้ามาทำกันมาก และไม่ใช่เป็นการทำงานชั่วคราวของเด็กวัยรุ่นเพื่อรองานอื่น แต่เป็นอาชีพที่ “พ่อบ้าน” ทำกันเป็นงานประจำ เรื่องนี้ทำให้ผมนึกต่อไปถึงประเทศญี่ปุ่นซึ่งเคยขาดแคลนแรงงานมายาวนาน ที่นั่น ผมเคยเห็นผู้ชายอายุมากทำงานเป็นคนนั่งเฝ้าดูแลสถานที่อาบน้ำร้อนของผู้หญิง
อุทาหรณ์เรื่องนี้ นั่นคือ กำลังแรงงานที่สำคัญถูกใช้ไปทำงานที่ไม่ได้มีการเพิ่มคุณค่ามากนักทางเศรษฐกิจ น่าจะเป็นการบ่งบอกว่า ในระยะยาวแล้ว สังคมหรือประเทศก็อาจจะไปไม่ได้ไกลมากนักจากจุดที่เป็นอยู่ อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่า ผมเองก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงอิตาลีหรือยุโรปนั้น ทำงานอะไรเป็นหลัก หรืออยู่มากในภาคไหนของเศรษฐกิจ
เรื่องที่สองที่ผมรู้สึกทึ่งเล็กน้อยก็คือ เรื่องของคนแจวเรือกอนโดลาที่เมืองเวนิสซึ่งเป็นเมืองที่จมลงในทะเล ถนนทุกแห่งกลายเป็นคลอง ทั้งเมืองไม่มีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซต์หรือแม้แต่จักรยาน ทุกคนต้องเดินหรือใช้เรือเป็นพาหนะ เรือกอนโดลานั้นเป็นเรือโบราณที่นักท่องเที่ยวที่ไปเมืองเวนิสใช้นั่งชมเมือง เป็นเรือที่ใช้คนพาย และถ้าจะให้ครบสูตรจะต้องมีคนนั่งร้องเพลงโอเปร่าประกอบด้วย และนี่คือความ “โรแมนติก” สุดยอดของการท่องเที่ยวเมืองเวนิสที่นักท่องเที่ยวมักไม่ยอมพลาดและผมเองก็เป็นคนหนึ่งในนั้น แต่สิ่งที่ผมทึ่งก็คือ ค่าจ้างของคนพายเรือ ในเวลาครึ่งชั่วโมงของการให้บริการนั้น คนพายเรือคิดค่าบริการตกเป็นเงินไทยประมาณ 4,000-5,000 บาท คร่าว ๆ ถ้าทำวันละ 4-5 เที่ยว โดยเฉลี่ยเขาก็จะได้เงินวันละ 20,000 บาท เดือนหนึ่งถ้าทำซัก 20 วัน ก็จะมีรายได้ถึงเดือนละ 4 แสนบาท ซึ่งถ้าเป็นคนไทยจะได้รายได้ขนาดนี้คงต้องเป็นคนระดับซีอีโอของบริษัททีเดียว อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีคนหน้าตาแบบคนต่างชาติเช่นคนเชื้อสายเอเซียเป็นคนแจวเรือกอนโดลาเลย ดังนั้น ผมเชื่อว่าอาชีพนี้คงมีการสงวนไว้เฉพาะแต่คนท้องถิ่นเท่านั้นที่ทำได้
ความเชื่อของผมในเรื่องนี้ก็คือ รายได้ของคนแจวเรือกอนโดลาที่เมืองเวนิส ซึ่งผมดูแล้ว ไม่ได้มีความสามารถหรือทักษะพิเศษอะไร แต่ได้ผลตอบแทนสูงมากเมื่อเทียบกับคนที่ทำงานหนักเท่า ๆ กันในเมืองไทยหรือในประเทศแถบเอเซียส่วนใหญ่ ย่อมเป็นเครื่องแสดงว่าคนส่วนใหญ่ในเมืองนี้หรือในอิตาลีคงได้เงินเดือนที่สูงมากเมื่อเทียบกับงานที่ทำ แต่ถ้าถามว่าทำไมนักท่องเที่ยวจึงยอมจ่าย คำตอบก็คือ เมืองเวนิสนั้น เป็นเมืองที่น่าจะเป็นสุดยอดของเมืองที่น่าเที่ยวเมืองหนึ่งของโลก ผมหรือคนจำนวนมากจึงยอมจ่ายเพื่อโอกาสอันพิเศษสุดนี้ ถ้าจะเปรียบไป คนเอเชียหรือคนเมืองอื่นที่มาเที่ยวเวนิส หรืออีกหลาย ๆ เมืองในอิตาลีหรือในยุโรปยอมทำงานหนักและงานที่ใช้ความสามารถสูงเพื่อที่จะผลิตสินค้ามาให้คนเวนิสใช้อย่างเต็มที่ โดยที่คนเวนิสอาจจะตอบแทนด้วยการให้คนเหล่านั้นมาพักและนั่งเรือกอนโดลาที่พายโดยคนเวนิสปีละครั้ง ดูไปแล้วไม่ใคร่ยุติธรรม แต่ผมก็ไม่รู้ว่าการแลกเปลี่ยนแบบนี้จะดำรงอยู่ไปได้นานเท่าไร
เรื่องที่สามที่น่าแปลกใจก็คือ ในห้างสินค้าแบรนด์เนมหรูหลุยส์วิตตองในกรุงลอนดอน ผมพบว่าลูกค้าต้องเข้าคิวรอเข้าชมสินค้าในร้าน เพราะเขาจำกัดจำนวนลูกค้าให้เข้าชมและซื้อสินค้าเพื่อไม่ให้ร้านแน่นเกินไป นั่นไม่ใช่ประเด็น แต่สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ ประมาณ 80-90% ของคนที่อยู่ในร้านและรอคิวอยู่นั้น เป็นคนหน้าตาแบบเอเซียซึ่งผมเชื่อว่าเป็นนักท่องเที่ยว สินค้าของหลุยส์วิตตองนั้น เราทราบดีว่าราคาสูงกว่าต้นทุนมาก เรียกว่าทำกำไรให้กับเจ้าของมหาศาล สินค้าเหล่านั้น ผมเชื่อว่าผลิตในประเทศแถบเอเซียด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก และก็ขายให้คนเอเชียในราคาที่สูงมาก เปรียบไปแล้วก็เหมือนกับว่า คนเอเซียคงต้องทำงานหนักมากเพื่อผลิตสินค้าให้คนยุโรปใช้ แล้วก็กลับไปขอแบ่งสินค้าบางส่วนกลับมาพร้อมกับความยินดีที่ได้สินค้ามีชื่อที่สามารถเอามาอวดเพื่อนที่บ้าน
พูดถึงเรื่องสินค้าแบรนด์เนม ในระหว่างที่อยู่อังกฤษผมได้ข่าวว่าบริษัทผู้ผลิตและขายสินค้าแบรนด์ดังอย่างปราดาซึ่งเป็นเจ้าของยี่ห้อมิวมิวด้วยนั้น กำลังขายสินค้าดีระเบิดในเอเชีย หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าคนเอเชียนั้น เห่อซื้อสินค้าแบรนด์เนมดัง ๆ แบบเดียวกับที่คนอังกฤษเข้าห้างไพร์มมาร์คซึ่งเป็นห้างขายสินค้าแฟชั่นราคาถูกคุณภาพดีกลางกรุงลอนดอน ผมฟังแล้วก็เกิดความรู้สึกว่า บางทีโลกเรากำลังเปลี่ยนแปลงไป คนอังกฤษและอาจจะรวมถึงคนยุโรปกำลังหันมาซื้อสินค้าราคาถูกคุณภาพใช้ได้แต่ไม่มีแบรนด์จากเอเซีย ส่วนคนเอเชียนั้น ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นมากให้กับคนยุโรปเพื่อซื้อสินค้าแบรนด์เนมเพื่อ “หน้าตา” ของตน ผมเองก็ไม่รู้ว่าแนวทางธุรกิจแบบนี้จะดำเนินไปได้นานแค่ไหน แต่ถ้าให้เดาจากคิวของลูกค้าร้านหลุยส์วิตตองแล้ว ผมก็คิดว่าคงไม่เร็วนักที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้
จากเหตุการณ์ 3 เรื่องที่กล่าวมา ผมเองสรุปว่า ยุโรปในวันนี้ น่าจะเป็นยุโรปที่กำลัง “ตกดิน” มาตรฐานความเป็นอยู่ที่ยังสูงมากในวันนี้ ดูเหมือนว่ากำลังหยุดนิ่งและค่อย ๆ ลดต่ำลง คนทำงานน้อยลง คนจำนวนไม่น้อยไม่ได้ทำงานนั่นคือ ตกงาน และไม่ได้ทำงานที่ใช้ทักษะสูงมากมายอะไรนัก จำนวนมากทำงานบริการพื้น ๆ ที่คนเอเชียทำได้ดีไม่แพ้กัน สิ่งที่ทำให้ยุโรปยังดำรงความโดดเด่นอยู่ได้ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ ยุโรปนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานและยิ่งใหญ่น่าทึ่งน่าสนใจและมีโบราณสถานที่ทำให้คนมาท่องเที่ยวและยอมจ่ายเงินในราคาที่แพงมาก นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว ยุโรปยัง “ผูกขาด” ในเรื่องของ “การเป็นผู้มีรสนิยมสูง” ผ่านสินค้าที่เป็นแบรนด์หรูหราระดับโลก สองสิ่งนี้ผมเชื่อว่ามีส่วนสำคัญที่ช่วยรักษาสถานะการเป็นประเทศที่มีรายได้สูงของยุโรปไว้ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม การที่ยุโรปจะก้าวหน้าหรือโตต่อไปนั้น ดูแล้วน่าจะยากเหลือเกิน เหนือสิ่งอื่นใด พื้นฐานที่สำคัญจริง ๆ ของการที่จะมีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่สูงได้จริง ๆ ในโลกที่เป็นโลกาภิวัฒน์นั้นก็คือ คุณต้องทำงานหนักและเป็นงานที่มีคุณค่าสูง
พูดมาเสียยาว ถ้าจะถามว่านี่จะมีอะไรที่เกี่ยวกับการลงทุนหรือเปล่า? คำตอบของผมก็คือ คงจะเกี่ยวอยู่บ้างในแง่ที่เราจะวิเคราะห์สถานการณ์ของยุโรปที่กำลังประสบกับปัญหาทางการเงินและเศรษฐกิจรุนแรงในช่วงนี้ ในความคิดของผม คนยุโรปเองน่าจะใช้ชีวิตที่สูงกว่าความสามารถของตนมานานพอสมควรโดยผ่านการกู้หนี้หรือก็คือ “ยืมอนาคตมาใช้” แต่อนาคตที่ว่านั้น ดูเหมือนว่าจะไม่มีอยู่จริง ดังนั้น ยุโรปจำเป็นที่จะต้องลดมาตรฐานความเป็นอยู่ลงและนี่คือสิ่งที่น่าจะต้องเกิดขึ้น อาจจะผ่านสิ่งที่เรียกว่า “วิกฤติเศรษฐกิจ” ผมพูดแบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าผมกำลังทำนายว่ากรีซจะ “ไปไม่รอด” หรืออิตาลีจะต้องประสบภาวะวิกฤติเร็ว ๆ นี้ บางทียุโรปอาจจะสามารถลดมาตรฐานการดำรงชีวิตลงอย่างช้า ๆ เทียบกับคนเอเชียได้โดยไม่ต้องผ่านวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่ายุโรปนั้น กำลังตกดินและจะไม่กลับมายิ่งใหญ่อีกในชั่วอายุของเรา

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

saichon
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1214
Joined: Thu Feb 01, 2007 1:20 pm

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by saichon » Mon Oct 03, 2011 9:50 am

por_jai wrote::8) รายใหญ่ที่คุยกันเนี่ย
เราไม่เคยเห็นตัวซักที
ใหญ่ขนาดไหนหว่า...
555+
ชอบรายใหญ่ของพี่ป้อมจัง

(แฮ่...ส่วนยาดม ผมขอตุนไว้ซัก2หลอดน๊ะครับ เผื่อรอบนี้ต้องรออีกนาน :wink: )

ซื้อหุ้นตัวที่เมื่อมองไปในอนาคตแล้ว ที่ปัจจุบันราคายัง undervalue ที่สุด

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Mon Oct 03, 2011 10:44 am

:8) หลังจากได้แชมป์มาสองปีกว่าๆ
ตอนนี้วีไอกะลังเป็นแบบนี้หรือเปล่า
ป๋ามือล่องหน เป็นคนรจนาครับโพ้ม...
ที่คอร์ตแบดก็มีเยอะที่เบสิคแบดสู้่ผมไม่ได้
พวกนี้เขานกรู้ครับ
เขาจะไม่เล่นตบ เพราะเราแรงน้อยแต่เหนียวแน่น
จะเปลี่ยนไปเล่นเกมยืดเยื้อ เล่นโยนหลัง เล่นโยกซ้ายขวาให้วิ่ง
ซักพักนึงเด๋วคนแก่ก็ถูกบีบให้เล่นเกมที่ไม่ถนัด
ถอดใจ ตายไปตามธรรมซาด...


ถูกบีบให้เล่นเกมที่ไม่ถนัด



ผมเป็นคนชอบดูกีฬาตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะฟุตบอล ถึงปัจจุบันแม้มีเวลาน้อยลงแต่ก็ยังต้องหาเวลาดูฟุตบอลให้ได้ทุกสัปดาห์ แต่ผมเองก็ยังคิดว่าบางทีการดูกีฬาก็มีข้อเสียตรงที่ หากทีมที่เราเชียร์นั้นชนะเราก็ดีใจตามเรื่องตามราว เมื่อทีมที่เราเชียร์แพ้ หรือเสมอในนัดที่ไม่ควรเสมอ ก็มักจะรู้สึกเซ็งเมื่อดูจบ จนรู้สึกว่าจริงๆ การดูกีฬาอาจจะมีข้อเสียเหมือนกันคือสร้างความผิดหวังให้กับเราในหลายๆ ครั้ง แต่ผมคิดว่ารวมๆ แล้วการดูกีฬาก็ให้ข้อคิดหลายๆ อย่างเหมือนกันจึงทำให้ผมรู้สึกว่าการดูกีฬานั้นแม้จะผิดหวังบ่อยๆ แต่ก็สอนอะไรเราได้หลายๆ อย่างครับ


สิ่งหนึ่งที่ผมได้ยินบ่อยในการแข่งขันกีฬาประเภทฟุตบอล หรือประเภทอื่นๆ เช่น เทนนิส ก็คือ การถูกฝ่ายตรงข้ามบีบให้เราเล่นในเกมที่ตนเองไม่ถนัด เช่น ทีมที่ถนัดการเล่นบอลช้า เน้นการจ่ายบอลแม่นตามช่อง อาจจะถูกคู่แข่งเล่นเกมบีบพื้น ประกบตัวเร็ว จึงทำให้ทีมเราต้องจ่ายบอลเร็วหรือต้องเล่นลูกโยนและเสียบอลในที่สุด ทีมที่นักเตะไม่ถนัดลูกโหม่งก็จะถูกคู่แข่งที่ถนัดการเล่นลูกกลางอากาศในลูก โหม่งโจมตีและเอาชนะได้บ่อยๆ เช่น ทีมอาร์เซนอลที่ไม่ถนัดลูกกลางอากาศมักจะแพ้หรือทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนักกับ การเจอทีมที่ถนัดลูกโด่งอย่างโบลตัน แม้กระทั่งการแข่งขันเทนนิสที่คู่แข่งขันมักจะตีลูกไปยังด้านที่ฝ่ายตรงข้าม ไม่ถนัด เป็นต้น


ดังนั้นหากเราย้อนมามองเรื่องการลงทุน จะเห็นว่า นักลงทุนแต่ละคนมีความถนัด หรือสไตล์การลงทุนต่างกัน ซึ่งบางครั้งความถนัดอย่างหนึ่งอาจจะทำเงินได้ดีในตลาดบางช่วง แต่สร้างผลงานได้ไม่ดีนักในตลาดบางช่วง อย่างเช่น นักลงทุนที่ลงทุนแบบกล้าได้กล้าเสีย เน้นการเก็งกำไรแบบมีหลักการ นักลงทุนกลุ่มนี้อาจจะไม่เน้นการวิเคราะห์พื้นฐานเท่า value investor แต่อาจจะมีหลักการต่างๆ เข้ามาประกอบการซื้อขาย เช่น การดูกราฟ การดู volume การดูการเข้าซื้อขายของนักลงทุนรายใหญ่ หรือการเข้าซื้อธุรกิจที่ผ่านการฟื้นฟูกิจการ หรือมีข่าวต่างๆ ที่มีผลดีต่อราคาหุ้น


จุดเด่นอย่างหนึ่งและเป็นสิ่งที่ถนัดของนักลงทุนประเภทเก็งกำไรแบบมีหลักการ คือ การมีจิตใจที่มั่นคงและพร้อมกล้าตัดสินใจในการซื้อขายอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด จึงทำให้สามารถสร้างกำไรในหุ้นบางตัวได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ และกล้าที่จะ cut loss ได้ก่อนที่พอร์ตจะเสียหาย นักลงทุนประเภทนี้จะประสบความสำเร็จในช่วงตลาดขาขึ้น เช่น ปี 2542 หรือปี 2546 และจะไม่เสียหายมากนักในตลาดขาลง นักลงทุนประเภทเก็งกำไรแบบมีหลักการเหล่านี้มักจะมีหลักเสมอว่าหากตลาดขาลง จะหยุดเล่นหุ้น คือจะถือเงินสดหรือถือหุ้นในสัดส่วนที่น้อย จะไม่พยายามเก็งกำไรในช่วงตลาดขาลงหรือซบเซามากนัก และพร้อมจะกลับมาทุกเมื่อหากตลาดเป็นขาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในช่วงที่เป็นตลาดขาขึ้น นักลงทุนประเภทเก็งกำไรแบบมีหลักการจะสามารถสร้างผลกำไรได้มากพอที่จะออกนอก ตลาดไปได้อีกระยะใหญ่ๆ


แต่ก็มีนักลงทุนแบบเก็งกำไรที่เป็นรายย่อยจำนวนมาก ที่ทำตรงกันข้ามกับนักเก็งกำไรที่มีหลักการ ก็คือ การพยายามเก็งกำไรในทุกๆ ภาวะตลาด ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง ด้วยเหตุผลว่า หาค่าขนม หรือค่ากับข้าว โดยเวลากำไรก็จะกำไรเล็กน้อย แต่หากพลาดพลั้งขาดทุนมักจะขาดทุนทีละมากๆ คือ เวลาได้ก็ได้ค่าขนมจริงๆ แต่พอเสียก็อาจจะเสียเงินรถเก๋งเป็นครึ่งคันหรือคันหนึ่ง ซึ่งนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากเหล่านี้ก็จะประสบภาวะขาดทุนสะสมเรื้อรังมา เรื่อยๆ จนมูลค่าพอร์ตลดลงอย่างน่าตกใจ


สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ นักลงทุนแบบเก็งกำไรที่มีหลักการ จะพยายามเล่นในเกมที่ตนเองถนัดเท่านั้น


ก็คือ การลงทุนในตลาดขาขึ้น และหลีกเลี่ยงเกมที่ตนเองไม่ถนัด คือการลงทุนในตลาดขาลงหรือซบเซา ซึ่งถือว่ามีสิ่งที่จำเป็นสำหรับการลงทุนซึ่งก็คือ วินัยการลงทุน คือ ทำในสิ่งที่ตนเองถนัด แต่นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากพยายามฝืนตลาดด้วยการเข้าไปเก็งกำไรในช่วงตลาด ไม่ดีโดยหวังกำไรเล็กๆ น้อยๆ ถือว่าเล่นเกมไม่ถนัด


สำหรับนักลงทุนแบบ Value investor ผมคิดว่าความถนัดของ VI ก็คือการวิเคราะห์พื้นฐานของบริษัทเพื่อให้สามารถคาดการณ์ผลประกอบการและ เงินปันผลในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่มีผลตอบแทนของการลงทุน ซึ่งก็พบว่าในบางปีที่ตลาดเป็นตลาดกระทิง นักลงทุนแบบ VI อาจจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนน้อยกว่านักลงทุนแบบเก็งกำไรทั้งที่มีหลัก การและไม่มีหลักการ จึงทำให้นักลงทุนแบบ VI บางคนทนความเย้ายวนของผลตอบแทนของหุ้นเก็งกำไรหรือผลตอบแทนของเพื่อนๆ นักลงทุนที่ลงทุนแบบเก็งกำไรไม่ได้ และหันมาเล่น “ เกมที่ไม่ถนัด ” ด้วยการเข้าซื้อหุ้นเก็งกำไร หรือหุ้นที่มีข่าวต่างๆ นานา ด้วยหวังว่าจะทำกำไรมากๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งช่วงแรกๆ อาจจะได้กำไรที่ดี แต่ท้ายสุดแล้ว VI หลายคนที่โดดเข้าไปเล่นเกมที่ตนเองไม่ถนัดก็ได้รับผลตอบแทนในการลงทุนที่ไม่ สู้ดีนัก


อีกเหตุการณ์ที่ทำให้ VI หันไปเล่นเกมที่ไม่ถนัดก็คือ นักลงทุนแบบ VI แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจที่ต่างกัน บางคนเชี่ยวชาญด้านหุ้นการผลิตอุตสาหกรรม บางคนเชี่ยวชาญด้านพลังงาน บางคนเชี่ยวชาญด้านหุ้นโรงเรือน เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ค้าปลีก บางคนเชี่ยวชาญอสังหาริมทรัพย์ หรือหุ้นวัฎจักรต่างๆ เป็นต้น หลายๆ ช่วงเวลาที่หุ้นที่ตนเองเชี่ยวชาญอาจจะอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่น่าลงทุน เช่น ราคาหุ้นมี p/e แพงเกินไปแล้ว หรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจยังไม่เอื้ออำนวย ทำให้ VI อาจจะไม่สามารถใช้ความถนัดของตนเองในการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ตนเองถนัดได้ จึงหันไปเล่นเกมที่ไม่ถนัดด้วยการพยายามหาหุ้นในกลุ่มที่ตนเองไม่เคยสนใจ หรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญ และอาจจะพยายามใช้หลักของ VI เข้าไปบางส่วนเช่น ดู p/e p/bv ต่ำๆ แต่ไม่สามารถศึกษาลงไปลึกในรายละเอียดได้อยากแตกฉาน ซึ่งท้ายสุดแล้วก็จะได้หุ้นที่เราอาจจะไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้ จริง และมีโอกาสสูงที่ผลประกอบการ และผลตอบแทนการลงทุนอาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง


ดังนั้นสำหรับ VI บางครั้งหากเราอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถหาหุ้นใหม่ๆ ที่น่าสนใจได้จริงๆ เราควรจะรอจังหวะและโอกาสที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต มากกว่าที่จะไปเล่นในเกมที่ตนเองไม่ถนัด ด้วยการหาหุ้นแปลกใหม่ที่เราอาจจะไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงเข้ามา ในพอร์ตครับ


ดังนั้น สิ่งที่นักลงทุนทุกคนควรทำก็คือ การหาความถนัดของเราเองเพื่อให้รู้ว่าเราควรจะมี style การลงทุนแบบใด เพราะหาก style ไม่เหมาะกับความถนัดโอกาสประสบความสำเร็จก็จะน้อย เปรียบเหมือนทีมฟุตบอลที่กองหน้าตัวเล็กแต่เพื่อนโยนบอลให้โหม่งลูกเดียว นอกจากนี้ เราจึงต้องหาโอกาสเพิ่มความถนัดของตัวเราด้วยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และลดความไม่ถนัดในบางเรื่องที่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการลงทุน ยกตัวอย่างเช่น หากเราเป็น VI แต่ไม่ถนัดการอ่านงบการเงินและวิเคราะห์กระแสเงินสด ถือว่าเป็นความไม่ถนัดที่ควรจะได้รับการแก้ไขให้ได้โดยเร็วเพราะถือว่าเป็น จุดที่นักลงทุนแบบ VI ควรจะทำได้ครับ หรือหากเรารักจะเล่นหุ้นแบบเก็งกำไรแต่ไม่สามารถอ่านทิศทางตลาดหรือราคาหุ้น ได้จากการดูกราฟ volume หรือเครื่องมือต่างๆ หรือไม่สามารถมีการตัดสินใจที่รวดเร็วและเด็ดขาด เราก็จะอยู่ในภาวะที่เสียเปรียบอย่างมากครับ



แต่หากเมื่อเราดูความถนัดต่างๆ แล้ว พบว่าเราไม่มีความถนัดมากพอที่จะลงทุนในหุ้นไม่ว่าจะเป็นแบบเก็งกำไร VS หรือ VI แล้ว ผมคิดว่าเราควรจะอยู่วงนอกศึกษาหาความรู้และความถนัดเสียก่อน ยังไม่ควรเข้ามาลงทุนทันที หรือหากต้องการลงทุนเพื่อศึกษาหาประสบการณ์ ก็ควรจะเริ่มจากจำนวนเงินที่ไม่มากนักก่อน และอาจจะต้องนำเงินออมไปยังการลงทุนอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าและความถนัดน้อยกว่า เช่น การฝากธนาคาร ซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือกองทุนตราสารหนี้ เป็นต้นครับ และเมื่อเราศึกษามากพอและเห็นความถนัดของตนเองแล้วจึงค่อยเริ่มลงทุนในหุ้น ครับ



ดังนั้น การเป็นนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนประเภทใด ทั้ง VI VS หรือนักลงทุนแบบเก็งกำไร ควรจะเล่นในเกมที่เราถนัดให้มากที่สุด และหลีกเลี่ยงการถูกบีบให้เล่นในเกมที่เราไม่ถนัดครับ

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Mon Oct 03, 2011 12:05 pm

:8) มีหลังไมค์มาถาม
เอามาตอบหน้าไมค์นะครับ
ถกกันหลายๆคน

ทำไงดีครับพี่ลบไปเกือบจะ 20% แล้ว

ผมเป็นแมงเม่าดื้อๆตัวนึง
ถ้าเป็นพี่ป้อมจะทำไงครับ?


ว่างๆลองไปเล่นโป๊กเก้อร์ในfb
เกมชื่อtexas holdem pokerนะ
เล่นบ่อยๆซักอาทิตย์นึง
แล้วค่อยมาคุยกับพี่ว่าได้ไรมาบ้างดีมะ

ถามดื้อๆอย่างนี้ตอบมะได้หรอก
เอาแค่สองข้อง่ายๆก่อนก็แล้วกันนะ
1.เลือกจะเดินเส้นทางไหน วีไอ วีเอส หรือผสม
2.ต้องการผลตอบแทนระดับไหน
คำตอบจะออกมาตามobjectiveสองข้อนั่น
เช่นจะต้องรับความเสี่ยงขนาดไหน
การบริหารเม็ดเงินทำอย่างไร
ซื้อหุ้นลักษณะไหน
ต้องศึกษากราฟไหม
ต้องอยู่ในตลาดซักกี่ปี จึงจะเก๋าพอ

เอาแค่ที่ถามมา
1.ถ้าเป็นวีไอพันธ์แท้ พื้นฐานแข็งโป๊ก ถืออึด หวังเป็นท่วมๆ
ก็คงไม่ซื้อหุ้นตัวนั้นที่ทุนนั้นเพราะไม่ถูกแล้ว
พอลงมาลึกขนาดนี้ ก็ทำไรไมุ่ถูก
เพราะไม่ได้เป็นวีไอมาแต่แรก
เล่นซื้อซะแพงขนาดนั้น แสดงว่าเป็นวีไอปลอม...ฮ่า...
(ต้องว่ากระทบซะหน่อย คราวหน้าจะได้ไม่กล้ามาถามอีก)
ในใจตอนนี้ก็คิดแต่ว่า
ถือต่อแล้วมันลง กรูจะทำไรฟระ
ขายไปแล้วเ้กิดมันขึ้น กรูก็แย่ซิ...ฮ่า...
แถมคิดเป็นloopด้วย
วนไปวนมาน่าเวียนหัว

2.ถ้าเป็นวีไอผสมพันธ์ เอ๊ย พันธ์ผสม...
ก็ต้องเผ่นเมื่อมันหลุดแนวรับแล้ว
เพราะสายนี้จะดูแนวต้านแนวรับเป็น
ก็จะไม่ต้องติดหุ้นอย่างนี้
แต่ที่ต้องแลกมาคือ พอขายไปแล้วมันดันรีบาวน์นี่สิครับ
การเป็นพันธ์ผสมต้องแลกมาด้วยการถูกจำกัดผลตอบแทนนะครับ
จะไปหวังให้เยอะๆหลายๆท่วมเหมือนเพื่อนๆพันธ์แ่ท้เขามะได้นะ

3.ถ้าเป็นเทรดเด้อร์ อันนี้ผมไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะไม่มีประสบการณ์
แต่จะไปถามเซียนทางนี้ให้ครับ

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

User avatar
Packy_Kittiworawut
Verified User
Posts: 242
Joined: Thu Oct 07, 2010 5:07 pm

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by Packy_Kittiworawut » Mon Oct 03, 2011 12:19 pm

ขอบคุณครับพี่


User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Mon Oct 03, 2011 12:44 pm

............................................________
....................................,.-‘”...................``~.,
.............................,.-”...................................“-.,
.........................,/...............................................”:,
.....................,?......................................................\,
.................../...........................................................,}
................./......................................................,:`^`..}
.............../...................................................,:”........./
..............?.....__.........................................:`.........../
............./__.(.....“~-,_..............................,:`........../
.........../(_....”~,_........“~,_....................,:`........_/
..........{.._$;_......”=,_.......“-,_.......,.-~-,},.~”;/....}
...........((.....*~_.......”=-._......“;,,./`..../”............../
...,,,___.\`~,......“~.,....................`.....}............../
............(....`=-,,.......`........................(......;_,,-”
............/.`~,......`-...............................\....../\
.............\`~.*-,.....................................|,./.....\,__
,,_..........}.>-._\...................................|..............`=~-,
.....`=~-,_\_......`\,.................................\
...................`=~-,,.\,...............................\
................................`:,,...........................`\..............__
.....................................`=-,...................,%`>--==``
........................................_\..........._,-%.......`\
...................................,<`.._|_,-&``................`\

เครดิตรูป คุณ ๛กอล์ฟ
จากกระทู้นี้ครับ

http://www.pantip.com/cafe/supachalasai ... 44795.html

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

kittycm
Verified User
Posts: 30
Joined: Mon Jul 12, 2010 10:19 pm

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by kittycm » Mon Oct 03, 2011 1:00 pm

อยู่เหนือด้วย อยู่ดอยด้วย
ถ้าลงไปถึงปลายลูกศรที่พี่ป้อมลาก
โน่นเลย ขั้วโลก
ไปก็ได้นะ แต่...อย่านานหล่ะ รีบกลับที่เดิม

ขอบคุณค่ะพี่ป้อม วันนี้พยายาททำสมาธิ
นั่งอ่านแล้วก็ปลอบใจตัวเอง
เดี๋ยว (นานแค่ไหน..น๊า)มันก็ผ่านไป


อกาลิโก
Verified User
Posts: 323
Joined: Tue Nov 09, 2004 3:08 pm

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by อกาลิโก » Mon Oct 03, 2011 3:34 pm

ขอบคุณค่ะ พี่ป้อม

อกาลิโก

smith_sanguan
Verified User
Posts: 3348
Joined: Sun Apr 15, 2007 10:55 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by smith_sanguan » Mon Oct 03, 2011 6:13 pm

ผมไม่กล้าครับพี่ป้อม พระอาจารย์ มึงอยู่เฉยๆ เดี๋ยวโดน อย่าคิดฟุ้งซ่าน แนวรับไม่ต้องคิด อย่าเล่นรีบาว

พวกเรามีบุญแล้วที่ไม่มีหุ้นรอดมาได้ :D

ผมก็ได้แต่ มองดู แล้วก็ร้องเพลง ดูดู๊ ดู ดูมันทำ มันทำกับเซตได้

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก มันก็เป็นเช่นนั้นแล

mprandy
Verified User
Posts: 1992
Joined: Fri Jan 19, 2007 10:38 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by mprandy » Mon Oct 03, 2011 8:01 pm

สวัสดีครับพี่ป้อม ... มาวันแดงเดือดอีกแล้ว 1 สัปดาห์ถัดมา :8) WMD (Weapon of Mao Destruction) ถล่มตลาดอีกลูก วันนี้ทะลุจุดที่เกิดสะกิดเบรคเกอร์ลงไปได้แว๊บนึงด้วย

วันนี้มีคนโทรมาบ่นน้อยลง ไม่รู้ส่วนใหญ่ถอดใจกันหมดไปหรือยัง ...

ได้มีโอกาสเจอโพสต์เก่า ๆ เมื่อ 8 เดือนก่อน เอามาปัดฝุ่น แล้วจะฝากไว้ที่กระทู้พี่ป้อมนี่แหละ เผื่อใครจะคิดว่าเป็นประโยชน์บ้าง

http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f ... 85#p779485

ไปแระครับ :wink:

ไม่สน return rate เยอะ, ขอแค่ financial freedom ภายใน 14 ปีก็พอ..
------------------------

PERFECT LUCKY
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 795
Joined: Wed Feb 13, 2008 1:02 pm

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by PERFECT LUCKY » Mon Oct 03, 2011 10:29 pm

ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ

รบกวนช่วยอธิบาย เหตุ และ ผล ขอสิ่งที่ผมสงสัยด้วยนะครับ

1. เรา รูปและนาม (กายและใจ) ตามความเป็นจริงๆ บ่อยๆ เพื่อให้ จิต จำสภาวะได้ ว่า กายอยู่ท่านี้ๆ ใจมีโทสะ โมหะ โลภะ เป็นอย่างไร ให้ จำสภาวะได้ จำสภาวะได้ แล้วจะรู้สึก เห็นว่า รูปกับนาม นี้ ไม่เที่ยง บังคับไม่ได้ ไม่ใช่ของเรา ผมเข้าใจถูกมั้ยครับ

2. แล้ว ถ้าเข้าใจตามข้อ 1 แล้ว เราจะแยกรูป แยกนามได้อย่างไรครับ เช่น โดนมีดบาด ก็เป็นร่างกายที่เจ็บ ไม่ใช่เราเจ็บ จิตเป็นเพียงผู้รู้ผู้ดู เหตุจากข้อ 1 จะเป็นผล มาข้อ 2 ได้อย่างไรครับ แล้ว ความรู้สึกจะเป็นเช่นใดครับ

ขอบพระคุณครับ

Miracle Happens Everyday !
"ปาฎิหารย์คือการเดินบนผืนดินและมีความสุขในทุกย่างก้าว" :)

User avatar
por_jai
Verified User
Posts: 14338
Joined: Tue Mar 08, 2005 9:08 am

Re: รุ้งกินน้ำ

Posts by por_jai » Mon Oct 03, 2011 11:32 pm

:8) ด้วยปรากฏว่ามีmodมาลบบางส่วนของเรื่องราวที่ผมโพสไว้
ในส่วนที่เป็นกราฟราคา
ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
เรื่องกราฟผมเชื่อของผมอย่างนั้น
ที่ผมโพสนอกเหนือจากขอความเห็นเพื่อนแล้ว
ส่วนนึงผมก็โพสเพื่อเก็บไว้อ่านเก็บไว้ทบทวนให้กับตัวเอง
ผมเขียนขึ้นมาเรื่องนึงก็ใช้พลังงานเยอะ
พอโดนลบ
ผมก็รู้สึกว่าผมไม่อยากเหนื่อยฟรีเหมือนกัน
คนลบก็ทำตามหน้่าที่ เพราะเวบบอกง่ายๆว่าห้ามโพส
ผมคงผิดเอง ที่คิดจะมาโพสเก็บไว้อ่านที่กระทู้นี้

ถ้าเป็นเช่นนั้น
ผมก็ขอปิดกระทู้นี้แต่เพียงเท่านี้แหละครับ
ผมไปโพสเก็บไว้ในfbของผมก็ได้
ก็ต้องขอลาแฟนานุแฟนทุกๆท่านด้วย
ขอ...ฮ่า...เป็นครั้งสุดท้ายเสียด้วยเลย

กรูเก่ง กิเลสเก่งกว่า

Post Reply